‘งิ้วแต้จิ๋ว’ สะพานวัฒนธรรมแห่งความทรงจำ ฉลอง 50 ปี มิตรภาพไทย-จีน ซีพี-ไทยเบฟ-สภาอุตฯ และสภาหอฯ ชวนคนไทยชื่นชมมรดกศิลปะจีนผ่าน ‘มหาอุปรากรสะท้านปฐพี’

‘งิ้วแต้จิ๋ว’ สะพานวัฒนธรรมแห่งความทรงจำ ฉลอง 50 ปี มิตรภาพไทย-จีน ซีพี-ไทยเบฟ-สภาอุตฯ และสภาหอฯ ชวนคนไทยชื่นชมมรดกศิลปะจีนผ่าน ‘มหาอุปรากรสะท้านปฐพี’

‘งิ้วแต้จิ๋ว’ สะพานวัฒนธรรมแห่งความทรงจำ ฉลอง 50 ปี มิตรภาพไทย-จีน ซีพี-ไทยเบฟ-สภาอุตฯ และสภาหอฯ ชวนคนไทยชื่นชมมรดกศิลปะจีนผ่าน ‘มหาอุปรากรสะท้านปฐพี’

วันพฤหัสบดี ที่ 10 กรกฎาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

ในวาระครบรอบ 50 ปีแห่งการสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตไทย–จีน บริษัท เครือเจริญโภคภัณฑ์ จำกัด (ซีพี) ร่วมกับ สถานเอกอัครราชทูตจีนประจำประเทศไทย และพันธมิตรภาครัฐและเอกชน ได้แก่ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย หอการค้าไทย–จีน สมาคมแต้จิ๋วแห่งประเทศไทย ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศจีน ณ กรุงเทพมหานคร ไทยเบฟเวอเรจ ธนาคารกรุงเทพ ไอคอนสยาม Huawei ZTE  Midea และ Tencent จัดการแสดง “มหาอุปรากรสะท้านปฐพี” โดยคณะ กึงตังเตี่ยเกี๊ยะอี่อิ๊กท้วง งิ้วแต้จิ๋วอันดับหนึ่งจากสาธารณรัฐประชาชนจีน  ซึ่งจะจัดแสดง 16 เรื่องไม่ซ้ำ ตลอด 7 วัน ระหว่างวันที่ 10–16 กรกฎาคม 2568 ณ ทรู ไอคอน ฮอลล์ ชั้น 7 ไอคอนสยาม พร้อมคำบรรยายภาษาไทย–จีน การแสดงในครั้งนี้ไม่ได้มุ่งเพียงความบันเทิงทางศิลปะเท่านั้น แต่ยังเป็นการส่งต่อมรดกทางวัฒนธรรมจีนอันทรงคุณค่า สู่ใจคนรุ่นใหม่ และร่วมสร้าง “ความทรงจำร่วม” ระหว่างสองประเทศ

ศุภชัย เจียรวนนท์ ประธานคณะผู้บริหาร เครือเจริญโภคภัณฑ์ 

นายศุภชัย เจียรวนนท์ ประธานคณะผู้บริหาร เครือเจริญโภคภัณฑ์ กล่าวว่า “ความทรงจำคือสิ่งที่สร้างตัวตนของเรา ผมรู้สึกภาคภูมิใจที่เติบโตมากับสองวัฒนธรรม ทั้งไทยและจีน ซึ่งเต็มไปด้วยคุณค่าทางจิตใจ การชมมหาอุปรากรจีนในครั้งนี้ เป็นเหมือนทางลัดให้คนรุ่นใหม่ได้เข้าใจความรัก ความกตัญญู และความจงรักภักดีที่สองวัฒนธรรมมีร่วมกัน งิ้วไม่ใช่แค่การแสดง แต่ยังสื่อถึงความผูกพันที่ลึกซึ้งของประชาชนทั้งสองชาติ”

ฐาปน สิริวัฒนภักดี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน)

ในขณะที่ นายฐาปน สิริวัฒนภักดี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “ผมมีความผูกพันกับงิ้วมาตั้งแต่วัยเด็ก เคยติดตามคุณแม่และอาม่าไปชมงิ้วบ่อย ๆ  แม้ในตอนนั้นจะยังไม่เข้าใจเนื้อเรื่องมากนัก แต่บรรยากาศที่เต็มไปด้วยเสียงดนตรี การแสดง และขนมอร่อย ได้กลายเป็นความทรงจำที่อบอุ่นในใจ เป็นภาพจำที่สนุกสนาน เป็นความทรงจำในวัยเด็กที่น่าประทับใจ ถึงแม้จะจำเรื่องของงิ้วไม่ได้  แต่งิ้ว หรือ“อุปรากรจีน” ไม่ได้เป็นเพียงการแสดง แต่สอนให้เห็นถึงเรื่องราววิถีชีวิตของคน ที่แฝงไว้ด้วยเรื่องราวของวัฒนธรรมอย่างมากมาย จึงขอเชิญชวนผู้มีความผูกพันกับวัฒนธรรมจีน และคนรุ่นใหม่ มาร่วมชมงิ้วแต้จิ๋วในครั้งนี้ เพื่อสัมผัสรากวัฒนธรรมที่งดงามและเรียนรู้คุณธรรมที่สืบทอดผ่านรุ่นสู่รุ่น”

เกรียงไกร เธียรนุกุล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย 

สำหรับ นายเกรียงไกร เธียรนุกุล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย กล่าวถึงความทรงจำที่ไม่รู้ลืมของงิ้วแต้จิ๋วว่า “เคยได้ยินได้ฟังมาจากคุณพ่อมาตั้งแต่เด็ก แต่ไม่เคยได้สัมผัสของจริง จึงทำให้วันนี้ผมรู้สึกดีใจเป็นอย่างมากที่ในอีกไม่กี่วัน ผมจะได้สัมผัสการแสดงอันทรงคุณค่าที่เคยมีความทรงจำในวัยเด็กพร้อมยังทิ้งท้ายถึงคนไทยเชื้อสายจีนด้วยว่า “ถึงคนไทยเชื้อสายจีนเหมือนผม ท่านต้องมาดูให้เห็นกับตาและมาสัมผัสด้วยตัวท่านเองให้ได้ อย่าเพียงฟังจากคนอื่นเล่า ถึงแม้บางท่านจะฟังภาษาจีนแต้จิ๋วไม่ค่อยได้แล้ว แต่ผมเชื่อว่า ด้วยเทคโนโลยีในปัจจุบันนี้จะช่วยให้ท่านเข้าใจเนื้อหาและการถ่ายทอดทางวัฒนธรรมได้มากยิ่งขึ้นอย่างแน่นอน”

ดร.พจน์ อร่ามวัฒนานนท์ ประธานกรรมการหอการค้าไทย และสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย

ด้าน ดร.พจน์ อร่ามวัฒนานนท์ ประธานกรรมการหอการค้าไทย และสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย กล่าวว่า “การแสดงอุปรากรจีนในครั้งนี้สะท้อนถึงมิตรภาพไทย–จีนที่แน่นแฟ้นและยาวนาน โดยเฉพาะในโอกาสครบรอบ 50 ปีความสัมพันธ์ทางการทูต การที่คณะงิ้วอันดับหนึ่งจากเมืองซัวเถาเดินทางมาแสดงสดถึงไทย พร้อมบรรยาย 2 ภาษา ตลอด 7 วัน 16 เรื่อง ถือเป็นโอกาสพิเศษที่ไม่ควรพลาด พร้อมเชิญชวนประชาชนร่วมสัมผัสศิลปะจีนอันทรงคุณค่า ซึ่งเป็นสื่อกลางแห่งมิตรภาพระหว่างสองประเทศ”

งิ้วแต้จิ๋ว หรือ เฉาโจวโอเปร่า เป็นศิลปะการแสดงเก่าแก่กว่า 590 ปี ได้รับการยกย่องจากองค์การยูเนสโก (UNESCO) ให้เป็น “มรดกทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ของมนุษยชาติ” โดดเด่นด้วยเสียงร้องในสำเนียงแต้จิ๋ว ท่วงท่าที่งดงามประณีต ดนตรีพื้นบ้านที่ไพเราะ และเครื่องแต่งกายที่มีเอกลักษณ์ เปรียบได้กับ “โอเปร่าแห่งตะวันออก” ที่เล่าเรื่องผ่านอารมณ์และคุณธรรม และสำหรับการแสดง “มหาอุปรากรสะท้านปฐพี” ครั้งนี้ โดยคณะกึงตังเตี่ยเกี๊ยะอี่อิ๊กท้วง จากเมืองซัวเถา มณฑลกวางตุ้ง นับเป็นคณะงิ้วแต้จิ๋วระดับแนวหน้าของจีน เคยจัดแสดงทั่วโลก ทั้งในฮ่องกง มาเก๊า ไต้หวัน ฝรั่งเศส และได้รับรางวัลอันทรงเกียรติ อาทิ รางวัลศิลปินยอดเยี่ยม “เยาเสวียนเชียว” และรางวัล Plum Blossom Award จาก The China Theatre เป็นต้น

ทั้งนี้ เรื่องราวที่คณะงิ้วกึงตังเตี่ยเกี๊ยะอี่อิ๊กท้วง จะนำมาแสดงที่เมืองไทยในครั้งนี้ ได้คัดสรรมาจากบทประพันธ์คลาสสิกที่ถ่ายทอดคุณค่าความดีและจริยธรรมทั้งหมด 16 เรื่อง ตลอด 7 วัน ไม่ซ้ำ  

คืนที่ 1: พฤหัสบดีที่ 10 ก.ค. 2568 อำลาสามีที่สี่หนึ่งจิว (ยุทธภูมิสี่หนึ่งจิว) ในช่วงปลายราชวงศ์ซ่ง “ตั่งเปี๊ยะเนี้ย” ภรรยานายทหารเมืองแต้จิ๋ว โน้มน้าวให้สามีออกรบต้านทัพหยวน แม้จะจบลงด้วยความพ่ายแพ้และการเสียชีวิตของสามี แต่เธอยืนหยัดต่อสู้จนวาระสุดท้าย สะท้อนความรักชาติและเสียส

คืนที่ 2: ศุกร์ที่ 11 ก.ค. 2568 มเหสีฮั่นบุ๊ง ฮองเฮาโต้วจีได้พบกับน้องชายที่พลัดพรากกันนาน 12 ปี แต่เมื่อเขาถูกหลอกให้ฆ่าเจ้าหน้าที่รัฐและต้องโทษประหาร เธอต้องเลือกระหว่างความรักพี่น้องกับความยุติธรรม ในที่สุดเธอยืนหยัดรักษากฎหมาย แม้ต้องสูญเสียน้องชายไป เพื่อธำรงไว้ซึ่งความถูกต้องของบ้านเมือง

