Skip to primary content
Skip to secondary content

SootinClaimon.Com

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย2 [SartKasetDinPui2] : รวบรวม ข้อมูล เศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม เกษตร ดิน น้ำ ปุ๋ย

SootinClaimon.Com

Main menu

  • Home
  • KU23-2506
  • ข้อคิดความเห็น
  • ตระกูลคล้ายมนต์
  • ผมเองครับ
  • ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย1

Category Archives: ธรรมะ

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

อานุภาพของการให้ความเคารพในพระธรรมนำสัตว์ให้เกิดมาเป็นเทวดาและมนุษย์ได้

Posted on April 19, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/648193

อานุภาพของการให้ความเคารพในพระธรรมนำสัตว์ให้เกิดมาเป็นเทวดาและมนุษย์ได้

วันจันทร์ ที่ 18 เมษายน พ.ศ. 2565, 19.39 น.

“…สัตว์ไปเกิดเป็นเทวดาได้คงจะมีเป็นอันมาก มีเรื่องต่างๆ ในพระพุทธศาสนาที่เล่าสืบมาคือ ในสมัยพุทธกาล มีสัตว์ได้ยินเสียงพระท่านสวดมนต์ ก็ตั้งใจฟังโดยความเคารพ ตายไปก็ได้ไปบังเกิดเป็นเทพในสวรรค์ ด้วยอานุภาพของการให้ความเคารพในพระธรรมของพระพุทธเจ้า

สัตว์มาเกิดเป็นมนุษย์ได้ นี้ต้องเป็นที่เชื่อถืออยู่ลึกๆ ในจิตสำนึก จึงแม้เมื่อพบมนุษย์บางพวก ก็ได้มีการแสดงความรู้สึกจริงใจออกมาต่างๆ กัน เช่น ลิงมาเกิดแท้ๆ สัตว์นรกมาเกิดแน่ๆ ทั้งนี้ก็ด้วยเห็นจากหน้าตาท่าทางบ้าง ซึ่งโดยมากผู้ที่พบเห็นด้วยกัน ก็จะมีความรู้สึกตรงกันดังกล่าว เป็นความรู้สึกที่เกิดจากความเชื่อนั่นเอง ว่าสัตว์มาเกิดเป็นมนุษย์ได้ หรือมนุษย์เกิดมาจากสัตว์ได้…”

โอวาทธรรม สมเด็จพระสังฆราชเจ้า กรมหลวงวชิรญาณสังวร 

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, ธรรมะ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, ธรรมะ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

สิ้น ‘หลวงปู่ถ้าอนาลโย’ พระเกจิดังภาคอีสาน 6 แผ่นดิน สิริอายุ 108 ปี

Posted on April 16, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/647752

สิ้น 'หลวงปู่ถ้าอนาลโย' พระเกจิดังภาคอีสาน 6 แผ่นดิน สิริอายุ 108 ปี

วันศุกร์ ที่ 15 เมษายน พ.ศ. 2565, 22.12 น.

ลูกศิษย์สุดอาลัย! ‘หลวงปู่ถ้าอนาลโย’ พระเกจิดังภาคอีสานภูไท 6 แผ่นดิน ละสังขารอย่างสงบ สิริอายุ 108 ปี 

15 เม.ย.65 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลวงปู่ถ้าอนาลโย เกจิดังแห่งภาคอีสานแดนภูไท ได้ละสังขารอย่างสงบ ท่ามกลางความตกตะลึงและโศกเศร้าของบรรดาศิษยานุศิษย์ ณโรงพยาบาลอำเภอเมยวดี จังหวัดร้อยเอ็ด สิริอายุ 108 ปี 3 เดือน 10 วัน พรรษา 31 เมื่อเวลา 12.40 น. วานนี้ ( 14 เม.ย.2565) ที่ผ่านมา 

สำหรับประวัติโดยย่อของหลวงปู่ถ้า อนาลโย พระเกจิ 6 แผ่นดิน เกิดปีขาล พ.ศ.2457 ที่บ้านงิ้ว อำเภอคำชะอี (อำเภอหนองสูง ในปัจจุบัน) จังหวัดมุกดาหาร อุปสมบท เมื่ออายุ 21 ปี ในปีพ.ศ.2478 เคยจำพรรษาที่วัดป่าดงคำชี จังหวัดกาฬสินธุ์ ปัจจุบันจำพรรษาอยู่ที่วัดป่าทศพลมังคลาราม บ้านบุ่งเลิศ ตำบลบุ่งเลิศ อำเภอเมยวดี จังหวัดร้อยเอ็ด ได้ศึกษาเล่าเรียนธรรมะ เป็นเวลา 15 พรรษา ด้วยภารกิจทางครอบครัว ที่หลวงปู่ต้องไปแก้ปัญหาด้วยตนเอง จึงได้ ลาสิขาบท เมื่อสะสางปัญหาต่างๆแล้วเสร็จ ด้วยใจที่ไฝ่การบรรพชา อุปสมบท ถือศีลบำเพ็ญเพียรในการเจริญกรรมฐานจึงเข้าสู่เพศบรรพชิตอีกครั้ง เพื่อสืบทอดพระพุทธศาสนา อบรมสั่งสอนพุทธศาสนิกชน ให้เข้าถึงธรรมะขององค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า จึงเข้าอุปสมบทเป็นครั้งที่ 2 จำพรรษาที่วัดป่าดงคำชี จังหวัดกาฬสินธุ์ และวัดป่าทศพลมังคลาราม บ้านบุ่งเลิศ ตำบลบุ่งเลิศ อำเภอเมยวดี จังหวัดร้อยเอ็ด จนถึงปัจจุบัน

หลังจากอุปสมบทหลวงปู่ถ้าฯได้ออกธุดงค์ ปลีกวิเวกไปตามสถานที่ต่างๆ ธุดงค์ลัดเลาะตามป่าเขาลำเนาไพรทั้งในเขตประเทศไทย และข้ามฝั่งเข้าสู่ดินแดนปราสาทขอมประเทศเขมร ได้ไปพบกับพระอาจารย์ไพร ผู้มีวิชาแก่กล้า ปราชญ์เปลื่องเลื่องลือในด้านวิชาอาคม มนต์ดำ มหาเสน่ห์ และการทำเครื่องรางของขลัง จึงได้ฝากตัวเป็นศิษย์ พระอาจารย์ไพรได้ถ่ายทอดวิชาอาคมสายต่างๆให้โดยมิได้ปิดบังใดๆ หลวงปู่ฯอยู่ร่ำเรียนวิชาด้วยเป็นระยะเวลา 3 ปี เมื่อหลวงปู่ถ้าฯเห็นว่าการร่ำเรียนวิชาอาคมตำหรับเขมรสำเร็จลุล่วง จึงกราบลาพระอาจารย์ไพร ผู้เป็นอาจารย์ หลวงปู่ถ้าฯ เดินธุดงค์ออกจากประเทศเขมรมุ่งหน้าสู่บ้านเกิด เพื่อนำวิชาอาคมที่ได้เล่าเรียนมาจากครูบาอาจารย์ มาช่วยเหลือญาติโยม ในการทำมาค้าขาย ทำธุรกิจให้ประสบผลสำเร็จ หลวงปู่ถ้า อนาลโย กลับมาจำพรรษาที่วัดป่าดงคำชี จังหวัดกาฬสินธุ์ (หลวงปู่เคยออกธุดงค์ร่วมกับสหธรรมิกศิษย์ผู้พี่ หลวงปู่เทศ เทศรังสี หลวงปู่จาม มหาปุญโญ หลวงปู่หล้า เขมปัตโต)ไปหลายสถานที่ทั้งในประเทศไทย ลาว เขมร และประเทศพม่า การเดินธุดงค์สมัยนั้นต้องเดินลัดเลาะไปตามป่าเขาลำเนาไพร มีแต่ช้าง เสือ อสรพิษที่ดุร้ายและสิ่งลี้ลับ ล้วนแต่อันตรายทั้งสิ้น

