จีนเผย ‘รถไฟจีน-ลาว’ คึกคัก ผดส.ทะลุแสนใน 6 วัน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/670473

วันที่ 13 ธ.ค. 2564 เวลา 10:14 น.จีนเผย ‘รถไฟจีน-ลาว’ คึกคัก ผดส.ทะลุแสนใน 6 วันนี่เป็นเส้นทางเฉพาะในส่วนของจีนยังไม่ได้เชื่อมการเดินทางโดยสารต่อไปถึงลาวเนื่องจากติดขัดเรื่องการระบาดของโควิด-19 แต่จากการรายงานคร่าวๆ ของลาวมีผู้ซื้อตั๋วมากกว่า 5,000 รายแล้วในช่วงสัปดาห์แรก

คุนหมิง, 12 ธ.ค. (ซินหัว) — การรถไฟแห่งประเทศจีนสาขานครคุนหมิง (China Railway Kunming Group) รายงานว่า นับตั้งแต่เปิดให้บริการเมื่อวันที่ 3 ธ.ค. ที่ผ่านมา ผู้โดยสารบนเส้นทางรถไฟจีน-ลาวมีการเติบโตขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยเมื่อนับถึงวันที่ 8 ธ.ค. บริการรถไฟสายดังกล่าวส่วนที่อยู่ในประเทศจีน (อวี้ซี-โม๋ฮัน) ได้ขนส่งผู้โดยสารแล้วกว่า 100,000 คน

หลังจากรถไฟสายนี้เริ่มให้บริการ หน้าประวัติศาสตร์การเป็นเมืองที่ไม่มีรถไฟของผูเอ่อร์และสิบสองปันนาในมณฑลอวิ๋นหนาน (ยูนนาน) ก็ได้ยุติลงเช่นกัน ข้อมูลระบุด้วยว่า หลังเปิดดำเนินการ บริการรถไฟจีน-ลาวช่วงดังกล่าวขนส่งผู้โดยสารเฉลี่ยวันละกว่า 20,000 คน

เพื่อตอบโจทย์ความต้องการเดินทางของผู้โดยสาร การรถไฟฯ คุนหมิงจึงได้เพิ่มจำนวนขบวนรถไฟวิ่งให้บริการ โดยตั้งแต่วันที่ 9 ธ.ค. รถไฟจีน-ลาวได้เพิ่มจำนวนรถไฟในส่วนอวี้ซี-โม๋ฮันจากเดิม 17.5 ขบวน (ไป-กลับ) เป็น 25.5 ขบวน

เนื้อหาข่าวและภาพด้วยความร่วมมือกับสำนักข่าวซินหัว

ในส่วนของรายงานจาก Laotian Times รายงานว่ามีผู้คนมากกว่า 5,000 คนซื้อตั๋วโดยสารรถไฟลาว-จีน นับตั้งแต่เปิดตัวอย่างเป็นทางการเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว 

การรถไฟลาว-จีน เริ่มให้บริการผู้โดยสารสาธารณะเมื่อวันที่ 4 ธันวาคม โดยขายตั๋วได้ประมาณ 5,512 ใบ จากข้อมูลของ CRI โดยผู้โดยสารสามารถซื้อตั๋วได้ที่สถานี 6 สถานี ได้แก่ นครหลวงเวียงจันทน์, โพนโฮง, วังเวียง, หลวงพระบาง, เมืองไซของแขวงอุดมไซ และสถานีบ่อเต็น

ลาว ประเทศที่ถูกทิ้งระเบิดถล่มมากที่สุดในโลก

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/670436

วันที่ 12 ธ.ค. 2564 เวลา 19:21 น.ลาว ประเทศที่ถูกทิ้งระเบิดถล่มมากที่สุดในโลก  ในช่วงสงครามเวียดนามลาวเป็นจุดยุทธศาสตร์ที่ถูกสหรัฐทิ้งระเบิดถล่มอย่างหนัก จนทำให้ประเทศนี้มีอัตราระเบิดต่อหัวประชากรมากที่สุดในโลก

1. จนถึงทุกวันนี้ยังมีชาวลาวต้องเสียชีวิตจากระเบิดที่สหรัฐอเมริกาทิ้งเอาไว้ ณ วันที่ 3 ธันวาคม 2564 เจ้าหน้าที่กวาดล้างระเบิด UXO ของลาวเสียต้องสละชีวิตไป 3 คน และบาดเจ็บ 2 คนจากเหตุระเบิดในหมู่บ้านกิโลเมตร 38 เมืองปากช่อง แขวงจำปาสัก จากการรายงานของ Laotian Times สื่อภาษาอังกฤษในลาว

2. UXO (Unexploded ordnance) หรือระเบิดที่ยังไม่ได้ถูกจุดชนวน ถูกทิ้งไว้โดยสหรัฐอเมริกาในช่วงสงครามอินโดจีนครั้งที่ 2 (หรือสงครามเวียดนาม) ทำให้ “ลาวถือเป็นประเทศที่ถูกทิ้งระเบิดอย่างหนักที่สุดในโลกในอัตราต่อหัวประชากร” จากข้อมูลของเว็บไซต์ Legacies of War องค์กรที่สร้างความตระหนักเกี่ยวกับประวัติศาสตร์การทิ้งระเบิดในยุคสงครามเวียดนามในประเทศลาว และสนับสนุนการกวาดล้างระเบิดที่ยังไม่ระเบิด

3. ย้อนกลับไปในช่วงสงครามเวียดนาม ขณะที่สหรัฐกำลังรบในเวียดนามอยู่นั้น ในลาวก็เกิดสงครามกลางเมืองขึ้นมาด้วยระหว่างฝ่ายคอมมิวนิสต์หรือ “ขบวนการปะเทดลาว” ที่เอียงไปทางเวียดนามและฝ่ายรัฐบาลราชอาณาจักรลาวที่ได้รับการสนับสนุนจากสหรัฐ ทำให้ลาวถูกดึงเข้าสู่ความขัดแย้งครั้งใหญ่ กลายเป็นสงครามที่เรียกว่า “สงครามลับ” ในลาว

