Utana Baddha Uru Parsvakonasana (Extended Side Angle Pose Variation)

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

12 สิงหาคม 2560 เวลา 11:11 น…. อ่านต่อได้ที่ : https://www.posttoday.com/life/health/508596

Utana Baddha Uru Parsvakonasana (Extended Side Angle Pose Variation)

โดย…ภัชภิชา แก้วสุวรรณสุข (ครูเจี๊ยบ) โยคะสุตรา สตูดิโอ http://www.YogaSutraThai.com

ในการฝึกเวอร์ชั่นนี้จะต่อยอดจากคราวก่อน คือจะลงให้ลึกขึ้นกว่าเดิม แต่หากใครรู้สึกว่าใต้ขาตึงมากไป อาจเลือกฝึกในเวอร์ชั่นเก่า (ลงฉบับวันที่ 22 ก.ค. 2560) ให้ดีก่อน หรือหากอยากฝึกเวอร์ชั่นนี้อาจใช้บล็อกโยคะเป็นตัวช่วย

จุดที่สำคัญ อย่าลืมเช็กหัวเข่าหน้าไม่ให้เลยผ่านตำแหน่งข้อเท้า เพราะจะทำให้หัวเข่าบาดเจ็บได้ ความท้าทายของท่านี้คือเมื่อสอดแขนเข้าไปใต้ขาหน้าแล้ว สามารถวางท่อนแขน และข้อศอกลงพื้นได้ ส่งผลให้คลายความปวดเมื่อยไหล่และสร้างความแข็งแรงให้กล้ามเนื้อต้นขา กลุ่มกล้ามเนื้อ Hamstring muscle group เช่น Biceps femoris, Semitendinosus, Semimembranosus

วิธีปฏิบัติ

1.เริ่มต้นจากท่านักรบ 2 ให้หายใจเข้า ออก ประมาณ 3 รอบลมหายใจ

2.ส่งมือขวาอ้อมหลังมาจับขาซ้ายด้านหน้า หายใจเข้า ออก ค้างท่า ประมาณ 3 รอบลมหายใจ

3.หายใจออก วางมือซ้ายต่อจากส้นเท้าซ้าย อย่าลืมว่าน้ำหนักไม่ได้ลงที่มือ ให้น้ำหนักลงที่ฝ่าเท้า

4.หายใจเข้าสอดท่อนแขนซ้ายเข้าไปใต้ขาหน้าใส่หัวไหล่เข้ามาให้ลึกโดยติดกับต้นขาหน้า เดินมือเข้ามาให้เลยฝ่าเท้า

5.หายใจออก อีกครั้งดิ่งลึกขึ้น โดยเข้าสู่ท่าให้สมบูรณ์ ท่อนแขนวาง ข้อศอกวางระนาบไปกับพื้น มือขวายังคงจับต้นขาหน้าไว้ เช็กตำแหน่งหัวเข่า ศีรษะใบหน้าผ่อนคลาย ค้างท่าประมาณ 5 ลมหายใจเข้าออก จากนั้นค่อยๆ คลายแล้วลองฝึกสลับข้าง

พิเศษ! สำหรับผู้อ่านโพสต์ทูเดย์

ตัดส่วนนี้เพื่อมาเป็นส่วน DVD โยคะ 50 บาท

หรือเป็นส่วนลดโยคะรายเดือน 200 บาท

โทร. 02-636-6758-9

 

นวัตกรรมเครื่องออกกำลังกาย ทั้งเผาผลาญและสร้างความแข็งแรง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

12 สิงหาคม 2560 เวลา 10:58 น…. อ่านต่อได้ที่ : https://www.posttoday.com/life/health/508591

นวัตกรรมเครื่องออกกำลังกาย ทั้งเผาผลาญและสร้างความแข็งแรง

โดย…ภาดนุ ภาพ ฟิตเนส เฟิร์สท

หากพูดถึงนวัตกรรมของเครื่องออกกำลังกายในยุคนี้ เรามักจะได้เห็นอุปกรณ์ออกกำลังกายที่มีฟังก์ชั่นใหม่ๆ ออกมาให้คนรักสุขภาพได้เซอร์ไพรส์กันอยู่ตลอดเวลา ซึ่งเครื่องออกกำลังกายแต่ละชนิดนี้ก็มีผลต่อการเอ็กเซอร์ไซส์และให้ผลต่อกล้ามเนื้อในส่วนต่างๆ แตกต่างกันไป

เราจึงรวบรวมนวัตกรรมเครื่องออกกำลังกายที่ทั้งช่วยเผาผลาญ สร้างความยืดหยุ่น และสร้างความแข็งแรง มาฝากชาวฟิตเนสเลิฟเวอร์กัน

เครื่องออกกำลังกายที่ใช้ในคลาส Burn 

เป็นอุปกรณ์ที่สร้างสรรค์ขึ้นเพื่อให้มีฟังก์ชั่นการใช้งานกล้ามเนื้อที่หลากหลาย เพื่อการออกกำลังกายทั้งแบบคาร์ดิโอและเสริมสร้างกล้ามเนื้อไปพร้อมกัน การออกกำลังกายด้วยอุปกรณ์เหล่านี้

นอกจากจะเสริมสร้างความแข็งแรงทนทานของร่างกายโดยรวมแล้ว ยังช่วยให้ระบบเผาผลาญทำงานต่อเนื่องไปตลอดทั้งวันหลังการออกกำลังกายอีกด้วย นับเป็นการปฏิวัติร่างกายจากภายใน เพื่อท้าทายเป้าหมายที่ไม่เคยคิดว่าจะทำสำเร็จมาก่อน ลองไปดูซิว่ามีอุปกรณ์อะไรบ้าง

– Air Bike

เครื่องแอร์ไบค์หรือจะเรียกว่าเครื่องปั่นจักรยานแบบมีลมเป่าก็ได้ เครื่องนี้สามารถตั้งโปรแกรมการปั่นจักรยานได้หลากหลาย ซึ่งจะช่วยเพิ่มการทำงานของกล้ามเนื้อหลายๆ ส่วน ได้มากกว่าการใช้กล้ามเนื้อส่วนขาเพียงอย่างเดียว โดยเพิ่มฟังก์ชั่นการใช้กล้ามเนื้อส่วนบนของร่างกายเข้าไปด้วย พร้อมสร้างประสบการณ์ใหม่ในการปั่นจักรยานในร่มให้มีบรรยากาศเหมือนการออกไปปั่นจักรยานกลางแจ้ง ด้วยลมที่เข้ามาปะทะ ให้ความรู้สึกเหมือนผู้เล่นเคลื่อนไปข้างหน้าโดยปั่นจักรยานจริงๆ พร้อมกับขาและแขนที่ทำงานเคลื่อนไหวประสานกันอย่างต่อเนื่อง

