‘เตี๋ยวกั้ง’ เจ๊เพ็ญเย็นตาโฟ อร่อยสมราคา

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

23 กันยายน 2560 เวลา 09:45 น….. อ่านต่อได้ที่ : https://www.posttoday.com/travel/restaurant/516394

‘เตี๋ยวกั้ง’ เจ๊เพ็ญเย็นตาโฟ อร่อยสมราคา

โดย สิทธิปูทะเลย์

มาเมืองจันทบุรี นอกจากหมูชะมวงกินอะไรดี พรรคพวกที่โครงการชลประทานคลองภักดี รำไพบอกว่า “ไปกินเตี๋ยวกัน”

 

ก๋วยเตี๋ยวที่ว่า ไปถึงร้านแสนธรรมดา แต่ราคาแสนแพงชามละเป็นร้อยบาท เรียกกันง่ายๆ ว่า “ก๋วยเตี๋ยวกั้ง” หรือเย็นตาโฟกั้ง รถจอดหน้าร้าน “เจ๊เพ็ญ เย็นตาโฟ” หน้าวัดไผ่ล้อม มันก็ยังธรรมด้า ธรรมดา แต่เพื่อนส่งสายตามาว่า ลองก่อนอย่าเพิ่งบ่น หลังไล่ดูเมนูก๋วยเตี๋ยว ปูกั้ง กั้งปูโอ้ย!…ราคาเริ่มต้น 100-150-200 บาท/ชาม จะแพงไปไหนเนี่ย

สรุปอิฉันลองสั่งเส้นใหญ่เย็นตาโฟ ปูกั้ง ชาม 150 บาทค่ะ จะกินประชดเพื่อน ผู้อ่านอาจสงสัยทำไมไม่สั่งชาม 200 มาประชด อิฉันสั่งแล้วเจ้าค่ะ ทางร้านบอกว่ากั้งขนาดชาม 200 หมดเลยเหลือราคานี้

“อั๊ยยะ…บอกกันตรง ของไม่ถึงคุณภาพราคา 200 เขาบอกเลย ไม่มีชามราคานี้แล้วครับ ของหมด เหลือขนาดชาม 150 กับ 100 ครับ“

อันนี้บอกเลยประทับใจครั้งที่ 1 เพราะไม่มีการเอาเปรียบลูกค้า เอาใจไปก่อน

 

ระหว่างรอคิว เพื่อนสั่งเต้าหู้ทอด แม่ค้าวัยรุ่นมั้ง หน้าหงิกมาก แต่รสชาติก็พอใช้ได้ เลยพอนั่งกินรองท้อง เพราะคิวยาว คนเยอะ ทัวร์ก็เยอะ

หลังเสิร์ฟชามก๋วยเตี๋ยวเย็นตาโฟกั้งขนาด 150 บาท ต้องบอกว่า ชามใหญ่มากค่ะ ปกติอิฉันทานก๋วยเตี๋ยวทั่วไปต้องสองชาม แต่เห็นขนาดชามนี้ ขอชามเดียวพอ

สำหรับก๋วยเตี๋ยว ขอบอกหน้าตามาดีมาก กั้งเป็นตัว เนื้อปูเป็นก้อน ไม่เหม็นบูด เนื้อกั้งสดเต้นดึ๋งๆ บอกถึงความสดของกั้ง เพราะอิฉันลูกทะเล เห็นปุ๊บก็พอรู้ว่าของเขาดีทีเดียว แต่อย่างว่านะเจ้าคะ กั้งนี้เป็นสัตว์ทะเลที่ดูแลยากมากค่ะ ความเย็นไม่ถึงเนี่ย เน่าเอาง่ายๆ เลยเจ้าค่ะ แต่สำหรับร้านนี้เขารับรองว่า ร้านเขาเก็บรักษาดีความเย็นถึง

 

สูตรทานก๋วยเตี๋ยวของอิฉันคือ ชิมก่อนปรุงค่ะ เราจะได้รู้ว่า ควรเติมอะไร หลังชิมน้ำซุปขอบอกค่ะว่า กลมกล่อมดี ขอยกนิ้วว่า อร่อยดีค่ะ ปกติอยู่ทะเลสั่งเย็นตาโฟใส่กุ้ง หมึก เนื้อปลาก็ว่าอร่อยแล้ว มาใส่เนื้อกั้งเพิ่มความอร่อยมากขึ้นอีกเยอะ

ที่สำคัญกั้งมีขนาดหลากหลาย ทั้งขนาดเล็ก กลางและใหญ่ ดีไปกว่านั้นคือทานแล้วเนื้อกั้งสด เนื้อหวานนุ่มแน่น ไม่เสียดายเงินเลยค่ะ งวดหน้าอิฉันจะสั่งชามละ 200

สำหรับการเดินทางบอกไปก็จะงง เพราะคดเคี้ยวเหลือเกิน ลองสอบถามคนเมืองจันท์ หาทางไปวัดไผ่ล้อม ร้านเจ๊เพ็ญอยู่หน้าวัดเลยจ้า…ไปเมืองจันท์ไปกินเตี๋ยวกั้งกันนะคะ

 

ฟุกหยวน 2 ทศวรรษความอร่อย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

22 กันยายน 2560 เวลา 11:00 น…. อ่านต่อได้ที่ : https://www.posttoday.com/travel/restaurant/516209

ฟุกหยวน 2 ทศวรรษความอร่อย

ร้านอาหารจีนสไตล์คลาสสิกที่ชื่อว่า ฟุกหยวน เปิดมากว่า 21 ปีแล้ว วาสนา โยธะศรี ผู้จัดการร้าน เล่าว่า ร้านนี้เปิดมาพร้อมกับตัวโรงแรมโกลเด้น ทิวลิปฯ เลยก็ว่าได้ แถมชื่อฟุกหยวน ยังมีความหมายดีๆ ที่แปลว่า สวนขององค์จักรพรรดิ หรือสถานที่เดินเล่นยามเมื่อเสวยพระกระยาหารเสร็จเรียบร้อยแล้วนั่นเอง

กลุ่มลูกค้าของร้านส่วนใหญ่จะเป็นนักธุรกิจทั้งชาวไทยและชาวจีน คนที่มากันเป็นครอบครัว รวมทั้งนักท่องเที่ยวที่มาพักที่โรงแรม สไตล์การตกแต่งร้านเป็นแนวจีนโบราณผสมผสานความร่วมสมัย ซึ่งใช้โต๊ะเก้าอี้ที่ลูกค้าสามารถลุกนั่งได้สบายเป็นหลัก

 

 

