Skip to primary content
Skip to secondary content

SootinClaimon.Com

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย2 [SartKasetDinPui2] : รวบรวม ข้อมูล เศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม เกษตร ดิน น้ำ ปุ๋ย

SootinClaimon.Com

Main menu

  • Home
  • KU23-2506
  • ข้อคิดความเห็น
  • ตระกูลคล้ายมนต์
  • ผมเองครับ
  • ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย1

Category Archives: ข่าว Like สาระ

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

องค์การสวนสัตว์ส่ง‘นกกาฮัง’กลับบ้าน‘ดอยหลวงเชียงดาว’ในรอบ 20 ปี

Posted on January 9, 2023 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/703066

องค์การสวนสัตว์ส่ง‘นกกาฮัง’กลับบ้าน‘ดอยหลวงเชียงดาว’ในรอบ 20 ปี

องค์การสวนสัตว์ส่ง‘นกกาฮัง’กลับบ้าน‘ดอยหลวงเชียงดาว’ในรอบ 20 ปี

วันจันทร์ ที่ 9 มกราคม พ.ศ. 2566, 15.50 น.

องค์การสวนสัตว์ส่ง‘นกกาฮัง’กลับบ้าน‘ดอยหลวงเชียงดาว’ในรอบ 20 ปี

9 มกราคม 2566 ที่สถานีวิจัยสัตว์ป่าดอยเชียงดาว เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเชียงดาว จังหวัดเชียงใหม่ นายชัชวาลย์ ปัญญา รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ พร้อมด้วยนายอรรถพร ศรีเหรัญ ผู้อำนวยการองค์การสวนสัตว์แห่งประเทศไทย , นายวุฒิชัย ม่วงมัน ผู้อำนวยการสวนสัตว์เชียงใหม่ , นายกฤตภาส ขันทะธงสกุลดี ผู้อำนวยการส่วนอนุรักษ์สัตว์ป่า สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 16 เชียงใหม่ , นายสงัด บูรณภัทรโชติ นายอำเภอเชียงดาว , นายณัฐกุล ขันทะสอน หัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเชียงดาว , คณะผู้บริหารองค์การสวนสัตว์แห่งประเทศไทย , ดร.วรพัฒน์ อรรถยุกติ ประธานมูลนิธิศึกษาวิจัยนกเงือก , หัวหน้าอุทยานแห่งชาติ-เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าในพื้นที่ภาคเหนือ , องค์การบริหารส่วนท้องถิ่น , หัวหน้าหน่วยงานภาครัฐ , ผู้นำชุมชน , ผู้นำโรงเรียน , ตัวแทนชาวบ้านในจังหวัดเชียงใหม่ ร่วมกันเปิดโครงการ “การทดลองปล่อยนกกาฮังคืนสู่ธรรมชาติ เพื่อการอนุรักษ์และฟื้นฟูความหลากหลายทางชีวภาพในเขตพื้นที่ภาคเหนือ” ภายใต้แนวคิด “นกกาฮัง ปิ๊กบ้าน”

ทั้งนี้ การนำนกกาฮังที่ได้รับการฟื้นฟูพฤติกรรมปล่อยคืนสู่ธรรมชาติในพื้นที่ป่าอนุรักษ์ของดอยหลวงเชียงดาว จังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งเป็นอีกหนึ่งจุดเริ่มต้นของกระบวนการในการฟื้นฟูประชากรนกเงือกขนาดใหญ่ขึ้นใหม่อีกครั้ง ภายหลังการสูญพันธุ์ไปจากพื้นที่ป่าอนุรักษ์ภาคเหนือมานานนับ 20 ปี 

จากความสำเร็จขั้นต้นของการนำนกกาฮังคู่แรก ที่ปล่อยคืนสู่ธรรมชาติในพื้นที่ป่าอนุรักษ์ภาคเหนือ ณ อุทยานแห่งชาติแจ้ซ้อน จ. ลำปาง เมื่อวันที่ 27 ตุลาคม 2565 ที่ผ่านมา ซึ่งนกที่ทำการทดลองปล่อยยังคงสามารถอาศัยอยู่ได้ในพื้นที่ป่าธรรมชาติ  คณะผู้วิจัยของสวนสัตว์เปิดเขาเขียว องค์การสวนสัตว์แห่งประเทศไทย ร่วมกับมูลนิธิศึกษาวิจัยนกเงือก กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช ที่ประกอบด้วยอุทยานแห่งชาติและเขตรักษาพันธ์สัตว์ป่าในพื้นที่ภาคเหนือกว่า 6 แห่ง และมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ภายใต้การสนับสนุนจากสำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ (วช.)  และสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม (สกสว.) จึงได้ดำเนินโครงการศึกษาวิจัย การทดลองปล่อยนกกาฮังคืนสู่ธรรมชาติฯ เป็นครั้งที่ 2 ณ พื้นที่ป่าอนุรักษ์ของสถานีวิจัยสัตว์ป่าดอยเชียงดาว เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเชียงดาว (พื้นที่บริเวณดอยหลวงเชียงดาว) ขึ้น ซึ่งถือเป็นนกกาฮังคู่แรก ที่ทำการทดลองปล่อยคืนสู่ธรรมชาติอย่างเป็นทางการในพื้นที่ของจังหวัดเชียงใหม่         

นายอรรถพร ศรีเหรัญ ผู้อำนวยการองค์การสวนสัตว์แห่งประเทศไทย เปิดเผยว่าปัจจุบันการแพร่กระจายของนกกาฮังในประเทศไทยอยู่ในภาวะที่เสี่ยงต่อการสูญพันธุ์ ทั้งนี้พบว่า บางพื้นที่ของประเทศไทย เช่น พื้นที่ทางภาคเหนือ นกกาฮังได้สูญหายจากธรรมชาติไปหมดสิ้นในช่วง 20 ปี ที่ผ่านมา ทั้งนี้ทางองค์การสวนสัตว์แห่งประเทศไทย ที่มีพันธกิจหลักทางด้านการอนุรักษ์ วิจัยพันธุ์สัตว์ป่าหายากทั้งในถิ่นอาศัยและนอกถิ่นอาศัย ได้ดำเนินความพยายามในการเพาะเลี้ยงขยายพันธุ์ จนมีจำนวนประชากรบางส่วนที่เพียงพอต่อการปล่อยกลับคืนสู่ธรรมชาติเพื่อประโยชน์ในการรักษาความหลากหลายทางชีวภาพของประเทศ 

สำหรับ “นกกาฮัง” นั้นถือเป็นนกเงือก 1 ใน 13 ชนิดที่พบในประเทศไทย จัดเป็นสัตว์ป่าคุ้มครองตามพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. 2562 และอยู่ในบัญชีแดงขององค์การระหว่างประเทศเพื่อการอนุรักษ์ธรรมชาติ (IUCN)  เมื่อพิจารณาถึงความสำคัญที่มีต่อความหลากหลายทางชีวภาพ ระบบนิเวศ และเป็นชนิดพันธุ์ที่มีความโดดเด่น ดึงดูดความสนใจของสาธารณะชนทั่วไปในการสร้างให้เกิดความตระหนักถึงความสำคัญของสัตว์ป่าหายากที่ใกล้สูญพันธุ์ของประเทศไทยได้ จึงมีแนวคิดริเริ่มในการอนุรักษ์และฟื้นฟูประชากรนกเงือกขนาดใหญ่ขึ้นในพื้นที่อนุรักษ์ภาคเหนือของประเทศไทย

ทั้งนี้ตามแผนระยะที่ 1 ทางโครงการวิจัยฯ มีแผนการทดลองปล่อยนกกาฮังคู่แรกคืนสู่ธรรมชาติในพื้นที่ป่าอนุรักษ์ของอุทยานแห่งชาติแจ้ซ้อน จังหวัดลำปาง และคู่ที่สอง ณ พื้นที่ป่าอนุรักษ์เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเชียงดาว จังหวัดเชียงใหม่ 2 ใน 6 เขตพื้นที่การศึกษา เพื่อศึกษาการใช้พื้นที่เชิงนิเวศ การกระจาย และการอยู่รอดได้ในพื้นที่ โดยจะทยอยปล่อยเพิ่มเติมเป็นระยะๆ ในพื้นที่ป่าอนุรักษ์ภาคเหนือแห่งต่าง ๆ รวมถึงจะมีการดำเนินงานติดตามภายหลังการทดลองปล่อยที่สอดคล้องกับแนวทางปฏิบัติของ IUCN SSC และ AZA ในการปล่อยสัตว์ป่าคืนสู่ธรรมชาติที่เป็นไปตามหลักทางวิชาการสากลในอีกหลายปีข้างหน้าต่อไป

