ความหวังมาแล้ว หุ้นเอเชียทุบสถิติสูงสุดรับไบเดน #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/637547

วันที่ 09 พ.ย. 2563 เวลา 10:54 น.ความหวังมาแล้ว หุ้นเอเชียทุบสถิติสูงสุดรับไบเดนตลาดหุ้นเอเชียปรับตัวสูงขึ้นหลังประกาศชัยชนะของไบเดนและพรรคเดโมแครต

หลังจากที่โจ ไบเดน และพรรคเดโมแครตได้รับการประกาศให้เป็นผู้ชนะในการเลือกตั้งสหรัฐที่ผ่านมาส่งผลให้ตลาดหุ้นทั่วเอเชียปรับตัวสูงขึ้น

โดยในวันนี้ (9 พ.ย.) หุ้นเกาหลีใต้อยู่ในระดับสูงสุดในรอบ 2 ปี รวมถึงเงินวอนแข็งค่าสูงสุดนับตั้งแต่ปี 2019 และตลาดหุ้นนิคเคอิ 225 ของญี่ปุ่น เพิ่มขึ้น 2% ซึ่งอยู่ในระดับสูงสุดในรอบ 30 ปี แม้ว่าก่อนหน้านี้นักลงทุนจะระงับการซื้อไปเมื่อสัปดาห์ที่แล้วเนื่องจากความไม่แน่นอนทางการเมืองของสหรัฐ

ทาคุยะ โฮซูมิ นักกลยุทธ์การลงทุนระดับโลกของบริษัทหลักทรัพย์มิตซูบิชิ ยูเอฟเจ กล่าวว่า ผลประกอบการฟื้นตัวมากกว่าที่คาดไว้ และการที่ผู้ผลิตรถยนต์กำลังฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่งนันมีความหมายอย่างมากต่อตลาดญี่ปุ่น

รวมถึงตลาดหุ้นอินเดียยังคงปรับตัวขึ้นเรื่อยๆ โดยหัวหน้าฝ่ายวิจัยของบริษัทอินเดีย อินโฟลีนกล่าวว่าเป็นผลมาจากความชัดเจนของผลการเลือกตั้งสหรัฐ และขณะนี้นักลงทุนในพื้นที่ยังหันมาให้ความสำคัญกับการเลือกตั้งในรัฐพิหาร รัฐทางตะวันออกของอินเดีย

นอกจากนี้ตลาดหุ้นในจีน, ฮ่องกง และออสเตรเลียปรับตัวสูงขึ้นในวันนี้เช่นกัน

โลกใบใหม่ในยุค “ไบเดน” #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/637523

วันที่ 08 พ.ย. 2563 เวลา 18:18 น.

โลกใบใหม่ในยุค "ไบเดน"

โลกใบใหม่ในยุค “ไบเดน” นโยบายต่างประเทศที่จะเปลี่ยนโลกของเราอีกครั้ง

โลกใบใหม่ในยุค “ไบเดน” นโยบายต่างประเทศที่จะเปลี่ยนโลกของเราอีกครั้ง

ติดตาม PostToday Podcast ได้ที่ https://soundcloud.com/posttoday 

https://w.soundcloud.com/player/?url=https%3A//api.soundcloud.com/tracks/925421371&color=%23ff5500&auto_play=false&hide_related=false&show_comments=true&show_user=true&show_reposts=false&show_teaser=true&visual=true

PostToday · โลกใบใหม่ในยุค “ไบเดน”

ญี่ปุ่นสถาปนาองค์รัชทายาทอย่างเป็นทางการ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/637517

วันที่ 08 พ.ย. 2563 เวลา 16:32 น.ญี่ปุ่นสถาปนาองค์รัชทายาทอย่างเป็นทางการภาพชุดงานพระราชพิธีสถาปนาพระยุพราช หรือองค์รัชทายาทแห่งราชวงศ์ญี่ปุ่น