แต่ก็สามารถฝ่าฟันอุปสรรคทั้งหลายมาได้ด้วย การปฎิบัติภาวนาสมาธิ การเจริญกรรมฐาน เมตตา แก่สรรพสัตว์ทั้งหลายด้วยธรรมะ ครั้งหนึ่งคณะลูกศิษย์ ที่กรุงเทพมหานคร ทราบถึงความเก่งกล้าด้านวิชาอาคม ของหลวงปู่ฯจึงขออนุญาตสร้างเครื่องราง หนูดูดนมแมว พุทธคุณด้านเมตตามหานิยม มวลสารต่างๆที่นำมาสร้าง ประกอบไปด้วย รกแมวดำ 9 ตัว น้ำตาปลาพะยูน ว่านดอกทอง ผงไม้รัก ไม้ขนุน ว่านนางอกแตก นำมาผสมกันเติมผงสวาทเรื่อยๆจนน้ำมันเดือดแล้วค่อยยกลง นำมากดพิมพ์ด้วยมือขึ้นรูปนำลงใส่ในไหฝังดิน พันด้วยด้ายสายสินธุ์โยงขึ้นมาให้หลวงปู่เสกเป็นเวลานานกว่า 1 ปี จนแมวกับหนูตัวเป็นๆวิ่งมานอนเกลือกกลิ้งเล่นกัน ตรงพื้นดินบริเวณที่ฝังไหเครื่องราง ซึ่งเป็นเรื่องมหัศจรรย์ เมื่อหลวงปู่เห็นว่าเครื่องรางมีพุทธคุณเข้มขลัง จึงบอกให้ลูกศิษย์ขุดขึ้นมาใช้ เป็นที่ต้องการของพ่อค้า แม่ค้า มีไว้ติดตัวทำมาค้าขายดี คนทำงานก็เช่นกันมีไว้ติดตัวนายเมตตา เพื่อนร่วมงานที่เคยกลั่นแกล้งต่างก็มาเป็นมิตร แม้แต่คนจีนแผ่นดินใหญ่ มาเลเซีย ฮ่องกง ต่างก็แสวงหาเพื่อให้ได้มาครอบครอง เพราะมีหนูดูดนมแมวไว้ติดตัวอธิษฐานอะไรก็สำเร็จ จนเป็นที่โด่งดัง “เครื่องรางหนูดูดนมแมว” ทำให้ผู้ที่นิยมเครื่องราง ที่มีพุทคุณแรงๆทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศ ต่างก็รู้จัก หลวงปู่ถ้า อนาลโย พระกรรมฐานสายป่าเจ้าตำหรับวิชาเขมร. -008 

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, ธรรมะ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, ธรรมะ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ความตายเกิดขึ้นได้กับทุกคนทุกเวลานาที หายใจออกครั้งนี้แล้วเราอาจไม่ได้หายใจเข้าอีก

Posted on April 14, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/647438

ความตายเกิดขึ้นได้กับทุกคนทุกเวลานาที หายใจออกครั้งนี้แล้วเราอาจไม่ได้หายใจเข้าอีก

วันพุธ ที่ 13 เมษายน พ.ศ. 2565, 19.16 น.

ความตายเกิดขึ้นได้กับทุกคนทุกหนทุกแห่งทุกเวลานาที พุทธศาสนสุภาษิตกล่าวว่า “เมื่อสัตว์จะตายไม่มีผู้ป้องกัน” และ “จะอยู่ในอากาศ อยู่กลางสมุทร เข้าไปสู่หลืบเขา ก็ไม่พ้นจากมฤตยูได้ ประเทศคือดินแดนที่มฤตยูจะไม่รุกรานผู้อยู่ไม่มีไ เราจะถูกมฤตยูรุกรานเมื่อไรที่ไหน เราไม่รู้ หายใจออกครั้งนี้แล้วเราอาจไม่ได้หายใจเข้าอีก เมื่อถึงเวลาจะต้องตาย ไม่มีผู้ใดจะช่วยได้ เพราะ “เมื่อสัตว์จะตาย ไม่มีผู้ป้องกัน” และ “ความผัดเพี้ยนกับมฤตยูอันมีกองทัพใหญ่อยู่นั้นไม่ได้เลย”

ทุกย่างก้าวของทุกคน ไม่ว่าจะเป็นใคร อยู่แห่งหนตำบลใด นำไปถึงมือมฤตยูได้ทั้งสิ้น ผู้ร้ายก็เคยตกอยู่ในมือมฤตยูทั้งที่ถุงใส่เงินแสนเงินล้านที่ไปปล้นจี้มายังอยู่ในมือ ไม่ทันได้ใช้ได้เก็บเข้าบัญชีสะสมเพื่อความสมปรารถนาของตน นักการเมืองไม่ว่าเล็กใหญ่ก็เคยตกอยู่ในมือมฤตยูในขณะกำลังเหนื่อยกายเหนื่อยใจใช้หัวคิดทุ่มเทเพื่อบรรลุจุดมุ่งหมายสูงสุดของตน 

ผู้ที่กำลังยิ้มแย้มแจ่มใสมีความสุขกับครอบครัวเคี้ยวข้าวอยู่ในปากแท้ๆ ก็เคยตกอยู่ในมือมฤตยูโดยไม่รู้เนื้อรู้ตัว ผู้เหินฟ้าอยู่บนเครื่องบินใหญ่โตมโหฬารราวกับตึกก็เคยตกอยู่ในมือมฤตยูโดยไม่คาดคิด ผู้โดยสารเรือเดินสมุทรใหญ่ก็เคยตกอยู่มือมฤตยูพร้อมกันมากมายหลายสิบหลายร้อยชีวิต นักไต่เขาผู้สามารถก็เคยหายสาบสูญในขณะกำลังไต่เขา โดยตกเข้าไปอยู่ในมือมฤตยู 

ทั้งหมดนี้เป็นเครื่องยืนยันสัจจะแห่งพุทธศาสนสุภาษิตที่ว่า “ทั้งเด็ก ทั้งผู้ใหญ่ ทั้งคนพาล ทั้งบัณฑิต ล้วนไปสู่อำนาจแห่งความตาย ล้วนมีความตายเป็นเบื้องหน้า”

โอวาทธรรม สมเด็จพระสังฆราชเจ้า กรมหลวงวชิรญาณสังวร

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, ธรรมะ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, ธรรมะ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

‘ผู้รู้จักพอ’ จะเป็นผู้ที่มีความสบายใจ ส่วน ‘ผู้ที่ไม่รู้จักพอ’ จะเป็นผู้ร้อนเร่า

Posted on April 13, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/647274

'ผู้รู้จักพอ' จะเป็นผู้ที่มีความสบายใจ ส่วน 'ผู้ที่ไม่รู้จักพอ' จะเป็นผู้ร้อนเร่า

วันอังคาร ที่ 12 เมษายน พ.ศ. 2565, 19.22 น.

“…ความคิดอย่างหนึ่งที่ควรฝึกให้เกิดเป็นประจำคือ…ความคิดที่ว่า “พอ” คิดให้รู้จัก “พอ” ผู้รู้จักพอจะเป็นผู้ที่มีความสบายใจ ส่วนผู้ที่ไม่รู้จักพอ…จะเป็นผู้ร้อนเร่า ความไม่รู้จักพอมีอยู่ได้แม้ในผู้มั่งมีมหาศาล และความรู้จักพอก็มีได้แม้ในผู้ยากจน ทั้งนี้เพราะ…ความพอเป็นเรื่องของใจ คนรวยไม่รู้จักพอ…ก็เป็นคนจนอยู่ตลอดเวลา คนจนรู้จักพอ…ก็เป็นคนมั่งมีอยู่ตลอดเวลา…” โอวาทธรรม สมเด็จพระสังฆราชเจ้า กรมหลวงวชิรญาณสังวร – 003 

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, ธรรมะ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, ธรรมะ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ความตายนี้ให้นึกถึงบ่อย ๆ นึกจนมันเห็นแล้วก็นึกจนมันเข้าใจลึกซึ้ง : หลวงปู่สิม พุทธาจาโร

Posted on April 10, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/646714

ความตายนี้ให้นึกถึงบ่อย ๆ นึกจนมันเห็นแล้วก็นึกจนมันเข้าใจลึกซึ้ง : หลวงปู่สิม พุทธาจาโร

วันเสาร์ ที่ 9 เมษายน พ.ศ. 2565, 19.08 น.

