Skip to primary content
Skip to secondary content

SootinClaimon.Com

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย2 [SartKasetDinPui2] : รวบรวม ข้อมูล เศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม เกษตร ดิน น้ำ ปุ๋ย

SootinClaimon.Com

Main menu

  • Home
  • KU23-2506
  • ข้อคิดความเห็น
  • ตระกูลคล้ายมนต์
  • ผมเองครับ
  • ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย1

Tag Archives: ข่าว Like สาระ

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

เทศบาลครบุรีบวงสรวง’ปรางค์ครบุรี’โบราณสถานอายุ 800 ปีรับท่องเที่ยวหน้าหนาว

Posted on December 16, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/698304

เทศบาลครบุรีบวงสรวง'ปรางค์ครบุรี'โบราณสถานอายุ 800 ปีรับท่องเที่ยวหน้าหนาว

เทศบาลครบุรีบวงสรวง’ปรางค์ครบุรี’โบราณสถานอายุ 800 ปีรับท่องเที่ยวหน้าหนาว

วันพฤหัสบดี ที่ 15 ธันวาคม พ.ศ. 2565, 14.02 น.

วันนี้ (15 ธ.ค.65) นายสมชาติ เดชดอน นายกเทศมนตรีตำบลครบุรีใต้ อ.ครบุรี จ.นครราชสีมา นำประชาชนในพื้นที่อำเภอครบุรี ร่วมกันตักบาตรข้าวสารอาหารแห้งและบวงสรวงปรางค์ครบุรีโบราณสถานที่สำคัญแห่งหนึ่งของจังหวัดนครราชสีมาอายุเก่าแก่กว่า 800 ปี เพื่อความเป็นสิริมงคลแก่ประชาชนชาวอำเภอครบุรีและปลูกจิตสำนึกให้ประชาชนร่วมใจกันดูแลอนุรักษ์แหล่งโบราณคดีและกระตุ้นการท่องเที่ยวของอำเภอครบุรีในช่วงไฮซีซั่นปีนี้ด้วย โดยนายพีรวัฒน์ ธีระวัฒนา นายอำเภอครบุรี เป็นประธานเปิดกิจกรรม ประเพณีกินเข่ากลางเดิ่น ชมปราสาท มีชาวบ้านในพื้นที่นำสำรับอาหารที่จัดเตรียมมาแต่ละหมู่บ้านเข้ามาร่วมล้อมวงรับประทานอาหารหรือที่เรียกว่ากินเข่าค่ำ ที่บริเวณหน้าองค์ปรางค์ครบุรี พร้อมรับชมการแสดงประกอบแสงสีเสียง ที่ทางเทศบาลตำบลครบุรีใต้จัดขึ้นอย่างอลังการ

สำหรับปรางค์ครบุรี ตั้งอยู่ภายในโรงเรียนบ้านครบุรี นครธรรมโฆสิต วิทยาคาร ต.ครบุรีใต้ อ.ครบุรี จ.นครราชสีมา เป็นโบราณสถานสำคัญของประเทศ ที่ถูกสร้างขึ้นในสมัยพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 ซึ่งเป็นกษัตริย์มหาราชองค์สุดท้ายของอาณาจักรเขมร ระหว่างปี พ.ศ.1724-1753 อายุรวม 800 ปีแล้วถือเป็นโรงพยาบาลในสมัยโบราณ หรือที่เรียกว่า อโรคยศาลา ใช้เป็นสถานที่รักษาบำบัดผู้ป่วย ที่จะเดินทางไปจาริกแสวงบุญตามเมืองต่างๆ ในสมัยนั้น – 003

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

นครพนมอุณหภูมิลดอวบ! 9 องศาเศรษฐกิจริมโขงคึก นทท.นั่งเรือสำราญชมพระอาทิตย์ตกดิน

Posted on December 16, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/698272

นครพนมอุณหภูมิลดอวบ! 9 องศาเศรษฐกิจริมโขงคึก นทท.นั่งเรือสำราญชมพระอาทิตย์ตกดิน

นครพนมอุณหภูมิลดอวบ! 9 องศาเศรษฐกิจริมโขงคึก นทท.นั่งเรือสำราญชมพระอาทิตย์ตกดิน

วันพฤหัสบดี ที่ 15 ธันวาคม พ.ศ. 2565, 12.02 น.

นครพนมหนาวสุดในอีสาน! อุณหภูมิลดฮวบ 9 องศาฯ อุตุเผยมีโอกาสแตะ 8 องศาฯ ขณะที่เศรษฐกิจริมโขงคึกนักท่องเที่ยวบ่ยั่นหนาวแห่นั่งเรือสำราญชมพระอาทิตย์ตกดินแน่น  

สืบเนื่องกรมอุตุนิยมวิทยาได้ ประกาศการเข้าสู่ฤดูหนาวของประเทศไทย โดยเริ่มขึ้นในวันที่ 29 ตุลาคม 2565 จนถึงปลายเดือนกุมภาพันธ์ 2566 คาดการณ์ว่าปีนี้จะหนาวเย็นกว่าปีที่ผ่านมา อุณหภูมิต่ำที่สุด  8-9 องศาเซลเซียล ส่วนมากจะอยู่ตอนบนของทั้งภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ช่วงที่อากาศหนาวเย็นที่สุดคือเดือนธันวาคม 65 ถึงมกราคม 66 คาดว่าจังหวัดที่จะหนาวเย็นที่สุดในประเทศไทยปีนี้ได้แก่ จังหวัดเชียงราย, น่าน, สกลนคร และนครพนม จึงขอให้ประชาชนติดตามประกาศจากกรมฯ อย่างใกล้ชิดไว้ด้วย

โดยผู้สื่อข่าวรายงานว่า จังหวัดนครพนมมีอากาศหนาวเย็นเมื่อไม่กี่วันมานี้ เริ่มจากมีลมกรรโชกแรงสามารถสัมผัสได้บริเวณริมแม่น้ำโขง จากนั้นอุณหภูมิได้เริ่มลดลงเรื่อยๆ โดยวันที่ 13 ธันวาคมที่ผ่านมา มีภาพอากาศหยาวเย็นอยู่ที่ 12 องศาเซลเซียล นอกจากนี้อุตุนิยมวิทยานครพนมยังพยากรณ์อากาศล่วงหน้าว่า จะมีอุณหภูมิลดลงเหลือเลขตัวเดียว ระหว่างวันที่ 19-20 ธันวาคม คาดหมายจะอยู่ที่ 9 องศาเซลเซียล ทั้งนี้ มีปัจจัยมาจากมีความกดอากาศสูงหรือมวลอากาศเย็นกำลังค่อนข้างแรงจากประเทศจีนแผ่ปกคลุมประเทศไทยตอนบน ลักษณะเช่นนี้ทำให้บริเวณภาคอีสานตอนบน ยังคงมีอากาศหนาวเย็น

โดยเฉพาะจังหวัดนครพนม วันที่ 15 ธันวาคม 2565 ณ สถานีอากาศเกษตร ต.ขามเฒ่า อ.เมืองนครพนม วัดอุณหภูมิได้ 9.8 องศาเซลเซียล ถือเป็นอุณหภูมิต่ำสุดของภาคอีสาน และอีกไม่กี่วันข้างหน้า มีโอกาสเป็นไปได้สูงที่อุณหภูมิจะลดลงอยู่ที่ 8 องศาเซลเซียลด้วย