สมเด็จพระจักรพรรดินารุฮิโตะทรงประกาศสถาปนาองค์รัชทายาทอย่างเป็นทางการ เมื่อวันที่ 8 พฤศจิกายน 2020 ณ พระราชวังหลวงกรุงโตเกียว โดยทรงสถาปนาเจ้าชายเจ้าชายอากิชิโนะซึ่งทรงเป็นพระอนุชา ขึ้นเป็นรัชทายาทลำดับที่ 1 ในการสืบราชสันติวงศ์ญี่ปุ่น ทรงดำรงฐานันดรเป็นพระยุพราช โดยในการนี้เจ้าหญิงคิโกะ พระชายาในเจ้าชายฟูมิฮิโตะเสด็จเข้าร่วมในงานพระราชพิธีด้วย

เจ้าชายฟูมิฮิโตะทรงเป็นพระราชโอรสพระองค์ที่สองในสมเด็จพระจักรพรรดิอากิฮิโตะกับสมเด็จพระจักรพรรดินีมิจิโกะ มีพระอิสริยยศเดิมว่า อายะโนะมิยะ  ประสูติเมื่อ 30 พฤศจิกายน ค.ศ. 1965 ปัจจุบันพระชนมายุ 54 ปี

ทั้งนี้ สมเด็จพระจักรพรรดินารุฮิโตะทรงไม่มีพระราชโอรส จึงทรงสถาปนาพระอนุชารับตำแแหน่งรัชทายาท ส่วนเจ้าชายฟูมิฮิโตะทรงมีพระโอรสคือเจ้าชายฮิซาฮิโตะ ทรงเป็นรัชทายาทลำดับที่สองในการสืบราชบัลลังก์ญี่ปุ่น ต่อจากพระบิดา นอกจากนี้ยังเป็นพระราชนัดดาชายเพียงพระองค์เดียวใน สมเด็จพระจักรพรรดิอากิฮิโตะ กับ สมเด็จพระจักรพรรดินีมิจิโกะ

ภาพโดย Imperial Household Agency of Japan / AFP 

ญี่ปุ่นลดจ่ายเงินโบนัสข้าราชการครั้งแรกในรอบ 10 ปี #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/637513

วันที่ 08 พ.ย. 2563 เวลา 14:52 น.ญี่ปุ่นลดจ่ายเงินโบนัสข้าราชการครั้งแรกในรอบ10ปีรัฐบาลญี่ปุ่นตัดสินใจลดการจ่ายโบนัสให้ข้าราชการในปี63 เพื่อลดช่องว่างรายได้กับพนักงานเอกชนที่เจอผลกระทบจากพิษโควิด

สำนักข่าวซินหัวรายงานว่า รัฐบาลญี่ปุ่นตัดสินใจลดการจ่ายเงินพิเศษหรือเงินโบนัสแก่ข้าราชการในปีงบประมาณ 2563 เพื่อลดช่องว่างรายได้ระหว่างข้าราชการ และพนักงานบริษัทเอกชนที่เดือดร้อนจากการแพร่ระบาดของโควิด-19

มติดังกล่าวจะถูกเสนอสู่ที่ประชุมรัฐสภาสมัยวิสามัญ เพื่อขออนุมัติอย่างเป็นทางการภายในเดือนธ.ค.นี้ โดยมตินี้สอดคล้องกับคำแนะนำของสำนักข้าราชการพลเรือน เนื่องจากเงินโบนัสของภาคเอกชนต่ำกว่าของภาครัฐ

หากที่ประชุมเห็นชอบมติดังกล่าว จะถือเป็นการลดเงินโบนัสของข้าราชการครั้งแรกในรอบ 10 ปี จะส่งผลให้เงินโบนัสฤดูร้อนและฤดูหนาวประจำปีของข้าราชการทั่วประเทศในปีงบประมาณ 2563 อยู่ที่ 4.45 เดือน ลดลง 0.05 เดือน เมื่อเทียบกับเงินโบนัสของปีงบประมาณก่อน

ขณะเดียวกันรายได้ต่อปีของข้าราชการจะเฉลี่ยอยู่ที่ 6.73 ล้านเยน (ราว 2 ล้านบาท) หรือลดลง 21,000 เยน (ราว 6,300 บาท)

สื่อท้องถิ่นรายงานว่า ตั้งแต่ข้าราชการญี่ปุ่นถูกห้ามนัดหยุดงานหรือดำเนินการเจรจาต่อรอง ต้นสังกัดของข้าราชการเหล่านั้นได้เสนอฐานเงินเดือนอันเหมาะสมต่อคณะรัฐมนตรีและรัฐสภาทุกปี เพื่อรับรองว่าฐานเงินเดือนและเงินโบนัสของข้าราชการเท่ากับของพนักงานบริษัทเอกชน

