ส่องงานศิลป์ ‘ปีชวด’ สไตล์สายอาร์ต จากสุดยอดไอเดีย 20 ศิลปิน #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/travel/613451

วันที่ 01 ก.พ. 2563 เวลา 08:02 น.

ส่องงานศิลป์ 'ปีชวด' สไตล์สายอาร์ต จากสุดยอดไอเดีย 20 ศิลปิน

ต้อนรับปีหนูตามสไตล์สายอาร์ต ชวนเสพงานศิลปะจัดวางกลางแหล่งช้อปปิ้ง เดอะ เจอร์นี่ ออฟ เม้าส์ @เมกาบางนา

ศูนย์การค้าเมกาบางนา สุดยอดแหล่งช้อปปิ้งและสถานที่พบปะสังสรรค์แห่งย่านกรุงเทพตะวันออก ต้อนรับปีหนู 2563 สุดสร้างสรรค์ จัดงานศิลปะจัดวางในชื่อ “เดอะ เจอร์นี่ ออฟ เม้าส์” (The Journey of Mouse) เพื่อแสดงผลงานการดีไซน์รูปหนู โดย 20 ศิลปินสุดแนวของไทยที่นำเสนอและถ่ายทอดเรื่องราวของปีหนูตามจินตนาการ พร้อมสร้างสรรค์งานด้วยนลายเส้นตามสไตล์ของแต่ละศิลปิน โดยงานศิลปะจัดวาง เดอะ เจอร์นี่ ออฟ เม้าส์ จะจัดแสดงตามโซนต่างๆ รอบศูนย์การค้าฯ อาทิ โซนเมกา พลาซ่า, เมกา พาร์ค, เมกา ฟู้ดวอล์ค และสกาย วอล์คของศูนย์การค้าเมกาบางนา ตลอดปี 2563

โดยงานศิลปะจัดวาง เดอะ เจอร์นี่ ออฟ เม้าส์ ได้สร้างสรรค์ขึ้นจากจินตนาการของ 20 ศิลปินที่นำเสนอปีหนูในมุมมองที่แตกต่างกัน อาทิ

Art therapy from love relationship โดย จิตตกานต์ (ยายเพิ้ง) และ ธณัฐ สุววรณภัฏ (นายพราน) สองพี่น้อง ยายเพิ้งกับนายพราน (เด็กออทิสติก) โดยนายพรานเป็นคนเขียนรูปสัตว์ทั้งหมดในรูปแบบของศิลปะเด็ก และมีพี่สาวคอยช่วยเรียบเรียงองค์ประกอบ ภายใต้แนวคิดศิลปะบำบัดจากสัมพันธภาพแห่งความรัก

พ่อหนูและปิ๊กนิกอันแสนอบอุ่น โดย ปิยศักดิ์ เขียวสะอาด หรือ MAUY ศิลปินไทยที่มีผลงานนำเสนอในต่างประเทศมากมาย โดยงานครั้งนี้สื่อถึงพ่อหนู ผู้นำที่แข็งแกร่ง แต่ก็มีความอ่อนโยนพร้อมที่จะให้เวลา และความอบอุ่นแก่ครอบครัว

แม่หนูสีชมพู โดย ปิยนาฏ ต้นมาลี หรือ กะปิ เจ้าของลายเซ็นและคาแรกเตอร์สุดซ่า ที่ได้แรงบันดาลใจจากสีชมพูที่ตนเองชื่นชอบเป็นพิเศษ บ่งบอกถึงความสดใส น่ารัก เข้าถึงง่าย พร้อมแต่งด้วยกลิตเตอร์ที่มีความวิบวับหมายถึงการเปล่งประกาย เฉิดฉาย ต้อนรับปีใหม่ให้ปีหนูนี้เป็นการเริ่มต้นสิ่งใหม่ด้วยความสดใส ซาบซ่า ร่าเริง

ก้องศักดิ์ พูนผลวัฒนาภรณ์ ที่สร้างสรรค์ประติมากรรมหนู โดยให้มองได้เป็นทั้งหยดน้ำ หรือก้อนเมฆที่มีขา แล้วเพนท์ด้วยสีสเปรย์ และสีอะคริลิค ในโทนสีสดใส สนุก เพื่อเฉลิมฉลองสิ่งดีๆ ที่จะเกิดขึ้นในปีหนูนี้

จิตติ จำเนียรไวย หรือ JITTIROBOT ที่นำไอศครีมหลากสีสัน มีทั้งความแข็ง ความนุ่ม และเป็นของเหลวได้ในเวลาเดียวกัน มาเป็นหลักในการสร้างผลงานเพื่อเปรียบเทียบลักษณะของคน ที่มีทั้งแข็งกร้าว อ่อนโยน การไหลละลายของไอศครีมสีต่างๆ ที่สุดท้ายต้องมาผสมรวมกัน เหมือนกับการอยู่ร่วมกันในสังคม ซึ่งเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ และเราควรทำความเข้าใจ เพื่อจะได้มองเห็นความแตกต่างทั้งในตนเองและผู้อื่น

ลันมิตา พานสุวรรณ หรือ Fridadaugh ที่ถ่ายทอดผลงานออกมาเป็นหนูขี่หลังแมว เดินทางอยู่ท่ามกลางธรรมชาติอันงดงาม สื่อว่าแม้ทั้งมีความแตกต่าง แต่ก็มีความสัมพันธ์อันดีต่อกันได้ ด้วยความรักและความเห็นอกเห็นใจที่มีต่อกัน และจะอยู่ร่วมกันอย่างเสรี สงบ และมีความสุข

สิรินฉัตร แสงศรี ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาดศูนย์การค้าเมกาบางนา เปิดเผยว่า “งานศิลปะจัดวาง ‘เดอะ เจอร์นี่ ออฟ เม้าส์’ จัดขึ้นเพื่อต้อนรับปีหนู 2563 ด้วยการนำเสนอประสบการณ์ที่แตกต่างให้กับลูกค้าได้มาชื่นชมไอเดียสร้างสรรค์ซึ่งเป็นผลงานของศิลปินไทย พร้อมเก็บภาพความประทับใจกับงานศิลปะ โดยเรียนเชิญศิลปินจำนวน 20 ท่านมาร่วมนำเสนอผลงานในครั้งนี้ ซึ่งผลงานจะแบ่งออกเป็น 3 คาแรกเตอร์ คือ พ่อ แม่ และลูก เพื่อสะท้อนถึงแนวความคิดของศูนย์การค้าเมกาบางนา ที่เป็น Meeting Place สำหรับครอบครัว ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของลูกค้าทุกเจเนอเรชั่น นอกจากนี้ เรายังได้นำลวดลายของศิลปินบางท่าน มาจัดทำเป็นสินค้าคอลเลคชั่นพิเศษ อาทิ ชุดแก้วน้ำ จานรองแก้ว ชุดจาน และถุงผ้า เพื่อให้ลูกค้าแลกรับไปเป็นของที่ระลึกอีกด้วย”

ไอเดียสร้างสรรค์แบบนี้สายอาร์ตมีหรือจะพลาด! ร่วมค้นพบจินตนาการและสไตล์ของประติมากรรมหนูรับปีหนูทองของเหล่า 20 ศิลปินในงานศิลปะจัดวาง “เดอะ เจอร์นี่ ออฟ เม้าส์” (The Journey of Mouse) จัดแสดงที่โซนเมกา พลาซ่า, เมกา พาร์ค, เมกา ฟู้ดวอล์ค และ สกาย วอล์ค ของศูนย์การค้าเมกาบางนา ตลอดปี 2563 นี้ สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ โทร. 02-105-1000 และ www.mega-bangna.com

‘Hundred Years Between’ นิทรรศการภาพถ่ายตามรอยเสด็จฯ ร.5 โดยท่านผู้หญิงสิริกิติยา เจนเซน #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/travel/613438

วันที่ 01 ก.พ. 2563 เวลา 06:30 น.

