สหรัฐถอนตัวข้อตกลงปารีส ไบเดนลั่นเข้าร่วมใหม่หากได้เป็นปธน. #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/637333

วันที่ 05 พ.ย. 2563 เวลา 17:15 น.สหรัฐถอนตัวข้อตกลงปารีส ไบเดนลั่นเข้าร่วมใหม่หากได้เป็นปธน.ทรัมป์ประกาศถอนสหรัฐออกจากข้อตกลงปารีส ขณะไบเดนพร้อมเข้าร่วมอีกครั้งหากชนะการเลือกตั้ง

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ประกาศถอนตัวออกจากข้อตกลงสภาพภูมิอากาศปารีสอย่างเป็นทางการซึ่งมีผลในวันที่ 4 พฤศจิกายน หลังมีผลบังคับใช้ครบ 3 ปี โดยถือเป็นประเทศแรกที่ถอนตัวออกจากข้อตกลงดังกล่าว

ในปี 2017 ทรัมป์ประกาศว่าจะถอนตัวออกจากข้อตกลงปารีสโดยอ้างว่าอาจส่งผลเสียทางเศรษฐกิจของประเทศ สร้างความผิดหวังให้กับชาวอเมริกันจำนวนมากที่มองว่าสหรัฐควรเป็นผู้นำในการต่อสู้กับปัญหาสภาพภูมิอากาศซึ่งเป็นปัญหาใหญ่ระดับโลก

อย่างไรก็ตามสหรัฐสามารถเข้าร่วมข้อตกลงปารีสได้อีกครั้งโดยโจ ไบเดน ให้คำมั่นว่า แม้วันนี้ฝ่ายบริหารทรัมป์จะถอนตัวออกจากข้อตกลงปารีส แต่ในอีก 77 วันข้างหน้าฝ่ายบริหารไบเดนจะเข้าร่วมอีกครั้ง

ทั้งนี้ ข้อตกลงปารีสถูกสร้างขึ้นในปี 2015 เพื่อร่วมกันรับมือกับภัยคุกคามจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ซึ่งมีทั้งหมด 196 ประเทศทั่วโลกร่วมลงนามในข้อตกลง โดยมีจุดมุ่งหมายเพื่อร่วมกันแก้ไขปัญหาก๊าซเรือนกระจกและควบคุมให้การเพิ่มขึ้นของอุณภูมิโลกในศตวรรษนี้ให้ต่ำกว่า 2 องศาเซลเซียส

Today, the Trump Administration officially left the Paris Climate Agreement. And in exactly 77 days, a Biden Administration will rejoin it. https://t.co/L8UJimS6v2— Joe Biden (@JoeBiden) November 5, 2020

ทำไมคนอเมริกันยังเลือกทรัมป์ท่วมท้น #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/637312

วันที่ 05 พ.ย. 2563 เวลา 16:00 น.ทำไมคนอเมริกันยังเลือกทรัมป์ท่วมท้นการเลือกตั้งครั้งนี้ถือว่าคะแนนของทั้ง โดนัลด์ ทรัมป์ และโจ ไบเดน สูสีชนิดหายใจรดต้นคอ แต่สำหรับทรัมป์อาจเกิดคำถามว่าทำไมคนอเมริกันยังคงเทคะแนนให้ท่วมท้น

ก่อนเปิดคูหาเลือกตั้ง โพลล์หลายสำนักฟันธงว่าไบเดนจะชิงคะแนนจากทรัมป์ในรัฐ swing state หรือรัฐที่คะแนนแกว่งไปแกว่งมา คาดเดาได้ยากว่าใครจะชนะ ที่เชื้อโคโรนาไวรัสระบาดหนัก ด้วยสมมติฐานว่าคนที่ได้รับผลกระทบจากโรคระบาดอาจต้องการผู้นำคนใหม่

ทว่าหลังจากนับคะแนน ปรากฏว่าทรัมป์กลับโกยคะแนนจากทั้งรัฐไอโอวา ที่พบผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นถึง 94% จากเมื่อสองสัปดาห์ก่อน ทั้งรัฐฟลอริดาที่ Covid-19 ระบาดหนักไม่แพ้กันและทรัมป์เริ่มเสียคะแนนนิยมในกลุ่มผู้สูงอายุเพราะปัญหา Covid-19 รวมทั้งในรัฐอื่นๆ เช่น ยูทาห์ มอนทานา ไวโอมิง เนบราสกา

บทความของ Vox ระบุว่าผลเอ็กซิตโพลล์ของการเลือกตั้งครั้งล่าสุดนี้อาจมีคำตอบว่าทำไมคนอเมริกันจึงยังชมชอบทรัมป์ทั้งที่เจ้าตัวถูกวิจารณ์เรื่องการจัดการ Covid-19 อย่างหนาหู

ถ้าจะพูดสั้นๆ ก็คือ คนอเมริกันเหล่านี้แบ่งขั้วระหว่าง “เศรษฐกิจ” และ “สุขภาพ” อย่างชัดเจนในการแก้ปัญหา Covid-19

คนที่เทคะแนนให้พรรครีพับลิกันของทรัมป์ต้องการให้เศรษฐกิจสหรัฐกลับมาเดินหน้าอีกครั้ง (ซึ่งทรัมป์หาเสียงเรื่องนี้มาตั้งแต่ต้น) มากกว่าอยากเห็นว่าสหรัฐสามารถควบคุมเชื้อโคโรนาไวรัสได้ โดยการตัดสินใจเลือกผู้สมัครของคนกลุ่มนี้จะเน้นที่นโยบายเศรษฐกิจ

