Skip to primary content
Skip to secondary content

SootinClaimon.Com

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย2 [SartKasetDinPui2] : รวบรวม ข้อมูล เศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม เกษตร ดิน น้ำ ปุ๋ย

SootinClaimon.Com

Main menu

  • Home
  • KU23-2506
  • ข้อคิดความเห็น
  • ตระกูลคล้ายมนต์
  • ผมเองครับ
  • ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย1

Category Archives: ข่าว Like สาระ

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

เสนอตั้ง ‘เฮิร์บฮับ’ หลังทั่วโลกยอมรับสมุนไพรไทยคุณภาพสูง เชื่อเพิ่มมูลค่า 5 แสนล้านใน 5 ปี #SootinClaimon.Com

Posted on August 6, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/592854

เสนอตั้ง‘เฮิร์บฮับ’หลังทั่วโลกยอมรับสมุนไพรไทยคุณภาพสูง เชื่อเพิ่มมูลค่า 5 แสนล้านใน 5 ปี

เสนอตั้ง‘เฮิร์บฮับ’หลังทั่วโลกยอมรับสมุนไพรไทยคุณภาพสูง เชื่อเพิ่มมูลค่า 5 แสนล้านใน 5 ปี

วันพฤหัสบดี ที่ 5 สิงหาคม พ.ศ. 2564, 13.45 น.

นักออกแบบนโยบาย เสนอไทยจัดตั้ง “เฮิร์บฮับ” หรือเขตเศรษฐกิจนวัตกรรมสมุนไพร เพื่อให้โลกยอมรับสมุนไพรไทยเป็นส่วนประกอบสำคัญมูลค่าสูงในอุตสาหกรรม Health and Wellness พร้อมยกสมุนไพรที่มีศักยภาพสูงอย่างกระชายดำ ที่ปลูกได้แค่ในประเทศไทยและประเทศเพื่อนบ้าน ขณะที่ฟ้าทะลายโจรรองรับความต้องการของตลาดจากสถานการณ์ COVID-19 แนะปลดล็อกกฎระเบียบที่ไม่เอื้อต่อการพัฒนาธุรกิจบนฐานนวัตกรรม เชื่อสามารถเพิ่มมูลค่าผลิตภัณฑ์ได้ 5 แสนล้านบาทภายใน 5 ปี

สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2564 สำนักงานสภานโยบายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ (สอวช.) ร่วมกับ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี (มจธ.) จัดอบรมหลักสูตรการออกแบบนโยบายวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรม ต่อเนื่องเป็นรุ่นที่ 3 โดยใช้การเรียนในรูปแบบ Hybrid Learning System และ Learning Platform เนื้อหาหลักสูตรที่เน้นถึงการสนับสนุนการพัฒนาศักยภาพของบุคลากรให้มีความรู้และความสามารถในการออกแบบและจัดทำนโยบายด้านการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อววน.) รวมถึงการสร้างเครือข่ายของนักพัฒนานโยบาย อววน. โดยระยะเวลาในการอบรมตลอด 20 สัปดาห์ของหลักสูตร มีการเชิญวิทยากรทั้งจากภาครัฐและเอกชนระดับแนวหน้าของประเทศมาให้ความรู้อย่างเข้มข้น และมีการแบ่งกลุ่มเพื่อทำข้อเสนอนโยบายที่แต่ละกลุ่มสนใจและสามารถต่อยอดไปสู่นโยบายได้จริง โดยมีอาจารย์ที่ปรึกษาซึ่งล้วนเป็นผู้ทรงคุณวุฒิคอยให้คำแนะนำ

เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ผู้เข้าอบรมได้มีการนำเสนอข้อเสนอนโยบายทั้งสิ้น 10 กลุ่ม โดยหนึ่งในกลุ่มที่นำเสนอได้น่าสนใจคือ การออกแบบนโยบายเขตเศรษฐกิจนวัตกรรมสมุนไพร “Economic Zone of Innovation for Medicinal Herbs: EZI” หรือ เฮิร์บ ฮับ ซึ่งกลุ่มผู้นำเสนอได้หยิบยกประเด็นความท้าทายในการนำประเทศไทยเป็นฮับสมุนไพรในอีก 10 ปี ข้างหน้า โดยมองว่าผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพและสมุนไพรในตลาดโลกมีแนวโน้มการเติบโตสูงขึ้น 2 – 3 เท่าจากปัจจุบันที่ประเทศไทยมีมูลค่าการส่งออกผลิตภัณฑ์สมุนไพรประมาณ 100,000 ล้านบาทต่อปี โดยเป็นผลิตภัณฑ์อาหารเสริมถึง 80% ที่เหลือเป็นผลิตภัณฑ์อื่นๆ 20%

อย่างไรก็ตาม ผู้นำเสนอมองว่า ด้วยศักยภาพและโอกาสที่มีของไทยสามารถพัฒนาเข้าสู่ตลาดโลกได้ แต่ทั้งนี้ต้องขจัดปัญหาและข้อจำกัดต่าง ๆ ที่มีอยู่แบ่งเป็นด้านวัตถุดิบที่การบริหารจัดการไม่เป็นระบบ ส่งผลให้ปริมาณวัตถุดิบไม่เพียงพอต่อความต้องการ อีกทั้งคุณภาพของวัตถุดิบไม่เป็นไปตามมาตรฐาน มีการปนเปื้อนของสารเคมีและยาฆ่าแมลง ขาดสายพันธุ์ที่ดี และขาดองค์ความรู้และการถ่ายทอดแนวทางการปลูกอย่างมีคุณภาพ ส่งผลให้ได้ปริมาณสารออกฤทธิ์ไม่คงที่ ตลอดจนราคาซื้อขายยังไม่สม่ำเสมอ  ในด้านมาตรฐาน ยังขาดมาตรฐานการตรวจสอบย้อนกลับและความสามารถในการแข่งขันด้านราคา  ในด้านกฎระเบียบ พบว่ากฎหมายมีข้อจำกัดในด้านปริมาณสมุนไพรที่ใช้ได้ ตลอดจนการกล่าวอ้างสรรพคุณ

นอกจากนี้ ยังมีกฎหมายต่างประเทศที่ใช้เป็นเครื่องมือในการกีดกันทางการค้าในกรณีการส่งออก  ในด้านงานวิจัย ยังขาดความเชื่อมโยงระหว่างนักวิจัยและผู้ประกอบการเพื่อนำงานวิจัยไปใช้ประโยชน์ ขาดการบริหารจัดการด้านทรัพย์สินทางปัญญาที่มีประสิทธิภาพ ขาดการสนับสนุนกลไกการขยายขนาดการผลิตจากระดับห้องปฏิบัติการสู่เชิงพาณิชย์ ขาดข้อมูลเชิงวิทยาศาสตร์รองรับสรรพคุณของสมุนไพร และสุดท้ายในด้านการตลาด ไม่มีตลาดสำหรับผลิตภัณฑ์สารสกัดหรือสมุนไพรมูลค่าสูงที่ชัดเจน ส่วนหนึ่งเป็นผลจากการที่ผู้บริโภคในต่างประเทศยังไม่รู้จักสมุนไพรไทยและผู้ประกอบการไม่สามารถกล่าวอ้างสรรพคุณได้ นอกจากนี้ส่วนใหญ่ผู้ประกอบการในต่างประเทศเป็นผู้ทำการตลาด โดยไทยเป็นผู้ส่งออกวัตถุดิบ หรือทำผลิตภัณฑ์ OEM ให้กับแบรนด์ต่างประเทศ

“ปัญหาทั้งหมดที่กล่าวมาเป็นปัญหาเรื้อรัง จำเป็นต้องออกแบบการทำงานอย่างเป็นระบบ ตอนนี้ประเทศของเรามีกลไกด้านนโยบายที่สำคัญ 2 กลไก คือ 1. คณะกรรมการนโยบายสมุนไพรแห่งชาติ และ 2. BCG In Action แต่ยังเป็นในลักษณะทำงานตามภารกิจของตนเอง ทำให้ไม่สามารถไปสู่ระดับเป้าหมายของประเทศได้ ดังนั้นทางกลุ่มจึงได้ออกแบบนโยบายส่งเสริมตลาดผลิตภัณฑ์สมุนไพรทั้งภาครัฐและเอกชนในรูปแบบ EZI Herb Hubs เพื่อเชื่อมโยงการทำงานด้านนวัตกรรมระหว่างภาครัฐและเอกชนอย่างมีประสิทธิภาพ ตลอดจนอำนวยการความสะดวกให้เกิดพื้นที่แลกเปลี่ยนความรู้ และการไหลของข้อมูล อำนวยความสะดวกให้เกิดธุรกิจสมุนไพรบนฐานนวัตกรรม ปลดล็อคกฎระเบียบที่ไม่เอื้อต่อการพัฒนาธุรกิจสมุนไพรมูลค่าสูง เร่งพัฒนาบุคลากรเพื่อส่งเสริมการนำผลงานวิจัยไปใช้ประโยชน์ สร้างโครงสร้างพื้นฐานและสิ่งอำนวยความสะดวก ตลอดจนสนับสนุนด้านการเงิน เช่น สิทธิประโยชน์ทางด้านภาษี” ผู้นำเสนอกล่าว