4. จากข้อมูลของ Legacies of War ระบุว่าตั้งแต่ปี พ.ศ. 2507 ถึง พ.ศ. 2516 สหรัฐทิ้งระเบิดในลาวมากกว่า 2 ล้านตัน ระหว่างภารกิจทิ้งระเบิด 580,000 ครั้ง ซึ่งเท่ากับเครื่องบินบรรทุกระเบิดไปทิ้งทุกๆ 8 นาทีตลอด 24 ชั่วโมงต่อวัน เป็นเวลา 9 ปี การทิ้งระเบิดดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของสงครามลับในลาวเพื่อสนับสนุนรัฐบาลลาวเพื่อต่อต้านขบวนการปะเทดลาวที่ปักหลักตามภูเขา และเพื่อสกัดกั้นฝ่ายเวียดนามเหนือในจากการใช้ “เส้นทางโฮจิมินห์” ซึ่งเป็นทางลัดที่ฝ่ายเวียดนามเหนือตัดเข้ามาในลาวเพื่อเข้าโจมตีเวียดนามใต้

5. แม้สงครามจะจบลงแล้ว ด้วยการถอนตัวจากสงครามเวียดนาม (หรือพ่ายแพ้) ของสหรัฐและชัยชนะของเวียดนามเหนือและฝ่ายคอมมิวนิสต์ในลาว แต่ระเบิดมากถึงหนึ่งในสามไม่ระเบิด ทำให้แผ่นดินลาว “ปนเปื้อน” ไปด้วย UXO จำนวนมาก ผู้คนกว่า 20,000 คนเสียชีวิตหรือได้รับบาดเจ็บจาก UXO ในประเทศลาวนับตั้งแต่การทิ้งระเบิดยุติลง ตามข้อมูลของ Legacies of War

6. แต่มันไม่ใช่ระเบิดเป็นลูกใหญ่ๆ เท่านนั้น เพราะส่วนใหญ่มันคือ “ระเบิดลูกปราย” (Cluster munition/cluster bomb ) ที่เป็นระเบิดลูกเล็กๆ ที่อยู่ในระเบิดลูกใหญ่อีกต่อหนึ่ง มันถูกออกแบบมาเพื่อทำลายรันเวย์หรือสายส่งกำลังไฟฟ้า เพื่อกระจายอาวุธเคมีหรือชีวภาพ หรือเพื่อกระจายทุ่นระเบิด แต่ในสงครามลับในลาว มันถูกทิ้งแบบปูพรมเพื่อทำลายขบวนการคอมมิวนิสต์ที่หลบซ่อนตามป่าทึบ

7. ระเบิดลูกปรายลูกใหญ่แต่ละลูกบรรจุลูกระเบิดเดี่ยว หรือที่เรียกว่า “บอมบี” (bombies) หลายร้อยลูก ซึ่งมีขนาดประมาณลูกเทนนิส ประมาณ 30% ของระเบิดเหล่านี้ยังไม่เกิดการระเบิด มันถูกทิ้งไว้ในแผ่นดินลาวมากมายมหาศาล รอวันที่ผู้คนที่ไม่รู้อิโหน่อิเหน่จะไปพบ แล้วหยิบมันขึ้นมาหรือโยนเล่นโดยไม่รู้เรื่อง แล้วก็เกิดโศกนาฏกรรมขึ้น ทำให้มากกว่าครึ่งหนึ่งของจำนวนผู้เสียชีวิตที่ได้รับการยืนยันจากระเบิดคลัสเตอร์ในโลกเกิดขึ้นที่ลาว

8. Legacies of War เปิดเผยว่าลาวถูกทิ้งระเบิดลูกปรายกว่า 270 ล้านลูกในช่วงสงครามเวียดนาม (มากกว่าการทิ้งระเบิดในอิรัก 210 ล้านลูกในปี 2534, 2541 และ 2549 รวมกัน) มากถึง 80 ล้านลูกที่ยังไม่ระเบิด เกือบ 40 ปีผ่านไปหลังสงคราม น้อยกว่า 1% ของระเบิดเหล่านี้ที่ถูกทำลาย และพื้นที่ที่เต็มไปด้วยระเบิดมากที่สุดแห่งหนึ่งของลาวคือแถบแขวงเชียงขวาง และแขวงตอนกลางและตอนใต้ เช่น คำม่วน สะหวันนะเขต, สาละวัน, อัตตะปือ, เซกอง และบางส่วนของจำปาสัก 

9. สถานการณ์ทุกวันนี้เริ่มที่จะดีขึ้นมาบ้าง เพราะในแต่ละปีมีผู้บาดเจ็บล้มตายรายใหม่ในลาวเพียง 50 รายจากระเบิดลูกปราย ลดลงจาก 310 รายในปี 2551 อุบัติเหตุเกือบ 60% ส่งผลให้เสียชีวิต และ 40% ของเหยื่อเป็นเด็ก (เช่นไปพบลูกบอมบีแล้วคิดว่าเป็นของเล่นแล้วนำมาโยนใส่กัน) จากข้อมูลของ Legacies of War

10. สหรัฐเองก็ไม่ได้ทอดทิ้งลาว หลังจากรื้อฟื้นความสัมพันธ์แล้ว สหรัฐก็ช่วยเหลือลาวในการกู้ระเบิดอยู่เนืองๆ เพียงแต่มันเป็นเงินที่เทียบไม่ได้กับงบประมาณที่สหรัฐทุ่มเทไปกับการ “ทำลายล้างลาว” เพราะในช่วงสงคราม สหรัฐใช้เงิน 13.3 ล้านเหรียญสหรัฐต่อวัน เป็นเวลา 9 ปีในการทิ้งระเบิดลาว Legacies of War ประเมินว่า ในเวลาเพียง 10 วันของการทิ้งระเบิดที่ลาว สหรัฐใช้เงินไป 130 ล้านดอลลาร์ หรือมากกว่าที่ใช้ในการเคลียร์ระเบิดในลาวตลอดเกือบ 30 ปีที่ผ่านมา

