#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์
https://www.posttoday.com/life/healthy/666822
วันที่ 31 ต.ค. 2564 เวลา 06:30 น.
“1 ใน 3 ของคนไข้ที่เป็นโรคหัวใจล้มเหลว มีภาวะซึมเศร้า และกว่า 50% มีภาวะซึมเศร้าชนิดรุนแรงถึงขั้นคิดฆ่าตัวตาย หรือไม่ให้ความร่วมมือต่อการรักษา” แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านหัวใจและหลอดเลือด เผยปัญหาด้านสุขภาพจิตในกลุ่มผู้ป่วยโรคหัวใจ น่ากังวลกว่าที่คิด พร้อมแนะเคล็ด (ไม่) ลับการเอาชนะปัญหาสุขภาพจิตในผู้ป่วย
การใส่ใจดูแลสุขภาพจิตมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อความแข็งแรงของสุขภาพกาย รวมถึง “หัวใจ” อวัยวะที่ทำหน้าที่สูบฉีดโลหิตเพื่อไปหล่อเลี้ยงส่วนต่างๆ ของร่างกาย โครงการ Hug Your Heart โดยแอสตร้าเซนเนก้า ประเทศไทย เชิญนายแพทย์รังสฤษฎ์ กาญจนะวณิชย์ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านหัวใจและหลอดเลือด โรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่ มาให้ความรู้และคำแนะนำด้านการป้องกันและรักษาปัญหาสุขภาพด้านหัวใจ ที่สามารถทำได้ด้วยการรู้จักดูแลสุขภาพจิตทั้งของผู้ป่วยและผู้ดูแลอย่างเข้าใจและสม่ำเสมอ

ปัญหาด้านสุขภาพจิตในกลุ่มผู้ป่วยโรคหัวใจ น่ากังวลกว่าที่คิด
ปัญหาด้านสุขภาพจิตในกลุ่มผู้ป่วยโรคหัวใจสามารถแบ่งออกเป็น 2 ประเภทใหญ่ ๆ ประเภทแรกคือ โรคเครียดหรือโรควิตกกังวล (Anxiety) ซึ่งเป็น Positive symptoms คือการมีความกังวลหรือความกลัวต่อโรคที่เป็นว่าจะมีอาการหนักเพียงใด จะเสียชีวิตเมื่อใด หรือจะรักษาได้จริงหรือไม่ เนื่องด้วยโรคหัวใจมักมีอาการที่ซับซ้อน ทำให้ต้องเข้าออกโรงพยาบาลบ่อย ผู้ป่วยจึงมักเกิดความรู้สึกไม่มั่นคง เพราะชีวิตขาดความแน่นอนและมองไม่เห็นอนาคต ก่อตัวเป็นความเครียดจนเกิดอาการ อาทิ นอนไม่หลับ ปวดหัวเรื้อรัง หรือใจสั่น โดยบางอาการก็แยกจากโรคหัวใจได้ยาก เช่น หายใจไม่อิ่ม ใจไม่ดี ตกใจง่าย หรือไม่กล้าออกจากบ้านคนเดียว ส่วนกลุ่มที่สองคือกลุ่มที่มี Negative symptoms หรือภาวะซึมเศร้า ซึ่งเกิดจากการที่ผู้ป่วยรู้สึกหมดหวัง ท้อแท้ และมองว่าตนเองไม่มีค่า

