ส่องก้าวรุกหัวเว่ย ชูยุทธศาสตร์เอไอ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/it/567875

  • วันที่ 17 ต.ค. 2561 เวลา 11:00 น.

ส่องก้าวรุกหัวเว่ย ชูยุทธศาสตร์เอไอ

โดย…ปากกาด้ามเดียว

ในยุคที่เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์จะเข้ามาเปลี่ยนโลก หัวเว่ยในฐานะหนึ่งในผู้นำด้านโทรคมนาคมและเทคโนโลยีระดับโลก ย่อมไม่รอช้าที่จะโหนกระแสร้อนแรงนี้ โดยในงาน หัวเว่ย คอนเนก 2018 งานมหกรรมระดับโลกด้านไอซีที ที่ปีนี้จัดขึ้นในธีม “Activate Intelligence” ณ ศูนย์นิทรรศการและการประชุม เซี่ยงไฮ้ เวิลด์ เอ็กซ์โป หัวเว่ยได้ประกาศยุทธศาสตร์สำคัญ คือ การใช้กลยุทธ์เอไอเต็มรูปแบบ

อีริค ซวี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร หมุนเวียนตามวาระของหัวเว่ย เปิดเผยว่า หัวเว่ยคาดการณ์ว่าในปี 2568 ทั่วโลกจะมีจำนวนสมาร์ทดีไวซ์เพิ่มขึ้นเป็น 4 หมื่นล้านเครื่อง และ 90% ของผู้ใช้อุปกรณ์เหล่านี้จะมีผู้ช่วยสมาร์ทดิจิทัลที่มีการใช้งานดาต้าอยู่ที่ 86% และบริการเอไอก็จะมีพร้อมให้ใช้งาน

จากข้อมูลของหัวเว่ย พบว่า เอไอ ได้กลายมาเป็นเทคโนโลยีตัวใหม่สำหรับการใช้งานทั่วไป (General Purpose Technology-GPT) ซึ่งจะเปลี่ยนโฉมอุตสาหกรรมและองค์กรต่างๆ บนโลกใบนี้ ดังนั้น หัวเว่ยจึงได้กำหนดการเปลี่ยนแปลง 10 ประการขึ้นมา เพื่อบรรลุสู่เป้าหมายดังกล่าว ประกอบด้วย

1.รูปแบบการฝึกอบรมที่เร็วขึ้น2.นวัตกรรมด้านคอมพิวติ้งที่ทรงประสิทธิภาพในราคาที่ไม่สูง 3.การใช้งานเอไอ และความเป็นส่วนตัวของผู้ใช้ 4.อัลกอริทึมใหม่ๆ 5.ระบบอัตโนมัติที่สั่งการด้วยเอไอ 6.แอพพลิเคชั่นที่ใช้งานได้จริง 7.ระบบวงจรปิดที่เป็นเรียลไทม์ 8.การผสานเทคโนโลยีต่างๆ เข้าด้วยกัน 9.การสนับสนุนแพลตฟอร์ม และ 10.การเตรียมความพร้อมด้านบุคลากรที่มีความสามารถ

“กลยุทธ์เอไอของหัวเว่ย คือ การลงทุนในด้านการวิจัยขั้นพื้นฐานและการพัฒนาบุคลากรผู้มีความสามารถสร้างโซลูชั่นเอไอแบบ Full Stack สำหรับทุกอุตสาหกรรม และสร้างระบบนิเวศแบบเปิดให้เกิดขึ้นทั่วโลก” ซวี กล่าว

สำหรับกลยุทธ์เอไอของหัวเว่ย จะเน้นการพัฒนาใน 5 ด้าน ได้แก่ 1.การลงทุนวิจัยด้านเอไอ เน้นพัฒนาขีดความสามารถขั้นพื้นฐานของแมชีนเลิร์นนิ่งในด้านต่างๆ รวมถึงการเน้นย้ำเกี่ยวกับแมชีนเลิร์นนิ่งในด้านต่างๆ 2.การสร้างผลิตภัณฑ์และโซลูชั่นเอไอ แบบ Full Stack 3.การพัฒนาระบบนิเวศแบบเปิดและบ่มเพาะผู้มีความสามารถ เน้นผสานความร่วมมือในวงกว้างระหว่างสถาบันวิชาการชั้นนำ ภาคอุตสาหกรรมและพันธมิตรจากทั่วโลก 4.การเสริมความแข็งแกร่งให้กับโซลูชั่นที่มีอยู่ ผสานแนวคิดและเทคนิคเอไอไว้ในผลิตภัณฑ์และโซลูชั่นที่มีอยู่ เพื่อสร้างมูลค่าให้สูงยิ่งขึ้น และ 5.การขับเคลื่อนประสิทธิภาพด้านปฏิบัติการของหัวเว่ย นำเอไอมาใช้กับกิจกรรมทางธุรกิจจำนวนมากที่มีขั้นตอนซ้ำๆ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและคุณภาพของงานให้ดียิ่งขึ้น

ทั้งนี้ กลุ่มผลิตภัณฑ์และโซลูชั่นเอไอแบบ Full Stack ของหัวเว่ยจะช่วยเร่งให้เกิดการใช้งานเทคโนโลยีเอไอในอุตสาหกรรมต่างๆ ได้เร็วขึ้น เพื่อสร้างความเป็นอัจฉริยะให้เกิดขึ้นในวงกว้าง และนำไปสู่ความเป็นโลกอัจฉริยะที่เชื่อมโยงถึงกันอย่างเต็มรูปแบบ

