สหราชอาณาจักรอำลา พ้นสมาชิกEUเป็นทางการ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/613472

วันที่ 01 ก.พ. 2563 เวลา 10:37 น.

สหราชอาณาจักรอำลา พ้นสมาชิกEUเป็นทางการ

ประมวลภาพ “คืนเบร็กซิต” 31 ม.ค. อังกฤษออกการเป็นสมาชิกสหภาพยุโรปอย่างเป็นทางการ สิ้นสุดความสัมพันธ์ 47 ปี

ประมวลภาพ “คืนเบร็กซิต” 31 ม.ค. อังกฤษออกการเป็นสมาชิกสหภาพยุโรปอย่างเป็นทางการ สิ้นสุดความสัมพันธ์ 47 ปี

เมื่อเวลา 23.00 น. ของคืนวันศุกร์ที่ 31 มกราคม 2020 สหราชอาณาจักรได้ออกจากการเป็นสมาชิกของสหภาพยุโรปอย่างเป็นทางการ โดยการ”หย่าร้าง”ครั้งนี้ มีขึ้นหลังอังกฤษเข้าเป็นสมาชิกอีกยูเมื่อ 47 ปีก่อน ในวันที่ 1 ม.ค. 1973 ครั้งอียูยังเป็นประชาคมยุโรป (อีซี)

ในคืนวันที 31 ม.ค. ชาวอังกฤษผู้สนับสนุนเบร็กซิตจำนวนมาก ได้รวมตัวชุมนุมเต็มพื้นที่ด้านหน้าใกล้กับพระราชวังเวลส์มินสเตอร์ อันเป็นที่ตั้งของอาคารรัฐสภา พร้อมโห่ร้องแสดงความยินดี รวมถึงจุดพลุเฉลิมฉลองเมื่อนาฬิกาบิ๊กเบนบอกเวลา 23.00 น. เช่นเดียวกับผู้ที่สนับสนุนอียูต่างแสดงความผิดหวังและเสียใจเมื่อถึงเวลาที่อังกฤษต้องออกจากอียูอย่างเป็นทางการ

แม้นาฬิกาบิ๊กเบนจะอยู่ระหว่างซ่อมบำรุงครั้งใหญ่ จึงส่งผลให้ไม่มีการเคาะระฆังเพื่อบอกเวลา แต่ที่ด้านหน้าบ้านเลขที่ 10 ถนนดาวน์นิ่ง อันเป็นสำนักนายกรัฐมนตรี ได้มีการฉายภาพจำลองพร้อมตัวเลขบอกเวลานับถอยหลัง

เมื่ออังกฤษออกจากการเป็นสมาชิกอียู อียูจะสูญเสียสัดส่วนทางเศรษฐกิจของทั้งสหภาพไปถึงร้อยละ 15 อีกทั้งเสียกรุงลอนดอนซึ่งเป็นศูนย์กลางด้านการเงินของโลกไป

ด้านนายบอริส จอห์นสัน ได้แถลงการผ่านโซเชียลมีเดียในไม่กี่ชั่วโมงก่อนอังกฤษจะออกจากอียูว่า การเปลี่ยนผ่านนี้จะทำให้ประเทศรวมตัวกันและพาเดินไปข้างหน้าอีกครั้ง

การออกจากอียู จะถือเป็นจุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนแปลงและการฟื้นฟูประเทศ แม้ทางข้างหน้าจะไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ แต่รัฐบาลมั่นใจจะนำพาประเทศเดินท่ามกลางทางอันขรุขระได้” อย่างไรก็ดี ความไม่แน่นอนของสหราชอาณาจักรยังคงมีอีกหลายประเด็นหลังจากนี้ ตั้งแต่ความร่วมมือทางเศรษฐกิจ การค้า และแรงงานระหว่างกัน ที่ต้องดำเนินการเจรจาและบรรลุข้อตกลงร่วมกันต่อไป

รวมถึงอนาคตที่ยังไม่แน่นอนของสก็อตแลนด์ เนื่องจากรัฐบาลสก็อตต้องการอยู่กับสหภาพยุโรปต่อไป

ไวรัสโคโรนาคร่าชีวิตคนจีน วันเดียว 45ศพ พบติดเชื้อทั่วโลก 11,374 คน #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/613467

วันที่ 01 ก.พ. 2563 เวลา 08:26 น.

