พักผ่อนสุดสบายในสไตล์ส่วนตัว กับเอ็กซ์ตร้าลักชัวรี่ใจกลางกรุง @Rosewood Bangkok Hotel #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/travel/614449

วันที่ 11 ก.พ. 2563 เวลา 15:46 น.

พักผ่อนสุดสบายในสไตล์ส่วนตัว กับเอ็กซ์ตร้าลักชัวรี่ใจกลางกรุง @Rosewood Bangkok Hotel

วาเลนไทน์ปีนี้ ใครที่กำลังมองหาห้องพักสุดหรูหรามาเติมเต็มช่วงเวลาแสนพิเศษแบบเป็นส่วนตัว แถมการเดินทางสะดวกใจกลางกรุงเทพมหานคร ขอแนะนำ Rosewood Bangkok Hotel

หากความสะดวกสบายในใจกลางกรุงต้องแลกมากับความคับแคบ หรือต้องแลกมากับคุณภาพที่ลดลงไป นั่นไม่ใช่นิยามของ Rosewood โรงแรมระดับเอ็กซ์ตร้าลักชัวรี่เปิดใหม่ ที่มาพร้อมกับการเดินทางแสนสะดวกด้วยบีทีเอสเพลินจิตเชื่อมต่อสกายวอร์คเข้าโรงแรมได้เลย

“A SENSE OF BANGKOK” นิยามที่ Rosewood Bangkok ได้ให้กับเรา ไม่ว่าโรงแรมจะไปตั้งที่ไหน ก็จะดึงกลิ่นอายเฉพาะตัวของที่นั่นออกมา ผนวกกับการออกแบบ เพื่อสะท้อนวัฒนธรรม ตั้งแต่ภายนอกตึกจนถึงภายในตึก ไม่ว่าจะเป็นตึกรูปร่างพนมมือ และตกแต่งภายในที่เน้นงานศิลปะลงรายละเอียดตั้งแต่ทางเดิน ผนังที่บางจุดไม่ใช่แค่วอลเปเปอร์แต่เป็นภาพวาดงานฝีมือจากศิลปินชื่อดังทั้งผนัง รายละเอียดลงไปถึงของตกแต่งที่แต่ละห้องจะแตกต่างกันออกไป ให้เข้ากับบรรยากาศของห้องนั้นๆ

ห้องพักแบ่งเป็น 3 ส่วน ได้แก่ Rooms, Suites และ Houses ในส่วนของ Rooms จะไล่ตั้งแต่ Deluxe Room ขนาด 42 ตารางเมตร ไปจนถึงระดับ Two-Bedroom ขนาด 92 ตารางเมตร ระดับ Suites จะมีตั้งแต่แบบ Manor Suite ขนาด 79 เมตร ไปถึง Rosewood Suite ขนาด 88 ตารางเมตร และสุดท้าย Houses ที่มีให้เลือก 3 แบบนั้นก็คือ Nara House ขนาดห้อง 189 ตารางเมตร Thara House ขนาด 208 ตารางเมตร และ Bannakarn Housse ขนาดใหญ่ 291 ตารางเมตร โดยทุกห้องจะตกแต่งแตกต่างกันออกไปตามสไตล์และรายละเอียดของตกแต่งของแต่ละห้อง พร้อมเห็นวิวถนนเส้นสุขุมวิทและรถไฟฟ้า ให้ทุกท่านได้สัมผัสประสบการณ์การพักผ่อนที่ส่วนตัว หรูหรา และสงบท่ามกลางการอยู่ใจกลางเมือง

ทางด้านห้องอาหารประกอบไปด้วยห้องอาหาร LAKORN EUROPEAN BRASSERIE อยู่บนชั้น 7 ของโรงแรม พร้อมเสิร์ฟมื้อเช้าในแบบสไตล์ยุโรปด้วยบรรยากาศหรูหราอบอุ่น มีที่นั่งเอาท์ดอรอให้ชมวิวของกรุงเทพมหานคร ตกแต่งให้สมกับชื่อว่าละครด้วยการดึงเอกลักษณ์ของนางรำทั้งลวดลายและเครื่องแต่งกาย เปิด 2 ช่วงเวลา 06:30 โมงเช้า จนถึง10:30 โมงเช้า และช่วงเวลาจิบน้ำชายามบ่าย Afternoon Tea เวลาบ่าย 2 โมงครึ่ง จนถึง 5 โมงเย็น

ห้องอาหารถัดไปขอแนะนำ NAN BEI ตั้งอยู่บนชั้น 19 คำว่า นาน เบ่ย แปลว่า เหนือและใต้ในภาษาจีน โดยได้แรงบันดาลใจมาจากเรื่องราวของสาวทอผ้ากับหนุ่มเลี้ยงวัว ตกแต่งในสไตล์โมเดิร์นไชนีส แบ่งออกเป็นฝั่ง ด้านของหนุ่มเลี้ยงวัวของตกแต่งทุกชิ้นจะได้แรงบันดาลใจมากจากเกวียนล้อลาก ส่วนฝั่งของสาวทอผ้าได้แรงบันดาลใจมาจากที่ทอผ้า แบ่งแยกด้วยดวงดาวที่คั่นกลางระหว่างชายหญิงคู่นี้ตามเรื่องเล่า ห้องอาหารจะเสิร์ฟอาหารจีนดั้งเดิม เปิดให้เข้าในช่วงมื้อเที่ยง ตั้งแต่ 11:30 น. จนถึง 14:30 น. ในวันจันทร์ถึงวันเสาร์ และมื้อค่ำ วันจันทร์ถึงอาทิตย์ ตั้งแต่ 18:00 น. ถึง 22 :00 น.

สุดท้ายบาร์ LENNON’S ตั้งอยู่ชั้นบนสุดของโรงแรม ซ่อนตัวอยู่หลังห้องสะสมวิสกี้และแผ่นเสียงนับพัน เมื่อเปิดเข้าไปจะเจอบรรยากาศของสตูดิโอบันทึกเสียงของเลนนอน ที่เป็นแรงบันดาลใจในการออกแบบบาร์แห่งนี้ เปิดให้บริการวันอาทิตย์ถึงวันพุธ เวลา 6 โมงเย็นจนถึงเที่ยงคืน สำหรับวันพฤหัสบดี จนถึงวันเสาร์ จะเปิดให้บริการจนถึงเวลาตี 1

โรงแรม Rosewood Bangkok ตั้งอยู่ที่ถนนเพลินจิต ติดกับห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัลเอ็มบาซซี่ สะดวกด้วยการเดินทางด้วยรถไฟฟ้าบีทีเอส ลงสถานีเพลินจิต ทางออกที่ 5 พร้อมสกายวอล์คเข้าไปในตัวของโรงแรมได้อย่างสะดวกสบาย สอบถามรายละเอยดได้ที่ โทร. 02-080-0088 และ Email: bangkok@rosewoodhotels.com

Bangkok Booking Bus นอนค้างคืนบนรถบัสริมแม่น้ำเจ้าพระยา #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/travel/614401

วันที่ 11 ก.พ. 2563 เวลา 07:07 น.

Bangkok Booking Bus นอนค้างคืนบนรถบัสริมแม่น้ำเจ้าพระยา

รถบัสพักได้หนึ่งเดียวในโลก Bangkok Booking Bus พี่พักที่ได้รับแรงบันดาลใจมาจากความเป็นไทย ประสบการณ์ใหม่ของการนอนในเมืองกรุงฯ ริมคุ้งน้ำเจ้าพระยา

สร้างความตื่นเต้นให้คนรักการเดินทางอีกครั้ง เมื่อ Booking.com ผู้นำด้านเทคโนโลยีดิจิทัลสำหรับการเดินทางระดับโลกที่เชื่อมโยงนักเดินทางเข้ากับตัวเลือกที่พักน่าทึ่งหลากหลายประเภท ได้รังสรรค์ Bangkok Booking Bus รถบัสพักได้ ที่พักแปลกใหม่โดดเด่นด้วยดีไซน์แบบไทย ณ ริมแม่น้ำเจ้าพระยา

จากความนิยมเข้าพักในที่พักแปลกใหม่ต่างๆ ที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง และรายงานล่าสุดของ Booking.com ที่ชี้ว่านักเดินทางจำนวนมากขึ้นกำลังมองหาที่พักแปลกใหม่เพื่อตอบสนองความต้องการที่อยากจะลองประสบการณ์การเข้าพักในที่พักรูปแบบต่างๆ โดยนักเดินทางชาวไทยมากกว่า 2 ใน 5 (42%) วางแผนจะเข้าพักในที่พักที่มีเอกลักษณ์อย่างน้อยสักครั้งหนึ่ง ซึ่งนอกจากจะเป็นการหาแรงบันดาลใจให้ตัวเองแล้ว ผู้เดินทางยังต้องการทำให้คนรอบตัวรู้สึกประทับใจไปกับตัวเลือกของที่พักในรูปแบบแปลกใหม่ ที่สามารถแสดงออกถึงความเป็นตัวของตัวเองของผู้เข้าพักได้

Bangkok Booking Bus จะเปิดให้จองบน Booking.com ที่เดียวเท่านั้น และเข้าพักได้เพียง 1 คืน สำหรับผู้เข้าพัก 2 ท่าน นับเป็นประสบการณ์สุดพิเศษครั้งหนึ่งในชีวิต ณ เอเชียทีค เดอะ ริเวอร์ฟร้อนท์ แหล่งรวมไลฟ์สไตล์และความบันเทิงยามค่ำคืนที่หลากหลาย ทำให้การเข้าพักครั้งนี้น่าประทับใจไม่มีวันลืม

