Skip to primary content
Skip to secondary content

SootinClaimon.Com

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย2 [SartKasetDinPui2] : รวบรวม ข้อมูล เศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม เกษตร ดิน น้ำ ปุ๋ย

SootinClaimon.Com

Main menu

  • Home
  • KU23-2506
  • ข้อคิดความเห็น
  • ตระกูลคล้ายมนต์
  • ผมเองครับ
  • ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย1

Category Archives: ธรรมะ

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

ตามหา ‘ผู้รู้’ พระธรรมเทศนาโดย ‘หลวงปู่ฝั้น อาจาโร’ วัดป่าอุดมสมพร

Posted on June 15, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/660322

ตามหา 'ผู้รู้' พระธรรมเทศนาโดย 'หลวงปู่ฝั้น อาจาโร' วัดป่าอุดมสมพร

วันอังคาร ที่ 14 มิถุนายน พ.ศ. 2565, 19.33 น.

ตามหา”ผู้รู้”พระธรรมเทศนาโดย…หลวงปู่ฝั้น อาจาโร ณ วัดป่าอุดมสมพร เมื่อวันที่ ๑๑ พฤษภาคม ๒๕๑๒

นั่งให้สบาย นั่งขัดสมาธิ เอาขาขวาทับขาซ้าย มือขวาทับมือซ้ายตั้งกายให้สบาย เราต้องการความสุขความสบายวางท่าวางทางให้สบาย สง่าผ่าเผย ยิ้มแย้มแจ่มใส ไม่ต้องกดต้องตึงวางให้สบาย พอกายเราสบายแล้ว วางดวงใจให้สบาย เมื่อใจเราสบายแล้วให้ระลึกถึงคุณพระพุทธเจ้า คุณพระธรรม คุณพระสงฆ์ อยู่ในใจเชื่อมั่นอยู่นั่น จึงให้นึกคำบริกรรมภาวนาว่าพุทโธ ธัมโม สังโฆพุทโธ ธัมโม สังโฆ สามหนแล้วให้นึก พุทโธๆ คำเดียว

หลับตา งับปากเสีย ให้ระลึกอยู่ในใจพุทโธคือความรู้ ความรู้อยู่ตรงไหนล่ะตาเราก็เพ่งดูที่รู้ว่าพุทโธ ให้กำหนดดู นี่เราอยากรู้หูก็ลงไปฟังที่รู้อยู่นั่น สติของเราก็จดจ่อ ดูอันรู้อยู่นั่นอย่าส่งใจไปข้างหน้ามาข้างหลัง ข้างซ้ายข้างขวา ข้างบนข้างล่างตั้งเฉพาะท่ามกลางอันรู้อยู่ ความรู้อยู่ตรงไหน เรากำหนดอยู่ตรงนั้นไม่ต้องหา วางให้หมด ดูอันรู้นั่นอยู่ นี่แหละเราจึงรู้จักว่าที่พึ่งของเรา

เมื่อจิตของเราสงบเป็นสมาธิ มันตั้งตรงแน่วอยู่ภายใน ใส รู้สึกเบาตนเบาตัวเมื่อจิตสงบแล้ว หายทุกข์หายยาก หายความลำบากรำคาญมีแต่ความเบามีแต่ความสบาย นั่นแหละ ที่อยู่ของตน นี่เรียกว่าเป็นกุศลกรรมเมื่อจิตของเรามีความเบาความสบายแล้ว มันนำความสุขความเจริญให้มันได้อุบายปัญญา ความรู้ความฉลาดเกิดตรงนั้น เราพัก เราจะมีกำลังสติของเรา สมาธิของเรา ปัญญาของเรา เกิดจากนั้น มันไม่เกิดจากที่อื่นไกลเรารู้นี่ จิตของเรามืด ผู้รู้นั่นพุทธะ แปลว่าผู้รู้เราอยากรู้มันเป็นอยู่ยังไง ผู้รู้ว่ามืดมันมี มันมืดเราก็ยึดเอาความมืดมาเป็นตนเสีย มันสว่างก็ไปยึดเอาความสว่างมาเป็นตนเสียนี่ มันเป็นอย่างนี้ มันทุกข์ก็ไปยึดเอาทุกข์มาเป็นตนเลยเราไม่กำหนดว่า ผู้รู้ว่าทุกข์มันมี ทุกข์ต่างหาก ผู้รู้ต่างหากมันเฉยๆ ก็ผู้รู้เฉยๆ มีผู้รู้มันไม่ได้เป็นอะไรซี่

อย่างพุทธะเป็นผู้รู้ เหนือหมดทุกอย่างความรู้อันนี้ มืดมันก็รู้ หลงมันก็รู้ท่านอาจารย์มั่นท่านเคยพูดแต่ก่อน ท่านร้องตะโกนแรงท่านว่าใครเรียนไป ถึงแต่อวิชชาก็ไปหยุดหละ ถึงแต่อวิชชาผู้ใดก็ว่าแต่อวิชชาคือความหลง ท่านบอกยังงี้หละผู้ใดรู้อวิชชาล่ะไม่ดู รู้แต่ว่าอันนั้นเป็นอวิชชา นั่น ท่านบอกยังงี้อวิชชาคือความหลง ใครเป็นผู้รู้อวิชชาล่ะ เราไม่ได้ดูแน่ะให้ดูผู้รู้อวิชชานั่นซิ มันก็เป็นวิชชาขึ้นมาล่ะอวิชชาคือความไม่รู้ วิชชาคือความรู้แจ้งเห็นจริงนี่ มันเป็นอย่างนี้ 

เราก็เพ่งดูผู้รู้นั้นอยู่ความรู้อันนี้ไม่ใช่เป็นของแตกของทำลาย และไม่เป็นของสูญหายนิดหนึ่งมันก็รู้ มันรู้อยู่หมด จึงว่าพุทธะคือผู้รู้ เราอยากรู้มันเป็นยังไง มันเป็นสุข เราไปยึดเอาสุข ผู้รู้สุขมันมีอยู่มันเป็นทุกข์ เราก็ไปยึดเอาทุกข์มาเป็นตน ผู้รู้ทุกข์มันมีอยู่ เราเป็นผู้ไปยึดเอาทั้งหมดนี่ จึงว่าอยากรู้มันเป็นอยู่ยังไง สิ่งทั้งหลายทั้งหมดไม่มีใครทำให้เราทำเอาเองทั้งหมด สุขทุกข์ ดีชั่ว เราไม่มีโอกาสอย่างคุณหลวงว่าเดี๋ยวนี้เรามีอะไร นั่งอยู่เดี๋ยวนี้ เรามีโอกาสเต็มที่ไม่มีอะไรซักอย่าง ดูแต่ดวงใจดวงเดียวนี้เท่านั้นนี่เราต้องฟังดู ทีนี้มันไปเกาะตรงไหนเล่าหัวใจของเรา

ภเว ภวา สัมภวันติ เราจะรู้จักภพที่อยู่ของตนภวะแปลว่าภพ เราเจริญภพภาวนานี้ ภวะแปลว่าภพภพน้อยๆ ภพใหญ่ๆ ที่เราไปยึดตรงไหนนั่นหละ ภพอยู่ตรงนั้นหละไปยึดเอาสุข นั่นมันก็เป็นภพ ไปยึดเอาทุกข์ มันก็เป็นภพยึดเอาดีมันก็เป็นภพที่ดี ยึดเอาชั่วมันก็เป็นภพที่ชั่วไปยึดเอาทุกข์ก็เป็นภพที่ทุกข์ นี่ที่อยู่อัตตโนนาโถ ตนเป็นที่พึ่งของตนเมื่อจิตเราสบายแล้ว เราก็ได้ที่พึ่งอันสบายเมื่อจิตเราไม่สบาย เราก็ได้ที่พึ่งอันไม่สบาย นี่ มันเป็นอย่างนี้