ซวี ขยายความว่า “Full Stack” หมายถึง ความพร้อมด้านฟังก์ชั่นการใช้งานเทคโนโลยีของหัวเว่ย ซึ่งในกลุ่มโซลูชั่นของหัวเว่ยนั้นประกอบไปด้วยชิป การเสริมประสิทธิภาพชิป การฝึกอบรมและการกำหนดขอบข่ายเพื่อการอนุมาน และการเสริมประสิทธิภาพแอพพลิเคชั่น

การรวมเทคโนโลยีเอไอเป็นหนึ่งในเป้าหมายหลักของหัวเว่ยในการพัฒนากลยุทธ์ด้านเอไอ และกลุ่มผลิตภัณฑ์และโซลูชั่น AI แบบ Full Stack สำหรับทุกการใช้งาน เพื่อผลักดันให้เทคโนโลยีเอไอสามารถใช้งานได้จริง และผนวกรวมเทคโนโลยีเอไอเข้าไปเพื่อให้ทุกคน ทุกบ้านและทุกองค์กรได้ใช้งาน

ดีแทคลุย900 เคาะ28ต.ค.นี้รัฐได้4หมื่นล.

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/it/567864

  • วันที่ 17 ต.ค. 2561 เวลา 07:03 น.

ดีแทคลุย900 เคาะ28ต.ค.นี้รัฐได้4หมื่นล.

ดีแทคเข้ายื่นเอกสารร่วมประมูลคลื่น 900 เตรียมเคาะราคาวันที่ 28 ต.ค.นี้ คาดได้เงินเข้ารัฐ 4 หมื่นล้าน

นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 16 ต.ค. 2561 บริษัท ดีแทค ไตรเน็ต ได้ยื่นเอกสารเข้าร่วมการประมูลเพื่อขอรับใบอนุญาตให้ใช้คลื่นความถี่สำหรับกิจการโทรคมนาคมย่าน 900 เมกะเฮิรตซ์ ต่อ กสทช. โดยได้มีการวางหลักประกันจำนวน 1,900 ล้านบาท และจะจัดให้มีการประมูลคลื่นความถี่ย่าน 900 เมกะเฮิรตซ์ ในวันที่ 28 ต.ค.นี้

ทั้งนี้ ราคาเริ่มต้นของการประมูลเป็นจำนวนเงิน 37,988 ล้านบาท จะมีการเคาะราคา 2 ครั้ง โดยครั้งแรกจะเป็นการเคาะยืนยันราคาเริ่มต้นการประมูล และเคาะครั้งที่ 2 จะเป็นการเสนอราคาเพิ่มขึ้นครั้งละ 76 ล้านบาท คาดว่าจะสามารถนำเงินเข้ารัฐได้ประมาณ 4 หมื่นล้านบาท

สำหรับการพิจารณายื่นอุทธรณ์ คำสั่งทุเลาการบังคับตามมติของ กสทช.เป็นการชั่วคราวก่อนการพิพากษาเกี่ยวกับกรณีที่บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น ได้ยื่นฟ้อง กสทช.ต่อศาลปกครอง กสทช.พิจารณาแล้วจะ ไม่ทำการยื่นอุทธรณ์ เนื่องจากบริษัท ดีแทค ไตรเน็ต ได้เข้าร่วมประมูลคลื่นความถี่ 900 เมกะเฮิรตซ์ในครั้งนี้

ของเล่นใหม่ ออนไลน์

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/it/567757

  • วันที่ 16 ต.ค. 2561 เวลา 13:00 น.

ของเล่นใหม่ ออนไลน์

Push Notification ผมว่าทุกคนได้เคยเห็นแน่นอน แต่อาจจะไม่ค่อยสนใจนัก ปกติมักจะมาทั้งโทรศัพท์มือถือและในส่วนเว็บไซต์ รูปร่างหน้าตาเป็นอย่างไรหรือครับ ก็มักจะมาเป็นข้อความผสมรูปภาพนิดหน่อยให้เห็น โดยมาแบบอยู่ดีๆ ก็โผล่มาบนหน้าจอเราครับ

อันนี้กำลังเป็นโฆษณาแบบใหม่ที่กำลังจะเกิดขึ้น แน่นอนวันนี้เราเข้าเว็บไซต์หลายๆ เว็บมักจะให้เรากด Allow หรือ Not Allow Notification เหล่านี้อยู่เรื่อยๆ ซึ่งผมเชื่อว่าคนส่วนใหญ่มักจะกด Not Allow ครับ แต่ก็ยังมีคนอีกส่วนหนึ่งที่กด Allow เพราะอยากรู้

โฆษณาแบบนี้จะไปแสดงผลที่ใคร

หลักๆ ก็จะไปแสดงผลยังเว็บไซต์หรือแอพพลิเคชั่นที่เรากำหนดว่าน่าจะเป็นกลุ่มเป้าหมายเรา พอกลุ่มเป้าหมายเราเข้าเว็บนั้นๆ Push Notification ก็จะทำงานทันที เช่น บอกส่วนลด บอกโปรโมชั่น ให้เรากดคลิกเข้าไปดู

