ต่างประเทศโวยจีนไม่เป็นธรรม คุมอาหารนำเข้าอ้างกลัวเปื้อนไวรัส #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

ต่างประเทศโวยจีนไม่เป็นธรรม คุมอาหารนำเข้าอ้างกลัวเปื้อนไวรัส – โพสต์ทูเดย์ รอบโลก (posttoday.com)

วันที่ 18 พ.ย. 2563 เวลา 09:00 น.ต่างประเทศโวยจีนไม่เป็นธรรม คุมอาหารนำเข้าอ้างกลัวเปื้อนไวรัสประเทศผู้ส่งออกอาหารแช่แข็งเริ่มมีท่าทีไม่พอใจหลังจีนเผยพบเชื้อปนเปื้อนในอาหารโดยไม่มีหลักฐาน

รอยเตอร์สรายงาน ประเทศผู้ผลิตอาหารรายใหญ่เริ่มไม่พอใจกับมาตรการตรวจสอบสินค้านำเข้าของประเทศจีน และเรียกร้องให้จีนหยุดการทดสอบไวรัสโคโรนาจากอาหารแช่แข็งนำเข้า โดยบางส่วนมองว่าเป็นการจำกัดทางการค้า

โดยทางการจีนกล่าวว่าได้ตรวจพบเชื้อไวรัสโคโรนาในอาหารแช่แข็งที่นำเข้ามาจาก 20 ประเทศ อาทิ เนื้อหมูจากเยอรมัน, เนื้อวัวจากบราซิล และปลาจากอินเดีย ด้านต่างประเทศผู้ส่งออกสินค้ากล่าวว่าการกล่าวหาโดยไม่มีหลักฐานเป็นการทำลายการค้าระหว่างประเทศ และทำลายชื่อเสียงของอาหารจากประเทศนั้นๆ โดยไม่มีเหตุผล

ในการประชุมขององค์การค้าโลกเมื่อวันที่ 5 และ 6 พ.ย. แคนาดาเรียกการตรวจสอบอาหารนำเข้าและการปฏิเสธสินค้านำเข้าของจีนว่าเป็น “ข้อจำกัดทางการค้าที่ไม่เป็นธรรม” เนื่องจากจีนไม่ได้ให้เหตุผลทางวิทยาศาสตร์สำหรับมาตรการดังกล่าว

เช่นเดียวกับสหรัฐ, ออสเตรเลีย, บราซิล, เม็กซิโก และสหราชอาณาจักร ที่เห็นด้วยกับแคนาดา

เมื่อวันที่ 16 พ.ย. ที่ผ่านมาจาซินดา อาร์เดิร์น นายกรัฐมนตรีนิวซีแลนด์ได้ตั้งคำถามเกี่ยวกับการตรวจพบไวรัสของจีน หลังจากที่ถูกกล่าวหาว่าพบเชื้อไวรัสโคโรนาในเนื้อแช่แข็งจากนิวซีแลนด์ แต่ทางการจีนยังไม่มีคำชี้แจงใดๆ โดยอาร์เดิร์นมั่นใจว่าไม่มีเนื้อจากนิวซีแลนด์ที่มีเชื้อไวรัสอย่างแน่นอน

ขณะที่จีนชี้แจงว่ามาตรการดังกล่าวเป็นมาตรการชั่วคราวโดยอิงตามหลักการทางวิทยาศาสตร์ที่ออกแบบมาเพื่อปกป้องชีวิตประชาชนทุกคน

จีนพิสูจน์โดยการคัดแยกเชื้อไวรัสที่มีชีวิตออกจากตัวอย่างเนื้อปลาแช่แข็งที่นำเข้า เพื่อพิสูจน์ว่าไวรัสสามารถติดต่อจากคนสู่อาหารได้ แม้จะไม่มีการเผยแพร่หลักฐานก็ตาม

ทั้งนี้ จีนเริ่มตรวจสอบอาหารแช่แข็งที่นำเข้าจากต่างประเทศในเดือนมิถุนายนหลังเกิดการติดเชื้อในกลุ่มคนงานในตลาดค้าส่งอาหาร ส่งผลให้จีนกังวัลว่าไวรัสจะกลับเข้ามาในประเทศจากผลิตภัณฑ์อาหารอีกครั้ง

โดยขณะนี้จีนได้ระงับการนำเข้าอาหารแช่แข็งจาก 20 ประเทศ และกระตุ้นให้ใช้มาตรการฆ่าเชื้อโรคที่เข้มงวดขึ้นในกระบวนการขนส่งและอุปกรณ์ขนส่งอาหารแช่แข็งนำเข้า เนื่องจากประสบปัญหาปนเปื้อนของเชื้อไวรัสในอาหารแช่แข็งนำเข้าเพิ่มขึ้น หน่วยงานรัฐบาลจึงออกมาตรการป้องกันและควบคุมโรคระบาดเพื่อลดความเสี่ยงที่มาจากต่างประเทศ

/ AFP PHOTO / Yasuyoshi Chiba

ไบเดนพร้อมรื้อระบบการค้าใหม่ จับมือประเทศพันธมิตรต้านจีน #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

ไบเดนพร้อมรื้อระบบการค้าใหม่ จับมือประเทศพันธมิตรต้านจีน – โพสต์ทูเดย์ รอบโลก (posttoday.com)

วันที่ 17 พ.ย. 2563 เวลา 21:00 น.ไบเดนพร้อมรื้อระบบการค้าใหม่ จับมือประเทศพันธมิตรต้านจีนไบเดนชี้สหรัฐต้องเจรจากับประเทศพันธมิตรประชาธิปไตยเพื่อกำหนดกฎเกณฑ์การค้าโลกตอบโต้อิทธิพลจีน

