Skip to primary content
Skip to secondary content

SootinClaimon.Com

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย2 [SartKasetDinPui2] : รวบรวม ข้อมูล เศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม เกษตร ดิน น้ำ ปุ๋ย

SootinClaimon.Com

Main menu

  • Home
  • KU23-2506
  • ข้อคิดความเห็น
  • ตระกูลคล้ายมนต์
  • ผมเองครับ
  • ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย1

Category Archives: ธรรมะ

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

ธรรมะวันอาทิตย์ : อริยทรัพย์ดี พาพ้นทุกข์ พระธรรมเทศนา’หลวงปู่แสง จันดะโชโต’

Posted on September 11, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/679256

ธรรมะวันอาทิตย์ :  อริยทรัพย์ดี พาพ้นทุกข์ พระธรรมเทศนา'หลวงปู่แสง จันดะโชโต'

ธรรมะวันอาทิตย์ : อริยทรัพย์ดี พาพ้นทุกข์ พระธรรมเทศนา’หลวงปู่แสง จันดะโชโต’

วันอาทิตย์ ที่ 11 กันยายน พ.ศ. 2565, 11.52 น.

11 กันยายน 2565  ธรรมะวันอาทิตย์ ขอนำเอาพระธรรมเทศนาของ หลวงปู่แสง จันดะโชโต เมื่อครั้ง เทศนา อบรมพระและฆราวาส ในวันที่ 19 พฤษภาคม พ.ศ.2554 ที่วัดป่าอิสิปตนมฤคทายวัน(วัดป่าอรัญญาวิเวก) บ้านไก่คำ ต.ไก่คำ อ.เมืองอำนาจเจริญ จ.อำนาจเจริญ จากหนังสือแสงธรรมส่องใจ เรื่องธรรมนำพ้นทุกข์ เพื่อให้ญาติโยม พุทธศาสนิกชน นำไปปฏิบัติ เป็นแนวทางในการดำเนินชีวิต มีความสุข เจริญรุ่งเรืองต่อไป 

หลวงปู่แสง จันดะโชโต เทศนาตอนหนึ่งว่า บางครั้งก็รื่นเริงกับโภคทรัพย์ บางทีก็โมหะ สมาธินิดหน่อย ไม่รู้จะเอาอะไร มันหลายสิ่ง หลายอย่างเกินไป โภคทรัพย์ก็เป็นของดีอยู่ อริยทรัพย์ก็เป็นของดีอยู่ แต่ดีต่างกัน อริยทรัพย์ดีจะพาพ้นทุกข์ พ้นอยากไม่มา เกิด แก่ เจ็บ ตาย ในวัฎฏะสงสารต่อไป เป็นงานที่สิ้นสุดงานที่แล้ว ไม่ยุ่งเหยิง ไม่มาเข้าท้องเข้าไส้ของใคร ไปเอือบนำพริก น้ำเกลืออยู่ในท้อง กว่าจะคลอดออกมา แสนทุกข์ทรมานจริงๆใครๆก็ออกจากท้องแม่ กว่าจะคลอดออกมาได้ ทั้งเลือดทั้งยางอะไร เหม็นสาบ เหม็นโขง เหม็นกุย ทางข้างบนฟากพรหมโลก ทางข้างล่างฟากอเวจีมหานรกโน่น มันหอมเกินไปนะ ก้อนเรานั่งอยู่นี่ ก้อนของธาตุขันธ์ บิดา มารดา ผสมกัน ไม่ใช่ของเรา มีแต่นามธรรม จิตใจมาเทียว เกิดเทียวตาย มีแต่เข้าปฏิสนธิ ถ้ามีกิเลส เข้าปฏิสนธิในภพนั้นภพนี้ต่อไป 

ถ้ามันหมดกิเลสแล้วก็ไม่ได้เข้าอีก ล่ำลาพาจาก ปลอดเกษียณไปเลย ไม่ต้องมาเกี่ยวข้อง ถ้ามีอาสวะอยู่ มีกิเลสพัวพันอยู่ในหัวใจ ไปเข้าท้องคนโน่นคนนี้ บางทีทำความชั่วช้าลามก ไปเข้าเป็นสัตว์เดรัจฉาน เข้าเป็นเปรต  เป็นอสุรกาย เป็นสัตว์เดรัจฉาน นรกโน้นละมันไกล ทางต่ำ ทางสูง ก็มาเป็นมนุษย์ ออกจากมนุษย์มาเป็นเทวบุตรบ้าง ผู้ชายก็เป็นเทวบุตร ผู้หญิงเป็นเทวดา เป็นอินทร์ เป็นพรหมไป ฟากอินทร์ ฟากพรหม จะไปไหนก็ไปเถอะ หมดทางจะไปมันหมดละ ทำให้มันจบก็ได้ถ้าต้องการไม่เกิดก็ให้มันหมด มันสิ้นไป จะไปเรียนต่อปริญญาตรี โท เอกอีกต่อไป มันเอกอยู่พอแรงแล้ว ถ้าจิตเป็นหนึ่ง มันก็เป็นเอกอยู่แล้ว ถ้าจิตไม่เป็นหนึ่ง มันว่าเอกอยู่วันยังค่ำ คืนยันรุ่งมันก็ไม่เป็น ถ้าจิตเป็นหนึ่งมันไม่วุ่นวาย เอกแปลว่า หนึ่ง ถ้าจิตหลายความคิด ความปรุง ความแตกทุกสิ่งทุกอย่างมันสับสนวุ่นวาย มันไม่เป็นหนึ่ง เราพามันภาวะนามันก็ไม่ภาวนา มีแต่เอาความปรุง ความแต่งมานึก มาคิด มาสับสนปนเปกัน  

ผลสุดท้ายเลยไม่รู้รสรู้ชาติอะไร รสชาติของธรรมชนะรสชาติทั้งปวง “ สัมโมหะเวรักขะติ ธัมมะจาริง สุขังเสติ” ถ้าได้ดื่มรสชาติของธรรม เป็นของล้ำเลิศที่สุด ดื่มน้อยก็มีความสุขน้อย ดื่มมากก็มีความสุขมาก ให้ธรรมไหลเข้าในดวงจิตดวงใจ สะสาง ล้าง ขัดสี เจียรนัยให้เกลี้ยงเกลาเหลาแหลม เอาสติขัด ไม่ใช่เอาหิน เอายากันบูดกันเน่าอะไร อายาขัดยาสีอะไรหรอก เอาสติเอาปัญญาขัดหัวใจเจ้าของ ปัญญาก็อยู่ที่หัวใจ สติก็อยู่ที่หัวใจ ศรัทธาก็อยู่ที่หัวใจ สติ สมาธิ ปัญญา ก็อยู่ที่หัวใจ ถ้าไล่กิเลสออก ถ้าไม่ไล่กิเลสออก มีแต่กิเลสเต็มหัวใจ กิเลสกับธรรมจะเอาอะไรละ 

พระพุทธเจ้าสอนให้พ้นทุกข์ พ้นยากในวัฏสงสาร ใครเอาไปได้ก็เอาไป ใครเอาไปไม่ได้ก็ปล่อยวาง ตามยถากรรม กรรมมุนียา ยะถาโลเก สัตว์โลกต้องเป็นไปตามกรรม กรรมดี กรรมชั่ว ใครทำอย่างไรก็รับไปอย่างนั้นแหละ มันแบ่งกันไม่ได้ แบ่งกันได้แต่ของภายนอก ข้าวของ เงินทอง ไร่นาสาโท ปันกันได้อยู่ พระพุทธเจ้ามาตรัสรู้องค์เดียวเท่านั้นแหละ ตรัสให้หมดเลย ความเมตตาของพระพุทธเจ้า หาประมาณมิได้ มากกว่าพื้นปัฏพี มากกว่าดินฟ้าอากาศโน่น ภูเขาเลากออะไรมากกว่ากันหลายเท่า ถ้าทำให้กันได้พระพุทธเจ้าทำให้แล้ว ไม่ต้องมาทำให้ยุ่งยากอะไรหรอก ไม่ต้องมานั่งปวดแข้งปวดขา ปวดหู ปวดตา ปวดตีน ปวดมือ อดหลับอดนอนอะไรหรอก นี่ของใครของมัน ใครกินใครก็อิ่ม ใครเห็น ใครก็รู้ ใครไม่เห็นก็เชื่อตามเขา เขาว่าผิดก็ผิดตามเขาเรื่อยไป คนไม่เชื่อตน มันเป็นอย่างนั้น ถ้าคนเชื่อตนเห็นด้วยตนเอง ปัจจัตตัง รู้เอง เห็นเอง ไม่ต้องไปเชื่ออะไรอีกต่อไปมันหมด ถ้าเป็นนักปราชญ์บัณฑิต พูดขึ้นมามันถูกอยู่แล้ว 

ถ้าเราทำให้มันก็ถูกอยู่แล้ว จะไปศึกษาอะไรอีกต่อไป มันไม่ใช่อยู่อื่นอยู่ไกล พูดของที่มีอยู่ วาจาก็มีอยู่ ใจก็มีอยู่ เอานี้ประกอบความพากความเพียรให้มันเกิดมันมี สิ่งไม่มีให้มันเกิด สิ่งมีแล้วให้มันเจริญ ให้สมความมุ่งมาตปราถนา อยากพ้นทุกข์พ้นภัย ไม่ต้อง เกิด แก่ เจ็บ ตาย อีกต่อไป สร้างไปเถอะ ไม่ขาดทุนดอกหลอก พระพุทธเจ้าไม่เคยโกหกพกลม เหมือนชาวโลก ชาวโลกมีแต่โกหกกัน บางคนก็ไม่โกหก แต่มันน้อยคน ที่สุดหาเป็นยาหยอดตาทั้งยาก ไม่โกหกมากก็โกหกน้อย คนอีสานโกหก แปลว่า “ ตั๋ว” ไทยเขาว่า โกหกพกลมต้มตุ๋นกัน ผลสุดท้าย ตั๋วต้มตัวก็มี หลวงปู่แสง จันดะโชโต เทศนา เมื่อวันที่ 19 พ.ย.54  

ปัจจุบัน หลวงปู่แสง จันดะโชโต อายุ 105 จำพรรษาอยู่ที่วัดป่าดงสว่างธรรม ต.โคกนาโก อ.ป่าติ้ว จ.ยโสธร ทุกวัน จะมีญาติโยม พุทธศาสนิกชน เดินทางเข้าไปกราบไหว้ เป็นจำนวนมาก อย่างต่อเนื่อง 

เพื่อระลึกถึง พ่อ แม่ ครูอาจารย์ ซึ่งเป็นพระอริยะสงฆ์ภาคอีสาน ที่พุทธศาสนิกชนเลื่อมใสศรัทธา ในหลักคำสอนและวัตรปฏิบัติของหลวงปู่แสง จินดะโชโต รวมถึง คงไว้ซึ่งพระพุทธศาสนา ศูนย์รวมใจพุทธศาสนิกชน  และเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวจังหวัดอำนาจเจริญอีกด้วย 