หรือที่จะใช้กันมากๆ คือ ตามคนที่เคยเข้าเว็บครับ หรือภาษากูเกิลจะเรียกว่า Remarketing ซึ่งกลุ่มเป้าหมายนี้เป็นกลุ่มที่นักการตลาดสนใจมาก เพราะเป็นกลุ่มที่เล็กแต่มีประสิทธิภาพสูง ใช้เงินไม่เยอะ แต่เห็น ROI (Return on Investment) หรือผลตอบแทนจากการลงทุนโฆษณาได้ครับ

การทำโฆษณาแบบนี้ คนเขาบอกกันมาว่าทำงานคล้ายๆ กับการทำ E-mail Marketing คือคนที่กด Allow ก็เหมือนคนที่พิมพ์ชื่ออีเมลที่ขอข้อมูลเพิ่มเติมในเว็บเราแต่ง่ายกว่า และที่สำคัญก็สามารถกด Not Allow ได้ตลอดเวลา เหมือนกับ Unsubscribed ใน E-mail เช่นกัน

ทีนี้คนมักจะถามว่าทำโฆษณาแบบนี้เห็นผลหรือ?

จากการทำผลสำรวจ เขาว่ายังเห็นผลอยู่ครับ แต่ความเห็นผม ตราบใดที่ E-mail Marketing และ Remarketing ยังเห็นผลอยู่ Push Notification ก็เห็นผลเช่นกันครับ

เรากำลังถึงโลกที่เห็นอะไรก็กลายเป็นโฆษณาและยอดขายไปหมดแล้วครับ

กสทช.เผย “ดีแทค” ยื่นซองประมูลคลื่น900แล้ว

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/it/567780

  • วันที่ 16 ต.ค. 2561 เวลา 11:48 น.

กสทช.เผย "ดีแทค" ยื่นซองประมูลคลื่น900แล้ว

เลขาธิการ กสทช. เผยดีแทคยื่นซองประมูลคลื่น 900 MHz แล้ว นัดเคาะราคา 28 ตุลาคมนี้

นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (.เลขาธิการ กสทช) เปิดเผยว่า วันนี้ (16 ต.ค. 2561) บริษัท ดีแทค ไตรเน็ต จำกัด ได้ยื่นเอกสารเข้าร่วมการประมูลเพื่อขอรับใบอนุญาตให้ใช้คลื่นความถี่สำหรับกิจการโทรคมนาคมย่าน 900 MHz ต่อสำนักงาน กสทช. โดยได้มีการวางหลักประกันจำนวน 1,900 ล้านบาท และจะจัดให้มีการประมูลคลื่นความถี่ย่าน 900 MHz ในวันที่ 28 ต.ค. นี้

โดยราคาเริ่มต้นของการประมูลเป็นจำนวนเงิน 37,988 ล้านบาท จะมีการเคาะราคา 2 ครั้ง โดยครั้งแรกจะเป็นการเคาะยืนยันราคาเริ่มต้นการประมูล และการเคาะครั้งที่ 2 จะเป็นการเสนอราคาเพิ่มขึ้นครั้งละ 76 ล้านบาท ซึ่งคาดว่าจะสามารถนำเงินเข้ารัฐได้ประมาณ 4 หมื่นล้านบาท

อนึ่ง สำหรับการพิจารณายื่นอุทธรณ์คำสั่งทุเลาการบังคับตามมติของ กสทช. เป็นการชั่วคราวก่อนการพิพากษา เกี่ยวกับกรณีที่บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) ได้ยื่นฟ้อง กสทช. ต่อศาลปกครอง สำนักงาน กสทช. พิจารณาแล้ว จะไม่ทำการยื่นอุทธรณ์ เนื่องจาก บริษัท ดีแทค ไตรเน็ต จำกัด ได้เข้าร่วมประมูลคลื่นความถี่ 900 MHz ในครั้งนี้

“บอร์ดดีแทค”อนุมัติเข้าร่วมประมูลคลื่น900 “เจ้าสัวบุญชัย”เชื่อคุ้มค่า

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/it/567776

  • วันที่ 16 ต.ค. 2561 เวลา 10:26 น.

"บอร์ดดีแทค"อนุมัติเข้าร่วมประมูลคลื่น900 "เจ้าสัวบุญชัย"เชื่อคุ้มค่า

ที่ประชุมคณะกรรมการบริหารดีแทคมีมติเข้าร่วมประมูลคลื่นความถี่ 900 เมกะเฮิร์ซ เจ้าสัวบุญชัยเชื่อเป็นการลงทุนที่คุ้มค่า

บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น (DTAC) แจ้งว่า ในวันนี้ (16 ต.ค.) บริษัทฯจะทำการยื่นเอกสารเพื่อเข้าร่วมประมูลและเพื่อขอรับใบอนุญาตให้ใช้คลื่นความถี่สำหรับกิจการโทรคมนาคมย่าน 900 MHz ต่อสำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.)