คืนที่ 3: เสาร์ที่ 12 ก.ค. 2568 กตัญญูสู้อยุติธรรม หญิงสาวผู้บริสุทธิ์ถูกใส่ร้ายว่าเป็นฆาตกรฆ่าแม่สามี แต่สุดท้ายความจริงเปิดเผย และผู้พิพากษาซื่อสัตย์กล้าตัดสินลงโทษลูกขุนนางผู้มีอำนาจ เป็นเรื่องราวสะท้อนความยุติธรรมและศักดิ์ศรีของผู้หญิง

คืนที่ 4: อาทิตย์ที่ 13 ก.ค. 2568 พระโมคคัลลานะโปรดมารดา พระโมคคัลลานะเสี่ยงชีวิตเดินทางไปช่วยแม่จากยมโลก แม้แม่จะเคยทำกรรมชั่ว แต่ด้วยพลังแห่งความกตัญญู เขาสามารถเปลี่ยนใจเหล่ายมทูตและช่วยแม่พ้นจากบาปได้ในที่สุด

คืนที่ 5: จันทร์ที่ 14 ก.ค. 2568 องค์หญิงโป๊ยป้อและเต็กเช็ง แม่ทัพหนุ่มผู้ยึดมั่นในหน้าที่ ปฏิเสธการอภิเษกกับองค์หญิงต่างแคว้น แม้เกิดความเข้าใจผิดและความขัดแย้ง แต่ด้วยการไกล่เกลี่ยของผู้นำ ทำให้เรื่องราวลงเอยด้วยความเข้าใจและความเสียสละเพื่อบ้านเมือง

คืนที่ 6: อังคารที่ 15 กรกฎาคม 2568 (รวมไฮท์ไลท์สำคัญ 10 เรื่อง) เรื่องที่ 1 หวนพบกันที่นครหลวง เรื่องราวความรักและความกล้าหาญของคู่รักที่ถูกขัดขวางจากครอบครัว แต่สุดท้ายก็กลับมาอยู่ด้วยกันอย่างสงบสุข เรื่องที่ 2 สัญญารักในสวนดอกไม้ เรื่องราวของคู่รักวัยเยาว์สัญญาจะครองคู่กันตลอดชีวิตท่ามกลางบรรยากาศสวนดอกไม้ เรื่องที่ 3 เปาบุ้นจิ้นขอขมา เรื่องราวของเปาบุ้นจิ้นที่ยึดมั่นความยุติธรรม ตัดสินประหารญาติผู้กระทำผิด แม้ต้องเผชิญความเข้าใจผิดจากครอบครัว เรื่องที่ 4 โรงเตี๊ยมทางสามแพร่ง เรื่องราวของเจ้าของโรงเตี๊ยมหญิงกล้าหาญช่วยเหลือชายผู้ถูกขุนนางชั่วกลั่นแกล้ง ในระหว่างช่วยเหลือเกิดความเข้าใจผิดกับนายทหาร ทำให้ทั้งสองต้องต่อสู้กันอย่างดุเดือด ก่อนจะรู้ความจริงและร่วมมือกันทำภารกิจสำคัญ เรื่องที่ 5 ลำนำเพลงรัก เรื่องราวความรักระหว่างชายหนุ่มผู้สูงศักดิ์และหญิงคณิกาที่ต้องพลัดพรากจากกันอย่างเจ็บปวด เรื่องที่ 6  นารีกำสรวล เรื่องราวของหญิงชาวนายากจนกลับบ้านพบลูกชายป่วยหนัก หัวใจแม่เต็มไปด้วยความหวังและความเศร้า เรื่องที่ 7 สารโยงสายใย เรื่องราวของบุตรชายค้นพบแม่แท้จริง ทำให้เกิดความขัดแย้งกับมารดาเลี้ยง ก่อนทุกคนจะเข้าใจและคืนดีกัน  เรื่องที่ 8 ปิ่นทองอลเวง เรื่องราวความเข้าใจผิดเรื่องปิ่นทอง นำไปสู่ความระแวงและการลงโทษที่สร้างความอับอายแก่คุณชายเจ้าสำราญ เรื่องที่ 9 วีรบุรุษอ่วงฉ่งห่วง เรื่องราวของแม่ทัพผู้ภักดีต้องถูกจองจำเพราะความสงสัยจากฮ่องเต้ ท่ามกลางภัยรุกรานจากศัตรู เรื่องที่ 10 หวนพบที่บ้านสกุลจก เรื่องราวของคู่รักที่พรากจากกันกลับมาพบกันอีกครั้งแต่ต้องเผชิญชะตากรรมที่ทำให้ไม่อาจครองคู่กันได้

คืนที่ 7: พุธที่ 16 ก.ค. 2568 พยัคฆ์ปักไหม  ผลงานสร้างสรรค์ร่วมสมัยจากวรรณกรรม “สามก๊ก” ถ่ายทอดชีวิต “เฉาจื้อ” กวีหนุ่มผู้เปี่ยมพรสวรรค์ บุตรชายของโจโฉ ที่ต้องเผชิญความขัดแย้งในตระกูลและการทดสอบอันโหดร้ายจากพี่ชาย “เฉาพี” หลังการสิ้นชีวิตของบิดา เรื่องราวสะท้อนพลังของวรรณกรรม ความเข้าใจในความเป็นมนุษย์ และการเคารพซึ่งกันและกัน งิ้วเรื่องนี้ได้รับรางวัลอันดับ 1 ประเภทบทละครเวที จากรางวัลเถียนฮั่น ครั้งที่ 35 ถือเป็นงิ้วแต้จิ๋วเรื่องแรกในประวัติศาสตร์ที่ได้รับรางวัลสูงสุดของวงการศิลปะการละครจีน

สัมผัสมนตร์เสน่ห์ของ “งิ้วแต้จิ๋ว” การแสดงที่ผสานเสียงร้องสด ดนตรีสด เครื่องแต่งกายสุดวิจิตร และเทคนิคแสงสีเสียงร่วมสมัย ถ่ายทอดเรื่องราวเข้มข้นแห่งคุณธรรม ความรัก และความกล้าหาญ พร้อมคำบรรยายไทย–จีนเต็มรูปแบบ เข้าใจง่ายทั้งสองภาษา ตรึงทุกสายตราพร้อมกันวันที่ 10-16 ก.ค. 2568 เปิดแสดงเวลา 19. 00 น. ณ ทรู ไอคอน ฮอลล์ ชั้น 7 ไอคอนสยาม

TaylorMade เปิดตัวคอลเล็กชั่น Spring/Summer 2025 จับมือ United Arrows และ Liberty London กับสไตล์มินิมอลแคชชวล

TaylorMade เปิดตัวคอลเล็กชั่น Spring/Summer 2025 จับมือ United Arrows และ Liberty London กับสไตล์มินิมอลแคชชวล

TaylorMade เปิดตัวคอลเล็กชั่น Spring/Summer 2025 จับมือ United Arrows และ Liberty London กับสไตล์มินิมอลแคชชวล

วันพฤหัสบดี ที่ 10 กรกฎาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

บริษัท ซีซีเค กรุ๊ป จำกัด ผู้นำเข้าและจัดจำหน่ายอุปกรณ์กอล์ฟยี่ห้อ TaylorMade แต่เพียงผู้เดียวในประเทศไทย นำโดย  สุชยา เจียรนันทะ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร จัดงานเปิดตัวคอลเล็กชั่น Spring/Summer 2025 ครั้งแรกกับการเผยสินค้าในไลน์ Apparel ของแบรนด์ TaylorMade ในประเทศไทย

อีกทั้ง ยังเปิดตัวคอลาบอเรชั่นสุดพิเศษที่ได้ร่วมมือกับแบรนด์แฟชั่นชั้นนำจากญี่ปุ่นอย่าง United Arrows และห้าง Liberty London นำเสนอเสื้อผ้ากอล์ฟสำหรับสุภาพบุรุษและสุภาพสตรีที่โดดเด่นมาในสไตล์มินิมอลแคชชวล ตอบโจทย์ทั้งในแง่แฟชั่นและการใช้งาน ซึ่งสามารถนำมาแมตช์ลุคตามต้องการและสวมใส่ได้ทุกวัน โดยเป็นการผสมผสานอย่างลงตัวระหว่างเทคโนโลยีกับสไตล์ที่เรียบง่าย ซึ่งได้แรงบันดาลใจมาจากปรัชญาการออกแบบของญี่ปุ่น ที่มาพร้อมเทคโนโลยีเนื้อผ้าสุดล้ำถึง 2 แบบด้วยกัน ได้แก่ T-Ice และ T-Air

ภายในงานเหล่ากอล์ฟเลิฟเวอร์คนดังมาร่วมสร้างสีสันคับคั่ง รวมทั้งแขกคนสำคัญอย่าง เฟย ภัทร เอกแสงกุล และ แพรวา – ณิชาภัทร ฉัตรชัยพลรัตน์ สองนักแสดงหนุ่มสาวเปี่ยมแพชชั่นที่มีความหลงใหลในกีฬากอล์ฟไม่แพ้การแสดง พร้อมตื่นตาไปกับมินิแฟชั่นโชว์ของเหล่าโมเดลที่จะมาอวดลุคจากคอลเล็กชั่น SS25 ให้ได้ชมกันแบบจุใจ  ปิดท้ายด้วยการพูดคุยกับแฟชั่นสไตลิสต์อย่าง อู๋ – ปัญญา จิตรมานะศักดิ์ ที่มาร่วมเผยคีย์ลุคในคอลเล็กชั่นใหม่ล่าสุดนี้   ที่ร้าน Only Golf Flagship Store สาขา One Bangkok

TaylorMade ก่อตั้งขึ้นในปี 1979 โดยมีชื่อเสียงและได้รับความนิยมมาอย่างยาวนานในฐานะแบรนด์กอล์ฟที่มีประสิทธิภาพดีที่สุดในโลก ซึ่งความสำเร็จครั้งแรกมาพร้อมกับนวัตกรรมของไดร์ฟเวอร์โลหะ โดยนอกจากจะครบครันในเรื่องอุปกรณ์และแอคเซสเซอรี่ต่างๆ แล้ว TaylorMade ยังได้เปิดตัวคอลเล็กชั่นเสื้อผ้าใหม่ล่าสุด Spring/Summer 2025 มาเอาใจคนรักกีฬากอล์ฟสายแฟที่ชื่นชอบทั้งความสวยงามและ Performance อย่างแท้จริง คอลเล็กชั่นนี้สะท้อนถึงศิลปะการออกแบบดั้งเดิมของญี่ปุ่น อาทิ ความเรียบง่าย ความแม่นยำ และความงามแบบไม่โอ้อวด โดดเด่นด้วยดีไซน์มินิมอลที่ตัดเย็บอย่างประณีต ตามแนวคิด less-is-more และโทนสีอันสื่อถึงฤดูกาลของญี่ปุ่นและความผูกพันกับธรรมชาติ