แขกที่ได้เข้าพักที่ Bangkok Booking Bus จะได้รับการต้อนรับด้วยชุดกระเช้าของขวัญ พร้อมทั้งเพลิดเพลินไปกับการตกแต่งภายในที่ไม่เหมือนใคร ท่ามกลางบรรยากาศแห่งมนต์เสน่ห์ของสถานที่อันโดดเด่นของกรุงเทพฯ มาไว้ในที่เดียว ทำให้ทุกช่วงเวลาของการเข้าพักนี้สมบูรณ์แบบและเหมาะแก่การถ่ายรูปอวดลงโซเชียลมีเดีย พร้อมสรรพไปด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกมากมายเพื่อการเข้าพักที่แสนสบาย

โดย Bangkok Booking Bus จะเปิดให้เข้าพักได้ในวันเสาร์ที่ 22 กุมภาพันธ์นี้ สำหรับการเข้าพัก 1 คืน ต่อผู้เข้าพัก 2 ท่าน โดยสามารถทำการสำรองที่พักได้ในวันพฤหัสบดีที่ 20 กุมภาพันธ์ ตั้งแต่เวลา 20.00 น. เป็นต้นไป โดยจะให้สิทธิ์ในการเข้าพักตามลำดับของผู้ที่จองเข้าพักก่อน สามารถจองที่พักบนรถบัสพักได้ที่ Booking ที่เดียวเท่านั้น

หลังจากที่แขกผู้โชคดีได้เข้าพักที่รถบัสพักได้เป็นที่เรียบร้อยแล้ว Booking.com จะส่งมอบรถบัสพักได้ดังกล่าวให้กับ Local Alike ซึ่งเป็นกิจการเพื่อสังคมสัญชาติไทยด้านการท่องเที่ยวเพื่อพัฒนาชุมชน และยังเป็นสตาร์ทอัพในโครงการ  Booking Booster ปี 2560 ซึ่ง Local Alike จะนำรถบัสพักได้ไปใช้งานเพื่อสานต่อความยั่งยืนต่อไป

สามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ Bangkok Booking Bus

Mono Sei ฟิวชั่นเมนูชูความเป็นญี่ปุ่นสไตล์โอมากาเสะสุดพรีเมี่ยม #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/travel/614300

วันที่ 09 ก.พ. 2563 เวลา 15:45 น.

Mono Sei ฟิวชั่นเมนูชูความเป็นญี่ปุ่นสไตล์โอมากาเสะสุดพรีเมี่ยม

ละเมียดละไมไปกับโอมากาเสะ 24 คอร์ส++ ราคา 12,000 บาท++ เปิดประสบการณ์สุดพรีเมียมที่ไม่ได้มีดีแค่ซูชิ @Mono Sei ฉีกกรอบการทานแบบดั้งเดิม เพิ่มเติมเมนูฟิวชั่นที่รังสรรค์จากวัตถุดิบชั้นเยี่ยม ผสานเทคนิคการปรุงด้วยศาสตร์และศิลป์เพื่อลูกค้าคนพิเศษผู้อยู่เบื้องหน้า

“Mono” หนึ่งเดียว “Sei” ดียิ่งขึ้น สองคำรวมความหมายสื่อถึง “การเป็นที่หนึ่งซึ่งจะยังคงดียิ่งๆ ขึ้นไป” นี่เป็นสิ่งที่ Mono Sei ร้านอาหารน้องใหม่ป้ายแดงอยากสื่อให้ทุกคนได้รับรู้ เมื่อกระแสการรับประทานอาหารญี่ปุ่นในสไตล์โอมากาเสะ (Omakase) หรือเมนูอาหารที่เนรมิตมาตามใจเชฟ เริ่มเป็นที่แพร่หลายในบ้านเรา แต่ความเป็นโอมากาเสะแบบพรีเมียมยังมีให้เห็นไม่มากนัก

Mono Sei เกิดมาเพื่อสร้างความต่างด้วยการคัดสรรวัตถุดิบชั้นเลิศจากสถานที่ต่างๆ ที่ขึ้นชื่อให้มาอยู่ในลิสต์รายการอาหาร พร้อมจัดการรังสรรค์เมนูโดยเชฟฝีมือฉมังจากฝั่งแดนอาทิตย์อุทัยผู้มากประสบการณ์ ส่วนในด้านวัตถุดิบร้านนี้เลือกใช้ของที่ดีที่สุด อาทิ  Uni  ไข่หอยเม่นราชินีแห่งท้องทะเลจากแบรนด์ฮาดาเตะซึ่งขึ้นชื่อในเรื่องของความพรีเมี่ยม ได้รสหวานตามธรรมชาติ ไร้กลิ่นคาว Nama Kaki หอยนางรมสดจากเมืองอิวาเตะ ตัวโต เนื้อแน่น คาร์เวียร์ชั้นยอด เนื้อมัสซึทากะ ปูทาราบะ Kegani ปูขน Mushi Awabi หอยเป่าฮื้อญี่ปุ่น และเกลือหิมาลายันสีชมพู นอกความความประทับใจในเมนูอาหารที่จัดเสิร์ฟ ต้องบอกเลยว่าอีกความพิเศษที่สัมผัสได้คือการให้บริการที่ใส่ใจในทุกรายละเอียดตามธรรมเนียมญี่ปุ่นครบสูตร

ถึงเวลาเริ่มต้นมื้อพิเศษ เชฟจะทำการแนะนำตัว พร้อมเผยวัตถุดิบสดๆ ตัวเป็นๆ ที่จะนำมารังสรรค์เป็นอาหารจานพิเศษ ไม่ว่าจะเป็น Kegani ปูขน Mushi Awabi หอยเป่าฮื้อ หรือล็อบสเตอร์ ระหว่างนี้มีเครื่องดื่มผสมยูสุจัดเสิร์ฟความสดชื่นเปิดปุ่มรับรส พร้อมชาร้อน/เย็นให้เลือกเฟ้นตามความต้องการ

ด้านอาหารสตาร์ทด้วย Agedashi Goma Tofu เปิดประสาทการรับรู้ด้วยเต้าหู้ทอดงาที่เสิร์ฟมาแบบอุ่นๆ เนื้อละมุนนุ่มแทบละลายในปาก ตามมาด้วย Jagaimo to Beats on Reisei soup ซุปสีชมพู เมนูที่ผสมผสานมันฝรั่งและบีทรูทรสกลมกล่อมหอมมัน และ Nanbanzuke ปลามะไดเนื้อขาวหมักซอส Vinegar สุดชุ่มฉ่ำ

ตามด้วยความสดจากมหาสมุทรอย่าง Nama Kaki หอยนางรมสดๆ จากเมืองอิวาเตะ ราดด้วยน้ำซอสพอนสึ Vinegar รสเปรี้ยวนิดๆ จากนั้นก็รันตามเชฟจะสรรค์สร้าง อาทิ Tsukuri ซาชิมิ, ซูชิ, Otoro , Uni, Anago, Aburi Nodoguro, Hotate Isobe Yaki Kodonburi,  Taraba Kani, Maki roll

ปิดท้ายด้วยของหวานน่าตาน่าทานอย่าง Tamagoyaki ไข่หวานรสชาติคล้ายคัสตาร์ดเค้ก, Fruit Daifuku ไดฟุกุองุ่นไชน์มัสแคท รสออกเปรี้ยวบวกกับถั่วแดงที่มีรสหวาน ทานคู่กับชาโฮจิฉะ และ Anmitsu ไอศกรีมวานิลลากับโมจิญี่ปุ่น โรยด้วยน้ำตาลอ้อยญี่ปุ่น ผงถั่ว เมนูหนุบหนับหวานหอม สัญลักษณ์ของความอร่อยในตอนท้ายที่เป็นเหมือนป้ายบอกการมาถึงของเวลาสิ้นสุดแห่งการดื่มด่ำมื้อค่ำสุดเอ็กซ์คลูซีฟอย่างสมบูรณ์แบบ

อยากสัมผัสความต่างในแบบโอมากาเสะพรีเมียม ไปกันได้ที่ร้าน Mono Sei ตั้งอยู่ที่ชั้น G อินเตอร์คอนติเนนตัล โฮเต็ล เปิดให้บริการทุกวันอังคาร-อาทิตย์ ตั้งแต่เวลา 18.00 น. เป็นต้นไป ร้านนี้มีเพียง 2 ห้อง รองรับลูกค้าได้ทั้งแบบมาเดี่ยวหรือมาเป็นกลุ่ม กรุณาจองคิวล่วงหน้า โทร : 094-654-6326

เฟซบุ๊ก : Monosei

ไอจี : @monosei

ทวิตเตอร์ : @monosei_sushi

เว็บไซต์ :  http://monosei.com

สวีทหวานเกินต้าน วาเลนไทน์ปีนี้รักใครให้พาไป CENTRAL #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/travel/614281

วันที่ 09 ก.พ. 2563 เวลา 10:39 น.

