Skip to primary content
Skip to secondary content

SootinClaimon.Com

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย2 [SartKasetDinPui2] : รวบรวม ข้อมูล เศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม เกษตร ดิน น้ำ ปุ๋ย

SootinClaimon.Com

Main menu

  • Home
  • KU23-2506
  • ข้อคิดความเห็น
  • ตระกูลคล้ายมนต์
  • ผมเองครับ
  • ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย1

Category Archives: ธรรมะ

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

การระลึกถึงพระไตรสรณคมน์ ‘พระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์’ ของจริง : หลวงปู่เทสก์ เทสรังสี

Posted on July 9, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/665575

การระลึกถึงพระไตรสรณคมน์ 'พระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์' ของจริง : หลวงปู่เทสก์ เทสรังสี

วันศุกร์ ที่ 8 กรกฎาคม พ.ศ. 2565, 19.19 น.

เรื่องพระไตรสรณคมน์มันเป็นเบื้องต้นของผู้ที่นับถือพระพุทธศาสนา คนเรานั้นโดยมากไม่ค่อยจะคิดคำนึงถึงคุณหรือของดีที่เรียกว่า ของประเสริฐทั้งๆ ที่เราพากันกราบพากันไหว้อยู่ทุกวันๆ ทีเดียวแล้วก็กล่าวประณามถึงอยู่ตลอดทุกวัน เช่น พุทธัง สะระณัง คัจฉามิ ธัมมัง สะระณัง คัจฉามิ สังฆัง สะระณัง คัจฉามิ ข้าพเจ้าขอถึงพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ นัตถิ เม สะระณัง อัญญัง พุทโธ เม สะระณัง วะรัง ธัมโม เม สะระณัง วะรัง สังโฆ เม สรณัง วะรัง ข้าพเจ้าขอถึงพระพุทธเจ้า พระธรรม พระสงฆ์ มาเป็นสรณะที่พึ่ง ที่ระลึก สิ่งอื่นนอกจากพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ ไม่มี พระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ เป็นที่พึ่งอันประเสริฐสูงสุด แล้วก็พากันกล่าวกันอยู่ แต่ว่าสิ่งใดถ้าหากเรากล่าวหรือเคยกราบเคยไหว้เคยชินเสียสิ่งนั้นเราไม่ค่อยจะคำนึงถึง “ของจริง”

เหมือนๆ กันกับตัวของเรา เราเกิดมาแล้วมันเคยครองตัวของเราคือ จิตของเราอยู่ตลอดกาลความหนักความหน่วงมันก็ลืมไป แล้วคุณค่าประโยชน์ของตัวของคนเราก็ไม่ค่อยจะคำนึงถึงทั้งๆ ที่เราอาศัยอยู่ทุกวี่ทุกวัน ความเป็นจริงนั้นถ้าหากเรามาคิดถึงคุณค่าของตัวของเราแต่ละอย่างๆ เช่น ตา หู จมูก ลิ้น กาย สิ่งอวัยวะทั้งหลายทั้งหมด ที่เราใช้อยู่นี่เป็นของมีคุณค่าหาราคามิได้ คือว่าไม่มีคนที่จะเอามาทดแทนใช้แทนได้จึงเป็นของดีมีค่าใช้ได้นมนานแต่เราไม่ค่อยจะคำนึงคิดถึง

หรือมิฉะนั้นก็อย่างที่เราอาศัยพึ่งบิดามารดาให้กำเนิดเกิดมาเราได้รับอุปการะเลี้ยงดูเติบโตมาโดยลำดับ ถ้าหากเรามาคิดคำนึงถึงคุณแล้วเป็นของหาประมาณมิได้ ฉันเดียวกับคุณพระรัตนตรัยคือ พระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ เรากราบทุกวันๆ เราไหว้ทุกวันๆ นานๆ ประณามถึงหรือกล่าวถึงคุณของท่านทุกวันๆ แต่เราไม่ค่อยจะคำนึงคิดถึง “ของจริง” เพราะฉะนั้นวันนี้จะพูดเพิ่มเติมอีก หากว่ามีของจริงอยู่แล้วได้คิดนึกหรือหากคิดนึกไปแล้วนมนานมันลืมก็จะได้ทวนทบกลับคืนมาพิจารณากันอีก

ความเป็นจริงนั้น ถ้าหากเรากราบครั้งที่ ๑ ก็ประสงค์จะอยากให้ระลึกคุณพระพุทธเจ้า ครั้งที่ ๒ ระลึกถึงคุณพระธรรม ครั้งที่ ๓ ระลึกถึงคุณพระอริยสงฆ์ ถึงหากเราจะไม่กล่าว อะระหัง สัมมา สัมพุทโธ ภะคะวา ก็ตาม แต่พร้อมกันนั้นเรากราบแล้วเราว่าประณาม คือ อะระหัง สัมมาสัมพุทโธ ภะคะวา เป็นต้นเรามาพิจารณาให้ถึงความจริงของพระพุทธเจ้าให้ซาบซึ้งเข้าถึงจิตถึงใจจริงๆ จิตของเราจะเบิกบานการกราบจะนิ่มนวล การกราบจะซาบซึ้งถึงจิตถึงใจจิตใจจะอิ่มเอิบ จิตใจจะเบิกบาน จัดเป็นบุญกุศลอย่างยิ่งใหญ่

หลวงปู่เทสก์ เทสรังสี วัดหินหมากเป้ง อ.ศรีเชียงใหม่ จ.หนองคาย (ขอบคุณลานธรรมจักร) – 003

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, ธรรมะ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, ธรรมะ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

เวลาพิจารณาลมหายใจเข้า-ออก เวลาจิตมันสงบเรื่องในอดีตมารบกวนจิตควรทำอย่างไร?

Posted on July 8, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/665339

เวลาพิจารณาลมหายใจเข้า-ออก เวลาจิตมันสงบเรื่องในอดีตมารบกวนจิตควรทำอย่างไร?

วันพฤหัสบดี ที่ 7 กรกฎาคม พ.ศ. 2565, 19.25 น.

ปุจฉา : อยากจะกราบเรียนท่านอาจารย์ว่า เวลาพิจารณาลมหายใจเข้า ลมหายใจออก เวลาจิตมันสงบ เมื่อคิดถึงเรื่องอดีต เรื่องอดีตมันปรากฏขึ้นมา แล้วมารบกวนจิตอยู่ตลอดเวลา จะภาวนาหรือไม่ก็ตาม ผมอยากจะทราบว่าจะแก้ไขด้วยอุบายอันใดจึงจะหาย

วิสัชนา : เวลาเราหัดภาวนา ไม่ว่าอารมณ์ใด จะเป็นอานาปานสติ หรือว่าพิจารณามรณานุสสติ หรือพิจารณาพุทโธ หรือกำหนดพุทโธก็ช่างเถิด เมื่อเวลาจิตมันเข้ามาอยู่ในจุดเดียวแล้ว จิตในขณะนี้มันอยู่ในขณิกะ รวมบ้างไม่รวมบ้าง นิดๆ หน่อยๆ มันเกิดขึ้นมาตรงนี้แหละ ถ้าธรรมดาอารมณ์อดีตมันไม่มี เวลามันรวมลงปัจจุบันนี้ เรียกว่าอดีตมันรวมมาที่นี้แล้ว อารมณ์อดีตเยอะทีเดียว มันเป็นธรรมดา ตรงนี้แหละ คนขี้เกียจเบื่อหน่ายก็ตรงนี้แหละโดยมาก ยิ่งภาวนาก็ยิ่งยุ่งหาความสุขไม่ได้

