นวัตกรรม ซัพพลายเชนพุ่ง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/it/567249

  • วันที่ 11 ต.ค. 2561 เวลา 11:00 น.

นวัตกรรม ซัพพลายเชนพุ่ง

เวสเลย์ โคววาสกี หัวหน้าประจำภูมิภาคอาเซียน, อินโฟร์

ระบบซัพพลายเชนทั่วโลกกำลังก้าวสู่การเปลี่ยนแปลงอย่างไม่มีทีท่าว่าจะชะลอตัว ซึ่งเป็นผลจากแรงขับเคลื่อนของนวัตกรรมที่เกิดขึ้นอย่างไม่หยุดยั้งในทุกวงการ จากข้อมูลการจัดอันดับดัชนีชี้วัดประสิทธิภาพด้านโลจิสติกส์ระหว่างประเทศของธนาคารโลก ปี 2561 พบว่า อยู่อันดับที่ 32 จาก 160 ประเทศทั่วโลก ซึ่งเลื่อนขึ้นมาจากอันดับ 45 ในปี 2559 และนับเป็นอันดับ 2 ในอาเซียนรองจากสิงคโปร์

กองยุทธศาสตร์การพัฒนาระบบโลจิสติกส์ สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ได้กำหนดให้การพัฒนาเพิ่มมูลค่าซัพพลายเชนเป็น 1 ใน 3 ยุทธศาสตร์ของแผนพัฒนาโลจิสติกส์ของประเทศไทย ฉบับที่ 3 (พ.ศ. 2560-2564) และการวิจัยและพัฒนานวัตกรรมและเทคโนโลยีด้านโลจิสติกส์เป็นหนึ่งในกลยุทธ์ของยุทธศาสตร์การพัฒนาปัจจัยสนับสนุนด้านโลจิสติกส์ พบว่าต้นทุนด้านโลจิสติกส์ของไทยมีแนวโน้มลดลงอย่างต่อเนื่อง

ทั้งนี้ อันเนื่องจากภาครัฐให้การสนับสนุนให้มีการพัฒนายุทธศาสตร์ด้านการอำนวยความสะดวกทางการค้า โดยการพัฒนาระบบ NSW เป็นรูปธรรมมากขึ้น และเป็นปัจจัยสำคัญในการสนับสนุนการบริหารจัดการระบบซัพพลายเชน การวางแผนบริหารจัดการระบบโลจิสติกส์อิเล็กทรอนิกส์ของภาคธุรกิจ (e-Logistics)

เทรนด์ด้านซัพพลายเชนที่จะเกิดขึ้นและต้องจับตามอง คือ อุปกรณ์ที่เชื่อมต่อทางอินเทอร์เน็ตจะฝังรากลึกอยู่ในระบบซัพพลายเชนต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นเครื่องจักรที่ใช้ในสายการผลิตใหม่ๆ รถบรรทุกคันใหม่ ศูนย์กระจายสินค้าแห่งใหม่ ไปจนถึงประตูรั้วเลยทีเดียว เครื่องจักรใหม่ๆ ต่างมีความพร้อมในการส่งข้อมูลสภาพความพร้อมในการทำงาน ซึ่งบริษัทใช้ติดตามตรวจสอบระบบซัพพลายเชนของตนได้

ในส่วนวงการซัพพลายเชน บล็อกเชนยังคงเป็นภาพจินตนาการในวงกว้าง และเราควรจะได้เห็นกรณีการใช้งานที่เกิดขึ้นจริง แม้บล็อกเชนเป็นสิ่งที่มีประโยชน์และเป็นไปได้ แต่ยังต้องใช้เวลาอีกหลายปีกว่าจะมีการใช้งานในวงกว้างในอุตสาหกรรมซัพพลายเชน ทั้งนี้ ฟอเรสเตอร์คาดการณ์ว่าเราจะยังไม่ได้เห็นโซลูชั่นที่จะนำมาใช้งานในเชิงพาณิชย์จนกว่าจะถึง พ.ศ. 2568

อย่างไรก็ตาม ซีไอโอขององค์กรต่างๆ ตื่นเต้นกับเรื่องนี้ บริษัทบางแห่งจะทำโครงการร่วมกับเวนเดอร์ด้านไอที เพื่อหาทางว่าจะใช้บล็อกเชนให้เป็นประโยชน์กับระบบซัพพลายเชนของตนให้มากที่สุดได้อย่างไร คาดหวังได้ว่าจะมีแนวคิดด้านบล็อกเชนที่หลากหลายเกิดขึ้น เพราะบริษัทต่างๆ และสตาร์ทอัพที่เกิดขึ้นใหม่ต่างจะพยายามใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีนี้

นอกจากนี้ ที่ต้องจับตาคือ โซลูชั่นที่เป็นแชร์ลิ่ง อีโคโนมี คาดกันว่าแนวคิดนี้จะขยายไปยังการใช้ยานพาหนะขนาดใหญ่ เช่น รถตู้และรถบรรทุกส่วนบุคคล

เทคโนโลยีซัพพลายเชน หากบริษัทต่างๆ ไม่ยอมรับการเปลี่ยนแปลงตั้งแต่เดี๋ยวนี้ พวกเขาอาจพบว่าตัวเองกำลังเดินสู่ความล้มเหลว

ขู่ดีแทคไม่ยื่น900จ่ออุทธรณ์

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/it/567237

  • วันที่ 11 ต.ค. 2561 เวลา 08:10 น.