ภาพ เอเอฟพี

ว่าที่รองประธานาธิบดีสหรัฐกับสถิติการเป็นผู้หญิงผิวสีคนแรก #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/637506

วันที่ 08 พ.ย. 2563 เวลา 13:00 น.ว่าที่รองประธานาธิบดีสหรัฐกับสถิติการเป็นผู้หญิงผิวสีคนแรกกมลา แฮร์ริส รองประธานาธิบดีหญิงสหรัฐคนใหม่ผู้เปลี่ยนหน้าประวัติศาสตร์การเมืองกว่า 200 ปีของสหรัฐไปโดยสิ้นเชิง 

ในคลิปที่โพสต์ในทวิตเตอร์ส่วนตัวของ กมลา แฮร์ริส ว่าที่รองประธานาธิบดีหญิงผิวสีเชื้อสายเอเชียคนแรกของสหรัฐ เมื่อช่วงเที่ยงกว่าๆ ของวันที่ 8 พ.ย. เจ้าตัวแจ้งข่าวดีกับ โจ ไบเดนว่า “เราทำได้แล้ว เราทำได้แล้วโจ คุณกำลังจะได้เป็นประธานาธิบดีคนใหม่ของสหรัฐ” ด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้ม   

We did it, @JoeBidenpic.twitter.com/oCgeylsjB4

— Kamala Harris (@KamalaHarris) November 7, 2020

แม้คำพูดของเธอจะเอ่ยถึงไบเดน แต่วินาทีประวัติศาสตร์นั้นเป็นของเธอผู้เดียว  

ชัยชนะของพรรคเดโมแครตทำให้แฮร์ริสสร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ให้กับการเมืองสหรัฐด้วยการ เป็นผู้หญิงคนแรกและคนผิวสีชาวอเมริกันเชื้อสายเอเชียคนแรก ที่ได้รับเลือกให้เป็นรองประธานาธิบดีของประเทศมหาอำนาจอย่างสหรัฐ 

ว่าที่รองประธานาธิบดีวัย 56 ปีเกิดที่เมืองโอคแลนด์ในรัฐแคลิฟอร์เนียในครอบครัวผู้อพยพ

ชยามาลา โกปาลัน แฮร์ริส แม่ชาวอินเดียและ โดนัลด์ แฮร์ริส พ่อชาวจาไมกาที่เป็นศาสตรจารย์ด้านเศรษฐศาสตร์หย่าร้างกันเมื่อเธออายุเพียง 5 ขวบ

และหลังจากนั้นแฮร์ริสก็ได้รับการเลี้ยงดูโดย คุณแม่เลี้ยงเดี่ยวที่พ่วงด้วยตำแหน่งนักวิจัยมะเร็งและนักเคลื่อนไหวเพื่อสิทธิมนุษยชนมาตลอด 

แม้ว่าจะเติบโตมาในย่านเบย์แอเรียในซานฟรานซิสโกแต่เธอก็ไม่ลืมรากเหง้าความเป็นอินเดีย เธอกับแม่และน้องสาวกลับไปเยี่ยมญาติที่อินเดียบ่อยครั้ง

นอกจากนี้ตอนอายุ 12 ปีแฮร์ริสกับ มายา แฮร์ริส น้องสาวที่วัยห่างกัน 3 ปี และคุณแม่พากันย้ายไปอยู่ที่เมืองมอนทรีอัลซึ่งมีคนขาวเป็นส่วนใหญ่หลังจากแม่ได้งานเป็นอาจารย์ที่มหาวิทยาลัยแม็คกิลล์ควบตำแหน่งนักวิจัยที่โรงพยาบาล Jewish General Hospital

ในช่วงหาเสียงแฮร์ริสมักจะบอกเล่าถึงความสนิทสนมระหว่างเธอกับแม่ที่เสียชีวิตด้วยโรคมะเร็งเมื่อปี 2009 ครั้งหนึ่งเธอกล่าวว่า “แม่ของฉัน เธอเลี้ยงฉันกับน้องสาว และเธอแข็งแกร่งมาก แม่ของพวกเราสูงแค่ 5 ฟุต (ราว 152 ซม.) แต่ถ้าคุณเคยเห็นเธอ คุณต้องคิดว่าเธอสูง 10 ฟุตแน่”