“มากถึง 1 ใน 3 ของคนไข้ที่เป็นโรคหัวใจล้มเหลว (Heart failure) มีภาวะซึมเศร้า และกว่า 50% มีภาวะซึมเศร้าชนิดรุนแรง (Major depressive disorder) ซึ่งมีอาการถึงขั้นคิดอยากฆ่าตัวตายหรือไม่ให้ความร่วมมือต่อการรักษาใดๆ ทั้งนี้สถานะทางสุขภาพจิตของผู้ป่วยมีความสำคัญมากต่อผลลัพธ์ของการรักษา หากแต่คนไข้จำนวนไม่น้อยไม่ได้รับการวินิจฉัยว่ามีภาวะซึมเศร้า เพราะหมอส่วนใหญ่จะวินิจฉัยทางกายเป็นหลัก ด้วยข้อจำกัดด้านเวลาที่ทำให้ไม่สามารถพิจารณาได้ในทุกมิติ รวมถึงคนไข้เองก็อาจจะไม่ได้เปิดเผยข้อมูลอย่างครบถ้วน” นายแพทย์รังสฤษฎ์ กล่าว
ไม่ว่าคุณจะเป็นผู้ป่วยโรคหัวใจล้มเหลว หรือคือผู้ดูแล ก็ต้องระวังปัญหาด้านสุขภาพจิต
ระบบประสาทของมนุษย์มี 2 ระบบ คือ ระบบ Sympathetic ซึ่งทำหน้าที่เป็น “คันเร่ง” คอยกระตุ้นการทำงานของหัวใจ และระบบ Para-sympathetic ระบบที่ทำหน้าที่เป็น “เบรก” คอยชะลอไม่ให้หัวใจทำงานหนักเกินไป โดยในยามที่เกิดความเครียดหรืออาการซึมเศร้า ระบบคันเร่งจะได้รับการกระตุ้น ทำให้หัวใจเต้นเร็วขึ้น หลอดเลือดหดเกร็ง และความดันสูงขึ้น เมื่อพิจารณาปัจจัยต่างๆ ที่รุมเร้า ไม่ว่าจะเป็นการเดินทางเข้าออกโรงพยาบาลนับครั้งไม่ถ้วน ค่าใช้จ่ายที่อาจกระทบฐานะ และอาการของโรคที่หนักและเรื้อรัง ทั้งผู้ป่วยโรคหัวใจล้มเหลวและคนในครอบครัวที่ต้องคอยดูแลก็ล้วนสามารถก้าวสู่ภาวะเครียดหรือซึมเศร้าได้
“โรคหัวใจทำให้เกิดความวิตกกังวลหรือซึมเศร้า ขณะเดียวกันความเครียดก็ส่งผลให้ความดันขึ้นและหัวใจเต้นเร็วตามการทำงานของระบบประสาทอัตโนมัติ นอกจากนี้ยังมีเรื่องฮอร์โมนที่หลั่งออกมาส่งผลกระทบต่อหลอดเลือดและหัวใจโดยตรงอีก ทำให้หัวใจโตมากขึ้นและบีบตัวแย่ลง กลไกเหล่านี้เร่งให้เกิดความเสื่อมทางสมรรถภาพการทำงานของหัวใจ ก็ทำให้คนไข้ยิ่งต้องมาโรงพยาบาลซ้ำ และนำไปสู่อัตราการเสียชีวิตที่สูงขึ้น สิ่งที่เกิดนี้คือวงจรอุบาท จากหัวใจที่มีสภาพแย่อยู่แล้ว เมื่อมีปัญหาจิตใจที่ไม่ได้รับการแก้ไข ก็ทำให้หัวใจมีสภาพแย่ลงไปอีก” นายแพทย์รังสฤษฎ์ กล่าว
- ฟื้นฟูร่างกายให้ฟิตอย่างไร หลังหายป่วยจากโควิด?
- ดูแลสุขภาพแบบองค์รวมอย่างยั่งยืน สร้างสมดุลแห่งความสุขอย่างมีความหมาย
การมีผู้ป่วยในบ้านส่งผลกระทบต่อทั้งครอบครัว สิ่งสำคัญคือต้องมีเสาหลักของบ้าน ที่คอยเฝ้าระวังโดยใช้สติ คอยดูแลให้คนในบ้านมีระบบสนับสนุนกันและกันอยู่เสมอ ไม่มีการดุหรือต่อว่ากันในเชิงลบ หรือการใช้คำพูดที่ขาดจิตวิทยา ซึ่งมีผลซ้ำเติมให้คนไข้รู้สึกแย่หรือไม่มีค่า
“สำหรับผู้ที่มีภาวะซึมเศร้า เราต้องทำให้เขามีเหตุผลในการใช้ชีวิต เห็นว่าเขามีคุณค่าที่จะอยู่ต่อเพื่ออะไรบางอย่าง ต้องทำให้เขารู้สึกว่าเขาเป็นที่รัก หากเป็นคนไข้ที่มีภาวะซึมเศร้ารุนแรงจนถึงขั้นไม่กิน ไม่นอน หรือไม่ดูแลตนเอง กลุ่มนี้อาจมีปัญหาด้านสารเคมีในสมอง และอาจจะต้องใช้ยาเข้าไปช่วย โดยผู้ดูแลคนไข้ต้องคอยดูแล อย่าเป็นต้นเหตุ หรือบังคับขู่เข็ญเกินไป แม้เราจะทำเพราะความรักหรือความห่วงใย เราก็ต้องระวัง เพราะผลกระทบอาจรุนแรงมากกว่าที่คิด นอกจากนี้ ครอบครัวผู้ป่วยก็ต้องระวังอย่าพากันดำดึ่งลงเหวอารมณ์กันไปหมด” นายแพทย์รังสฤษฎ์ กล่าว