'Hundred Years Between' นิทรรศการภาพถ่ายตามรอยเสด็จฯ ร.5 โดยท่านผู้หญิงสิริกิติยา เจนเซน

ชมภาพถ่ายตามรอยรัชกาลที่ 5 เมื่อครั้งเสด็จพระราชดำเนินเยือนราชอาณาจักรนอร์เวย์ เมื่อปี 2450 โดยท่านผู้หญิงสิริกิติยา เจนเซน หนึ่งในไฮไลท์ของเทศกาลงานออกแบบกรุงเทพฯ 2563 (Bangkok Design Week 2020)

เพราะความหลงใหลในประวัติศาสตร์ การเดินทาง และการถ่ายภาพ ทำให้ ท่านผู้หญิงสิริกิติยา เจนเซน ตัดสินใจออกเดินทางตามรอยรัชกาลที่ 5 เมื่อครั้งเสด็จพระราชดำเนินเยือนราชอาณาจักรนอร์เวย์เมื่อ พ.ศ. 2450 แม้การเดินทางจะห่างกันเกินกว่าศตวรรษหากแต่ภูมิทัศน์ดินแดนไวกิ้งอันแสนงาม ลึกลับและทรงพลัง ยังคงเป็นประจักษ์พยานให้มนุษย์ตระหนักถึงความยิ่งใหญ่ของธรรมชาติที่ยืนหยัดข้ามกาลเวลา จึงเป็นที่มาของนิทรรศการภาพถ่าย Hundred Years Between ที่จัดแสดงขึ้น ณ ศุลกสถาน (โรงภาษีร้อยชักสาม) ย่านเจริญกรุง ระหว่างวันที่ 1-9 กุมภาพันธ์ ซึ่งถือเป็นหนึ่งในไฮไลท์สำคัญของงาน “เทศกาลงานออกแบบกรุงเทพฯ 2563 หรือ Bangkok Design Week 2020”

จากความชอบในการถ่ายภาพและการเดินทางเป็นงานอดิเรก อีกทั้งยังให้ความสนใจในด้านประวัติศาสตร์ของไทย โดยเชื่อว่าการเสด็จพระราชดำเนินเยือนราชอาณาจักรนอร์เวย์ในช่วงปลายพระชนม์ชีพของพระพุทธเจ้าหลวงในครั้งนั้นมีความสำคัญอย่างยิ่งในทางประวัติศาสตร์ จึงได้ศึกษาค้นคว้าพระราชหัตถเลขาที่สมเด็จพระพุทธเจ้าหลวงทรงมีถึงสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้านิภานภดล วิมลประภาวดี กรมขุนอู่ทองเขตขัตติยนารี พระราชธิดาองค์ที่ 3 ที่ทรงเป็นราชเลขานุการิณีในสมเด็จพระราชบิดา

ในพระราชหัตถเลขาได้เล่าถึงเรื่องราวเมื่อครั้งเสด็จประพาสยุโรปครั้งที่ 2 เมื่อ พ.ศ. 2450 โดยเสด็จเยือนประเทศนอร์เวย์เป็นเวลาหนึ่งเดือน ซึ่งเป็นการเล่าทำนองการบันทึกประจำวัน มีทั้งความรู้และเรื่องราวต่างๆ รวมถึงการเสนอแนวพระราชดำริ และพระราชวินิจฉัยส่วนพระองค์ต่อเหตุการณ์มากมาย รวมทั้งสำรวจตรวจสอบภาพถ่ายฝีพระหัตถ์พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ก่อนออกเดินทางตามเส้นทางธรรมชาติ ชมภูมิทัศน์ที่สมเด็จพระพุทธเจ้าหลวงทรงร้อยเรียงเรื่องราวผ่านพระอักษร และภาพทรงถ่ายไว้อย่างดีวิเศษยิ่ง

ร่วมค้นหาร่องรอยแห่งกาลเวลาที่อาจยังถูกพิทักษ์รักษาในอ้อมกอดของธรรมชาติภายในนิทรรศการ Hundred Years Between ซึ่งนอกจากการได้สำรวจเรื่องราวอันทรงคุณค่าทางประวัติศาสตร์ผ่านภาพถ่ายแล้ว นี่ยังเป็น “ครั้งแรก” ที่สาธารณชนจะได้เข้าชมงานนิทรรศการภาพถ่าย ณ อาคารหลังประวัติศาสตร์ของกรุงเทพมหานครอย่าง “ศุลกสถาน” หรือที่รู้จักกันในชื่อ “โรงภาษีร้อยชักสาม” (The Custom House) ที่ตัวอาคารถูกออกแบบเป็นศิลปโรมันคลาสสิคผสมผสานระหว่างนีโอคลาสสิกกับปัลลาดีโอ ถูกสร้างขึ้นในสมัยรัชการลที่ 5 ตั้งตระหง่านอยู่ริมแม่น้ำเจ้าพระยามายาวนานกว่า 136 ปี ถือเป็นอาคารเก่าแก่ซึ่งอยู่คู่กับย่านเจริญกรุงริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยามายาวนาน และเป็นสัญลักษณ์ของความเจริญรุ่งเรืองทั้งในด้านของเศรษฐกิจ สังคม วัฒนธรรม และสถาปัตยกรรมในอดีต ปัจจุบันอาคารแห่งนี้อยู่ระหว่างการบูรณะเพื่อให้เกิดประโยชน์และสร้างคุณค่าสําหรับคนรุ่นหลัง ซึ่งคาดว่าจะใช้ระยะเวลาในการบูรณะถึง 6 ปี และเปิดให้ประชาชนได้เข้าชมเฉพาะช่วงการจัดงานเทศกาลงานออกแบบกรุงเทพฯ 2563 นี้เท่านั้น

นี่จึงนับเป็นช่วงเวลาที่ดีที่สุดในการค้นหาร่องรอยแห่งกาลเวลาผ่านภาพถ่ายอันทรงคุณค่า ตามดูร่องรอยอารยธรรมของไทยในสมัยรัชกาลที่ 5 เรียนรู้และซึมซับเรื่องราวทางประวัติศาสตร์ของย่านเจริญกรุงไปพร้อมกัน

นิทรรศการภาพถ่าย Hundred Years Between จัดแสดงขึ้นภายในงาน “เทศกาลงานออกแบบกรุงเทพฯ 2563 (BKKDW 2020)” ในวันที่ 1–9 กุมภาพันธ์ 2563 เปิดทุกวันตั้งแต่ 11:00 – 21:00 น. โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย ณ ศุลกสถาน ติดตามความเคลื่อนไหวและกิจกรรมดีๆ ภายในงานได้ทาง www.bangkokdesignweek.com Facebook : BangkokDesignWeek  Instagram : bangkokdesignweek #BKKDW2020 และ #bangkokdesignweek

ดิ โอเอซิส เซอร์ไพรส์บุฟเฟ่ต์นานาชาติคนที่ 2 ราคา 7 บาท++ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/travel/613002

  • วันที่ 28 ม.ค. 2563 เวลา 16:16 น.

ดิ โอเอซิส เซอร์ไพรส์บุฟเฟ่ต์นานาชาติคนที่ 2 ราคา 7 บาท++

โรงแรมนิกโก้ กรุงเทพฯ ฉลองครบรอบ 1 ปีสุดยิ่งใหญ่ จัดหนักบุฟเฟ่ต์นานาชาติราคา 7 บาท++ ณ ห้องอาหาร ดิ โอเอซิส

ฉลองครบรอบ 1 ปี Nikko Hotel Bangkok ในซอยทองหล่อ รับสิทธิ์จ่ายเพียง 7 บาท++ (ทุกๆ 2 ท่าน) เมื่อมารับประทานบุฟเฟ่ต์นานาชาติมื้อกลางวัน มื้อค่ำ หรือมื้อสายวันอาทิตย์ ณ ห้องอาหาร ดิ โอเอซิส ชั้น 6  ตลอด 7 วันอันเป็นมงคลของโรงแรม ตั้งแต่วันเสาร์ที่ 1 – วันศุกร์ที่ 7 กุมภาพันธ์นี้เท่านั้น

ชวนสัมผัสประสบการณ์มื้ออาหารในห้องอาหารที่มาในคอนเซ็ปต์ความอุดมสมบูรณ์ตามชื่อ “โอเอซิส” บรรยากาศภายในโอ่โถงปลอดโปร่ง ตกแต่งสวยงามตามสไตล์ญี่ปุ่น มีเคาน์เตอร์หินอ่อน โต๊ะเก้าอี้ไม้ให้ความรู้สึกอบอุ่น ภายนอกร่มรื่นด้วยต้นไม้และพื้นที่สีเขียว มีสระว่ายน้ำกลางแจ้ง และเคาน์เตอร์บาร์ให้ลั้ลลาสร้างสีสัน

บุฟเฟ่ต์นานาชาติที่ ดิ โอเอซิส ขึ้นชื่อในเรื่องความหลากหลาย และมีมุมอาหารญี่ปุ่นให้คุณได้อร่อยอย่างจุใจ ทั้งซุ้มอาหารปรุงสดและครัวเปิดให้คุณได้สั่งอาหารจากพ่อครัวปรุงจานต่อจาน ส่วนของหวานก็โดดเด่นไม่แพ้กัน เรามีของหวานสัญชาติญี่ปุ่นมากมายให้คุณได้รับประทานอย่างเพลิดเพลิน

ข้อกำหนดและเงื่อนไข ราคาปกติของบุฟเฟ่ต์มื้อกลางวัน คือ 800 บาท++ ต่อท่าน, บุฟเฟ่ต์มื้อค่ำ 880 บาท++ ต่อท่าน และ บุฟเฟ่ต์มื้อสายในวันอาทิตย์ที่ 2 กุมภาพันธ์ ราคา 1,590 บาท++ ต่อท่าน โดยท่านแรกชำระราคาปกติ ท่านที่ 2 จะชำระเพียง 7 บาท++ ต่อท่านเท่านั้น หากมาเป็นกลุ่ม โปรโมชั่น 7 บาท++ จะใช้ได้สำหรับทุกๆ ท่านที่ 2 ดังนี้ ท่านแรก, ท่านที่ 3, 5, 7,… ชำระในราคาปกติ ส่วนท่านที่ 2, 4, 6,… จะชำระเพียง 7 บาท++ ราคาดังกล่าวรวมน้ำอัดลม น้ำดื่ม กาแฟและชาร้อน สำรองที่นั่งด่วน เพราะโปรโมชั่นพิเศษนี้ จำกัดให้เพียง 77 ท่านต่อมื้อเท่านั้น!