รอยเตอร์สรายงาน โจ ไบเดน ว่าที่ประธานาธิบดีสหรัฐกล่าวว่าสหรัฐจำเป็นต้องเจรจาหารือกับประเทศพันธมิตรในการกำหนดกฎเกณฑ์การค้าทั่วโลกเพื่อตอบโต้อิทธิพลที่เพิ่มขึ้นของจีน

“เศรษฐกิจสหรัฐคิดเป็น 25% ของทั้งโลก เราต้องร่วมมือกับประเทศพันธมิตรประชาธิปไตยอื่นๆ เพื่อให้สามารถกำหนดกฎเกณฑ์ และกำหนดผลลัพธ์ได้” ไบเดนกล่าว

ขณะที่การลงนามในความตกลงหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจระดับภูมิภาค (RCEP) ทำให้เกิดข้อตกลงการค้าที่ใหญ่ที่สุดในโลก คิดเป็น 30% ของเศรษฐกิจทั้งโลก และ 30% ของประชากรทั่วโลก

สะท้อนถึงความพ่ายแพ้สำหรับอิทธิพลทางเศรษฐกิจในภูมิภาคของสหรัฐอีกครั้งหลังจากที่ประธานาธิบดีดนัลด์ ทรัมป์ตัดสินใจถอนสหรัฐออกจากความตกลงหุ้นส่วนยุทธศาสตร์เศรษฐกิจเอเชีย-แปซิฟิก (TPP) ในปี 2017

ในขณะที่สมาชิก TPP รวมถึงญี่ปุ่นและผู้สนับสนุนการค้าเสรีหลายคนหวังว่าไบเดนจะนำสหรัฐเข้าร่วมสนธิสัญญาการค้าดังกล่าวอีกครั้ง

อย่างไรก็ตามเมื่อถามถึงข้อตกลงหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจระดับภูมิภาค 15 ประเทศที่มุ่งเน้นในเอเชีย ไบเดนเผยว่าเขายังไม่สามารถหารือเกี่ยวกับนโยบายทางการค้าของสหรัฐได้ เนื่องจากยังไม่ได้เข้ารับตำแหน่งประธานาธิบดีอย่างเป็นทางการ และประธานาธิบดีมีได้เพียงครั้งละ 1 คนเท่านั้น

ทั้งนี้ ไบเดนพร้อมที่จะแถลงแผนยุทธศาสตร์การค้าโดยละเอียดในวันที่ 21 ม.ค. 2021 หลังจากที่ได้สาบานตนเข้ารับตำแหน่งประธานาธิบดีคนใหม่ของสหรัฐเรียบร้อยแล้ว

Photo by Joe Raedle/Getty Images/AFP

ทนพิษโควิดไม่ไหว แอร์เอเชียญี่ปุ่นยื่นล้มละลาย #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ The Nation.

https://www.posttoday.com/world/638250

วันที่ 17 พ.ย. 2563 เวลา 20:01 น.ทนพิษโควิดไม่ไหว แอร์เอเชียญี่ปุ่นยื่นล้มละลายสายการบิน AirAsia Japan ในเครือแอร์เอเชียยื่นล้มละลายหลังปิดกิจการไปเมื่อเดือนที่แล้ว

บลูมเบิร์กรายงาน สายการบิน AirAsia Japan ได้ยื่นฟ้องล้มละลายต่อศาลแขวงโตเกียวหลังประกาศเมื่อเดือนที่แล้วว่าจะปิดกิจการสายการบินในประเทศ เนื่องจากได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนา

ตามแถลงการณ์ระบุว่า “เนื่องจากฐานะทางการเงินในปัจจุบันของ AirAsia Japan เราเสียใจที่จะต้องแจ้งให้ทราบว่า AirAsia Japan ไม่สามารถชำระเงินคืนที่ค้างชำระได้ในขณะนี้ เราขออภัยอย่างยิ่งในความไม่สะดวกที่เกิดขึ้นกับลูกค้าที่ใช้บริการหรือจองเที่ยวบินของ AirAsia Japan”

ขณะนี้ AirAsia Japan ได้ยกเลิกเที่ยวบินทั้งหมดแล้วรวมถึงเที่ยวบินระหว่างนาโกยาและไทเป แต่เที่ยวบินที่เดินทางไปยังญี่ปุ่นโดยสารการบินอื่นๆ ของแอร์เอเชียในประเทศต่างๆ เช่น ไทย และฟิลิปปินส์ จะไม่ได้รับผลกระทบ

โดยลูกค้าที่จองเที่ยวบินของ AirAsia Japan สามารถขอรับเงินคืนได้ และคาดว่าจะได้รับเงินคืนในช่วงเดือนเมษายนปีหน้า หรืออาจได้รับคืนเป็นเครดิตที่สามารถใช้ได้กับเที่ยวบินอื่นๆ ที่ให้บริการโดยแอร์เอเชีย

ทั้งนี้ แอร์เอเชียรายงานการสูญเสียมากที่สุดเป็นประวัติการณ์ในไตรมาสที่ 2 ซึ่งสิ้นสุดในวันที่ 30 มิ.ย. โดยได้รับแรงกดดันอย่างมากในปีนี้เนื่องจากโควิด-19 ส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรมการบิน

โดยเที่ยวบินแอร์เอเชียญี่ปุ่นมีจุดหมายปลายทางอยู่ที่ กรุงโตเกียว, เมืองนาโกยา, ซัปโปโร, ฟุกุโอกะ, โอกินาวา ประเทศญี่ปุ่น กรุงโซล และปูซาน ประเทศเกาหลี และนครไทเป

Photo by Mohd RASFAN / AFP

รบกันอีกแล้ว! ส่องชนวนสงครามกลางเมืองเอธิโอเปีย #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ The Nation.

