ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
http://www.naewna.com/politic/columnist/16818
![]()
บุคคลแนวหน้า : คชสีห์ 9 กุมภาพันธ์ 2558
แนวหน้าหนังสือพิมพ์คุณภาพ ทุกบรรทัดคือสาระและข้อเท็จจริง…
“พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา”นายกรัฐมนตรีและคณะ เหินฟ้าบินไปเยือนประเทศญี่ปุ่นอย่างเป็นทางการ ตามคำเชิญของนายชินโซะ อาเบะ นายกรัฐมนตรีประเทศญี่ปุ่น เพื่อผลักดันความร่วมมือทางเศรษฐกิจระหว่างไทยกับญี่ปุ่น โดยมีกำหนดเดินทางกลับประเทศไทยในวันที่ 10 กุมภาพันธ์นี้….
ภารกิจสำคัญในการเยือนครั้งนี้ ได้แก่ การเข้าเฝ้าฯ มกุฎราชกุมารนารุฮิโตะ การหารือทวิภาคีกับนายกรัฐมนตรีญี่ปุ่น โดยจะมีการหารือในประเด็น ความร่วมมือด้านเศรษฐกิจ การพัฒนาระบบราง การพัฒนาโครงการเขตเศรษฐกิจพิเศษทวาย การเพิ่มมูลค่าการส่งออกสินค้าไทยสู่ญี่ปุ่น นอกจากนี้ยังจะได้เยี่ยมชมศูนย์ควบคุมและทดลองนั่งรถไฟฟ้าความเร็วสูงชินคันเซ็นด้วย….
กลับมามองกันที่เมืองไทย คนที่อยากจะบินออกนอกประเทศใจจะขาด แต่ถูกคสช.สั่งห้ามไม่ให้ออกจากราชอาณาจักรก็คือ “ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร” หลังจากทำหนังสือถึงคสช.เพื่อขออนุญาตเดินทางออกนอกประเทศไปยังฮ่องกง แต่ถูกปฏิเสธ เนื่องจาก อัยการสูงสุดกำลังจะส่งฟ้อง “ยิ่งลักษณ์”คดีทุจริตโครงการจำนำข้าวต่อศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง โดยขณะนี้กำลังอยู่ในระหว่างร่างคำฟ้องอยู่…
”พ.อ.วินธัย สุวารี” โฆษกคสช. อธิบายเป็นฉากๆว่า กรณีนี้ขั้นตอนการพิจารณาต้องใช้เวลามากขึ้นไม่เหมือนช่วงที่ผ่านมา เพราะต้องนำองค์ประกอบและเหตุผล ทั้งทางเจตนาและทางกฎหมายมาพิจารณาด้วย โดยเฉพาะในขณะนี้กำลังเริ่มเข้าสู่กระบวนการในทางคดีฯ คสช.ต้องใช้ดุลยพินิจอย่างรอบคอบเพื่อให้เกิดความสะดวกกับผู้ขออนุญาตและไม่ให้กระทบกับกระบวนการทางคดี….
“คชสีห์” อธิบายให้ง่ายๆ เลยก็คือ คสช.รู้ทัน “ยิ่งลักษณ์” กลัวว่าจะหลบหนี จึงไม่อนุญาต ปล่อยไปก็กลัวจะซ้ำรอย “ทักษิณ ชินวัตร” ซึ่งหนีคดีหัวซุกหัวซุนอยู่ในขณะนี้ ฉะนั้น ถ้าทหารล็อคตัวเอาไว้แน่นๆ ไม่ใช่หลับตาข้าง เปิดตาข้าง โอกาสที่ “ยิ่งลักษณ์” จะเข้าไปนอนในคุกนั้น มีความเป็นไปได้สูงมาก โ ดยเฉพาะอย่างยิ่งคดีนี้มีโทษจำคุกสูงสุดถึงสิบปี!!….