ห้องอาหาร ดิ โอเอซิส เป็นห้องอาหารออลเดย์ไดน์นิ่ง ตั้งอยู่บนชั้น 6 ของโรงแรม เวลาให้บริการ

มื้อกลางวัน 12.00-14.30 น.

มื้อค่ำ 18.00-22.30 น.

มื้อสายวันอาทิตย์ 12.00-15.00 น.

สอบถามข้อมูลเพิ่มหรือสำรองที่นั่ง ที่ โทร 02-080-2111

เปิดประสบการณ์ครั้งแรกกับการแข่งขันเก็บองุ่นไวน์ขาวสายพันธุ์ Chenin Blanc @กราน-มอนเต้ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/travel/612964

  • วันที่ 27 ม.ค. 2563 เวลา 16:47 น.

เปิดประสบการณ์ครั้งแรกกับการแข่งขันเก็บองุ่นไวน์ขาวสายพันธุ์ Chenin Blanc @กราน-มอนเต้

ไร่องุ่นไวน์กราน-มอนเต้ จัดเต็มความสุข มอบประสบการณ์สุดสนุกกับการแข่งขันเก็บองุ่นไวน์ขาวสายพันธุ์ Chenin Blanc ครั้งแรก ในงาน GranMonte Sparkling Harvest Festival 2020 ประทับใจกับการเก็บเกี่ยวองุ่นด้วยตนเอง พักผ่อนในไร่เคล้าเสียงเพลงสุดโรแมนติก

เฝ้ารอกันทุกครั้งสำหรับฤดูเก็บเกี่ยวองุ่นที่ ไร่องุ่นไวน์กราน-มอนเต้ (GranMonte Vineyard and Winery) ซึ่งจัดมาอย่างต่อเนื่องนับสิบปี แต่ครั้งนี้พิเศษกว่าที่เคย เพราะเป็นครั้งแรกกับการแข่งขันเก็บองุ่นไวน์ขาวสายพันธุ์ Chenin Blanc (เชแนง บล็อง) เพื่อนำไปผลิตไวน์สปาร์กลิ่ง GranMonte Crémant Méthode Traditionnelle กับงาน GranMonte Sparkling Harvest Festival 2020

มอบประทับใจเช่นเคยกับบรรยากาศงานเลี้ยงและการแข่งขัน แถมจัดเต็มความสุข สนุกสนานกับกิจกรรมหลากหลายที่ทำได้ทั้งครอบครัว ไม่ว่าจะเป็นการเพ้นต์กระถางต้นไม้ลายน่ารักๆ หรือการครีเอทลวดลายลงบนหมวกใบเก๋ พร้อมลุ้นรางวัลรวมมูลค่ากว่า 60,000 บาท ปิดท้ายด้วยการดื่มด่ำความสุนทรีย์กับมินิคอนเสิร์ตเพลงรักโรแมนติกจากศิลปินคุณภาพ ตลอดจนอาหารคาวหวานและไวน์ชั้นเลิศ

ภายในงานได้รับเกียรติจากเหล่าเซเลบริตี้ร่วมกิจกรรมคับคั่ง อาทิ หม่อมราชวงศ์ นริศรา จักรพงษ์, ขวัญชัย ปภัสร์พงษ์ ,นิรุตติ์ ศิริจรรยา, อรรถวิชช์ สุวรรณภักดี, วรวิมล ณ ระนอง, ศุภมาส ลักษณ์วิศิษฐ์, ปุณณพัฒน์ ถนอมกุล, วรรณวิไล เตชะสมบูรณ์ ฯลฯ ตลอดจนนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติจำนวนมาก โดยมี นิกกี้-วิสุตา โลหิตนาวี ผู้บริหาร “ไร่องุ่นไวน์กราน-มอนเต้” และไวน์เมกเกอร์ชื่อดัง นำทีมผู้บริหาร ได้แก่ วิสุทธิ์-สกุณา และ สุวิสุทธิ์ โลหิตนาวี ให้การต้อนรับอย่างอบอุ่นและเป็นกันเอง

นิกกี้-วิสุตา โลหิตนาวี ผู้บริหารไร่องุ่นไวน์กราน-มอนเต้ เผยว่า ฤดูเก็บเกี่ยวนับเป็นเวลาที่สำคัญที่สุดของทุกไร่องุ่น ไร่องุ่นไวน์กราน-มอนเต้ จึงจัดเทศกาลเก็บเกี่ยวองุ่น (Harvest Festival) มาอย่างต่อเนื่องเป็นปีที่ 18 นับเป็นการสังสรรค์และฉลองฤดูที่ให้มาซึ่งผลผลิตเพื่อทำไวน์ชั้นเลิศ และชวนนักท่องเที่ยวร่วมแข่งขันการเก็บองุ่นประจำปี โดยปีนี้นับเป็นครั้งแรกกับการแข่งขันเก็บองุ่นไวน์ขาวสายพันธุ์ Chenin Blanc เพื่อนำไปผลิตไวน์สปาร์กลิ่ง GranMonte Sparkling Harvest Festival 2020 เป็นแพ็กเกจสุดเอ็กซ์คลูซีฟที่สร้างสรรค์ขึ้นเพื่อมอบความสุข สนุกสนาน โดยจัดให้มีกิจกรรมและความพิเศษมากมาย ประกอบด้วย การแข่งขันเก็บเกี่ยวองุ่น แต่ละทีมประกอบด้วยผู้ใหญ่ 2 หรือผู้ใหญ่ 1 เด็ก 3 คน โดยมีกฎกติกาการแข่งขัน เพียงตัดพวงองุ่นและทำน้ำหนักได้มากที่สุด ภายในระยะเวลา 5 นาที

สำหรับการแข่งขันในปีนี้มีผู้สมัครเข้าแข่งขันถึง 58 ทีม ซึ่งผู้ชนะเลิศ ได้แก่ ดร.กันธิชา ฉิมศิริ และ เอมี่ อรรถเศรษฐากร เก็บได้ถึง 22.4 กิโลกรัม ได้รับรางวัลรวมมูลค่า 30,000 บาท ส่วนการแข่งขันดื่มไวน์ จาก mini porron ก็ได้รับความสนใจไม่แพ้กัน มีผู้ลงแข่งขันทั้งชายและหญิง ซึ่งบรรยากาศเต็มไปด้วยความสนุกสนาน

ไม่เพียงเท่านั้น ยังมีไฮไลต์แก๊งรถโมเดิร์น-คลาสสิก นำโดย ขวัญชัย ปภัสร์พงษ์ ผู้จัดงาน “มหกรรมยานยนต์” หรือ “มอเตอร์เอ็กซ์โป” อันเป็นงานมอเตอร์เอ็กซ์โปที่ยิ่งใหญ่สุดในอาเซียน ชวนเหล่าสมาชิก นำรถโมเดิร์น-คลาสสิก สุดเท่ หลากโมเดล มาให้ได้ชม และถ่ายภาพที่ระลึกพร้อมบริการของรับประทานเล่น และเครื่องดื่ม โดยแพ็กเกจพิเศษนี้ ยังรวมถึงดินเนอร์ปาร์ตี้ กับอาหารหลากหลาย จาก Food Truck และยังเติมความรื่นรมย์ด้วย มินิคอนเสิร์ตเพลงรักโรแมนติก จากศิลปินคุณภาพ ที่คัดสรรมามอบความสุนทรีย์ไปพร้อมกับการดื่มไวน์ชั้นเลิศ ที่เสิร์ฟอย่างไม่จำกัด ท่ามกลางสายลมหนาวและขุนเขา กระทั่งงานจบลงด้วยความประทับใจ

สำหรับท่านที่พลาดแพ็กเกจ “GranMonte Sparkling Harvest Festival 2020” ไม่ต้องเสียใจ เพราะ “ไร่องุ่นไวน์กราน-มอนเต้” ยังเปิดประตูทุกฤดูกาลตลอดปี เพื่อต้อนรับนักท่องเที่ยว โดยเฉพาะตลอดเดือนกุมภาพันธ์นี้ เป็นเทศกาล Harvest Month ซึ่งทางไร่จะเปิดให้ทุกท่านที่จะมาได้มีประสบการณ์เก็บเกี่ยวองุ่นด้วยตนเอง และได้พักผ่อนท่ามกลางไร่องุ่นไวน์ ล้อมรอบด้วยขุนเขา ซึ่งอากาศสดชื่น เย็นสบายตลอดปี

สามารถจองและสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ E-mail : reservation@granmonte.com โทร.092-806-7755 หรือ http://www.granmonte.com และfacebook.com/granmonte

 

#GranMonteVineyardandWinery #GranMonteSparklingHarvest2020 #GranMonte

เช็กอินไรซ์บาร์ที่แรกของไทย @สีสด บาย บานาน่าลีฟ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/travel/612871

  • วันที่ 26 ม.ค. 2563 เวลา 14:56 น.