นอกจากนี้ทางกลุ่มผู้นำเสนอ ยังระบุด้วยว่า การจัดตั้งเฮิร์บฮับจะช่วยผลักดันให้สมุนไพรไทยเป็นที่ยอมรับในฐานะที่มีส่วนประกอบสำคัญที่มีมูลค่าสูงในอุตสาหกรรมสุขภาพทั่วโลก เป้าหมายที่จะต้องทำให้เป็นไปได้ คือ 1. เป็นศูนย์กลางด้านการวิจัย พัฒนาและนวัตกรรม (RDI) สำหรับอุตสาหกรรมสมุนไพรตั้งแต่ต้นน้ำจนถึงปลายน้ำและเป็นแหล่งจ้างงานบุคลากรวิจัย  2. ดึงดูดบริษัทชั้นนำมาลงทุนนวัตกรรมสมุนไพรในประเทศไทย ก่อให้เกิดการลงทุนวิจัยและพัฒนานวัตกรรมในอุตสาหกรรมสมุนไพรของภาคเอกชนไทยและต่างประเทศอย่างน้อย 2,000 ล้านบาทภายใน 5 ปี  3. ยกระดับอุตสาหกรรมสมุนไพรจากการขายวัตถุดิบมูลค่าต่ำไปสู่มูลค่าสูงที่ได้รับการยอมรับในระดับนานาชาติ โดยใช้การวิจัย พัฒนาและนวัตกรรมอย่างเป็นระบบ สามารถเพิ่มมูลค่าของผลิตภัณฑ์สมุนไพรทั้งในและต่างประเทศอย่างน้อย 5 เท่าหรือประมาณ 500,000 ล้านบาทต่อปีภายใน 5 ปี และเกิดธุรกิจสมุนไพรบนฐานนวัตกรรมเพิ่มขึ้นและ  4. เพิ่มขีดความสามารถของเกษตรกรผู้ปลูกสมุนไพร ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีและสตาร์ทอัพ ให้สามารถเชื่อมโยงกับห่วงโซ่อุปทานของอุตสาหกรรมสมุนไพรในตลาดโลกได้อย่างมีประสิทธิภาพ จะทำให้สามารถเพิ่มรายได้อย่างน้อย ร้อยละ 15 ต่อปี

ผู้นำเสนอ กล่าวด้วยว่า ควรพัฒนาเขตพัฒนาเศรษฐกิจนวัตกรรมสมุนไพรโดยอาศัยการต่อยอดความพร้อมด้านโครงสร้างพื้นฐานและบุคลากรวิจัยของประเทศที่มีอุทยานวิทยาศาสตร์เป็นแม่ข่ายและมีมหาวิทยาลัยเป็นเครือข่าย ซึ่งมีศักยภาพในการพัฒนาสมุนไพรบนฐานนวัตกรรมได้ และในระยะแรกได้หยิบยกสมุนไพรที่มีศักยภาพ คือ กระชายดำที่ไทยและประเทศเพื่อนบ้านสามารถปลูกได้ที่เดียวในโลก กับฟ้าทะลายโจรที่สามารถพัฒนาต่อยอดเป็นสมุนไพรสู้ไวรัสอย่างที่เป็นข่าวอยู่ในขณะนี้ โดยมีกลุ่มลูกค้าเป้าหมายที่มีศักยภาพที่จะดึงมาอยู่ในเขตเศรษฐกิจพิเศษ EZI คือ ผู้รวบรวมวัตถุดิบสมุนไพร โรงงานแปรรูปขั้นต้น และกลุ่มผู้ประกอบการรายใหญ่ทั้งในและต่างประเทศ

สำหรับข้อเสนอนโยบายเพื่อขับเคลื่อนเฮิร์บฮับอย่างเป็นรูปธรรมที่ทางกลุ่มได้นำเสนอในครั้งนี้ คือ 1.จัดตั้ง “Global Herb Corporation” โดยการร่วมทุนระหว่างภาคเอกชนและโฮลด์ดิ้ง คอมพานี ของมหาวิทยาลัย เพื่อเป็นกลไกในการบริหารจัดการทรัพยากรในประเทศอย่างเป็นระบบและมีความคล่องตัว เชื่อมโยงเฮิร์บฮับที่กระจายตัวในประเทศให้ตอบโจทย์ความต้องการของตลาดโลก รวมทั้งเชื่อมโยงกิจกรรมเครือข่ายอุทยานวิทยาศาสตร์ทั่วประเทศ ดึงดูดการลงทุนของเอกชนด้วยสิทธิประโยชน์ทางด้านภาษี ตลอดจนสนับสนุนงบประมาณเพื่อดึงดูดเอกชนชั้นนำและผู้เชี่ยวชาญเกษียณจากต่างประเทศ และสนับสนุนงบประมาณภาคเอกชนในพื้นที่เฮิร์บฮับ สำหรับการทำกิจกรรมวิจัยและพัฒนานวัตกรรม เพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์สมุนไพรมูลค่าสูง อำนวยความสะดวกในการดำเนินธุรกิจด้วยกลไกการสนับสนุนจากภาครัฐ

“แนวทางการขับเคลื่อนนโยบาย สามารถนำเสนอนโยบายด้านสมุนไพร ผ่านไปทางคณะอนุกรรมการวิจัยและนวัตกรรมสมุนไพร ที่ปลัดกระทรวง อว. เป็นประธาน ซึ่งมีหน้าที่ส่งเสริมให้งานวิจัยและพัฒนาด้านสมุนไพรของประเทศไทยมีความครบถ้วน ครอบคลุมประเด็นสำคัญทุกมิติตามแผนงานโครงสำคัญ เพื่อนำเสนอไปยัง คณะกรรมการนโยบายสมุนไพรแห่งชาติ ที่มีนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน ให้กำหนดเป็นนโยบายและยุทธศาสตร์ด้านผลิตภัณฑ์สมุนไพรแห่งชาติต่อไป” กลุ่มผู้นำเสนอนโยบาย ระบุ

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

กองทัพเรือปูนบำเหน็จ ‘แต้ว’ เป็นเรือตรี ‘บิ๊กอุ้ย’ โทรให้กำลังใจบอกทำดีที่สุดแล้ว #SootinClaimon.Com

Posted on August 6, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/592842

กองทัพเรือปูนบำเหน็จ'แต้ว'เป็นเรือตรี 'บิ๊กอุ้ย' โทรให้กำลังใจบอกทำดีที่สุดแล้ว

กองทัพเรือปูนบำเหน็จ’แต้ว’เป็นเรือตรี ‘บิ๊กอุ้ย’ โทรให้กำลังใจบอกทำดีที่สุดแล้ว

วันพฤหัสบดี ที่ 5 สิงหาคม พ.ศ. 2564, 13.05 น.

กองทัพเรือปูนบำเหน็จ “แต้ว” อาสาสมัครทหารพรานหญิง “สุดาพร สีสอนดี” เป็น “เรือตรี” ตามวุฒิ ด้าน ผบ.ทร.โทรให้กำลังใจบอกทำดีที่สุดแล้ว

เมื่อเวลา 13.00 น.วันที่ 5 ส.ค.64 ว่าที่ เรือโทหญิง พุทธรักษา โรคารักษ์ ผู้ช่วยโฆษกกองทัพเรือ เปิดเผยว่า ภายหลังจากอาสาสมัครทหารพรานหญิง สุดาพร สีสอนดี นักกีฬามวยสากลหญิง รุ่น 60 กก.สังกัดกองทัพเรือ ในการแข่งขันกีฬาโอลิมปิก ที่ประเทศญี่ปุ่น ซึ่งผ่านเข้าสู่รอบ 4 คนสุดท้าย โดยแม้จะพ่ายให้แก่ เคลลี แอนน์ แฮริงตัน จากไอร์แลนด์ แต่อาสาสมัครทหารพรานหญิง สุดาพร จะได้รับรางวัลเหรียญทองแดง ทั้งนี้ ภายหลังเสร็จสิ้นการชก พล.ร.อ.ชาติชาย ศรีวรขาน ผู้บัญชาการทหารเรือได้โทรศัพท์ให้กำลังใจ และที่นำชัยชนะ เกียรติยศ และชื่อเสียงมาสู่ประเทศไทย โดยได้ติดตามรับชมมาโดยตลอดและเห็นว่า “แต้ว” ทำดีที่สุดแล้ว

ผู้ช่วยโฆษกกองทัพเรือ เปิดเผยว่า กองทัพเรือ โดย พล.ร.อ.วศินสรรพ์ จันทวรินทร์ ประธานกรรมการบริหารสวัสดิการกีฬากองทัพเรือ ได้ขออนุมัติรางวัลพิเศษและการบรรจุเข้ารับราชการให้แก่อาสาสมัครทหารพรานหญิงจุฬาภรณ์ ตาม หลักเกณฑ์การเสนอขอเลื่อนยศและการให้รางวัลพิเศษแก่นักกีฬาในสังกัดกองทัพเรือเป็นกรณีพิเศษ

สำหรับ แต้ว อาสาสมัครทหารพรานหญิง สุดาพร สีสอนดี ปัจจุบันสำเร็จการศึกษาในระดับปริญญาตรี จากคณะศึกษาศาสตร์ สถาบันการพลศึกษาวิทยาเขตสุโขทัย และกำลังรออนุมัติการสำเร็จการศึกษาในระดับปริญญาโท คณะศึกษาศาสตร์ เอกสังคมศาสนาและวัฒนธรรม วิทยาลัยทองสุข ซึ่งตามหลักเกณฑ์ การขอเลื่อนยศ และเลื่อนฐานะตามลำดับชั้นนั้น ในส่วนของผู้ที่สำเร็จการศึกษาระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ หรือคุณวุฒิปริญญาตรีขึ้นไปให้เสนอขอปรับวุฒิ และแต่งตั้งยศตามคุณวุฒิที่สำเร็จการศึกษา ซึ่งตามหลักเกณฑ์ผู้ที่สำเร็จการศึกษาในระดับปริญญาตรีจะเข้ารับการบรรจุในระดับสัญญาบัตร ได้รับการแต่งตั้งยศเป็น เรือตรี