“สำหรับเมนูอาหารของฟุกหยวนเป็นอาหารจีนสไตล์กวางตุ้ง ที่มีทั้งเมนูอะลาคาร์ตและเซตเมนู แล้วมื้อกลางวัน ที่ร้านยังขึ้นชื่อ ในเรื่องของ “ติ่มซำคำโต” อีกด้วย ยกตัวอย่าง เช่น ฮะเก๋าไส้กุ้งลูกโต ที่ใช้เนื้อกุ้งใหญ่ 1 ตัวต่อหนึ่งลูก ขนมจีบกุ้งคำโต ซาลาเปาไส้ลาวาที่ไส้ทำจากคัสตาร์ดผสมชีสและไข่แดง ข้าวกระบอกไม้ไผ่ที่เครื่องปรุงทั้งหมดเป็นส่วนผสมของบ๊ะจ่างและหอยเซลล์นึ่งซีอิ๊ว เป็นต้น

 

 

นอกจากนี้ ยังมีเมนูออร์เดิร์ฟขึ้นชื่อประจำร้านนั่นคือ โกจา ซึ่งทำจากแป้งข้าวโพดสีเหลือง เจี๋ยน (ใส่กระทะที่มีน้ำมันนิดหน่อย) จนสุก กรอบนอก นุ่มใน กินคู่กับน้ำมันหอยและจิ้มน้ำตาลทรายนิดนึงก็อร่อยเข้ากัน ยิ่งจิบน้ำชาร้อนๆ ไปด้วยก็ยิ่งฟินหรืออย่างฮัมซุยก๋อ หรือแป้งข้าวเหนียวทอด ซึ่งด้านในยัดไส้หมู ไก่ และเห็ด รสชาติหวานเค็มมันกินอร่อย แล้วยังมีกุ้งนึ่งมะนาว ปลานึ่งมะนาว กรรเชียงปู ก๋วยเตี๋ยวหลอดไส้กุ้ง-หมูแดง-หอยเซลล์ ฯลฯ

สำหรับเมนูหลัก ก็เช่น เคาหยก เป็นเมนูหมูสามชั้นที่รีดมันออกหมดแล้วนำมาตุ๋นข้ามวัน เสิร์ฟพร้อมผักดองและพริกน้ำส้มปั่น (คล้ายขาหมู) พอเคี้ยวคำแรกรู้สึกเหมือนละลายในปากเลยล่ะ ต่อด้วยหมูสับนึ่งปลาเค็ม หมูสับหมักกับน้ำปลาเค็มข้ามวันแล้วปรุงรสชาติโดยใส่ขิง แล้วนำไปนึ่งให้สุกเสิร์ฟพร้อมกับข้าวต้ม-ข้าวสวยร้อนๆ อร่อยฟินเว่อร์

 

 

มาที่ล็อบสเตอร์ผัดยอดซุปใส่บะหมี่ ใส่คะน้าฮ่องกง หอยเซลล์ และที่ขาดไม่ได้ก็คือเนื้อล็อบสเตอร์ จานนี้ใหญ่โตอลังการ กินได้หลายคนเชียวล่ะ ส่วนเมนูน่าชิมอื่นๆ ก็เช่น กุ้งทอดครีมสลัด ไก่สวรรค์ทอดมันปู หูฉลามมันปู (ใส่มันปูลงไปเพิ่มความอร่อยและรสชาติที่กลมกล่อม) ราดหน้าเป๋าฮื้อ ที่ใส่หอยเป๋าฮื้อตัวใหญ่ๆ แล้วยังมีเป็ดปักกิ่งไม่ติดมันและหมูหันสไตล์ฮ่องกงซึ่งถือว่าเป็นเมนูขึ้นชื่ออีกด้วย แล้วยังมีเมนูอื่นๆ ให้เลือกอีกเพียบ”

ฟุกหยวนอยู่ที่ชั้นล่างของล็อบบี้ โรงแรมโกลเด้น ทิวลิป ซอฟเฟอริน เปิดให้บริการทุกวันจันทร์-ศุกร์ เวลา 11.30-14.30 น. และ 18.00-22.30 น. วันเสาร์-อาทิตย์ และนักขัตฤกษ์ เปิดเวลา 11.00-14.30 น. และ 18.00-22.30 น. โทร.02-641-4777 หรือ FB : goldentulipbangkok

 

The Pine Farm & Cafe

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

21 กันยายน 2560 เวลา 11:00 น….. อ่านต่อได้ที่ : https://www.posttoday.com/travel/restaurant/514968

The Pine Farm & Cafe

ภาพ : สุนันท์ ล้อสมทรัพย์

เรือนกระจกหลังใหญ่สีขาวที่ตั้งอยู่ใกล้กับตลาดน้ำคลองลัดมะยม มองเผินๆ หลายคนอาจจะนึกว่าเป็นโรงเรือนปลูกต้นไม้ แต่จริงๆ แล้วคือคาเฟ่น้องใหม่ที่มีชื่อว่า ‘The Pine Farm & Cafe’ ใครที่อยากหาร้านนั่งชิลๆ ริมคลอง เดินดูต้นไม้ใบหญ้า พร้อมจิบเครื่องดื่มเย็นๆ ในวันธรรมดา หรืออยากหาที่นั่งพักเหนื่อยหลังเดินช็อปปิ้งที่ตลาดน้ำคลองลัดมะยมในช่วงวันเสาร์-อาทิตย์ บอกเลยว่าห้ามพลาด

นอกจากจะบรรยากาศดีแล้วยังมีเมนูให้เลือกมากมาย เริ่มต้นเพิ่มความสดชื่นกันด้วย กีวีมิ้นต์ โยเกิร์ต (120 บาท) เป็นซิกเนเจอร์ของร้าน มิ้นต์สดๆ หอมๆ ไร้สารเคมีที่ปลูกเอง ที่ร้านปั่นรวมกับกีวี โยเกิร์ต และนม รสชาติเปรี้ยวหวานชื่นใจ หรือถ้าชอบดื่มกาแฟก็ต้อง ลาเต้ร้อน (80 บาท) ที่ใช้กาแฟอราบิก้า 100% รสชาติกลมกล่อมกำลังดี

 

 

 

 

