TinderⓇ สนับสนุนคนโสดเป็นตัวของตัวเอง 61% Gen Z ไทยเปิดกว้างรับความแตกต่าง

TinderⓇ สนับสนุนคนโสดเป็นตัวของตัวเอง 61% Gen Z ไทยเปิดกว้างรับความแตกต่าง

TinderⓇ สนับสนุนคนโสดเป็นตัวของตัวเอง 61% Gen Z ไทยเปิดกว้างรับความแตกต่าง

วันอังคาร ที่ 1 กรกฎาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

ในยุคดิจิทัลที่หลายคนให้ความสำคัญกับโปรไฟล์ที่ดูดีหรือภาพเซลฟี่ที่สุดเพอร์เฟค แต่ผู้ใช้ TinderⓇ แอพหาคู่ที่ปฏิวัติวิธีในการพบปะและเชื่อมต่อกับผู้คนใหม่ ๆ ได้เปลี่ยนความคิดด้วยการให้ความสำคัญกับสิ่งที่จุดประกายความสัมพันธ์ นั่นคือ “ความเป็นตัวเอง” อย่างแท้จริง

จากผลสำรวจล่าสุด คนที่มีอายุระหว่าง 18-25 ปี จำนวน 1,000 คนในประเทศไทย ในเดือนกรกฎาคม 2567 โดย OnePoll ในนามของ Tinder  พบว่า  3 สิ่งที่ Gen Z ไทยให้ความสำคัญกับโปรไฟล์ในแอพหาคู่มากที่สุด คือ 1) รูปถ่ายที่สะท้อนความเป็นตัวตนอย่างแท้จริง 2) แสดงความสนใจเรื่องต่าง ๆ อย่างชัดเจน  3) โปรไฟล์ที่ได้รับยืนยันตัวตนแล้ว

นอกจากนั้น Gen Z ไทยให้ความสำคัญกับคุณค่าภายใน ไม่ว่าจะเป็นความซื่อสัตย์ (79%) การให้เกียรติซึ่งกันและกัน (78%) และเปิดใจยอมรับความแตกต่าง (61%)  และยินดีที่จะเผชิญกับความวุ่นวายที่น่าค้นหา ความสนุก และความจริงที่มาพร้อมกับการออกเดท ซึ่งยุคนี้ “ความธรรมดา” อาจไม่ใช่เสน่ห์ที่น่าดึงดูดใจอีกต่อไป ไม่ว่าใครก็ตามที่กำลังหลงใหลการ์ตูนไทยย้อนยุค ชื่นชอบคอนเทนท์ของแฟน K-pop หรือไม่ว่าจะเป็นการแชทที่เต็มไปด้วยมีมต่างๆ สบายใจได้เลยเพราะ Gen Z ไทยไม่ได้แค่เปิดใจยอมรับความแตกต่างเท่านั้น แต่ยังเปิดรับในความแปลกในฉบับที่เป็นตัวเองอย่างเต็มที่

เคิร์สตี้ ดันน์  ผู้อำนวยการฝ่ายการสื่อสารในประเทศไทยของ Tinder เปิดเผยว่า “ความแตกต่างคือเสน่ห์และเป็นสิ่งที่ดึงดูดคนที่ใช่เสมอ เมื่อคนสองคนมีความแตกต่างมาพบกันอาจไม่ใช่เรื่องแปลกอีกต่อไป แต่กลับเป็นสัญญาณของเคมีที่เข้ากันได้”
            จากแคมเปญล่าสุด “เดทคนที่ใช่ ในแบบที่ชอบ” ของ Tinder ในประเทศไทยก่อนหน้านี้ ได้นำเสนอผ่านวิดีโอสุดครีเอทีฟและสนุกภายใต้ชื่อ “Double the Chill” เป็นการถ่ายทอดเรื่องราวของผู้หญิงคนหนึ่งกับคู่ Match ในเดทแรก ทั้งคู่ได้เชื่อมต่อกันผ่านความแปลกในรูปแบบเฉพาะตัว คือ สนุกไปกับการจิบเครื่องดื่มเย็นๆ ในวันที่อากาศหนาวที่สุด โมเมนต์เล็กๆ ที่พิสูจน์ว่าความเข้ากันได้เกิดขึ้นจากสิ่งเล็กๆ น้อยๆ เหล่านี้ แม้จะดูแตกต่างและไม่เหมือนใครกลับกลายเป็นเคมีน่ารักที่จุดประกายความสัมพันธ์ Tinder ได้เปิดโอกาสให้ทุกคนเป็นตัวของตัวเองอย่างแท้จริง เพื่อทำให้การพบคนที่ใช่และเข้าใจตัวตนของคนคนนั้นเป็นเรื่องง่ายและสนุกมากยิ่งขึ้น

หลิง สมาชิก Tinder กล่าวว่า “คู่ของเราค่อนข้างมีมุมแตกต่างกันอย่างชัดเจน หลิงชอบธรรมชาติและท้องทะเล แต่แฟนชอบใช้เวลาไปกับการนอนบนโซฟา ซึ่งความแตกต่างที่อาจดูเข้ากันไม่ได้แต่กลับทำให้เจอความเหมือนในความแปลกของกันและกัน
ไม่ว่าจะเป็นการหาของกินมื้อดึก หรือการแอบถ่ายรูปตอนที่ทำหน้าตาตลกๆ ตอนที่นอนหลับ และแอบเอาไปตั้งเป็นหน้าจอในมือถือ
แบบไม่ให้อีกคนนึงรู้ ที่หลิงพบว่าเป็น “ความพิเศษ” ที่ทำให้หลงรักกันและเติมเต็มกันได้อย่างลงตัว”

          สำหรับบางคนความเข้ากันได้อาจเกิดจากความแตกต่างที่ลงตัว ในขณะที่บางคนกลับรู้สึกหลงใหลในความท้าทายและ
ความแตกต่างกันสุดขั้วที่ดึงดูดเข้าหากันอย่างคาดไม่ถึง ดังนั้นความรักไม่ใช่เรื่องของการปรับตัวให้เข้ากับอีกฝ่ายอีกต่อไป แต่คือการได้เจอใครสักคนที่เข้าใจและยอมรับในตัวตนของเรา จนกลายเป็นความพิเศษในฉบับที่มีแค่เราสองคนร่วมกัน

Tinder ได้ปรับปรุงฟีเจอร์ใหม่ “Explore” ให้ตอบโจทย์มากขึ้นโดยมีตัวเลือกที่สามารถเพิ่มหมวดหมู่ตามความสนใจ ช่วยให้สมาชิกสามารถค้นหาและเชื่อมต่อกับผู้คนใหม่ๆ ที่อาจไม่มีโอกาสเจอกันมาก่อน ล่าสุดได้เพิ่มหมวดหมู่ เช่น “ความสัมพันธ์แบบมีคู่คนเดียว” หรือ “ความสัมพันธ์ที่ยินยอมมีคู่มากกว่า 1 คน” เพื่อช่วยให้สมาชิกออกเดทอย่างมีเป้าหมายและตรงตามที่ใจต้องการมากยิ่งขึ้น

เค้ง สมาชิก Tinder ได้พบกับคู่รักของเขาเมื่อ 3 ปีที่แล้ว เปิดเผยว่า “ครั้งแรกที่ผมเห็นรูปของต้นน้ำใน Tinder สิ่งที่สะดุดตาคือสไตล์การแต่งตัว และรูปโปรไฟล์ของเขาดูดีมากๆ พอเราได้พบและรู้จักกัน ทำให้รู้สึกเข้ากันได้ทันทีเพราะชอบถ่ายรูปกันทั้งคู่ ผมชอบถ่ายรูป ส่วนเขาเป็นนางแบบยืนสวยๆ หน้ากล้อง นอกจากนั้นเราก็ยังชอบที่จะไปไหนมาไหนด้วยกันและชอบที่จะอยู่ด้วยกัน
ในทุกที่ แม้จะมีเคมีต่างกันแต่เราทั้งคู่เข้ากันได้ดี ซึ่งทำให้ความสัมพันธ์ของเรามีความใกล้ชิดอย่างไม่น่าเชื่อ”

ผลการสำรวจยังระบุว่า 75% ของ Gen Z ไทยมองว่า การเดททุกวันนี้มีความเปิดเผยและจริงใจมากขึ้นเมื่อเทียบกับคนในรุ่นก่อน ซึ่งสะท้อนถึงการออกเดทที่มีความธรรมชาติและยอมรับความแตกต่างมากขึ้น กล้าแสดงความเป็นตัวของตัวเอง และพร้อมสนุกไปกับความแตกต่างของกันและกันอย่างมั่นใจ รวมถึงยังมองว่าความแตกต่างคือเอกลักษณ์ที่เป็นเสน่ห์ดึงดูดเข้าหากัน ซึ่งอาจเป็นความพิเศษที่อาจมีคนกำลังมองหา ช่วยเติมเต็มกันและกัน และนำไปสู่ความสัมพันธ์ที่มีความหมายอย่างไม่ทันตั้งตัว

คุณแหน : 1 กรกฎาคม 2568

คุณแหน : 1 กรกฎาคม 2568

คุณแหน : 1 กรกฎาคม 2568

วันอังคาร ที่ 1 กรกฎาคม พ.ศ. 2568, 02.00 น.