สำหรับอาสาสมัครทหารพรานหญิง สุดาพร สีสอนดี เกิดเมื่อวันที่ 4 ตุลาคม 2534 ที่ อำเภอไชยวาน จังหวัดอุดรธานี ได้รับการบรรจุเป็นอาสาสมัครทหารพรานหญิงที่ หน่วยบัญชาการนาวิกโยธินในปี 2556 ปัจจุบันสังกัด กองร้อย ทหารพรานนาวิกโยธินที่ 524 ชุดควบคุมทหารพรานนาวิกโยธินที่ 2 หน่วยเฉพาะกิจทหารพรานนาวิกโยธิน   

อาสาสมัครทหารพรานหญิง สุดาพร ได้เข้าร่วมทีมมวย กองทัพเรือโดยเข้าร่วมการแข่งขันในระดับชาติโดยเป็นนักกีฬาของกองทัพเรือในทีมสโมสรราชนาวีทำการแข่งขันรายการมวยสากลชิงชนะเลิศแห่งประเทศไทย ตั้งแต่ปี พ.ศ.2556 ได้รางวัลชนะเลิศเหรียญทองในระดับประเทศไทย ในรุ่นที่ขึ้นชก ทำให้ทีมมวยของกองทัพเรือ สโมสรราชนาวีสามารถครองถ้วยคะแนนรวมทีมหญิง และทีมสโมสรราชนาวีสามารถครองถ้วยคะแนนรวมถึง 8 สมัยติดต่อกันจนถึงปัจจุบัน 

สำหรับผลงานที่สำคัญของ อาสาสมัครทหารพรานหญิง สุดาพร ในการแข่งขันรายการสำคัญ ประกอบด้วย
 – รายการ Sea Games Indonesia 2011ครั้งที่ 26 ในปี 2554 ณ สาธารณรัฐอินโดนีเซีย ได้รับรางวัลชนะเลิศ เหรียญทอง
 – รายการ Sea Gamesครั้งที่ 27 ณ สาธารณรัฐเมียนมา ได้รับรางวัลชนะเลิศ เหรียญเงิน
 – การแข่งขันเอเชี่ยนเกมส์ ครั้งที่ 18 ในปี 2561 ณ กรุงจาร์กาต้า สาธารณรัฐอินโดนีเซีย ได้รับรางวัลชนะเลิศ เหรียญเงิน
 – รายการ Sea Gamesครั้งที่ 30 ในปี 2562 ที่ประเทศฟิลิปปินส์ ได้รับรางวัลเหรียญทอง
ล่าสุดก่อนเข้าร่วมการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกคือ การแข่งขันคัดเลือกโอลิมปิกเกมส์ โซนเอเชียและโอเชียเนีย ที่กรุงอัมมาน ประเทศจอร์แดน
           
ทั้งนี้ มีรายงานว่า ผู้ที่อยู่เบื้องหลังความสำเร็จของ อาสาสมัครทหารพราน สุดาพร สีสอนดี  คือ พันจ่าเอก  สุบรรณ  พันโนน  อดีตนักมวยสากลสมัครเล่นทีมชาติไทยในรุ่นไลท์ฟลายเวทสังกัดสโมสรราชนาวี ซึ่งเคยคว้ารางวัล เหรียญทองเอเชี่ยนเกมส์ 2541 เหรียญทองซีเกมส์ ปี 2544 เหรียญทองแดงเอเซี่ยนเกมส์ ปี2546  เหรียญเงินเอเชี่ยนเกมส์ ปี 2549  นอกจากนั้นยังเป็นตัวแทนทีมชาติไทยเข้าร่วมแข่งขันกีฬาโอลิมปิกเกมส์ สองครั้ง

ในปี 2543 (โอลิมปิก 2000)ที่ เมืองซิดนีย์ เครือรัฐออสเตรเลีย และในปี 2547 (โอลิมปิก 2004)ที่ กรุงเอเธนส์ ประเทศกรีซ โดยปัจจุบัน พันจ่าเอก สุบรรณ เป็นข้าราชการกองทัพเรือ ตำแหน่ง เจ้าหน้าที่หมวดการฝึกและจัดการแข่งขัน แผนกการกีฬา กองกิจการพิเศษ ฐานทัพเรือสัตหีบ ปัจจุบันช่วยราชการกองการกีฬา กรมสวัสดิการทหารเรือ และยังเป็นผู้ฝึกสอนให้กับทีมมวยสากลสมัครเล่นทีมชาติไทยทั้งทีมชายและทีมหญิง ตั้งแต่ปี 2550 จนถึงปัจจุบัน โดยสามารถพานักกีฬามวยสากลทีมชาติไทย เข้าร่วมการแข่งขันรายการสำคัญมากมาย อาทิ ซีเกมส์ เอเชี่ยนเกมส์ และ โอลิมปิคเกมส์

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

มีเรื่องให้ประทับใจไม่รู้ลืม! ‘ผู้ว่าฯปทุม’ ควักเงินส่วนตัวซื้อผ้าอนามัยให้ผู้ป่วยโควิด #SootinClaimon.Com

Posted on August 6, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/592836

มีเรื่องให้ประทับใจไม่รู้ลืม! 'ผู้ว่าฯปทุม'ควักเงินส่วนตัวซื้อผ้าอนามัยให้ผู้ป่วยโควิด

มีเรื่องให้ประทับใจไม่รู้ลืม! ‘ผู้ว่าฯปทุม’ควักเงินส่วนตัวซื้อผ้าอนามัยให้ผู้ป่วยโควิด

วันพฤหัสบดี ที่ 5 สิงหาคม พ.ศ. 2564, 12.33 น.

เฟซบุ๊ก สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดปทุมธานี ได้โพสต์เล่าเรื่องราวประทับใจเกี่ยวกับนายชัยวัฒน์ ชื่นโกสุม ผู้ว่าราชการจังหวัดปทุมธานี ว่าที่รองปลัดกระทรวงมหาดไทย ที่ลงพื้นที่เยี่ยมโรงพยาบาลสนามเพื่อตรวจความเรียบร้อยและความจำเป็นต่างๆว่า “เช้า หลังผู้ว่าฯ และทีมงานแบ่งกันตระเวนเยี่ยม รพ.สนาม บ่าย ร่วมกันสรุปผลการปฏิบัติ

รพ.สนาม 7 แห่ง 2,103 เตียง ข้าวปลาอาหาร ข้าวของเครื่องใช้ มีทั้งผู้บริจาคและใช้งบประมาณ ไม่น่าจะขาดเหลืออะไร รอง นพ.สสจ.เล่า

ผู้ว่าฯ ถาม “ผ้าอนามัยได้จัดให้ไหม” ทุกคนนิ่งเงียบ ผู้ว่าฯหยิบซองที่โต๊ะทำงานให้ 2 ซอง ซองหนึ่งเขียนว่า “ค่าตอบแทนวิทยากร” อีกซองเขียนว่า “เบี้ยประชุม” ผู้ว่าฯ บอกกับพวกเราว่า “ช่วยซื้อผ้าอนามัยให้โรงพยาบาลสนามด้วยนะ คนติดโควิดก็ลำบากอยู่แล้ว มาอยู่โรงพยาบาลสนามคงไม่ได้สะดวกสบายนัก หากมีความจำเป็นต้องใช้ผ้าอนามัยแล้วไม่มีใช้ น่าจะลำบาก เอาใจเขาใส่ใจเรา มีอะไรช่วยกันได้ก็ช่วยกันไป”

​วันต่อมา ผู้ว่าฯถาม “เงินที่ให้ไปพอไหม” เราตอบตรงๆ ว่า “ไม่พอ” ผู้ว่าฯ ยิ้มแล้วชมว่า “ดีมาก แสดงว่าผ้าอนามัยเป็นเรื่องสำคัญและจำเป็นในโรงพยาบาลสนาม” ผู้ว่าฯ ยื่นตังค์ให้อีกในภารกิจเดิม แต่บอกให้เพิ่มผ้าอ้อมผู้ใหญ่ด้วยนะ

อยากตั้งชื่อ เรื่องนี้ว่า “เรื่องของผู้หญิง แต่ผู้ชายก็ช่วยได้”

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ต้มน้ำสมุนไพรจาก ‘เทือกเขาภูพาน’ แจกผู้ป่วยโควิด #SootinClaimon.Com

Posted on August 6, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/592835

ต้มน้ำสมุนไพรจาก ‘เทือกเขาภูพาน’ แจกผู้ป่วยโควิด

ต้มน้ำสมุนไพรจาก ‘เทือกเขาภูพาน’ แจกผู้ป่วยโควิด

วันพฤหัสบดี ที่ 5 สิงหาคม พ.ศ. 2564, 12.26 น.