ทั้งนี้ คณะกรรมการบริหาร DTAC มีมติหลังการประชุมคณะกรรมการบริหารเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมาว่า บริษัทจะเข้าร่วมการประมูลคลื่นความถี่ 900 MHz ที่จะจัดขึ้นในวันที่ 28 ตุลาคมนี้

นายบุญชัย เบญจรงคกุล ประธานกรรมการ DTAC กล่าวว่า วันนี้คณะกรรมการบริษัทฯ ได้มีการตัดสินใจครั้งสำคัญที่สุดสำหรับดีแทคจากการดำเนินงานมาตลอดระยะเวลา 28 ปี ครั้งนี้นับเป็นการลงทุนที่คุ้มค่าสำหรับกลยุทธ์ของดีแทคในระยะยาว เพื่อการยกระดับคุณภาพโครงข่ายสู่การสร้างความมั่นใจในการให้บริการอย่างต่อเนื่องแก่ลูกค้าดีแทคทั่วประเทศ เรามั่นใจว่าการตัดสินใจครั้งนี้จะสร้างความแข็งแกร่งให้กับจุดยืนของดีแทคในตลาด และสร้างความมั่นคงให้กับอนาคตของดีแทค

นางอเล็กซานดรา ไรช์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร DTAC กล่าวว่า การประมูลคลื่น 900 MHz เป็นโอกาสสำคัญที่ดีแทคจะได้คลื่นความถี่เพิ่มขึ้น เพื่อนำไปพัฒนาเสริมกับกลยุทธ์ระยะยาวของดีแทค และเป็นผลประโยชน์สูงสุดของลูกค้าเราที่จะได้ใช้งานอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด ทั้งนี้ เราตั้งใจจะใช้โอกาสนี้อย่างดีที่สุด และเพื่อสู้แข่งขันเพื่อให้ได้ส่วนแบ่งอย่างเหมาะสมในตลาดที่กำลังเติบโตของประเทศไทยต่อไป

กระแส‘เลือดข้นคนจาง’ บนโลกโซเชียล

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/it/567644

  • วันที่ 15 ต.ค. 2561 เวลา 11:30 น.

กระแส‘เลือดข้นคนจาง’ บนโลกโซเชียล

Wisesight

หากพูดถึงละครที่เป็นกระแสอย่างมากในตอนนี้คงต้องยกให้ “เลือดข้นคนจาง” โดยนับตั้งแต่ออกฉายมาเป็นระยะเวลาหนึ่งก็เกิดการพูดถึงบนโลกโซเชียลเป็นอย่างมาก

ทีมงาน Wisesight จึงไม่รอช้ารีบเก็บข้อมูลเพื่อดูว่ากระแสคนบนโซเชียลเป็นอย่างไรบ้าง โดยทำการเก็บข้อมูลตั้งแต่ 12 ก.ย.-4 ต.ค. 2561 ที่ผ่านมา

ทีมงานพบว่าในช่วงเวลาดังกล่าวมีการพูดถึงซีรี่ส์เรื่องนี้ 59,806 ข้อความ และเกิดยอดเอ็นเกจเมนต์สูงถึง 9,245,711 ครั้ง โดยทวิตเตอร์มียอดเอ็นเกจเมนต์สูงสุดคิดเป็น 75% ของทั้งหมด

คงไม่ใช่เรื่องใหม่ของเหล่าแบรนด์และนักการตลาดต่างๆ แล้วที่จะจับกระแสละครเพื่อทำเรียลไทม์คอนเทนต์ โดยก่อนหน้านี้ละครเรื่องบุพเพสันนิวาส หรือออเจ้า ก็ถูกนำมาสร้างกระแสให้กับแบรนด์ต่างๆ บนโลกโซเชียล เกิดเป็นความสนุกสนานในรูปแบบต่างๆ

คงต้องรอดูต่อไปว่าในปีนี้จะมีละครเรื่องไหนอีกบ้างที่จะสร้างกระแสได้จนแบรนด์จะเกาะกระแสเพื่อทำเรียลไทม์คอนเทนต์

ซัมซุงส่งเอ7 เอ9 เจาะกลุ่มมิลเลนเนียล

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/it/567643

  • วันที่ 15 ต.ค. 2561 เวลา 11:00 น.

ซัมซุงส่งเอ7 เอ9 เจาะกลุ่มมิลเลนเนียล

โดย…วันเพ็ญ พุทธานนท์

เปิดตัวสมาร์ทโฟนที่จะเป็นไฮไลต์กระตุ้นยอดขายโค้งสุดท้ายของปีนี้ไปแล้วสำหรับค่ายซัมซุง กับการเปิดตัวนวัตกรรมสมาร์ทโฟนกาแล็คซี่ เอ7 และ เอ9 โดยเลือกเปิดตัวที่มาเลเซียเป็นที่แรกของโลก โดยมีพันธมิตรและสื่อจากทั่วโลกเข้าร่วมงานจำนวนมาก

ดีเจ โกห์ ประธานธุรกิจโทรคมนาคม บริษัท ซัมซุง อิเลคโทรนิคส์ กล่าวว่า ในฐานะผู้นำด้านนวัตกรรมสมาร์ทโฟน ทำให้มีความเข้าใจในพฤติกรรมและความต้องการของผู้บริโภคในโลกที่เร่งรีบซึ่งถูกขับเคลื่อนด้วยการสื่อสารผ่านภาพ ซัมซุงจึงนำเสนอนวัตกรรมของกล้องสมาร์ทโฟนบนกาแล็คซี่ เอ9 เพื่อให้สอดรับกับยุคปัจจุบันที่ทุกอย่างล้วนเชื่อมต่อถึงกัน