เคล็ด (ไม่) ลับการเอาชนะปัญหาสุขภาพจิตในผู้ป่วยโรคหัวใจล้มเหลว
· มีความเข้าใจต่อการรักษาโรคที่ถูกต้อง: โรคหัวใจล้มเหลวเป็นโรคที่รักษาได้ แม้ไม่หายขาด แต่การปฏิบัติตามแผนการรักษาจะทำให้ผู้ป่วยมีชีวิตที่ดีและยืนยาวได้
· มีทีมที่พร้อมใจพุ่งชนเป้าหมายเดียวกัน: ผู้ป่วย ครอบครัวหรือผู้ดูแล แพทย์ และพยาบาล ที่มุ่งมั่นและเข้าใจถึงวัตถุประสงค์ของกระบวนการรักษาต่างๆ
· ดูแลอย่างเข้าถึงและเข้าใจ: การดูแลผู้ป่วยโรคหัวใจล้มเหลวเป็นการดูแลแบบบูรณาการหรือกระบวนการต่อเนื่องระยะยาว โดยมีแพทย์ให้การวินิจฉัยและมีพยาบาลให้คำแนะนำด้านการดูแลผู้ป่วย โดยสิ่งสำคัญคือการสื่อสารระหว่างผู้ป่วย ผู้ดูแล และทีมดูแลในโรงพยาบาล ทั้งการตรวจตามนัดและผ่านช่องทางต่างๆ เช่น LINE หรือโทรศัพท์ ที่ล้วนทำให้คนไข้และครอบครัวอุ่นใจอยู่เสมอ
· รักษาด้วยยาและแผนการรักษาอย่างครบถ้วนและต่อเนื่องตามคำแนะนำของแพทย์: ผู้ป่วยโรคหัวใจล้มเหลวต้องได้รับการส่งเสริมจากครอบครัวให้มั่นใจที่จะกินยาและปฏิบัติตามแผนการรักษาอย่างถูกต้องคือครบถ้วนและต่อเนื่องเป็นเวลานาน ห้ามหยุดหรืองดกินยาเองโดยไม่มีคำแนะนำของแพทย์ โดยผู้ป่วยที่กินยาและปฏิบัติตามแผนการรักษาอย่างต่อเนื่องตามคำแนะนำของแพทย์ มีอัตราเสี่ยงต่อการเสียชีวิตต่ำกว่าผู้ป่วยที่ไม่ทำตามคำแนะนำของแพทย์ ถึง 10 เท่า
· บำรุงสุขภาพจิตแก่กันและกันอยู่เสมอ: การเว้นระยะห่างจากกันในช่วงโควิด-19 อาจทำให้เกิดภาวะโดดเดี่ยวทางสังคม นำไปสู่ความเสี่ยงทางสุขภาพจิตของผู้ป่วยโรคหัวใจล้มเหลวได้ ควรส่งเสริมให้เกิดปฏิสัมพันธ์ทางสังคม เช่น การใช้โซเชียลมีเดีย เพื่อให้คนไข้ได้มีสังคม รู้สึกมีความหมาย และปฏิบัติตามแผนการรักษาอย่างต่อเนื่อง
เคลียร์คำถามคาใจ Booster Dose วัคซีนเข็มกระตุ้น ฉีดเลยดีไหม? ควรรอ Variant-Specific Vaccines หรือไม่? : โดย ภก.ดร.นรภัทร ปีสิริกานต์ รักษาการผู้อำนวยการกองผลิตวัคซีนจากไวรัส ฝ่ายชีววัตถุ องค์การเภสัชกรรม