5 ส.ค.64 ที่เทวะสถานธรรมพุทธ พรหมณ์ ฮินดู บ้านนาขาม ดร.ชูพงศ์ คำจวง นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดสกลนคร เป็นประธานในพิธีต้มน้ำสมุนไพรทิพยโอสถ เป็นการนำสมุนไพรพื้นบ้าน ที่มีฤทธิ์รักษาไข้ สูตรโบราณ เป็นการนำสมุนไพรที่หาได้จากเทือกเขาภูพาน นำมาต้มกะกัดร้อน บรรจุขวด เพื่อส่งไปให้พี่น้องประชาชน ผู้ป่วยโควิด ที่กำลังรักษาตัวในโรงพยาบาลสนามในจังหวัดสกลนคร
ดร.ชูพงศ์ คำจวง นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดสกลนคร กล่าวว่า จากสถานการณ์การระบาดของโควิด-19 ในจังหวัดสกลนคร ทุกภาคส่วนได้ระดมสรรพกำลัง สร้างโรงพยาบาลสนามประจำทุกอำเภอ ทั้ง 18 อำเภอในจังหวัดสกลนคร มีความพร้อมว่า ผู้ติดเชื้อโควิด-19 ที่เดินทางกลับมารักษาตัวที่บ้านเกิด จะมีเตียงนอนเพียงพออย่างแน่นอน แต่สิ่งที่เราขาด ณ เวลานี้คือยารักษาโรค ซึ่งถ้าหากรอเพียงยาจากโรงพยาบาลอย่างเดียวคงไม่เพียงพอ ดังนั้นเราจึงต้องหายาทางเลือกใหม่ ในการให้ผู้ป่วยที่มีอาการไม่หนักได้กินเพื่อรักษาโควิด-19 ก่อน สำหรับน้ำสมุนไพรจากเทือกเขาภูพาน ที่เราต้มในครั้งนี้ เป็นการเอาสมุนไพรโบราณกว่า 20 ชนิด มีการผสมทั้งกระชายขาว และฟ้าทะลายโจรรวมอยู่ด้วย มีสรรพคุณรักษาไข้ โดยมาต้มกลั่นร้อน และบรรจุขวด เพื่อนำไปแจกจ่ายผู้ป่วย โควิด-19 ในเบื้องต้น

สำหรับ ผู้ติดเชื้อโควิด-19 รายวัน ปรากฏว่า วันที่ 5 สิงหาคม 2564 นี้ จังหวัดสกลนคร มียอดผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้น 247 ราย มียอดผู้ติดเชื้อสะสม 3105 ราย มีผู้เสียชีวิตแล้ว 9 ราย

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ชาวบ้านเมืองแพร่สุดทนร้องสื่อน้ำขังเน่าเหม็นพื้นที่ชุมชน วอนแก้ไขด่วน #SootinClaimon.Com

Posted on August 6, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/592808

ชาวบ้านเมืองแพร่สุดทนร้องสื่อน้ำขังเน่าเหม็นพื้นที่ชุมชน วอนแก้ไขด่วน

ชาวบ้านเมืองแพร่สุดทนร้องสื่อน้ำขังเน่าเหม็นพื้นที่ชุมชน วอนแก้ไขด่วน

วันพฤหัสบดี ที่ 5 สิงหาคม พ.ศ. 2564, 09.32 น.

5 ส.ค.64 ชาวบ้านในย่านตลาดบ้านทุ่ง ชุมชนชัยมงคล เทศบาลเมืองแพร่ จ.แพร่ ต้องทนกลิ่นเหม็นน้ำเน่า น้ำท่วมพื้นบ้าน บางรายต้องขายที่ทั้งๆ ที่เป็นร้านค้าขายทนมานานเป็นปีแล้ว โดยเฉพาะในฤดูฝนสภาพความเป็นอยู่แย่มาก

นายสมชาย แสนหาญ เจ้าของร้านจำหน่ายดอกไม้ย่านนี้ กล่าวว่า ปัญหาน้ำเน่าเสียไม่ระบายแถมท่วมพื้นบ้านในช่วงที่ฝนตก ชาวบ้านต้องแก้ไขปัญหาเองมานานแรมปีแก้ไขอะไรไม่ได้ ร้องเทศบาลมาหลายครั้ง ร้องครั้งใด ก็เอารถดับเพลิงมาฉีดน้ำไล่น้ำเน่าลงท่อไป

เจ้าของร้านข้าวมันไก่ต้นมะเฟือง กล่าวว่า ไม่รู้จะทำอย่างไรแล้ว น้ำจากหลายๆ บ้านไม่ระบาย เนื่องจากอดีตที่ผ่านมามีการทำถนนหน้าตลาดบ้านทุ่ง ยกระดับสูง น้ำในชุมชนจึงไม่ไหลลงลำเหมืองแดง ทำให้เอ่อล้นโดยเฉพาะช่วงที่มีฝนตก ที่สำคัญเหม็นมากจนขายข้าวแทบไม่ได้ ไม่มีใครมานั่งกิน ไปบอกเทศบาลก็มาดูแต่ก็ทำอะไรไม่ได้ เทศบาลบอกว่าไม่ใช่ที่สาธารณะเป็นที่ส่วนบุคคล จนต้องลงทุนจ้างคนมาขุดรางระบายเองแต่ก็ไม่สามารถทำให้น้ำเน่าไหลลงสู่ลำน้ำเหมืองแดงได้เพราะมีถนนกั้นท่อใต้ถนนไม่ระบายคงมีระดับที่สูงกว่าพื้นที่บ้านเรือนนั่นเอง ต้องเผชิญปัญหามานานนับปีแล้ว  

ล่าสุด นายผดุงเกียรติ เอื้อระพีกุล หรือ สท.เป้ และนายธงชัย มหาวัน หัวหน้าฝ่ายแบบแผนและก่อสร้าง ได้ไปยังพื้นที่มีปัญหา พบมีน้ำขังและเป็นปัญหาซ้ำซากของเทศบาลมานาน เรื่องนี้เบื้องต้น นายผดุงเกียรติ บอกว่า ต้องจัดการเรื่องกลิ่นเน่าเหม็นและการระบาดของยุงก่อน โดยจะประสานไปยังกองสาธารณสุขเทศบาลเมืองแพร่ให้นำรถดับเพลิงมาฉีดน้ำไล่น้ำเสียออกไปก่อน ให้ทางฝ่ายกองช่างมาดูระบบท่อระบายทั้งหมดว่าอุดตันหรือยังใช้การได้ประการใดเสียก่อน แต่ถ้าทำไม่ได้ก็คงต้องทำแผนขุดเจาะสร้างท่อระบายน้ำใหม่ ซึ่งคงต้องบรรจุเข้าไปในแผนพัฒนาต่อไป โดยนายผดุงเกียรติยืนยันว่าจะนำเรื่องรายงานให้นายโชคชัย พนมขวัญ นายกเทศมนตรีเมืองแพร่ รับทราบปัญหาจะได้วางแผนแก้ปัญหาให้จบต่อไป ขอบคุณสื่อมวลชนที่ช่วยเป็นหูเป็นตาแก้ปัญหาให้ตรงจุดนายผดุงเกียรติกล่าว

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ซึ้งในพระ (ทำ) ของจริง! พระสวมชุด PPE ออกพ่นฉีดน้ำยาฆ่าเชื้อโรคตามชุมชน #SootinClaimon.Com

Posted on August 6, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/592806

ซึ้งในพระ(ทำ)ของจริง! พระสวมชุด PPE ออกพ่นฉีดน้ำยาฆ่าเชื้อโรคตามชุมชน

ซึ้งในพระ(ทำ)ของจริง! พระสวมชุด PPE ออกพ่นฉีดน้ำยาฆ่าเชื้อโรคตามชุมชน

วันพฤหัสบดี ที่ 5 สิงหาคม พ.ศ. 2564, 09.17 น.

5 ส.ค.64 พระครูชาครธรรมโสภณ  เจ้าอาวาสวัดราชบรรทม ต.บ่อโพง อ.นครหลวง จ.พระนครศรีอยุธยา ได้นำพระสงฆ์ภายในวัดสวมชุดป้องกันเชื้อโควิด หรือชุด PPE ออกพ่นฉีดน้ำยาฆ่าเชื้อโรคไปตามชุมชนรอบวัด  โดยเฉพาะในเขต ต.บ่อโพง และเขตหมู่บ้านติดต่อใกล้เคียง เพื่อเป็นหนึ่งกำลังในการป้องกันและยับยั้งเชื้อโควิดที่แพร่กระจายอยู่ในพื้นที่ จ.พระนครศรีอยุธยา และเป็นการสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ทุกคนว่า พวกเราพร้อมที่จะสู้และเรียนรู้ที่จะป้องกันเชื้อโควิด

โดยเจ้าอาวาสวัดราชบรรทม เปิดเผยว่า ในครั้งแรกได้ซื้อเครื่องมาพ่นฉีดน้ำยาฆ่าเชื้อภายในวัด ต่อมาประชาชนร้องขอเข้ามาว่าประสงค์จะฉีดน้ำยาฆ่าเชื้อตามบ้านพักและในชุมชนบ้าง จึงทดลองให้พระสงฆ์ออกไปพ่นฉีดตามที่ร้องขอ ซึ่งทำมาหลายวันแล้ว นอกจากนี้ที่วัดยังได้มีจุดบริการน้ำยาฆ่าเชื้อโรคและน้ำยาทำความสะอาดแจกจ่ายให้ฟรี   

รวมถึงจัดตั้งโรงครัว  เพื่อทำอาหารนำไปแจกจ่ายบริจาคยังโรงพยาบาลสนาม และโรงพยาบาลประจำอำเภอรวมถึงผู้ติดเชื้อและผู้เฝ้าระวังในชุมชน ส่วนเรื่องการจัดการเผาศพผู้ติดโควิดนั้น  ทางวัดพร้อมจัดการ  ในเรื่องพิธีเผาศพให้ฟรี ที่ผ่านมาได้เผาไปแล้ว3 ศพ โดยหากมีผู้เสียชีวิตรายใหม่ท่านก็ตามเมื่อไม่มีที่เผาญาติสามารถติดต่อนำเผาศพฟรีได้ทุกกรณี 

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

สกู๊ปแนวหน้า : แรงงานนอกระบบยุคโควิด (8) ‘เกษตร’ ภาครองรับคนกลับถิ่น #SootinClaimon.Com

Posted on August 6, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/592731

สกู๊ปแนวหน้า : แรงงานนอกระบบยุคโควิด(8)  ‘เกษตร’ภาครองรับคนกลับถิ่น

สกู๊ปแนวหน้า : แรงงานนอกระบบยุคโควิด(8) ‘เกษตร’ภาครองรับคนกลับถิ่น

วันพฤหัสบดี ที่ 5 สิงหาคม พ.ศ. 2564, 02.00 น.