และที่ผ่านมาทรัมป์ประกาศตัวว่าจะฟื้นฟูเศรษฐกิจสหรัฐ ทั้งทำให้อัตราการว่างงานลดลง ตลาดหุ้นอยู่ในช่วงขาขึ้น และก่อนการเลือกตั้งเพียง 1 วันกระทรวงพาณิชย์สหรัฐก็ประกาศว่าจีดีพีเดือน ก.ค.-ก.ย.ขยายตัวถึง 33.1%

ผลการสำรวจความคิดเห็นคนอเมริกันก่อนการเลือกตั้งโดย Change Research พบว่า คนที่สนับสนุนพรรคเดโมแครตจะกังวลกับผลกระทบต่อสุขภาพจากการระบาดของ Covid-19 มากกว่าแม้ว่าตัวเองจะได้รับผลกระทบทางเศรษฐกิจหนักกว่าคนอื่นๆ ขณะที่คนที่สนับสนุนฝั่งรีพับลิกันจะกังวลผลกระทบต่อเศรษฐกิจมากกว่า  

และเอ็กซิตโพลล์หน้าหน่วยเลือกตั้งเมื่อวันที่ 3 พ.ย.ที่ผ่านมาก็สะท้อนการสำรวจความคิดเห็นข้างต้นได้อย่างดี

การสอบถามความคิดเห็นชาวอเมริกันว่า เรื่องใดสำคัญที่สุดในการตัดสินใจเลือกผู้นำสหรัฐ ซึ่งจัดทำโดย Edison Research ในนามของสมาคมการเลือกตั้งแห่งชาติ พบว่า 82% ของผู้สนับสนุนพรรครีพับลิกันที่ตอบแบบสอบถามระบุว่า เศรษฐกิจสำคัญที่สุด ขณะที่ 82% ของผู้สนับสนุนพรรคเดโมแครตระบุว่า โรคระบาดต้องมาก่อน

นอกจากนี้ ผลสำรวจความคิดเห็นดังกล่าวยังพบว่า ชาวรีพับลิกันให้ความสำคัญกับการฟื้นฟูเศรษฐกิจ ขณะที่ชาวเดโมแครตให้ความสำคัญกับการหยุดยั้งไวรัส และฝั่งเดโมแครต 72% ได้รับผลกระทบทางเศรษฐกิจจาก Covid-19 ขณะที่ฝั่งรีพับลิกันมีเพียง 26% ที่ได้รับผลกระทบ

ดังนั้น ที่ทรัมป์คัดค้านคำแนะนำของผู้เชี่ยวชาญเกี่ยวกับการกลับมาเปิดประเทศ ไม่สนใจการสวมหน้ากากอนามัย และมุ่งเน้นการฟื้นฟูเศรษฐกิจอาจจะเป็นสิ่งที่กลุ่มผู้สนับสนุนต้องการได้ยินก็เป็นได้

อันที่จริงแล้ว ตัวอย่างจากหลายประเทศชี้ให้เห็นว่า การควบคุมให้มีผู้ติดเชื้อน้อยๆ เป็นผลดีกับเศรษฐกิจในระยะยาวมากกว่าการกลับไปล็อกดาวน์ซ้ำๆ อย่างที่อเมริกาเหนือและยุโรปกำลังทำอยู่

ทว่าชาวรีพับลิกันกลับไม่คิดเช่นนั้น ซึ่งอาจเป็นเพราะแม้ว่าตัวเลขผู้ติดเชื้อจะเพิ่มขึ้นในรัฐที่สนับสนุนทรัมป์ แต่รัฐเหล่านี้อาจไม่รู้สึกถึงผลกระทบทางเศรษฐกิจเช่นที่รัฐที่สนับสนุนฝั่งเดโมแครตของไบเดนได้รับ หรืออาจเป็นเพราะฝั่งที่สนับสนุนทรัมป์อาจต้องการเพียงประธานาธิบดีที่สามารถฟื้นฟูเศรษฐกิจของประเทศ

แต่ไม่ว่าจะอย่างไรก็ตาม ในหลายๆ รัฐที่ไม่สามารถควบคุมการแพร่ระบาดของ Covid-19 ความกังวลเกี่ยวกับผลกระทบทางเศรษฐกิจอาจอยู่เหนือความกลัวเชื้อไวรัส ซึ่งช่วยให้ทรัมป์โกยคะแนนไปไม่น้อย

ทีมทรัมป์เดือด! ถือปืนขู่นับคะแนนต่อหลังยังเป็นรองในแอริโซนา #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/637317

วันที่ 05 พ.ย. 2563 เวลา 15:00 น.ทีมทรัมป์เดือด! ถือปืนขู่นับคะแนนต่อหลังยังเป็นรองในแอริโซนากลุ่มผู้สนับสนุนทรัมป์ชุมนุมเรียกร้องให้นับคะแนนในรัฐแอริโซนาต่อไปหลังถูกไบเดนแซง