ไฮไลท์สำคัญของคอลเล็กชั่นคงหนีไม่พ้นการร่วมคอลแลปส์กับแบรนด์ระดับโลกอย่าง United Arrows และ Liberty London ซึ่งนับเป็นการยกระดับแฟชั่นและนำความหรูหรามาสู่ชุดกอล์ฟของ TaylorMade ได้อย่างสมบูรณ์แบบและลงตัว

TaylorMade เสื้อผ้าคอลเล็กชั่น Spring/Summer 2025 มีจำหน่ายเฉพาะประเทศในแถบภูมิภาคเอเชียเท่านั้น ในประเทศไทยพร้อมวางจำหน่ายแล้วที่ Only Golf Flagship Store สาขา One Bangkok ชั้น 2 โซน The Storeys และตามห้างสรรพสินค้าชั้นนำทั่วไป อาทิ Supersports และ Sports Mall รวมทั้งช่องทางออนไลน์

มูลนิธิหลวงประดิษฐไพเราะฯ สืบทอดดนตรีไทยสู่คนรุ่นใหม่ มอบรางวัลการประกวดบรรเลงดนตรีไทยศรทอง ชิงถ้วยพระราชทาน

มูลนิธิหลวงประดิษฐไพเราะฯ สืบทอดดนตรีไทยสู่คนรุ่นใหม่ มอบรางวัลการประกวดบรรเลงดนตรีไทยศรทอง ชิงถ้วยพระราชทาน

มูลนิธิหลวงประดิษฐไพเราะฯ สืบทอดดนตรีไทยสู่คนรุ่นใหม่ มอบรางวัลการประกวดบรรเลงดนตรีไทยศรทอง ชิงถ้วยพระราชทาน

วันพฤหัสบดี ที่ 10 กรกฎาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

มูลนิธิหลวงประดิษฐไพเราะ (ศร ศิลปบรรเลง) มอบรางวัลการประกวดบรรเลงดนตรีไทยศรทอง ชิงถ้วยพระราชทานพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณี  สิริพัชร มหาวัชรราชธิดา สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา และสมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้าทีปังกรรัศมีโชติ มหาวชิโรตตมางกูร  สิริวิบูลยราชกุมาร ครั้งที่ 7 พุทธศักราช 2567 โดยมี มูลนิธิสิริวัฒนภักดี และ บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) ให้การสนับสนุนกิจกรรมมูลนิธิหลวงประดิษฐไพเราะ (ศร ศิลปบรรเลง) อย่างต่อเนื่องสู่ปีที่ 11 ด้วยเล็งเห็นความสำคัญเกี่ยวกับความเป็นรากเหง้าของความเป็นไทยในเรื่องของศิลปวัฒนธรรมประเพณีในทุกๆ ด้านโดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องของดนตรีไทย เป็นสิ่งที่บรรพบุรุษได้ช่วยกันสร้างมา เป็นสิ่งที่งดงามและไม่เหมือนชาติใดในโลก พร้อมให้การสนับสนุนและส่งเสริมโครงการจัดประกวดดังกล่าวมาอย่างต่อเนื่อง

ภายในงานมี อาจารย์มาลินี สาคริก ประธานกรรมการมูลนิธิหลวงประดิษฐไพเราะ (ศร ศิลปบรรเลง) เป็นประธานในพิธี คุณฐาปน สิริวัฒนภักดี, ศ. ดร.นุชนาถ มั่งคั่ง, ผศ.ดร.ธงรบ รื่นบันเทิง, อาจารย์ภูธร ภูมะธน, คุณสุรพล เศวตเศรนี, นิติกร กรัยวิเชียร และอาจารย์อัษฎาวุธ สาคริก ร่วมด้วย ท่ามกลางบรรยากาศของพ่อแม่ ผู้ปกครองของน้อง ๆ ที่มาร่วมแสดงความยินดี

เด็กหญิงอมลณัฐ สงวนนาม ผู้ได้รับรางวัลชนะเลิศ ถ้วยพระราชทาน สมเด็จพระเจ้าลูกเธอเจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณี สิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ประเภทขิมสาย ระดับประถมศึกษา จากโรงเรียนเทศบาลบ้านบางเหนียวจ.ภูเก็ต กล่าวว่า “เริ่มเล่นดนตรีไทยตอนอายุ 7 ขวบ เพราะเห็นเพื่อนเล่นในงานแสดงของโรงเรียนแล้วรู้สึกชอบตอนเห็นเพื่อนเล่นแล้วรู้สึกว่าเพื่อนเก่ง จึงอยากฝึกฝนให้เก่งแบบเพื่อน หนูเลือกเครื่องดนตรีไทยประเภทขิม เพราะเห็นว่าที่บ้านมีขิมผีเสื้ออยู่แล้วจึงเริ่มฝึกฝนจริงจัง ช่วงฝึกซ้อมก็มีร้องไห้และรู้สึกท้อบ้าง แต่ครอบครัวคอยให้กำลังใจเสมอทำให้มีแรงสู้ต่อไป และพยายามตั้งใจทำตามคำแนะนำของคุณครูทุกครั้ง

รู้สึกดีใจและภูมิใจมากๆ อยากทำให้คุณครูและครอบครัวภูมิใจด้วยค่ะ ขอบคุณคุณครูพราวที่ฝึกสอนตั้งแต่พื้นฐาน ขอบคุณครอบครัวที่คอยสนับสนุนและรับส่งตลอดการฝึกซ้อม รวมถึงขอบคุณโรงเรียนและคนรอบข้างที่ให้โอกาสได้แสดงความสามารถ หนูรู้สึกภาคภูมิใจที่ได้ร่วมอนุรักษ์ดนตรีไทย ซึ่งเป็นมรดกทางวัฒนธรรมและเอกลักษณ์ของชาติ อยากเล่นเพลง “แผ่นดินของเรา” เพราะเป็นเพลงพระราชนิพนธ์ที่สะท้อนถึงความรักและเมตตาของในหลวง การได้บรรเลงเพลงนี้ถือเป็นเกียรติและแสดงความจงรักภักดี

ท้ายนี้ขอขอบพระคุณ มูลนิธิสิริวัฒนภักดี และ บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) ที่สนับสนุนโครงการ ดีๆ เปิดโอกาสให้เยาวชนได้แสดงความสามารถ เผยแพร่ดนตรีไทยในรูปแบบที่เข้าถึงง่าย ช่วยให้คนรุ่นใหม่รู้สึกภูมิใจในตนเอง และยังส่งเสริม Soft Power ของไทยให้เป็นที่รู้จักในระดับโลก ดนตรีไทยมีเอกลักษณ์และภูมิปัญญาเฉพาะตัว แม้ยุคนี้จะถูกมองข้าม แต่ยังคงมีเสน่ห์และสามารถผสมผสานกับดนตรีสมัยใหม่ได้ จึงควรอนุรักษ์ไว้ทั้งในฐานะมรดกทางวัฒนธรรมและศิลปะร่วมสมัย”

ทั้งนี้ โครงการประกวดบรรเลงดนตรีไทยศรทอง ชิงถ้วยพระราชทาน ยังได้รับการสนับสนุนจาก คณะมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ รวมถึงพันธมิตร และบุคลากรด้านดนตรีไทยมากมาย ด้วยความปรารถนาที่มุ่งมั่นธำรงรักษามรดกดนตรีไทย สืบไป

เจ้าแม่ทิฟฟานี่โชว์ พัทยา ‘อลิสา พันธุศักดิ์ คุนผลิน’ เนรมิตค่ำคืนแห่งดวงดาว เปิดม่านการแสดงชุดใหม่ ‘Crystallize a Dream’ ฉลอง 50 ปีแห่งตำนาน

เจ้าแม่ทิฟฟานี่โชว์ พัทยา ‘อลิสา พันธุศักดิ์ คุนผลิน’ เนรมิตค่ำคืนแห่งดวงดาว เปิดม่านการแสดงชุดใหม่ ‘Crystallize a Dream’ ฉลอง 50 ปีแห่งตำนาน

เจ้าแม่ทิฟฟานี่โชว์ พัทยา ‘อลิสา พันธุศักดิ์ คุนผลิน’ เนรมิตค่ำคืนแห่งดวงดาว เปิดม่านการแสดงชุดใหม่ ‘Crystallize a Dream’ ฉลอง 50 ปีแห่งตำนาน

วันพฤหัสบดี ที่ 10 กรกฎาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

ฉลองครบรอบ 50 ปี ทิฟฟานี่โชว์ พัทยา โดย อลิสา พันธุศักดิ์ คุนผลิน กรรมการผู้จัดการ สร้างปรากฏการณ์เหนือจินตนาการ ในงานเปิดตัวการแสดงชุดใหม่ “Crystallize a Dream” อย่างเป็นทางการ เนรมิตทุกพื้นที่ของเวทีให้ตระการตาด้วย แสง สี เสียงสุดอลังการ พร้อมพลังเปล่งประกายเจิดจรัสจากเหล่านักแสดงนับร้อยชีวิต ท่ามกลางแขกผู้มีเกียรติ บุคคลชั้นนำในแวดวงสังคม ศิลปินดารา และเซเลบริตี้มากมายที่มาร่วมแสดงความยินดี และเป็นส่วนหนึ่งของงานกาล่าแห่งดวงดาวสุดระยิบระยับ ณ โรงละครทิฟฟานี่โชว์ พัทยา

อลิสา พันธุศักดิ์ คุนผลิน กรรมการผู้จัดการ ทิฟฟานี่โชว์ พัทยา และประธานกองประกวด Miss Tiffany’s Universe และ Miss International Queen กล่าวว่า “วันนี้เรามารวมตัวกันเพื่อร่วมเฉลิมฉลองหมุดหมายสำคัญ 50 ปีแห่งตำนานอันเจิดจรัสของทิฟฟานี่โชว์ พัทยา กับการเปิดตัวการแสดงครั้งยิ่งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ของเรา นั่นคือ ‘CRYSTALLIZE: A DREAM’ ซึ่งจะนิยามคำว่า ‘ศิลปะการแสดง’ ขึ้นมาใหม่ในฐานะผู้นำด้านความบันเทิงและสัญลักษณ์แห่งความภาคภูมิใจของประเทศไทย พร้อมเปิดมิติใหม่ของทิฟฟานี่โชว์ซึ่งนักแสดงทุกคนบนเวทีคือ ‘ซูเปอร์สตาร์’ ที่เปล่งประกายในแบบของตัวเองอย่างเต็มที่ โดยทีมงานทุกคนล้วนผ่านการเรียนรู้ ฝึกฝนเทคนิคใหม่ๆ และพัฒนาตัวเองอย่างไม่หยุดยั้ง เพื่อยกระดับการแสดงของเราให้เป็นเอนเตอร์เทนเมนต์ระดับโลก ขณะเดียวกัน ก็เป็นการตอกย้ำว่าทิฟฟานี่โชว์ พัทยา คือแพล็ตฟอร์มที่เปิดกว้างและให้โอกาสทุกคนได้แสดงศักยภาพอย่างไร้ขีดจำกัด พร้อมกับการ ‘เปิดหัวใจ เปิดความคิด เปิดทุกความเป็นไปได้’ ให้กับผู้คนทั่วโลก เพราะเรามุ่งมั่นต่อการเป็นผู้ขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงทางสังคมอย่างแท้จริง”