เดินทางมาถึงตอนที่ 8 และเป็นตอนสุดท้ายแล้วกับชุดงานเสวนา (ออนไลน์) หัวข้อ “ผลกระทบ การรับมือ และการฟื้นฟูชีวิตความเป็นอยู่และงานของแรงงานนอกระบบ”จัดโดยสถาบันวิจัยสังคม จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จาก 7 ตอนที่แล้ว (วันพฤหัสบดีที่ 15 ก.ค., เสาร์ที่ 17 ก.ค., อาทิตย์ที่ 18 ก.ค., พฤหัสบดีที่ 22 ก.ค. 2564, พฤหัสบดีที่ 29 ก.ค.,เสาร์ที่ 31 ก.ค. และอาทิตย์ที่ 1 ส.ค. 2564) ไล่ตั้งแต่อาชีพหาบเร่แผงลอย, ผู้ผลิตงานที่บ้าน, ขนส่งสาธารณะกลุ่มแท็กซี่-มอเตอร์ไซค์รับจ้าง, ร้านนวด-ร้านอาหาร,

ขนส่งสาธารณะกลุ่มสามล้อถีบ, ลูกจ้างทำงานบ้าน และเก็บของเก่าขาย ตามลำดับ ส่วนในฉบับนี้จะว่าด้วย “ภาคเกษตรกรรม” ซึ่งครองสัดส่วนประชากรแรงงานนอกระบบมากที่สุดเสมอมา ข้อมูลจากรายงาน “สำรวจแรงงานนอกระบบ พ.ศ. 2563” จัดทำโดยสำนักงานสถิติแห่งชาติพบว่า คนไทยเป็นแรงงานในระบบประมาณ 17.6 ล้านคน นอกระบบประมาณ 20.4 ล้านคน และแรงงานนอกระบบนี้อยู่ในภาคเกษตรถึง 10.8 ล้านคน

สุภา ใยเมือง มูลนิธิเกษตรกรรมยั่งยืน กล่าวว่า เกษตรกรไทยมีอายุเฉลี่ย 50 ปีขึ้นไป หรือเป็นกลุ่มผู้สูงอายุเสียมาก ซึ่งก่อนที่จะเกิดสถานการณ์การระบาดของไวรัสโควิด-19 ก็ไม่ค่อยมีใครสนใจอาชีพนี้ ผู้สืบทอดมีน้อย พ่อแม่ผู้ปกครองมีทัศนคติว่าภาคเกษตรเป็นอาชีพที่ไม่ร่ำรวยและมีหนี้สินมาก จึงพยายามผลักดันให้บุตรหลานไปประกอบอาชีพอื่น ทั้งนี้ ภาคเกษตรปัจจุบันไม่ได้ผลิตเพื่อยังชีพแต่เป็นผลิตเพื่อขาย จึงเกี่ยวข้องกับเศรษฐกิจ โดยเกษตรกรมีหนี้สินเฉลี่ย 416,143 บาทต่อครัวเรือน

ขณะเดียวกัน เกษตรกรเองก็ต้องปรับตัวให้เข้ากับกระบวนการผลิตสมัยใหม่ที่ต้องใช้เทคโนโลยี หรือปลูกพืชที่หลากหลายเพื่อกระจายความเสี่ยง อย่างไรก็ตาม ในส่วนของเทคโนโลยีนั้นมีความเหลื่อมล้ำเพราะเกษตรกรที่เป็นผู้สูงอายุไม่ค่อยได้เข้าถึงมากนัก เช่น โครงการช่วยเหลือของรัฐอย่างคนละครึ่ง-เราชนะ เนื่องจากตนเองไม่มีความชำนาญ แต่หากมีบุตรหลานอยู่ในครัวเรือน การปรับตัวก็อาจมีศักยภาพมากขึ้น

สุภา กล่าวต่อไปว่า สถานการณ์การระบาดของไวรัสโควิด-19 ทำให้แรงงานภาคเกษตรต้องระมัดระวังตัวไม่ต่างจากอาชีพอื่นๆ แม้จะเป็นอาชีพที่ทำงานในที่โล่งแจ้งก็ตาม เนื่องจากสถานการณ์ระลอกหลังๆ จะเห็นได้ว่าโรคเริ่มลามไปยังต่างจังหวัดแล้ว ซึ่งมีคำถามถึงความพร้อมของระบบในชุมชน เช่น อาสาสมัครสาธารณสุขหมู่บ้าน (อสม.) ว่าจะรองรับลูกหลานที่กลับมายังภูมิลำเนาได้เพียงใด

อีกทั้งแหล่งรวบรวมผลผลิตทางการเกษตร เช่น โมเดิร์นเทรด ตลาดกลางขนาดใหญ่ ซึ่งสถานที่เหล่านี้ทำหน้าที่กระจายผลผลิตไปยังพื้นที่ต่างๆ หากสถานที่ใดถูกปิดเพื่อควบคุมโรค ย่อมกระทบต่อรายได้ของเกษตรกรด้วย ส่วนการปรับตัวไปขายทางออนไลน์จะพบในกลุ่มคนรุ่นใหม่ โดยเฉพาะในกลุ่มที่กลับภูมิลำเนาไปช่วยทางบ้านทำเกษตรหรือทำการค้าแต่ก็ยังมีข้อจำกัดเรื่องการขนส่งเพราะหลายที่ไม่รับของสด นอกจากนี้ ภาคเกษตรที่ใช้แรงงานข้ามชาติยังได้รับผลกระทบจากมาตรการควบคุมโรค เช่น การปิดพรมแดน ทำให้หาแรงงานได้ยากขึ้น

“สิ่งที่ภาคเกษตรมีอยู่ตอนนี้ที่เป็นศักยภาพก็คือถึงยังไงก็ทำงานผลิตเป็นแหล่งความมั่นคงทางอาหาร มีฐานการผลิตที่ยังหลากหลายอยู่ แม้ส่วนใหญ่จะปลูกพืชเชิงเดี่ยว แต่เมื่อมีการปรับตัวภาคเกษตรก็ยังจะปลูกกินปลูกอะไรได้โดยทักษะเดิมที่มี แล้วก็เป็นที่รองรับของคนในสถานการณ์วิกฤติจากภาคอุตสาหกรรมและภาคบริการตลอดที่ผ่านมา ไม่ว่าจะเป็นวิกฤติการเงิน วิกฤติเศรษฐกิจในช่วงปี 2540 ไปจนถึงวิกฤติน้ำท่วม วิกฤติต่างๆ ที่คนที่เข้าไปรับจ้างอยู่ในภาคอุตสาหกรรมและภาคบริการต้องกลับบ้าน” สุภา กล่าว

สุภา ยังกล่าวอีกว่า ถึงกระนั้นก็ต้องยอมรับความจริงเรื่องครัวเรือนภาคเกษตรต้องพึ่งพารายได้จากแหล่งอื่น โดยการสำรวจผลกระทบจากโควิด-19 ในปี 2563 จำนวน 524 กลุ่มตัวอย่าง พบว่า ก่อนสถานการณ์โควิด-19 สมาชิกในครัวเรือนที่ไปทำงานนอกภาคเกษตร ส่งเงินกลับบ้านเฉลี่ย 5,252 บาทต่อเดือน แต่เมื่อเกิดสถานการณ์โควิด-19 จะเหลือเพียง 2,571 บาทต่อเดือน ซึ่งร้อยละ 57.8 ของกลุ่มตัวอย่าง มีสมาชิกในครัวเรือนออกไปทำงานนอกภาคเกษตร และมีตั้งแต่ 2 คนขึ้นไป อย่างไรก็ตาม ร้อยละ 62.1 ยังส่งเงินกลับบ้านเท่าเดิม และร้อยละ 35.9 ส่งเงินลดลง

ขณะที่ อุบล อยู่หว้า เครือข่ายเกษตรกรรมทางเลือก กล่าวเสริมว่า การกลับภูมิลำเนาของแรงงานที่ไปทำงานในภาคเศรษฐกิจอื่นๆ นั้นจะมากหรือน้อยขึ้นอยู่กับในชุมชนนั้นแรงงานออกไปทำงานอะไร เกี่ยวข้องกับมาตรการจำกัดการทำงานเพื่อควบคุมโรคหรือไม่ เช่น หากชุมชนนั้นมีคนออกไปเป็นแรงงานก่อสร้างกันมากก็อาจจะกลับกันเป็นจำนวนมาก อนึ่งหากแรงงานที่กลับมามีพฤติกรรมเกี่ยวข้องกับยาเสพติด ก็อาจจะหลบหลีกไม่ยอมเข้าสู่ระบบสาธารณสุขในชุมชน ก็จะเป็นปัญหากับชุมชนที่ต้องดูแลมาตรการควบคุมโรคด้วย เช่น การกักตัว