ภาพประกอบถ่ายเมื่อวันที่ 3 มิถุนายน 2559 เป็นภาพเด็กชายชาวลาวอายุ 13 ปี (ในขณะนั้น) นอนพักฟื้นที่โรงพยาบาลกับพี่ชายของเขาหลังจากเสียนิ้วไปหลายนิ้วกับลูกระเบิดที่ยังไม่ระเบิดในแขวงเชียงขวาง ภาพถ่าย AFP / ALISON MCCAULEY

เนื้อหอมไปทั่วโลก เทคโนโลยี ‘ขนส่งทางราง’ ฝีมือจีน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/670424

วันที่ 12 ธ.ค. 2564 เวลา 15:43 น.เนื้อหอมไปทั่วโลก เทคโนโลยี ‘ขนส่งทางราง’ ฝีมือจีนเทคโนโลยีล้ำสมัยของจีนได้ดึงดูดบรรดาผู้ประกอบการจากนานาประเทศ ไม่ว่าจะเป็นสหรัฐอเมริกา เยอรมนี ฝรั่งเศส และอื่นๆ ให้ตบเท้าเข้าร่วมงานมหกรรมนานาชาติซึ่งจัดขึ้นที่เมืองจูโจว มณฑลหูหนานทางตอนกลางของจีน

ฉางซา, 12 ธ.ค. (ซินหัว) — โหวจ้าวเหวิน ตัวเทนจากบริษัทผู้ผลิตหัวรถจักรชั้นนำอย่างซีอาร์อาร์ซี จูโจว โลโคโมทีฟ จำกัด (CRRC Zhuzhou Locomotive) กล่าวว่า เทคโนโลยีหลักที่บริษัทฯ พัฒนาขึ้นนั้น ช่วยให้รถไฟสามารถระบุและวินิจฉัยข้อผิดพลาดทางเทคนิคได้แบบอัตโนมัติ

รถไฟความเร็วสูงที่วิ่งบนทางรถไฟจีน-ลาว ซึ่งเริ่มดำเนินการเมื่อต้นเดือนธันวาคมนี้ก็มีการติดตั้งเทคโนโลยีเหล่านี้แล้วเช่นกัน อันเป็นการรับประกันเสถียรภาพและประสิทธิภาพที่ดียิ่งขึ้นของบริการรถไฟ

ช่วง 6 เดือนที่ผ่านมา หลายประเทศในเอเชียและยุโรปต่างประจักษ์ถึง “ความเร็วของจีน” และนำเข้ายานพาหนะสำหรับขนส่งทางรางจากจีนเพิ่มขึ้น

(แฟ้มภาพซินหัว: ผู้โดยสารนั่งบนรถไฟความเร็วสูงสายอิสตันบูล-อังการา ซึ่งสร้างโดยกิจการค้าร่วมจีน-ตุรกี ในสถานีเพนดิก เมืองอิสตันบูล ประเทศตุรกี วันที่ 30 เม.ย. 2017)

เดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา รถรางระบบไฟฟ้า (EMU) แบบสองชั้นของซีอาร์อาร์ซี จูโจว โลโคโมทีฟที่เตรียมส่งออกไปยังยุโรปได้ออกจากสายการผลิตเป็นที่เรียบร้อย โดยรถไฟรุ่นนี้ซึ่งมีความเร็วสูงสุด 200 กิโลเมตรต่อชั่วโมง จะวิ่งให้บริการบนรางรถไฟในประเทศออสเตรีย เยอรมนี ฮังการี และประเทศยุโรปอื่นๆ

รถไฟใต้ดินที่บริษัทฯ พัฒนาให้ตุรกีเริ่มทดลองวิ่งเมื่อเดือนพฤศจิกายน โดยจะวิ่งให้บริการบนเส้นทางรถไฟใต้ดินสายที่ตัดเชื่อมระหว่างย่านใจกลางเมืองอิสตันบูลกับสนามบินของเมือง ซึ่งจะเปิดให้บริการในปีหน้า และจะกลายรถไฟใต้ดินสายที่วิ่งเร็วที่สุดในตุรกี ด้วยความเร็ว 120 กิโลเมตรต่อชั่วโมง

(แฟ้มภาพซินหัว: ขบวนรถรางระบบไฟฟ้า (EMU) ของเส้นทางรถไฟจีน-ลาว เดินทางมาถึงเมืองโม๋ฮัน ในมณฑลยูนนานทางตะวันตกเฉียงใต้ของจีน วันที่ 3 ธ.ค. 2021)

“อุตสาหกรรมการผลิตอุปกรณ์ขนส่งทางรางของจีน จัดเป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมที่มีนวัตกรรมขั้นสูงสุด และมีความสามารถในการแข่งขันในเวทีนานาชาติที่แข็งแกร่งที่สุด” เฝิงเย่าเสียง เจ้าหน้าที่จากสภาส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศของจีน (CCPIT) กล่าว พร้อมเสริมว่าอุตสาหกรรมนี้คือข้อได้เปรียบทางการแข่งขันที่สำคัญของการผลิตอุปกรณ์ไฮเอนด์ของจีนในตลาดโลก

หลังทุ่มเทพัฒนามานานกว่า 60 ปี จีนได้สร้างระบบการผลิตอุปกรณ์ขนส่งทางรางขั้นสูงที่มีการวิจัยและพัฒนาขึ้นเอง ตลอดจนมีสิ่งอำนวยความสะดวกเชิงสนับสนุนที่สมบูรณ์เพียบพร้อม และมีขนาดการดำเนินงานเป็นวงกว้าง

เฝิงทิ้งท้ายว่าจีนครองอันดับแรกของประเทศที่มีรถไฟซึ่งวิ่งด้วยพลังงานไฟฟ้าและมีระยะทางการดำเนินงานของรถไฟความเร็วสูงและรถไฟในเมืองสูงสุด