ขณะที่ผู้อยู่เบื้องหลังความสำเร็จและผู้รังสรรค์โชว์นี้ อารยา อินทรา ผู้อำนวยการสร้างสรรค์ (Creative Consultant)  กล่าวเสริมว่า “เราทุ่มเททุกรายละเอียดเพื่อสร้างสรรค์ ‘Crystallize a Dream’ ให้เป็นโชว์ที่เหนือความคาดหมาย โดยเป็นการรวมตัวของสุดยอดศิลปินและผู้เชี่ยวชาญจากหลากหลายสาขาทั้งในและต่างประเทศ ไม่ว่าจะเป็นนักแสดง นักออกแบบท่าเต้น นักร้อง สไตลิสต์ แฟชั่นดีไซเนอร์ และเมคอัพอาร์ติสต์ ทำงานร่วมกันตั้งแต่ขั้นตอนการออกแบบเครื่องแต่งกายที่วิจิตรตระการตา ฉากที่อลังการ ไปจนถึงบทเพลงและการแสดงที่สะกดทุกสายตา ทุกองค์ประกอบถูกหลอมรวมเข้าด้วยกันอย่างลงตัว เพื่อให้ผู้ชมได้สัมผัสประสบการณ์ที่น่าจดจำและประทับใจ และเราเชื่อมั่นว่าโชว์นี้จะกลายเป็น ‘สเปกตรัมแห่งชีวิต’ (The Life Spectrum) ที่สะท้อนความงามอันหลากหลายของมนุษยชาติได้อย่างสมบูรณ์แบบ ด้วยแนวคิด ‘ความงามของทุกเฉดสี’ (The Beauty of Every Shade)”

“Crystallize a Dream” คือการแสดงที่ได้รับการรังสรรค์ขึ้นอย่างพิถีพิถัน เพื่อเฉลิมฉลองครบรอบ 50 ปีแห่งตำนานของทิฟฟานี่โชว์ พัทยา โดยมีแก่นแท้อยู่ที่การนำเสนอความงามที่หลากหลายและไร้ขีดจำกัด ผ่านการตีความของ “คริสตัล” ที่สะท้อนถึงความแตกต่างและเอกลักษณ์เฉพาะตัวของแต่ละบุคคล โดยโชว์แบ่งออกเป็น 9 องก์ที่ร้อยเรียงเข้ากันอย่างกลมกลืนลงตัว เริ่มต้นด้วย องก์ 1: Welcome to Tiffany’s ก้าวเข้าสู่โลกใหม่ที่เผยตำนานอันยิ่งใหญ่ ก่อนจะพาผู้ชมสู่องก์ 2: Beyond Beauty ที่เหล่านักแสดงมอบประสบการณ์คาบาเรต์คลาสสิกผสานความทันสมัยอันเหนือความคาดหมาย จากนั้น องก์ 3: Pattaya  ร่วมดื่มด่ำกับจิตวิญญาณแห่งเมืองพัทยาทั้งกลางวันและกลางคืนในมุมมองใหม่ และในองก์ 4: To Dream คือการตีความใหม่ของบทเพลง “To Dream” ที่เล่าเรื่องราวการค้นหาตัวตนของหญิงข้ามเพศ ก่อนเข้าสู่องก์ 5: Butterfly Ball เพื่อเฉลิมฉลองการเปลี่ยนแปลงที่เปี่ยมด้วยความสุขและอิสรภาพ ต่อด้วย องก์ 6: Diverse-City การแสดงแห่งอัตลักษณ์ส่วนบุคคลที่เต็มไปด้วยสิ่งมีชีวิตแฟนตาซี ตามด้วยองก์ 7: Fashionista การปฏิวัติรันเวย์แฟชั่นชั้นสูงด้วยสไตล์อันเป็นเอกลักษณ์ และเข้าสู่องก์ 8: The Queen เพื่อพบกับความน่าตื่นตาตื่นใจและความสง่างามของราชินีจากทั่วโลกในฉากฟินาเล่นานาชาติอันยิ่งใหญ่ ปิดท้ายด้วย องก์ 9: Crystallized ที่การเดินทางบรรจบ นักแสดงเปล่งประกายดุจคริสตัลที่ถูกเจียระไนอย่างสมบูรณ์แบบ สะท้อนการค้นพบและเฉลิมฉลองตัวตนที่แท้จริงในทุกสีสัน

“เราหวังเป็นอย่างยิ่งว่า การแสดงชุดใหม่ “Crystallize a Dream” จะเป็นที่ชื่นชอบของทั้งชาวไทยและนักท่องเที่ยวจากทั่วทุกมุมโลก นอกจากจะเป็นเอนเตอร์เทนเมนต์ระดับโลกแล้ว ยังเป็นพลังสำคัญในการส่งเสริมการท่องเที่ยวของเมืองพัทยา ยกระดับภาพลักษณ์ของพัทยาให้โดดเด่นยิ่งขึ้นในฐานะเมืองแห่งสีสันและความหลากหลายที่พร้อมต้อนรับผู้คนด้วยรอยยิ้มและความประทับใจ” อลิสา กล่าวปิดท้าย

มาร่วมเป็นส่วนหนึ่งของตำนานบทใหม่ถึงทิฟฟานี่โชว์ กับ “Crystallize a Dream” พร้อมสร้างความทรงจำอันล้ำค่า เปิดรอบการแสดงทุกวัน วันละ 3 รอบ เวลา 18.00 น., 19.30 น. และ 21.30 น. สามารถจองบัตรเข้าชมได้ที่ https://www.tiffany-show.co.th/booking

CEA เดินหน้าผนึกความร่วมมือ สยามพิวรรธน์ ผลักดันเศรษฐกิจสร้างสรรค์และวัฒนธรรมไทยสู่เวทีโลก

CEA เดินหน้าผนึกความร่วมมือ สยามพิวรรธน์ ผลักดันเศรษฐกิจสร้างสรรค์และวัฒนธรรมไทยสู่เวทีโลก

CEA เดินหน้าผนึกความร่วมมือ สยามพิวรรธน์ ผลักดันเศรษฐกิจสร้างสรรค์และวัฒนธรรมไทยสู่เวทีโลก

วันพฤหัสบดี ที่ 10 กรกฎาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ (องค์การมหาชน) หรือ CEA ผนึกความร่วมมือกับบริษัท สยามพิวรรธน์ จำกัด ผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์และธุรกิจค้าปลีกชั้นนำ ในพิธีลงนามบันทึกความเข้าใจความร่วมมือ (MOU) เพื่อยกระดับขีดความสามารถของเศรษฐกิจสร้างสรรค์และวัฒนธรรมไทย สู่ระดับสากล โดยมีเป้าหมายร่วมกันในการขยายโอกาสให้ผู้ประกอบการและนักสร้างสรรค์ไทยได้แสดงศักยภาพบนเวทีโลก ผ่านการจัดแสดงผลงานและสินค้าสร้างสรรค์ในพื้นที่เชิงพาณิชย์และกิจกรรมต่าง ๆ  พร้อมทั้งสนับสนุนการบ่มเพาะองค์ความรู้ และการพัฒนาศักยภาพเพื่อต่อยอดทางธุรกิจ ผลักดันประเทศไทยก้าวสู่การเป็น ‘Creative Nation’ สร้างรายได้และขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ

ดร. ชาคริต พิชญางกูร ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์

ดร. ชาคริต พิชญางกูร ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ กล่าวว่า CEA และสยามพิวรรธน์ มีความร่วมมือด้านการพัฒนาพื้นที่สร้างสรรค์และการส่งเสริมนักสร้างสรรค์มาอย่างต่อเนื่อง ทั้งการสนับสนุนการจัดเทศกาลงานออกแบบกรุงเทพฯ (ปี 2567 – 2568), โครงการบ่มเพาะธุรกิจสร้างสรรค์ในเครือข่ายของ CEA, การจัดพื้นที่จำหน่ายผลิตภัณฑ์ของนักสร้างสรรค์ไทยภายใต้โครงการ Creative Craft Transformation ฯลฯ ความร่วมมือในครั้งนี้สะท้อนถึงพลังความร่วมมือระหว่างภาคเอกชนกับภาครัฐ ที่พร้อมผลักดันเศรษฐกิจสร้างสรรค์ไทยให้เติบโตสู่ระดับสากลอย่างมั่นคง โดย CEA มุ่งเน้นการสร้างระบบนิเวศที่เอื้อต่อการเติบโตของนักสร้างสรรค์และผู้ประกอบการไทย ผ่านการบ่มเพาะ การพัฒนาศักยภาพ และการเปิดโอกาสขยายสู่ตลาดโลกอย่างเป็นรูปธรรม เช่น กิจกรรม Creative House By CEA ภายใต้เทศกาลไทย (Thai Festival) ในต่างประเทศ ซึ่ง CEA บูรณาการร่วมกับกองการทูตวัฒนธรรม กรมสารนิเทศ กระทรวงต่างประเทศ เพื่อเพิ่มโอกาสทางธุรกิจ เชื่อมโยงเครือข่าย และสร้างรายได้เพิ่มให้แก่ผู้ประกอบการและนักออกแบบสร้างสรรค์ ซึ่งนำไปสู่การเผยแพร่ซอฟต์พาวเวอร์ไทยให้เป็นที่รู้จัก ในระดับสากล

สุทธิรัตน์ ภาณววัฒน์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ ผู้บริหารสายงานสื่อสารองค์กรและแบรนด์ บริษัท สยามพิวรรธน์ จำกัด