ซึ่งจากสภาพอากาศที่หนาวเย็น กลายเป็นผลดีต่อประชาชนในพื้นที่หลังประสบอากาศร้อนมานานหลายเดือน ตลอดจนนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาพักผ่อน หลั่งไหลมาท้าลมหนาวกันอย่างคึกคัก ทำให้โรงแรมที่พักถูกจับจองเต็มแทบทุกวัน ด้านเศรษฐกิจการค้าการขายในพื้นที่ พบว่าเสื้อกันหนาวสินค้ามือสองพลอยได้รับอานิสงส์จากลมหนาวครั้งนี้ด้วย ร้านกาแฟเคลื่อนที่ หรืออาหารคลายหนาวอย่างก๋วยจั๊บญวน หรือภาษาถิ่นเรียกว่าต้มเส้นข้าวเปียก แม้กระทั่งราเม็งญี่ปุ่น ลูกชิ้นนึ่งร้อนกรุ่น ต่างได้รับความสนใจจากนักท่องเที่ยวเป็นอย่างมาก

อีกด้านหนึ่งเรือสำราญของเทศบาลเมืองนครพนม ที่พาล่องแม่น้ำโขงชมพระอาทิตย์ตกดิน ถือว่าเป็นจุดชมพระอาทิตย์ตกดินที่สวยที่สุดแห่งหนึ่งของภาคอีสาน ก็มีนักท่องเที่ยวขึ้นไปจับจองที่นั่ง เพื่อล่องเรือชื่นชมความงามสองฟากฝั่งไทยลาวในยามเย็นอย่างคึกคัก

ส่วนบริเวณลานพญานาค ที่ประดิษฐานองค์พญาศรีสัตตนาคราช ถนนสุนทรวิจิตร ยังคงเหนียวแน่นด้วยพลังศรัทธาของประชาชน ที่เดินทางไปบวงสรวงกราบไหว้มิขาดสาย ยิ่งมีอากาศหนาวมากเท่าไหร่ก็จะมีนักท่องเที่ยวแห่มาเซลฟี่ถ่ายรูปเป็นที่ระลึก เพื่อท้าทายความหนาวอย่างคับคั่ง และที่ขาดไม่ได้คงจะเป็นแผงลอตเตอรี่ วางแผงเรียงรายเชื้อเชิญนักเสี่ยงโชคหาเลขเด็ดกัน ซึ่งจากการสอบถามแม่ค้าถึงเลขเด่นประจำงวดวันที่ 16 ธันวาคม 65 ก็ได้คำตอบว่ายังคงมีความหลากหลาย เลขดังเลขมงคลก็พอหาได้ทุกแผง เนื่องจากลูกค้าส่วนหนึ่งขาดกำลังซื้อ ด้านลูกค้าขาประจำก็หดหาย อาจหันไปซื้อสลากดิจิทัลที่กองสลากนำออกจำหน่ายใบละ 80 บาท – 003 

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

พิจิตรส่อแล้งหนัก! ‘ฝายไฮดรอลิก’มูลค่า 180 ล้านที่สร้างเสร็จ 2 ปีชำรุดเก็บน้ำไม่ได้

Posted on December 15, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/698248

พิจิตรส่อแล้งหนัก! 'ฝายไฮดรอลิก'มูลค่า 180 ล้านที่สร้างเสร็จ 2 ปีชำรุดเก็บน้ำไม่ได้

พิจิตรส่อแล้งหนัก! ‘ฝายไฮดรอลิก’มูลค่า 180 ล้านที่สร้างเสร็จ 2 ปีชำรุดเก็บน้ำไม่ได้

วันพฤหัสบดี ที่ 15 ธันวาคม พ.ศ. 2565, 10.21 น.

แม่น้ำยมลดลงอย่างรวดเร็วหลังจากบานประตูของ “ฝายไฮดรอลิก” แบบพับได้ที่สร้างเสร็จมาแล้ว 2 ปีด้วยงบประมาณกว่า 180 ล้านบาทเกิดชำรุด ทำให้ไม่สามารถยกบานเก็บกักน้ำได้ส่งผลให้น้ำต้นทุนในแม่น้ำยมลดลงอย่างรวดเร็ว กระทบชาวบ้านและเกษตรกรในเขตแม่น้ำยม ขณะที่ทางชลประทานจังหวัดพิจิตรประสานบริษัทคู่สัญญาจ้างก่อสร้างปรับปรุงฝายสามง่ามเพื่อดำเนินการซ่อมแซมบานประตูที่ชำรุดให้แล้วเสร็จภายในวันที่ 23 ธ.ค.นี้

วันที่ 15 ธ.ค.65 ผู้สื่อข่าวรายงานจากจังหวัดพิจิตรว่า ระดับน้ำในแม่น้ำยมที่ไหลผ่านจังหวัดพิจิตรในพื้นที่ 4 อำเภอ คือ อ.สามง่าม อ.โพธิ์ประทับช้าง อ.บึงนาราง และ อ.โพทะเล ได้ลดลงอย่างรวดเร็ว เนื่องจากบานประตู ของฝายสามง่ามเป็นระบบไฮดรอลิก แบบพับได้แบบ 4 ช่องประตูที่บ้านจระเข้ผอม ต.รังนก อ.สามง่าม จ.พิจิตร บานประตูน้ำหมายเลขที่ 2 เกิดชำรุด ไม่สามารถยกบานประตูขึ้นเพื่อกักเก็บน้ำในแม่น้ำยมได้ส่งผลทำให้ปริมาณน้ำในแม่น้ำยมไหลผ่านช่องประตูลงสู่ด้านล่างจนทำให้พื้นที่ทางตอนบนโดยเฉพาะ อ.สามง่าม ระดับน้ำได้ลงลงอย่างรวดเร็ว ทำให้ไม่สามารถกักเก็บน้ำไว้ได้

นายนิพนธ์ ชูฉ่ำ ชาวบ้านหมู่ที่ 10 ต.รังนก อ.สามง่าม จ.พิจิตร กล่าวว่า หลังจากที่สร้างฝายกักเก็บน้ำที่แล้วเสร็จเมื่อปี 2563 ฝายสามง่ามกลับมีการชำรุดทุกปีไม่สามารถเก็บน้ำได้โดยเฉพาะปัจจุบันปีนี้หลังจากบานประตูไม่สามารถยกขึ้นปิดกั้นน้ำได้ทำให้น้ำที่มีอยู่ในแม่น้ำยมเมื่อ 2 เดือนที่ผ่านมามีปริมาณเต็มแม่น้ำ แต่ล่าสุดปริมาณน้ำกับลดระดับลงจนใกล้จะแห้งและเสียดายงบประมาณที่สร้าง แต่ใช้การไม่ได้จึงไม่เกิดประโยชน์กับชาวบ้านและเกษตรกรในเขตแม่น้ำยม