สวีทหวานเกินต้าน วาเลนไทน์ปีนี้รักใครให้พาไป CENTRAL

กุมภาพันธ์เดือนแห่งความรัก สวีทหวานน้ำตาลเรียกพี่!! เติมความหวานกับกิจกรรมดีๆ ที่ห้างเซ็นทรัล ในแคมเปญ “CENTRAL LOVE OUT LOUD 2020”

กลับมาอีกครั้งสำหรับกิจกรรมดีๆ ที่ห้างเซ็นทรัลจัดขึ้นเพื่อเอาใจคนมีความรัก กับแคมเปญ CENTRAL LOVE OUT LOUD สวีทเกินต้าน เติมความหวานกับกิจกรรมวาเลนไทน์ โดยไฮไลท์สำหรับปีนี้ห้างเซ็นทรัลได้จับมือกับสตรีทอาร์ทติสต์เจ้าของผลงาน MillionsMonster “กอล์ฟ–ฐิติภูมิ เพ็ชรสังข์ฆาต” ครีเอทตัวคาแรคเตอร์ขึ้นมาใหม่สำหรับเทศกาลแห่งความรักที่ห้างเซ็นทรัลโดยเฉพาะในชื่อ LOL Peoples by MillionsMonster

ซึ่งคอนเซ็ปต์ในครั้งนี้ คุณกอล์ฟได้ใส่ความเป็น Fashion ผสมเข้ากับการใช้ชีวิตแบบ Urban Lifestyle ให้คาแรคเตอร์เด่นชัดและดูโดดเด่นกว่าที่ผ่านมา แต่ยังคงไว้ด้วยลายเส้นสนุกๆ ในแบบฉบับของมิลเลี่ยนมอนสเตอร์ที่ดูเป็น Fashionista จุดเด่นของเหล่าตัวการ์ตูนนี้อีกอย่างก็คือเครื่องแต่งกายที่มาในแบบสตรีทสีสันสดใส ว่าด้วยลวดลายแพทเทิร์นรูปหัวใจที่ดูยังไงก็เข้ากับเทศกาลแห่งความรักนี้อย่างไร้ที่ติ โดยทุกท่านสามารถร่วมสนุกพร้อมจดจำช่วงเวลาดีๆ ไปกับเหล่าคาแรคเตอร์นี้ได้ที่จุดถ่ายรูป E-Love CENTRAL LOVE OUT LOUD x MillionsMonster by AnOfficerDies พร้อมรับฟรีคูปองแทนเงินสด 100 บาท!! เมื่อแชร์ภาพกิจกรรม E-Love และติดแฮชแท็ก #centralloveoutloud2020 ตั้งแต่วันที่ 3 ก.พ.-14 ก.พ. 2563 ที่ห้างเซ็นทรัล@เซ็นทรัลเวิลด์, ชิดลม , ลาดพร้าว, บางนา และปิ่นเกล้า

สำหรับปีนี้แคมเปญ CENTRAL LOVE OUT LOUD ยังส่งมอบโมเมนต์ดีๆ ให้คู่รักได้ร่วมสนุกกับกิจกรรม และตัวคาแรคเตอร์จาก LOL Peoples by MillonsMonster ได้มากขึ้นที่ห้างเซ็นทรัลพระราม 3, เวสต์เกต, แจ้งวัฒนะ, ฟิวเจอร์พาร์ค และอีสต์วิลล์ เพียงแชร์ภาพถ่ายจากกิจกรรม E-Love พร้อมติดแฮชแท็ก #CentralLoveOutLoud2020 รับฟรีทันทีคูปองแทนเงินสด 100 บาท

นอกจากนี้ เฉพาะวันที่ 13–14 ก.พ. เพียง 2 วันเท่านั้น !! ที่ห้างเซ็นทรัลชิดลม และเซ็นทรัล@เซ็นทรัลเวิลด์ เพียงแสดงใบเสร็จที่มียอดครบ 2,000 บาท/ใบเสร็จ รับฟรีทันทีดอกกุหลาบบอกความในใจ (จำนวนจำกัด) 1 ดอก ที่จะมาพร้อมชื่อและความหมายโดนใจที่จะทำให้ผู้รับประทับใจไม่มีวันลืม

และที่ LIVING HOUSE แหล่งรวมไลฟ์สไตล์แห่งใหม่ เอาใจสายขนมหวาน ให้บอกความรู้สึกผ่านเครื่องดื่มจากร้าน “WANNJAI CAFÉ” (หวานใจ คาเฟ่) ที่รังสรรค์มาเพื่อเทศกาลแห่งความรักกับ “The Season for Loving ซื้อ 1 แถม 1” (เฉพาะเมนูที่ร่วมรายการ) และรับฟรี! ปลอกสวมแก้วบอกรักลายพิเศษ ตั้งแต่วันที่ 1 ก.พ.– 29 ก.พ. 2563 ที่ Living House ชั้น 6 เซ็นทรัลพระราม 3 และชั้น 7 เซ็นทรัล@เซ็นทรัลเวิลด์

นอกจากกิจกรรมต่างๆ ที่ห้างเซ็นทรัลได้คัดสรรมาให้ทุกท่านได้ร่วมสนุกแล้ว ทุกท่านยังสามารถช้อปยาวจุใจตลอดเดือนแห่งความรักนี้ ด้วยกองทัพสินค้าราคาพิเศษที่จะช่วยเติมความหวานให้ทุกคนกับส่วนลดสูงสุด 30% (สำหรับสินค้าราคาปกติ) พร้อมลดเพิ่มอีก 10% เมื่อช้อปครบตามเงื่อนไข อีกทั้งยังสามารถลด/รับเพิ่มสูงสุดอีก 30% จากเดอะวัน และบัตรเครดิตที่ร่วมรายการ สำหรับลูกค้าบัตรมาสเตอร์การ์ด เมื่อช้อปครบตามเงื่อนไข สามารถรับบัตรกำนัลห้องพัก 1 คืนมูลค่า 26,500 บาท ที่ Cape Dara Resort Pattaya (จำกัด 50 ท่านแรก) และเฉพาะลูกค้า บัตรเครดิตซิตี้ รับเครดิตเงินคืน 10% เมื่อช้อปครบตามเงื่อนไข (เฉพาะศุกร์ เสาร์ และอาทิตย์)

รายละเอียดเพิ่มรายละเอียดเพิ่มเติมคลิก www.facebook.com/CentralDepartmentStore/

มื้อแห่งความสุขที่ ‘ห้องอาหารจีนไดนาสตี้’ เสิร์ฟความอร่อยนับเข่งไม่ถ้วนกับบุฟเฟ่ต์ติ่มซำคำโตๆ พร้อมโปรสุดคุ้ม #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/travel/614193

วันที่ 08 ก.พ. 2563 เวลา 08:20 น.

มื้อแห่งความสุขที่ 'ห้องอาหารจีนไดนาสตี้' เสิร์ฟความอร่อยนับเข่งไม่ถ้วนกับบุฟเฟ่ต์ติ่มซำคำโตๆ พร้อมโปรสุดคุ้ม

จัดหนักมื้อกลางวัน!! อิ่มหนำพร้อมอร่อยสุดฟิน สุดคุ้ม กับบุฟเฟ่ต์ติ่มซำคำโต ณ ห้องอาหารจีนไดนาสตี้ โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์ฯ ละลานตากับติ่มซำคุณภาพเลิศปั้นสดใหม่ทุกวัน รังสรรค์โดยเชฟก้องซุ่น แซ่เลี่ยง

ครั้งนี้ โพสต์ทูเดย์ เทใจมี 100 ให้ 100 กับอาหารจีนคุณภาพระดับโรงแรม 5 ดาว ณ ห้องอาหารจีนไดนาสตี้ ที่ตั้งอยู่บนชั้น 24 โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์และบางกอกคอนเวนชันเซ็นเตอร์ เซ็นทรัลเวิลด์ โรงแรมสุดหรูใจกลางกรุงที่มีแหล่งช้อปปิ้งให้ช้อปจุใจพร้อมไปเดินย่อยก่อนกลับบ้าน

ที่ห้องอาหารจีนไดนาสตี้ มีบุฟเฟต์ติ่มซำมื้อกลางวันให้อิ่มอร่อยแบบนับเข่งไม่ถ้วน ด้วยรายการอาหารให้เลือกมากกว่า 70 รายการ พร้อมบริการสุดประทับใจที่เติมเต็มความสุขเสิร์ฟในมื้ออร่อยได้เป็นอย่างดี ด้านเมนูหลักๆ เป็นติ่มซำปั้นสดใหม่ทุกวัน รังสรรค์โดย เชฟก้องซุ่น แซ่เลี่ยง หัวหน้าพ่อครัวประจำห้องอาหาร ทุกคำทำจากวัตถุดิบคุณภาพเกรดพรีเมี่ยม สะอาด สดใหม่ แถมยังใส่ใจเรื่องสุขภาพกับเมนู Low Sodium เรียกว่าตอบโจทย์อากง อาม่า ผู้ใหญ่วัยเก๋าที่ต้องเบาเรื่องรสเค็ม ความมัน และโซเดียม

เมนูที่มาแล้วไม่อยากให้พลาด Bird’s nest and crab meat soup ซุปรังนกเนื้อปู ชูโรงด้วยความหอมหวานสไตล์รังนก ผสานความหอมและรสชาติเอกลักษณ์ของเนื้อปูที่อร่อยจนกินไม่หยุดฉุดไม่อยู่เลยจริงๆ ส่วนเมนูของทานเล่นก็โดดเด่นไม่แพ้กัน ไม่ว่าจะเป็น ไก่แช่เหล้า, แมงกะพรุนน้ำมันงา, ขาหมูแก้ว, หูหมูแก้ว , เป็ดย่างฮ่องกง, หมูแดง ถึงเวลาเลือกติ่มซำอร่อยทุกคำ ไม่ว่าจะเป็นขนมจีบ ฮะเก๋า อย่างฮะเก๋ากุ้งแป้งบางๆ กุ้งเด้งๆ มาเต็มตัว ต่อด้วยสารพันเมนูทอด ซาลาเปา ตบท้ายด้วยของหวานและผลไม้