หลังจบการศึกษาระดับปริญญาตรีจากมหาวิทยาลับฮาวเวิร์ดในกรุงวอชิงตันดีซีในปี 1986 และโรงเรียนกฎหมายแฮสติงส์แห่งมหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนียในปี 1989 แฮร์ริสก็สอบผ่านเนติบัณฑิตในปีต่อมาและเข้าทำงานเป็นอัยการผู้ช่วยในเขตแอละมีดาในรัฐแคลิฟอร์เนียบ้านเกิด

เส้นทางสู่สายการเมืองของแฮร์ริสได้เริ่มขึ้น ณ ที่แห่งนี้

ปี 2003 แฮร์ริสได้รับเลือกให้เป็นอัยการเขตของซานฟรานซิสโก กลายเป็นผู้หญิงผิวดำคนแรกในแคลิฟอร์เนียที่ได้รับตำแหน่งนี้

ต่อมาในปี 2010 เธอเป็นผู้หญิงผิวสีคนแรกที่ได้รับเลือกเป็นอัยการสูงสุดของรัฐแคลิฟอร์เนีย

และปี 2016 เธอเป็นผ็หญิงผิวสีคนที่สองและเป็นชาวอเมริกันเชื้อสายเอเชียใต้คนแรกที่ได้รับเลือกให้เป็นวุฒิสมาชิกของสหรัฐ

ในฐานะสมาชิกวุฒิสมาชิกเธอได้สนับสนุนการปฏิรูปด้านการดูแลสุขภาพ การนำกัญชาออกจากสารบบรายชื่อสารควบคุมอย่างเข้มงวดภายใต้กฎหมายของรัฐบาลกลาง

รวมทั้งการให้หนทางสู่การเป็นพลเมืองแก่คนต่างด้าวที่ไม่มีเอกสาร ผลักดันพระราชบัญญัติ DREAM (Dream Act) การห้ามการผลิต จำหน่าย ครอบครองอาวุธอย่างผิดกฎหมาย และการปฏิรูปภาษีแบบก้าวหน้า

และยังได้รับความสนใจจนเป็นที่รู้จักในระดับประเทศหลังจากที่เธอตั้งคำถามถามเจ้าหน้าที่ฝ่ายบริหารของรัฐบาลประธานาธิบดีทรัมป์ ในการพิจารณาไต่สวนการทำงานของสมาชิกวุฒิสภารวมถึงอัยการสูงสุด เจฟฟ์ เซสชันส์ และอัยการ วิลเลียม บาร์ และผู้เข้าชิงตำแหน่งผู้พิพากษาศาลสูงสุด นายเบรต คาวานอร์

ระหว่างการแถลงครั้งแรกหลังชนะการเลือกตั้งเมื่อช่วงค่ำของวันเสาร์ที่ 7 พ.ย.ที่ผ่านมาตามเวลาท้องถิ่นหรือตรงกับช่วงเช้าวันที่ 8 พ.ย.ของไทยช่วงหนึ่ง แฮร์ริสเผยถึงตำแหน่งรองประธานาธิบดีของเธอว่า “ฉันอาจจะเป็นผู้หญิงคนแรกในตำแหน่งนี้ แต่ไม่ใช่คนสุดท้ายแน่นอน”

10 เรื่องของไบเดนที่คุณต้องรู้ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/637503

วันที่ 08 พ.ย. 2563 เวลา 12:00 น.10 เรื่องของไบเดนที่คุณต้องรู้เปิดประวัติโจ ไบเดน ว่าที่ประธานาธิบดีคนล่าสุดของสหรัฐอเมริกา

1. โจ ไบเดน หรือ โจเซฟ โรบิเนตต์ ไบเดน จูเนียร์ เกิดที่รัฐเพนซิลเวเนียแต่ย้ายไปอยู่เดลาแวร์ตั้งแต่เด็ก ไบเดนเป็นลูกชายคนโตในบรรดาพี่น้องทั้งหมด 4 คน ครอบครัวประสบปัญหาด้านการเงิน โดยในวัยเด็กต้องรับจ้างทำงานเล็กๆ น้อยๆ เพื่อหาเงิน