ขู่ดีแทคไม่ยื่น900จ่ออุทธรณ์

กสทช.เตรียมยื่นอุทธรณ์หากดีแทคไม่ประมูลคลื่นความถี่ย่าน 900 เมกะเฮิรตซ์

นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการ คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (บอร์ด กสทช.) มีมติให้ประธาน กสทช.เป็นผู้พิจารณาว่า สำนักงาน กสทช.จะยื่นอุทธรณ์ กรณีศาลปกครองกลางได้มีคำสั่งคุ้มครองชั่วคราวบนคลื่นความถี่ย่าน 850 เมกะเฮิรตซ์ของ ดีแทคหรือไม่ ซึ่งจะพิจารณาในวันที่ 16 ต.ค. 2561 นี้ ทั้งนี้หากดีแทคไม่เข้าร่วมการประมูลคลื่นความถี่ย่าน 900 เมกะเฮิรตซ์ จะดำเนินการยื่นอุทธรณ์ต่อศาลปกครองกลางทันทีเช่นกัน

สำหรับกรณี พ.อ.เศรษฐพงค์ มะลิสุวรรณ รองประธานกรรมการ กสทช. ยื่นลาออกจากสำนักงาน กสทช. มีผลในวันที่ 9 ต.ค. 2561 นั้น เนื่องจากต้องการลงสมัครทางการเมือง และไม่กระทบ ต่อการทำงาน เพราะมีคณะกรรมการ กสทช.ดำรงตำแหน่งอยู่อีก 6 ท่าน ซึ่งการลงมติหรือการเข้าประชุม มีเสียงส่วนใหญ่เข้าร่วมจาก 4 ใน 7 ก็เพียงพอแล้ว

นอกจากนี้ ที่ประชุม กสทช. ยังมีมติให้การสนับสนุนโครงการที่ขอรับการสนับสนุนจากกองทุนวิจัยและพัฒนากิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมเพื่อประโยชน์สาธารณะ (กทปส.) จำนวน 18 โครงการ วงเงินรวม 116 ล้านบาท อาทิ โครงการถอดบทเรียนกรณีถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน : จริยธรรมของสื่อ รับผิดชอบโดยกรมประชาสัมพันธ์ เพื่อสร้างจริยธรรมให้กับสื่อ โดยการถอดบทเรียนจากกรณีดังกล่าวในช่วงวิกฤตแบบนี้ ควรที่จะปฏิบัติตนอย่างไรบ้าง ในวงเงินงบประมาณ 6.6 ล้านบาท

โครงการชูใจ : หุ่นยนต์ดูแลสุขภาพใจ ผู้สูงอายุ รับผิดชอบโดยคณะวิศวกรรม ศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล วงเงิน 8.9 ล้านบาท และโครงการสมุดบันทึกสุขภาพและอาหารปลอดภัยบนเพอร์มิชชั่นบล็อกเชน รับผิดชอบโดยมหาวิทยาลัยแม่โจ้ วงเงิน 4.6 ล้านบาท เป็นต้น

“โครงการส่วนใหญ่ที่ขอรับการสนับสนุน จาก กสทช. เป็นโครงการที่เกี่ยวกับเทคโนโลยีและการรักษาสุขภาพผู้สูงอายุ จำนวนทั้งสิ้น 18 โครงการ ซึ่งต้องการอำนวยความสะดวกให้กับพี่น้องประชาชนในการพัฒนาเรื่องเหล่านี้” นายฐากร กล่าว

ไมโครซอฟท์ ทุ่ม6,500ล้าน ลงทุน”แกร็บ”

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/it/567213

  • วันที่ 10 ต.ค. 2561 เวลา 22:10 น.

ไมโครซอฟท์ ทุ่ม6,500ล้าน ลงทุน"แกร็บ"

ไมโครซอฟท์ผนึกแกร็บ ลงทุนดันเทคโนโลยี ด้านแกร็บเตรียมเผยอีก 2 ผู้ลงทุนใหม่

ไฟแนนเชียล ไทมส์ รายงานอ้างแหล่งข่าวว่า บริษัท ไมโครซอฟท์ ประกาศลงทุนในบริษัท แกร็บ ผู้ให้บริการเรียกรถรับส่งจากสิงคโปร์ เป็นครั้งแรกในวงเงินราว 200 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 6,599 ล้านบาท) โดยไมโครซอฟท์จะเข้ามาพัฒนาเทคโนโลยีให้กับแกร็บเป็นระยะเวลา 5 ปี ทั้งในด้านเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (เอไอ) บิ๊กดาต้า และเทคโนโลยีคลาวด์