อีกสักแก้ว ชาเขียวเย็น (80 บาท) ชาเขียวนมเย็นเข้มข้น ท็อปด้านบนด้วยฟองนมและคาราเมล กินคู่กับขนมอย่าง เดอะ ไพน์ ฮันนี่ โทสต์ (185 บาท) ขนมปังทูโทนชิ้นหนานุ่ม เสิร์ฟมาพร้อมผลไม้สด วิปครีม ไอศกรีม และน้ำผึ้งเพิ่มความหอมหวาน ตามมาด้วย บราวนี่ ไอศกรีม (110 บาท) บราวนี่โฮมเมดรสชาติเข้มข้น มาพร้อมไอศกรีมวานิลลาและวิปครีมก้อนโต ถ้าเป็นวันเสาร์-อาทิตย์ จะมีเมนูเบเกอรี่เพิ่มเข้ามา

 

 

ที่ร้านยังมีเมนูง่ายๆ อาทิ สลัดแซลมอน (270 บาท) ผักสดๆ แซลมอนสดหั่นเต๋าชิ้นใหญ่ ราดด้วยน้ำสลัดงาญี่ปุ่น เฟรนช์ฟรายส์ชีส (120 บาท) เกี๊ยวซ่าทอด (95 บาท) ปีกไก่ทอด (95 บาท) ไว้บริการเพิ่มเติม

 

 

 

 

ที่ร้านยังมีกิมมิกซื้อเครื่องดื่มทุกแก้วลุ้นรับต้นกระบองเพชรกลับบ้านฟรี แถมยังมีบ้านกระต่ายกับเต่าให้เด็กๆ ได้สนุกสนานกับการป้อนอาหารอีกด้วย หรือถ้าใครอยากจะหาซื้อต้นกระบองเพชรน่ารักๆ ไปไว้ที่บ้านเขาก็มีขาย

ร้านเปิดให้บริการตั้งแต่เวลา 09.00-17.00 น. (ปิดทุกวันจันทร์) สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่เบอร์โทรศัพท์ 08-7112-5942 &O5532;

ราคาต่อหัวประมาณ 100-150 บาท

อร่อย 5 ดาว

ราคา 5 ดาว

 

กาแฟดีที่บ้าน ซันเดย์ ก.ก.ก. กล้วย กะทิ กาแฟ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

20 กันยายน 2560 เวลา 11:00 น…. อ่านต่อได้ที่ : https://www.posttoday.com/travel/restaurant/514962

กาแฟดีที่บ้าน ซันเดย์ ก.ก.ก. กล้วย กะทิ กาแฟ

กาแฟกับกะทิ หลายคนเถียงหัวชนฝาว่ากลิ่นรสของมันจะไปเข้ากันได้อย่างไร ผู้เขียนเคยอยู่ในวงสนทนาตอนที่ทำสูตรกาแฟให้ลูกค้าเจ้าหนึ่งได้ชิมกัน พอได้พูดถึงทอฟฟี่กะทิใส่ถั่วแบบโบราณที่มีกลิ่นกาแฟหอมซ้อนอยู่ ยิ่งเคี้ยว ยิ่งหอม แต่ไม่แน่ใจว่าความหอมนั้นมันมาจากไหน จนมีคนบอกว่าใส่กาแฟนั่นแหละ ถึงได้รู้ว่ากะทิเข้ากับกาแฟได้อย่างไม่น่าเชื่อ หรือจะเป็นวุ้นกะทิกาแฟที่ขายตามรถเข็นสมัยก่อน

 

 

นอกจากทอฟฟี่กาแฟแบบไทยๆ แล้ว ยังมีขนมหวานน้ำแข็งไสแบบมาเลย์ ที่มีแป้งต้มเป็นเส้นคล้ายๆ ลอดช่อง ใส่กะทิเคี่ยวกับน้ำตาลน้ำมะพร้าวคล้ายๆ ลอดช่องน้ำกะทิบ้านเรา แต่แอบเหยาะกาแฟลงไปโดยที่เราเกือบไม่รู้อีกเช่นกัน จนเมื่อกินกับน้ำแข็งไสแล้วหลับตาคิดถึงรสชาติ จึงรู้สึกถึงกาแฟโบราณนั่นแหละ ถึงได้รู้ว่ามีส่วนผสมกาแฟ

ฉบับนี้เลยอยากทดลองอะไรใหม่ๆ เป็นสูตรสร้างแรงบันดาลใจโดยหยิบจับจากไอเดียของคนโบราณที่เขาทำทอฟฟี่กะทิแอบเหยาะกาแฟลงไป คิดถึง “เบส” หรือพื้นฐานที่เป็นคาราเมลจากน้ำตาลโตนดในขนมไทย มานึกถึงกล้วยน้ำว้าปิ้งให้หอม ทับให้พอแบนแล้วราดด้วยน้ำตาลเคี่ยวใส่กะทิ นี่แหละเมนูเด็ดที่น่าเอามาจับคู่กันในครั้งนี้ใจพานนึกไปถึงไอศกรีมแบบซันเดแบบฝรั่งที่มีไอศกรีมราดด้วยคาราเมล พร้อมยังมีกล้วยหอมเสิร์ฟมาครบชุดในถ้วยเดียวกัน ขอจับเอาไอศกรีมกะทิแบบไทยๆ มาจับคู่กับกล้วยปิ้งราดน้ำตาลเคี่ยวหอมกลิ่นกะทิและเสริมรสชาติกาแฟให้เข้มข้นนิดนึง กลายเป็นซันเด ก.ก.ก. กล้วย กะทิ กาแฟ

 

 

น้ำตาลเคี่ยวแบบไทยๆ ส่วนผสมที่ทำให้อร่อยต้องยกให้กะทิ น้ำตาลปี๊บอย่างดีจะเป็นน้ำตาลมะพร้าวหรือโตนดได้เลยตามชอบ ขอให้คุณภาพดีที่สุดเท่าที่จะหาได้ เพราะนั่นคือหัวใจของความอร่อยของคาราเมล เคี่ยวด้วยไฟอ่อนๆ ไฟสม่ำเสมอ จึงได้คาราเมลน้ำตาลเคี่ยวที่ใส หอมอร่อย เมื่อได้ความเหนียวของน้ำตาลเคี่ยวที่เหมาะสมดีแล้วตามเวลาพอเหมาะ จึงถึงเวลาที่จะเติมกาแฟลงไปจากกาแฟคั่วบดละเอียด ถ้าชอบเข้มข้นแนะนำให้ใช้กาแฟสำเร็จรูปอีกนิดหน่อย รับรองว่าแจ่ม

นอกจากน้ำตาลเคี่ยวหอมกลิ่นกาแฟสูตรนี้ ผู้เขียนยังมีไอเดียที่จะนำเอามาผัดกับมะพร้าวอ่อนเพื่อใช้เป็นไส้ของขนมใส่ไส้ หรือขนมต้ม ก็น่าลอง เผื่อว่ากาแฟจะเข้ามามีส่วนให้ขนมไทยมีรสชาติที่น่าสนใจมากขึ้น มีเวลาเมื่อไหร่ จะลองทำดูทันที &O5532;