ไวรัสโคโรนาคร่าชีวิตคนจีน วันเดียว 45ศพ พบติดเชื้อทั่วโลก 11,374 คน

จีนรายงานยอดผู้เสียชีวิตไวรัสโคโรนาเพิ่มขึ้นเป็น 249 ราย พบผู้ติดเชื้อรายใหม่อีก 1,347 ราย ผู้ติดเชื้อทั้งหมดในจีนเพิ่มขึ้นเป็น 11,221 ราย

ศูนย์โรคระบาดไวรัสโคโรนาในมณฑลหูเป่ยของจีนรายงานวันนี้ว่า มีผู้เสียชีวิตจากไวรัสโคโรนาเพิ่มขึ้นอีก 45 ราย ในจำนวนนี้เป็นผู้เสียชีวิตในเมืองอู่ฮั่น ซึ่งเป็นศูนย์กลางการแพร่ระบาดของไวรัสจำนวน 33 ราย จำนวนผู้เสียชีวิตที่เพิ่มขึ้น ทำให้ยอดผู้เสียชีวิตรวมทั้งหมดในมณฑลหูเป่ยเพิ่มขึ้นเป็น 249 ราย นอกจากนั้นยังคงพบผู้ติดเชื้อรายใหม่อีก 1,347 ราย และส่งให้ยอดผู้ติดเชื้อทั้งหมดในจีนเพิ่มขึ้นเป็น 11,221 ราย

ส่วนยอดผู้ติดเชื้อในไทยได้ปรับตัวเลขเป็น 19 คน รองลงมาเป็นญี่ปุ่น 17 คน และสิงคโปร์ 16 คน

ด้านรัฐบาลสหรัฐฯ ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินด้านการสาธารณสุขเพื่อรับมือกับการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนาแล้ว พร้อมประกาศเพิ่มมาตรการป้องกันไวรัสโคโรนาด้วยการห้ามชาวต่างชาติที่มีประวัติเดินทางไปจีนเข้าเมืองเป็นการชั่วคราว โดยจะตรวจเข้มสายการบินที่เดินทางจากจีนเข้าสู่สหรัฐฯ ผ่านท่าอากาศยานนานาชาติทั้ง 7 แห่งทั่วสหรัฐฯ ขณะเดียวกันยังมีคำสั่งให้พลเมืองสหรัฐฯ ที่เคยเดินทางไปมณฑลหูเป่ยในระยะเวลา 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา เข้ารับการสังเกตอาการของโรคเป็นเวลา 14 วันด้วย

ทางการสหรัฐฯ กล่าวว่า มาตรการทั้งหมดเป็นไปตามประกาศจากองค์การอนามัยโลกที่กำหนดให้เป็นสถานการณ์ฉุกเฉินด้านสาธารณสุขทั่วโลก และย้ำว่าสถานการณ์ในสหรัฐฯ ยังอยู่ในระดับภาวะความเสี่ยงต่ำ การประกาศใช้มาตรการดังกล่าวยังเกิดขึ้นหลังจากศูนย์ป้องกันและควบคุมโรคระบาดของสหรัฐฯ เผยว่ามีการพบผู้ติดเชื้อรายล่าสุด ซึ่งเป็นรายที่ 7 ในเขตซานตา คลาร่า ทางตอนเหนือของรัฐแคลิฟอร์เนีย ผู้อำนวยการศูนย์ป้องกันและควบคุมโรคระบาดสหรัฐฯ เผยว่าผู้ติดเชื้อรายนี้เป็นชายชาวอเมริกัน จากการสักประวัติทราบว่าเพิ่งเดินทางกลับจากจีน

หน้ากากอนามัยแฮนด์เมดญี่ปุ่นซักได้ กรอง 8 ชั้น ไวรัสอู่ฮั่นก็เข้าไม่ได้ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/613449

วันที่ 31 ม.ค. 2563 เวลา 20:06 น.

หน้ากากอนามัยแฮนด์เมดญี่ปุ่นซักได้ กรอง 8 ชั้น ไวรัสอู่ฮั่นก็เข้าไม่ได้

หน้ากากนี้สามารถกรองได้ทั้งเชื้อไวรัส รวมทั้งโคโรนาไวรัส และฝุ่นขนาดเล็ก หรือ PM 2.5 ทั้งยังกำจัดกลิ่นได้ด้วย

หน้ากากอนามัยไฮเอนด์ในญี่ปุ่นกำลังเป็นที่ต้องการ ยอดออร์เดอร์เข้าล้นหลามจนผลิตแทบไม่ทัน

บริษัท Clever ใน จ.ไอจิของญี่ปุ่น เผยตั้งแต่สัปดาห์ที่แล้วมีลูกค้าสนใจสั่งผลิตหน้ากากอนามัยแฮนด์เมดของทางร้านเข้ามาล้นหลาม ขณะนี้กำลังเร่งผลิตอย่างเต็มกำลัง

ความพิเศษของหน้ากากอนามัยระดับไฮเอนด์นี้นอกจากจะผลิตด้วยมือทุกขั้นตอนแล้ว ยังมีตัวกรองถึง 8 ชั้น โดยดำเนินการผลิตมาตั้งแต่ 7 ปีที่แล้ว สามารถกรองได้ทั้งเชื้อไวรัส รวมทั้งโคโรนาไวรัส และฝุ่นขนาดเล็ก หรือ PM 2.5 ทั้งยังกำจัดกลิ่นได้ด้วย