ช่วง 1-2 สัปดาห์ที่ผ่านมาถือว่าเป็นช่วงเวลาของการปรับทัศนคติสำหรับพวกหมูไม่กลัวน้ำร้อน โดนเข้าไปหลายวันก็คือ “เรืองไกร ลีกิจวัฒนะ” เพิ่งจะถูกปล่อยตัวออกมาเมื่อวันเสาร์ ขณะที่ “จตุพร พรหมพันธ์” มีทหารเข้าไปคุยเพื่อปรับทัศนคติกันถึงบ้านพัก และรายล่าสุดที่ถูกทหารเรียกไปปรับทัศนคติก็คือ“สมบัติ บุญงามอนงค์” หรือบก.ลายจุด ซึ่งเคยงัดข้อกับทหาร ไม่ยอมไปรายงานตัวตามคำสั่งคสช. จนถูกยัดเข้าคุกก่อนจะได้รับการประกันตัวออกมาชั่วคราว แต่ก็ยังไม่ยอมหยุด….
“คชสีห์ “ย้ำหัวตะปูว่า เวลานี้สถานการณ์ของประเทศไทยยังไม่ได้เข้าสู่สภาวะปกติ แต่ยังมีการประกาศใช้กฎอัยการศึกอยู่ ฉะนั้นใครจะ “ลองของ “ก็เชิญ….
การเมืองเป็นเรื่องใกล้ตัว แต่ที่ใกล้จนชิดสนิทแนบแน่นก็คือเรื่องของเศรษฐกิจ เพราะไปๆมาๆกลายเป็นว่า หา “น้ำอิ๊ว”ทำยายากจริงๆสำหรับการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจของรัฐบาล….ตัวอย่างเช่น มีการโวยวายกันมากว่า ทำไมในเมื่อราคาน้ำมันลดราคาลงมาแล้ว แต่ราคาสินค้าและค่าครองชีพถึงไม่ยอมลงตาม สวนทางกับเมื่อตอนที่น้ำมันขึ้น ราคาข้าวของพุ่งขึ้นเป็นเงาตามตัว…..
เอาที่เห็นกันชัดๆเลยก็คือ ราคาอาหารตามฟู้ดคอร์ทของห้างค้าปลีกสมัยใหม่ ซึ่งกดราคายังไงก็กดไม่ลง เพราะค่าเช่าที่ห้างเรียกเก็บจากพ่อค้าแม่ค้านั้นมันแพงมหาโหด เพิ่มขึ้นทุกปี บางรายก็ต้องเสียค่าแป๊ะเจี๊ยะ ใครไม่ให้ ก็ถูกยกเลิกสัญญา บรรดาพ่อค้าแม่ค้าจึงต้องคิดรวมภาระเหล่านี้เป็นต้นทุนทั้งหมด เมื่อต้นทุนเพิ่มขึ้น ราคาสินค้าก็ต้องเพิ่มขึ้นด้วย ภาระหนักจึงมาตกอยู่กับผู้บริโภค ที่ต้องมากินอาหารที่มีราคาแพง แต่คุณภาพและปริมาณเท่าเดิม…
เวลาเกิดปัญหาค่าเช่าแพงขึ้นมาแต่ละที รัฐบาลเกือบจะทุกชดที่ผ่านมา จะเรียกเจ้าของหรือตัวแทนห้างค้าปลีกมาเจรจาให้ลดราคาค่าเช่าลงมา ซึ่งก็ได้รับความร่วมมือด้วยดีทุกครั้ง ลดมากบ้างน้อยบ้างแต่ก็ลด ทำให้พ่อค้าสามารถลดราคาอาหารลงมาได้เพราะต้นทุนลดลงแล้ว….
“พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ”รมว.พาณิชย์ฯ ก็ใช้วิธีนี้คือเรียกเจ้าของห้างมาเจรจา แต่ครั้งนี้ผิดคาด เพราะยังไม่ทันจะได้เอ่ยปากต่อรองอะไร ทางห้างค้าปลีกชิงเสนอพื้นที่ให้กระทรวงพาณิชย์จัดเมนูอาหารจานด่วน ขายจานละ 30-35 บาทเป็นเวลา 4 เดือน….
ไปๆมาๆ กระทรวงพาณิชย์ จึงต้องจัดโครการ “หนูณิชย์พาชิม” ขายอาหารจานด่วน ส่วนร้านอาหารต่างๆในฟู้ดคอร์ทยังขายราคาแพงเหมือนเดิมต่อไป เพราะห้างค้าปลีกไม่ยอมลดราคาเค่าเช่าให้แต่ประการใดทั้งสิ้น….นี่คือการแก้ไขปัญหาอาหารราคาแพงของกระทรวงพาณิชย์!!
คชสีห์