วัดทิพยาราม (ธ) ตั้งอยู่บ้านคำน้อย ต.โนนหนามแท่ง อ.เมืองอำนาจเจริญ จ.อำนาจเจริญ โดยเจ้าอธิการ อนุพงษ์ อัตถกโก เจ้าอาวาสวัดทิพยาราม และ ศิษยานุศิษย์ หลวงปู่ชาวอำนาจเจริญ ร่วมกัน ก่อสร้างรูปเหมือนองค์หลวงปู่แสง จินดะโชโต ขนาดหน้าตักกว้าง 19 เมตร สูง 29.9 เมตร ที่วัดทิพยาราม โดยได้รับอนุญาตจากหลวงปู่แสง จินดะโชโต แล้ว จึงได้กำหนดพิธีวางศิลากฤษ์ เททอง  หล่อรูปเหมือนหลวงปู่แสง จันดะโชโต ในวันเสาร์ที่ 17 กันยายน พ.ศ.2565 ที่วัดทิพยาราม บ้านคำน้อย ต.โนนหนามแท่ง อ.เมืองอำนาจเจริญ จ.อำนาจเจริญ ซึ่ง ในวันดังกล่าว หลวงปู่แสง จันดะโชโต จะเดินทางมาทำพิธีฯด้วยตนเอง 

สำหรับงบประมาณในการก่อสร้าง งบประมาณตั้งต้นไว้ที่ 30 ล้านบาท ประมาณการก่อสร้างทั้งหมดอยู่ที่ 100 ล้านบาท  จึงขอบอกบุญพุทธศาสนิกชนทั่วไป ร่วมทำบุญหล่อรูปเหมือนหลวงปู่แสง จันดะโชโต เพื่อระลึกถึง พ่อ แม่ ครูอาจารย์ พระอริยะสงฆ์ ซึ่งปฏิบัติดี ปฏิบัติชอบร่วมกัน 

โดยสมทบทุนก่อสร้างฯได้ที่ วัดทิพยาราม บ้านคำน้อย ต.โนนหนามแท่ง อ.เมืองอำนาจเจริญ จ.อำนาจเจริญ ธนาคารกรุงไทย เลขที่บัญชา 9821504019  หรือ ติดต่อสอบถามได้ที่ เจ้าอธิการ อนุพงษ์ อัตถะกะโร เจ้าอาวาสวัดทิพยาราม(ธ) โทร. 08 -3731 – 1970 ทุกวัน.-012

Share this:

  • Share on Pocket (Opens in new window) Pocket
  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, ธรรมะ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, ธรรมะ, ธรรมะวันอาทิตย์, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

เจ้า’สิงห์ดอก’ตายแล้วไปเกิดเป็นเทวดาบนสวรรค์ชั้นปรนิมมิตวสวัสดี : หลวงพ่อฤาษีลิงดำ

Posted on September 9, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/679060

เจ้า'สิงห์ดอก'ตายแล้วไปเกิดเป็นเทวดาบนสวรรค์ชั้นปรนิมมิตวสวัสดี : หลวงพ่อฤาษีลิงดำ

เจ้า’สิงห์ดอก’ตายแล้วไปเกิดเป็นเทวดาบนสวรรค์ชั้นปรนิมมิตวสวัสดี : หลวงพ่อฤาษีลิงดำ

วันศุกร์ ที่ 9 กันยายน พ.ศ. 2565, 19.27 น.

“ที่วัดปากคลองมะขามเฒ่า จังหวัดชัยนาท มีคนเอาหมามาปล่อยเสมอๆ จนปรากฏเป็นฝูงใหญ่ หมาฝูงนี้มีหัวหน้าอยู่ตัวหนึ่ง ตัวเป็นดอกๆ เลยเรียกกันว่า “เจ้าสิงห์ดอก” หมาตัวนี้รู้สึกว่าจะมีความเฉลียวฉลาดผิดหมาทั่วไป รู้จักฟังธรรมและบังคับบัญชาลูกน้อง เวลาจะมีคนมาขโมยของวัด เจ้าสิงห์ดอกจะจัดวางกำลังกองทัพหมาไว้ป้องกันเป็นอย่างดี

วันหนึ่งไม่รู้ว่าเจ้าสิงห์ดอกเขานึกอย่างไร เขาจัดการวางกำลัง จัดกำลังไว้บนกุฏิ ๔ ตัว ที่วัดมีช่องทางเข้าวัด ๓ ทาง มันก็วางกำลังจุกไว้หมดทุกทาง แล้วก็มีอีกชุดหนึ่งนอนรวมกันอยู่เป็นกลุ่ม สักประเดี๋ยวมันก็กระโดดไปทางฝั่งกุฏิของพระครูวิชาญ เดี๋ยวเดียวมีเสียงเป๋ง ไอ้ตัวนั้นคงหลับ ทุกคืนไม่เคยมีอย่างนี้ ก็เลยสั่งพระสั่งเณรว่าคืนนี้พร้อมไว้ เราเป็นทหารของพระพุทธเจ้า ถ้าใครมาเอาของสงฆ์ละเอาชีวิตแลกเลย

เวลาสักทุ่มเศษๆ เราดับไฟเงียบแล้วนอนกันอยู่ที่นั่น ห้ามพูด ห้ามสูบบุหรี่ พอหกทุ่มกว่าๆ เสียงข้างล่างเจี๊ยวเลย คือที่ชายป่ามีเสียงเห่า เจ้าสิงห์ดอกก็เดินยามของเขาไม่ได้หยุดเลย พอมีเสียงเห่ามันก็ขับฝูงพิเศษพรวดออกไปตัวเขาก็กระโดดตาม

ปรากฏว่าตอนเช้าได้ปืนกระบอกหนึ่ง ผ้าขาวม้า ๒ ผืน ป่าราบไปเลย

โดยปกติต้องเลี้ยงข้าวกะละมังขนาดพระหิ้ว ๒ องค์ มื้อละตั้ง ๓ กะละมัง ชาวบ้านเขาเห็นเขากลัวหมาอด ทีนี้ก็เอาข้าวสารมาเลี้ยงหมาไม่ใช่เลี้ยงพระ คราวหนึ่งต้องไปที่จังหวัดประจวบคีรีขันธ์เดือนหนึ่ง ก็สั่งพระสั่งเณรไว้ ให้สตางค์ไว้ ถ้าข้าวสารไม่มีกับข้าวไม่มีก็ให้เอาปลามาต้มเค็มเพราะมันกินได้นาน ถ้ามันเริ่มจะไม่กินก็เปลี่ยนเป็นต้มยำบ้าง ต้มส้มก็ได้ พอกลับมาปรากฏว่าสตางค์ไม่หมด เขาบอกว่าอาตมาไม่อยู่ ชาวบ้านเขากลัวหมาอดก็เอาต้มเค็มบ้าง ต้มส้มบ้าง หม้อใหญ่ๆ เลย

เณรที่มีหน้าที่อุ่นอาหารตอนนั้นชื่อ “เปีย” บอกอาตมาไม่อยู่ยิ่งรวยใหญ่

คราวหนึ่งมีข่าวว่าผู้ร้ายจะมาเอาพระพุทธรูป เป็นพระสุโขทัยสำริดเงิน

คำว่า “สำริด” มี ๓ อย่าง คือ มีทองคำ มีเงิน และก็ดีบุก เขาเรียกว่า “สามฤทธิ์” ไม่ใช่สำริด เราเรียกเสียงห้วนไป ตาชมช่างหล่อพระเขาบอก ถ้าออกสีของแร่ไหนมากก็เรียกสำริดอย่างนั้น นอกจากพระสุโขทัยสำริดเงินแล้วยังมีพระเชียงแสนอีก ๒ องค์ ของเก่าทั้งนั้นที่ขโมยมุ่งจะเอา มาวันหนึ่งยายแก่ไปหาหน่อไม้ ไปเจอะมันกำลังนอนสูบใบพลูอยู่ใต้กอไผ่ ๕ คน แกก็เลยส่งข่าวมาบอก ตอนนั้นหลังวัดยังเป็นป่าอยู่ แต่เวลานี้เขาถางหมดแล้ว พระครูวิชาญได้สร้างโรงเรียน เมื่อได้ข่าวก็ไปบอกผู้บังคับกองตำรวจชื่อ “จำลอง” เลยให้ตำรวจมา ๔ คน แกบอกว่า “หลวงพ่อทหารมาก ผมว่าตำรวจคนเดียวก็พอ”

เอ..ดันไปเชื่อหมาเสียอีก พอดีทายกเขามาก็เลยบอกสองสามคืนให้มานอนด้วยกันหน่อย ยังไงๆ มันต้องกดคอพระครูวิชาญแน่ ไอ้จะปล้นแบบตูมตามน่ะมันไม่ทำหรอก

พอคืนที่สองเจ้าสิงห์ดอกจัดเวรอีกแล้ว เลยบอกตำรวจสังเกตคืนนี้ขโมยต้องเข้า ให้เตรียมตะครุบให้ดีเถอะ ถึงเวลามันเข้ามา มองเห็นคนร้ายไปชิดกุฏิพระครูวิชาญ เอาไม้พาดกำลังจะปีนขึ้นเท่านั้น ไม่มีเสียงเลย เจ้าสิงห์ดอกบุกเงียบ มันฟัดเสียแหลกเลย หน้าตาเละหมด ได้ครบ ๕ คนโดยตำรวจไม่ต้องยิงเลย

เจ้าสิงห์ดอกนี้มันเก่งจริงๆ เวลาเจริญพระกรรมฐานเขาต้องมาอยู่หมดทั้งฝูง วันนั้นมันจะตาย ตอนคํ่าเจริญพระกรรมฐานเขามาอยู่ด้วย ตอนตี ๒ ฉันออกไปเจริญพระกรรมฐานหน้ากุฏิคนเดียว ตามปกติมันนั่งอยู่หน้าลูกกรง แต่วันนั้นมันขอเข้าก็เลยให้เข้า มันเข้ามานอนเอาหัวพาดตัก พอตี ๔ พระลุกขึ้นทำวัตร มันก็ลุกบ้าง ปลัดบุญธรรมแกทักว่า “อ้อ..สิงห์ดอกรึมานี่ มาหาหลวงพี่ที่นี่” มันก็เข้าไปใกล้ไปนอนฟังจนจบ จบแล้วก็กลับมาที่หน้าพระพุทธรูปที่เขาเจริญพระกรรมฐาน แล้วตายตรงนั้น

เวลาเขาตายเราก็ไม่รู้ พอใกล้สว่าง เห็นเทวดาองค์หนึ่งสว่างจ้าเลย ถามว่า “ใคร” เขาตอบว่า “ผมเทวดาสิงห์ดอกครับ” ถามชื่อจริงๆ เขาก็บอกแต่จำไม่ได้แล้ว ทรงผ้าพื้นเขียว เสื้อพื้นขาวแต่เพชรพราว ถามแกว่า “อยู่ชั้นไหน” ตอบว่า “ชั้นปรนิมมิตวสวัสดีครับ” ชั้นปรนิมมิตวสวัสดีนี่เขาต้องได้ฌาน ๔ นะ เขาบอกว่า “ผมก็ได้เหมือนกันนี่ครับ” เอ๊ะ ได้อย่างไร เขาอธิบายว่า”ที่หลวงพ่อไปทำพระกรรมฐานนั้น ผมก็ไปนั่งด้วยความเคารพ จิตมันทรงตัว”

จริงสิ เวลาเทศน์เป็นไม่ได้ เจ้าสิงห์ดอกเขามานั่งหรี่ตามอง ทำหางกระดุกกระดิกๆ ชอบใจจนกว่าจะจบ ไม่ว่าใครเทศน์มันก็ไป พอพระตีระฆังเท่านั้นไปแล้วอยู่ไม่ได้

นี่เห็นไหม หมาไปเป็นเทวดาได้ แต่คนถ้าตายแล้วไปเกิดเป็นหมาก็ซวยเต็มทีละ..”