ll โบราณว่าหากจะกำราบงูพิษร้ายให้กระหน่ำตีที่ขนดหางรับรองผลได้เลย เท่ากับรัฐบาลและฝ่ายความมั่นคงไทยมาถูกทางแล้ว ตลอดสองสัปดาห์ที่ผ่านมาฝ่ายความมั่นคงไทยใช้กลยุทธ์เปิด-ปิดด่านชายแดน ไทย-กัมพูชา ตามเวลาที่เราเป็นผู้กำหนด มีผลให้ ท่านสมเด็จอัครมหาเสนาบดีฮุนเซน ถึงกับหัวร้อนออกอาการเสียมุมไปเลย ทำไมจึงเป็นเช่นนั้น เพราะตลอดชายแดนด่านอรัญประเทศ เรียงรายไปด้วยบ่อนคาซิโนนับสิบแห่งเป็นไดโว้ดูดเงินจากคนไทยมโหฬาร ตามสถิติแล้ว 90% ของนักเล่นพนันชายแดนกัมพูชาเป็นคนไทยและเป็น OPEN SECRET นี่คือแหล่งเงินกองทุนมหาศาลสำหรับผู้นำกัมพูชา… เมื่อปี 2553 มีเหตุพิพาทระหว่างทหารไทย-กัมพูชาที่พื้นที่พิพาท ผลคือไทยปิดด่านชายแดนหลายจุด ผ่านไปไม่ถึงสัปดาห์ เสี่ยตือ คนดังเจ้าของบ่อนใหญ่และเป็นผู้ใกล้ชิดผู้นำกัมพูชา ถึงกับดิ้นพล่านโทรสายตรงถึงผู้มากบารมีฝั่งไทยขอร้องให้ช่วยเปิดด่าน แถมปวารณาที่จะไม่ลืมพระคุณตลอดไป…

ll หลายปีก่อน อดีต สว.ชัชวาลล์ คงอุดม “ชัช เตาปูน” เคยบอก บารอนเนส ให้แบ่งเงินเซฟวิ่งมาลงทุนซื้อที่ดินหรืออสังหาริมทรัพย์ย่านสะพานควาย-บางซื่อ บ้าง เพราะตามความคาดหมายของเขาย่านดังกล่าวจะกลายเป็นศูนย์กลางคมนาคมของประเทศ อาทิ มีศูนย์กลางระบบขนส่งราง (รฟท.), รถไฟใต้ดิน, ศูนย์กลางระบบรถ บขส., และสนามบินอินเตอร์ วานซืนเรานั่งรถยนต์ผ่านย่านดังกล่าวจึงหวนระลึกถึงข้อสนทนาในอดีต วันนี้ตั้งแต่สะพานควาย-ห้าแยกลาดพร้าว-บางซื่อ ได้พัฒนาก้าวหน้าจนจำกันไม่ได้ เต็มไปด้วยคอนโดระฟ้าและมีองค์ประกอบระบบคมนาคมสำคัญตามที่ พี่ชัช เอ่ยไว้…

ll ขอแสดงความยินดีกับ ณัฐธีรา บุญศรี CEO หญิงคนเก่งที่ห้างเซ็นทรัล ชิดลม ทรานส์ฟอร์มสู่ระดับโลก อันดับ 1”ห้างสรรพสินค้าที่มีนวัตกรรมล้ำที่สุดในโลก”ประจำปี 2025 มีพิธีมอบรางวัลที่กรุงโซล เกาหลีใต้เมื่อเร็วๆนี้…

ll ดีใจที่สุขภาพดวงตาแจ่มใสแล้ว เทอดขวัญ กำภูฯ ผ่าตาทั้งสองข้างไปเรียบร้อย ในวัย 86 ปี มองอะไรเห็นชัดเจน ดีงามเป็นที่สุด…

ll บัญชีจุฬารุ่น 29 จัดงานสังสรรค์ประจำปี ที่ห้องจัดเลี้ยง ชั้น 6 บริษัทไดนาสตี้ เซรามิค จำกัด (มหาชน) โดย รุ่งโรจน์ แสงศาสตรา ประธานกรรมการบริษัทและประธานกิตติมศักดิ์ของรุ่น เอื้อเฟื้อทั้งอาหารและสถานที่ เพื่อนๆซาบซึ้งน้ำใจกันถ้วนหน้า…

ll สมาชิกหมู่บ้านเดอะวิลล่า 3 คู้บอน ได้รับความรู้เรื่องการคัดแยกขยะรีไซเคิลจาก ฝ่ายรักษาความสะอาด สำนักงานเขตบางเขน จัดโดย นิติบุคคลหมู่บ้านฯ โดยประธานฯ ธนกฤติ รัตนพันธุ์ เหล่าสมาชิกหมู่บ้านแห่งนี้ได้รับความรู้ เปลี่ยนขยะเป็นเงิน เริ่ม 1 ต.ค.นี้ในTheme”บ้านนี้ไม่เทรวม”…ทันสมัยดีแท้ !!…

บารอนเนส

Benz BKK Group ปิด 5 โรงหนังเฟิร์สคลาส ชมภาพยนตร์สุดเอ็กซ์คลูซีฟเฉพาะลูกค้า BKK Infinite Rewards ณ Embassy Diplomat Screen

Benz BKK Group ปิด 5 โรงหนังเฟิร์สคลาส ชมภาพยนตร์สุดเอ็กซ์คลูซีฟเฉพาะลูกค้า BKK Infinite Rewards ณ Embassy Diplomat Screen

Benz BKK Group ปิด 5 โรงหนังเฟิร์สคลาส ชมภาพยนตร์สุดเอ็กซ์คลูซีฟเฉพาะลูกค้า BKK Infinite Rewards ณ Embassy Diplomat Screen

วันจันทร์ ที่ 30 มิถุนายน พ.ศ. 2568, 14.11 น.

Benz BKK Group ปิด 5 โรงหนังเฟิร์สคลาส จัด “Exclusive Movie Night : F1 THE MOVIE” ชมภาพยนตร์สุดเอ็กซ์คลูซีฟเฉพาะลูกค้า BKK Infinite Rewards ณ Embassy Diplomat Screen

ค่ำคืนแห่งความเร็วเหนือระดับได้เกิดขึ้นอย่างน่าประทับใจ เมื่อ Benz BKK Group เนรมิตโรงภาพยนตร์ First Class ทั้ง 5 โรง ณ Embassy Diplomat Screen ให้กลายเป็นโลกแห่งความเร็วสุดเอ็กซ์คลูซีฟ เพื่อมอบประสบการณ์พิเศษให้กับลูกค้าคนสำคัญ ในงาน “Exclusive Movie Night : F1 THE MOVIE” สำหรับสมาชิกกลุ่ม BKK Infinite Rewards โดยเฉพาะ

งานถูกจัดขึ้นอย่างหรูหรา มีสไตล์ และอบอุ่น เมื่อวันที่ 26 มิถุนายน 2568 ซึ่งตรงกับวันแรกที่ภาพยนตร์เรื่อง “F1 THE MOVIE” เริ่มฉายอย่างเป็นทางการในประเทศไทย โดย Benz BKK Group ได้เหมารอบล่วงหน้าแบบเอ็กซ์คลูซีฟ เพื่อมอบประสบการณ์แห่งความเร็วเร้าใจผ่านโลกภาพยนตร์ให้กับลูกค้าคนพิเศษก่อนใคร

“F1 THE MOVIE” นำแสดงโดย แบรด พิตต์ และควบคุมการสร้างโดย ลูอิส แฮมิลตัน แชมป์โลก F1 ถ่ายทอดโลกแห่งสนามแข่งด้วยเทคนิคการถ่ายทำที่สมจริง ทั้งภาพ เสียง และอารมณ์ จนได้รับเสียงชื่นชมในฐานะหนึ่งในภาพยนตร์ที่สะท้อน “จิตวิญญาณแห่งความเร็ว” ได้อย่างยอดเยี่ยม

บรรยากาศภายในงานเต็มไปด้วยพลังและความมีชีวิตชีวา ลูกค้าหลายท่านให้ความร่วมมือแต่งกายในธีม F1 Inspired อย่างจัดเต็ม พร้อมร่วมกิจกรรมต้อนรับก่อนเข้าชมภาพยนตร์ ท่ามกลางบรรยากาศสุดเอ็กซ์คลูซีฟในโรงภาพยนตร์ระดับ First Class ที่ Benz BKK Group ตั้งใจเลือกสรรมาเพื่อค่ำคืนแห่งความประทับใจนี้โดยเฉพาะ 

คุณตวงรัตน์ ลิขิตพฤกษ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท เบนซ์ บีเคเค กรุ๊ป จำกัด กล่าวถึงงานในครั้งนี้ว่า