ขณะที่นายทองคำ คำแตง ชาวบ้านหมู่ที่ 9 ต.สามง่าม อ.สามง่าม จ.พิจิตร กล่าวว่า จากที่เขื่อนชำรุดเสียหาย ทั้งเขื่อนยางก่อนหนานี้และเปลี่ยนมาเป็นฝายแบบระบบไฮดรอลิกแบบพับได้แต่กลับมีการชำรุดทุกปีส่งผลทำให้เก็บน้ำในแม่น้ำยมไม่ได้ส่งผลกระทบกับเกษตรกรที่ทำนาเนื่องจากน้ำต้นทุนที่เพิ่งเริ่มฤดูกาลทำนาน้ำในแม่น้ำยมที่ลดลงอย่างรวดเร็วทำให้เกษตรกรมีต้นทุนในการหาน้ำทำการเกษตรและคาดว่าในช่วงหน้าแล้งข้างหน้า ต้องรุนแรงมาก

ต่อมาผู้สื่อข่าวได้ติดต่อสอบถามไปทางผู้อำนวยการสำนักชลประทานพิจิตร ได้ข้อมูลเบื้องต้นว่าทางชลประทานจังหวัดพิจิตรได้ออกตรวจสอบหลังพบปัญหาระบบไฮดรอลิก ที่ไม่สามารถยกบานประตูที่ชำรุดขึ้นปิดกั้นน้ำได้ พร้อมได้ประสานกับบริษัทคู่สัญญาจ้างก่อสร้างปรับปรุงฝายสามง่ามเพื่อดำเนินการซ่อมแซมบานประตูที่ชำรุดให้แล้วเสร็จภายในวันที่ 23 ธันวาคม 2565

สำหรับ การแก้ปัญหาและการบริหารจัดการน้ำของแม่น้ำยมมีการก่อสร้างอาคารบังคับน้ำของกรมชลประทานทั้งการสร้างฝายยางบ้านจระเข้ผอม ต.รังนก อ.สามง่าม จ.พิจิตร สร้างเมื่อปี 2554 และโดยใช้งบการก่อสร้างกว่า 300 ล้านบาท ซึ่งได้พังชำรุดเมื่อปี 2560 ต่อมากรมชลประทานจึงจัดสรรงบประมาณจำนวน 180 ล้านบาทเศษให้ดำเนินการสร้างขึ้นใหม่เป็นฝายไฮดรอลิกแบบฐานพับได้ขนาดกว้าง 68 เมตรสูง 3.60 เมตร สามารถกักเก็บน้ำได้ประมาณ 16 ล้านลูกบาศก์เมตร โดยได้ลงมือก่อสร้างเมื่อต้นเดือนพฤษภาคม 2563 และแล้วเสร็จในปลายปี 2563 ที่ผ่านมาแต่กลับใช้งานได้เพียง 2 ปีและได้ชำรุดลงจนทำให้การเก็บกักน้ำในแม่น้ำยมไม่เต็มประสิทธิภาพส่งผลกระทบต่อการเก็บกักน้ำในแม่น้ำยม – 003

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ชวนเที่ยวลพบุรี ‘ทุ่งดอกคอสมอส’บานกลางหุบเขาบ้านซับเสือแมบ

Posted on December 15, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/698245

ชวนเที่ยวลพบุรี 'ทุ่งดอกคอสมอส'บานกลางหุบเขาบ้านซับเสือแมบ

ชวนเที่ยวลพบุรี ‘ทุ่งดอกคอสมอส’บานกลางหุบเขาบ้านซับเสือแมบ

วันพฤหัสบดี ที่ 15 ธันวาคม พ.ศ. 2565, 10.09 น.

15 ธันวาคม 2565 นางสาวพิมพกานต์ พิพิธธนานันท์ ผู้อำนวยการสำนักงาน การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานลพบุรี พาตะลุยลงพื้นที่บ้านซับเสือแมบ ตำบลนิคมสร้างตนเอง อำเภอเมืองลพบุรี เพราะพื้นที่นี้มีทุ่งดอกไม้ให้ได้ชมและสัมผัสความสวยงามตั้งแต่บัดนี้ยาวไปจนถึงสิ้นเดือนหน้า หรือช่วงปีใหม่ 

เมื่อพูดถึงโลเคชั่นของทุ่งดอกไม้ที่ใกล้กรุงเทพ สามารถมาเที่ยวแบบ One Day Trip ได้สบายๆ จะต้องมีชื่อของเขาจีนแลอยู่ในหนึ่งของ TOP 5 ที่ทุกคนต้องนึกถึงด้วยเนื่องจากจุดนี้จะมีทุ่งทานตะวันบานทุ่งที่สวยที่สุดแปลงหนึ่งของจังหวัด

ซึ่งก็อาจเป็นไปได้ เพราะตอนนี้เริ่มมีหลายคนตั้งใจทดลองปลูกพันธุ์ไม้ดอกเป็นทุ่งกว้างๆ มากบ้างน้อยบ้าง รวมทั้งพันธุ์ไม้ดอกที่หลากหลายมากขึ้น เพื่อสร้างแหล่งท่องเที่ยวใหม่ๆ ให้กับบริเวณนี้ อย่างน้อยที่สุดก็มีทุ่งทานตะวัน ของดีของเด็ดที่ใครๆ ก็รู้ดีว่าสวยงามแค่ใหน 

แต่อีกหนึ่งทุ่งทางทาง ผอ.ททท.ลพบุรี จะแนะนำและพาตะลุยลงพื้นที่ชมความสวยงามของทุ่งดอกไม้ทุ่งนี้คือคอสมอสบานหลากหลายสีสัน จากปกติที่ทำเพียงไร่ข้าวโพดและพืชสวนบนเนื้อที่ประมาณ 4 ไร่ แต่ตอนนี้ได้นำดอกคอสมอสมาปลูกบนเนื้อที่จำนวน 4 ไร่ เพื่อให้แปลกไปจากทุ่งทานตะวัน นักท่องเที่ยวที่ลงมาเที่ในพื้นที่จะได้ดื่มด่ำความสวยงามของดอกไม้ได่หลายๆชนิด มาเที่ยวลพบุรีวันเดียวได้สัมผัสกับหลายทุ่งดอกไม้ ซึ่งดอกคอสมอสก็กำลังเบ่งบานสวยงาม ยาวไปจนถึงช่วงปีใหม่ก็จะบานเต็มพื้นที่ทั้งหมดสวยงามรับลมหนาวพอดี

สำหรับททุ่งคอสมอส ไร่สิรยา อยู่ทางไปบ้านซับเสือแมบ เลยทุ่งทานตะวันไร่วิชาญไปไม่ไกลเจอสี่แยกแล้วเลี้ยวซ้ายเพื่อไปบ้านซับเสือแมบซึ่งเป็นชุมชนเล็กๆ ที่ตั้งอยู่ชายเขาซับเสือแมบ.012

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ผักแพงส่งท้ายปี! แม่ค้าเผยผักทุกชนิดในตลาดสดโพธิ์ชัยขึ้นราคากิโลละ 20-30 บาท

Posted on December 15, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/698242

ผักแพงส่งท้ายปี! แม่ค้าเผยผักทุกชนิดในตลาดสดโพธิ์ชัยขึ้นราคากิโลละ 20-30 บาท

ผักแพงส่งท้ายปี! แม่ค้าเผยผักทุกชนิดในตลาดสดโพธิ์ชัยขึ้นราคากิโลละ 20-30 บาท

วันพฤหัสบดี ที่ 15 ธันวาคม พ.ศ. 2565, 10.03 น.

