Skip to primary content
Skip to secondary content

SootinClaimon.Com

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย2 [SartKasetDinPui2] : รวบรวม ข้อมูล เศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม เกษตร ดิน น้ำ ปุ๋ย

SootinClaimon.Com

Main menu

  • Home
  • KU23-2506
  • ข้อคิดความเห็น
  • ตระกูลคล้ายมนต์
  • ผมเองครับ
  • ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย1

Tag Archives: ข่าว Like สาระ

Post navigation

← Older posts

ปลูกแตงกวาแซมสวนยางเดือนเดียวเก็บขายสร้างรายได้ 1,000 บาทต่อวัน

Posted on February 23, 2023 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/713058

ปลูกแตงกวาแซมสวนยางเดือนเดียวเก็บขายสร้างรายได้ 1,000 บาทต่อวัน

ปลูกแตงกวาแซมสวนยางเดือนเดียวเก็บขายสร้างรายได้ 1,000 บาทต่อวัน

วันพฤหัสบดี ที่ 23 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2566, 11.17 น.

เกษตรกรอำเภอเมืองสงขลาใช้พื้นที่ว่างระหว่างแถวยางพาราปลูกใหม่ ปลูกแตงกวาเดือนเดียวเก็บผลผลิตสร้างรายได้นับ 1,000 บาทต่อวัน

นายม่าหมูด พันธุ์สะและหมัน เกษตรกรบ้านเกาะแต้ว หมู่ 6 ตำบลเกาะแต้ว อำเภอเมืองสงขลา จังหวัดสงขลา ใช้พื้นที่ว่างระหว่างแถวสวนยางปลูกใหม่ประมาณ 1 ไร่ ปลูกแตงกวา 1 เดือนเก็บผลผลิตสร้างรายได้นับพันต่อวันเลี้ยงครอบครัว

นายม่าหมูด กล่าวว่า ครอบครัวของตนทำการเกษตรเป็นอาชีพหลัก ทั้งทำสวนยางพารา ทำนา และปลูกผักอายุสั้นให้ผลผลิตเร็ว เพื่อจำหน่ายเลี้ยงครอบครัว และช่วงปลายปีที่ผ่านมา ฝนตกชุกต่อเนื่องถึงต้นปี พื้นที่ลุ่มไม่สามารถปลูกพืชผักได้ จึงได้ใช้พื้นที่ว่างระหว่างแถวสวนยางพาราที่ปลูกใหม่ไม่เกิน 3 ปีและเป็นที่ราบสูงน้ำไม่ท่วมขัง ปลูกแตงกวา สร้างรายได้ เนื่องจากเป็นพืชอายุสั้น ปลูกง่าย ให้ผลผลิตเร็ว

สำหรับวิธีการปลูกแตงกวา ใช้พื้นที่ระหว่างแถวยางที่มีระยะห่างระหว่างแถวประมาณ 6 เมตร ยกร่องปลูกแตงกวาตามแนวยาวของพื้นที่สวน ได้ 2 ร่องในแต่ละแถวของยางพารา โดยใช้ปุ๋ยคอกรองก้นหลุมก่อนปลูกและเสริมด้วยปุ๋ยเคมีบ้างเล็กน้อย ให้น้ำบำรุงต้นสม่ำเสมอ รวมทั้งใช้สารชีวภัณฑ์ในการป้องกันโรคแมลงศัตรูพืช หลังปลูก30 วันเริ่มให้ผลผลิตเก็บเกี่ยวบริโภคและจำหน่ายได้ และสามารถเก็บผลผลิตต่อเนื่องทุกวันเป็นเวลานานกว่า 1 เดือน จะเก็บผลแตงกวา ช่วงเช้า โดยใช้มือเด็ดขั้วผล และจะเก็บผลผลิตทุกวัน ได้ผลผลิตไม่น้อยกว่า 80 กิโลกรัมต่อวัน ซึ่งในวันนี้ สามารถเก็บผลผลิตแตงกวาได้ประมาณ 100 กิโลกรัม

จากนั้นจะนำมาล้างทำความสะอาด และบรรจุใส่ถุงๆละ 10 กิโลกรัม พร้อมนำส่งแม่ค้าขายปลีก ราคาแตงกวากิโลกรัมละ 15 บาท นับว่าราคาค่อนข้างดี ทำให้ตนและครอบครัวมีรายได้จากการจำหน่ายแตงกวาไม่ต่ำกว่า1,000 บาท/วัน จึงอยากให้เกษตรกรชาวสวนยางที่ปลูกยางใหม่ใช้พื้นที่ว่างปลูกพืชอายุสั้นสร้างรายได้ในช่วงระหว่างที่รอผลผลิตจากยางอีกกว่า 7 ปีข้างหน้า 

ทั้งนี้ ต้องขอบคุณอาจารย์และนักศึกษาคณะเทคโนโลยีการเกษตร มหาวิทยาลัยราชภัฏสงขลา(มรภ.สงขลา) เป็นอย่างสูง ที่เข้ามาให้คำแนะนำความรู้ ด้านการผลิต การตลาด รวมทั้งสนับสนุนปัจจัยการผลิตต่างๆให้กับตนและกลุ่มเกษตรกรของตำบลเกาะแต้วให้มีอาชีพเสริมสร้างรายได้เลี้ยงครอบครัวเป็นอย่างดี สนใจโทรศัพท์สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ หมายเลข  061-2085354

Share this:

  • Click to share on Pocket (Opens in new window) Pocket
  • Click to share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Click to share on X (Opens in new window) X
  • Click to share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Click to share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Click to email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Click to print (Opens in new window) Print
  • Click to share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Click to share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Click to share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Click to share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Click to share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2566(2023), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ขนหัวหมูกว่า 300 หัวแก้บน ‘หลวงพ่อปลั่ง’ หลังประสบความสำเร็จตามที่ขอ

Posted on February 23, 2023 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/713050

ขนหัวหมูกว่า 300 หัวแก้บน 'หลวงพ่อปลั่ง' หลังประสบความสำเร็จตามที่ขอ

ขนหัวหมูกว่า 300 หัวแก้บน ‘หลวงพ่อปลั่ง’ หลังประสบความสำเร็จตามที่ขอ

วันพฤหัสบดี ที่ 23 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2566, 10.40 น.

เมื่อเวลา 04.00 น.วันที่ 23 ก.พ.66 ที่ศาลาวัดห้วยบง หมู่ 5 บ้านห้วยบง ต.บ้านบึง อ.บ้านไร่ จ.อุทัยธานี ได้มีประชาชนหลายร้อยคนนำหัวหมูไม่ต่ำกว่า 300 หัวมาวางบนศาลาวัด เพื่อแก้บนหลวงพ่อปลั่ง ฉวีวัณโณ อดีตเจ้าอาวาสวัดห้วยบง หลังจากประสบความสำเร็จในด้านธุระกิจส่วนตัว จากนั้นได้ทำพิธีครอบครูโดยตาบันเทิง รื่นพงษ์ อายุ 75 ปี บ้านเลขที่ 14 หมู่ 5 บ้านบึง ต.บ้านบึง อ.บ้านไร่ จ.อุทัยธานี เป็นเจ้าพิธีครอบครูให้กับบรรดาลูกศิษย์ 

โดยตาบันเทิง กล่าวว่า เมื่อ 70 ปีที่ผ่านมา พ่อของตนคือหลวงพ่อปลั่ง ฉวีวัณโณ ได้จัดพิธีไหว้ครูโขนในวันพฤหัสสัปดาห์ที่ 2 ของเดือน 4 ไทยเป็นประจำของทุกปี หลังจากที่ลูกศิษย์หลายรายได้มาครอบครูและได้มีการบนบานสานกล่าวจนไปประกอบธุรกิจจนสำเร็จ หลังจากนั้นก็จะนำสิ่งของมาแก้บน เช่น หัวหมู ลิเก ดนตรี เป็นประจำของทุกปี หลังจากที่หลวงพ่อปลั่ง ได้มรณภาพลงและศพก็ตั้งไว้บนศาลาวัดห้วยบงในปัจจุบันโดยทีร่างกายไม่เน่าไม่เปลือย