เนื้อหาขา่วและภาพด้วยความร่วมมือกับสำนักข่าวซินหัว

อำนาจจีนเสื่อมถอย อิทธิพลสหรัฐเพิ่มในอินโดแปซิฟิก

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/670416

วันที่ 12 ธ.ค. 2564 เวลา 14:20 น.อำนาจจีนเสื่อมถอย อิทธิพลสหรัฐเพิ่มในอินโดแปซิฟิก โควิด-19 ควบคุมอำนาจของจีนในอินโดแปซิฟิก ความเสี่ยงที่จะเกิดสงคราม ‘มีนัยสำคัญ’

สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานการศึกษาของสถาบันโลวี (Lowy Institute) ว่าการระบาดใหญ่ของโคโรนาไวรัสทำให้อำนาจของจีนในอินโดแปซิฟิกอ่อนแอลง และความไม่แน่นอนในประเด็นด้านความมั่นคงที่มีมากขึ้นในภูมิภาคนี้ทำให้เกิดความเสี่ยงต่อสงคราม “อย่างมีนัยสำคัญ”

Lowy Institute สำนักคิดนโยบายต่างประเทศในซิดนีย์ กล่าวว่า พันธมิตรของสหรัฐฯ ในภูมิภาคนี้และมหาอำนาจสร้างสมดุลที่สำคัญ เช่น อินเดีย ไม่เคยพึ่งพาศักยภาพสหรัฐฯ เท่านี้มาก่อน และยังความเต็มใจที่จะให้สหรัฐช่วยถ่วงทางยุทธศาสตร์และการทหารเพื่อตอบสนองต่อการผงาดของจีน

ในเวลาเดียวกัน รัฐบาลจีนพยายามห้ามประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ไม่ให้เข้าร่วมเป็นแนวร่วมของสหรัฐฯ ในขณะที่ยกระดับการแลกเปลี่ยนทางทหารกับรัสเซีย ปากีสถาน และเกาหลีเหนือ และสร้างกองกำลังติดอาวุธนิวเคลียร์ที่ร่วมมือกับจีนในภูมิภาค

“ดุลอำนาจทางทหารที่เกิดขึ้นใหม่นั้นมีส่วนช่วยในการยับยั้งและเสถียรภาพเชิงยุทธศาสตร์ในอินโด-แปซิฟิกหรือไม่ ยังเป็นคำถามที่เปิดกว้าง” รายงานกล่าว

“ความรุนแรงของความเป็นปรปักษ์ การขยายวงกว้างของการแข่งขันระหว่างสหรัฐฯ กับจีน และการมีอยู่ของจุดเผชิญหน้าหลายจุด หมายความว่าความเสี่ยงของสงครามมีนัยสำคัญ”

ผลกระทบจากการระบาดใหญ่ได้บ่อนทำลายความมั่งคั่งของภูมิภาคโดยรวม ทำให้อำนาจที่ครอบคลุมของจีนอ่อนแอลง

สำนักข่าวเกียวโดรายงานว่า ในขณะที่สหรัฐอเมริกามีอิทธิพลที่ครอบคลุมเพิ่มขึ้นเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่สถาบันดังกล่าว เริ่มเผยแพร่การประเมินประจำปีในปี 2018 ซึ่งเป็นการอัตราการเปลี่ยนแปลงเพิ่มขึ้นที่มากในภูมิภาคหลังจากสหรัฐประสบปัญหาการลดลงครั้งใหญ่ที่สุดในปี 2020

ในแง่ของคะแนน รายงานพบว่าสหรัฐยังคงรักษาตำแหน่งประเทศที่ทรงอิทธิพลที่สุดในภูมิภาคด้วยคะแนน 82.2 คะแนน มีคะแนนความเป็นผู้นำเหนือจีนขึ้น 2.1 คะแนนตั้งแต่ปีที่แล้ว

ในขณะเดียวกัน อำนาจของจีนร่วงลงเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่เริ่มการจัดอันดับ อยู่ที่ 74.6 ตามรายงานชี้ว่า “เส้นทาง (ของจีน) สู่ความเป็นอันดับหนึ่งในอินโด-แปซิฟิกไม่ใช่เส้นทางที่ง่ายดายแบบปราศจากอุปสรรค”

สหรัฐฯ ยังแซงหน้าจีนในภูมิภาคนี้อย่างหวุดหวิดในแง่อิทธิพลทางการทูตในปี 2021 โดยส่วนใหญ่มาจากการทูตด้านวัคซีน ซึ่งสถาบันนี้ขนานนามว่าแนวทางดังกล่าวคือ “สกุลเงินใหม่ของภูมิรัฐศาสตร์”

“ตอนนี้รัฐบาลจีนมีโอกาสน้อยกว่าที่จะดึงหน้าคู่แข่งในด้านอำนาจที่ครอบคลุมภายในสิ้นทศวรรษนี้ – นี่แสดงให้เห็นว่าไม่มีอะไรหลีกเลี่ยงไม่ได้เกี่ยวกับการผงาดขึ้นของจีนในโลก” รายงานกล่าว “ดูเหมือนไม่น่าจะเป็นไปได้มากที่จีนจะมีอำนาจเหนือกว่าสหรัฐอย่างที่เคยเป็นมา”

อย่างไรก็ตาม ผลการวิจัยพบว่าจีนยังคงมีอิทธิพลเหนือความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจมากกว่าสหรัฐอเมริกาอย่างมีนัยสำคัญ อย่างไรก็ตาม เป็นครั้งแรกที่สหรัฐฯ แซงหน้าจีนในแง่การวัดทรัพยากรในอนาคต เนื่องจากจีนเผชิญกับภาระที่เพิ่มขึ้นของประชากรสูงอายุ ความเปราะบางจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และระบบการเมืองที่มุ่งเน้นความสำคัญภายในประเทศ