ปีนี้ผักแพง! แม่ค้าเผยผักทุกชนิดในตลาดสดโพธิ์ชัย ในเขตเทศบาลเมืองหนองคาย ขึ้นราคากิโลกรัมละ 20-30 บาท

วันนี้ (15 ธ.ค.65) ผู้สื่อข่าวรายงานจากจังหวัดหนองคายว่า ที่ตลาดสดโพธิ์ชัย ในเขตเทศบาลเมืองหนองคาย บรรยากาศคึกคักมีประชาชนออกมาจับจ่ายซื้อของกันจำนวนมาก ส่วนที่แผงขายมะนาวคึกคักกว่าแผงขายผักทั่วไปเนื่องจากแม่ค้านำมะนาวมาขายในราคาปกติ มะนาวแป้นพิจิตร ขายอยู่ที่กิโลกรัมละ 30 -45 บาท ในขณะที่มะนาวพันธุ์แป้นรำไพ ขายกิโลกรัมละ 70 บาท แม่ค้ายังบอกอีกว่าราคามะนาวยังคงเป็นปกติ หากมะนาวขาดตลาดราคาก็จะเพิ่มขึ้นแต่ก็ไม่มากนัก

ส่วนแม่ค้าตามแผงขายผักในตลาดสดโพธิ์ชัย เล่าให้ผู้สื่อข่าวฟังว่า ราคาผักปีนี้แพงขึ้น อาทิ ต้นหอม ราคา ปีที่แล้ว อยู่ที่กิโลกรัมละ 60 บาทมาปีนี้ราคากิโลกรัมละ 120 บาท ผักชีก็ขึ้นราคากว่า 50% แพงทุกอย่างไม่ว่าจะเป็นผักคะน้า, กะหล่ำปี, ผักกาดขาว พากันขึ้นราคาเฉลี่ยกิโลกรัมละ 20-30 บาทปีนี้ผักแพงขึ้น – 003

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

‘ทิพานัน’โชว์ผลสำเร็จนายกฯ เปิด10 อันดับจังหวัดโกยรายได้‘ท่องเที่ยว’สูงสุด

Posted on December 15, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/698234

‘ทิพานัน’โชว์ผลสำเร็จนายกฯ เปิด10 อันดับจังหวัดโกยรายได้‘ท่องเที่ยว’สูงสุด

‘ทิพานัน’โชว์ผลสำเร็จนายกฯ เปิด10 อันดับจังหวัดโกยรายได้‘ท่องเที่ยว’สูงสุด

วันพฤหัสบดี ที่ 15 ธันวาคม พ.ศ. 2565, 09.11 น.

‘ทิพานัน’ โชว์ผลสำเร็จ ‘ประยุทธ์’ เปิด10อันดับจังหวัดที่มีรายได้จากการท่องเที่ยวสูงสุด ภูเก็ตคว้าแชมป์ 127,927ล้านบาท สะท้อนมาตรการกระตุ้นท่องเที่ยวได้ผล กระจายรายได้ทั่วประเทศในธุรกิจเกี่ยวเนื่อง

15 ธันวาคม 2565 น.ส.ทิพานัน ศิริชนะ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี  เปิดเผยว่า ตามที่พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ได้ผลักดันให้เริ่มใช้โครงการ “ภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์”  เป็นจุดเริ่มต้นตามนโยบายเปิดประเทศอย่างค่อยเป็นค่อยไป จนประสบผลสำเร็จเป็นอย่างดี ขยายออกไปยังพื้นที่อื่นๆและนำมาสู่การเปิดประเทศอย่างเต็มรูปแบบในปัจจุบัน ผนวกกับมาตรการสาธารณสุขและความร่วมมือของคนไทยและเจ้าหน้าที่ทุกภาคส่วนส่งผลให้มีการฟื้นฟูเศรษฐกิจของประเทศ โดยเฉพาะธุรกิจท่องเที่ยวที่ฟื้นตัวแบบกลับคืนมาได้อย่างรวดเร็วแบบ “V-Shape” โดยเฉพาะผลสำเร็จที่เกินความคาดหมาย จากจำนวนนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติที่เดินทางมาท่องเที่ยวในประเทศไทย ในปี 2565 ครบ 10 ล้านคนเมื่อวันที่ 10 ธันวาคมที่ผ่านมา

น.ส.ทิพานัน กล่าวว่า  การฟื้นตัวของภาคท่องเที่ยวไทยใน 10 เดือนแรกของปี 2565 ตั้งแต่เดือนมกราคม – ตุลาคม 2565 ที่ผ่านมา ดึงดูดเม็ดเงินเข้าประเทศเป็นจำนวนมาก โดย…

#จังหวัดที่มีรายได้จากการท่องเที่ยวสูงสุด 10 อันดับ ได้แก่ 1.ภูเก็ต 127,927 ล้านบาท 2.ชลบุรี  13,283 ล้านบาท 3.สุราษฎร์ธานี 7,586 ล้านบาท 4.เชียงใหม่ 4,246 ล้านบาท 5.สงขลา 3,602 ล้านบาท  6.พังงา 2,582 ล้านบาท  7.เชียงราย 1,585 ล้านบาท 8.กระบี่ 1,408 ล้านบาท  9.ประจวบคีรีขันธ์ 854 ล้านบาท  10.หนองคาย 526 ล้านบาท

#จังหวัดที่มีชาวต่างชาติเยือนมากที่สุด 10 อันดับ 1.ภูเก็ต 2,329,894 คน 2.ชลบุรี 975,026 คน 3.สุราษฎร์ธานี 606,812 คน 4.สงขลา 581,808 คน 5.เชียงใหม่ 496,111 คน 6.สมุทรปราการ 321,390 คน 7.พังงา 317,353 คน 8.หนองคาย 231,243 คน 9.กระบี่ 217,526 คน 10.หนองคาย 148,683 คน

#นักท่องเที่ยวรายสัญชาติที่เดินทางมาเยือน  10 อันดับ ได้แก่ 1.มาเลเซีย 1,291,381 คน 2.อินเดีย 698,757 คน 3.สิงคโปร์ 381,940 คน 4.ลาว 345,709 คน 5.เวียดนาม 340,670 คน 6.เกาหลีใต้ 316,240 คน 7.สหราชอาณาจักร 291,753 คน 8.สหรัฐอเมริกา 283,211 คน 9.กัมพูชา 252,862 คน 10.เยอรมนี 235,596 คน

“จากการลงพื้นที่พบปะพี่น้องประชาชนและช่องทางโซเชียลมีเดีย พี่น้องประชาชนรับรู้ถึงผลสำเร็จของมาตรการกระตุ้นการท่องเที่ยว ทำให้มีนักท่องเที่ยวต่างชาติเลือกไทยเป็นจุดหมายปลายทางการท่องเที่ยว ซึ่งพล.อ.ประยุทธ์ได้ผลักดันและสนับสนุนอย่างเต็มที่ นอกจากโครงการ “ภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์” ยังมีมาตรการขยายระยะเวลาพำนักของชาวต่างชาติ และมาตรการส่งเสริมการถ่ายทำภาพยนตร์ต่างประเทศในประเทศไทย ทำให้ทุกธุรกิจเกี่ยวเนื่องกับการท่องเที่ยวฟื้นตัวและมีรายได้อย่างก้าวกระโดด มีการดึงดูดเม็ดเงินจากต่างชาติเข้ามาหมุนเวียนในเศรษฐกิจ กระจายรายได้ไปยังพื้นที่ต่างๆ ฟื้นฟูเศรษฐกิจภายในประเทศให้เข้มแข็งและเติบโตอย่างรวดเร็ว” น.ส.ทิพานัน กล่าว

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

พุทธคุณครอบจักรวาล! ‘พระปิดตา’1.5ล้าน สุดยอดต้นแบบสวยที่สุดในไทย

Posted on December 15, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/698229

พุทธคุณครอบจักรวาล! 'พระปิดตา'1.5ล้าน สุดยอดต้นแบบสวยที่สุดในไทย

พุทธคุณครอบจักรวาล! ‘พระปิดตา’1.5ล้าน สุดยอดต้นแบบสวยที่สุดในไทย

วันพฤหัสบดี ที่ 15 ธันวาคม พ.ศ. 2565, 08.26 น.

