บางกอกแอร์เวย์สเสิร์ฟเมนูฟิวชัน ‘บันน้ำพริกอ่อง’

บางกอกแอร์เวย์สเสิร์ฟเมนูฟิวชัน ‘บันน้ำพริกอ่อง’

บางกอกแอร์เวย์สเสิร์ฟเมนูฟิวชัน ‘บันน้ำพริกอ่อง’

วันพุธ ที่ 16 กรกฎาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

บริษัท การบินกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือสายการบินบางกอกแอร์เวย์สให้บริการเสิร์ฟเมนูฟิวชัน “บันน้ำพริกอ่อง” ที่นำเสนอเสน่ห์ของอาหารเหนือในรูปแบบใหม่อย่างลงตัว

น้ำพริกอ่อง เมนูท้องถิ่นชื่อดังของภาคเหนือที่ครองใจด้วยรสชาติอันเป็นเอกลักษณ์ หวานเค็มกลมกล่อม รสเปรี้ยวเล็กน้อยจากมะเขือเทศ ผสานความหอมของเครื่องแกงและหมูสับ ทานคู่กับผักลวก เป็นเมนูที่เข้าถึงง่ายและถูกใจทุกเพศทุกวัย มารังสรรค์ใหม่แบบฟิวชันเป็น “บันน้ำพริกอ่อง” ขนมปังเนื้อเนียนนุ่มสไตล์ตะวันตก ทานแล้วได้ทั้งรสชาติแปลกใหม่ที่ยังคงความอัตลักษณ์ไทยไว้อย่างชัดเจน ลิ้มลองเมนูสุดยูนีคนี้ได้ ณ ห้องรับรองผู้โดยสาร บูลริบบอนคลับเลานจ์ และบูทีคเลานจ์ สนามบินเชียงใหม่ ตลอดเดือนกรกฎาคมนี้  

สัมผัสประสบการณ์ระดับพรีเมียม และสิ่งอำนวยความสะดวกและการบริการที่ใส่ใจ พร้อมพักผ่อนเติมพลังก่อนออกเดินทางไปกับบางกอกแอร์เวย์ส สนใจสำรองที่นั่งติดต่อที่ศูนย์บริการข้อมูลลูกค้า Call Center 1771 หรือ 02-270-6699 ตั้งแต่เวลา 08.00 น.-20.00 น. PGLiveChat:  https://bit.ly/PGLiveChatTH เว็บไซต์ www.bangkokair.com และติดตามข่าวสารพร้อมอัปเดตโปรโมชันได้ทางเฟซบุ๊ก https://www.facebook.com/FlyBangkokAir หรือ Line Official Account: @flybangkokair เพียงคลิกที่ https://bit.ly/addfriend_pgline  

‘อภิสิทธิ์ เวชาชีวะ’ ชวนรวมพลังสร้างการเปลี่ยนแปลงให้ ‘คนพิเศษ’ บริจาคเงินสนับสนุน ‘มหกรรมกีฬาสเปเชียลโอลิมปิคชิงแชมป์ประเทศไทย’

‘อภิสิทธิ์ เวชาชีวะ’ ชวนรวมพลังสร้างการเปลี่ยนแปลงให้ ‘คนพิเศษ’ บริจาคเงินสนับสนุน ‘มหกรรมกีฬาสเปเชียลโอลิมปิคชิงแชมป์ประเทศไทย’

‘อภิสิทธิ์ เวชาชีวะ’ ชวนรวมพลังสร้างการเปลี่ยนแปลงให้ ‘คนพิเศษ’ บริจาคเงินสนับสนุน ‘มหกรรมกีฬาสเปเชียลโอลิมปิคชิงแชมป์ประเทศไทย’

วันพุธ ที่ 16 กรกฎาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

สมาคมกีฬาสเปเชียลโอลิมปิคแห่งประเทศไทย สานต่อโครงการ “สเปเชียลโอลิมปิค” อย่างต่อเนื่องมากว่า 30 ปี ล่าสุด เตรียมจัดการแข่งขันมหกรรมกีฬาสเปเชียลโอลิมปิคชิงแชมป์ประเทศไทย ปี 2568 ระหว่างวันที่ 21-24 กรกฎาคม 2568 ณ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ รังสิต พร้อมเชิญชวนคนไทยร่วมสนับสนุนให้โอกาสนักกีฬาพิเศษ

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตนายกรัฐมนตรี และทูตสเปเชียลโอลิมปิคไทย กล่าวว่า ในหมู่ผู้พิการทางสติปัญญาทั่วประเทศกว่า 300,000 คน และมีนักกีฬาพิเศษอยู่จำนวน 30,000 คน จะมีนักกีฬาประมาณ 700-800 คน ได้รับโอกาสเข้าร่วมการแข่งขันสเปเชียลโอลิมปิคระดับชาติที่จะเกิดขึ้นปลายเดือนกรกฎาคม นี้ ซึ่งนักกีฬาเหล่านี้ รอคอยโอกาสจากทุกคน จึงอยากเชิญชวนให้ร่วมสนับสนุน มอบความสุขและรอยยิ้มให้กับนักกีฬาพิเศษ โดยบริจาคเงิน 2,000 บาท ส่งนักกีฬาเข้าร่วมแข่งขัน 1 คน หรือบริจาคตามจิตศรัทธาให้สมาคมฯ นำเงินบริจาคไปรวมกัน เพื่อสนับสนุนนักกีฬา