“ความตายนี้” พระพุทธเจ้าพระองค์สอนไว้ว่า “ให้นึกบ่อย ๆ นึกจนมันเห็นแล้วก็นึกจนมันเข้าใจลึกซึ้ง” จนเกิดความสลดสังเวชในมรณะความตายของเราและของสัตว์ทั้งหลายของคนทั้งหลาย 

ถ้าผู้ใดภาวนามรณกรรมฐานจนเกิดขึ้นจิตใจสงบระงับตั้งมั่น “เป็นสมาธิภาวนาก็ดี” หรือมีความสลดสังเวชในมรณภัย คือความตายนี้ “จิตใจจะเปลี่ยนแปลงไป ความโกรธ ก็จะเบาบาง เลิกได้ละได้ ความโลภความอยากได้ในใจ ก็จะได้เลิกได้ละได้ ความหลง ในจิต ในใจ ตัวเราก็จะเลิกได้ละได้” 

เพราะว่า “มรณภัยคือความตายนั้น เมื่อมาถึงบุคคลผู้ใดผู้นั้นจำเป็นต้องตาย” จะมาอ้างว่า ข้าพเจ้ายังเด็กอยู่ อย่าเพิ่งให้ข้าพเจ้าตายเลย ให้อยู่ไปดูโลกต่อไปก่อน “ธรรมดาพระยามัจจุราช คือความตายมันไม่ได้ยกเว้น เมื่อได้วาระของผู้ใด ผู้นั้นก็จำเป็นจำไปต้องตาย”…

โอวาทธรรม พระญาณสิทธาจารย์ (หลวงปู่สิม พุทธาจาโร) วัดถ้ำผาปล่อง ต.บ้านถ้ำ อ.เชียงดาว จ.เชียงใหม่ –  003

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, ธรรมะ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, ธรรมะ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

สร้างบุญให้เกิดขึ้นที่ใจทุกเวลา โอวาทธรรม หลวงปู่มั่น ภูริทัตโต

Posted on April 9, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/646578

สร้างบุญให้เกิดขึ้นที่ใจทุกเวลา โอวาทธรรม หลวงปู่มั่น ภูริทัตโต

วันศุกร์ ที่ 8 เมษายน พ.ศ. 2565, 19.32 น.

อิริยาบถทั้ง 4 คือ ยืน เดิน นั่ง นอน นั้นนะสร้างบุญขึ้นมาได้ เช่น เราเดินไปก็ระลึกพุทโธไป เรานั่งอยู่ก็ระลึกพุทโธ เรานอนอยู่ก็ระลึกพุทโธ พยายามทำให้มันติดต่อ ทำการทำงานก็ระลึกพุทโธอยู่ อย่างท่านฯ ไปสอนชาวบ้านนอกนะ ถึงฤดูทำไร่ เขาไปดายหญ้า สับจอบสับเสียมลงดิน ก็ให้ระลึกพุทโธ เวลาเกี่ยวข้าวก็เหมือนกันแหละ เกี่ยวกอหนึ่งก็พุทโธ เกี่ยวกอสองก็พุทโธ หมายความว่า งานที่เราทำก็ได้ บุญเราก็ได้ อันนี้เป็นลักษณะของบุคคลผู้มีปัญญา ทำการงานทุกอย่าง อย่าทิ้งพุทโธ เพราะเหตุไร เพราะว่าบุญเกิดทางใจ

บุญนั้นไม่ได้เกิดแต่การบริจาคทานอย่างเดียว บุญเกิดจากการรักษาศีล บุญเกิดจากการภาวนา โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การเจริญภาวนา เป็นบุญที่สามารถทำได้ไม่เลือกบุคคล ไม่ว่าจะเป็นคนแก่คนเฒ่าหรือเด็ก หญิงหรือชาย หรือคนเจ็บป่วยก็ตาม สามารถทำได้ 

คนที่มีสติปัญญา ยืน เดิน นั่ง นอน ก็เป็นบุญแล้ว ทำการทำงานก็เป็นบุญ ทุกสาขาอาชีพที่เป็นอาชีพบริสุทธิ์ ถ้าเราระลึกพุทโธคราวใด บุญก็เกิดขึ้นคราวนั้น ไม่ต้องหาไกล คนมีปัญญาไม่ต้องหาไกล หาอยู่ในกาย หาอยู่ในวาจา หาอยู่ในจิต

ศาสนานั้นอยู่ในธาตุ 4 ขันธ์ 5 อายตนะ 6 ท่านฯ บอกว่า มีกล่าวไว้ในคัมภีร์วินัย ขันธปัญญธาตุ อายตนะอยู่ที่ไหน ไม่ใช่อยู่ในตัวเราหรอกหรือ เพราะเหตุนั้นศาสนาจึงอยู่ในตัวเรา สมบูรณ์แบบไม่บกพร่อง นอกจากเราจะเสริมสร้างให้มัน เพื่อให้เรารู้จักศาสนาในตัวของเรา นี่คือบุคคลผู้ที่เป็นพุทธแท้ ท่านบอกอย่างนั้น

ศาสนายังแบ่งออกเป็นศาสนาภายนอกและศาสนาภายใน ศาสนาภายนอก คือ พระสงฆ์ สามเณร วัด กุฎี วิหาร ศาลาการเปรียญ เจดีย์ เป็นต้น ส่วนศาสนาภายใน คือ ศีล สมาธิ ปัญญา มันมีอยู่แล้ว ตั้งอยู่ในบุคคล แต่บุคคลไม่รู้ว่า อะไรคือศาสนาภายนอก ภายใน การบำรุงพระพุทธศาสนาเราจะต้องบำรุงไปพร้อมกัน ภายนอกก็บำรุง ภายในก็บำรุง ถ้าเราจะบำรุงแต่ภายนอก ทิ้งภายในเสีย เราก็ไม่รู้จักศาสนาอยู่ในตัวเราเอง

อุปมาเปรียบเหมือน ทุกคนมีสองขา ขาหนึ่งมัดติดไว้เสียไม่ใช่ หมายความว่า เราเดินได้ แต่ไม่สะดวก นั่นคือรักษาแต่ศาสนาภายนอก ศาสนาภายในไม่รักษา เหมือนกันกับรักษาศาสนาภายใน ภายนอกไม่รักษา ก็เปรียบเหมือนมีสองขา แต่ใช้ขาเดียว

เพราะฉะนั้นการบำรุงศาสนา จึงต้องบำรุงไปพร้อมกัน ทั้งศาสนาภายนอกและศาสนาภายใน ผู้ที่นับถือพระพุทธศาสนา ส่วนมากจะไม่เข้าใจอย่างนี้ ท่านจึงว่า ทำอะไรให้มีสติปัญญา 

…………………

คัดลอกจากหนังสือ “รำลึกวันวาน” โดยหลวงตาทองคำ จารุวัณโณ

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, ธรรมะ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, ธรรมะ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

‘พุทโธนี่ดีหนักหนา สารพัดปราบได้ทุกสิ่งทุกอย่าง’ โอวาทธรรม ‘หลวงปู่เทสก์ เทสรังสี’

Posted on April 8, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/646334

'พุทโธนี่ดีหนักหนา สารพัดปราบได้ทุกสิ่งทุกอย่าง' โอวาทธรรม 'หลวงปู่เทสก์ เทสรังสี'

วันพฤหัสบดี ที่ 7 เมษายน พ.ศ. 2565, 19.41 น.

