ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ ‘Amazfit’ เปิดตัวสมาร์ทวอทช์รุ่นล่าสุด

ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ ‘Amazfit’ เปิดตัวสมาร์ทวอทช์รุ่นล่าสุด

ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ ‘Amazfit’ เปิดตัวสมาร์ทวอทช์รุ่นล่าสุด

วันอังคาร ที่ 24 มิถุนายน พ.ศ. 2568, 18.24 น.

Amazfit แบรนด์สมาร์ทวอทช์และอุปกรณ์สวมใส่อัจฉริยะโดยเซปป์ เฮลท์ (Zepp Health) (NYSE: ZEPP) ผู้นำด้านเทคโนโลยีสุขภาพ เปิดตัวสมาร์ทวอทช์รุ่นล่าสุด Amazfit Bip 6 ที่ถูกพัฒนาขึ้นเพื่อให้รองรับทุกๆไลฟ์สไตล์การใช้งานในชีวิตประจำวันของผู้ที่ชื่นชอบการออกกำลังและผู้ที่ชอบดูแลสุขภาพ โดดเด่นด้วยดีไซน์ทันสมัย น้ำหนักเบา ฟังก์ชันการวัดค่าสุขภาพครบครัน และแบตเตอรี่ที่ใช้งานได้ยาวนานถึง 2 สัปดาห์ โดยตัวเรือนของ Amazfit Bip 6 นั้นถูกออกแบบโดยการใช้โครงอะลูมิเนียมอัลลอยด์ที่มีความแข็งแรงทนทาน สามารถกันน้ำได้ถึง 5 ATM พร้อมหน้าจอ AMOLED แสดงผลคมชัด ขนาด 1.97 นิ้ว และยังฟีเจอร์วัดคุณภาพการนอนหลับและอัตราการเต้นของหัวใจที่มีความแม่นยำสูง รวมถึงมี AI ช่วยออกแบบโปรแกรมการออกกำลังกาย และยังสามารถใช้ระบบการนำเส้นทางแบบออฟไลน์ได้อีกด้วย

นายเวย์น ฮวง (Wayne Huang) ผู้ก่อตั้งและซีอีโอของซีอีโอของเซปป์ เฮลท์ กล่าวว่า “เราเชื่อว่าสมาร์ทวอทช์และสมอุปกรณ์สวมใส่อัจฉริยะควรมีเทคโนโลยีฟังก์ชันการใช้งานที่ครอบคลุมโดยที่ยังคงความสวยงามของดีไซน์ที่ทันสมัยสามารถใส่ในชีวิตประจำวันได้ รวมถึงราคาที่ทุกคนสามารถเข้าถึงได้ Amazfit Bip 6 นี้ได้รับการออกแบบอย่างพิถีพิถันเพื่อตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์การใช้งานได้หลากหลาย ตั้งแต่การประเมินผลการออกกำลังกายขั้นสูง โค้ชอัจฉริยะที่ช่วยออกแบบการออกกำลังกายให้เหมาะกับแต่ละบุคคล และโหมดสำหรับการฝึก HYROX โดยเฉพาะ รวมทั้งมีความแข็งแรงทนทานสามารถปรับให้เหมาะกับทุกกิจกรรม”

ฟีเจอร์และฟังก์ชันที่น่าสนใจของ Amazfit Bip 6

1. ดีไซน์อะลูมิเนียมน้ำหนักเบา พร้อมหน้าจอ AMOLED ขนาด 1.97 นิ้ว พร้อมค่าความสว่างถึง 2000nits ช่วยให้แสดงผลคมชัดในทุกสภาพแสง

2. ประเมินข้อมูลการนอนหลับและวัดอัตราการเต้นของหัวใจที่แม่นยำด้วยเทคโนโลยี BioTracker™ Amazfit Bip 6 มาพร้อมเซ็นเซอร์วัดอัตราการเต้นของหัวใจ BioTracker™ 6.0 PPG ที่ดีที่สุดของ Amazfit โดยสามารถวัดผลอัตราการเต้นของหัวใจ ระดับออกซิเจนในเลือด การวัดระดับความเครียด และความแปรปรวนของอัตราการเต้นของหัวใจได้อย่างแม่นยำ

3. มีโหมดการออกกำลังกายมากกว่า 140 โหมด รวมถึงโหมดการแข่งกัน HYROX รองรับกิจกรรมฟิตเนสและไลฟ์สไตล์มากกว่า 140 กิจกรรม รวมถึงโหมดที่จะช่วยฝึกความแข็งแกร่งให้กับร่างกายเพื่อการแข่งขัน HYROX โดยเฉพาะ และยังมี AI ช่วยประเมินและให้ข้อมูลเชิงลึกอย่างละเอียด เพื่อช่วยออกแบบรูปแบบการออกกำลังให้เหมาะกับแต่ละบุคคล รวมถึงยังมีระบบ GPS สามารถนำทางแบบออฟไลน์ ช่วยในการติดตามตำแหน่งและระยะทางในการออกกำลังกาย เพื่อตอบโจทย์ผู้ที่ชื่นชอบกิจกรรมกลางแจ้งอีกด้วย

4. อายุการใช้งานแบตเตอรี่ยาวนานด้วยอายุการใช้งานแบตเตอรี่สูงสุด 2 สัปดาห์และกันน้ำได้ 5 ATM ทำให้ Amazfit Bip 6 สามารถรองรับกิจกรรมสุดแอ็คทีฟได้หลากหลายรูปแบบ

5. ฟีเจอร์เพิ่มความสะดวกสบายในชีวิตประจำวันAmazfit Bip 6 ยังรองรับการแจ้งเตือนในชีวิตประจำวันได้อย่างสะดวกสบาย ไม่ว่าจะเป็นการโทรออกและรับสาย การอ่านข้อความ การอัปเดตโซเชียลมีเดีย การพิมพ์ข้อความโดยการใช้เสียง และซิงค์การแจ้งเตือนต่างๆ โดยมี Zepp Flow ระบบสั่งงานด้วยเสียงที่ช่วยให้ผู้ใช้สามารถควบคุมนาฬิกา, ตอบกลับข้อความ, เข้าถึงข้อมูลสุขภาพ และเริ่มโหมดออกกำลังกายด้วยการใช้เสียงโดยไม่ต้องสัมผัสหน้าจอ

6. แอปพลิเคชัน Zepp ตอบโจทย์ด้านข้อมูลสุขภาพและการออกกำลัง Zepp ถือเป็นจุดเด่นของสมาร์ทวอทช์ Amazfit ที่ช่วยติดตามข้อมูลสุขภาพและวิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึกของแต่ละบุคคล พร้อมฟีเจอร์ใหม่ที่ช่วยบันทึกข้อมูลโภชนาการของผู้ใช้ โดยสามารถถ่ายภาพมื้ออาหารของตนเองและบันทึกได้โดยตรงผ่านแอปเพื่ออัปโหลดข้อมูลโภชนาการอัตโนมัติ

Amazfit Bip 6 พร้อมวางจำหน่ายแล้ววันนี้ที่ ร้านค้าตัวแทนจำหน่ายชั้นนำทั่วประเทศและร้านค้าออนไลน์อย่างเป็นทางการของ Amazfit ในราคาเพียง ราคา 2,690 บาท โดยสามารถติดตามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.amazfit.com

สโมสรอุทัยธานี เอฟซี จับมือ โรงเรียนนานาชาติเทร็ลล์ ร่วมลงนาม MOU พัฒนาศักยภาพเยาวชนสู่ระดับสากล

สโมสรอุทัยธานี เอฟซี จับมือ โรงเรียนนานาชาติเทร็ลล์ ร่วมลงนาม MOU พัฒนาศักยภาพเยาวชนสู่ระดับสากล

สโมสรอุทัยธานี เอฟซี จับมือ โรงเรียนนานาชาติเทร็ลล์ ร่วมลงนาม MOU พัฒนาศักยภาพเยาวชนสู่ระดับสากล

วันอังคาร ที่ 24 มิถุนายน พ.ศ. 2568, 16.15 น.