“น้องน้ำหนาว เด็กนักเรียนมัธยมปีที่ 2 และน้องฟ้าใส วัย 8 ขวบ เป็นตัวอย่างของนักกีฬาพิการพิเศษที่มีโอกาสเข้าร่วมแข่งขันสเปเชียลโอลิมปิค โดยในปีที่ผ่านมา น้องน้ำหวานสามารถคว้า 3 เหรียญเงินจากการแข่งขันมาได้ แม้ว่าจะฝึกซ้อมในโรงเรียนต่างจังหวัด ทำให้มีกำลังใจในการพัฒนาตัวเองมากยิ่งขึ้น ในขณะที่น้องฟ้าใส เข้าแข่งขันกีฬาระดับอนุบาลสเปเชียลโอลิมปิค ได้รับการจุดประกายความมุ่งมั่นในเรื่องกีฬา ซึ่งจะช่วยส่งเสริมสุขภาพพลานามัย พัฒนาด้านจิตใจและอารมณ์ เชื่อว่าจะทำให้น้อง ๆ สามารถช่วยเหลือตัวเอง และดำเนินชีวิตอย่างมีคุณค่าในอนาคต”  นายอภิสิทธิ์ กล่าว

ทั้งนี้ รายได้ทั้งหมดนำไปสนับสนุนกิจกรรมของสมาคมกีฬาสเปเชียลโอลิมปิคแห่งประเทศไทย และผู้บริจาคสามารถใบเสร็จไปใช้ลดหย่อนภาษีได้ โดยโอนผ่านบัญชีธนาคารกรุงไทย สาขาการกีฬาแห่งประเทศไทย (หัวหมาก) ชื่อบัญชี “สมาคมกีฬาสเปเชียลโอลิมปิคแห่งประเทศไทย” เลขบัญชี 986-8-12483-2 หลังโอนเงิน กรุณาแจ้งชื่อ-ที่อยู่ เบอร์โทร พร้อมเลขประจำตัวผู้เสียภาษี 13 หลักและหลักฐานการโอนมายัง Email:  solympicsthai@gmail.com  สอบถามเพิ่มเติม คุณสถาพร โทร. 081-902 4636 หรือโอนผ่าน QR Code (ลดหย่อนอัตโนมัติในนามเจ้าของบัญชี

สเปเชียลโอลิมปิค เป็นโครงการนานาชาติ ที่ส่งเสริมความเข้าใจและสร้างพื้นที่ในสังคมให้กับผู้พิการทางสติปัญญา ซึ่งเป็นกลุ่มผู้พิการที่มีประชากรจำนวนมากที่สุด โดยใช้กีฬาเป็นสื่อในการพัฒนาสุขภาพพลานามัย และการเรียนรู้ เพื่อสร้างโอกาสและความเสมอภาคทางสังคมของผู้พิการกลุ่มนี้ ทั้งนี้ ในประเทศไทยพบว่า มีผู้พิการหรือบกพร่องทางสติปัญญาที่จดทะเบียนประมาณ 350,000 คน ผู้พิการกลุ่มนี้เป็นผู้ที่ด้อยโอกาสทางสังคมมากที่สุด มีปัญหาด้านสุขภาพมากที่สุด และ ขาดความเข้าใจหรือการยอมรับมากที่สุด

สเปเชียลโอลิมปิคไทย ก่อตั้งขึ้นในปี พ.ศ. 2531 เป็นหนึ่งใน 190 ประเทศสมาชิกทั่วโลกของโครงการสเปเชียลโอลิมปิคสากลซึ่งริเริ่มโดย นางยูนิส เคเนดดี้ ไชร์เวอร์ ในปี คศ.1968 จดทะเบียนเป็นสมาคมกีฬากับ การกีฬาแห่งประเทศไทย ในนาม สมาคมกีฬาสเปเชียลโอลิมปิคแห่งประเทศไทย นายกสมาคมฯปัจจุบัน คือ ดร.นริศ ชัยสูตร

นักกีฬาสเปเชียลโอลิมปิค หรือ นักกีฬาพิเศษ เป็นผู้ที่มีเชาว์ปัญญา(ไอคิว)ไม่เกิน 80  ปัจจุบัน ประเทศไทยมีนักกีฬาร่วมโครงการสเปเชียลโอลิมปิค กว่า 30,000  คนในทุกจังหวัดทั่วประเทศ  โดยได้รับโอกาสเข้าร่วมกิจกรรมที่กีฬาหลากหลาย ทั้งรายการกีฬาในรูปแบบของกีฬาโอลิมปิค ตลอดจน กิจกรรมกีฬาอนุชนเพื่อการพัฒนาระยะวัยเยาว์ กิจกรรมทักษะกลไกลสำหรับผู้พิการซ้ำซ้อน ตลอดจน โครงการตรวจคัดกรองสุขภาพโดยแพทย์อาสา ที่เชื่อมต่อระบบสาธารณสุขชุมชน เพื่อให้ผู้พิการทางปัญญาในพื้นที่ต่างๆได้รับการป้องกันดูแลสุขภาพอย่างทั่วถึง

ทุกวันนี้ ประชากรนักกีฬาสเปเชียลโอลิมปิคมีมากกว่า 6 ล้านคนทั่วโลก เข้าร่วมกิจกรรมสเปเชียลโอลิมปิคนับแสนรายการในทุกมุมของโลกตลอดทั้งปี นักกีฬาพิเศษเหล่านี้ได้รับโอกาสในการพัฒนาสุขภาพ ความสามารถในการเรียนรู้ และการสื่อสาร อันนำไปสู่การอยู่ร่วมกันทางสังคม

‘สหพัฒนพิบูล’ ร่วมแคมเปญ ‘บุญจักษุ (บุน-ยะ-จัก-ษุ)’ รณรงค์เชิญชวนบริจาคดวงตา เพื่อผู้ป่วยกระจกตาพิการ

‘สหพัฒนพิบูล’ ร่วมแคมเปญ ‘บุญจักษุ (บุน-ยะ-จัก-ษุ)’  รณรงค์เชิญชวนบริจาคดวงตา เพื่อผู้ป่วยกระจกตาพิการ

‘สหพัฒนพิบูล’ ร่วมแคมเปญ ‘บุญจักษุ (บุน-ยะ-จัก-ษุ)’ รณรงค์เชิญชวนบริจาคดวงตา เพื่อผู้ป่วยกระจกตาพิการ