2. หนึ่งปัญหาที่เป็นปมในใจของไบเดนมาจนถึงช่วงวัยมัธยมคือปัญหาการพูดติดอ่าง โดยเขาฝึกพูดหน้ากระจกเป็นเวลานานจนในที่สุดก็สามารถเอาชนะปัญหาการพูดติดอ่างได้สำเร็จ

3. ไบเดนสนใจการเมืองตั้งแต่เด็กจึงเลือกเรียนนิติศาสตร์ ที่มหาวิทยาลัยซีราคิวส์ โดยมีจอห์น เอฟ. เคเนดี และริชาร์ด นิกสัน อดีตประธานาธิบดีเป็นไอดอล

4. ชีวิตครอบครัว ไบเดนมีภรรยาคนแรกชื่อนีเลีย ฮันเตอร์ และมีลูกชาย 2 คนคือ โบ และฮันเตอร์ และลูกสาวอีก 1 คน ชื่อนาโอมิ แต่ภายหลังเกิดอุบัติเหตุ นีเลียและนาโอมิเสียชีวิต ขณะที่โบและฮันเตอร์บาดเจ็บสาหัส แต่เมื่อ 5 ปีที่แล้วเขาเพิ่งสูญเสีย โบ ไบเดน ลูกชายคนโตที่จากไปด้วยโรคมะเร็งสมอง

5. ต่อมาเขาได้พบรักครั้งใหม่กับครูสาวชาวอังกฤษ จิลล์ จาคอบส์ ทั้งคู่มีลูกสาวด้วยกันหนึ่งคนชื่อว่าแอชลีย์ 

Win McNamee/Getty Images/AFP

6. ไบเดนก้าวเข้ามาทำงานด้านกฎหมายโดยเริ่มจากการเป็นทนายความ และในปี 2515 ได้รับเลือกตั้งให้ดำรงตำแหน่งเป็นสมาชิกวุฒิสภารัฐเดลาแวร์ ซึ่งขณะนั้นไบเดนอายุเพียง 29 ปีเท่านั้น ส่งผลให้เขาเป็นสมาชิกวุฒิสภาที่อายุน้อยที่สุดเป็นอันดับ 5 ในประวัติศาสตร์การเมืองสหรัฐ และครองตำแหน่งถึง 7 สมัยติดต่อกัน

7. ไบเดนดำรงตำแหน่งประธานคณะกรรมาธิการศาลยุติธรรมสำหรับสมาชิกวุฒิสภา โดยมีส่วนทำหน้าที่ด้านยาเสพติด อาชญากรรม การป้องกันภัย และสิทธิพลเมือง นอกจากนี้ยังเป็นแกนนำในการเสนอกฎหมายว่าด้วยการควบคุมอาชญากรรมการใช้ความรุนแรงและการบีบบังคับ รวมถึงกฎหมายว่าด้วยการคุกคามสตรี

8. ไบเดนเคยลงสมัครเข้าชิงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐมาแล้วในปี 2530 แต่ต้องถอนตัวออกไปหลังจากถูกกล่าวหาว่าลอกคำปราศรัยของนีล คินน็อค

9. ในปี 2552 ถึง 2560 ไบเดนเคยดำรงตำแหน่งรองประธานาธิบดีสหรัฐคนที่ 47 ในสมัยประธานาธิบดีบารัก โอบามา และได้รับรางวัลเกียรติยศเหรียญอิสรภาพประธานาธิบดีจากประธานาธิบดีโอบามาอีกด้วย

NICHOLAS KAMM / AFP

10. ปัจจุบันไบเดนเป็นว่าที่ประธานาธิบดีคนที่ 46 ของสหรัฐ ด้วยวัย 77 ปี ถือเป็นประธานาธิบดีที่อายุมากที่สุดในประวัติศาสตร์สหรัฐ

รวบหนุ่มแอลเอขู่จะกราดยิงถ้าไบเดนชนะเลือกตั้ง #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/637502