https://www.posttoday.com/world/638231

วันที่ 17 พ.ย. 2563 เวลา 19:04 น.รบกันอีกแล้ว! ส่องชนวนสงครามกลางเมืองเอธิโอเปียสงครามกลางเมืองเอธิโอเปีย ความขัดแย้งระหว่างรัฐบาลเอธิโอเปียและกลุ่มชาติพันธุ์

1. ในเวลานี้มีความขัดแย้งเกิดขึ้นระหว่างรัฐบาลกลางเอธิโอเปียและกลุ่มแนวหน้าปลดปล่อยประชาชนทิเกรย์ (TPLF) กองกำลังชาตินิยมในภูมิภาคทิเกรย์ซึ่งเป็นดินแดนกึ่งปกครองตนเองทางตอนเหนือของเอธิโอเปีย

2. เอธิโอเปียประกอบด้วยชนชาติต่างๆ มากมาย ก่อนหน้านี้ อาบีย์ อาห์เหม็ด นายกรัฐมนตรีเอธิโอเปียจึงตัดสินใจที่จะตั้งพรรคเพื่อรวมกลุ่มชาติพันธุ์ต่างๆ ในเอธิโอเปีย ขณะที่ TPLF ปฏิเสธที่จะเข้าร่วมโดยมองว่าการตั้งพรรคจะยิ่งสร้างความแตกแยกในประเทศ

3. ชนวนสงครามมายาวนานหลายปีแล้ว แต่ทั้งสองฝ่ายแตกหักกันเมื่อทิเกรย์ขัดคำสั่งรัฐบาลกลางและจัดการเลือกตั้งท้องถิ่นขึ้นในภูมิภาคเมื่อเดือนกันยายน และ TPLF ยังทำการโจมตีกองกำลังฝ่ายรัฐบาลกลางแบบสายฟ้าแลบเมื่อวันที่ 4 พ.ย. 

4. ดังนั้นเมื่อวันที่ 4 พ.ย. อาบีย์ อาห์เหม็ด จึงส่งกองกำลังทหารไปปราบราม โดยชี้ว่าว่ากลุ่ม TPLF ได้เริ่มการโจมตีก่อน ขณะที่ TPLF ปฏิเสธและกล่าวว่ารัฐบาลกุเรื่องขึ้นมาเพื่อที่จะได้สามารถโจมตีพวกเขาได้ง่ายขึ้น

5. รัฐบาลยังได้ตัดงบประมาณเพื่อตัดท่อน้ำเลี้ยงภูมิภาคทิเกรย์ มีการตัดสัญญาณโทรศัพท์และอินเทอร์เน็ต จำกัดการขนส่งและคมนาคม รวมถึงประกาศมาตรการฉุกเฉินในทิเกรย์ยาวนานถึง 6 เดือน ส่งผลให้เจ้าหน้าที่สามารถเข้าตรวจค้นได้โดยไม่ต้องมีหมาย และเจ้าหน้าที่มีสิทธิจำคุกบุคคลใดก็ตามที่ต้องสงสัยว่าทำผิดกฎหมายและคุกคามเสถียรภาพของประเทศ

6. เมื่อการปะทะยืดเยื้อมากว่า 10 วันและทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ นายกรัฐมนตรีอาบีย์ อาห์เหม็ดก็ขู่ที่จะโจมตีครั้งสุดท้ายในวันที่ 17 พ.ย. และเกลี้ยกล่อมให้ผู้ที่ภักดีต่อรัฐบาลท้องถิ่นยอมจำนนเสีย ในวันเดียวกันนั้นยอดรวมผู้เสียชีวิตมีหลายร้อยคนและชาวเอธิโอเปียกว่า 25,000 คนต้องอพยพไปยังซูดาน และคาดว่าจะมีเพิ่มขึ้นอีกเป็นจำนวนมาก

7. ทั้งนี้ ทิเกรย์มีประชากรราว 5 ล้านคนและมีพรมแดนติดกับซูดานและเอริเทรีย แต่ชาวทิเกรย์นั้นไม่ถูกกับเอริเทรีย และระยะหลังดูเหมือนว่ารัฐบาลกลางเอธิโอเปียจะเข้าข้างเอริเทรียจึงยิ่งทำให้ทิเกรย์ไม่พอใจ

8. เดิมทีนั้นความสัมพันธ์ระหว่างเอธิโอเปียกับเอริเทรียไม่ดีนัก เพราะเอธิโอเปียเคยรุกรานและผนวกเอริเทรียมาเป็นดินแดนของตนเองในปี 1962 ทำให้เกิดการต่อสู้เพื่อเอกราชยาวนานหลายสิบปี จนกระทั่งเอริเทรียได้รับเอกราชสำเร็จในปี 1993

9. หลังจากนั้นเอธิโอเปียกับเอริเทรียก็ยังทะเลากันอีกเรื่องดินแดนในเขตทิเกรย์จนสหประชาชาติต้องเข้ามาไกล่เกลี่ยโดยยกดินแดนให้เอริเทรีย แต่รัฐบาลเอธิโอเปียแต่ไรมาไม่ยอมปฏิบัติตาม

10. จนกระทั่งอาบีย์ อาห์เหม็ด เข้ามาดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีเขาก็เริ่มญาติดีกับเอริเทรียโดยเฉพาะอาห์เหม็ดไปตีสนิทกับประธานาธิบดีของเอริเทรียซึ่งเป็นบุคคลที่ชาวทิเกรย์ชิงชัง กรณีเหล่านี้ทำให้เขตทิเกรย์ไม่พอใจ นอกจากนี้ฝ่ายทิเกรย์มองว่าอาห์เหม็ดยังพยายามลดความสำคัญของทิเกรย์ลงไปเรื่อยๆ แม้ว่าอาห์เหม็ดจะปฏิเสธก็ตาม