 

ก๋วยเตี๋ยวน้ำเพี้ย ขมแซ่บนัวถูกปาก

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

19 กันยายน 2560 เวลา 11:00 น….. อ่านต่อได้ที่ : https://www.posttoday.com/travel/restaurant/514960

ก๋วยเตี๋ยวน้ำเพี้ย ขมแซ่บนัวถูกปาก

หากพูดถึงร้านก๋วยเตี๋ยว ไม่ว่าจะเป็นก๋วยเตี๋ยวต้มยำ น้ำตก น้ำใส เปิดขายอยู่ทั่วไปแทบทุกจังหวัด ทุกหมู่บ้าน และทุกตำบล แต่ใน จ.บุรีรัมย์ มีร้านก๋วยเตี๋ยวแห่งหนึ่งแปลกไม่เหมือนใคร เพราะเปิดขายก๋วยเตี๋ยวน้ำตกเพี้ย หรือ “ก๋วยเตี๋ยวขี้อ่อนวัว” บุษกร เทียนเจษฎา เจ้าของร้านตั้งอยู่ริมถนนสายนางรอง-หนองกี่ บริเวณบ้านน้ำซับ ต.หัวถนน อ.นางรอง จ.บุรีรัมย์

 

 

บุษกร บอกว่า ร้านก๋วยเตี๋ยวน้ำตกเพี้ยถือเป็นเจ้าแรกและเจ้าเดียวของ จ.บุรีรัมย์ โดยทางร้านจะนำเพี้ย หรือขี้อ่อนวัว ที่คนอีสานนิยมใส่กับลาบเพื่อเพิ่มความขม มาต้มให้สุกเพื่อดับกลิ่นคาว แล้วเทใส่กระปุกไว้ เมื่อลูกค้าสั่งก๋วยเตี๋ยวน้ำตกเพี้ยก็จะตักเพี้ย หรือขี้อ่อนวัวที่ต้มสุกแล้ว ใส่ถ้วยน้ำจิ้มใบเล็ก เสิร์ฟพร้อมกับก๋วยเตี๋ยว พร้อมผักชี โหระพา พริกสด และกะปิ บริการให้ลูกค้ารับประทานฟรี

 

 

ก๋วยเตี๋ยวน้ำตกเพี้ยจะมีรสชาติขมนิดหน่อย แต่รสชาติกลมกล่อมแซ่บนัว ถูกปากสำหรับคนอีสาน เมื่อใครได้ลองลิ้มรสแล้วจะติดใจ หากลูกค้าคนไหนไม่ชอบออกรสขม หรือก๋วยเตี๋ยวเพี้ย ทางร้านยังมีก๋วยเตี๋ยวน้ำตกเนื้อสด เนื้อเปื่อย ก๋วยเตี๋ยวหมูน้ำตก น้ำใส เย็นตาโฟ เย็นตาโฟต้มยำ และอาหารตามสั่งอีกหลายอย่างให้เลือกรับประทานอีกด้วย ราคาก็ไม่แพง หากเป็นก๋วยเตี๋ยวเพี้ย น้ำตก เนื้อเปื่อย ธรรมดาเพียงชามละ 35 บาท พิเศษ 40 บาท ก๋วยเตี๋ยวต้มยำ เย็นตาโฟต้มยำ ธรรมดาชามละ 40 พิเศษ 45 บาท

 

 

บุษกร บอกอีกว่า หลังจากได้สูตรก๋วยเตี๋ยวเพี้ย หรือก๋วยเตี๋ยวขี้อ่อนวัวมาจากอา ที่เคยเปิดขายอยู่ จ.พิษณุโลก แล้วได้รับการตอบรับจากลูกค้าเป็นอย่างดี จึงมาทดลองเปิดขายที่ จ.บุรีรัมย์ บ้าง ซึ่งก็ถือเป็นเจ้าแรกและเจ้าเดียวของบุรีรัมย์ หลังจากเปิดมาได้ 3 ปี ก็มีลูกค้าทั้งข้าราชการ ประชาชน และผู้ที่ขับรถสัญจรผ่านไปมาแวะเวียนมาอุดหนุนไม่ขาดสาย ทำให้มียอดขายเฉลี่ยวันละ 6,000-7,000 บาท

ลูกค้าที่มาส่วนใหญ่จะบอกเป็นเสียงเดียวกันว่าแปลกดี พอได้ลองกินแล้วก็ติดใจและกลับมากินอีก จนบางคนกลายเป็นลูกค้าขาประจำ จึงเชิญชวนหากใครที่ขับรถผ่านไปมาก็แวะมาลิ้มลองก๋วยเตี๋ยวเพี้ยได้ โดยร้านจะเปิดขายตั้งแต่เวลา 06.00-16.00 น. ทุกวัน ไม่มีวันหยุด &O5532;

 

สุนทรียะระหว่างมื้อ อีท @ 18 พลัส

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

18 กันยายน 2560 เวลา 11:00 น…. อ่านต่อได้ที่ : https://www.posttoday.com/travel/restaurant/514958

สุนทรียะระหว่างมื้อ อีท @ 18 พลัส

นับเป็นมิติใหม่แห่งย่านลาดพร้าว ที่มีร้านอาหารอิตาเลียนต้นตำรับมาเปิดให้บริการ นั่นคือร้านอาหาร อีท @ 18 พลัส (eat @ 18+) ชื่อที่เรียกง่าย จำง่าย เพราะตั้งอยู่ในซอยลาดพร้าว 18 แยก 12

ร้านอาหารสไตล์อิตาเลียนและอาหารไทยต้นตำรับให้เลือกลิ้มลองกันหลากหลายเมนู ที่มาพร้อมกับบรรยากาศที่สดชื่นเป็นส่วนตัว และการบรรเลงเปียโนที่ขับกล่อมเพิ่มความสุนทรียะระหว่างมื้อได้ทุกโมงยาม

 

 

บรรยากาศของร้านเน้นความเป็นโมเดิร์นเรียบหรู แฝงกลิ่นอายของลอฟต์ โอบล้อมด้วยพันธุ์ไม้น้อยใหญ่ให้ความรู้สึกที่สดชื่น ทันทีที่ก้าวเข้าสู่ตัวร้านจะสัมผัสถึงความอบอุ่นและเป็นส่วนตัว ด้วยการตกแต่งร้านในโทนสีดำขลับเพิ่มความคลาสสิกให้กับร้าน ตัวร้านมีขนาดใหญ่กำลังดี มีมุมโซฟาตัวใหญ่ให้นั่งพักผ่อน หรือจะนั่งชิลๆ ที่เคาน์เตอร์บาร์ก็ยังได้ อีกทั้งยังมีห้องส่วนตัวสำหรับลูกค้าที่มาเป็นกรุ๊ป หรือครอบครัวใหญ่อีกด้วย