หลังจากนั้นตนก็ประกอลพิธีครอบครูแทนหลวงพ่อปลั่ง มาตลอดจนถึงปัจจุบันนี้ โดยมีลูกศิษย์ทั่วประเทศโดยทุกคนจะรู้ว่าวันนี้เป็นวันไหว้ครูก็จะนำหัวหมูมาแก้บนกัน แต่ปีนี้ยังถือว่าน้อยมีเพียง 300 หัว ซึ่งก่อนที่โรคโควิดระบาดแต่ละปีไม่ต่ำกว่า 500 หัวและได้หยุดไหว้ครูมา 2 ปี เนื่องจากสถานการณ์โควิด ซึ่งปีนีได้เปิดให้ลูกศิษย์มาไหว้ครู พร้อมกับนำหัวหมูมาแก้บน 300 หัว หลังจากแก้บนแล้วก็จัดพิธีไหว้ครู พร้อมกับทำบุญเลี้ยงพระเช้าในส่วนกลางวัน และกลางคืนที่ผ่านมาได้มีดนตรีมาแก้บนโดยประชาชนบ้างรายได้เดินมานอนค้างคืนกันภายในวัดเพื่อรอประกอบพิธีในช่วงเวลา 04.00 น.วันนี้ (23 กงพ.66) – 003

Share this:

  • Click to share on Pocket (Opens in new window) Pocket
  • Click to share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Click to share on X (Opens in new window) X
  • Click to share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Click to share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Click to email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Click to print (Opens in new window) Print
  • Click to share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Click to share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Click to share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Click to share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Click to share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2566(2023), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

หนุ่มมาขอสักรูป “กี” บนใบหน้า ช่างบอกไปคิดให้ดี 1 เดือนต่อมายืนยันคำเดิม

Posted on February 23, 2023 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/713047

หนุ่มมาขอสักรูป

หนุ่มมาขอสักรูป “กี” บนใบหน้า ช่างบอกไปคิดให้ดี 1 เดือนต่อมายืนยันคำเดิม

วันพฤหัสบดี ที่ 23 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2566, 10.10 น.

หนุ่มมาขอสักรูป “กี” บนใบหน้า ช่างบอกไปคิดให้ดี 1 เดือนต่อมายืนยันคำเดิม
เมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา (วันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2023) ทางเว็บไซต์สำนักข่าว New York Post ได้รายงานเรื่องราวดังกล่าว โดยระบุว่า “ไมเคิล ราล์ฟ” (Michael Ralph) ช่างสักวัย 40 ปี มีลูกค้าหนุ่มติดต่อเขาเข้ามาเพราะต้องการสักลายบนใบหน้าบริเวณข้างแก้มเป็นรูป “กี” หรือ “อวัยวะเพศหญิง”
โดยช่างสักราล์ฟเผยว่า มีลูกค้าหนุ่มวัย 26 ปี ติดต่อเขาเข้ามาพร้อมกับส่งรูปและขอนัดคิว ซึ่งเขาต้องการสักรูป “กี” หรือ “อวัยวะเพศหญิง” แบบเหมือนของจริงลงบนบริเวณข้างแก้มฝั่งขวา แน่นอนว่าช่างสักอย่างเขาอ่านซ้ำ ๆ อยู่หลายรอบ เพื่อเช็คให้ชัวร์ว่าลูกค้ารายนี้ไม่ได้พิมพ์ผิด ก่อนจะแจ้งกลับไปว่าอยากให้ลูกค้าลองเก็บไปทบทวนให้ดีอีกครั้ง เพราะหากต้องมาลบทีหลังก็คงไม่ใช่เรื่องที่ทำง่าย ๆ รวมไปถึงผลกระทบเรื่องหน้าที่การงานที่อาจเกิดเป็นปัญหาขึ้น เขาเลยขอร้องให้หนุ่มรายนี้เก็บไอเดียดังกล่าวไปพิจารณาให้ถี่ถ้วนก่อนด้วยระยะเวลา 1 เดือนอย่างไรก็ตาม เมื่อช่วงเวลาผ่านพ้นไปแล้วครบ 30 วัน ลูกค้าหนุ่มรายนี้ก็ยังไม่ละทิ้งความตั้งใจ เพราะเขาติดต่อกลับมาหาราล์ฟเรื่องการสักอีกครั้ง โดยเขายังยืนยันว่าจะสักรูป “กี” บนแก้มฝั่งขวาของใบหน้าตามความตั้งใจแรกที่คิดไว้เหมือนเดิม ซึ่งแพชชั่นที่แรงกล้าของหนุ่ม 26 คนนี้ ทำให้นายราล์ฟต้องยอมสักให้เขาแต่โดยดี
 

Share this:

  • Click to share on Pocket (Opens in new window) Pocket
  • Click to share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Click to share on X (Opens in new window) X
  • Click to share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Click to share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Click to email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Click to print (Opens in new window) Print
  • Click to share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Click to share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Click to share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Click to share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Click to share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2566(2023), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ไปใช้ชีวิตใหม่! ‘น้องไข่มุก’6ขวบแม่มารับไปโคราช หนีพ่อติดยา

Posted on February 23, 2023 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/713030

ไปใช้ชีวิตใหม่! 'น้องไข่มุก'6ขวบแม่มารับไปโคราช หนีพ่อติดยา

ไปใช้ชีวิตใหม่! ‘น้องไข่มุก’6ขวบแม่มารับไปโคราช หนีพ่อติดยา

วันพฤหัสบดี ที่ 23 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2566, 08.39 น.

23 กุมภาพันธ์ 2566 ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้าจากกรณี นายสุชาติ ทอนมณี นายอำเภอบ้านดุง นำกำลัง อส.และเจ้าหน้าที่ตร.สภ.บ้านดุงเข้าตรวจสอบที่บ้านหลังหนึ่งที่บ้านทุ่งโพธิ์ทอง ต.โพนสูง อ.บ้านดุง จ.อุดรธานี หลังมีชาวบ้านร้องเรียนไปยังนายวีระพล รักเสมอวงศ์ รองประธานสภาเทศบาลเมืองบ้านดุงและแอ้ดมินเพจบ้านดุงอัพเดต ว่ามีเด็กหญิงวัย 6 ขวบ ทราบชื่อคือน้องไข่มุกจะถูกพ่อที่ติดยาบ้าอย่างหนักขังไว้ในบ้านและขู่ฆ่าไม่ให้ไปโรงเรียนจนเด็กไม่กล้าไปโรงเรียน

โดยใน 1 เดือนน้องไข่มุกจะได้ไปโรงเรียนประมาณ 1 ครั้ง ครูห่วงอนาคตของเด็กจึงขอร้องความช่วยเหลือ ต่อมานายอำเภอได้ไปตามนายแดงอยู่ที่สวนยางพาราที่พักสงฆ์สมสุข บ้านดงค้าพัฒนา ต.โพนสูง แต่ปรากฏว่านายแดงตื่นตกใจเจ้าหน้าที่วิ่งหนีข้ามห้วยทวนเร็วอย่างจรวด ทั้งๆที่เจ้าหน้าที่ไม่ได้มาจับกุม โดยที่ผ่านมานายแดงไม่ยอมให้ลูกไปโรงเรียนเพราะกลัวอดีตภรรยาจะมาเอาลูกไป ส่วนตัวเขาเสพยาบ้าจนไม่ได้สติ ครูสงสารเด็กที่ไม่ได้ไปโรงเรียน เพราะถูกพ่อขังเอาไว้ในบ้าน อยากให้เจ้าหน้าที่ฯ พาตัวนายแดงไปบำบัด ทั้งที่แต่ก่อนทำงานเก่งมาก มาเสียคนเพราะยาบ้า

ล่าสุดวันนี้ผู้สื่อข่าวเดินทางไปพบกับน้องไข่มุกอีกครั้ง โดยน้องไข่มุกไปอาศัยอยู่กับน.ส.น้ำค้าง  กระจ่างแจ่ม อายุ 37 ปีที่ไซด์งานก่อสร้างที่โรงเรียนบ้านดุงวิทยาชั่วคราว โดยน้องไข่มุกมีสีหน้ายิ้มแย้มแจ่มใส รอแม่จะมารับในช่วงเย็นวันนี้ เพื่อพาไปอยู่ด้วยและเรียนหนังสือที่จ.นครราชสีมา