หมิง หม่า ประธานแกร็บ เปิดเผยว่า จะนำเงินลงทุนนี้มาปรับปรุงระบบความปลอดภัย ด้วยการร่วมกันพัฒนาวิธีการยืนยันตัวตนของผู้ขับขี่และผู้ใช้ผ่านเทคโนโลยีจดจำใบหน้าด้วยเอไอ และจะนำระบบวิเคราะห์ข้อมูล การตรวจจับการโกง เครื่องมือเรียนรู้ และเทคโนโลยีประมวลภาพของไมโครซอฟท์ เข้ามาใช้ปรับปรุงการทำงานในแอพพลิเคชั่นแกร็บ

แหล่งข่าวระบุด้วยว่า แกร็บจะประกาศผู้ร่วมลงทุนรายใหม่อีก 2 บริษัท ซึ่งเป็นบริษัทด้านเทคโนโลยีรายใหญ่ในระดับโลกและระดับภูมิภาค ในอีก 2-3 สัปดาห์ข้างหน้า ซึ่งจะทำให้การระดมทุนทั้งหมดในปีนี้ของแกร็บมีมูลค่าสูงเกิน 3,000 ล้านดอลลาร์ (ราว 9.9 หมื่นล้านบาท)

ทั้งนี้ ความร่วมมือดังกล่าวเกิดขึ้นหลังจากที่แกร็บปรับแผนขยายการให้บริการจากแอพพลิเคชั่นเรียกรถรับส่ง ไปเป็นแอพพลิเคชั่นที่ให้บริการครบวงจร เช่น การส่งอาหาร การดูแลสุขภาพ และการชำระเงินผ่านโทรศัพท์มือถือ เพื่อรักษาตำแหน่งผู้นำในอาเซียน หลังจากโกเจ็กผู้ให้บริการแอพพลิเคชั่นเรียกรถจากอินโดนีเซียกำลังขยายบริการในอาเซียน

เจาะลึกเพย์เมนต์เกตเวย์

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/it/567080

  • วันที่ 10 ต.ค. 2561 เวลา 11:30 น.

เจาะลึกเพย์เมนต์เกตเวย์

หากคุณเริ่มต้นทำธุรกิจออนไลน์ สิ่งสำคัญที่ทุกธุรกิจต้องมี คือ เพย์เมนต์ เกตเวย์ (Payment Gateway) หรือช่องทางการรับเงินบนโลกออนไลน์ ซึ่งผู้ให้บริการก็มีอยู่หลายรายให้เราได้เลือกใช้ ทั้งในระดับสากล หรือแม้แต่ในประเทศไทยเองก็มีบริการเหล่านี้ให้เลือกใช้เหมือนกัน หากคุณเป็นนักช็อปปิ้งคนหนึ่งคุณต้องเคยใช้บริการเหล่านี้ผ่านแอพพลิเคชั่นเพื่อซื้อสินค้าแน่นอน

เรามาทำความรู้จักกับผู้ให้บริการเพย์เมนต์ เกตเวย์ กันว่ามีใครบ้าง เพื่อเลือกแพลตฟอร์มที่ใช่สำหรับธุรกิจคุณ

เพย์พัล (PayPal) หนึ่งในผู้ให้บริการเพย์เมนต์ เกตเวย์ระดับโลก เป็นที่นิยม และมีคนใช้งานทั่วโลก รองรับการใช้งานมากกว่า 200 ประเทศ สามารถรับชำระเงินได้จากทุกช่องทางทั้ง บัตรเครดิต บัตรเดบิต และบัญชีธนาคาร มีมาตรฐานด้านความปลอดภัยสูง หากเกิดปัญหา สามารถติดต่อได้ทันที โดยมีพนักงานคนไทยคอยให้คำปรึกษาตลอด 24 ชั่วโมง อัตราค่าธรรมเนียมอยู่ที่ 4.4% หรือน้อยกว่านั้น

(แอบบอกต่อ สำหรับลูกค้าที่เปิดเว็บไซต์ใหม่กับ MakeWebEasy จะได้สิทธิพิเศษ ลดค่าธรรมเนียมเหลือเพียง 3.2% +11 บาทเท่านั้น!) วันนี้-31 ต.ค. 2561 นี้

โอมิเซะ (Omise) อีกหนึ่งผู้ให้บริการเพย์เมนต์ เกตเวย์ ที่หลายประเทศทั่วโลกยอมรับ โอมิเซะ เกิดมาเพื่อเอาใจธุรกิจอี-คอมเมิร์ซแบบสุดๆ ด้วยค่าธรรมเนียมที่ถูกกว่า! (ในระดับสากลนะ) และง่ายต่อการสมัครบัญชี ทำให้สตาร์ทอัพหลายธุรกิจตัดสินใจเลือกใช้งานโอมิเซะ อีกทั้งยังสามารถรับชำระเงินได้หลายรูปแบบ ทั้งผ่านบัตรเครดิต/เดบิต อินเทอร์เน็ตแบงก์กิ้ง และบิลเพย์เมนต์