ขอบคุณลานธรรมจักร – 003

Share this:

  • Share on Pocket (Opens in new window) Pocket
  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, ธรรมะ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, ธรรมะ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

‘เรื่องเล่าเกี่ยวกับเนื้อคู่’ของหลวงปู่แหวน สุจิณฺโณ วัดดอยแม่ปั๋ง

Posted on September 9, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/678815

'เรื่องเล่าเกี่ยวกับเนื้อคู่'ของหลวงปู่แหวน สุจิณฺโณ วัดดอยแม่ปั๋ง

‘เรื่องเล่าเกี่ยวกับเนื้อคู่’ของหลวงปู่แหวน สุจิณฺโณ วัดดอยแม่ปั๋ง

วันพฤหัสบดี ที่ 8 กันยายน พ.ศ. 2565, 19.21 น.

หลวงปู่แหวน สุจิณฺโณ พระอริยะแห่งวัดดอยแม่ปั๋ง อ.พร้าว จ.เชียงใหม่ ในสายหลวงปู่มั่น ภูริทฺตโต เดิมประวัติของท่านได้รับการรวมรวม-เรียบเรียงโดย พระนาค อตฺถวโร วัดสัมพันธวงศ์ กรุงเทพฯ แต่บทความนี้ได้คัดมาจาก หนังสือธรรมโอวาทหลวงปู่แหวน สุจิณฺโณ ซึ่งคุณแจ่ม เจิดจรัส ได้นำมารวบรวมเรียบเรียงไว้

เคยมีคำทำนายเกี่ยวกับเนื้อคู่ของหลวงปู่แหวน เมื่อสมัยที่เรียนมูลกัจจายน์ที่จังหวัดอุบลราชธานี ได้มีหมอดูทำนายว่า เนื้อคู่ของท่านจะมีรูปร่างสันทัด ผิวเนื้อขาวเหลือง ใบหน้ารูปใบโพธิ์ แต่ท่านก็ไม่ได้สนใจอะไร ด้วยชีวิตนี้ท่านได้อุทิศทั้งชีวิตเพื่อพระศาสนาแล้ว จึงขอกล่าวถึงข้อความตอนหนึ่งในหนังสืออนุสรณ์หลวงปู่แหวน เกี่ยวกับในช่วงที่จิตของท่านนึกเห็นแต่หน้าของหญิงนางนั้น ที่สุดท่านก็ได้บังคับจิตของท่านให้หลุดออกจากห้วงนั้น โดยใช้อุบายธรรมพิจารณาเหตุผลในทีละอย่าง จนท่านก็ประสบความสำเร็จ เนื้อความในหนังสือที่ยกมากล่าวอ้างนี้ความว่า

วันหนึ่ง หลวงปู่แหวนได้มาพักบำเพ็ญอยู่ที่บ้านนาสอง เป็นหมู่บ้านที่ใหญ่พอสมควร พวกชาวบ้านถิ่นนั้นมีแปลกอยู่อย่างคือ เวลาเห็นพระไปบิณฑบาต พวกเขาจะป่าวร้องกันมาใส่บาตรว่า “มาเน้อมาใส่บาตร ญาธรรมมาแล้ว หาน้ำอ้อยน้ำตาลมาใส่บาตร ญาธรรมมาแล้ว ท่านชอบของหวาน” เมื่อได้ยินคนร้องประกาศเช่นนั้น ต่างก็เอาของมาใส่บาตรจนเต็ม พวกนี้เหมือนกับพวกไทยใหญ่ ไทยใหญ่ถ้าเห็นพระไปบิณฑบาต เขาจะใส่บาตรด้วยน้ำอ้อยน้ำตาลกับข้าวเช่นกัน พวกเขาถือว่าเจ้บุ๊นไม่กินเนื้อสัตว์ กินแต่ของหวาน แต่อย่างไรก็ตาม การฉันข้าวกับน้ำอ้อยน้ำตาลนั้นวันสองวันแรกก็ฉันได้ดี แต่วันที่สามที่สี่รู้สึกเบื่อ

วันหนึ่งใกล้ค่ำได้ไปสรงน้ำที่แม่น้ำงึม มีหญิงสองคนแม่ลูกถ่อเรือมาตามลำน้ำงึม ถึงที่พระกำลังสรงน้ำอยู่ ก็ชำเรืองตามาทางพระหนุ่ม เมื่อสายตาของทั้งฝ่ายประสานกันเข้า ก็มีอานุภาพลึกลับและรุนแรงพอที่จะตรึงคนทั้งสองฝ่ายให้ตะลึงไปได้ ระหว่างทางที่เดินกลับที่พักในใจยังคิดถึงหญิงงามนั้นอยู่

เมื่อมาถึงที่พัก จึงกลับได้สติหวนระลึกถึงคำนายของหมอดูเมื่อครั้งเรียนมูลกัจจายน์อยู่เมืองอุบล ที่ทำนายว่า “เนื้อคู่ของท่านอยู่ทางทิศนี้ รูปร่างสันทัด ผิวเนื้อขาวเหลือง ใบหน้าเหมือนใบโพธิ์” หญิงที่เราพบเห็นเมื่อตอนเย็นก็มีรูปร่างหน้าตาเหมือนกับคำทำนายของหมอดู เห็นจะเป็นหญิงคนนี้แน่ เพราะเมื่อเราเห็นเป็นครั้งแรกก็ทำให้เรามีจิตแปรปรวนแล้ว จึงตัดสินใจเดินทางกลับไทย เมื่อข้ามมายังฝั่งไทยได้ขึ้นไปทางอำเภอศรีเชียงใหม่ ไปพักอบรมตนอยู่ที่พระบาทเนินกุ่มใหม่ ไปพักอยู่ที่พระบาทเนินกุ่มหมากเป้ง

ณ ที่นั้นได้พบกับหลวงปู่มั่น ภูริทฺตโต ซึ่งท่านได้ปลีกตัวออกจากหมู่คณะ มาภาวนาอยู่บริเวณนั้น เมื่อได้พบกับอาจารย์อีก จึงดีใจมาก การพักอบรมตนอยู่กับหลวงปู่มั่น ก่อนเข้าพรรษาทำให้จิตสงบลง ไม่ฟุ้งซ่านเหมือนก่อน แต่ภาพของหญิงงามนั้นยังปรากฏขึ้นเป็นครั้งคราว แต่เมื่อเร่งภาวนาเข้าภาพนั้นก็สงบลง

หลังจากเข้าพรรษาแล้ว ตั้งใจปรารถความเพียรอย่างเต็มที่ การเร่งความเพียรในระยะแรก จิตที่ยังไม่มีอะไรมาวุ่นวายคงสงบตัวได้ง่าย มีอุบายทางปัญญาพอสมควรเมื่อเร่งความเพียรหนักเข้าเอาจริงเอาจังเข้า กิเลสก็เอาจริงเอาจังกับเราเหมือนกัน คือแทนที่จิตจะดำเนินไปตามที่เราต้องการ กลับพลิกไปหานางงามที่บ้านนาสอง ฝั่งแม่น้ำงึมนั้นอีก ทีแรกได้พยายามปราบด้วยอุบายต่างๆ แต่ไม่สำเร็จ ยิ่งเร่งความเพียรดูเหมือนเอาเชื้อไปใส่ไฟ ยิ่งกำเริบหนักเข้าไปอีก เผลอไม่ได้เป็นต้องหาหญิงนั้นทันที บางครั้งมันหนีออกไปซึ่งๆ หน้า คือขณะที่คิดอุบายการพิจารณาอยู่นั่นเอง มันก็วิ่งไปหาหญิงนั้นเอาซึ่งๆ หน้ากันทีเดียว

อุบายการปฏิบัติวิชาต่างๆ ที่นำมาใช้ในการทรมานจิตในครั้งนั้น เช่น เว้นการนอนเสีย มีเฉพาะเวลานั่ง ยืน เดิน ทำอยู่เช่นนั้นหลายวันหลายคืน คอยจับดูจิตว่ามันคลายความรักในหญิงนั้นแล้วหรือยัง ปรากฏว่าไม่ได้ผล จิตยังคงวิ่งออกไปหาหญิงงามอยู่เช่นเคย เผลอสติไม่ได้ ต่อมาเพิ่มไม่นั่งไม่นอน มีแต่ยืนกับเดิน ทำความเพียรอยู่อย่างนี้จิตมันก็ไม่ยอม มันคงไปตามเรื่องตามราวของมันเช่นเคย

คราวนี้เปลี่ยนวิธีใหม่เปลี่ยนเป็นอดอาหาร ไม่ฉันอาหารเลยเว้นไว้แต่น้ำ อุบายการพิจารณาก็เปลี่ยนใหม่ คราวนี้เพ่งเอากายของหญิงนั้น เป็นเป้าหมายในการพิจารณาหายคลายสติ โดยแยกยกพิจารณาทีละอย่างในอาการ ๓๒ ขึ้นโดยอนุโลมปฏิโลม พิจารณาเทียบเข้ามาหากายของตน พิจารณาให้เห็นถึงความเป็นจริงว่าอวัยวะอย่างนั้นๆ ของตนก็มี ของหญิงก็มี ทำไมจะต้องไปรักไปหลง ไปคิดถึง เพ่งพิจารณาทีละส่วนๆ พิจารณาอยู่อย่างนั้นทั้งกลางวันกลางคืนทุกอริยาบท การพิจารณาจนละเอียดอย่างไรขึ้นอยู่กับอุบายความแยบคายของปัญญาที่เกิดขึ้นในขณะนั้น

ตอนหนึ่งพิจารณามาถึงหนังได้ความว่า คนเราหลงอยู่ที่หนัง หนังเป็นเครื่องปกปิดสิ่งที่ไม่น่าดูไว้ ถ้าถลกหนังออก อวัยวะทุกส่วนก็หาส่วนที่น่าดูไม่ได้เลย เพ่งพินิจอยู่จนเห็นความเปื่อยเน่าผุพังสลายไป ไม่มีส่วนไหนที่จะถือว่าเป็นของมั่นคง ในขณะนั้นจิตซึ่งเคยโลดโผน โลดแล่นไปอย่างไม่มีจุดหมายมาก่อน พลันก็ยอมรับตามความจริง ตามเหตุผลของปัญญา ยอมตัวอย่างนักโทษผู้สำนึกผิด ยอมสารภาพถึงการทำตนแต่โดยดี ฉะนั้น นับแต่วินาทีการพิจารณาได้ยุติลง จิตยอมรับเหตุผลของปัญญาแล้ว

เพื่อเป็นการทดสอบว่า “จิตยอมแล้ว” จึงได้ส่งจิตออกไปหาหญิงนั้นหลายครั้ง จิตคงสงบตัวไม่ยอมออกไป ความกำเริบความทรนงตัว ความโลดโผนของจิต จึงถึงความสงบลงตั้งแต่บัดนั้นเป็นต้นมา ไม่กำเริบอีกต่อไป จิตคงทรงเห็นตามสภาพความเป็นจริงของธรรมอยู่ทุกเมื่อ

ขอบคุณข้อมูลจากลานธรรมจักร http://www.dhammajak.net/forums/viewtopic.php?f=7&t=27076

Share this:

  • Share on Pocket (Opens in new window) Pocket
  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, ธรรมะ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, ธรรมะ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

‘วัตถุมงคลหากจะนำไปป้องกันตัว ถ้ากรรมมาตัดรอนแล้วป้องกันไม่ได้’ : หลวงปู่แหวน สุจิณฺโณ

Posted on September 8, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/678542

'วัตถุมงคลหากจะนำไปป้องกันตัว ถ้ากรรมมาตัดรอนแล้วป้องกันไม่ได้' : หลวงปู่แหวน สุจิณฺโณ

‘วัตถุมงคลหากจะนำไปป้องกันตัว ถ้ากรรมมาตัดรอนแล้วป้องกันไม่ได้’ : หลวงปู่แหวน สุจิณฺโณ

วันพุธ ที่ 7 กันยายน พ.ศ. 2565, 19.19 น.