สถาบันดังกล่าวกล่าวว่า ออสเตรเลีย ซึ่งความสัมพันธ์กับจีนที่เสื่อมถอยลงอย่างมากในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ได้ต้านทานการเติบโตของอำนาจจีนได้ดีกว่าพันธมิตรส่วนใหญ่ของสหรัฐฯ แต่ออสเตรเลียกำลังพึ่งพารัฐบาลมากขึ้น

ในปี 2018 ออสเตรเลียสั่งแบน Huawei Technologies Co ยักษ์ใหญ่ด้านเทคโนโลยีของจีนจากเครือข่ายโทรคมนาคม 5G ความสัมพันธ์แย่ลงในปีที่แล้วเมื่อออสเตรเลียเรียกร้องให้มีการสอบสวนอย่างอิสระเกี่ยวกับต้นกำเนิดของโคงวด-19 ทำให้จีนต้องตอบโต้ด้วยมาตรการทางการค้า

Photo by MANDEL NGAN / AFP

จีนพระพุทธรูปสมัยราชวงศ์ฮั่น ยุคบุกเบิกพุทธศาสนาในจีน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/670406

วันที่ 12 ธ.ค. 2564 เวลา 12:07 น.จีนพระพุทธรูปสมัยราชวงศ์ฮั่น ยุคบุกเบิกพุทธศาสนาในจีนสำนักข่าวซินหัวรายงาน จีนพบ ‘พระพุทธรูปศากยมุนี’ ยุคราชวงศ์ฮั่น ทำจากโลหะเจือ

ซีอัน, 11 ธ.ค. (ซินหัว) — เมื่อวันศุกร์ (10 ธ.ค.) สถาบันโบราณคดีมณฑลส่านซีทางตะวันตกเฉียงเหนือของจีน เปิดเผยการค้นพบรูปปั้นพระพุทธรูปทำจากโลหะผสมหรืออัลลอย (alloy) สองชิ้น และโบราณวัตถุจำนวนมากจากกลุ่มหลุมศพยุคราชวงศ์ฮั่นตะวันออก (ปี 25-220)

กลุ่มหลุมศพโบราณข้างต้นตั้งอยู่ที่หมู่บ้านเฉิงเริ่น เมืองเสียนหยาง โดยมีการขุดพบและสำรวจหลุมศพ 6 หลุม ตั้งแต่เดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา นำไปสู่การค้นพบโบราณวัตถุอย่างรูปปั้น เครื่องปั้นดินเผา และเครื่องสัมฤทธิ์

หลี่หมิง นักวิจัยของสถาบันฯ ระบุว่ารูปปั้นพระพุทธรูปชิ้นหนึ่งสูง 10.5 เซนติเมตร แสดงรูปลักษณ์พระศากยมุนี ส่วนอีกชิ้นสูง 15.8 เซนติเมตร มีลักษณะรวมพระพุทธรูปห้าองค์เข้าด้วยกัน โดยผลวิเคราะห์พบทำจากโลหะผสมแบบทองแดงเจือดีบุกและตะกั่วหล่อ

“เจ้าของหลุมศพอาจเป็นขุนนางหรือเจ้าของที่ดินในตระกูลที่มีอิทธิพลและอำนาจทางเศรษฐกิจ” หลี่กล่าว “ส่วนการค้นพบรูปปั้นนี้มีนัยสำคัญต่อการศึกษาวัฒนธรรมพุทธศาสนาที่เข้ามาสู่จีนและการปรับตัวให้เข้ากับท้องถิ่น”

ข่าวส่วนนี้จากสำนักข่าวซินหัว

ทั้งนี้ ศาสนาพุทธเผยแผ่เข้าสู่ประเทศจีนสมัยราชวงศ์ฮั่น ตำนานเล่าว่า จักรพรรดิหมิงแห่งฮั่น (ปี 28–75) ทรงมีพระสุบินว่ามีเทพเจ้าองค์หนึ่งซึ่งร่างกายมีรัศมีของดวงอาทิตย์ลอยอยู่หน้าพระราชวังของพระองค์ ทรงยินดีอย่างยิ่งกับความฝันนี้ วันรุ่งขึ้นตรัสถามขุนนางว่า “เทพเจ้าในความฝันเราคือใคร” ปราชญ์ขุนนางกราบทูลว่า “พระสุบินนี้เกี่ยวกับที่กระหม่อมได้ยินว่าในอินเดียมีคนที่บรรลุมรรคผล และเรียกว่าพระพุทธเจ้า สามารถลอยไปในอากาศ ร่างกายของท่านมีรัศมีของดวงอาทิตย์ ต้องเป็นเทพองค์นั้นเป็นแน่”

จักรพรรดิจึงส่งทูตไปยังประเทศเทียนจู๋ (อินเดีย) เพื่อสอบถามเกี่ยวกับคำสอนของพระพุทธเจ้า กล่าวกันว่าพระไตรปิฎกถูกส่งกลับจีนบนหลังม้าขาวพร้อมด้วยพระภิกษุอินเดียสองรูปก็ชื่อธรรมรัตน์และกัษยปะ มาตังคะ หลังจากนั้นจึงตั้งวัดแห่งแรกของประเทศจีนชื่อวัดม้าขาว 

“มหึมาที่สุดในประวัติศาสตร์” พายุทอร์นาโดอาจคร่าถึง 100 ชีวิต

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/670401

วันที่ 12 ธ.ค. 2564 เวลา 10:37 น."มหึมาที่สุดในประวัติศาสตร์" พายุทอร์นาโดอาจคร่าถึง 100 ชีวิตพายุทอร์นาโดที่เข้าถล่มในคืนหายนะอาจทำให้มีผู้เสียชีวิตมากกว่า 100 คนในรัฐเคนตักกี้

สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 100 คนในรัฐเคนตักกี้หลังจากพายุทอร์นาโดหลายลูกเข้าถล่มพื้นที่ระยะ 200 ไมล์ผ่านภูมิภาคมิดเวสต์และภูมิภาคตอนใต้ของสหรัฐ รื้อถอนบ้านเรือน ทำลายอาคารธุรกิจ ตอนนี้เจ้าหน้าที่ยังเร่งค้นหาผู้รอดชีวิตใต้ซากปรักหักพัง 

พายุหมุนที่ทรงพลังซึ่งนักพยากรณ์อากาศบอกว่าเป็นเหตุการณ์ผิดปกติเพราะในเดือนที่อากาศเย็น ได้ทำลายโรงงานเทียน และสถานีตำรวจ/สถานีดับเพลิงในเมืองเล็กๆ ในรัฐเคนตักกี้ แรงพายุฉีกทำลายบ้านพักคนชราในรัฐมิสซูรีที่อยู่ใกล้เคียงเป็นชิ้นๆ และคร่าชีวิตคนงานอย่างน้อยหกคนที่คลังสินค้าอเมซอน ในรัฐอิลลินอยส์

แอนดี บีเชียร์ (Andy Beshear) ผู้ว่าการรัฐเคนตักกี้กล่าวว่ากลุ่มพายุทอร์นาโดเป็นการทำลายล้างที่หนักที่สุดในประวัติศาสตร์ของรัฐ เขากล่าวว่าคนงานประมาณ 40 คนได้รับการช่วยเหลือที่โรงงานเทียนในเมืองเมย์ฟิลด์ ซึ่งมีคนอยู่ประมาณ 110 คนเมื่อโรงงานถูกถล่มจนเหลือเพียงกองเศษซาก แต่เขาบอกว่ามันจะเป็น “ปาฏิหาริย์” หากจะยังพบใครก็ตามที่ยังมีชีวิตอยู่ภายใต้ซากปรักหักพัง

Photo by John Amis / AFP

“มันเป็นหายนะไม่เหมือนอะไรที่ผมเคยเห็นมาก่อนในชีวิต ผมไม่รู้จะอธิบายเป็นคำพูดอย่างไร” บีเชียร์ กล่าวในงานแถลงข่าว “มีความเป็นไปได้สูงที่จะสูญเสียผู้คนกว่า 100 คนที่นี่ในรัฐเคนตักกี้”

บีเชียร์ กล่าวว่าเจ้าหน้าที่รักษาความมั่นคงแห่งชาติ 189 คนได้รับคำสั่งให้ลงพื้นที่เพื่อช่วยเหลือในการกู้ชีพ ความพยายามในการกู้ภัยจะเน้นไปที่เมืองเมย์ฟีลด์ ซึ่งเป็นบ้านของผู้คนราว 10,000 คนในมุมตะวันตกเฉียงใต้ของรัฐที่ซึ่งมาบรรจบกับรัฐอิลลินอยส์ มิสซูรี และอาร์คันซอ

วิดีโอและภาพถ่ายที่โพสต์บนโซเชียลมีเดียแสดงให้เห็นอาคารอิฐในตัวเมืองเมย์ฟิลด์พังราบเรียบ โดยที่รถที่จอดอยู่เกือบถูกฝังอยู่ใต้ซากปรักหักพัง หอคอยบนศาลแขวงเกรฟ เคาตี้อันเก่าแก่ถูกโค่นล้ม และโบสถ์ First United Methodist Church ที่อยู่ใกล้เคียงก็พังทลายลงบางส่วน

เจเรมี ครีสัน (Jeremy Creason) หัวหน้าหน่วยดับเพลิงของเมย์ฟีลด์ ซึ่งสถานีของเขาถูกทำลายกล่าวว่าโรงงานเทียนถูกทำลายลงเหลือแค่ “กองโลหะ และเหล็กกล้าและเครื่องจักรที่โค้งงอ” และบางครั้งทีมกู้ภัยก็ต้อง “คลานข้ามร่างผู้เสียชีวิตเพื่อไปหาเหยื่อที่ยังมีชีวิตอยู่”

Photo by John Amis / AFP

เพจ ทิงเกิล (Paige Tingle) กล่าวว่าเธอขับรถสี่ชั่วโมงไปยังไซต์โดยหวังว่าจะได้พบจิล มอนโร (Jill Monroe) แม่วัย 52 ปีของเธอซึ่งทำงานที่โรงงานและได้ยินการติดต่อครั้งสุดท้ายตั้งแต่เวลา 21.30 น.

“เราไม่รู้ว่าจะรู้สึกอย่างไร เราแค่พยายามตามหาเธอ” เธอกล่าว “ที่นี่มันเป็นหายนะ”

กลุ่มพายุทอร์นาโดเป็นส่วนหนึ่งของพายุฝนฟ้าคะนองในชั่วข้ามคืน ซึ่งรวมถึงพายุซูเปอร์เซลล์ที่เกิดขึ้นในรัฐอาร์คันซอตะวันออกเฉียงเหนือ พายุนั้นเคลื่อนตัวจากอาร์คันซอและมิสซูรีไปยังเทนเนสซีและเคนตักกี้

วิกเตอร์ เกนซินี (Victor Gensini) ศาสตราจารย์ด้านภูมิศาสตร์และบรรยากาศของมหาวิทยาลัยนอร์เทิร์น อิลลินอยส์ กล่าวว่า อุณหภูมิและความชื้นที่สูงผิดปกติทำให้เกิดสภาพอากาศที่รุนแรงในช่วงเวลานี้ของปี

“นี่เป็นเหตุการณ์ประวัติศาสตร์ แต่ยังไม่ใช่ระดับร้ายแรงที่สุดในยุคสมัยเรา” เกนซินีกล่าว

Photo by John Amis / AFP

เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา ประธานาธิบดีโจ ไบเดน ประธานาธิบดีสหรัฐ กล่าวว่าภัยพิบัติครั้งนี้น่าจะเป็นพายุทอร์นาโดครั้งใหญ่ที่สุดครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์สหรัฐฯ อนุมัติประกาศภาวะฉุกเฉินในรัฐเคนตักกี้