นอกจากนี้ โอมิเซะ ยังมีฟีเจอร์ Recipient ที่ทำสามารถโอนเงินได้หลายบัญชี เป็นการโอนเงินออกจากบัญชีโอมิเซะ ไปยังธนาคารต่างๆ เหมาะกับธุรกิจที่มีร้านค้ารายย่อยให้เราสามารถจัดการเงินได้สะดวกยิ่งขึ้น อัตราค่าธรรมเนียมของโอมิเซะ อยู่ที่ 3.65%

พร้อมเพย์ (Prompt Pay) บริการโอนเงิน จ่าย/รับ ที่เกิดขึ้นจากนโยบายของรัฐบาล สะดวก และง่ายต่อการโอนทั้งรับ/จ่าย เพียงแค่เชื่อมเบอร์โทรศัพท์มือถือ เลขบัตรประชาชน และบัญชีธนาคาร (อะไรก็ได้) เข้าด้วยกัน ก็สามารถใช้งานได้ทันที! ทำให้เราประหยัดค่าธรรมเนียมได้มาก

ค่าธรรมเนียมขึ้นอยู่กับการโอนเงินในแต่ละครั้ง ได้แก่ โอนไม่เกิน 5,000 บาท ไม่เสียค่าธรรมเนียม โอน 5,001-3 หมื่นบาท คิดค่าธรรมเนียมไม่เกิน 2 บาท/รายการ โอน 30,001-1 แสนบาท คิดค่าธรรมเนียมไม่เกิน 5 บาท/รายการ และโอน 1 แสนบาทขี้นไป คิดค่าธรรมเนียมไม่เกิน 10 บาท/รายการ

จีบีไพรม์เพย์ (GB Prime Pay) เพย์เมนต์ เกตเวย์ สายเลือดไทยแท้! มีระบบรับชำระเงินที่สามารถรองรับได้หลายแพลตฟอร์ม ทั้งเว็บไซต์ แอพพลิเคชั่น ระบบบุ๊กกิ้ง และโซเชียลคอมเมิร์ซ อำนวยความสะดวกด้านการขยายตลาดไปยังต่างประเทศ เพราะจีบีไพรม์เพย์สามารถรองรับได้ถึง 30 สกุลเงิน! หากมีปัญหาสามารถติดต่อได้ทันที มีทีมงานไทยคอยให้คำปรึกษาอยู่ตลอดเวลา นอกจากนี้ยังมีระบบวิเคราะห์ข้อมูลการขาย รายงานข้อมูลการขายที่ผ่านมา เพื่อวางแผนการตลาดและพัฒนาต่อยอดธุรกิจได้อีกด้วย

การคิดค่าธรรมเนียมของจีบีไพรม์เพย์ โอนไม่เกิน 5 หมื่นบาท เสียค่าธรรมเนียม 20 บาท และโอนมากกว่า 5 หมื่นบาท ฟรีไม่เสียค่าธรรมเนียม

2C2P หลายคนอาจไม่ค่อยคุ้นชื่อนี้กัน แต่รู้หรือไม่ว่า 2C2P ถือได้ว่าเป็นเจ้าแรกๆ ที่ให้บริการประเทศไทย บริษัทใหญ่ๆ เกือบทั้งหมดในไทยล้วนใช้เพย์เมนต์ เกตเวย์ ของ 2C2P แม้แต่เฟซบุ๊กเองก็ยังเป็นพาร์ตเนอร์ กับ 2C2P ร่วมกันทำ Qwik ระบบที่ทำให้สามารถชำระเงินได้ทันที โดยไม่ต้องออกจากหน้าต่างข้อความ 2C2P ได้รับมาตรฐานความปลอดภัยในระดับสากล ในเมื่อบริษัทใหญ่ๆ ใช้กัน ก็ไม่มีเหตุผลอะไรที่เราจะไม่ใช้ ทั้งนี้ อัตราค่าธรรมเนียมของ 2C2P อยู่ที่ 3.65%

หากคุณเป็นเจ้าของร้านออนไลน์ ไม่ควรพลาดเรื่องนี้ ปรับตัวให้ทันเทคโนโลยี ติดตามพฤติกรรมของผู้บริโภคยุคใหม่ เลือกเพย์เมนต์ เกตเวย์ ที่ใช่ เพิ่มทางเลือกให้กับลูกค้าของคุณ

10 อย่างที่ต้องรู้ เมื่อเฟซบุ๊กถูกแฮ็ก

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/it/567079

  • วันที่ 10 ต.ค. 2561 เวลา 11:00 น.