น.ส.น้ำค้าง น้าสาว เปิดเผยว่า ตนเองห่วงอนาคตของหลานสาวอย่างมากเพราะน้องไม่ได้ไปโรงเรียนเลย จึงร้องขอความช่วยเหลือไป จนนายอำเภอไปตรวจสอบ และอยากเอาหลานสาวออกมา ที่ผ่านมาเคยไปขอหลานสาวและบอกให้พ่อของน้องไข่มุกว่า ให้เอาลูกไปโรงเรียนเถอะแต่เขาบอกไม่ต้องมายุ่ง เราก็ไม่กล้าเพราะพ่อติดยาด้วย พอช่วยออกมาได้แล้วเมื่อวาน

น.ส.น้ำอ้อย อายุ 38 ปี ซึ่งแม่ของน้องไข่มุก รีบเดินทางจากโคราชเพื่อมารับน้องไข่มุกไปอยู่ด้วยและจะไปเรียนหนังสือที่นั่น หวังว่าหลานสาวจะได้เรียนหนังสือให้ทันเพื่อนและจะได้เลื่อนชั้นป.1 เสียที เราห่วงหลานสาวไม่ได้เรียนหนังสือ เขาอยู่กับพ่อที่ติดยาเขาเห็นอะไรหมด สาเหตุที่พี่สาวเลิกก็เพราะเรื่องยาเสพติด แต่ก็ทนมานานกว่าจะเลิก จริงๆ ไม่อยากเลิกหรอก เพิ่งเลิกได้เพียง 1 ปี

นอกจากนี้นายแดงได้ยังเขียนจดหมายด้วยลายมือของตนเอง มีข้อความว่า “พ่อขอโทษที่ทำตัวแบบนี้ พ่อสัญญาต่อไปจะทำให้ดีที่สุด ไม่มีลูกมุกพ่อก็อยู่ไม่ได้ รักลูกมุก” โดยจม.น้อยเขียนในกระดาษสีขาว 2 แผ่นนายแดงได้ฝากมาถึงลูกสาวด้วย โดยน้าสาวบอกว่า พ่อร้องไห้หนักมากเพราะคิดถึงลูกสาว แต่ก็ต้องทำใจเพราะลูกสาวจะไปอยู่กับอดีตภรรยาแล้ว

ขณะเดียวกันนายแดงได้กลับมาอยู่บ้านแล้วหลังจากเมื่อวานวิ่งหนีเจ้าหน้าที่เข้าป่าลำห้วยทวน เมื่อผู้สื่อข่าวเดินทางไปที่บ้านปรากฎว่าไม่พบนายแดง ปิดประตูล็อคหน้าบ้าน ทราบว่าออกไปกรีดยาง ผู้สื่อข่าวเดินทางไปที่สวนยางพาราก็ไม่พบ โดยที่หน้าบ้านพบว่านายแดงได้ซักเสื้อผ้าลูกสาวทั้งชุดนักเรียน ชุดลำลอง ตากไว้ราวผ้าอย่างดี 

ทั้งนี้ ทางนายอำเภออยากให้นายแดงไปบำบัดรักษาหายจากยาเสพติด จะได้กลับมาตั้งใจทำงานสร้างเนื้อสร้างตัว หากหายแล้วจะไปรับลูกสาวมาอยู่ด้วย.012

Share this:

  • Click to share on Pocket (Opens in new window) Pocket
  • Click to share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Click to share on X (Opens in new window) X
  • Click to share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Click to share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Click to email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Click to print (Opens in new window) Print
  • Click to share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Click to share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Click to share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Click to share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Click to share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2566(2023), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

เจอตัวแล้ว! ชาวบ้านหลง’ป่าห้วยแม่แคม’4วัน สภาพนั่งหมดแรงในซอกผา

Posted on February 23, 2023 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/713027

เจอตัวแล้ว! ชาวบ้านหลง'ป่าห้วยแม่แคม'4วัน สภาพนั่งหมดแรงในซอกผา

เจอตัวแล้ว! ชาวบ้านหลง’ป่าห้วยแม่แคม’4วัน สภาพนั่งหมดแรงในซอกผา

วันพฤหัสบดี ที่ 23 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2566, 08.10 น.

23 กุมภาพันธ์ 2566 นายณัฐ วังกาวรรณ นายกเทศมนตรีตำบลสวนเขื่อน อำเภอเมืองแพร่ จังหวัดแพร่ พร้อมด้วยคณะบริหาร เจ้าหน้าที่งานป้องกันเทศบาลตำบลสวนเขื่อน สมาชิกสภาเทศบาลตำบลสวนเขื่อน นายพิทักษ์ เพิ่มขึ้น ผญ.บ้านนาแคม พร้อมฝ่ายปกครอง ตำบลสวนเขื่อน ตำรวจ สภ.พระธาตุช่อแฮ กำลังทหาร ม.พัน 12 ออกค้นหา นายสงัด สีตื้อ อายุ 47 ปี ซึ่งเป็นราษฎรอยู่ในตำบลสวนเขื่อน อยู่บ้านเลขที่ 2 หมู่ 5 บ้านนาคูหา ตำบลสวนเขื่อน อำเภอเมืองแพร่ จังหวัดแพร่ ได้เข้าป่าห้วยแม่แคม เมื่อบ่ายวันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2566 ที่ผ่านมายังไม่กลับบ้าน 

นายณัฐ วังกาวรรณ นายกเทศมนตรีตำบลสวนเขื่อน กล่าวว่า วันนี้ผมคณะบริหาร เจ้าหน้าที่งานป้องกันเทศบาลตำบลสวนเขื่อน สมาชิกสภาเทศบาลตำบลสวนเขื่อน นายประกอบ ค้าไม้ ปลัดอำเภอเมืองแพร่ นายพิทักษ์ เพิ่มขึ้น ผู้ใหญ่บ้านนาแคม พร้อมฝ่ายปกครอง ตำบลสวนเขื่อน ตำรวจ สภ.พระธาตุช่อแฮ กำลังทหาร ม.พัน 12 ได้ออกค้นหา นายสงัด สีตื้อ ได้เข้าป่าห้วยแม่แคมเมื่อบ่ายวันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2566 ที่ผ่านมา เพียงคนเดียว 

จากการค้นหาในบ่าย พบไฟฉายของนายสงัด สีตื้อ ทางทีมค้นหาต้องแบ่งกำลังและใช้ความพยายาม ในที่สุดพบตัวนายสงัด สีตื้อ นั่งใต้ซอกผา แบบหมดแรง ทางทีมค้นหาต้องทำเปลสนามนำตัวนายสงัด นอนมาในเปลอย่างทุลักทุเล แต่ได้ประสานรถกู้ชีพกู้ภัยของเทศบาลตำบลสุเขื่อนมารอรับที่อ่างเก็บน้ำแม่แคมเพื่อนำตัวนายสงัดสีตื้อส่งโรงพยาบาลแพร่ ให้หมอตรวจร่างกายเป็นการเร่งด่วน เนื่องจากว่าขาดน้ำขาดอาหารมากว่า 3 วันแล้ว

นายณัฐ วังกาวรรณ กล่าวขอบคุณ ทางทีมงานค้นหาซึ่งมาจากหน่วยงานหลายๆฝ่าย ที่ร่วมค้นหาจนพบนายสงัด สีตื้อ ซึ่งเป็นราษฎรในพื้นที่ตำบลสวนเขื่อนกลับมาอย่างปลอดภัยในครั้งนี้ด้วย.012

Share this:

  • Click to share on Pocket (Opens in new window) Pocket
  • Click to share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Click to share on X (Opens in new window) X
  • Click to share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Click to share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Click to email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Click to print (Opens in new window) Print
  • Click to share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Click to share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Click to share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Click to share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Click to share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2566(2023), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ภารกิจสำเร็จแล้ว! กู้เรือภัทรพัณณ์เกยตื้นชายหาด ลากจอดทอดสมอหลังเกาะหนู

Posted on February 23, 2023 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/713025

ภารกิจสำเร็จแล้ว! กู้เรือภัทรพัณณ์เกยตื้นชายหาด ลากจอดทอดสมอหลังเกาะหนู

ภารกิจสำเร็จแล้ว! กู้เรือภัทรพัณณ์เกยตื้นชายหาด ลากจอดทอดสมอหลังเกาะหนู

วันพฤหัสบดี ที่ 23 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2566, 07.58 น.