นอกจากนี้ ยังสามารถใช้งานได้ดีแม้จะผ่านการซักถึง 100 ครั้งก็ตาม

หน้ากากแฮนด์เมด 1 ชิ้น สนนราคา 120 เหรียญสหรัฐ หรือราว 3,740 บาท

ขณะนี้หน้ากากของบริษัทกำลังเป็นที่ต้องการของลูกค้า รวมทั้งคนในเมืองอู่ฮั่น โดยได้เพิ่มกำลังการผลิตมากขึ้นถึง 5 เท่า แต่ทางบริษัทมีกำลังการผลิตสูงสุดเพียง 50 ชิ้นต่อวันเท่านั้น เนื่องจากต้องทำด้วยมือทุกขั้นตอน

ด้วยเหตุนี้ลูกค้าจึงต้องรอสินค้าประมาณ 1-2 สัปดาห์

ด้าน เอริ อิชิบาชิ ประธานบริษัท เผยว่า รู้สึกแปลกใจมากที่มียอดสั่งซื้อเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว และหวังว่าจะส่งหน้ากากอนามัยให้ลูกค้าได้เร็วที่สุด

ทำไมมนุษย์ถึงติดเชื้อโรคจากสัตว์มากขึ้น #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/613446

วันที่ 31 ม.ค. 2563 เวลา 20:03 น.

ทำไมมนุษย์ถึงติดเชื้อโรคจากสัตว์มากขึ้น

การระบาดของเชื้อโคโรนาไวรัสสายพันธุ์ใหม่ซึ่งคาดว่ามีต้นตอมาจากสัตว์ป่า ทำให้เห็นว่ามนุษย์เราเสี่ยงติดเชื้อโรคที่มาจากสัตว์เพิ่มมากขึ้น

ดูเหมือนว่าการแพร่เชื้อจากสัตว์สู่คนจะยิ่งเป็นปัญหามากขึ้นในอนาคต เนื่องจากการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศและโลกาภิวัฒน์ที่มนุษย์เดินทางไปทั่วโลก ได้เปลี่ยนแปลงการมีปฏิสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์กับสัตว์

สัตว์ทำให้มนุษย์ป่วยได้อย่างไร

มนุษย์มักจะติดเชื้อโรคจากสัตว์ ไม่ว่าจะเป็นเชื้อเอชไอวีจากลิง ไข้หวัดนกจากนก ซาร์สจากค้างคาวและอีเห็น อีโบลาจากค้างคาว

การเปลี่ยนแปลงของสภาพแวดล้อมยิ่งเร่งกระบวนการให้เชื้อโรคจากสัตว์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งสัตว์ป่า แพร่สู่มนุษย์ได้เร็วขึ้น ในขณะที่การเดินทางไปทั่วโลกของมนุษย์ยิ่งทำให้เชื้อโรคแพร่กระจายได้อย่างรวดเร็ว

เชื้อโรคกระโดดจากสัตว์สู่คนได้อย่างไร

สัตว์ส่วนใหญ่มีเชื้อโรคทั้งไวรัสและแบคทีเรียที่ก่อให้เกิดโรคอยู่ในตัวอยู่แล้ว

เชื้อโรคจะอยู่รอดหรือไม่ขึ้นอยู่กับการทำให้แหล่งอาศัยใหม่ (host) ติดเชื้อ และการกระโดดจากสัตว์ไปยังมนุษย์คือวิธีการเอาตัวรอดอย่างหนึ่งของเชื้อโรค

โดยปกติแล้วระบบภูมิคุ้มกันของมนุษย์จะพยายามกำจัดเชื้อโรคแปลกปลอมที่เข้าสู่ร่างกาย นั่นหมายความว่าทั้งเชื้อโรคและภูมิคุ้มกันของคนจะต้องมีการวิวัฒนาการให้แข็งแกร่งเพื่อกำจัดอีกฝ่าย

การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อมนำมาสู่การทำลายหรือเปลี่ยนแปลงที่อยู่อาศัย การดำรงชีวิต ลำดับห่วงโซ่อาหารว่าใครกินใครของสัตว์ รวมทั้งเปลี่ยนแปลงวิถีชีวิตของมนุษย์ด้วย

ปัจจุบันประชากรโลก 55% อาศัยอยู่ในพื้นที่เมือง จากเมื่อ 50 ปีก่อนที่มีเพียง 35%

เมืองเหล่านี้ได้กลายเป็นบ้านใหม่ของสัตว์ป่าด้วย ไม่ว่าจะเป็นหนู แรคคูน กระรอก สุนับจิ้งจอก นก ลิง ที่เข้าไปอาศัยอยู่ในพื้นที่สีเขียวอย่างสวนสาธารณะ และกินขยะที่มนุษย์ทิ้ง