เมื่อช่วงบ่ายของวันที่ 23 มิถุนายน 2568 สโมสรอุทัยธานี เอฟซี นำโดยคุณธนาชัย ปั้นงาม ผู้อำนวยการสโมสร ให้การต้อนรับคณะผู้บริหารจากโรงเรียนนานาชาติเทร็ลล์ นำโดยคุณโรเบิร์ต เทร็ลล์ ในโอกาสเข้าเยี่ยมชมศูนย์ฝึกฟุตบอล Uthai Thani FC Training Center พร้อมร่วมลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) ระหว่าง “สโมสรอุทัยธานี เอฟซี” และ “โรงเรียนนานาชาติเทร็ลล์”

ความร่วมมือครั้งนี้สะท้อนวิสัยทัศน์ร่วมกันของทั้งสององค์กรในการยกระดับการพัฒนาเยาวชนด้านฟุตบอล ด้วยแนวทางการฝึกอบรมในระดับนานาชาติ การสนับสนุนจากบุคลากรมืออาชีพ และเครือข่ายความร่วมมือจากระดับโลก มุ่งสู่เป้าหมายในการปั้นนักฟุตบอลรุ่นใหม่ให้เติบโตอย่างมีศักยภาพ และก้าวสู่เส้นทางอาชีพอย่างยั่งยืน

-(016)

วิศวฯ มก.ชวนน้องๆ ร่วมงาน Open House ‘KU Engineering Sparks’ 4 -5 ก.ค.นี้

วิศวฯ มก.ชวนน้องๆ ร่วมงาน Open House  ‘KU Engineering Sparks’ 4 -5 ก.ค.นี้

วิศวฯ มก.ชวนน้องๆ ร่วมงาน Open House ‘KU Engineering Sparks’ 4 -5 ก.ค.นี้

วันอังคาร ที่ 24 มิถุนายน พ.ศ. 2568, 15.58 น.

เปิดบ้านทั้งที ต้องไม่ธรรมดา! วิศวฯ KU ชวนน้อง ๆ มาสัมผัสงาน Open House ที่อัดแน่นด้วยไอเดีย ความสนุก และพลังสร้างสรรค์ พบกับการเสวนาแลกเปลี่ยนประสบการณ์ โดยอาจารย์และนิสิตรุ่นพี่ เกีี่ยวกับการเตรียมตัวและสมัครเข้าเรียน ,ชมการแสดงผลงานของนิสิตและอาจารย์ของ คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาตร์ ,ทำกิจกรรม Work Shop ในห้องปฏิบัติการจริง จะเรียนสาขาไหน หรือยังไม่แน่ใจ? มาหาคำตอบที่นี่

ลงทะเบียนออนไลน์ เข้าร่วมกิจกรรม ได้ที่ https://openhouse.eng.ku.ac.th

-(016)

‘แลนดี้ โฮม’ เปิด 2 สาขาใหม่ ‘บางนา – นครปฐม’ ชูกลยุทธ์สร้างบ้านคุณภาพจนลูกค้าอยากบอกต่อ

‘แลนดี้ โฮม’ เปิด 2 สาขาใหม่ ‘บางนา - นครปฐม’ ชูกลยุทธ์สร้างบ้านคุณภาพจนลูกค้าอยากบอกต่อ

‘แลนดี้ โฮม’ เปิด 2 สาขาใหม่ ‘บางนา – นครปฐม’ ชูกลยุทธ์สร้างบ้านคุณภาพจนลูกค้าอยากบอกต่อ

วันอังคาร ที่ 24 มิถุนายน พ.ศ. 2568, 15.33 น.

“แลนดี้ โฮม” บุกขยายสาขาใหม่อย่างต่อเนื่อง หลังประสบความสำเร็จจากการเปิดตัว “สาขานครปฐม” เมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา ล่าสุดเปิดตัว “สาขาบางนา” หนึ่งในทำเลยุทธศาสตร์เจาะกลุ่มลูกค้าที่มีความมั่งคั่ง (High Net Worth) ที่ต้องการสร้างบ้านในระดับราคา 8-30 ล้านบาท ชูกลยุทธ์สร้างบ้านสวย คุณภาพดี บริการดี จนลูกค้าอยากบอกต่อ ตั้งเป้ายอดขายรวม 2 สาขาใหม่ แตะ 500 ล้านบาท ภายในปี 2568  
แม้ภาวะเศรษฐกิจไทยในปี 2568 จะยังเผชิญความท้าทายจากกำลังซื้อที่ฟื้นตัวช้าและต้นทุนวัสดุก่อสร้างที่ปรับสูงขึ้น แต่ “แลนดี้ โฮม” ผู้นำธุรกิจรับสร้างบ้านของประเทศไทย ยังคงเร่งเดินเกมรุกสวนกระแสเศรษฐกิจ ด้วยการเปิดสาขาใหม่ต่อเนื่อง 2 แห่งในช่วงครึ่งปีแรก คือสาขานครปฐม และล่าสุดสาขาบางนาด้วยงบลงทุนรวมกว่า 90 ล้านบาท คาดการณ์ยอดขายสองสาขารวมกันอยู่ที่ 500 ล้านบาทภายในปี 2568

โดยในครึ่งปีแรก “แลนดี้ โฮม” มียอดขายรวมทั่วประเทศกว่า 1,200 ล้านบาท จากเป้ารวมทั้งปีที่วางไว้ 2,700 ล้านบาท แม้ตลาดรวมจะมีการชะลอตัวจากภาวะเศรษฐกิจ

คว้าโอกาสเร็ว เร่งธุรกิจโตแรง

แม้เศรษฐกิจโดยรวมจะยังมีความผันผวนแต่ตลาดรับสร้างบ้านกลุ่มราคา 8-30 ล้านบาท ยังเดินหน้าเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะใน Zone พื้นที่ “บางนา” ซึ่งเป็นหนึ่งในทำเลยุทธศาสตร์ที่ได้รับความสนใจอย่างมากจากนักพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ และธุรกิจไลฟ์สไตล์ที่ตอบโจทย์กลุ่มผู้บริโภคกำลังซื้อสูง และกลุ่มที่มีความมั่งคั่ง “High Net Worth” (HNW)