มาริโคปา เคาน์ตีในรัฐแอริโซนากำลังปิดสถานที่นับบัตรลงคะแนนเลือกตั้งเนื่องจากข้อกังวลด้านความปลอดภัยหลังมีประชาชนกว่า 400 คนที่สนับสนุนโดนัลด์ ทรัมป์ รวมตัวชุมนุมประท้วงพร้อมพกอาวุธอยู่บริเวณภายนอกอาคารและพยายามจะเข้าไปภายในอาคาร เนื่องจากมีข่าวลือว่าจะไม่นับคะแนนของพรรครีพับลิกัน

โดยฝูงชนจำนวนมากโบกธงทรัมป์และธงชาติอเมริกา พร้อมตะโกนโห่ร้องให้นับคะแนนและประณามสถานีโทรทัศน์ฟ็อกซ์ นิวส์ เป็นเวลาหลายชั่วโมง หลังจากที่มีการรายงานว่าโจ ไบเดน ชนะการเลือกตั้งในรัฐแอริโซนา

ผู้สื่อข่าวจากเอ็นบีซีที่อยู่ในเหตุการณ์เล่าว่ากลุ่มผู้ประท้วงอ้างว่าไบเดนขโมยคะแนนไปจากทรัมป์

อย่างไรก็ตามเจ้าหน้าที่แผนกการเลือกตั้งยืนยันในวันเดียวกันว่าจะดำเนินการนับบัตรลงคะแนนต่อไปแม้จะมีความตึงเครียดนอกศูนย์ลงคะแนน

ทั้งนี้เข้าสู่วันที่สามของการนับบัตรเลือกตั้งโดยไบเดนยังมีคะแนนนำอยู่ในรัฐแอริโซนา ด้วยคะแนนเสียง 50.7% ต่อ 47.9%  

Maricopa County Sheriff’s deputies now ready in tactical gear inside the elections center to potentially make a move on the protesters and demonstrators outside as the crowd continues to grow. #azfamily #arizona pic.twitter.com/XAhvE1hbIK— Briana Whitney (@BrianaWhitney) November 5, 2020

We have left the Maricopa Election Center. Staff there says they have NOT been evacuated & will stay there until they post results. That being said, as our crew left the crowd of protestors claiming the vote was being stolen from the president had grown larger & louder. @NBCNews— Gadi Schwartz (@GadiNBC) November 5, 2020

Staff at the @maricopacounty Elections Department will continue our job, which is to administer elections in the second largest voting jurisdiction in the county. We will release results again tonight as planned. We thank the @mcsoaz for doing their job, so we can do ours.— Maricopa County Elections Department (@MaricopaVote) November 5, 2020

ทำไมยังไม่รู้ผลการเลือกตั้งผู้นำสหรัฐคนใหม่? #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/637307

วันที่ 05 พ.ย. 2563 เวลา 13:30 น.ทำไมยังไม่รู้ผลการเลือกตั้งผู้นำสหรัฐคนใหม่?เกิดอะไรขึ้นกับการเลือกตั้งครั้งนี้และเมื่อไหร่จะรู้ผลการเลือกตั้ง

บีบีซี รายงานว่าโดยปกติแล้วเราจะสามารถทราบผลการเลือกตั้งอย่างไม่เป็นทางการในวันถัดมาหลังจากการเลือกตั้ง แต่ในปีนี้มีการลงคะแนนทางไปรษณีย์จำนวนมากเนื่องจากการะแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนา

การนับคะแนนในครั้งนี้จึงใช้เวลานานขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อรัฐสมรภูมิบางแห่งไม่อนุญาตให้นับผลการเลือกตั้งล่วงหน้าก่อนวันเลือกตั้ง

โดยในการเลือกตั้งครั้งนี้มีการฟ้องร้องก่อนวันเลือกตั้งมากกว่า 300 คดีใน 44 รัฐเกี่ยวกับการเลือกตั้งล่วงหน้าและการเลือกตั้งทางไปรษณีย์ โดยเกี่ยวข้องกับเรื่องการส่งและรับบัตรลงคะแนน, ลายเซ็นพยาน และซองจดหมายที่ใช้ส่งบัตรลงคะแนน

ขณะที่โจ ไบเดน กำลังมีคะแนนนำและเข้าใกล้ชัยชนะ ด้านโดนัลด์ ทรัมป์ กำลังท้าทายการนับคะแนนโดยเรียกร้องให้หยุดนับคะแนนในรัฐสำคัญอย่างเพนซิลเวเนีย, วิสคอนซิน, จอร์เจีย และมิชิแกน

ทรัมป์เรียกร้องให้มีการนับคะแนนใหม่ในรัฐวิสคอนซินเนื่องจากสังเกตได้ถึงความผิดปกติ โดยการนับคะแนนใหม่ในรัฐวิสคอนซินเคยเกิดขึ้นในการเลือกตั้งครั้งที่แล้วส่งผลให้ผลการเลือกตั้งเปลี่ยนไปราว 100 คะแนนเสียง

นอกจากนี้ยังเรียกร้องให้หยุดการนับคะแนนในรัฐมิชิแกนซึ่งมีการนับไปแล้ว 96% และเหลืออีกนับพันคะแนนเสียงที่ยังไม่ได้นับซึ่งส่วนใหญ่มาจากพื้นที่ทีสนับสนุนพรรคเดโมแครต รวมถึงในรัฐเพนซิลเวเนีย และจอร์เจีย

โดยประธานพรรครีพับลิกันของจอร์เจียอ้างว่ามีผู้สังเกตการณ์ของพรรคเห็นผู้หญิงคนหนึ่งผสมบัตรลงคะแนนมากกว่า 50 ใบลงในลงในบัตรลงคะแนนที่ยังไม่ได้นับ