โชว์พระเครื่อง “พระปิดตาเนื้อผงคลุกรัก พิมพ์หลังเรียบ หลวงพ่อแก้ว วัดเครือวัลย์ จ.ชลบุรี” สุดยอดพระปิดตาต้นแบบสวยที่สุดในเมืองไทย อายุกว่า 100 ปี ปัจจุบันราคา 1.5 ล้านบาท นำมาโชว์ภายในงานมหกรรมงานประกวดพระเครื่องพระบูชาเหรียญคณาจารย์และเครื่องรางของขลัง ที่ราชบุรี 

15 ธันวาคม 2565 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บรรยากาศงานมหกรรมการประกวดพระเครื่องพระบูชาเหรียญคณาจารย์และเครื่องรางของขลังราชบุรี ครั้งที่ 4 ที่จัดภายในสนามพระภาคตะวันตก จังหวัดราชบุรี ตลาดกอบกุล ต.ท่าราบ อ.เมือง จ.ราชบุรี มีบรรดาเซียนพระ นักสะสมพระเครื่องจากทั่วฟ้าเมืองไทย เดินทางมาจากจังหวัดต่างๆ มาร่วมงานกว่า 5 หมื่นคน นำพระเครื่อง พระบูชา และพระหายากราคาสูง มาตั้งแผงพระมากกว่า 5,300 แผง เพื่อเป็นการให้เช่าบูชา แรกเปลี่ยนกันภายในงาน โดยบรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคัก

โดยมีนายวิวัฒน์ นิติกาญจนา นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดราชบุรี เป็นประธานเปิดงานมหกรรมการประกวดพระเครื่องพระบูชาเหรียญคณาจารย์และเครื่องรางของขลังราชบุรี ครั้งที่ 4 ซึ่งจัดขึ้นโดย นายอาทิตย์ นวลมีศรี หรือ “โอ๊ต บางแพ” ประธานชมรมพระเครื่องเพื่อนพ้องน้องพี่จังหวัดราชบุรี และจังหวัดสมุทรสงคราม มีวัตถุประสงค์เพื่อนำเงินรายได้ไปสมทบทุน บูรณะวัด และเป็นการอนุรักษ์พระเครื่อง พระบูชา เหรียญพระคณาจารย์ และเครื่องรางของขลัง ซึ่งเป็นมรดกของชาติให้คง เพื่อเป็นสร้างมาตรฐานให้แก่วงการพระเครื่องให้เป็นที่ยอมรับอย่างสากลทั่วไป

นอกจากนี้ยังเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวภายในจังหวัดราชบุรี มีผู้เข้าร่วมงานเดินทางมาเข้าพักภายในจังหวัดราชบุรี มากกว่า 5 หมื่นคน สร้างเศรษฐกิจและรายได้สู่จังหวัดราชบุรีมูลค่าหลายล้านบาท ทั้งที่พักมียอดเข้าพักเต็มทุกโรงแรม ตลอดจนร้านอาหารมีผู้ที่มาร่วมงานเข้าไปใช้บริการกันอย่างคึกคัก ทำให้การสำรวจยอดตัวเลขการใช้จ่ายเงินภายในสัปดาห์ของการจัดงานสูงถึง 10 ล้านบาท

แต่ที่เป็นไฮไลท์และสร้างความฮือฮาภายในงาน คือมีการนำพระปิดตาเนื้อผงคลุกรัก พิมพ์หลังเรียบ หลวงพ่อแก้ว วัดเครือวัลย์ จ.ชลบุรี” สุดยอดพระปิดตาต้นแบบที่สวยที่สุดในเมืองไทย อายุกว่า 100 ปี ซึ่งพระปิดตาหลวงพ่อแก้ว วัดเครือวัลย์ มีทั้งหมด 5 พิมพ์ คือพิมพ์ใหญ่ พิมพ์กลาง และพิมพ์เล็ก พิมพ์จิ๋วและพิมพ์ปั้น และมีทั้งหลังเรียบ หลังแบบ

โดยองค์ที่ นายวิวัฒน์ นิติกาญจนา นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดราชบุรี ที่นำมาโชว์ให้ชมนี้เป็นพิมพ์ใหญ่หลังเรียบ ราคาองค์นี้ปัจจุบันอยู่ที่ 1.5 ล้านบาท

ส่วน องค์ที่ 2 นายธิติพัทธ์ พลอยหิน โชว์ในมือคือ “พระปิดตาเนื้อเมฆสิทธิ์” ของหลวงปู่ทับ ปัจจุบันพระปิดตาเนื้อเมฆสิทธิ์ของหลวงปู่ทับ กลายเป็นวัตถุมงคลที่หายาก และสนนราคาเล่นหาสูงมาก บางองค์สภาพสวยๆ ว่ากันเป็นหลักแสนหลักล้าน พุทธคุณก็โดดเด่นเป็นที่ประจักษ์ทั้งเมตตามหานิยมโชคลาภค้าขายร่ำรวย แคล้วคลาดปลอดภัย และมหาอุตม์ เรียกว่า “ครอบจักรวาล”

โดยที่ หลวงปู่ทับ วัดอนงค์ เป็นพระเกจิอาจารย์รุ่นเก่าที่เชี่ยวชาญในวิธีเล่นแร่แปรธาตุ เก่งทางคาถาอาคม ท่านได้หลอมโลหะจนได้โลหะเมฆสิทธิ์ ที่มีวรรณะสีสันสวยงามแปลกตา มีคุณวิเศษศักดิ์สิทธิ์อเนกอนันต์แฝงอยู่ในตัว แม้แต่หลวงปู่ศุข วัดปากคลองมะขามเฒ่า ก็ได้มาศึกษาและเปลี่ยนวิชากับท่าน และหลวงปู่ศุขได้ใช้วิชาหล่อพระเมฆสิทธิ์นำกลับไปสร้างพระเครื่องพิมพ์เอกลักษณ์รูปสี่เหลี่ยมของท่านเอง ที่วัดปากคลองมะขามเฒ่า

พระเนื้อเมฆสิทธิ์ที่หลวงพ่อทับได้ปลุกเสกสร้างไว้นั้น มีหลายพิมพ์ ได้แก่ พิมพ์พระปิดตา พิมพ์ปางซ่อนหา พิมพ์พระชัยวัฒน์ ลูกอม เป็นต้น แต่ที่นิยมกันมากจนเกิดการแสวงหาบูชาอย่างมากมายก็คือ “พระปิดตาเนื้อเมฆสิทธิ์” โดยที่นำมาให้ชมนี้ราคาปัจจุบันอยู่ที่ 1 ล้านบาท