ตามไปอิ่มอร่อยแบบไม่อั้นกับบุฟเฟต์ติ่มซำที่ห้องอาหารจีนไดนาสตี้ ในราคาเริ่มต้นเพียง 850 บาท++ สามารถเลือกเมนูของทานเล่นได้ 2 อย่าง อาทิ ไก่แช่เหล้า, แมงกะพรุนน้ำมันงา, ขาหมูแก้ว, หูหมูแก้ว , เป็ดย่างฮ่องกง, หมูแดง และเลือกทานซุป 1 อย่าง อาทิ เห็ดหอมเยื่อไผ่, ซุปเสฉวน, ซุปข้นกังป๋วย, ซุปกระเพาะปลาน้ำแดง และสั่งติ่มซำแบบไม่อั้น อีกทั้งยังได้รับเมนูจานหลัก 1 จาน อาทิ ข้าวผัดเป็ดย่างไข่เค็ม, ข้าวผัดปลาเค็มไก่, โกยซีหมี่, เส้นใหญ่ราดหน้าหมู ปิดท้ายด้วยของหวาน อาทิ ผลไม้ตามฤดูกาล, บัวลอยน้ำขิง และแคนตาลูปสาคูเย็น

หรือจะเลือกเพิ่มเมนูอัพความฟินกับบุฟเฟต์ติ่มซำราคา 1,250 บาท++ เพิ่มเมนูของทานเล่น, ซุป, ของหวานพิเศษ และสั่งติ่มซำแบบไม่อั้น และยังได้รับเป็ดย่างสไตล์ปักกิ่งคนละ 4 ชิ้นอีกด้วย

และที่ยิ่งพิเศษแบบพลาดไม่ได้คือ โปรโมชั่นลด 25% ทุกการจ่ายไม่ว่าจะเป็นจ่ายด้วยเงินสดหรือบัตรเครดิต เพิ่มความคุ้มให้กลุ่มลูกค้าที่ใช้บัตรเครดิตเซ็นทรีล และกรุงศรี ลด 30% ถึงสิ้นเดือนมีนาคม 2563

ห้องอาหารจีนไดนาสตี้ ตั้งอยู่ชั้น 24 โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์และบางกอกคอนเวนชันเซ็นเตอร์ เซ็นทรัลเวิลด์

เปิดบริการทุกวัน ตั้งแต่ เวลา 11.30 – 14.30 น. และ 18.00 – 22.30 น.

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมหรือสำรองที่นั่งได้ที่ โทร. 02 100 6255

อีเมล : diningcgcw@chr.co.th

ติดตามข่าวสารของห้องอาหารจีนไดนาสตี้ได้ที่ เว็บไซต์ : https://www.centarahotelsresorts.com/centaragrand/cgcw/restaurant/dynasty

เฟซบุ๊ก: Centara Grand at CentralWorld และอินสตาแกรม: Centaragrand_Centralworld

5 แบรนด์ไทย 5 เชฟดัง ร่วมสร้างเอกลักษณ์ใหม่ให้ร้านอาหารย่านเจริญกรุง #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/travel/614077

วันที่ 07 ก.พ. 2563 เวลา 07:59 น.

5 แบรนด์ไทย 5 เชฟดัง ร่วมสร้างเอกลักษณ์ใหม่ให้ร้านอาหารย่านเจริญกรุง

ดับบลิวพี เอ็นเนอร์ยี่ เคียงข้างสร้างรอยยิ้ม ยกระดับวงการอาหารและแฟชั่นไทย จับมือ CEA จัดแคมเปญ “Bangkok Design Week 2020 x World Curated by WP Energy” ดึง 5 แบรนด์ไทย และ 5 เชฟชื่อดัง ร่วมสร้างเอกลักษณ์ใหม่ให้ร้านอาหารย่านเจริญกรุง

ดับบลิวพี เอ็นเนอร์ยี่ สานต่อการร่วมสนับสนุนวงการอาหารและยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้ประกอบอาชีพด้านอาหารในประเทศไทยอย่างยั่งยืน พร้อมร่วมขับเคลื่อนการเติบโตของเศรษฐกิจทั้งในและต่างประเทศผ่านความร่วมมือกับสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ (CEA) เพื่อร่วมสนับสนุนงาน Bangkok Design Week 2020 แคมเปญ Bangkok Design Week 2020 x World Curated by WP Energy ในงาน Curated Charoen Krung (คูเรเตด เจริญกรุง)

สำหรับแคมเปญ Bangkok Design Week 2020 x World Curated by WP Energy เป็นการทำงานร่วมกันของ 5 แบรนด์ไทยชื่อดัง ได้แก่ วิคธีร์รัฐ (Vickteerut), ทีแอนด์ที (TandT), เจนสุดา (Janesuda), ปัญญา พีเจ (Panya PJ) และวิณ ภทรฤน (Vinn Patararin) ที่จะมาร่วมสร้างเอกลักษณ์ผ่านการออกแบบองค์ประกอบต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นการตกแต่งร้าน ชุดยูนิฟอร์มพนักงาน หรือแพคเกจจิ้งต่าง ๆ ฯลฯ ของร้านอาหาร บาร์ และคาเฟ่ในย่านเจริญกรุงจำนวน 5 ร้าน ได้แก่ ร้านวัวทอง โภชนา, Heiji (เฮจิ), JUA(จั่ว), To more(ทู มอร์) และ REI (เร) ให้เป็นที่รู้จักในกลุ่มลูกค้าคนรุ่นใหม่มากขึ้น พร้อมกับมี 5 เชฟชื่อดังอย่าง เชฟแอนดี้ ยังเอกสกุล, เชฟฟาง- ณัฐพงศ์ หน่อชูเวช,เชฟตาม Top Chef Thailand, เชฟชิ้ง-กนกวรรณ อัศวานุชิต และเชฟพุฒิ-พุฒิธนัตถ์ ไชยอภินันท์ฐากุล ที่จะมาร่วมพัฒนาคอนเซ็ปต์เมนูพิเศษที่สะท้อนเอกลักษณ์ของร้านค้าและคาเฟ่ทั้ง 5 ร้านเพื่อให้เป็นเมนูใหม่ที่จะถูกนำมาขายจริงตั้งแต่แคมเปญนี้เป็นต้นไป นอกจากนี้ ในแคมเปญนี้ยังได้รับเกียรติจากคุณดวงฤทธิ์ แคล้วปลอดทุกข์ ฟู้ดสไตลิสต์ ชื่อดังที่ร่วมฝากผลงานการทำฟู้ดสไตลิสต์ให้กับแคมเปญในครั้งนี้ด้วย

ความร่วมมือระหว่าง 5 ร้านอาหาร 5 แบรนด์ไทยรุ่นใหม่ และ 5 เชฟชื่อดัง เกิดเป็นผลลัพธ์ที่พิเศษที่สุด ดังนี้

วัวทองโภชนา X Vickteerut X เชฟชิ้ง

เมนูหมี่พันวัวทองคำ โดยเชฟชิ้ง-กนกวรรณ อัศวานุชิต ฟู้ดบล็อกเกอร์สาวสวย เจ้าของเพจผู้หญิงทําอาหารที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย FashionOnFood ในงานนี้เชฟชิ้งได้สร้างสรรค์เมนูยั่วใจในสีสันสดใส ใช้วัตถุดิบขึ้นชื่อของทางร้านวัวทองโภชนา อันเป็นที่รู้จักในนามร้านก๋วยเตี๋ยวเนื้อสูตรชิงเต่า ในโลเคชั่นสุดลึกลับของย่านนี้ โดยมีดีไซเนอร์ไทยอย่างอรประพันธ์ สุทธินรเศรษฐ์ จากแบรนด์ Vickteerut ที่นำเอาความเรียบโก้มาถักทอไว้ด้วยรายละเอียด นำเสนอออกมาเป็น Interactive Media แบบ AR ผ่านมือถือของทุกท่านได้ ท้าทายกับประสบการณ์ใหม่ที่รอเซอร์ไพรส์ทุกคน

Heiji X TandT X เชฟพุฒิ

เมนูชาแดงเลมอนเนดใบไทม์ไซรัป / ขนมโป๊งเหน่ง เรดเวลเวท ช๊อกโกแลต ลาวา โดยเชฟพุฒิ พุฒิธนัตถ์ ชยอภินันท์ฐากุล เชฟหนุ่มหล่อไฟแรงดีกรีผู้ชนะจาก Celeb Chef Thailand ซีซั่น 1 รายการทำอาหารบนโลกออนไลน์แบบเต็มรูปแบบรายการแรกของประเทศไทย ซึ่งปัจจุบันเป็นที่ปรึกษาร้านอาหารหลายแห่ง และเป็นเจ้าของกิจการ Catering ด้วยอายุเพียง 23 ปี ในงานนี้ เชฟพุฒิจับเอาความทรงจำของเด็กรุ่นก่อนมานำเสนอผ่านเมนูเหมือนกับร้าน Heiji คาเฟ่ที่ชุบชีวิตตึกเก่าย่านเจริญกรุงให้กลับมาสนุกสนานอีกครั้งนั่นเอง พร้อมทั้งมีดีไซเนอร์ไทยผู้เป็นที่น่าจับตามองที่สุดแห่งยุคอย่างธนาวุฒิ ธนสารวิมล จากแบรนด์ TandT มาร่วมปลุกพลังสร้างสรรค์ให้โชติช่วงกว่าเคยในย่านแห่งนี้ โดย TandT ได้เลือกภาพยนตร์เรื่อง Willy Wongka and The Chocolate Factory จากปี 1971 เพื่อมาฉายในร้าน ดึงความแตกต่างของวัฒนธรรมของงานวัดแบบไทยๆ เข้ามาผสมผสาน แต่ยิ่งนำพาทุกท่านให้ย้อนกลับไปในความทรงจำแสนหวาน