ด้าน วิชัย พรพระตั้ง รองประธานองค์กรธุรกิจโทรคมนาคมและไอที บริษัท ไทยซัมซุง อิเลคโทรนิคส์ กล่าวเพิ่มเติมว่า ความพร้อมของซัมซุงในทุกด้านโดยเฉพาะด้านการวิจัยและพัฒนาจนถึงการผลิตและทำตลาด ทำให้ซัมซุงสามารถคิดค้นนวัตกรรมใหม่ๆ ได้ทันความต้องการของผู้บริโภคยุคปัจจุบัน และเมื่อคิดค้นนวัตกรรมได้ก็สามารถผลิตเพื่อทำตลาดได้ทันที

“ปัจจุบันกลุ่มมิลเลนเนียลเป็นกลุ่มที่ใช้ดีไวซ์มากที่สุดเพื่อตอบโจทย์การใช้ชีวิต โดยเฉพาะการยึดโยงอยู่กับโซเชียลมีเดีย อินไซต์ของคนกลุ่มนี้คือ การทำอะไรที่แตกต่าง เราจึงพบว่าคนกลุ่มนี้ต้องการกล้องที่สามารถตอบโจทย์ในการสร้างความแตกต่างได้” วิชัย กล่าว

นอกจากนี้ ยังพบว่าการสแนปภาพเพื่อบันทึกช่วงเวลาสำคัญต่างๆ และแบ่งปันบนแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียกำลังกลายเป็นรูปแบบของการเชื่อมต่อและการสื่อสารของคนรุ่นใหม่ จะเห็นได้จากความนิยมในการใช้แอพพลิเคชั่นอย่างอินสตาแกรมเพิ่มมากขึ้น โดยในปัจจุบันมีจำนวนผู้ใช้งานทั่วโลกอยู่ที่ 1,000 ล้านคน ส่วนประเทศไทยมีผู้ใช้งานมากกว่า 13.6 ล้านคน มากเป็นอันดับที่ 14 ของโลก

ทั้งนี้ อินไซต์ดังกล่าวจึงเป็นที่มาของการพัฒนากาแล็คซี่ เอ9 และ กาแล็คซี่ เอ7 โดยกาแล็คซี่ เอ9 จะเป็นครั้งแรกของโลกกับสมาร์ทโฟนกล้องหลัง 4 ตัว โดยชุดเลนส์ทั้ง 4 ตัวประกอบด้วย เลนส์ออปติคอลซูม สำหรับถ่ายภาพระยะไกล เลนส์อัลตราไวด์สำหรับภาพมุมกว้างพิเศษ เลนส์หลักความละเอียด 24 ล้านพิกเซล เพื่อการถ่ายภาพที่คมชัดในทุกสภาพแสง และเลนส์ Depth สำหรับเพิ่มมิติ หน้าชัดหลังเบลอ วางราคาจำหน่าย 19,990 บาท

ขณะที่ กาแล็คซี่ เอ7 เป็นสมาร์ทโฟนที่ชูจุดเด่นด้านการถ่ายภาพด้วยกล้องหลัง 3 ตัว พร้อมเลนส์อัลตราไวด์ เก็บภาพในมุมกว้างได้ 120 องศา กล้องหน้า-หลังเก็บภาพได้คมชัดด้วยความละเอียดสูงถึง 24 ล้านพิกเซล และยังมีฟีเจอร์ Scene Optimizer 19 รูปแบบ ราคา 10,990 บาท โดยทั้งสองรุ่นจะเปิดให้จองตั้งแต่วันที่ 18-25 ต.ค. 2561 และวางจำหน่ายอย่างเป็นทางการในประเทศไทยวันที่ 26 ต.ค.นี้

วิชัย กล่าวว่า การแนะนำนวัตกรรมใหม่ๆ บนสมาร์ทโฟนรุ่นกลาง กาแล็คซี่ เอ ครั้งนี้ นับเป็นอีกหนึ่งจุดเปลี่ยนสำคัญ ที่แสดงให้เห็นถึงความตั้งใจของซัมซุงในการนำเสนอเทคโนโลยีล่าสุดให้กับสมาร์ทโฟนทุกระดับ ไม่ใช่แต่เฉพาะสมาร์ทโฟนรุ่นแฟล็กชิปอย่างที่เคยเป็นมาในอดีต

ขณะเดียวกันมองว่าตลาดสมาร์ทโฟนระดับราคา 7,000-8,000 บาทจะค่อยๆ หายไป เพราะกลุ่มลูกค้ากลุ่มนี้จะขยับไปใช้ระดับราคาหมื่นต้นๆ ทำให้สมาร์ทโฟนระดับกลางที่มีราคาหมื่นต้นถึงหมื่นปลายจะแข่งขันรุนแรงเพิ่มมากขึ้น

“MobiLimb”นิ้วที่11ของคนใช้สมาร์ทโฟน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/it/567631

  • วันที่ 14 ต.ค. 2561 เวลา 18:13 น.