วันพุธ ที่ 16 กรกฎาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

เพียงดวงตาคู่เดียว สามารถเปลี่ยนชีวิตให้ใครสักคน บริษัท สหพัฒนพิบูล จำกัด (มหาชน) หรือ SPC ร่วมเป็นพลังสำคัญในแคมเปญ “บุญจักษุ (บุน-ยะ-จัก-ษุ)” เชิญชวนพนักงานและประชาชนร่วมบริจาคดวงตาให้กับ ศูนย์ดวงตาสภากาชาดไทย เพื่อมอบแสงสว่างและโอกาสใหม่ให้ผู้ป่วยกระจกตาพิการได้กลับมาใช้ชีวิตอย่างมีความหวังอีกครั้ง เดินหน้าสร้างการรับรู้-จุดประกายจิตสาธารณะในองค์กร พร้อมผลักดันคุณภาพชีวิตที่ดีให้สังคมไทย

นางนพวรรณ คล้ายโอภาส ผู้อำนวยการฝ่ายทรัพยากรบุคคล บริษัท สหพัฒนพิบูล จำกัด (มหาชน) หรือ SPC ผู้จัดจำหน่ายสินค้าอุปโภคบริโภคชั้นนำของประเทศไทย กล่าวว่า บริษัทได้เข้าร่วมเป็นหนึ่งในพันธมิตรหลักของแคมเปญ “บุญจักษุ (บุน-ยะ-จัก-ษุ)” ซึ่งจัดโดยศูนย์ดวงตาสภากาชาดไทย เพื่อรณรงค์และเชิญชวนประชาชนร่วมบริจาคดวงตา ช่วยฟื้นคืนแสงสว่างให้แก่ผู้ป่วยกระจกตาพิการ และยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้ป่วยทั่วประเทศ

แคมเปญ “บุญจักษุ (บุน-ยะ-จัก-ษุ)” มีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับการบริจาคดวงตา โดยเน้นการสื่อสารภายในองค์กรผ่านกิจกรรมต่างๆ อาทิ การอบรมให้ความรู้ การจัดเวิร์กชอป การให้ข้อมูลผ่านสื่อภายในองค์กร รวมถึงการอำนวยความสะดวกในการแสดงความจำนงบริจาคดวงตาของพนักงาน

ด้วยศักยภาพของพันธมิตรที่เข้าร่วมแคมเปญ ซึ่งล้วนเป็นองค์กรขนาดใหญ่ รวมพนักงานจำนวนมาก ทุกภาคีจะมีบทบาทร่วมสนับสนุนกิจกรรมของศูนย์ดวงตาสภากาชาดไทย ไม่ว่าจะเป็นการให้พื้นที่จัดกิจกรรม การเชิญศิลปินหรือพรีเซนเตอร์มาร่วมรณรงค์ รวมถึงการใช้ช่องทางขององค์กรเป็นสื่อกระจายข่าวสาร เพื่อจุดประกายและสร้างกระแสให้เกิดการมีส่วนร่วมในวงกว้าง

“SPC ในฐานะองค์กรที่ให้ความสำคัญกับการดำเนินธุรกิจควบคู่ไปกับการพัฒนาสังคม รู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของแคมเปญดี ๆ เราเชื่อว่าพลังเล็ก ๆ จากแต่ละคน จะสามารถสร้างความเปลี่ยนแปลงที่ยิ่งใหญ่ให้กับชีวิตของใครอีกหลายคนในสังคม” นางนพวรรณ กล่าว

ทั้งนี้ บริษัท สหพัฒนพิบูล จำกัด (มหาชน) ยังคงมุ่งมั่นในการดำเนินธุรกิจอย่างมีจริยธรรม พร้อมเป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนกิจกรรมเพื่อสาธารณประโยชน์ และสนับสนุนการพัฒนาสังคมไทยให้เติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืน สำหรับผู้ที่สนใจสามารถร่วมแสดงความจำนงบริจาคดวงตาให้แก่สภากาชาดไทย ได้ 2 ช่องทาง ดังนี้ แอปพลิเคชัน “บริจาคดวงตา – อวัยวะ” และ เว็บไซต์ https://eyeorgandonate.redcross.or.th

ฮันนีเซ่ ผลิตภัณฑ์บำรุงเส้นผมจากน้ำผึ้งเกรดพรีเมี่ยม

ฮันนีเซ่ ผลิตภัณฑ์บำรุงเส้นผมจากน้ำผึ้งเกรดพรีเมี่ยม

ฮันนีเซ่ ผลิตภัณฑ์บำรุงเส้นผมจากน้ำผึ้งเกรดพรีเมี่ยม

วันพุธ ที่ 16 กรกฎาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

ผลิตภัณฑ์เส้นผมแบรนด์ b-ex Thailand  เปิดตัว Honeycé (ฮันนีเซ่) Creamy Honey Series ผลิตภัณฑ์ดูแลเส้นผมจากน้ำผึ้งธรรมชาติ เกรดพรีเมี่ยม ประกอบด้วย 3 ผลิตภัณฑ์ ได้แก่ แชมพู ทรีทเม้นต์ และมาร์คบำรุงเส้นผม โดยคัดสรรสารสกัดจากธรรมชาติที่อ่อนโยน ปลอดภัยต่อเส้นผมรวมถึงหนังศีรษะ มีประสิทธิภาพในการบำรุง ปกป้อง และชุบชีวิตให้เส้นผม มีความแข็งแรง เงางาม 3 ผลิตภัณฑ์ ได้แก่ Honeycé Creamy Honey Shampoo, Honeycé Creamy Honey Treatment และ Honeycé Creamy Honey Hair Mask ดูข้อมูลเพิ่มเติมและสั่งซื้อสินค้าออนไลน์ได้ที่ Facebook : Honeycé Thailand https://www.facebook.com/HoneyceTH