10 อย่างที่ต้องรู้ เมื่อเฟซบุ๊กถูกแฮ็ก

1.เฟซบุ๊กรู้ตัวเมื่อพบทราฟฟิกที่เพิ่มขึ้นอย่างผิดปกติ-ทีมซีเคียวริตี้ของเฟซบุ๊ก พบปริมาณทราฟฟิกในเซิร์ฟเวอร์ที่ผิดปกติ และขโมยข้อมูลผู้ใช้นับล้านออกไป

2.แฮ็กเกอร์เจาะ 3 ช่องโหว่ของเฟซบุ๊ก ได้แก่ 2.1 ช่องโหว่ในระบบอัพโหลดวิดีโอในขณะใช้หน้า “View As” 2.2 ช่องโหว่ในตัวอัพโหลดวิดีโอที่สร้างโทเคนที่ใช้ล็อกอินได้ 2.3 ช่องโหว่ที่ทำให้ผู้ที่เข้ามาดูโปรไฟล์สามารถขโมยทรัพย์สินโทเคน (Acces Tokens) ออกไปได้

3.แฮ็กเกอร์ขโมย Acces Tokens ไปมากกว่า 50 ล้านบัญชี โดยแฮ็กเกอร์ขโมยทรัพย์สินโทเคนของผู้ใช้กว่าครึ่งของเฟซบุ๊กไป

4.แฮ็กเกอร์ไม่ได้รหัสผ่านของผู้ใช้ แต่แฮ็กเกอร์สามารถใช้ Acces Tokens เพื่อเข้าใช้บัญชีผู้ใช้ได้

5.แฮ็กเกอร์ดาวน์โหลดข้อมูลส่วนตัวของผู้ใช้ผ่านแอพพลิเคชั่น โปรแกรม อินเทอร์เฟซของเฟซบุ๊ก

6.บัญชีของเฟซบุ๊ก ที่ผูกอยู่กับแอพพลิเคชั่นอื่นนอกเหนือจากเฟซบุ๊ก กำลังตกอยู่ในความเสี่ยงทำให้แฮ็กเกอร์สามารถใช้งานแอพพลิเคชั่นเหล่านั้นได้เหมือนคุณ

7.เฟซบุ๊กได้ดำเนินการรีเซต Tokens ให้กับผู้ใช้เฟซบุ๊กทั้งหมด 90 ล้านคน

8.คุณสามารถตรวจสอบประวัติการใช้งานบัญชีเพื่อเช็กว่าคุณโดนแฮ็กหรือไม่

9.การแฮ็กครั้งนี้ไม่ได้เป็นฝีมือของแฮ็กเกอร์ที่ขู่ว่าจะลบเพจของ มาร์ก ซัคเกอร์เบิร์ก

10.เฟซบุ๊กกำลังเผชิญกับการฟ้องร้องจากเหตุการณ์ครั้งนี้ โดยหลังจากข่าวนี้แพร่กระจายออกไป ศาลของแคลิฟอร์เนีย และเวอร์จิเนียได้รับคำร้องการผู้ใช้

กูเกิลรั่ว5แสนบัญชี

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/it/567091

  • วันที่ 10 ต.ค. 2561 เวลา 06:45 น.

กูเกิลรั่ว5แสนบัญชี

ปิดบริการกูเกิลพลัส หลังข้อมูลผู้ใช้รั่วครึ่งล้าน วอลสตรีทเจอร์นัลระบุจงใจอำพรางข้อมูล

บริษัท กูเกิล อิงค์ ประกาศว่าจะยุติการให้บริการ กูเกิลพลัส ซึ่งเป็นเครือข่ายสังคมออนไลน์ของกูเกิลอย่างถาวรสำหรับผู้ใช้ทั่วไป ในอีก 10 เดือนข้างหน้า หลังพบการรั่วไหลของข้อมูลผู้ใช้ราว 5 แสนราย ตั้งแต่เดือน มี.ค.ที่ผ่านมา และผู้ใช้มีจำนวนลดลงอย่างต่อเนื่อง

วอลสตรีท เจอร์นัล รายงานอ้างแหล่งข่าวว่า การรั่วไหลของข้อมูลผู้ใช้กูเกิลพลัสเกิดขึ้นตั้งแต่ปี 2015 แต่ กูเกิลเพิ่งจะค้นพบในเดือน มี.ค.ปีนี้ และผู้บริหารระดับสูงซึ่งรวมถึง ซุนดาร์ พิชัย ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (ซีอีโอ) ของกูเกิล จงใจปิดบังความผิดพลาดที่เกิดขึ้น เนื่องจากเกรงว่าหน่วยงานรัฐอาจเข้ามาตรวจสอบ ซึ่งจะส่งผลเสียต่อชื่อเสียงของบริษัท

รายงานระบุว่า การรั่วไหลเกิดจากความผิดปกติของซอฟต์แวร์จนทำให้เกิดบั๊กหรือช่องโหว่ ส่งผลให้แอพพลิเคชั่นจากนักพัฒนาภายนอก 438 แอพ สามารถเข้าถึงข้อมูลผู้ใช้ได้ เช่น ชื่อ อีเมล รูปภาพโปร์ไฟล์ที่อยู่ อาชีพ และสถานะความสัมพันธ์