Photo by EDUARDO SOTERAS / AFP

พระเจ้าโอลาฟที่ 5 ราชาที่มีบอดี้การ์ด 4 ล้านคน #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ The Nation.

https://www.posttoday.com/world/638202

วันที่ 17 พ.ย. 2563 เวลา 17:31 น.พระเจ้าโอลาฟที่ 5 ราชาที่มีบอดี้การ์ด 4 ล้านคนสมเด็จพระราชาธิบดีโอลาฟที่ 5 แห่งนอร์เวย์ กษัตริย์ผู้มีบอดี้การ์ดมากที่สุดในโลก

แม้ว่านอร์เวย์จะมีแหล่งปิโตรเลียมในประเทศทั้งน้ำมันและก๊าซธรรมชาติมากมาย แต่ในปี 1973 นอร์เวย์เคยเผชิญกับวิกฤตการณ์ขาดแคลนน้ำมันครั้งใหญ่ ทำให้นอร์เวย์ออกมาตรการจำกัดการขับขี่รถยนต์ แต่กษัตริย์สามารถขับรถได้ตามปกติ

ถึงกระนั้นสมเด็จพระราชาธิบดีโอลาฟที่ 5 แห่งนอร์เวย์ ซึ่งขณะนั้นมีพระชนมายุ 80 พรรษา ทรงมีพระราชประสงค์ที่จะเป็นแบบอย่างให้กับประชาชน โดยพระองค์เลือกที่จะเสด็จพระราชดำเนินโดยรถไฟใต้ดินกับประชาชน

โดยมีภาพปรากฏขณะที่พระองค์กำลังเสด็จไปทรงสกีด้วยรถไฟใต้ดินโฮลเมนโคเลน ซึ่งทรงฉลองพระองค์ด้วยชุดเล่นสกีพร้อมถือสกีไว้บนบ่า มีรายงานว่าพระองค์ทรงซื้อตั๋วรถไฟตามปกติ และเดินทางเฉกเช่นประชาชนธรรมดาทั่วไป

นอกจากนี้พระองค์ทรงโปรดขับรถเอง และขับในเลนเดียวกับประชาชน แม้ว่าที่นอร์เวย์จะอนุญาตให้รถส่วนพระองค์ขับบนช่องเดินรถประจำทางได้ก็ตาม

เมื่อถูกถามภายหลังว่าเหตุใดพระองค์จึงกล้าเสด็จไปพระองค์เดียวโดยไม่มีบอดี้การ์ด พระองค์ตรัสว่า “เรามีบอดี้การ์ด 4 ล้านคนอยู่แล้ว” ซึ่งหมายถึงประชาชนทั่วประเทศนอร์เวย์

แต่ไม่ใช่ทุกคนที่จะเชื่อมั่นและศรัทธาในพระเจ้าโอลาฟที่ 5 บางคนตั้งแง่ว่าพระองค์ไม่ใช่กษัตริย์นอร์เวย์แท้จริง เพราะทรงประสูติที่สหราชอาณาจักร พระราชบิดาคือเจ้าชายคาร์ล ซึ่งทรงเป็นพระโอรสของมกุฏราชกุมารแห่งเดนมาร์ก (ต่อมาครองราชย์และเฉลิมพระนามว่าพระเจ้าเฟรเดริกที่ 8 แห่งเดนมาร์ก) ส่วนพระราชมารดาคือเจ้าหญิงม็อดแห่งเวลส์ พระราชธิดาของมกุฏราชกุมารแห่งบริเตน (ต่อมาครองราชย์และเฉลิมพระนามว่าพระเจ้าเอ็ดเวิร์ดที่ 7 แห่งบริเตน)

ดังนั้น “เจ้าชายโอลาฟ” จึงมีพระราชบิดาเป็นชาวเดนมาร์กและมีพระราชมารดาเป็นชาวอังกฤษ ไม่ได้มีความเกี่ยวข้องกับนอร์เวย์โดยสายเลือด 

หลังจากที่นอร์เวย์แยกตัวเป็นเอกราชจากสวีเดน ได้มีการคัดเลือกว่าเจ้าชายองค์ใดที่เหมาะสมจะมาเป็นกษัตริย์ของประเทศใหม่ และคณะกรรมาธิการได้เลือกเจ้าชายคาร์ลแห่งเดนมาร์กเพราะพระองค์สืบเชื้อสายมาจากกษัตริย์นอร์เวย์โบราณ

ดังนั้นข้อครหาที่ว่าเจ้าชายโอลาฟไม่ใช่กษัตริย์นอร์เวย์ที่แท้จริงเพราะทรงไม่มีสายเลือดของชาวนอร์เวย์จึงป็นเรื่องไม่ถูกต้องนัก

เจ้าชายคาร์ลแห่งเดนมาร์กทรงรับคำเชิญแต่ทรงตระหนักดีว่าชาวนอร์เวย์ยังถกเถียงกันเรื่องระบอบการปกครองว่าควรจะเป็นระบอบพระมหากษัตริย์ภายใต้รัฐธรรมนูญหรือควรจะเป็นระบอบสาธารณรัฐ เจ้าชายคาร์ลแห่งเดนมาร์กจึงทรงตั้งข้อแม้ว่าจะทรงรับเป็นกษัตริย์ก็ต่อเมื่อมีการลงประชามติของประชาชนก่อนว่าจะเลือกระบอบการปกครองแบบใด