จึงถือเป็นวาระสำคัญที่อยากให้เยาวชนและประชาชนทั้งในและนอกพื้นที่ตระหนักถึงความสำคัญของสัตว์ป่าหายากใกล้สูญพันธุ์  รวมถึงการมีส่วนร่วมในการช่วยกันอนุรักษ์นกกาฮังที่เป็นหนึ่งในนกเงือกขนาดใหญ่ของไทยนี้ ให้สามารถคงอยู่คู่กับจังหวัดเชียงใหม่ ดินแดนแหล่งต้นกำเนิดวัฒนธรรมอันทรงคุณค่ารวมถึงมีแหล่งทรัพยากรธรรมชาติอันสมบูรณ์ ทั้งนี้ดอยเชียงดาว” จังหวัดเชียงใหม่ ได้รับการประกาศให้เป็นพื้นที่สงวนชีวมณฑลแห่งใหม่ของโลกจากยูเนสโก (UNESCO) ซึ่งถือเป็นประโยชน์ต่อการอนุรักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพของประเทศไทย

สำหรับ นกกาฮัง 1 คู่ ที่ปล่อยคืนสู่ธรรมชาติในวันนี้ได้รับการตั้งชื่อตัวเมียชื่อ “ปิ๊ก” ภาษาพื้นเมืองแปลว่า กลับ ตัวผู้ ชื่อ “ป่า” เรียกรวมว่า ปิ๊ก ป่า หมายความว่า กลับป่า หรือกลับบ้านที่ป่าเป็นที่เรียบร้อย

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2566(2023), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

‘ดอกนางพญาเสือโคร่ง’ภูหินร่องกล้าฯ เริ่มบานแล้ว ไปจนสิ้นสุดฤดูหนาวนี้

Posted on January 9, 2023 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/703046

'ดอกนางพญาเสือโคร่ง'ภูหินร่องกล้าฯ เริ่มบานแล้ว ไปจนสิ้นสุดฤดูหนาวนี้

‘ดอกนางพญาเสือโคร่ง’ภูหินร่องกล้าฯ เริ่มบานแล้ว ไปจนสิ้นสุดฤดูหนาวนี้

วันจันทร์ ที่ 9 มกราคม พ.ศ. 2566, 15.17 น.

ดอกนางพญาเสือโคร่ง เริ่มบานเป็นสีชมพูบนโครงการพัฒนาป่าไม้ตามแนวพระราชดำริภูหินร่องกล้า คาดปลายสัปดาห์นี้ต้นอื่นๆจะเริ่มทยอยบานเป็นสีชมพูเต็มหน่วย รอรับนักท่องเที่ยวมาเที่ยวชม ขณะที่ทุ่งดอกกระดาษบานเต็มที่หลากสีสวยงามและจะบานให้ชมยาวๆ ไปจนสิ้นสุดฤดูหนาวนี้

วันที่ 9 มกราคม 2566 ผู้สื่อข่าวรายงานว่าที่โครงการพัฒนาป่าไม้ตามแนวพระราชดำริภูหินร่องกล้า ม.10 ต.เนินเพิ่ม อ.นครไทย จ.พิษณุโลก ต้นนางพญาเสือโคร่งบานสะพรั่งเป็นที่ชมพูต้นแรก ที่บริเวณหน้าบ้านพักของเจ้าหน้าที่ ขณะที่ต้นอื่นกว่า 20 ต้นทั่วทั้งหน่วยที่สลัดใบทิ้งตั้งแต่ช่วงปีใหม่ ตอนนี้ปลายกิ่งเริ่มติดช่อดอกตูมๆ เป็นสีชมพูเข้มคาดว่าปลายสัปดาห์นี้จะเริ่มทยอยผลิดอกบานให้นักท่องเที่ยวได้ชมความสวยงามแน่นอน

นายศุภกุล จันทร์ลา นายศุภกุล จันทร์ลา หัวหน้าโครงการพัฒนาป่าไม้ตามแนวพระราชดำริภูหินร่องกล้า ได้กล่าวว่าปีนี้สภาพอากาศค่อนข้างแปรปรวน ส่งผลให้ต้นนางพญาเสือโคร่งออกดอกล่าช้ากว่าที่คาดการณ์ไว้หลายสัปดาห์ แต่ขณะนี้ต้นนางพญาเสือโคร่งต้นแรกบริเวณหน้าบ้านพักของเจ้าหน้าที่ ผลิดอกเป็นสีชมพูเต็มต้นแล้ว แต่เนื่องจากเป็นพื้นที่โซนบ้านพักจึงไม่อนุญาตให้นักท่องเที่ยวเข้าไปถ่ายแบบใกล้ชิด แต่ต้นอื่นๆ กว่า 20 ต้น

โดยเฉพาะต้นรับแขกที่บริเวณหน้าป้ายโครงการฯ รวมไปถึงบริเวณผาไททานิค ผาบอกรัก บริเวณปลายกิ่งออกดอกตูมเป็นสีชมพูเข้มเต็มกิ่งแล้ว คาดว่าช่วงวันหยุดเสาร์-อาทิตย์ ปลายสัปดาห์นี้จะผลิดอกบานเป็นสีชมพูให้นักท่องเที่ยวได้ชมกันแน่นอน ส่วนต้นอื่นๆตลอดทางเดินบางกิ่ง บางต้นก็เริ่มผลิดอกแล้วเช่นกัน

ขณะที่ทุ่งดอกกระดาษทั้ง 2 แปลง คือบริเวณทางเข้าและบริเวณใต้หน้าผาชมวิว ขณะนี้ดอกบานถึงจุดพีคสวยงาม 100% เต็มทุ่งแล้วและจะยังบานให้นักท่องเที่ยวได้ชมความสวยงามยาวๆ ไปจนถึงสิ้นสุดฤดูหนาว ท่ามกลางสภาพอากาศที่ยังคงหนาวเย็น อุณหภูมิเฉลี่ยช่วงกลางวัน 18-22 องศาเท่านั้น

สำหรับนักท่องเที่ยวที่ต้องการมาเที่ยวชมความสวยงามของทุ่งดอกกระดาษ หรือดอกนางพญาเสือโคร่งและมวลหมู่ดอกไม้อื่นๆ ก็สามารถเดินทางมาได้ เปิดให้เข้าชมฟรี ทุกวัน ตั้งแต่เวลา 06.00-17.00 น. โครงการพัฒนาป่าไม้ตามแนวพระราชดำริภูหินร่องกล้า จะตั้งอยู่บนพื้นที่ของอุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้า อยู่เลยตัวที่ทำการอุทยานฯ มาประมาณ 3 กิโลเมตร สามารถสอบถามเส้นทาง และข้อมูลอื่นๆ ได้ทาง เพจ Facebook : โครงการพัฒนาป่าไม้ตามแนวพระราชดำริภูหินร่องกล้า.012

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2566(2023), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

สวย แซ่บ เก่ง! ผู้ใหญ่บ้านสาวสอง แห่ง’บ้านภูสวรรค์’จังหวัดเลย

Posted on January 9, 2023 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/703045

สวย แซ่บ เก่ง! ผู้ใหญ่บ้านสาวสอง แห่ง'บ้านภูสวรรค์'จังหวัดเลย

สวย แซ่บ เก่ง! ผู้ใหญ่บ้านสาวสอง แห่ง’บ้านภูสวรรค์’จังหวัดเลย

วันจันทร์ ที่ 9 มกราคม พ.ศ. 2566, 15.15 น.