ให้พึงรู้พึงเห็นซิ สันทิฏฐิโก ผู้ปฏิบัติรู้เองเห็นเอง ไม่ใช่ผู้อื่นเห็นเราเป็นผู้เห็นซี่ ให้มันรู้มันเห็นจริงแจ้งประจักษ์ซี่มันจึงหายความสงสัยในภพทั้งหลายภพน้อยๆ ใหญ่ๆ ที่ใกล้ที่ไกล ในนอกผู้นี้ทั้งหมดเป็นผู้ไปยึด ผู้นี้ทั้งหมดเป็นผู้ไปถือ ให้รู้จักนรกมันก็ไม่ได้อยู่ต้นไม้ภูเขาเลากา ในพื้นดินฟ้าอากาศนรกก็หมายความทุกข์ อะไรทุกข์เดี๋ยวนี้ ถ้าจิตเราทุกข์นั่นแหละตัวนรกนรกก็หมายความทุกข์ ภพหนึ่งเป็นอย่างนั้นสวรรค์หมายความสุข จิตเราเป็นสุข เราก็ได้ที่พึ่งอันสุขก็สบาย เย็นอกเย็นใจ หายทุกข์หายยาก หายความลำบากรำคาญไม่มีภัย ไม่มีเวร ไม่มีความชั่วทั้งหลายมีแต่ความเบาความสบาย ใสอยู่ภายในผู้รู้อันนั้นความพ้นทุกข์ เราอยากพ้นทุกข์เราให้รู้จักว่าสิ่งใดเป็นทุกข์ สิ่งนั้นไม่ใช่ตัวทั้งหมดเราไปยึดเอา 

เราอยากพ้นทุกข์ก็ให้กำหนดดูซีถ้าจิตของเรามีทุกข์อยู่ มันก็ไม่พ้นทุกข์จิตพ้นทุกข์คือมันไม่ทุกข์ คือมันละมันวางหมดเมื่อมันละมันวางหมดแล้ว นั่นแหละมันพ้นทุกข์ตรงนั้นมันไม่ได้พ้นที่อื่น ผู้นี้เป็นทุกข์ นี่หละให้พากันกำหนดดูให้รู้ให้เพ่งเล็งลงไปซิ ให้มันแน่นอนลงไปซิ เชื่อมั่นลงไปซิสันทิฏฐิโก ผู้ปฏิบัติรู้เองเห็นเอง จะไม่เห็นอย่างไรล่ะจิตของเราเราสบายเราก็รู้ เราไม่สบายเราก็รู้

เอ้า ต่อไปต่างคนต่างฟังดวงใจของเรา ได้ความยังไงแล้วพิจารณาให้มันรู้เมื่อเราได้ยินเสียงทั้งหลายทั้งหมดให้รู้ว่าสิ่งเหล่านั้นไม่มีอันตรายแล้ว เราก็ไม่เดือดร้อน ตั้งดูความรู้ของเรานั่นเราอยากสุขก็วางจิตของเราให้สบายสังขารทั้งหลายเหล่านี้มันของไม่เที่ยงทั้งหมด สังขารมันเป็นทุกข์ทั้งนั้นเรากำหนดจิตของเราผู้รู้อันเดียวเท่านั้นนี่หละ ตนของตนคือผู้รู้ ผู้รู้นั่นแหละ 

จิตวิญญาณอันนั้นหละมันไปก่อภพก่อชาติมันไปก่อที่ไหนเล่า คือ ไปยึดที่ไหนแล้วมันก็ไปเกิดที่นั่นเราได้แต่เดี๋ยวนี้ ได้สุขได้ทุกข์ มันต้องสร้างไว้แต่เดี๋ยวนี้ ต้องทำแต่เดี๋ยวนี้เหตุนี้เราจะนั่งสมาธิดูว่าจิตของเราตกอยู่ในชั้นภูมิใด เช่น กามาวจรกุศลนี้แบ่งเป็นสองนัยแบ่งเป็นอบายภูมิอันหนึ่ง แบ่งเป็นฉกามาวจรสวรรค์อันหนึ่งเรารู้ได้ยังไง แบ่งเป็นอบายภูมิคือจิตเราทุกข์ จิตเราไม่ดี จิตเศร้าหมอง จิตวุ่นวายนี่ไปทางอบายภูมิ ไปทางนรกจิตเราผ่องใส มีความเบิกบาน ยิ้มแย้มแจ่มใส นี่เป็นฉกามาวจรสวรรค์

ทีนี้ให้เราพิจารณา สิ่งทั้งหลายเหล่านี้เป็นของไม่เที่ยงสิ่งทั้งหลายเหล่านี้เป็นทุกข์ เป็นอนัตตา ไม่ใช่ตัวตนเห็นแต่ภายนอก ไม่มีแก่นสาร ไม่มีสาระ เราละได้เรามาเห็นแต่สังขารร่างกายเท่านี้มาเห็นแต่รูป เวทนา สัญญา สังขาร วิญญาณ นี้มาเห็นอัตภาพร่างกายนี้ มันเกิดจากนี้ทั้งหมดเราก็มาพิจารณาสังขารร่างกายเรานี้ นะโม นี้ มันไม่มีแก่น ไม่มีสาร นะคืออันใดเช่น ปิตตัง น้ำดี เสมหัง น้ำเสลด บุพโพ น้ำเหลือง โลหิตัง น้ำเลือดเสโท น้ำเหงื่อ เมโท น้ำมันข้น อัสสุ น้ำตา วสา น้ำมันเหลวเขโฬ น้ำลาย สิงคาณิกา น้ำมูก ละสิกา น้ำไขข้อ มุตตัง น้ำมูตรสิ่งเหล่านี้เป็นของทิ้งทั้งหมด มิใช่เป็นของเอาสังขารร่างกายเรานี้ไม่เป็นแก่นเป็นสาร มีแต่กองทุกข์ทั้งนั้นไม่ใช่เป็นตัวเป็นตน ไม่ใช่เป็นสัตว์เป็นบุคคล ไม่ใช่เป็นเราเป็นเขาเราก็ละรูปภพ ถึงอรูปภพ เหลือแต่จิตดวงเดียว มันวางกายหมดแล้วเห็นแต่จิตดวงเดียว ใส ว่างอยู่หมด นั่นรียกอรูปภพ ชั้นพรหม

ถ้าเรารู้จักภพทั้งสามนี้ว่ามันยังเป็นทุกข์อยู่ นำให้ทุกข์อยู่ภพทั้งหลายนี้ละกิเลส ละตัณหา ราคะ โลภะ ที่ยึดน้อยหนึ่งก็ตาม ยังกิญจิรูปัง ในรูปทั้งหลายนี้จิตมันวางหมดไม่เหลืออะไรจนนิดหนึ่ง ที่มืดที่สว่างไม่มีเป็นวิมุติหลุดพ้นหมด นั่นมันก็เข้าสู่ปรินิพพานไม่มีเกิด ไม่มีแก่ ไม่มีเจ็บ ไม่มีตายไม่มีทุกข์ ไม่มีอะไร สังขารทั้งหลายไม่มีเป็นผู้ระงับดับหมดแล้ว ไม่มีอะไร เรื่องสมมตินิยมไม่มีจึงว่าวิมุติ แปลว่าหลุดพ้นหมดข้อนี้ตนของตนต้องรู้เอง จะอธิบายอยู่อย่างนี้มันก็เป็นสมมตินี่สมมติให้รู้จักหนทาง ผลที่สุดคือวิมุติหลุดพ้น เอ้า ต่อนี้ไปให้นั่งดูจิตของเราอยู่ในชั้นใด ภูมิใด

คัดลอกจากหนังสือ ๑๐๘ ปีหลวงปู่ฝั้น อาจาโร วัดป่าอุดมสมพร (ขอบคุณลานธรรมจักร) – 003

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, ธรรมะ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, ธรรมะ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

‘มนุษย์ทั้งหลายมี ๗ จำพวก มนุษย์มี ๗ อย่าง’ : พระธรรมเทศนา ‘หลวงปู่ฝั้น อาจาโร’

Posted on June 14, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/660093

'มนุษย์ทั้งหลายมี ๗ จำพวก มนุษย์มี ๗ อย่าง' : พระธรรมเทศนา 'หลวงปู่ฝั้น อาจาโร'

วันจันทร์ ที่ 13 มิถุนายน พ.ศ. 2565, 19.49 น.