“รู้สึกยินดีอย่างยิ่งที่ได้รับการตอบรับจากลูกค้า Benz BKK Group อย่างอบอุ่น เราตั้งใจจัดงานนี้ขึ้นมาเพื่อแสดงความขอบคุณที่ลูกค้ามอบความไว้วางใจให้กับเราเสมอมา โดยได้วางแผนจองเหมารอบภาพยนตร์ล่วงหน้า ทั้ง 5 โรงเฟิร์สคลาส ณ Embassy Diplomat Screen ในวันแรกที่ภาพยนตร์เข้าฉาย เพื่อให้ลูกค้าได้สัมผัสประสบการณ์สุดพิเศษก่อนใคร ตลอดระยะเวลาครึ่งปีที่ผ่านมา เราได้จัดกิจกรรมพิเศษมากมายเพื่อมอบความประทับใจให้กับลูกค้า ไม่ว่าจะเป็น Driving Events ทดสอบรถรุ่นใหม่แบบเอ็กซ์คลูซีฟ บนสนามแข่งจริง, จัดการแข่งขันกอล์ฟเพื่อหาตัวแทนไปร่วมรอบไฟนอล MercedesTrophy, รวมถึงพาลูกค้าชมคอนเสิร์ต Piano & I : On the Rock และอีกหลากหลายกิจกรรมที่สร้างประสบการณ์เหนือระดับ และนี่เป็นเพียงจุดเริ่มต้นเท่านั้น เพราะตลอดทั้งปี เรายังเตรียมกิจกรรมอีกมากมายสำหรับลูกค้าคนพิเศษของเรา ไม่ว่าจะเป็น คอนเสิร์ต, เวิร์กช็อป, Private Dining  ไปจนถึงทริปท่องเที่ยวพิเศษ ซึ่งเราตั้งใจจัดขึ้นในทุกรายละเอียด เพื่อให้ลูกค้าของเราทุกคนได้รับประสบการณ์ที่ดีที่สุดจาก Benz BKK Group”

ภายในงานไม่เพียงแต่มอบความประทับใจด้วยภาพยนตร์ระดับโลกเท่านั้น แต่ยังมีการแนะนำเทคโนโลยีที่น่าสนใจอย่าง “Digital Extras” เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการใช้งานรถยนต์เมอร์เซเดส-เบนซ์ให้ตอบโจทย์ยุคใหม่มากยิ่งขึ้น “Digital Extras” คือบริการเสริมผ่านแอปพลิเคชัน Mercedes-Benz ที่ออกแบบมาเพื่อเชื่อมต่อระหว่างผู้ขับขี่กับรถยนต์ได้อย่างไร้รอยต่อ เสมือนมีผู้ช่วยส่วนตัวติดรถไปด้วยทุกการเดินทาง โดยมีฟีเจอร์เด่น เช่น:

•             Remote Control: สั่งล็อก-ปลดล็อกรถ, เปิดแอร์ หรือสตาร์ทรถจากระยะไกลผ่านมือถือ

•             Vehicle Locator: ตรวจสอบตำแหน่งรถแบบเรียลไทม์

•             Maintenance Reminder: แจ้งเตือนการบำรุงรักษา และสามารถนัดหมายศูนย์บริการได้ทันที

•             Live Navigation: ระบบนำทางพร้อมรายงานสภาพการจราจรแบบอัปเดต

•             Digital Key: เปลี่ยนสมาร์ตโฟนให้กลายเป็นกุญแจดิจิทัล ใช้งานได้โดยไม่ต้องพกกุญแจจริง

ลูกค้า Benz BKK Group ที่เข้าร่วมงานสามารถทดลองใช้งานฟีเจอร์ต่างๆ ได้จริง พร้อมมี Product Expert ให้คำแนะนำอย่างใกล้ชิดในบูธพิเศษภายในงาน เพื่อให้เข้าใจการใช้งานและสามารถนำไปต่อยอดในชีวิตประจำวันได้ทันที

ค่ำคืนสุดพิเศษนี้ไม่เพียงเติมเต็มความประทับใจให้กับลูกค้า แต่ยังสะท้อนถึง ความใส่ใจในทุกราย ละเอียด ที่มุ่งมั่นมอบ ประสบการณ์ระดับ First Class ทั้งบนท้องถนนและในทุกไลฟ์สไตล์ของลูกค้า อย่างแท้จริง

หากคุณกำลังมองหาประสบการณ์การเป็นเจ้าของรถยนต์เมอร์เซเดส-เบนซ์ที่เหนือระดับ พร้อมสิทธิพิเศษที่ออกแบบมาเพื่อลูกค้าคนสำคัญ เบนซ์ บีเคเค กรุ๊ป ขอเชิญคุณมาร่วมเป็นส่วนหนึ่งของเรา เพื่อสัมผัสความประทับใจและสิทธิประโยชน์อีกมากมาย สำหรับผู้ที่สนใจรถยนต์เมอร์เซเดส-เบนซ์ สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ 02-745-2222, Line OA, Facebook, Instagram, YouTube, TikTok : @benzbkkgroup

-(016)

ทีม OrganoTopia ม.มหิดล คว้าชัยเวที Startup Thailand League 2025 ภาคกลาง-ตะวันออก

ทีม  OrganoTopia ม.มหิดล คว้าชัยเวที  Startup Thailand League 2025 ภาคกลาง-ตะวันออก

ทีม OrganoTopia ม.มหิดล คว้าชัยเวที Startup Thailand League 2025 ภาคกลาง-ตะวันออก

วันจันทร์ ที่ 30 มิถุนายน พ.ศ. 2568, 13.34 น.

 สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ NIA  จัดการแข่งขัน Startup Thailand League 2025: Regional Pitching เป็นปีที่ 9 เดินทางจัดการแข่งขันมาแล้วทั่วประเทศ เริ่มตั้งแต่ภาคเหนือที่จังหวัดเชียงใหม่ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือที่จังหวัดขอนแก่น และภาคใต้ที่จังหวัดสงขลา จนมาถึงสนามสุดท้ายที่ภาคกลางและตะวันออก โดยผู้ชนะเลิศ 3 อันดับแรกของแต่ละภูมิภาค จะได้สิทธิ์เข้าแข่งขันชิงแชมป์ระดับประเทศ  

โดยทีม OrganoTopia จาก มหาวิทยาลัยมหิดล คว้ารางวัลชนะเลิศระดับภูมิภาค Startup Thailand League 2025 ประจำภาคกลางและตะวันออก จากผลงานการวิจัยและพัฒนาแบบจำลองเนื้อเยื่อตับ (liver organoid) เพื่องานวิจัยและพัฒนายา (drug discovery and drug screening) ในชั้น pre-clinical

นอกจากรางวัลอันทรงเกียรติ ผู้ชนะยังได้สิทธิ์เป็นตัวแทนภาคภาคกลางและตะวันออก เข้าไปชิงชัยในงาน Startup Thailand League 2025 รอบชิงแชมป์ประเทศ ที่จะจัดขึ้นในวันที่ 5 กรกฎาคม 2568 นี้ ในงาน SITE 2025 (Startup x Innovation Thailand Expo 2025)  ณ สยามพารากอน

Startup Thailand League ถือเป็นโครงการสำคัญที่ช่วยจุดประกายความเป็นผู้ประกอบการในกลุ่มนักศึกษา และสร้างระบบนิเวศสตาร์ตอัปที่เข้มแข็งให้กับประเทศไทยมาอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เป็นเวทีแห่งโอกาสสำหรับนักศึกษาที่มีไอเดียนวัตกรรม ความคิดสร้างสรรค์  เพื่อนำไปต่อยอดได้จริง

Jaymart Miss Mobile Thailand 2025 เวทีแห่งโอกาสที่สร้างดาวดวงใหม่

Jaymart Miss Mobile Thailand 2025 เวทีแห่งโอกาสที่สร้างดาวดวงใหม่

Jaymart Miss Mobile Thailand 2025 เวทีแห่งโอกาสที่สร้างดาวดวงใหม่

วันจันทร์ ที่ 30 มิถุนายน พ.ศ. 2568, 13.31 น.

Jaymart Group แถลงข่าว Jaymart Miss Mobile Thailand 2025 ประกาศเดินหน้าสู่ปีที่ 25 อย่างยิ่งใหญ่ ตอกย้ำพันธกิจของเวทีในการสร้างพื้นที่ให้ผู้หญิงไทยยุคใหม่ที่ “เก่ง ทันสมัย และเข้าใจเทคโนโลยี” ได้แสดงศักยภาพพร้อมขับเคลื่อนสังคมและแบรนด์ไปพร้อมกับโลกที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วนายเอกชัย สุขุมวิทยา รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เจมาร์ท กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “ตลอด 25 ปีที่ผ่านมา เวที Jaymart Miss Mobile Thailand เป็นเวทีที่เราภูมิใจ เพราะไม่ได้แค่เฟ้นหาสาวสวย แต่ยังเป็นเวทีที่มอบโอกาสในการเติบโตและพัฒนาตัวเองในหลากหลายมิติ ทั้งบุคลิกภาพ การสื่อสาร และความรู้ด้านเทคโนโลยี จากจุดเริ่มต้นในปี 2001 เวทีนี้ยืนหยัดด้วยแนวคิดว่า ผู้หญิงไทยคือพลังที่สามารถร่วมผลักดันการเปลี่ยนแปลง และในปีนี้ Jaymart Miss Mobile Thailand 2025 ยกระดับเวทีการประกวดสู่การเป็น ‘Soft Power Technology Lifestyle Platform’ ที่ผสานเทคโนโลยี ไลฟ์สไตล์ และพลังของผู้หญิงยุคใหม่เข้าด้วยกันอย่างลงตัว พร้อมเป็นเวทีสะท้อนทิศทางกลยุทธ์ Digital First ที่กลุ่ม JMART ขับเคลื่อนอย่างเข้มข้นในทุกมิติของธุรกิจ โดยมี Jaymart Miss Mobile Thailand มาถ่ายทอดประสบการณ์ใหม่ให้กับผู้บริโภคในโลกยุคใหม่”