เช็กอินไรซ์บาร์ที่แรกของไทย @สีสด บาย บานาน่าลีฟ

หมอโอ๊ค ชวนลิ้มรสความหอมกรุ่นของข้าวสีสดใหม่ คู่กับอาหารไทยรสชาติต้นตำรับที่ “สีสด บาย บานาน่าลีฟ”

กระแสรักสุขภาพยังมาแรงไม่มีตก ด้านคุณพ่อคนเก่งที่ขึ้นชื่อเรื่องดูแลสุขภาพอย่าง หมอโอ๊ค-นพ.สมิทธิ์ อารยะสกุล และภรรยาสาวสุดแซ่บ โอปอล์-ปาณิสรา อารยะสกุล ก็ไม่พลาดที่มาร่วมแชร์เคล็ดลับสุขภาพดี พร้อมเปิดประสบการณ์  ไรซ์บาร์ (Rice bar) ในงานเปิดตัว “สีสด บาย บานาน่าลีฟ” ร้านอาหารไทยรสชาติต้นตำรับแนวใหม่พร้อมไรซ์บาร์ มอบประสบการณ์ ลิ้มรสข้าวออร์แกนิคสีสดใหม่หลากหลายสูตร จัดโดย วัชรา ลี้โกมลชัย กรรมการผู้จัดการ กลุ่มบริษัท ซีแอลพี ร่วมกับ ปวันรัตน์ ธนสารศิลป์ ผู้ช่วยกรรมการ บริษัท จิตต์ธนา จำกัด ทายาทรุ่นที่ 2 แห่งร้านอาหารไทยบานาน่าลีฟ ณ เดอะ เซอร์เคิล ราชพฤกษ์

งานนนี้คุณพ่อสุดหล่อ หมอโอ๊ค กล่าวว่า ผมและภรรยาให้ความสำคัญกับการเลือกกินอาหารเป็นพิเศษ เพราะเชื่อในหลัก You are what you eat กินอะไรก็จะได้อย่างนั้น  วันนี้ได้มาร่วมงานเปิดตัวร้าน สีสด บาย บานาน่าลีฟ และ ไรซ์บาร์ ถือว่าเป็นคอนเซ็ปต์ที่ดีมาก เป็นอีกทางเลือกของคนเมืองในการดูแลสุขภาพ แต่ไม่เสียอรรถรสความอร่อย ได้กินข้าวที่รสชาติดี นุ่ม เหนียว หนึบ แถมคุณประโยชน์ยังอยู่ครบ

พูดถึงข้าว สายลดน้ำหนักอาจส่ายหน้า เพราะต้องการจำกัดคาร์โบไฮเดรต ซึ่งจากประสบการณ์ที่ผ่านมา พบว่านี่ไม่ใช่วิธีการที่ยั่งยืน  ทางที่ดีกว่าคือการบาลานซ์ไดเอท กินอาหารให้ครบหมู่ เปลี่ยนมุมมองที่มีต่อคาร์โบไฮเดรตไม่ใช่ผู้ร้ายหากเลือกรับประทานอย่างถูกต้อง โดยเฉพาะคาร์โบไฮเดรตที่มีกากใยสูง สารอาหารครบถ้วน เช่น ข้าวสดใหม่ ที่ยังอุดมด้วยวิตามินและแร่ธาตุเฉพาะตัว กินแล้วดีต่อสุขภาพ ซึ่งที่นี่ก็มีข้าวสูตรควบคุมน้ำหนัก ซึ่งมีกากใยสูงเป็นประโยชน์ต่อร่างกายทำให้รู้สึกอิ่มเร็ว เป็นอีกหนึ่งทางเลือกให้กับคนที่กำลังลดน้ำหนักได้เป็นอย่างดีแต่ก็ต้องอย่าลืมดื่มน้ำอย่างน้อย 8 แก้วต่อวัน  และออกกำลังกายเป็นประจำ เพื่อให้ร่างกายได้เผาพลาญพลังงานส่วนเกิน และเพื่อให้ร่างกายแข็งแรงครับ”

ตามไปดื่มด่ำกับรสชาติของข้าวสีสดใหม่และอาหารไทยต้นตำรับ พร้อมเพลิดเพลินกับประสบการณ์ที่หาไม่ได้จากที่ไหนกับไรซ์บาร์ ณ ร้านสีสด บาย บานาน่าลีฟ สาขา เดอะ เซอร์เคิล ราชพฤกษ์ เปิดให้บริการทุกวันจันทร์-ศุกร์ เวลา 11.00 – 22.00 น. วันเสาร์-อาทิตย์ เวลา 10.00-22.00 น. สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ Facebook : สีสด Si-Sod by Banana Leaf

host x AMBER ดื่มด่ำ Specialty Coffee ดีกรีแชมป์โลก #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/travel/612778

  • วันที่ 26 ม.ค. 2563 เวลา 09:09 น.

host x AMBER ดื่มด่ำ Specialty Coffee ดีกรีแชมป์โลก

ร้าน host x AMBER กาแฟดีกรีแชมป์โลก เปิดสาขาแรกและสาขาเดียวใจกลางกรุง สนองนีดคอกาแฟชาวไทยไม่ต้องบินไปไกลถึงฮ่องกง

host x AMBER หนึ่งในร้าน Specialty Coffee ชื่อดังที่นักดื่มกาแฟลิสต์ไว้ในรายชื่อร้านที่ต้องสัมผัสให้ได้สักครั้งในชีวิต ด้วยเหตุผลที่มีกาแฟดีๆ ให้เลือกสรรจากหลากสายพันธุ์ หลายแหล่งที่มา พร้อมด้วยเทคนิคการชงและการเนรมิตของบาริสต้าที่คว้าแชมป์บาริสต้าฮ่องกงถึง 2 สมัย แถมยังได้อันดับที่ 4 จากการแข่งขันระดับโลก World Barista Championship ปี 2015 การันตีความสามารถ บวกความความเชี่ยวชาญ ผสานความหลงใหลในกาแฟขนาดนี้ ก็ไม่แปลกใจที่ host x AMBER จะมีเครื่องดื่มหลากหลายชนิดที่รสชาติไม่เหมือนใคร อีกทั้งยังเนรมิตออกมาแปลกตาน่าลิ้มลอง

ซึ่งครั้งนี้ โพสต์ทูเดย์ ก็มีโอกาสเปิดประสบการณ์การดื่มรูปแบบใหม่อย่างตื่นตาตื่นใจ ในห้างสรรพสิพค้าใจกลางกรุงเทพฯ ที่ CENTRAL@centralwOrld

RECOMMENDED MENU

Yunnan Anaerobic HoneyDrip

Yunnan Anaerobic HoneyDrip

Iced Latte

Strawberry Soda (115 บาท)

Citrus Green (130 บาท)

Sparkling Lychee  (120 บาท)

Sweet Dishes

Orange Pound Cake (80 บาท)

Carrot Cake  (125 บาท)

นอกจากที่ร้านจะเด่นเรื่องกาแฟและเครื่องดื่มแล้ว ยังมีครัวซองต์และเบเกอรี่หลายอย่างให้เลือก ส่วนที่อยากแนะนำคือOrange Pound Cake (80 บาท) และ Carrot Cake  (125 บาท) เค้กแครอทที่เสิร์ฟมาพร้อมหน้าตาที่อาจดูธรรมดา แต่รสชาติหวือหวาอร่อยถูกใจมาก ตัวเค้กเนื้อนุ่ม ครีมชีสละมุนรสอร่อย ได้กลิ่นของชินนามอนอ่อนๆ รับรองว่าใครที่ชอบเค้กแครอทลองมาชิมของร้านนี้แล้วจะติดใจ

แวะมาเอ็นจอยกับเครื่องดื่มแก้วโปรดในร้านสไตล์มินิมอลบรรยากาศอบอุ่น เคล้ากลิ่นกาแฟ มากันได้ที่ร้าน høst x AMBER อยู่ที่ CENTRAL@centralwOrld ชั้น 1 เปิดทุกวัน วันจันทร์-ศุกร์ ตั้งแต่ 08.00-22.00 น. วันเสาร์-อาทิตย์ ตั้งแต่ 10.00-22.00 น.

โทร. 080-837-8878

Facebook https://www.facebook.com/hostxamber/

BestBeef น้ำจิ้มเด็ด เนื้อดี สวรรค์ของคนรักบุฟเฟ่ต์ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/travel/612793

  • วันที่ 25 ม.ค. 2563 เวลา 15:55 น.