เราแก้ไขด้วยวิธีเอาปัจจุบัน อย่างง่ายๆ ที่สุดเอาปัจจุบัน อดีตอนาคตไม่มี เอาปัจจุบัน เอาอย่างง่ายๆ นี้เสียก่อน ถ้าหากว่าเราจะตามอดีตที่ล่วงมาแล้วก็ให้ล่วงไปเสีย อนาคตที่ยังไม่มาถึงก็ยังไม่มาถึง เราไม่ต้องส่งไปหามัน เดี๋ยวนี้ไม่มี เดี๋ยวนี้อยู่ในปัจจุบันเท่านี้แหละ อะไรเกิดขึ้นเวลานี้ กำหนดเอาเวลานี้ อดีตล่วงไปแล้วก็แล้วไป อนาคตยังมาไม่ถึงก็ยังมาไม่ถึง เวลานี้ไม่มีทั้งสองอย่าง วิธีแก้กันอย่างง่าย ถ้าหากเราจะแก้โดยสาวหาต้นเหตุ ว่าเรื่องที่มันเกิดขึ้นนั้นมันเกิดมาจากอะไร สิ่งนั้นมันเที่ยงหรือไม่เที่ยง เป็นสุขหรือเป็นทุกข์ แล้วก็ใครเป็นผู้ไปคิดส่งถึงมันแล้ว ปล่อยวางปลายเหตุมากำหนดอยู่ที่ต้นเหตุ (คือใจ)

โอวาทธรรม หลวงปู่เทสก์ เทสรังสี วัดหินหมากเป้ง อ.ศรีเชียงใหม่ จ.หนองคาย คัดมาจาก : หนังสือ ธรรมะปฏิบัติ สนทนาธรรมระหว่างอาจารย์และศิษย์ (ขอบคุณลานธรรมจักร) – 003

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, ธรรมะ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, ธรรมะ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

การยกเอาความเกิด-แก่-เจ็บ-ตายขึ้นมาพิจารณานี้เป็นอุบายของการภาวนาโดยแท้

Posted on July 7, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/665102

การยกเอาความเกิด-แก่-เจ็บ-ตายขึ้นมาพิจารณานี้เป็นอุบายของการภาวนาโดยแท้

วันพุธ ที่ 6 กรกฎาคม พ.ศ. 2565, 19.34 น.

“…ที่ให้หยิบยกเอาความเกิด-แก่-เจ็บ-ตายขึ้นมาพิจารณานี้เป็นการหัดสมถะและวิปัสสนาไปในตัว ถ้าผู้ที่มีนิสัยวาสนาแล้วเป็นไปได้รวดเร็ว ถ้านิสัยพอประมาณได้ปานกลาง บางทีก็จะหนักไปทางสมถะ จิตเข้าหาความสงบ มีอาการสองหย่างดังแสดงมาแล้ว ถึงอย่างไรการพิจารณาอย่างนี้ย่อมมีอานิสงส์มาก เพราะพิจารณาให้เห็นสภาวะเป็นจริง ถึงไม่ได้ปัญญาขั้นละเอียด แต่ก็ยังรู้เท่าเข้าใจตามความเป็นจริงแล้วค่อยๆ ถอนวางจากอุปทานลงได้โดยลำดับ

การยกเอาความเกิด-แก่-เจ็บ-ตายขึ้นมาพิจารณานี้ เป็นอุบายของการภาวนาโดยแท้ อย่าได้สงสัยว่าเราไม่ได้ภาวนา อุบายภาวนา คือการที่หยิบยกเอากัมมัฏฐานบทใดบทหนึ่งขึ้นมาพิจารณาเมื่อจิตแน่วแน่ลงสู่อารมณ์อันเดียวจนเข้าเป็นภวังค์ เรียกว่าจิตเข้าถึงภาวนาแล้ว ฉะนั้นการที่เรายกเอาความเกิด-แก่-เจ็บ-ตายขึ้นมาพิจารณาจิตของเราจะจดจ่ออยู่ในเรื่องนั้นอย่างเดียว เรียกว่าเรากำลังเจริญภาวนาอยู่แล้ว ขอให้ยินดีพอใจในจิตของตนที่เป็นอยู่นั้นเถิด จิตก็จะได้แน่วแน่และเกิดปีติปราโมทย์จนละเอียดลงไปโดยลำดับ ผู้ไม่เข้าใจภาวนามักจะสงสัยไปต่างๆนาๆ แล้วก็ปรุงแต่งไปว่า ภาวนาจะต้องเป็นอย่างนั้น เห็นอย่างนี้ แล้วจัดระดับชั้นภูมิของตนๆ ไว้ก่อนภาวนาเมื่อจิตไม่เป็นไปตามสังขาร ก็เลยฟุ้งซ่านเกิดความรำคาญ สังขารเป็นผู้ลวง จะไปแต่งภาวนาไม่ได้ โดยเฉพาะแล้วสังขารเป็นอุปสรรคแก่การภาวนาอย่างยิ่ง 

ฉะนั้น เมื่อยังละสังขารไม่ได้ตราบใดแล้ว ไม่มีหวังจะได้ประสบรสชาติของการภาวนาเลย ที่สุดการฟังเทศน์หรือยกอุบายใจขึ้นมาพิจารณาก็ไม่เป็นผล มีแต่ความลังเลใจ ธรรมทั้งหลาย ๘๔,๐๐๐พระธรรมขันธ์ก็จะไม่มีคุณค่าแก่เขา แม้เท่าที่เขาได้ส่ายตาไปมองดูรูปที่สวยๆ ขณะแวบเดียว ผู้ที่ท่านช่างคิดค้นหาข้อเท็จจริงทั้งหลาย ท่านไม่ใช้สัญญาออกหน้า แต่ท่านใช้เหตุผลและปรากฏการณ์เฉพาะเพาะหน้าเข้าค้นคว้าพิจารณา จึงได้ผลสมประสงค์ ธรรมหรือวิธีเจริญกัมมัฏฐานมิใช่ของมีโครงการอะไร ขอแต่ให้หยิบยกเอาเหตุผลหรือสิ่งปรากฏการณ์นั้นๆ มาพิจารณาให้เข้าถึงหลักของจริงก็เป็นอันใช้ได้ ที่มีพิธีรีตองและโครงการมากๆ นั้น ล้วนแล้วแต่ว่าตามความจริงจากท่านที่ท่านได้ทำสำเร็จมาแล้วทั้งนั้น

ฉะนั้น ยิ่งนานและมีผู้ค้นพบของจริงมากเข้าเท่าไร วิธีและโครงการหรือตำราก็ยิ่งมากขึ้น จนผู้ศึกษาภายหลังทำตามไม่ถูก ก็เลยชักให้สงสัย บางคนพาลหาว่าตำราไม่ได้เรื่องอย่างนี้ก็มี ถ้าหากทำตามดังแสดงมาแล้ว คือยกเอาของจริง เช่น เกิด-แก่-เจ็บ-ตายขึ้นมาพิจารณาให้เห็นตามเป็นจริง จนเกิดเป็นภาวนาสมาธิขึ้นมาแล้ว โครงการหรือวิธีทั้งหลายแหล่จะมากสักเท่าไรก็เป็นแต่เพียงกระจกเงาเท่านั้น หาใช่ตัวจริงไม่ ด้วยเหตุนี้สาวกของพระพุทธองค์จึงได้สำเร็จมรรคด้วยอุบายแปลกๆ ไม่เหมือนกัน 