– Rowing

อุปกรณ์ที่นำลักษณะการใช้กล้ามเนื้อหลัก 3 ส่วน ได้แก่ กล้ามเนื้อขา กล้ามเนื้อลำตัว และกล้ามเนื้อแขน จากการพายเรือมาใช้ เมื่อร่างกายแต่ละส่วนทำงานประสานกัน เราจะสามารถใช้กล้ามเนื้อมัดใหญ่ก่อนที่จะใช้กล้ามเนื้อมัดเล็กตามลำดับ ดังนี้เมื่อใช้เครื่องนี้จึงเหมือนเป็นการสร้างมิติใหม่ในการใช้กล้ามเนื้อได้อย่างมีประสิทธิภาพในการออกกำลังกายมากขึ้น

– Skierg

เครื่องนี้จะช่วยให้ร่างกายออกกำลังกายแบบคาร์ดิโอโดยใช้กล้ามเนื้อทุกส่วนอย่างต่อเนื่อง ขณะที่ออกกำลังกายโดยเครื่องนี้ หากได้รับการจัดท่าอย่างเหมาะสมจากเทรนเนอร์ผู้เชี่ยวชาญ และโฟกัสกล้ามเนื้อให้ถูกจุด ก็จะช่วยพัฒนากล้ามเนื้อส่วนแขน ขาและแกนกลางของร่างกายได้ นับว่าเป็นเครื่องออกกำลังกายที่เสริมสร้างความแข็งแรงและความทนทานของร่างกายได้เป็นอย่างดี

เครื่องออกกำลังกายที่ใช้ในคลาส Surge

การออกกำลังกายแบบ Surge นั้น จะต้องอาศัยทั้งความเร็ว ความแข็งแรง ความคล่องตัว และพลังของร่างกาย ที่มีการเคลื่อนไหวหลากหลายมิติ การออกกำลังกายแบบนี้มักจะใช้เครื่องที่ได้รับการออกแบบมาเพื่อให้ผู้เล่นใช้พลังของตัวเองเป็นแรงขับเคลื่อน จึงนับเป็นการออกกำลังกายในรูปแบบคาร์ดิโอที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพให้กับร่างกายและเปลี่ยนมันให้มีศักยภาพเช่นเดียวกับนักกีฬาเลยก็ว่าได้

– Skill Mill

เครื่องนี้เป็นนวัตกรรมด้านการออกกำลังกายที่พัฒนาไปข้างหน้าอย่างไม่หยุดยั้ง เพราะเครื่องนี้ได้ผ่านการทดสอบและพัฒนาขึ้นโดยนักกีฬาโอลิมปิกครั้งแล้วครั้งเล่า เพื่อเข้าใจถึงการทำงานของกล้ามเนื้อขณะออกกำลัง ก่อนที่จะออกแบบเครื่องนี้ให้ผู้เล่นสามารถใช้กล้ามเนื้อได้อย่างมีประสิทธิภาพ

อย่างที่บอกว่าสกิลมิลล์จะใช้แรงผู้เล่นเป็นตัวขับเคลื่อนโดยไม่ใช่พลังงานไฟฟ้า ด้วยพื้นลู่วิ่งที่มีลักษณะโค้งออกแบบให้มีองศารับกับการขยับข้อเท้าเมื่อร่างกายเดินหรือวิ่ง อีกทั้งรับแรงกระแทกจากน้ำหนักตัวขณะเคลื่อนไหว พร้อมทั้งราวที่สามารถเลือกระดับในการยึดจับตามลักษณะท่าเดิน วิ่ง ดึง หรือผลัก ได้อย่างเหมาะสม

หากผู้เล่นเรียนรู้วิธีการใช้เครื่องควบคู่กับการใช้งานในท่าต่างๆ ได้อย่างคล่องแคล่ว จะพบกับความสนุกของการใช้งานในลักษณะที่หลากหลาย เพราะนอกเหนือจากจะสามารถปรับให้เดิน-เดินถอยหลัง วิ่ง-วิ่งด้านข้าง ตามความเร็วที่ต้องการได้แล้ว ยังสามารถปรับระดับเพื่อสร้างความชันคล้ายการเดินขึ้นเขา จึงทำให้ออกแบบรูปแบบของการเคลื่อนไหวหนักเบาตามต้องการได้ด้วยตัวเอง

 

อย่าละเลยสุขภาพเส้นผม

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

10 สิงหาคม 2560 เวลา 11:00 น…. อ่านต่อได้ที่ : https://www.posttoday.com/life/health/507853

อย่าละเลยสุขภาพเส้นผม

ปกติคนเราจะมีเส้นผมประมาณ 90,000-140,000 เส้น ในหนึ่งตารางเซนติเมตรจะมีเส้นผมอยู่ 120-200 เส้น และร่วงไม่เกินวันละ 100 เส้น

“ผม” ของแต่ละคนจะมีขนาดใหญ่ หรือเล็ก ตรง หรือหยิก สีทอง หรือสีดำ ขึ้นอยู่กับเชื้อชาติและกรรมพันธุ์ อย่างคนเอเชียจะโชคดีหน่อยที่ผมอาจจะแข็งแรงกว่าคนผิวขาว หรือคนผิวดำ แต่ ผศ.นพ.รัฐพล ตวงทอง หัวหน้าสาขาโรคเส้นผมและการผ่าตัดปลูกถ่ายเส้นผม ภาค
วิชาตจวิทยา คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล และอนุกรรมการประชาสัมพันธ์ สมาคมแพทย์ผิวหนังแห่งประเทศไทย บอกว่า หากมีการดูแลสุขภาพกายและสุขภาพผมไม่ถูกต้องก็อาจจะเสี่ยงเป็นโรคทางเส้นผมและหนังศีรษะได้