วันที่ 08 พ.ย. 2563 เวลา 10:59 น.รวบหนุ่มแอลเอขู่จะกราดยิงถ้าไบเดนชนะเลือกตั้งหนุ่มจากเมืองลอสแองเจลิสขู่จะก่อเหตุกราดยิงหาก โจ ไบเดน ชนะการเลือกตั้งผู้นำสหรัฐ

หนังสือพิมพ์ลอสแองเจลิสไทมส์รายงานโดยอ้างแหล่งข่าวว่า หน่วย CT6 ซึ่งเป็นหน่วยต่อต้านการก่อการร้ายที่ทำหน้าที่สืบข่าวควบคุมตัวชายรายหนึ่งจากลอสแองเจลิสมาสอบสวน หลังผู้ต้องสงสัยโพสต์คลิปซึ่งถูกลบจากอินสตาแกรมในภายหลังว่า “ถ้าไบเดนชนะ ผมจะทำเหมือนมือกราดยิงโรงเรียน ออกไปยิงพวกเดโมแครตให้หมด”

ในเวลาต่อมาเจ้าหน้าที่สืบสวนสอบสวนได้เข้าค้นบ้านของผู้ต้องสงสัยเพื่อหาหลักฐานเพิ่มเติมว่ามีแผนโจมตีจริงหรือไม่

ด้าน ลอรา ไอมิลเลอร์ โฆษกเอฟบีไอเผยว่า “เอฟบีไอทราบเรื่องเกี่ยวกับการข่มขู่และกำลังทำงานร่วมกับหน่วยงานอื่น เจ้าหน้าที่ระดับมลรัฐกำลังประเมินผู้ต้องสงสัย ขณะนี้รัฐบาลกลางยังไม่ได้จับกุมหรือตั้งข้อหา”

ไบเดน-แฮร์ริส แถลงครั้งแรกหลังได้รับชัยชนะ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/637494

วันที่ 08 พ.ย. 2563 เวลา 08:35 น. ไบเดน-แฮร์ริส แถลงครั้งแรกหลังได้รับชัยชนะไบเดน-แฮร์ริส แถลงขอบคุณประชาชนที่เชื่อมั่น พร้อมทำงานฐานะผู้นำประเทศ

โจ ไบเดน และกมลา แฮร์ริส กล่าวคำปราศรัยครั้งแรกในฐานะประธานาธิบดีและรองประธานาธิบดี ที่เมืองวิลมิงตัน รัฐเดลาแวร์ ท่ามกลางกลุ่มผู้สนับสนุนส่งเสียงเชียร์ให้กำลังใจ

แฮร์ริส กล่าวว่า “จอห์น ลูอิสเคยกล่าวไว้ว่าประชาธิปไตยไม่ใช่รัฐแต่คือการกระทำ ไม่มีการรับรองประชาธิปไตยของสหรัฐอเมริกา แต่มันจะแข็งแกร่งตราบเท่าที่เราต่อสู้เพื่อมัน เพราะพวกเราประชาชนมีพลังที่จะสร้างอนาคตที่ดีขึ้น”

พร้อมกล่าวสโลแกนของโจ ไบเดน “คุณนำวันใหม่ให้แก่อเมริกา”

แฮร์ริสยืนยันว่าประชาชนได้เลือกถูกคนแล้ว “คุณเลือกความหวัง ความสามัคคี และความเหมาะสม คุณเลือกโจ ไบเดนเป็นประธานาธิบดีคนต่อไปของสหรัฐอเมริกา”

พร้อมพูดถึงความหลากหลายทางเชื้อชาติ โดยเน้นไปที่ผู้หญิงผิวดำ ปิดท้ายด้วยการยกย่องไบเดนที่มีความกล้าที่จะเลือกผู้หญิงคนหนึ่งให้เป็นรองประธานาธิบดี

“แม้ว่าฉันจะเป็นผู้หญิงคนแรกที่ทำงานนี้ แต่ฉันจะต้องไม่ใช่คนสุดท้าย” แฮร์ริสกล่าว

พร้อมเอ่ยชมไบเดนโดยอ้างถึงอดีตประธานาธิบดีบารัค โอบามา ว่ามีความจริงใจ และตั้งใจทำงานเพื่อประชาชน