ผลปรากฏว่าประชาชนถึง 79% เลือกระบอบพระมหากษัตริย์ภายใต้รัฐธรรมนูญ เจ้าชายคาร์ลแห่งเดนมาร์กจึงทรงขึ้นครองราชย์ และทรงเลือกพระนามใหม่ด้วยภาษานอร์สโบราณซึ่งเป็นภาษาบรรพบุรุษของชาวนอร์ส (คือชาวยุโรปตอนเหนือ) ทรงพระนามว่าสมเด็จพระราชาธิบดีโฮกุนที่ 7 

สมเด็จพระราชาธิบดีโฮกุนที่ 7 ทรงปกครองประเทศด้วยความเที่ยงธรรมและกล้าหาญ เมื่อพวกนาซีเยอรมันรกุรานนอร์เวย์ ทรงไม่ยอมร่วมหัวจมท้ายด้วยและทรงไม่ยอมรับรัฐบาลควิสลิง (วิดกึน ควิสลิง ทหารและนักการเมืองนอร์เวยที่สมคบนาซี) ที่สมคบกับนาซี รวมถึงทรงไม่ยอมสละราชย์ด้วย แต่ทรงลี้ภัยมายังสหราชอาณาจักรแล้วทรงเป็นแกนนำต่อต้านนาซีที่นั่น ส่วนเจ้าชายโอลาฟก็ทรงเป็นทหารที่เชี่ยวชาญการรบและเป็นผู้นำกองทัพนอร์เวย์ต่อต้านนาซี

ระหว่างที่ประเทศตกอยู่ภายใต้การปกครองของนาซีอันน่าขมขื่นใจ มีตำนานเล่ากันว่าเจ้าชายโอลาฟทรงไม่ยอมเสวยของหวานเลย 

หลังสิ้นสุดสงครามโลกได้เกือบ 10 ปีสมเด็จพระราชาธิบดีโฮกุนที่ 7 ก็สวรรคต เจ้าชายโอลาฟผู้เป็นพระราชโอรสจึงกลายเป็นกษัตริย์พระองค์ที่ 2 ของนอร์เวย์ พระองค์ขึ้นครองราชย์ตั้งแต่ปี 1957 ถึง 1991 พระองค์ถูกขนานนามว่าเป็นราชาของประชาชน และเป็นที่สรรเสริญชื่นชมจากทั้งประชาชนในประเทศและต่างประเทศ ด้วยพระราชกรณียกิจและแบบแผนในการดำเนินชีวิตของพระองค์

จนกระทั่งรัชสมัยปัจจุบันราชวงศ์นอร์เวย์ยังคงเป็นที่ชื่นชมและได้รับการขนานนามจากประชาชนมาโดยตลอดว่าเป็นราชวงศ์ที่ติดดินและเข้าถึงง่าย

ทั้งนี้ สถาบันกษัตริย์ของนอร์เวย์มีรากฐานมาจากหลักการแห่งประชาธิปไตย โดยคำขวัญของสมเด็จพระราชาธิบดีโฮกุนที่ 7 กษัตริย์พระองค์แรกที่ว่า “Alt for Norge” หรือทุกอย่างเพื่อประเทศนอร์เวย์

โดยเจ้าชายโฮกุน มกุฎราชกุมารแห่งนอร์เวย์ เคยตรัสไว้ว่า “สถาบันกษัตริย์ของเราเริ่มต้นจากกษัตริย์ที่ได้รับการเลือกตั้งจากประชาชน” เนื่องจากในปี 1905 มีการลงประชามติโดยประชาชนชาวนอร์เวย์ และเสียงส่วนใหญ่นิยมระบอบกษัตริย์จึงเป็นจุดเริ่มต้นของราชวงศ์นอร์เวย์มาจนถึงทุกวันนี้

เจ้าชายโฮกุนกล่าวถึงสมเด็จพระราชาธิบดีโฮกุนที่ 7 กษัตริย์พระองค์แรกว่า “ท่านได้รับการเลือกจากประชาชน ท่านเข้าถึงได้ง่าย และแนวทางนี้ได้ตกทอดมาจนถึงรุ่นของเรา”

สัญญาณอันตราย! รัฐวิสาหกิจจีนเจอปัญหาหนี้ท่วม #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ The Nation.

https://www.posttoday.com/world/638229

วันที่ 17 พ.ย. 2563 เวลา 15:35 น.สัญญาณอันตราย! รัฐวิสาหกิจจีนเจอปัญหาหนี้ท่วมบริษัทรัฐวิสาหกิจจีนเริ่มผิดนัดชำระหนี้เพิ่มขึ้น จนบรรดาธนาคารและผู้จัดการกองทุนพากันทิ้งพันธบัตรเสี่ยงของบริษัทเหล่านี้ ทำตลาดพันธบัตรจีนสั่นสะเทือน

ต่อไปนี้คือรัฐวิสาหกิจที่มีปัญหาหนี้สินในช่วงหลายสัปดาห์ที่ผ่านมานี้

YONGCHENG COAL & ELECTRICITY HOLDING GROUP-บริษัทนี้ลงทุนในธุรกิจถ่านหิน กระแสไฟฟ้า ทางรถไฟ สารเคมี และเหมืองแร่ บริษัทออกแถลงการณ์ว่าไม่สามารถชำระทั้งเงินต้นและดอกเบี้ยของตราสารหนี้ภาคเอกชนระยะสั้น (commercial paper) มูลค่า 1,000 ล้านหยวน หลังจากประกาศระดมทุนผ่านตราสารหนี้มูลค่า 1,000 ล้านหยวนก่อนหน้านี้ไม่กี่สัปดาห์