การดูแลเส้นผมโดยทั่วไปจะอาศัยหลักการรักษาสุขภาพแบบง่ายๆ คือ กินอาหารให้ครบ 5 หมู่ ออกกำลังกายสม่ำเสมอ ไม่เครียด นอกจากนั้น ยังต้องเลี่ยงปัจจัยที่ทำให้ผมเสีย เช่น การทำเคมี ทั้งยืด ดัด ย้อมผม บ่อยเกินไปก็ทำให้ผมร่วงก่อนวัยอันควร และหมั่นสังเกตสัญญาณเริ่มต้นของอาการผมบางศีรษะล้าน โดยเริ่มจากมีผมร่วงมากขึ้นเกินวันละ 100 เส้น และอาจมีอาการอื่นร่วมด้วย เช่น อาการอักเสบของหนังศีรษะ หนังศีรษะมัน มีแผล ฝี รังแค เป็นต้น

การหลุดร่วงของผมขึ้นกับวงจรการเติบโตของเส้นผม ซึ่งสามารถแบ่งได้เป็น 3 ระยะดังนี้

1.ระยะการเจริญเติบโต หรือ Anagen Phase ระยะที่ต่อมรากผมจะอยู่ลึกที่สุดในชั้นหนังแท้ โดยมีหลอดเลือดมาหล่อเลี้ยงอยู่มากมาย และจะใช้เวลาประมาณ 1,000 วัน หรือ 3 ปี ในการเจริญเติบโตเป็นเส้นผม โดยเส้นผมทั้งศีรษะประมาณ 85-90% จะอยู่ในระยะการเจริญเติบโตนี้

2.ระยะหยุดการเจริญเติบโต หรือ Catagen Phase ต่อมรากผมจะหยุดการแบ่งเซลล์ แต่ต่อมรากผมจะมีการค่อยๆ เลื่อนสูงขึ้นไปเรื่อยๆ โดยทั่วไประยะนี้จะใช้เวลาประมาณ 3 สัปดาห์

3.ระยะพัก หรือ Telogen Phase ซึ่งเป็นระยะสุดท้ายของเส้นผมเมื่อต่อมรากผมเลื่อนสูงขึ้นจนถึงบริเวณของเซลล์ต้นกำเนิด (Stem cell) แล้ว ผมของคนเราก็จะเข้าสู่ระยะพัก ซึ่งจะเป็นเพียงช่วงสั้นๆ ประมาณ 100 วัน หรือ 3 เดือน ทั้งนี้ 10% ของเส้นผมทั้งศีรษะจะอยู่ในระยะพักนี้ ก่อนที่เซลล์ต้นกำเนิดจะส่งสัญญาณให้ต่อมผมเลื่อนลงมาอีกครั้งเพื่อให้มีการสร้างผมใหม่ โดยเส้นผมใหม่ที่สร้างขึ้นใหม่จะดันผมเก่าให้หลุดร่วงไป

สำหรับปัญหาเรื่องผมหงอกก่อนวัยนั้น เกิดขึ้นจากพันธุกรรมและกรรมพันธุ์ซึ่งเป็นตัวกำหนด แต่ก็มีปัจจัยอื่นๆ ร่วมด้วย คือ เรื่องของความเครียด สารเคมี การสูบบุหรี่ เรื่องของการใช้ยาต่างๆ ซึ่งทำให้มีภาวะผมร่วงมากขึ้น บางครั้งอาจมากถึง 200 เส้นต่อวัน นอกจากผมหงอก คนเราเมื่ออายุมากขึ้นผมก็จะมีลักษณะเหี่ยวเหมือนกัน เพราะเปลือกผมจะเป็นริ้วรอยจากการเสียดสีของหวี ดังนั้น ยิ่งหวีผมมากเท่าไหร่ ผมยิ่ง “เหี่ยว” มากขึ้นเท่านั้น นอกจากนี้ ความร้อนและสารเคมี เช่น การรีดผม หรือดัดผม ถือเป็นตัวการสำคัญทำให้เปลือกผมเป็นริ้วรอยมากขึ้น ทำให้ระยะการเจริญเติบโตของผมสั้นลง จำนวนเส้นผมจะน้อยลงอย่างน้อยๆ 10% และในทุกช่วงอายุ 10 ปี ขนาดของเส้นผมของคนเราจะเล็กลง

ดังนั้น การดูแลถนอมเส้นผมเป็นสิ่งสำคัญ ควรบำรุงด้วยครีมนวดผม หากทำการรีดผม หรือดัดผม ย้อมผม ก็ไม่ควรทำบ่อยจนเกินไป และควรเลือกสีย้อมผมตามธรรมชาติ

คนที่มีปัญหาผมร่วงเยอะขึ้นเรื่อยๆ ควรไปปรึกษาแพทย์ โดยรักษาด้วยการทายา และกินยาใน 1 ปีแรก หากยังไม่ได้ผลก็จะรักษาด้วยการปลูกถ่ายเส้นผม ซึ่งมีหลากหลายวิธีให้เลือกในปัจจุบัน

 

ออกกำลังกายด้วยการเดินแต่ละนาทีดีอย่างไร

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

09 สิงหาคม 2560 เวลา 13:53 น….. อ่านต่อได้ที่ : https://www.posttoday.com/life/health/507851

ออกกำลังกายด้วยการเดินแต่ละนาทีดีอย่างไร

เรารู้กันดีว่าแค่ขยับก็เท่ากับออกกำลังกาย เพราะทุกการเคลื่อนไหวสามารถช่วยให้ร่างกายแข็งแรงได้ ซึ่ง “การเดิน” ถือเป็นกิจกรรมพื้นฐานที่ง่ายที่สุด มาเจาะลึกกันว่าในแต่ละช่วงนาทีของการเดินนั้นให้ประโยชน์อะไรกับร่างกายเราบ้าง

ข้อมูลจากกรมอนามัย ให้ความรู้แบบง่ายๆ ถึงประโยชน์และความมหัศจรรย์ของการเดิน โดยระบุว่า

การเดินนาทีที่ 1-5 ในก้าวแรกๆ ของการเดินจะช่วยกระตุ้นร่างกายให้ปล่อยสารบางชนิด ชีพจรจะเร่งขึ้นเป็น 70-100 ครั้งต่อนาที กระตุ้นการไหลเวียนของโลหิตและให้ความอบอุ่นแก่กล้ามเนื้อ ไขข้อที่ฝืดและตึงจะคลายตัวลงเพื่อให้การเคลื่อนไหวทำได้ง่ายขึ้น เมื่อเคลื่อนที่ไปร่างกายจะเผาผลาญพลังงาน 5 แคลอรีต่อนาที