พระธรรมเทศนาโดยหลวงปู่ฝั้น อาจาโร ณ วัดป่าอุดมสมพร เมื่อวันที่ ๒๗ กรกฎาคม ๒๕๑๘ “มนุษย์ทั้งหลายมี ๗ จำพวก มนุษย์มี ๗ อย่าง” 

มนุสสติรัจฉาโน ทำไมจึงว่ามนุสสติรัจฉาโนดูซิ ร่างกายเป็นมนุษย์ หัวใจเป็นสัตว์เดรัจฉานคือมันขี้เกียจขี้คร้าน รับอาหารแล้วก็นอนไม่รู้จักการกราบ ไม่รู้จักการไหว้ ไม่รู้จักการรักษาศีลภาวนาทำบุญให้ทานอะไร เหมือนกับสัตว์เดรัจฉานน่ะมนุษย์เช่นนั้นแหละตายไปก็ไปเกิดเป็นสัตว์เดรัจฉานดูเอาซิ พิจารณาเอาซี ร่างกายเป็นมนุษย์แต่หัวใจเป็นสัตว์เดรัจฉาน

มนุสสเปโต ร่างกายเป็นมนุษย์ แต่หัวใจเป็นเปรตมันมีแต่โมโหโทโส อยากฆ่า อยากฟันความทะเยอทะยานดิ้นรน มีพยาบาทอาฆาตจองเวรดูซิ ใจมันมีอาฆาต นี่แหละมนุสสเปโตร่างกายเป็นมนุษย์ เมื่อดับขันธ์ไปแล้วก็ไปเป็นเปรต

มนุสสนิรเย ร่างกายเป็นมนุษย์ หัวใจเป็นนรกหัวใจเป็นนรก คือมันมืด มันกลุ้มอกกลุ้มใจ ให้ทุกข์ให้ร้อนดูเอาซิ นั่นแหละนรก ดับขันธ์ไปแล้วก็ไปนรกซี่ได้รับความทุกข์ยากความลำบากรำคาญ นี่มนุษย์เช่นนี้ทีนี้ถ้าไม่ไปเป็นอย่างนั้น เกิดเป็นมนุษย์ก็เป็นมนุษย์ที่ต่ำช้าหัวใจต่ำช้า อย่างอธิบายมาแล้ว ต่ำช้ายังไงล่ะเป็นใบ้บ้าเสียจริต หูหนวกตาบอด ปากกืด กระจอกงอกง่อยขี้ทูดกุฏฐัง ตกระกำลำบาก แน่ะ มนุษย์หัวใจเป็นยังงั้นถ้าเกิดเป็นมนุษย์อีกก็เป็นมนุษย์ที่ต่ำช้าดูซิ ใจเราทุกคน ไม่ว่าพระว่าเณร ไม่ว่าผู้หญิงผู้ชายเอ้าดู อธิบายให้ฟัง ถ้ามันเป็นอย่างนั้นเราไม่ต้องการก็เลิกก็ละเสียให้รู้จักดีรู้จักชั่ว รู้จักผิดรู้จักถูก รู้จักฟัง อธิบายให้ฟัง

มนุสสเทโว ร่างกายเป็นมนุษย์ หัวใจเป็นเทวธิดา เทวบุตรหัวใจมีทาน มีศีล มีภาวนา รู้จักเคารพนอบน้อม รู้จักกราบรู้จักไหว้ใจมีหิริโอตตัปปะ ละอายบาป กลัวบาป ใจเบิกบาน ใจสว่างไสว ใจดีดับขันธ์ก็ไปเป็นเทวบุตรเทวธิดา เรื่องเป็นอย่างนั้น ดูเอาซิ

มนุสสพรหมา ท้าวมหาพรหม นางมหาพรหม หัวใจเช่นใดมีพรหมวิหาร มีพรหมวิหารธรรมเป็นเครื่องอยู่หัวใจว่างไม่มีอะไร เหมือนกะอากาศนี้แหละ ว่างเปล่าหมดเหลือแต่อรูปจิต ดับขันธ์ไปเป็นพรหม ท้าวมหาพรหม นางมหาพรหมอยากรู้ก็ดูเอาซิ ที่อยู่ของเราเป็นอย่างนี้ มนุษย์ทั้งหลาย

มนุสสอรหัตโต ร่างกายเป็นมนุษย์ หัวใจเป็นพระอรหันต์คือละกิเลส ละตัณหา กิเลสคือใจเศร้าหมองตัณหาคือใจทะเยอทะยานดิ้นรนกระวนกระวายท่านละกิเลสตัณหา ราคะ โลภะ โทสะ โมหะ อวิชชาตัณหาอุปาทาน ภพชาติ ละขาดในสันดาน ไม่มีสิ่งเหล่านี้ในจิตใจเมื่อดับขันธ์ไปก็เข้าสู่นิพพาน ดับทุกข์ในวัฏสงสารไม่ต้องเวียนว่ายตายเกิดอีก ก็เป็นแต่มนุษย์ ได้แต่มนุษย์ซิ

เราจึงมาฝึกหัดอบรมบ่มนิสัยของเรา เพ่งเล็งดูซิเราอย่าดูอื่น เรานั่งอยู่ก็นั่งดูใจของเรา ไม่ได้ดูดินฟ้าอากาศนะใจของเรามันเป็นอย่างไร เหมือนที่อธิบายให้ฟังไหมล่ะมันไม่ดีตรงไหนก็แก้ไขซิ ทีนี้

มนุสสพุทโธ ร่างกายเป็นมนุษย์ หัวใจเป็นพระพุทธเจ้าพระพุทธเจ้าก็เป็นมนุษย์เหมือนกับพวกเรานี้ว่าเรื่องภพเรื่องชาติของท่าน บิดามารดาของท่านก็มีบุตรภรรยาท่านก็มี ท่านเป็นมนุษย์ครือเรานี่แหละแต่ท่านประพฤติปฏิบัติ ตรัสรู้ด้วยพระองค์เองเป็นสยัมภู ตรัสรู้ด้วยพระองค์เองไม่มีบุคคลผู้ใดหรือใครแนะนำพร่ำสอน รู้ด้วยตนเองเป็นสยัมภูรู้แจ้งแทงตลอดหมดซึ่งสารพัดเญยยะธรรมทั้งหลาย ไม่มีที่ปกปิดสัตว์ทั้งหลาย ตนของท่าน บุพเพนิวาสานุสสติญาณญาณความรู้ความเห็นในบุพพชาติเบื้องหลังเป็นอะไรๆ มา ท่านรู้หมด เรื่องมันเป็นอย่างนั้นจุตูปาตญาณ จุติจากนี้ไปอยู่ในภพชาติใด ภพน้อยภพใหญ่ ท่านรู้หมด คือเหมือนอธิบายให้ฟังนี้ อาสวักขยญาณ สิ้นจากภพจากชาติท่านก็รู้หมด

คัดลอกจากหนังสือ ๑๐๘ ปีหลวงปู่ฝั้น อาจาโร (พระธรรมเทศนาโดยหลวงปู่ฝั้น อาจาโร ณ วัดป่าอุดมสมพร เมื่อวันที่ ๒๗ กรกฎาคม ๒๕๑๘) – 003

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, ธรรมะ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, ธรรมะ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ธรรมะวันอาทิตย์! ‘หลวงปู่แสง ญาณวโร’ เทศนา ‘ธรรมนำ พ้นทุกข์’

Posted on June 14, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/659736

ธรรมะวันอาทิตย์! 'หลวงปู่แสง ญาณวโร' เทศนา 'ธรรมนำ พ้นทุกข์'

วันอาทิตย์ ที่ 12 มิถุนายน พ.ศ. 2565, 13.53 น.