HUACHEN AUTOMOTIVE GROUP-รัฐวิสาหกิจหลักที่ทางการมณฑลเหลียวหนิงเป็นเจ้าของ และเป็นบริษัทแม่ของ Brilliance Automotive Holdings กิจการร่วมค้าระหว่างจีนกับ BMW ผิดนัดชำระหนี้ตราสารหนี้มูลค่า 1,000 ล้านหยวนเมื่อเดือนที่แล้ว โดยอ้างว่ามีปัญหาทางการเงิน และเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา HUACHEN แจ้งว่าบรรดาเจ้าหนี้ของบริษัทได้ยื่นคำร้องต่อศาลขอให้ปรับปรุงโครงสร้างบริษัท โดยปัจจุบันบริษัทมีพนักงานทั้งหมด 47,000 คน และมีทรัพย์สินมากกว่า 190,000 ล้านหยวน

TSINGHUA UNIGROUP-บริษัทจัดอันดับความน่าเชื่อถือ China Chengxin International Credit Rating (CCXI) ลดอันดับความน่าเชื่อถือของ TSINGHUA UNIGROUP จาก AAA คือมีความเสี่ยงในการผิดนัดชำระหนี้ต่ำที่สุด มาอยู่ที่ AA และยังอยู่ในรายชื่อบริษัทที่ต้องจับตาเนื่องจากเสี่ยงที่จะถูกลดอันดับลงอีก

CCXI ระบุว่า การชำระหนี้คืนของ TSINGHUA UNIGROUP ยังไม่แน่นอน เนื่องจากบริษัทต้องเผชิญแรงกดดันอย่างหนักในการรวบรวมเงินทุนเพื่อชำระหนี้ที่ใกล้จะครบกำหนด และยังไม่มีความคืบหน้าอย่างเป็นรูปธรรมในการปรับโครงสร้างเชิงกลยุทธ์

หลังจากถูกลดอันดับความน่าเชื่อถือ เมื่อสัปดาห์ที่แล้วบรรดานักลงทุนจึงพากันทิ้งพันธบัตรที่ออกโดย TSINGHUA UNIGROUP

ทั้งนี้ TSINGHUA UNIGROUP เป็นบริษัทด้านโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล ก่อตั้งโดยมหาวิทยาลัยชิงหัว โดยเน้นการผลิตชิ้นส่วนและอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ ดูแลพนักงานราว 40,000 คน ทั้งยังมีบริษัทลูกอีกหลายแห่ง อาทิ Unisplendour Corporation Limited และ Unigroup Guoxin Microelectronics Co.

รัสเซียประกาศ ‘ปฏิรูปการบริหารปกครอง’ เริ่มต้นปี 2021 #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ The Nation.

https://www.posttoday.com/world/638218

วันที่ 17 พ.ย. 2563 เวลา 14:25 น.รัสเซียประกาศ ‘ปฏิรูปการบริหารปกครอง’ เริ่มต้นปี 2021การเปลี่ยนแปลงครั้งล่าสุดที่เกิดขึ้นภายในรัฐบาล วลาดิเมียร์ ปูติน ประธานาธิบดีรัสเซีย

สำนักข่าวซินหัวรายงานว่า มิคาอิล มิซูสติน นายกรัฐมนตรีรัสเซีย อนุมัติคำสั่งปฏิรูปการบริหารปกครอง (governance reform) โดยเริ่มมีผลตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค. 2021

มิซูสตินกล่าวขณะร่วมประชุมกับคณะรองนายกรัฐมนตรีว่าการปฏิรูปถูกเลื่อนจากกำหนดการเดิมก่อนหน้านี้เนื่องด้วยเหตุผลหลายประการ ซึ่งรวมถึงการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ (โควิด-19) แต่ปัจจุบันไม่สามารถเลื่อนออกได้อีกต่อไป

มิซูสตินกล่าวว่าการปฏิรูปเชิงโครงสร้างจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพและรับรองว่าเจ้าหน้าที่รัฐบาลทุกคนจะมุ่งมั่นทำหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายอย่างเต็มที่ เนื่องจากตำแหน่งต่างๆ ในหลายกระทรวงจะว่างลงถึงร้อยละ 20

รายงานระบุว่าคำสั่งดังกล่าว จำนวนเจ้าหน้าที่ของสำนักงานบริหารส่วนกลางจะถูกลดลงร้อยละ 5 และจำนวนเจ้าหน้าที่ของรัฐบาลเขตแดนต่างๆ จะลดลงร้อยละ 10

มิซูสตินเสริมว่ามาตรการเหล่านี้จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพของหน่วยงานบริหารต่างๆ และกลุ่มปฏิบัติการพิเศษจะถูกจัดตั้งขึ้นเพื่อรับมือปัญหาต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการปฏิรูป ซึ่งคาดว่าจะเสร็จสิ้นภายในวันที่ 1 เม.ย. 2021

ทั้งนี้ การเปลี่ยนแปลงครั้งล่าสุดที่เกิดขึ้นภายในรัฐบาล วลาดิเมียร์ ปูติน ประธานาธิบดีรัสเซีย ได้ลงนามคำสั่งเพิ่มจำนวนรองนายกรัฐมนตรีจากเดิม 9 คน เป็น 10 คน

Photo by Alexey NIKOLSKY / Sputnik / AFP

ทรัมป์จ่อถล่มโรงงานนิวเคลียร์อิหร่านทิ้งทวน #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ The Nation.

https://www.posttoday.com/world/638208

วันที่ 17 พ.ย. 2563 เวลา 13:08 น.ทรัมป์จ่อถล่มโรงงานนิวเคลียร์อิหร่านทิ้งทวนโดนัลด์ ทรัมป์ ปรึกษาที่ปรึกษาอาวุโสถึงตัวเลือกในการโจมตีโรงงานนิวเคลียร์หลักของอิหร่านเมื่อสัปดาห์ที่แล้วหลังไล่รัฐมนตรีกลาโหมพ้นตำแหน่ง  