นางสาวพรรัตน์ มณีรัตนะพร  ผู้อำนวยการฝ่ายขายและพัฒนาธุรกิจ บริษัท แลนดี้ โฮม (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยสาเหตุที่เลือก “บางนา” เป็นทำเลเปิดสาขาใหม่ มาจากความเข้าใจอย่างลึกซึ้งในกลุ่มลูกค้าที่ต้องการบ้านระดับพรีเมียมในยุคนี้ ที่ไม่ได้มองหาแค่บ้านสวยเท่านั้น แต่ต้องการบริการที่ “ครบ จบ และไว้วางใจได้”

“Modern Gallery Experience” เปิดประสบการณ์ใหม่ของการสร้างบ้าน

“แลนดี้ โฮม สาขาบางนา” ถูกออกแบบมาภายใต้แนวคิด “Modern Gallery Experience” ที่หลอมรวมความเป็น Art Gallery แสดงโมเดลแบบบ้านหลากไสตล์ นับเป็นพื้นที่สำหรับพบปะและปรึกษากับสถาปนิกผู้เชี่ยวชาญด้านการออกแบบบ้านไว้ในที่เดียว  โดยตั้งอยู่ในพื้นที่ Communitiy Mall  “For You Park” ติดถนนใหญ่ บางนา-ตราด ก่อนถึง Central Bangna 1.5 กิโลเมตร ด้วยขนาดพื้นที่ Showroom กว่า 150  ตารางเมตร

นวัตกรรมการอยู่อาศัย ดีไซน์ที่ตอบโจทย์ กลุ่มกำลังซื้อไฮเอนด์

นางสาวพรรัตน์ กล่าวว่า การเปิดสาขาบางนาเพื่อรองรับการให้บริการลูกค้าสร้างบ้านหรู โดยเฉพาะในพื้นที่กรุงเทพฯ ในเขตตะวันออก จังหวัดสมุทรปราการ จังหวัดฉะเชิงเทรา และจังหวัด ชลบุรี ฝั่งตะวันตกได้แก่ ศรีราชา,บางละมุง เป็นต้น

จากข้อมูลของแลนดี้ โฮม พบว่าลูกค้าโซนพื้นที่บางนา มีความต้องการปลูกสร้างบ้านในระดับราคา 8-30ล้านบาท เพิ่มมากขึ้น โดยเฉพาะในครึ่งปีแรกของปี 2568 ลูกค้าโซนดังกล่าวเน้นปลูกสร้างบ้านด้วยพื้นที่ใช้สอยขนาดใหญ่ 500-1,000  ตร.ม. รองรับครอบครัวขยาย หรือครอบครัวขนาดใหญ่ที่มีผู้สูงอายุอยู่ร่วมกัน โดยสไตล์บ้านที่ลูกค้าชื่นชอบ เป็นบ้านสไตล์ Modern Luxury,  Modern Classic และ European Mansion  

ไม่มีเวลาก็สร้างบ้านได้ แลนดี้ โฮมสาขาบางนาดูแลให้ครบจบทุกขั้นตอน

นางสาวภัทรา มณีรัตนะพร ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาดและออกแบบผลิตภัณฑ์ บริษัทแลนดี้ โฮม (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า  “แลนดี้ โฮม สาขาบางนา เปรียบเสมือนศูนย์รวมแรงบันดาลใจ  สำหรับคนที่คิดจะสร้างบ้าน โดยเฉพาะกลุ่มลูกค้านักธุรกิจที่มีเวลาไม่มาก โดยสาขาบางนาถูกออกแบบมาเพื่อให้คุณได้สัมผัสกับประสบการณ์สร้างบ้านอย่างครบวงจร และมีแบบบ้านให้เลือกมากกว่า 300 แบบ พร้อม  Solution เทคโนโลยีการอยู่อาศัย CAPPlus  (Clean Air Positive Pressure) ระบบเติมอากาศบริสุทธ์ เติม Fresh Air พร้อมสร้างสภาวะแรงดันบวก ป้องกันฝุ่น PM2.5 และเชื้อโรค เข้าสู่ภายในบ้าน ตลอดจนการตกแต่งภายในแบบ all in one ครบจบในที่เดียว เพื่อยกระดับชีวิตการอยู่อาศัยของลูกค้า”

Landy Grand Zone แบบบ้านหรูระดับ High-End ที่นักธุรกิจ,ดาราเลือกใช้

Landy Grand คือแบรนด์เรือธงของ Landy Home สำหรับลูกค้าที่ต้องการบ้านระดับ Luxury (20 ล้านบาทขึ้นไป) พร้อมบริการออกแบบและก่อสร้างแบบครบวงจร ที่ถูกพัฒนาขึ้นเพื่อเจาะกลุ่มนักธุรกิจ, ดาราคนดัง, และครอบครัวที่ต้องการบ้านหลังใหญ่แบบมีเอกลักษณ์ในทุกองค์ประกอบ ด้วยบริการแบบ One Stop Service ที่ช่วยให้การสร้างบ้านหรูกลายเป็นเรื่องง่าย ไร้กังวลทุกขั้นตอนเริ่มตั้งแต่การออกแบบบ้านใหม่ (Exclusive Custom Design) โดยไม่มีค่าออกแบบเพิ่ม ราคาถูกคิดรวมในสัญญาเดียว งบไม่บานปลาย

เผยกลยุทธ์ยอดขายเติบโต สวนกระแสเศรษฐกิจ

นางสาวภัทรา กล่าวว่า แลนดี้ โฮม ยึดมั่น และผลักดันยอดขายให้เติบโตอย่างแข็งแกร่งมาโดยตลอด ด้วยหลัก “3 Smiles”  ที่มุ่งเน้นพัฒนาระบบการบริการและการก่อสร้างให้มีประสิทธิภาพและคุณภาพสูงสุด โดยมีเป้าหมายสำคัญคือให้ทุกฝ่ายในกระบวนการก่อสร้าง ทั้งลูกค้า คู่ค้า และทีมงาน มีความพึงพอใจสูงสุด และสามารถส่งมอบบ้านคุณภาพได้มาตรฐานเดียวกันในทุกจังหวัดทั่วประเทศ

แลนดี้ โฮม ยังคงครองความเป็นผู้นำในธุรกิจรับสร้างบ้าน ด้วยการได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวางในฐานะบริษัทรับสร้างบ้านที่มี “ผลงานบ้านสวย” และ “รีวิวบอกต่อจากลูกค้ามากที่สุด” ทั้งแบบปากต่อปากและบนแพลตฟอร์มออนไลน์ ไม่ว่าจะเป็น Google, Pantip หรือโซเชียลมีเดียอื่น ๆ โดยเฉพาะในช่วงราคาตั้งแต่ 8–30 ล้านบาท ซึ่งแลนดี้ โฮมมี Portfolio แบบบ้านจริงที่ผ่านการออกแบบและก่อสร้างมาแล้วเป็นจำนวนมาก