“พุทโธ นี่ดีหนักหนา” สารพัดปราบได้ทุกสิ่งทุกอย่าง ตั้งสติแน่วใน “พุทโธ อันเดียว สามารถที่จะระงับทุกข์โศกโรคภัยทั้งหมด” ถ้าไม่เชื่อก็ลองดูสิ ความโกรธความฉุนเฉียวเกิดขึ้นมา ก็ตั้งสตินึกถึง “พุทโธ” เดี๋ยวก็หายหมด อายพระพุทธเจ้าอายพุทโธ “นี่แหละ พุทโธดีอย่างนี้”

“ที่มันไม่หายเพราะไม่ได้ตั้งสติให้แน่วแน่” กำหนดพุทโธเฉย ๆ หลอก ๆ “พุทโธ เลยไม่อยู่กับเรา” พุทโธพระพุทธเจ้าหายหมด “มันก็มีแต่กิเลสเข้ามาครอบงำมีแต่ความโกรธวุ่นวายหมด” ความโลภ ความโกรธ ความหลง เป็นภัยอันตรายอย่างยิ่ง

ถ้าหากเราไม่มีสติตั้งอยู่ในพุทโธแล้ว “สารพัดจะทำตัวของเราให้เป็นไปต่าง ๆ นา ๆ จนกระทั่งคิดประทุษร้ายประหัตประหารฆ่าฟันผู้อื่น” ได้ทุกประการ

“ถ้าตั้งสติกำหนดพุทโธไว้ พุทโธมาอยู่แทนที่” ความโกรธก็เลยหายจากใจหมด “ฉะนั้นอย่าลืมให้ระลึกถึงพุทโธอยู่เสมอ จึงจะเป็นผลให้สำเร็จประโยชน์แก่ตน เอาพุทโธตัวเดียวเท่านั้นแหละไว้ให้มั่น” ตั้งสติกำหนดลงให้จริง ๆ จัง ๆ ในที่เดียวนี่แหละ ..” 

โอวาทธรรม หลวงปู่เทสก์ เทสรังสี วัดหินหมากเป้ง ๒๐ กรกฏาคม ๒๕๒๕ 

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, ธรรมะ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, ธรรมะ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

‘ธรรมะ’ คือ ‘ความจริงของชีวิต’ : หลวงพ่อพุธ ฐานิโย

Posted on April 6, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/645904

'ธรรมะ' คือ 'ความจริงของชีวิต' : หลวงพ่อพุธ ฐานิโย

วันอังคาร ที่ 5 เมษายน พ.ศ. 2565, 19.20 น.

การศึกษาธรรมะตามแนวทางแห่งพระพุทธศาสนา เรามุ่งที่จะศึกษาให้รู้สภาพความเป็นจริงของสิ่งทั้งปวง ศาสนาพุทธ คำสอนของพระพุทธเจ้าเป็นเรื่องของความจริงของสภาวธรรม เพื่อจะทำความเข้าใจกับท่านผู้ฟัง ธรรมะที่เราถือว่าเป็นคำสอนของสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้านั้น แบ่งออกได้เป็น ๒ ประเภท ๑. สภาวธรรม ๒. ธรรมคำสอน

ธรรมะประเภทที่เป็นสภาวธรรม เป็นสิ่งที่มีมาก่อนพระพุทธเจ้าเกิด ที่เรายอมรับว่าเป็นคำสอนของพระพุทธเจ้าก็เพราะเหตุว่า พระพุทธเจ้าเป็นผู้ทรงรู้ความจริงของสภาวธรรม เช่น รู้อริยสัจธรรมทั้งสี่ คือ ทุกข์ สมุทัย นิโรธ มรรค เป็นต้น อันนี้มีพระพุทธเจ้าพระองค์เดียวเท่านั้นรู้ คนอื่นแม้ว่าจะมีส่วนรู้อยู่บ้างแต่ก็ยังไม่รู้เหตุหรือผลไม่ลึกซึ้งเหมือนพระพุทธเจ้า อนิจจัง ทุกขัง อนัตตา ซึ่งเป็นบทความจริงของสภาวธรรมที่จะเป็นไปนั้น พระพุทธเจ้าเป็นผู้ทรงทราบ เป็นผู้ทรงรู้ เมื่อก่อนที่พระพุทธเจ้ายังไม่เกิดนั้น การเปลี่ยนแปลงของสภาวธรรมที่เรียกว่า อนิจจัง ทุกขัง อนัตตา เขาก็มีการเปลี่ยนแปลงมาก่อนแล้ว แต่ถึงจะมีผู้รู้อยู่บ้างก็ไม่ละเอียดและรู้ไม่ถึงแก่น แต่เมื่อพระพุทธเจ้ามารู้แจ้งเห็นจริงแล้ว จึงเอาแก่นแท้ของ อนิจจัง ทุกขัง อนัตตา ออกมาตีแผ่ให้ชาวโลกได้รู้ข้อเท็จจริง

คำว่าสภาวธรรมหมายถึงอะไร เราทุกคนมีสภาวธรรมเป็นสมบัติประจำตัวกันอยู่ทุกคน สภาวธรรมอันนั้นคือกายกับใจ กายกับใจคือสภาวธรรม นอกจากกายกับใจจะเป็นสภาวธรรมแล้ว สถานการณ์แห่งสิ่งแวดล้อมทั้งหลายที่เราประสบอยู่ เช่นลมหายใจเข้าออก อันนั้นก็คือสภาวธรรม แม้แต่วิชาความรู้ที่เราเรียนมา จะเป็นแขนงไหนศาสตร์ไหน สิ่งเหล่านั้นคือสภาวธรรม นี่คือสภาวธรรมที่พระพุทธเจ้ารู้แจ้งเห็นจริงมาโดยเฉพาะอย่างยิ่งสภาวธรรมอันเป็นของของเรา คือ กายกับใจ

นอกจากพระพุทธเจ้าจะทรงรู้ความเป็นจริงของมันแล้ว ก็ยังสามารถที่จะทราบความจริงว่าสภาวธรรมนี้มันเกิดมาเพราะอาศัยอะไรเป็นเหตุ ที่เกิดมาเป็นคนอาศัยอะไรเป็นเหตุ อันนี้พระพุทธเจ้าทรงทราบเหตุ ที่ทำให้คนต้องเกิดมาเป็นคนก็เพราะอาศัยว่าคนพยายามรักษาศีล ๕ รักษากรรมบถ ๑๐ และใครทำให้บริสุทธิ์บริบูรณ์จริง ผู้นั้นมีสติเที่ยงแท้ก็เกิดมาเป็นคน พระพุทธเจ้าก็ทรงทราบ เมื่อก่อนพระพุทธเจ้ายังไม่เกิด ยังไม่มีใครเชื่อ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ความเกิด ความแก่ ความเจ็บ ความตาย พระพุทธเจ้าทรงให้เราพิจารณาให้รู้ซึ้งเห็นจริงตามความเป็นจริง

บางท่านอาจจะคิดว่า ใครๆ เขาก็รู้กันอยู่ เกิดมาแล้วต้องแก่ ต้องเจ็บ ต้องตาย เหตุใดพระพุทธเจ้าจึงให้มาพิจารณาดูความแก่ ความเจ็บ ความตาย ที่พระองค์ให้พิจารณาความแก่ ความเจ็บ ความตาย ก็เพื่อเป็นอุบายให้สาธุชนรู้แจ้งเห็นจริงถึงความแก่ ความเจ็บ ความตาย ที่เราได้ยินได้ฟังหรือรู้ๆ กันมานั้นเป็นแต่เพียงรู้ด้วยปัญญาว่าเราจะต้องแก่ ต้องเจ็บ ต้องตาย แต่มันยังไม่ซึ้งถึงจิตถึงใจ จิตใจของเราจึงไม่ยอมรับสิ่งเหล่านั้น เมื่อเราไม่ยอมรับสภาพความเป็นจริงของสิ่งเหล่านั้น เราก็ฝืนกฎของความเป็นจริง ในเมื่อประสบความแก่เราเกิดทุกข์ เกิดความเจ็บเราทุกข์ เกิดความตายเราทุกข์ หรือคิดว่าเราจะตายเราเกิดความทุกข์ขึ้นมาทันที เหตุที่เป็นเช่นนั้นก็เพราะเราไม่ยอมรับสภาพความเป็นจริงว่าเราจะเป็นอย่างนั้น แล้วไปฝืนกฎของความเป็นจริง จึงพากันเกิดทุกข์

สิ่งเหล่านั้นพระพุทธเจ้าทรงทราบ ในเมื่อพระองค์ทรงทราบแล้ว จึงนำมาสั่งสอนพุทธบริษัทซึ่งเป็นลูกศิษย์ของพระองค์ท่านให้รู้ถึงสภาพความเป็นจริง เริ่มต้นแต่ว่าเรามีความแก่เป็นธรรมดา จะล่วงพ้นความแก่ไปไม่ได้ เรามีความเจ็บไข้เป็นธรรมดา จะหนีความเจ็บไข้ไปไม่ได้ เรามีความตายเป็นธรรมดา จะหนีความตายไปไม่ได้ พระองค์ท่านให้พิจารณาอย่างนั้น ก็ต้องการให้พิจารณาถึงความเป็นจริง