ส่วนองค์ที่ 3 ที่นายอาทิตย์ นวลมีศรี ประธานจัดงาน โชว์ในมือคือ พระปิดตาของหลวงพ่อทับ เป็นพระปิดตาที่ได้รับการยกย่องจากชาวพระเครื่องโดยทั่วไปว่าพระปิดตาวัดทอง มิใช่แต่จะเยี่ยมในด้านพุทธคุณเท่านั้น แม้แต่องค์ภควันบดีที่หลวงพ่อให้จินตนาการปั้นขึ้นมานั้นยัง เลิศอลังการและอิ่มในศิลปะ อีกทั้งยังได้รับการยกย่องให้เป็นพระยอดขุนพลอันดับ 1 ของชุดเบญจภาคีพระปิดตาครับ

สำหรับพุทธคุณท่านจะให้ความรุ่งโรจน์แก่ผู้ใช้ได้อย่างเอนกประสงค์ โดยเฉพาะด้านอยู่ยงคงกระพัน รวมทั้งด้านมหาอุตม์หยุดกระสุนปืนได้ โดยที่นำมาให้ชมนี้ราคาปัจจุบันอยู่ที่ 8 แสนบาท

นายอาทิตย์ นวลมีศรี กล่าวว่า งานมหกรรมการประกวดพระเครื่องพระบูชาเหรียญคณาจารย์และเครื่องรางของขลังราชบุรี ครั้งที่ 4 ที่ผ่านมา นับเป็นงานประกวดพระที่ตนเองและสมาชิก พร้อมทีมงาน มีความตั้งใจและให้ความสำคัญอย่างยิ่งในการจัดงานครั้งนี้ และเพื่อเป็นอีกหนึ่งทางเลือกหนึ่งให้กับพี่น้องเพื่อนพ้องวงการพระเครื่อง เป็นแนวทางใหม่ของการสะสมและศึกษา โดยให้ความสำคัญกับพระเครื่องยอดนิยมและพระเครื่องของแต่ละท้องถิ่นทุกภาค ปัจจุบันการสะสมพระเครื่องกว้างขวางขึ้น

นายอาทิตย์ กล่าวต่อว่า ปัจจุบันพระที่เคยนิยมเล่นหากันอย่างกว้างขวาง บางวัดก็ถูกหลงลืมหรือมองข้าม ซึ่งตนเองได้พยายามค้นหามาเผยแพร่อยู่โดยตลอด เพื่อให้เป็นวิธีสร้างคุณค่าส่งต่อให้นักเล่นพระเครื่องรุ่นหลังและผู้นิยมสะสมพระเครื่องรุ่นหลังได้ทราบถึงความจริงและถูกต้อง นำไปเป็นแนวทางสะสมเป็นนักเล่นพระที่ดีและสะสม อธิบาย เผยแพร่ได้ต่อไป ตนเองมีความหวังเป็นอย่างยิ่งว่าการจัดงานในครั้งนี้ จะเป็นประโยชน์และเป็นโอกาสให้พี่น้องวงการพระเครื่องและนักนิยมสะสมพระเครื่อง ได้ใช้พื้นที่นี้ในการศึกษาสะสมและแลกเปลี่ยนเพื่อพัฒนาวงการพระเครื่องไอดีและเป็นมาตรฐานสากล.012

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

โต้ลมห่มหนาว!สดร.เก็บบรรยากาศคึกคัก ปชช.รอชม‘ฝนดาวตกเจมินิดส์’คืน 14 ธ.ค.

Posted on December 15, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/698225

โต้ลมห่มหนาว!สดร.เก็บบรรยากาศคึกคัก ปชช.รอชม‘ฝนดาวตกเจมินิดส์’คืน 14 ธ.ค.

โต้ลมห่มหนาว!สดร.เก็บบรรยากาศคึกคัก ปชช.รอชม‘ฝนดาวตกเจมินิดส์’คืน 14 ธ.ค.

วันพฤหัสบดี ที่ 15 ธันวาคม พ.ศ. 2565, 07.34 น.

โต้ลมห่มหนาว!สดร.เก็บบรรยากาศคึกคัก ปชช.รอชม‘ฝนดาวตกเจมินิดส์’คืน 14 ธ.ค.

สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน) (สดร.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เผยบรรยากาศชมฝนดาวตกเจมินิดส์ คืน 14 ธันวาคม 2565 ชาวไทยสนใจติดตามชมฝนดาวตกกันคึกคัก โดยเฉพาะเขตอนุรักษ์ท้องฟ้ามืด บริเวณอ่างเก็บน้ำห้วยลาน ประชาชนนับพันร่วมนอนนับดาวตก ท่ามกลางอากาศหนาวเย็น เริ่มเห็นตั้งแต่สองทุ่ม ด้านหอดูดาวภูมิภาคโคราช ฉะเชิงเทรา คนแน่นขนัดเช่นกัน

สำหรับกิจกรรม “โต้ลมห่มหนาว นอนนับฝนดาวตกเจมินิดส์” คืนวันที่ 14 ธันวาคม 2565 ณ อ่างเก็บน้ำห้วยลาน ต.ออนใต้ อ.สันกำแพง จ.เชียงใหม่ หนึ่งในเขตอนุรักษ์ท้องฟ้ามืดในประเทศไทย จัดโดยชุมชนออนใต้ มีประชาชนทยอยร่วมปักหลักรอชมฝนดาวตกเจมินิดส์ตั้งแต่หัวค่ำ ท่ามกลางอากาศเย็นสบาย ดาวตกดวงแรกปรากฏให้เห็นในเวลา 20:08 น.

จากนั้นมีดาวตกปรากฏให้เห็นเป็นระยะ สดร. ร่วมจัดกิจกรรมดาราศาสตร์ในพื้นที่ดังกล่าว ตั้งกล้องโทรทรรศน์ชนิดต่าง ๆ ให้ประชาชนส่องวัตถุท้องฟ้าที่น่าสนใจ อาทิ ดาวอังคาร ดาวเสาร์ ดาวพฤหัสบดี เนบิวลานายพราน กระจุกดาวคู่ เป็นต้น พร้อมบรรยายการดูดาวเบื้องต้น ด้านกิจกรรมชมปรากฏการณ์ฝนดาวตกเจมินิดส์ที่หอดูดาวเฉลิมพระเกียรติ 7 รอบ พระชนมพรรษา นครราชสีมา และหอดูดาวเฉลิมพระเกียรติ 7 รอบ พระชนมพรรษา ฉะเชิงเทรา เนืองแน่นไปด้วยผู้คนเช่นกัน โดยเฉพาะที่ฉะเชิงเทรา เปิดพื้นที่ให้กางเต็นท์ค้างคืน มีประชาชนให้ความสนใจร่วมกางเต็นท์ชมฝนดาวตกเต็มพื้นที่หอดูดาว