ในด้านเครื่องรางของขลังและการปลุกเสกหลวงปู่ (หลวงปู่แหวน สุจิณฺโณ) ต้องพูดอยู่เสมอว่า คนเรานี้แปลก เอาของจริงคือธรรมะให้ไม่ชอบ ไปชอบเอาวัตถุภายนอกกันเสียหมด ที่พึ่งที่ประเสริฐ คือ พระรัตนตรัย นั้นเป็นของประเสริฐอยู่แล้วแต่กลับไม่มีใครสนใจ พากันไปสนใจแต่วัตถุภายนอกซึ่งอาจกล่าวได้ว่า เมื่อคนเราไม่สามารถคุณพระรัตนตรัยมาเป็นที่พึ่งของตนได้เพราะอินทรีย์ยังอ่อน อบรมมายังไม่เข้าถึงเหตุผล แต่ถือเอาวัตถุภายนอก เช่น พระ เหรียญ ซึ่งก็เป็นรูปเหรียญ รูปแทน เป็นสัญลักษณ์ของพระพุทธเจ้านั้นก็ดีเหมือนกันถ้าผู้นั้นรู้ความหมายของวัตถุนั้นๆ

หลวงปู่ท่านให้ข้อคิดในทางธรรมะว่า วัตถุมงคลเหล่านั้นหากจะนำไปป้องกันตัว ถ้ากรรมมาตัดรอนแล้วป้องกันไม่ได้ ไม่ว่าสิ่งไหนจะไปต้านทานอำนาจของกรรมนั้นไม่มี แต่ถ้าผู้นั้นรู้ความหมายในวัตถุนั้นๆว่า เขาสร้างขึ้นมาส่วนมากเขาใช้สัญลักษณ์ของผู้ที่ทำแต่ก่อน การมีวัตถุมงคลไว้ติดตัวก็มีไว้เพื่อเป็นเครื่องเตือนสติปัญญาของตนเองไม่ให้ประมาทในการกระทำของตน ต้องทำแต่ความดีเสมอ เพราะโลกเขาบูชานับถือกันแต่คนดี เรามีของดีอยู่กับตัวก็ต้องทำแต่ความดีอย่างนี้แล้ว ก็นับได้ว่าผู้นั้นได้ประโยชน์จากวัตถุมงคลนั้นๆ

………………………..

คัดเนื้อหาจากบันทึกภาพ “เป็นบุญมากได้เห็นวิดีโอหลวงปู่แหวน” ขอบคุณลานธรรมจักร – 003

Share this:

  • Share on Pocket (Opens in new window) Pocket
  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, ธรรมะ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, ธรรมะ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

เหตุการณ์ ‘หลวงปู่แหวน’ กับ ‘หลวงปู่ตื้อ’ น่าขนพองสยองเกล้า

Posted on September 7, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/678305

เหตุการณ์ 'หลวงปู่แหวน' กับ 'หลวงปู่ตื้อ' น่าขนพองสยองเกล้า

เหตุการณ์ ‘หลวงปู่แหวน’ กับ ‘หลวงปู่ตื้อ’ น่าขนพองสยองเกล้า

วันอังคาร ที่ 6 กันยายน พ.ศ. 2565, 18.43 น.

มีเหตุการณ์น่าขนพองสยองเกล้าครั้งหนึ่ง เขียนในนิตยสารโลกทิพย์ ดังนี้ ในเช้าวันหนึ่ง หลวงปู่แหวน กับ หลวงปู่ตื้อ ได้อาศัยบิณฑบาตที่หมู่บ้านชาวป่า มี 4-5 หลังคาเรือน ชาวบ้านพากันมาใส่บาตรด้วยความดีใจ เพราะนานๆ จึงจะมีพระธุดงค์มาโปรดสักที

ชาวบ้านถามว่า พระคุณเจ้าทั้งสองจะไปไหน หลวงปู่บอกว่า จะมุ่งไปทางเทือกเขาที่มองเห็น แล้วจะลงไปทางสุวรรณเขต (อยู่ตรงข้ามกับมุกดาหาร) ชาวบ้านแสดงอาการตกใจ พร้อมทั้งทัดทานว่าอย่าไปทางโน้นเลย เพราะมียักษ์ปีศาจดุร้ายสิงอยู่ คอยทำร้ายคนและสัตว์ที่ผ่านไปทางนั้น

หลวงปู่ทั้งสองกล่าวขอบใจในความหวังดี และบอกว่าท่านทั้งสองได้มอบกายถวายชีวิตให้พระศาสนาแล้ว ขออย่าได้ห่วงตัวท่านเลย แล้วท่านก็ออกเดินทางไปในทิศทางดังกล่าว

หลวงปู่ออกเดินทางโดยข้ามลำน้ำสองแห่ง แต่เป็นที่น่าสังเกตว่า ป่าแถบนั้นเงียบกริบ ไม่ได้ยินเสียงสัตว์ต่างๆ เลย แม้แต่นกก็ไม่มี ดูผิดประหลาดมาก

พอใกล้ค่ำหลวงปู่ทั้งสองก็มาถึงยอดเขาสูงที่มีลักษณะประหลาดมาก คือยอดเป็นสีดำคล้ายถูกไฟเผา รูปลักษณะดูตะปุ่มตะป่ำคล้ายหัวคนบ้าง หัวตะโหนกช้างบ้าง แปลกไปจากเขาลูกอื่นๆ

หลวงปู่ทั้งสอง เลือกปักกลดค้างคืนข้างลำธารที่มีน้ำใสไหลผ่านอยู่ที่เชิงเขาลูกนั้น ปักกลดห่างกันประมาณ 10 เมตร เมื่อสรงน้ำพอสดชื่นแล้วต่างองค์ก็นั่งสงบภายในกลดของตน ทั้งสององค์ตระหนักในความประหลาดของสถานที่นั้น ไม่ได้พูดอะไรกันเพียงแค่นั่งสงบอยู่ภายในกลด

ประมาณ 5 ทุ่ม หลวงปู่แหวนก็ออกจากกลดเตรียมจะเดินจงกรม

หลวงปู่ตื้อออกมาตาม และพูดว่า “ผมรู้สึกว่าที่นี่วิเวกผิดสังเกตนะ”

หลวงปู่แหวนตอบ “ผมก็รู้สึกอย่างนั้นเหมือนกัน”

พูดกันแค่นี้แล้วต่างองค์ต่างก็เดินจงกรมในทางของตน ต่อจากนั้นไม่นานก็มีเสียงกรีดแหลมเยือกเย็นดังลงมาจากยอดเขารูปประหลาดนั้น เสียงนั้นแหลมลึกบีบเค้นประสาทจนรู้สึกเสียวลงไปถึงรากฟันทีเดียว

หลวงปู่ตื้อถามพอได้ยินว่า “ท่านแหวนได้ยินแล้วใช่ไหม”

หลวงปู่แหวนตอบด้วยเสียงเรียบๆ ว่า “ผมกำลังฟังอยู่”

เสียงกรีดร้องนั้นใกล้เข้ามาทุกที ฟังแล้วน่าขนพองสยองเกล้า ทั้งสององค์คงเดินจงกรมอยู่เงียบๆ ตามปกติเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น

ป่านั้นเงียบสงัดจริงๆ เสียงนกเสียงแมลงก็ไม่มี ครั้นแล้วเกิดพายุปั่นป่วนมาอย่างกระทันหัน ชนิดไม่มีเค้ามาก่อนเลย ต้นไม้โยกไหวรุนแรงราวกับจะถอนรากออกมา อากาศพลันหนาวเย็นวิปริตขึ้นมาทันที พลันปรากฏร่างประหลาดขึ้นร่างหนึ่ง ตัวดำมะเมื่อม สูงราว 7 ศอก มีขนยาวรุงรังคล้ายลิงยักษ์ แต่หน้าคล้ายวัวควาย ตาโปน มือสองข้างยาวลากดิน มันก้าวเข้ามาอยู่ห่างจากหลวงปู่ทั้งสองประมาณ 10 เมตรเห็นจะได้

สัตว์ประหลาดนั้นส่งเสียงร้องโหยหวนขึ้น พลันพายุนั้นก็สงบลง แสดงว่ามันมีอำนาจเหนือธรรมชาติ สัตว์นั้นส่งกลิ่นเหม็นรุนแรงร้ายกาจเหมือนกลิ่นศพที่กำลังขึ้นอืด มันกระทืบเท้าสนั่นจนแผ่นดินสะเทือน

หลวงปู่แหวนเล่าในภายหลังว่า ท่านไม่รู้สึกกลัว แต่ขนลุกซู่ซ่าไปหมด เพราะไม่เคยเห็นสัตว์ประหลาดอย่างนั้นมาก่อน ยังไม่รู้ว่าเป็นปีศาจหรือสัตว์อะไรแน่ ท่านได้กำหนดสติไม่ให้ใจคอวอกแวก ทอดสายตาไปยังสัตว์ประหลาดนั้น กำหนดจิตแผ่เมตตาไปยังร่างนั้น สัตว์ร่างยักษ์นั้นหยุดร้อง หยุดส่งกลิ่นเหม็น แสดงว่ารับกระแสเมตตาได้ มันค่อยๆ ทรุดร่างลงนั่งยองๆ เอามือยันพื้นไว้ ทำท่าแสดงความนอบน้อมต่อท่าน

หลวงปู่ตื้อพูดพอได้ยินว่า “ท่านแหวนทำดีมาก” พร้อมทั้งเดินมาสมทบ แล้วพูดว่า “เขาแบกหามบาปหาบทุกข์อันมหันต์ เขามาหาเรา เพื่อให้ช่วยปลดทุกข์ให้เขานะ เขาสร้างกรรมไว้มาก เมื่อตายจากมนุษย์แล้วต้องมาเป็นปีศาจอสุรกาย ทนทุกข์ทรมานอยู่ที่นี่”