23 กุมภาพันธ์ 2566 ภจากกรณีที่ เรือภัทรพัณณ์ ซึ่งเป็นเรือบรรทุกน้ำมันปาล์ม ขนาดใหญ่ 2,037 ตันกรอส ถูกคลื่นลมแรงในทะเลอ่าวไทยซัดมาเกยตื้นที่บริเวณชายหาดแหลมสนอ่อน แหลมสมิหลา อ.เมืองสงขลา ใกล้กับเขื่อนกั้นทราย ปากร่องน้ำทะเลสาบสงขลา เมื่อวันที่ 18 ธันวาคม 2565 สาเหตุเนื่องจากสมอเรือขาด ขณะจอดลอยลำอยู่บริเวณชายฝั่งของสงขลา

โดยทางเจ้าของเรือได้มีการประสานเพื่อที่จะทำการกู้เรือออกจากชายหาดหลังเกยตื้นมาเป็นเวลานาน เนื่องจากคลื่นลมมีกำลังแรงและเป็นฤดูมรสุมลมตะวันออกเฉียงเหนือของภาคใต้ จะมีคลื่นลมแรงตลอดเวลา จึงไม่สามารถที่จะทำการกู้เรือได้และต้องทิ้งระยะเวลาให้ผ่านไป จนถึงปลายฤดูมรสุม คลื่นลมเริ่มลดกำลังแรงลง จึงได้มีการประสานว่าจ้างบริษัทที่มีความชำนาญในการกู้เรือ ซึ่งเป็นบริษัทเดียวกับที่เคยมากู้เรืออรพิน 4 ลากจูงออกจากชายหาดแห่งนี้มาแล้ว เมื่อปี 2557

และบริษัทที่มาทำการกู้เรือ ก็เข้ามาดำเนินการกู้เรือตามแผนงานของสำนักงานเจ้าท่าส่วนภูมิภาคที่ 4 ตั้งแต่วันที่ 17มกราคม 2566 เป็นต้นมา และเมื่อวานนี้( 21 ก.พ.66) การทำงานของการกู้เรือออกสู่ทะเลของบริษัท ต้องใช้ความพยายามอย่างเต็มที่จนสามารถทำให้เรือลอยลำและหันหัวออกสู่ทะเลได้ และค่อยๆใช้เรือทักลากจูงออกจากชายหาดเพื่อเข้าไปสู่ร่องน้ำธรรมชาติ ตั้งแต่เมื่อวานนี้ ท่ามกลางคลื่นลมที่มีกำลังแรง พัดเข้าหาฝั่งอยู่ตลอดเวลา โดยการทำงานจะใช้เวลาในช่วงที่น้ำทะเลขึ้นสูงสุด ทั้งช่วงกลางวันและช่วงกลางคืน

และผลปรากฏว่าเมื่อคืนนี้( 21 ก.พ.66) เวลาประมาณ 21.30 น. ได้ระดมเรือทัก 7 ลำ ช่วยลากเรือภัทรพัณณ์เข้าสู่ร่องน้ำธรรมชาติได้สำเร็จ และนำเรือไปจอดทอดสมอบริเวณด้านหลังเกาะหนู เพื่อหลบคลื่นลมแรง และรอให้เจ้าหน้าที่จากสำนักงานเจ้าท่าภูมิภาค สาขาสงขลา ลงไปทำการตรวจสอบเรือเพื่อความปลอดภัยและพร้อมที่จะเดินทางกลับ หลังจากผ่านการตรวจสอบเรียบร้อยแล้ว ในส่วนกองทรายบนชายหาด จะเคลียร์หมดภายในวันนี้และชายหาดก็กลับสู่สภาพเดิม

ในวันนี้ นายเรวัต โพธิ์เรียง ผู้อำนวยการสำนักงานเจ้าท่าภูมิภาคที่ 4 และนายอานุภาพ คงทอง รักษาการผู้อำนวยการสำนักงานเจ้าท่าภูมิภาคสาขาสงขลาได้ลงพื้นที่บริเวณชายหาดสมิหลาสงขลา ได้มาดูการจอดเรือภัทรพัณณ์ที่มาจอดทอดสมอ บริเวณหลังเกาะหนู โดยเมื่อคืนนี้ได้รับแจ้งจากทางบริษัทที่มาทำการกู้เรือว่า สามารถกู้เรือและนำเรือเข้าร่องน้ำธรรมชาติสำเร็จและนำไปจอดในที่ปลอดภัย บริเวณด้านหลังเกาะหนูเพื่อหลบคลื่นลมแรงเรียบร้อยแล้ว และเตรียมส่งเจ้าหน้าที่ไปทำการตรวจสอบสภาพเรือทั้งในตัวเรือและใต้ท้องเรือเพื่อความปลอดภัย เนื่องจากเรือจะต้องเดินทางกลับไปที่บริษัทต้นสังกัด หลังจากติดเกยตื้นมาเป็นเวลานานกว่า 2 เดือน

นายเรวัต โพธิ์เรียง ผู้อำนวยการสำนักงานเจ้าท่าภูมิภาคที่ 4 กล่าวว่า เรือภัทรพัณณ์ถูกคลื่นซัดมาเกยตื้น ตั้งแต่วันที่ 18 ธันวาคม 2565โดยในช่วงนั้นคลื่นลมมีกำลังแรงมากและตั้งแต่เรือเกยตื้นมา ทางเราก็เรียกเจ้าของเรือมาพูดคุยเพื่อจัดทำแผนการกู้เรืออย่างต่อเนื่อง แต่อุปสรรคที่ผ่านมาก็เจอคลื่นลมแรงเข้ามาตลอดในพื้นที่จังหวัดสงขลา สำหรับแผนการกู้เรือก็เป็นไปตามแผนที่เราได้กำหนดไว้ เนื่องจากบางครั้งกลัวว่าจะไปกระทบกับเครื่องจักรของคนที่เข้ามาทำงานเมื่อมีคลื่นลมแรง

เมื่อคืนนี้ได้รับแจ้งจากทีมงานกู้เรือว่า เวลาประมาณ 21.30 น.เศษ ทีมกู้เรือได้ระดมเรือทัก 7 ลำ เพื่อช่วยกันลากจูงเรือออกไปได้สำเร็จ สู่ร่องน้ำธรรมชาติและทางเรือได้นำเรือไปจอดทิ้งสมอ บริเวณด้านหลังเกาะหนูเพื่อหลบคลื่นลมแรง และหลังจากนี้ ทางสำนักงานเจ้าท่าส่วนภูมิภาค สาขาสงขลาก็จะส่งเจ้าหน้าที่ขึ้นไปตรวจสอบเรือในเรื่องความปลอดภัยต่างๆ ก่อนที่จะปล่อยเรือออกไปเพื่อเดินทางกลับ

ทางด้านนายอานุภาพ คงทอง รักษาการผู้อำนวยการสำนักงานเจ้าท่าภูมิภาคสาขาสงขลา กล่าวเสริมว่า ตั้งแต่เรือภัทรพัณณ์  มาเกยตื้น ทางสำนักงานเจ้าท่าภูมิภาค สาขาสงขลา ได้ออกคำสั่งให้ทำการกู้เรือและให้ทางเจ้าหน้าที่ทำการติดตามในการทำงาน เพื่อให้เรือออกจากการเกยตื้นให้ได้ แต่เนื่องจากสภาพคลื่นลมมีกำลังแรงมาตลอด ทำให้ต้องมีการหยุดทำงานเป็นบางครั้ง

จนกระทั่งเมื่อคืนนี้ ก็เป็นผลสำเร็จและหลังจากนี้ก็จะให้ทางเจ้าหน้าที่ขึ้นไปบนเรือภัทรพัณณ์ เพื่อทำการตรวจสอบสภาพเรือและได้รับแจ้งจากทางบริษัทว่า จะมีการอันเดอร์เซอร์วิส ซึ่งก็เป็นเรื่องที่ดี ทำให้มีความมั่นใจยิ่งขึ้นว่า เรือไม่มีการรั่วไหลและทุกอย่างก็เป็นไปได้ด้วยดี.012

Share this:

  • Click to share on Pocket (Opens in new window) Pocket
  • Click to share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Click to share on X (Opens in new window) X
  • Click to share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Click to share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Click to email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Click to print (Opens in new window) Print
  • Click to share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Click to share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Click to share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Click to share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Click to share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2566(2023), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

บทความพิเศษ : ‘ไทย’ยังไม่ปลอด‘แร่ใยหิน’ ถึงครา‘ผู้บริโภค’ลงมือ‘แบน’

Posted on February 23, 2023 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/712976

บทความพิเศษ : ‘ไทย’ยังไม่ปลอด‘แร่ใยหิน’  ถึงครา‘ผู้บริโภค’ลงมือ‘แบน’

บทความพิเศษ : ‘ไทย’ยังไม่ปลอด‘แร่ใยหิน’ ถึงครา‘ผู้บริโภค’ลงมือ‘แบน’

วันพฤหัสบดี ที่ 23 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2566, 06.40 น.