สุทธิรัตน์ ภาณววัฒน์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ ผู้บริหารสายงานสื่อสารองค์กรและแบรนด์ บริษัท สยามพิวรรธน์ จำกัด กล่าวว่า สยามพิวรรธน์ใช้ความคิดสร้างสรรค์และนวัตกรรมเป็นหัวใจในการดำเนินธุรกิจผลักดันให้ทุกโครงการกลายเป็นต้นแบบที่สร้างมาตรฐานใหม่ให้กับอุตสาหกรรม ทั้งในระดับประเทศและระดับโลกอยู่เสมอ เรานำความคิดสร้างสรรค์เข้ามาสร้างประสบการณ์แปลกใหม่ สร้างความตื่นตาตื่นใจและเหนือความคาดหมายให้กับผู้ที่มาเยือน ศูนย์การค้าในเครือของกลุ่มสยามพิวรรธน์ ทำงานร่วมกับศิลปินไทยและระดับโลก ดีไซเนอร์ และศิลปินรุ่นใหม่มาอย่างต่อเนื่อง เพื่อรังสรรค์ผลงานระดับโลก พร้อมทั้งสนับสนุนดีไซเนอร์ไทยที่มีศักยภาพให้ก้าวสู่เวทีสากล จนกลายเป็นหนึ่งในคอมมูนิตี้สร้างสรรค์ที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของประเทศ เราพร้อมเป็นแพลตฟอร์มแห่งโอกาส ที่เปิดพื้นที่ให้ศิลปิน นักออกแบบ และผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมสร้างสรรค์จากหลากหลายสาขา ได้เข้ามาเรียนรู้ พัฒนา และต่อยอดธุรกิจด้วยพลังแห่งความคิดสร้างสรรค์ เพื่อร่วมกันขับเคลื่อนเศรษฐกิจสร้างสรรค์ของไทยและเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศในระดับโลก

CEA และ สยามพิวรรธน์ มีความร่วมมือและแนวทางผลักดันเศรษฐกิจสร้างสรรค์ไทยอย่างยั่งยืน ดังนี้

การสื่อสารประชาสัมพันธ์และจัดจำหน่าย: สนับสนุนการจัดแสดงหรือจำหน่ายสินค้าสร้างสรรค์ของผู้ประกอบการในเครือข่ายของ CEA บนพื้นที่พิเศษของศูนย์การค้า, แพลตฟอร์มธุรกิจค้าปลีก และร้านคอนเซ็ปต์สโตร์ที่อยู่ในเครือของสยามพิวรรธน์

การขยายตลาดต่างประเทศ: สนับสนุนการนำสินค้าสร้างสรรค์ไทยไปจัดจำหน่ายในงาน  Creative House by CEA ภายใต้เทศกาลไทย (Thai Festival) ในต่างประเทศ โดยร่วมกับ กรมสารนิเทศ กระทรวงการต่างประเทศ

การพัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการไทย: ร่วมกันถ่ายทอดองค์ความรู้แบบครบวงจร ตั้งแต่การพัฒนาผลิตภัณฑ์ การสร้างแบรนด์ การวางกลยุทธ์ตลาด ตลอดจนการเพิ่มมูลค่าและขยายช่องทางจำหน่าย รวมถึงการสร้างโอกาสในประเทศ ด้วยการจัดแสดงผลงานในเทศกาลสร้างสรรค์นานาชาติทั้ง 4 ภูมิภาคของ CEA

การสนับสนุนพื้นที่สร้างสรรค์: เปิดพื้นที่แสดงงานศิลปะและกิจกรรมพัฒนาเศรษฐกิจสร้างสรรค์ ให้กับนักสร้างสรรค์รุ่นใหม่ ผู้ประกอบการไทย และนักศึกษาในเครือข่ายของ CEA

ทั้งนี้ CEA และ สยามพิวรรธน์ เชื่อมั่นว่าการสนับสนุนเศรษฐกิจสร้างสรรค์จะเป็นพลังขับเคลื่อนด้านเศรษฐกิจที่สำคัญของประเทศในระยะยาว ทั้งยังเป็นการเปิดพื้นที่แห่งโอกาสให้นักสร้างสรรค์และผู้ประกอบการไทยได้แสดงศักยภาพ พร้อมเติบโตไปด้วยกันในระดับสากล

แพทย์ชี้เส้นเลือดขอด ภัยเงียบแต่ร้ายแรง! เสี่ยงแผลเรื้อรัง-เสียขา ไม่รู้ตัว

แพทย์ชี้เส้นเลือดขอด ภัยเงียบแต่ร้ายแรง! เสี่ยงแผลเรื้อรัง-เสียขา ไม่รู้ตัว

แพทย์ชี้เส้นเลือดขอด ภัยเงียบแต่ร้ายแรง! เสี่ยงแผลเรื้อรัง-เสียขา ไม่รู้ตัว

วันพฤหัสบดี ที่ 10 กรกฎาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

เริ่มต้นอย่างเป็นทางการแล้วกับแคมเปญ “PRINC Group Fair ตลาดนัดเพื่อคนรักสุขภาพ” กิจกรรมเพื่อสุขภาพประจำปีจากเครือโรงพยาบาล PRINC Group โดยจัดสัมมนาให้ความรู้แก่ประชาชนในภูมิภาคต่าง ๆ ทั่วประเทศ โดยเปิดเวทีแรกที่ โรงพยาบาลพริ้นซ์ ปากน้ำโพ จังหวัดนครสวรรค์ พร้อมหัวข้อสุขภาพสำคัญ “หยุด! แผลเรื้อรังก่อนลุกลาม” นำโดย นายแพทย์หลักชัย วิชชาวุธ ศัลยแพทย์เฉพาะทางด้านหลอดเลือด ที่มาให้ความรู้เกี่ยวกับภัยเงียบจาก “ภาวะหลอดเลือดดำเสื่อมเรื้อรัง” หรือ “เส้นเลือดขอดเรื้อรัง” ซึ่งกำลังคุกคามกลุ่มคนทำงานจำนวนมากในยุคปัจจุบัน

 นายแพทย์หลักชัย วิชชาวุธ ศัลยแพทย์เฉพาะทางด้านหลอดเลือด 

เปิดอาชีพเสี่ยง เส้นเลือดดำเสื่อมโดยไม่รู้ตัว

นพ.หลักชัย เปิดเผยว่า ภาวะหลอดเลือดดำเสื่อมเรื้อรัง (Chronic Venous Insufficiency – CVI) คือภาวะที่ลิ้นในหลอดเลือดดำทำงานผิดปกติ ทำให้เลือดไม่สามารถไหลกลับสู่หัวใจได้ตามปกติ จึงเกิดการคั่งของเลือดบริเวณขา ซึ่งหากปล่อยไว้นาน จะพัฒนาเป็นแผลเรื้อรัง หรือในกรณีรุนแรงอาจถึงขั้นต้องตัดขา โดยกลุ่มอาชีพที่มีความเสี่ยงสูง ได้แก่ ผู้ที่ต้องยืนหรือนั่งนาน เช่น พนักงานออฟฟิศ, พนักงานขาย, พยาบาล, ศัลยแพทย์, พนักงานเสิร์ฟ และคนขับรถ รวมถึงผู้ที่มีประวัติเส้นเลือดขอดในครอบครัว และผู้ที่มีน้ำหนักเกินหรือไม่ออกกำลังกาย

สัญญาณเตือนสำคัญ อย่านิ่งเฉย

นพ.หลักชัย แนะนำให้ประชาชนสังเกตอาการเบื้องต้น ได้แก่ ขาหนัก ปวดแน่นน่อง โดยเฉพาะช่วงเย็น ขาบวม หรือเป็นตะคริวบ่อย เส้นเลือดโป่งพอง หรือเห็นเส้นเลือดคล้ายใยแมงมุม และพบว่าผิวคล้ำบริเวณข้อเท้า หรือเริ่มเป็นแผลเรื้อรัง

แนวทางป้องกัน และรักษา หลีกเลี่ยงการนั่งหรือยืนนานโดยไม่ขยับตัว ควรลุกเดินหรือยืดขาทุก 30-60 นาทีใส่ถุงน่องทางการแพทย์สำหรับผู้ที่เริ่มมีอาการ ออกกำลังกายสม่ำเสมอ โดยเฉพาะการเดินหรือว่ายน้ำ ควบคุมน้ำหนัก ดื่มน้ำเพียงพอ และเลี่ยงบุหรี่ ในรายที่มีอาการรุนแรง ควรเข้ารับการตรวจและรักษาอย่างเหมาะสม โดยแพทย์อาจพิจารณาการใช้ยา การฉีดหลอดเลือด หรือการผ่าตัดหากจำเป็น 

สำหรับชาวนครสวรรค์ที่พลาดงาน โรงพยาบาลพริ้นซ์ ปากน้ำโพ ยังเปิดโอกาสให้เข้าร่วมงานสัมมนาให้ความรู้สุขภาพอีกครั้ง ในวันที่ 19 กรกฎาคม  2568 เวลา 9.00-12.00 น. เรื่องกระดูกหักจากอุบัติเหตุและกีฬา รักษาได้ แนะนำการพยาบาลเบื้องต้นก่อนถึงมือหมอ และเพลิดเพลินช้อปปิ้งตลาดนัดสินค้าเพื่อสุขภาพ พิเศษ! สำหรับลูกค้าเก่า เพียงเข้าร่วมงานรับทันที คูปองส่วนลด 500 บาท (จำนวนจำกัด) ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่เฟซบุ้ก โรงพยาบาลพริ้นซ์ ปากน้ำโพ นครสวรรค์ หรือโทร 056-000-111

อย่างไรก็ตาม PRINC Group ยังสานต่อกิจกรรมเพื่อสุขภาพทั่วประเทศ ภายใตแคมเปญ  “PRINC Group Fair ตลาดนัดเพื่อคนรักสุขภาพ” จะทยอยจัดในโรงพยาบาลเครือพริ้นซ์ทั่วประเทศ ทั้งงานสัมมนาให้ความรู้ด้านสุขภาพเจาะลึก หัวข้อเฉพาะทาง พร้อมเปิดโอกาสให้ประชาชนเข้าร่วมตรวจสุขภาพเบื้องต้นโดยไม่มีค่าใช้จ่าย เพื่อส่งเสริมการดูแลสุขภาพเชิงป้องกันและเข้าถึงการรักษาได้อย่างทันท่วงที และโปรโมชั่น One Price (รวมค่าบริการแล้ว) และส่วนลดมากมาย ตลอดเดือนกรกฎาคม 2568

ผู้สนใจสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่โรงพยาบาลในเครือ PRINC Group ใกล้บ้าน หรือดูรายละเอียดแคมเปญได้ที่เฟซบุ้ก PRINC Group และสายด่วนสุขภาพ 1208

Under Armour สร้างคอมมิวนิตี้คนรุ่นใหม่สายฟิต เปิดตัวแคมเปญวิ่ง ‘I Run but I’m not a Runner’

Under Armour สร้างคอมมิวนิตี้คนรุ่นใหม่สายฟิต เปิดตัวแคมเปญวิ่ง ‘I Run but I’m not a Runner’

Under Armour สร้างคอมมิวนิตี้คนรุ่นใหม่สายฟิต เปิดตัวแคมเปญวิ่ง ‘I Run but I’m not a Runner’