BestBeef  น้ำจิ้มเด็ด เนื้อดี  สวรรค์ของคนรักบุฟเฟ่ต์

บุฟเฟ่ต์กระทะร้อน BestBeef น้ำจิ้มรสเด็ด เนื้อคุณภาพดี กินกี่ทีไม่มีผิดหวัง เปิดสาขาใหม่เอาใจคนฝั่งธน @บางแค

เอาใจคนฝั่งธน กับร้านปิ้งย่างกระทะร้อนคุณภาพดี การันตีด้วยชื่อ BestBeef จากประสบการณ์ยาวนานด้านการคัดสรรเนื้อคุณภาพเยี่ยมเกรดพรีเมี่ยมทั้งจากในประเทศไทยและในต่างประเทศ สู่ร้านปิ้งย่างบุฟเฟ่ต์ที่สายเนื้อเทใจให้ พร้อมเล่นใหญ่ จัดหนัก จัดเต็มกว่าเดิมที่สาขาใหม่ย่านบางแค

ด้วยพื้นที่ที่มากกว่าสาขาอื่น ที่นี่จึงมีบรรยากาศร้านที่โล่งโปร่งสบาย หัวไม่เหม็นเพราะเป็นโอเพ่นแอร์ รองรับคนได้เยอะ ที่จอดรถเพียบพร้อม อยู่ติดกับสถานีรถไฟฟ้า MRT บางแค

เมนูมีตั้งแต่ของกินเล่น เฟรนฟรายซ์ ไก่ป๊อบ ปีกไก่ทอด สลัด สปาเก็ตตี้ มักกะโรนี ข้าวหน้าเนื้อ ข้าวผัดกระเทียม เลือกเตาตามใจอยาก 3 เตา 3 อารมณ์ ทั้งเตาปิ้งย่าง กระทะร้อน จิ้มจุ่มทีเด็ดอยู่ที่น้ำจิ้ม พอนซึ ที่เข้ากันดีกับเมนูกระทะร้อนหอมกลิ่นเนย น้ำจิ้มซีฟู้ด กู้ดฟีลกับกุ้ง ปลาหมึก หอยเชลล์ หอยแมลงภู่นิวซีแลนด์ และเมนูปลา ปิดท้ายแซ่บซี๊ดกับ น้ำจิ้มแจ่วสไตล์ไทยๆ หอมพริกป่น เข้ากันดีกับเนื้อย่าง หมูย่างหอมๆ

ลิสต์เมนูที่ใช่ใส่ลงในกระดาษ สั่งหมูสไลซ์ หมูหมัก ตับลิ้น เสริมทัพด้วยไก่ จัดใหญ่กับเมนูเนื้อที่คัดมาให้เลือกแทบทุกส่วน อาทิ เนื้อสันนอก ริปอาย ซี่โครง เนื้อหนอก เนื้อน่อง ใบพาย สันคอ ลูกมะพร้าว เสื้อร้องไห้ อยากลองอัพความอร่อยสั่งเนื้อออสเตรเลีย วากิวญี่ปุ่น มาเพิ่มอรรถรส ชิ้นหนาใหญ่เต็มคำ มีทั้งแบบหั่นเต๋าและสไลซ์ไซส์บิ๊ก

สนนราคาน่าคบเริ่มต้นเพียง  299 บาท เป็นราคาเฉพาะบุฟเฟ่ต์ ไม่รวมเครื่องดื่ม ราคา 369 บาท บุฟเฟ่ต์รวมเครื่องดื่ม น้ำเปล่า ชามะนาว น้ำอัดลม และราคา 499 บาท บุฟเฟ่ต์รวมเครื่องดื่ม น้ำเปล่า น้ำอัดลม และเบียร์ไม่อั้น

Best Beef มีทั้งหมด 3 สาขา สาขาสุขุมวิท 091-6269894 สาขาศรีนครินทร์ 097-2451818 และสาขาบางแค 097-2458051 ห่างจากรถไฟฟ้าสถานีบางแคเพียง 100 เมตร ร้านเปิดทุกวันตั้งแต่เวลา 16.00 – 24.00 น. ครัวปิด 23.30 น. ปิดรับลูกค้าเวลา 23.00 น.

เช็กอิน ‘เซ็นทรัล’ ตรุษจีนเนรมิตห้างแห่งความโชคดี โชว์แสงสีอลังการ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/travel/612272

  • วันที่ 21 ม.ค. 2563 เวลา 08:19 น.

เช็กอิน 'เซ็นทรัล' ตรุษจีนเนรมิตห้างแห่งความโชคดี โชว์แสงสีอลังการ

ฉลองเปิดตรุษจีนห้างเซ็นทรัล คู่รัก ‘หมาก-คิม’ โชว์หวาน อลังการแสงสีในตำนานเทพมังกรทอง-นางพญาหงส์ฟ้า

เฉลิมฉลองเทศกาลตรุษจีน เฮงๆ ปังๆ  ห้างเซ็นทรัล ร่วมกับ บัตรเครดิต เซ็นทรัล เดอะวัน และมาสเตอร์การ์ด ต้อนรับตรุษจีนปีหนูทองอย่างยิ่งใหญ่เปิดงาน “CENTRAL HAPPY CHINESE NEW YEAR 2020” (เซ็นทรัล แฮปปี้ ไชนีส นิวเยียร์  2020) ภายใต้คอนเซ็ปต์  “THE LUCKIEST STORE IN TOWN”  เนรมิตให้เป็นห้างแห่งความโชคดี พร้อมโชว์สุดตระการตาท่ามกลางความยิ่งใหญ่ของมังกรทองยาว 168 เมตร ยาวที่สุดในประเทศไทย ส่วนหัวประดับทองคำแท้หนัก 5 บาท โดยมีคู่รักซูเปอร์สตาร์ หมาก-ปริญ สุภารัตน์ และ คิมเบอร์ลี่ แอน โวลเทมัส ควงคู่กันมาเสริมสิริมงคล พร้อมแสดงโชว์สุดพิเศษ แสง สี เสียง สุดตระการตา The legend of Golden Dragon and The Phoenix ตำนานเทพมังกรทอง-นางพญาหงส์ฟ้า ที่มาร่วมสร้างสีสันความบันเทิง ณ ห้างเซ็นทรัล@เซ็นทรัลเวิลด์

สตาร์ทความอลังการด้วยการแสดงไฮไลต์ The legend of Golden Dragon and The Phoenix ตำนานเทพมังกรทอง-นางพญาหงส์ฟ้า ตื่นตาตื่นใจกับ “Flying Angle” โบยบินจากฟากฟ้ามาพร้อมความงามเจิดจรัสโชว์ลีลาพลิ้วไหว  พร้อมนำพาประสบการณ์สุดพิเศษ โดยหนุ่มหมากมาในลุคสุดเท่รับบทเป็นเทพมังกรทอง ออกมาโชว์ตีกลองมงคล ให้ตรุษจีนนี้ทุกคนเฮงๆ ปังๆ เหมือนเสียงกลองมงคล จากนั้นพบกับสาว คิมเบอร์ลี่ สวยสง่าในลุคนางพญาหงส์ฟ้า เจิดจรัสในชุดสไตล์จีนสีแดงเพลิง เมื่อหนุ่มหมาก ตัวแทนเทพมังกรทอง และสาวคิมเบอร์ลี่ ตัวแทนนางพญาหงส์ฟ้า ได้โคจรมาพบกันแบบโรแมนติก เรียกเสียง กรี๊ดสนั่นจากเหล่าแฟนคลับ ท่ามกลางโชว์สุดตระการตาจากขบวนเชิดสิงโต คณะนักกายกรรม และ มังกรทองยาว 168 เมตร ที่พาดผ่านประตูชัยบริเวณหน้าประตูทางเข้า ห้างเซ็นทรัล@เซ็นทรัลเวิลด์ เสมือนเป็นประตูชัยแห่งความเป็นมงคล และพร้อมนำทุกท่านรอดผ่านท้องมังกรเข้าสู่ด้านใน เพื่อร่วมสนุกกับกิจกรรมเสริมมงคล และเพื่อเป็นสิริมงคลตลอดปีหนูทอง

นอกจากนี้ ชวนไปเสริมสิริมงคลกันต่อที่ ห้างเซ็นทรัลชิดลม ระหว่างวันที่ 22-27 ม.ค. 63 ซึ่งเนรมิตให้เป็น “ห้างแห่งความโชคดี” ในบรรยากาศกลิ่นอายวัฒนธรรมจีน เหมาะกับการถ่ายภาพที่ระลึก โดยประดับโคมไฟหลากสีสัน พร้อมดอกไม้ และต้นไม้มงคลทั่วห้าง พบกับไฮไลต์มังกรโคมไฟมหามงคลขนาดยักษ์ความยาวกว่า 30 เมตร ประดับตกแต่งสวยงาม