ชวนมาดื่มด่ำ ‘บางลำพู foodGoodTaste’ กับ 9 เมนูต้องทานเมื่อมาบางลำพู

ชวนมาดื่มด่ำ ‘บางลำพู foodGoodTaste’  กับ 9 เมนูต้องทานเมื่อมาบางลำพู

ชวนมาดื่มด่ำ ‘บางลำพู foodGoodTaste’ กับ 9 เมนูต้องทานเมื่อมาบางลำพู

วันพุธ ที่ 16 กรกฎาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

อาหารไม่ได้กินแค่อิ่ม แต่อาหารจะบอกเล่าวิถีชีวิตและตัวตนของร้านค้าที่บางลำพู วิสาหกิจชุมชนเสน่ห์ย่านบางลำพู  ชวนมาสัมผัสประสบการณ์  “บางลำพู foodGoodTaste” รวบรวมอาหารและขนมที่ต้องทานเมื่อมาบางลำพู 9 เมนู 33 ชนิด จาก 18 ร้านค้า ด้วยราคาเพียง 1,111 บาท เปิดรอบรับประทานอาหาร วันที่ 19-20, 26-27 กรกฎาคม 2568 จำนวน 4 รอบ รอบละ 16 คนเท่านั้น เริ่มรับประทานอาหารเวลา 12.00-14.00 น. ณ ศูนย์เรียนรู้เสน่ห์บางลำพู

มาเปิดประสบการณ์ใหม่ ทานอาหารบางลำพู มาดูกระบวนการทำงานของเด็ก เยาวชน ในนาม “ไกด์เด็กบางลำพู” จากท่องเที่ยวทางเรือ เดินตรอก ออกซอย มาสู่การท่องเที่ยวผ่านอาหารบางลำพู แล้วคุณจะได้พบขุมทรัพย์ของบางลำพู ในฉบับชุมชนอย่างแท้จริง  ซึ่งถูกพัฒนาออกแบบมาจากชาวไกด์เด็กบางลำพู และทีมแม่ๆ ป้าๆ ในชุมชน พร้อมกับนักออกแบบ และเชฟต่างๆ มาร่วมด้วยช่วยกัน

ชวนมาลิ้มลอง Tasting Food บางลำพู ดื่มด่ำรสชาติแห่งบางลำพู กับเมนูที่คัดสรรจากร้านอาหารในย่าน นำมาสร้างสรรค์ใหม่ในสไตล์ร่วมสมัย แต่ยังคงเสน่ห์และเอกลักษณ์ของสูตรดั้งเดิมที่สืบทอดจากรุ่นสู่รุ่น ทุกจานอาหารถูกปรุงด้วยหัวใจของคนในชุมชน ถ่ายทอดเรื่องราวของบางลำพูผ่านรสชาติที่ไม่เคยเลือนหาย ณ ศูนย์การเรียนรู้บางลำพู (หลังวัดตรีทศเทพ)

ผู้สนใจสามารถจองรอบวันที่รับประทานอาหาร โดยอินบ๊อกซ์มาที่เพจเสน่ห์บางลำพู https://www.facebook.com/sanaebanglamphu/ พร้อมแจ้งชื่อ นามสกุล เบอร์โทรศัพท์ จำนวนคน การแพ้อาหาร และสลิปการโอนเงิน ไปที่ ธนาคารกสิกรไทย สาขาบางลำภู  เลขที่บัญชี 107-3-195787  ชื่อบัญชี บจก.เสน่ห์บางลำพู (วิสาหกิจเพื่อสังคม)

4 รีสอร์ท เซ็นทาราในภูเก็ต คว้าสถิติโลกกินเนสส์ กับเมนูผัดหมี่ฮกเกี้ยน จานใหญ่ที่สุดในโลก

4 รีสอร์ท เซ็นทาราในภูเก็ต คว้าสถิติโลกกินเนสส์ กับเมนูผัดหมี่ฮกเกี้ยน จานใหญ่ที่สุดในโลก

4 รีสอร์ท เซ็นทาราในภูเก็ต คว้าสถิติโลกกินเนสส์ กับเมนูผัดหมี่ฮกเกี้ยน จานใหญ่ที่สุดในโลก

วันพุธ ที่ 16 กรกฎาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

4 รีสอร์ท เซ็นทาราในภูเก็ต ผนึกกำลังร่วมสร้างประวัติศาสตร์ ในงาน “ภูเก็ต เพอรานากัน 2025” คว้า Guinness World Record กับเมนูผัดหมี่ฮกเกี้ยนจานใหญ่ที่สุดในโลก

โรงแรมและรีสอร์ทในเครือเซ็นทารา 4 แห่งในภูเก็ต ได้ร่วมมือกันเป็นส่วนหนึ่งของงานวัฒนธรรมสุดยิ่งใหญ่ “ภูเก็ต เพอรานากัน 2025” ที่จัดขึ้น ณ ปลายแหลมสะพานหิน เพื่อร่วมบันทึกประวัติศาสตร์การทำ “ผัดหมี่ฮกเกี้ยนที่ใหญ่ที่สุดในโลก” ซึ่งเป็นไฮไลต์สำคัญของงานปีนี้ และเป็นส่วนหนึ่งในการคว้า Guinness World Record มาให้จังหวัดภูเก็ตพร้อมผู้ประกอบการท้องถิ่น

การรวมพลังครั้งสำคัญนี้นำโดย โรงแรมเซ็นทารา กะรน รีสอร์ท ภูเก็ต,  โรงแรมเซ็นทารา กะตะ รีสอร์ต ภูเก็ต, โรงแรมเซ็นทารา วิลล่า ภูเก็ต และ โรงแรมเซ็นทารา แกรนด์บีช รีสอร์ท ภูเก็ต แต่ละโรงแรมได้คัดเลือกเชฟฝีมือเยี่ยม และผู้ประกอบการในท้องถิ่น มาร่วมผัดหมี่ฮกเกี้ยนจานยักษ์จำนวน 800 กิโลกรัม โดยสามารถจัดเสิร์ฟได้จำนวน 508 ถ้วย (ถ้วยละ 100 กรัม) และที่น่าประทับใจคือ หมี่ฮกเกี้ยนทั้งหมดได้ถูกจัดเรียงอย่างประณีตเป็นคำว่า “ภูเก็ต” กลายเป็นภาพสวยงามตระการตา สื่อถึงจิตวิญญาณและวัฒนธรรมอันมีชีวิตชีวาของจังหวัดอย่างงดงาม