ต่อมา โจ ไบเดน ได้เดินออกมาทักทายกลุ่มผู้สนับสนุนด้วยสีหน้าสดใส และเริ่มต้นด้วยการกล่าวว่า “พี่น้อง พลเมืองของประเทศนี้ได้พูดแล้ว พวกเขาได้ให้ชัยชนะที่ใสสะอาดกับเรา ชัยชนะที่ไร้ข้อกังขา ชัยชนะเพื่อพวกเราทุกคน”

“ผมสัญญาว่าจะเป็นประธานาธิบดีที่ไม่สร้างความแตกแยก แต่จะสร้างความเป็นหนึ่งเดียวกัน ประธานาธิบดีที่จะไม่แยกว่ารัฐนี้สีแดงรัฐนี้สีน้ำเงิน แต่จะมองเป็นสหรัฐ และประธานาธิบดีที่จะทำงานด้วยหัวใจเพื่อให้ทุกคนเชื่อมั่น”

ไบเดนยังเอ่ยถึง จิลล์ ไบเดน ว่าที่สุภาพสตรีหมายเลขหนึ่งที่เป็นครูว่า “สำหรับบรรดาครูทั้งหลาย วันนี้คือวันดี คุณกำลังจะมีครู 1 คนในทำเนียบขาว และจิลล์จะเป็นสุภาพสตรีหมายเลขหนึ่งที่ยอดเยี่ยม”

และยังเอ่ยว่ารู้สึกเป็นเกียรติที่ได้ร่วมงานกับรองประธานาธิบดีชาวอเมริกันเชื้อสายแอฟริกันและยังมีสายเลือดอินเดียด้วย “อย่าบอกว่ามันเป็นไปไม่ได้ในสหรัฐ” จังหวะนี้กองเชียร์พากันส่งเสียงโห่ร้องและบีบแตรรถเสียงดังสนั่น

“อาสาสมัครทั้งหลายที่มานับคะแนนท่ามกลางโรคระบาด เจ้าหน้าที่เลือกตั้งท้องถิ่น พวกคุณสมควรได้รับการขอบคุณเป็นพิเศษจากประเทศนี้”

ไบเดนยังเอ่ยถึงความแตกแยกในสหรัฐว่า “ถึงเวลาเลิกใช้ถ้อยคำหยาบคายแล้ว เพื่อลดอุณหภูมิ เพื่อหันกลับมามองกันอีกครั้ง เพื่อกลับมารับฟังกันและกันอีกครั้ง”

ไบเดนยังเอ่ยถึง Covid-19 ด้วยว่า “วันจันทร์นี้ผมจะเลือกนักวิทยาศาสตร์และผู้เชี่ยวชาญชั้นนำมาเป็นทีมงานที่ปรึกษา ผมจะไม่ลดความพยายามในการควบคุมโรคระบาดนี้”

ทรัมป์ไม่เชื่อผลเลือกตั้ง ยืนยันจะฟ้องศาลสูง #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/637491

วันที่ 08 พ.ย. 2563 เวลา 00:44 น.ทรัมป์ไม่เชื่อผลเลือกตั้ง ยืนยันจะฟ้องศาลสูง ทรัมป์แถลงหลังทราบผลเลือกตั้ง ย้ำไม่โปร่งใส ขณะเจ้าหน้าที่ยืนยันไม่เห็นความผิดปกติ

บีบีซี รายงานแถลงการณ์จากโดนัลด์ ทรัมป์หลังทราบข่าวว่าโจ ไบเดนคาดว่าจะได้รับตำแหน่งประธานาธิบดี

“เราทุกคนรู้ดีว่าทำไมโจ ไบเดนจึงรีบสวมรอยเป็นผู้ชนะและทำไมพันธมิตรสื่อของเขาจึงพยายามอย่างหนักเพื่อช่วยเหลือเขา พวกเขาไม่ต้องการให้ความจริงถูกเปิดเผย”

“ข้อเท็จจริงง่ายๆ ก็คือการเลือกตั้งครั้งนี้ยังไม่จบสิ้น” ทรัมป์กล่าว โดยชี้ให้เห็นว่าการนับคะแนนยังไม่ได้รับรองจากกรรมการการเลือกตั้งและเป็นการคาดการณ์โดยสื่อเท่านั้น