สิ่งที่พิเศษคือในทุกค่ำคืนจะมีเปียโนมาบรรเลงขับกล่อม ช่วยเพิ่มความสุนทรียะให้กับมื้ออาหารได้ไม่น้อยทีเดียว

เรามาเริ่มต้นความอร่อยด้วยซุปครีมเห็ด เห็ดทรัฟเฟิลมาในซุปครีมเข้มข้น เป็นเมนูซิกเนเจอร์ของทางร้านที่ใครมาก็คิดถึง

 

 

ต่อด้วย สลัดออร์แกนิกกุ้งย่าง มะม่วงสุก อโวคาโด เพิ่มรสชาติด้วยน้ำสลัดบัลซามิก จานนี้อุดมไปด้วยผักออร์แกนิกที่แกมด้วยอโวคาโด และมะม่วงน้ำดอกไม้สุก ที่อร่อยแบบลงตัว

 

 

ตามมาด้วย สลัดปลากะพงกับคีนัว สัมผัสความหอมของคีนัวและเครื่องเทศ รสชาติอร่อยกลมกล่อม ยิ่งกินคู่กับเนื้อปลากะพงอ่อนนุ่มเข้ากันดีมาก สำหรับจานนี้ถือเป็นเมนูเฮลท์ตี้มากๆ ครับ

 

 

เมนูเด็ดที่ไม่ควรพลาดอีกอย่าง เปาะเปี๊ยะลาบเป็ด ลาบเป็ดห่อด้วยแผ่นเปาะเปี๊ยะบางๆ นำไปทอดจนเหลืองกรอบ เสิร์ฟพร้อมน้ำจิ้มบ๊วย อร่อยเพลินเกินห้ามใจ

 

 

หรือจะเป็นแคลิฟอร์เนียสลัด สลัดผักออร์แกนิก พร้อมปูอัดเนื้อแน่น ท็อปด้วยไข่กุ้ง และราดน้ำสลัดงาญี่ปุ่น คลุกเคล้าเข้าไว้ด้วยกัน ละมุนลิ้นที่สุด คนรักผักคงโปรดจานนี้แน่

สำหรับเมนูที่ผมแอบปลื้มนั่นคือ ซี่โครงหมูบาร์บีคิว ซี่โครงหมูย่างปรุงด้วยซอสบาร์บีคิว เสิร์ฟพร้อมเฟรนช์ฟรายส์และมันบด เนื้อซี่โครงจะนุ่ม เคี้ยวง่ายแทบละลายในปาก และซอสบาร์บีคิวก็หอมหวานอร่อย ลบความเลี่ยนไปโดยปริยาย

 

 

 

ต่อด้วยพิซซ่าพาร์มาแฮม พิซซ่าแป้งบางกรอบสไตล์อิตาเลียน โรยหน้าด้วยมอซซาเรลลาชีส พาร์มาแฮมเยอะมาก และยังมีเบคอน มะเขือเทศ และเพิ่มรสชาติด้วยผักร็อกเกตสลัด

 

 

ตบท้ายด้วยของหวานอย่าง 18 โทสต์ ที่เชฟนวดแป้งทำขนมปังเอง จนได้เนื้อแป้งที่กรอบนอกนุ่มใน หรือจะเป็นเครปซูเซท แป้งเครปนุ่มๆ เพิ่มความสดชื่นด้วยการราดซอสส้ม และมีไอศกรีมวานิลลาด้านบน รสชาติไม่หวานมากเป็นการตบท้ายมื้อที่แสนสุนทรียะเสียจริงๆ ละครับ

 

 

อีท @ 18 พลัส ลาดพร้าว ซอย 18 แยก 12 (รถไฟฟ้าใต้ดินเอ็มอาร์ที ลงสถานีลาดพร้าว ประตู 2) เปิดให้บริการ วันจันทร์-เสาร์ เวลา 17.00-24.00 น. (ปิดวันอาทิตย์) โทร. 08-1871-9099, 08-9602-1229 และ 02-512-5724 &O5532;

 

ซีวาย เคบิน ดื่มด่ำบรรยากาศแห่งความสุข

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

17 กันยายน 2560 เวลา 11:00 น….. อ่านต่อได้ที่ : https://www.posttoday.com/travel/restaurant/514948

ซีวาย เคบิน ดื่มด่ำบรรยากาศแห่งความสุข

ในความแข็ง ดิบ เปลือย ของโครงสร้างอาคารแบบอินดัสเทรียล ลอฟต์ หากภายในอบอวลไปด้วยกลิ่นอายของความโรแมนติกจากอดีตที่ส่งผ่านมายังปัจจุบัน

หากกำลังมองหาที่แฮงเอาต์หลังเลิกงาน ซีวาย เคบิน (CY Cabin) สามารถมอบบรรยากาศทั้งสนุกสนาน โรแมนติก หรือจะคุยงานต่ออย่างผ่อนคลายก็ได้ สุดซอยสุขุมวิท 10 ป้าย ซีวาย เคบิน ประดับโดดเด่นทางด้านขวามือ ผ่านลานจอดรถที่สร้างสิ่งแวดล้อมเป็นสวนมีต้นไม้สีเขียวเป็นกำแพงกั้นสายตา มีเก้าอี้ไม้ ศาลาเล็ก ที่นำสายตาไปสู่โรงนาที่ดูหรูหราทันสมัย บ่งบอกสไตล์อินดัสเทรียล ลอฟต์ ได้อย่างชัดเจน

การเกิดขึ้นของ ซีวาย เคบิน มาจากการระลึกถึงคุณตาฉันท์และคุณยายยุพา ซึ่งต่อยอดมาจากร้านฉันท์ แอนด์ ยุพา ทีรูม (Chan & Yupa Tearoom) ที่คอนเซ็ปต์เป็นบ้าน ส่วนซีวาย เคบิน เป็นสถานที่ทำงานของคุณตาคุณยายในวัยหนุ่มสาวที่เหมืองแร่ จึงจำลองบรรยากาศแบบเคบิน โดย ซีวาย (CY) ก็มาจากชื่อของคุณตาฉันท์คุณยายยุพานั่นเอง