 ธรรมะวันอาทิตย์ หลวงปู่แสง ญาณวโร เทศนา อบรม พระสงฆ์ – ฆราวาส เรื่อง ธรรมนำพ้นทุกข์  

ธรรมะวันอาทิตย์ ขอนำพระธรรมเทศนาของ หลวงปู่แสง ญาณวโร อายุ 105 ปี ต่อจาก อาทิตย์ที่แล้ว ซึ่งเป็นตอนสุดท้าย ในโอกาสเทศนา อบรมพระสงฆ์ และ ฆราวาส เรื่อง ธรรมนำพ้นทุกข์ เมื่อวันที่ 19 พฤษภาคม พ.ศ. 2554 ที่วัดป่าอิสิปตนมฤคทายวัน บ้านไก่คำ ตำบลไก่คำ อำเภอเมืองอำนาจเจริญ จ.อำนาจเจริญ จากหนังสือ “ แสงธรรม ส่องใจ“ 

โดย หลวงปู่แสง ญาณวโร เทศนาว่า บางครั้งก็รื่นเริงบันเทิงกับโภคทรัพย์ บางทีก็โมหะ สมาธินิดหน่อย ไม่รู้จะเอาอะไร มันหลายสิ่งหลายอย่างเกินไป โภคทรัพย์ก็เป็นของดีอยู่ อริยทรัพย์ก็เป็นของดีอยู่  แต่ดีต่างกัน  อริยทรัพย์ดีจะพาพ้นทุกข์ พ้นอยาก ไม่มา เกิด แก่ เจ็บ ตาย ในวัฏฎะสงสารอีกต่อไป เป็นงานที่สิ้นสุดแล้วไม่ยุ่งเหยิง ไม่มาเข้าท้องเข้าไส้ของใคร ไปเอือบน้ำพริก น้ำเกลืออยู่ในท้อง กว่าจะคลอดออกมา แสนทุกข์ทรมานจริงๆ ใครๆก็ออกมาจากท้องแม่ กว่าจะคลอดออกมาได้ ทั้งเลือดทั้งยางอะไร เหม็นสาบ เหม็นโขง เหม็นกุย ทางข้างบนฝากพรหมโลก ทางข้างล่างฝากอเวจีมหานรกโน่น มันหอมเกินไปนะ ก้อนของเรานั่งอยู่นี้ ก้อนของธาตุขันธุ์ บิดา มารดา ผสมกัน ไม่ใช่ของเรามีแต่นามธรรม จิตใจมาเทียวเกิดเทียวตาย มีแต่เข้าปฏิสนธิ ถ้ามีกิเลสเข้าปฏิสนธิ ในภาพนั้นภพนี้ต่อไป

ถ้ามันหมดกิเลสแล้วก็ไม่ได้เข้าอีก ล่ำลาพาจาก ปลอดเกษียณไปเลย ไม่ต้องมาเกี่ยวข้อง ถ้ามีอาสวะอยู่ มีกิเลสพัวพันอยู่ในหัวใจ ไปเข้าท้องคนโน้นคนนี้ บางทีทำความชั่วช้า ลามก ไปเข้าเป็นวัตว์เดรัจฉาน เข้าเป็นเปรต เป็นอสุรกาย เป็นสัตว์เดรัจฉาน นรกโน้นละมันไกล ทางต่ำ ทางสูง ก็มาเป็นมนุษย์ ออกจากมนุษย์มาเป็นเทพบุตรบ้าง ผู้ชายก็เป็นเทวบุตร ผู้หญิงเป็นเทวดาเป็นอินทร์ เป็นพรหมไป ฟากอินทร์ ฟากพรหม จะไปไหนก็ไปเถอะ หมดทางจะไปมันหมดละ ทำให้มันจบก็ได้  ถ้าต้องการนำไปเกิด  ก็ได้ให้มันหมดมันสิ้นไป จะไปเรียนต่อปริญญาตรี โทร เอกอีกต่อไป

มันเอกอยู่พอแรงแล้ว ถ้าจัดเป็นหนึ่งมันเป็นเอกอยู่แล้ว ถ้าจิตไม่เป็นหนึ่ง มันว่าเอกอยู่วันยังค่ำคืนยังรุ่ง มันก็ไม่เป็นไป ถ้าจิตเป็นหนึ่งมันไมวุ่นวาย เอกแปลว่าหนึ่ง ถ้าจิตหลายความคิด ความปรุง ความแต่งทุกสิ่งทุกอย่างมันสับสนวุ่นวาย มันไม่เป็นหนึ่งเราพากันภาวนาไม่ก็ไม่ภาวนา มีแต่เอาความปรุงความแต่งมานึกมาคิด มาสับสนปนเปกัน ผลสุดท้ายเลยไม่รู้ชนรสชาติอะไร รสชาติของธรรมเอาชนะรสชาติทั้งปวง “สัมโมหเวรักขะติ ธัมมะจาริง สุขัง เสติ “ ถ้าได้ดื่มรสรสของธรรมเป็นของล้ำเลิศที่สุด ดื่มน้อยมีความสุขน้อย ดื่มมากมีความสุขมาก มหเธรรมไหลเข้าไปในดวงจิต สะสาง ล้าง ขัดสี เจียรนัยให้เกลี้ยงเกลา เหลาแหลม เอาสติขัด ได้เอาหินขัด เอายากันบูตกันเน่าอะไร เอายาขัดหาสีอะไรหรอกเอาสติเอาปัญญาขัดหัวใจเจ้าของปัญญาก็อยู่ที่หัวใจ สติก็อยู่ที่หัวใจ ศรัทธาก็อยู่ที่หัวใจ สติ สมาธิกอยู่ที่หัวใจ ถ้าไล่กิเลสออกถ้าไม่ไล่กิเลสออก มีแต่กิเลสเต็มหัวใจ กิเลสกับธรรมะจะเอาอะไรละ พระพุทธเจ้าสอนให้ พ้นทุกข์ พ้นยากในวัฏฏะสงสาร ใครเอาไปได้ก็เอาไป ใครเอาไปไม่ได้ก็ปล่อยวาง ตามยถากรรม  กรรมมมุนียา ยถาโลเก สัตว์โลกต้องเป็นตามกรรม กรรมดี กรรมชั่ว ใครทำอย่างไรก็รับไปอย่างนั้น มันแบ่งกันไม่ได้ ป้องกันได้ แต่ของภายนอก ข้าวของ เงินทอง ไร่นาสาโท ปันกันได้อยู่

สมบัติพัสถานทุกชิ้น ทุกส่วนปันกันได้อยู่ แต่คุณงามความดี เราสร้างเอาใครเอามัน ลูกจะสร้างให้แม่ก็ไม่ได้ สร้างให้พ่อก็ไม่ได้ มันจิตใจคนละดวง ถ้าทำให้กันได้ พระพุทธเจ้ามาตรัสรู้องค์เดียวเท่านั้นแหละ ตรัสให้มันหมดเลย ความเมตตาของพระพุทธเจ้าหาประมาณไม่มิได้ อัปมาโนพุทโธ อุปมาโนธัมโม อัปมาโนสังโฆ หาประมาณไม่มีได้ มากกว่าพื้นปฐพิ มากกว่าดินฟ้าอากาศโน่น ภูเขาเลากออะไรมากกว่า กันหลายเท่า ถ้าทำให้กันได้ พระพุทธเจ้าทำให้แล้ว ไม่ต้องมาทำให้ยุ่งยากอะไรหรอก ไม่ต้องมานั่งปวดแข้งปวดขา ปวดหู ปวดตา ปวดตีน ปวดมือ อดหลับอดนอนอะไรหรอก  นี่ของใครของมัน ใครกินใครก็อิ่ม ใครเห็นใครก็รู้ ใครไม่เห็นก็เชื่อตามเขา เขาว่าผิดก็ผิดตามเขาเรื่อยไป คนไม่เชื่อตนมันเป็นอย่างนั้น ถ้าคนเชื่อตนเห็นด้วยตนเอง ปัจจัคคัง รู้เอง เห็นเอง ไม่ต้องไปเชื่ออะไรอีกต่อไปมันหมด ถ้าเป็นักปราชญ์บรรฑิต พูดขึ้นมามันถูกอยู่แล้ว ถ้าเราทำให้มันก็ถูกอยู่แล้ว จะไปศึกษาอะไรอีกต่อไป

มันไม่ใช่อยู่อื่นอยู่ไกล พูดของที่มันมีอยู่แล้ว กายก็มีอยู่ วาจาก็มีอยู่ ใจก็มีอยู่ เอานี้ประกอบความพากความเพียรให้มันเกิดให้มันมี สิ่งไม่มีให้มันเกิด สิ่งมีแล้วให้มันเจริญ ให้สมความมุ่งมาดปรารถนา อยากพ้นทุกข์ พ้นภัยไม่ต้องเกิด แก่ เจ็บ ตาย อีกต่อไป สร้างไปเถอะ ไม่ขาดทุนสูญดอกหรอก พระพุทธเจ้า ไม่เคยโกหกพกลมเหมือนชาวโลก ชาวโลก มีแต่โกหกกัน บางคนก็ไม่โกหก แต่มันน้อยคน ที่สุดหาเป็นยาหยอดตาทั้งยาก ไม่โกหกมาก ก็โกหกน้อย คนอีสานโกหก แปลว่า “ ตั๋ว” ไทยเขาว่า โกหก พกลม ต้มตุ่นกัน ผลสุดท้าย ตั๋ว ต้ม ตัวก็มี… -008

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, ธรรมะ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, ธรรมะ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

‘ความสุขของคนที่ไม่เข้าวัด’ ในที่สุดก็จะต้องพบกับความทุกข์ในบั้นปลายของชีวิต

Posted on June 12, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/659677

'ความสุขของคนที่ไม่เข้าวัด' ในที่สุดก็จะต้องพบกับความทุกข์ในบั้นปลายของชีวิต

วันเสาร์ ที่ 11 มิถุนายน พ.ศ. 2565, 18.41 น.