การเดินนาทีที่ 6-10 ชีพจรจะเต้นเร็วขึ้น ร่างกายจะเผาผลาญพลังงานเพิ่มขึ้นเป็น 6 แคลอรีต่อนาที เมื่อก้าวเท้าได้มากขึ้นความดันโลหิตที่เพิ่มขึ้นเล็กน้อยจะช่วยขยายเส้นเลือด ทำให้เลือดและออกซิเจนเข้าสู่กล้ามเนื้อที่กำลังใช้งานมากขึ้น

การเดินนาทีที่ 11-20 อุณหภูมิของร่างกายจะสูงขึ้นเรื่อยๆ เหงื่อเริ่มออก เมื่อเส้นเลือดส่วนที่ใกล้ผิวหนังขยายขึ้นเริ่มปลดปล่อยความร้อนออกมา เมื่อเดินมากขึ้นจะเผาผลาญได้มากไปถึง 7 แคลอรีต่อนาทีและหายใจเร็วขึ้น สารฮอร์โมน เช่น เอฟพะเนฟฟริน และกลูคากอน จะถูกปล่อยออกมามากขึ้น เพื่อเพิ่มเชื้อให้กับกล้ามเนื้อที่กำลังใช้งานอยู่

การเดินนาทีที่ 46-60 กล้ามเนื้ออาจจะรู้สึกเมื่อยล้า เมื่อปริมาณคาร์โบไฮเดรตที่สะสมอยู่ลดลง เมื่อร่างกายเริ่มเย็นตัวลง ชีพจรจะเต้นช้าและหายใจช้าลง อัตราการเผาผลาญพลังงานจะลดน้อยลง แต่ก็ยังสูงกว่าตอนที่เริ่มเดิน จำนวนแคลอรีที่เผาผลาญจะคงที่ไปอีกราวหนึ่งชั่วโมง และทั้งหมดนี้เกิดขึ้นโดยที่เราไม่รู้ตัว

 

บ้านกับฟิตเนส ออกกำลังที่ไหนดีกว่า

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

08 สิงหาคม 2560 เวลา 14:08 น….. อ่านต่อได้ที่ : https://www.posttoday.com/life/health/507644

บ้านกับฟิตเนส ออกกำลังที่ไหนดีกว่า

เรื่อง : โยโมทาโร่ ภาพ : เอพี, อีพีเอ

ฉันจะฟิตฉันจะผอมใน 3 เดือน แต่ปัญหาก็คือระหว่างการออกกำลังกายที่บ้านกับที่ฟิตเนสจะเล่นที่ไหนดี เชื่อว่าระหว่างออกกำลังกายที่บ้านกับที่ฟิตเนสเป็นคำถามแรกๆ สำหรับผู้ที่สนใจอยากจะออกกำลังกายแต่ไม่รู้จะเริ่มที่ไหนดี ส่วนใหญ่คนเราจะมีความคิดว่าจะซื้อเครื่องออกกำลังกายไปไว้ที่บ้านเพราะมันทั้งประหยัดเงินในกระเป๋าระยะยาวได้มากกว่า

แต่เชื่อเถอะว่ามีเพียงไม่กี่คนเท่านั้นที่สามารถออกกำลังกายที่บ้านจนประสบความสำเร็จ เพราะอะไรที่ทำให้การออกกำลังกายที่บ้านไม่ประสบความสำเร็จ อย่างแรกคือสิ่งแวดล้อมไม่เอื้อต่อการสร้างแรงจูงใจในการออกกำลังกาย เช่น

1.เวลากลับมาถึงบ้านเราจะรู้สึกอยากพักผ่อนมากกว่าออกกำลังกาย

2.เครื่องออกกำลังกายมีน้อยจนเกิดความซ้ำซาก เบื่อหน่าย เพราะส่วนใหญ่มักจะมีแค่ ลู่วิ่ง หรือเครื่อง ปั่นจักรยาน และชุดดัมเบลแบบถอดเปลี่ยนน้ำหนักได้ ซึ่งทำให้การออกกำลังกายค่อนข้างน่าเบื่อไปสักนิด

3.ไร้คนจูงใจ เช่น พอถึงเวลาออกกำลังกายภรรยาก็วานให้ออกไปซื้อกับข้าว หรือลูกเข้ามาป่วนเวลาออกกำลังกาย เป็นต้น สิ่งเหล่านี้คือสาเหตุหลักที่ทำให้การออกกำลังกายในบ้านไม่ประสบความสำเร็จ

หากคุณต้องการออกกำลังกายในบ้านให้ประสบความสำเร็จ จะต้องมีสมาชิกในบ้านเป็นแนวร่วมในการออกกำลังกาย เพื่อดึงให้มาออกกำลังกายด้วยกัน เมื่อมั่นใจว่าคุณสามารถควบคุมตัวเองในการออกกำลังกายที่บ้านได้แล้วค่อยลงทุนซื้อเครื่องออกกำลังกายอื่นๆ เพื่อให้เกิดความท้าทายในการออกกำลังกายมากขึ้น นอกจากนี้การออกกำลังกายที่บ้านยังมีข้อดีอีกอย่างหนึ่งก็คือ สามารถออกเวลาไหนก็ได้ที่เราต้องการ ไม่ต้องเสียเวลาเดินทาง และได้ใช้เวลาใกล้ชิดกับคนในครอบครัวมากขึ้น

แม้จะมีเพียง 20 เปอร์เซ็นต์ที่คิดว่าออกกำลังกายที่ฟิตเนสดีกว่า แต่ในจำนวนนี้มากกว่าครึ่งประสบความสำเร็จในการออกกำลังกาย เหตุผลที่ทำให้การเล่นฟิตเนสประสบความสำเร็จมากกว่าการออกกำลังกายที่บ้าน ส่วนหนึ่งมาจาก…

1.มีแรงจูงใจในการออกกำลังกายที่ดีกว่าด้วยสภาพแวดล้อมที่เต็มไปด้วยผู้คนที่มีความมุ่งมั่นในการออกกำลังกาย จะช่วยเพิ่มแรงจูงใจให้คุณกลับมาเล่นซ้ำมากขึ้น

2.เครื่องออกกำลังกายครบครันกว่าทั้งลู่วิ่งและเครื่องยกเวตแบบบริหารเฉพาะส่วน ช่วยให้เราสร้างกล้ามเนื้อกระชับสัดส่วนในจุดที่ต้องการได้อย่างแม่นยำและเห็นผลมากกว่า