ปรากฏการณ์ “ฝนดาวตกเจมินิดส์” เกิดจากโลกเคลื่อนที่ตัดผ่านสายธารของเศษหินและเศษฝุ่นของดาวเคราะห์น้อย 3200 เฟธอน (3200 Phaethon) ที่หลงเหลือทิ้งไว้ขณะเคลื่อนผ่านเข้ามาในระบบสุริยะชั้นใน เมื่อโลกโคจรผ่านเส้นทางดังกล่าว แรงดึงดูดของโลกจะดึงฝุ่นและหินเข้ามาเผาไหม้ในชั้นบรรยากาศ เกิดเป็นลำแสงวาบ หรือในบางครั้งเกิดเป็นลูกไฟขนาดใหญ่เรียกว่า Fireball มีศูนย์กลางการกระจายบริเวณกลุ่มดาวคนคู่ เกิดขึ้นในช่วงวันที่ 4-20 ธันวาคมของทุกปี ปีนี้มีอัตราการตกสูงสุดในคืนวันที่ 14 ธันวาคม 2565 เฉลี่ยประมาณ 150 ดวงต่อชั่วโมง

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

รายงานพิเศษ : ‘ความรุนแรงในครอบครัว’ แก้ปัญหาได้ทุกฝ่ายต้องร่วมมือ

Posted on December 15, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/698200

รายงานพิเศษ : ‘ความรุนแรงในครอบครัว’  แก้ปัญหาได้ทุกฝ่ายต้องร่วมมือ

รายงานพิเศษ : ‘ความรุนแรงในครอบครัว’ แก้ปัญหาได้ทุกฝ่ายต้องร่วมมือ

วันพฤหัสบดี ที่ 15 ธันวาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

สำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) ร่วมกับสำนักงานข้าหลวงใหญ่เพื่อสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ (OHCHR) ประจำภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และโครงการพัฒนาแห่งสหประชาชาติ (UNDP) ประเทศไทย และภาคีเครือข่าย จัดงานวันสิทธิมนุษยชน 10 ธันวาคม ประจำปี 2565 ภายใต้แนวคิด “การขจัดความรุนแรงในครอบครัว” เมื่อวันที่ 13 ธ.ค. 2565 ที่ผ่านมา ณ หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร โดยหนึ่งในกิจกรรมของงาน คือวงเสวนาหัวข้อ “ร่วมสร้างสังคมที่ปราศจากความรุนแรงในครอบครัว” มีวิทยากร 5 ท่านเข้าร่วม และมี วสันต์ ภัยหลีกลี้ กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ เป็นผู้ดำเนินรายการ

รุ่งทิวา สุดแดน รองอธิบดีกรมกิจการสตรีและสถาบันครอบครัว กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) เปิดเผยว่า จากสถิติเริ่มเก็บตั้งแต่ปี 2560-2564 พบผู้ถูกกระทำความรุนแรงในครอบครัวเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยปี 2560 อยู่ที่ราว 1,100 ราย ปี 2561 เพิ่มเป็น 1,200 ราย ปี 2562 เพิ่มเป็น 1,500 ราย ปี 2563 เพิ่มเป็นราว 1,700 ราย และปี 2564 เพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ประมาณ 2,000 ราย แต่ต้องย้ำว่า “นี่เป็นเพียงส่วนหนึ่งเท่านั้น” เพราะยังมีอีกหลายกรณีเพียงแต่ไม่ถูกเปิดเผยให้เป็นที่รับรู้กับคนภายนอก

ทั้งนี้ ความรุนแรงในครอบครัวเกิดจากปัญหาสัมพันธภาพในครอบครัวที่ไม่ดี ขณะที่ในช่วงสถานการณ์โรคระบาดโควิด-19 ซึ่งเชื่อมโยงกับผลกระทบด้านเศรษฐกิจ หลายครัวเรือนจึงมีปัญหาทางการเงินแล้วเกิดความเครียด ซึ่งทางกรมฯ ได้พัฒนาแพลตฟอร์ม “เพื่อนครอบครัว” เป็นช่องทางขอรับคำปรึกษาตั้งแต่ความรุนแรงทางกายภาพ (เช่น ถูกตบตีทำร้ายร่างกาย) ความรุนแรงทางจิตใจ (เช่น ลูกถูกเหยียดว่ามีพฤติกรรมไม่ตรงกับเพศสภาพ) ต่อมายังขยายไปถึงเรื่องอื่นๆ ที่เป็นประโยชน์ในการแก้ปัญหาชีวิต เช่น ปัญหาหนี้นอกระบบ ปัญหาคนรักนอกใจ ฯลฯ

“เรามีคนที่มาช่วยเราเยอะมาก กรมสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณสุข เขาก็เข้ามาพูดคุยช่วย เรื่องหนี้นอกระบบก็จะเป็นธนาคารแห่งประเทศไทย ป.ป.ส. (สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด) ก็จะเข้ามาดูแลในเรื่องของที่บ้านหนูติดยาไม่กล้าบอกพ่อแม่ อันนี้ก็จะมี 2 เวอร์ชั่นในเพจของเพื่อนครอบครัว 1.นอกจากให้คำปรึกษาแล้ว 2.องค์ความรู้ต่างๆ เราก็จะมีสอนอยู่อีกห้องหนึ่งซึ่งสามารถเข้าไปดูได้ เพื่อที่จะให้ครอบครัวอยู่กันอย่างอบอุ่นและเป็นสุข” รองอธิบดีกรมกิจการสตรีและสถาบันครอบครัว กล่าว

เช่นเดียวกับ วรภัทร แสงแก้ว หัวหน้ากลุ่มงานสังคมสงเคราะห์ทางการแพทย์ และศูนย์พึ่งได้ (OSCC) ที่กล่าวว่า OSCC หรือศูนย์พึ่งได้ เป็นหน่วยงานในโรงพยาบาลสังกัดกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ซึ่งต้องบอกว่า “บุคลากรทางการแพทย์ถือเป็นด่านหน้าในการรับมือปัญหาความรุนแรงในครอบครัว” จึงต้องเข้าใจกฎหมายที่เกี่ยวข้องหลายฉบับ อีกทั้งต้องประสานส่งต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และต้องมีมาตรการรักษาความปลอดภัยในโรงพยาบาล

“ท่านเชื่อไหม? ทำร้ายกันมา สามี-ภรรยา แทงกันมาไส้ไหลมาเลย แล้วต่างฝ่ายต่างหอบกันมาโรงพยาบาล มาที่เดียวกัน ER (ห้องฉุกเฉิน) เคยโดนแล้ว ญาติแต่ละฝ่ายโวยวายว่าห้ามหมอรักษาอีกคนหนึ่ง แล้วก็กระชากแขนแพทย์ คว่ำชุดทำแผลกระจายเลยใน ER ทุบกระจก นี่คือความเร่งด่วน ตำรวจต้องเข้ามา รปภ. เราก็เอาไม่อยู่ อันนี้ก็คือการ Set (วาง) ระบบความปลอดภัย” วรภัทร ระบุ