ขนาดแสงไฟในดวงเทียนจะมีธรรมอะไร ใครๆ เขาก็ใช้กันอยู่ทั่วบ้านทั่วเมือง ก็ไม่เห็นจะวิเศษวิโสได้สำเร็จมรรคผลอะไร แต่ภิกษุณีชื่อ ปฏาจารา จุดเทียนบูชาในวิหาร แล้วเพ่งดูแสงเทียน ยึดเอาอาการแสงเทียนพลุ่งขึ้นด้วยกำลังแรงไฟ แล้วย่อยยับๆ ลงมาด้วยความอ่อนกำลังของมันเอง อยู่อย่างนั้นเป็นอารมณ์ น้อมเข้ามาเทียบกับอายุขัยและวัยในอัตภาพของตน จนเห็นเป็นอนิจจัง ทุกขัง อนัตตา ในสังขารทั้งหลาย ที่สุดจนสำเร็จเป็นพระอรหันต์เพราะไฟนั้นนี้เป็นตัวอย่าง ท่านยกเอาแสงเทียนขึ้นมาพิจารณา เห็นเป็นของไม่เที่ยงตามลักษณะที่มันพลุ่งขึ้นแล้งย่อยยับหดตัวลงตามเป็นจริง แล้วหมดความลังเลสงสัยในธรรมทั้งปวง ธรรมอื่นๆ ไม่ต้องไปตามพิจารณา แต่มันมาปรากฏชัดในที่แห่งเดียวแล้ว

บัณฑิตสามเณรลูกศิษย์ของท่านพระสารีบุตร เห็นเขาไขน้ำให้มันไหลไปตามนา ท่านนำมาพิจารณาว่า น้ำเป็นของไม่มีจิตใจ แต่ก็ไหลไปตามนาได้ตามประสงค์ จิตของเราเมื่อทรมาณให้อยู่ในอำนาจก็จะทำได้ เห็นเขาถากไม้ดัดลูกศร เขาหลิ่วตาข้างเดียวดูที่คดที่ตรง ท่านก็นำมาพิจารณาว่า ผู้ฝึกจิตถ้าทำจิตให้มีอารมณ์หลายอย่าง ก็จะสงบไม่ได้และไม่เห็นสภาพของจิตตามเป็นจริง ถ้าทำจิตให้ดิ่งแน่วแน่อยู่ในอารมณ์อันเดียวแล้ว จิตก็มีกำลังเบ่งรัศมีแห่งความสว่างออกมาเต็มที่ มองสภาพของจิตตามเป็นจริงได้ ว่าอะไรเป็นจิต อะไรเป็นกิเลส อะไรเป็นของควรละ ผลที่สุดท่านก็ได้สำเร็จเป็นพระอรหันต์เพราะอุบายอันนั้น นี่แหละความละเอียดและเป็นธรรมมิใช่อยูที่อุบาย แต่อยูที่จิต อบรมถูกจนจิตเป็นภาวนาสัมมาสมาธิแล้ว อุบายทั้งหลายที่หยิบยกขึ้นมาพิจารณานั้น ไม่ว่าหยาบและละเอียดก็จะได้ปัญญามีคุณค่าให้สำเร็จมรรคผลเป็นที่สุดเช่นเดียวกัน

ฉะนั้นทุกๆ คนเมื่อเราหยิบยกเอาอุบายอันใดขึ้นมาพิจารณา เห็นชัดจนแจ่มแจ้งแล้ว แม้แต่ครั้งเดียวก็ตามขออย่าได้ทอดทิ้งให้นำเอาอุบายนั้นแหละมาพิจารณาอีก จิตจะเป็นอย่างที่เคยเป็นมาแล้วหรือไม่ก็ตาม ขอให้ทำเรื่อยไปจนชำนาญ

ข้อสำคัญอีกประการหนึ่งก็คือการเจริญสมาธิควรกระทำจนเกิดความชำนิชำนาญ แคล่วคล่องว่องไวจะยกอุบายอะไรขึ้นมาพิจารณาก็ยกมาได้ทันทีจะเข้าออกสมาธิก็ง่าย ทำให้สมาธิตั้งอยู่นานก็ได้ และเชี่ยวชาญในการกำหนดรู้อารมณ์ของสมาธิเป็นอย่างดี…”

โอวาทธรรม หลวงปู่เทสก์ เทสรังสี วัดหินหมากเป้ง อ.ศรีเชียงใหม่ จ.หนองคาย (ขอบคุณลานธรรมจักร) – 003

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, ธรรมะ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, ธรรมะ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

คนเราความอยากมันท่วมท้นหาขอบเขตไม่ได้ เปรียบเหมือนแม่น้ำไหลไปทางต่ำ ไม่มีหยุดเสียที

Posted on July 6, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/664884

คนเราความอยากมันท่วมท้นหาขอบเขตไม่ได้ เปรียบเหมือนแม่น้ำไหลไปทางต่ำ ไม่มีหยุดเสียที

วันอังคาร ที่ 5 กรกฎาคม พ.ศ. 2565, 19.43 น.

“คนเราเกิดมามีความปรารถนาอย่างหนึ่ง แต่สิ่งนั้นก็ทำไม่ถึงสักที “สิ่งที่ว่านี้คือสุขที่แท้จริง” การประกอบอาชีพทุกประเภทต้องทุ่มเทลงทุนด้วยทรัพย์และกำลังกาย ทั้งสติปัญญาเพื่อต้องการผลกำไรตอบแทน แต่ถึงกระนั้นก็ดี ที่ได้ผลตอบแทนจะมีสักกี่เปอร์เซ็นต์ บางคนก็ขาดทุนจนสิ้นเนื้อประดาตัว กลุ้มใจจนผูกคอตายก็มีมิใช่น้อย ที่รอดตัวมาได้ก็พอซังกะตาย หรือที่ว่าดีก็มีไม่พอไม่อิ่มกันสักที 

“คนเราความอยากมันท่วมท้นหาขอบเขตไม่ได้ ท่านเปรียบความอยากเหมือนแม่น้ำ ไหลไปทางต่ำ” ไม่มีหยุดเสียที “พระพุทธเจ้ารู้เรื่องนี้ดีกว่าคนทั้งหลายในโลก ท่านจึงเป็นจอมปราชญ์ของโลก” คือท่านรู้ว่า “ความทยานอยากของคนในโลกนี้ไม่พอสักที จึงเป็นเหตุให้เกิดทุกข์” ไม่ว่าอยากในสิ่งใดทั้งหมด “เมื่อได้สิ่งนั้นมาแล้ว แต่ความอยากยังไม่หยุดจึงต้องเป็นทุกข์” เมื่อจับต้นเหตุแห่งทุกข์ได้แล้ว ไม่ต้องไปมัวแสวงหาสิ่งอื่นมาบำบัดทุกข์ให้เสียเวลา “เข้าไปหยุดความทยานอยากแล้วก็สิ้นเรื่อง”

โอวาทธรรม หลวงปู่เทสก์ เทสรังสี (ขอบคุณลานธรรมจักร) -003

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, ธรรมะ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, ธรรมะ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

‘การอธิษฐาน’ ไม่ได้แปลว่าขอตามหลักของศาสนาพุทธคือให้ตั้งเป้า ความตั้งใจ

Posted on July 5, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/664587

'การอธิษฐาน' ไม่ได้แปลว่าขอตามหลักของศาสนาพุทธคือให้ตั้งเป้า ความตั้งใจ

วันจันทร์ ที่ 4 กรกฎาคม พ.ศ. 2565, 19.15 น.