เราทุกคนย่อมรับรู้ว่า “บ้าน” เป็นสถานที่ที่ปลอดภัยที่สุด แต่จะทำอย่างไรหากได้รู้ว่า“สิ่งที่อยู่เหนือศีรษะของเราขึ้นไปเพียงไม่กี่เมตร” กลับเป็นแหล่งกักเก็บ “สารก่อมะเร็ง” และโรคทางเดินหายใจที่สำคัญ ซ่อนตัวเป็นภัยเงียบอยู่ภายใต้หลังคาบ้านของเราเอง นั่นก็คือ “แร่ใยหิน (Asbestos)” ซึ่งเป็นชื่อทั่วไปที่ใช้เรียกเส้นใยแร่ซิลิเกต โดยแร่ใยหินนั้นเป็นแร่ที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติ มีคุณสมบัติแข็งแรง เป็นสื่อนำความร้อนต่ำ และทนทานต่อการกัดกร่อนของสารเคมี ทำให้แร่ใยหินเข้ามามีประโยชน์ทางการค้า

โดยนิยมนำมาใช้เป็นส่วนผสมของอุตสาหกรรมซีเมนต์และอิเล็กทรอนิกส์ เช่น กระเบื้องมุงหลังคา กระเบื้องลอนคู่ กระเบื้องลูกฟูก ท่อซีเมนต์ ฝ้าเพดาน ตลอดจนใช้เป็นฉนวนไฟฟ้า อย่างไรก็ตาม “เมื่อเวลาผ่านไปก็มีการค้นพบว่าแร่ใยหิน ซึ่งมีประเภทและชนิดแยกย่อยไปอีกนั้น ทุกชนิดล้วนเป็นสารก่อมะเร็ง” ที่มีผลต่อสุขภาพของทั้งคนงานที่สัมผัส รวมถึงประชาชนทั่วไป โดยเป็นสาเหตุสำคัญของโรคต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับระบบหายใจ โรคที่เกี่ยวกับปอดและมะเร็งปอดอื่นๆ เช่น มะเร็งเยื่อหุ้มปอด

“เนื่องด้วยแร่ใยหินเป็นเส้นใยที่มีขนาดเล็ก เส้นผ่านศูนย์กลางเล็กกว่า 3 ไมครอน จึงสามารถเข้าสู่ร่างกายได้ผ่านการสูดหายใจ หรือการกลืนกิน และด้วยความสามารถฟุ้งกระจายได้ง่ายในอากาศ อนุภาคที่มีลักษณะคล้ายเข็มเล่มเล็กๆ เหล่านี้ก็จะเข้าไปทำลายเนื้อปอด จนเมื่อสะสมนานเข้าผู้ป่วยก็อาจแสดงอาการทรมานด้วยความเจ็บป่วย หายใจลำบากและเสียชีวิตภายในเวลาเพียง 2-3 ปี ข้อมูลยืนยันจาก สถาบันมะเร็งแห่งชาติ กรมการแพทย์ ชี้ว่ามะเร็งปอดเป็นสาเหตุการเสียชีวิตอันดับ 2 ของคนไทย โดยหนึ่งปัจจัยสำคัญที่รองลงมาจากการสูบบุหรี่ ก็คือ การได้รับแร่ใยหิน ซึ่งผู้ที่สัมผัสกับแร่ใยหินอาจได้รับความเสี่ยงต่อการเกิดมะเร็งปอดมากกว่าคนทั่วไปถึง 5 เท่า”

เมื่อเป็นเช่นนี้ ที่ผ่านมานานาประเทศทั่วโลกจึงได้ทยอยมีมาตรการ “แบน” โดยห้ามการผลิต นำเข้า-ส่งออก รวมถึงใช้งานแร่ใยหินในผลิตภัณฑ์ต่างๆ ตามคำแนะนำของ องค์การอนามัยโลก (WHO) ที่ออกมาระบุด้วยเช่นกันว่า แร่ใยหินเป็นหนึ่งในสารก่อมะเร็งจากการประกอบอาชีพที่สำคัญที่สุด และเรียกร้องให้ทั่วโลกมีการรณรงค์ในเรื่องนี้ แม้แต่ประเทศอย่าง แคนาดา บราซิล ที่เคยเป็นผู้ส่งออกรายใหญ่ของโลก ก็ยกเลิกใช้และส่งออกไปแล้วด้วยเช่นกัน

ขณะที่ในภูมิภาคอาเซียน มีประเทศที่ประกาศยกเลิกแร่ใยหินแล้ว ส่วนเวียดนามก็แบนเลิกใช้แล้ว แม้กระทั่งในจีนและอเมริกา ก็เลิกใช้เช่นกัน “แต่ในขณะที่หลายประเทศกำลังทยอยเลิกใช้แร่ใยหิน รู้หรือไม่ว่าประเทศไทยกลับยังคงติดอันดับต้นๆ ของประเทศที่มีการนำเข้าแร่ใยหินสูงที่สุดในโลก” โดยอุตสาหกรรมหนึ่งที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้โดยตรงคือ “อุตสาหกรรมการผลิตกระเบื้องหลังคา” ซึ่งแรกเริ่มเดิมทีธุรกิจเหล่านี้ในไทยก็ล้วนมีการใช้แร่ใยหินเป็นส่วนประกอบ

“แต่หลังจากที่เกิดความตระหนักในประเด็นนี้กันอย่างกว้างขวาง บริษัทผู้ผลิตจำนวนมากก็เลือกยุติการใช้” ทำให้ปัจจุบันเราพอจะอุ่นใจได้มากขึ้นจากสัดส่วนของกระเบื้องที่มีแร่ใยหินได้ลดลงไปมาก “ถึงขณะนี้เหลืออยู่เพียงไม่เกิน 20% ในตลาด โดยผู้ผลิตส่วนใหญ่ที่มีความห่วงใยต่อผู้ปฏิบัติงานและผู้อยู่อาศัย ได้เลือกเปลี่ยนไปใช้วัสดุทดแทนที่ปลอดภัยกว่าและมีคุณสมบัติทนทานไม่แพ้กัน” อันเป็นที่ยอมรับกันทั่วโลก โดยบางบริษัทก็มีการพัฒนาวัสดุทดแทน เกิดเป็นเทคโนโลยีใหม่ๆ ที่ช่วยสร้างสรรค์ให้อุตสาหกรรมกระเบื้องหลังคามีความก้าวหน้ามากขึ้น

ในขณะที่บริษัทจำนวนมากเลือกดำเนินธุรกิจด้วยธรรมาภิบาล เดินหน้าตามแนวทางเดียวกันกับทั่วโลกที่คำนึงถึงความปลอดภัยเป็นสำคัญ แม้ว่าจะแลกมาด้วยต้นทุนที่สูงขึ้นก็ตาม แต่ไม่น่าเชื่อว่าบางบริษัท (ที่ยังเหลืออยู่เพียงไม่กี่แห่ง) กลับไม่ได้เกิดความ “สะทกสะท้าน” และยังคงยึดมั่นในการใช้แร่ใยหินเป็นส่วนประกอบบนโลกที่มีสมการง่ายๆ ว่า “ต้นทุนการผลิตที่ลดลงย่อมเท่ากับกำไรที่มากขึ้น” ซึ่งก็กลายเป็นคำถามที่ว่า“เหตุใดจึงปล่อยให้สถานการณ์เป็นเช่นนี้?” ถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