โรงพยาบาลเมดพาร์ค ร่วมมือกับโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ ส่งมอบนวัตกรรมไทย “ไม้เท้าเลเซอร์เพื่อผู้ป่วยพาร์กินสัน” พร้อมเจาะลึกเรื่องการฟื้นฟูผู้ป่วยพาร์กินสันและผู้ป่วยที่มีปัญหาการเดินติด




ผลสำรวจด้านความเฉื่อยของสุขภาพในเอเชียแปซิฟิก หัวข้อ Asia Pacific Health Inertia Survey ประจำปี 2564 เผย ผู้บริโภคจำนวน 6 ใน 10 ระบุสุขภาพจิตและสุขภาพกายในปัจจุบันต่ำกว่าเกณฑ์ในอุดมคติ (อยู่ในระดับ ‘พอใช้’ หรือ ‘แย่’) มากกว่าผู้ที่รู้สึกว่ามีสุขภาพอยู่ในระดับ ‘ดี’ ‘ดีมาก’ หรือ ‘ยอดเยี่ยม’ ซึ่งลดลงจากปีก่อน




ปอดยังดีอยู่หรือเปล่า! หมอชวนเช็กสมรรถภาพปอดด้วย Spirometer และฟื้นฟูปอดด้วยโปรแกรมกายภาพบำบัดเฉพาะบุคคล หลังหายจากโควิด-19

รู้หรือไม่ ประเทศไทยมีแนวโน้มจำนวนผู้ป่วยความดันโลหิตสูงรายใหม่มีเพิ่มขึ้นทุกปี แต่กลับมีเพียง 30% เท่านั้นที่ควบคุมความดันให้อยู่ในเกณฑ์ได้ เครือข่ายลดบริโภคเค็ม ชวนลดพฤติกรรมการกินเค็ม-ลดความดันโลหิต ด้วยอุปกรณ์วัดปริมาณเกลือในอาหาร หรือ Salt Meter




ถาม-ตอบ ปัญหาหนักอกของผู้หญิงเกี่ยวกับมะเร็งเต้านม โดย นพ.ปิยศักดิ์ ทหราวานิช แพทย์เฉพาะทางด้านศัลยกรรมเต้านมและเสริมสร้างเนื้อเต้านม ศูนย์ศัลยกรรมโรงพยาบาลนวเวช

นพ.โกวิท คัมภีรภาพ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญ สมาคมแพทย์ผิวหนังแห่งประเทศไทย เผยสาเหตุการเกิดโรคผิวหนังที่มาพร้อมกับช่วงฤดูฝนและภาวะน้ำท่วมขัง


หายจากโควิด ก็ใช่ว่าชีวิตจะปกติ เพราะอาจต้องเผชิญกับภาวะ Long COVID ภัยเงียบที่ส่งผลต่อคุณภาพชีวิตที่ยังหาสาเหตุการเกิดไม่ได้ แต่รักษาให้หายขาดได้ หากรีบพบแพทย์และดูแลตัวเองอย่างเหมาะสม


ก้าวสู่ยุคใหม่แห่งการประเมินเทคโนโลยีสุขภาพไทย แนะยกระดับผลลัพธ์การรักษามะเร็ง เพิ่มโอกาสการเข้าถึงนวัตกรรมทางการแพทย์ที่ทันท่วงที