ทั้งนี้จะต้องดำเนินการไปตามกระบวนการทางกฎหมายต่อไป ซึ่งทรัมป์กล่าวว่าผลการเลือกตั้งครั้งนี้อาจจบลงในศาลสูงสุดสหรัฐ อย่างไรก็ตามรัฐธรรมนูญระบุว่าภายในวันที่ 20 มกราคมจะต้องมีผู้ดำรงตำแหน่งประธานาธิบดี

ประท้วงทั่วสหรัฐ ผลเลือกตั้งคลุมเครือซ้ำโดนกล่าวหามีการโกง #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/637302

วันที่ 05 พ.ย. 2563 เวลา 12:15 น.ประท้วงทั่วสหรัฐ ผลเลือกตั้งคลุมเครือซ้ำโดนกล่าวหามีการโกงการประท้วงเกิดขึ้นในรัฐต่างๆ ทั่วสหรัฐเป็นวันที่สองขณะผลเลือกตั้งยังคงไม่ชัดเจน

เข้าสู่วันที่สองที่ความตึงเครียดในสหรัฐทวีความรุนแรงมากขึ้นโดยการประท้วงเกิดขึ้นเป็นระยะในรัฐต่างๆ ตลอดทั้งวันเนื่องจากยังไม่มีความชัดเจนในผลการเลือกตั้งประธานาธิบดี และโดนัลด์ ทรัมป์ยังเรียกร้องให้ยุติการนับคะแนน

โดยผู้คนมากกว่า 1,000 คนรวมตัวกันที่ Black Lives Matter Plaza ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากทำเนียบขาวเพื่อประท้วงต่อต้านโดนัลด์ ทรัมป์ ขณะที่อีกหลายร้อยคนเดินขบวนไปตามส่วนต่างๆ ในวอชิงตัน รวมถึงมีการขัดขวางการจราจรและจุดประทัด พร้อมกล่าวว่า “ถนนของเรา ถ้าเราไม่ได้รับความยุติธรรมพวกเขาก็จะไม่ได้รับความสงบสุข”

รวมถึงในพอร์ตแลนด์, โอเรกอน และซีแอตเทิลมีผู้คนหลายร้อยคนออกมาเดินขบวนต่อต้านทรัมป์เช่นกัน โดยในผู้ชุมนุมในพอร์ตแลนด์กล่าวว่าการชุมนุมเป็นไปอย่างสันติเพื่อสนับสนุนความยุติธรรมทางเชื้อชาติ ขณะที่เจ้าหน้าที่อ้างว่าเห็นผู้ชุมนุมบางคนถือปืนอย่างเปิดเผย ทั้งนี้ส่งผลให้ผู้ชุมนุมบางส่วนถูกจับกุมตัว

ขณะที่เจ้าหน้าที่ในซีแอตเทิลกล่าวว่าได้จับกุมผู้ชุมนุมหลายคนเนื่องจากมีการวางตะปูขวางถนน, ขับรถข้ามเครื่องกีดขวาง และขับรถเข้าไปในเลนของตำรวจ

เช่นเดียวกับในเพนซิลเวเนียมีการเดินขบวนประท้วงหลังพรรครีพับลิกันยื่นฟ้องโดยกล่าวหาว่ามีการโกงการเลือกตั้ง ขบวนประท้วงมุ่งหน้าไปยังศูนย์การประชุมเพนซิลเวเนียขณะที่กำลังมีการนับคะแนนผลการเลือกตั้ง โดยหนึ่งในกลุ่มผู้ชุมนุมเชื่อว่า “ระบบที่กำลังพยายามหยุดการนับคะแนนเป็นระบบเดียวกับกรณีที่วอลเตอร์ วอลเลซ ชายผิวดำถูกตำรวจกระหน่ำยิงจนเสียชีวิต”

รวมถึงในโคโลราโดมีเหตุการณ์ปะทะระหว่างเจ้าหน้าที่ตำรวจและกลุ่มผู้ชุมนุมโดยมีการเดินขบวนประท้วงที่ถนนในเมืองเดนเวอร์ก่อนที่ตำรวจจะเข้าสลายการชุมนุมและจับกุมตัวผู้ประท้วง

นอกจากนี้กรมตำรวจลอสแองเจลิสยังได้มีการประกาศเตือนภัยเป็นวันที่สองติดต่อกัน และในแมริแลนด์มีการเดินขบวนตามท้องถนนเพื่อเรียกร้องให้นับบัตรลงคะแนนทั้งหมดเช่นกัน

ขณะที่ในรัฐแอริโซนามีกลุ่มผู้สนับสนุนโดนัลด์ ทรัมป์ รวมตัวกันบริเวณคูหาเลือกตั้งหลังจากที่ทรัมป์กล่าวว่าการเลือกตั้งครั้งนี้มีการโกง

ทรัมป์ฟ้องให้หยุดนับคะแนนในรัฐมิชิแกน-เพนซิลเวเนีย #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/637281

วันที่ 05 พ.ย. 2563 เวลา 09:15 น.ทรัมป์ฟ้องให้หยุดนับคะแนนในรัฐมิชิแกน-เพนซิลเวเนียทีมหาเสียงทรัมป์ฟ้องให้รัฐเพนซิลเวเนียและมิชิแกนหยุดนับบัตรเลือกตั้งอ้างอาจมีการโกง