3.มีเทรนเนอร์คอยให้คำแนะนำและโปรแกรมออกกำลังกายพิเศษ เช่น คอร์สโยคะ หรือบอดี้คอมแบต ซึ่งช่วยทำให้การออกกำลังกายเต็มไปด้วยความหลากหลายมากขึ้น

อย่างไรก็ดี บางส่วนที่ไม่ประสบความสำเร็จในการออกกำลังกายที่ฟิตเนส มีสาเหตุมาจากไม่สามารถบริหารเวลาในการออกกำลังกายได้ อาจจะด้วยจำนวนงานที่มาก ฟิตเนสอยู่ไกลจากบ้านหรือที่ทำงาน และสุดท้ายมีความจำเป็นต้องใช้เงินในด้านอื่นๆ จึงเลิกเป็นสมาชิกฟิตเนส

ดังนั้น การเลือกฟิตเนสสำหรับออกกำลังกายที่ดี ควรเลือกที่อยู่ใกล้บ้านหรือที่ทำงานอย่างใดอย่างหนึ่ง ดูเรื่องความสะดวกสบายในการเดินทาง และคำนวณต้นทุนค่าเดินทางไว้กับค่าสมาชิกรายเดือนด้วย เพราะช่วยทำให้คุณเห็นภาพต้นทุนที่แท้จริงในการออกกำลังกายกับฟิตเนสนั้นๆ แต่ไม่ว่าคุณจะเลือกที่ไหนเป็นสถานที่ออกกำลังกายประจำ สิ่งสำคัญก็คือเสียเงินแล้วต้องหาเวลาไปเล่นให้คุ้มค่าเงินและได้สุขภาพที่ดีกลับมา n

 

สีสันของเสียในร่างกาย… แจ้งโรค

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

05 สิงหาคม 2560 เวลา 13:06 น…. อ่านต่อได้ที่ : https://www.posttoday.com/life/health/507330

สีสันของเสียในร่างกาย... แจ้งโรค

โดย…โสภิตา สว่างเลิศกุล sopitasavang2010@gmail.com ภาพ : เอพี

การขับถ่ายเป็นเรื่องปกติในชีวิตประจำวัน โดยเฉพาะคนที่มีสุขภาพดีมักจะท้องไม่ผูก ท้องไม่อืด หรือแม้กระทั่งท้องเสีย และต้องขับถ่ายอย่างต่ำวันละ 2 ครั้งแน่นอน หากพูดถึงการขับถ่ายหนักก็ดูเป็นสิ่งที่น่ารังเกียจสำหรับของเสียที่ออกมาเพราะจะมีกลิ่นที่ไม่พึงประสงค์เวลาทำกิจในห้องน้ำ แต่รู้ไหมว่า หากสังเกตของเสียในแต่ละวันที่ขับถ่ายออกมาจะรู้ได้ว่ามีสุขภาพดีอย่างไร และตัวของเสียที่เกิดมาจากการถ่ายหนักก็สามารถบ่งชี้ถึงโรคได้

สีอุจจาระ (Stool color) จึงเป็นเรื่องที่คนมักมองผ่านโดยไม่สังเกต แต่ความจริงเป็นเรื่องที่สามารถทำให้เรารู้ตัวเองว่า ควรรักษาสุขภาพหรือป้องกันภัยจากโรคจากสัญญาณเตือนผ่านสีของอุจจาระ

ศ.เกียรติคุณ พญ.พวงทอง ไกรพิบูลย์ วว.รังสีรักษาและเวชศาสตร์นิวเคลียร์ บรรณาธิการกิตติมศักดิ์ของเว็บไซต์หาหมอได้จำแนกสีปกติของอุจจาระไว้ว่า มักเป็นสีน้ำตาล น้ำตาลเข้ม หรือน้ำตาลออกเหลือง ทั้งนี้ โดยเป็นสีที่เกิดจากน้ำดีที่เป็นน้ำย่อยอาหารจากตับและจากถุงน้ำดี

นอกจากนั้น ในคนปกติสีของอุจจาระยังขึ้นกับประเภทอาหาร เครื่องดื่ม ยา และทุกอย่างที่เราบริโภค แต่ทั้งนี้อุจจาระปกติมักเป็นก้อนแข็ง หรือก้อนอ่อน และไม่มีอาการผิดปกติ เช่น มีกลิ่นเหม็นรุนแรงมาก ท้องเสียมีไข้ ปวดท้อง

สีอุจจาระ ที่พบได้บ่อยที่ไม่ได้เกิดจากโรคนอกจากที่กล่าวแล้ว คือ อุจจาระสีดำ หรือน้ำตาลเข้มจัดเกือบดำ หรือเขียวเข้มจัดหรือม่วงจนดำ เมื่อกินผลไม้เปลือกสีดำหรือม่วงเข้ม เช่น พรุน องุ่นดำ เชอร์รี่ดำ, ยาบำรุงเลือด/ธาตุเหล็ก, ยาโรคกระเพาะบางชนิดเช่น ยาที่มีสารบีสมัธ/Bismuth, สมุนไพรบางชนิดโดยเฉพาะสมุนไพรจีน, สีอาหาร/ลูกอม และเฉาก๊วย

อุจจาระสีออกแดง หรือชมพู เช่น เมื่อกินมะละกอสุก มะเขือเทศ บีตรูต อุจจาระสีเหลือง เช่น เมื่อดื่มนมมาก หรือกินอาหารไขมันมาก

อุจจาระสีเขียว มักเกิดจากในอุจจาระมีน้ำดีที่ยังไม่ผ่านกระบวนการย่อยปนออกมามาก มักเกิดเมื่อกินอาหารหวาน หรือน้ำตาลบางชนิดมากเกินไปโดยเฉพาะจากของค้าง ของไม่สด หรืออาจเกิดจากสารที่ใช้แต่งสี กลิ่น รส อาหารเช่น ในขนมกรุบกรอบ ลูกกวาด หรือจากสมุนไพรบางชนิดที่อยู่ในอาหาร เช่น ชะเอม ที่มักใช้เป็นสารเพิ่มความหวาน