9 มกราคม 2565 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากผู้ติดตามสื่อติ๊กต็อกของ “ผู้ใหญ่ต้อ” หรือนายณัฏฐนนท์ สุดตานนท์ สาวประเภทสอง ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 4 บ้านภูสวรรค์ ต.เสี้ยว อ.เมืองเลย จ.เลย กำลังประกาศเสียงตามสายแจ้งข่าวสารให้แก่ลูกบ้านได้รับทราบสวยจนสาวๆแท้ชิดซ้าย มีผู้เข้ามาชมจำนวนมาก พร้อมแสดงความคิดเห็นชื่นชมความสวยงามและความสามารถของผู้ใหญ่ต้อกันอย่างคึกคัก

ผู้สื่อข่าวจึงได้เดินทางไปที่บ้านภูสวรรค์ เพื่อพิสูจน์ความงามจากตัวจริงของผู้ใหญ่ต้อ ที่ทำการผู้ใหญ่บ้านยังไม่มีป้าย เพราะเพิ่งได้รับการแต่งตั้ง นายณัฏฐนนท์ สุดตานนท์ หรือผู้ใหญ่ต้อ เล่าอย่างฉะฉานว่า ตอนนี้อายุ 30 ปีบริบูรณ์ เป็นสาวประเภทสองเต็มตัวเพิ่งได้รับการเลือกตั้งจากชาวบ้านให้เป็นผู้ใหญ่บ้านเมื่อเดือนพฤศจิกายน 2565 จบการศึกษาระดับปริญญาตรี ภาษาอังกฤษธุรกิจ การจัดการสำนักงาน จากมหาวิทยาลัยราชภัฏเลย

ก่อนหน้านี้ทำงานฝ่ายการตลาดอยู่ฟู้ดแพนด้าแต่เนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 จึงกลับมาอยู่บ้าน เป็นคนที่ชอบช่วยเหลือสังคม งานหรือกิจกรรมต่างๆของหมู่บ้าน ชาวบ้านเห็นว่าเป็นคนมีจิตอาสาจึงสนับสนุนให้ลงสมัครผู้ใหญ่บ้าน แทนคนเก่าที่หมดวาระลงมีเวลาตัดสินใจอยู่เพียง 5 วัน

ลำบากใจเกรงว่าชาวบ้านจะไม่ยอมรับเพราะเราเป็นสาวประเภทสองมีคนโจมตีว่า “อย่าไปเลือกมัน มันเป็นกระเทย” แต่ก็มีกำลังใจจากพ่อแม่และคนรอบข้าง ทำให้ไม่ท้อ กลายเป็นแรงผลักดันให้สู้จนชนะเลือกตั้งชัยชนะของตนถือเป็นเป็นบทพิสูจน์ว่า ได้ทำลายกำแพงความเชื่อทัศนคติดของสังคมเดิมๆ ชาวบ้านเริ่มเปิดกว้าง

ให้การยอมรับคนเพศที่สาม ไม่ว่าจะเป็นกระเทย ทอม ดี้ ตุ๊ด แต๋วเพศไหนก็ได้ ถ้ามีความมั่นใจ เชื่อมั่นในของตนเองแล้วคนก็จะยอมรับเอง เอาความรู้ความสามารถเข้าสู้แล้วความสำเร็จก็จะตามมา ตลอดระยะเวลากว่า 3 เดือน ที่เข้ามารับตำแหน่งผู้ใหญ่บ้านการเป็นสาวประเภทสองไม่เป็นอุปสรรค์ในการทำงานทั้งบู๊ทั้งบุ๋นทำได้หมด มีความสุข สนุกกับงาน ในอนาคตหากพี่น้องประชาชนให้ความสนับสนุนก็อยากทำหน้าที่ในตำแหน่งที่สูงขึ้นต่อไป ผู้ใหญ่ต้อคนสวยกล่าว.012

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2566(2023), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

มาถึงจุดนี้แล้ว? แฉด้านมืดแวดวงวิชาการ แค่มีเงินจ่ายก็ใส่รายชื่อร่วมในงานวิจัยระดับนานาชาติได้

Posted on January 9, 2023 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/703028

มาถึงจุดนี้แล้ว? แฉด้านมืดแวดวงวิชาการ แค่มีเงินจ่ายก็ใส่รายชื่อร่วมในงานวิจัยระดับนานาชาติได้

มาถึงจุดนี้แล้ว? แฉด้านมืดแวดวงวิชาการ แค่มีเงินจ่ายก็ใส่รายชื่อร่วมในงานวิจัยระดับนานาชาติได้

วันจันทร์ ที่ 9 มกราคม พ.ศ. 2566, 14.48 น.

มาถึงจุดนี้แล้ว? แฉด้านมืดแวดวงวิชาการ แค่มีเงินจ่ายก็ใส่รายชื่อร่วมในงานวิจัยระดับนานาชาติได้

9 ม.ค. 2566 ผศ.ดร.ไชยณรงค์ เศรษฐเชื้อ อาจารย์คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก “Chainarong Setthachua” ระบุว่า “อาชญากรรมทางวิชาการมีรูปแบบที่หลากหลายมากขึ้น ล่าสุดช็อปปิ้งบทความแล้วจ่ายเงินเพื่อให้มีขื่อเป็นผู้แต่ง/ผู้แต่งร่วม ทุก ม.ควรตรวจสอบด่วน”

ทั้งนี้ สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 7 ม.ค. 2566 ดร.อนันต์ จงแก้ววัฒนา ผู้อำนวยการกลุ่มวิจัยนวัตกรรมสุขภาพสัตว์และการจัดการ ศูนย์พันธุวิศวกรรมและเทคโนโลยีชีวภาพแห่งชาติ (ไบโอเทค)โพสต็ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก “Anan Jongkaewwattana” ระบุว่า “ธุรกิจที่น่ากลัวที่สุดของสังคมวิจัยคือการที่นักวิจัยไป shopping งานวิจัยที่ตัวเองไม่ได้ทำ เช่น ไปอ่านงานที่คิดว่าอยากมีชื่อตัวเองใน paper นั้นๆแล้วใช้เงินไปซื้อตำแหน่งของการเป็นผู้แต่ง หรือ ผู้นิพนธ์ ในงานวิจัย ชื่อแรกก็จะแพงหน่อย ชื่อกลางๆก็จะถูกหน่อย

เมื่อได้จำนวนผู้แต่งครบแล้ว งานวิจัยผีๆนี้ก็ส่งไปตีพิมพ์โดยคนที่จ่ายเงินเป็นผู้แต่งก็จะไปสามารถ claim ผลงานทางวิชาการ หรือ ไปใช้ขอทุนจากหน่วยงานต่างๆเพื่อถอนทุนคืนได้ งานวิจัยที่ออกมาจะมีผู้แต่งแบบหลากหลายสถาบัน หลายประเทศที่ไม่เคยเห็นหน้า หรือรู้จักกันเลย พฤติกรรมแบบนี้ไม่แตกต่างจากการคอรัปชั่นที่เกิดขึ้นในวงการราชการเลย ที่เสียใจคือ เห็นชื่อนักวิจัยของไทยในงานแบบนี้ด้วย”

จากนั้น ดร.อนันต์ ได้โพสต์ข้อความอีกครั้งในวันที่ 8 ม.ค. 2566 ว่า “วารสารวิชาการที่สามารถพบงานวิจัยผีๆที่วางขายสิทธิ์การเป็นผู้แต่งไม่ได้จำกัดอยู่ในวารสารที่อยู่ในระดับล่างๆเท่านั้น วารสาร Vacuum ของสำนักพิมพ์ Elsevier มีค่า Impact factor สูงถึง 4.11 ก็พบว่าสามารถมีงานวิจัยนำไปลงตีพิมพ์ได้ นอกจากนี้งานวิจัยที่ลงตีพิมพ์ไม่ได้จำกัดอยู่แค่ Review article แต่เป็น Research article ซึ่งต้องลงข้อมูลทางเทคนิค การวิเคราะห์ผล ตลอดจนการสังเคราะห์งานวิจัยออกมา ซึ่งถ้าผ่านมาให้ลงวารสารระดับนี้ได้ แสดงว่าต้องมีข้อมูลดิบไว้ยืนยันได้ มี lab notebook มายืนยันว่าทำ experiment ไหนใน paper นี้

เมื่อดูรายละเอียดการมีส่วนร่วมของผู้แต่งแต่ละคน โดยเฉพาะผู้แต่งที่มาจากประเทศไทย จะเป็นอะไรที่น่าทึ่งมากๆครับที่บุคลากรใน Faculty of Nursing จะสามารถเขียนวารสารวิชาการในหัวข้อเชิงเทคนิคได้ขนาดนี้ และ ยากที่จะเชื่อว่าจะมีเทคนิคส่วนไหนในงานนี้เกี่ยวข้องกับงานด้านพยาบาล หรือ Occupational therapy เลย…แถมหนึ่งในนั้นมีหน้าที่ Funding acquisition หาทุนมาให้คณะผู้วิจัยด้วย!