ทีมรณรงค์หาเสียงเลือกตั้งของประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ยืนฟ้องศาลในรัฐมิชิแกนและเพนซิลเวเนียเพื่อให้หยุดการนับคะแนน โดยอ้างว่าไม่ได้รับสิทธิ์ในการเข้าถึงพื้นที่นับคะแนนเพื่อสังเกตการณ์การเปิดหีบเลือกตั้งและการนับคะแนน ซึ่งฝ่าฝืนกฎหมายการเลือกตั้งของรัฐ

แถลงการณ์ของทีมหาเสียงกล่าวหาว่า เจ้าหน้าที่ประจำหน่วยเลือกตั้งในรัฐเพนซิลเวเนียสมรู้ร่วมคิดกันเพิ่มคะแนนให้ โจ ไบเดน จากพรรคเดโมแครต “เรื่องไม่ดีกำลังเกิดขึ้นที่เพนซิลเวเนีย เดโมแครตกำลังวางแผนตัดสิทธิ์และทำให้คะแนนของรีพับลิกันลดลง ประธานาธิบดีทรัมป์และทีมงานกำลังต่อสู้เพื่อหยุดเรื่องนี้”

ขณะนี้ทรัมป์มีคะแนนนำในรัฐเพนซิลเวเนีย แต่คะแนนจากการเลือกตั้งผ่านจดหมาย (Mail-in Voting) ยังนับไม่เสร็จสิ้นและคาดว่าบัตรเลือกตั้งที่เหลือจะทำให้ไบเดนได้คะแนนเสียงเพิ่ม ซึ่งจะทำให้ทรัมป์แทบไม่มีโอกาสชนะการเลือกตั้งหากไม่ได้คะแนนจากรัฐเพนซิลเวเนีย

นอกจากนี้ บิลล์ สตีเพียน หัวหน้าทีมหาเสียงของทรัมป์ ยังเรียกร้องให้นับบัตรเลือกตั้งที่เปิดและนับในช่วงที่ทีมหาเสียงของทรัมป์ไม่ได้เข้าสังเกตการณ์ใหม่ด้วย

ด้านทรัมป์ทวีตถึงการนับคะแนนของทั้งสองรัฐว่า “พวกเขากำลังพยายามอย่างหนักเพื่อให้ 500,000 คะแนนอันมีค่าของเราหายไปอย่างเร็วที่สุด ที่มิชิแกนกับที่อื่นก็เช่นเดียวกัน”

ขณะที่ผู้สนับสนุนทรัมป์จำนวนหนึ่งพากันตะโกนว่า “หยุดนับคะแนน” ด้านนอกจุดนับคะแนนในเมืองดีทรอยต์ของรัฐมิชิแกน

วานิตา กุปตา หัวหน้าแผนกสิทธิมนุษยชนของกระทรวงยุติธรรมในสมัยอดีตประธานาธิบดี บารัก โอบามา เผยว่า การข่มขู่ว่าจะฟ้องของทรัมป์อยู่บนสมมติฐานว่ามีการโกงซึ่งไม่มีทางเป็นไปได้ในทางปฏิบัติ

ไบเดนเชื่อชนะแน่ หลังคะแนนนำ 264 : 214 #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/637278

วันที่ 05 พ.ย. 2563 เวลา 08:30 น.

ไบเดนเชื่อชนะแน่ หลังคะแนนนำ 264 : 214

ไบเดนมั่นใจหลังได้รับชัยชนะในรัฐสำคัญอย่างวิสคอนซินและมิชิแกน

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานโจ ไบเดน ผู้ท้าชิงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐจากพรรคเดโมแครต ขึ้นเวทีปราศัยที่ศูนย์ประชุมเชสเซ็นเตอร์ เมืองวิลมิงตัน รัฐเดลาแวร์ โดยแสดงความมั่นใจว่าจะสามารถเอาชนะโดนัลด์ ทรัมป์ได้อย่างแน่นอนหลังได้รับชัยชนะใน 2 รัฐสำคัญอย่างวิสคอนซินและมิชิแกน

ส่งผลให้ขณะนี้ไบเดนมีคะแนนนำทรัมป์อยู่ 264 ต่อ 214 ซึ่งขาดอีกเพียงแค่ 6 แต้มเท่านั้นก็จะสามารถคว้าตำแหน่งผู้นำคนใหม่ไปครอง

ไบดนกล่าวว่า “หลังจากคืนการนับคะแนนที่ยาวนาน เป็นที่ชัดเจนว่าเราชนะในรัฐต่างๆ เพียงพอต่อการได้คะแนนจากคณะผู้เลือกตั้งถึง 270 คะแนน ผมไม่ได้มาเพื่อจะประกาศว่าเราชนะแล้ว แต่มาเพื่อแจ้งว่าเราจะเป็นผู้ชนะเมื่อการนับคะแนนจบลง”

นอกจากนี้ยังยืนยันว่าแม้จะลงสมัครในนามพรรคเดโมแครตแต่หากชนะการเลือกตั้งและได้ดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีแล้วจะทำหน้าที่บริหารประเทศเพื่อชาวอเมริกันทั้งหมดโดยไม่มีการแบ่งแยกรัฐสีแดงและรัฐสีฟ้า

พร้อมทวีตข้อความจำนวนมากผ่านทวิตเตอร์ส่วนตัว @JoeBiden แสดงถึงความมั่นใจที่จะได้รับชัยชนะในการเลือกตั้งครั้งนี้