สัตว์ป่าพวกนี้อยู่รอดในเมืองมากกว่าในป่าเสียอีก เนื่องจากมีแหล่งอาหารอุดมสมบูรณ์ ทำให้พื้นที่เมืองกลายเป็นแหล่งรวมเชื้อโรคที่กำลังพัฒนาตัวเอง

ใครเสี่ยงสุด

โรคใหม่ใน host ใหม่จึงค่อนข้างอันตราย ดังนั้นโรคอุบัติใหม่จึงน่ากังวลมาก เนื่องจากคนบางกลุ่มมีความเสี่ยงติดเชื้อมากกว่าคนอื่น

การติดเชื้อสามารถแพร่กระจายอย่างรวดเร็วในเมืองใหญ่ๆ เนื่องจากมีผู้คนหนาแน่น หายใจจากอากาศเดียวกัน จับต้องสิ่งของเดียวกัน และในบางวัฒนธรรมยังนิยมบริโภคเนื้อสัตว์ป่าซึ่งเป็นแหล่งของเชื้อโรค จึงมีความเสี่ยงที่จะได้รับเชื้อจากสัตว์เหล่านั้น

โรคระบาดคือส่วนหนึ่งของอนาคต

ในอนาคตมนุษยชาติไม่สามารถหลีกเลี่ยงโรคระบาดได้ ดังนั้นการเรียนรู้การอุบัติและการแพร่ระบาด รวมั้งการพัฒนาความก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์และการลงทุนด้านสุขภาพในระดับโลกจะช่วยให้มนุษย์จัดการกับโรคเหล่านี้ได้ดีขึ้น

อย่างไรก็ดี ไม่ว่าจะเตรียมตัวดีอย่างไรก็ยังมีความเสี่ยงและมีโอกาสที่เชื้อโรคระบาดจะกลายเป็นหายนะสำหรับมนุษยชาติ

เมื่อช่วงกลางของศตวรรษที่แล้ว บางคนในโลกตะวันตกเคยอ้างว่าโรคติดเชื้อเป็นโรคที่สามารถเอาชนะได้

แต่ต้องไม่ลืมว่ายิ่งการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศและการเปลี่ยนพื้นที่ให้เป็นเมืองใหญ่ไปรบกวนระบบนิเวศและสิ่งแวดล้อม ความเสี่ยงที่จะเกิดโรคอุบัติใหม่ก็ยิ่งสูงขึ้น

***หมายเหตุ เรียบเรียงจากบทความเรื่อง Coronavirus: Why are we catching more diseases from animals? โดยศาสตราจารย์ ทิม เบนตัน ผู้อำนวยการทีม Emerging Risks จากสถาบัน Chatham House แห่งราชสมาคมว่าด้วยกิจการระหว่างประเทศของอังกฤษ

รพ.รักษาโคโรนาไวรัสในอู่ฮั่น คืบหน้าเป็นรูปเป็นร่างอย่างชัดเจน #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/613444

วันที่ 31 ม.ค. 2563 เวลา 18:56 น.

รพ.รักษาโคโรนาไวรัสในอู่ฮั่น คืบหน้าเป็นรูปเป็นร่างอย่างชัดเจน

ส่องรพ. “หั่วเสินซาน” และ “เหลยเสินซาน” ที่เมืองอู่ฮั่นใช้สู้โคโรนาไวรัส จีนสร้างได้อย่างไร

นับตั้งแต่วันที่ 23 ม.ค. ที่จีนสั่งปิดนครอู่ฮั่น อันเป็นศูนย์กลางการแพร่ระบาดขอไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ ซึ่งเป็นช่วงที่การระบาดเริ่มทวีวงกว้างมากขึ้น หลังจากนั้นเพียงหนี่งวัน ( 24 ม.ค.) จีนได้ประกาศสร้างโรงพยาบาลสนามขนาด 1,000 เตียง ชื่อว่า”หั่วเสินซาน” เพื่อรักษาผู้ป่วยไวรัสโคโรนาเป็นการเฉพาะ

จากนั้นวันที่ 25 ม.ค. จีนสั่งสร้างโรงพยาบาลแบบเดียวกันที่มีชื่อว่า “เหลยเสินซาน” ขนาด 1,300 เตียง ในเขต Jiangxia ของเมืองอู่ฮั่น โดยขณะนี้คืบหน้าราว 40% มีกำหนดเสร็จ 5 ก.พ.