นายดุสิต สุขุมวิทยา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เจมาร์ท โมบาย จำกัด กล่าวเสริมว่า “ในโอกาส ครบรอบ 25 ปี ของเวทีการประกวด Jaymart Miss Mobile Thailand ภายใต้แนวคิด ‘ผู้หญิงที่เก่ง ทันสมัย และเข้าใจเทคโนโลยี’ คือพลังสำคัญที่จะร่วมขับเคลื่อนแบรนด์ Jaymart การประกวด Jaymart Miss Mobile Thailand เป็นเวทีที่บริษัทให้ความสำคัญมาโดยตลอด เพราะไม่เพียงแต่สร้างการมีส่วนร่วมกับกลุ่มคนรุ่นใหม่ แต่มียังช่วยในการสร้างความเข็งแกร่งของแบรนด์ Jaymart Mobile ภายใต้แนวคิดหลัก ‘Enjoy Smarter Life’ ที่เชื่อมต่อกับผู้บริโภคในรูปแบบที่ทันสมัย และตอบโจทย์การใช้ชีวิตในยุคดิจิทัลมากขึ้น เราเชื่อมั่นว่าเวทีนี้จะเป็นอีกหนึ่งโอกาสสำคัญ ในการเสริมสร้างความแข็งแกร่งของ Jaymart Mobile ในฐานะแบรนด์เทคโนโลยีที่สามารถเชื่อมโยงกับกลุ่มผู้บริโภคยุคใหม่ได้อย่างมีพลัง และเป็นการต่อยอดฐานลูกค้า เข้าสู่ Ecosystem ของ Jaymart Group อย่างยั่งยืน”

ภายในงานแถลงข่าว Jaymart Miss Mobile Thailand 2025 ได้รับเกียรติจากแขกรับเชิญสุดพิเศษที่เคยคว้าตำแหน่ง Jaymart Miss Mobile Thailand และสร้างชื่อเสียงในเวทีระดับชาติและนานาชาติมาร่วมงาน ได้แก่

  • แอนนา เสืองามเอี่ยม – Jaymart Miss Mobile Thailand 2018 และ Miss Universe Thailand 2022
  • ชนนิกานต์ สุพิทยาพร – Jaymart Miss Mobile Thailand 2020, นางสาวไทย 2566 และ
    รองอันดับ 2 Miss Global 2023
  • โซเฟียร์ สทอตต์ – Jaymart Miss Mobile Thailand 2024

รายละเอียดการประกวด “Jaymart Miss Mobile Thailand 2025” พร้อมเปิดรับสมัครสาวสวย มีบุคลิกมั่นใจและสมาร์ท เข้าร่วมประกวดเพื่อเป็นตัวแทนประชาสัมพันธ์ผลิตภัณฑ์และนวัตกรรมโทรศัพท์มือถือและเทคโนโลยี ชิงเงินรางวัลรวมกว่า 500,000 บาท พร้อมถ้วยรางวัล สายสะพายเกียรติยศ และของรางวัลอีกมากมายจากผู้สนับสนุน นอกจากนี้ผู้เข้าร่วมประกวดที่ผ่านเข้ารอบ 5 คนสุดท้าย จะได้โอกาสเข้าร่วมแสดงใน VIU Original Thai Series ในปี 2026 อีกด้วย สาวงามที่มีความมั่นใจ ฉลาดทันสมัย และพร้อมจะก้าวสู่เส้นทางความสำเร็จ มาร่วมสร้างตำนานบทใหม่กับ Jaymart Miss Mobile Thailand 2025 สมัครได้แล้วตั้งแต่วันนี้ – 15 สิงหาคม 2025 ติดตามรายละเอียดและสมัครได้ที่ https://instore.jaymartstore.com/miss-mobile-thailand-2025

สภาเภสัชกรรม ร่วมกับ ซันโทรี่ ส่งเสริมสุขภาพคนไทย ในงานสัปดาห์เภสัชกรรม 68

สภาเภสัชกรรม ร่วมกับ ซันโทรี่ ส่งเสริมสุขภาพคนไทย ในงานสัปดาห์เภสัชกรรม 68

สภาเภสัชกรรม ร่วมกับ ซันโทรี่ ส่งเสริมสุขภาพคนไทย ในงานสัปดาห์เภสัชกรรม 68

วันจันทร์ ที่ 30 มิถุนายน พ.ศ. 2568, 13.25 น.

 สภาเภสัชกรรมและองค์กรเครือข่ายวิชาชีพเภสัชกรรม ร่วมกันจัดกิจกรรมเวทีเสวนาในงานสัปดาห์เภสัชกรรม ปี 2568 ภายใต้คำขวัญ “Pharmacist Anywhere: เภสัชกรใกล้คุณ” มุ่งส่งต่อความรู้ด้านการดูแลสุขภาพและโภชนาการที่เหมาะสมให้กับประชาชน พร้อมส่งเสริมบทบาทของเภสัชกรในฐานะที่ปรึกษาสุขภาพใกล้ตัว และผู้เชื่อมโยงองค์ความรู้ด้านยา โภชนาการ และการส่งเสริมสุขภาพไปสู่ชุมชน โดยในปีนี้ได้รับความร่วมมือจาก บริษัท ซันโทรี่ เบเวอเรจ แอนด์ ฟู้ด (ประเทศไทย) ร่วมจัดกิจกรรมส่งเสริมความรู้เรื่องสุขภาพร่างกายและสมองให้กับเภสัชกรและผู้ร่วมงาน โดยงานสัปดาห์เภสัชกรรม ปี 2568 จัดขึ้นระหว่างวันที่ 21 – 27 มิถุนายน 2568

ภก.ปรีชา พันธุ์ติเวช นายกสภาเภสัชกรรม กล่าวว่า “สภาเภสัชกรรม ร่วมกับองค์กรเครือข่ายวิชาชีพเภสัชกรรม อาทิ เภสัชกรรมสมาคมแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ สมาคมเภสัชกรรมโรงพยาบาล (ประเทศไทย) สมาคมเภสัชกรรมชุมชน (ประเทศไทย) สมาคมเภสัชกรรมการตลาด (ประเทศไทย)  สมาคมเภสัชกรอุตสาหการ (ประเทศไทย) และสมาคมเภสัชกรรมทะเบียนและกฎหมายผลิตภัณฑ์ (ประเทศไทย) สมาคมเภสัชสาธารณสุขแห่งประเทศไทย ศูนย์ประสานงานการศึกษาเภสัชศาสตร์แห่งประเทศไทย (ศศภท.) องค์การเภสัชกรรม และสมาชิกเภสัชกรทุกภาคส่วน จัดงานสัปดาห์เภสัชกรรมมาอย่างต่อเนื่อง อีกทั้งยังส่งเสริมความร่วมมือระหว่างเภสัชกรกับหน่วยงานต่าง ๆ สำหรับงานสัปดาห์เภสัชกรรม ปี 2568 นี้ จัดขึ้นระหว่างวันที่ 21 – 27 มิถุนายน 2568 ภายใต้คำขวัญ “Pharmacist Anywhere: เภสัชกรใกล้คุณ” เพื่อให้ประชาชนเห็นถึงบทบาทของเภสัชกรในการให้คำแนะนำและดูแลความปลอดภัยด้านยาและสุขภาพ พร้อมสร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้กับวิชาชีพเภสัชกรรม โดยสภาเภสัชกรรมมุ่งเน้นการเป็นที่ปรึกษาด้านสุขภาพใกล้ตัวประชาชน พร้อมขยายองค์ความรู้และส่งเสริมความร่วมมือกับหน่วยงานต่าง ๆ อย่างต่อเนื่อง”

“โดยหนึ่งในกิจกรรมที่เป็นไฮไลต์ของงานสัปดาห์เภสัชกรรมปีนี้ คือ เวทีเสวนาที่ได้รับความร่วมมือจากหน่วยงานต่าง ๆ และบริษัท ซันโทรี่ เบเวอเรจ แอนด์ ฟู้ด (ประเทศไทย) จำกัด ในการเชิญเภสัชกรผู้มีประสบการณ์ มาร่วมพูดคุยในหัวข้อ ‘Therapeutic Potential and Market Opportunities of Carnosine for Pharmacist’ และ ‘โภชนาการที่เหมาะสม ในการดูแลสุขภาพสมองยุคดิจิทัล’ สภาเภสัชกรรมขอขอบคุณความร่วมมือจากทาง ซันโทรี่ เบเวอเรจ แอนด์ ฟู้ด (ประเทศไทย) ที่เล็งเห็นถึงความสำคัญของการมอบความรู้และให้คำแนะนำด้านการดูแลสุขภาพแก่ประชาชน รวมถึงการส่งต่อความรู้ ประสบการณ์ และแนวปฏิบัติที่ดีด้านการดูแลสุขภาพให้แก่หมู่เภสัชกรด้วยกัน ผ่านการสนับสนุนและร่วมจัดกิจกรรมเวทีเสวนาในงานสัปดาห์เภสัชกรรม ปี 2568 ซึ่งการสนับสนุนครั้งนี้มีส่วนช่วยพัฒนาวิชาชีพเภสัชกรรมให้ก้าวหน้าและเข้มแข็งยิ่งขึ้น อีกทั้งยังสะท้อนให้เห็นถึงบทบาทสำคัญของความร่วมมือระหว่างภาคเอกชนและสภาเภสัชกรรมในการขับเคลื่อนการสร้างสังคมที่มีคุณภาพร่วมกัน”