อย่างไรก็ดี วอลสตรีท เจอร์นัล เปิดเผยว่า กรณีข้อมูลรั่วล่าสุดของ กูเกิลอาจกระตุ้นให้เกิดความตื่นตัว ด้านการกำกับดูแลข้อมูลผู้ใช้มากยิ่งขึ้น และนำไปสู่การเปรียบเทียบกับกรณีข้อมูลผู้ใช้เฟซบุ๊กรั่วไหลไปยังเคมบริดจ์ อนาลิติกา บริษัทวิจัยในอังกฤษ

ภาพ รอยเตอร์ส

กูเกิลเตรียมปิด “กูเกิลพลัส” หลังเจอปัญหาข้อมูลผู้ใช้บริการรั่ว

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/it/567050

  • วันที่ 09 ต.ค. 2561 เวลา 16:45 น.

กูเกิลเตรียมปิด "กูเกิลพลัส" หลังเจอปัญหาข้อมูลผู้ใช้บริการรั่ว

กูเกิลเตรียมปิด “กูเกิลพลัส” หลังเจอบั๊กในซอฟต์แวร์ทำข้อมูลผู้ใช้บริการ 5 แสนรายรั่วไหล

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า กูเกิล ยักษ์ใหญ่เสิร์ชเอ็นจิ้นของโลก เตรียมปิด “กูเกิล พลัส” ซึ่งเป็นบริการโซเชียลเน็ตเวิร์คของบริษัท ภายหลังจากพบบั๊กในซอฟต์แวร์ และทำให้ข้อมูลส่วนตัวของผู้ใช้บริการรั่วไหล โดยรายงานข่าวระบุว่า เหตุการณ์ดังกล่าวทำให้ผู้ใช้บริการรวม 5 แสนรายได้รับผลกระทบ

รายงานข่าวจาก วอลล์ สตรีท เจอร์นัล ระบุว่า กูเกิลรับรู้ว่าเกิดเหตุการณ์ดังกล่าวเมื่อเดือนมี.ค.ที่ผ่านมา แต่ไม่ได้เปิดเผยเรื่องราวออกมาแต่อย่างใด และจากบันทึกรายงานภายในของบริษัท ระบุว่า การเปิดเผยเรื่องเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอาจจะเรียกความสนใจจากหน่วยงานกำกับดูแล

ก่อนหน้านี้ กูเกิลเปิดเผยว่า ช่องโหว่ในแพลทฟอร์มการพัฒนากูเกิล พลัส ได้ทำให้ข้อมูลส่วนตัวของลูกค้า เช่น ชื่อของผู้ใช้งาน, ชื่ออีเมล์, อาชีพ, เพศ และอายุ มีความเสี่ยงที่จะถูกแฮกเกอร์โจมตี แต่กูเกิลยืนยันว่า ไม่มีหลักฐานแสดงว่าแฮกเกอร์ได้เข้าถึงข้อมูลดังกล่าว

ภาพ เอเอฟพี

ภัยไซเบอร์รายย่อยพุ่ง มุ่งปล้นเหมืองขุดเงินดิจิทัล

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/it/567000

  • วันที่ 09 ต.ค. 2561 เวลา 13:00 น.

ภัยไซเบอร์รายย่อยพุ่ง มุ่งปล้นเหมืองขุดเงินดิจิทัล

วันเพ็ญ พุทธานนท์

ในโลกของดิจิทัล นอกจากความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีใหม่ๆ แล้ว ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าสิ่งที่ตามมาไม่แพ้กันคือ ภัยคุกคามใหม่ๆ บนโลกไซเบอร์ ที่บรรดาแฮ็กเกอร์ทั้งหลายพยายามสรรหาวิธีการใหม่มาใช้โดยมีเป้าหมายอยู่ที่การเรียกค่าไถ่ การขโมยข้อมูลไปจนถึงการดูดทรัพยากรประมวลผลไปใช้ประโยชน์

ทั้งนี้ รายงานสถานการณ์ความปลอดภัย Midyear Security Roundup 2018 ของเทรนด์ไมโคร ผู้นำระดับโลกด้านโซลูชั่นความปลอดภัยทางไซเบอร์ ได้ค้นพบข้อมูลสำคัญของภัยคุกคามทางไซเบอร์ในช่วงครึ่งแรกของปี 2561 ว่า อาชญากรไซเบอร์เริ่มเปลี่ยนจากการโจมตีที่เรียกความสนใจอย่างแรนซั่มแวร์มาเป็นการโจมตีแบบซุ่มเงียบ ด้วยเจตนาเพื่อขโมยเงินหรือแอบดูดทรัพยากรประมวลผลมาใช้ประโยชน์แทน