แนวคิดสร้างโรงพยาบาลสนามในอู่ฮั่นทั้งสองแห่ง จีนทำตามแผนการรับมือครั้งเมื่อเกิดโรคซาร์สระบาดในปี 2003 ที่จีนได้สร้างโรงพยาบาลสนามขนาด 1,000 เตียงในพื้นที่ Xiaotangshanzhen ชานกรุงปักกิ่ง ซึ่งช่วยให้จีนสามารถรับมือการแพร่ระบาดโรคซาร์สได้อย่างมีประสิทธิภาพ

นายกรกิจ ดิษฐาน แห่งกองบรรณาธิการโพสต์ทูเดย์ อธิบายความหมายชื่อของรพ.ทั้งสองแห่งว่า หั่วเสินซาน หมายถึง ภูผาเทพอัคคี กับ เหลยเสินซาน หมายถึง ภูเขาเทพอสนีบาต

สำหรับ รพ.หั่วเสินซาน จะเป็นโรงพยาบาลชั่วคราวแบบ 2 ชั้น ตั้งอยู่ริมทะเลสาบในเขต Caidian ของเมืองอู่ฮั่นซึ่งมีกำหนดเปิดวันที่ 3 ก.พ.นั้น พบว่ามีความคืบหน้าอย่างมาก งานเทพื้นคอนกรีตเสร็จไปแล้วกว่า 95% คนงานได้นำห้องพักผู้ป่วยแบบ”น็อกดาวน์”ประกอบจนเป็นรูปเป็นร่างอย่างชัดเจน

บริษัทที่รับผิดชอบเนรมิตโรงพยาบาลแห่งนี้คือ China State Construction Engineering Corporation Ltd. ยักษ์ใหญ่รัฐวิสาหกิจก่อสร้างของรัฐบาลจีน ได้ระดมคนงานหลายร้อย พร้อมเครื่องจักรอีก ทำงานแข่งกับเวลาเพื่อให้รพ.ทั้งสองเสร็จพร้อมเปิดใช้ตามกำหนด

Scott Rawlings สถาปนิกจากบริษัท HOK ที่ปรึกษาด้านวิศวกรรมระดับโลก ให้ความเห็นกับเว็บไซต์ qz.com ว่า สิ่งที่จีนกำลังสร้างอาจไม่ใช่โรงพยาบาลแต่เป็น “ศูนย์จัดการการติดเชื้อจำนวนมาก” เนื่องจากลักษณะของอาคารไม่ใช่โรงพยาบาลถาวรอย่างแน่นอน เพราะใช้รูปแบบระบบก่อสร้างสำเร็จรูป Pre-fab (Prefabrication)

ระบบชนิดนี้มีความมั่นคงแข็งแรงสูง เพราะเป็นการผลิตชิ้นส่วนอาคารที่พับสำเร็จรูปจากโรงงาน Mo คนงานจีนมีหน้าที่เพียงขนมายังไซท์ก่อสร้างเพื่อกางพับออกแล้วประกอบขึ้นเท่านั้น แถมยังเป็นวิธีก่อสร้างที่ช่วยลดขยะจากการก่อสร้าง

ภาพถ่ายดาวเทียมจาก MAXAR TECHNOLOGIES

การสร้างโรงพยาบาลชั่วคราวทั้งสองแห่ง ถือเป็นความท้าทายและเป็นการทำงานที่แข่งกับเวลา หลายสำนักของจีนถึงกับตั้งกล้องถ่ายถอดสดกระบวนการก่อสร้าง 24 ชั่วโมง

Photo : CGTN / XINHUA

ช่างภาพสื่อนอกพบชาวอู่ฮั่นนอนเสียชีวิตต่อหน้าต่อตา #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/613433

วันที่ 31 ม.ค. 2563 เวลา 17:01 น.

ช่างภาพสื่อนอกพบชาวอู่ฮั่นนอนเสียชีวิตต่อหน้าต่อตา

ช่างภาพAFP พบชายสูงวัย ล้มเสียชีวิตริมถนนใกล้กับโรงพยาบาลในเมืองอู่ฮั่น ไม่ยืนยันว่าเสียชีวิตจากโคโรนาไวรัสหรือไม่

ช่างภาพของสำนักข่าวAFP ซึ่งอยู่ระหว่างลงพื้นที่ถ่ายภาพนครอู่ฮั่น ศูนย์กลางของการแพร่ระบาดไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ เมื่อวันที่ 30 ม.ค. ที่ผ่านมา ได้พบกับชายสูงวัยซึ่งสวมหน้ากากอนามัย ล้มหมดสติจนเสียชีวิตอยู่ริมถนนใกล้กับโรงพยาบาลของเมือง

ช่างภาพ AFP ระบุว่า ชายสูงวัยรายนี้ถูกพบในสภาพนอนอยู่บนทางเท้าริมถนน ไม่ไกลจากโรงพยาบาลในย่านกลางเมือง ท่ามกลางประชาชนที่สัญจรผ่านไปมา กระทั่งไม่นานได้มีเจ้าหน้าที่ฉุกเฉินของโรงพยาบาลในชุดคลุมป้องกันเชื้อ รวมถึงเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้ามาตรวจสอบ พร้อมระบุว่าชายคนดังกล่าวเสียชีวิตแล้ว และย้ายร่างออกจากพื้นที่

อย่างไรก็ดี รายงานไม่ได้ระบุว่าชายสูงวัยผู้นี้เสียชีวิตจากไวรัสโคโรนาหรือไม่ อีกทั้งยังไม่มีรายงานว่าสาเหตุการเสียชีวิตของชายรายดังกล่าวเกิดจากอะไร

“ภาวะฉุกเฉินด้านสาธารณสุขโลก” ขององค์การอนามัยโลกคืออะไร #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/613431

วันที่ 31 ม.ค. 2563 เวลา 16:38 น.