ทั้งนี้ เป็นเรื่องปกติหลังการเลือกตั้งที่สื่อจะนำเสนอผู้ชนะโดยอาศัยการวิเคราะห์คะแนนที่ได้รับการนับแล้ว

นอกจากนี้ทรัมป์ยังคงยืนยันว่าจะฟ้องร้องต่อศาลเพื่อให้แน่ใจว่าการเลือกตั้งดำเนินไปอย่างถูกต้องและได้ผู้ชนะที่ชอบธรรม

โดยอ้างถึงการลงคะแนนที่ผิดกฎหมาย และอ้างว่ามีรายชื่อผู้ลงคะแนนที่ไม่มีสิทธิ์เลือกตั้งรวมถึงบุคคลที่เสียชีวิตแล้ว แม้ว่าจะไม่มีหลักฐานก็ตาม

“ผมจะไม่หยุดจนกว่าประชาชนชาวอเมริกันจะได้รับการนับคะแนนอย่างซื่อสัตย์ที่พวกเขาสมควรได้รับตามหลักประชาธิปไตย” ทรัมป์กล่าว

ขณะที่ผู้สังเกตการณ์การเลือกตั้งและเจ้าหน้าที่ที่ดูแลการนับคะแนนยืนยันว่าไม่เห็นความผิดปกติในกระบวนการนับคะแนน

ไบเดนทวีตและแถลงการณ์ขอบคุณชาวอเมริกันที่เชื่อมั่น #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/637490

วันที่ 08 พ.ย. 2563 เวลา 00:40 น.ไบเดนทวีตและแถลงการณ์ขอบคุณชาวอเมริกันที่เชื่อมั่นไบเดนทวีตขอบคุณชาวอเมริกันหลังชนะในรัฐเพนซิลเวเนียเตรียมขึ้นแท่นประธานาธิบดีคนที่ 46

โจ ไบเดน ทวีตข้อความหลังจากได้คะแนนเสียงคณะเลือกตั้งเพิ่มเติมจากรัฐเพนซิลเวเนียและเนวาดาจนคะแนนรวมเกิน 270 คะแนนมาอยู่ที่ 290 คะแนน ว่า “ชาวอเมริกันทั้งหลาย ผมรู้สึกเป็นเกียนติมากที่พวกคุณเลือกให้ผมเป็นผู้นำประเทศที่ยิ่งใหญ่ของเรา งานหนักกำลังรอพวกเราอยู่ แต่ผมขอสัญญาว่าผมจะเป็นประธานาธิบดีของชาวอเมริกันทุกคน ไม่ว่าคุณจะลงคะแนนให้ผมหรือไม่ก็ตาม ผมจะรักษาความศรัทธาที่พวกคุณให้ผมไว้”

ด้านทีมรณรงค์หาเสียงของไบเดนเผยแถลงแถลงการณ์ของไบเดนที่ระบุว่า “ผมรู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ชาวอเมริกันเชื่อมั่นในตัวผมและว่าที่รองประธานาธิบดีแฮร์ริส”

แถลงการณ์ระบุต่อว่า “ท่ามกลางอุปสรรคที่คาดไม่ถึงชาวอเมริกันออกมาลงคะแนนเสียงกันท่วมท้นทำลายสถิติ พิสูจน์ได้อีกครั้งหนึ่งว่าในหัวใจลึกๆ ของชาวอเมริกันมีประชาธิปไตยอยู่”

“เมื่อการหาเสียงจบลงแล้วก็ถึงเวลาที่เราจะปล่อยวางความโกรธและคำพูดหยาบคายไว้เบื้องหลัง และมารวมกันเป็นชาติ ถึงเวลาที่อเมริกาต้องเป็นหนึ่งเดียวกันและคืนดีกันแล้ว พวกเราคือสหรัฐอเมริกา และไม่มีอะไรที่พวกเราทำไม่ได้ถ้าพวกเราร่วมมือกัน”

America, I’m honored that you have chosen me to lead our great country.The work ahead of us will be hard, but I promise you this: I will be a President for all Americans — whether you voted for me or not.I will keep the faith that you have placed in me. pic.twitter.com/moA9qhmjn8— Joe Biden (@JoeBiden) November 7, 2020