เพราะฉะนั้น การยึดหลักธรรมะและการปฏิบัติธรรมะตามหลักของพระพุทธศาสนานั้น เรามุ่งที่จะทำจิตใจของเราให้รู้สภาพความเป็นจริง รู้ถึงจิตถึงใจ แล้วจิตจะยอมรับสภาพความเป็นจริง ไม่ฝืนกฎธรรมชาติของสภาวธรรม จิตใจก็ปล่อยวางสบาย เมื่อสิ่งเหล่านั้นเกิดขึ้นมาเมื่อใด เราไม่วิตกกังวล เพราะเรารู้ซึ้งเห็นจริงแล้ว อันนี้เป็นสภาวธรรมและความเป็นไปของสภาวธรรม ความเป็นไปของสภาวธรรมส่วนรวมก็คืออนิจจังไม่เที่ยง เป็นทุกข์ เป็นอนัตตา อันนี้เป็นธรรมะส่วนสภาวธรรม นับว่าเป็นคำสอนของพระพุทธเจ้าที่พระองค์เป็นผู้รู้แจ้งเห็นจริง

ธรรมะอีกประเภทหนึ่งคือธรรมคำสอน เมื่อพูดถึงธรรมะคือคำสอน ก็คือ ศีล สมาธิ ปัญญานั่นเอง อันนี้พุทธบริษัททั้งหลายมีความสนใจในการปฏิบัติธรรมทางด้านจิต การปฏิบัติธรรมทางด้านจิตนั้นจะต้องเริ่มต้นด้วยการทำตนเป็นผู้มีศีล ศีลเป็นสิ่งสำคัญ เป็นคุณธรรม เป็นภาคพื้น เป็นการปรับกาย วาจา และใจให้อยู่ในสภาพปกติโดยเฉพาะอย่างยิ่งศีล ๕ เป็นศีลที่ฆราวาสทั่วๆ ไปจะพึงสมาทานปฏิบัติ เป็นหลักใหญ่และเป็นศีลที่สำคัญ ศีล ๘ ศีล ๑๐ ศีล ๒๒๗ ก็รวมลงอยู่ในศีล ๕ ข้อ จะเป็นผู้ใดก็ตาม เมื่อตั้งใจสมาทานศีล ๔ ข้อ ทำศีล ๕ ให้บริสุทธิ์แล้ว ก็ตั้งใจทำสมาธิภาวนาเพื่อทำจิตให้สงบ รู้ซึ้งเห็นจริงในสภาวธรรม ไม่เฉพาะแต่เท่านั้น ต้องการให้บรรลุมรรคผลนิพพานก็ทำได้ ยกตัวอย่างเช่น อุบาสกอุบาสิกาในอดีตเมื่อครั้งพระพุทธเจ้ายังทรงพระชนม์อยู่ ก็มีหลายท่าน เช่น นางวิสาขามหาอุบาสิกา ท่านเป็นผู้ครองบ้านครองเรือน ก็มีศีลเพียง ๕ ข้อเท่านั้น และท่านปฏิบัติธรรมก็ได้บรรลุพระโสดาบัน

คนในสมัยปัจจุบันนี้มีเพียงศีล ๕ ก็ถือว่าน้อยหน้าต่ำตา ศีลไม่พอ ก็สงสัยว่ามีศีล ๕ ไม่สามารถปฏิบัติให้บรรลุมรรคผลนิพพานได้ อย่างนี้ เป็นการเข้าใจผิด ความจริงศีล ๕ ข้อนี้เป็นศีลที่กำจัดบาปกรรม หรือเป็นการตัดผลเพิ่มของบาปกรรมที่เราจะพึงทำด้วยกาย วาจา ปาณาติบาต เว้นจากการฆ่าสัตว์ อทินนาทาน เว้นจากการเบียดเบียนของที่เจ้าของไม่อนุญาต กาเมสุมิจฉาจาร เว้นจากการประพฤติผิดในกามมุสาวาท พูดเท็จ สุราเมรัย ดื่มของมึนเมา ถ้าใครสมาทานศีล ๕ ได้บริสุทธิ์บริบูรณ์แล้ว ก็ชื่อว่าเป็นการตัดผลเพิ่มของบาปกรรมที่ทำที่จะสร้างให้เสวยผลคือไปตกนรกหรือไปทรมานในสถานที่ที่หาความเจริญมิได้นั้น มีแต่การละเมิดศีล ๕ ข้อเท่านั้น 

ส่วนอื่นซึ่งเราทำลงไปจะได้บาปกรรมอยู่บ้างก็เพียงความมัวหมองภายในจิตใจเท่านั้น แต่ถ้าใครมีศีล ๕ บริสุทธิ์ บริบูรณ์ มุ่งหวังที่จะทำสมาธิ ปฏิบัติธรรม รู้ธรรม เห็นธรรม รู้แจ้งเห็นจริงในสภาวธรรมได้ เพราะฉะนั้น ผู้ที่ไม่สามารถที่จะมีศีลมากข้อขึ้นไปกว่านั้น ก็อย่าพึงทำความน้อยอกน้อยใจว่าเรามีศีลน้อยเหลือเกิน ไม่สามารถบรรลุมรรคผลนิพพานได้ ก่อนที่เราจะเพิ่มศีลของตัวเองให้มากข้อขึ้นไปนั้น ต้องพิจารณาถึงสมรรถภาพของตัวเองว่าสามารถจะรักษาศีลมากข้อได้หรือไม่ เมื่อเรายังไม่มีสมรรถภาพพอ ก็ให้มั่นคงในศีล ๕ เท่านั้น

ฆราวาสโดยทั่วไปมีศีล ๕ แล้ว เรายังประดับตกแต่งใช้เครื่องหอม เครื่องย้อม เครื่องทาได้ ดูหนัง ดูละคร ดูลิเกได้ นอนบนที่นอนที่สูงที่ใหญ่ก็ได้ แต่ถ้าเราไปเพิ่มศีลขึ้นอีก ๓ ข้อ เป็นศีล ๘ เช่น เพิ่มข้อ ๖ ให้งดเว้นจากอาหารมื้อเย็น แต่งดเว้นไม่ได้ เพิ่มข้อ ๗ ให้งดเว้นจากเครื่องหอม น้ำมันหอม เครื่องย้อม เครื่องทา แต่งดเว้นไม่ได้ เพิ่มข้อ ๘ งดจากการขับร้อง ประโคมดนตรี ดีด สี ตี เป่า แต่งดเว้นไม่ได้ การกระทำดังกล่าวนี้เป็นการเพิ่มบาปให้กับตนเองโดยไม่มีเหตุผล เพราะฉะนั้น การที่จะรักษาศีลให้มากข้อนั้นต้องดูสมรรถภาพของตัวเอง

เมื่อเรามีศีล ๕ บริสุทธิ์บริบูรณ์แล้ว บำเพ็ญเพียรภาวนาไป เมื่อเราภาวนาเป็นแล้วศีลนั้นจะเพิ่มขึ้นเอง ไม่เพิ่มแต่ศีล ๘ ศีล ๑๐ เท่านั้น เพียงแค่ศีล ๕ เมื่อมีสมาธิ มีปัญญา รู้แจ้งเห็นจริงในสภาวธรรม ความเป็นของตัวเองที่เกิดขึ้นในจิตนั่นแหละ ความที่จิตสงบเป็นสมาธิ ความที่มีปัญญารู้แจ้งเห็นจริงในสภาวธรรม สามารถทำจิตให้อยู่ในสภาพปกติได้ จะเป็นอุบายเพิ่มศีลขึ้นไป อย่าว่าแต่เพียง ๒๒๗ ข้อ อีกหมื่นข้อแสนข้อก็เพิ่มได้เมื่อฐานของจิตใจดีแล้ว เพราะการปฏิบัติธรรม ผู้ปฏิบัติจะปรับระดับของตนให้สูงยิ่งขึ้นไปเพียงใด แค่ไหน ก็ให้พิจารณาดูสมรรถภาพของตัวเอง อย่าไปทำอย่างงมงายไม่มีเหตุผลว่ารักษาอุโบสถแล้วได้บุญมาก 