วันพฤหัสบดี ที่ 10 กรกฎาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

Under Armour (อันเดอร์ อาร์เมอร์) เปิดตัวแคมเปญซีรีส์กิจกรรมวิ่งสุดยิ่งใหญ่ “I Run but I’m not a Runner” เพราะการวิ่งเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวันสำหรับทุกคนได้ ไม่ว่าจะเป็นนักวิ่งมืออาชีพหรือแค่อยากเริ่มต้นขยับร่างกาย แคมเปญ 5 ครั้งสไตล์นี้จะพาผู้เข้าร่วมไปสัมผัสการวิ่งใน 5 ประสบการณ์หมู่ พร้อมสร้างคอมมูนิตี้คนรุ่นใหม่ที่รักการใช้ชีวิตแบบแอคทีฟไปด้วยกัน ตลอดเดือนกรกฎาคมถึงต้นเดือนสิงหาคม นี้

กิจกรรมแรกได้เปิดฉากความมันส์ไปแล้วอย่างเป็นทางการเมื่อเร็วๆ นี้  กับ “The Yacht Celebration” ที่ปลุกเหล่าสายฟิตให้มารวมตัวกันตั้งแต่ก่อนพระอาทิตย์ขึ้น นัดพบกัน ณ อาคารไปรษณีย์กลางบางรัก วิ่งไปตามเส้นทางบางรัก-สาทร ชมเมืองกรุงเทพฯ ในยามเช้า และปิดท้ายด้วยการขึ้นเรือยอร์ชสุดหรูฉลองวันใหม่ ไปกับ Under Armour สร้างบรรยากาศแห่งความประทับใจหลังการวิ่ง 5K ด้วยดีเจคลอเสียงเพลง และอาหารเช้า รับกับวิววัดอรุณและแม่น้ำเจ้าพระยา โดยมีเหล่าอินฟลูเอนเซอร์และเซเลบริตี้ อาทิ ไวท์ ณวัชร์, ฮง Bangkokboy, น้ำมนต์ กฤตนัย รวมไปถึง Friends of UA และผู้ที่สนใจเข้าร่วมงานอย่างคับคั่ง

เทพฤทธิ์ ไรวินท์ ผู้จัดการอาวุโสฝ่ายการตลาด บริษัท ยูเอ สปอร์ต ประเทศไทย กล่าวถึงแคมเปญนี้ว่า “ที่ Under Armour เราเชื่อว่า การวิ่งไม่ได้เป็นเพียงแต่เป็นการออกกำลังกายอีกต่อไป แต่คือการสร้างคอมมูนิตี้และไลฟ์สไตล์ที่ทุกคนเข้าถึงได้ กิจกรรมแคมเปญซีรีส์ ‘I Run but I’m not a Runner’ จึงเป็นบทพิสูจน์ที่เราอยากให้ทุกคนได้สัมผัสประสบการณ์วิ่งในรูปแบบที่หลากหลาย สร้างทั้งประสบการณ์ดีๆ รอยยิ้ม และได้ปลดปล่อยตัวตนสุดขีดไปกับ Under Armour”

Under Armour ยังจัดเต็มอีก 4 กิจกรรมสุดพิเศษ ที่จะจัดขึ้นทุกวันเสาร์ตลอดเดือนกรกฎาคมถึงต้นเดือนสิงหาคม ให้ผู้เข้าร่วมทุกคนได้ออกไปสัมผัสประสบการณ์การวิ่งที่แตกต่างในแต่ละอีเวนต์: 12 กรกฎาคม : UA Dawn of Coffee Run ณ F.I.X. Sarasin & The Lazy Bunch วิ่งรับแสงยามเช้าไปตามเส้นทางสวนเบญจกิติพร้อมปลดปล่อยพลังไปกับบีทสุดมันส์ของ DJ Rhun ร่วมด้วย เจนิส BNK48, เนย BNK48 แรปเปอร์ขวัญใจคนรุ่นใหม่ Nicecnx และเหล่าอินฟลูเอนเซอร์อีกมาก ตบท้ายการวิ่งกันด้วยปาร์ตี้ยามเช้า จิบกาแฟเคล้าเสียงเพลง เริ่มต้นวันใหม่ด้วยพลังงานดี ๆ กับเสียงเพลง

19 กรกฎาคม: UA x Brew Run Club การร่วมมือครั้งพิเศษระหว่าง Under Armour และคลับวิ่งยอดนิยมอย่าง Brew Run Club ณ โรงแรม Marriott Executive โดยครั้งนี้จะท้าทายความสามารถในการวิ่งแนว Vertical Run พาขึ้นอาคารจอดรถ 8 ชั้น ต่อด้วยเซสชัน HIIT Workout สุดมันส์กลางสวน ซึ่งออกแบบเพื่องานนี้โดยเฉพาะ

26 กรกฎาคม: Rhythm and Race with 22 Bullets ณ Phill Club ค่ำคืนแห่งประวัติศาสตร์ที่ไม่ควรพลาด Under Armour จัดปาร์ตี้วิ่งสุดเอ็กซ์คลูซีฟ ให้คนรุ่นใหม่ได้มาสลัดความเหนื่อยล้าไปพร้อมกับ DJ ชื่อดังระดับโลก 22 Bullets (อันดับที่ 74 ของโลก) ที่จะมาเปิดตัว New Track ครั้งแรกของโลกในงานนี้เท่านั้น

2 สิงหาคม: The Finish Line Run with Joss Way-ar ปิดท้ายแคมเปญอย่างยิ่งใหญ่ด้วยการเปิดตัว “จอส เวอาห์” นักแสดงชื่อดังแห่งยุค ในฐานะ Under Armour Ambassador คนล่าสุดที่จะมาชวนวิ่งไปพร้อมกันมุ่งหน้าสู่ Under Armour Flagship Store ณ ห้างสรรพสินค้าสยามเซ็นเตอร์ พร้อมรับสิทธิพิเศษส่วนลดสุดพิเศษเมื่อซื้อสินค้าจาก Under Armour เพื่อให้คุณได้เป็นเจ้าของผลิตภัณฑ์คุณภาพเข้ากับไลฟ์สไตล์สายแอคทีฟ

Under Armour พร้อมสนับสนุนทุกเส้นทางการวิ่ง ด้วยเทคโนโลยี UA HOVR™ โดดเด่นด้วยโฟมรองรับแรงกระแทกที่มีความนุ่มนวลแต่ยังคงให้การตอบสนองที่ยอดเยี่ยม ช่วยให้ทุกย่างก้าวเปี่ยมไปด้วยพลังและช่วยลดแรงกระแทกได้อย่างมีประสิทธิภาพ

“I Run but I’m not a Runner” เป็นแคมเปญล่าสุดจาก Under Armour Thailand ที่มุ่งสร้างแรงบันดาลใจให้ทุกคนได้เริ่มต้นวิ่งในแบบของตัวเอง เพราะการวิ่งเป็นมากกว่าการออกกำลังกาย และไม่ว่าเส้นชัยของแต่ละคนจะอยู่ที่ใด ระยะทางจะยาวหรือสั้นเพราะสิ่งที่สำคัญคือการได้วิ่งในแบบของตัวเอง พร้อมสร้างประสบการณ์ที่น่าจดจำ ผ่านการผสานระหว่างกิจกรรมสร้างสรรค์ นวัตกรรมรองเท้าวิ่ง และคอมมูนิตี้ของคนรักการออกกำลังกาย โดยมี Under Armour ที่พร้อมเคียงข้างในทุกย่างก้าว เพื่อให้ทุกเส้นทางของคุณเต็มไปด้วยพลัง ความสนุกสนาน และความเป็นตัวเองอย่างแท้จริง

ผู้ที่สนใจสามารถสมัครเข้าร่วมกิจกรรมต่างๆ กับแคมเปญ “I Run but I’m not a Runner” ผ่านแอปพลิเคชัน UA Rewards โดยใช้คะแนนแลกรับสิทธิ์ เริ่มตั้งแต่ 100 แต้มขึ้นไป (ผู้ที่ดาวน์โหลดจะได้รับ 100 แต้มหลังสมัคร) และเลือกกิจกรรมที่สนใจ สามารถดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน UA Rewards ได้ทั้งระบบ iOS และ Android: onelink.to/ua-rewards หรือติดตามรายละเอียดข่าวสารและกิจกรรมต่าง ๆ ของ Under Armour ได้ที่ Line Official: @underarmourth และ Facebook: Under Armour Thailand

‘ต้อหิน’ โรคตาที่ไม่สัญญาณเตือน อาการน้อยแต่เสี่ยง ‘ตาบอดถาวร’

‘ต้อหิน’ โรคตาที่ไม่สัญญาณเตือน อาการน้อยแต่เสี่ยง ‘ตาบอดถาวร’

‘ต้อหิน’ โรคตาที่ไม่สัญญาณเตือน อาการน้อยแต่เสี่ยง ‘ตาบอดถาวร’

วันพฤหัสบดี ที่ 10 กรกฎาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

ในชีวิตประจำวันที่เราพึ่งพาการมองเห็นแทบตลอดเวลา กลับมีโรคหนึ่งที่อาจคืบคลานเข้ามาแบบไม่รู้ตัว และส่งผลให้สูญเสียการมองเห็นอย่างถาวร นั่นคือ “ต้อหิน” หนึ่งในสาเหตุสำคัญของการตาบอดถาวรทั่วโลก และที่น่ากังวลคือ ผู้ป่วยส่วนใหญ่มักไม่รู้ตัวจนกระทั่งการมองเห็นเริ่มแคบลงหรือเสียไปแล้ว

ผู้ช่วยศาสตราจารย์แพทย์หญิงกิติยา รัตนวงศ์ไพบูลย์ จักษุแพทย์ชำนาญด้านต้อหิน โรงพยาบาลเวชธานี กล่าวว่า ต้อหิน (Glaucoma) เป็นโรคที่เกิดจากความเสียหายต่อเส้นประสาทตา ซึ่งส่วนใหญ่มีความสัมพันธ์กับความดันในลูกตาที่สูงเกินไป หากไม่ได้รับการวินิจฉัยและรักษาอย่างเหมาะสม อาจนำไปสู่การสูญเสียการมองเห็นอย่างถาวรได้

อาการของต้อหินจะไม่มีอาการหรือสัญญาณปรากฏเด่นชัดในตอนแรก และจะเกิดอาการแตกต่างกันไปขึ้นอยู่กับชนิดของต้อหิน ได้แก่ ต้อหินมุมเปิด (Primary Open-Angle Glaucoma) ชนิดที่พบได้บ่อยที่สุด เกิดจากการอุดตันของช่องระบายน้ำหล่อเลี้ยงภายในตา แม้มุมระบายจะเปิดอยู่ ทำให้ความดันในลูกตาสูงขึ้นอย่างช้าๆ โดยไม่แสดงอาการใด ๆ จนกว่าการมองเห็นรอบข้างจะเริ่มแคบลงเรื่อย ๆ ซึ่งหากไม่ได้รับการรักษา อาจนำไปสู่การตาบอดถาวรได้