การตกแต่งภายในลดทอนความแข็งของปูน อิฐ เหล็ก กระจก ด้วยเฟอร์นิเจอร์ไม้ดีไซน์เรียบ และใช้ดีไซน์ของถังบ่มไวน์มาเป็นโต๊ะเข้าชุดกับเก้าอี้ไม้ทรงสูง เป็นมุมนั่งดื่มด้านหน้าบาร์ 

 

แต่เดิมโครงสร้างของร้านเป็นห้องเก็บไวน์ จึงเพิ่มลูกเล่นด้วยเถาวัลย์ของต้นองุ่นพันเลื้อยบนเพดาน สีเขียวของใบไม้ ช่วยคืนความมีชีวิตให้กับโครงสร้างดิบ

มุมในสุดของร้านเป็นสวนจริงๆ ช่วยผ่อนคลายสายตา อีกมุมทางเข้าห้องน้ำ จัดเป็นจุดที่คนชอบถ่ายรูปไม่ควรพลาด และหลายมุมของร้านมีเครื่องจักรเก่าวางประดับ เป็นสัญลักษณ์เหมืองแร่ และโคมไฟดีไซน์จำลองโรงนาโบราณให้กลิ่นอายความเป็นตะวันตกนิดๆ

เสน่ห์อีกอย่างคือ ข้อความที่ให้แง่คิดดีๆ จากนักคิดนักเขียนทั่วโลก ได้ถูกเขียนประดับไว้บนผนังปูน ซึ่งเป็นไปตามโจทย์ที่ไม่ต้องการให้ผนังเป็นแค่กำแพงแข็งกระด้าง แต่มันสามารถคืนพลังชีวิตให้กับผู้มาเยือน…

เมนูอาหารก็มีที่มาจากคุณตาคุณยายชอบท่องเที่ยวยุโรป จึงนำจานเด่นของแต่ละประเทศมาจัดเสิร์ฟเน้นสไตล์ตะวันตก มีกลิ่นอายตะวันออกบ้างในบางเมนู และแม้ลูกค้าเกินครึ่งจะเป็นต่างชาติแต่ก็มีการถามถึงอาหารไทย ทางร้านจึงมีการปรับเมนูเพิ่มอาหารไทยเข้าไป แต่ยังเป็นแนวทวิสต์กับตะวันตก เช่น เฟรนช์ฟรายส์ซอสไข่เค็ม แกงเขียวหวานกุ้ง รับประทานคู่กับแป้งครัวซองต์ที่ร้านทำเอง

 

 

รองท้องกันเบาๆ ด้วย Bread Basket กับเนยสด ที่นำมาจากร้านฉันท์ แอนด์ ยุพา ทีรูม ทำสดใหม่ต่อวัน หรือจะเลือกอิ่มเบาๆ สไตล์หนุ่มสาวรักสุขภาพ กับสลัดปูนิ่ม

ขณะที่จานนี้เหมาะเป็นกับแกล้ม Snack Platter มีไส้กรอกอิตาเลียน เบคอนพันแหนม ปีกไก่รมควัน ปลาหมึกทอด ฯลฯ เสิร์ฟมากับซอสมะเขือเทศ

อยากอิ่มจริงอิ่มจังแนะนำ สเต๊กเนื้อวางุเทนเดอร์ลอยน์ จากออสเตรเลีย นุ่มลิ้น เคี้ยวอร่อย ในความสุกระดับที่คุณเลือกเอง คนรักเนื้อต้องลอง

ช่วงนี้ทางร้านจัดโปรโมชั่น Better Together มีให้เลือก 3 เซต คือ ไทย อิตาเลียน และฝรั่งเศส สำหรับลูกค้ามาเป็นคู่ ราคา 1,500 บาท ลด 20% ภายในเซตประกอบด้วย อาหารจานหลัก ซุป สลัด ของหวาน รวมถึงเครื่องดื่ม เซตพิเศษนี้มีถึงวันที่ 31 ต.ค.นี้ 

มาที่เครื่องดื่ม นอกจากไวน์หลายสัญชาติแล้ว ค็อกเทลก็น่าลอง ซิกเนเจอร์คือ “ซีวาย ต้มยำ ดีไลท์” ที่เติมวอดก้าหลายช็อต ได้รสชาติต้มยำของไทยจริงๆ กลิ่นนี่มาครบทั้ง ข่า ตะไคร้ ใบมะกรูด ได้ความเผ็ดติดปลายลิ้นของพริกขี้หนูสด จัดเป็นเครื่องดื่มต้มยำเย็นๆ สดชื่น รสเข้มข้นไม่หวาน ให้นิยามว่า กลิ่นสมุนไพรไทยแต่รสชาติอินเตอร์

 

อีกแก้ว “Pink Guava La Lune” กลิ่นหอม รสหวานตัดเค็มด้วยเกลือรอบปากแก้ว แทบจะลืมว่ามีแอลกอฮอล์

ยังมีอีกสีสันที่ลูกค้าติดใจ คือ ไลฟ์แบนด์ ที่หนุ่มๆ นักดนตรีจากมหาวิทยาลัยดังเล่นตั้งแต่ 19.30-21.30 น. ทุกวัน เน้นเพลงแนวแจ๊ซเป็นหลัก และปรับแนวดนตรีตามกลุ่มลูกค้า บางครั้งก็มีเล่นเพลงไทยเดิม บรรเลงดนตรีได้ไพเราะ เสียงนักร้องนำยิ่งจับใจ เรียกเสียงปรบมือได้ตลอด

หากอยากได้บรรยากาศของการแฮง์เอาต์ที่ความสุข ความสนุก ความโรแมนติก มีกลิ่นอายเบาบางอยู่รอบๆ ตัว ซีวาย เคบิน เป็นอีกแห่งที่ต้องมาเยือนซีวาย เคบิน ตั้งอยู่ สุขุมวิท ซอย 10 เปิดบริการทุกวัน เวลา 16.30-24.00 น. (ปิดวันจันทร์) โทร. 08-9959-0902 &O5532;

 

อร่อยชิลๆ @ศิลา คอฟฟี่

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

16 กันยายน 2560 เวลา 12:00 น…. อ่านต่อได้ที่ : https://www.posttoday.com/travel/restaurant/514945

อร่อยชิลๆ @ศิลา คอฟฟี่

เมื่อเดือนที่ผ่านมาเรามีโอกาสได้เดินทางไปเยือน จ.สุโขทัย อีกครั้ง เลยมีโอกาสหาร้านอาหารที่สามารถดื่มกาแฟและรับประทานอาหาร จนมาเจอกับร้านศิลา คอฟฟี่ ร้านเล็กๆ ที่ซุกตัวอยู่ในซอยเทพสุทิน 2  ริมแม่น้ำยม ปากทางเข้าศิลารีสอร์ท ถนนสาย  101 เลยแยกโชว์รูมโตโยต้า จ.สุโขทัย หากเดินทางไปไม่ถูกสอบถามเส้นทางได้ที่โทร. 08-4778-1115