ช็อปรับทรัพย์ รับโชค กับโปรโมชั่นพิเศษฉลองตรุษจีนปีหนูทอง

สำหรับนักช้อปฯ สามารถร่วมช้อปฯ รับทรัพย์ รับโชค กับโปรโมชั่นพิเศษฉลองตรุษจีนปีหนูทอง โปรโมชั่นรับศักราชใหม่ สินค้าราคาปกติ ลดสูงสุด 30% พร้อมลด/รับเพิ่ม สูงสุด 30% จากบัตรเครดิต เซ็นทรัล เดอะวัน และบัตรเครดิตชั้นนำ รับฟรีคูปองแทนเงินสด และเครดิตเงินคืน พร้อมบัตรของขวัญจาก บัตรเครดิต เซ็นทรัล เดอะวัน รวมสูงสุด 18% ตั้งแต่วันนี้ – 2 ก.พ. 63 เมื่อช้อปฯ ที่ห้างเซ็นทรัลทุกสาขา หรือออนไลน์ตามเงื่อนไข พิเศษ ลูกค้าเดอะวัน เมื่อช้อปฯ ในห้างหรือออนไลน์ 3,000 บาท ขึ้นไป รับซองอั่งเปา 1 ชุด (4 ซอง) จำกัด 3 ชุด ต่อ 1 หมายเลขสมาชิกเดอะวัน (จำนวนจำกัด) และทุกการช้อปฯ 500 บาท จับ Lucky Draw ลุ้นรับรางวัล iPhone 11 Pro Gold 64 GB (จำนวนจำกัด) พิเศษ สำหรับลูกค้าเซ็นทรัลออนไลน์รับสิทธิ์ลุ้นรางวัล x2 สิทธิ์ นอกจากนี้ ยังมอบโชคคนปีชง ด้วยคูปองเงินสดสูงสุด 200 บาท (จำกัด 88 ท่าน/สาขา) เฉพาะวันที่ 25 ม.ค. 63, สำหรับลูกค้าบัตรเครดิต เซ็นทรัล เดอะวัน ระหว่างวันที่ 22-28 ม.ค. 63 เมื่อช้อปฯ ตั้งแต่ 5,000 บาทขึ้นไป รับคะแนน เดอะวัน สูงสุด 20 เท่า (สะสมยอดจากทุกบริษัทในเครือ) จำกัด 8,000 สิทธิ์ และพิเศษสุด สำหรับผู้มียอดช้อปฯ ผ่าน Master Card สูงสุด 5 ท่านแรก (ยอดสะสม 300,000 บาทขึ้นไป) รับสิทธิ์ดูฮวงจุ้ยที่บ้านฟรี! โดยซินแสไฮโซ อาจารย์ช้าง-ทศพร ศรีตุลา และเมื่อช้อปฯ ครบ 50,000 บาท จากบัตรเครดิต เซ็นทรัล เดอะวัน รับเครื่องรางมงคลจากประเทศญี่ปุ่นเสริมโชคลาภ (จำนวนจำกัด) และยังเอาใจนักช้อปฯ ออนไลน์ เมื่อเข้าไปที่ เซ็นทรัลออนไลน์ (central.co.th) พบกับสินค้าลดสูงสุด 70% ช้อปฯ ครบตามเงื่อนไข รับฟรี คูปองแทนเงินสูงสุด 5,500 บาท ระหว่างวันที่ 22-29 ม.ค. 63

สักการะเทพเจ้ามังกรเขียว ‘แชเล่งเอี้ย’ สิ่งศักดิ์สิทธิ์จากแดนมังกร #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/travel/612187

  • วันที่ 20 ม.ค. 2563 เวลา 09:35 น.

สักการะเทพเจ้ามังกรเขียว 'แชเล่งเอี้ย' สิ่งศักดิ์สิทธิ์จากแดนมังกร

อ.คฑา ชินบัญชร เผยวิธีเสริมสิริมงคลรับโชคครั้งใหญ่ในปีหนูทอง ฉลองตรุษจีนเรียกทรัพย์รับความเฮงในงาน THE ICONSIAM ETERNAL PROSPERITY CHINESE NEW YEAR 2020 พร้อมสุดยอดไฮไลท์การแสดงพญามังกรไฟ LED และเชิดสิงโตอลังการริมฝั่งเจ้าพระยา ณ ไอคอนสยาม

แลนด์มาร์กแห่งความรุ่งโรจน์ของไทยริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา “ไอคอนสยาม” จัดมหาปรากฏการณ์เฉลิมฉลองเทศกาลตรุษจีน THE ICONSIAM ETERNAL PROSPERITY CHINESE NEW YEAR 2020 ระหว่างวันที่ 22-26 มกราคม 2563 ณ ไอคอนสยาม

พรั่งพร้อมด้วยสุดยอดไฮไลท์ความพิเศษระดับโลกส่งตรงจากแดนมังกร อัญเชิญเทพเจ้ามังกรเขียว ‘แชเล่งเอี้ย’ แห่งศาลเจ้าแชเล่งเอี๊ย ณ ซัวเถา เมืองแต้จิ๋ว มณฑลกวางตุ้ง ประเทศจีน สู่ประเทศไทย เพื่อให้ประชาชนชาวไทยและชาวไทยเชื้อสายจีนได้สักการะบูชา ขอพรรับพลังบวกเพื่อความเป็นสิริมงคล ซึ่งนับเป็นโอกาสหายากที่จะได้กราบขอพรเทพเจ้ามังกรเขียวจากซัวเถาต้นตำรับแท้จริง ผู้เป็นเทพารักษ์รักษาบ่อน้ำทิพย์ประจำวัด แต่โบราณกาลชาวจีนเชื่อกันว่า เทพเจ้ามังกรเขียวเป็นเทพารักษ์ประจำแหล่งน้ำทุกแห่ง ไม่ว่าจะเป็นบ่อน้ำ แม่น้ำ ลำคลอง ทะเลสาบ หรือมหาสมุทร ที่จักบันดาลความอุดมสมบูรณ์ ฟ้าฝนตกต้องตามฤดูกาลตลอดปี

สำหรับการไหว้เทพเจ้ามังกรเขียวมีเคล็ดลับง่ายๆ คือ ต้องมีน้ำ มีส้ม มีไข่ต้ม ไม่เจาะจงจำนวน แต่จะนับเป็นเลขคู่ที่ 4 หารลงตัว เช่น 4, 8, 12, 16, 20 ซึ่งเลขมงคลอย่าง 8 มีความหมายว่า รวย คนส่วนใหญ่จึงนิยมไหว้ด้วยส้ม 8 ใบ และใช้ธูป 3 ดอก แทนการไหว้ พระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ทั่วไป หรือ 5 ดอก แทน 5 ธาตุ จากนั้นจึงไหว้ฟ้าดินก่อน (คำสวด) คำนับครั้งที่ 1 ต่อฟ้าดิน (คำสวด) คำนับครั้งที่ 2 ต่อธูปหอมและกำยาน (คำสวด) คำนับครั้งที่ 3 ต่อเทพมังกรเขียว ซึ่งจะมีบทสวดเฉพาะของท่าน จากนั้นจึงไหว้ด้วยเพ้า มังกร ชุดกระดาษ และเมื่อไหว้เสร็จจึงเผากระดาษเงิน กระดาษทอง ของไหว้ก็นำมาทานเพื่อความเป็นสิริมงคล

นอกจากนี้ ยังนำสุดยอดคณะกายกรรมแห่งชาติสาธารณรัฐประชาชนจีน (ปักกิ่ง) การันตีรางวัลระดับโลก และการแสดงพญามังกรคู่ระดับชาติ และการเชิดสิงโต 4 สายพันธุ์ จากสมาคมอุปรากรจีน มาแสดงให้ชมในเทศกาลตรุษจีนปีหนูทอง มหามงคล

โดยเทศกาลตรุษจีนปีนี้ตรงกับวันที่ 25 มกราคม 2563 (วันชิวอิก) ซึ่งคืนวันที่ 24 จะมีประเพณีการไหว้เทพไฉ่ซิงเอี้ย หรือเทพเจ้าแห่งโชคลาภ โดยจะตั้งโต๊ะหันหน้าไปทางทิศตะวันตก เตรียมธูป เทียน น้ำ น้ำชา เจไฉ่ และรูปปั้นหรือป้ายแทนองค์ไฉ่ซิงเอี้ย รวมถึงของไหว้ตามสมควร เพื่อสวด โอมจำปาลา จาเลนไน เยโซฮา ทั้งหมด 9 จบ เพื่อขอพรให้มีความสุข มีโชคลาภ ร่ำรวย เฮง เฮง เฮง ตลอดปี โดยวันชิวอิกถัดมา ไหว้เจ้า ไหว้บรรพบุรุษ ไหว้ไป๊ฮ้อ เฮียตี๋ และส่วนใหญ่เมื่อได้รับอั่งเปา แต๊ะเอีย จะมีการนำเอาเงินแรกไปทำบุญ หรือให้พ่อแม่ หรือไหว้เจ้า ไหว้พระเพื่อความเป็นสิริมงคล โดยปีนี้ ปีชวด ปีวอก ปีมะโรง เป็น ‘ซาฮะ’ หรือ 3 ปีนักษัตรที่ดวงสมพงศ์กัน จึงแนะนำให้ ไหว้องค์แชเล่งเอี๊ย หรือ เทพเจ้ามังกรเขียว ซึ่งเป็นเทพที่มีความศักดิ์สิทธิ์และชาวจีนให้ความเคารพนับถือ ขอพรในเรื่องการงาน การค้าขาย การเดินทางปลอดภัย ตลอดจนทำสิ่งใดก็ให้มีความเจริญรุ่งเรืองและอุดมสมบูรณ์ ซึ่งท่านจะอำนวยพรให้สมปรารถนาตามแต่กำลังวาสนาบารมีเดิมของแต่ละบุคคล เมื่อมีโอกาสจึงควรไหว้สักการะเพื่อเป็นสิริมงคลแก่ตนเอง