จุดที่พีคที่สุดคือ corresponding author หรือ ผู้นิพนธ์หลักสำคัญที่สุด เป็นนักวิจัยจากอินโดนีเซีย มาจาก Faculty of Law ซึ่งไม่มีหน้าที่อะไรใน paper นี้เลยจากข้อมูลที่ระบุใน paper เพียงจ่าย $1000 ตามที่ระบุใน website ก็สามารถได้เป็น 1st Author และ Corresponding author ได้ตามต้องการ ปล. ข้อมูลทั้งหมดนี้ผมไม่ได้เป็นคนหาเองด้วยนะครับ แต่เป็นนักวิจัยต่างชาติเอามา post ใน website ที่รวบรวมงานวิจัยต่างๆที่มีปัญหา”

https://www.facebook.com/plugins/post.php?href=https%3A%2F%2Fwww.facebook.com%2Fanan.jongkaewwattana%2Fposts%2Fpfbid0Z1S8q7cgS1hp6adzh833AgzBH9RzZYdAQJQ3nWcXez41KGJnAg4mAdKSzUedQcSdl&show_text=true&width=500

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2566(2023), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

‘ปักกิ่ง’ ปรับมาตรการป้องกัน-ควบคุมการแพร่ระบาด ตั้งแต่วันที่ 8 มกราฯ

Posted on January 9, 2023 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/703008

'ปักกิ่ง' ปรับมาตรการป้องกัน-ควบคุมการแพร่ระบาด ตั้งแต่วันที่ 8 มกราฯ

‘ปักกิ่ง’ ปรับมาตรการป้องกัน-ควบคุมการแพร่ระบาด ตั้งแต่วันที่ 8 มกราฯ

วันจันทร์ ที่ 9 มกราคม พ.ศ. 2566, 14.17 น.

ตั้งแต่วันที่ 8 มกราคม จีนได้ดำเนินมาตรการที่เกี่ยวข้องกับการป้องกันรักษาการแพร่ระบาด 5 ประการ ได้แก่ การปรับลดระดับการจัดการโรคโควิด-19 จากโรคติดเชื้อประเภท A เป็นโรคติดเชื้อประเภท B โดยจีนจะเปลี่ยนการจากการมุ่งสกัดกั้นการติดเชื้อมาเป็นการมุ่งดูแลผู้ป่วยที่ติดเชื้อและป้องกันผู้ป่วยที่มีอาการรุนแรง

ส่วนมาตรการการเดินทางเข้าจีนนั้นจำเป็นต้องตรวจโควิด หรือ PCR 48 ชั่วโมง ก่อนเดินทางพร้อมกรอกข้อมูลในระบบของ ตม.จีนจากประเทศต้นทาง ขณะเดียวกันก็ได้ประกาศลดระดับความรุนแรงของโรคจากประเภท A เป็นประเภท B 

แผนโดยทั่วไปเกี่ยวกับงานป้องกันการแพร่ระบาดโควิด-19 ในกรุงปักกิ่ง เน้นการตรวจสอบและการเตือนล่วงหน้า เน้นการบริการสุขภาพเขตชุมชนที่สำคัญ เน้นการป้องกันและควบคุมในพื้นที่ชนบท โรงเรียนและบ้านพักคนชรา ซึ่งหมายความว่าตั้งแต่วันที่ 8 มกราคม การเปลี่ยนแปลงเหล่านี้เกี่ยวข้องโดยตรงกับชีวิตของเรา การทดสอบกรดนิวคลีอิกปักกิ่งใช้แบบหลอดคนเดียว ยกเลิกการทดสอบร่วม ในทุกถนนมีการจัดตั้งสถานที่ทำการเก็บตัวอย่างกรดนิวคลีอิก  3 ถึง 5 แห่ง เพื่อความสะดวกกับประชาชนที่ทำการตรวจกรดนิวคลีอิก  และ พร้อมปรับแบบไดนามิกตามการเปลี่ยนแปลงของสถานการณ์การแพร่ระบาด ผู้อยู่อาศัยในชุมชน (หมู่บ้าน) สามารถตรวจสอบกรดนิวคลีอิกตามความจำเป็นโดยไม่บังคับ และไม่มีการตรวจคัดกรองกรดนิวคลีอิกของคนทั้งหมดอีกต่อไป  ในรถไฟใต้ดินและร้านหนังสือไม่มีการวัดอุณหภูมิร่างกายและไม่สแกนรหัสสุขภาพอีกต่อไป

กระทรวงคมนาคมประกาศว่าตั้งแต่วันที่ 8 มกราคม จะยกเลิกข้อกำหนดที่ต้องตรวจวัดอุณหภูมิผู้โดยสารในขณะที่เดินทางด้วยยานพาหนะสาธารณะในสถานีขนส่งผู้โดยสาร รถไฟใต้ดินกรุงปักกิ่งจะไม่มีการวัดอุณหภูมิของผู้โดยสารที่เข้าสู่สถานีอีกต่อไป ในเวลาเดียวกัน ก็ยังคงขอความร่วมมือผู้ที่มีอาการไข้หรือผู้ติดเชื้อโควิด-19 ต้องหลีกเลี่ยงการใช้รถสาธารณะ  

ตั้งแต่วันที่ 8 มกราคม ยกเลิกมาตรการที่สแกนรหัสสุขภาพในร้านหนังสือทั่วเมือง โรงเรียนอนุบาล โรงเรียนและมหาวิทยาลัยจะไม่ทำการคัดตรวจกรดนิวคลีอิกให้กับนักเรียนทุกคนอีกต่อไป ครูและนักเรียนไม่จำเป็นต้องให้ใบรับรองกรดนิวคลีอิกในการเข้าออกประตูโรงเรียนและพื้นที่สาธารณะในโรงเรียน ในขณะที่ไม่มีสภาพการแพร่ระบาด บุคคลนอกมหาวิทยาลัยจะสามารถเข้ามหาวิทยาลัยได้โดยไม่ต้องมีผลตรวจ

การเข้าสู่บ้านพักคนชราจะต้องตรวจและมีใบรับรองที่เป็นลบของกรดนิวคลีอิก 48 ชั่วโมงและผลการตรวจแอนติเจนหน้าสถานที่   เจ้าหน้าที่ของบ้านพักคนชราต้องมีผลตรวจกรดนิวคลีอิก 48 ชั่วโมงและผลการตรวจจับแอนติเจนในวันเดียวกันจึงจะทำงานได้ 

ยกเลิกข้อกำหนดการตรวจกรดนิวคลีอิกในร้านอาหาร สถานบันเทิงและสถานที่ออกกำลังกายในร่ม ไม่สแกนรหัสสุขภาพอีกต่อไปในอาคารพาณิชย์ และการจำกัดการไหลเวียนของสถานบันเทิงต่างๆ และในขณะที่ไม่มีการแพร่ระบาด ไม่ใช้มาตรการจำกัดจำนวน

ตามหลักการ “ควรจัดให้หมด ควรเปิดให้หมด” โรงพยาบาลระดับที่สองขึ้นไปและสถาบันทางการแพทย์และสุขภาพพื้นฐานต่างๆ ต้องจัดตั้งคลินิกผู้ป่วยที่มีไข้ และเตรียมพร้อมสรรพกําลังทางการแพทย์ที่เพียงพอและเปิดตลอด 24 ชั่วโมง