สำหรับผู้ที่สนใจสร้างบ้าน หากจองสร้างบ้านที่สาขาบางนาและนครปฐม ภายในเดือน มิถุนายน-กรกฎาคม รับส่วนลดสร้างบ้านสูงสุดถึง 33% จองเท่าไหร่ลดเท่านั้น พร้อมข้อเสนอพิเศษอีกมากมาย สนใจข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ http://www.landyhome.co.th

-(016)

TVI – มูลนิธิเดอะวอยซ์ฯ จัดโครงการ ‘Together We Care ดูแลสุนัขจร’ สนับสนุนการทำหมันสุนัขจร ลดปัญหาสัตว์ไร้บ้านอย่างยั่งยืน

TVI - มูลนิธิเดอะวอยซ์ฯ จัดโครงการ 'Together We Care ดูแลสุนัขจร' สนับสนุนการทำหมันสุนัขจร ลดปัญหาสัตว์ไร้บ้านอย่างยั่งยืน

TVI – มูลนิธิเดอะวอยซ์ฯ จัดโครงการ ‘Together We Care ดูแลสุนัขจร’ สนับสนุนการทำหมันสุนัขจร ลดปัญหาสัตว์ไร้บ้านอย่างยั่งยืน

วันอังคาร ที่ 24 มิถุนายน พ.ศ. 2568, 15.05 น.

ประกันภัยไทยวิวัฒน์ ผนึกกำลังมูลนิธิเดอะวอยซ์ (เสียงจากเรา) จัดโครงการ “Together We Care ดูแลสุนัขจร” สนับสนุนการทำหมันสุนัขจร ลดปัญหาสัตว์ไร้บ้านอย่างยั่งยืน

บริษัท ประกันภัยไทยวิวัฒน์ จำกัด (มหาชน) ร่วมกับมูลนิธิเดอะวอยซ์ (เสียงจากเรา) เดินหน้าจัดโครงการ “Together We Care ดูแลสุนัขจร” เพื่อส่งเสริมการทำหมันสุนัขจรจัดอย่างต่อเนื่อง หวังลดปัญหาสุนัขไร้บ้านในระยะยาว พร้อมยกระดับคุณภาพชีวิตของทั้งคนและสัตว์ในชุมชนอย่างยั่งยืน

โครงการดังกล่าวมุ่งเน้นสร้างความตระหนักรู้ในสังคมเกี่ยวกับความสำคัญของการควบคุมประชากรสัตว์เลี้ยงอย่างมีความรับผิดชอบ โดยเฉพาะการ “ทำหมันสัตว์จรจัด” ซึ่งถือเป็นแนวทางที่มีประสิทธิภาพในการลดจำนวน

สุนัขจรที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง และช่วยลดความเสี่ยงในการแพร่ระบาดของโรคพิษสุนัขบ้า อีกทั้งยังเป็นการส่งเสริมสวัสดิภาพของสัตว์ที่มักต้องเผชิญกับสภาพแวดล้อมที่ไม่เหมาะสม ไม่มีเจ้าของดูแลหรือได้รับการรักษาพยาบาลเมื่อเจ็บป่วยหรือบาดเจ็บ

ล่าสุด โครงการได้ลงพื้นที่ชุมชนบริเวณเขตบางนา-ตราด หมู่บ้านเลควูด ซึ่งเป็นหนึ่งในพื้นที่ที่ประสบปัญหาสุนัขจรจัดจำนวนมาก โดยได้ดำเนินการทำหมันสุนัขจรจำนวนรวมทั้งสิ้น 96 ตัว พร้อมทั้งดำเนินกิจกรรม “ตามหาบ้าน” เพื่อหาผู้รับเลี้ยงสุนัขจรที่มีความพร้อมในการดูแลสัตว์อย่างเหมาะสม

โครงการ “Together We Care ดูแลสุนัขจร” ถือเป็นอีกหนึ่งความมุ่งมั่นของประกันภัยไทยวิวัฒน์ ในการแสดงบทบาทความรับผิดชอบต่อสังคม ภายใต้วิสัยทัศน์ “คิดเผื่อเพื่อทุกชีวิต” ในการส่งเสริมการอยู่ร่วมกันระหว่างคน สัตว์และสิ่งแวดล้อมอย่างสมดุลและยั่งยืน

ทั้งนี้ ประกันภัยไทยวิวัฒน์ ยังให้การสนับสนุนเจ้าของสัตว์เลี้ยงในการดูแลสุขภาพน้องหมาน้องแมวอย่างเต็มที่ ด้วยแผนประกัน “Pet Friend Insurance” ประกันภัยสัตว์เลี้ยง เพื่อนซี้ 4 ขา ที่คุ้มครองครอบคลุมอุบัติเหตุและการเจ็บป่วย (OPD, IPD) สูงสุดถึง 200,000 บาทต่อปี

ผู้ที่สนใจสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับประกันภัยสัตว์เลี้ยง “Pet Friend Insurance” ได้ที่ เว็บไซต์: http://www.scspetfriend.com, http://www.thaivivat.co.th / Facebook: Thaivivat Insurance / LINE Official Account: THAIVIVAT INSURANCE

-(016)

BIG CAMERA นำ 15 ผู้โชคดีร่วมเปิดประสบการณ์ ถ่ายภาพสุดคลูกับกูรูดังที่ประเทศโปรตุเกส

BIG CAMERA นำ 15 ผู้โชคดีร่วมเปิดประสบการณ์ ถ่ายภาพสุดคลูกับกูรูดังที่ประเทศโปรตุเกส

BIG CAMERA นำ 15 ผู้โชคดีร่วมเปิดประสบการณ์ ถ่ายภาพสุดคลูกับกูรูดังที่ประเทศโปรตุเกส

วันอังคาร ที่ 24 มิถุนายน พ.ศ. 2568, 14.59 น.

บิ๊ก คาเมร่า ผู้นำศูนย์รวมกล้องดิจิทัลและผู้ให้บริการด้านการถ่ายภาพครบวงจร พา 15 ผู้โชคดีจากแคมเปญ BIG CAMERA BIG BONUS 2024 (บิ๊ก คาเมร่า บิ๊ก โบนัส 2024) ร่วมทริปท่องเที่ยวถ่ายภาพสุดคูลแบบเอ็กซ์คลูซีพ ณ ประเทศโปรตุเกส 7 วัน 4 คืน  เปิดประสบการณ์สุดพิเศษ สัมผัสความงดงามของธรรมชาติและประวัติศาสตร์ที่เต็มไปด้วยเรื่องราวที่กรุงลิสบอน ชมความงามของแม่น้ำสาย     โรแมนติกและตึกสีสันสดใสที่เมืองปอร์โต้ ลัดเลาะไปหมู่บ้านโบราณกลางขุนเขาแห่งซินตราที่โอบล้อมด้วยธรรมชาติอันบริสุทธิ์ และอีกหลากหลายประสบการณ์