นิเลช เจน รองประธาน ประจำภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และอินเดีย เทรนด์ไมโคร เปิดเผยว่า พบความพยายามในการแฮ็กทรัพยากรประมวลผลเพื่อขุดเงินคริปโท หรือ Crypto-Jacking ระบาดอย่างหนักในปีนี้ โดยเทรนด์ไมโครพบการตรวจจับการแอบขุดเหมืองเงินคริปโทเพิ่มขึ้นถึง 96% ในช่วงครึ่งปีแรกของปีนี้ เมื่อเทียบกับทั้งปีที่ผ่านมา โดยเฉพาะเมื่อเทียบกับเฉพาะช่วงครึ่งปีแรกของปีที่แล้ว ถือว่าเพิ่มขึ้นมากถึง 956% เลยทีเดียว

ข้อมูลดังกล่าวชี้ชัดว่าอาชญากรไซเบอร์ได้เปลี่ยนแนวทางจากการใช้แรนซั่มแวร์เรียกค่าไถ่เพื่อให้ได้เงินอย่างรวดเร็ว มาเป็นการทำเงินอย่างค่อยเป็นค่อยไปอย่างต่อเนื่อง และซุ่มเงียบอยู่เบื้องหลังด้วยการปล้นกำลังการประมวลผลของเหยื่อเพื่อขุดเหมืองเงินดิจิทัล

“จากการเปลี่ยนแปลงรูปแบบของอันตรายทางไซเบอร์ในช่วงปีที่ผ่านมานั้น ได้สะท้อนให้เห็นว่าเหล่าอาชญากรทางไซเบอร์พยายามปรับเปลี่ยนเครื่องมือ เทคนิค และขั้นตอนกระบวนการโจมตีเพื่อยกระดับอัตราการติดเชื้อมัลแวร์อย่างต่อเนื่อง ดังนั้นเจ้าของธุรกิจจึงจำเป็นต้องประเมินระบบป้องกันอันตรายของตัวเองว่าเพียงพอต่อการสกัดกั้นอันตรายใหม่ๆ ได้หรือไม่” นิเลช เจน กล่าว

นอกจากนี้ ยังพบการเปลี่ยนแปลงในช่วงครึ่งปีแรกของปีนี้คือ การพัฒนาของมัลแวร์รูปแบบใหม่อย่างเช่น แบบไร้ไฟล์ข้อมูล (Fileless) มาโคร และมัลแวร์ ในรูปไฟล์ขนาดเล็กมาก ซึ่งเทรนด์ไมโครตรวจพบมัลแวร์ที่ใช้ไฟล์ขนาดเล็กมากอย่าง TinyPOS เพิ่มขึ้นถึง 250% เมื่อเทียบกับช่วงครึ่งปีหลังของปีที่แล้ว

ขณะที่โครงการ ZeroDayInitiative (ZDI) ได้เผยแพร่รายงานการตรวจพบช่องโหว่แบบ Zero-Day ใหม่กว่า 600 รายการ แค่ในช่วงครึ่งปีแรกของ 2561 โดยค้นพบช่องโหว่ในระบบควบคุมในโรงงานอุตสาหกรรม หรือ SCADA มากถึงสองเท่าเมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีที่แล้ว

ด้าน ปิยธิดา ตันตระกูล ผู้จัดการประจำประเทศไทย บริษัท เทรนด์ไมโคร (ประเทศไทย) กล่าวเพิ่มเติมว่า ในช่วงครึ่งปีแรกของปี 2561 ที่ผ่านมาทีม ZDI ของเทรนด์ไมโครพบว่า ภัยคุกคามทวีความรุนแรงมากขึ้น ช่องโหว่แบบ Zero-Day นั้นมากถึง 602 รายการ

พร้อมกันนี้ยังพบการรั่วไหลของข้อมูล ซึ่งเกิดจากการถูกจารกรรมในครึ่งปีแรกที่ตรวจพบประมาณ 1 ล้านรายการ สิ่งนี้แสดงให้เห็นว่าภัยคุกคามต่างๆ ไม่ได้ลดลงไปเลย และคาดการณ์ต่อไปว่าในช่วงครึ่งปีหลังตลอดจนไปถึงปี 2562 จะมีเทคนิคการโจมตีแบบใหม่ที่เกิดขึ้นอีกมากมายและร้ายแรงกว่าที่เป็นอยู่

จากการเผชิญกับอันตรายที่มีการเปลี่ยนแปลงและพัฒนาขึ้นอย่างรวดเร็ว องค์กรทั้งหลายจำเป็นต้องรวมการจัดการด้านความปลอดภัยให้ประสานเป็นหนึ่งเดียว ด้วยการเลือกผู้จำหน่ายที่สามารถให้บริการการปกป้องแบบหลายลำดับชั้นที่สมบูรณ์แบบ ที่ป้องกันได้ทั้งมัลแวร์ทั่วไป และอันตรายที่กำลังระบาดอย่างต่อเนื่อง

ประมูล900กร่อย ดีแทคยื้อยังไม่ยื่น

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/it/566981

  • วันที่ 09 ต.ค. 2561 เวลา 09:53 น.