JUA X Janesuda X เชฟตาม

เมนูโพ๊คเกะปลาฮามาจิ ดอกเก็กฮวยออร์แกนนิก ยูสุ และ ดอกขิง / เจลลี่กุหลาบออร์แกนิกจากเชียงดาว ไวท์ช็อกโกแลต สาเกจุนไม และ ลิ้นจี่โดย เชฟตาม ชุดารี เทพาคำ ท็อปเชฟแห่งเมืองไทยที่มีฝีไม้ลายมือเรื่องการเนรมิตอาหารท้องถิ่นให้น่าทึ่งสู่สายตาในระดับอินเตอร์อย่างหาตัวจับได้ยากโดยได้คิดค้นเมนูนี้เพื่อมอบให้กับร้าน JUA โดยเฉพาะ พร้อมบอกเล่าเรื่องราวน่าอัศจรรย์ใจไปกับอินสตอลเลชั่นรูปปลาหมึกยักษ์สุดอลังการที่รังสรรค์ขึ้นด้วยดอกไม้หลากสีสันสะท้อนความเป็นร้านซีฟู้ดสไตล์ญี่ปุ่นของ JUA แต่ยังคงไว้ซึ่งเอกลักษณ์ความสดใสของดีไซเนอร์ไทยสาวมากรายละเอียดเจนสุดา ปานโต จากแบรนด์ Janesuda ควบคู่กับการรังสรรค์แฟชั่นคอลเลคชันสุดพิเศษเพื่อร้านนี้โดยเฉพาะ

To More X Panya PJ X เชฟฟาง

เมนูแคปหมูหม่าล่ากับปลาหมึกบดราดซอส / แซงเกรีย โดยเชฟฟาง-ณัฐพงศ์ หน่อชูเวช พร้อมดีกรีจากสถาบัน French Culinary Institute สาขา Culinary Art แห่งมหานครนิวยอร์ก และการเป็นผู้เข้าแข่งขันในรายการอาหารชื่อดังที่ถูกจับตามองมากที่สุดคนหนึ่งจากความเก่งกาจของเขา โดยในงานนี้เชฟฟางขอรับอาสาสร้างสรรค์ผลงานชิ้นใหม่เพื่อร้าน To More โดยเฉพาะ โดยมีดีไซเนอร์ไทยรุ่นเก๋าผู้คร่ำหวอดในวงการมีผลงานเป็นที่ประจักษ์มากมายอย่างปัญญา จิตรมานะศักดิ์ จากแบรนด์ Panya PJ มาร่วมสร้างประสบการณ์แปลกใหม่ให้ทุกศาสตร์สัมผัสตั้งแต่วินาทีแรกที่ได้เข้ามาในร้านแห่งนี้ โดยใช้เทคนิคการจับเดรปผ้าสีแดงเลือดนกที่ได้แรงบันดาลใจจากการตกแต่งโรงละครแบบ Theatre Musical มาสร้างสรรค์ผลงานครั้งนี้

REI X Vinn Patararin X เชฟแอนดี้

เมนูแก้มปลาบุริย่างซีอิ๊วไทยกับข้าวชาวนา / ยำแซลมอน โดย เชฟแอนดี้ ยังเอกสกุล (Michelin Star) เป็นการผสมผสานระหว่างวัตถุดิบท้องถิ่นกับวัตถุดิบต่างประเทศให้ใช้เอกลักษณ์รสของตนเองชูรสชาติซึ่งกันและกันได้รสกลมกล่อมเข้ากันเป็นอย่างดี รังสรรค์ขึ้นเป็นพิเศษให้กับร้าน REI โดยมีดีไซเนอร์ไทยที่ขึ้นชื่อเรื่องการผสมผสานเทคนิคงานคราฟต์กับเทคโนโลยีอย่างวิณ โชคคติวัฒน์ และภทรฤณ พงษ์ประสิทธิ์ จากแบรนด์ Vinn Patararin มาสร้างสีสันควบคู่กับการจัดแสงแบบ Asian Light ที่ให้ความรู้สึกลึกลับ เข้ากับเทคนิคการใช้เหล็กในการตกแต่งเพื่อสะท้อนถึงอาชีพของชุมชนในแถบนั้น โดยนี่ยังถือว่าเป็นครั้งแรกที่ Vinn Patararin ทำงานวิชวลอาร์ตฉาย Mapping ให้กับร้านเพื่อเล่าเรื่องราวของร้านและวัตถุดิบ เติมเต็มประสบการณ์ใหม่ในระหว่างลิ้มรสเมนูพิเศษเมนูนี้ด้วย

พิสูจน์ความอร่อยแซ่บอาหารไทย-อีสานจานโปรดที่ถูกใจทั้งคนไทยและต่างชาติ @Have a ซี๊ดดด #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/travel/613969

วันที่ 06 ก.พ. 2563 เวลา 10:30 น.

พิสูจน์ความอร่อยแซ่บอาหารไทย-อีสานจานโปรดที่ถูกใจทั้งคนไทยและต่างชาติ @Have a ซี๊ดดด

“Have a ซี๊ดดด” แซ่บซี๊ดจี๊ดจ๊าดกับอาหารไทย-อีสานละลานตา พร้อมเมนูปลากะพงคัดไซส์จัมโบ้คุณภาพดี การันตีความอร่อย แต่ต้องรีบหน่อยกับโค้งสุดท้ายแค่ปลายเดือนนี้เท่านั้น

Have a ซิ๊ดดด ร้านอาหารไทย-อีสานที่ใครได้ลองชิมต่างต้องตกอยู่ในมนต์สะกดของรสชาติที่อร่อยจัดจ้าน แม้เมนูจะดูคุ้นตาแต่บอกเลยว่ารสชาติแซ่บนัวสะท้านจิตจนต้องลิสต์ไว้เป็นหนึ่งในร้านที่ต้องมาทานบ่อยๆ

ร้านนี้มีดีหลายอย่างไม่ว่าจะเป็นบรรยากาศที่ดูหรูหราสไตล์โมเดิร์น ประดับประดาด้วยดอกไม้บานสะพรั่งเต็มร้าน สอดแทรกความหวานด้วยโทนสีสุดอบอุ่น มอบประสบการณ์ด้านการบริการที่เป็นเลิศ ส่วนเมนูอาหารก็มีให้เลือกเพียบ ทั้งเมนูทานเล่น อาหารเรียกน้ำย่อย อาหารไทยทั้งต้ม ผัด แกง ทอด แต่ที่สุดยอดยกให้เมนูลูกอีสานที่ใส่ความเป็นเมนูฟิวชั่นให้ดูทันสมัย เนรมิตออกมาหน้าตาน่ารับประทาน แต่คงรสชาติตำรับอีสานถึงแก่น แถมมีของหวาน และเครื่องดื่มสารพันให้เลือกดับเผ็ดกันตามชอบ

ประเดิมความแซ่บสไตล์ Have a ซิ๊ดดด ด้วย คอหมูจิ้มแจ่วกระทะร้อน (220 บาท) คอหมูแทรกมันคัดตรงส่วนที่ดีที่สุด นำมาหมักจนเข้า ก่อนเนื้อย่างไฟอ่อนๆ ให้สุกแบบพอดี เสิร์ฟมาในกระทะร้อนราดน้ำจิ้มแจ่วเผ็ดเปรี้ยวหวานครบรส หอมกลิ่นข้าวคั่วนิดๆ เนื้อหมูติดมันหน่อย อร่อยอย่าบอกใคร

อร่อยยั่วๆ กับ ตำมั่ว (120 บาท) แซ่บนัวด้วยวัตถุดิบครบเครื่อง ทั้งขนมจีน แคบหมูกรอบ หมูยอชิ้นพอดีคำ ที่สำคัญขาดไม่ได้เลยคือน้ำปลาร้านัว หอมอร่อย สูตรพิเศษของทางร้านที่ทำให้เป็นเอกลักษณ์โดดเด่นไม่เหมือนใคร

ตำมะพร้าวอ่อนข้าวโพดกุ้งสด (150 บาท) อีกหนึ่งเมนูที่กินจนหมดไม่เหลือซาก ทั้งหากินยาก ทั้งอร่อยกลมกล่อม ฟินมากกับเนื้อมะพร้าวอ่อนที่หอมหวานแบบธรรมชาติ

ปีกไก่เบรกแตก (150 บาท)

ทอดมันกุ้ง (200 บาท)

เนื้อปูผัดผงกะหรี่ (420 บาท)

ความแซ่บยังไม่หมดแค่นี้ ถึงคิวเมนู ต้มแซ่บกระดูกอ่อน น้ำต้มแซ่บเข้มข้นหอมเครื่องเทศและสมุนไพรที่หลากหลาย กระดูกอ่อนเปื่อยนุ่ม ละมุนลิ้นกินคู่กับข้าวสวยร้อนๆ

กุ้งทอดกระเทียมพริกไทย เป็นอีกหนึ่งเมนูที่ใครชอบกินกุ้งไม่ควรพลาด เพราะกุ้งตัวโตๆ มาพร้อมมันกุ้งสีส้มสวยสะดุดตา หอมกระเทียมและพริกไทย เสิร์ฟมาคู่กับน้ำจิ้มรสเด็ด

อีกความพิเศษเฉพาะกับเมนูอลังการงานปลากะพง ที่ทางร้านคัดไซส์ใหญ่จุใจมาให้ลูกค้าด้วยน้ำหนักตัวละ 1 กิโลกรัม สนนราคาเพียงตัวละ 450 บาทเท่านั้น แถมมีให้เลือกกันถึง 7 เมนูสุดอร่อยที่คัดสรรมาเป็นอย่างดี ไม่ว่าจะปลากะพงลุยสวน ปลากะพงทอดน้ำปลา ปลากะพง have a ซี๊ด ปลากะพงฉู่ฉี่ ปลากะพงสามรส ปลากะพงผัดฉ่า ปลากะพงพริกไทยดำ ซึ่งทั้ง 7 เมนูจะมีความพิเศษที่ไม่เหมือนกัน โดยเมนูปลากะพง 7 เมนูจะมีให้ลิ้มลองกันถึงวันที่ 29 ก.พ.นี้เท่านั้น

ตามไปพิสูจน์ความอร่อยกันได้ที่ร้าน have a ซี๊ดดด ทุกสาขา

  • Terminal21 Asok -4th fl. โทร. 02-1080787
  • Mercury Ville@Chidlom -2nd fl. โทร. 02-6585668
  • CentralPlaza Grand RAMA9 -7th fl. โทร.  02-1603475
  • All Seasons Place -CRC Tower-2nd fl. โทร.  02-0599540
  • CentralPlaza Bangna -5th fl. โทร. 02-0055009
  • J Avenue Thonglor -1st fl. โทร. 02-1159535

ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมที่ www.facebook.com/haveazeed

เตรียมพบโรงแรมใหม่ใจกลางเมือง ‘สินธร มิดทาวน์’ ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/travel/613906

วันที่ 05 ก.พ. 2563 เวลา 14:16 น.