"ภาวะฉุกเฉินด้านสาธารณสุขโลก" ขององค์การอนามัยโลกคืออะไร

คำประกาศของ WHO ที่ให้การระบาดของโคโรนาไวรัสเป็น “ภาวะฉุกเฉินด้านสาธารณสุขระหว่างประเทศ” จะส่งผลต่อนานาชาติอย่างไร

เมื่อช่วงคืนวันที่ 30 ม.ค.ที่ผ่านมา ตามเวลาท้องถิ่นนครเนจีวา ของสวิสเซอร์แลนด์ นายทีโดรส อัดฮานอม กีบรีเยซุส ผู้อำนวยการใหญ่องค์การอนามัยโลก (WHO) ได้มีแถลงการณ์หลังจากการหารือร่วมกับทีมผู้เชี่ยวชาญด้านโรคระบาด ประกาศให้สถานการณ์ระบาดของโคโรนาไวรัสถือเป็น “สถานการณ์ฉุกเฉินด้านสาธารณสุขระหว่างประเทศ” (public health emergency of international concern – PHEIC)

  • PHEIC คืออะไร

องค์การอนามัยโลก ให้คำนิยามในการประกาศการแพร่ระบาดของโรคต่างๆเป็น 2 หลักคือ การระบาดนั้นต้องก่อให้เกิดความเสียงมากกว่า 1 ประเทศ

และการระบาดนั้นต้องอาศัยความร่วมมือระดับนานาชาติในการตอบสนอง

ขณะที่ WHO ให้คำนิยามอย่างเป็นทางการของ PHEIC หมายถึง สถานการณ์ระบาดร้ายแรง ไม่ปกติ หรือคาดไม่ถึง (a situation that is serious, unusual or unexpected) โดยมาตรการนี้ WHO บัญญัติขึ้นเมื่อปี 2005

วันที่ 22 ม.ค. WHO ได้ตั้งทีมคณะทำงานด้านสถาการณ์ฉุกเฉิน ซึ่งเรียกว่า IHR Emergency Committee สำหรับการประเมินสถานการณ์ไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ระบาด โดยประกอบไปด้วยผู้แทนจากชาติสมาชิก 15 ท่าน และคณะที่ปรึกษาจากองค์กรต่างๆอีก 6 ท่าน โดยทีมนี้มีหน้าที่หารือสถานการณ์โรคระบาด และเมื่อมีการประเมินหลักฐานซึ่งรวมถึงอัตราและความเสี่ยงติดเชื้อจากมนุษย์สู่มนุษย์แล้ว ส่วนการตัดสินใจว่าจะประกาศภาวะฉุกเฉินด้านสาธารณสุขระหว่างประเทศหรือไม่ (PHEIC) เป็นดุลยพินิจของผอ. WHO ซึ่งนาย ทีโดรส อัดฮานอม กีบรีเยซุส ผอ.WHO ได้ตัดสินใจประกาศดังกล่าว

  • PHEIC จะส่งผลต่อนานาชาติอย่างไร

เมื่อ WHO ประกาศภาวะฉุกเฉินต่อสาธารณสุขโลก ดังกล่าว จะส่งผลให้นานาชาติซึ่งเป็นภาคีสมาชิกตื่นตัวออกมาตรการด้านสาธารณสุข รวมถึงมีการระดมทรัพยากร เพื่อป้องกัน และลดการแพร่ระบาดระหว่างประเทศ ซึ่งในประเด็นครอบคลุมถึงการยกระดับความเข้มงวดคัดกรองในสนามบิน พร้อมลดการแพร่ระบาดระหว่างพรมแดน ซึ่งจะทำให้มีการกำหนดข้อจำกัดเกี่ยวกับการเดินทางและการค้าต่างระหว่างประเทศ

WHO ยังสามารถเข้าไปให้ความรู้ สนับสนุน และช่วยเหลือแก่ประเทศที่อาจไม่มีความพร้อมต่อการรับมือต่อโรคระบาด

อย่างไรก็ดี ผอ.อนามัยโลกย้ำว่า WHO ไม่สนับสนุนให้นานาชาติยุติทำการบินจีน หรือจำกัดข้อเดินทางของพลเมืองจีน หรือด้านการค้ากับจีน เนื่องจากWHOยังคงเชื่อมั่นต่อศักยภาพของจีนในการควบคุมการระบาด ขณะที่มาตรการดังกล่าวของ WHO มีหัวใจสำคัญอยู่ที่การควบคุมการแพร่ระบาดที่ต้นต่อในประเทศจีน รวมถึงความโปร่งใสในการเผยข้อมูลเกี่ยวกับการะบาดของแต่ละประเทศ