ส่วนสีอุจจาระผิดปกติ ซึ่งไม่ใช่โรคแต่เป็นภาวะผิดปกติที่เกิดจากโรค มักเกิดร่วมกับลักษณะอุจจาระผิดปกติ เช่น เป็นก้อนเละ เหลว เป็นน้ำ หรือเปียกเหนียวอาจมีกลิ่นผิดปกติหรือไม่ก็ได้ ขึ้นกับสาเหตุต่างๆ เช่น สาเหตุผิดปกติที่ทำให้สีอุจจาระเปลี่ยนไป ที่พบได้บ่อย คืออุจจาระดำ เปียก เหนียว เหมือนยางมะตอยและมีกลิ่นเหม็นรุนแรงผิดปกติ จะเกิดจากมีเลือดออกในทางเดินอาหารตอนบน(หลอดอาหาร กระเพาะอาหาร และลำไส้เล็กตอนบน)

อุจจาระเป็นเลือด พบบ่อยจาก โรคริดสีดวงทวาร ติ่งเนื้อเมือกลำไส้ใหญ่ ลำไส้อักเสบ และมะเร็งลำไส้ใหญ่

อุจจาระสีซีด ออกสีเทา เกิดจากภาวะไม่มีน้ำดีในอุจจาระ เช่น ตับอักเสบ ไวรัสตับอักเสบ และโรคต่างๆ ที่ทำให้เกิดมีการอุดตันของระบบทางเดินน้ำดี เช่น ตับอ่อนอักเสบ มะเร็งตับอ่อน เป็นต้น

ทั้งนี้ เมื่อมีสีและลักษณะอุจจาระผิดปกติ เช่น มีไข้ ท้องเสีย ปวดท้อง หรือหลังกินยาแก้ปวดต่อเนื่อง ควรต้องพบแพทย์หรือไปโรงพยาบาลเสมอ

เมื่อมาขมวดสรุปรวมก็มีวิธีสังเกตสีอุจจาระที่อาจเป็นปกติ คือ 1.สีน้ำตาลอ่อน เป็นสีอุจจาระที่บอกถึงสุขภาพที่ดี ระบบทางเดินอาหารเป็นปกติ 2.สีแดงคล้ำหรือดำคล้ำ หากอุจจาระของคุณมีสีเช่นนี้ แม้จะดูน่ากลัว แต่อาจไม่แย่เสมอไป เพราะสีดังกล่าวมักเกิดจากอาหารหรือยา หากอุจจาระสีดำคล้ำ อาจเกิดจากการรับประทานอาหารที่มีสีดำ3.สีเขียว อุจจาระสีโทนเขียว ดูประหลาดก็จริง แต่ถือว่าปกติ ซึ่งอาจเกิดจากการที่อาหารเคลื่อนผ่านลำไส้ใหญ่เพื่อการดูดซึมเร็วเกินไป จนเกิดเป็นสีเขียว

ส่วนสีอุจจาระที่เป็นอันตราย 1.อุจจาระสีดำเข้มเหมือนยางมะตอย นี่คือสัญญาณอันตรายที่ชี้ว่า มีภาวะเลือดออกภายใน ต้องไปพบแพทย์โดยด่วน 2.อุจจาระมีเลือดปนออกมาจำนวนมากมักเกิดจากริดสีดวงทวารภายในหรือภายนอกแตก หรืออุจจาระมีสีแดงสดบอกถึงภาวะเลือดออกบริเวณลำไส้ใหญ่หรือสำไส้ตรง เพราะฉะนั้นควรไปพบแพทย์โดยด่วน 3.อุจจาระสีเหลือง มีคราบมัน และกลิ่นเหม็น ไขมันส่วนเกินที่อยู่ในอุจจาระ อาจเกิดจากระบบการดูดซึมอาหารผิดปกติ อาจเป็นอาการของโรคร้ายแรง เกิดจากภาวะที่ทำให้การผลิตเอนไซม์ไลเพลสจากตับอ่อนลดลง หรือสกัดกั้นการลำเลียงเอนไซม์ดังกล่าวไปยังลำไส้

4.อุจจาระร่วงสีเหลืองที่เกิดจากการติดเชื้อไกอาเดีย ซึ่งเป็นปรสิตที่พบในของเน่าเสียและน้ำเสีย ที่อาจทำให้อุจจาระร่วง มีไข้ และมีอาการคล้ายไข้หวัดใหญ่ หากอุจจาระยังมีสีเหลืองนานเกิน 1-2 วัน ควรรีบไปพบแพทย์โดยด่วน 5.อุจจาระสีเทาเหมือนขี้เถ้า อาจบอกถึงภาวะที่ตับหรือตับอ่อนกำลังมีปัญหา ซึ่งอาจเป็นตับอ่อนอักเสบ ตับแข็ง หรือตับอักเสบ ต้องรีบปรึกษาแพทย์ทันที น้ำดีหรือท่อน้ำดีอุดตัน ซึ่งอาจเกิดจากนิ่วในถุงน้ำดี การติดเชื้อแผล หรือเนื้องอกที่บริเวณตับ ตับอ่อนหรือถุงน้ำดี หากอุจจาระสีอ่อน ขาว หรือสีคล้ายดิน อาจบอกได้ว่าในอุจจาระขาดน้ำดีซึ่งมีสาเหตุจากท่อน้ำดีอุดตัน หรือผลข้างเคียงจากการรับประทานยาแก้ท้องเสีย และยาแก้ท้องเสียอื่นๆ มากเกินไป

 

Yoga for Cyclists (ท่าโยคะสำหรับนักปั่น)

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

05 สิงหาคม 2560 เวลา 13:03 น…. อ่านต่อได้ที่ : https://www.posttoday.com/life/health/507329

Yoga for Cyclists (ท่าโยคะสำหรับนักปั่น)

โดย…ภัชภิชา แก้วสุวรรณสุข (ครูเจี๊ยบ) โยคะสุตรา สตูดิโอ http://www.YogaSutraThai.com

งานอดิเรกอย่างหนึ่งของครูคือการขี่จักรยาน จึงอยากนำเสนอท่าโยคะง่ายๆ  สำหรับคนที่ขี่จักรยาน ก่อนอื่น หากคุณขี่จักรยาน คุณต้องแน่ใจก่อนว่าคุณได้ปรับ หรือฟิตติ้ง จักรยาน (Fitting) ซึ่งก็คือการปรับจักรยานให้เข้ากับตัวเรา ก่อนเริ่มขี่ทุกครั้ง เพื่อที่จะไม่ทำให้ร่างกายบาดเจ็บ โดยเฉพาะหัวเข่า และหลัง