ภญ.จันทิมา เปี่ยมชัยวงศ์ ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาดช่องทางการแพทย์ (ประเทศไทยและอินโดไชน่า) บริษัท ซันโทรี่ เบเวอเรจ แอนด์ ฟู้ด (ประเทศไทย) จำกัด ผู้นำตลาดอาหารเสริมสุขภาพภายใต้ตราผลิตภัณฑ์ “แบรนด์” (BRAND’S) ในประเทศไทยและอินโดไชน่า กล่าวว่า “ซันโทรี่ เบเวอเรจ แอนด์ ฟู้ด (ประเทศไทย) ยึดมั่นในค่านิยม ‘การเติบโตอย่างยั่งยืน’ (Growing for Good) และ ‘การตอบแทนกลับคืนสู่สังคม’ (Giving Back to Society) ด้วยการส่งมอบทั้งผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพและองค์ความรู้ในการดูแลสุขภาพ เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้คนในสังคม ตลอดจนดำเนินงานตามหลักปรัชญา Seikatsusha ซึ่งให้ความสำคัญกับการเข้าใจวิถีชีวิตของผู้คน เพื่อนำเสนอนวัตกรรมผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์และความต้องการด้านสุขภาพของทุกเพศและทุกเจเนอเรชัน อาทิ ผลิตภัณฑ์แบรนด์ซุปไก่สกัด เพราะเราเชื่อว่าการมีสุขภาพที่ดีต้องเริ่มต้นจากการดูแลอย่างถูกต้อง โดยเฉพาะสมอง ซึ่งเป็นอวัยวะที่สำคัญที่สุดในการควบคุมทุกระบบในร่างกาย เป็นอวัยวะที่ไม่สามารถทดแทนได้ การบริโภคอาหารที่ดีและมีประโยชน์จะช่วยให้สมองทำงานได้ดี เสริมสร้างการเรียนรู้ ความคิด และประสิทธิภาพในการทำกิจกรรมต่าง ๆ ในชีวิตประจำวัน ส่งเสริมให้สุขภาพและคุณภาพชีวิตดียิ่งขึ้น

โดยเราได้สนับสนุนเวทีเสวนาแก่เภสัชกรในหัวข้อ ‘Therapeutic Potential and Market Opportunities of Carnosine for Pharmacist’ ซึ่งบรรยายโดย เภสัชกรภีรนนท์ ระวังนาม เจ้าของเพจร้านยานอกกะลา เพื่อแลกเปลี่ยนความรู้และเปิดมุมมองใหม่เกี่ยวกับสารคาร์โนซีน นอกจากนี้ เรายังร่วมส่งมอบองค์ความรู้ให้แก่ประชาชนทั่วไป ผ่านการจัดเวทีเสวนา โดยเชิญ เภสัชกรจิรพงษ์ แม้นจริง เจ้าของร้านขายยา ‘ศรีด่านเภสัช’ มาร่วมพูดคุยในหัวข้อ ‘โภชนาการที่เหมาะสม ในการดูแลสุขภาพสมองยุคดิจิทัล’ เพื่อให้คำแนะนำเรื่องการดูแลสุขภาพสมองด้วยโภชนาการที่เหมาะสม ซึ่งช่วยให้ร่างกายนำพลังงานและสารอาหารไปใช้ในการดูแลระบบประสาทและระบบต่าง ๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ และเรายังได้ร่วมออกบูทนำผลิตภัณฑ์แบรนด์ซุปไก่สกัดไปแจกจ่ายให้แก่ผู้เข้าร่วมภายในงานสัปดาห์เภสัชกรรมด้วย การร่วมมือกับสภาเภสัชกรรมในครั้งนี้ ถือเป็นอีกหนึ่งภารกิจสำคัญของบริษัทฯ ที่มุ่งสนับสนุนบุคลากรทางการแพทย์ รวมถึงบทบาทของเภสัชกร ในฐานะที่ปรึกษาด้านสุขภาพและเพิ่มพูนองค์ความรู้ให้แก่เภสัชกรและประชาชน”

ภก.จิรพงษ์ แม้นจริง เจ้าของร้านขายยา “ศรีด่านเภสัช” หนึ่งในวิทยากรที่ให้เกียรติร่วมเสวนาได้ให้มุมมองเกี่ยวกับเรื่องสุขภาพว่า “สังคมในยุคปัจจุบันมีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ส่งผลต่อการใช้ชีวิตของคนในวัยทำงาน เราอยู่กับมือถือและคอมพิวเตอร์มากขึ้น อยู่ในโซเชียลเพื่อสร้างตัวตนตามแพลตฟอร์มต่าง ๆ หรือด้วยภาระหน้าที่ในการดูแลครอบครัว การเลี้ยงลูก รวมถึงการทำงานเกินกว่าเวลางานเพื่อให้ได้ผลงานตามเป้าหมาย ส่งผลให้เรามีเวลาดูแลสุขภาพน้อยลง นอกจากนี้ ยังส่งผลต่อความใส่ใจในคุณภาพของอาหารที่รับประทาน การนอนที่เพียงพอและมีคุณภาพ ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อสุขภาพในระยะยาว โดยเฉพาะผลเสียต่อระบบประสาทและการทำงานต่าง ๆ ของร่างกาย ร่างกายของเราทุกคนต้องเสื่อมไปตามกาลเวลา แต่ระยะเวลาของการเสื่อมที่ช้าหรือเร็วนั้นขึ้นอยู่กับการดูแลตนเองอย่างเหมาะสม โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเลือกรับประทานอาหารที่ดี ซึ่งเป็นปัจจัยหลักของการดูแลสุขภาพ เพราะร่างกายจะนำพลังงานและสารอาหารที่เป็นประโยชน์ไปใช้ในการดูแลระบบประสาทและระบบอื่น ๆ ของร่างกาย สมองที่ทำงานได้ดีจะส่งผลต่อการเรียนรู้ ความคิด และประสิทธิภาพในการใช้ชีวิตในแต่ละวัน”

สำหรับงานสัปดาห์เภสัชกรรมปี 2568 เป็นกิจกรรมที่จัดขึ้นทั่วประเทศ โดยกิจกรรมส่วนกลาง จัดขึ้น ณ ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ โดยภายในงานมีการออกบูทกิจกรรม อาทิ บูทโครงการส่งเสริมการเลิกบุหรี่และบุหรี่ไฟฟ้า บูทตรวจสุขภาพและวัคซีนไข้หวัดใหญ่ บูทให้คำปรึกษาโดยเภสัชกร Telehealth Thailand และบูทตรวจสุขภาพและยาที่ได้รับความร่วมมือจากบริษัทเอกชน นอกจากนี้ ยังมีการประกาศผลการประกวดแข่งขันต่าง ๆ ภายใต้โครงการ เช่น การประกวดตั้งชื่อมาสคอต “Pharmacist Anywhere”  การแข่งขันกล่าวสุนทรพจน์ กิจกรรม Speech Competition World No Tobacco Day โดยนักเรียนและนักศึกษาคณะเภสัชศาสตร์ และการประกวดคลิปวิดีโอ Proud to be a Pharmacist | My Pharmacist: เภสัชกรที่ฉันรู้จัก ตลอดจนกิจกรรมเวทีเสวนาที่ได้รับเกียรติจากเภสัชกร นักวิชาการ นักโภชนาการ รวมถึงศิลปินชื่อดัง ที่มาร่วมแลกเปลี่ยนประสบการณ์และความรู้ที่น่าสนใจเกี่ยวกับการดูแลสุขภาพแก่เภสัชกรและประชาชนทั่วไป

ทุเรียนไทยดังไกลถึงปักกิ่ง! CPFresh ครบรอบ 5 ปี ผนึกพันธมิตรไทย–จีน จัดเทศกาลใหญ่ ฉลอง 50 ปีความสัมพันธ์ทางการทูต ดันผลไม้ไทยสู่ระดับโลก

ทุเรียนไทยดังไกลถึงปักกิ่ง! CPFresh ครบรอบ 5 ปี ผนึกพันธมิตรไทย–จีน จัดเทศกาลใหญ่ ฉลอง 50 ปีความสัมพันธ์ทางการทูต ดันผลไม้ไทยสู่ระดับโลก

ทุเรียนไทยดังไกลถึงปักกิ่ง! CPFresh ครบรอบ 5 ปี ผนึกพันธมิตรไทย–จีน จัดเทศกาลใหญ่ ฉลอง 50 ปีความสัมพันธ์ทางการทูต ดันผลไม้ไทยสู่ระดับโลก

วันจันทร์ ที่ 30 มิถุนายน พ.ศ. 2568, 13.11 น.