เตรียมพบโรงแรมใหม่ใจกลางเมือง 'สินธร มิดทาวน์' ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่

สยามสินธร ประกาศเปิดตัวโรงแรมสินธร มิดทาวน์ ชูจุดเด่นดีไซน์ที่ตอบโจทย์การใช้งานของคนรุ่นใหม่ ใกล้แหล่งท่องเที่ยว พร้อมนำร่อง 3 โรงแรมภายใต้โครงการสินธร วิลเลจ บนทำเลหรูใจกลางเมือง พร้อมเปิดให้บริการ มี.ค.นี้

บริษัท สยามสินธร จำกัด ประกาศเปิดตัว “สินธร มิดทาวน์” โรงแรมแบรนด์ไทยชั้นนำที่นำเสนอความเป็นไทยในระดับสากล พร้อมเปิดให้บริการในเดือนมีนาคม 2563 ภายใต้โครงการสินธร วิลเลจ ถนนหลังสวน บนทำเลชั้นเยี่ยมขนาด 52 ไร่ 344 ห้องพัก และเซอร์วิสอพาร์ตเมนท์ 49 ยูนิต

นายจึ ฮุง ตัน ผู้จัดการทั่วไป โรงแรมสินธร มิดทาวน์ ได้กล่าวถึงวิสัยทัศน์ของโรงแรมที่เน้นย้ำความเป็นไทยในระดับสากล “เราพร้อมต้อนรับนักท่องเที่ยวด้วยการบริการที่เป็นเอกลักษณ์ของคนไทย โรงแรมตั้งอยู่ในย่านหลังสวนที่รายล้อมไปด้วยความสงบท่ามกลางความวุ่นวายของกรุงเทพฯ ห้องพักและโรงแรมถูกออกแบบอย่างทันสมัย ตอบโจทย์การใช้งานของคนรุ่นใหม่”

Art and Design

โรงแรมสินธร มิดทาวน์ ออกแบบมาเพื่อคนรุ่นใหม่ที่ชื่นชอบความท้าทาย ด้วยดีไซน์ที่แตกต่าง ทันสมัยและเรียบง่าย ออกแบบโดยบริษัทระดับโลก Eight Inc. ที่ออกแบบ Flagship store ให้กับ Apple Inc. ที่แมนฮัตตัน, นิวยอร์ก เมื่อเข้ามาบริเวณล็อบบี้ จะพบกับชิ้นงานศิลปะสิ่งทอ รังสรรค์โดย Kachama Perez ศิลปินไทยที่แสดงผลงานมาแล้วทั่วโลก นอกจากนี้ยังมีเก้าอี้ Drop TM จากแบรนด์เฟอร์นิเจอร์ชื่อดัง Fritz Hansen จากเดนมาร์ก ที่มีดีไซน์เรียบง่าย ไร้กาลเวลา ตั้งอยู่ในห้อง Urban Premier และ Highline Premier สินธร มิดทาวน์ตกแต่งภายในด้วยศิลปะร่วมสมัยพร้อมทั้งเทคโนโลยีต่างๆ ที่พร้อมอำนวยความสะดวกให้กับแขกที่เข้าพัก

Perfectly Located

ไม่ว่าจะเป็นการท่องเที่ยวเพื่อพักผ่อนหรือการเดินทางเพื่อการทำงาน สินธร มิดทาวน์ตั้งอยู่ใจกลางของความสะดวกสบายในทุกรูปแบบ ทั้งด้านวัฒนธรรม ศิลปะ ธุรกิจ สุขภาพ หรือช้อปปิ้ง โดยตั้งอยู่เพียงไม่กี่ก้าวจากสถานีรถไฟฟ้า BTS ซึ่งมีให้เลือกถึง 2 สถานี 2 เส้นทางการเดินรถ คือ สายสุขุมวิท สถานีชิดลมและสายสีลม สถานีราชดำริ และสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญอื่นๆ เช่น ศาลท้าวมหาพรหม สวนลุมพินี เซ็นทรัลชิดลม เซ็นทรัลเวิลด์ สยามพารากอน สยามเซ็นเตอร์ เป็นต้น

Food and Beverage

สินธร มิดทาวน์ พร้อมเสิร์ฟอาหารไทยและเอเชียที่ห้องอาหาร Tr.EAT (ทรีต) มีหลากหลายเมนูมื้อเช้าสไตล์เอเชียให้เลือกสรรถึงตอนเที่ยง และมื้อกลางวันรสชาติดั้งเดิม พร้อมด้วย Rhumba (รัมบา) ตั้งอยู่ใกล้บริเวณล็อบบี้ของโรงแรม เหมาะกับการพบปะสังสรรค์และดื่มด่ำไปกับเหล้ารัมชั้นดีจากทั่วโลก รวมทั้งเครื่องดื่มและเมนูทานเล่นมากมาย

Guest Facilities

บริเวณล็อบบี้ของสินธร มิดทาวน์ เหมาะแก่การนั่งทำงานและสามารถใช้เป็นที่พักผ่อนได้อีกด้วย บนชั้น 18 พบกับสระว่ายน้ำ Horizon Pool ที่สามารถมองเห็นทัศนียภาพมุมกว้างของกรุงเทพฯ โดยมี Horizon Pool Bar พร้อมเสิร์ฟเมนูทานเล่นและเครื่องดื่มหลากชนิด นอกจากนี้ ยังมี Fitness Centre เปิดให้บริการตลอด 24 ชั่วโมงที่ชั้น 19 ของโรงแรม และห้องซาวน่า 2 ห้อง มี 7-Eleven Premium ตั้งอยู่ภายในบริเวณโรงแรมเพื่อความสะดวกสบายตลอด 24 ชั่วโมง และ ฮาร์เบอร์แลนด์ สนามเด็กเล่นในร่มมาตรฐานระดับโลก เปิดตัวในธีม Little Bangkok โดยดึงจุดเด่นของศิลปะวัฒนธรรมไทยมาประกอบในลวดลายของเครื่องเล่น

พร้อมกันนี้ สินธร มิดทาวน์ ยังสามารถรองรับการประชุม สัมนา หรืองานเลี้ยง Events and Meetings ได้ภายในห้องประชุมทั้ง 3 ห้อง ซึ่งสามารถปรับรูปแบบได้ตามความต้องการ

เตรียมพบกับ โรงแรมสินธร มิดทาวน์ ถนนหลังสวน เขตปทุมวัน ในเดือนมีนาคม 2563 สอบถามโทร. 02-796-8888 ดูรายละเอียดต่างๆ ได้ที่เว็บไซต์ sindhormmidtown.com

ชื่นชมความงดงามหัตถศิลป์เลื่องชื่อจากชวา รวมผ้าบาติกทรงสะสมที่หาชมได้ยาก #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/travel/613725

วันที่ 04 ก.พ. 2563 เวลา 13:33 น.

ชื่นชมความงดงามหัตถศิลป์เลื่องชื่อจากชวา รวมผ้าบาติกทรงสะสมที่หาชมได้ยาก

พิพิธภัณฑ์ผ้าในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ จัดแสดงนิทรรศการผ้าบาติกในพระปิยมหาราชชุดใหม่ ชวนชื่นชมความงดงามหัตถ์ศิลป์เลื่องชื่อจากชวา รวมผ้าบาติกทรงสะสมที่หาชมได้ยาก และผ้าบาติกลายสิริกิติ์

เพื่อระลึกถึงพระราชกรณียกิจของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๕ ในการเสด็จพระราชดำเนินเยือนชวาสามครั้ง และเพื่อเป็นการเผยแพร่ให้ประชาชนทั่วไปได้ตระหนักถึงพระมหากรุณาธิคุณและพระปรีชาสามารถของพระองค์ที่ทรงรวบรวมวิทยาการ และศิลปวัฒนธรรม มาปรับใช้ในการวางรากฐานพัฒนาประเทศไทยอย่างยั่งยืนสืบมาจนถึงปัจจุบัน อีกทั้งเพื่อเฉลิมฉลองการครบรอบ ๗๐ ปี การสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างราชอาณาจักรไทยกับสาธารณรัฐอินโดนีเซีย