"MobiLimb"นิ้วที่11ของคนใช้สมาร์ทโฟน

นักศึกษาปริญญาเอกจาก ม.ฝรั่งเศสคิดค้น “MobiLimb” นิ้วมือสุดล้ำที่ช่วยให้การใช้งานสมาร์ทโฟนสะดวกมากยิ่งขึ้น

ในยุคปัจจุบันสมาร์ทโฟนกลายเป็นเหมือนอวัยวะที่ 33 ของเรา แต่ก็ยังมีข้อจำกัดบางอย่างที่อาจจะยังตอบสนองผู้ใช้งานได้ไม่เต็มร้อย เพราะแม้ฟีเจอร์ต่างๆ จะทำให้การใช้ชีวิตของเราในทุกวันนี้สบายมากขึ้นแล้ว แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าสมาร์ทโฟนก็ยังคงเป็นอุปกรณ์ที่ไม่สามารถจะเคลื่อนย้ายตัวเองไปไหนได้ตามอย่างที่ใจเราต้องการ

ยกเว้นก็แต่ตอนที่ตกใส่หน้าเวลาที่เรากำลังเพลิดเพลินอยู่กับการท่องโลกไซเบอร์ชิลๆ บนเตียง เชื่อว่าหลายคนต้องเคยมีประสบการณ์ที่ว่านี้กันมาบ้างอย่างแน่นอน

มาร์ค เทเซียแอร์ นักศึกษาปริญญาเอก จาก ม.ฝรั่งเศส และทีมของเขา จึงได้คิดค้น “MobiLimb” นิ้วมือหุ่นยนต์ที่เป็นเหมือนนิ้วมหัศจรรย์ พัฒนาขึ้นมาเพื่อช่วยตอบโจทย์ผู้ใช้สมาร์ทโฟนให้ได้รับความสะดวกสบายและง่ายมากยิ่งขึ้น โดย MobiLimb เป็นอุปกรณ์เสริมสำหรับสมาร์ทโฟน รูปแบบ Micro USB วิธีการใช้งานก็ง่ายเพียงปลายนิ้ว แค่นำ USB มาเสียบเข้ากับสมาร์ทโฟนของเรา ก็จะให้ความรู้สึกเหมือนมีผู้ช่วยขึ้นมาทันทีทันใดโดยการทำงานของ MobiLimb จะเน้นการช่วยอำนวยความสะดวกให้ผู้ใช้ อาทิ ทำให้สมาร์ทโฟนของคุณเคลื่อนที่ได้ไม่ว่าจะต้องการใช้งานได้รูปแบบไหน หากจะดูหนังเจ้านิ้วมือสุดล้ำนี้ก็จะกลายเป็นขาตั้งหน้าจอให้แบบอัตโนมัติ หรือจะเล่นเกม นิ้วมือหุ่นยนต์ก็จะแปรเปลี่ยนเป็นจอยสติ๊กที่คุณสามารถบังคับควบคุมได้

และแม้ว่า MobiLimb จะเป็นเพียงนิ้วมือหุ่นยนต์ แต่ผู้คิดค้นก็ได้พยายามทำให้ผิวสัมผัสของมันเหมือนผิวมนุษย์จริงๆ เพื่อให้ผู้ใช้งานได้รับสัมผัสที่นุ่มนวล เพราะนอกจากจะช่วยตอบสนองเรื่องการใช้งานสมาร์ทโฟนให้ไหลลื่นยิ่งขึ้นแล้ว แล้วยังเทกแคร์ผู้ใช้งานด้วยนะ โดยเมื่อมีการส่งอีโมชั่นสื่ออารมณ์ผ่านแชทหรือข้อความ เจ้านิ้วที่ 11 นี้ก็จะสามารถรับรู้และสัมผัสมาที่มือของเราด้วยอารมณ์นั้นๆ ได้อีกด้วย

เทเซียแอร์ เจ้าของผลงาน เผยว่า โดยส่วนใหญ่แล้วผู้คิดค้นและพัฒนาหุ่นยนต์มักจะมีจุดมุ่งหมายเพื่อเอาชนะข้อจำกัดทางร่างกายของมนุษย์ แต่แนวคิดของเราถูกออกแบบมาเพื่อเอาชนะข้อจัดของอุปกรณ์เคลื่อนที่ MobiLimb จึงได้ถือกำเนิดขึ้นนั่นเอง

หลังจากได้ศึกษาคุณสมบัติของเจ้า MobiLimb คร่าวๆ แล้ว ก็ต้องบอกว่าเป็นอีกหนึ่งนวัตกรรมที่น่าสนใจไม่น้อยเลยทีเดียว ด้วยคุณสมบัติที่ตอบโจทย์คนรุ่นใหม่ ไม่แน่ว่าในอนาคตอาจมีการต่อยอดให้ออกมาเป็นรูปแบบที่สวยงามมากยิ่งขึ้น และพัฒนาออกมาให้เราได้ใช้งานกันจริงๆ ก็เป็นได้

 

ที่มา www.m2fnews.com

“ซัมซุง”เปิดตัว “กาแลคซี่ เอ 9” ชู กล้อง 4 ตัว

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/it/567364

  • วันที่ 12 ต.ค. 2561 เวลา 09:46 น.