สำหรับท่าที่ครูเลือกมาครั้งนี้ จะเป็นท่าแบบองค์รวม คือเมื่อเราอยู่บนอานนานเป็นชั่วโมง จะทำให้เมื่อยล้าแผ่นหลัง และการที่ต้องโน้มลำตัวส่วนบนไปด้านหน้าเพื่อจับแฮนด์จักรยานนานๆ ก็จะทำให้เมื่อยล้า แขน และหลังส่วนบน ท่าโยคะในวันนี้ จึงเป็นท่าที่ใช้คลายความเมื่อยล้า และช่วยปรับสมดุลให้ร่างกายได้เข้าที่ ในระดับหนึ่ง สามารถฝึกทั้งก่อนและหลังขี่จักรยานได้ และทำจำนวนละ 5-10 รอบได้ ในแต่ละท่าอาสนะ

วิธีปฏิบัติ

1.ยืนในท่าภูเขา พนมมือหายใจเข้าออก 1  รอบ ลมหายใจ วางฝ่ามือที่บั้นท้ายโดยให้นิ้วมือชี้ลงล่างเพื่อเซฟ ข้อมือ หายใจเข้าผลักบั้นท้ายเพื่อส่งสะโพกและหน้าขามาด้านหน้ายืดหน้าอกขึ้น และหายใจออก

2.จากนั้นหายใจเข้าอีกครั้ง ลึกและยาวที่สุดแล้วแอ่นหลัง โดยระวังไม่หักคอ ให้ยืดคอตามแผ่นหลังส่วนบน ค้างท่าประมาณ 5 วินาที แล้วค่อยๆ ส่งตัวกลับไม่กระชาก

3.ค่อยๆ โน้มมาด้านหน้า สอดนิ้วมือประสานกันด้านหลัง งอเข่า เพื่อคลายหลัง ประมาณ 10 วินาที แล้วค่อยๆ ยืดขาตึงเท่าที่ยืดได้ ดึงมือและท่อนแขนออกจากหลัง บีบฝ่ามือเข้าหากันแน่นๆ นอกจากคนที่ไหล่ติดมากๆ ให้ทำเท่าที่ทำได้ ค้างท่าสักครู่หนึ่งประมาณ 15 วินาที

4.งอเข่า แล้ว วางมือทั้งสองข้างลงสู่พื้นด้านหน้า แยกนิ้วมือออกจากกัน เพื่อเตรียม เดินเท้าไปด้านหลัง จิกนิ้วเท้าไว้ ยกเข่าลอยแล้วยืดแขนให้สุด กดมือแน่นๆ เพื่อยกลำตัวไว้ เปิดขยายหน้าอก ค้างท่าประมาณ 20 วินาที ให้หายใจเข้าออกอย่างเป็นธรรมชาติ

 

 

กระเป๋าสุขภาพที่ออกแบบและตัดเย็บโดยฝีมือคนไทย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

22 กันยายน 2560 เวลา 13:16 น…. อ่านต่อได้ที่ : https://www.posttoday.com/life/life/516265

กระเป๋าสุขภาพที่ออกแบบและตัดเย็บโดยฝีมือคนไทย

กระเป๋าแบรนด์ไทยสำหรับผู้ที่มีปัญหาปวดบ่า ไหล่ และต้นคอ

Hadara เป็นแบรนด์ที่จับจุดผู้หญิงยุคเวิร์คกิ้งวูเมน ด้วยการออกแบบกระเป๋าที่ห่วงใยสุขภาพ เพื่อให้ผู้หญิงไทยหมดปัญหาเรื่องสุขภาพปวดบ่า ไหล่ และเป็นเจ้าแรกเจ้าเดียวในไทยที่ออกแบบและตัดเย็บโดยฝีมือคนไทย ซึ่งวางขายล็อตแรกก็มียอดสั่งจองและส่งออกหมดภายใน 3 วัน

สองสาวเพื่อนซี้ ธนาพร เหล่าศิลปเจริญ (นิ้ง) ที่ทำงานด้านเอเจนซี่โฆษณามาก่อน และ พฤกษชา มณีพฤกษ์ (ปอม) ทำงานเกี่ยวกับ Export-Import ที่จับมือร่วมกันสร้างแบรนด์ Hadara โดยเริ่มจากการสังเกตตัวเองและคนรอบข้างที่ใช้กระเป๋าแล้วมีอาการเจ็บบ่า เนื่องจากการแบกสัมภาระในกระเป๋าเยอะทำให้กระเป๋าหนัก

กระเป๋าส่วนใหญ่มีสายสะพายที่แคบและแข็ง สะพายแล้วเป็นรอยที่ผิวหนัง พอเจ็บสะสมก็มีปัญหากล้ามเนื้อ มีอาการปวดบ่า ไหล่ และต้นคอตามมา บางครั้งลามมาถึงหลัง อาการปวดพวกนี้นอกจากสร้างโรคเกี่ยวกับกล้ามเนื้ออักเสบแล้ว ยังส่งผลกระทบทำให้เกิดโรคเครียด จึงเกิดไอเดียในการทำโปรดักต์กระเป๋าที่ห่วงใยใส่ใจสุขภาพผู้หญิง คงจะดีไม่น้อยถ้ามีกระเป๋าสะพายเบาและนุ่มที่สามารถใช้งานได้ทุกวัน โดยไม่เป็นภาระอุปสรรคการใช้ชีวิต

ทั้งสองคนลงสนามศึกษาค้นคว้าการทำกระเป๋าเพื่อสุขภาพอย่างจริงจัง ปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญและดีไซเนอร์ ว่ากระเป๋าแบบไหนที่ดูแลสุขภาพผู้ใช้งานได้ดีที่สุด จากการรีเสิร์ชกระเป๋าที่ดีต้องมีน้ำหนักไม่เกิน 10% ของน้ำหนักตัว ถ้ามีน้ำหนัก 50 กก. กระเป๋าต้องหนักไม่เกิน 5 ขีด เผื่อน้ำหนักให้ใส่ของในกระเป๋าด้วย นิ้งและปอมจึงทำกระเป๋าที่มีน้ำหนักเพียงแค่ 3 ขีด และกระเป๋าใบใหญ่สุดเป็นกระเป๋ากีฬามีน้ำหนักสุทธิเพียงแค่ 6 ขีดเท่านั้น