ความสุขต่างๆ ที่เราได้จากทางโลกทางร่างกายนี้เวลาใดที่เราไม่ได้เวลานั้นเราจะรู้สึกหงุดหงิดรำคาญใจ ไม่ค่อยมีความสุขใจ เพราะว่าความสุขที่เราเคยได้แล้วมันหมดเราต้องหาใหม่อยู่เรื่อยๆ เช่นการไปเที่ยวเพื่อหาความสุข เวลาเราไปเที่ยวเราก็มีความสุขกัน แต่พอเรากลับบ้านความสุขที่ได้จากการไปเที่ยวก็จะจางหายไป อยู่บ้านได้ไม่นานก็เบื่อหงุดหงิดรำคาญใจ ต้องอยากออกจากบ้านไปเที่ยวอีกถึงจะมีความสุข

นี่แหละคือความสุขแบบยาเสพติด ยาเสพติดเวลาเสพกันก็มีความสุขกัน พอเวลาไม่ได้เสพเวลาไม่มียาให้เสพ เวลานั้นก็จะเป็นเวลาที่ทุกข์ทรมานใจ นี่คือความสุขที่ญาติโยมที่ไม่ได้รู้จักคำสั่งคำสอนของพระพุทธเจ้าจะมัวเสพกันจะมัวหากัน จะมัวหาความสุขทางตาหูจมูกลิ้นกายโดยที่ไม่รู้ว่ามันเป็นการเสพยาเสพติด เพราะเวลาที่ไม่ได้เสพเวลานั้นถึงจะรู้สึกตัวว่าไม่สบายใจเลย เศร้าใจเสียใจ เช่น คนที่มีแฟน เวลามีแฟนอยู่กับแฟนนี้มีความสุขเหลือเกิน แต่พอเวลาใดที่ไม่ได้อยู่กับแฟน เวลานั้นความสุขมันก็จะหายไป แล้วความว้าเหว่ความเหงาความทุกข์ก็จะเข้ามาแทนที่ 

นี่แหละความสุขต่างๆ ที่เสพกันในโลกนี้ คนที่ไม่รู้จักคำสั่งคำสอนของพระพุทธเจ้าก็จะมัว แต่หาความสุขจากการเสพยาเสพติดนั่นเอง ยาเสพติดที่พูดนี้ก็คือ ลาภ ยศ สรรเสริญ รูป เสียง กลิ่น รส ต่างๆ ที่เสพกันอยู่เป็นประจำทุกวัน ที่ไปทำมาหากินก็เพื่อที่จะไปหาลาภยศสรรเสริญ หาความสุขจากรูปเสียงกลิ่นรสต่างๆ เพราะการจะมีความสุขจากสิ่งต่างๆได้ จำเป็นจะต้องมีเงินทอง จึงต้องไปหาเงินหาทองทำงานกันตัวเป็นเกลียว พอได้เงินมาก็ดีใจได้ไปซื้อข้าวของที่อยากจะซื้อ ได้ไปเที่ยวตามสถานที่ที่อยากจะไป ได้ไปดูมหรสพบันเทิงอะไรต่างๆ ไปช้อปปิ้งตามศูนย์การค้าต่างๆ

นี่แหละคือการหาความสุขของผู้ที่ไม่ได้เข้าวัดกันจะหาความสุขแบบยาเสพติด แล้วหามาได้เท่าไรก็ไม่อิ่มไม่พอ ต้องหาเพิ่มอยู่เรื่อยๆ แล้วเวลาที่ไม่สามารถที่จะหาได้ก็จะมีแต่ความทุกข์ มีแต่ความหงุดหงิดรำคาญใจ การหาความสุขแบบนี้ต่อไปจะทำให้ทุกข์มากขึ้น หงุดหงิดมากขึ้นเพราะว่าความสามารถของร่างกายที่จะหาความสุขต่างๆนี้จะลดน้อยถอยลงไปเรื่อยๆ ร่างกายจะแก่ขึ้นจะมีอายุมากขึ้น จะมีโรคภัยไข้เจ็บเบียดเบียนมากขึ้น จะทำให้การที่จะไปหาลาภยศสรรเสริญ หารูปเสียงกลิ่นรสต่างๆ มาเสพมาสัมผัสนี้จะยากขึ้นจะลำบากขึ้น หรือถ้าเกิดมีอุบัติเหตุพิกลพิการไป

อันนี้ก็จะยิ่งทำให้มีความทุกข์ทรมานมากยิ่งขึ้นไป ถ้าเป็นอัมพฤกษ์อัมพาตไม่สามารถที่จะไปไหนมาไหนได้ด้วยตนเอง จะไปไหนมาไหนก็ต้องคอยรอให้คนเขามาช่วยพาไป แล้วจะไปหาความสุขแบบตอนที่แข็งแรงก็ไม่สามารถทำได้ นี่แหละคือความสุขของคนที่ไม่เข้าวัดกัน ในที่สุดก็จะต้องพบกับความทุกข์ต่างๆ ในบั้นปลายของชีวิต 

โอวาทธรรมพระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต วัดญาณสังวรารามฯ จังหวัดชลบุรี วันที่ ๕ มีนาคม พ.ศ.๒๕๖๒ (คัดลอกจากเพจ พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต) – 003

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, ธรรมะ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, ธรรมะ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

การปฏิบัติธรรมะจะต้องเอาจิตใจเป็นหลัก…พยายามฝึกฝนอบรมให้จิตใจมีพลัง

Posted on June 11, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/659540

การปฏิบัติธรรมะจะต้องเอาจิตใจเป็นหลัก...พยายามฝึกฝนอบรมให้จิตใจมีพลัง

วันศุกร์ ที่ 10 มิถุนายน พ.ศ. 2565, 19.30 น.

“…การปฏิบัติธรรมะจะต้องเอาจิตใจเป็นหลัก ถ้าเราพยายามฝึกฝนอบรมให้จิตใจมีพลัง “เรียกว่า เป็นสมาธิ” มันจะรู้เห็นสิ่งต่างๆ ซึ่งเราไม่เคยเห็น เพราะพลังจิตของเรามันสูงขึ้น รู้ลึกลับไปหมด ถ้ารวมความแล้วก็หมายความว่า “รู้ความเป็นมาในชีวิตของตนและก็รู้ความเป็นอยู่ในชีวิตของตน ตลอดจนถีงรู้ความเป็นไปในชีวิตของตน” ถ้าเรารู้ทั้ง ๓ กาลนี้แล้วก็จะคลายทุกสิ่งซึ่งโลกเขานิยม จิตใจก็วางเหตุการณ์ต่างๆ หมดโดยเฉพาะซึ่งยึดถือมาแต่เก่าแก่ไม่รู้กีริอยกี่พันปีก็จะนำตัวเราไปสู่ความบริสุทธึ๋…”

โอวาทธรรม หลวงปู่ศรี มหาวีโร วัดประชาคมวนาราม (วัดป่ากุง) ต.ศรีสมเด็จ อ.ศรีสมเด็จ จ.ร้อยเอ็ด (ขอบคุณลานธรรมจักร) – 003

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, ธรรมะ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, ธรรมะ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ครั้งพุทธกาลผู้ฟังธรรมท่านมีสติมีสมาธิที่จะใคร่ครวญ เห็นโทษเห็นภัยในตัวเอง

Posted on June 10, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/659322

ครั้งพุทธกาลผู้ฟังธรรมท่านมีสติมีสมาธิที่จะใคร่ครวญ เห็นโทษเห็นภัยในตัวเอง

วันพฤหัสบดี ที่ 9 มิถุนายน พ.ศ. 2565, 19.47 น.