บรรยากาศร้านออกแนววินเทจเหมือนย้อนกลับไปช่วงยุคทศวรรษที่ 1990 ที่ร้านนิยมตกแต่งบ้านด้วยดอกกุหลาบ จนบางครั้งเราก็รู้สึกเหมือนนั่งอยู่ในร้านดอกไม้มากกว่าร้านกาแฟ เริ่มจากการสั่งชาเขียวกับมอคค่า เพื่อดูว่ารสชาติจะออกมาเข้มข้นแค่ไหน ผลที่ได้ออกมากาแฟนั้นรสชาติดี เข้มข้นอร่อยกลมกล่อม ถือว่าผ่านสู้ร้านแบรนด์เนมได้สบาย

 

 

การบริการก็ดูเอาใจใส่ลูกค้าดี เพราะส่วนมากจะเป็นลูกค้าที่เดินทางมาเข้าพักที่โรงแรมซึ่งอยู่ด้านใน แต่ที่พิเศษที่ทำให้เราตัดสินใจเลือกแวะร้านนี้ ก็คือมีเมนูอาหารคาวหวานแบบฝรั่ง ตั้งแต่สเต๊กหมู สเต๊กไก่ เฟรนช์ฟรายส์ มักกะโรนี จนไปถึงสปาเกตตีขี้เมา และคาโบนาร่าครีมซอสอย่างเข้มข้น เป็นจานใหญ่มาหนักๆ จานเดียวก็รับประทานได้ 2 คนเห็นจะได้ คุ้มกับราคาเริ่มต้น 90-120 บาท

จบอาหารคาวเราแนะนำว่าต้องไม่พลาดทีเด็ดของร้านที่ลูกค้าในร้านสั่งมาทุกโต๊ะก็คือ แพนเค้ก ชิ้นใหญ่เต็มจาน ส่งกลิ่นหอมเนื้อนุ่ม เลือกได้ว่าเราจะรับประทานกับน้ำผึ้งหวานชื่นใจ หรือแยมผลไม้ตามเราชอบ และยังมีของหวานรับประทานเล่นๆ ที่น่าสั่งมากินบนโซฟาน่านั่ง พร้อมกับหนังสือเล่มที่ยังอ่านค้างอยู่อย่างที่สุดกับบรรยากาศ ร้านนี้ไม่ได้โดดเด่นมากนัก แต่ความอร่อยนั้นจัดว่าไม่เสียเที่ยวที่มาสุโขทัยแล้วจะได้แวะมารับประทานอาหารที่ร้านนี้ครับ ร้านเปิดทุกวันตั้งแต่เวลา 08.00-17.00 น. &O5532;

 

‘COWY MILK’ เลี่ยงเมืองนนท์ จากสเต๊กซี่โครงหมูน้ำผึ้งถึงเค้กมะพร้าว

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

16 กันยายน 2560 เวลา 10:23 น…. อ่านต่อได้ที่ : https://www.posttoday.com/travel/restaurant/515121

‘COWY MILK’ เลี่ยงเมืองนนท์ จากสเต๊กซี่โครงหมูน้ำผึ้งถึงเค้กมะพร้าว

โดย ปูกิโกะ

 หากว่าใครมีธุระ หรือขับรถออกเที่ยวชิลๆ ในวันหยุดสุดสัปดาห์ แล้วผ่านมาแถวๆ เมืองนนท์

เกิดหิวไส้กิ่วเป็นกำลังให้ลองขับมาเส้นถนนเลี่ยงเมืองนนทบุรี ฝั่งที่วิ่งไปสุดถนนเลี้ยวซ้ายแล้วออกไปถนนติวานนท์ แต่ให้กลับรถใต้สะพานข้ามแยกก่อน หรือเส้น 3019 จากนั้นชิดซ้ายขับตรงไปอีกประมาณ 300 เมตร ก็จะเจอร้านโควี่ มิลค์ (COWY MILK) ตั้งอยู่ในศูนย์การค้าชุมชน (คอมมูนิตี้ มอลล์) โครงการเดอะป็อป (The Pop)

ร้านโควี่ มิลค์ เจ้าของเป็น 2 พี่น้อง “คุณนุก-หนิง” ที่ต่อยอดการทำร้านสาขาแรกในตลาดนัดชุมทางสยามยิปซี ย่านบางซ่อน วางคอนเซ็ปต์ให้เป็นร้านขายเครื่องดื่มเมนูต่างๆ และขนมเบเกอรี่อร่อยๆ ชูจุดขายขนมอบสดใหม่ทำวันต่อวัน

กระทั่งเปิดมาได้มาระยะหนึ่ง จากนั้นจึงตัดสินใจเปิดหน้าร้านสาขาใหม่ พร้อมเพิ่มเมนูอาหารหนักเข้าไป หวังขยายฐานกลุ่มลูกค้าครอบครัวในย่านเมืองนนท์และใกล้เคียง

คุณนุกเล่าถึงเมนูจานเด็ดที่เป็นซิกเนเจอร์ของโควี่ มิลค์ ที่ถูกอกถูกใจลูกค้าทั้งขาจรที่กลายมาเป็นขาประจำของร้าน พร้อมยกให้เป็นอาหารจานเด่นอันดับหนึ่ง คือ “เมนูสเต๊กซี่โครงหมู”

 

จุดเด่นอยู่ที่ส่วนผสมที่ใช้หมักเนื้อซี่โครงหมู ที่ปราศจากสารกัดเนื้อใดๆ แต่ได้ความนุ่มนวลของเนื้อติดซี่โครงหมูที่แทบจะละลายในปากได้นั้น มาจากสูตรเด็ดสารพัดเครื่องหมักของวัตถุดิบธรรมชาติทั้งสิ้น

นอกจากความอร่อยของตัวเนื้อที่ร่อนติดซี่โครงแล้ว ยังมีความเด็ดของซอสบาร์บีคิวที่ราดมาจนชุ่ม ด้วยรสชาติหวานนำติดปลายลิ้นเบาๆ จากน้ำผึ้งแท้เจือรสเปรี้ยวกลมกล่อมกำลังดี ที่คุณหนิงเชฟประจำร้านโควี่ มิลค์ เป็นผู้คิดสูตรเมนูนี้ขึ้นมาโดยเฉพาะ สนนราคาความอิ่มจานนี้อยู่ที่ 259 บาท