พร้อมเข้าคลาสถ่ายภาพสุดไพรเวท โดยมีช่างภาพเทียร์วันของเมืองไทย อย่าง จอร์จ ธาดา วารีช ที่พาเปิดโลกการถ่ายภาพแฟชั่นระดับมืออาชีพกับคลาส Fashion Photo workshop กอล์ฟ-กันตพัฒน์ พฤฒิธรรมกูล เจ้าของเพจกอล์ฟ มาเยือน ที่มาสอนทริคสุดว้าวกับการถ่ายภาพ Landscape ปิดท้ายด้วยการสร้างวิดีโอคอนเทนต์กับคอนเทนต์ครีเอเตอร์คนดัง ใหญ่-กฤดา เสพมงคลเลิศ และกิจกรรมครั้งนี้ได้นักแสดงสาว มิ้นท์ – รัญชน์รวี เอื้อกูลวราวัตร ร่วมเป็นนางแบบ พร้อมด้วย ดร.นิวรรณ เตือนใจยา ผู้จัดการฝ่ายการตลาดอาวุโส บริษัท บิ๊ก คาเมร่า คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ร่วมต้อนรับผู้โชคดีและร่วมเดินทาง

-(016)

NER มอบรถพยาบาลกู้ชีพขั้นสูง สานภารกิจช่วยชีวิต

NER มอบรถพยาบาลกู้ชีพขั้นสูง สานภารกิจช่วยชีวิต

NER มอบรถพยาบาลกู้ชีพขั้นสูง สานภารกิจช่วยชีวิต

วันอังคาร ที่ 24 มิถุนายน พ.ศ. 2568, 14.56 น.

หลายคนตระหนักดีว่ารถพยาบาลพร้อมอุปกรณ์กู้ชีพขั้นสูงมีความจำเป็นอย่างมากในการให้บริการฉุกเฉินทางการแพทย์ รถพยาบาลสามารถให้บริการฉุกเฉินทางการแพทย์ได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ

ในการรับส่งผู้ป่วย  ไปยังโรงพยาบาลหรือสถานพยาบาลได้รวดเร็วและปลอดภัย ขณะเดียวกันภายในรถพยาบาลยังมีเจ้าหน้าที่ทางการแพทย์ และอุปกรณ์เครื่องมือทางการแพทย์ที่สามารถดูแลเบื้องต้นแก่ผู้ป่วยได้อย่างเหมาะสมก่อนที่จะถึงโรงพยาบาลด้วย

นายชูวิทย์ จึงธนสมบูรณ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท นอร์ทอีส รับเบอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ NER ผู้ดำเนินธุรกิจผลิตและจำหน่าย ยางแผ่นรมควัน ยางแท่ง ยางผสม และสินค้าปลายน้ำแผ่นยางพาราปูพื้นคุณภาพสูง เพื่อจำหน่ายไปยังผู้ผลิตในอุตสาหกรรมยานยนต์ กลุ่มผู้ค้าคนกลาง ทั้งในประเทศและต่างประเทศ กล่าวว่า เพื่อตอกกย้ำพันธกิจ NER สร้างคุณค่าที่มากกว่ายาง เดินหน้าสนับสนุนการช่วยชีวิตประชาชนหลายพื้นที่ที่อยู่ห่างไกล แสดงพลังแห่งการให้ด้วยการมอบรถพยาบาลกู้ชีพขั้นสูงพร้อมอุปกรณ์ทางการแพทย์ครบครันให้กับโรงพยาบาลทั่วประเทศ โดยมีคณะผู้บริหาร ร่วมกับ ครูบาอริยชาติ อริยจิตฺโต ภายใต้โครงการ “บริจาครถพยาบาล 108 คันทั่วประเทศ ในเมตตาครูบาอริยชาติ อริยจิตฺโต” เพื่ออำนวยความสะดวกในการรับส่งต่อและเพิ่มประสิทธิภาพในการช่วยเหลือผู้ป่วยฉุกเฉินและส่งต่อโอกาสในการรอดชีวิตอย่างทันท่วงที  

บริษัทได้ตระหนักถึงความสำคัญของระบบสาธารณสุข พร้อมสนับสนุนให้ประชาชนได้รับบริการทางการแพทย์ที่ทั่วถึงและมีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะในช่วงเวลาวิกฤตที่ต้องการความช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน จึงได้มอบรถพยาบาลกู้ชีพขั้นสูงให้แก่โรงพยาบาลต่างๆ ทั่วประเทศ ล่าสุดได้มอบให้โรงพยาบาลละหานทราย จังหวัดบุรีรัมย์ ซึ่งเป็นรถพยาบาลคันที่2 โดยบริษัทฯ มีเจตนารมณ์ชัดเจนในการตอบแทนสังคม พร้อมการพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนให้เติบโตอย่างยั่งยืน ตามแนวทาง ESG และตระหนักดีว่ารถพยาบาลกู้ชีพขั้นสูงนี้… เป็นประโยชน์สูงสุดแก่พี่น้องประชาชน ให้ได้รับบริการด้านสาธารณสุขอย่างทันท่วงที ลดการเกิดภาวะแทรกซ้อน ลดการเสียชีวิต ได้อย่างเหมาะสมและรวดเร็วปลอดภัยมากยิ่งขึ้น

-(016)

มช.จัดกิจกรรม ‘CMU Pride 2025’ สะท้อนพลังตัวตน สร้างสังคมเท่าเทียมในรั้วมหา’ลัย

มช.จัดกิจกรรม 'CMU Pride 2025' สะท้อนพลังตัวตน สร้างสังคมเท่าเทียมในรั้วมหา'ลัย

มช.จัดกิจกรรม ‘CMU Pride 2025’ สะท้อนพลังตัวตน สร้างสังคมเท่าเทียมในรั้วมหา’ลัย

วันอังคาร ที่ 24 มิถุนายน พ.ศ. 2568, 14.24 น.

มช. ร่วมเฉลิมฉลองเดือนแห่งความหลากหลาย จัดกิจกรรม CMU Pride 2025 สะท้อนพลังตัวตน สร้างสังคมเท่าเทียมในรั้วมหาวิทยาลัย

มหาวิทยาลัยเชียงใหม่จัดกิจกรรม CMU Pride 2025 เพื่อร่วมเฉลิมฉลองเดือนแห่งความเท่าเทียมและความหลากหลาย หรือ Pride Month โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อสื่อสารและสร้างความตระหนักรู้ถึงความสำคัญของการเคารพความแตกต่างในทุกมิติของผู้คน และเพื่อส่งเสริมให้มหาวิทยาลัยเชียงใหม่เป็นพื้นที่ที่โอบรับความหลากหลายและครอบคลุมอย่างแท้จริง (Inclusive University) ภายใต้แนวคิด “เพราะทุกเฉดสีคือความงดงามของโลกใบนี้” โดยกิจกรรมจัดขึ้นระหว่างวันที่ 24-25 มิถุนายน 2568 ณ ศูนย์อาหารมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ โดยเปิดให้บุคลากร นักศึกษา และประชาชนทั่วไปเข้าร่วมได้โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย

กิจกรรมภายในงานประกอบด้วยหลากหลายรูปแบบที่เน้นการมีส่วนร่วม การสร้างสรรค์ และการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ อาทิ Workshop การทำสร้อยข้อมือและพวงกุญแจ ที่เปิดโอกาสให้ผู้เข้าร่วมได้สร้างผลงานที่สะท้อนตัวตนและสัญลักษณ์แห่งความภาคภูมิใจในความหลากหลาย

กิจกรรม Mocktail สีรุ้ง ที่ชวนผู้เข้าร่วมมาร่วมรังสรรค์เครื่องดื่มแห่งความสดใส เติมพลังใจด้วยสีสันและรสชาติที่เปี่ยมด้วยความหมาย

Healing Space “พักใจ” พื้นที่สงบที่จัดขึ้นเพื่อให้ผู้เข้าร่วมได้หยุดพัก หายใจลึก ๆ และเยียวยาจิตใจในบรรยากาศที่อบอุ่นและปลอดภัย

ไฮไลต์สำคัญของกิจกรรมคือ นิทรรศการ CMU Pride People ซึ่งนำเสนอเรื่องราวของบุคคลหลากหลายกลุ่มภายในมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ผ่านสื่อสารคดีและคลิปวิดีโอที่บอกเล่าถึงความเข้มแข็ง ความเปราะบาง ความกล้าหาญ และความงดงามของการรักและยอมรับตนเอง โดยเรื่องราวแต่ละตอนเชื่อมโยงกับสีบนธง Pride ที่สื่อถึงคุณค่าและแง่มุมสำคัญของชีวิต เช่น ความกล้าหาญ ความหวัง การเยียวยา และการเติบโต เรื่องราวที่ถูกนำเสนอในนิทรรศการนี้ ได้แก่ นักศึกษาหญิงไร้สัญชาติที่แม้จะขาดสิทธิทางกฎหมาย แต่ยังคงมุ่งมั่นและลุกขึ้นมาเป็นผู้นำเพื่อเยาวชนกลุ่มเดียวกัน หรือ นักกีฬาหญิงนักเพาะกายที่ต่อสู้กับอคติทางเพศด้วยความมุ่งมั่นและความกล้าหาญ จนกลายเป็นแรงบันดาลใจให้กับนักศึกษาหญิงรุ่นใหม่ สามารถรับชมได้ทาง https://www.youtube.com/watch?v=sVb1WwKJy0o หรือหน้าเพจ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่

กิจกรรม CMU Pride 2025 และนิทรรศการ CMU Pride People จัดขึ้นเพื่อสะท้อนบทบาทของมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ในฐานะ พื้นที่ปลอดภัย (Safe Space) ที่สนับสนุนการเติบโตของผู้คนในทุกสถานะและอัตลักษณ์ โดยไม่เพียงเป็นสถานที่ผลิตบัณฑิตเพื่อออกไปสู่สังคมเท่านั้น หากแต่ยังเป็นพื้นที่ที่ “ปลูกชีวิต” ให้กับผู้คนในรั้วมหาวิทยาลัยให้สามารถเปล่งประกายและเติบโตในแบบของตนเองอย่างภาคภูมิ

ทั้งนี้ การดำเนินโครงการ CMU Pride 2025 สอดคล้องกับพันธกิจด้าน Diversity, Equity & Inclusion (DEI) ของมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ที่มุ่งเน้นการขับเคลื่อนนโยบายและการปฏิบัติที่ส่งเสริมความเท่าเทียมและการยอมรับความแตกต่างอย่างแท้จริง อีกทั้งยังเป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (Sustainable Development Goals: SDGs) โดยเฉพาะ SDG 4 การศึกษาเพื่อความเท่าเทียม, SDG 5 ความเสมอภาคทางเพศ, และ SDG 10 การลดความเหลื่อมล้ำ ซึ่งมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ให้ความสำคัญในฐานะการเป็น SDG-driven University ที่มุ่งมั่นในการสร้างสรรค์สังคมแห่งความเสมอภาคผ่านการศึกษา นโยบาย และกิจกรรมที่เป็นรูปธรรม

มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ขอเชิญชวนผู้ที่สนใจทุกท่าน มาร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการเฉลิมฉลองความหลากหลายและความเท่าเทียมใน CMU Pride 2025 เพื่อร่วมกันสร้างมหาวิทยาลัยและสังคมที่ทุกคนสามารถใช้ชีวิตได้อย่างเต็มศักยภาพ และเป็นพื้นที่ที่ทุกเสียง ทุกตัวตน ได้รับการเคารพและยอมรับอย่างแท้จริง

-(016)

‘มิโด'(MIDO) เผยโฉมเรือนเวลาดีไซน์ใหม่ในคอลเลกชั่น ‘Multifort TV Big Date’

'มิโด'(MIDO) เผยโฉมเรือนเวลาดีไซน์ใหม่ในคอลเลกชั่น 'Multifort TV Big Date'

‘มิโด'(MIDO) เผยโฉมเรือนเวลาดีไซน์ใหม่ในคอลเลกชั่น ‘Multifort TV Big Date’

วันอังคาร ที่ 24 มิถุนายน พ.ศ. 2568, 14.19 น.

เติมเต็มเสน่ห์ให้ทุกลุคดูดีได้อย่างสมบูรณ์แบบไปกับเรือนเวลาดีไซน์ใหม่ล่าสุดจาก มิโด (MIDO ในคอลเลกชั่น “มัลติฟอร์ท ทีวี บิ๊ก เดท” (Multifort TV Big Date) ที่ยังคงโดดเด่นด้วยหน้าปัดรูปทรงทีวีสุดคลาสสิกและช่องบอกวันที่ขนาดใหญ่ ในรูปโฉมใหม่ที่มาในคู่สีดำและสีเหลืองสดใสตัดกันอย่างมีมิติ สะท้อนบุคลิกอันมั่นใจและความมีสไตล์ของผู้สวมใส่ได้อย่างไร้ที่ติ

มิโด (MIDO) แบรนด์นาฬิกาที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานกว่า 100 ปี นับตั้งแต่ จอร์จ แชแรน (GEORGES SCHAEREN) เริ่มก่อตั้งบริษัท MIDO G.SCHAEREN & CO. AG ขึ้นที่เมืองโซโลธูร์น ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ตั้งแต่ ค.ศ. 1918 ภายใต้ปรัชญาของการสร้างสรรค์แบรนด์ให้อยู่เหนือกาลเวลาด้วยแนวคิดการออกแบบที่ร่วมสมัย ผ่านการคัดเลือกวัสดุคุณภาพเยี่ยมที่มีความหรูหรา ทนทาน และยังคงไว้ซึ่งฟังก์ชันการใช้งานที่ครบถ้วน 