ผศ.พญ. กิติยา รัตนวงศ์ไพบูลย์

ต้อหินมุมปิด (Angle-Closure Glaucoma) เกิดจากมุมระบายน้ำในลูกตาถูกปิด ทำให้น้ำในตาไม่สามารถระบายออกได้ ซึ่งมีทั้งชนิดเรื้อรังและเฉียบพลัน หากเป็นชนิดเฉียบพลัน ความดันตาจึงพุ่งสูงทันที ส่งผลให้เกิดอาการปวดตา ตาแดง ตามัว เห็นแสงรุ้งรอบดวงไฟ คลื่นไส้ และอาเจียน ถือเป็นภาวะฉุกเฉินที่ต้องได้รับการรักษาอย่างเร่งด่วน

ต้อหินชนิดความดันตาปกติ (Normal-Tension Glaucoma)  แม้ความดันตาอยู่ในเกณฑ์ปกติ แต่เส้นประสาทตากลับถูกทำลาย โดยมักเกี่ยวข้องปัจจัยอื่นๆ นอกเหนือจากเรื่องของความดันตา เช่น การไหลเวียนของเลือดที่ไม่ดี หรือภาวะหลอดเลือดผิดปกติ ผู้ป่วยอาจไม่รู้ตัวจนกระทั่งเกิดการสูญเสียการมองเห็น

ต้อหินทุติยภูมิ (Secondary Glaucoma) เกิดจากโรคหรือปัจจัยอื่น เช่น การอักเสบในตา อุบัติเหตุทางตา ภาวะแทรกซ้อนจากโรคเบาหวาน หรือการใช้ยาสเตียรอยด์ต่อเนื่อง เป็นต้น ส่งผลให้ความดันตาสูงขึ้นและทำลายเส้นประสาทตา

ต้อหินในเด็ก (Congenital Glaucoma) พบในทารกหรือเด็กเล็ก เกิดจากความผิดปกติของระบบระบายน้ำในลูกตาตั้งแต่กำเนิด มีอาการลูกตาขนาดใหญ่ น้ำตาไหลมาก กลัวแสง และกระจกตาขุ่น ซึ่งจำเป็นต้องได้รับการวินิจฉัยและรักษาโดยเร็ว

การวินิจฉัยโรคต้อหิน จักษุแพทย์จะเริ่มจากการวัดความดันภายในลูกตา ตรวจดูขั้วประสาทตา และโครงสร้างภายในตาด้วยเครื่องมือเฉพาะ หากพบความผิดปกติหรือสงสัยว่าเป็นต้อหิน อาจมีการตรวจเพิ่มเติม เช่น การตรวจลานสายตาเพื่อประเมินการทำงานของเส้นประสาทตา และการตรวจดูมุมตาเพื่อจำแนกชนิดของต้อหิน

การรักษาต้อหินมักต้องดูแลต่อเนื่องตลอดชีวิต ไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้ แต่การรักษาจะเป็นการประคับประคองเพื่อไม่ให้ประสาทตาถูกทำลายมากขึ้น และเพื่อคงการมองเห็นที่มีอยู่ให้นานที่สุด ซึ่งการรักษาจะขึ้นอยู่กับชนิดของโรคต้อหินและระยะของโรคที่เป็นอยู่ดังนี้

การรักษาต้อหินโดยใช้ยา เป็นรูปแบบของยาหยอดตา ที่จะช่วยลดการสร้างน้ำในลูกตา หรือช่วยให้น้ำในลูกตาระบายออกได้ดีขึ้น เพื่อลดความดันตา หลังจากนั้นแพทย์จะนัดติดตามอาการเรื่อยๆ เพื่อดูอาการและภาวะแทรกซ้อน หากรักษาวิธีนี้แล้วไม่ดีขึ้น แพทย์อาจพิจารณาให้รักษาด้วยการใช้เลเซอร์ร่วมด้วย

การรักษาต้อหินด้วยเลเซอร์ มีจุดมุ่งหมายเพื่อลดความดันภายในลูกตา โดยช่วยให้ของเหลวภายในตาไหลเวียน หรือระบายออกได้ดีขึ้น ซึ่งชนิดของเลเซอร์ที่ใช้จะขึ้นอยู่กับชนิดของต้อหินที่ผู้ป่วยเป็น โดยแบ่งได้เป็น 2 ประเภทหลัก ดังนี้

1.ต้อหินมุมปิด (Angle-closure glaucoma) ในกรณีนี้ จักษุแพทย์จะใช้เลเซอร์ชนิดที่เรียกว่า Laser Peripheral Iridotomy (LPI) ยิงเลเซอร์เจาะรูขนาดเล็กบนม่านตา เพื่อสร้างช่องทางใหม่ให้ของเหลวในลูกตาสามารถไหลผ่านได้อย่างสะดวกมากขึ้น วิธีนี้เหมาะสำหรับผู้ป่วยที่มีความเสี่ยงต่อการเกิดต้อหินมุมปิดเฉียบพลัน หรือในผู้ที่มีมุมระบายน้ำแคบจากโครงสร้างทางกายภาพของตา

2.ต้อหินมุมเปิด (Primary Open-Angle Glaucoma) ในผู้ป่วยกลุ่มนี้ จะใช้เลเซอร์ที่เรียกว่า Selective Laser Trabeculoplasty (SLT) ซึ่งเป็นการยิงเลเซอร์พลังงานต่ำไปยังบริเวณมุมระบายน้ำของลูกตา (trabecular meshwork) เพื่อกระตุ้นการทำงานของเซลล์บริเวณนั้น ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการระบายน้ำภายในตา ลดความดันตาได้โดยไม่ทำลายเนื้อเยื่อข้างเคียง ซึ่งมักใช้ในกรณีที่ยาหยอดตาควบคุมความดันตาได้ไม่ดีพอ หรือเป็นทางเลือกสำหรับผู้ที่ไม่สามารถใช้ยาหยอดตาได้ต่อเนื่อง

หากการใช้ยาและเลเซอร์ไม่สามารถควบคุมความดันในตาได้ แพทย์อาจพิจารณาการผ่าตัดเพื่อลดความดันภายในลูกตา ป้องกันไม่ให้เส้นประสาทตาถูกทำลายเพิ่มเติม โดยมีวิธีหลักๆ ดังนี้ Trabeculectomy เป็นการเปิดช่องระบายน้ำใหม่ในดวงตา ช่วยให้น้ำหล่อเลี้ยงไหลออกได้ดีขึ้น ลดความดันตาได้อย่างมีประสิทธิภาพ Glaucoma Drainage Device Surgery แพทย์จะใส่ท่อระบายน้ำขนาดเล็กในลูกตา เชื่อมต่อกับบริเวณใต้เยื่อบุตาขาว เหมาะสำหรับผู้ที่ความดันตาสูงมากหรือผ่าตัดวิธีอื่นไม่สำเร็จ Minimally Invasive Bleb Surgery เป็นการผ่าตัดที่ใช้เทคโนโลยีใหม่ โดยใส่ท่อระบายชนิดพิเศษขนาดเล็กและยืดหยุ่น เพื่อช่วยให้น้ำในตาระบายออก ลดความดันตา ฟื้นตัวไว และเสี่ยงภาวะแทรกซ้อนน้อย

ทั้งนี้ ต้อหินเป็นโรคตาที่เป็นภัยมืด มักไม่มีอาการเตือนในระยะแรก หากตรวจพบช้าอาจนำไปสู่การสูญเสียการมองเห็นอย่างถาวรได้ การตรวจสุขภาพตาเป็นประจำ โดยเฉพาะในผู้ที่มีอายุมากกว่า 40 ปี หรืออายุมากกว่า 35 ปีในกรณีมีประวัติคนในครอบครัวเป็นต้อหิน จึงเป็นวิธีสำคัญในการป้องกันและตรวจพบโรคตั้งแต่ระยะแรก

Puppy Yoga โยคะกับเหล่าสุนัขตัวน้อย บาลานซ์ร่างกาย ปลุกพลังใจ และส่งต่อพลังบวกไปด้วยกัน

Puppy Yoga โยคะกับเหล่าสุนัขตัวน้อย บาลานซ์ร่างกาย ปลุกพลังใจ และส่งต่อพลังบวกไปด้วยกัน

Puppy Yoga โยคะกับเหล่าสุนัขตัวน้อย บาลานซ์ร่างกาย ปลุกพลังใจ และส่งต่อพลังบวกไปด้วยกัน

วันพฤหัสบดี ที่ 10 กรกฎาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

เติมพลังให้ร่างกายและรีเฟรชจิตใจกับกิจกรรมสุดพิเศษ Puppy Yoga ที่ เดอะ ปาร์ค (The PARQ) ร่วมกันกับ Mind Over Matters ชวนทุกคนมาสัมผัสประสบการณ์ สร้างโมเมนต์ดี ๆ ร่วมกัน ฉลองเดือนแห่งการส่งเสริมสุขภาวะทางสังคม (Social Wellness Month) ผ่านกิจกรรมโยคะกับเหล่าสุนัขตัวน้อย ที่ เสริมสร้างความสมดุลทั้งร่างกายและจิตใจภายใต้คอนเซ็ปต์ Life Well Balanced เชื่อมต่อความสัมพันธ์ที่ดีต่อกันในบรรยากาศอบอุ่นหัวใจ พร้อมสัมผัสความน่ารักของเหล่าสุนัข ในวันเสาร์ที่ 19 กรกฎาคม 2568

เชื่อมสุขภาพกาย และสุขภาพใจ ผ่านกิจกรรมสุดเอ็กซ์คลูซีฟ ได้แก่ Puppy Yoga (45 นาที) คลาสโยคะแบบผ่อนคลาย โฟกัสทุกการเคลื่อนไหวไปพร้อมกับความน่ารักสดใสของเหล่าสุนัขตัวน้อย ที่พร้อมให้คุณมาเล่นด้วย Craft Your Calm Workshop (30 นาที) เวิร์กชอปเรื่องกลิ่นบำบัด โดย JAZZZ ที่ชวนคุณค้นหากลิ่นเฉพาะตัว และสร้างเจลอาบน้ำที่ดูแลทั้งกายและใจในแบบของคุณ 

มาให้ตัวเองได้หยุดพัก และรับพลังดีๆ ผ่านกิจกรรม Puppy Yoga ที่จะเติมเต็มบาลานซ์ทั้งกายและใจได้อย่างแท้จริง จำกัดสิทธิ์เพียง 25 ที่เท่านั้น ในวันเสาร์ที่ 19 กรกฎาคม 2568 เวลา 10.00น. – 12.00น. ที่ BAB Café ชั้น 3 The PARQ Life (MRT ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ทางออก 2) สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม และ สำรองที่นั่ง ได้ที่ Line ID: @puppyyogabkk