หลวงปู่แหวนได้กำหนดจิตถามดู ก็ได้ความว่า สมัยเป็นมนุษย์เขามีการกระทำที่มากล้นด้วยตัณหา และความโลภ คือ ละเมิดศีลข้อ 2 และข้อ 3 อยู่เสมอ จึงต้องมาเป็นปีศาจอสุรกาย รับทุกข์อยู่ที่นั่นมากว่าร้อยปีแล้ว

ปีศาจอสุรกายนั้นดูท่าทางอ่อนลงมาก มันร้องไห้คร่ำครวญน่าสงสาร ขอความเมตตาจากพระคุณเจ้าทั้งสองให้เขาได้พ้นทุกข์ทรมานนั้นด้วยเถิด

หลวงปู่แหวนได้พิจารณาเห็นว่า เขาสร้างกรรมซับซ้อนเหลือเกินใครจะช่วยเขาได้ พลันหลวงปู่ตื้อตอบมาในสมาธิว่า “กรรมเป็นเรื่องสลับซับซ้อนลึกซึ้งอยู่ก็จริง บางทีพระผู้มีศีลบริสุทธิ์และมีบารมีเช่นท่านแหวน ก็อาจจะช่วยให้เขาพ้นทุกข์ได้ ลองอ่านพระคาถาหรือเทศนาธรรมให้เขาฟังดูสิ”

หลวงปู่แหวนได้กำหนดจิตว่าพระคาถา แล้วเทศนาให้เขาสำนึกบาปบุญคุณโทษ เขาค่อยๆ คลายความกังวลลง ก้มลงกราบด้วยความซาบซึ้ง

“พระคุณเจ้า ข้าพเจ้าได้กำหนดจิตพิจารณาตามกระแสธรรมของท่านแล้ว เกิดแสงสว่างกับข้าพเจ้าอย่างมหัศจรรย์ และข้าพเจ้าได้เห็นสภาวธรรม คือ ชาติ ชรา มรณะ อันเป็นทุกข์เป็นธรรมดาของสรรพสัตว์ทั้งหลายแล้วพระคุณเจ้า”

สีหน้าเขาดูสดชื่นขึ้น ก้มลงกราบหลวงปู่ทั้งสององค์ แล้วร่างนั้นก็หายไป

คัดลอกจากหนังสือ “หลวงปู่แหวน สุจิณฺโณ” วัดดอยแม่ปั๋ง อำเภอพร้าว จังหวัดเชียงใหม่ (โครงการหนังสือบูรพาจารย์ เล่ม 3) ขอบคุณลานธรรมจักร – 003

Share this:

  • Share on Pocket (Opens in new window) Pocket
  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, ธรรมะ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, ธรรมะ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

‘ใกล้ตายจึงนึกถึงพระ’ คิดถึงศาสนา แต่ก็เป็นเวลาที่สายไปแล้ว : หลวงปู่แหวน สุจิณฺโณ

Posted on September 6, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/678018

'ใกล้ตายจึงนึกถึงพระ' คิดถึงศาสนา แต่ก็เป็นเวลาที่สายไปแล้ว : หลวงปู่แหวน สุจิณฺโณ

‘ใกล้ตายจึงนึกถึงพระ’ คิดถึงศาสนา แต่ก็เป็นเวลาที่สายไปแล้ว : หลวงปู่แหวน สุจิณฺโณ

วันจันทร์ ที่ 5 กันยายน พ.ศ. 2565, 18.50 น.

บรรดาสัตว์ทั้งหลายนั้น เมื่อไม่มีทุกข์มาถึงตัว มักไม่เห็นคุณพระศาสนา มัวเมาประมาท ปล่อยกายปล่อยใจ ให้ประพฤติทุจริตผิดศีลธรรมอยู่เป็นประจำนิสัย เห็นผิดเป็นถูก เห็นกงจักรเป็นดอกบัว ต่อเมื่อได้รับทุกข์เข้า ที่พึ่งอื่นไม่มีนั่นแหละ จึงได้คิดถึงพระ คิดถึงศาสนา แต่ก็เป็นเวลาที่สายไปแล้ว

ทำความดีให้เป็นที่อยู่ของจิต… ความดีนั้นเราต้องทำอยู่เสมอให้เป็นที่อยู่ของจิต เป็นอารมณ์ของจิต ให้เป็นมรรค คือ ทางดำเนินไปของจิต มันจึงจะเห็นผลของความดี ไม่ใช่เวลาใกล้จะตาย จึงนิมนต์พระไปให้ศีล ให้ไปบอกพุทโธ หรือตายไปแล้วให้ไปรับศีล เช่นนี้เป็นการกระทำที่ผิดทั้งหมด เหตุว่าคนเจ็บ จิตมัวติดอยู่กับเวทนา ไฉนจะมาสนใจไยดีกับศีลได้ เว้นไว้แต่ผู้ที่รักษาศีลมาเป็นปกติเท่านั้น จึงจะระลึกได้ เพราะตนเองเคยทำมาจนเป็นอารมณ์ของจิตแล้ว แต่ส่วนมากใกล้ตายแล้วจึงเตือนให้รักษาศีล ส่วนคนตายแล้วไม่ต้องพูดถึง เพราะคนตายนั้นร่างกายจิตใจจะไม่รับรู้ใดๆ แล้ว แต่ก็ดีไปอย่างเหมือนพระเทวทัต ทำกรรมจนถูกแผ่นดินสูบ เมื่อลงไปถึงคางจึงระลึกถึงความดีของพระพุทธเจ้า ขอถวายคางเป็นพุทธบูชา พระเทวทัตยังมีสติระลึกถึงได้ จึงมีผลดีในภายภาคหน้า

ความดีเราทำเองดีกว่า… แม้เปรตตนนั้นก็เหมือนกัน ตายไปแล้วจึงมาขอส่วนบุญ เมื่อยังมีชีวิตอยู่ทำอันตรายแม้พระพุทธรูป แผ่เมตตาให้ไปได้รับหรือไม่ก็ไม่รู้ สู้เราทำเองไม่ได้ เราทำของเรา ได้มากน้อยเท่าไรก็มีความปิติ อิ่มเอิบใจเท่านั้น ธรรมทั้งหลายไหลมาจากเหตุ กายก็เป็นเหตุอันหนึ่ง วาจาก็เป็นเหตุอันหนึ่ง ใจก็เป็นเหตุอันหนึ่ง ทางของบุญหรือบาปเหล่านี้มีอยู่ในตัวของเราเอง ไม่ได้อยู่ที่ไหน เราทำเอง สร้างเอง อย่ามัวมั่วอดีต เป็นอนาคต มีแต่ปัจจุบันเท่านั้นที่เป็น “ธรรมดา”

ความดีต้องทำในปัจจุบัน… สิ่งใดที่มันล่วงมาแล้ว เลยมาแล้ว เราไม่สามารถไปตัด ไปปลงมันได้อีกแล้ว สิ่งที่เราทำไปนั้น ถ้ามันดีมัน ก็ดีไปแล้ว ผ่านไปแล้ว พ้นไปแล้ว ถ้ามันชั่วมันก็ชั่วไปแล้ว ผ่านไปแล้วเช่นกัน อนาคตยังมาไม่ถึง สิ่งที่ยังไม่มาถึง เราก็ยังไม่รู้เห็นว่ามันจะเป็นอย่างไร อย่างมากก็เป็นแต่เพียงการคาดคะเนเอาเอง ว่าควรเป็นยังงั้น เป็นยังงี้ ซึ่งมันอาจจะเป็น ไม่เป็นไปอย่างที่เราคาดคะเนก็ได้ ปัจจุบัน คือ สิ่งที่เกิดขึ้นจริง เราได้เห็นจริง ได้สัมผัสจริง เพราะฉะนั้นความดีต้องทำในปัจจุบัน ทานก็ดี ศีลก็ดี ภาวนาก็ดี ต้องทำเสียในปัจจุบันที่เรายังมีชีวิตอยู่ เราต้องการความดี ก็ต้องทำให้เป็นความดีในปัจจุบันนี้ ต้องการความสุข ต้องการความเจริญ ก็ต้องทำให้เป็นไปในปัจจุบันนี้

……………..

คัดลอกจากหนังสือ มรณานุสติธรรม ธรรมานุสรณ์ พระธรรมเทศนาเกี่ยวกับการดับสังขาร ใกล้ตายจึงนึกถึงพระ หลวงปู่แหวน สุจิณฺโณ วัดดอยแม่ปั๋ง อ.พร้าว จ.เชียงใหม่ (ขอบคุณลานธรรมจักร) – 003

Share this:

  • Share on Pocket (Opens in new window) Pocket
  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, ธรรมะ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, ธรรมะ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ธรรมะวันอาทิตย์ : ทำบุญสร้างกุศล เหตุทุเลาเบาลง…โดยพระครู โพธิ์ชัย สาระวิมล

Posted on September 5, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/677744

ธรรมะวันอาทิตย์ :  ทำบุญสร้างกุศล เหตุทุเลาเบาลง...โดยพระครู โพธิ์ชัย สาระวิมล

ธรรมะวันอาทิตย์ : ทำบุญสร้างกุศล เหตุทุเลาเบาลง…โดยพระครู โพธิ์ชัย สาระวิมล

วันอาทิตย์ ที่ 4 กันยายน พ.ศ. 2565, 13.29 น.

4 กันยายน 2565 วัดศรีโพธิ์ชัย ต.ปลาค้าว อ.เมืองอำนาจเจริญ จ.อำนาจเจริญ ห่างจากตัวเมืองอำนาจเจริญ ประมาณ 20 กิโลเมตร ด้านทิศตะวันตก เป็นวัดสังกัดมหานิกาย โดยมี พระครูโพธิ์ชัย สาระวิมล เจ้าอาวาสวัดศรีโพธิ์ชัยและเจ้าคณะตำบลปลาค้าว ปกครองพระสงฆ์ จำนวน 6 รูป สามเณรและแม่ชีไม่มี บนเนื้อที่ 16 ไร่ เป็นที่ตั้งของศาลาการเปรียญ อุโบสถ และโรงเรียนพระปริยัติธรรม ที่ผ่านมาเป็นแหล่งเรียนรู้ด้านธรรมแก่พระสงฆ์และพุทธศาสนิกชนอย่างต่อเนื่อง กลายเป็นวัดต้นแบบแห่งความสำเร็จ สู่รับรางวัลเสาเสมาธรรมจักร ผู้ทำคุณประโยชน์ต่อพุทธศาสนา จากสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯสยามบรมราชกุมารี เมือปี 2553 

สำหรับวัดศรีโพธิ์ชัย เป็นวัดเก่าแก่อายุกว่า 100 ปี ทุกวันจึงมีพุทธศาสนิกชนญาติโยม เดินทางเข้ามาวัด เพื่อฟังธรรม ทำบุญ ทำทานและนมัสการพระเจ้าใหญ่โพธิ์ชัย ซึ่งเป็นพระพุทธรูปแบบปูนปั้นฉาบสีทอง ลักษณะปางมารวิชัย สูง 1.50 เมตร หน้าตักกว้าง 1.20 เมตร ประดิษฐานภายในวิหารญวน ช่างญวนเป็นผู้สร้างทั้งพระพุทธรูปและวิหาร เมื่อปี พ.ศ.2430 อายุ 135 ปี ซึ่งก่อนนั้นเป็นวิหารไม้ และไม้ผุพัง ก็เลยทำการบูรณะขึ้นใหม่ กลายมาเป็นวิหารปูนซีเมนต์อย่างที่เห็นในปัจจุบัน ซึ่งภายในวิหาร เป็นที่เก็บสิ่งของโบราณ เช่น เสลี่ยงช้าง ใบลานเทศนาเป็นภาษาขอมและไหโบราณ ฯลฯ 