ทั้งนี้ ภาคเกษตรยังมีความพร้อมในการประกอบอาชีพอยู่เพราะฐานทรัพยากร เช่น ที่ดินสิ่งแวดล้อม ยังมีอยู่ แต่ก็ขึ้นอยู่กับภาครัฐด้วยว่าจะมีนโยบายรองรับอย่างไรเพราะเชื่อว่าส่วนหนึ่งที่กลับมาคงตัดสินใจอยู่อย่างถาวร โดยควรสร้างระบบอาหารท้องถิ่นที่หลากหลายเพื่อความมั่นคงทางอาหาร นอกจากนี้ กรณีมีข่าวแรงงานแปรรูปผลผลิตติดเชื้อโควิด-19 ก็น่าเป็นห่วงว่าผู้สั่งซื้อจะตัดสินใจอย่างไร ซึ่งส่งผลต่อเกษตรกรที่เกี่ยวข้องด้วย

ด้าน สิมาลักษณ์ ดิถีสวัสดิ์เวทย์สำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 8 จังหวัดอุดรธานี กล่าวว่า ระยะหลังๆ สัดส่วนผู้ติดเชื้อโควิด-19 ในต่างจังหวัดเพิ่มขึ้นเนื่องจากผู้คนเดินทางออกจากพื้นที่เสี่ยงสูงมาก (สีแดงเข้ม) เช่น กรุงเทพฯ และปริมณฑล กลับสู่ภูมิลำเนาเพราะกิจการงานจำนวนมากถูกปิดจากมาตรการล็อกดาวน์ อาทิ ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน มีแรงงานที่ติดเชื้อกลับบ้านเฉลี่ยวันละ 500-600 คน ซึ่งหากรวมกลุ่มเสี่ยงด้วยจะยิ่งมากขึ้น โดยผู้ติดเชื้อส่วนใหญ่มีอายุเฉลี่ย 20-49 ปี ทำให้ต้องเตรียมพร้อมรับและดูแลคนกลับบ้านเหล่านี้

ศยามล เจริญรัตน์ สถาบันวิจัยสังคม จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ตั้งข้อสังเกตถึงนโยบายภาครัฐ ตั้งแต่มาตรการเยียวยาทางเศรษฐกิจไปจนถึงการฉีดวัคซีนโควิด-19 พบว่าให้น้ำหนักไปทางภาคเมือง หรือภาคอุตสาหกรรมและภาคบริการ มากกว่าภาคชนบทหรือภาคเกษตรกร เห็นได้จากต้องลงทะเบียนและใช้บริการผ่านแอปพลิเคชั่นซึ่งต้องมีโทรศัทพ์มือถือสมาร์ทโฟนและเชื่อมต่ออินเตอร์เนต ทำให้กลุ่มเปราะบางเข้าไม่ถึง ซึ่งอาจเป็นไปได้ว่าเพราะการออกนโยบายไม่มีตัวแทนภาคเกษตรเข้าไปมีส่วนร่วม

“ถ้ามองในแง่การจะรับมือและฟื้นฟู มันมี 2 ส่วน ระหว่างส่วนที่เป็นภาครัฐบาลที่เป็นภาพใหญ่ ตรงนี้เราขาดอะไรอยู่ต้องเติมเต็ม ในขณะที่ในส่วนของตัวเองที่ต้องช่วยมันต้องมีการปรับและดำเนินการไป ทางเลือกมีมากน้อยแค่ไหนอันนี้ต้องคุยกัน” ศยามล กล่าว

SCOOP@NAEWNA.COM

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, สกู๊ปแนวหน้า, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, สกู๊ปแนวหน้า, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

เช็กแนวรบโควิดที่ ‘รพ.สนามธรรมศาสตร์’ …หดหู่ รันทด ระดมทุกสรรพกำลังสู้ #SootinClaimon.Com

Posted on August 6, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/592793

เช็กแนวรบโควิดที่‘รพ.สนามธรรมศาสตร์’…หดหู่ รันทด ระดมทุกสรรพกำลังสู้

เช็กแนวรบโควิดที่‘รพ.สนามธรรมศาสตร์’…หดหู่ รันทด ระดมทุกสรรพกำลังสู้

วันพุธ ที่ 4 สิงหาคม พ.ศ. 2564, 22.17 น.

เช็กแนวรบโควิดที่‘รพ.สนามธรรมศาสตร์’…หดหู่ รันทด ระดมทุกสรรพกำลังสู้

4 สิงหาคม 2564 เพจ “โรงพยาบาลสนามธรรมศาสตร์” โพสต์ข้อความเกี่ยวกับสถานการณ์โควิด มีเนื้อหาดังนี้…

วันพุธที่ 4 สิงหาคม วันที่ 116 ของโรงพยาบาลสนามธรรมศาสตร์เวฟที่3+4 และวันที่54 ของศูนย์รับวัคซีนธรรมศาสตร์รังสิต

วันนี้ยอดผู้ป่วยใหม่และผู้เสียชีวิตสูงขึ้นเป็นประวัติการณ์ที่ 20,200 คนกับเสียชีวิต188 ราย เราผ่านแนวต้านที่สองหมื่นไปแล้ว และคงจะอยู่ที่ระดับมากกว่า 20,000 ไปอีกสัปดาห์หรือสองสัปดาห์อย่างที่ประเมินว่ามันจะต้องเป็น จำนวนผู้เสียชีวิตในระยะต่อไปอาจจะเกิน 200 ต่อวัน เมื่อดูจากจำนวนผู้ป่วยหนักทั่วประเทศที่มีอยู่ในโรงพยาบาลขณะนี้

และพวกเราที่เป็นปลายทางในโรงพยาบาลต่างๆคงทำอะไรไม่ได้มากไปกว่าการเตรียมระดมสรรพกำลังเท่าที่มีเหลืออยู่ ออกมาให้มากที่สุด เพื่อจะช่วยเหลือผู้คนเท่าที่เราจะสามารถทำให้ได้ เรารู้อยู่แล้วว่าเราช่วยคนทั้งหมดไม่ได้ แต่เพียงทำได้สักครึ่งหนึ่งของผู้ป่วยใหม่รายวัน ก็คงจะดีที่สุดแล้ว

หดหู่ และรันทดเมื่อได้รับการร้องขอให้ช่วยชีวิตผู้คน.. แล้วพวกเราช่วยไม่ได้มากไปกว่าที่กำลังช่วยอยู่ Que sera , sera..

แต่เราก็จะทำเพิ่มอีกให้เต็มสุดกำลังนะ

เมื่อวานเราขนย้ายเตียงผู้ป่วยวิกฤติอีก 21เตียง ไปที่ศูนย์ธรรมศาสตร์ธรรมรักษ์ ซึ่งอยู่ริมถนนพหลโยธินขาออก ก่อนถึง ม.กรุงเทพ ซึ่งเคยเป็นศูนย์บริบาลผู้ป่วยติดเตียง และผู้ป่วย Palliative care ของเรา และเราเคยคิดจะป้องกันศูนย์นี้ให้ไม่เกี่ยวข้องกับโควิดเลย แต่เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ศูนย์นี้ถูกโจมตี มีผู้ป่วยสามคนและบุคลากรอีกสองคนติดเชื้อ เราจึงต้องแยกอาคารสองชั้นที่มีสองฝั่ง ออกจากกันเด็ดขาด ฝั่งหนึ่งใช้ดูแลผู้ป่วยติดเตียงตามปกติ อีกฝั่งหนึ่งนำผู้ป่วยติดเตียงที่ติดเชื้อด้วยมาดูแลประคับประคองโดยบุคลากรซึ่งใช้มาตรการป้องกันเพื่อดูแลผู้ป่วยโควิดแบบ100% เหมือนกับวอร์ดโควิดในโรงพยาบาลหลัก

ในสถานการณ์ที่ผู้ป่วยใหม่เพิ่มอย่างรวดเร็วเช่นนี้ เราจึงต้องตัดสินใจเพิ่มเตียงที่นี่อีก 21 เตียงสำหรับผู้ป่วยโควิดอาการวิกฤติที่อยู่ในระดับที่ต้องเข้าระบบ Palliative care ของโรงพยาบาลธรรมศาสตร์มาใช้เตียงที่นี่ในสัปดาห์นี้ เราไม่อยากให้ใช้เตียงที่นี่จนเต็มอีกเลย จริงๆนะ

ในแนวรับที่อื่นๆ เพื่อนร่วมรบของเราในโรงพยาบาลต่างๆก็คงพยายามทำอย่างเดียวกันเท่าที่จะช่วยทำได้ ให้ดีที่สุดตามศักยภาพที่ต่างก็เหลือกันไม่มากนักแล้วเช่นกัน 

เมื่อวานนี้ ที่วชิรพยาบาลของมหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช ก็ได้ตัดสินใจปิดหอผู้ป่วยปกติสองวอร์ดในชั้น 17 ของอาคารเพชรรัตน์ เพื่อเปลี่ยนมาให้รับผู้ป่วยโควิดเพิ่มได้อีก ทั้งวอร์ด 17 เอและ 17 บี เพื่อให้มีเตียงโควิดเพิ่มได้อีกราว 50 เตียง จากราว140 เตียงที่รับอยู่เดิมอย่างเต็มกำลังแล้ว นี่คงเป็นความพยายามรวบรวมกำลังและเสริมเตียงครั้งสุดท้ายที่โรงพยาบาลวชิรพยาบาล ซึ่งรับภาระหนักมากในพื้นที่ทางตะวันตกของกทม.ที่จะสามารถทำให้ได้แล้วกระมัง