นั่นเพราะที่ผ่านมา “เรายังไม่เคยได้เห็นมาตรการบังคับจากภาครัฐ” สิ่งเดียวที่มีให้ยึดถือเป็นเพียงข้อเสนอเชิงนโยบายจาก “สมัชชาสุขภาพแห่งชาติ” ที่เป็นกระบวนการนโยบายสาธารณะภายใต้การมีส่วนร่วมของ3 ภาคส่วน คือ ภาครัฐ-วิชาการ-ประชาสังคม ซึ่งให้ฉันทามติร่วมกันในเรื่อง “มาตรการทำให้สังคมไทยไร้แร่ใยหิน” มาตั้งแต่ปี 2553 เร่งรัดให้แต่ละหน่วยงานควบคุมและจัดการกับแร่ใยหิน จนเกิดเป็นมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) ตามมาในปี 2554 ที่ได้ “รับลูก” และมอบหมายบทบาทให้แต่ละหน่วยงานดำเนินการ

แม้เวลาจะผ่านมาแล้วกว่าสิบปี แต่การกำจัดแร่ใยหินในประเทศไทยกลับยังไม่เกิดความสำเร็จ ซ้ำร้ายเรายังได้แต่ปริบตามองตัวเลขการนำเข้าแร่ใยหินที่เพิ่มสูงขึ้นในบางช่วง สวนทางกับความพยายามให้เกิดการ ลด-ละ-เลิก ในขณะที่เคสการเจ็บป่วยด้วยโรคปอดจากแร่ใยหิน ก็ได้ทยอยรายงานออกมาให้เห็นอยู่เป็นระยะ กระทั่งในปี 2562 ก็ได้เกิดฉันทามติเรื่อง “ทบทวนมติสมัชชาสุขภาพแห่งชาติ มาตรการทำให้สังคมไทยไร้แร่ใยหิน” ที่เร่งรัดให้แต่ละหน่วยงานควบคุมและจัดการแร่ใยหิน (อีกครั้ง)

ซึ่งแน่นอนว่ารอบนี้ก็ยังไม่อาจคาดหวังไปได้มากกว่า “เสียงวิงวอน” ในเมื่อยังเป็นเพียงกลไกของ “อำนาจอ่อน” ที่ไม่สามารถไปมีผลบังคับกับภาคธุรกิจได้แต่อย่างใด “คำถามสุดท้าย” จึงกลับมาถึงตัวประชาชนในฐานะ “ผู้บริโภค” อย่างเรา ว่าจะมีบทบาทปกป้องสุขภาพของตนเองได้หรือไม่ ในเมื่อยังไม่สามารถคาดหวังบทบาทของหน่วยงานรัฐ ที่จะไปบังคับบริษัทที่เหลืออยู่บางรายให้ “แบน” แร่ใยหินได้

เมื่อนั้นควรเป็นเราหรือไม่ ที่จะเป็นฝ่าย “แบน” ผลิตภัณฑ์จากบริษัทเหล่านี้แทน?

SCOOP@NAEWNA.COM

Share this:

  • Click to share on Pocket (Opens in new window) Pocket
  • Click to share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Click to share on X (Opens in new window) X
  • Click to share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Click to share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Click to email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Click to print (Opens in new window) Print
  • Click to share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Click to share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Click to share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Click to share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Click to share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2566(2023), ข่าว Like สาระ, บทความพิเศษ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

‘น้องพลอย’สาวกะเหรี่ยงกลับถึงบ้านแล้วเปิดใจอยากมีแฟนเป็นคนอีสานเหมือนเดิม

Posted on February 23, 2023 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/712944

'น้องพลอย'สาวกะเหรี่ยงกลับถึงบ้านแล้วเปิดใจอยากมีแฟนเป็นคนอีสานเหมือนเดิม

‘น้องพลอย’สาวกะเหรี่ยงกลับถึงบ้านแล้วเปิดใจอยากมีแฟนเป็นคนอีสานเหมือนเดิม

วันพุธ ที่ 22 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2566, 18.37 น.

วันที่ 22 ก.พ.66 ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้ากรณีน้องพลอย อายุ 24 ปีสาวชาวกะเหรี่ยงที่เดินทางนั่งรถทัวร์จากบ้านค้างภิบาล ต.พระธาตุผาแดง อ.แม่สอด จ.ตาก เพื่อมาตามหารักแท้กับหนุ่มอุดรชื่อนายพันธุ์ ซึ่งรู้จักกันทางติ๊กต๊อก จนสานสัมพันธ์หวังเป็นรักแท้นั่งรถทัวร์มากว่า 700 กม.เพื่อมาหาชายคนที่รัก แต่สุดท้ายไม่ได้เป็นดั่งฝันเพราะน้องพลอย ไม่ชอบโกหก แต่หนุ่มรายนี้บอกว่ามีบ้านมีรถ แต่พอมาถึงไม่มีอะไรเลย ซึ่งน้องพลอย ก็ไม่ได้ติดใจจะรวยหรือจนก็พร้อมสร้างชีวิตคู่ด้วย มิหนำซ้ำที่น้องพลอย ทนไม่ได้คือการมีเพศสัมพันธุ์ทั้งวันทั้งคืน จึงขอลาจากหนุ่มอุดรคนนี้ แต่ก็ยังไม่ปิดหัวใจเสียทีเดียว พร้อมเปิดรับหนุ่มอีสานคนใหม่เพราะน้องพลอย บอกว่าชอบหนุ่มคนอีสานอย่างมาก

โดยช่วงเย็นวานนี้นายวีระพล รักเสมอวงศ์ แอดมินเพจบ้านดุงอัพเดตได้ไปรับน้องพลอย จากนางสมพร อายุ 53 ปีแม่เลี้ยงของหนุ่มพันธุ์ โดยญาติๆ ทุกคนเป็นห่วงน้องพลอยที่เดินทางมาไกลญาติๆ ได้พาส่งกลับบ้านโดยให้เงินคนละร้อยสองร้อยเพื่อเป็นค่ารถ และโอบกอดน้องพลอยรักเหมือนลูก และบอกว่าต่อไปอย่าหลงกลคนง่ายแบบนี้ จากนั้นก็พาน้องพลอย ไปขึ้นรถบัสที่ บขส.บ้านดุงไปต่อรถสายเหนือที่ บขส.อุดรธานี ทราบว่าตอนนี้น้องพลอยกลับถึงบ้านอย่างปลอดภัยแล้ว ขณะที่ผู้สื่อข่าวพยายามติดต่อนายพันธุ์ เพื่อสอบถามเรื่องราวที่เกิดขึ้นว่าเป็นอย่างไรทำไมถึงได้ทิ้งสาวชาวเขาที่เดินทางไกลมาหาถึง จ.อุดรธานี แต่ไม่สามารถติดต่อได้ ทราบว่าเข้าไปที่ค่ายทหารใน จ.อุดรธานีแล้ว

ต่อมาผู้สื่อข่าวเดินทางไปที่บ้านโนนหอม ต.อ้อมกอ อ.บ้านดุง จ.อุดรธานี พบกับนางสมพร แม่เลี้ยงของนายพันธ์ ได้เปิดเผยว่า ตนเป็นแม่เลี้ยงของนายพันธ์ ตอนนี้ลูกชายไปเป็นทหารเกณฑ์ที่ค่ายทหารใน จ.อุดรธานี เขาลาพักผ่อนกลับมาเยี่ยม ยอมรับลูกชายเจ้าชู้มีผู้หญิงหลายคน ตอนเห็นน้องพลอยมาก็ไม่รู้เขามาไกลเป็นคนชาวเขา เขามาก็เจอลูกชายนอนกับผู้หญิงอีก 2 คน น้องพลอย ก็ยอมรับได้ ลูกชายเป็นคนแบบนี้ คบกับผู้หญิงเมื่อเบื่อเขาก็ทิ้ง ส่วนน้องพลอย เป็นคนนิสัยดี รู้จักทำงานบ้าน เคารพผู้ใหญ่ทุกคน ลูกชายก็ไม่ให้น้องพลอย ติดต่อทางบ้านพ่อแม่เขาโทรมาก็ไม่ให้รับ บล็อกเฟซบุ๊ก บล็อกไลน์ น้องพลอย ก็อยากกลับบ้าน แต่แม่ก็ไม่มีเงิน ก็เลยโทรขอความช่วยเหลือ จนส่งกลับถึงบ้านเรียบร้อยแล้ว สงสารน้องพลอย เขาเดินทางมาไกลและเห็นใจ แต่ก็ไม่รู้จะว่าอย่างไรลูกชายเป็นแบบนี้เราบังคับลูกชายไม่ได้ ลูกชายได้ผู้หญิงแล้วก็ทิ้งเป็นแบบนี้ประจำ