หนังสือพิมพ์ เดอะ นิวยอร์ก ไทมส์ รายงานโดยอ้างคำบอกเล่าของเจ้าหน้าที่สหรัฐ 4 รายว่า เมื่อวันพฤหัสบดีที่แล้วตามเวลาท้องถี่น ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ เรียกประชุมเจ้าหน้าที่และที่ปรึกษาระดับสูงที่ห้องทำงานรูปไข่ในทำเนียบขาวเพื่อสอบถามถึงทางเลือกต่างๆ ในการโจมตีโรงงานนิวเคลียร์หลักในเมืองนาทันซ์ของอิหร่านในเร็วๆ นี้

อย่างไรก็ดี บรรดาเจ้าหน้าที่และที่ปรึกษาระดับสูง รวมทั้งรองประธานาธิบดี ไมค์ เพนซ์, ไมค์ พอมเพโอ รัฐมนตรีกระทรวงการต่างประเทศ, คริสโตเฟอร์ มิลเลอร์ รักษาการรัฐมนตรีกระทรวงกลาโหม และมาร์ก เอ. มิลลีย์ ประธานคณะเสนาธิการร่วม พยายามโน้มน้าวไม่ให้ทรัมป์ลงมือ โดยให้เหตุผลว่าการโจมตีดังกล่าวอาจนำมาสู่การเผชิญหน้าเต็มรูปแบบในขณะที่ทรัมป์เหลือเวลาในตำแหน่งประธานาธิบดีอีกไม่นาน

ทว่า เจ้าหน้าที่สหรัฐเผยกับเดอะ นิวยอร์ก ไทมส์ว่า ทรัมป์อาจเปลี่ยนแผนมาโจมตีพันธมิตรของอิหร่าน อาทิ กลุ่มติดอาวุธในอิรัก แทน

การประชุมนี้เกิดขึ้นไม่กี่วันหลังจากทรัมป์ไล่ มาร์ก เอสเปอร์ ออกจากตำแหน่งรัฐมนตรีกระทรวงกลาโหม และหลังจากทบวงการพลังงานปรมาณูระหว่างประเทศ (IAEA) ขององค์การสหประชาชาติ (UN) เผยว่า อิหร่านมียูเรเนียมเสริมสมรรถนะในคลังเกินกว่าที่ข้อตกลงนิวเคลียร์ระหว่างประเทศเมื่อปี 2015 กำหนดไว้ถึง 12 เท่า

เนเดอร์ ฮาเชมิ ผู้อำนวยการศูนย์ตะวันออกกลางศึกษาแห่งมหาวิทยาลัยเดนเวอร์เผยกับ เดอะ นิวยอร์ก ไทมส์ว่า “โชคดีที่ยังมีคนใจเย็นอยู่ การโจมตีอิหร่านจะยิ่งทำให้ตะวันออกกลางที่ไม่มีเสถียรภาพอยู่แล้วสั่นคลอนยิ่งขึ้น โดยเฉพาะในอิรักและเลบานอน”

ทรัมป์จะถล่มจีนอย่างหนักครั้งสุดท้ายเพื่อวางยาไบเดน #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ The Nation.

https://www.posttoday.com/world/638152

วันที่ 17 พ.ย. 2563 เวลา 10:24 น.ทรัมป์จะถล่มจีนอย่างหนักครั้งสุดท้ายเพื่อวางยาไบเดนสำนักข่าว Axios เผยว่าทรัมป์วางแผนการ “กำราบ” จีนขั้นสุดท้ายเพื่อผูกมัดไบเดนให้แบกรับภาระด้านนโยบายการต่างประเทศ

สำนักข่าว Axios รายงานโดยอ้างการเปิดเผยของเจ้าหน้าที่ระดับสูงบางคนในรัฐบาลสหรัฐว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์วางแผนที่จะเคลื่อนไหวเพื่อโจมตีจีนอย่างหนักในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่เหลือของการดำรงตำแหน่งผู้นำประเทศ

ทรัมป์อาจประกาศมาตรการคว่ำบาตรหรือข้อจำกัดทางการค้าต่อบริษัท, หน่วยงานของรัฐ หรือเจ้าหน้าที่ของจีนโดยอ้างถึงการละเมิดสิทธิมนุษยชนหรืออ้างว่าเป็นภัยคุกคามต่อความมั่นคงแห่งชาติของสหรัฐ

จอห์น อัลเลียต (John Ullyot) โฆษกของคณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติกล่าวกับ Axios ว่าทรัมป์จะวางแผนให้การถล่มจีนในครั้งนี้แก้ไขแทบไม่ได้ เพราะหากใครคิดแก้ไขจะกลายเป็นการ “ฆ่าตัวตายทางการเมือง” ตัวอย่างเช่น หากโจ ไบเดนเข้ามารับตำแหน่งประธานาธิบดีคนใหม่ก็จะไม่มีทางเปลี่ยนแปลงนโยบายของสหรัฐต่อจีนอย่างขนานใหญ่

ทีมจัดตั้งรัฐบาลใหม่ของไบเดนกล่าวว่าตอนนี้ยังไม่มีความคิดเห็นเกี่ยวกับรายงาน ส่วนทำเนียบขาวไม่ตอบสนองต่อคำร้องขอความคิดเห็นจากผู้สื่อข่าวในทันที

อย่างไรก็ตาม คาดว่าจะมีการเคลื่อนไหวที่รุนแรงขึ้นกับจีนในช่วงไม่กี่สัปดาห์ก่อนที่รัฐบาลทรัมป์จะหมดอำนาจลง