นอกจากนี้ ภายในหอระฆัง ทำเป็นที่เก็บกองเพล ซึ่งสมัยก่อนศิษย์วัดจะตีกองเพล บอกเวลา ให้ญาติโยม นำอาหาร คาวหวาน มาถวายเพล พระภิกษุ –สามเณร และมีกระติ๊บข้าวเหนียวโบราณเก่าแก่อายุ 100 ปี โดยเฉพาะด้านหน้าอุโบสถ จะเป็นที่ตั้งของป้ายประกาศโบราณ อายุกว่า 100 ปี เช่นกัน โดยครอบด้วยเพิงสังกะสี เพื่อบังแดดและกันฝน ซึ่งป้ายประกาศอันนี้ มีลักษณะแบบปูนซีเมนต์ ขนาดกว้าง 2 เมตร ยาว 4 เมตร สำหรับเขียนประกาศกฎระเบียบต่างๆ ของหมู่บ้าน เพื่อให้ชาวบ้านได้รู้และปฏิบัติตาม 

ส่วนโรงเรียนพระปริยัติธรรมเริ่มแรกเปิดเรียนเปิดสอนพระสงฆ์และสามเณรเมื่อปี พ.ศ.2488 จนกระทั่งปัจจุบัน และในปี 2558 ได้มีการสอนอักษรธรรมใบลาน ซึ่งคณะครูอาจารย์จังหวัดอำนาจเจริญมาสอนถึงที่นี่ แก่ผู้สนใจอีกด้วย 

นอกจากนี้ ยังใช้พื้นที่ว่างประมาณ 3 งาน เพื่อปลูกสมุนไพรเกือบ 100 ชนิด โดยผลิตเป็นยาสมุนไพรรักษาโรคหลากหลายชนิด และที่โดดเด่นฮิตยอดนิยม ก็คือ เสลดพังพอนตัวผู้ตัวเมีย ทุกวันจะมีชาวบ้านเข้ามาขอไปทำยาแก้พิษแมลงสัตว์กัดต่อยต่างๆ โดยมีวิธีทำ คือเริ่มแรก ให้นำเอาใบเสลดพังพอนไปตำจนละเอียดเสร็จแล้วเอาไปคลุกกับปูน (สำหรับเคี้ยวกับหมาก) หรือเหล้าขาวก็ได้ จากนั้นให้ใส่น้ำมะนาว เพื่อเป็นน้ำกระสาย และทำการแปะปิดบริเวณปากแผลที่ถูกแมลงสัตว์มีพิษต่อย หรือผู้ที่เป็นงูสวัด พอก 1 -2 วัน จะหายทันที 

สำหรับสมุนไพร บำบัดผู้ติดยาเสพติดหรือติดสุรา ก็มีชาวบ้านขอไปทำยากันมาก ด้วยการใช้รากไม้นางแช่ง ต้มกับน้ำให้เดือดแล้วดื่มกิน จะอาเจียนพิษสุราหรือยาเสพติดออกมา จะทำให้ไม่อยากเสพยาหรือดื่มสุรา หากได้กลิ่นยาเสพติดหรือกลิ่นสุราก็จะอาเจียนออกมาทุกครั้ง ซึ่งได้ผลดีมาก 

พระครูโพธิ์ชัย สาระวิมล เจ้าอาวาสวัดปลาค้าวและเจ้าคณะตำบลปลาค้าว ที่ผ่านมาเดินทางไปเทศนาสั่งสอนญาติโยมอย่างต่อเนื่องทั้งภาคเหนือและอีสาน เป็นเพราะสุขภาพร่างกายเริ่มถดถอย เดินทางไกลลำบาก จึงได้จัดตั้งคณะเทศน์ขึ้นมา 1 คณะ มีพระ 3 รูป ตระเวนเทศนาไปตามภาคเหนือและอีสานเป็นเวลากว่า 10 ปี ด้วยการเทศนาสั่งสอนพุทธศาสกนิชน ตามคำสอนของพระพุทธเจ้าเป็นหลัก โดยเฉพาะการทำบุญทำทาน การทำความดี ละความชั่ว รักแผ่นดิน รักพระมหากษัตริย์ พระราชินีและพระราชวงศ์ทุกพระองค์  

คณะเทศวัดศรีโพธิ์ชัย สร้างชื่อเสียง โด่งดังมาก จึงถูกเรียกว่า “คณะเทศเสียงทอง” ถูกนิมนต์ไปเทศตลอดเวลา รวมถึง คณะสวดสรภัญญะ อีกหนึ่งความสำเร็จ  ที่ทางวัดศรีโพธิ์ชัย ให้การสนับสนุน เพื่อไปร่วมงานทางศาสนาและส่งเข้าประกวดการแข่งขันสวดสรภัญญะในวันสำคัญทางศาสนาทั้งระดับอำเภอ จังหวัด เป็นประจำ จนได้รับรางวัลระดับจังหวัดและระดับภาคอย่างต่อเนื่องและคว้ารางวัลมากหมาย และที่ภาคภูมิใจ ดีใจที่สุดก็คือ รางวัลเสาเสมาธรรมจักร สาขาผู้ทำคุณประโยชน์ต่อพุทธศาสนา จากสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯสยามบรมราชกุมารี เมื่อวันที่ 23 พ.ค.53 ในวันวิสาขะบูชาโลกอีกด้วย 

พระครูโพธิ์ชัย สาระวิมล เทศนาตอนหนึ่งว่า ชีวิตของมนุษย์และสัตว์ ทั้งในโลกนี้และโลกทิพย์มีส่วนสัมพันธ์กัน เข้าไปอยู่ที่กฎแห่งกรรม ที่พระพุทธเจ้าทรงสั่งสอนในการเวียนว่ายตายเกิดไปๆมาๆ  ที่จะไม่เคยเป็นญาติ ไม่เคยเป็นเพื่อน ไม่เคยเป็นเจ้ากรรมนายเวรกันไม่มี ชีวิตของทุกผู้ทุกคนจึงมีส่วนสัมพันธ์กันไม่มากก็น้อย ทั้งส่วนดีมากและส่วนดีน้อย ทั้งส่วนเลวมากเลวน้อย ทั้งในส่วนที่ทำให้เกิด ความเครียดแค้น ชิงมากชิงน้อย ทั้งในส่วนที่รักและอุปการะมากและน้อย นี่เป็นกรณีหนึ่ง การได้ดีตกยาก เจ็บไข้ได้ป่วยของมนุษย์และสัตว์ ส่วนหนึ่งเกิดจากผลกรรม ในอดีตชาติและปัจจุบันชาติ อีกส่วนหนึ่งได้รับเหตุปัจจัยกระทบจากสิ่งรอบข้าง อีกส่วนหนึ่งเกิดจากการกระทำของสิ่งลี้ลับที่เรามองไม่เห็น เช่น เทวดาช่วยเหลือ เทวดาให้โทษ ผีให้โทษ เจ้ากรรมนายเวรที่เคียดแค้นชิงชังให้โทษเป็นต้น เพราะฉะนั้นจงทำบุญสร้างกุศลให้มากๆ ผลบุญจะส่งให้เหตุทุเลาเบาบางลง จากที่เจ็บมาก ก็จะเจ็บน้อยหรือไม่เจ็บเลย

ส่วนกามกิเลส มันเป็นเจ้าโลก ที่ทำให้เกิดสงคราม ต่อสู้กัน เกิดก็เพราะกาม ตายก็เพราะกาม รักก็เพราะกาม ชั่วก็เพราะกาม กามตัณหา ความอยากในกาม เปรียบเหมือนแม่น้ำไหลสงสู่ทะเล ไม่รู้จักเต็มสักที ความอยากของตัณหามันไม่รู้จักพอ เราต้องรู้จักพอจึงจะดี ภวตัณหา วิภวตัณหา เป็นแหล่งก่อทุกข์ ก่อความเดือนร้อนไม่มีที่สิ้นสุด ทั้งหมดอยู่ที่ใจ สุขก็อยู่ที่ใจ ทุกข์ก็อยู่ที่ใจ ใจเป็นต้นเหตุ ฉะนั้น จึงมีการรักษาศีล สำรวมอินทรีย์ รักษาธาตุ 4 ชันธ์ 5 ภาวนาให้เข้าใจจนเกิดสมาธิ แล้วสติก็ส่งเข้าไปแล้วก็จะทำจิตใจของตนให้บริสุทธิ์ พระธรรมแปดหนึ่งสี่พันพระธรรมขันธ์ ท่านชี้ให้เข้าหาใจนี่แหละ

ถ้ามีสติแล้วก็จะนำความผิดออกจากกายจากใจของตนอย่าหลงสมมติทั้งหลาย มีรูป เสียง กลิ่น รส สัมผัส อย่าเอามาหมักไว้ในใจ เราต้องทำใจให้ผ่องใส ตั้งอยู่ในศีล ตั้งอยู่ในทาน ตั้งอยู่ในธรรม ตั้งอยู่ในสมาธิ ทุกอย่างเราทำความพอดี ความพอใจก็นำออกเสีย ความไม่พอใจก็นำออกเสีย เวลานี้เราจะพักจิต ทำกายชองเรา ทำใจของเรา ให้รู้แจ้งในกายในใจของเรา รู้ความเป็นมา วางให้หมด วางอารมณ์ วางอดีต อนาคตทั้งปวง ที่ใจนี่แหละ.012

Share this:

  • Share on Pocket (Opens in new window) Pocket
  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, ธรรมะ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, ธรรมะ, ธรรมะวันอาทิตย์, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

บาปและบุญเราแต่งเอาได้ แต่งไม่ให้โลภ ไม่ให้หลง ไม่โกรธ ละได้เราก็สบาย : หลวงปู่แหวน

Posted on September 4, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/677704

บาปและบุญเราแต่งเอาได้ แต่งไม่ให้โลภ ไม่ให้หลง ไม่โกรธ ละได้เราก็สบาย : หลวงปู่แหวน

บาปและบุญเราแต่งเอาได้ แต่งไม่ให้โลภ ไม่ให้หลง ไม่โกรธ ละได้เราก็สบาย : หลวงปู่แหวน

วันเสาร์ ที่ 3 กันยายน พ.ศ. 2565, 18.55 น.