I’m confident that we will emerge victorious.But this will not be my victory alone.It will be a victory for the American people. pic.twitter.com/ZqJBVsQuQf— Joe Biden (@JoeBiden) November 5, 2020

It’s clear that when the count is finished, we believe we will be the winners. pic.twitter.com/qVk0igZlrF— Joe Biden (@JoeBiden) November 5, 2020

I am confident we will emerge victorious, but this will not be my victory or our victory alone. It will be a victory for the American people, for our democracy, for America.— Joe Biden (@JoeBiden) November 4, 2020

Keep faith in the process and in each other. Together, we will win this.— Joe Biden (@JoeBiden) November 4, 2020

คำพูดของ แจ็ก หม่า ทำเจ้าตัวอด IPO สูญเงิน 35,000 ล้านเหรียญ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/637269

วันที่ 04 พ.ย. 2563 เวลา 20:23 น.คำพูดของ แจ็ก หม่า ทำเจ้าตัวอด IPO สูญเงิน 35,000 ล้านเหรียญเปิดที่มาที่ไปของคำสั่งที่จีนระงับขายหุ้นแอนท์ กรุ๊ปของ แจ็ก หม่า จะมาจากคำพูดที่หม่าเคยพูดเมื่อเร็วๆ นี้หรือไม่

ตลาดหุ้นทั่วโลกช็อก จีนสั่งระงับการเสนอขายหุ้นครั้งแรกแก่บุคคลทั่วไป (IPO) บริษัท แอนท์กรุ๊ป ของ แจ็ก หม่า ก่อนเปิดขายไม่ถึง 48 ชั่วโมง ทำให้เกิดคำถามตามมาถึงอนาคตในวงการฟินเทคของเจ้าพ่ออาลีบาบา

1.เดิมที แอนท์ กรุ๊ป (Ant Group) บริษัทด้านการชำระเงินออนไลน์และผู้ให้บริการสินเชื่อสำหรับผู้ที่เข้าไม่ถึงแหล่งเงินทุนในเครือของอาลีบาบา กรุ๊ป ของ แจ็ก หม่า มีกำหนดจะเสนอขายหุ้นครั้งแรกแก่บุคคลทั่วไป (IPO) ในตลาดหุ้นเซี่ยงไฮ้และฮ่องกงในวันที่ 5 พ.ย.นี้ โดยคาดว่าจะระดมเงินได้ถึง 34,500 ล้านเหรียญสหรัฐ ซึ่งสูงที่สุดเป็นประวัติการณ์ของโลก

2.แต่แล้วเมื่อวันที่ 2 พ.ย.ที่ผ่านมา คณะกรรมการกำกับดูแลตลาดหลักทรัพย์จีนรวมทั้งธนาคารแห่งชาติจีนได้เรียกผู้บริหารของ แอนท์ กรุ๊ป รวมทั้ง แจ็ก หม่า เข้าพบเพื่อพูดคุยถึงรายละเอียดการ IPO และแจ้งข่าวร้ายว่าแอนท์ กรุ๊ปอาจขาดคุณสมบัติในการจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์เซี่ยงไฮ้ เนื่องจากก่อนหน้านี้คณะกรรมการกำกับดูแลตลาดหลักทรัพย์เพิ่งเปลี่ยนกฎการให้กู้ยิมเงินรายย่อยทางออนไลน์ใหม่ที่เข้มงวดขึ้น

3.เหตุช็อกตลาดทุนตามมาหลังจากนั้นอีก 1 วัน เมื่อตลาดหลักทรัพย์เซี่ยงไฮ้ระงับการเปิด IPO ของแอนท์ กรุ๊ป โดยอ้างถึงการเรียกผู้บริหารแอนท์ กรุ๊ปเข้าพบเมื่อวันจันทร์และการเปลี่ยนกฎระเบียบของตลาดหลักทรัพย์ ทำให้แอนท์ กรุ๊ปตัดสินใจยุติการ IPO ในตลาดหลักทรัพย์ของฮ่องกงด้วย

4.ข่าวดังกล่าวส่งผลให้หุ้นของอาลีบาบาซึ่งเป็นบริษัทแม่ทั้งในตลาดหลักทรัพย์นิวยอร์กและจีนร่วงทันที โดยในวันนี้ (4 พ.ย. หุ้นของอาลีบาบาในฮ่องกงร่วงถึง 9.6% หลังจากหุ้นในตลาดหลักทรัพย์นิวยอร์กดิ่งลง 8.1% เมื่อวันอังคารหลังมีประกาศระงับการ IPO) ส่งผลให้มูลค่าหุ้นหายไปถึง 76,000 ล้านเหรียญสหรัฐ สูงกว่า 2 เท่าของเงินทุนที่คาดว่าแอนท์ กรุ๊ปจะระดมได้ รวมทั้งยังฉุดหุ้นของบริษัทจีนที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์สหรัฐร่วงตามไปด้วย

5.การระงับการซื้อขายฟ้าผ่านี้ถูกโยงไปถึงคำพูดของหม่าที่วิจารณ์ระบบธนาคารของจีนระหว่างการประชุมด้านการเงินในเมืองเซี่ยงไฮ้เมื่อปลายเดือน ต.ค.ที่ผ่านมา