ตั้งแต่เวลา 00.00 น. ของวันที่ 8 มกราคม ยกเลิกมาตรการต้องแวะเมืองหน้าด่านตามที่กำหนด ในเที่ยวบินโดยสารระหว่างประเทศที่มีจุดหมายปลายทางคือกรุงปักกิ่ง    ตามแผนเที่ยวบินล่าสุดเที่ยวบินระหว่างประเทศของสายการบินแอร์ไชน่าจำนวน  17 เที่ยวบิน ได้นำร่องฟื้นฟูการกลับมาบินตรง และเที่ยวบินระหว่างประเทศที่มีจุดหมายปลายทางอื่น ๆ จะทยอยปรับเช่นกัน.-008 

แปลเรียบเรียงโดยภาคภาษาไทย ศูนย์เอเชียแอฟริกา สถานีวิทยุและโทรทัศน์ส่วนกลางแห่งประเทศจีน (CMG)

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2566(2023), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

บวชแล้ว! ‘พระโตโน่’ได้รับฉายา’สุทธิสัทโธ’ แปลว่า ‘ผู้มีจิตบริสุทธิ์’

Posted on January 9, 2023 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/702984

บวชแล้ว! 'พระโตโน่'ได้รับฉายา'สุทธิสัทโธ' แปลว่า 'ผู้มีจิตบริสุทธิ์'

บวชแล้ว! ‘พระโตโน่’ได้รับฉายา’สุทธิสัทโธ’ แปลว่า ‘ผู้มีจิตบริสุทธิ์’

วันจันทร์ ที่ 9 มกราคม พ.ศ. 2566, 13.19 น.

วันที่ 9 ม.ค.66 เมื่อเวลา 09.09 น. ที่วัดพระธาตุพนมวรมหาวิหาร พระอารามหลวง อ.ธาตุพนม จ.นครพนม ที่ประดิษฐานองค์พระธาตุพนม โดยภายในบรรจุพระอุรังคธาตุหรือกระดูกส่วนหน้าอกของพระพุทธเจ้า อายุเก่าแก่กว่า 2,500 ปี อันเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่เคารพศรัทธาของพุทธศาสนิกชน ทั้งชาวไทยชาวลาวสองฝั่งแม่น้ำโขง ในการนี้พระเทพวรมุนี  เจ้าอาวาสวัดพระธาตุพนมฯ/ที่ปรึกษาเจ้าคณะภาค 10 ในฐานะประธานสงฆ์ และเป็นพระอุปัชฌาย์ ในพิธีอุปสมบทหมู่นาค 2 คู่ ประกอบด้วย นาคโตโน่-ภาคิน คำวิลัยศักดิ์ ฉายา สุทธิสัทโธ แปลว่าผู้มีจิตบริสุทธิ์ พร้อมนาคอีก 3 คน

ประกอบด้วย นาคชูชาติ ไทยแย้ม ฉายาฐิตายุโก นาควรวัฒน์ สภาวสุ ฉายาฐิตุเปกโข และ นาคฉัตรินทร์ วุฒิสิริบูรณ์ ฉายา เอกคคจิตโต พ่อนาคทั้งสามถือเป็นทีมที่ร่วมโครงการว่ายน้ำข้ามโขง หนึ่งคนว่ายหลายคนให้ เพื่อรับบริจาคช่วยเหลือโรงพยาบาลนครพนม และโรงพยาบาลแขวงคำม่วน เมื่อวันที่ 22 ตุลาคม 25656 ที่ผ่านมา จนประสบความสำเร็จได้ยอดบริจาค เป็นเงินจำนวนกว่า 87 ล้านบาท ตามที่เป็นข่าวโด่งดังมาก่อนหน้านี้แล้ว

ผู้สื่อข่าวได้รายงานบรรยากาศในพิธีอุปสมบทนาคโตโน่ว่า ก่อนเข้าพิธีอุปสมบท มีการจัดขบวนแห่แบบเรียบง่าย มีเพียงเครื่องอุปสมบทหรือกองบวช ได้แก่ ผ้าไตร จีวร บาตร และตาลปัตร ตามหลักพระพุทธศาสนา โดยจัดขบวนแห่เวียนรอบองค์พระธาตุพนม 3 รอบ ก่อนที่จะเข้าประกอบพิธีอุปสมบทภายในอุโบสถ วัดพระธาตุพนมวรมหาวิหาร พระอารามหลวง โดยมีพลังศรัทธาสาธุชนทั้งชาวไทย-ลาว ประชาชน นักท่องเที่ยว ตลอดจนแพทย์ พยาบาลจากโรงพยาบาลนครพนม และโรงพยาบาลเมืองท่าแขก แขวงคำม่วน สปป.ลาว ร่วมอนุโมทนาบุญในครั้งนี้ด้วย 

สำหรับการประกอบพิธีอุปสมบท มีพระเทพวรมุนี เจ้าอาวาสวัดพระธาตุพนมฯ/ที่ปรึกษาเจ้าคณะภาค 10 ในฐานะประธานสงฆ์ และเป็นพระอุปัชฌาย์ พร้อมด้วย พระราชสิริวัฒน์ เจ้าคณะจังหวัดนครพนม เป็นพระกรรมวาจาจารย์ ส่วน พระศรีวิสุทธิเมธี รองเจ้าอาวาสวัดพระธาตุพนมฯ เป็นพระอนุสาวนาจารย์ นอกจากนี้ยังมีพระนั่งอันดับอีก 10 รูป ในการประกอบพิธีดังกล่าว ทั้งนี้หลังพิธีอุปสมบทเป็นพระภิกษุแล้ว พระทั้ง 4 รูปจะได้ตั้งใจประกอบกิจวัตรสงฆ์ 10 ประการ ตามหลักพระพุทธศาสนา พร้อมสวดมนต์เจริญภาวนา ตลอดระยะเวลา 7 วันในการอยู่ใต้ร่มผ้ากาสาวพัสตร์

นอกจากนี้ทางพระโตโน่-ภาคิน คำวิลัยศักดิ์ ตั้งใจที่จะจำวัดที่วัดพระธาตุพนมวรมหาวิหาร รวม 3 วัน ก่อนที่จะเดินทางข้ามแม่น้ำโขงไปจำวัด เจริญภาวนา ที่วัดพระธาตุศรีโคตรบูร แขวงคำม่วน สปป.ลาว ก่อนที่จะกลับมาลาสิกขากับพระอุปัชฌาย์ที่วัดพระธาตุพนมวรมหาวิหาร ถือเป็นอานิสงส์อันยิ่งใหญ่

โดยตามหลักพระพุทธศาสนา บัญญัติไว้ว่าหากชายใดที่เข้าพิธีอุปสมบทถือเป็นอานิสงส์อันยิ่งใหญ่ ส่งผลบุญ 3 ประการ คือ เกิดอานิสงส์ต่อตนเอง เกิดอานิสงส์ต่อผู้มีพระคุณบุพการี บิดามารดา ที่สำคัญยังเกิดอานิสงส์เป็นการสืบทอดส่งเสริมพระพุทธศาสนา – 003 

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2566(2023), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

‘ทนายตั้ม’แถลงเพิ่มข้อมูล‘อดีตรองนายกฯ’เล่นชู้ ออกจาก‘พท.’แล้ว-จ่อร้อง‘รอง ผบ.ตร.’

Posted on January 9, 2023 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/702980

‘ทนายตั้ม’แถลงเพิ่มข้อมูล‘อดีตรองนายกฯ’เล่นชู้ ออกจาก‘พท.’แล้ว-จ่อร้อง‘รอง ผบ.ตร.’

‘ทนายตั้ม’แถลงเพิ่มข้อมูล‘อดีตรองนายกฯ’เล่นชู้ ออกจาก‘พท.’แล้ว-จ่อร้อง‘รอง ผบ.ตร.’

วันจันทร์ ที่ 9 มกราคม พ.ศ. 2566, 12.59 น.