“…กามตัณหา ภวตัณหา วิภวตัณหา เปรียบอุปมาเหมือนลำธารแม่น้ำน้อยนับไม่ถ้วน ไหลลงไปสู่ทะเล หาแดนบ่ได้ นี้ก็ฉันใด กามตัณหามันบ่มีที่พอหรอกหนา ฮัก (รัก) ก็กามตัณหา ภวตัณหา วิภวตัณหา ชังมันก็เกิดจากนี่ละ ได้ลูกได้หลานมาแล้วก็พออกพอใจ ก็เพราะกามนี้แหละเป็นตัวเหตุ เกิดก็เพราะกาม ตายก็เพราะกาม ทุกข์ก็เพราะกาม สุขก็เพราะกาม กามตัณหาเหมือนเชือกผูกคอ ภวตัณหารักลูก เป็นหูเป็นตาขึ้นมา เหมือนปอผูกศอก วิภวตัณหา ทรัพย์สินเงินทองนับด้วยล้านโกฏิ พันหมื่นแสนก็ดี ก็ไหลออกจากตัณหาทั้ง ๓ นี่นะ

มันเป็นไตรวัฏหมุนเกิด-แก่-เจ็บ-ตาย ฆ่ากันทุกวันนี้ก็เพราะกามนี่ละ ความพอใจก็กามความไม่พอใจก็เพราะกามนี่ละ ตัดเข้าไปนี้ ตีเข้าไปนี้ ไปเล่นภายนอกมันบ่ได้นา เอาไปเอามาก็หลงกายนา อนิจจังทั้ง ๕ ก็ดี อนัตตาทั้ง ๕ ก็ดี มันก็ชี้ใส่นี้ละ รูป เวทนา สัญญา สังขาร วิญญาณ ของมันไม่เที่ยง ไปยึดเอามันก็เป็นทุกข์ ไปยึดเอาอนัตตาๆ เขาไม่ใช่ตัวใช่ตน ไปยึดเอาไปถือเอามันก็เป็นทุกข์ มันบ่ใช่ตนบ่ใช่ตัว มันเป็นอยู่อย่างนี้ อเนญชาภิสังขาร แต่พ่อแต่แม่ก็แต่งไม่เป็นหนา เป็นหู เป็นตา เป็นผม เป็นขน เป็นเล็บ เป็นฟัน เป็นแข้ง เป็นขา แต่พ่อแต่แม่แต่งไม่เป็นหนา ของเป็นเองหนา เราแต่งเอาก็ได้ ปุญญาภิสังขาร อปุญญาภิสังขาร บาปและบุญเราแต่งเอาได้ แต่งบ่ให้โลภ แต่งบ่ให้หลง แต่งบ่ให้โกรธ ความโลภ ความหลง ความโกรธ มันเป็นกก เป็นเค้า เป็นเหง้า เป็นงูนแห่งกิเลสทั้งหลาย บ่ให้มันหลง อโมหะ อโลภะ อโทสะ ถ้ามันหมด ความโลภ ความโกรธ ละก็สบายเท่านั้นละก้า…”

…………………..

คัดมาจากหนังสือ รวมพระธรรมเทศนา ๑๐๘ กัณฑ์ เล่ม ๑ ที่ระลึกในโอกาสสมโภชกรุงรัตนโกสินทร์ ๒๐๐ ปี พ.ศ. ๒๕๒๕ จัดพิมพ์โดย ชมรมพุทธศาสตร์ เอสโซ่ (ขอบคุณลานธรรมจักร) – 003

Share this:

  • Share on Pocket (Opens in new window) Pocket
  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, ธรรมะ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, ธรรมะ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

การต่อสู้กามกิเลสเป็นสงครามอันยิ่งใหญ่ กามกิเลสนี้แหละที่ทำให้เกิดสงครามต่อสู้กัน : หลวงปู่แหวน

Posted on September 2, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/677537

การต่อสู้กามกิเลสเป็นสงครามอันยิ่งใหญ่ กามกิเลสนี้แหละที่ทำให้เกิดสงครามต่อสู้กัน : หลวงปู่แหวน

การต่อสู้กามกิเลสเป็นสงครามอันยิ่งใหญ่ กามกิเลสนี้แหละที่ทำให้เกิดสงครามต่อสู้กัน : หลวงปู่แหวน

วันศุกร์ ที่ 2 กันยายน พ.ศ. 2565, 18.48 น.

การต่อสู้กามกิเลส เป็นสงครามอันยิ่งใหญ่ กามกิเลสนี้ร้ายนัก มันมาทุกทิศทุกทาง พิจารณาให้รู้แจ้งเห็นจริง ก็ถอนได้ กามนี้มันหมุนรอบโลก มันเป็นเจ้าโลก กามกิเลสนี้แหละ ที่ทำให้เกิดสงครามต่อสู้กัน เกิดก็เพราะกาม ตายก็เพราะกาม รักก็เพราะกาม ชังก็เพราะกาม

กามทุกอย่างนี้เรียกว่ากามกิเลส การต่อสู้กามกิเลสเป็นสงครามอันยิ่งใหญ่ กามกิเลสนี้ร้ายนัก มันมาทุกทิศทุกทาง ความพอใจก็คือกิเลส ความไม่พอใจก็คือกิเลส กามกิเลสนี้อุปมาเหมือนแม่น้ำ ธารน้ำน้อยใหญ่ไม่มีประมาณไหลลงสู่ทะเลไม่มีที่เต็มฉันใดก็ดี กามตัณหาที่ไม่พอดี ภวตัณหา วิภวตัณหา เป็นแหล่งก่อทุกข์ ก่อความเดือดร้อนไม่มีที่สิ้นสุด ทั้งหมดอยู่ที่ใจ สุขก็อยู่ที่ใจ ทุกข์ก็อยู่ที่ใจ ใจนี่แหละคือตัวเหตุ ทำความพอใจให้อยู่ที่ใจนี่

หมั่นเพียรและตั้งสัจจะให้มั่น รักษาศีล รักษาตา รักษาหู รักษาตัว รักษาปาก สำรวมอินทรีย์ รักษาธาตุ ๔ ขันธ์ ๕ พิจารณาเข้าไป ตจปัญจกกรรมฐาน ๕ กายคตากรรมฐาน พิจารณาให้รู้แจ้งเห็นจริงก็จะถอนได้

พวกหมู หมา เป็ด ไก่ มันก็เสพกามกันทั่วแผ่นดิน อย่าได้ไปอัศจรรย์ มีแต่ศีล สมาธิ ปัญญา ผู้ใดรักษาศีล ภาวนาเข้าจนเกิดสมาธิแล้ว สติก็ดิ่งเข้าไปแล้ว ก็จะได้ทำจิตทำใจของตนให้บริสุทธิ์ พระธรรมแปดหมื่นสี่พันพระธรรมขันธ์ ท่านชี้เข้าหาใจนี่แหละ ทำใจให้บริสุทธิ์ ให้มีสติสัมปชัญญะนำคืนออกให้หมด ถ้ามีสติแล้วก็นำความผิดออกจากกายจากใจของตน อย่าหลงสมมติทั้งหลาย มีรูป เสียง กลิ่น รส สัมผัส อย่าเอามาหมักไว้ในใจ

กามตัณหาเปรียบเหมือนแม่น้ำไหลไปสู่ทะเล ไม่รู้จักเต็มสักที อันนี้ฉันใด ความอยากของตัณหามันไม่พอ ต้องทำความพอจึงจะดี เราจะต้องทำใจให้ผ่องใส ตั้งอยู่ในศีล ตั้งอยู่ในทาน ตั้งอยู่ในธรรม ตั้งอยู่ในสมาธิก็ดี ทุกอย่างเราทำความพอดี ความพอใจนำออกเสีย ความไม่พอใจก็นำออกเสีย เวลานี้เราจะพักจิต ทำกายของเราทำใจของเราให้รู้แจ้งในกายในใจของเรานี้ รู้ความเป็นมาวางให้หมด วางอารมณ์ วางอดีตอนาคตทั้งปวง ที่ใจนี่แหละ

เรื่องสังขารนี้ สังขารมันปรุง สังขารมันแต่ง มันเกิด มันแก่ มันเจ็บ มันดับ เป็นอนิจจัง ทุกขัง อนัตตา วางอยู่นี่แหละ อดีตอนาคตมันก็มานี่แหละ ตัดอดีตอนาคตลงหมด จิตดิ่งอยู่ในปัจจุบัน รู้ในปัจจุบัน ละในปัจจุบัน วางในปัจจุบัน ทำจิตทำใจของเราให้สว่าง ให้รู้แจ้งในมรรคในผล ในศีล สมาธิ ปัญญา เอาที่ใจนี้แหละ ให้มันสำเร็จขึ้นที่ใจ

เวลาปฏิบัติจริงกิเลสมันมาได้ทุกทิศทุกทาง ใจนี้มันสำคัญ เหตุมันเกิดจากใจนี้ ตั้งสัจจะ จริงกายจริงวาจาจริงใจ อย่าหลงไปตามเขา ตามอารมณ์ ละทิ้งความที่เกิดขึ้นทางตา หู จมูก ลิ้น กาย สมบัติของเจ้าพ่อเจ้าแม่ทั้งหมดนี้ เป็นที่ตั้งของทาน เป็นที่ตั้งของมรรค เป็นที่ตั้งของพระนิพพาน จงละและวางให้เป็นพุทโธ ละวางหมดก็เป็นสุข ปล่อยวางก็สบาย

…………………….

คัดมาจากหนังสืออนุสรณ์หลวงปู่แหวน สุจิณฺโณ โดย มูลนิธิหลวงปู่แหวน สุจิณฺโณ, นครนายก : โรงพิมพ์มูลนิธินวมราชานุสรณ์, ม.ป.ป. ใน หนังสือจิตตภาวนา มรดกล้ำค่าทางพุทธศาสนา รวมพระธรรมเทศนาภาคปฏิบัติของพระสุปฏิปันโน รวบรวมโดย มูลนิธิหลวงปู่มั่นและชมรมคุณภาพชีวิต, พิมพ์ครั้งที่ ๑, ๕ ธันวาคม ๒๕๔๓ เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลและเผยแพร่เป็นธรรมทาน (ขอบคุณลานธรรมจักร) – 003

Share this:

  • Share on Pocket (Opens in new window) Pocket
  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, ธรรมะ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, ธรรมะ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

‘พยายามรักษาความดีความขยันหมั่นเพียร’ โอวาทธรรม ‘หลวงปู่แหวน สุจิณฺโณ’

Posted on September 2, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/677304

'พยายามรักษาความดีความขยันหมั่นเพียร' โอวาทธรรม 'หลวงปู่แหวน สุจิณฺโณ'

‘พยายามรักษาความดีความขยันหมั่นเพียร’ โอวาทธรรม ‘หลวงปู่แหวน สุจิณฺโณ’

วันพฤหัสบดี ที่ 1 กันยายน พ.ศ. 2565, 19.25 น.