จุดเด่นของกระเป๋านอกจากน้ำหนักจะเบาแล้ว ยังมีสายสะพายไหล่ที่นุ่ม ขนาดกว้างและนิ่ม เพื่อช่วยกระจายน้ำหนักได้ดีไม่กดทับกล้ามเนื้อ มีช่องฟังก์ชั่น การจัดเก็บภายในกระเป๋าที่มีระบบ ช่วยกระจายน้ำหนักของที่ใส่ลงไปให้กระจายได้ทั่วกระเป๋า ตรงคอนเซ็ปต์ ที่ว่า “ช่องเยอะ เบา สบายไหล่”

ช่วงที่วางขายล็อตแรก เลือกที่จะบุกตลาดออนไลน์เป็นหลัก ขายในเว็บไซต์ เฟซบุ๊ก ได้เสียงตอบรับดีมากเพียงแค่ 3 เดือนก็สามารถจำหน่ายสินค้าได้หมด มียอดสั่งจองและส่งออกอย่างต่อเนื่อง ตอนนี้ทางแบรนด์มีแบบกระเป๋ามากกว่า 15 รุ่น มีทั้งกระเป๋าสะพายและกระเป๋าเป้ ราคาจะอยู่ที่ใบละ 2,000 – 2,800 บาท และในอนาคตช่วงเดือน พ.ย. จะมีหน้าร้านสาขาแรกที่สยามสแควร์วัน

 

เปิดประตูสู่โลกเวทมนตร์ด้วยแก้วเปลี่ยนสีได้

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

22 กันยายน 2560 เวลา 11:07 น…. อ่านต่อได้ที่ : https://www.posttoday.com/life/life/516239

เปิดประตูสู่โลกเวทมนตร์ด้วยแก้วเปลี่ยนสีได้

แฟนคลับแฮร์รี่พอตเตอร์มีกรี๊ดกับแก้วที่ลายสกรีนสามารถเปลี่ยนสีได้ตามอุณหภูมิของน้ำ

ปฏิเสธไม่ได้เลยว่า “แฮร์รี่ พอตเตอร์” เป็นอีกหนึ่งวรรณกรรมเยาวชนและภาพยนตร์ที่จะอยู่ในใจของทุกคนไปตลอดกาล แม้ว่าภาพยนตร์จะจบไปเป็นที่เรียบร้อยแล้วก็ตาม และตอนนี้แบรนด์ Truffle Shuffle ก็ขอจูงมือพาทุกคนเปิดประตูสู่โลกเวทมนตร์อีกครั้งกับแก้วน้ำเปลี่ยนสีได้

แก้วใบนี้สกรีนตราของโรงเรียนคาถาพ่อมดแม่มดและเวทมนตร์ศาสตร์ฮอกวอตส์ ซึ่งความพิเศษมันอยู่ตรงที่ในตอนแรกตราสัญลักษณ์จะเป็นสีขาวดำ แต่เมื่อเทเครื่องดื่มเย็นลงไป ตราบนแก้วน้ำจะเปลี่ยนเป็นสีสันสดใสราวกับมีเวทมนตร์

สำหรับแก้วใบนี้ราคา 9.99 ปอนด์ หรือประมาณ 450 บาทเท่านั้น น่าจะเป็นของขวัญที่ดีอีกชิ้นหนึ่งให้กับชาว Potterheads อย่างแน่นอน

ที่มา: metro

 

4 วิธีลดความเครียดด้วยตัวเอง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

22 กันยายน 2560 เวลา 09:55 น…. อ่านต่อได้ที่ : https://www.posttoday.com/life/life/516224

4 วิธีลดความเครียดด้วยตัวเอง

การจัดการกับความเครียด จะทำให้สุขภาพจิตดีขึ้น และนำไปสู่ความสุข

สาเหตุของความเครียดนั้นสามารถเกิดได้ทั้งจากตัวเราเองและปัจจัยภายนอก แต่แน่นอนว่าไม่มีใครมาสั่งให้เราเครียดหรือไม่เครียดได้ ทุกอย่างล้วนเกิดจากตัวเราเป็นหลัก หากเราปรับทัศนคติของเราเอง ก็สามารถช่วยลดความเครียดได้ง่ายๆ

1. ปล่อยวาง

ในชีวิตเราอาจจะมีหลายๆ คำพูดจากคนอื่นที่เข้ามากระทบกระเทือนจิตใจ แต่หากเรารู้จักปล่อยวาง ไม่เก็บคำพูดเหล่านั้นมาคิดมาก มองข้ามสิ่งเล็กๆ น้อยๆ อยู่กับปัจจุบัน ไม่ยึดติดกับความผิดพลาดในอดีต ไม่กดดันตัวเอง ก็จะทำให้เราไม่เครียด และอาจจะทำสิ่งต่างๆ ได้สำเร็จและดีขึ้นด้วย

2. ลดกิเลส

กิเลส หรือความอยากมีอยากได้ อาจนำพาเราไปสู่ความอิจฉา ซึ่งแน่นอนว่าการที่จิตใจเราเต็มไปด้วยกิเลส ไม่ได้ส่งผลดีต่อสุขภาพจิตของเราเลย ดังนั้นเพียงแค่ลดความอยากมีอยากได้ ไม่จำเป็นต้องมีอย่างคนอื่นเขาทุกเรื่อง อยู่ในพื้นฐานของความพอดี พอเพียง เท่านี้เราก็จะมีความสุขได้ไม่ยาก

3. ออกกำลังกาย

การออกกำลังกายถือว่าเป็นทางออกที่ดีมาก เพราะนอกจากจะทำให้เราสุขภาพกายเราดีแล้ว สุขภาพจิตก็จะดีขึ้นด้วย ขณะที่เราออกกำลังกายเราจะหยุดคิดเรื่องเครียดๆ กล้ามเนื้อที่หดตึงจากความเครียดจะคลายออก แถมร่างกายจะหลั่งสารเอ็นดอร์ฟิน หรือสารสร้างความสุขออกมา ทำให้เรามีสภาพจิตใจที่ดีขึ้น

4. ทานช็อกโกแลต

หลายคนน่าจะพอรู้กันอยู่แล้วว่าช็อกโกแลตช่วยให้เราผ่อนคลายความเครียดได้ แต่ควรเป็นดาร์กช็อกโกแลตเท่านั้น เนื่องจากช็อกโกแลตมีสารฟลาโวนอยด์ ที่ช่วยให้อารมณ์ดี และลดความเครียดลงได้