พิพิธภัณฑ์ผ้าในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ จึงจัดแสดงนิทรรศการ ผ้าบาติกในพระปิยมหาราช : สายสัมพันธ์สยามและชวา โดยแบ่งออกเป็น ๓ รอบ โดยนิทรรศการรอบแรกเปิดให้เข้าชมอย่างเป็นทางการไปเมื่อวันที่ ๑ พฤศจิกายน ๒๕๖๑ และในเดือนมกราคมนี้พิพิธภัณฑ์ผ้าฯ ได้เปลี่ยนวัตถุจัดแสดงชุดเดิมออกทั้งหมด เพื่อติดตั้งวัตถุจัดแสดงชุดที่ ๒ ซึ่งเป็นผ้าบาติกผืนที่ไม่เคยจัดแสดงมาก่อน เพื่อให้ประชาชนได้มีโอกาสชื่นชมความงดงามของผ้าบาติกในพระปิยมหาราชจากเมืองต่าง ๆ บนเกาะชวาอย่างทั่วถึง

โอกาสนี้พิพิธภัณฑ์ผ้าฯ จึงได้จัดชมรอบพิเศษ หรือ Private View นิทรรศการ “ผ้าบาติกในพระปิยมหาราช : สายสัมพันธ์สยามและชวา” ชุดที่ ๒ โดยมีท่านผู้หญิงจรุงจิตต์ ทีขะระ ราชเลขานุการในพระองค์สมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวงเป็นประธานในการจัดงาน พร้อมด้วย ฯพณฯ อะฮ์มัด รุสดี เอกอัครราชทูตอินโดนีเซียประจำประเทศไทยให้เกียรติเข้าร่วมงานเปิดนิทรรศการดังกล่าว

พร้อมกันนี้ ปิยวรา ทีขะระ เนตรน้อย ผู้อำนวยการพิพิธภัณฑ์ผ้าฯ ร่วมด้วย ศาสตรัตน์ มัดดิน ภัณฑารักษ์ประจำนิทรรศการ ได้มาบอกเล่าความพิเศษ พร้อมนำชมนิทรรศการชุดใหม่ และแนะนำกิจกรรมพิมพ์ผ้าบาติกด้วยแม่พิมพ์ทองแดง โดยช่างผู้เชี่ยวชาญจากเมืองยอกยาการ์ตา ประเทศอินโดนีเซีย ณ พิพิธภัณฑ์ผ้า ในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในพระบรมมหาราชวัง เมื่อเร็วๆ นี้

ท่านผู้หญิงจรุงจิตต์ ทีขะระ ราชเลขานุการในพระองค์สมเด็จพระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง กล่าวถึงการจัดงานในครั้งนี้ว่า เป็นโอกาสอันดีที่ปี ๒๕๖๓ จะครบรอบ ๗๐ ปี ของการสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างราชอาณาจักรไทย และสาธารณรัฐอินโดนีเซีย พิพิธภัณฑ์ผ้าฯ

จึงได้มีการเปลี่ยนวัตถุจัดแสดงทั้งหมด และติดตั้งวัตถุจัดแสดงชุดใหม่ซึ่งไม่เคยจัดแสดงมาก่อน โดยในงานเปิดตัวผ้าบาติกชุดใหม่วันที่ ๒๓ มกราคม ๒๕๖๓ เอกอัครราชทูตอินโดนีเซียประจำประเทศไทย ฯพณฯ อะฮ์หมัด รุสดี ได้ให้ความอนุเคราะห์ทั้งการแสดงและอาหารว่างแบบอินโดนีเซียสำหรับแขกผู้มีเกียรติผู้มารวมงานทุกท่าน

ปิยวรา ทีขะระ เนตรน้อย ผู้อำนวยการพิพิธภัณฑ์ผ้าฯ กล่าวถึงรายละเอียดของนิทรรศการ ผ้าบาติกในพระปิยมหาราช : สายสัมพันธ์สยามและชวา ชุดที่ ๒ ว่าระหว่างการเสด็จฯ เยือนชวา พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๕ ได้เสด็จพระราชดำเนินไปทอดพระเนตรการเขียนผ้าบาติกอันเป็นหัตถศิลป์ที่เลื่องชื่อและเป็นที่พอพระราชหฤทัยอย่างยิ่ง จึงทรงซื้อผ้าบาติกกลับมาเป็นจำนวนมาก และมีผู้ทูลเกล้าฯ ถวาย รวมทั้งสิ้นกว่า ๓๐๐ ผืน ซึ่งมีความโดดเด่นทั้งในแง่ความงดงามของศิลปะ และองค์ความรู้ทางประวัติศาสตร์การแต่งกายของชวา ผ้าเหล่านี้เก็บรักษาไว้เป็นอย่างดี มีการให้หมายเลขกำกับผ้าแต่ละผืน และบันทึกข้อมูลรายละเอียดของผ้าแนบไว้ ถือเป็นหลักฐานสำคัญยิ่ง เนื่องด้วยผ้าบาติกที่ทรงสะสมมีจำนวนถึง ๓๐๗ ผืน และนำออกแสดงได้ประมาณครั้งละ ๔๐ ผืน จึงมีการเปลี่ยนชิ้นงานผ้าบาติกจัดแสดงใหม่ ๒ ครั้ง ในเดือนมกราคม และกันยายน ๒๕๖๓ เพื่อให้ประชาชนได้มีโอกาสชื่นชมผ้าบาติกทรงสะสม พร้อมเรื่องราวเชิงประวัติศาสตร์และศิลปวัฒนธรรมอย่างทั่วถึง โดยปัจจุบันองค์การเพื่อการศึกษา วิทยาศาสตร์และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติหรือ ยูเนสโก (UNESCO) ได้ประกาศให้ผ้าบาติกเป็นมรดกทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ของอินโดนีเซียอีกด้วย

ปิยวรา กล่าวเสริมถึงอีกกิจกรรมพิเศษที่กำลังจะเกิดขึ้นในช่วงเดือนตุลาคมว่า “เนื่องจากปีนี้เป็นปีครบรอบ ๗๐ ปี การสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างราชอาณาจักรไทยกับสาธารณรัฐอินโดนีเซีย พิพิธภัณฑ์ผ้าฯ มีอีกหนึ่งกิจกรรมอันสืบเนื่องมาจากการลงพื้นที่เพื่อเก็บข้อมูล รวมถึงเรื่องราวต่าง ๆ ในพระราชนิพนธ์ของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวที่พระองค์ท่านได้ทรงกล่าวถึงหลายสถานที่ไว้อย่างน่าสนใจ จึงจะมีการจัดทริปตามรอยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวในการเสด็จประพาสเกาะชวา ประเทศอินโดนีเซีย เพื่อให้ผู้ที่สนใจได้ลงพื้นที่จริง เมื่อครั้งที่พระองค์ท่านเสด็จฯ เยือนประเทศอินโดนีเซีย อาทิ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติอินโดนีเซีย ซึ่งพระองค์ท่านเสด็จฯ ไปถึง ๓ ครั้ง รวมถึงพระราชวังเมืองยอร์กยาการ์ตา, บุโรพุทโธ, ทามัน สารี หรือพระราชวังน้ำ นอกจากตามรอยการเสด็จฯ แล้ว สำหรับผู้ที่ชื่นชอบผ้าจะได้ไปเยือนพิพิธภัณฑ์ผ้าที่จาการ์ต้า ซึ่งจัดแสดงผ้าประเภทต่าง ๆ และมีแกลเลอรี่ที่จัดแสดงเฉพาะผ้าบาติกที่น่าสนใจมาก รวมถึงพิพิธภัณฑ์ผ้าบาติกดานาร์ฮาดี ซึ่งตั้งอยู่ที่เมืองสุราการ์ตา และตลาดขายผ้าในแหล่งสำคัญต่าง ๆ อีกด้วย โดยทริปพิเศษดังกล่าวนี้จะจัดขึ้นในช่วงเดือนตุลาคม รับจำนวนจำกัดเพียง ๒๐ คนเท่านั้น”

ศาสตรัตน์ มัดดิน ภัณฑารักษ์ประจำนิทรรศการ กล่าวถึงความพิเศษของผ้าชิ้นไฮไลต์ที่นำมาจัดแสดงในครั้งนี้ว่า พิพิธภัณฑ์ผ้าฯ ได้เปลี่ยนวัตถุจัดแสดงชุดเดิมออกทั้งหมด เพื่อติดตั้งวัตถุจัดแสดงชุดที่ ๒ ประกอบด้วย ผ้าบาติกในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่ จำนวน ๓๗ ผืน และผ้าบาติกลายสิริกิติ์ จำนวน ๑ ผืน ออกแบบขึ้นเพื่อเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถพระบรมราชชนนีพันปีหลวง เมื่อครั้งโดยเสด็จพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตรไปทรงเยือนสาธารณรัฐอินโดนีเซียอย่างเป็นทางการระหว่างวันที่ ๘ – ๑๖ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๐๓ ตรงกับสมัยของประธานาธิบดีซูการ์โน เพื่อสื่อถึงพระสิริโฉมและพระจริยวัตรอันงดงามของสมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง

รวมทั้งมีไฮไลต์เป็นผ้าบาติกผืนพิเศษที่ไม่เคยจัดแสดงมาก่อน อาทิ ผ้าบาติกลายมิกาโด ที่ได้มาจากเมืองยอกยาการ์ตา ซึ่งได้รับอิทธิพลจากศิลปะแบบญี่ปุ่นที่เริ่มเข้ามามีบทบาทในเกาะชวา ช่วงปลายคริสต์ศตวรรษที่ ๑๙ จึงมีการนำลวดลายพัดญี่ปุ่นรูปแบบต่าง ๆ มาเขียนลงบนผ้าบาติก โดยพื้นหลังช่างเขียนลายกาวุง ซึ่งเป็นลายดั้งเดิมของชวากลาง ส่วนบริเวณหัวผ้าเขียนลายพัดญี่ปุ่นสลับกับลายพรรณพฤกษาได้อย่างประณีตงดงาม และผ้าโพกศีรษะเขียนทอง (ปราดา) สันนิษฐานว่า มาจากเมืองจิเรบอน ชวาตะวันตก ใช้เฉพาะในโอกาสพิเศษสำหรับพระบรมวงศานุวงศ์ฝ่ายหน้า พบเพียงหนึ่งผืนจากผ้าบาติกสะสมทั้งหมด