ปักกิ่ง สาธารณรัฐประชาชนจีน เครือเจริญโภคภัณฑ์ หรือ ซีพี ร่วมกับสถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงปักกิ่ง สาธารณรัฐประชาชนจีน สำนักงานที่ปรึกษาการเกษตรต่างประเทศ ประจำกรุงปักกิ่ง และศูนย์ความร่วมมือเศรษฐกิจระหว่างประเทศ กระทรวงเกษตรและกิจการชนบทแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน  จัดมหกรรม “เทศกาลทุเรียนไทย และสัปดาห์ผลไม้ไทย-จีน 2568” เพื่อเป็นส่วนหนึ่งของการเฉลิมฉลองวาระครบรอบ 50 ปีความสัมพันธ์ทางการทูตไทย-จีน และในโอกาสครบรอบ 5 ปีแบรนด์ “CPFresh” ณ ZHONGGUANCUN ART PARK กรุงปักกิ่งระหว่างวันที่ 21-29 มิถุนายน พ.ศ. 2568 โดยพิธีเปิดงานจัดขึ้นเมื่อวันเสาร์ที่ 21 มิถุนายนที่ผ่านมา ได้รับเกียรติจาก นายฉัตรชัย วิริยเวชกุล เอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงปักกิ่ง นายเว่ย เจิ้งหลิน ที่ปรึกษากรมความร่วมมือระหว่างประเทศ กระทรวงเกษตรและกิจการชนบทแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน นายปรัตถกร แท่นมณี อัครราชทูตที่ปรึกษา (ฝ่ายเกษตร) สำนักงานที่ปรึกษาการเกษตรต่างประเทศ ประจำกรุงปักกิ่ง และ นายไพศาลย์ ยังสมบูรณ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารบัญชีการเงินเขตประเทศจีน เครือเจริญโภคภัณฑ์

มหกรรมครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมความร่วมมือและแลกเปลี่ยนความรู้ด้านอาหาร วัฒนธรรม และการเกษตรระหว่างไทย-จีน โดยใช้ผลไม้เป็นสื่อกลางเชื่อมโยงวัฒนธรรมและมิตรภาพ ภายใต้แนวคิด“ครัวไทยสู่ครัวโลก” โดยไฮไลต์สำคัญคือ “บุฟเฟต์ทุเรียน” ที่ผ่านการคัดสรรคุณภาพจาก CPFresh และตลาดนัดผลไม้ไทย-จีนที่เปี่ยมไปด้วยคุณค่าและเอกลักษณ์ อาทิ ทุเรียน มังคุด มะพร้าว พีช ลิ้นจี่ เป็นต้น  นับเป็นการผลักดัน และส่งเสริมศักยภาพของผลไม้ไทยในระดับสากล ผ่านการสร้างประสบการณ์ตรงให้แก่ผู้บริโภคชาวจีน  ภายในงานยังจัดจำหน่ายขนมและเครื่องดื่มที่รังสรรค์จากผลไม้ไทย-จีน พร้อมด้วยอาหารไทยยอดนิยมจาก CP Food  

มหกรรมครั้งนี้ยังเฉลิมฉลองวาระครบรอบ 5 ปี แบรนด์ CPFresh ที่ยังคงผลักดันผลไม้ไทยสู่ชาวจีนและผู้คนทั่วทุกมุมโลก ส่งออกคุณค่าทางวัฒนธรรมและเป็นสะพานแห่งมิตรภาพ โดยมีเป้าหมายเพื่อเป็นศูนย์กลางในการประชาสัมพันธ์และส่งเสริมทุเรียนไทย รวมถึงผลไม้คุณภาพสูงของไทยในตลาดจีน มุ่งยกระดับภาพลักษณ์ของผลไม้ไทยในฐานะสินค้าพรีเมียม และผลักดัน Soft Power ผ่านสินค้าทุเรียนซึ่งได้รับการยกย่องว่าเป็น “ราชาแห่งผลไม้ไทย” ทั้งนี้ ยังเป็นการตอกย้ำถึงภาพลักษณ์ของแบรนด์ CPFresh ที่สะท้อนวิสัยทัศน์และจิตวิญญาณความมุ่งมั่นของคนรุ่นใหม่ อีกทั้งได้จัดทำของที่ระลึกพิเศษในโอกาสครบรอบ 5 ปี ได้แก่ แก้วน้ำ ถุงผ้า และพัดลมลายพิเศษ เป็นต้น

มหกรรมดังกล่าวยังได้รับเกียรติจากผู้บริหารหน่วยงานภาครัฐไทย-จีน อาทิ นายหวัง เต๋อซิน ที่ปรึกษากองกิจการเอเชีย กระทรวงการต่างประเทศ สาธารณรัฐประชาชนจีน นางหลิน ฮุ่ยฟาง รองผู้อำนวยการศูนย์ความร่วมมือเศรษฐกิจระหว่างประเทศกระทรวงเกษตรและกิจการชนบทแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน ตลอดจนผู้แทนเครือเจริญโภคภัณฑ์ เขตประเทศจีน อาทิ นายเซวีย เจิงอี รองประธานอาวุโสกลุ่มธุรกิจอุตสาหกรรมเกษตรและอาหาร  นายหยาง กัง รองประธานกลุ่มธุรกิจอุตสาหกรรมเกษตรและอาหาร  นายพชรดนัย มณีราชไพศาล ผู้ช่วยประธานเจ้าหน้าที่บริหารบัญชีการเงิน และผู้ร่วมก่อตั้งแบรนด์ CPFresh เป็นต้น

ทั้งนี้เครือเจริญโภคภัณฑ์ เขตประเทศจีน มุ่งมั่นทำหน้าที่เป็น “สะพานความสัมพันธ์ไทย–จีน” เพื่อขับเคลื่อนความร่วมมือด้านเกษตรกรรม วัฒนธรรม และการค้าระหว่างประเทศ พร้อมส่งเสริมการพัฒนาภาคเกษตรอย่างยั่งยืน และยกระดับศักยภาพผลไม้ไทยสู่เวทีโลก  

เอ็ม ดิสทริค จับมือพันธมิตร สร้างปรากฏการณ์ครั้งยิ่งใหญ่ “LOVE PRIDE ♡ PARADE, BANGKOK 2025” ด้วยขบวนพาเหรดยาวที่สุดในเอเชีย

เอ็ม ดิสทริค จับมือพันธมิตร สร้างปรากฏการณ์ครั้งยิ่งใหญ่ “LOVE PRIDE ♡ PARADE, BANGKOK 2025” ด้วยขบวนพาเหรดยาวที่สุดในเอเชีย

เอ็ม ดิสทริค จับมือพันธมิตร สร้างปรากฏการณ์ครั้งยิ่งใหญ่ “LOVE PRIDE ♡ PARADE, BANGKOK 2025” ด้วยขบวนพาเหรดยาวที่สุดในเอเชีย

วันจันทร์ ที่ 30 มิถุนายน พ.ศ. 2568, 12.53 น.

เอ็ม ดิสทริค และเดอะมอลล์ กรุ๊ป ร่วมกับพันธมิตร สร้างปรากฏการณ์สุดยิ่งใหญ่ส่งท้ายเดือนแห่งความภาคภูมิใจกับ “LOVE PRIDE ♡ PARADE, BANGKOK 2025” ขบวนพาเหรดสีรุ้งสุดตระการตา สุดอลังการและยาวที่สุดในเอเชีย ตอกย้ำภาพลักษณ์ “LGBTQIA+ FRIENDLY DESTINATION”  ของประเทศไทย พร้อมโชว์ศักยภาพกรุงเทพมหานครสู่การเป็นเจ้าภาพการจัดงาน WORLD PRIDE 2030 วันที่ 29 มิถุนายน 2568 เป็นอีกหนึ่งวันที่ประวัติศาสตร์แห่งความไพรด์ต้องจารึกไว้เป็นประวัติการณ์

เมื่อ เอ็ม ดิสทริค และ เดอะมอลล์ กรุ๊ป ผนึกกำลังภาครัฐบาล ได้แก่ กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา, กระทรวงมหาดไทย, กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์, กระทรวงวัฒนธรรม, การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย และ กรุงเทพมหานคร  พร้อมภาคีภาคเอกชนมากกว่า 200 องค์กรชั้นนำ จัดงาน “LOVE PRIDE ♡ PARADE, BANGKOK 2025” อย่างยิ่งใหญ่ เป็นขบวนพาเหรดสีรุ้งที่ยาวที่สุดในเอเชีย ในคอนเซ็ปต์ “Spectrum Forward : Power of Creation” มุ่งมั่นขับเคลื่อนอนาคตด้วยพลังแห่งความสร้างสรรค์  โดยมี จิราพร สินธุไพร ผู้แทนนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีประสำนักนายกรัฐมนตรี เป็นประธานปล่อยขบวนพาเหรด ณ สนามกีฬาแห่งชาติ ศุภชลาศัย พร้อมด้วย ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร, ฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย, ศุภลักษณ์ อัมพุช รองประธานภาคีเครือข่ายภาคเอกชน ประธานกรรมการบริหาร บริษัท เดอะมอลล์ กรุ๊ป จำกัด SIAM PARAGON RETAIL และ EM DISTRICT BANGKOK MALL ตลอดจนผู้มีเกียรติจากทุกแวดวง นักธุรกิจ นักแสดง นักร้อง นักกีฬา กลุ่ม LGBTQIA+ นางงาม ฯลฯ ที่มาร่วมขบวนอย่างคึกคัก อาทิ สาวงามจาก TPN GLOBAL อย่าง แอนโทเนีย โพซิ้ว รองอันดับ 1 Miss Universe 2023, หมูแฮม โชตินภา นางสาวไทย 2568 และรองทั้ง 4 เอมมี่ พรชนิตว์, แพรว กีราณา, แก้ม พณิดา, พลอย สวรรณกมล, เหล่าศิลปินและนักแสดงจากช่อง One31 บี น้ำทิพย์, แก้ม วิชญาณี, บิ๊นท์ สิรีธร, เฟิร์น นพจิรา, เพิร์ล ศัจกร, ดีดี้ ณิรินทร์ญา, เนส ฐากร และ เอิร์ท ธนกฤต, นักแสดงจากค่าย GMMTV ทั้ง โอห์ม ฐิติวัฒน์, หลุยส์ ธณวิน, ฟอร์ด อรัญญ์, ฟลุ๊ค จีรัสณ์, เลโอ โซสเซย์, ฟลุ๊ค ณัฐนนท์, เอิร์น ปรียาภัทย์ และ กอล์ฟ กิตติพัทธ์, นักแสดงจากค่าย Be On Cloud นำโดย ไบเบิ้ล วิชญ์ภาส, เจเจ ปฏิภาณ, คิวพี ชินดนัย และ จ๊อบ ยศธร, นอกจากนี้ค่าย DOMUNDI ส่ง  จิมมี่ กานต์ – โอม กฤต มาเป็นตัวแทน ร่วมด้วย ทาทา ยัง, พอร์ช อภิวัฒน์-อาม สัพพัญญู, เตยยี่-ลูกปัด รวมถึงเหล่า KOLS และ Influencer ชื่อดังอย่าง OK WE GO, POOCAO CHANNEL และอีกมากมายที่ออกมาร่วมสนุกสนานในโมเม้นต์สุดพิเศษแห่งการเฉลิมฉลองนี้