วันนี้ในโรงพยาบาลธรรมศาสตร์มีผู้ป่วยโควิดเสียชีวิตเพิ่มอีกสองคนและมีบุคลากรของเราตรวจพบการติดเชื้อเพิ่มอีกห้าคน เป็นพยาบาลในศูนย์ธรรมศาสตร์ธรรมรักษ์สองคน และเจ้าหน้าที่อื่นอีกสามคน

ที่โรงพยาบาลสนามจำนวนผู้ป่วยรับเข้าสูงขึ้นตามจำนวนผู้ป่วยใหม่รายวันของประเทศ วันนี้เรารับผู้ป่วยใหม่เข้ามา 41 คนและส่งตัวผู้ป่วยออกจากโรงพยาบาลสนามได้เพียง 27 ราย จำนวนผู้ป่วยสะสมจึงอยู่ที่ 361 คน และมีผู้ป่วยเคสสีเหลืองที่ต้อง Close monitor เพิ่มจาก 24คน เป็น 29 คนแล้ว

สำหรับการให้วัคซีนวันนี้ที่ ยิม 4เราฉีด Astra ให้กับผู้คนไปได้ 2301 ราย เราอยากจะย้ำด้วยว่าเราน่าจะเหลือวัคซีนที่จะฉีดได้อีกเพียงประมาณห้าวันจากนี้ไปเท่านั้น ถ้าไม่ได้รับวัคซีนมาเพิ่มเติมจากกระทรวงสาธารณสุขหรือจังหวัดปทุมธานีอีก เราจะมีความหวัง เพียงแค่จะช่วยป้องกันชีวิตผู้คนของเราเอาไว้บ้าง เพียงเท่านั้นเองนะ ความหวังเล็กๆนี้จะเป็นไปได้หรือเปล่านะ⁉

วัคซีน ที่มีข่าวว่าเราผลิตได้ในประเทศเองและได้สั่งซื้อมามากมาย ไปที่ไหนกันหมดนะ มีใครจะช่วยบอก หรือตอบให้เราทราบบ้างได้ไหม⁉

วันนี้โครงการ Home Isolation เรารับผู้ป่วยสะสมได้เกินกว่า 1000 คนแล้ว และเพิ่มศักยภาพจนรับผู้ป่วยได้ถึงมากกว่า 100 คนต่อวันแล้วด้วย

ตั้งแต่วันพรุ่งนี้เป็นต้นไป เราจะทำให้ได้จำนวนผู้ป่วยที่รับเข้ามาดูแลเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ เพื่อจะรุกคืบไปช่วยดูแลชีวิตของผู้คนที่ป่วย ที่รอความหวังอยู่ให้มากที่สุด เพราะถึงขณะนี้ เราเชื่อว่าเราตั้งหลัก จัดระบบ รวบรวมผู้คน จัดหาสิ่งที่จำเป็นมาได้ครบถ้วนเพียงพอแล้ว แม้ว่าผู้ป่วยใหม่รายวันของประเทศจะเพิ่มขึ้นอย่างน่าตกใจก็ตาม

เราทำทุกสิ่งทุกอย่างที่จะทำได้ให้กับทุกคนแล้วนะ ในเวลาอย่างนี้ คงหวังอะไรจากใครไม่ได้แล้ว คงมีแต่พวกเรา ประชาชนคนไทยด้วยกันเท่านั้น ที่จะช่วยดูแลพวกเรากันเองได้

# รักเธอนะประเทศไทย

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

อนุโมทนาบุญ! พระ-โยม ‘บ้านหนองกล้า’ สาธุ อบจ.เตรียมปรับ ‘ถนนโลกพระจันทร์’ #SootinClaimon.Com

Posted on August 6, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/592789

อนุโมทนาบุญ!พระ-โยม‘บ้านหนองกล้า’สาธุ อบจ.เตรียมปรับ‘ถนนโลกพระจันทร์’

อนุโมทนาบุญ!พระ-โยม‘บ้านหนองกล้า’สาธุ อบจ.เตรียมปรับ‘ถนนโลกพระจันทร์’

วันพุธ ที่ 4 สิงหาคม พ.ศ. 2564, 21.41 น.

อนุโมทนาบุญ!พระ-โยม‘บ้านหนองกล้า’สาธุ อบจ.เตรียมปรับ‘ถนนโลกพระจันทร์’

4 สิงหาคม 2564 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากจากชาวบ้านและหลวงพี่ได้รับความเดือดร้อนจากถนนโลกพระจันทร์เป็นหลุมเป็นบ่อเหมือนขนมครก เป็นถนนทางเข้าหมู่บ้านบ้านหนองกล้า ต.ดอนหายโศก อ.หนองหาน จ.อุดรธานีระยะทาง 2 กม. ทำให้ชาวบ้านสัญจรไปมาลำบากมานานร่วมหลายสิบปี และภายหลังจากมีเรื่องราว ในวันนั้นเองขณะที่พระมหานนทพร อานันโท เจ้าอาวาสวัดบ้านหนองกล้า ที่เดินทางกลับจากรับกิจนิมนต์ กำลังนั่งซาเล้งกลับวัด ปรากฏว่าเจอสภาพถนนที่เป็นหลุมขรุขระ รถซาเล้งถึงกับสะเทือน สุดท้ายบาตรหลวงพี่โครงเครงกระเด็น ไข่ที่รับกิจนิมนต์จากญาติโยมแตกคาถุง ปิ่นโตกระจาย (อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง : ถนนที่โลกลืมแห่ง’บ้านหนองกล้า’ พระนั่งซาเล้งสะเทือน บาตรกระเด็น-ไข่แตกทั้งถุง)

ล่าสุดวันนี้มีรายงานว่า อบจ.อุดรธานี โดยนายวิเชียร ขาวขำ ได้นำรถเกรดมาปรับปรุงเส้นทางที่เป็นหลุมเป็นบ่อให้กับชาวบ้านเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนให้กับชาวบ้านเรียบร้อยแล้ว

พระมหานนทพร กล่าวว่า ชาวบ้านดีใจที่หลายหน่วยงานให้ความสนใจความเดือดร้อนของชาวบ้านหลังตกเป็นข่าวถนนโลกพระจันทร์ โดยนายประทีป อุ่ยเจริญ นายอำเภอหนองหาน พร้อมด้วย สจ. ส.ส.อาภรณ์ สาราคำ ส.ส.อุดรธานีเขต 4 ได้ประสานไปยังนายวิเชียร ขาวขำ นายกอบจ.อุดรธานี เพื่อจะนำเกรดมาปรับเส้นทางไม่ให้เป็นหลุมเป็นบ่อ เพื่อช่วยเหลือเป็นการเบื้องต้นแล้ว และรับปากว่าภายในสิ้นปีนี้ถนนตรงนี้จะทำใหม่ให้เป็นถนนลาดยางเพื่อให้ประชาชนสัญจรไปมาอย่างสะดวก

ขณะเดียวกันก็มีหน่วยทหารพัฒนา อ.ศรีธาตุ เดินทางเข้ามาดูสภาพถนน หากไม่มีหน่วยงานไหนเข้ามาช่วยเหลือก็พร้อมจะมาทำถนนให้ชาวบ้านด้วย ก็ขอขอบคุณและอนุโมทนาบุญกับทุกหน่วยงานที่เห็นความลำบากของชาวบ้านที่บ้านหนองกล้าแห่งนี้ สาธุ

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ให้พิจารณาถึง ‘ความตาย’ ตามรอย ‘หลวงปู่เสาร์-หลวงปู่มั่น’ อยู่เสมอ : โอวาทธรรม หลวงปู่เหลี่ยม #SootinClaimon.Com

Posted on August 6, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/592741

ให้พิจารณาถึง'ความตาย' ตามรอย'หลวงปู่เสาร์-หลวงปู่มั่น'อยู่เสมอ : โอวาทธรรม หลวงปู่เหลี่ยม

ให้พิจารณาถึง’ความตาย’ ตามรอย’หลวงปู่เสาร์-หลวงปู่มั่น’อยู่เสมอ : โอวาทธรรม หลวงปู่เหลี่ยม

วันพุธ ที่ 4 สิงหาคม พ.ศ. 2564, 19.30 น.