  • อนามัยโลกใช้มาตรการ PHEIC บ่อยแค่ไหน

คำประกาศสถาการณ์ฉุกเฉินด้านสาธารณสุขระดับโลกนี้ ไม่ได้เกิดขึ้นบ่อยครั้ง เนื่องจากอาจเกิดความเสี่ยงต่อเศรษฐกิจ การค้าและอุตสาหกรรมระหว่างประเทศ โดยตั้งแต่ที่ WHO บัญญัติมาตรการนี้เมื่อปี 2005 WHO ได้ประกาศใช้ไปแล้ว 5 ครั้ง ได้แก่ ไข้หวัดใหญ่ H1N1 ระบาดทั่วโลกในปี 2009, การระบาดของโรคอีโบลาในแอฟริกาตะวันตกระหว่างปี2014-2016, โรคโปลิโอในปี 2014, ไวรัสซิกาในปี2016 และการระบาดซ้ำของโรคอีโบลาในประเทศคองโกปี 2019 ซึ่งกรณีคองโกนั้น WHO ใช้เวลาการพิจารณานานถึง 1 ปี จึงตัดสินใจประกาศ

อย่างไรก็ดี คำประกาศของ WHO อาจทำให้บางประเทศอย่าง ไต้หวัน ตกอยู่ในสภาวะ”กลืนไม่เข้าคายไม่ออก” เนื่องจาก ไต้หวันไม่ได้เป็นสมาชิกภาคี WHO (อีกทั้งไม่ได้เป็นสมาชิก UN) ด้วยเหุผลทางการเมือง ที่จีนมองว่าไต้หวันเป็นมณฑลหนึ่ง ทำให้ไต้หวันซึ่งเป็นหนึ่งในประเทศที่พบผู้ติดเชื้อ อาจไม่ได้รับการแชร์ข้อมูลหรือหารือถึงการระบาดเฉกร่วมกับนานาชาติ

เรื่องนี้ด้าน ชินโซ อาเบะ นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่น กล่าวว่า ไต้หวันจำเป็นต้องได้เข้าร่วมกับองค์การอนามัยโลก (WHO) เพื่อต่อสู้กับการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่อย่างมีประสิทธิภาพ

ไต้หวันเข้ม สั่งคุมราคาหน้ากากอนามัย #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/613399

วันที่ 31 ม.ค. 2563 เวลา 13:17 น.

ไต้หวันเข้ม สั่งคุมราคาหน้ากากอนามัย

ไต้หวันสั่งทั่วประเทศคุมราคาหน้ากากอนามัย ขายไม่เกินชิ้นละ 6 บาท

กระทรวงเศรษฐกิจไต้หวันออกประกาศเมื่อวันพฤหัสบดี (30 ม.ค.) กำหนดราคาขายหน้ากากอนามัยต้องไม่เกินชิ้นละ 6 ดอลลาร์ไต้หวัน (ราว 6.18 บาท) โดยให้มีผลบังคับใช้ทันทีตั้งแต่วันที่ 1 ก.พ. เป็นต้นไป เพื่อช่วยเหลือประชาชนในการป้องกันโคโรนาไวรัส

นอกเหนือจากมาตรการคุมราคาแล้ว ไตัหวันได้ทยอยส่งหน้ากากอนามัยจำนวน6ล้านชิ้น จากคลังสินค้าของรัฐบาลไปยังร้านค้าต่างๆทั่วประเทศ หลังได้รับแจ้งจากร้านค้าหลายแห่งว่าเริ่มขาดแคลนหน้ากากอนามัย รวมถึงประชาชนบางส่วนเริ่มร้องเรียนว่าหน้ากากอนามัยมีราคาสูงขึ้น

มาตรการดังกล่าวเพื่อป้องหน้ากากอนามัยขาดตลาดในช่วงที่ไวรัสระบาด รวมถึงให้ประชาชนสามารถใช้หน้ากากอนามัยอย่างทั่วถึงเพื่อประสิทธิภาพในการป้องกันโรคอย่างสูงสุด

ด้านประธานาธิบดีไช่อิงเหวิน ให้คำมั่นว่ารัฐบาลจะเร่งผลิตหน้ากากอนามัยให้ได้ 4.2 ล้านชิ้นต่อวัน เพื่อให้เพียงพอต่อความต้องการช่วงการระบาด โดยจำนวนนี้ 1.4 ล้านชิ้นจะถูกส่งให้โรงพยาบาลและเจ้าหน้าที่ทางการแพทย์สำหรับใช้ปฏิบัติหน้าที่ ส่วนที่เหลือจะถูกส่งไปยังร้านค้าทั่วประเทศ ซึ่งรัฐบาลกำหนดให้ร้านค้าขายได้ไม่เกิน 3 ชิ้นต่อคนเท่านั้น

นายกอิตาลีไม่ห่วงท่องเที่ยว สั่งระงับบินจีนเข้าประเทศ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/613396

วันที่ 31 ม.ค. 2563 เวลา 12:44 น.