ขณะที่ผู้สื่อข่าวติดต่อไปหาน้องพลอยอีกครั้ง โดยน้องพลอยบอกว่า ตอนนี้เดินทางกลับบ้านอย่างปลอดภัยแล้ว ตอนนี้ไม่ติดใจเรื่องบ่าวพันแล้ว ถือว่าเป็นประสบการณ์ที่ดีของผู้หญิงคนหนึ่งที่ได้เรียนรู้ในเรื่องการใช้ชีวิต 

ผู้สื่อข่าวติดต่อไปหาน้องพลอยอีกครั้ง โดยน้องพลอย บอกว่า ตอนนี้เดินทางกลับบ้านอย่างปลอดภัยแล้ว ตอนนี้ไม่ติดใจเรื่องบ่าวพันแล้ว ถือว่าเป็นประสบการณ์ที่ดีของผู้หญิงคนหนึ่งที่ได้เรียนรู้ในเรื่องการใช้ชีวิต

เมื่อผู้สื่อข่าวถามถึงเรื่องราวที่เกิดขึ้นเกี่ยวกับหนุ่มอุดรอึดพลังช้างจริงหรือไม่ น้องพลอย ยืนยันว่า เป็นเรื่องจริงจนตนไม่ได้พักผ่อนและทนไม่ไหว แต่อย่างไรก็ตามเรื่องมันผ่านมาแล้ว ตอนนี้กลับมาถึงบ้านแล้วก็จะตั้งหน้าตั้งตาทำงาน ตอนนี้ได้งานทำเป็นเด็กเสริฟที่ร้านอาหารในตัว อ.แม่สอด ส่วนเรื่องหัวใจก็ยังไม่ปิด อยากมีแฟนเป็นคนอีสานอยู่เหมือนเดิม และก็อยากจะคบและดูใจและก็อยากให้เป็นคนดีไม่โกหก มีฐานะหรือไม่มีก็ได้ เราคบเป็นแฟนกันเราค่อยมาสร้างฐานะด้วยกัน – 003

Share this:

  • Click to share on Pocket (Opens in new window) Pocket
  • Click to share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Click to share on X (Opens in new window) X
  • Click to share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Click to share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Click to email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Click to print (Opens in new window) Print
  • Click to share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Click to share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Click to share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Click to share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Click to share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2566(2023), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

‘เสกน้ำมนต์หลวงพ่อติ้ง’ สยมชายคลั่งถือขวานไล่ฟันคนในวัดเผยเป็นอดีต ตร.ใต้ป่วยจิตเวช

Posted on February 23, 2023 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/712935

'เสกน้ำมนต์หลวงพ่อติ้ง' สยมชายคลั่งถือขวานไล่ฟันคนในวัดเผยเป็นอดีต ตร.ใต้ป่วยจิตเวช

‘เสกน้ำมนต์หลวงพ่อติ้ง’ สยมชายคลั่งถือขวานไล่ฟันคนในวัดเผยเป็นอดีต ตร.ใต้ป่วยจิตเวช

วันพุธ ที่ 22 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2566, 18.03 น.

ชายคลั่งพกขวานไล่ฟันชาวบ้านในวัดนากลาง อำเภอตะกั่วทุ่ง กุศโลบายปลุกเสกน้ำมนต์หลวงพ่อติ้ง ราดไป 1 ขวด อาการค่อยสงบลง พบเป็นอดีตตำรวจชายแดนใต้ ป่วยจิตเวช

วันที่ 22 ก.พ.66 ผู้สื่อข่าวรายงานกรณีผู้ใช้เฟสบุ๊ก “กำนันติ้ง ตะกั่วทุ่ง” โพสต์ข้อความพร้อมภาพเหตุการณ์ชายคลุ้มคลั่งภายในวัดนากลาง (หล่อยูง) ขณะนายยุทธนากร จ๋วนเจนกิจ กำนันตำบลหล่อยูง เจ้าของเฟสบุ๊ก ชาวบ้านและตำรวจ สภ.โคกกลอย​ อ.ตะกั่วทุ่ง จ.พังงา ช่วยกันล้อมจับชายมีอาการโวยวาย คลุ้มคลั่งเข้ามาในวัดนากลาง มิตรภาพที่ 163 หรือวัดนางกลาง อำเภอตะกั่วทุ่ง จังหวัดพังงา โดยถือขวานไล่ฟันชาวบ้าน จนเกรงว่าจะเข้าไปทำอันตรายกับเด็กๆ ในโรงเรียนเพราะอยู่ในช่วงพักเที่ยง จึงช่วยกันปิดล้อมโบสถ์ที่ชายคนนี้วิ่งหนีเข้าไปและควบคุมตัวไว้ได้ในที่สุด

ทราบภายหลังว่าชายคนดังกล่าวเป็นอดีตตำรวจสังกัด สภ.ยะรัง จ.ปัตตานี คาดว่าน่าจะเกิดความเครียดเลยควบคุมตัวเองไม่ได้ ขณะที่เข้าล้อมจับเอาแต่โวยวายพูดถึงแต่เรื่องไสยศาสตร์ ดึงพระที่ห้อยคอมาอม นายยุทธนากร จ๋วนเจนกิจ กำนันตำบลหล่อยูง จึงใช้กุศโลบายปลุกเสกน้ำมนต์หลวงพ่อติ้ง ราดไป 1 ขวด อาการค่อยสงบลง

กำนันตำบลหล่อยูง เล่าต่อว่า เมื่อวานนี้พระในวัดโทรศัพท์มาแจ้งว่ามีชายอายุกว่า 60 ปีท่าทางมีพิรุธขับรถเก๋ง ยี่ห้อเชฟโรเลต ทะเบียนปทุมธานี เข้ามาในวัด ตนจึงเข้ามาตรวจสอบพอเดินเข้าไปจะถามว่ามีอะไรให้ช่วยไหม เขาก็เปิดประตูรถใช้ขวานไล่ฟันทันที และในมือยังมีมีดอีก 2 เล่ม จึงเรียกชาวบ้านให้เข้ามาช่วยกันจับไว้ พอชาวบ้านมามากขึ้นเขาก็วิ่งหนีเข้าไปในโบสถ์ นั่งสวดมนต์ สักพักตำรวจมาถึงก็บุกเข้าชาร์จตัวเอาไว้ได้ แต่ก็ยังโวยวายอยู่จนกำนันบอกว่าเป็นพระจะช่วยปลุกเสกน้ำมนต์ให้ ชายคนดังกล่าวจึงมีท่าทีสงบลง จากนั้นจึงนำตัวส่งโรงพยาบาลตะกั่วทุ่งและจากการตรวจสอบประวัติสอบว่า ชายคนดังกล่าวเป็นผู้ป่วยจิตเวชมีประวัติการรักษาอยู่ที่โรงพยาบาลแห่งหนึ่ง คาดว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอาจจะเกิดจากความเครียดเรื่องครอบครัว

พระศุภชัย นวลประกอบ สิริจันโท พระลูกวัดนากลาง กล่าวว่า ช่วงสายของวันที่ 21 ก.พ.66 มีรถยนต์เก๋งขับเข้ามาภายในวัด จอดบริเวณลานวัด จากนั้นมีโยมในพื้นที่เข้าสอบถามว่า “มาหาใคร” คนในรถคว้าขวานขึ้นมาทำทีท่าขู่จนโยมตกใจและวิ่งห่างจากรถ ตนเองจึงได้ติดต่อกำนันติ้ง นายยุทธนากร จ๋วนเจนกิจ กำนันตำบลหล่อยูง เพื่อเข้าตรวจสอบกระทั่งเป็นเหตุตามที่กำนันได้พูดถึง โดยชายคนดังกล่าวพูดว่าต้องการให้พระสงฆ์พรมน้ำมนต์ให้ – 003