เมื่อเราไปรักษาอุโบสถ อดข้าวเย็น เกิดทุกขเวทนา เมื่อร่างกายได้อาหารไม่เพียงพอก็อ่อนเพลีย การปฏิบัติธรรมก็ทำไม่ได้เต็มที่ แทนที่จะได้ผลดี ก็เลยขาดทุน ทำให้เกิดโรคทางกาย เช่น โรคกระเพาะ โรคลำไส้ ทนทุกข์ทรมาน รักษากันไปเป็นเวลานานๆ กว่าจะหาย เพราะฉะนั้น สิ่งใดที่เราทำลงไปถือว่าเป็นข้อปฏิบัติดี ปฏิบัติชอบ หรือปฏิบัติยิ่ง อย่าปฏิบัติกันอย่างงมงาย ทำให้มันมีเหตุมีผล พิจารณาดูสมรรถภาพของร่างกายของตัวเองว่ามีความสามารถเพียงใดหรือไม่

เรื่องการปฏิบัติสมาธิ ซึ่งหมายถึงการทำสมถวิปัสสนากัมมัฏฐาน ซึ่งท่านทั้งหลายได้ยินมามากต่อมากแล้ว ในบางครั้งเราอาจจะมีความสงสัยว่าเราจะปฏิบัติอย่างไรแบบไหน จึงจะได้ผลดี เช่น บางคนเคยไปถามว่าอยากจะปฏิบัติให้มันได้ผลเร็วที่สุด มีอุบายวิธีใดบ้างที่จะปฏิบัติให้ได้ผลสำเร็จ ก็ได้บอกเขาเหล่านั้นไปว่า มันไม่มีแล้ว วิธีที่ปฏิบัติให้มันได้ผลเร็วจริงๆ ก็อยู่ที่การตั้งใจทำจริง ทำไปโดยปราศจากความลังเลสงสัยใดๆ ทั้งสิ้น ยกตัวอย่างเช่น เราอาจจะไปศึกษาวิธีปฏิบัติกัมมัฏฐานตามวิธีของท่านผู้ใดผู้หนึ่ง 

เช่น ท่านสอนให้ภาวนายุบหนอ-พองหนอ เราก็ต้องปักใจมั่นลงไปว่าเราจะปฏิบัติอย่างจริงจัง จะเรียนจากสำนักวัดปากน้ำ สัมมาอรหัง เราก็ปักใจอย่างจริงจังว่าจะปฏิบัติตามแบบฉบับของท่าน หรือจะไปเรียนกับอาจารย์เสาร์ อาจารย์มั่น ท่านสอนให้ภาวนาพุทโธ เราก็ตั้งจิตให้มั่นลงไปว่าเราจะภาวนาพุทโธ ข้อสำคัญก็อยู่ที่ตรงนี้ อยู่ที่ต้องทำจริง เมื่อจะบริกรรมภาวนาอันใดก็ตาม หากตั้งใจให้มันแน่วแน่ลงไปว่า เราจะนั่งสมาธิวันละ ๓ ครั้งๆ ละ ๑ ชั่วโมง แล้วก็ตั้งใจทำให้จริงจังลงไป ผลมันจะเกิดขึ้นเอง

แต่ที่ปฏิบัติไม่ได้ผลเท่าที่ควรนั้น เพราะเราไม่สามารถที่จะตัดความกังวลสงสัยในระเบียบวิธีการที่ปฏิบัตินั้นๆ วันนี้มาหาหลวงพ่อที่วัดนี้ หลวงพ่อสอนให้ภาวนาพุทโธ แต่ถ้าพรุ่งนี้ไปฟังเทศน์วัดมหาธาตุฯ อาจารย์ใหญ่วิปัสสนาท่านอาจจะสอนว่าให้ภาวนาว่า ยุบหนอ-พองหนอ วันหลังไปวัดปากน้ำ หลวงพ่อวัดปากน้ำอาจจะสอนให้ท่อง สัมมาอรหัง สัมมาอรหัง แล้วเราก็จะเกิดความสงสัยว่า เอ๊ะ…! ทำไมพระสอนไม่เหมือนกัน เมื่อเกิดความสงสัยขึ้นมาอย่างนี้ ใจของเราก็ลังเล เมื่อลังเลแล้ว เราก็ไม่อาจจะจับอะไรมาเป็นข้อปฏิบัติอย่างจริงจัง นี่คือสิ่งที่เป็นอุปสรรคแก่การปฏิบัติ 

ฉะนั้น มีทางเดียวอยู่ตรงที่ว่า ท่านจะปฏิบัติแบบไหน อย่างไร ขอให้ท่านตั้งใจให้มั่นคงลงไปว่าเราจะเอาแบบนี้แหละเป็นเครื่องปฏิบัติ ส่วนคำบริกรรมภาวนาทุกอย่างนั้นเป็นแต่เพียงอุบายฝึกหัดจิตให้ติดอยู่กับคำบริกรรมภาวนาเท่านั้น เป็นอุบายที่จะให้ทราบความรู้สึกนึกคิดที่จิตส่งกระแสฟุ้งซ่านออกไปตามอารมณ์ ให้มารวมอยู่กับคำบริกรรมภาวนาเพียงคำเดียวเป็นเบื้องต้น จุดมุ่งหมายมีอยู่เพียงเท่านี้ – 003

……………………………………

โอวาทธรรม พระราชสังวรญาณ (หลวงพ่อพุธ ฐานิโย) วัดป่าสาลวัน อ.เมือง จ.นครราชสีมา ขอบคุณลานธรรมจักร http://www.dhammajak.net/board/viewtopic.php?t=9900

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, ธรรมะ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, ธรรมะ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ศีลห้าเป็นแม่บทรองรับความดีเบื้องสูง : หลวงพ่อพุธ ฐานิโย

Posted on April 5, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/645625

ศีลห้าเป็นแม่บทรองรับความดีเบื้องสูง : หลวงพ่อพุธ ฐานิโย

วันจันทร์ ที่ 4 เมษายน พ.ศ. 2565, 19.17 น.

ลูกศิษย์นักปฏิบัติต้อง “สำรวมในศีล” เริ่มตั้งแต่ศีลห้า ศีลแปด ศีลสิบ ศีลสองร้อยยี่สิบเจ็ด โดยเฉพาะอย่างยิ่งศีลห้านั้นแม่บทของศีลทั้งหลายทั้งปวง ศีลห้าเป็นบทบัญญัติที่พระพุทธเจ้ารู้ตามกฎของธรรมชาติว่าทำอย่างนี้อย่างนี้

เช่น ทำปาณาติบาต – ฆ่าสัตว์ อทินนาทาน – ลักทรัพย์ กาเมสุมิจฉาจาร – ประพฤติผิดในกาม มุสาวาท – โกหกหลอกลวง สุรา – ดื่มน้ำดองของเมา อันนี้เป็นบัญญัติซึ่งเกิดโดยอาศัยกฎของธรรมชาติ ศีลห้าประการนี้ใครทำลงไปแล้วเป็นบาปทันที ไม่เลือกหน้า ไม่มีอคติลำเอียง คนนับถือศาสนาพุทธทำก็บาป คนไม่มีศาสนาทำก็บาป คนนับถือศาสนาอื่นที่เขาเชื่อว่าไม่บาป ทำลงไปแล้วก็บาป เพราะมันเป็นบาปตามกฎของธรรมชาติ

พระพุทธเจ้าไม่ได้แต่งตั้งบาปที่จะมาลงโทษผู้ประพฤติผิดศีลห้า อย่างดีพระองค์เพียงแค่รู้ รู้ข้อเท็จจริงของการละเมิดศีลห้าว่าเป็นบาปประการใดเท่านั้น ในเมื่อพระองค์ทรงทราบแล้วพระองค์ก็ยึดเอาเป็นหลักคำสอนเพื่อให้พุทธศาสนิกชนยึดเป็นหลักปฏิบัติ แม้แต่พระภิกษุสงฆ์สามเณรไปมองข้ามไม่ได้ ปาณาติบาต – การฆ่าสัตว์ อทินนาทาน กาเม มุสา สุรา เป็นคุณธรรมปรับพื้นฐานความเป็นมนุษย์ให้สมบูรณ์ เราจะขาดตัวใดตัวหนึ่งไม่ได้

ในเมื่อประพฤติล่วงเกินขาดไปตัวใดตัวหนึ่ง ถ้าขาดตัวหนึ่ง เปอร์เซ็นต์แห่งความเป็นมนุษย์ลดลงไปเหลือแปดสิบ ขาดสองตัวเปอร์เซ็นต์แห่งความเป็นมนุษย์ลดลงไปเหลือเพียงหกสิบ ถ้าสามตัวเปอร์เซ็นต์แห่งมนุษย์ลดลงไปหกสิบ ยังเหลือเพียงแค่สี่สิบ ถ้าหากว่าขาดหมดทุกตัวเปอร์เซ็นต์แห่งความเป็นมนุษย์นั้นหมดสิ้น ถ้าเป็นเช่นนั้นกายและใจของมนุษย์ก็ไม่คู่ควรแก่คุณงามความดี คือ มรรคผลนิพพาน ดังนั้น ผู้ที่จะรองรับคุณธรรมเบื้องสูงคือมรรคผลนิพพานได้ต้องรักษาศีลห้าให้บริสุทธิ์สะอาด จึงจะรองรับคุณธรรมดังกล่าวนั้นได้ – 003 

…………………..