นิทรรศการผ้าบาติกในพระปิยมหาราช : สายสัมพันธ์สยามและชวา แบ่งเป็น ๒ ห้องจัดแสดง โดยห้องแรก จัดแสดงผ้าบาติกที่มาจากพื้นที่บริเวณชายฝั่งตอนเหนือของชวากลางและพื้นที่ชวาตะวันตก และห้องที่สอง จัดแสดงผ้าบาติกจากพื้นที่ชวากลาง ประกอบไปด้วยเมืองยอกยาการ์ตา และเมืองสุราการ์ตา รวมถึงแสดงวีดิทัศน์ตลอดจนภาพอธิบายขั้นตอนการทำผ้าบาติก เพื่อให้ผู้ชมมีความรู้ความเข้าใจดียิ่งขึ้น

นิทรรศการผ้าบาติกในพระปิยมหาราช: สายสัมพันธ์สยามและชวา ชุดที่ ๒ เปิดให้เข้าชมแล้ววันนี้ ณ ห้องจัดแสดง ๓ – ๔ พิพิธภัณฑ์ผ้าในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในพระบรมมหาราชวัง เปิดให้เข้าชมทุกวันตั้งแต่เวลา ๙.๐๐ – ๑๖.๓๐ น. ปิดจำหน่ายบัตรเข้าชมเวลา ๑๕.๓๐ น. บัตรเข้าชมสำหรับผู้ใหญ่ ราคา ๑๕๐ บาท ผู้สูงอายุ (๖๕ ปีขึ้นไป) ราคา ๘๐ บาท นักเรียนหรือนักศึกษา (โปรดแสดงบัตรประจำตัว) และเด็กอายุ ๑๒ – ๑๘ ปี ราคา ๕๐ บาท เด็กอายุต่ำว่า ๑๒ ปี ไม่เสียค่าใช้จ่าย

Bold & Bright ศิลปะบนโต๊ะอาหารกับการชิมแบบมีสไตล์ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/travel/613538

วันที่ 02 ก.พ. 2563 เวลา 09:30 น.

Bold & Bright ศิลปะบนโต๊ะอาหารกับการชิมแบบมีสไตล์

สามผู้นำด้านไลฟ์สไตล์ บัตรเครดิตซิตี้, เกรฮาวด์ คาเฟ่ และ มารีเมกโกะ ร่วมสร้างสรรค์แคมเปญอร่อยแห่งปี 2020 “Bold & Bright” ประสบการณ์อาหารมื้อพิเศษชิมรสชาติฉบับเกรฮาวด์ บนศิลปะสไตล์มารีเมกโกะ พร้อมรับสิทธิประโยชน์สุดพิเศษจากบัตรเครดิตซิตี้

ผนึกกำลังรังสรรค์แคมเปญอร่อยแห่งปี 2020 ออกมาเป็น “Bold & Bright” จากสามผู้นำด้านไลฟ์สไตล์ ลิ้มลองและเพลิดเพลินกับ 6 เมนูที่รังสรรค์ขึ้นเป็นพิเศษของ เกรฮาวด์ คาเฟ่ โดยเชฟต่อ-ต่อสิทธิ์ สฤษฎิ์วงษ์ ดื่มด่ำงานศิลป์ผ่านลวดลายอันโดดเด่นจาก มารีเมกโกะ พร้อมสิทธิประโยชน์สุดพิเศษและร่วมลุ้นแพ็คเกจเที่ยวฟินๆ ที่ฟินแลนด์จาก บัตรเครดิตซิตี้ ตั้งแต่วันนี้-30 เม.ย.นี้

สำหรับเมนูอาหารสุดว้าวในสไตล์ Simple with Creative Twist แบบฉบับเกรฮาวด์ครั้งนี้ ยังคงครบถ้วนทั้งเมนูคาวหวานพร้อมเสิร์ฟบนจานชามแสนสวยบนโต๊ะอาหารลายน่ารักจาก มารีเมกโกะ ประกอบด้วยเมนูเรียกน้ำย่อย เมนูเส้น อาหารจานหลักที่อร่อยไม่แพ้กัน รวมถึงของหวานแสนชื่นใจ

เริ่มกันด้วย สลัดเมี่ยงคำ (220 บาท) เมนู Simple with Creative Twist จานแรกเป็นสลัดกลิ่นอายไทยสไตล์นานาชาติ รวมผักสลัดหลายชนิด พร้อมใบชะพลูสดและเครื่องเคียงเมี่ยงคำใส่มาครบชุด ทั้งขิง หอมแดง มะนาว กุ้งแห้งกรอบ เติมความกรอบด้วยปลาช่อนฟู มะพร้าวคั่ว และถั่วลิสง ราดตามด้วยเดรสซิ่งเมี่ยงคำพริกขี้หนูสวนรสเปรี้ยวหวาน เผ็ดปลายลิ้น เพิ่มความสดชื่นด้วยส้มซันคิส เป็นสลัดวิทอะทวิสต์ที่ห้ามพลาด

สะเต๊ะสันคอหมูสัน (200 บาท) คอหมูหมักหอมกลิ่นเครื่องเทศสะเต๊ะย่างจนหอมนุ่ม หั่นเป็นชิ้นพอดีคำเสิร์ฟพร้อมน้ำจิ้มสะเต๊ะสูตรพิเศษ โรยด้วยถั่วลิสงบด อาจาด และขนมปังไวต์โทสต์หนาๆ ปิ้งกรอบนอกนุ่มใน

แกงเขียวหวานเนื้อน่องลายโซเมน (260 บาท) สุนทรีย์กับเนื้อน่องลายตุ๋นจนนุ่มลิ้นในแกงเขียวหวานเข้มข้นปรุงรสอย่างพิถีพิถัน กินคู่กับเส้นโซเมนที่ส่งตรงจากญี่ปุ่น จับมาเป็นคำๆ เหนียวนุ่มเข้ากับแกงไทยแท้อย่างเขียวหวานเป็นอย่างดี

ข้าวคั่วน้ำพริกตาแดงปลาช่อนแดดเดียว (290 บาท) ผัดข้าวหอมมะลิให้เข้ากันกับน้ำพริกตาแดงและปลาช่อนฟู ทอดปลาช่อนแดดเดียวให้กรอบนอกนุ่มใน โปะไปบนข้าว ตามด้วยเครื่องเคียง ทั้งหอมแดงซอย มะม่วงเปรี้ยวและกากหมู เสิร์ฟพร้อมยำไข่เป็ดต้มยางมะตูมและซุปประจำวัน

ปิดท้ายด้วยของหวานเย้ายวนใจกับ พุดดิ้งมะพร้าวอ่อนไอศกรีมกะทิอัญชัน (180 บาท) พุดดิ้งมะพร้าวอ่อนนุ่มละมุน มาพร้อมไอศกรีมกะทิอัญชันและแปะก๊วย ราดด้วยซอสกะทิหอมหวานเค็มมันรสกลมกล่อม และลูกตาลหิมะนมสด (160 บาท) น้ำแข็งไสกะทินมสด ที่มาพร้อมกับเนื้อลูกตาลอ่อนๆ ตบท้ายความอร่อยได้แบบชื่นใจเป็นที่สุด

ครั้งนี้นอกจากอิ่มอร่อยแล้วยังมีสิทธิพิเศษเหนือระดับให้แก่สมาชิกบัตรเครดิตซิตี้ และลูกค้าเกรฮาวด์ คาเฟ่ ร่วมลุ้นรางวัลใหญ่แพ็คเกจท่องเที่ยวกรุงเฮลซิงกิ ประเทศฟินแลนด์ เยือนดินแดนที่เต็มไปด้วยทัศนียภาพทางธรรมชาติที่สวยงาม และสถาปัตยกรรมอันงดงามของมหาวิหารสุดอลังการ ทั้งยังเป็นประเทศต้นกำเนิดแบรนด์ไลฟ์สไตล์แฟชั่น มารีเมกโกะ (Marimekko) แคมเปญเริ่มแล้ววันนี้ จนถึงวันที่ 30 เมษายน 2563

ตามไปสัมผัสกับศิลปะบนโต๊ะอาหารมื้อพิเศษสุดครีเอทีฟทวิสต์ที่เสิร์ฟบนเทเบิลแวร์คอลเล็คชั่นอันเปี่ยมด้วยดีไซน์อันเป็นเอกลักษณ์ ได้ที่เกรฮาวด์ คาเฟ่ 15 สาขา และมี 6 สาขา ที่ได้รับการตกแต่งร้านและจัดโต๊ะในธีมมารีเมกโกะ ได้แก่ กรูฟ แอท เซ็นทรัลเวิลด์, เอ็มควอเทียร์, เซ็นทรัล พลาซ่า ลาดพร้าว, เซ็นทรัล พลาซ่า บางนา, สยามเซ็นเตอร์ และเซ็นทรัล ชิดลม

สามารถติดตามโปรโมชั่นบัตรเครดิตซิตี้และแคมเปญ Bold & Bright ได้ที่ www.citibank.co.th  หรือโทร.02-260-7178