ความสำเร็จครั้งนี้เกิดจากความร่วมมือของหลายภาคส่วน ไม่ว่าจะเป็นหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน ชุมชนในท้องถิ่น และผู้จัดงาน ซึ่งมีเป้าหมายสำคัญคือการส่งเสริมอัตลักษณ์ของภูเก็ตให้เป็นที่รู้จักในระดับนานาชาติ พร้อมทั้งอนุรักษ์และถ่ายทอดมรดกทางวัฒนธรรมอันทรงคุณค่าให้คงอยู่ต่อไป

“เรารู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่ง ที่ได้เป็นส่วนหนึ่งของกิจกรรมอันทรงคุณค่าเช่นนี้ และมีโอกาสร่วมถ่ายทอดความงดงามทางวัฒนธรรมของภูเก็ต ผ่านความสำเร็จด้านอาหารที่ทำลายสถิติโลก โดยความร่วมมือในวันนี้ได้สะท้อนให้เห็นถึงจิตวิญญาณของชุมชน และความสำคัญของการร่วมกันเฉลิมฉลองมรดกท้องถิ่นของทุกภาคส่วนอย่างแท้จริง” นายเดวิด มาร์เทน รองประธานฝ่ายปฏิบัติการ โรงแรมในเครือเซ็นทารา และผู้จัดการทั่วไปโรงแรมเซ็นทารากะรน กล่าว

เทศกาลภูเก็ตเพอรานากัน 2025 ได้รับความสนใจอย่างล้นหลาม ในฐานะงานที่สะท้อนความหลากหลายทางวัฒนธรรมของภูเก็ต โดยไฮไลต์สำคัญอย่างการท้าทายสถิติโลกกินเนสส์ได้แสดงให้เห็นถึงศิลปะด้านอาหารและพลังความร่วมมือของชุมชนบนเกาะแห่งนี้อย่างชัดเจน

คุณแหน : 16 กรกฎาคม 2568

คุณแหน : 16 กรกฎาคม 2568

คุณแหน : 16 กรกฎาคม 2568

วันพุธ ที่ 16 กรกฎาคม พ.ศ. 2568, 02.00 น.

ll สมคิด จันทมฤก ผวจ.ปทุมธานี เป็นประธานในพิธีวันคล้ายวันประสูติพระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี กรมหมื่นสุทธนารีนาถ ณ อาคารศาลารักษ์ปทุม ศาลากลางจ.ปทุมธานี..

ll ณัฐพงษ์ สงวนจิตร ผวจ.ตราด เป็นประธานจัดกิจกรรมจิตอาสาพัฒนา เนื่องในวันคล้ายวันประสูติ พระเจ้าวรวงศ์เธอพระองค์เจ้าโสมสวลีฯ 13 กรกฎาคม ณ วัดบางปรือ  อ.เมืองตราด..

ll วีรพงศ์ ฤทธิ์รอด รอง ผวจ.เชียงใหม่ เป็นประธานในพิธีเปิดกิจกรรมสัปดาห์ส่งเสริม พระพุทธศาสนา ทำบุญตักบาตร ถวายปัจจัย ข้าวสารอาหารแห้ง เพื่อเป็นสิริมงคล เนื่องในวันอาสาฬหบูชาและวันเข้าพรรษา ณ วัดพระสิงห์วรมหาวิหาร จ.เชียงใหม่..

ll นุสรา กาญจนกูล อธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา ได้นำชุดที่ตัดเย็บจากผ้าไหมยกดอกลำพูนและผ้าไหมตีนจก แม่แจ่มไปสวมใส่ให้กับ Mannekin Pis (ตุ๊กตาเด็กฉี่) ที่คนไทยรู้จักกันดี ณ กรุงบรัสเซลส์ ประเทศเบลเยียม เพื่อให้ชาวโลกรู้ถึงอัตลักษณ์หัตถกรรมผ้า GI ไทย ใครแวะเวียนไปช่วงนี้ไปชมกันได้..

ll เพื่อนๆชาว LSP#2 ยินดีกับ ดร.ศุภวรรณ ตีระรัตน์ ที่ได้เป็น ผอ.สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (ทีเส็บ) เริ่ม 1 ส.ค.นี้..

ll ดร.พญ.เลิศลักษณ์ ลีลาเรืองแสง ผอ.สำนักการแพทย์ กรุงเทพมหานคร และ ดร.ศิพัตม์ ไตรอุโฆษ ซีอีโอ บจ.ทรูอาย ได้ลงนาม MOU เพื่อร่วมกันวิจัย พัฒนา และทดลองใช้นวัตกรรมปัญญาประดิษฐ์ (AI) ทางการแพทย์ ยกระดับคุณภาพชีวิตคนกรุงเทพฯ โดยมี นพ.เกรียงไกร ตั้งจิตรมณีศักดา, สมิตา ธนะโสภณ ร่วมด้วย โครงการนี้จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการบริการด้านสาธารณสุข ต่อยอดเทคโนโลยีของไทยให้ทัดเทียมนานาชาติ และสร้างความมั่นคงทางเทคโนโลยี..