ส่วนหนึ่งจากพระธรรมเทศนาหัวข้อ “ศีลเป็นคุณธรรมของมนุษย์” พระราชสังวรญาณ (หลวงพ่อพุธ ฐานิโย) วัดป่าสาลวัน อ.เมือง จ.นครราชสีมา ขอบคุณลานธรรมจักร http://www.dhammajak.net/forums/viewtopic.php?f=90&t=56181

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, ธรรมะ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, ธรรมะ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

‘หลวงพ่อพุธ’ เล่านิทานสวด ‘อิติปิโส ภะคะวือ’ ก้อนหินที่อยู่ในบาตรกลายเป็นข้าวมธุปายาส

Posted on April 2, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/645118

'หลวงพ่อพุธ' เล่านิทานสวด 'อิติปิโส ภะคะวือ' ก้อนหินที่อยู่ในบาตรกลายเป็นข้าวมธุปายาส

วันศุกร์ ที่ 1 เมษายน พ.ศ. 2565, 19.20 น.

นึกถึงนิทานย่อๆ ที่ครูบาอาจารย์ท่านเคยเล่าให้ฟังเสมอ หลวงตาพรอาจารย์ของหลวงพ่อนักธรรมตรีก็ไม่ได้ สอนลูกศิษย์ลูกหาก็ไม่มีปฏิภาณโวหาร แต่ว่าลูกศิษย์สอบได้นักธรรมตรี โท เอก ท่านกลัวว่าลูกศิษย์จะลบหลู่ดูหมิ่นท่านหรืออย่างไรก็ไม่รู้ล่ะ แต่ท่านก็เล่านิทานอันนี้ให้ฟังอยู่บ่อยๆ ท่านบอกว่า

มีครูบาอาจารย์สำนักหนึ่งสอนลูกศิษย์ให้ภาวนา อิติปิโส ภะคะวือ แล้วลูกศิษย์ที่ยังไม่มีความรู้กว้างขวาง ก็ปฏิบัติตามครูบาอาจารย์อย่างคนว่าง่าย แต่มาภายหลังลูกศิษย์เหล่านั้นมีโอกาสได้ไปศึกษาเล่าเรียนในต่างสำนัก บางท่านก็ได้เป็นมหาเปรียญกลับมา ทีนี้บรรดาลูกศิษย์ทั้งหลาย ก็ไปค้นคว้าตำรับตำราหาคำว่า อิติปิโส ภะคะวือ ไม่มีเลย

ทีนี้พอกลับมาแล้ว ก็มาปรึกษาหารือว่าอาจารย์ของเรานี้ เข้าใจผิดซะแล้วล่ะ พวกเราต้องมาช่วยกันแก้ทิฏฐิของอาจารย์ มีอย่างที่ไหน อิติปิโส ภะคะวือ มาสอนกัน มันไม่มีในตำราสักหน่อยหนึ่งเลย พอกลับมาก็เข้าไปกราบอาจารย์ “อาจารย์ๆ สอนพวกเราว่า อิติปิโส ภะคะวือ นี้สอนผิดซะแล้วล่ะ ควรแก้ใหม่ พวกเราไปค้นตำรับตำรากันหมดพระไตรปิฎกแล้ว ไม่เจอคำว่า อิติปิโส ภะคะวือ กันสักแห่งเลย อาจารย์เอาที่ไหนมาว่าก็ไม่รู้ล่ะ”

ทีนี้อาจารย์ท่านก็บอกว่า “เราก็ปฏิบัติของเรามาอย่างนี้ ของพวกท่าน อิติปิโส ภะคะวา ก็คืออิติปิโส ภะคะวา ไปซิ จะมาให้ผมเลิก อิติปิโส ภะคะวือ นี้มันเป็นไปไม่ได้หรอกเพราะผมปฏิบัติมานานแล้ว” ลงผลสุดท้ายอาจารย์กับลูกศิษย์เถียงกันไม่ตก ก็เลยต้องแยกทางกัน อาจารย์บอกว่า “เออ ! ถ้า อิติปิโส ภะคะวา ของท่านทั้งหลายถูกต้อง พวกท่านพากันอยู่วัดเสีย ผมจะไปภาวนา อิติปิโส ภะคะวือ ของผมบนภูเขาโน้น” ว่าแล้วท่านก็เตรียมบริขารของท่านไปอยู่บนเขา

ฝ่ายลูกศิษย์อยู่ทางวัด ข้อวัตรปฏิบัติก็ย่อหย่อน แล้วประชาชนทั้งหลายก็เสื่อมศรัทธาไม่มีความเลื่อมใส เพราะว่าพระภิกษุไม่สำรวมในสิกขาบทวินัย ไม่เคร่งครัดในข้อวัตรปฏิบัติ เขาไม่มีศรัทธา ไม่มีใครทำบุญก็พากันอดอยากเกิดความเดือดร้อน แล้วก็พากันคิดถึงครูบาอาจารย์ ก็มาปรึกษาตกลงกันว่า เราจะไปอาราธนาอาจารย์ของเรากลับคืนมา ว่าแล้วก็พากันไป ขึ้นไปบนภูเขาที่อาจารย์ท่านพักอยู่ พอไปถึงก็พากันไปกราบอาจารย์ อาจารย์ก็เดินจงกรมเฉย

ทีนี้ลูกศิษย์ก็กราบเรียนท่าน ท่านก็หันหน้ามา ลูกศิษย์องค์หัวหน้าก็กราบเรียนท่านว่า “พวกเรามาขอพักกับอาจารย์สักคืนหนึ่ง” “เออ ! ที่พักที่นี้กุฏิก็ไม่มี มีแต่ร่มไม้กับพลาญหิน เสื่อหมอนก็ไม่มี มีแต่ก้อนหินกับใบไม้นั้นแหละ พวกท่านต้องการที่ไหนเป็นที่สบายก็นิมนต์จัดหาเอาเอง” พอเสร็จแล้วพระทั้งหลายก็พากันจัดที่พักผ่อนหลับนอนตามอัธยาศัย

พอตื่นเช้าขึ้นมา อาจารย์ก็เดินจงกรมเฉย จนกระทั่ง ๑๑ โมง มันเพลแล้วยังไม่พาบิณฑบาตเลย “อาจารย์เมื่อไหร่จะพาออกบิณฑบาตซักที” “ฮือ ! หิวแล้วหรือ” “หิวแล้วล่ะ” “อ้าว ! ถ้าหิวก็เก็บก้อนหินใส่บาตร” พอเก็บก้อนหินใส่บาตรมา มาประเคนอาจารย์ อาจารย์ก็นั่งหลับตาลง ก็เพ่งลงในบาตร แล้วท่านก็สวด อิติปิโส ภะคะวือ อิติปิโส ภะคะวือ ก้อนหินที่อยู่ในบาตรกลายเป็นข้าวมธุปายาส อันหอมตลบไปทั่วทุกทิศทุกทาง พอเสร็จแล้วก็ยื่นมาให้พวกลูกศิษย์ “อ้าว ! เอาไปฉันซะ” ทีนี้พระทั้งหลายก็พากันฉัน ฉันเสร็จแล้วก็พักผ่อนตามอัธยาศัย