สำหรับคอลเลกชั่น “มัลติฟอร์ท ทีวี บิ๊ก เดท” (Multifort TV Big Date) ดีไซน์ใหม่มาพร้อมคู่สีดำและสีเหลืองที่สามารถผสานความคลาสสิก สปอร์ต และโมเดิร์นเข้ากันได้เป็นอย่างดี อีกทั้งยังเป็นการตอกย้ำความสำเร็จของคอลเลกชั่น Multifort TV Big Date ที่เปิดตัวไปในปี 2023 ที่ผ่านมา โดยดีไซน์ใหม่ในคอลเลกชั่นนี้มาในตัวเรือนรูปทรงทีวีสแตนเลสสตีลขัดซาติน  หน้าปัดเส้นผ่านศูนย์กลางขนาด 40 มิลลิเมตร โดดเด่นด้วยการตกแต่งลายเส้นสีเทาตรงกลางไล่เฉดไปยังสีดำสนิทที่บริเวณขอบตัวเรือน หน้าปัดมีช่องแสดงวันที่ขนาดใหญ่ (Big Date) อยู่บริเวณตำแหน่ง 12 นาฬิกา ที่สามารถมองเห็นได้อย่างชัดเจน ด้านข้างประกอบด้วยเม็ดมะยมแบบขันเกลียว มาพร้อมสายนาฬิกายางที่บุด้วยผ้าสีดำและเย็บด้วยตะเข็บสีเหลือง ที่สามารถถอดเปลี่ยนสายได้ตามลุคที่ต้องการ โดยเข็มนาฬิกาทั้งเข็มชั่วโมงและเข็มนาทีถูกเคลือบด้วยสารเรืองแสงซูเปอร์ลูมิโนวา (Super-LumiNova®) สีขาว ช่วยอ่านค่าในที่แสงน้อยหรือในยามค่ำคืน ส่วนเข็มวินาทีและหลักนาทีเคลือบด้วยแล็กเกอร์สีเหลือง ด้านฝาหลังมาในดีไซน์แบบโปร่งใส เผยให้เห็นการทำงานของกลไกคาลิเบอร์ 80 (Caliber 80) ที่มีความแม่นยำและน่าเชื่อถือ พร้อมสลักโลโก้ MIDO ไว้อย่างชัดเจน ถูกครอบด้วยกระจกคริสตัลแซฟไฟร์เคลือบสารกันการสะท้อนแสงทั้งด้านนอกและด้านใน อีกทั้งสามารถสำรองพลังงานสูงสุดถึง 80 ชั่วโมง นอกจากนี้ยังเสริมความแข็งแรงด้วยบาลานซ์สปริงที่ผลิตจากนิวาครอง (Nivachron™) เพื่อเสริมความแข็งแรงทนทานต่อแรงกระแทกและสนามแม่เหล็กได้เป็นอย่างดี พร้อมคุณสมบัติกันน้ำลึกได้ถึง 10 บาร์ หรือ 100 เมตร

นอกจากนี้ มิโด (MIDO) ยังได้แนะนำเคล็ดลับในการเลือกซื้อนาฬิกาที่สามารถสวมใส่ได้ในหลากหลายโอกาสเพื่อความคุ้มค่า นอกเหนือฟังก์ชันที่ถูกใจแล้ว ผู้สวมใส่ยังต้องเลือกดีไซน์ที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์และการใช้งานในหลากหลายโอกาสด้วย หากเป็นวันแต่งตัวเรียบง่ายในลุคมินิมอล อาจเลือกนาฬิกาที่มีดีไซน์โดดเด่น เช่น หน้าปัดทรงเรโทร หรือการเล่นสีที่ช่วยเพิ่มลูกเล่นให้ลุคดูมีชีวิตชีวามากขึ้น แต่หากเป็นวันทำงานหรือลุคแคชชวลกึ่งทางการ การเลือกนาฬิกาเรือนสแตนเลสสตีลในโทนสีเข้มจะช่วยเสริมลุคให้ดูเท่ สุขุม และมีความคลาสสิกในเวลาเดียวกัน

พบกับเรือนเวลาหรูคอลเลกชั่นใหม่ล่าสุดที่ชื่อว่า “มัลติฟอร์ท ทีวี บิ๊ก เดท” (Multifort TV Big Date) ดีไซน์เฉดสีดำตัดเหลือง จากแบรนด์ ”มิโด” (MIDO) นาฬิกาคุณภาพมาตรฐานตามแบบฉบับ Swiss made ได้ที่เคาน์เตอร์ “มิโด” (MIDO) เซ็นทรัล, โรบินสัน, เดอะมอลล์ และตัวแทนจำหน่ายทั่วประเทศ หรือผ่านช่องทางออนไลน์ MIDO Official Store ใน Shopee และ Lazada และติดตามรายละเอียดเพิ่มเติ่มได้ที่เว็บไซต์  www.midowatches.com Facebook: Mido Watches และ LINE Official Account: @midothailand หรือติดต่อได้ที่เบอร์ 02-146-8406

รวมพลคนรักสุขภาพ ในมหกรรม ‘THE MALL LIFESTORE SPORTS FEST’

รวมพลคนรักสุขภาพ ในมหกรรม 'THE MALL LIFESTORE SPORTS FEST'

รวมพลคนรักสุขภาพ ในมหกรรม ‘THE MALL LIFESTORE SPORTS FEST’

วันอังคาร ที่ 24 มิถุนายน พ.ศ. 2568, 14.12 น.

ไม่ว่าจะเป็นสายคาร์ดิโอ  สายโยคะ สาวกพิลาทิส หรือเวทเทรนนิงสุดเฟิร์ม เดอะมอลล์ไลฟ์สโตร์ บางกะปิ พร้อมตอบโจทย์ครบ  ในงาน THE MALL LIFESTORE SPORTS FEST  มหกรรมความแอคทีฟ พิชิตทุกความมันส์ รวมคลาสฮิตจากฟิตเนส และสตูดิโอดัง พร้อมให้สายสปอร์ตมาร่วมออกกำลังกายใจกลางศูนย์การค้ากว่า 40 คลาส  พร้อมอัพเดทสินค้ากีฬาแบรนด์ดัง รับส่วนลดสูงสุด 70%  ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ใหม่ ช้อป ชิล  ฟิตแอนด์เฟิร์มในที่เดียว  ระหว่างวันที่ 23 มิถุนายน – 2 กรกฎาคม 2568 ที่ เอ็ม แกรนด์ ฮอลล์  เดอะมอลล์ไลฟ์สโตร์ บางกะปิ  ชั้น G 