คำว่าอธิษฐานนี้ตามความหมายของพระนี่ ไม่ได้แปลว่าขอ ขอนี่เป็นความหมายของโยมที่มาใช้กัน แต่ความหมายของคำว่าอธิษฐานที่แท้จริงคือความตั้งใจ ตั้งเป้า ตั้งเป้าหมาย เช่น เวลาเราทำบุญ ถ้าเราอยากจะทำบุญอยู่เรื่อยๆ เราก็ตั้งเป้าหมายว่า ขอให้ได้ทำบุญอย่างนี้ไปทุกวัน อย่างนี้ พอพรุ่งนี้เราก็จะได้ทำต่อ แต่ถ้าเราไม่ตั้งเป้าหมายว่าจะทำบุญทุกวัน เดี๋ยวพอพรุ่งนี้อาจจะไม่ทำก็ได้ 

ดังนั้น ถ้าเราอยากจะได้บุญจากการทำบุญ เราก็ต้องอธิษฐานตอนที่เราทำบุญว่า ขอให้ได้ทำบุญอย่างนี้ทุกวันหรือวันละหลายๆครั้งก็ได้ ขอให้ได้ทำบุญบ่อยๆ ทุกเวลาที่มีโอกาสได้ทำขอให้ได้ทำบุญ อย่างนี้เราก็จะได้ทำบุญ แล้วประโยชน์หรือผลที่จะได้รับจากการทำบุญก็จะเกิด แต่ถ้าเราไปขอว่าทำบุญแล้วขอให้ได้ไปนิพพานอย่างนี้มันก็ขอก็ไม่ได้อยู่ดี เพราะการทำบุญไม่ใช่เป็นเหตุที่จะทำให้เราไปนิพพาน 

การใส่บาตรนี้ไม่ใช่จะทำให้เราไปนิพพานได้ มันเป็นเพียงขั้นบันไดขั้นหนึ่งของการไปนิพพาน แต่ยังมีอีกหลายขั้นที่เรายังต้องก้าวขึ้นไป คือ นอกจากการทำบุญใส่บาตรแล้ว เรายังต้องรักษาศีล รักษาศีลแล้วยังต้องภาวนา นี่ถ้าเราอยากจะไปนิพพาน เราต้องตั้งจิตอธิษฐานว่า ขอให้ได้ทำบุญทุกวัน รักษาศีลทุกวัน ได้ภาวนาทุกวัน ถ้าอย่างนี้เดี๋ยวก็จะได้นิพพาน แต่จะไปขอ ขอให้ไปสวรรค์ ไปนิพพาน ขอให้ไม่ไปเกิดในอบายด้วยการใส่บาตรนี้มัน มันห้ามไม่ได้ มันเป็นผลไม่ได้

ถ้าไม่อยากจะไปอบายก็ต้องขอต่อไปนี้ จะไม่ทำบาปอีกต่อไป ขอตั้งสัจจะ ขออธิษฐานว่าจะไม่ทำบาปอีกต่อไป อย่างนี้ถึงต้องอธิษฐานแบบนี้ ถ้ารักษาศีล ๕ ได้ตลอดชีวิต ตายไปก็ไม่ต้องไปอบาย เพราะบาปไม่มีจะดึงเราไป มีแต่บุญ บุญก็จะดึงเราไปสวรรค์ ไปนิพพาน ถ้าเราปฏิบัติถึงขั้นของนิพพานได้ ดังนั้นการอธิษฐานตามหลักของศาสนาพุทธคือให้ตั้งเป้า ตั้งอยู่ที่การกระทำของเรา อย่าไปตั้งที่ผล เพราะตั้งที่ผลแล้วไม่กระทำมันไม่เกิดผลขึ้นมา แต่ตั้งที่เหตุแล้ว พอเรามีเหตุเราทำเหตุได้ ผลก็จะตามมาเอง

พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต วัดญาณสังวรารามฯ จังหวัดชลบุรี วันที่ ๒๖ มกราคม พ.ศ. ๒๕๖๑ (เพจ พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต) – 003

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, ธรรมะ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, ธรรมะ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ธรรมะวันอาทิตย์ : ฟังธรรมะ สะสมบุญ จะพบแต่ความสุข โดย’พระครูมงคล วรวัตร’ เจ้าอาวาสวัดเทพมงคล

Posted on July 4, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/664334

ธรรมะวันอาทิตย์ : ฟังธรรมะ สะสมบุญ จะพบแต่ความสุข โดย'พระครูมงคล วรวัตร' เจ้าอาวาสวัดเทพมงคล

วันอาทิตย์ ที่ 3 กรกฎาคม พ.ศ. 2565, 14.06 น.

3 กรกฎาคม 2565 พระครูมงคลวรวัตร เจ้าอาวาสวัดเทพมงคล และอีกตำแหน่งเจ้าคณะอำเภอเมืองอำนาจเจริญ จ.อำนาจเจริญ ปกครองพระสงฆ์ 16 รูป สามเณร แม่ชี ไม่มี มรรคนายก 5 คน สังกัด มหานิกาย ถือว่าเป็นแหล่งศูนย์รวมจิตใจ ปฏิบัติธรรมที่สำคัญอีกแห่ง ซึ่งพุทศาสนิกชนเดินทางเข้ามาทำบุญ ทำทานและฝึกปฏิบัติธรรม สมาธิ ฟังเทศนา คำสอน เพื่อนำไปปรับใช้ในการทำงาน ดำรงชีวิต ได้อย่างลงตัว และเป็นสิริมงคลอยู่เย็นเป็นสุขอีกด้วย 

โดยบริเวณพื้นที่ 43 ไร่ ภายในวัดเทพมงคล ยังแบ่งเป็นสัดส่วน ให้พุทธศาสนิกชน ได้เดินชมสัมผัสธรรมชาติ ที่ร่มรื่นเงียบสงบ สำหรับผู้นิยมนั่งสมาธิ ปฏิบัติธรรม รองรับบนเนื้อที่ 1 ไร่ ทั้งแบบภายในอาคาร หรือนั่งสมาธิท่ามกลางธรรมชาติสวยงาม ก็มีรองรับอย่างเต็มที่ ชนิดที่ว่า ถูกใจ ผู้รักความเงียบสงบ ท่ามกลางเสียงนก เสียงจักจั่น ขับกล่องเป็นเสียงเพลงตลอดเวลา 

ศาลา 8 เหลี่ยม สำหรับผู้เข้ามาปฏิบัติธรรม ที่ต้องการทราบประวัติความเป็นมากิจกรรมที่ผ่านมา ก็จะมีให้อ่านที่นี่ ไม่ว่าจะเป็น พระครูนำแผ่นดินธรรมแผ่นดินทอง เพื่อเป็นศูนย์ประสานงานส่งเสริมกิจกรรมเผยแพร่พุทธศาสนาและการพัฒนาชนบท เป็นศูนย์การค้นคว้า วิจัย อบรม การผลิต การใช้สื่อ เผยแพร่ศาสนา เป็นศูนย์การรวบรวมข้อมูลการพัฒนาคุณภาพชีวิตคนและการดำเนินการด้านสังคมสงเคราะห์ แก้ไขปัญหาสังคม การพัฒนาสังคม เพื่อให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีของคนในชุมชน เป็นศูนย์ประสานงานกับหน่วยงานรัฐ เอกชนและประชาชน ให้เกิดการพัฒนาอย่างยั่งยืน  เพื่ออนุรักษ์ บำรุง ทรัพยากรธรรมชาติ 

ส่วนการสงบจิตใช้หลัก 3 ประการ คือพัฒนาจิตใจ เศรษฐกิจ สังคม ด้วยการพัฒนาจิตใจของข้าราชการ ประชาชน ส่งผลให้ครอบครัวมีความสงบสุข รวมถึงการพัฒนาชุมชนให้มีความสะอาด พัฒนาหมู่บ้านให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีได้ด้วยตัวเอง 

สำหรับพุทธสถานธรรมเทพนิมิต ปลูกฝังค่านิยมในการอนุรักษ์ รักษาธรรมชาติ จัดรวบรวมคำคม ต้นไม้พูดได้ มีคำคมคำสอนติดตามต้นไม้กว่า 500 ต้น เพื่อเป็นศูนย์เรียนรู้ศึกษาของประชาชน 