ประมูล900กร่อย ดีแทคยื้อยังไม่ยื่น

ชิงคลื่น 900 เหงา ดีแทคไม่มาตามนัด ขอพิจารณาถึง 16 ต.ค. ด้านเอไอเอสกับทรู ย้ำไม่สน

หลังจากบริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส หรือเอไอเอส แจ้งตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ไม่เข้าร่วมประมูลคลื่นความถี่ 900 เมกะเฮิรตซ์ (MHz) จากที่ก่อนหน้านี้บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น ได้ย้ำว่าไม่เข้าประมูลตามจุดยืนเดิม

ทั้งนี้ เมื่อ 2 ใน 3 รายโทรคมนาคมรายใหญ่ประกาศชัดไม่เข้าประมูล ทางบริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น (ดีแทค) ซึ่งเดิมกำหนดจะเข้ายื่นประมูลคลื่น 900 วันที่ 9 ต.ค. ตามที่คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) กำหนด

นายราจีฟ บาวา รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มกิจการองค์กรและพัฒนาธุรกิจ ดีแทค กล่าวว่า คงเลื่อนการยื่นซองประมูลไป เพราะกรณีไม่มีผู้ยื่นคำขอรับใบอนุญาตในวันที่ 9 ต.ค. ทาง กสทช.จะขยายเวลาไปถึงวันที่ 16 ต.ค. ซึ่งการลงทุนคลื่น 900 สูงถึง 3.79 หมื่นล้านบาท ต้องใช้เวลาพิจารณานาน และเมื่อถึงกำหนดต้องดูอีกทีว่าจะยื่นหรือไม่

รับฟังคืนคลื่นเข้าโหมด5จีหวังเริ่มปี’62

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/it/566965

  • วันที่ 09 ต.ค. 2561 เวลา 07:49 น.

รับฟังคืนคลื่นเข้าโหมด5จีหวังเริ่มปี'62

กสทช.เปิดประชาพิจารณ์คืนคลื่นความถี่คาดเริ่มปี 2562 ด้าน อสมท ชงบอร์ดพิจารณาความคุ้มค่าคืนคลื่น 2600 เมกะเฮิร์ตซ์

นายก่อกิจ ด่านชัยวิจิตร รองเลขาธิการ คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์และ กิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 8 ต.ค.2561 สำนักงาน กสทช.ได้เปิด รับฟังความเห็นสาธารณะต่อร่างประกาศ กสทช. เรื่องหลักเกณฑ์ วิธีการและเงื่อนไขการเรียกคืนคลื่นความถี่ที่ไม่ได้ใช้ ประโยชน์หรือใช้ประโยชน์ไม่คุ้มค่า หรือนำมาใช้ประโยชน์ให้คุ้มค่ายิ่งขึ้น

ทั้งนี้ เพื่อเตรียมความพร้อมให้ประเทศไทยมีคลื่นความถี่เพียงพอสำหรับการเป็นพื้นฐานพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีทาง กสทช.จะตั้งคณะทำงาน ซึ่งมีผู้แทนจากหลายหน่วยงานเพื่อพิจารณาว่าคลื่นใดไม่ได้ใช้ประโยชน์ คลื่นใดใช้ไม่คุ้มค่า หรือจะสามารถใช้ประโยชน์ได้มากกว่า และมีมหาวิทยาลัยของรัฐเข้ามาศึกษาว่าควรเป็นคลื่นใด และเมื่อการดำเนินออกประกาศเป็นไปตามขั้นตอน

อย่างไรก็ตาม คาดว่าต้นปี 2562 จะเริ่มเรียกคืนคลื่นได้ ถ้าไม่มีข้อขัดแย้งอะไรภายใน 200 กว่าวันก็ดำเนินการเรียกคืนเสร็จ ภายในปีหน้านี้ก็คงชัดว่าจะมีการคืนคลื่นใดบ้าง แต่ในระยะแรกนี้คงดำเนินการ 1-2 คลื่นก่อน ทั้งหมดเพื่อให้เป็นไปตามโรดแมปที่สำนักงาน กสทช.ต้องเตรียมความพร้อมให้ไทยเข้าสู่ 5จี

นายเขมทัตต์ พลเดช กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท อสมท กล่าวว่า เบื้องต้นมีส่วนของคลื่น 2600 เมกะเฮิรตซ์ ที่ กสทช.ประสานที่จะเรียกคืน ซึ่ง อสมท ยินดีสนับสนุนการนำคลื่นความถี่ไปใช้ให้เกิดประโยชน์กับสาธารณะ แต่หน่วยงานกำกับดูแลก็ต้องเข้าใจถึงบริบทของเทคโนโลยี และมิติของธุรกิจที่เปลี่ยนแปลงด้วย โดยจะนำผลจากการรับฟังความ คิดเห็นนี้ไปเสนอต่อที่ประชุมคณะกรรมการ (บอร์ด) ของบริษัทต่อไป ปัจจุบันบริษัท อสมท ถือคลื่นความถี่ 2600 เมกะเฮิรตซ์ อยู่ทั้งหมด 144 เมกะเฮิรตซ์ และคลื่นความถี่วิทยุอยู่ 62 สถานีทั่วประเทศ