อ.คฑา ชินบัญชร นักพยากรณ์ชื่อดังอันดับ 1 ของเมืองไทย กล่าวถึงเทศกาลตรุษจีนปี 2563 ว่า ปีนี้ตรงกับปีหนูทอง โดยในรอบ 60 ปี จะมีเพียง 1 ครั้ง ซึ่งภาพรวมของปีหนูทองมีแนวโน้มเป็นปีที่ดีมาก เนื่องจากปกติปีหนูเป็นปีหนูน้ำ หรือนักษัตรหนูเป็นธาตุน้ำ เมื่อมาพิจารณาดูคู่ธาตุที่ส่งเสริมกัน พบว่าน้ำกำเนิดชีวิตจึงก่อเกิดต้นไม้ ไม้สีกันเกิดไฟ ไฟละลายลงไปเป็นเถ้าถ่านกำเนิดดิน ในดินมีแร่ธาตุคือธาตุทอง ในธาตุทองมีสายน้ำทองกำเนิดน้ำ เพราะฉะนั้นปีนี้ทองกับน้ำจึงเป็นคู่ธาตุที่ส่งเสริมกัน ประกอบกับ หนู เป็นสัตว์ที่มีทักษะการปรับตัวเก่ง แม้จะอยู่ในสถานที่ใดในโลกหรือสถานการณ์ใดก็ตาม ฉะนั้นถึงแม้จะเป็นช่วงเวลาที่เศรษฐกิจโลกไม่ดี หรือมีปัญหาของสถานการณ์ต่างๆ ในโลกมาก ทั้งในเรื่องการเปลี่ยนยุค การเข้าสู่ยุค 4G ยุค 5G การค้าขายธุรกิจต่างๆ แปรเปลี่ยนไป ภูมิอากาศของโลกเปลี่ยนแปลง เช่น หิมะไม่เคยตกก็ตก ไม่เคยร้อนขนาดนี้ก็ร้อน ไม่เคยหนาวก็หนาว แผ่นน้ำแข็งละลาย ดังนั้นโลก ผู้คน สัตว์ต่างๆ รวมถึงพืชพรรณธัญญาหารจึงต้องปรับตัว ซึ่งโชคดีที่ปี 2563 เป็นปีหนู จึงเป็นปีที่คนไทยรวมถึงคนทั้งโลกควรที่จะปรับเปลี่ยนตนเอง ก้าวให้ทันยุค รุกให้ทันเกม

เคล็ดลับการเสริมสิริมงคลรับตรุษจีนปีหนูทอง 

เนื่องจากเป็นปีธาตุทอง แต่ดาวบินเจ็ดแดงชาดสีแดงตั้งอยู่บริเวณกลางบ้าน จึงควรเสริมสิริมงคลด้วยสีฟ้า สีน้ำเงิน หรือโทนสีช่วงยามสนธยา จะเป็นการดึงพลังของธาตุน้ำและธาตุทองเข้ามาด้วยกัน ทำให้เกิดความสงบ ร่มเย็น ราบรื่น ดังนั้นสีฟ้า สีน้ำเงิน รวมถึงสีทองและสีแดง สีส้ม จึงเป็นสีมงคลของปีนี้ โดยสามารถตกแต่งบ้านด้วยโทนสีหลักดังกล่าว เช่น แจกันสีทอง ดอกไม้เป็นโทนสีฟ้าอย่างดอกไฮเดรนเยีย ตั้งบนโต๊ะทำงาน โต๊ะรับแขก หรือโต๊ะอาหาร เลือกพรมสีฟ้าหรือสีน้ำเงินแซมด้วยสีทองหรือสีส้มหรือสีแดงปูไว้ปลายเตียงหรือข้างเตียง เป็นต้น เหล่านี้จะเป็นการดึงพลังของดาวบินเจ็ดแดงชาดส่งผลทำให้มีโชคลาภ ความรื่นเริงยินดี ซึ่งใช้ได้กับทุกราศี เพราะว่าลักษณะการตั้งฮวงจุ้ยของจีนเป็นการนำพลังของธรรมชาติมาเพิ่มพลังให้กับชีวิตของเรา และทิศที่ดีของปีนี้คือ ทิศตะวันออกเฉียงเหนือ ทิศเหนือ ทิศตะวันตกเฉียงเหนือ และทิศตะวันตก

Top 5 ใน 60 เส้นทางความสุขหน้าหนาว @เมืองไทย เดอะ ซีรีส์ Hello Winter พร้อมโปรแรงสุดว้าววว!!! #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/travel/611939

  • วันที่ 16 ม.ค. 2563 เวลา 19:49 น.

Top 5 ใน 60 เส้นทางความสุขหน้าหนาว @เมืองไทย เดอะ ซีรีส์ Hello Winter พร้อมโปรแรงสุดว้าววว!!!

แจกแพลนเที่ยว 2 วัน 1 คืน 5 สถานที่เที่ยวหน้าหนาวที่ไปแล้วมีความสุขที่สุด จาก 60 เส้นทางความสุขหน้าหนาว @เมืองไทย เดอะ ซีรีส์ Hello Winter โดยการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย พร้อมโปรโมชั่นโดนใจที่รอให้เราไปสัมผัส

อันดับที่ 1 ดอยพุ่ยโค จ.แม่ฮ่องสอน

อบอุ่นหัวใจไปกับดอยพุ่ยโค สวรรค์แห่งทะเลหมอก ณ จุดชมวิวพาโนรามา 360 องศา เลือกดื่มด่ำช่วงเวลาพระอาทิตย์ตกยามเย็น ปักหลักกางเต็นท์ แคมป์ปิ้งนอนดูดาวยามค่ำคืนบนยอดเขาสูง อำเภอสบเมย เดินเลาะขอบยอดดอยบนสะพานไม้ ศาลาชมวิวและต้นเดียวดาย ไม้ยืนโดดเดี่ยวต้นเดียวที่กลายเป็นพร็อปให้ถ่ายภาพ ยามเย็นพระอาทิตย์สะท้อนแสงกระทบยอดหญ้ากลายเป็นสีทองไปทั้งท้องทุ่ง

อันดับที่  2 ดอยอ่างขาง จ.เชียงใหม่

แสนสุขใจไม่มีที่ไหนโรแมนติกเท่าดอยอ่างขางในฤดูหนาว ชมวิวหลักล้านทะเลหมอก แสงแรกยามเช้าที่ม่อนสน ชมดอกไม้เมืองหนาว ซากุระเมืองไทยที่สถานีเกษตรหลวงอ่างขาง เซลฟี่ภาพสวย ๆ ท่ามกลางดงนางพญาเสือโคร่ง ตื่นตาตื่นใจในความงามของไร่ชา 2000 และแปลงปลูกสตรอว์เบอร์รีบนเนินกลางหุบเขา และไม่พลาดจิบกาแฟห้อยขาที่บ้านนอแล

อันดับที่ 3 กิ่วแม่ปาน จ.เชียงใหม่

หนึ่งในจุดชมวิวสวยของเมืองไทยในอุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ ต้องยกให้กิ่วแม่ปาน พอยต์วิวห้ามพลาด ที่คุณจะได้สูดอากาศสะอาดบริสุทธิ์ สัมผัสไอเย็นความหนาว ณ จุดชมพระอาทิตย์ขึ้นและทะเลหมอกสวยวิว 360 องศา พร้อมเส้นทางเดินศึกษาธรรมชาติให้ได้ตื่นตะลึงไปกับป่าดิบ พืชพรรณ และไม้ดอกหายาก อาทิ กุหลาบพันปี หรือโชคดีอาจจะเจอกวางผาซึ่งใกล้จะสูญพันธุ์

อันดับที่ 4 เชียงคาน จ.เลย

สุขใดจะเท่ากับการใช้ชีวิตสโลว์ไลฟ์ในหน้าหนาวในอำเภอเล็ก ๆ ริมแม่น้ำโขง เช้าตักบาตรข้าวเหนียว สาย-บ่ายนั่ง ๆ นอน ๆ ปั่นจักรยานช้า ๆ หรือเดินทอดน่องเลาะเลียบวิวแม่น้ำโขง ดื่มด่ำทัศนียภาพในช่วงเวลาพระอาทิตย์ตก เพลิดเพลินกับตลาดชาวบ้านในช่วงหัวค่ำบนถนนคนเดิน

อันดับที่ 5 บ้านอีต่อง เหมืองปิล็อก จ.กาญจนบุรี

รับลมหนาวและสายหมอกในหมู่บ้านแห่งความสุข ดินแดนกลางหุบเขา สูดอากาศบริสุทธิ์ได้อย่างเต็มปอดกับจุดหมายปลายทางบนเส้นทาง 399 โค้ง ที่พาไปสัมผัสเมืองที่ร่ำรวยสายหมอก และแหล่งท่องเที่ยวสารพัด ทั้งเหมืองเก่า น้ำตกจ๊อกกระดิ่น และเนินช้างศึก จุดชมวิวมุมสูงห้ามพลาดกับช่วงเวลาพระอาทิตย์ตกดิน และกางเต้นท์นอนดูดาวสวยบนยอดเขา