การปฏิบัติ เราจะเดินก็ให้ตั้งสัจจะไว้ว่า จะเดินเท่านี้เท่านั้น หรือเราจะนั่งวันหนึ่งคืนหนึ่ง หรือถ้าเราสู้ไม่ไหว เราก็เอาแต่พอสมควร ให้ตั้งใจจริงๆ กำหนดตั้งสัจจะไว้ในจิตในใจ ละความมัวเมาออกให้หมด คอยกำหนดจิตเข้ามาสู่ภายในให้ใจเบิกบาน ตั้งความสัจจ์ว่าจะภาวนาเป็นเวลาเท่านั้นเท่านี้ หรือถ้าจะเดินก็ให้กำหนดระวังรักษาจิตใจของเราให้แช่มชื่นเบิกบาน ไม่ปล่อยใจให้เป็นธรรมเมา รักษาจิตใจให้ตั้งอยู่เฉพาะธรรมโม

อย่าละความเพียรความพยายาม ให้เพียรติดต่อกัน จะเป็นวันหนึ่งหรือคืนหนึ่งก็ได้ เช่น ตั้งสัจจะว่าจะนั่งตลอดคืนจะไม่นอน อย่างนี้ ตั้งสัจจะไว้อย่างนี้เป็นการดี ตั้งสัจจะต่อพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ แล้วตั้งใจให้ดี คอยระวังรักษาจิตใจของเรานั้นแหละ ให้ผ่องใสตลอดไป ให้พยายามรักษาความดี ความหมั่นความขยันของเราไว้ ให้สละความเกียจคร้านออกไปเสีย ปกติจิตของเรานี้มักจะไหลไปสู่ความเกียจคร้านความลุ่มหลง เราต้องพยายามหาอุบายมาเตือนตนอยู่เสมอ ด้วยความเพียรความหมั่น ให้รักษากาย วาจา ใจ
ของเราได้บริสุทธิ์ บริบูรณ์ในสิกขาวินัย นำความผิดความชั่ว ออกจากกาย จากวาจา จากใจ

การปฏิบัติภาวนาที่จะให้จิตอยู่ในธรรมโม ต้องพิจารณากลับไปกลับมา และหาอุบายแยบคายมาตักเตือนจิต ด้วยความเพียรติดต่อกัน

อาศัยความเพียรเป็นไปติดต่อ จึงจะชนะความเกียจคร้านได้ ความมัวเมา ความประมาทอันใดมีก็ให้ละเสียได้ วางเสีย ทำจิตใจของเราให้ตั้งอยู่ในธรรมโม พิจารณากลับไปกลับมาอยู่อย่างนี้ ต้องอาศัยความเพียร ความหมั่น ความขยัน ไม่เช่นนั้นจิตมักจะตกไปสู่ความเกียจคร้าน เราต้องตักเตือนข่มขู่ ชักจูงแนะนำจิตของเราด้วยอุบายแยบคาย ถ้าจิตใจมันเกียจคร้าน เราต้องหาอุบายมาตักเตือน ชักจูงแนะนำ ให้มีความอาจหาญ ร่าเริง ให้เกิดความอุตสาหะขยันหมั่นเพียร ไม่ปล่อยให้จิตนิ่งเฉยเกียจคร้าน เราต้องละความเกียจคร้าน ความไม่ดีของจิต ด้วยอบรมภาวนาอย่างนี้ ถ้าเราตักเตือนชี้นำด้วยอุบายอันชอบ ในที่สุดจิตก็จะฟังเหตุผล เกิดความมุมานะพยายามในความเพียร

เราต้องข่มขู่ตักเตือนบ่อยๆ ในสมัยที่จิตนิ่งเฉยต่อความเพียร เราคอยประคับประคองจิต ด้วยอุบายข่มขู่ตักเตือนด้วยอุบายแยบคาย จิตย่อมจำนนต่อเหตุผล ระวังรักษาสติไว้อย่าให้หลงลืม ฝึกหัดให้เกิดความรู้ความฉลาดเกิดขึ้นในจิตในใจของตน จิตของเราถ้ามันเกียจคร้านขึ้นมา มันจะให้เรานอนท่าเดียว ถ้ามันเกิดอย่างนี้ขึ้นมา เราต้องหาอุบายมาข่มขู่ ตักเตือน อุบายใดที่ยกขึ้นมาชี้แจงแล้วจิตยอมเชื่อฟัง นั่นแหละคืออุบายที่ควรแก่จิตในลักษณะนั้นและในขณะนั้นๆ ถ้าราไม่ข่มขู่ชี้โทษโดยอุบายที่ชอบ ใครเขาจะมาตักเตือนเรา บางครั้งจิตถ้ามันเกียจคร้านขึ้นมา มันจะวางเฉยในอารมณ์ทั้งหมด ในลักษณะเช่นนี้แหละ เราต้องหาอุบายมาทำให้จิตตื่นให้ได้ เช่น ไหว้พระสวดมนต์ หรือยกธรรมบทใดบทหนึ่งขึ้นมาพิจารณา

ให้ตั้งอยู่ในความหมั่นเพียร ในคุณงามความดีของตน พยายามเพ่งดูในจิตในใจของเรานี้แหละ ถ้าไม่อาศัยความขยันหมั่นเพียรไม่ได้ จิตเรานี้มันมักจะไหลไปสู่อารมณ์ต่างๆ เป็นอดีตอนาคตไป เราต้องหาอุบายมาชี้แจงให้ตั้งอยู่ในปัจจุบันธรรม

จิตยิ่งเกียจคร้าน ยิ่งต้องพยายามตักเตือนโดยอุบายมากขึ้นให้ทัดเทียมกัน

ถ้าเราไม่หมั่นหาอุบายมาอบรมจิตแล้ว ส่วนมากจิตมักจะเกิดความเฉื่อยชา วางเฉย ดังนั้น อุบายจึงเป็นของสำคัญ ยกขึ้นสู่การพิจารณาชี้แจง ให้จิตอาจหาญ ร่าเริง เห็นแจ้งในจิตในใจของเรา ถ้าจิตยิ่งเกิดเกียจคร้านเท่าไร เราก็ต้องเพิ่มความพยามตักเตือนโดยอุบายให้มากขึ้น ให้เท่าเทียมกันจนเกิดความขยันขันแข็ง เบิกบานผ่องใส

ให้ตั้งอกตั้งใจตั้งสัจจะ ตรงต่อคุณพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ ให้เกิดความอุตสาหะวิริยะ ความพากความเพียรในภาวนาในคุณความดี ให้ตั้งอยู่ในสิกขาวินัย ในความหมั่นความเพียร ให้ตั้งความสัจจ์ความเพียรไว้ อย่าเป็นคนเกียจคร้าน พระพุทธเจ้าสั่งสอนเราให้ตั้งอยู่ในมรรคในผล ให้พยายามรักษาจิตรักษาใจของเรา อาศัยความองอาจกล้าหาญ ในความพากความเพียรของเรา อย่าอ่อนแอท้อแท้ เราต้องสู้กับทุกสิ่งทุกอย่าง ถ้าองอาจกล้าหาญจึงจะผ่านอุปสรรคไปได้

ให้รักษาตา รักษาหู รักษาจมูก รักษากาย รักษาใจ ของตน ในทุกอิริยาบถ ยืน เดิน นั่ง นอน

……………………

คัดมาจากหนังสือโอวาทธรรมหลวงปู่แหวน : พระอริยะแห่งดอยแม่ปั๋ง จังหวัดเชียงใหม่, พระนาค อตฺถวโร วัดสัมพันธวงศ์ ผู้รวบรวมและเรียงเรียง (ต่อมาได้รับพระราชทานตั้งสมณศักดิ์เป็น พระครูธรรมคุณาลังการ ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดสัมพันธวงศ์) – ขอบคุณลานธรรมจักร – 003

Share this:

  • Share on Pocket (Opens in new window) Pocket
  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, ธรรมะ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, ธรรมะ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

BamBam Family

BamBam Family

สถิติบล็อก

  • 2,870,026 hits

Join 4,127 other subscribers
Follow SootinClaimon.Com on WordPress.com

Categories

Top Posts & Pages

คุณแหน : 19 กุมภาพันธ์ 2569
อินโดนีเซีย-สหรัฐฯ ลงนามข้อตกลงการค้า-ลงทุน พุ่ง 2 แสนล้าน
มศว Kick Off ‘Green U’ มหา’ลัยสีเขียว + 6 ออฟฟิศสีเขียว เพื่อสุขภาวะที่ดีของคนในชุมชนโดยรอบ
ศุภชัย โต้ วิษณุ ทันควัน! ย้ำบาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้งไม่ทำลายความลับ ยันไม่เป็นโมฆะ
สู้เพื่อเด็กไทย! หมอวี เผยกมธ.สธ.เรียก สปสช.แจง 6 ประเด็นร้อนปมวัคซีน IPD ในเด็กเล็ก
ผลคะแนนเลือกตั้ง 69 อย่างเป็นทางการ กกต รวม 400 เขต แล้วทั่วประเทศ
ททท. ยกระดับการท่องเที่ยวภาคตะวันออกผ่านโมเดล ‘Drive Tourism’ ชวนคนไทยขับรถเที่ยวกับแคมเปญ ‘EAT THE EAST : THE GRAND ROAD TRIP’
อดีตผู้พิพากษา ชี้ช่องฟ้อง ปม บัตรมี บาร์โค้ด เสี่ยงไม่ลับ? ต้องร้องศาลไหน?
บทความพิเศษ : ‘นิทานแห่งความดี’ ราชาแห่งนก
ภัยเงียบ ผู้ชาย 90% มีเชื้อ HPV และไม่รู้ตัว

Recent Posts

  • ยกเลิก MOU 44 ทำได้จริง! คำนูณ ยกมติ ครม.ปี 52 กางโพย 3 เหตุผล
  • ปวิณฟาดจุก!! พรรคส้มหัวรั้น มีเรื่องทีก็ขอโทษที ไม่ปรับปรุง อ้างแต่มีปัญหาเรื่องคัดสรรคน
  • ธรรมนัส จ่อบินคืนนี้ สะพัดรอลุ้น ภท.ดึงร่วมรัฐบาล สื่อยังปักหลักรอที่กระทรวง
  • ซี้ธนาธร ขุดคู่มือเลือกตั้ง โชว์หลักฐานชัดกกต.จงใจทำผิดกฎหมาย เสี่ยงติดคุกยกคณะ
  • 5 เส้นทางวิบาก กกต.! สมชัย ชี้สิ้นสุดทางเลื่อน จุดจบจะเป็นอย่างไร?

ป้ายกำกับ

  • 2559(2016)
  • 2564(2021)
  • entertain
  • naewna
  • The Nation
  • การเมือง
  • ต่างประเทศ
  • บันเทิง
  • ผู้หญิง
  • แนวหน้า
  • RSS - Posts
  • RSS - Comments

Archives

Follow Us

  • https://soclaimon.tumblr.com/
  • https://www.facebook.com/soclaimon
  • https://www.instagram.com/sootinclaimon/
  • https://www.facebook.com/SootinClaimon/
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100001170824639
  • https://www.facebook.com/pompam.pp
  • https://www.facebook.com/toraman666
  • https://www.facebook.com/apich214
  • https://www.facebook.com/samabat.klaimon
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100005312762480
  • https://www.facebook.com/jirasuda.manomaiyanon
  • https://www.facebook.com/eikpakkred
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100003091451547
Blog at WordPress.com.
  • Subscribe Subscribed
    • SootinClaimon.Com
    • Join 1,657 other subscribers
    • Already have a WordPress.com account? Log in now.
    • SootinClaimon.Com
    • Subscribe Subscribed
    • Sign up
    • Log in
    • Report this content
    • View site in Reader
    • Manage subscriptions
    • Collapse this bar
 

Loading Comments...
 

    %d