6.ในการขึ้นเวทีครั้งนั้น นอกจากจะวิจารณ์เกณฑ์ในการกำกับดูแลธนาคารระดับโลก (Basel Accords) ว่าเป็น “สมาคมคนชรา” แล้ว เจ้าพ่ออาลีบาบายังเอ่ยอีกว่า เสถียรภาพของระบบการเงินไม่ใช่ปัญหาสำหรับจีน แต่ความเสี่ยงใหญ่ที่สุดของจีนคือ การขาดระบบนิเวศทางการเงิน ธนาคารจีนก็เหมือนกับโรงรับจำนำ ซึ่งต้องใช้หลักประกันมูลค่าสูงมาค้ำ ส่งผลให้บางบริษัทต้องลงทุนก้อนโต

7.“คนจีนมักจะพูดว่า ถ้ากู้เงินจากธนาคาร 100,000 หยวน คุณจะกลัวนิดหน่อย ถ้ากู้ 1 ล้านหยวน ทั้งคุณและธนาคารจะกังวลนิดหน่อย แต่ถ้าคุณกู้ 1,000 ล้านหยวน คุณจะไม่กลัวเลย แต่ธนาคารจะกลัว” หม่ากล่าว

8.คำพูดหม่าอาจจะไม่ถูกใจคนที่เกี่ยวข้องเท่าไร แต่สื่อมองว่ามันคือเรื่องจริง ธนาคารในจีนมักจะไม่ปล่อยเงินกู้ให้ผู้กู้ยืมรายเล็กๆ เพื่อให้ตัวเลขการปล่อยกู้ของตัวเองดูสวยงาม แต่ในความเป็นจริงบรรดาธุรกิจขนาดเล็กมักจะเข้าไม่ถึงแหล่งเงินทุนของธนาคารในช่วงสิบปีที่ผ่านมา

9.คำพูดของหม่าอาจฟังดูขวานผ่าซาก แต่คำที่เขาใช้ อาทิ โรงรับจำนำ ก็ใช้กันในหมู่ข้าราชการที่ทำงานในธนาคารแห่งชาติจีน แล้วเหตุใดหวยจึงมาออกที่แอนท์ กรุ๊ปของ แจ็ก หม่า

10.ที่เป็นไปได้คือ แอนท์ กรุ๊ป เติบโตเกินไป ทำกำไรได้มากเกินไป ขณะที่ธนาคารแบบดั้งเดิมเสื่อมความนิยมลง และบางแห่งยังอยู่ในช่วงขาลงจนต้องปรับโครงสร้าง เนื่องจากขาดเงินกองทุนส่วนเพิ่มเพื่อรองรับผลการขาดทุนในภาวะวิกฤต (Capital Buffer)

11.ที่ผ่านมาแอนท์ กรุ๊ปพยายามบอกว่าตัวเองเป็นบริษัทด้านเทคโนโลยี ไม่ใช่บริษัทด้านการเงิน แต่คณะกรรมการกำกับดูแลตลาดหลักทรัพย์จีนเริ่มกระสับกระส่ายกับการเติบโตของบริษัท โดยเฉพาะอย่างยิ่งธุรกิจปล่อยเงินกู้ที่ทำกำไรอย่างงามให้แอนท์ กรุ๊ป โดยครึ่งปีแรกของปีนี้รายได้จากการปล่อยเงินกู้คิดเป็นสัดส่วนถึง 40% ของรายได้ของบริษัท

12.การระงับการ IPO เป็นเพียงจุดเริ่มต้นเท่านั้น ตลาดหลักทรัพย์จีนยังเล็งจะตรวจสอบแหล่งที่มาของรายได้ของแอนท์ กรุ๊ปด้วย โดยแหล่งข่าววงในเผยว่า เงินทุนของแอนท์ กรุ๊ปที่ปล่อยกู้ไปทั่วจีนมาจากเงินกู้จากธนาคารและสถาบันการเงินอื่น

13.ที่ผ่านมาแอนท์ กรุ๊ปปล่อยเงินกู้ให้ลูกค้ารายย่อยไปกว่า 500 ล้านคนผ่านแพลตฟอร์ม Huabei และ Jiebei โดยปกติจะคิดดอกเบี้ย 15%

บิ๊กเซอร์ไพรส์เลือกตั้งมะกัน อะไรก็เกิดขึ้นได้!!! #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/637272

วันที่ 04 พ.ย. 2563 เวลา 20:04 น.

บิ๊กเซอร์ไพรส์เลือกตั้งมะกัน อะไรก็เกิดขึ้นได้!!!

BigTalk BigStory : บิ๊กเซอร์ไพรส์เลือกตั้งมะกัน อะไรก็เกิดขึ้นได้!!!