พอวันหลังมาลูกศิษย์ก็พากันไปกราบอาจารย์ “อาจารย์ๆ วันนี้พวกเราขอทดลองดูหน่อยนะ” “เออ ! ตามใจ” พอเสร็จแล้วต่างคนก็ต่างเก็บก้อนหินใส่เข้าไปในบาตรแล้วก็ไปนั่งบริกรรมภาวนา อิติปิโส ภะคะวือๆๆ จิตมันก็ไม่เป็นสมาธิสักที อิติปิโส ภะคะวือ นึกขึ้นมาเมื่อไหร่มันก็ไม่เป็นสมาธิสักที ลืมตาขึ้นมาก้อนหินก็คงเป็นก้อนหินโค่โร่อยู่อย่างเก่า ผลสุดท้าย ๑๑ โมงถึงเวลาฉัน ยอมจำนนเข้าไปกราบอาจารย์ “โอ๊ย ! อาจารย์ไม่ไหวแล้ว ท่องมาจนเมื่อยแล้วไม่เห็นเป็นข้าวมธุปายาสสักที” “หือ ! อ้าว ! เอาบาตรมาตั้งเรียงกัน” ตอนนี้อาจารย์แสดงปาฏิหาริย์ใหญ่เลย เอามือไปแตะบาตรเท่านั้นแหละ ในบาตรควันตลบขึ้นมากลายเป็นข้าวมธุปายาส

ทีนี้พอตกตอนเย็นมา อาจารย์ก็เรียกมาประชุมกัน ท่านก็เทศน์ให้ฟัง ท่านบอกว่า อิติปิโส ภะคะวือ หรือ อิติปิโส ภะคะวา นี่นะมันเป็นแต่เพียงคำบริกรรมภาวนาเท่านั้นเองแหละ เมื่อก่อนนี้ผมก็ภาวนาอิติปิโส ภะคะวา เหมือนกัน พอภาวนาไป ภาวนาไป จิตมันเคลิ้มๆ ลงไปสักหน่อยหนึ่งคำว่า อิติปิโส ภะคะวือ มันก็โผล่ขึ้นมา ผมก็เลยจับเป็นอารมณ์ภาวนาเรื่อยมา จนกระทั่งได้สมาธิ ได้ญาณ สามารถเสกก้อนหินเป็นข้าวกินได้

เพราะฉะนั้น พวกท่านจะไปสำคัญมั่นหมายอะไรกับคำบริกรรมภาวนา ท่านจะเอาคำไหนมาบริกรรมภาวนาก็ได้ทั้งนั้น ขอแต่ว่าให้เราจริงใจอดทน พากเพียรพยายามเท่านั้นเป็นพอ

ทีนี้ถ้าจะพิจารณาตามนิทานย่อๆ นี้ เราก็ไม่น่าจะไปสงสัยข้องใจกับคำบริกรรมภาวนา ภาวนาพุทโธไม่หยุด จิตมันก็เป็นสมาธิได้ สัมมา อรหัง ไม่หยุด จิตมันก็เป็นสมาธิได้ ยุบหนอ พองหนอ ไม่หยุด จิตมันก็เป็นสมาธิได้ เพราะฉะนั้นญาติโยมทั้งหลายอย่าไปข้องใจสงสัยในเรื่องคำภาวนา หรืออารมณ์จิตในการภาวนา 

……………………….

คัดลอกจาก http://www.dhammajak.net/board/viewtopic.php?t=9977 พระราชสังวรญาณ (หลวงพ่อพุธ ฐานิโย) วัดป่าสาลวัน อ.เมือง จ.นครราชสีมา

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, ธรรมะ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, ธรรมะ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

BamBam Family

BamBam Family

สถิติบล็อก

  • 2,902,386 hits

Join 4,117 other subscribers
Follow SootinClaimon.Com on WordPress.com

Categories

Top Posts & Pages

ทำเนียบฯ เตรียมความพร้อมสถานที่ประชุม ครม.นัดพิเศษ 6 เม.ย.นี้ ก่อนแถลงนโยบาย
สถานีวิจัยฯ สะแกราช เชิญชวนน้องๆ เข้าค่ายปิดเทอมฤดูร้อน ‘Summer Science camp’ ผ่านการเรียนรู้ธรรมชาติ – วิทยาศาสตร์
ททท. จัดเสวนา ‘เสน่ห์รสชาติ สร้างสรรค์การท่องเที่ยวไทย ผ่าน มิชลิน ไกด์’
สกร. เปิด ‘ตลาดนัดเรียนรู้ คู่เกษตรธรรมชาติ’ พลิกการเรียนรู้สู่การลงมือทำจริง สร้างงาน สร้างรายได้ สร้างสุขภาวะอย่างยั่งยืน
เอส แอนด์ พี ยกระดับ ‘ข้าวแช่’ เชื่อมวัตถุดิบชุมชนสู่ทางเลือกสุขภาพและความยั่งยืน
'น้าเดช'ย้อนเหตุผล? ทำไมคนไทยไม่เชื่อเรื่อง คุณภาพน้ำมัน ที่รัฐบาลออกมาพูด
‘วทจ. รุ่น 8’ บุกปักกิ่ง เจาะรหัสความสำเร็จแดนมังกร
สถาบันวิจัยจุฬาภรณ์ เปิดตัวผลิตภัณฑ์ 'ยาแคปซูลสารสกัดฟ้าทะลายโจร ตรา พีซี-1999' (PC-1999) สมุนไพรพื้นบ้าน สู่นวัตกรรมยาสมุนไพรมาตรฐานสากล
สหัสวัต สับรัฐจัดการล้มเหลว แรงงานข้ามชาตินับล้านเสี่ยงผิดกฎหมาย
‘ธนัช เตชะรัตนวิบูลย์’ นักเทควันโดหนุ่มจาก ม.สยาม คว้าแชมป์เทควันโดชิงแชมป์ประเทศไทย 2026 รุ่น 54 กก.

Recent Posts

  • ถอดรหัสความสำเร็จ! ‘บ้านโคกยามู’ พลิกฟื้นดินเปรี้ยว-ดึงคนรุ่นใหม่คืนถิ่น
  • กรมการข้าวจับมือ กรมโลกร้อน และ GIZ เยอรมนี เปิดตัวโครงการ RC-GCM ยกระดับ ‘ข้าวคาร์บอนต่ำ’ สู่เวทีตลาดคาร์บอนโลก
  • ปิดทองหลังพระฯชู! 10 หมู่บ้านต้นแบบพึ่งพาตนเอง-ย้ำ!เศรษฐกิจพอเพียงคือทางรอด
  • สานพลังกู้ชีพเกษตรกร! ชูนวัตกรรม ‘ปุ๋ยชีวภาพทำเอง’ สู้ภัยสงครามตะวันออกกลาง
  • ‘อธิบดีฝนหลวงฯ’ ระดมเครื่องบิน 5 ลำ เร่งระบายฝุ่นช่วยพื้นที่ จ.เชียงใหม่

ป้ายกำกับ

  • 2559(2016)
  • 2564(2021)
  • entertain
  • naewna
  • The Nation
  • การเมือง
  • ต่างประเทศ
  • บันเทิง
  • ผู้หญิง
  • แนวหน้า
  • RSS - Posts
  • RSS - Comments

Archives

Follow Us

  • https://soclaimon.tumblr.com/
  • https://www.facebook.com/soclaimon
  • https://www.instagram.com/sootinclaimon/
  • https://www.facebook.com/SootinClaimon/
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100001170824639
  • https://www.facebook.com/pompam.pp
  • https://www.facebook.com/toraman666
  • https://www.facebook.com/apich214
  • https://www.facebook.com/samabat.klaimon
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100005312762480
  • https://www.facebook.com/jirasuda.manomaiyanon
  • https://www.facebook.com/eikpakkred
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100003091451547
Blog at WordPress.com.
  • Subscribe Subscribed
    • SootinClaimon.Com
    • Join 1,657 other subscribers
    • Already have a WordPress.com account? Log in now.
    • SootinClaimon.Com
    • Subscribe Subscribed
    • Sign up
    • Log in
    • Report this content
    • View site in Reader
    • Manage subscriptions
    • Collapse this bar
 

Loading Comments...
 

    %d