งานนี้จัดเต็มทั้งขบวนรถเทรลเลอร์ที่ตกแต่งสีสันสดใสสวยงามสุดตระการตาจากภาครัฐและภาคเอกชนที่ร่วมจัดงาน และยังสร้างสีสันด้วยขบวนรถซูเปอร์คาร์, รถเปิดประทุน, รถโบราณ รถมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้า และอีกมากมาย ที่มาร่วมพาเหรดฉลองให้กับความไพรด์ตลอดระยะทาง 6 กิโลเมตร จากสนามกีฬาแห่งชาติ ศุภชลาศัย ไปตามถนนพระราม 1 ผ่านย่านปทุมวัน, ย่านสยาม, ย่านราชประสงค์, ย่านเพลินจิต, ย่านอโศก, ย่านสุขุมวิท และสิ้นสุดที่ เอ็ม ดิสทริค

โดยบรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคัก สนุกสนาน ตลอดเส้นทาง ท่ามกลางสีสันของเหล่าผู้ร่วมขบวนที่จัดเต็มด้วยการแต่งตัว และแสดงออกถึงความหลากหลายอย่างเท่าเทียมและเสรี พร้อมผู้ที่มาร่วมชมขบวนพาเหรดอย่างล้นหลามตลอดทาง

นอกจากนี้ที่ เอ็ม ดิสทริค ยังมีกิจกรรมสุดสร้างสรรค์รอต้อนรับขบวนแห่งความหลากหลาย อาทิ “PRIDE SPIRIT” คอนเสิร์ตจากศิลปินชื่อดัง รวมถึง “PRIDE SOCIETY” คอมมูนิตี้ที่รวมทุกความต้องการของทุกคนไว้ ใน 3 มาร์เก็ตสุดชิค ทั้ง “Celebrity Chef” ยกขบวนเมนูจานเด็ดจากร้านอาหารของคนดังมาออกบูธอาหารสุดอร่อย ณ  Em Market Hall ชั้น G ศูนย์การค้าเอ็มสเฟียร์, “Thai Designer Curated” รวมสินค้าดีไซน์ คอลเล็กชั่นพิเศษสำหรับเทศกาลไพรด์ จากเหล่านักออกแบบแฟชั่นดีไซเนอร์ชื่อดังของเมืองไทย ทั้งระดับมืออาชีพและดีไซเนอร์รุ่นใหม่ ที่คัดสรรผลงานแฟชั่นหลากหลายรูปแบบมาให้ช้อป ณ  Sphere Gallery1 ชั้น M ศูนย์การค้าเอ็มสเฟียร์, “Young Creator” นำเสนอผลงานแฮนด์เมดจากพลังคนรุ่นใหม่มากความสามารถ และผู้ประกอบการในกลุ่ม LGBTQIA+ ได้นำเสนอผลงานแฟชั่นและไลฟ์สไตล์ Art & Handiwork ไปจนถึง Pride Collection ที่รังสรรค์ขึ้น ณ Quartier Avenue ชั้น G

ศูนย์การค้าเอ็มควอเทียร์ และ “SHINE STAGE” ด้านหน้าศูนย์การค้าเอ็มสเฟียร์ เวทีที่เปิดโอกาสให้ทุกความสามารถได้เปล่งประกาย พร้อมโชว์พิเศษจากทัพศิลปินชื่อดังและเซเลบริตี้มากมาย  ไม่เพียงเท่านั้น เอ็ม ดิสทริค ยังตกแต่งศูนย์การค้าให้กลายเป็นดินแดนแห่งสีสันและความภาคภูมิใจ ภายใต้ธีม PEACE, LOVE และ UNITY โดยมีจุดเด่นเป็น Installation Art สุดอลังการ อาทิ งานศิลปะขนาดใหญ่รูปมือโอบอุ้มหัวใจที่ตกแต่งด้วยสีของธงไพรด์อย่างสวยงาม ด้านหน้าศูนย์การค้าเอ็มควอเทียร์ และคิงคองสีชมพูขนาดยักษ์ถือธงไพรด์โบกสะบัดอย่างภาคภูมิใจ ที่บริเวณกระจกด้านหน้าศูนย์การค้าเอ็มสเฟียร์ และยังแต่งแต้ม Sphere Street ให้เป็นถนนที่เต็มไปด้วยสีสันแห่งไพรด์อย่างสวยงาม

นับได้ว่า “LOVE PRIDE ♡ PARADE, BANGKOK 2025” เป็นหนึ่งในงานไพรด์ที่ยิ่งใหญ่ระดับภูมิภาค ซึ่งไม่เพียงปักหมุดให้ เอ็ม ดิสทริค เป็น Pride Festival Global Destination ที่นักท่องเที่ยวจากนานาชาติต้องมาเยือน ยังเป็นการโชว์ศักยภาพให้ทั่วโลกเห็นว่า กรุงเทพมหานครพร้อมแล้วที่จะเป็นเจ้าภาพการจัดงาน WORLD PRIDE 2030 ในอีก 5 ปีข้างหน้า

ไอคอนสยาม จัดมหกรรมโคมไฟยู่หยวนจากเซี่ยงไฮ้ครั้งแรกในไทย “Yuyuan Lantern Festival 2025” สานสายใยมิตรภาพ เฉลิมฉลอง 50 ปี ความสัมพันธ์ทางการทูตไทย – จีน

ไอคอนสยาม จัดมหกรรมโคมไฟยู่หยวนจากเซี่ยงไฮ้ครั้งแรกในไทย “Yuyuan Lantern Festival 2025” สานสายใยมิตรภาพ เฉลิมฉลอง 50 ปี ความสัมพันธ์ทางการทูตไทย - จีน

ไอคอนสยาม จัดมหกรรมโคมไฟยู่หยวนจากเซี่ยงไฮ้ครั้งแรกในไทย “Yuyuan Lantern Festival 2025” สานสายใยมิตรภาพ เฉลิมฉลอง 50 ปี ความสัมพันธ์ทางการทูตไทย – จีน

วันจันทร์ ที่ 30 มิถุนายน พ.ศ. 2568, 12.41 น.

ไอคอนสยาม แลนด์มาร์กระดับโลกริมแม่น้ำเจ้าพระยา ร่วมกับบริษัท เซี่ยงไฮ้ ยู่หยวน ทัวริสต์มาร์ท กรุ๊ป (Shanghai Yuyuan Tourist Mart Group Co., Ltd.) ผู้จัดเทศกาลโคมไฟที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของประเทศจีน และ อินเตอร์สเต็ปส์ (Intersteps) จัด “มหกรรมแสดงศิลปะโคมไฟยู่หยวน ชุดจิตวิญญาณแห่งภูผาและมหาสมุทรและเดือนแห่งการเฉลิมฉลอง 50 ปี ความสัมพันธ์การทูตไทย-จีน – Spirit of Mountains and Seas · Yuyuan Lantern Festival and 2025 China-Thailand Culture Month” มหกรรมโคมไฟยู่หยวนเต็มรูปแบบครั้งแรกในประเทศไทย เปิดประสบการณ์ให้ประชาชน ตลอดจนนักท่องเที่ยวจากทั่วโลกได้สัมผัสความงดงามทรงคุณค่าของมรดกทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ของจีน ตั้งแต่วันนี้ ถึง 15 สิงหาคม 2568 เวลา 16.00 – 22.00 น. ณ ริเวอร์ พาร์ค ชั้น G ไอคอนสยาม