“…โดยมากสมัยครั้งพุทธกาลผู้ที่ฟังเทศน์พระพุทธองค์นั่งอยู่ในอาสนาะเดียว แต่ท่านก็มีสมาธิที่จะใคร่ครวญ รู้ไปด้วย เห็นไปด้วย แก้อาการของจิตไปด้วย จิตใจก็ค่อยละวางไปไม่ยึดมั่น เห็นโทษเห็นภัยในตัวเอง หนักเข้าก็เลยตัดกระแสภวังค์รู้แจ้งขึ้นเลย ท่านจึงว่าได้สำเร็จขั้นนั้นขั้นนี้ เป็นโสตะ เป็นผู้มีดวงตาเห็นธรรม ก็เนื่องมาจากมีสติ 

แต่ว่าสมัยนี้โดยมากสติจะมีน้อยนิด แม้ฟังเทศน์ฟังธรรมก็ตาม ฟังคำบรรยายฟังปาฐกถาธรรม ไม่ค่อยได้ถึงจิตใจ เป็นเพียงแต่สัญญา มันไม่ลงถึงจิตใจ ฟังแล้วไม่ได้เรื่อง บางที่รู้เรื่อง แต่จิตแก้ไม่ได้ โดยมากมันมักหันไปทางโลก ดูความเพลิดเพลินทะเยอทะยานเห่อเหิมทางโลก มันจึงไม่ลงถึงจิต จิตก็เลยไม่สลดสังเวช ผลของการเห็นโทษเห็นภัยยกระดับจิตใจให้สูงขึ้นมันเลยไม่ไป เลยไม่ได้เรื่องได้ราว 

ฟังแล้วก็ฟังอยู่เฉย ๆ คล้าย ๆ กับพวกนักศึกษาเล่าเรียน เรียนไป ก็จำได้อยู่แค่นั้น มันแก้จิตใจตัวเองไม่ได้ แก้คนอื่นก็ไม่ได้ นี่ปัญหามันอยู่ตรงนี้ พวกเราจึงต้องหาหนทางแก้อาการของจิตไม่อยากให้หลงทางเท่านั้นแหละ เพราะว่าจิตใจมันไม่รู้จักโทษ ไม่รู้จักให้อภัย…”

โอวาทธรรม หลวงปู่ศรี มหาวีโร วัดประชาคมวนาราม (วัดป่ากุง) ต.ศรีสมเด็จ อ.ศรีสมเด็จ จ.ร้อยเอ็ด (ขอบคุณลานธรรมจักร) – 003

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, ธรรมะ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, ธรรมะ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

การทำสมาธิภาวนาคือการพยายามผูกจิตให้อยู่กับอารมณ์ใดอารมณ์หนึ่งเช่น’พุทโธ’

Posted on June 9, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/659067

การทำสมาธิภาวนาคือการพยายามผูกจิตให้อยู่กับอารมณ์ใดอารมณ์หนึ่งเช่น'พุทโธ'

วันพุธ ที่ 8 มิถุนายน พ.ศ. 2565, 19.41 น.

“…การทำสมาธิภาวนา คือ การพยายามผูกจิตให้อยู่กับอารมณ์ใดอารมณ์หนึ่ง หรือจุดใดจุดหนึ่ง ให้เราเอาอารมณ์ที่ถูกจริตนิสัยของตนเป็นเครื่องผูก เช่น พุทโธ กำหนดลมหายใจหรืออย่างอื่นอีกก็ได้ อย่างใดอย่างหนึ่ง ความมุ่งหมายต้องการให้จิตว่างจากอารมณ์ภายนอก หดตัวเข้ามาสู่ความสงบ จะน้อยหรือมากขึ้นอยู่กับสติปัญญาของตน ทำไปจนชำนิชำนาญ จะเข้าจะออกเวลาใดก็ได้…”

โอวาทธรรม หลวงปู่ศรี มหาวีโร วัดประชาคมวนาราม (วัดป่ากุง) ต.ศรีสมเด็จ อ.ศรีสมเด็จ จ.ร้อยเอ็ด (ขอบคุณลานธรรมจักร) – 003

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, ธรรมะ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, ธรรมะ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

‘เจตนานั่นแหละเป็นตัวกรรม’ โอวาทธรรมหลวงปู่ศรี มหาวีโร

Posted on June 8, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/658799

'เจตนานั่นแหละเป็นตัวกรรม' โอวาทธรรมหลวงปู่ศรี มหาวีโร

วันอังคาร ที่ 7 มิถุนายน พ.ศ. 2565, 19.26 น.

“…มีบางคนถามว่า “ถ้าทำบุญสุนทานไม่ได้อุทิศกรวดน้ำจะได้บุญไม่เต็มที่ บุญจะไม่ถึงผู้ล่วงลับไปแล้ว” บางคนเชื่ออย่างนั้น “แล้วที่ทำบาปไม่เห็นได้อุทิศกรวดน้ำ แล้วทำไมมันได้บาปละ” ใครเอามาให้ หรือตนปรารถนาเอาเอง

ไม่มีใครอยากได้หรอกบาป สร้างบาปสร้างกรรมพอที่จะไปตกนรกมันก็ตกนรกไปเอง ไม่เห็นใครอุทิศอธิษฐานเอานรก แต่มันก็ตกนรกเพราะกรรมชั่วพาไป ทำไมมันจึงได้ “ที่ได้เพราะมันขึ้นกับเหตุ ถ้ามีเหตุคือการกระทำก็ได้เลย” ไม่จำเป็นต้องกรวดน้ำอธิษฐาน

การกระทำทุกอย่างมันกลับคืนมาสู่จิตใจทันที “มันเริ่มมาแต่ตัวเจตนาคิดนึกที่แรกว่า จะทำบุญแบบใด หรือว่าจะฆ่าใครทำลายใคร” พอทำสำเร็จตามเจตนาแล้ว ผลมันก็จะสะท้อนย้อนกลับมาสู่เจตนาเดิมได้เลย “ไม่ต้องกรวดน้ำอุทิศเอาให้ยาก”

น้ำในที่นี้หมายความว่า “ให้ตั้งใจอุทิศนั้นแหละ คือน้ำใจนี้แหละความหมาย ไม่ได้หมายถึงน้ำทางนอก” การกรวดน้ำมันเป็นพิธีการเฉย ๆ แต่คนก็เชื่อผิดไปตาม ๆ กันเรื่อยมา “บางคนถ้าไม่ได้กรวดน้ำก็ไม่สบายใจ ถ้าไม่ได้ประเคนของให้พระก็จะใจไม่ดี”

ความจริง “ลักษณะของจิตและเรื่องเจตนานี่เป็นของลึกลับ” พอถึงเจตนาแล้วมันสำเร็จเลย “เพราะต้นเหตุมันอยู้ที่นั่น เจตนานั่นแหละเป็นตัวกรรม” พระพุทธเจ้าท่านสอนไว่อย่างนั้น

เจตนาคือ “ความคิดขึ้นมาแล้วถ้าคิดในทางที่ผิดมันก็ผิดไปตั้งแต่เจตนา นี่แหละตัวเจตนา จะเป็นบาปก็เหมือนกัน ไม่ต้องอุทิศกรวดน้ำก็มีผลเหมือนกัน” แต่นี่คนเรามาถือพิธีทางนอกเกินไป

“ไม่เขื่อให้มาประพฤติปฏิบัติจิตใจจนรู้ความเป็นจริงเสียก่อนลองดู” จึงจะรู้ตัวขึ้นมาว่า ประเพณีในการประพฤติปฏิบัติธรรมว่า จะทำรูปใดวิธีใด…”

โอวาทธรรม หลวงปู่ศรี มหาวีโร วัดประชาคมวนาราม (วัดป่ากุง) ต.ศรีสมเด็จ อ.ศรีสมเด็จ จ.ร้อยเอ็ด (ขอบคุณลานธรรมจักร) 

– 003 

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, ธรรมะ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, ธรรมะ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ถ้าไม่มีความอดทน จะฟันฝ่าความทุกข์ยากลำบากไปไม่ได้

Posted on June 7, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/658571

ถ้าไม่มีความอดทน จะฟันฝ่าความทุกข์ยากลำบากไปไม่ได้

วันจันทร์ ที่ 6 มิถุนายน พ.ศ. 2565, 19.36 น.