เอ็ด มิลส์ (Ed Mills) นักวิเคราะห์ของ Raymond James Financial Inc. เขียนในบันทึกที่ตีพิมพ์เมื่อวันศุกร์ว่า ทางบริษัทเตรียมพร้อมรับกับคำสั่งประธานาธิบดีเพิ่มเติมที่อาจเป็นคำสั่งที่แข็งกร้าวจนยากที่จะแก้ไขได้

การประเมินดังกล่าวสอดคล้องกับคำสั่งของรัฐบาลทรัมป์ที่ประกาศเมื่อวันพฤหัสบดีที่ห้ามไม่ให้มีการลงทุนของชาวอเมริกันในบริษัทจีนที่กองทัพจีนเป็นเจ้าของหรือควบคุม

Axios รายงานว่าคำสั่งนี้ห้ามบริษัทการลงทุนและกองทุนบำเหน็จบำนาญซื้อและขายหุ้นของบริษัท จีน 20 แห่งที่กระทรวงกลาโหมสหรัฐระบุว่าเป็นบริษัทมีสายสัมพันธ์ทางทหารกับกองทัพจีนในเดือนมิถุนายนและเพิ่มอีก 11 บริษัทในเดือนสิงหาคม

Photo by MANDEL NGAN / AFP

เกาหลีเหนือเปิดเกมรุกโซเชียลมีเดียเข้าถึงสังคมโลก #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ The Nation.

https://www.posttoday.com/world/638131

วันที่ 17 พ.ย. 2563 เวลา 09:00 น.เกาหลีเหนือเปิดเกมรุกโซเชียลมีเดียเข้าถึงสังคมโลกเกาหลีเหนือบุกยูทูปและทวิตเตอร์ เผยแพร่โฆษณาชวนเชื่อเพื่อเข้าถึงประชาคมโลก

ในระยะหลังมานี้เกาหลีเหนือได้เริ่มใช้โเชียลมีเดียเพื่อนำเสนอเรื่องราวประจำวันและข่าวสารในประเทศมากขึ้น ซึ่งเป็นการเคลื่อนไหวที่หาได้ยากจากประเทศสันโดษอย่างเกาหลีเหนือ

โดยมีการสันนิษฐานว่าเป้ามหมายของการเข้าถึงโซเชียลมีเดียนั้นเพื่อเข้าถึงผู้ชมจากต่างประเทศเป็นวงกว้างในรูปแบบที่เข้าถึงง่ายมากขึ้นนอกจากนี้ยังสอดคล้องกับความเคลื่อนไหวล่าสุดของเกาหลีเหนือในการยอมรับสื่อสังคมออนไลน์มากขึ้น

โดย The Korea Times รายงานความเคลื่อนไหวล่าสุดของเกาหลีเหนือบนโลกออนไลน์เมื่อเดือนตุลาคมที่ผ่านมา พบว่ามีบัญชีทวิตเตอร์ 2 บัญชีปรากฏขึ้น ซึ่งใช้ชื่อว่าเป็น คิม มย็องอิล (@korea_myongil) ผู้อำนวยการคณะกรรมการรวมชาติอย่างสันติที่ดูแลความสัมพันธ์ระหว่างเกาหลี และ ฮาน ซองอิล (@korea_songil) ผู้อำนวยการสถาบันรวมชาติเกาหลีเหนือ

ทั้งสองบัญชีมีการทวีตข้อความในเชิงโฆษณาชวนเชื่อเช่นเดียวกับที่สื่อของเกาหลีเหนือนำเสนอ ซึ่งข้อความจำนวนมากเป็นภาษาอังกฤษ, จีน และญี่ปุ่น จึงถูกตั้งข้อสังเกตว่ามีวัตถุประสงค์เพื่อเข้าถึงผู้ชมในหลายประเทศเป็นวงกว้าง

แต่ภายหลังทั้งสองบัญชีดังกล่าวไม่สามารถเข้าถึงได้แล้ว

นอกจากนี้ NPR รายงานว่าก่อนหน้านี้เกาหลีเหนือยังใช้ช่องทางยูทูปเพื่อเป็นเครื่องมือใหม่ในการเผยแพร่โฆษณาชวนเชื่อ โดยมียูทูปเบอร์ถ่ายคลิปแนะนำสถานที่ท่องเที่ยวและวิถีชีวิตประจำวันของชาวเกาหลีเหนือซึ่งบรรยายเป็นภาษาอังกฤษ

ความเคลื่อนไหวดังกล่าวเกิดขึ้นแม้ว่าประชาชนชาวเกาหลีเหนือไม่สามารถเข้าถึงอินเทอร์เน็ตได้ แต่เกาหลีเหนือมีความตั้งใจที่จะปรับโฉมโฆษณาชวนเชื่อของรัฐและเข้าถึงผู้ชมต่างชาติ โดยตั้งหลักใช้โซเชียลมีเดียตะวันตกอย่างยูทูป และทวิตเตอร์

อย่างไรก็ตามยังคงไม่ชัดเจนว่าใครเป็นผู้สร้างและเผยแพร่เนื้อหาต่างๆ เหล่านี้บนโลกออนไลน์ แต่รายงานบางฉบับระบุว่าบัญชียูทูปและทวิตเตอร์เหล่านี้เชื่อมโยงกับสื่อเกาหลีเหนือที่ดำเนินการโดยรัฐบาลหรือในเครือของรัฐบาล

แม้ว่าจะเป็นเรื่องยากที่จะยืนยันแต่นักวิเคราะห์เชื่อว่าไม่น่าเป็นไปได้ที่วิดีโอดังกล่าวจะสร้างขึ้นโดยประชาชนชาวเกาหลีเหนือทั่วไป