"ซัมซุง"เปิดตัว "กาแลคซี่ เอ 9" ชู กล้อง 4 ตัว

ซัมซุงเผยสุดยอดนวัตกรรมสมาร์ทโฟนตระกูลเอ กับเทคโนโลยีกล้องหลัง 4 ตัวครั้งแรกในโลก ราคาต่ำ 2 หมื่น และกล้องเลนส์ไวด์หมื่นต้น เปิดจอง 18-25 ต.ค.นี้

เปิดตัวครั้งแรกในโลกโดยเลือกประเทศมาเลเซีย ในการจัดงาน A Galaxy Event ภายใต้ธีม ‘4x Fun’ ณ กรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย สำหรับสมาร์ทโฟนซัมซุง กาแลคซี่ เอ 9 (Galaxy A9) สมาร์ทโฟนกล้องหลัง 4 ตัว (rear quad camera) ครั้งแรกของโลก ที่จะช่วยให้คุณบันทึกทุกความทรงจำมีค่าแบบครบทุกมุมมอง ยิ่งกว่าที่ตาเห็น และ กาแลคซี่ เอ 7 (Galaxy A7) สมาร์ทโฟนกล้องหลัง 3 ตัว รุ่นแรกของซัมซุง ที่เพิ่มเลนส์ Ultra Wide เพื่อการเก็บภาพในมุมกว้างได้ดีกว่าใคร พร้อมเทคโนโลยีสุดล้ำเพื่อภาพถ่ายที่ดีที่สุด สเปคจัดเต็ม ในราคาสุดคุ้มค่า

 

นายวิชัย พรพระตั้ง รองประธานองค์กรธุรกิจโทรคมนาคมและไอที บริษัท ไทยซัมซุง อิเลคโทรนิคส์ จำกัด กล่าวว่า ซัมซุงมุ่งพัฒนาผลิตภัณฑ์สมาร์ทโฟนและนำเสนอนวัตกรรมที่มีความหมายและสร้างความแตกต่างให้กับการใช้ชีวิตของผู้คน ด้วยพื้นฐานความเข้าใจในพฤติกรรมและความต้องการของลูกค้าทุกกลุ่ม จึงทำให้เราครองความเป็นผู้นำในตลาดโลก ดังจะเห็นได้จากความสำเร็จของสมาร์ทโฟนทุกระดับตั้งแต่ไลน์พรีเมี่ยมอย่าง “กาแลคซี่ เอส” หรือ “กาแลคซี่ โน้ต” ไปจนถึงสมาร์ทโฟนระดับกลาง หรือระดับเริ่มต้น ซึ่งเป็นตลาดขนาดใหญ่และมีความสำคัญในภูมิภาคเอเชีย รวมถึงประเทศไทย

 สำหรับซัมซุง กาแลคซี่ เอ เป็นสมาร์ทโฟนในระดับราคาที่คุ้มค่า และถูกออกแบบมาเพื่อคนกลุ่มมิลเลนเนียล รวมถึงผู้บริโภคที่มีรูปแบบการใช้ชีวิตยุคใหม่และรู้ความต้องการของตนเองอย่างชัดเจน สำหรับคนกลุ่มนี้สมาร์ทโฟนจึงไม่ได้เป็นเพียงแค่อุปกรณ์ แต่เป็นคู่หูที่ขาดไม่ได้ในชีวิตที่เร่งรีบและซับซ้อน ชีวิตที่ขับเคลื่อนไปด้วยความต้องการค้นหาสิ่งใหม่ๆ การริเริ่มและแบ่งปันให้กับคนรอบตัว  “การแนะนำนวัตกรรมใหม่ๆ บนสมาร์ทโฟนรุ่นกลาง อย่าง กาแลคซี่ เอ ในครั้งนี้ นับเป็นอีกหนึ่งจุดเปลี่ยนสำคัญ ที่แสดงให้เห็นถึงความตั้งใจของซัมซุงในการนำเสนอเทคโนโลยีล่าสุดให้กับสมาร์ทโฟนทุกระดับ ไม่ใช่แต่เฉพาะสมาร์ทโฟนรุ่นแฟลกชิปอย่างที่เคยเป็นมาในอดีต”นายวิชัยกล่าว

ท่ามกลางรูปแบบการดำเนินชีวิตที่รีบเร่งในปัจจุบัน การสแนปภาพเพื่อบันทึกช่วงเวลาสำคัญต่างๆ และแบ่งปันบนแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียกำลังกลายเป็นรูปแบบของการเชื่อมต่อและการสื่อสารของคนรุ่นใหม่ จะเห็นได้จากความนิยมในการใช้แอพพลิเคชั่นอย่างอินสตาแกรมเพิ่มมากขึ้น โดยในปัจจุบันมีจำนวนผู้ใช้งานทั่วโลกอยู่ที่ 1,000 ล้านคน โดยประเทศไทยมีผู้ใช้งานมากกว่า 13.6 ล้านคน มากเป็นอันดับที่ 14 ของโลก ซึ่งในแต่ละวันมีการโพสต์รูปมากกว่า 95 ล้านครั้งต่อวัน จะเห็นได้ว่าภาพถ่ายได้กลายเป็นสื่อที่ใช้ในการแสดงออกถึงตัวตนรวมถึงการแบ่งปันประสบการณ์การใช้ชีวิตไปยังคนทั่วโลก ซัมซุงให้ความสำคัญกับกล้องสมาร์ทโฟนมาโดยตลอด และเป็นผู้นำเทคโนโลยีการถ่ายภาพด้วยสมาร์ทโฟนในทุกยุค นับตั้งแต่ ฟีเจอร์ OIS บนกาแลคซี่ โน้ต 4 และ กาแลคซี่ เอส 6 ไปจนถึงเทคโนโลยีกล้องหลัง 4 ตัวในกาแลคซี่  เอ 9