ส่วนหอแก้วสารพัดนึก มี 2 ชั้น ยอดสุด ประดิษฐานพระบรมสารีริกธาติ องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า และชั้นล่าง ทำเป็นแหล่งเรียนรู้ทางศาสนา มีธาตุเจดีย์ 4 ทิศ คือ1. ธาตุเจดีย์ 2. บริโภค เจดีย์ 3.ธรรมะเจดีย์ 4.อุเทสิกะ เจดีย์ เพื่อให้ญาติโยม พุทธศาสนิกชน เด็กและเยาวชน เข้ามาค้นคว้า ศึกษา เรียนรู้ ทางศาสนา จะได้มีความรู้ ความเข้าใจ ทางศาสนามากยิ่งขึ้น 

นอกจากนี้ ด้านทิศเหนือ ภายในวัดเทพมงคล จัดทำเป็นที่แสดง ผลิตภัณฑ์สิ่งของโบราณ หลากหลายชนิด มีให้ชมและศึกษาของผู้สนใจ โดยเปิดให้ชมเวลา 09.00 – 16.00 น.ทุกวัน 

ส่วนศูนย์พัฒนาเด็กก่อนเกณฑ์ ตั้งอยู่ด้านทิศตะวันออกภายในวัดเทพมงคล เปิดรับเด็กนักเรียน ลูกหลาน ที่มีบ้านพักอยู่ใกล้วัด และกันพื้นที่จำนวนหนึ่ง อนุญาตให้เทศบาล เปิดเป็นโรงเรียนเทศบาล 1 วัดเทพมงคล เปิดการเรียนการสอนตั้งแต่อนุบาล 1 – ชั้น ป.6 เปิดมาแล้ว 15 ปี โดยไม่ได้คิดค่าเช่าใดๆเลย เพื่อเป็นการแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่าย พ่อ แม่ ผู้ปกครอง ไม่ต้องให้ลูกหลายไปเรียนไกลบ้าน 

พระครูมงคลวรวัตร เจ้าอาวาสวัดเทพมงคลและรองเจ้าคณะอำเภอเมืองอำนาจเจริญ จ.อำนาจเจริญ แสดงพระธรรมเทศนาว่า ชีวิตของมนุษย์และสัตว์ ทั้งในโลกนี้และโลกทิพย์มีส่วนสัมพันธ์กัน ก็อยู่ที่กฎแห่งกรรม ที่พระพุทธเจ้าทรงสั่งสอนในการเวียนว่ายตายเกิดไปๆมาๆ ที่จะไม่เคยเป็นญาติ เป็นเพื่อน ไม่เคยเป็นเจ้ากรรมนายเวรกันไม่มี ชีวิตของทุกคนจึงมีส่วนสัมพันธ์กันไม่มากก็น้อย ทั้งส่วนดีมากและดีน้อย ทั้งส่วนเลวมากและเลวน้อย ทั้งในส่วนที่ทำให้เกิดความเครียดแค้นชิงชังมากชิงชังน้อย ทั้งในส่วนที่รักและอุปการะมากและน้อย นี่เป็นกรณีหนึ่ง  

การได้ดีตกยาก เจ็บไข้ได้ป่วยของมนุษย์และสัตว์ ส่วนหนึ่งเกิดจากผลกรรม ในอดีตชาติและปัจจุบันชาติ อีกส่วนหนึ่งได้รับเหตุปัจจัยกระทบจากสิ่งรอบข้าง อีกส่วนหนึ่งเกิดจากการกระทำของสิ่งลี้ลับที่เรามองไม่เห็น เช่น เทวดาช่วยเหลือ เทวนาให้โทษ ผีให้โทษ เจ้ากรรมนายเวรที่เคียดแค้น ชิงชัง ให้โทษ  

คนเราทุกคนมีเทวดาอย่างน้อย 2 องค์ เป็นเทวดาประจำตัวติดตามช่วยเหลือ ให้เราประสบความสำเร็จ หรือช่วยเหลือปกป้องคุ้มครองให้เรารอดพ้นจากภัยอันตรายที่น่าหวาดเสียวได้อย่างอัศจรรย์ ซึ่งบางทีก็ยกให้เป็นคุณงามความดีของวัตถุมงคลที่แขวนคอเสียก็มี เด็กน้อยบางคนไม่มีวัตถุมงคลแขวนคอ แต่ตกบ้านด้วยความซุกซน แต่ไม่ได้รับอันตรายเหมือนมีใครมาอุ้มไว้ก่อนตกพื้น บุคคลบางคนไม่มีวัตถุมงคลติดตัว แต่สามารถรอดพ้นจากอุบัติเหตุและการดักทำร้ายของศัตรูมาได้อย่างปาฎิหาริย์ นั่นคือ การปกป้องรักษาจากเทวดาประจำตัวเขาและญาติในโลกทิพย์ของเขา 

พวกเราชาวพุทธแต่ละคนล้วนเคยทำบุญให้ทานมาแล้วทั้งสิ้น ทั้งในชาตินี้ ชาติก่อน ถ้าจะนับบุญ ก็คงจะใหญ่เท่าภูเขาเลากาหรือเท่าก้อนโลก แต่ไม่รู้จักใช้บุญของตนเองให้เกิดประโยชน์ในปัจจุบันชาติ จึงต้องรอตายแล้ว จึงไปรับบุญในสรวงสวรรค์ คนทำบุญ จึงชอบบ่นว่า ทำแต่บุญไม่เห็นได้ดีสักที ที่เป็นเช่นนี้ เพราะเขาไม่เคยให้บุญแก่เทวาดารักษาตัวเอง ไม่เคยให้เจ้ากรรมนายเวรที่ตามจ้องกันอยู่ ไม่เคยให้เทวดาและญาติทิพย์ที่อาศัย อยู่ในเขตบ้านเขตเรือน ไม่เคยให้เทวดารักษาเจ้านายของตัว เทวดาเหล่านั้นบางองค์อาจมีบุญน้อย มีฤทธิ์น้อย จึงไม่สามารถช่วยเหลืออะไรได้มาก แต่ถ้าเขาได้รับบุญจากเราบ่อยๆ เขาจะกลายเป็นเทวดาที่มีฤทธิ์อำนาจ สามารถช่วยเหลือให้เราประสบความสำเร็จได้ดังใจหมาย บางคนอ้างว่า ทำบุญทุกครั้ง ก็กรวดน้ำให้เทวดา และเจ้ากรรมนายเวรทุกครั้ง ไม่เห็นมีอะไรเปลี่ยนแปลง จะต้องเข้าใจเราให้ไม่เป็น เขาจึงไม่ได้รับ เช่น ให้ไม่เจาะจง หรือ แสวงบุญหมดแล้วจึงมากรวดน้ำให้ เขาก็ไม่ได้รับ พระครูมงคลวรวัตร เทศนาตอนหนึ่ง 

นอกจากนี้ พระครูมงคลวรวัตร ยังได้รับกิจนิมนต์ ไปเทศนาตามงานสำคัญๆต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นหน่วยงานราชการ หรือภาคเอกชน อย่างต่อเนื่อง ซึ่งนอกจากท่านจะเทศนาสั่งสอน เรื่องราว ความเป็นมาของหน่วยงานที่นิมนต์ไปแล้ว ท่านยังสอดแทรก คำสอน ให้ผู้ฟังเป็นคนดี มีความกตัญญู รู้คุณต่อ บิดามารดา และแผ่นดินเกิดอีกด้วย 