จะเกิดอะไรขึ้นหากผลการเลือกตั้งสหรัฐถูกโต้แย้ง? #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/637265

วันที่ 04 พ.ย. 2563 เวลา 19:14 น.จะเกิดอะไรขึ้นหากผลการเลือกตั้งสหรัฐถูกโต้แย้ง?รอยเตอร์สวิเคราะห์การเลือกตั้งครั้งนี้อาจมีการโต้แย้งผลการเลือกตั้ง

รอยเตอร์สวิเคราะห์ว่าท่าทีของโดนัลด์ ทรัมป์ กำลังพยายามโต้แย้งผลการเลือกตั้ง และอาจนำมาซึ่งเหตุการณ์ความขัดแย้งทั้งทางกฎหมายและการเมืองจำนวนมากหลังจากนี้ โดยมีวิธีที่สามารถโต้แย้งผลการเลือกตั้งได้หลายวิธี

การฟ้องร้อง

การเลือกตั้งล่วงหน้าทางไปรษณีย์ของพรรคเดโมแครตมากกว่ารีพับลิกัน และในบางรัฐ เช่น เพนซิลเวเนียและวิสคอนซินจะไม่นับบัตรลงคะแนนทางไปรษณีย์จนกว่าจะถึงวันเลือกตั้ง 

โดยอาจมีการฟ้องร้องในเรื่องการลงคะแนนและขั้นตอนการนับคะแนนในรัฐสมรภูมิซึ่งจะสามารถยื่นต่อศาลสูงสุดของสหรัฐได้ในที่สุด เช่นเดียวกับการเลือกตั้งระหว่างจอร์จ ดับเบิลยู บุช และอัล กอร์ ในรัฐฟลอริดาเมื่อปี 2000 ที่ศาลสูงที่คำตัดสินให้นับคะแนนใหม่จนบุชพลิกกลับมาเป็นฝ่ายชนะ และได้ตำแหน่งประธานาธิบดีไปอย่างเหนือความคาดหมาย 

โดยก่อนหน้านี้ทรัมป์แต่งตั้งเอมี่ โคนีย์ บาร์เร็ตต์ เป็นผู้พิพากษาศาลสูงสุดเพียงไม่กี่วันก่อนการเลือกตั้งส่งผลให้ฝ่ายอนุรักษนิยมครองเสียงข้างมากในศาลเป็น 6 ต่อ 3 เสียง

ซึ่งทรัมป์กล่าวในวันที่มีการเลือกตั้งว่าต้องการให้มีดำเนินการทางกฎหมายอย่างเหมาะสม ดังนั้นจึงต้องดำเนินการต่อศาลสูงสุด และต้องการให้การลงคะแนนทั้งหมดหยุดลง

คณะผู้เลือกตั้ง

พรรคที่ชนะคะแนนนิยมของแต่ละรัฐมักได้รับคณะผู้เลือกตั้งในรัฐนั้น โดยในปีนี้จะลงคะแนนเสียงวันที่ 14 ธันวาคม และสภาคองเกรสทั้งสองจะประชุมกันในวันที่ 6 มกราคมเพื่อนับคะแนนและแต่งตั้งประธานาธิบดี

โดยปกติแล้วผู้ว่าการรัฐจะรับรองผลการเลือกตั้งในรัฐของตนและส่งข้อมูลต่อสภาคองเกรส แต่นักวิชาการมองว่าผู้ว่าการรัฐและสภานิติบัญญัติในรัฐที่มีการโต้แย้งกันก็จะส่งผลการเลือกตั้งที่แตกต่างกัน

โดยรัฐสมรภูมิอย่างเพนซิลเวเนีย, มิชิแกน, วิสคอนซิน และนอร์ทแคโรไลนา ล้วนมีผู้ว่าการรัฐและสมาชิกสภานิติบัญญัติที่ควบคุมโดยพรรครีพับลิกัน 

ผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายกล่าวว่าไม่มีความชัดเจนว่าสภาคองเกรสจะยอมรับผลการเลือกตั้งหรือไม่นับคณะการเลือกตั้งของรัฐนั้นเลย ขณะที่ผู้เชี่ยวชาญส่วนใหญ่มองว่าสถานการณ์ไม่น่าเป็นไปได้ แต่ก็เคยมีตัวอย่างจากในปี 2000 โดยสภานิติบัญญัติฟลอริดาที่ควบคุมโดยพรรครีพับลิกันพิจารณาส่งผู้มีสิทธิเลือกตั้งของตนเองก่อนที่ศาลสูงจะยุติการแข่งขันระหว่างบุชและกอร์

ขณะนี้พรรครีพับลิกันดำรงตำแหน่งวุฒิสภา ในขณะที่พรรคเดโมแครตควบคุมสภาผู้แทนราษฎร แต่การนับคะแนนจะดำเนินการโดยรัฐสภาใหม่ซึ่งจะสาบานตนในวันที่ 3 มกราคม

เน็ด โฟลีย์ อาจารย์กฎหมายที่มหาวิทยาลัยแห่งรัฐโอไฮโอมองว่าความเป็นไปได้อีกประการหนึงคือการที่ไมค์ เพนซ์ ในบทบาทประธานวุฒิสภาอาจพยายามทิ้งคะแนนเสียงเลือกตั้งที่ขัดแย้งกันของรัฐทั้งหมดหากทั้งสองสภาไม่เห็นด้วย

ไม่มีใครได้คะแนนคณะผู้เลือกตั้งเสียงข้างมาก (CONTINGENT ELECTION)

หากไม่มีผู้สมัครคนใดได้รับคะแนนเสียงส่วนใหญ่ หรือเกิดกรณีที่ทั้งสองพรรคได้รับคะแนนเสียงเสมอกันเป็น 269 ต่อ 269 เสียง รัฐธรรมนูญระบุว่าสภาผู้แทนราษฎรจะทำการเลือกประธานาธิบดีในขณะที่วุฒิสภาจะเลือกรองประธานาธิบดี

โดยขณะนี้พรรครีพับลิกันมีจำนวนคณะผู้แทนรัฐ 26 คน ขณะที่พรรคเดโมแครตมี 22 คน จากทั้งหมด 50 คน