ไบเดนบอกกับผู้สื่อข่าวว่าเขาจะขอให้สำนักงานคุ้มครองสิ่งแวดล้อมตรวจสอบว่าการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศอาจมีบทบาทอย่างไรในการกระตุ้นให้เกิดพายุ และเขาได้ตั้งคำถามเกี่ยวกับระบบเตือนภัยพายุทอร์นาโด

ศูนย์พยากรณ์พายุของกรมอุตุนิยมวิทยาแห่งชาติกล่าวว่าได้รับรายงาน พายุทอร์นาโด 36 กรณีที่พัดถล่มในรัฐอิลลินอยส์ เคนตักกี้ เทนเนสซี มิสซูรี อาร์คันซอ และมิสซิสซิปปี้

Photo by John Amis / AFP

สถานการณ์เลวร้าย สหรัฐติดเชื้อหลักแสนต่อวันแล้ว

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/670398

วันที่ 12 ธ.ค. 2564 เวลา 10:13 น.สถานการณ์เลวร้าย สหรัฐติดเชื้อหลักแสนต่อวันแล้วแม้ว่ายังไม่มีผู้เสียชีวิตจากโอมิครอน/โอไมครอน (Omicron ) แต่การติดเชื้อในสหรัฐและในยุโรปเลวร้ายลงอย่างมาก

ยอดผู้รติดเชื้อโควิด-19 ในสหรัฐฯ เพิ่มขึ้นเป็นเฉลี่ยประมาณ 120,000 ครั้งต่อวันในสัปดาห์นี้ มากที่สุดนับตั้งแต่เดือนกันยายน ตามข้อมูลที่รวบรวมโดยมหาวิทยาลัยจอห์น ฮอปกินส์ และสำนักข่าวบลูมเบิร์ก จนถึงวันศุกร์ โดยสายพันธุ์เดลต้ายังคงเป็นสายพันธุ์หลักที่ทำให้เกิดการติดเชื้อและการรักษาในโรงพยาบาล แม้ว่าจะมีการรายงานโอมิครอน/โอไมครอนในกว่า 25 รัฐแล้วก็ตาม

รายงานการวิจัยของ London School of Hygiene & Tropical Medicine ระบุว่าโอมิครอน/โอไมครอน มีศักยภาพที่จะทำให้เกิดคลื่นของการติดเชื้อในอังกฤษและทำให้มีผู้เสียชีวิตเกือบ 75,000 รายในฤดูหนาวนี้ บ้านพักคนชราในสหราชอาณาจักรกำลังลดอัตราการเยี่ยมเยียนแล้ว จาการายงานของ The Guardian

ศูนย์ป้องกันและควบคุมโรคแห่งยุโรป (European Center for Disease Prevention and Control) ระบุเมื่อวันเสาร์ว่าตรวจพบผู้ป่วยโอมิครอน/โอไมครอนจำนวน 732 รายใน 22 ประเทศในยุโรป โดยยังไม่มีรายงานผู้เสียชีวิตหรือเจ็บป่วยร้ายแรง

Photo by Nikolay DOYCHINOV / AFP

เยอะไปมั้ย? ชายนิวซีแลนด์ฉีดวัคซีนโควิดวันเดียว 10 เข็ม

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/670374

วันที่ 11 ธ.ค. 2564 เวลา 17:26 น.เยอะไปมั้ย? ชายนิวซีแลนด์ฉีดวัคซีนโควิดวันเดียว 10 เข็มนิวซีแลนด์เร่งสอบกรณีชายคนหนึ่งฉีดวัคซีนป้องกัน Covid-19 วันเดียว 10 เข็ม

กระทรวงสาธารณสุขนิวซีแลนด์เร่งสอบสวนกรณีที่ชายรายหนึ่งถูกกล่าวหาว่าได้รับการฉีดวัคซีนป้องกัน Covid-19 วันเดียวมากถึง 10 เข็ม โดยเชื่อว่าเขารับเงินค่าจ้างฉีดวัคซีนแทนจากคนที่ต้องการปลอมประวัติการฉีดวัคซีน

ชายรายนี้ตระเวนไปตามศูนย์ฉีดวัคซีนหลายแห่งและทำทีว่าเป็นคนที่จ่ายเงินจ้าง

แอสตริด คูนนีฟ ผู้จัดการโครงการวัคซีน Covid-19 และการสร้างภูมิคุ้มกันของกระทรวงสาธารณสุขเผยว่า เจ้าหน้าที่ระดับสูงทราบเรื่องดังกล่าวแล้วและกังวลกับสิ่งที่เกิดขึ้น โดยขณะนี้กำลังทำงานประสานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องขณะนี้ยังไม่มีข้อมูลทางการแพทย์เกี่ยวกับผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นจากการฉีดวัคซีน 10 เข็มในวันเดียว แต่ความเสี่ยงของผลข้างเคียงจากวัคซีนจะเพิ่มขึ้นอย่างมากเมื่อเพิ่มขนาดยา

คูนนีฟเตือนว่า การฉีดวัควีนแทนคนอื่นก่อให้เกิดความเสี่ยงต่อทั้งคนที่ฉีดวัคซีนแทนและคนที่ประวัติการฉีดวัคซีนระบุว่าได้รับวัคซีนแล้วแต่จริงๆ ยังไม่ได้รับ

“การมีประวัติการฉีดวัคซีนที่ไม่ถูกต้องไม่เพียงแต่ทำให้ตัวเองเสี่ยงเท่านั้น แต่ยังทำให้เพื่อน ครอบครัว และชุมชนตกอยู่ในความเสี่ยงด้วย รวมถึงทีมบุคลากรทางการแพทย์ที่ให้การรักษาทั้งในปัจจุบันและอนาคตด้วย”

Photo by THOMAS KIENZLE / AFP

จีนพัฒนาขีปนาวุธไฮเปอร์โซนิกโดยต่อยอดจากแบบที่สหรัฐทิ้ง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/670366