‘ทนายตั้ม’แถลงเพิ่มข้อมูล‘อดีตรองนายกฯ’เล่นชู้ ออกจาก‘พท.’แล้ว-จ่อร้อง‘รอง ผบ.ตร.’

9 มกราคม 2566 ความคืบหน้ากรณีนายษิทรา เบี้ยบังเกิด หรือ “ทนายตั้ม” เลขาธิการมูลนิธิทีมงานทนายประชาชนฯ โพสต์ภาพชายหญิงคู่หนึ่งลงเพจเฟซบุ๊ก “ษิทรา เบี้ยบังเกิด เลขาธิการมูลนิธิทีมงานทนายประชาชนฯ” พร้อมระบุว่ามีชายรายหนึ่งมาขอความช่วยเหลือ หลังพบว่าภรรยาเป็นชู้กับอดีตรองนายกรัฐมนตรี ทำให้สังคมต่างวิพากษ์วิจารณ์ว่าอดีตรองนายกฯผู้นี้เป็นใคร (อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง : เขาคือใครหนอ!บอกใบ้‘อดีตรองนายกฯ’ถูกฟ้องเป็นชู้เมียชาวบ้าน)

ล่าสุดช่วงสายวันนี้ (9 ม.ค.66) ที่สำนักงาน sittra law firm ถนนสาทรใต้ แขวงยานนาวา เขตสาทร กทม. นายษิทรา แถลงว่า สืบเนื่องจากนาย ก. มาปรึกษาตนว่าภรรยาทำงานอยู่โรงแรม 5 ดาวแห่งหนึ่ง มีท่าทีเปลี่ยนไปจึงสังเกตพฤติกรรม เปิดโทรศัพท์ดูเจอข้อความสนทนาทางไลน์กับผู้ชายคนหนึ่ง และยังพบภาพเปลือยของทั้ง 2 คนถ่ายเก็บบันทึกไว้ในโทรศัพท์มือถือ เหตุเกิดช่วงตุลาคมปี 2565

ต่อมานาย ก. ได้สอบถามตนว่าจะทำอะไรได้บ้าง รู้สึกเสียใจกับภรรยา อีกทั้งผู้ชายที่มีสัมพันธ์กับภรรยาเป็นอดีตรองนายกรัฐมนตรีอักษรย่อ “ย.ยักษ์” คนหนึ่ง แต่ภรรยาไม่ยอมหย่า จึงให้คำปรึกษาว่ากรณีนี้ไม่ใช่คดีอาญา แต่สามารถฟ้องแพ่งเรื่องชู้สาวเรียกค่าทดแทนได้ทั้งภรรยาและชู้ ซึ่งได้มีการฟ้องศาลเยาวชนและครอบครัวกลาง คดีแพ่งเรียกค่าเสียหายไปเมื่อเดือน ธ.ค.2565 และจะมีการนัดไต่สวนเดือนมีนาคมที่จะถึงนี้

“ทนายตั้ม” เปิดเผยอีกว่า ระหว่างที่สามีของผู้หญิงทราบเรื่อง อดีตรองนายกรัฐมนตรีจึงพยายามตีตัวออกห่าง พร้อมฟ้องภรรยาของผู้เสียหายว่าหลอกลวงเงินให้คืนทรัพย์สินต่างๆ และทั้ง 3 คนได้นัดเจรจาคดีความนี้กันที่ สน.บางยี่ขัน โดยนาย ก.อ้างว่ามีกลุ่มชายฉกรรจ์เข้ามาในโรงพัก มีพฤติกรรมข่มขู่ที่โรงพักและตามมาคุกคามถึงที่บ้าน ผู้เสียหายจึงกังวลในเรื่องของความปลอดภัย นำข้อมูลนี้มาปรึกษา เพื่อให้เปิดเผยเรื่องราวนี้ต่อสื่อมวลชนออกสู่สาธารณะเพื่อป้องกันตัวหากเป็นอะไร และอยากให้ประชาชนได้รู้พฤติกรรมของนักการเมืองใหญ่คนนี้

นายษิทรา กล่าวอีกว่า เรื่องนี้ตนได้ร้องเรียนไปที่ รอง ผบ.ตร. แล้ว ทำให้คุณ ก. อยากให้เรื่องนี้เผยแพร่ต่อสื่อฯ เนื่องจากว่าหากเขาเป็นอะไรขึ้นมา จะได้รู้ว่าใครเป็นคนทำ เพราะเขาไม่มีศัตรูคนอื่น อีกทั้งคนนี้เป็นถึงอดีตรองนายกฯ ควรมีจริยธรรม ไม่ควรมายุ่งกับคนที่มีสามีแล้ว แต่ที่บอกชื่อไปตรงๆไม่ได้ รวมถึงไม่ไปเอ่ยถึงพรรค หรืออยู่ในนายกฯสมัยไหน เพราะเราก็ต้องเซฟตัวเองด้วย

“อดีตรองนายกรัฐมนตรีอักษรย่อ “ย.ยักษ์” บุคคลดังกล่าวเป็นอดีตรองนายกรัฐมนตรี เกี่ยวข้องกับกระทรวงมหาดไทย เป็นผู้ที่ชอบกีฬากอล์ฟ แต่ไม่ชอบสนามกอล์ฟอัลไพน์ รวมถึงไม่มียศทางตำรวจ อายุมากแล้ว ไม่เกี่ยวข้องกับพรรคเพื่อไทย เพราะออกจากพรรคตั้งแต่ปี 2561 ส่วนจะเคยมีพฤติกรรมลักษณะชู้สาวกับบุคคลอื่นอีกหรือไม่ คงไม่สามารถตอบได้ แต่กับลูกความตัวเอง ถือว่ามีหลักฐานข้อความแชท รูปภาพครบถ้วนชัดเจน ดังนั้นการที่บุคคลที่รู้ตัวเองอยู่แล้ว ออกมาปฏิเสธ ถือว่าไม่มีความรับผิดชอบ ซึ่งผมจะเข้าไปยื่นหนังสือข้อมูลหลักฐานถึง รอง ผบ.ตร.อีกครั้ง ภายในอาทิตย์นี้” นายษิทรา กล่าว

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2566(2023), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ใจร้ายใจดำ!! วางยาเบื่อน้องหมาตายเกลื่อน 16 ตัว

Posted on January 9, 2023 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/702979

ใจร้ายใจดำ!! วางยาเบื่อน้องหมาตายเกลื่อน 16 ตัว

ใจร้ายใจดำ!! วางยาเบื่อน้องหมาตายเกลื่อน 16 ตัว

วันจันทร์ ที่ 9 มกราคม พ.ศ. 2566, 12.54 น.

9 ม.ค.66 เพจเฟซบุ๊ก มูลนิธิวอชด็อก ไทยแลนด์ Watchdog Thailand Foundation – WDT ได้โพสต์ภาพสุนัขถูกวางยา โดยระบุข้อความว่า
“WDT ลงพื้นที่ตรวจสอบเหตุทารุณกรรมสัตว์วางยาเบื่อน้องหมาตายทรมาน 16 ชีวิต สันกำแพง เชียงใหม่ WDT รับทราบเหตุทารุณกรรมสัตว์สุดสลดน้องหมา 16 ชีวิตย่านสวนน้ำสันกำแพงถูกวางยาเบื่อตายเรียกไม่สามารถระบุตัวผู้ต้องสงสัยได้ เจ้าหน้าที่อาสามูลนิธิฯ ลงพื้นที่ พบเจ้าของหมาสี่ราย ยืนยันไม่เห็นการกระทำการดังกล่าว

กอปรกับน่าจะเป็นเวลากลางคืน เพราะได้ยินเสียงเห่าของสุนัขหลายตัวที่เตร่ไปมาในละแวกนั้น ตอนรุ่งเช้าสุนัขของตนวิ่งมาตายที่บ้านบ้าง ไปพบซากข้างถนนบ้าง จึงนำซากบางตัวมาวางเรียงกันเพื่อถ่ายรูป ฝังและเผา เจ้าของสุนัขไปเดินสำรวจบริเวณข้างถนนเข้าหมู่บ้าน พบซากโครงไก่มีกลิ่นยาพิษฉุนรุนแรง จึงเผาทำลายเพราะเกรงว่าอาจจะมีสุนัขตัวอื่นมากินและเป็นอันตรายถึงชีวิตอีก