นายกอิตาลีไม่ห่วงท่องเที่ยว สั่งระงับบินจีนเข้าประเทศ

อิตาลีสั่งระงับเที่ยวบินจีนทั้งหมด หลังยืนยันพบนทท.จีน 2 ราย ติดโคโรนาไวรัสขณะเที่ยวโรม

จูเซปเป้ คอนติ นายกรัฐมนตรีอิตาลี แถลงต่อสื่อมวลชนเมื่อวานนี้ (30 ม.ค.) ตามเวลาท้องถิ่นกรุงโรม สั่งระงับเที่ยวบินจากจีนทั้งเข้า-ออกประเทศทั้งหมดเป็นการชั่วคราว หลังอิตาลีพบผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรนาแล้ว 2 ราย เป็นนักท่องเที่ยวชาวจีนที่เดินทางกับเรือสำราญ Costa Smeralda แล้วแวะจอดเที่ยวยังกรุงโรม โดยขณะนี้ทั้งสองเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลแล้ว

ส่วนเรือสำราญลำดังกล่าวพร้อมผู้โดยสารและลูกเรือรวม 7,000 ชีวิต ขณะนี้ต้องติดอยู่บนเรือซึ่งจอดเทียบท่าอยู่ที่ท่าเรือ Civitavecchia นอกกรุงโรมเพื่อกักตัวไว้ตรวจสอบว่ามีการติดเชื้อจากนักท่องเที่ยวจีนสองรายในข้างต้นหรือไม่

สำหรับอิตาลี ถือเป็นประเทศจุดหมายยอดนิยมของนักท่องเที่ยวชาวจีน โดยจากสถิติปี 2019 พบว่า จีนถือเป็นประเทศอันดับหนึ่งจากเอเชียที่นิยมเดินทางมาท่องเที่ยวในอิตาลี เป็นจำนวนสูงถึง 3.2 ล้านคนในแต่ละปี

นอกจากนี้ รัฐบาลอิตาลียังเตรียมส่งเครื่องบินไปรับพลเมืองอิตาลีออกจากเมืองอู่ฮั่นในเร็วๆนี้ อีกทั้งทางการได้เตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ไว้แล้ว

เรือสำราญ Costa Smeralda พร้อมคนบนเรือถึง 7 พันคน ถูกกักตัวห้ามออกจากท่าเรือ

สหรัฐออกคำเตือนพลเมือง ห้ามเดินทางไปจีน #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/613391

วันที่ 31 ม.ค. 2563 เวลา 11:34 น.

สหรัฐออกคำเตือนพลเมือง ห้ามเดินทางไปจีน

กระทรวงต่างประเทศสหรัฐยกระดับคำเตือนเดินทางไปจีนเป็นระดับ 4 เทียบเท่าอิรัก-อัฟกานิสถาน

กระทรวงต่างประเทศสหรัฐออกประกาศยกระดับคำเตือนพลเมืองอเมริกัน ห้ามเดินทางไปยังจีน เนื่องด้วยการแพร่ระบาดของโคโรนาไวรัส

ข้อความของประกาศบนเว็บไซต์กระทรวงต่างประเทศสหรัฐระบุว่า “อย่าเดินทางไปจีนเนื่องจากพบการระบาดของโคโรนาไวรัสสายพันธุ์ใหม่ที่เมืองอู่ฮั่น ผู้เดินทางควรเตรียมพร้อมต่อการถูกกักกันโรค หรือถูกจำกัดการเดินทางโดยไม่มีการแจ้งให้ทราบล่วงหน้า จากการที่สายการบินประกาศยกเลิกเที่ยวบินจีนไปแล้ว”

คำประกาศของสหรัฐ ตามมาหลังจากที่องค์การอนามัยโลกได้ประกาศให้การแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนาถือเป็น”สถานการณ์ฉุกเฉินด้านสาธารณสุขระหว่างประเทศ”

สหรัฐยังระบุอีกว่า ทางการได้สั่งห้ามเจ้าหน้าที่รัฐบาลทุกส่วนเดินทางไปจีนเป็นการชั่วคราวแล้ว รวมถึงได้ ได้สั่งให้เจ้าหน้าที่การทูตและครอบครัวเดินทางออกจากอู่ฮั่นตั้งแต่วันที่ 23 แล้ว ขณะที่รัฐบาลสหรัฐยังได้อนุญาตให้เจ้าหน้าที่ทูตอเมริกันในสถานทูตที่กรุงปักกิ่ง สถานกงสุลที่เฉินตู กวางโจว เซี่ยงไฮ้ และเซิ่นหยาง เดินทางออกจากพื้นที่ตามความสมัครใจแล้วเช่นกัน

ที่มา : https://travel.state.gov/