อย่างไรก็ตาม ถึงแม้วัดเทพมงคลจะเป็นวัดไม่ใหญ่ เป็นวัดขนาดกลาง ตั้งอยู่ในตัวเมืองอำนาจเจริญ ทว่าที่ผ่านมา จะมีพุทธศาสนิกชน ทั้งภาครัฐและเอกชน ใช้สำหรับประกอบพิธีทางศาสนาในวันสำคัญๆเป็นประจำ และยังเป็นวัดยอดนิยม ที่มีผู้คนเข้ามาทำบุญ ทำทาน ปฏิบัติธรรม ฟังคำสอนจาก พระครูมงคลวรวัตร เจ้าอาวาสวัดเทพมงคลและเจ้าคณะอำเภอเมืองอำนาจเจริญ เพื่อนำไปปรับใช้ในการทำงานชีวิตประจำวันและเป็นสิริมงคลแก่ตนเอง ครอบครัวอย่างต่อเนื่อง 

พระครูมงคล วรวัตร เจ้าอาวาสวัดเทพมงคลและเจ้าคณะอำเภอเมืองอำนาจเจริญ เทศนาเรื่องการรักษาศีลว่า ศีลเบื้องต้นทั่วไป ที่พระพุทธเจ้า ทรงให้พุทธบริษัทรับไปนั้น คือ ศีล 5 ข้อ ได้แก่ ห้ามฆ่าสัตว์ ห้าพูดเท็จ ห้ามลักทรัพย์ ห้ามทำผิดในกามและห้ามดื่มสุรา ให้รับไว้ปฏิบัติชั่วชีวิต ไม่ใช่รับเฉพาะเมื่อเฉพาะยาม การรับศีลเป็นบางโอกาส เช่น ศีลอุโบสถ ไม่ได้รักษากันตลอดชีวิต รักษาเฉพาะวันพระ เดือนละ 4 ครั้ง ครั้งละ 24 ชั่วโมง แต่เช้าถึงวันรุ่งขึ้น วันนั้น เป็นวันรักษาศีลชั่วคราว แต่ศีล 5 นั้นเรียกว่า “ นิจศีล” แปลว่า ศีลที่ควรรักษากันเป็นนิจทุกวัน ทุกเวลา ไม่ว่าจะอยู่ในสภาพใด เราต้องรักษามั่นไว้ในใจของเรา ฉะนั้น การรักษาศีล 5 มีจุดอยู่ตรงนี้ ศีลแยกออกเป็น 2 อย่างคือ  

โลกียศีล คือศีลของโลกียชน ซึ่งยังอยู่ในโลกียวิสัย เช่น ผู้สมาทานศีล ศีล 5 ศีล 8 ศีล 10 ศีล 227 แล้วต้องระวังรักษาด้วยการบังคับกาย วาจา ให้งดเว้นจากข้อห้ามนั้นๆ ไม่ให้ด่างพร้อย แต่ไม่อยู่ในวิสัย ที่จะบังคับจิตใจ นี่เรียกว่า “โลกียศีล”  

โลกุตรศีล คือ ศีลของพระอริยเจ้า ได้แก่ ผู้ที่บรรลุมรรคผลนิพพานแล้ว เรียกว่า “อธิศีล” คือ ศีลอันยิ่งใหญ่ ได้แก่ ศีลที่มีอำนาจมากและมีการกำจัดความชั่วทุกหมด ที่เกิดขึ้นทางตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจ เป็นปกติ ไม่ต้องรักษาเหมือนอย่างโลกียศีล ทั้งนี้ ย่อมเป็นไปตามสภาพจิตที่อบรมดีแล้ว ศีลแบ่งออกเป็นข้อย่อยๆ 4 ข้อ คือ  

1.หานภาคิยศีล ได้แก่ ผู้ที่สมาทานศีล ศีล 5 ศีล 8 ศีล 10 และศีล 227 แล้วมักล่วงเกินสิกขาบท ที่ตนสมาทานและทำให้ขาดตกบกพร่อง ด่างพร้อย เรียกว่า หานภาดิยศีล 

2.ฐิติภาคิยศีล ได้แก่ ผู้ที่สมาทานศีลแล้ว ไม่ทำให้ขาดตกบกพร่อง แต่ไม่ไหว้พระ ไม่สวดมนต์ เจริญภาวนา 

3.วิเสสภาคิยศีล ได้แก่ ผู้สมาทานรักษาศีลได้อย่างบริบูรณ์แล้ว ยังได้สวดมนต์ไหว้พระ เจริญภาวนาด้วย 

4.นิพเพธภาคิยศีล ได้แก่ ผู้มีศีลบริสุทธิ์แล้ว เจริญวิปัสสนาภาวนาต่อไป จนเกิดปัญหารู้แจ้งเห็นจริง เห็นเหตุการณ์ของรูป ของนาม ที่กำลังเกิดขึ้น ตั้งอยู่ ดับไป ตามสภาพที่แท้งจริง.012

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, ธรรมะ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, ธรรมะ, ธรรมะวันอาทิตย์, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

วิธีการฟังธรรมเพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุด : พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต

Posted on July 2, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/664103

วิธีการฟังธรรมเพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุด : พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต

วันศุกร์ ที่ 1 กรกฎาคม พ.ศ. 2565, 19.27 น.

วันนี้มีศรัทธาญาติโยมที่ไม่เคยฟังเทศน์ฟังธรรมกัน มากันเป็นครั้งแรก เป็นจำนวนมาก ก็อยากจะบอกวิธีการฟังเทศน์ฟังธรรม เพื่อให้เกิดประโยชน์อย่างสูงสุดว่าควรจะฟังอย่างไร การฟังเทศน์ฟังธรรมเพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุด ควรฟังด้วย กาย วาจา ใจ ที่สงบนั่นเอง กาย วาจา สงบเรียกว่า “ศีล” ใจสงบเรียกว่า “สมาธิ” ศีล สมาธิ เป็นเหมือนภาชนะที่จะรองรับปัญญา คือความรู้จากพระพุทธเจ้า ถ้าไม่มีศีล ไม่มีสมาธิ ก็เหมือนกับไม่มีภาชนะไว้รองรับนั่นเอง ความรู้หรือคำสั่งสอนของพระพุทธเจ้านี้ เป็นเหมือนอาหาร การที่เราจะรับอาหารจากพระพุทธเจ้า เราก็ต้องมีภาชนะ คือมีจาน 

เวลาเราจะรับประทานอาหาร เราต้องมีจานไว้รองรับอาหาร ถ้ามีแต่มือเปล่าๆ ก็จะรับได้ไม่มาก แต่ถ้าเรามีภาชนะ มีจาน มีชาม เราก็สามารถตักอาหารใส่จาน ใส่ชามได้อย่างเต็มที่ แล้วเราก็จะได้เอาอาหารไปรับประทาน ให้ร่างกายของเราสมบูรณ์แข็งแรง ใจของเราก็ต้องการอาหาร อาหารของใจก็คือธรรมะ คำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า ที่จะทำให้ใจของเรามีความอิ่มหนำสำราญใจ มีความสุข มีความสบายใจ เวลาที่เราต้องการธรรมะ เราจึงต้องเตรียมภาชนะ ไว้ไปรับอาหาร ไปรับธรรมะจากพระพุทธเจ้า ภาชนะที่รองรับก็คือ ศีล สมาธินี่เอง กายสงบ วาจาสงบ เรียกว่า “ศีล”

ทำอย่างไรถึงเรียกว่า “กายสงบ วาจาสงบ” “กายสงบ” ก็คือเวลาฟังธรรม เราไม่ควรทำอะไร เราควรนั่งเฉยๆ ร่างกายไม่ควรที่จะทำโน่นทำนี่ ให้นั่งเฉยๆ ส่วนวาจาก็ไม่ให้พูดคุยกัน ต่างคนต่างนั่งเฉยๆ ไม่พูดไม่คุยกัน เพราะว่าถ้าเราทำอะไรทางร่างกาย หรือพูดคุยกัน ใจของเราก็จะไม่ได้มาฟังธรรมนั่นเอง ถึงแม้จะได้ยินเสียงแต่จะไม่เข้าใจ ธรรมจะไม่เข้าไปถึงในใจ เนื่องจากกายกับวาจาของเราไม่รองรับพระธรรมคำสอนนั่นเอง นอกจากกายวาจาที่สงบแล้ว ใจก็ต้องสงบด้วย คือ ใจต้องไม่คิดเรื่องนั้นเรื่องนี้ ให้คิดอยู่กับเรื่องที่เรากำลังฟังอยู่ คิดถึงเรื่องธรรม ติดตามตั้งใจฟังเสียงธรรมที่เข้ามาสัมผัสกับหู แล้วก็พิจารณาตาม 