เจ้าของสามคนเป็นญาติกันและปลูกบ้านอยู่เรียงกัน โดยได้รับการอนุเคราะห์ที่ดินปลูกสร้างจากพี่ชายผู้เป็นเจ้าของที่และเจ้าของโรงแรมที่อยู่บริเวณด้านหน้า เจ้าของสุนัขแสดงความโศกเศร้าเสียใจกับการถูกวางยาพิษจนถึงแก่ความตาย แต่แสดงความอึดอัดใจและยืนกรานปฏิเสธที่จะระบุผู้ต้องสงสัย



ทั้งนี้จากการพูดคุยในเชิงลึกย่อมไม่ยากนักที่จะเดาว่าใครเป็นผู้กระทำหรือจ้างวาน ! เห็นไหมครับ ทั้งๆที่รู้ว่าใครทำ แต่ก็น้ำท่วมปาก…สุดที่จะพูดความจริงได้ เป็นอีกครั้ง ที่ในคดีวางยาเบื่อน้องหมาที่ทำให้น้องหมาต้องตายอย่างทุกข์ทรมานที่สุดไม่สามารถที่จะดำเนินคดีกับคนผิดได้ 

WDT ได้แต่ประสานเทศบาลเมืองต้นเปาส่งเจ้าหน้าที่สาธารณสุขมาร่วมตรวจสอบที่เกิดเหตุพร้อมเตรียมป้องปรามด้วยการติดป้ายป้องปรามการทารุณกรรมสัตว์พร้อมกำหนดโทษจำคุกไม่เกินสองปีปรับไม่เกิน 40,000 บาท ด้วยหวังว่า คนใจร้ายจะยุติการกระทำอันโหดเหี้ยมนี้ RIP 16 ชีวิตไร้เดียงสา หมาสันกำแพง เชียงใหม่” .-008 
ขอบคุณภาพและข้อมูลจาก : มูลนิธิวอชด็อก ไทยแลนด์ Watchdog Thailand Foundation – WDT

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2566(2023), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

วอนช่วยเหลือ! ชาย52ปีโชคร้าย ฉีดยาแก้ปวดหลังจนพิการเดินไม่ได้

Posted on January 9, 2023 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/702966

วอนช่วยเหลือ! ชาย52ปีโชคร้าย ฉีดยาแก้ปวดหลังจนพิการเดินไม่ได้

วอนช่วยเหลือ! ชาย52ปีโชคร้าย ฉีดยาแก้ปวดหลังจนพิการเดินไม่ได้

วันจันทร์ ที่ 9 มกราคม พ.ศ. 2566, 11.43 น.

เมื่อวันที่ 9 มกราคม 2566 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ได้รับแจ้งจากพลเมืองดี ว่ามีชายหลังจากไปฉีดยาแก้ปวดหลัง พอกลับมาที่บ้านพิการเดินไม่ได้ ใช้ชีวิตอยู่ด้วยความยากลำบาก ที่บ้านกองแป่ม ตำบลหนองสวรรค์ อำเภอเมือง จังหวัดหนองบัวลำภู 

หลังจากนั้นผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปตรวจสอบ พบนายกิตติชัย ผาเนตร อายุ 52 ปี ที่อยู่ 137 หมู่ที่ 5 บ้านกองแป่ม ตำบลหนองสวรรค์อำเภอเมือง จังหวัดหนองบัวลำภู เป็นผู้พิการทางการเคลื่อนไหว และใกล้ๆกันพบนางฉวี ผาเนตร อายุ 42 ปี ผู้เป็นภรรยาดูแลเช็ดเนื้อเช็ดตัวให้อยู่ไม่ห่าง

โดยนายกิตติชัย ผาเนตร ได้เล่าให้ผู้สื่อข่าวฟังว่า เมื่อประมาณปี 2564 ตนเองได้ปวดขาและหลัง จึงได้เดินทางไปฉีดยากับชายคนนึ่ง อยู่ในเขตเทศบาลเมืองหนองบัวลำภู หลังจากที่ฉีดยาเสร็จ กลับมาที่บ้านมีอาการชาตามแขนตามขา และพอวันรุ่งขึ้นขาทั้งของข้างอ่อนแรงเดินไม่ได้  จึงได้กลับไปหาชายคนที่ฉีดยาให้ตนเอง

โดยชายคนดังกล่าวได้บอกว่า ให้ตนเองกลับมาฝังเข็ม และให้เงินตนเองเป็นจำนวนเงิน 7,000 บาท เป็นค่าเดินทางให้มาฝังเข็มจำนวน 10 ครั้ง แต่อาการก็ไม่ดีขึ้น จึงได้ไปรักษาตัวที่โรงพยาบาลหนองบัวลำภู และส่งต่อไปรับการรักษาที่โรงพยาบาลอุดรธานี 

ต่อมาแพทย์ได้แจ้งกับตนเองว่า ไขกระดูกสันหลังอักเสบ ซึ่งตนเองก็ไม่แน่ใจว่าเกิดจากชายคนที่ฉีดยาให้ตัวเองหรือเปล่า เพราะชายคนดังกล่าวบอกตนเองว่า ถึงไม่มาฉีดยาตนเองก็เดินไม่ได้อยู่ดีเพราะที่ผ่านมาตนเองเคยปวดหลังและปวดขา ได้ไปฉีดยากับชายคนดังกล่าวมาแล้ว 2 ครั้ง แต่อาการก็ทุเลาแต่ก็ยังไม่หาย แต่พอกลับไปฉีดครั้งที่ 3 ทำให้เดินไม่ได้จนถึงปัจจุบัน 

โดยทางด้านนางฉวี ผาเนตร ภรรยาได้เล่าให้ผู้สื่อข่าวฟังทั้งน้ำตาว่า ตอนนี้ใช้ชีวิตอยู่ด้วยความยากลำบาก  เวลาสามีจะเข้าห้องน้ำลำบากมาก อยากให้ผู้ใจบุญมาช่วยปรับปรุงห้องน้ำให้ ตนเองมีบุตรด้วยกัน 2 คน คนโตเป็นผู้หญิงได้แยกไปมีครอบครัวและทำงานอยู่ที่ต่างจังหวัด โดยได้นำหลานมาฝากไว้ให้ตนเลี้ยง และส่งเงินมาให้เพื่อเป็นค่าดูแลหลาน

‘ไหนจะค่านมค่าอาหารแทบจะไม่พอ ส่วนลูกชายคนเล็กก็อยู่ในวัยเรียน ซึ่งตอนนี้ตนเองนำบ้านที่อยู่อาศัย ไปจำนองไว้ที่ ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร ( ธกส.) ประมาณเกือบ 3 แสนบาท เพื่อนำไปรักษาอาการป่วยของสามี และเป็นหนี้นอกระบบอยู่ประมาณ 50,000 บาท จนถึงเดี๋ยวนี้ก็ยังไม่มีเงินที่จะชดใช้หนี้’

ส่วนแพมเพิสก็มีราคาแพงและต้องใช้ทุกวัน หลังจากที่ปฏิบัติดูแลสามีแล้ว ตนเองก็จะขับรถตระเวนไปขายน้ำหวานตามหมู่บ้านมีรายได้วันละ 200 – 300 บาท บางวันก็ขายไม่ได้ ส่วนสามีก็ได้เงินจากเบี้ยคนพิการเดือนละ 800 บาท ตนเองรักสามีมากจึงต้องทนต่อสู้หาเงินมาดูแล 4 ชีวิต ซึ่งก่อนหน้านี้สามียังไม่พิการก็เป็นเสาหลักของครอบครัว

จึงวอนผู้ใจบุญอยากจะช่วยเหลือตนเองและครอบครัว สามารถบริจาคสิ่งของมาได้ที่ นายกิตติชัย ผาเนตร ที่อยู่ 137 หมู่ที่ 5 บ้านกองแป่ม ตำบลหนองสวรรค์อำเภอเมือง จังหวัดหนองบัวลำภู 39000 หรือบริจาคเงินได้ที่ธนาคารออมสิน ชื่อนางฉวี ผาเนตร เลขที่บัญชี 0530 8078 8754 หรือโทรสอบถามที่เบอร์ของตนเอง 093 557 4498 .012

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2566(2023), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ประธานสลากรายย่อยเลย แจ้งจับ’นอท กองสลากพลัส’ ข้อหาหมิ่นประมาท

Posted on January 9, 2023 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/702961

ประธานสลากรายย่อยเลย แจ้งจับ'นอท กองสลากพลัส' ข้อหาหมิ่นประมาท

ประธานสลากรายย่อยเลย แจ้งจับ’นอท กองสลากพลัส’ ข้อหาหมิ่นประมาท

วันจันทร์ ที่ 9 มกราคม พ.ศ. 2566, 11.28 น.