วันที่ 11 ธ.ค. 2564 เวลา 16:28 น.จีนพัฒนาขีปนาวุธไฮเปอร์โซนิกโดยต่อยอดจากแบบที่สหรัฐทิ้งจีนกำลังพัฒนาขีปนาวุธนิวเคลียร์ไฮเปอร์โซนิกความเร็ว 6,000 ไมล์ต่อชั่วโมงโดยต่อยอดจากแบบที่นาซาทิ้ง

South China Morning Post รายงานว่า ทีมนักวิจัยในจีนพัฒนาและทดสอบเครื่องยนต์ไฮเปอร์โซนิกต้นแบบที่ต่อยอดมาจากการออกแบบของนักวิทยาศาสตร์ขององค์การนาซา (NASA) ที่ทิ้งไปเมื่อกว่า 20 ปีที่แล้ว

อากาศยานไฮเปอร์โซนิกส่วนใหญ่จะมีเครื่องยนต์อยู่ใต้ท้อง แต่เครื่องบิน X-plane ที่ถูกเสนอโดย ถังหมิงฮั่น ซึ่งในขณะนั้นเป็นหัวหน้าวิศวกรโครงการไฮเปอร์โซนิกของนาซาในช่วงปลายทศวรรษ 1990 นั้นขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์ 2 เครื่องที่อยู่ด้านข้าง

เครื่องยนต์ 2 เครื่องนี้สามารถเปลี่ยนจากโหมดความเร็วต่ำสู่ความเร็วสูงและเร่งเครื่องได้เร็วกว่าความเร็วของเสียงถึง 5 เท่า

ทว่า Boeing Manta X-47C ซึ่งเป็นโครงการที่ใช้ทดสอบการออกแบบของถังหมิงฮั่นถูกรัฐบาลสหรัฐยกเลิกเมื่อช้วงต้นทศวรรษ 2000 เนื่องจากเกิดปัญหาด้านเทคนิคและถูกมองว่าต้องใช้งบประมาณสูง

แต่ต่อมาศาสตราจารย์ ถันฮุ่ยจวิ้น ทีมเพื่อนร่วมงานจากมหาวิทยาลัยการบินและอวกาศหนานจิงในมณฑลเจียงซูได้สร้างเครื่องยนต์ต้นแบบโดยใช้พิมพ์เขียวของถังหมิงฮั่น

ถันฮุ่ยจวิ้นระบุในรายงานการวิจัยซึ่งตีพิมพ์ในวารสาร Propulsion Technology ของจีนว่า แบบดังกล่าวได้รับความสนใจเพิ่มขึ้นเนื่องจากการทำความเข้าใจกลไกการทำงานของมันเป็นประโยชน์อย่างมากในการพัฒนาเครื่องบินและเครื่องยนต์ที่มีความเร็วเหนือเสียง

ญี่ปุ่นสุดเจ๋งใช้เซลล์นกกระจอกเทศผลิตแมสก์ตรวจหาโควิด

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/670363

วันที่ 11 ธ.ค. 2564 เวลา 14:20 น.ญี่ปุ่นสุดเจ๋งใช้เซลล์นกกระจอกเทศผลิตแมสก์ตรวจหาโควิดนักวิจัยญี่ปุ่นคิดค้นหน้ากากอนามัยที่ใช้แอนติบอดีของนกกระจอกเทศเพื่อตรวจหา Covid-19

สำนักข่าว Kyodo รายงานว่า ทีมนักวิทยาศาสตร์จากมหาวิทยาลัยจังหวัดเกียวโตทางตะวันตกของญี่ปุ่นซึ่งนำโดย ยาสุฮิโระ สึคะโมโต อธิการบดีและศาสตราจารย์ด้านสัตวบาลที่ศึกษานกกระจอกเทศมาหลายปี พัฒนาหน้ากากอนามัยที่เรืองแสงได้เมื่อส่องกับแสงอัลตราไวโอเล็ต (UV) หากมีร่องรอยของเชื้อโคโรนาไวรัส โดยใช้แอนติบอดีที่สกัดจากไข่ของนกกระจอกเทศ

ด้วยข้อมูลจากการวิจัยก่อนหน้านี้ที่พบว่านกกระจอกเทศสามารถผลิตแอนติบอดีได้หลากหลายชนิด หรือโปรตีนที่ลบล้างฤทธิ์ของสิ่งแปลกปลอมในร่างกาย เมื่อเดือน ก.พ.ปีที่แล้ว ทางทีมจึงฉีดเชื้อโคโรนาไวรัสที่เป็นเชื้อตายและไม่รุนแรงให้นกกระจอกเทศตัวเมีย ก่อนจะสกัดแอนติบอดี หรือภูมิคุ้มกันออกจากไข่ของนก

จากนั้นทีมนักวิทยาศาสตร์ได้พัฒนาแผ่นกรองหน้ากากอนามัยที่เคลือบด้วยแอนติบอดีของนกกระจอกเทศ แล้วให้อาสาสมัครจำนวน 32 คนที่ติดเชื้อโคโรนาไวรัสสวมหน้ากากอนามัยดังกล่าวเป็นเวลา 8 ชั่วโมง แล้วนำแผ่นกรองหน้ากากอนามัยออกมาพ่นด้วยสารเคมีที่เรืองแสงเมื่อถูกแสงอัลตราไวโอเลต หากมีเชื้อโคโรนาไวรัสแผ่นกรองจะเรืองแสง

ปรากฏว่าแผ่นกรองทุกชิ้นเรืองแสงบริเวณปากและจมูก

เป้าหมายต่อไปของทีมคือ ขยายการทดลองให้ครอบคลุมอาสาสมัคร 150 คน และพัฒนาหน้ากากอนามัยที่เรืองแสงโดยอัตโนมัติหากมีเชื้อไวรัสโดยไม่ต้องใช้แสงอัลตราไวโอเลตส่อง เพื่อให้สะดวกต่อการใช้งาน

AFP PHOTO / MUSA AL-SHAER