ติดตามข่าวสารล่าสุดและสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับงาน “Puppy Yoga” ได้ที่ Line OA: @The PARQ Facebook: The PARQ Instagram: @THEPARQBKK   Website: www.theparq.com โทร. 02-080-5700

Bangkok Art Auction จัดประมูลศิลปะ ‘The Prime Platinum’ นำผลงานจาก 6 ศิลปินชั้นครูของไทย ร่วมประมูล

Bangkok Art Auction จัดประมูลศิลปะ ‘The Prime Platinum’ นำผลงานจาก 6 ศิลปินชั้นครูของไทย ร่วมประมูล

Bangkok Art Auction จัดประมูลศิลปะ ‘The Prime Platinum’ นำผลงานจาก 6 ศิลปินชั้นครูของไทย ร่วมประมูล

วันพฤหัสบดี ที่ 10 กรกฎาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

กลับมาอีกครั้งกับงานประมูลครั้งสำคัญสำหรับนักสะสมและคนรักศิลปะ Bangkok Art Auction (บางกอก อาร์ตอ็อกชั่น) จัดงานประมูลศิลปะภายใต้ชื่อ “The Prime Platinum” (เดอะ ไพร์ม แพลตินัม) เปิดประสบการณ์งานประมูลศิลปะ ครั้งแรกของประเทศไทยที่มีผลงานระดับไอคอนิคจากศิลปินชั้นครูทั้ง 6 ท่าน ได้แก่ ถวัลย์ ดัชนี, นที อุตฤทธิ์, อังคาร กัลยาณพงศ์, เฉลิมชัย โฆษิตพิพัฒน์, ชาติชาย ปุยเปีย และ ทวี นันทขว้าง มาปรากฏบนเวทีประมูลเดียวกัน คัดสรรผลงานศิลปะโดดเด่นที่มีเอกลักษณ์ทรงคุณค่าหาชมได้ยาก และมีมูลค่ารวมกันสูงที่สุดเท่าที่เคยมีมาในวงการประมูลศิลปะไทย  

เสริมคุณ คุณาวงศ์ ประธานบางกอก อาร์ต อ๊อกชั่น

The Prime Platinum ผลงานที่เข้าร่วมประมูลทั้งหมดล้วนเป็นที่สุดมีความพิเศษในแง่มุมต่างๆ และน่าหลงใหล เตรียมประมูลในวันอาทิตย์ที่ 20 กรกฎาคม 2568 เวลา 14.00 น พร้อมจัดแสดงนิทรรศการให้ชมก่อนอย่างใกล้ชิด ตั้งแต่วันที่ 11–20 กรกฎาคม 2568 เวลา 10.00 น. – 18.00 น. ณ บ้านพิพิธภัณฑ์คุณาวงศ์ ซอยลาดพร้าว 54 โดยมีชิ้นงาน 77 ผลงาน แบ่งเป็น ระดับมาสเตอร์พีซ จำนวน 6 ชิ้น ตามด้วยการประมูล The Prime อีกจำนวน 51 ชิ้น และขายแบบไพรเวทเซลล์ 20 ชิ้น

เสริมคุณ คุณาวงศ์ ประธานบางกอก อาร์ต อ๊อกชั่น กล่าวว่า นับเป็นการรวมงานชิ้นเยี่ยมที่มีราคาสูงครั้งสำคัญที่สุดของไทย ตอบรับกระแสความตื่นตัวในการสะสมงานศิลปะทั้งในฐานะชิ้นงานทางสุนทรียะภาพ และทางเลือกด้านการลงทุน ภาพรวมการลงทุนในศิลปะทั่วโลกในปี 2024 มีมูลค่ารวมถึง 1.88 ล้านล้านบาท โดยประเทศที่มีกำลังซื้อสูงคือ สหรัฐอเมริกา สาธารณรัฐประชาชนจีนและอังกฤษ ส่วนในเอเชียประเทศที่มีกำลังซื้อสูงอันดับต้นๆ คือ ญี่ปุ่นและเกาหลี ขณะที่ความตื่นตัวในแวดวงศิลปะของประเทศแถบอาเซียนก็แสดงออกสะท้อนจากจำนวนชิ้นงานที่ขายได้ มูลค่าการประมูลที่สูงขึ้น และจำนวนผู้สะสมงานที่มากขึ้นทั้งในสิงคโปร์,อินโดนีเซีย และเวียดนาม ส่วนในประเทศไทยมีความตื่นตัวเป็นลำดับตลอด 5 ปีที่ผ่านมา พร้อมๆ กับการขยายตัวของสินค้าที่เชื่อมโยงกับศิลปะ เช่น ภาพพิมพ์ offset และ Art Toy เป็นแรงหนุนให้ตลาดศิลปะขยายไปสู่คนวงกว้างอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน

ใบหน้าแผ่นดิน” โดย ถวัลย์ ดัชนี

“Venus” โดย นที อุตฤทธิ์

“กนกรุขชาติ” โดย อังคาร กัลป์ยาณพงศ์

ผลงานระดับมาสเตอร์พีซที่เข้าร่วมประมูล จำนวน 6 ชิ้น มีดังนี้ “ใบหน้าแผ่นดิน” โดย ถวัลย์ ดัชนี งานระดับมาสเตอร์พีซที่ อ.ถวัลย์เขียนขึ้นอย่างประณีตในปี 2012 เป็นการเขียนแบบจัดเต็มด้วยเทคนิคสีน้ำมันและปิดทองบนผ้าใบขนาด 1.50 × 2.00 เมตร รูปแสดงถึงความมีพลังดุดันแต่ซ่อนความอ่อนไหว นุ่มนวล เห็นได้จากตาของนก เขี้ยวของเสือหรือเขี้ยวฉลามซึ่งมีพลังและความดุดัน แต่เส้นสายแห่งพลังที่อาจารย์ถวัลย์เขียนกลับเต็มไปด้วยความนุ่มนวลและอ่อนไหว จากรูปจั๊กจั่นสร้างความรื่นเริงน่ารักท่ามกลางเรื่องต่างๆ ของสรรพสัตว์บนโลกมีความสงบและความเมตตา ซึ่ง อ.ถวัลย์ได้ถ่าย ทอดบนใบหน้าของพระพุทธองค์ รูปเขียนอันทรงคุณค่าชิ้นนี้เริ่มต้นประมูลที่ 10,000,000 บาท, “Venus” โดย นที อุตฤทธิ์ ผลงานในยุคคลาสสิคของศิลปินร่วมสมัยลือนามของไทยที่มีสถิติบันทึกการประมูลในระดับนานาชาติต่อเนื่องถึง 10 ปี งานชิ้นนี้สร้างในปี 2004 เป็นหนึ่งใน movement สำคัญต่อเนื่องจากงานชุด Silent Laughing of Monsters ซึ่งเป็นชุดงานที่ศิลปินเขียนถึงชิ้นงานคลาสสิคของศิลปะตะวันตก ใช้เทคนิคราดสีเคลือบไม้ลงบนชิ้นงานที่เขียนอย่างสมบูรณ์แล้วเพื่อสร้างร่องรอยคั่นกลางระหว่างชิ้นงานกับผู้ชม ชิ้นงานขนาด 1.20 x 1.70 เมตร เริ่มประมูลที่ 4,500,000 บาท, “กนกรุขชาติ” โดย อังคาร กัลยาณพงศ์ ชิ้นงานสีฝุ่นบนผ้าใบที่เป็น rare item ของ อ.อังคารอย่างแท้จริง ชิ้นงานขนาด 0.75 x 1.08 เมตร สร้างขึ้นในปี 1997 เป็นงานชิ้นเยี่ยมหนึ่งใน 4 ของชุดผลงานที่มีความสำคัญและเป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวางในงานเขียนเกี่ยวกับพืชพันธุ์แห่งสวรรค์ ด้วยเส้นสาย สี และเทคนิคเฉพาะตัวอันทรงคุณค่า เริ่มต้นประมูลที่ 2,900,000 บาท, “มังกรในจินตนาการ” โดย เฉลิมชัย โฆษิตพิพัฒน์ งานเขียนสัตว์มงคลชิ้นนี้เป็นจินตนาการของอาจารย์ที่รวมเอาความยิ่ง ใหญ่ของมังกรเข้ากับความศักดิ์สิทธิ์ของพญานาค ประกอบร่างเป็นรูปสัตว์มงคลองค์นี้ เทคนิคอะคริลิคและดินสอบนผ้าใบขนาด 64.5 x 89.5 เซนติเมตร บนโทนสีอ่อนเบาตา เริ่มต้นประมูลที่ 2,200,000 บาท,“Still Life”โดย ชาติชาย ปุยเปีย ผลงานยุคคลาสสิคของศิลปินร่วมสมัยคนสำคัญของไทยที่สร้างขึ้นเมื่อ 17  ปีที่แล้ว ด้วยสโตรกอันฉกาจฉกรรจ์ ในวัยหนุ่มเมื่อศิลปินสร้างผลงานระดับ ท็อปฟอร์มบนผ้าใบขนาด 1.00 x 2.00 เมตร กับเทคนิคสีน้ำมัน แว็กซ์และเทคนิคปิดทอง งานชุดดอกไม้เป็นหนึ่งในงานหายากของศิลปิน เริ่มต้นประมูลที่ 3,200,000 บาท ,“Untitled” โดย ทวี นันทขว้าง ศิลปินแลนด์สเขปและหุ่นนิ่งที่มีสีสันและบรรยากาศเฉพาะตัวกับงาน Landscape realisticในยุคคลาสสิคที่สร้างขึ้นในปี 1978 อันทรงคุณค่า ขนาด 60 x 90 เซนติเมตร เริ่มต้นประมูลที่ 2,400,000 บาท

“Still Life” โดย ชาติชาย ปุยเปีย

“มังกรในจินตนาการ” โดย เฉลิมชัย โฆษิตพิพัฒน์

“Untitled” โดย ทวี นันทขว้าง

ในงานประมูลครั้งนี้ นอกจากผลงานจากศิลปินไทยระดับมาสเตอร์พีซแล้วยังประกอบด้วยผลงานการประมูลThe Prime ซึ่งมีศิลปะของศิลปินชั้นนำหลากหลายเข้าร่วม ทั้งผลงานสีพลาสเทลของจักรพันธุ์ โปษยกฤต งาน Abstract ระดับคุณภาพของประเทือง เอมเจริญ ชิ้นงานยุคต้นของพินรี สัณฑ์พิทักษ์ งานไอคอนิกของ Alex Face งานชิ้นอลังการของ 2Choeyภาพพิมพ์ Murakami ที่ราคาเริ่มต้นเพียง 30,000 บาท รวมไปถึงบรัชเวิร์คทรงพลังของถวัลย์ ดัชนี บนพื้นแดงที่หาได้ยาก สำทับด้วยงานไพรเวทเซลล์หลากหลายระดับราคาจำนวน 21 ชิ้น อีกด้วย