บรรยากาศภายในงาน  “THE MALL LIFESTORE SPORTS FEST”  วันแรกคับคั่งไปด้วยคนรักการออกกำลังกาย และแฟชั่นสปอร์ต มาร่วมอัพเดทเทรนด์และลงทะเบียนร่วมคลาสออกกำลังกาย โดยผู้เชี่ยวชาญจากแบรนด์พาร์ทเนอร์ชื่อดัง อาทิ FITNESS FIRST กับคลาสคาร์ดิโอสุดฮิตในช่วงเวลานี้ ได้แก่ HYROX FOUNDATION ,  HYROX ENGINE และ   HIIT x FUSION   พร้อมมาเปิดประสบการณ์กับคลาสมวยไทยจาก  FAIRTEX นำทีมโดย ครูตุ้ม ปริญญา    และ ร่วมขยับอย่างมีสไตล์กับ CURVE BKK กับคลาส CARDIO BARRE และ STRETCHING โดยครูกอบัว และครูแนน ชลิตา     พลาดไม่ได้กับ KAEW PILATES  เบิร์นทุกส่วนกับอุปกรณ์สุดฮิต PILATES MAT, MOTR และ BALL & RING โดยครูแก้ว ธัญวษกา  PHYSIQUE 57 กับคลาสปั้นหุ่นสวย  BARRE BUILD BURN LOW IMPACT & HIGH INTENSITY เป็นต้น โดยหลังจบคลาสทุกคนยังได้รับเครื่องดื่ม Beanbag Almond Protein  เพิ่มความสดชื่นหลังออกกำลังกายอีกด้วย  นอกจากนี้  ยังมีกิจกรรมไฮไลต์การแข่งขันสุดท้าทาย  “RUN BIKE RUN 18K”  ที่ผสมผสานการวิ่งบนลู่วิ่งไฟฟ้า  และปั่นจักรยาน รวมระยะทาง 18 กิโลเมตร   พร้อมรับของรางวัลรวมมูลค่ากว่า 50,000 บาท อีกด้วย

โดยภายในงาน  นุช– นุศรา ต้อมคำ    นักกีฬาวอลเลย์บอลไทย ที่มาร่วมอัพเดทเทรนด์กีฬาและแฟชั่นสายสปอร์ต ภายใน THE MALL LIFESTORE SPORTS FEST  ได้เล่าถึงไลฟ์สไตล์การออกกำลังกายว่า ปัจจุบันนอกจากกีฬาวอลเลย์บอลแล้ว ยังชื่นชอบการวิ่ง  เล่นกอล์ฟ  และ   เคิร์ลลิ่ง ที่ต้องเล่นบนลานน้ำแข็ง  รวมถึงโหลดแอพพลิเคชันออกกำลังกายมาเล่นในวันที่อยู่บ้านด้วย  ซึ่งแต่ละประเภทกีฬาต้องใช้ทักษะแตกต่างกันไปทำให้มีความท้าทาย พัฒนาฝีมือตัวเองอยู่เสมอ   สำหรับผู้เริ่มต้นออกกำลังกาย  อาจเริ่มด้วยการใช้เวลาว่างวันละ 15-30  นาที ขยับร่างกายกับกีฬาหรือคลิปออกกำลังกายที่สนใจเป็นประจำ จนรู้สึกเป็นกิจวัตรประจำวันอย่างหนึ่ง ร่วมกับการกินอาหารที่ดี พักผ่อนเพียงพอ จะยิ่งส่งเสริมร่างกายให้แข็งแรง โดยการเลือกชุดกีฬาที่เหมาะสมก็มีความสำคัญ ที่ช่วยให้เล่นกีฬาได้เต็มที่ คล่องตัวมากขึ้น  เช่น วอลเลย์บอล ที่มีการกระโดดเยอะชุดที่กระชับลำตัว  เนื้อผ้ายืดหยุ่น จะช่วยให้ขยับร่างกายได้อย่างอิสระเคลื่อนไหวได้รวดเร็ว   สำหรับชุดวิ่งควรเป็นเนื้อผ้าที่ใส่แล้วรู้สึกเบาตัวมากๆ  ปลอดโปร่ง แต่เนื้อผ้าซับเหงื่อได้ดีและแห้งง่าย       

ทางด้าน สายสปอร์ตตัวจริง กอล์ฟ – กัญญ์นลิน อิทธิวัชรศิลป์  ที่มาร่วมคลาสสนุกๆ  ภายในงาน  เผยว่า การออกกำลังกายสม่ำเสมอ ทำให้ร่างกายรู้สึกรีเฟรช มีโปรดักส์ทีฟในการทำงานมากขึ้น   โดยปัจจุบันกำลังโฟกัสที่การเล่นกอล์ฟ และ ฟิตเนสในช่วงเช้า และปั่นจักรยานกราเวล บนเส้นทางสมบุกสมบัน ในช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์    แม้จะเหนื่อยกว่าเส้นทางธรรมดาแต่ก็สนุกมากเหมือนได้ออกมาผจญภัย โดยเทคนิคที่ทำให้ตัวเองสามารถออกกำลังกายได้อย่างสม่ำเสมอคือการมีพาร์ทเนอร์ที่ดี อาจเป็นเพื่อนที่ชื่นชอบกีฬาเดียวกัน หรือเทรนเนอร์ ที่ค่อยกระตุ้นให้ออกกำลังกายไปด้วยกันทุกๆ วันได้   อีกเคล็ดลับสำคัญคือการเลือกเสื้อผ้า อุปกรณ์กีฬาที่มีคุณภาพ จะช่วยให้การออกกำลังกายราบรื่น สนุกมากขึ้น ส่วนตัวเวลาไปฟิตเนสหรือปั่นจักรยานจะเลือกเนื้อผ้าที่ใส่กระชับ สบายตัว ใส่แล้วต้องรู้สึกมั่นใจถ่ายรูปออกมาสวย  จะช่วยในด้านความรู้สึกทำให้อยากลุกมาแต่งตัวไปออกกำลังกายบ่อยๆ             

นอกจากกิจกรรมออกกำลังกายสนุกๆ ภายในงาน THE MALL LIFESTORE SPORTS FEST แล้ว ยังพร้อมจัดเต็มกับโปรโมชั่นพิเศษจากแบรนด์กีฬาชั้นนำทั่วทั้งศูนย์ฯ และสปอร์ตมอลล์ (SPORTS MALL)   อาทิ  ADIDAS, ANTA, ARI FOOTBALL, ASICS, CONVERSE, DECATHLON, FAIRTEX, FOOT LOCKER, JD SPORTS, NEW BALANCE, NIKE, PUMA, REV RUNNR, THE NORTH FACE, TAYLORMADE, TITLEIST, UNDER ARMOUR, VANS, WARRIX ที่จะมาผนึกกำลังยกทัพสินค้าสปอร์ตมาลดกระหน่ำแบบจัดเต็มสูงสุด  70%  ทุกวัน  พร้อมสิทธิพิเศษสมาชิกบัตร M CARD  และ บัตรเครดิต VISA ที่ร่วมรายการอีกมากมาย  ต่อเนื่องตั้งแต่วันนี้  – 28 กรกฎาคม 2568    

ผู้ที่สนใจร่วมแอคทีฟคลาสฟิตเนส ภายในงาน THE MALL LIFESTORE SPORTS FEST  เพียงเป็นสมาชิก M Card  ก็สามารถจองคลาสล่วงหน้า ที่จุดรับลงทะเบียนภายในงาน หรือ Line @Mcard  http://mcard.to/2wHbv1 พร้อมโชว์ใบเสร็จการใช้จ่ายภายในศูนย์ฯ ก่อนเข้าคลาส (ไม่จำกัดยอดใช้จ่าย)                  ได้ตั้งแต่วันนี้  – 2 กรกฎาคม 2568  ติดตามรายละเอียดโปรโมชั่นเพิ่มเติมได้ที่ FACEBOOK : SPORTSMALLTHAILAND  และ FACEBOOK : THE MALL GROUP