“…อธิษฐาน แปลว่าความตั้งใจ สัจจะ แปลว่าความจริงใจ วิริยะ คือความพากเพียร ความขยันหมั่นเพียร ที่จะทำหน้าที่ของตนให้สำเร็จลุล่วงไป ต้องมีความขยันหมั่นเพียร ถ้ามีความเกียจคร้านก็จะไม่สามารถทำให้สำเร็จได้ และถ้าเกิดมีอุปสรรคต่างๆ มีความทุกข์มีความอยากลำบากขวางกั้น ถ้าไม่มีความอดทน ก็จะฟันฝ่าความทุกข์ยากลำบากนี้ไปไม่ได้ เช่น จะเรียนหนังสือนี้บางทีก็ต้องทุกข์ยากลำบากกับการทำการบ้าน ดูหนังสือ อาจจะต้องอดตาหลับขับตานอน เพื่อที่จะได้ทำหน้าที่ให้สำเร็จลุล่วงไปได้ 

ถ้าไม่มีความอดทนก็จะยอมแพ้ ไม่ทำ พอไม่ทำ ผลที่จะเกิดก็เลยไม่เกิดขึ้นมา อันนี้นี่คือสิ่งที่พวกเราควรที่จะพิจารณากัน ว่าเวลาเราจะทำอะไรนี้ จะสำเร็จหรือไม่นี้ อยู่ที่คุณธรรม ๔ ประการนี้ เราต้องมีความตั้งใจ เมื่อมีความตั้งใจแล้ว เราก็ต้องมีสัจจะ มีความจริงใจต่อความตั้งใจ ไม่เปลี่ยนใจ แล้วก็มีความขยันหมั่นเพียร ที่จะทำหน้าที่ทำงานที่จะทำให้เกิดผลที่จะตามมาต่อไป

ถ้ามีอุปสรรคก็ต้องใช้ ขันติ ความอดทน ไม่ยอมแพ้ จะทุกข์จะยากจะลำบาก ก็ฟันฝ่ามันไป จนกว่าที่จะพ้นผ่านไปได้ นี่คือสิ่งที่ทำให้คนที่มีความสำเร็จในชีวิตเขามีกัน ไม่ว่าจะเป็นทางโลกหรือทางธรรมก็เหมือนกัน พระพุทธเจ้าก็ต้องมีอธิษฐาน มีสัจจะ มีวิริยะ มีขันติ ถึงสามารถที่จะบรรลุตรัสรู้เป็นพระอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าได้ 

พระสาวกทั้งหลายก็เช่นเดียวกัน ก็ต้องมีความตั้งใจที่จะเป็นพระสาวก แล้วก็มีความแน่วแน่ต่อความตั้งใจ ไม่เปลี่ยนใจ แล้วก็มีความเพียรที่จะปฏิบัติ ปฏิบัติดีปฏิบัติชอบ ปฏิบัติตรงต่อพระนิพพาน แล้วมีขันติ ความอดทน เพราะเวลาปฏิบัตินี้มันไม่สบายเหมือนกับการที่นั่งอยูเฉยๆ เหมือนกับการไปเที่ยวไปเล่น อันนี้สบายกว่าการที่เราจะมาเดินจงกรม มานั่งสมาธิ ถ้าไม่มีความอดทนต่อความทุกข์ยากลำบาก เราก็จะไม่สามารถที่จะทำให้สิ่งที่เราต้องการสำเร็จได้…” 

โอวาทธรรมพระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต วัดญาณสังวรารามฯ จังหวัดชลบุรี วันที่ ๔ เมษายน พ.ศ. ๒๕๖๔

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, ธรรมะ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, ธรรมะ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ธรรมะวันอาทิตย์ : ‘หลวงปู่แสง’เทศนาอบรม ‘จิตสะอาด ธรรมเข้าถึงง่าย’ (ต่อจากอาทิตย์ที่แล้ว)

Posted on June 6, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/658238

ธรรมะวันอาทิตย์ : 'หลวงปู่แสง'เทศนาอบรม 'จิตสะอาด ธรรมเข้าถึงง่าย' (ต่อจากอาทิตย์ที่แล้ว)

วันอาทิตย์ ที่ 5 มิถุนายน พ.ศ. 2565, 14.51 น.

5 มิถุนายน 2565 โดยหลวงปู่แสง ญาณวโร อายุ 105 ปี พระนักปฏิบัติดี ปฏิบัติชอบ แห่งวัดป่าอรัญญาวิเวก บ้านไก่คำ ต.ไก่คำ อ.เมืองอำนาจเจริญ จ.อำนาจเจริญ ได้แสดงพระธรรมเทศนา อบรม พระสงฆ์ ฆราวาส เมื่อวันที่ 19 พฤษภาคม 2554 ณ วัดป่าอรัญญาวิเวก บ้านไก่คำ ต.ไก่คำ อ.เมืองอำนาจเจริญ จ.อำนาจเจริญ 

จากหนังสือ แสงธรรมส่องใจ ต่อจากอาทิตย์ที่แล้วว่า ทำอะไรๆก็ให้มันจริงใจลงไป อย่าทำเหลาะๆแหละๆ ถ้ากัมมัฎฐานไม่ถูกกับจริตนิสัยก็หาใหม่ เพิ่มใหม่ ให้เข้าใจได้เร็ว ยาไม่ถูกกับโรคก็กินอยู่อย่างนั้น ผลสุดท้ายก็เป็นโรคเรื้อรัง ไปเข้าโรงยาบาลไหน ก็แค่นั้นเอง เสียเงินเปล่าๆ เมื่อธรรมไม่ถูกกับจริตนิสัย ก็ไม่เกิดประโยชน์อะไร คำบริกรรมถูกจิต ผูกใจ ไม่ถูกกับจริตนิสัย จิตใจก็ไม่รวม ไม่ลง ไม่เป็นสมาทอกสมาธิกับเขาสักที แต่เพียงแค่สงบก็ยังยากอยู่ ของมันไม่รวมไม่ลงมีแต่ฟุ้งซ่าน รำคาญ คิดโน่น คิดนี่ คิดเรื่องโลก เรื่องสงสาร คิดการร่ำ การรวย การมั่ง การมี การดี การเด่น แข่งกันอยู่อย่างนั้น 

โลกอันนี้ เป็นอย่างนั้น เพราะก่อภพก่อชาติมาหลายกัปหลายกัลป์ ไม่นึกว่า จะออกจากนั้นไปเลย ไม่เห็นโทษภัยในวัฏสงสาร คิดว่าโลกนี้ เป็นของดับของดี ของวิเศษวิโส ไม่อยากออก เพราะหลายสิ่งหลายอย่าง เต็มไปด้วยรูป ด้วยเสียง ด้วยกลิ่น ด้วยรส โผฎฐัพพะธัมมารมณ์ กล่อมจิต กล่อมใจอยู่นั่นแหละ จิตใจเลยติด ไม่เข้าสักที จะหาธรรมก็ไม่ได้ จิตใจสกปรก จิตใจไม่สะอาด ถ้าจิตใจสะอาด ธรรมเข้าง่าย

พระธรรมชอบเกิดในที่สะอาด สะอ้าน ไม่ชอบเกิดในที่สกปรก รกรุงรัง ถ้าจะต้องธรรมะ ธรรมโม เข้าสู่จิตใจ ชำระจิตใจให้สะอาดอยู่เป็นนิจ นั่นแหละเชื่อว่า ทำตามคำสอนชองพระศาสนา ถ้าจิตใจผ่องใสอยู่เป็นนิจ อย่าให้จิตใจเศร้าหมอง ให้จิตผ่องใสอยู่เป็นนิจ “สัพพะปาปัสสะ อะกะระนัง กุสะลัสสูปะสัมปะทา สะจิตตะปะริโยทะปะนัง” คนไหนหมั่นชำระจิตใจของเจ้าของอยู่เป็นนิจ ชำระกาย ชำระใจ ชำระใจตัวเดียว  

ถ้าจิตสะอาดมันสะอาดไปหมด  มันสำคัญ นโนปุพคามา ธัมมา มโนเสฏฐา มโนมยา มันประชุมใจแห่งเดียวเท่า ดี ชั่ว  ผิด ถูก ฉลาด หรือโง่เขลา เบาปัญญา ประชุมใจ ฉลาดหรือความสามารถอาจหาญก็ประชุมใจ ความหมั่น ความขยัน ก็จะประชุมใจ เราชำลอกจิตใจมันก็แล้วไปหมด เราไม่ต้องไปรุงรังสิ่งอื่นถ้ารู้ใจ ถ้าไม่รู้ใจมันสำคัญอะไร 