โดยพิธีเปิดงาน “Spirit of Mountains and Seas · Yuyuan Lantern Festival and 2025 China-Thailand Culture Month” ได้รับเกียรติจากคุณสื่อ จงจวิ้น เลขาธิการศูนย์อาเซียน-จีน,คุณฉาง ยู่ เหมิง อัครราชทูตที่ปรึกษา สถานเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาชนจีน, คุณพาสินี ลิ่มอติบูลย์ ประธานกรรมการ บริษัท ไอคอนสยาม จำกัด, คุณหวง เจิ้น ประธานกรรมการ บริษัท ยู่หยวน อิ้งค์, ดร.โภคิน พลกุล นายกสมาคมวัฒนธรรม และเศรษฐกิจไทย-จีน, คุณชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร, คุณรักชนก โคจรานนท์ รองปลัดกระทรวงวัฒนธรรม และคุณอู๋ เสี่ยวคัง รองประธาน บริษัท ฉางอาน ออโต้ เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด พร้อมด้วยคณะผู้บริหารพันธมิตรทั้งภาครัฐและเอกชนเข้าร่วมงาน ท่ามกลางแขกผู้มีเกียรติที่มาร่วมเฉลิมฉลองให้กับวาระครบรอบ 50 ปี ความสัมพันธ์การทูตไทย-จีน อย่างคับคั่ง สะท้อนให้เห็นถึงสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นระหว่างสองประเทศ

มหกรรมโคมไฟยู่หยวนจากเซี่ยงไฮ้ จัดขึ้นในประเทศไทยเป็นครั้งแรก ณ ไอคอนสยาม ไม่เพียงสะท้อนถึงมิตรภาพอันแน่นแฟ้นระหว่างสองประเทศ ยังทำให้เห็นถึงพลังของศิลปะวัฒนธรรมที่สามารถเชื่อมโยงผู้คนจากต่างเชื้อชาติให้เข้าใจกันมากยิ่งขึ้น อีกทั้งยังตอกย้ำถึงความมุ่งมั่นของไอคอนสยาม ในฐานะ Global Experiential Destination จุดหมายปลายทางแห่งประสบการณ์ระดับโลก มุ่งมั่นที่จะก้าวสู่การเป็นศูนย์กลางแห่งความร่วมมือทางศิลปะและการแลกเปลี่ยนทางวัฒนธรรมระดับนานาชาติ เพื่อมอบประสบการณ์พิเศษด้านศิลปะวัฒนธรรมให้กับผู้มาเยือนทุกคน

ทั้งนี้เทศกาลโคมไฟโคมไฟยู่หยวนจากนครเซี่ยงไฮ้ เป็นเทศกาลโคมไฟที่มีประวัติยาวนานกว่า 100 ปี และได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ของจีน โดยครั้งนี้นับเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ที่เทศกาลโคมไฟอันงดงามและยิ่งใหญ่ได้เดินทางมาเยือนประเทศไทยอย่างเต็มรูปแบบ เพื่อร่วมเฉลิมฉลองให้กับวาระครบรอบ 50 ปีการสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตจีน-ไทย โดยจัดแสดงในธีม “จิตวิญญาณแห่งภูผาและมหาสมุทร” (Spirit of Mountains and Seas) ซึ่งนำแรงบันดาลใจจากคัมภีร์โบราณ “ซานไห่จิง” หรือ “คัมภีร์ขุนเขาและท้องทะเล” มารวมเข้ากับแนวคิด “เกาะแห่งเจ้าพระยา” จำลองเป็นดินแดนมหัศจรรย์ริมแม่น้ำเจ้าพระยา ที่ดูราวกับเป็นเกาะลอยน้ำซึ่งประดับประดาด้วยแสงสีหลากหลายของโคมไฟร่วมสมัย ผสานเทคนิคแสง เงา และอินเตอร์แอคทีฟ ให้โคมไฟแต่ละกลุ่มเปรียบเสมือนเกาะลึกลับที่กระจายตัวอยู่ทั่วบริเวณ โดยมีสิ่งมีชีวิตจากคัมภีร์ขุนเขาและท้องทะเลรอคอยให้ผู้ชมได้เข้าไปสำรวจและค้นพบประสบการณ์ใหม่อันตระการตาและน่าประทับใจในรูปแบบ “Immersive Art” นับเป็นการนำเสนอภาพแห่งมิตรภาพอันงดงามระหว่างจีนกับไทยในรูปแบบที่ชวนตื่นตาตื่นใจ

นอกจากความตระการตาของมหกรรมโคมไฟ ภายในงานยังมีกิจกรรมทางวัฒนธรรมอีกมากมาย ไม่ว่าจะเป็นการแสดงศิลปวัฒนธรรม ตลาดสินค้าท้องถิ่น สัปดาห์วัฒนธรรมในธีมต่างๆ รวมถึงนิทรรศการศิลปะและแสงสี ซึ่งจะส่งเสริมให้เกิดการแลกเปลี่ยนทางศิลปะ วัฒนธรรม และอาหาร รวมทั้งธุรกิจระหว่างองประเทศอย่างลึกซึ้ง ท่ามกลางแสงสีของโคมไฟที่สะท้อนแสงแห่งมิตรภาพไทย-จีนสู่สายตาทั่วโลก

“มหกรรมแสดงศิลปะโคมไฟยู่หยวน ชุด จิตวิญญาณแห่งภูผาและมหาสมุทรและเดือนแห่งการเฉลิมฉลอง 50 ปี ความสัมพันธ์การทูตไทย-จีน – Spirit of Mountains and Seas · Yuyuan Lantern Festival and 2025 China-Thailand Culture Month” เปิดให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวจากทั่วโลกเข้าชมฟรี (ยกเว้นโซนนิทรรศการพิเศษ บัตรเข้าชมราคา 200 บาท) ตั้งแต่วันนี้ – 15 สิงหาคม 2568 เวลา 16.00 – 22.00 น. ณ ริเวอร์ พาร์ค ชั้น G ไอคอนสยาม ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ทาง Facebook: ICONSIAM #YuyuanLanternFestival2025 #YuyuanAtICONSIAM #50ปีไทยจีน #มหกรรมโคมไฟจีนยักษ์ริมแม่น้ำเจ้าพระยา #ICONSIAM

เตรียมพบกับการCollaboration ที่ทุกคนรอคอย! ‘MCM x Butterbear’Thailand Limited Edition

เตรียมพบกับการCollaboration ที่ทุกคนรอคอย! 'MCM x Butterbear'Thailand Limited Edition

เตรียมพบกับการCollaboration ที่ทุกคนรอคอย! ‘MCM x Butterbear’Thailand Limited Edition

วันจันทร์ ที่ 30 มิถุนายน พ.ศ. 2568, 12.21 น.

สร้างปรากฏการณ์ใหม่ให้วงการแฟชั่น! เมื่อแบรนด์หรูระดับโลกอย่าง MCM โคจรมาพบกับไอคอนคาแรกเตอร์สุดน่ารักของประเทศไทยอย่าง Butterbear สร้างสรรค์เป็นคอลเลกชั่นสุดเอ็กซ์คลูซีฟ “MCM × Butterbear” Thailand Limited Edition ที่เหล่าแฟชั่นนิสต้าต่างตั้งตารอคอย! ภายใต้แนวคิดที่ MCM ต้องการสร้างสรรค์สิ่งใหม่ที่เต็มไปด้วยจินตนาการและความสนุกสนาน โดยเลือก น้องเนย จาก Butterbear คาแรกเตอร์ที่เปี่ยมไปด้วยความอบอุ่นและเข้าถึงง่าย มาร่วมเป็นแรงบันดาลใจหลักของคอลเลกชั่นนี้ โดยหยิบซิกเนเจอร์ของทั้งสองแบรนด์มาผสานกันอย่างประณีต ถ่ายทอดเป็นแฟชั่นไอเทมภายใต้คอนเซ็ปต์ Playful Luxury ที่สะท้อนถึงความหรูหราแต่แฝงไว้ด้วยความสดใสอย่างลงตัว  

เตรียมพบกับงานเปิดตัวอย่างเป็นทางการของคอลเลกชันสุดพิเศษ “MCM × Butterbear” Thailand Limited Edition ได้ในวันพฤหัสบดีที่ 3 กรกฎาคมนี้ ตั้งแต่เวลา 15.45 น. เป็นต้นไป ที่ MCM Pop-Up Store ชั้น M โซนธารา ฮอลล์ ไอคอนสยาม โดยภายในงานจะได้พบกับ น้องเนย (Butterbear) ในลุคใหม่สุดเอ็กซ์คลูซีฟ พร้อมด้วย เบ็คกี้–รีเบคก้า แพทรีเซีย อาร์มสตรอง และ แจ๊คกี้–จักริน กังวานเกียรติชัย ที่จะมาร่วมถ่ายทอดเสน่ห์ของคอลเลกชั่นผ่านกิจกรรมสุดพิเศษที่ไม่ควรพลาด

สามารถเข้าชมคอลเลกชั่น MCM x ButterBear ได้ที่หน้าร้าน MCM ทั้ง 4 สาขา ได้แก่ MCM EmQuartier: อาคาร A ชั้น G โทร. 02-003-6016, MCM Siam Paragon: ชั้น M โทร. 02-610-9999, MCM ICONSIAM: ชั้น M โทร. 02-288-0818, MCM CentralWorld: ชั้น 1 โทร. 065-526-6608 และช่องทางออนไลน์ผ่าน Line Official Account: @MCMTHAILAND, Facebook: MCM, และ Instagram: @MCMThailand