ll แม้ว่าจะจบมา 30 ปีแล้ว ชัยศักดิ์ อังค์สุวรรณ ได้นำชาว MPPM 1 เกือบ 30 คน ไปร่วมงานเลี้ยงฉลอง “70 ปี คณะรัฐประศาสนศาสตร์ นิด้า” งานนี้ กรกฎ ชาตะสิงห์, ชนะ สืบสิน, ศิริเพ็ญ จันทศิริ, ประภาพรรณ พิชัยคำ, วิภาจรี ศัลยะพงษ์, วิเชียร เอมประเสริฐสุข, พิทักษ์ ศิลป์ประสิทธิ์, ผศ.(พิเศษ) ดร.อภิสิทธิ์ ฉัตรทนานนท์, เกรียงศักดิ์ ศักดิ์เรืองนาม, อารีย์ กังวาลเนาวรัตน์,  นันทนา มีประเสริฐ ไม่พลาด..

ll วิรัช เสรีภาณุ กก.บมจ.แม็คกรุ๊ป (MC) องค์กรธุรกิจค้าปลีก ประเภทสินค้าแฟชั่นและสินค้าไลฟ์สไตล์  “แม็คยีนส์”  ที่ดำเนินธุรกิจมาเข้าสู่ปีที่ 51 แจ้งว่าที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทมีมติแต่งตั้ง แมทธิว กิจโอธาน เป็น ซีอีโอ บมจ.แม็คกรุ๊ป..

ll ข่าวสุดยินดี ดร.รัฐศาสตร์ กรสูต (เปปเปอร์ UHT) ขึ้นแท่นคุณพ่อป้ายแดง หลังมาดาม ศุภากร หล่อพิพัฒน์ ได้คลอดลูกสาวคนแรก ตั้งชื่อน่ารัก “น้องเรน่า” เพื่อนๆและแฟนคลับต่างร่วมยินดี..

ll ทวีศักดิ์ นิลวัชรมณี วันเกิดปีนี้ได้ใส่บาตรตอนเช้า แล้วมีประชุมงานตั้งแต่เช้าถึงค่ำเลยได้ฉลองกับครอบครัวที่บ้าน..

ll ณรงวิทย์ ชดช้อย ผอ.สวนสัตว์เปิดเขาเขียว สุดปลื้มที่วันเกิด 1 ขวบ “หมูเด้ง” ขวัญใจคนไทย มีทั้ง FC ไทยและเทศมาร่วมฉลองให้ทั้งที่สวนสัตว์และออนไลน์กันคับคั่ง อีกทั้งรอยเท้าหมูเด้งถูกประมูลในราคา 7 แสนบาทอีกด้วย..

โรงพยาบาลนวเวช จับมือ สนามกอล์ฟนวธานี ดูแลสุขภาพนักกอล์ฟ พร้อมบริการดูแลครบวงจร 24 ชม.

โรงพยาบาลนวเวช จับมือ สนามกอล์ฟนวธานี ดูแลสุขภาพนักกอล์ฟ  พร้อมบริการดูแลครบวงจร 24 ชม.

โรงพยาบาลนวเวช จับมือ สนามกอล์ฟนวธานี ดูแลสุขภาพนักกอล์ฟ พร้อมบริการดูแลครบวงจร 24 ชม.

วันอังคาร ที่ 15 กรกฎาคม พ.ศ. 2568, 16.24 น.

โรงพยาบาลนวเวช ร่วมมือกับ สนามกอล์ฟนวธานี (World Cup 1975) มุ่งดูแลสุขภาพและความปลอดภัยของนักกอล์ฟ ผู้บริหาร และพนักงาน โดยให้บริการดูแลรักษาครอบคลุมตลอด 24 ชั่วโมง ทั้งกรณีฉุกเฉิน อุบัติเหตุ และโรคเฉพาะทาง เช่น แม่และเด็ก หัวใจ และสมอง นวเวชได้รับการรับรองมาตรฐานสากล ISO 7101:2023 และ ISO 9001:2015 จาก AACI สหรัฐอเมริกา ยืนยันคุณภาพการรักษาและความปลอดภัยของผู้ป่วย โดยทีมบุคลากรที่ผ่านเกณฑ์มาตรฐานระดับโลก

ความร่วมมือในครั้งนี้ สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของทั้งสององค์กรในการยกระดับการดูแลสุขภาพในชุมชน โดยโรงพยาบาลนวเวช นำโดย ณดณ ณรงค์เดช และ อรณิชา มิ่งสมร PR Marketing Executive ได้หารือร่วมกับ สุขุมา ชยานนท์กรรมการผู้จัดการ และ พัชราภรณ์ จุโลทัย กรรมการบริหาร บริษัท เทพธานีกรีฑา จำกัด (มหาชน) เพื่อวางแนวทางความร่วมมือด้านบริการทางการแพทย์และความปลอดภัยสำหรับนักกอล์ฟและบุคลากรของสนาม แม้กอล์ฟจะเป็นกีฬาที่ไม่มีการปะทะโดยตรง แต่ก็เสี่ยงต่อการบาดเจ็บเรื้อรังจากการใช้งานกล้ามเนื้อซ้ำ ๆ ทางโรงพยาบาลนวเวชจึงพร้อมให้การดูแลโดยทีมแพทย์เฉพาะทางด้านกล้ามเนื้อกระดูก และข้อ ตั้งแต่การวินิจฉัย รักษา ไปจนถึงการผ่าตัดแบบครบวงจร

DIPROM – สุขสยาม จัดงาน ‘DIPROM X SOOKSIAM’ อวดโฉมยกระดับผลิตภัณฑ์ชุมชนสู่ตลาดจริง

DIPROM - สุขสยาม จัดงาน ‘DIPROM X SOOKSIAM’ อวดโฉมยกระดับผลิตภัณฑ์ชุมชนสู่ตลาดจริง

DIPROM – สุขสยาม จัดงาน ‘DIPROM X SOOKSIAM’ อวดโฉมยกระดับผลิตภัณฑ์ชุมชนสู่ตลาดจริง

วันอังคาร ที่ 15 กรกฎาคม พ.ศ. 2568, 16.05 น.

กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม หรือดีพร้อม (DIPROM) ร่วมกับ เมืองสุขสยาม ณ ไอคอนสยาม ชั้น G เปิดพื้นที่มาร์เก็ตเพลสใจกลางกรุงธนบุรีแม็กเน็ทระดับประเทศ จัดงาน “DIPROM X SOOKSIAM” เสริมพลังผู้ประกอบการไทย นำอัตลักษณ์ไทยเข้าถึงใจทุกคน พร้อมโชว์ศักยภาพการพัฒนาผลิตภัณฑ์ชุมชนและสร้างแบร์นกว่า 50 ต้นแบบ เพื่อทดสอบตลาดและเชื่อมโยงเข้าสู่ตลาดจริงได้ ภายใต้โครงการพัฒนาผลิตภัณฑ์ด้วย Data Analytic & Plug-in Media ระหว่าง    14 – 16 กรกฎาคม นี้ ที่เมืองสุขสยาม ณ ไอคอนสยาม ชั้น G

นางสาวสุวิมล จินตวัฒน์ นักวิเคราะห์นโยบายและแผนชำนาญการพิเศษ รักษาการในตำแหน่งผู้เชี่ยวชาญด้านพัฒนาอุตสาหกรรมชุมชมชน กล่าวว่า ปัจจุบันการพัฒนาผลิตภัณฑ์ชุมชนต้องสร้างสรรค์ผสมผสานสิ่งใหม่ ๆ และตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภค ด้วยความก้าวหน้าของเทคโนโลยีและการเพิ่มขึ้นของข้อมูลดิจิทัล การนำผลการวิเคราะห์ข้อมูลจากสื่อต่าง ๆ มาผสานเทคโนโลยีดิจิทัล โปรแกรมคอมพิวเตอร์ความเข้าใจพฤติกรรมของผู้บริโภค แนวโน้มของตลาด หรือคาดการณ์ความต้องการของผู้บริโภคในอนาคตมาช่วยในการออกแบบ จะช่วยให้การพัฒนาผลิตภัณฑ์เป็นไปอย่างรวดเร็ว ยืดหยุ่นสามารถปรับเปลี่ยนตามสถานการณ์ และความต้องการของตลาดได้อย่างมีประสิทธิภาพ อีกทั้ง ยังช่วยสร้างความน่าสนใจและเพิ่มประสบการณ์การใช้งานที่ตอบโจทย์ผู้บริโภคได้เป็นอย่างดี

กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม หรือ ดีพร้อม (DIPROM) ได้ตระหนักและมุ่งส่งเสริมผู้ประกอบการชุมชนให้มีขีดความสามารถในการแข่งขันและสร้างความแข็งแกร่งให้กับเศรษฐกิจฐานราก ภายใต้นโยบาย “ดีพร้อมคอมมูนิตี้ ที่นี่มีแต่ให้” ของนางสาวณัฏฐิญา เนตยสุภา อธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม เพื่อยกระดับเศรษฐกิจฐานรากอย่างเป็นระบบด้วยกลยุทธ์ 4 ให้ ได้แก่ ให้ทักษะใหม่ ให้เครื่องมือทันสมัย ให้โอกาสโตไกล และให้ธุรกิจที่ดีคู่ชุมชน ผ่านการดำเนินงานโครงการพัฒนาผลิตภัณฑ์ด้วย Data Analytic & Plug-in Media เพื่อผลักดันให้ผู้ประกอบการชุมชนสามารถพัฒนาผลิตภัณฑ์และสร้างแบรนด์ได้อย่างมีประสิทธิภาพพร้อมเชื่อมโยงเข้าสู่ตลาดจริงได้

นางสาวสุวิมล กล่าวต่อว่า สำหรับโครงการพัฒนาผลิตภัณฑ์ด้วย Data Analytic & Plug-in Medi จะเน้นการเพิ่มศักยภาพในการออกแบบและพัฒนาผลิตภัณฑ์ด้วย Data Analytic ให้มีความโดดเด่น มีคุณภาพมาตรฐาน มีมูลค่าเพิ่มขึ้น และสามารถตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคปัจจุบันแล้ว ยังเป็นการพัฒนาเชิงลึกที่ใช้ข้อมูลและเทคโนโลยีมาช่วยยกระดับผลิตภัณฑ์ผู้ประกอบการให้สามารถแข่งขันได้จริงในตลาด ด้วยแนวคิด ‘Data-Driven Design & Market-Oriented Branding’ ไม่ใช่เพียงแค่การออกแบบให้สวย แต่คือการวิเคราะห์เพื่อให้ได้ผลิตภัณฑ์ที่ตรงกับความต้องการของผู้บริโภคและพัฒนากลยุทธ์ทางการตลาดให้ตอบโจทย์ผู้บริโภคได้อย่างตรงจุด นอกจากนี้ ยังเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการได้ทดสอบตลาดในสถานการณ์จริง ซึ่งจะเป็นรากฐานสำคัญของการสร้างธุรกิจอย่างยั่งยืน ในงาน DIPROM X SOOKSIAM “เสริมพลังผู้ประกอบการไทย นำอัตลักษณ์ไทยเข้าถึงใจทุกคน” ระหว่าง 14 – 16 กรกฎาคม นี้ ที่ เมืองสุขสยาม ณ ไอคอนสยาม ชั้น G โดย ดีพร้อม ได้ร่วมมือกับ SOOKSIAM เปิดพื้นที่มาร์เก็ตเพลสใจกลางกรุงธนบุรีแม็กเน็ทระดับประเทศ เพื่อให้ผู้ประกอบการที่เข้าร่วมโครงการครั้งนี้สามารถทดสอบตลาด พร้อมรับฟังข้อเสนอแนะโดยตรงจากผู้บริโภค เพื่อใช้ปรับปรุงและพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้เหมาะสมยิ่งขึ้น เป็นการจำลองสถานการณ์ทางธุรกิจที่สามารถนำไปใช้จริงในการขยายตลาดและเพิ่มศักยภาพทางเศรษฐกิจในระดับชุมชนเพื่อเสริมพลังให้ผู้ประกอบการเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้อย่างกว้างขวางมากขึ้น