ถ้าเราพิจารณาตามได้ เราก็จะเข้าใจความหมายว่า ธรรมที่แสดงไว้นั้นแสดงเรื่องอะไรบ้าง แล้วเราก็จะได้เกิดปัญญาขึ้นมา เกิดความรู้ขึ้นมา หรือถ้าเราฟังธรรมแล้ว เราไม่สามารถพิจารณาตามได้ เนื่องจากเราอาจจะไม่เข้าใจความหมายของธรรมที่เราได้ยินได้ฟังอยู่ ถ้าเรายังตั้งใจฟังอยู่กับเสียงธรรม เราก็จะได้ใช้เสียงธรรมนั้นเป็นอารมณ์กล่อมใจให้เข้าสู่ความสงบได้ ทำให้ใจเรานิ่งสงบ เกิดความสุขขึ้นมา การฟังธรรมจึงสามารถฟังได้ ๒ แบบ ฟังให้เกิดความสงบ ถ้าใจเราไม่สงบ เราอาศัยการฟังเสียงธรรมไปเรื่อยๆ แล้วถ้าเราไม่ไปคิดถึงเรื่องนั้นเรื่องนี้ เกาะอยู่กับเสียงธรรมไป เสียงธรรมก็จะนำใจให้เข้าสู่ความสงบ ถ้าเราพิจารณาตามเหตุตามผลของธรรมที่แสดงไว้ได้ เราก็จะเกิดความเข้าอกเข้าใจ เกิดปัญญา เกิดความรู้ขึ้นมา

นี่คือวิธีการฟังธรรม และไม่จำเป็นที่จะต้องมีกระดาษ ดินสอ ไว้จดบันทึก การฟังธรรมนี้เราต้องการฟังเพื่อให้เกิดความเข้าใจ ถ้าเราเข้าใจแล้ว มันจะไม่ลืม มันจะอยู่ในใจ ถ้าเรามัวแต่จดธรรมที่เราได้ยินได้ฟัง เราจะไม่มีเวลาที่จะมาพิจารณาธรรม เราจะคอยจดคอยจำแต่ธรรมที่เราได้ยิน แต่เราจะไม่เข้าใจความหมายของธรรมที่เราได้ยินได้ฟัง จดไปแล้ว บางทีวันหลังกลับมาอ่านดูก็ไม่เข้าใจว่าจดอะไรไปบ้าง ดังนั้น การฟังธรรมนี้ โดยหลักเราไม่ต้องการจดจำ เราต้องการความเข้าใจ เหมือนเวลาที่เราจะเดินทางไปไหน เราไม่รู้จักทาง เราก็ถามคนที่บอกทาง ว่าจะไปที่นั่นไปอย่างไร เราก็ตั้งใจฟัง ให้เขาอธิบายให้เราฟัง ไปตรงนั้น ถึงตรงนั้นแล้วให้ไปทำอย่างนั้น ให้ขึ้นรถสายนั้นสายนี้ 

ถ้าเราไม่เข้าใจเราก็ถามใหม่ว่า “ช่วยอธิบายอีกที ว่าทำอย่างไร เดินทางไปอย่างไร” ถามไปจนกว่าจะเข้าใจ พอเข้าใจแล้ว เราก็ไม่ต้องจด เพราะจดไว้เดี๋ยวหาย ถ้าเกิดหายไปก็ยุ่ง แต่ให้มันจดไว้ในใจดีกว่า ให้มันจด ให้มันเข้าไปในใจ ด้วยการเข้าใจ การที่เราจะเข้าใจ เราก็ต้องตั้งใจฟัง ฟังทุกคำพูดที่เขาพูดมา ที่เขาบอกมา พอเขาพูดเขาบอกแล้ว เราก็จะเข้าใจ แล้วเราก็จะจำได้ ไม่จำเป็นที่จะต้องมีกระดาษบันทึกเอาไว้ เพราะว่ากระดาษที่เราเขียนไว้บางทีมันก็หายได้ หรือบางทีเราจดแล้ว เราไม่เข้าใจ เรากลับมาอ่าน เราก็ไม่เข้าใจว่ามีความหมายว่าอย่างไร นี่คือวิธีการฟังธรรม ถ้าฟังด้วยศีล ด้วยสมาธิ ใจจะสามารถรับปัญญาได้ “ปัญญา” ก็คือความรู้ที่พระพุทธเจ้าได้ทรงตรัสรู้ แล้วนำเอามาสอนพวกเรานั่นเอง

พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต วัดญาณสังวรารามฯ จังหวัดชลบุรี วันที่ ๒๒ ธันวาคม พ.ศ.๒๕๖๑ (เพจ พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต) – 003 

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, ธรรมะ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, ธรรมะ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

กายนี้คือก้อนทุกข์ ฝึกสติปัญญาให้ดีแล้วมาพิจารณากายนี้ให้แจ้งก็จะพ้นทุกข์ได้

Posted on July 2, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/663874

กายนี้คือก้อนทุกข์ ฝึกสติปัญญาให้ดีแล้วมาพิจารณากายนี้ให้แจ้งก็จะพ้นทุกข์ได้

วันพฤหัสบดี ที่ 30 มิถุนายน พ.ศ. 2565, 19.34 น.

“..หากสละชีวิตตั้งใจประพฤติปฏิบัติกันจริๆ แล้ว พระพุทธศาสนาก็ไม่เป็นของยากลำบากและเหลือวิสัยอะไร ทำได้จนเต็มความสามารถของตนทีเดียว กายนี้คือก้อนทุกข์ กายนี้เป็นที่หมายให้พ้นเสียจากทุกข์ ฝึกสติปัญญาให้ดีแล้วมาพิจารณากายนี้ให้แจ้ง ก็จะพ้นทุกข์ได้…”

จากหนังสือ “อาจาริยธัมโมทยาน” (หน้า ๔๖) โอวาทธรรมหลวงปู่สิงห์ ขันตยาคโม วัดป่าสาลวัน จังหวัดนครราชสีมา (ขอบคุณลานธรรมจักร) – 003 

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, ธรรมะ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, ธรรมะ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

การปฎิบัติธรรมกับการอยู่ใกล้ชิดธรรมชาติ : โอวาทธรรม ‘พระอาจารย์สิงห์ ขนฺตฺยาคโม’

Posted on June 30, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/663615

การปฎิบัติธรรมกับการอยู่ใกล้ชิดธรรมชาติ : โอวาทธรรม 'พระอาจารย์สิงห์ ขนฺตฺยาคโม'

วันพุธ ที่ 29 มิถุนายน พ.ศ. 2565, 19.27 น.