นอกจากนี้ ยังมีเมนูแนะนำจานเด่นอื่นๆ อีก อย่างสเต๊กอกไก่พันเบคอน ราคา 185 บาท สปาเกตตี ซอสกุ้ง ราคา 129 บาท โดยจุดเด่นทั้งหมดทั้งมวลของแต่ละจานของโควี่ มิลค์ อยู่ที่ซอสตามแบบฉบับโฮมเมดแท้ๆ ที่สำคัญทุกเมนูของร้านจะไม่ใส่ผงชูรสเลย

เมื่ออิ่มคาวแล้ว พลาดไม่ได้ที่จะต้องต่อด้วยของหวาน ที่โควี่ มิลค์ อยากขอแนะนำเมนู คัสตาร์ดมะพร้าว ตัวเนื้อเค้กสุดละเอียด มาพร้อมความหอมของมะพร้าวอ่อนๆ และซอสคัสตาร์ดมะพร้าวที่ได้มาจากส่วนผสมทั้งนม น้ำมะพร้าว เนื้อมะพร้าว ที่ตีเคล้าเข้ากันมาอย่างลงตัวสุดๆ ราดเคียงข้างตัวเค้ก ที่เรียกความฟินได้ทุกคำกันเลยทีเดียว

ยังไม่หมดมีเมนูขนมหวานเอาใจเหล่าคอฟฟี่ และชีส เลิฟเวอร์ มาพร้อมๆ กัน ด้วยเมนูเค้กเรดเว็ลเวท เนื้อเค้กชีสเนียนขั้นเทพ โรยด้วยเนื้อเค้กเว็ลเวทสีน้ำตาลไหม้ซุยๆ เหมือนกำมะหยี่ที่ได้จากตัวเนื้อเค้ก ที่เมื่อตักเข้าปากคำแรกก็จะได้กลิ่นกาแฟหอมๆ มาทักทายจมูก และได้รสละมุนจากเนื้อชีสมาในคำเดียวกัน

เมนูนี้หากรับประทานกับชาร้อน หรือกาแฟดำ แล้วละก็เชื่อว่ามีร้องโอ้ย! กันเลยทีเดียวถึงความอร่อย

คุณนุก กล่าวทิ้งท้ายว่า ร้านโควี่ มิลค์ นอกจากจะเป็นร้านอาหารและเครื่องดื่มน่ารักๆ ให้บรรยากาศแบบอบอุ่นเป็นกันเองแล้ว ในวันหยุดเสาร์-อาทิตย์ ทางร้านยังจัดกิจกรรมสนุกๆ น่ารักๆ สำหรับเด็ก ในคอร์สสอนปั้นดินคัพเค้ก โดยไม่มีค่าใช้จ่ายอีกด้วย

หากใครผ่านมาแถวนี้ หรือในวันหยุดอยากหาของทานอร่อยๆ ทั้งเมนูคาว หวาน ก็ลองแวะมาเพลินพุงที่ร้านโควี่ มิลค์ กัน

 

แฮงเอาท์สุดชิลที่ Eden Rooftop Bar

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

14 กันยายน 2560 เวลา 11:00 น….. อ่านต่อได้ที่ : https://www.posttoday.com/travel/restaurant/513688

แฮงเอาท์สุดชิลที่ Eden Rooftop Bar

ภาพ : ณัฐพล โลวะกิจ

รูฟท็อปบาร์กลิ่นอายธรรมชาติ ให้อารมณ์เหมือนอยู่ในสวน ‘Eden Rooftop Bar’ จากไอเดียของดีเจลูกบัว GET 102.5 หรือ รจนนท์ กระจ่างวงศ์ เหมาะกับการแฮงเอาท์กลุ่มเพื่อนแบบชิลๆ ท่ามกลางบรรยากาศการตกแต่งสไตล์โมเดิร์น แบ่งออกเป็น 2 โซน Indoor เน้นคุมโทนดำและทองแดง และ Outdoor รายล้อมด้วยต้นไม้ใบไม้ดูสบายตา นั่งรับลมดูแสงไฟยามค่ำคืน

 

ที่นี่เสิร์ฟอาหารสไตล์เอเชี่ยนทวิสต์ ด้วยเชฟมืออาชีพ เลือกใช้วัตถุดิบชั้นดีของไทยมาผสมผสานดัดแปลงสูตรตามแบบฉบับร้านให้ดูโมเดิร์นและแปลกใหม่ในทุกเมนู เริ่มต้นจานแรก แกงกะทิปูม้า (349 บาท) แกงลูกครึ่งผสมระหว่างแกงเหลืองใต้และแกงกะทิเข้าด้วย รสชาติเข้มข้นหอมเครื่องแกง อัดแน่นด้วยเนื้อปูม้าแกะชิ้นหวานสด พาสต้าเย็น (210 บาท) เส้นพาสต้าเหนียวนุ่มเสิร์ฟพร้อมวาซาบิเดรสซิ่ง เพิ่มแซลมอนหั่นเต๋าและสาหร่ายพวงองุ่นเคี้ยวเพลิน ตามด้วย สเต๊กปลากะพง (279 บาท) ปลากะพงชิ้นใหญ่ทอดน้ำปลา จนกรอบสีเหลืองทอง มาพร้อมซอสซัลซ่ามะเขือเทศและมะม่วงหั่นชิ้น ได้รสเปรี้ยวหวานตัดกันลงตัว

 

นอกจากของคาวก็ยังมีของหวานไฮไลท์เด็ด เค้กกล้วยหอม (189 บาท) เนื้อเนียนหอมกรุ่นได้รสหวานจากธรรมชาติด้วยน้ำตาลมะพร้าว กินคู่กับไอศกรีมเจลาโต้รสกล้วยปิ้ง สูตรเฉพาะไม่เหมือนใคร ตกดึกดื่มกับซิกเนเจอร์ค็อกเทล Garden Of Eden (280 บาท) ที่มีส่วนผสมของแอปเปิลเป็นหลัก หรือ 23 Night (280 บาท) เหมาะสำหรับผู้หญิง ยังมีค็อกเทลรวมถึงเครื่องดื่มอีกหลากหลายให้เลือก

ร้านอยู่ที่ ถ.เพชรบุรีตัดใหม่ ตรง MRT เพชรบุรี เปิดบริการเวลา 18.00-24.00 น. (หยุดทุกวันจันทร์) โทร. 08-6445-5554

ราคาต่อหัวประมาณ 500 บาท