โดยแบ่งออกเป็น 2 กิจกรรม คือ 1) กิจกรรมการสร้างการรับรู้และสร้างประสบการณ์ที่ดีต่อผู้บริโภค การสื่อสาร และการประชาสัมพันธ์กิจกรรมต่าง ๆ ภายในโครงการฯ ผ่านช่องทางการสื่อสารต่าง ๆ ที่ได้ร่วมมือกันระหว่าง กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม(DIPROM), เมือง SOOKSIAM และ KOL และ 2) กิจกรรม Analytic & Plug-in Media Show Case เป็นการจัดแสดงผลงานต้นแบบผลิตภัณฑ์ที่ได้รับการพัฒนากว่า 50 ผลิตภัณฑ์ จากผู้ประกอบการในพื้นที่ส่วนกลางและศูนย์ส่งเสริมอุตสาหกรรมภาคที่ 1-11 ศูนย์ของดีพร้อมทั่วประเทศ

และมีการจัดจำหน่ายจริงภายในลานเมือง 2 และประตูสุวรรณศาลา เมืองสุขสยาม ณ ไอคอนสยาม ชั้น G  ในรูปแบบ Pop Up Store เพื่อสร้างบรรยากาศที่ทันสมัยและเข้าถึงลูกค้าได้อย่างใกล้ชิด พร้อมกิจกรรมไฮไลต์ THAILAND WE CAN DO ซึ่งจัดร่วมกับโปรโมชันส่งเสริมการขายของเมืองสุขสยาม โดยมอบสิทธิพิเศษให้ลูกค้าที่มาร่วมงานได้เข้าร่วมกิจกรรม DIY (Do It Yourself) ลงมือทำผลิตภัณฑ์ตัวอย่างด้วยตนเอง อาทิ การปั้น การระบายสี หรือการตกแต่งผลิตภัณฑ์ จำนวน วันละ 25 ผลิตภัณฑ์ (จำกัด 1 ผลิตภัณฑ์ต่อลูกค้า 1 ท่าน) เพื่อกระตุ้นการทดลองสินค้าและสร้างประสบการณ์ตรงที่น่าจดจำ พร้อมเชื่อมโยงและสร้างการรับรู้ถึงศาสตร์และวิถีของไทยผ่านผลิตภัณฑ์ที่ได้รับการพัฒนาด้วย Data Analytics ผสานแนวคิด Soft Power ของไทย ขณะเดียวกัน ดีพร้อมยังเปิดโอกาสให้กัผู้ประกอบการชุมชนกว่า 40 รายจากทั่วประเทศ ในกลุ่มของใช้ ของตกแต่ง และของที่ระลึก ที่สะท้อนอัตลักษณ์ท้องถิ่น ได้อย่างโดดเด่นมานำเสนอและจำหน่ายผลิตภัณฑ์โดยตรงแก่ผู้บริโภคเพื่อให้เกิดการรับรู้และร่วมสนับสนุนสินค้าชุมชนอีกด้วย

ทั้งนี้ กิจกรรม DIPROM X SOOKSIAM ในครั้งนี้ ไม่เพียงเป็นเวทีแสดงผลงาน แต่ยังเป็นจุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนผ่านธุรกิจชุมชนให้ก้าวสู่ยุคใหม่ ภายใต้การสนับสนุนของดีร้อมที่มุ่งเน้นการพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากให้เข้มแข็งควบคู่กับการใช้เทคโนโลยีและความคิดสร้างสรรค์อย่างเป็นระบบ นางสาวสุวิมล กล่าวทิ้งท้าย

-(016)

คณะกรรมการลูกเสือผู้ทรงคุณวุฒิ มอบเครื่องสำรองไฟและแผงโซล่าร์เซลล์ ในโครงการ “ลูกเสือไทย ส่งไฟให้ชายแดน”

คณะกรรมการลูกเสือผู้ทรงคุณวุฒิ มอบเครื่องสำรองไฟและแผงโซล่าร์เซลล์ ในโครงการ “ลูกเสือไทย ส่งไฟให้ชายแดน”

คณะกรรมการลูกเสือผู้ทรงคุณวุฒิ มอบเครื่องสำรองไฟและแผงโซล่าร์เซลล์ ในโครงการ “ลูกเสือไทย ส่งไฟให้ชายแดน”

วันอังคาร ที่ 15 กรกฎาคม พ.ศ. 2568, 15.31 น.

คณะกรรมการลูกเสือผู้ทรงคุณวุฒิ นำโดย พล.อ.อ. ธงชัย แฉล้มเขตร  มอบเครื่องสำรองไฟ Power Box พร้อมด้วยแผงโซล่าร์เซลล์ ให้แก่ พ.ต.ต. วิชัย สิทธิ ผู้บังคับกองร้อยตำรวจตระเวนชายแดนที่ 215 ต.นางรอง อ.นารอง จ.บุรีรัมย์ รับผิดชอบ  อำเภอละหารทราย บุรีรัมย์ ถึงรอยต่ออำเภอตาพระยา สระแก้ว ,พ.ท.ศรายุทธ มาลาสาย  ผู้บังคับกองพันทหารราบที่ 22 รับผิดพื้นที่ชายเเดนไทย- กัมพูชาบริเวณ ปราสาทตาควาย อำเภอพนมดงรัก จังหวัดสุรินทร์   และ พ.อ.สุรกิจ กาฬเนตร ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจที่ 1 กองกำลังสุรนารี รับผิดชอบปฏิบัติงานด้านพื้นที่ชายแดนไทยกัมพูชาตั้งแต่อำเภอน้ำยืนจังหวัดอุบลราชธานีถึงอำเภอกันทรลักษ์ จังหวัดศรีสะเกษ  เพื่อใช้ในจุดเฝ้าระวังชายแดนไทย กัมพูชาที่ไม่มีไฟฟ้า หรือไฟฟ้าดับบ่อย