Share this:

  • Click to share on Pocket (Opens in new window) Pocket
  • Click to share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Click to share on X (Opens in new window) X
  • Click to share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Click to share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Click to email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Click to print (Opens in new window) Print
  • Click to share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Click to share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Click to share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Click to share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Click to share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2566(2023), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

สวนสัตว์เปิดเขาเขียวชวนเที่ยวแก้ชงทำบุญอุปภัมภ์สัตว์ป่า เสริมบุญบารมี เพิ่มสิริมงคล

Posted on February 23, 2023 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/712897

สวนสัตว์เปิดเขาเขียวชวนเที่ยวแก้ชงทำบุญอุปภัมภ์สัตว์ป่า เสริมบุญบารมี เพิ่มสิริมงคล

สวนสัตว์เปิดเขาเขียวชวนเที่ยวแก้ชงทำบุญอุปภัมภ์สัตว์ป่า เสริมบุญบารมี เพิ่มสิริมงคล

วันพุธ ที่ 22 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2566, 16.56 น.

สวนสัตว์เปิดเขาเขียวชวนเที่ยวแก้ชง ทุกวันพฤหัสบดี ลด 20 % ทำบุญอุปภัมภ์สัตว์ป่า เสริมบุญบารมี เพิ่มสิริมงคล

นายเทวินทร์ รัตนะวงศะวัต ผู้อำนวยการสวนสัตว์เปิดเขาเขียว เปิดเผยว่า สวนสัตว์เปิดเขาเขียว ได้จัดกิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยวจัดโปรโมชั่น สำหรับคนที่เกิดปีชงในปีกระต่ายนี้ ภายใต้ชื่อ เที่ยวแก้ชง! ชวนเที่ยวสวนสัตว์พร้อมทำบุญอุปถัมป์สัตว์ป่า ที่นักท่องเที่ยวชื่นชอบ เพื่อเสริมความเป็นสิริมงคล ในปีกระต่ายทอง สำหรับผู้ที่เกิดปีระกา ปีเถาะ ปีชวด และปีมะเมีย ด้วยการรับส่วน ลด 20% ค่าเข้าชมสัตว์เปิดเขาเขียว ทุกวันพฤหัสบดี ผู้ใหญ่เพียง 120 บาท จากราคาบัตรปกติ 150 บาท (ยกเว้นวันหยุดนักขัตฤกษ์) ตั้งแต่วันนี้ – ถึง 31 พฤษภาคม 2566 เพียงท่านแสดงบัตรประจำตัวประชาชนตัวจริง ที่หน้าประตูทางเข้าก่อนทุกครั้ง

สำหรับสวนสัตว์เปิดเขาเขียว เปิดให้บริการทุกวันพลาดไม่ได้กับความน่ารักของเหล่าสัตว์ป่า สุดยอดไฮไลท์แห่งปี พาเหรดเพนกวิน เดินอวดโฉมกว่า 40 ตัว ช้างเล่นน้ำ โชว์ทักษะธรรมชาติว่ายน้ำ ด้วยลีลาที่น่าทึ่ง ทั้งดำผุดดำว่าย และเดินสองเท้าในสระน้ำ ที่มีขนาดใหญ่ ให้อาหารละมั่ง แรดขาว ยีราฟ ลีเมอร์หางแหวน ช้าง ครอบครัวฮิปโปโปเตมัส อาทิ ฮิปโปแม่มะลิ หมูตุ๋น หมูหวาน ขวัญใจเด็กๆ และอีกมากมาย สอบถามเพิ่มเติมโทร 038-318444 หรือเพจโปรโมชั่น สวนสัตว์เปิดเขาเขียว – 003

Share this:

  • Click to share on Pocket (Opens in new window) Pocket
  • Click to share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Click to share on X (Opens in new window) X
  • Click to share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Click to share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Click to email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Click to print (Opens in new window) Print
  • Click to share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Click to share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Click to share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Click to share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Click to share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2566(2023), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

Post navigation

← Older posts

BamBam Family

BamBam Family

สถิติบล็อก

  • 2,832,881 hits

Join 3,804 other subscribers
Follow SootinClaimon.Com on WordPress.com

Categories

Top Posts & Pages

เบียร์จัดหนักโฟโต้บุ๊คเล่มใหม่ แง้มความเซ็กซี่ระดับ 10 แซ่บซี๊ดเริ่มต้นปี
แนวหน้าวาทะเด็ด
ชูวิทย์ ฟาด สนิมส้ม เกิดจากเนื้อใน อุดมการณ์ทางลัด บีบเส้นทางสู่อำนาจจนเสียมิตร
ถาวร ซัดขบวนการสีเทา รุกล้ำอำนาจรัฐ เชื่อมทุนการเมือง เตือนปชช.อย่าขายเสียงแลกเศษเงิน
สหรัฐฯ ยึดเรือน้ำมันติดธงรัสเซียได้แล้ว หลังไล่ตามมา 2 สัปดาห์
'วิมล'สวน'เท้ง'หน้าหงาย ได้ยินดราม่าจากพวก…นั่นแหละ!
แต่งแล้วจ้า'จอย ศิริลักษณ์' ควง 'บี กฤษณะพงศ์'แฟนหนุ่มนักดนตรีเข้าพิธีวิวาห์
UK ยอมรับ ช่วยสหรัฐฯ ยึดเรือน้ำมันติดธงรัสเซีย ในแอตแลนติก
‘ฟู้ดแพชชั่น–บาร์บีคิวพลาซ่า’ มอบสิ่งของแก่ทหารและประชาชน 3 จังหวัดอีสานใต้
แพทย์ไม่แนะนำผ่าตัด "มหาเธร์" วัย 100 ปี หลังล้มกระดูกสะโพกหัก หวั่นความเสี่ยงจากอายุ

Recent Posts

  • ออสเตรเลียประกาศภาวะ “ไฟป่าขั้นหายนะ” รับมือคลื่นความร้อนถล่มทั่วประเทศ สั่งปิด รร. เกือบ 500 แห่ง
  • สิ่งที่เรารู้: สหรัฐฯ ยึดเรือบรรทุกน้ำมันติดธงรัสเซีย
  • กัมพูชาสั่งชำระบัญชี-ยุติให้บริการ “ปรินซ์แบงก์” ของ “เฉิน จื้อ” หลังถูกส่งตัวให้ทางการจีน
  • กอทูเล ประกาศฝันรัฐเอกราช ประเทศใหม่บนแผนที่โลก?
  • “ทรัมป์” เตรียมยึด-ควบคุมอุตสาหกรรมน้ำมันเวเนซุเอลา

ป้ายกำกับ

  • 2559(2016)
  • 2564(2021)
  • entertain
  • naewna
  • The Nation
  • การเมือง
  • คมชัดลึก
  • ต่างประเทศ
  • บันเทิง
  • แนวหน้า
  • RSS - Posts
  • RSS - Comments

Archives

Follow Us

  • https://soclaimon.tumblr.com/
  • https://www.facebook.com/soclaimon
  • https://www.instagram.com/sootinclaimon/
  • https://www.facebook.com/SootinClaimon/
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100001170824639
  • https://www.facebook.com/pompam.pp
  • https://www.facebook.com/toraman666
  • https://www.facebook.com/apich214
  • https://www.facebook.com/samabat.klaimon
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100005312762480
  • https://www.facebook.com/jirasuda.manomaiyanon
  • https://www.facebook.com/eikpakkred
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100003091451547
Blog at WordPress.com.
  • Subscribe Subscribed
    • SootinClaimon.Com
    • Join 1,659 other subscribers
    • Already have a WordPress.com account? Log in now.
    • SootinClaimon.Com
    • Subscribe Subscribed
    • Sign up
    • Log in
    • Report this content
    • View site in Reader
    • Manage subscriptions
    • Collapse this bar
 

Loading Comments...
 

    %d