9 มกราคม 2566 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 9 มกราคม 66 ที่สภ.เมืองเลย นายจีระศักดิ์ น้อยก่ำ หรือ สจ.โก้ ประธานชมรมเครือข่ายผู้ค้าสลากรายย่อย จ.เลย พร้อมทนายเข้าแจ้งความดำเนินคดีกับ ‘นอท’ หรือนายพันธ์ธ วัชนาควิสุทธ์ ผู้บริหารกองสลากพลัส กับ ร.ต.ท.ณัฐสิทธิ์ สิทธิเชียงพิณรอง สว.(สอบสวน) สภ.เมืองเลย ในข้อหาหมิ่นประมาทพรบ.คอมพิวเตอร์ โดยได้เดินทางมาพร้อมกับทนายความและสมาชิกในชมรมฯ 

นายจีระศักดิ์ น้อยก่ำ กล่าวว่า ในช่วงของวันที่ 23 ธันวาคม 65 นายนอท หรือนายพันธ์ธวัช นาควิสุทธ์ ผู้บริหารกองสลากพลัสได้ลงข้อความในเฟสบุ๊คในข้อความว่า 

“ไอ้อดีต สจ.เลย นี่เคยทำงานกับกูด้วยนะหลอกว่าจะหาหวยให้กู เอาเงินไป 4-5 แสนงานก็ไม่ได้ที่มาชุมชุนรอบล่าสุด มีคนโยนหวยไป 3,000 เล่มเผ่นกลับเงียบเลย ไอ้พวกขายเกินราคา ก่อนหน้าจะมีแพลตฟอร์มกลุ่มพวกนี้ละเหลือบไรวงการลอตเตอรี่ตัวจริง”และในโพสต์ของวันที่ 23 ธ.ค. ยังได้เอาหนังสือสำเนาที่ผมเอาไปร้องตำรวจ และนายกรัฐมนตรี เอามาแนบและในหนังสือมีชื่อผมลงนามด้วยรวมทั้งมีชื่อของสมาคมของคนพิการด้วย

ข้อความเหล่านี้ทำให้ผมได้รับความเสียหาย และเรื่องที่เขาโพสลงมันไม่จริง แถมยังกล่าวร้ายได้รับความเสียหาย ทำให้เสียชื่อเสียงผมจึงขอปฏิเสธไม่เคยได้รับเงินทองจากคนๆนี้ และไม่เคยร่วมงานกันมีเพียงเขาเคยมาหาและบอกว่า พี่หาหวยให้หน่อยความจริงเครือข่ายของผมไม่มีหวย ไม่มีใครได้โควตาเยอะๆสมาชิกล้วนเป็นผู้ค้าสลากรายย่อย เดินขายตามต่างจังหวัด

เขาคงเข้าใจว่าผมเป็นพวกยี่ปั๊ว มีหวยอยู่ในมือเยอะมั่งเลยเข้ามาติดต่อมาขอซื้อลอตเตอรี่ในราคาไม่เกิน 80 บาท ผมยังบอกไปว่าจะไปหาที่ไหน ขนาดเครือข่ายยังซื้อเกินราคา 80 บาททั้งนั้น และอีกประเด็นยังใส่ร้ายว่า กองสลากให้ลอตเตอรี่ผมมา 3,000 ใบ เพื่อไม่ให้ไปประท้วงเรื่องพวกนี้ไม่เป็นความจริงแต่อย่างใดเลย ผมจึงมาแจ้งความดำเนินคดีในข้อหาหมิ่นประมาท พร้อมกับเรียกร้องความเสียหายทำให้เสียชื่อเสียง โดยผมได้มอบหมายให้ทนายไปดำเนินการต่อไป.012

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2566(2023), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

BamBam Family

BamBam Family

สถิติบล็อก

  • 2,919,167 hits

Join 4,115 other subscribers
Follow SootinClaimon.Com on WordPress.com

Categories

Top Posts & Pages

นายกฯสั่งเติมงบปี’70 เร่งเดินหน้าดับไฟใต้
อิหร่านเดือด! จ่อคุมช่องแคบฮอร์มุซอีก อ้างสหรัฐผิดสัญญา
DSIเข้มนัดง้างปากจันทร์นี้ เค้น8บ.น้ำมัน ดึงสตช./เจ้าท่าทำคดี
นางแบบเซ็กซี่ หมิง น่านฟ้า เจอทัวร์ลงหนักเหตุแคปภาพ เซบาสเตียน กดไลก์รัวๆ
รมต.อิหร่านเผย ยังไม่พร้อมเจรจาโดยตรงรอบใหม่กับสหรัฐฯ
ราชการแนวหน้า : สิทธิประโยชน์และสวัสดิการของข้าราชการและเจ้าหน้าที่ของรัฐ
โอ๊ยเล่าเรือง : ลี โครนิน เดอะ มัมมี่ (Lee Cronin's The Mummy)
มาครงเผย ทหารฝรั่งเศสดับในเลบานอน คาดฝีมือฮิซบอลเลาะห์
แนวหน้าวาทะเด็ด
ทรัมป์-อิหร่าน ไร้สัจจะ เทพไท อัดยับ! ทำตัวเป็นเด็กเล่นขายของ

Recent Posts

  • “หุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์” วิ่งแซงมนุษย์ขาดลอย ทุบสถิติโลกฮาล์ฟมาราธอนที่ปักกิ่ง
  • ทรัมป์เผยพบเอกสาร “น่าสนใจ” เกี่ยวกับยูเอฟโอ เตรียมเปิดเผยเร็ว ๆ นี้
  • แคลิฟอร์เนียสั่งจำคุก 3 ราย “ใส่ชุดหมี” ข่วนรถหรู หวังเคลมเงินประกันหลักล้าน
  • “มาชาโด” เจ้าของโนเบลสันติภาพเวเนซุเอลา ขอบคุณ “ทรัมป์” ยอมเสี่ยงเพื่อเสรีภาพ
  • ทุบสถิติประมูล “เสื้อชูชีพ” ผู้รอดชีวิตไททานิกปิดที่เกือบ 29 ล้านบาท

ป้ายกำกับ

  • 2559(2016)
  • 2564(2021)
  • entertain
  • naewna
  • The Nation
  • การเมือง
  • ต่างประเทศ
  • บันเทิง
  • ผู้หญิง
  • แนวหน้า
  • RSS - Posts
  • RSS - Comments

Archives

Follow Us

  • https://soclaimon.tumblr.com/
  • https://www.facebook.com/soclaimon
  • https://www.instagram.com/sootinclaimon/
  • https://www.facebook.com/SootinClaimon/
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100001170824639
  • https://www.facebook.com/pompam.pp
  • https://www.facebook.com/toraman666
  • https://www.facebook.com/apich214
  • https://www.facebook.com/samabat.klaimon
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100005312762480
  • https://www.facebook.com/jirasuda.manomaiyanon
  • https://www.facebook.com/eikpakkred
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100003091451547
Blog at WordPress.com.
  • Subscribe Subscribed
    • SootinClaimon.Com
    • Join 1,657 other subscribers
    • Already have a WordPress.com account? Log in now.
    • SootinClaimon.Com
    • Subscribe Subscribed
    • Sign up
    • Log in
    • Report this content
    • View site in Reader
    • Manage subscriptions
    • Collapse this bar
 

Loading Comments...
 

    %d