พระราชสุเมธี หรือ หลวงปู่เหลี่ยม สุจิณฺโณ เจ้าอาวาสวัดภูตูมวนาราม อำเภอวังสะพุง จังหวัดเลย เมตตาเป็นองค์แสดงธรรม ที่ศาลาหลวงพ่อทรงธรรม วัดอโศการาม ตำบลท้ายบ้าน อำเภอเมือง จังหวัดสมุทรปราการ โดย “แนวหน้า ออนไลน์” นำเนื้อหาบางส่วนมาถอดเทปเพื่อเป็นธรรมทานดังต่อไปนี้ 

“…หลวงปู่เสาร์เคยถือประพฤติปฏิบัติตลอดจนชนม์ชีพของท่าน ท่านจะถือด้วยการสวดพุทธคุณ ธรรมคุณ สังฆคุณ แล้วก็พิจารณาพุทธคุณของพระพุทธเจ้า 9 ประการนั้น พิจารณาพระธรรม คุณของพระธรรม คุณของพระสงฆ์ ตรงนี้ที่สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ต่อแต่นั้นก็จะแผ่เมตตาให้กับตัวเอง อะหัง สุขิโตโหมิ แผ่เมตตาให้แก่สรรพสัตว์ทั้งหลาย สัพเพ สัตตา สะทา โหนตุ ที่เราได้สวด ได้แผ่กันอยู่นี้ และ ครั้งต่อมา ให้พิจารณาสังขาร ร่างกายนี้ เป็นของปฏิกูลของสกปรก ของน่าเกลียด 

ของปฏิกูลอย่างไร อาหารที่อยู่ในท้อง ถ้ามันถ่ายออกไปเป็นอุจจาระ เป็นปัสสาวะ แล้วเราหมักหมม รวมกันไว้ มันก็กลายเป็นของปฏิกูล ของไม่สะอาด ทีนี้ร่างกายของเรา ถ้าไม่อาบน้ำ 3 วัน 7 วัน เหงื่อไคลไหลย้อย ขะมุกขมัวไปด้วยฝุ่นละออง ก็จะเกิดกลิ่น เกิดเหม็นหืนออกมาจากตัวเรา เหนอะหนะเหนียว ให้ร่างกายของเราไม่สดชื่น ต้องอาบน้ำชำระ อาบน้ำเฉยๆเหมือนประหนึ่งว่าไม่ออก ก็ต้องฟอกด้วยสบู่ ด้วยของเหลว ที่มันทำให้ลื่น มันจึงจะสบาย แล้วทีนี้เป็นของน่าเกลียด 

เมื่อตายไปไม่มีอะไร มีแต่ร่างกาย ร่างกายขึ้นอืดขึ้นพอง น้ำเหลืองไหลย้อย ไหลย้อยออกมา ก็จะทำให้เรานั้น สะอิดสะเอียนขึ้น ดูแต่ซากศพของสุนัขที่โดนรถทับข้างถนน มันก็จะเหม็นออกมา นี่คือพิจารณาอสุภะ แล้วก็พิจารณาความตายอยู่เสมอ เราไม่ตายวันนี้ วันพรุ่งนี้ก็ไม่แน่ ไม่ตายในวันพรุ่งนี้ วันต่อไป เราแน่หรือ เรามองเห็นหรือ เราอยู่ได้ทุกวันนี้ ก็เพราะความไม่ประมาท เมื่อเราประมาทเมื่อใด เราก็จะเข้าถึงจุดจบ อันนี้ให้พิจารณา หลวงปู่เสาร์ฯ ท่านพิจารณาอย่างนี้มาตลอด ที่เป็นบูรพาจารย์ของเรา หลวงปู่มั่นนั่งภาวนาจนจิตเข้าไปถึงปฐมฌาน จนถึงขั้น จตุตถฌาน ถอยออกมา ถอยออกมาจนกระทั่ง ปฐมฌาน คือ อุปจาระสมาธิ แล้วก็มาพิจารณาสังขาร ร่างกายให้เห็นตามเป็นจริง นี่มันเป็นอย่างนี้ เพราะฉะนั้น อันดับแรก เราก็จะต้องฝึกสติของเรา แล้วก็ฝึกวิริยะของเรา ด้วยการนับ อันนี้ทำให้บุคคลทั้งหลายที่นั่งกระสับกระส่าย นั่งไม่ปกติ ได้นั่งเพลินทีเดียว เพลินอยู่ในธรรม เรียกว่า ฌานนทีฌาน

ฌาน คือ เพ่ง เพ่งอยู่ ณ อารมณ์เดียว เพ่งลงไปที่ตัวรู้ มันเพ่งลงไปแล้วเกิดพลัง พลังรวมลงไปทำให้จิตของเรานั้นหนักแน่น บางคนก็ประหนึ่งตึงอยู่ทั้งตัว หลังจากพลังรวมลง เกิดปีติ จิตเปิด เบิกบาน เหมือนกายเบา ใจเบา ต่อแต่นั้นความสุขเกิดขึ้น เมื่อความสุขเกิดขึ้น ความนิ่งของจิตลงไปแพ๊พหนึ่ง แล้วก็โผล่ออกมา มันไม่นิ่ง เมื่อมันไม่นิ่ง ก็จะต้องเพ่ง การเพ่งนี่เรียกว่า ฌาน หรือ การเพ่ง เมื่อเพ่งลงไป กำลังก็จะแรงลงไป ทำให้ความสงบนิ่งลงไป แต่ความสงบมันไม่นิ่ง มันไม่รวมลง ก็แสดงว่าพลังอ่อน ก็กลับมาเริ่มต้นบริกรรมใหม่ กำหนดลมหายใจเข้า กำหนดลมหายใจออกอย่างนี้ ฝึกอยู่อย่างนี้แหละ ตลอดไป แล้วบารมีธรรม และ ภาวะธรรม แล้วคุณธรรมก็จะปรากฎ 

ญาณ คือ ความรู้ ปรากฏ เมื่อเราตื่นตัวอยู่เสมอ ตัวตื่นตัวนั่นแหละ เรียกว่า ปัญญา คือ สัมปชัญญะ ความรู้ตัวเกิดขึ้น มันก็จะพัฒนาเป็นปัญญา แล้วทีนี้เมื่อเรานำหลักธรรมะที่ปัจจุบันนี้ เราจะใช้กัน เป็นระบบ คือ ใช้ “โพธิปักขิยธรรม” ธรรมที่ทำให้เกิดความสำเร็จ เรามีสติก็เป็นึตัวหนึ่งแล้ว มันอยู่ในหลายหัวข้อธรรมทีเดียว ปรากฏขึ้นแก่เรา กลายเป็น “สติปัฏฐาน” ต่อมาเมื่อมาสู่โพชฌงค์ก็เป็น “สติสัมโพชฌงค์” เป็นสติที่มั่นคง ตั้งมั่น มั่นคง คงที่ จึงเรียกว่า สติสัมโพชฌงค์ สติตั้งมั่น ก็เป็น “สติปัฎฐาน” ทีนี้ “สติปัฏฐาน4” เป็นหนทางเอกที่จะดำเนินไปสู่ความดับทุกข์ เมื่อเรามาพิจารณาสังขารร่างกาย เรียกว่า “กายานุปัสสนาสติปัฏฐาน” ก็จะทำให้เรารู้ทุกสกลกายของเรา…”

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, ธรรมะ, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, ธรรมะ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

BamBam Family

BamBam Family

สถิติบล็อก

  • 3,311,795 hits

Join 4,077 other subscribers
Follow SootinClaimon.Com on WordPress.com

Categories

Top Posts & Pages

Apple ยังฟันกำไรอื้อแม้ซัพพลายเชนสะดุด #SootinClaimon.Com
100 ปีชาตกาล"ป๋วย"
‘เอส-กันตพงศ์’ ควงแฟนสาวเดินแบบการกุศล ‘โครงการรณรงค์วันดาวน์ซินโดรมโลก 2561’
Neuralink ของ อีลอน มัสก์ ฝังชิปในสมองลิงให้เล่นเกมด้วยจิตสำเร็จ #SootinClaimon.Com
Anutin mulls cancelling Test & Go scheme for tourists
บุคคลในข่าว 15 พฤศจิกายน 2567
พาณิชย์ ปลื้มผลเจรจาขายข้าว หอมมะลิร้อยเอ็ดมีออเดอร์ 1.47 แสนตัน
ราคาทองร่วง! ปรับลดทั้งวัน 2 ครั้ง รวม 250 รูปพรรณขายบาทละ 19,850
นายกเทศมนตรีหญิงญี่ปุ่น เริ่มลาคลอดระหว่างดำรงตำแหน่ง จุดกระแสถกเถียงเรื่องสิทธิผู้นำหญิง
With its economy in free fall, Myanmar braces for the worst #SootinClaimon.Com

Recent Posts

  • นายกฯ เนปาลกล่าวต่อที่ประชุมยูเอ็น น้ำท่วมครั้งใหญ่เป็น “สัญญาณเตือนโลก” ถึงภัยจากโลกร้อน
  • Amazon ลุยส่งพัสดุด้วยโดรน เร็วสุด 30 นาที แต่ชาวบ้านโอดเสียงดังรบกวน
  • นักวิจัยสงสัยการติดเชื้อแบคทีเรียเป็นสาเหตุลูกวาฬหลายร้อยตัวตายเกยตื้นในอาร์เจนตินา
  • ปธน.อิหร่าน เปิดใจกับสื่อเผย สหรัฐฯ ต้องเลือกเองว่าจะยุติสงครามหรือไม่ ลั่นพร้อมเจรจา
  • ส่อง 5 ประเด็น “ทรัมป์-สี จิ้นผิง” พบกันที่วอชิงตัน พักศึกการค้า แต่ปมใหญ่ยังไม่จบ

ป้ายกำกับ

  • 2559(2016)
  • entertain
  • lady
  • naewna
  • The Nation
  • การเมือง
  • ต่างประเทศ
  • บันเทิง
  • ผู้หญิง
  • แนวหน้า
  • RSS - Posts
  • RSS - Comments

Archives

Follow Us

  • https://soclaimon.tumblr.com/
  • https://www.facebook.com/soclaimon
  • https://www.instagram.com/sootinclaimon/
  • https://www.facebook.com/SootinClaimon/
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100001170824639
  • https://www.facebook.com/pompam.pp
  • https://www.facebook.com/toraman666
  • https://www.facebook.com/apich214
  • https://www.facebook.com/samabat.klaimon
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100005312762480
  • https://www.facebook.com/jirasuda.manomaiyanon
  • https://www.facebook.com/eikpakkred
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100003091451547
Blog at WordPress.com.
  • Subscribe Subscribed
    SootinClaimon.Com
    Join 1,631 other subscribers

    Have a WordPress.com account? Log in now.

  • SootinClaimon.Com
    View site in Reader
    Manage subscriptionsSign upLog in
    Report this content
    Collapse this bar
Loading Comments...
%d