 

โปรโมชั่นดีๆ ฉลองครบรอบ 60 ปี การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย

การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) พร้อมพันธมิตรท่องเที่ยว ร่วมเปิดตัวแคมเปญส่งเสริมการท่องเที่ยวในประเทศ 60 เส้นทางความสุข @ เมืองไทย เดอะซีรีส์  Hello Winter ฉลองครบรอบ 60 ปี ของการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย

นายยุทธศักดิ์ สุภสร ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) กล่าวว่า “ปีนี้เป็นปีพิเศษที่ ททท. ก่อตั้งมาครบรอบ 60 ปี ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา ททท. ภูมิใจที่ได้ร่วมสร้างแรงบันดาลใจให้คนไทยได้ท่องเที่ยวทั่วเมืองไทยอย่างมีความสุข และเพื่อเป็นการเฉลิมฉลองความพิเศษ ในปีนี้ ททท. ได้จัดทำโครงการ 60 เส้นทางความสุข @ เมืองไทย เดอะ ซีรีส์ 3 ฤดูกาลตลอดปี โดยเปิดตัวฤดูกาลแรก Hello Winter ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากพันธมิตรมาร่วมมอบข้อเสนอพิเศษมากมาย

นายวิวัฒน์ ปิยะวิโรจน์ รองกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ สายการพาณิชย์ บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “ในปี 2563 บริษัทการบินไทยจะดำเนินกิจการครบ 60 ปี เช่นเดียวกับ ททท. จึงได้ร่วมกันจัดแคมเปญต่าง ๆ โดยแคมเปญ 60 เส้นทางความสุข @ เมืองไทย เดอะ ซีรีส์  Hello Winter การบินไทยร่วมจัดโปรโมชันบัตรโดยสารเส้นทางภายในประเทศราคาพิเศษ สำหรับ 2 ท่านขึ้นไป วันที่ 16 มกราคม – 15 มีนาคม 2563 พร้อมมอบส่วนลดเพิ่ม 200 บาทต่อท่าน เมื่อชำระเงินด้วยบัตรเครดิต Mastercard และรับเครดิตเงินคืน คะแนนพิเศษ เมื่อชำระด้วยบัตรเครดิตพันธมิตรที่ร่วมรายการ”

นางชาริตา ลีลายุทธ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร สายการบินไทยสมายล์ กล่าวว่า “ไทยสมายล์ขอร่วมแสดงความยินดีในโอกาสพิเศษนี้ ด้วยบัตรโดยสารราคาพิเศษในราคาเริ่มต้นเพียง 1,150 บาทต่อเที่ยวบิน สำหรับเส้นทาง เชียงใหม่ เชียงราย อุบลราชธานี และอุดรธานี ซึ่งผู้โดยสารจะได้รับความสะดวกสบายจากบริการแบบฟูลเซอร์วิสของเรา ขอให้รีบสำรองที่นั่งได้ตั้งแต่วันที 10 มกราคม –20 มกราคม 2563 เท่านั้น โดยเดินทางได้ตั้งแต่ 13 มกราคม – 29 กุมภาพันธ์ 2563”

นางสาวเพลินพิศ โกศลยุทธสาร ผู้อำนวยการกิจกรรมองค์กรและส่งเสริมการตลาดด้านการท่องเที่ยว บางกอกแอร์เวย์ส กล่าวว่า “สายการบินบางกอกแอร์เวยส์ มีความยินดีเป็นอย่างยิ่ง ที่ได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างความสุข ให้แก่คนไทยอีกครั้ง ตลอดฤดูหนาวนี้พบกับแพ็กเกจบัตรโดยสารพร้อมที่พักราคาพิเศษ พร้อมทั้งรับกาแฟฟรีจาก กลอเรีย จีนส์ คอฟฟี่ส์ ในสี่เส้นทางบิน เชียงใหม่ เชียงราย ลำปาง สุโขทัย สามารถสอบถามเพิ่มเติม โทร.1771

นายวุฒิภูมิ จุฬางกูร ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการบริหาร สายการบินนกแอร์ กล่าวว่า “สายการบินนกแอร์ สายการบินของคนไทยเพื่อคนไทย มีความยินดีและภูมิใจที่ได้มีส่วนร่วมในการสร้างความสุขให้คนไทย ได้ท่องเที่ยวทั่วเมืองไทยผ่านโครงการ 60 เส้นทางความสุข @ เมืองไทย เดอะ ซีรีส์ นี้กับทาง ททท. และพันธมิตรการท่องเที่ยวทุก ๆ ท่าน เพราะความตั้งใจของพวกเราชาวนกคือ…ให้ผู้โดยสารทุกท่านมีรอยยิ้มไปกับทุกเที่ยวบินของนกแอร์ โดยในซีรีส์แรก Hello Winter นี้ ทางสายการบินนกแอร์จะมี Theme พิเศษ “Girl Gang ลั้นลา” ซึ่งเป็นบัตรโดยสารราคาพิเศษโดยเฉพาะสำหรับลูกค้าในโครงการ”

นายกฤษ พัฒนสาร รักษาการ ผอ.ฝ่ายรัฐกิจสัมพันธ์ สายการบินไทยแอร์เอเชีย กล่าวว่า “การร่วมโครงการ 60 เส้นทางแห่งความสุขฯ กับ ททท. ในครั้งนี้ แอร์เอเชีย ชูจุดเด่นการท่องเที่ยวชุมชน และการท่องเที่ยวแบบรับผิดชอบมาเป็นไฮไลต์ โดยมอบโอกาสรับสิทธิบัตรอภินันทนาการ (Complimentary Voucher) สำหรับ 30 ท่านเเรก เพียงสำรองที่นั่งเเอร์เอเชียเเละซื้อเเพคเกจท่องเที่ยวชุมชนกับ Journey D ที่ ชุมชนผาหมี จ.เชียงราย ชุมชนโคกเมือง จ.บุรีรัมย์ ชุมชนพรหมโลก จ.นครศรีธรรมราช แล้วแสดงหลักฐานพร้อมดูรายละเอียดเพิ่มเติม ผ่าน www.journey-d.com มาท่องเที่ยวเรียนรู้วิถีชุมชนในโอกาส 60 ปี ททท. ไปพร้อมๆ กันนะครับ”

นางกุลกานดา โพธิ์เกษม ผู้อำนวยการฝ่ายธุรกิจ รอยัล ออร์คิด ฮอลิเดย์ บริษัท การบินไทย  กล่าวว่า “ทัวร์เอื้องหลวง ร่วมจัดเอ็กซ์คลูซีฟทริป ราคาพิเศษ ใน Theme Coffee & Tea Lover ชวนผู้ที่หลงใหลในการจิบชาและกาแฟ บินลัดฟ้าสู่เชียงราย ในวันที่ 21-23 กุมภาพันธ์นี้”

นายมานพ โล่บัณฑิตกุล  ผู้ช่วยผู้อำนวยการฝ่ายการขายและการตลาด โรงแรมบันยันทรี กรุงเทพฯ “บันยันทรีมอบสิทธิพิเศษให้คู่รัก 30 คู่  เปิดประสบการณ์ใหม่ดินเนอร์โรแมนติกสุดหรู บนเรือ Saffron by Ban Yan Tree Bangkok ในคืนวันที่ 15 กุมภาพันธ์นี้ ราคาสุดพิเศษ ที่ 1,850 บาท จากราคาเต็ม 3,750 บาท”

ผู้ว่าการ ททท. กล่าวสรุป “สำหรับนักเดินทางที่อายุครบรอบ 60 ปี ในปีนี้ รับสิทธิ์ลุ้นซื้อบัตรโดยสาร ราคา 60 บาท จองซื้อได้ในวันที่ 26 มกราคมนี้เท่านั้น ผ่านทางเว็บไซต์โครงการ www.60เส้นทางความสุข.com  และเพื่อส่งมอบความสุขมากยิ่งขึ้น นักเดินทางทุกคนที่ซื้อดีลท่องเที่ยวโครงการ จะได้รับสิทธิ์ลุ้นรางวัล ตั๋วเครื่องบิน, บัตรกำนัลโรงแรม, แพ็กเกจท่องเที่ยว ของพรีเมียมอื่น ๆ กว่า 100 รางวัล ทุกเดือนตลอดแคมเปญ และในช่วงเดือนกันยายน ปิดฤดูกาลแห่งความสุข ททท. จะจับสลากมอบรางวัลใหญ่เที่ยวฟรี 60 เส้นทางความสุข มูลค่ารวม 1 ล้านบาท ขอให้ติดตามกิจกรรมต่าง ๆ ในโครงการจากเพจ 60 เส้นทางความสุขนะครับ”

ติดตามเรื่องราวของ 60 เส้นทางความสุข @เมืองไทย เดอะ ซีรีส์  Hello Winter

Website  :  www.60เส้นทางความสุข.com

Facebook :  www.facebook.com/60happinessroute/

…Remember that happiness is a way of travel – not a destination. 

พร้อมแล้วหรือยังที่จะออกเดินทาง