การปฏิบัติธรรมถ้าเราอยู่ใกล้ชิดกับธรรมชาติ ย่อมจะเปลี่ยนจิตใจเรา ให้ไปอยู่ในลักษณะที่จะเข้าถึงธรรมชาติ รู้จักความจริงตามธรรมชาติ การเข้าถึงธรรมะก็ง่ายเข้า เปรียบเหมือนต้นไม้ในภาพเขียน ย่อมจะไม่เหมือนกับต้นไม้จริงๆ ในป่าฉันใด ปริยัติเปรียบได้กับต้นไม้ในภาพเขียน ส่วนการปฏิบัติเปรียบเหมือนต้นไม้ในป่าจริงๆ 

พระพุทธเจ้าท่านประสูติท่ามกลางธรรมชาติ กลางดิน โคนต้นไม้ ท่านตรัสรู้ที่พื้นดินที่โคนต้นไม้แห่งหนึ่ง ท่านปรินิพพานที่ใต้ต้นไม้กลางพื้นดินระหว่างโคนไม้สองต้นในสวนป่าอุทยานแห่งหนึ่ง ธรรมชาตินี่แหละช่วยให้เรามีจิตสงบแล้วการศึกษาไม่ว่าจะเป็นทางธรรม หรือทางใด ก็บรรลุผลได้ดียิ่งขึ้น

…………………

เป็นธรรมโอวาทที่พระอาจารย์สิงห์ ขนฺตฺยาคโม วัดป่าสาลวัน ต.ในเมือง อ.เมือง จ.นครราชสีมา ให้ไว้กับหลวงปู่แหวน สุจิณฺโณ เมื่อครั้งที่ท่านยังบรรพชาเป็นสามเณร (ขอบคุณลานธรรมจักร) – 003

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, ธรรมะ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, ธรรมะ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

การนั่งสมาธิภาวนานี้มีอานิสงส์มาก เป็นวิธีแก้จิตที่บาปให้กลับเป็นบุญได้

Posted on June 29, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/663373

การนั่งสมาธิภาวนานี้มีอานิสงส์มาก เป็นวิธีแก้จิตที่บาปให้กลับเป็นบุญได้

วันอังคาร ที่ 28 มิถุนายน พ.ศ. 2565, 19.31 น.

“ความจนใจของบุคคลผู้ไม่มีสมาธิภาวนา โดยมากย่อมจนใจอยู่ในข้อที่ว่า ทำบุญล้างบาปก็ล้างไม่ได้หรือคำว่าทำบุญแก้บาปก็แก้ไม่ได้ เมื่อเป็นเช่นนี้ บุคคลที่จะละบาปบำเพ็ญบุญนั้นจะต้องทำอย่างไรกัน ข้อนี้ตอบได้ง่ายๆ ว่า ต้องนั่งสมาธิภาวนา นอกจากนั่งสมาธิภาวนาแล้วไม่มีวิธีอย่างอื่นจะพึงแก้ได้ เพราะเหตุว่า การนั่งสมาธิภาวนานี้มีอานิสงส์มาก เป็นวิธีแก้จิตที่บาปให้กลับเป็นบุญได้ ตลอดแก้จิตที่เป็นโลกีย์ให้เป็นโลกุตตระได้ เมื่อแก้จิตให้บริสุทธิ์ดีแล้ว บาปอกุศลก็หลุดหายไปเอง อุทาหรณ์ข้อนี้พึงเห็นพระองคุลิมาลเป็นตัวอย่าง” 

โอวาทธรรมพระอาจารย์สิงห์ ขันตยาคโม วัดป่าสาลวัน อ.เมือง จ.นครราชสีมา คัดลอกเนื้อหาจาก “หนังสือบูรพาจารย์” หน้า ๑๙๘

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, ธรรมะ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, ธรรมะ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

BamBam Family

BamBam Family

สถิติบล็อก

  • 2,901,299 hits

Join 4,119 other subscribers
Follow SootinClaimon.Com on WordPress.com

Categories

Top Posts & Pages

สถานีวิจัยฯ สะแกราช เชิญชวนน้องๆ เข้าค่ายปิดเทอมฤดูร้อน ‘Summer Science camp’ ผ่านการเรียนรู้ธรรมชาติ – วิทยาศาสตร์
สกร. เปิด ‘ตลาดนัดเรียนรู้ คู่เกษตรธรรมชาติ’ พลิกการเรียนรู้สู่การลงมือทำจริง สร้างงาน สร้างรายได้ สร้างสุขภาวะอย่างยั่งยืน
'น้าเดช'ย้อนเหตุผล? ทำไมคนไทยไม่เชื่อเรื่อง คุณภาพน้ำมัน ที่รัฐบาลออกมาพูด
‘วทจ. รุ่น 8’ บุกปักกิ่ง เจาะรหัสความสำเร็จแดนมังกร
‘ธนัช เตชะรัตนวิบูลย์’ นักเทควันโดหนุ่มจาก ม.สยาม คว้าแชมป์เทควันโดชิงแชมป์ประเทศไทย 2026 รุ่น 54 กก.
สหัสวัต สับรัฐจัดการล้มเหลว แรงงานข้ามชาตินับล้านเสี่ยงผิดกฎหมาย
ดันไทยสู่ศูนย์กลาง AI ! นายกฯ เผยไมโครซอฟท์พร้อมลงทุน 1 พันล้านดอลลาร์ ยกระดับทักษะคนไทย
นายกฯ ส่งสารวันข้าราชการพลเรือน ย้ำต้องเป็นที่พึ่งประชาชน ขับเคลื่อนนโยบายสู่ผลสำเร็จ
​นักวิจัย ค้นพบ ‘สาหร่ายทะเล’4 ชนิดใหม่ของโลก ยืนยันความสมบูรณ์น่านน้ำไทย
พิพัฒน์​ โพสต์​​ ขอบคุณ​ อนุทิน ไว้วางใจ​ แจง​เจตนาส่งหนังสือลาออก ผอ.ศบก.​ แสดงความบริสุทธิ์ใจ

Recent Posts

  • ปชป. ชี้วิกฤตฝุ่นไทยพุ่ง 50 เท่าของเกณฑ์โลก ชง 6 มิติแก้-ขีดเส้น พ.ร.บ.อากาศ ใน 6 สัปดาห์
  • ดาชัย แซะ สุริยะ ดูฮวงจุ้ยเสร็จ ช่วยมาดูชีวิตคนเหนือด้วย จี้แก้ไฟป่า บรรเทา PM2.5
  • นายกฯ เซ็นตั้ง คตร. ศึกษาโครงสร้างราคาน้ำมันทั้งระบบ ‘เอกนิติ’ นั่งประธาน ดึงนักวิชาการร่วมแก้ปัญหาน้ำมัน
  • อนุทิน จี้ PT แก้ด่วน พบข้อมูลปั๊มปิดกว่าร้อยแห่ง แต่ภาพรวมสถานการณ์คลี่คลาย
  • 3 ลูกเทพ รมช.มท. นำพวงมาลัย กราบขอบคุณ นายกฯ หลังไว้ใจให้นั่งเก้าอี้ครม.อนุทิน2

ป้ายกำกับ

  • 2559(2016)
  • 2564(2021)
  • entertain
  • naewna
  • The Nation
  • การเมือง
  • ต่างประเทศ
  • บันเทิง
  • ผู้หญิง
  • แนวหน้า
  • RSS - Posts
  • RSS - Comments

Archives

Follow Us

  • https://soclaimon.tumblr.com/
  • https://www.facebook.com/soclaimon
  • https://www.instagram.com/sootinclaimon/
  • https://www.facebook.com/SootinClaimon/
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100001170824639
  • https://www.facebook.com/pompam.pp
  • https://www.facebook.com/toraman666
  • https://www.facebook.com/apich214
  • https://www.facebook.com/samabat.klaimon
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100005312762480
  • https://www.facebook.com/jirasuda.manomaiyanon
  • https://www.facebook.com/eikpakkred
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100003091451547
Blog at WordPress.com.
  • Subscribe Subscribed
    • SootinClaimon.Com
    • Join 1,657 other subscribers
    • Already have a WordPress.com account? Log in now.
    • SootinClaimon.Com
    • Subscribe Subscribed
    • Sign up
    • Log in
    • Report this content
    • View site in Reader
    • Manage subscriptions
    • Collapse this bar
 

Loading Comments...
 

    %d