ชุดเลนส์ทั้ง 4 ตัวประกอบด้วย เลนส์ออพทิคอลซูม สำหรับถ่ายภาพระยะไกล เลนส์ Ultra Wide สำหรับภาพมุมกว้างพิเศษ เลนส์หลักความละเอียด 24 ล้านพิกเซล เพื่อการถ่ายภาพที่คมชัดในทุกสภาพแสง และเลนส์ Depth สำหรับเพิ่มมิติ “หน้าชัดหลังเบลอ” ช่วยให้ภาพถ่ายพอร์ทเทรตสวยงามยิ่งขึ้น นอกจากนี้ยังบรรจุเทคโนโลยี Scene Optimizer (19 รูปแบบ) เป็นต้น

ในส่วนของกาแลคซี่ เอ 7 เป็นสมาร์ทโฟนที่ชูจุดเด่นด้านการถ่ายภาพ ด้วยกล้องหลัง 3 ตัว พร้อมเลนส์ Ultra wide สามารถเก็บภาพในมุมกว้างได้ถึง 120 องศา กล้องหน้า-หลังเก็บภาพได้คมชัดด้วยความละเอียดสูงถึง 24 ล้านพิกเซล และยังมีฟีเจอร์ Scene optimizer (19 รูปแบบ) เช่นเดียวกับใน กาแลคซี่ โน้ต 9

กาแลคซี่ เอ 9 เปิดตัวด้วย 3 สี ได้แก่ สีดำ คาเวียร์ แบล็ค (Caviar Black) สีน้ำเงิน เลมอนเนด บลู (Lemonade Blue) และสีชมพู บับเบิ้ลกัม พิงค์ (Bubblegum) ราคา 19990 บาท และ กาแลคซี่ เอ 7 มีวางจำหน่าย 3 สี ได้แก่ สีฟ้า สีทอง และสีดำ ในราคา 10,990 บาท เตรียมเปิดจองในวันที่ 18-25 ตุลาคม 2561 เปพร้อมข้อเสนอสุดพิเศษมากมาย ไม่ว่าจะเป็น ฟรี Micro SD Card 64 GB ฟรี ประกันจอแตก 1 ปี รวมทั้งผ่อน 0%นาน 10 เดือน และมีกำหนดวางจำหน่ายอย่างเป็นทางการในประเทศไทย 26 ตุลาคมนี้

เปิดฟังความเห็นกฎหมายคุมภัยไซเบอร์

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/it/567353

  • วันที่ 12 ต.ค. 2561 เวลา 08:40 น.

เปิดฟังความเห็นกฎหมายคุมภัยไซเบอร์

ดีอีเปิดเวทีรับฟังความคิดเห็นกฎหมายความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ แจงกฎหมายมีขึ้นเพื่อสร้างมาตรฐานสำคัญทางสารสนเทศ

นายชัยชนะ มิตรพันธ์ รองผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็ก ทรอนิกส์  (เอ็ตด้า) หรือ สพธอ. เปิดเผยว่า เอ็ตด้าได้เปิดการรับฟังความคิดเห็น ร่าง พ.ร.บ.การรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ ซึ่งร่างกฎหมายมีขึ้นเพื่อเป็นมาตรการดูแลโครงสร้างพื้นฐานสำคัญ ทางสารสนเทศ รวมถึงกำหนดการรับมือ ภัยคุกคามไซเบอร์ โดยมีคณะกรรมการการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ แห่งชาติ (กปช.) ที่มีนายกรัฐมนตรีเป็นประธานกำหนดนโยบายแผนและแนวทางปฏิบัติ มีกรอบการทำงาน 8 ด้าน โดยงานหลักคือ สร้างมาตรการและกลไกเพื่อพัฒนาศักยภาพในการตอบสนอง ภัยคุกคามไซเบอร์และมีมาตรการป้องกันโครงสร้างพื้นฐานสำคัญทางสารสนเทศของประเทศ

ทั้งนี้ ตัวแทนจากสมาคมความ มั่นคงปลอดภัยระบบสารสนเทศ หรือ TISA (ทีซ่า) แสดงความเป็นห่วงว่า สำนักงานที่ตั้งขึ้นใหม่จะมีอำนาจมากเกินไป หน่วยงานที่เข้ามาดูแลความปลอดภัยไซเบอร์ควรเป็นหน่วยงานกลางที่เป็นอิสระและตรวจสอบได้ เอ็ตด้าไม่ควรเป็นผู้ทำหน้าที่กำกับดูแลข้อมูลส่วนบุคคลเสียเอง รวมทั้งมีผู้แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับอำนาจหน้าที่ของสำนักงาน สามารถยืมตัวบุคลากรจากหน่วยงานใดก็ได้มาทำงานไม่เกิน 2 ปีระหว่างจัดตั้ง

อย่างไรก็ดี เอ็ตด้าได้ชี้แจงว่า สำนักงานไม่ได้มีอำนาจมากเกินไป การใช้อำนาจอยู่ภายใต้การกำกับของนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานกรรมการการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ ไม่ได้อยู่เหนือการตรวจสอบ ทั้งนี้ ร่างอยู่ในชั้น รับฟังความเห็นหลังจากผ่านการพิจารณาของสำนักงานกฤษฎีกา ยังต้องผ่านการพิจารณาในคณะรัฐมนตรีก่อนเข้าสู่ สนช.จึงสามารถปรับแก้ได้อีกหลายขั้นตอน

ภาพประกอบข่าว