เป็นใจมากเกินไป เดี๋ยวก็เรื่องโน่น เรื่องนี้ มาปรุงแต่ง มาคิดมาชวนไปโน่น มานี่ นั่งแป๊บเดียวก็ไปแล้ว ผลสุดท้ายนั่งปวดขาเปล่า ลุกปุบปั๊บไปแล้ว ไปตามกิเลส กิเลสดึงจมูกไปแล้ว ตกแห่งหนตำบลใดไม่รู้เรื่อง เพราะเอากิเลสเป็นศาสดาสอนหัวใจ ถ้าเอาธรรมะสอนหัวใจ ต้องตั้งสัจจะอธิษฐานลงไป ถ้าเราไม่ลง ไม่รวม หรือ ไม่เป็น ไม่ไป ไม่ลุกไปจากที่นี่ จะตายก็ช่างมัน พระพุทธเจ้า วันจะตรัสรู้ อยู่โพธิมลฑลอะไร ก็พร้อมเพรียงสมบูรณ์ บริบูรณ์แล้ว บัลลังก์ก็พร้อมพูลบริบูรณ์

เลยนั่งอธิฐานสาธุ ข้าพเจ้าจะนั่งสมาธิปฏิบัติ บูชาพระพุทธเจ้า พระธรรม พระสงฆ์ ถ้าจิตใจข้าพเจ้าไม่เป็นไป ข้าพเจ้าจะไม่ลุกจากที่นี่ เลือดเนื้อข้าพเจ้าจะเหือดแห้งก็ตามที จะเอาอยู่ที่นี่ พอตั้งสัจจะก็เอาจริงเอาจัง ผลสุดท้ายปฐมยามก็ได้บรรลุ บุพเพสานุสติญาณระลึกชาติ หนหลังได้ ชาติก่อนหนหลัง เป็นสัตว์น้อย สัตว์ใหญ่ในน้ำ บนบก สามารถรู้เท่าทันหมด 

ภพไหน ชาติไหน ตายเกิดอยู่ที่ไหนก็รู้จัก มารดาเกิดอยู่ที่ไหนก็รู้จัก แต่ไม่ใช่ทางเข้าวาระที่สามปัจฉิมยาม ยามกลางมรู้การเกิดการดับของตนเองและบุคคลอื่น  นี้ยังไม่ใช่ทางมัชฉิมยาม ยามใกล้รุ่ง ยามตะวันจะโผล่ขึ้นมา เลยอาสวะญาณ ทำอาสวะให้สิ้นจากหัวใจ ให้เหมือนเมฆหมอก เหมือนพระอาทิตย์ พระจันทร์พ้นจากเมฆจากหมอก สว่างจ้าขึ้นมา จิตใจก็ลงถึงพักถึงฐาน รู้การเกิด การดับ การดี การชั่ว การผิด การถูก

ใครจะโปรดได้ก็รู้จัก ใครโปรดไม่ได้ก็รู้จัก คนไหนควรจะให้ธรรมะ คนไหนไม่ควรให้ คนไหนไม่ควรคบค้าสมาคมก็รู้ไปหมด ไม่มีอะไรปิดบังลี้ลับ นิดเดียวก็ไม่มี เท่าเม็ดหินเม็ดทรายก็ไม่มี ความรู้มันก็เต็มดวงมันเป็นอย่างนั้น ความรู้ไม่เต็มดวง มันก็ยากอยู่.012

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, ธรรมะ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, ธรรมะ, ธรรมะวันอาทิตย์, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

BamBam Family

BamBam Family

สถิติบล็อก

  • 2,901,682 hits

Join 4,119 other subscribers
Follow SootinClaimon.Com on WordPress.com

Categories

Top Posts & Pages

สถานีวิจัยฯ สะแกราช เชิญชวนน้องๆ เข้าค่ายปิดเทอมฤดูร้อน ‘Summer Science camp’ ผ่านการเรียนรู้ธรรมชาติ – วิทยาศาสตร์
ทำเนียบฯ เตรียมความพร้อมสถานที่ประชุม ครม.นัดพิเศษ 6 เม.ย.นี้ ก่อนแถลงนโยบาย
สกร. เปิด ‘ตลาดนัดเรียนรู้ คู่เกษตรธรรมชาติ’ พลิกการเรียนรู้สู่การลงมือทำจริง สร้างงาน สร้างรายได้ สร้างสุขภาวะอย่างยั่งยืน
'น้าเดช'ย้อนเหตุผล? ทำไมคนไทยไม่เชื่อเรื่อง คุณภาพน้ำมัน ที่รัฐบาลออกมาพูด
‘วทจ. รุ่น 8’ บุกปักกิ่ง เจาะรหัสความสำเร็จแดนมังกร
สหัสวัต สับรัฐจัดการล้มเหลว แรงงานข้ามชาตินับล้านเสี่ยงผิดกฎหมาย
เช็กบิลความจองหองพรรคส้ม! 10 แกนนำพรรคลุ้นชะตา เซ่นลายเซ็นแก้ ม.112
นายกฯ ส่งสารวันข้าราชการพลเรือน ย้ำต้องเป็นที่พึ่งประชาชน ขับเคลื่อนนโยบายสู่ผลสำเร็จ
‘ธนัช เตชะรัตนวิบูลย์’ นักเทควันโดหนุ่มจาก ม.สยาม คว้าแชมป์เทควันโดชิงแชมป์ประเทศไทย 2026 รุ่น 54 กก.
ปกรณ์ เผยรอ ครม.ชุดใหม่ เคาะลดภาษีนํ้ามัน 1 บาท ชูนโยบายปฏิรูปกฎหมาย พัฒนาชีวิตปชช.

Recent Posts

  • ปกรณ์วุฒิ แจงเดินเข้าหา คริส ชี้เป็นเรื่องปกติ แต่อีกฝ่าย เล่นใหญ่-ให้ข้อมูลเท็จ ปัดข่มขู่‘ระวังตัวไว้ให้ดี’
  • เอกนิติ ย้ำคนละครึ่งเฟส 2 มาแน่ กำลังออกแบบรายละเอียด พร้อมเสนอ ครม.เร็วๆนี้
  • เอกนิติ ลุยจี้โรงกลั่นรายงานต้นทุนจริง สั่งรื้อโครงสร้างค่าการกลั่น-ค่าการตลาด ก่อนชง ครม. 6 เม.ย. นี้
  • สกัด 3 ฝันร้ายประชาชน! จุติ จี้ ใช้กองทุนหมุนเวียน สู้ปัญหายากจน-เจ็บป่วย-เด็กหลุดระบบ
  • วิปสภา วางไม่เป็นทางการรวม 32 ชม. อภิปรายนโยบายรัฐ ฝ่ายค้าน 14 รัฐบาล 5 สว. 4 รอเคาะอีกครั้ง 7 เม.ย.

ป้ายกำกับ

  • 2559(2016)
  • 2564(2021)
  • entertain
  • naewna
  • The Nation
  • การเมือง
  • ต่างประเทศ
  • บันเทิง
  • ผู้หญิง
  • แนวหน้า
  • RSS - Posts
  • RSS - Comments

Archives

Follow Us

  • https://soclaimon.tumblr.com/
  • https://www.facebook.com/soclaimon
  • https://www.instagram.com/sootinclaimon/
  • https://www.facebook.com/SootinClaimon/
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100001170824639
  • https://www.facebook.com/pompam.pp
  • https://www.facebook.com/toraman666
  • https://www.facebook.com/apich214
  • https://www.facebook.com/samabat.klaimon
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100005312762480
  • https://www.facebook.com/jirasuda.manomaiyanon
  • https://www.facebook.com/eikpakkred
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100003091451547
Blog at WordPress.com.
  • Subscribe Subscribed
    • SootinClaimon.Com
    • Join 1,657 other subscribers
    • Already have a WordPress.com account? Log in now.
    • SootinClaimon.Com
    • Subscribe Subscribed
    • Sign up
    • Log in
    • Report this content
    • View site in Reader
    • Manage subscriptions
    • Collapse this bar
 

Loading Comments...
 

    %d