พล.ต.ต.ฐิตวัฒน์ สุริยฉาย ผู้บังคับการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี 4 เล่าว่า สมัยทำงานที่ จ.ชลบุรี เป็นการทำงานร่วมกับศูนย์ OSCC ซึ่งแพทย์จะแจ้งกับตำรวจว่ามีเหตุความรุนแรงในครอบครัวเกิดขึ้น แต่ขณะเดียวกันก็มองเห็นปัญหา เช่น พม. ที่ควรจะเป็นกระทรวงหลักกลับมีงบประมาณไม่มากนัก เช่น แต่ละจังหวัดอาจดูแลเด็กได้ไม่เกิน 50 คน หรือเมื่อเกิดเหตุล่วงละเมิดกับเด็ก โรงเรียนบางแห่งแทนที่จะให้ความสำคัญกับสิทธิเด็กแต่กลับห่วงชื่อเสียงของโรงเรียนมากกว่า เป็นต้น อีกด้านหนึ่ง “การประชาสัมพันธ์” ให้ความรู้ก็เป็นเรื่องสำคัญ

“ผมนอกจากจะทำเรื่องค้ามนุษย์และละเมิดทางเพศเด็กในอินเตอร์เนตแล้วยังมีเรื่องคอลเซ็นเตอร์ ตอนนี้มีผู้ใหญ่ระดับของรัฐบาลไปเอ่ยปากกับเอกชนรายหนึ่ง บอกว่าเดี๋ยวจะทำคลิปเรื่องคอลเซ็นเตอร์เป็นการเตือนภัย ผมจริงๆ ผมก็ทำเรื่องอาชญากรรมด้วย คอลเซ็นเตอร์ด้วย ผมก็อยากให้ผู้ใหญ่ของรัฐบาล หรือพี่ๆ ที่นั่งอยู่ตรงนี้ (ผู้ร่วมเสวนา) เอ่ยปากหรือว่าทำอย่างไรก็ได้ เราควรจะต้องทำการประชาสัมพันธ์ให้มากขึ้นกว่าเดิม ให้หน่วยงานซึ่งจริงๆ บริษัทมหาชนเขาจะต้องมี 1%
ซึ่งต้องมีการมอบเงินตรงนี้เพื่อสังคม เพื่อสาธารณะ”
 พล.ต.ต.ฐิตวัฒน์ ยกตัวอย่าง

ภูษา ศรีวิลาศ ผู้อำนวยการแผนงานการเลี้ยงดูทดแทน มูลนิธิก้าวหน้าพัฒนา (Step Ahead Foundation กล่าวถึงคำว่า “อำนาจและการควบคุม (Power & Control)” หมายถึง
ความสัมพันธ์ที่มีอำนาจไม่เท่าเทียมกัน บวกกับไม่มีช่องทางในการรับฟังและไว้เนื้อเชื่อใจ ย่อมทำให้ความรุนแรงเกิดขึ้นและผู้ถูกกระทำไม่กล้าขอความช่วยเหลือ ขณะเดียวกัน ยังมีผู้ที่ต้องทำหน้าที่ดูแลเด็กแทนพ่อแม่ที่แท้จริง ซึ่งต้องมีแนวปฏิบัติเป็นคำแนะนำให้ความรู้

“แนวปฏิบัติด้านการเลี้ยงดูทดแทนสำหรับเด็กแห่งสหประชาชาติ เป็นสิ่งที่เรากำลังจะบอกว่า เมื่อใดก็ตามที่เราหาเอกสารหรือหารูปแบบการเลี้ยงดูที่มาทดแทนพ่อแม่ที่กำลังประสบภาวะความรุนแรง เมื่อนั้นเราจะต้องทำให้เกิดความมั่นใจว่า บุคคลที่ทำหน้าที่ในการดูแลเด็ก เราจะเจอครูที่ดูแล วัดที่ตอนนี้มีวัดดูแลเด็กกำพร้า บุคคลเหล่านั้นจะทำหน้าที่เสมือนพ่อแม่ ด้วยการเลี้ยงดูที่อบอุ่นปลอดภัยอย่างไร” ภูษา กล่าวถึงคู่มือแนวปฏิบัติที่เป็นหลักสากล

ด้าน วาสนา เก้านพรัตน์ ผู้อำนวยการมูลนิธิศูนย์พิทักษ์สิทธิเด็ก กล่าวถึงกฎหมาย พ.ร.บ.คุ้มครองเด็ก พ.ศ.2546 มาตรา 23 ที่ระบุว่า ผู้ปกครองต้องให้การอุปการะเลี้ยงดู
อบรมสั่งสอน และพัฒนาเด็กที่อยู่ในความปกครองดูแลของตนตามควรแก่ขนบธรรมเนียมประเพณีและวัฒนธรรมแห่งท้องถิ่น แต่ทั้งนี้ต้องไม่ต่ำกว่ามาตรฐานขั้นต่ำตามที่กำหนดในกฎกระทรวงและต้องคุ้มครองสวัสดิภาพเด็กที่อยู่ในความปกครองดูแลของตนมิให้ตกอยู่ในภาวะอันน่าจะเกิดอันตรายแก่ร่างกายหรือจิตใจ คำถามคือประชาชนทราบคือไม่ว่ามาตรฐานขั้นต่ำมีอะไรบ้าง

“ถ้าเราสามารถยุติความรุนแรงในครอบครัวได้ในเบื้องต้นเริ่มต้นจากการส่งเสริมให้เด็กได้รับการเลี้ยงดูตามมาตรฐานขั้นต่ำซึ่งจะครอบคลุม เรานึกถึงภาพว่าเราไม่ได้อยากจะเลี้ยงดูเด็กให้กินอิ่มนอนอุ่นเท่านั้น แต่ยังเป็นมาตรฐานขั้นต่ำคือหลายมิติ เนื่องจากเรายังไม่สามารถส่งเสริมให้ประชาชนเลี้ยงดูลูกได้ ลองนึกถึงภาพประเทศไทย เราชอบพูดว่าเด็กคืออนาคตของชาติ แต่ดูสิว่าผู้ใหญ่อย่างพวกเราลงมือทำกับอนาคตของชาติในวันนี้อย่างไร” ผอ.มูลนิธิศูนย์พิทักษ์สิทธิเด็ก กล่าว

หมายเหตุ : แนวปฏิบัติด้านการเลี้ยงดูทดแทนสำหรับเด็ก แห่งสหประชาชาติ (U.N. GUIDELINES FOR ALTERNATIVE CARE OF CHILDREN) สามารถดาวน์โหลดได้ที่เว็บไซต์ https://alternativecarethailand.com/th/resources/


SCOOP@NAEWNA.COM

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, รายงานพิเศษ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

‘อย่าหลงนิมิต’ พวกที่หลงนิมิต พวกที่นั่งสมาธิแล้วเป็นบ้า คือนั่งแบบไม่มีสติ

Posted on December 15, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/698166

'อย่าหลงนิมิต' พวกที่หลงนิมิต พวกที่นั่งสมาธิแล้วเป็นบ้า คือนั่งแบบไม่มีสติ

‘อย่าหลงนิมิต’ พวกที่หลงนิมิต พวกที่นั่งสมาธิแล้วเป็นบ้า คือนั่งแบบไม่มีสติ

วันพุธ ที่ 14 ธันวาคม พ.ศ. 2565, 19.31 น.

“อย่าหลงนิมิต พวกที่หลงนิมิต พวกที่นั่งสมาธิแล้วเป็นบ้า คือนั่งแบบไม่มีสติ พอมีอะไรปรากฏขึ้นมาไปคิดปรุงแต่ง อะไรต่างๆ มันจะมีเรื่องราวต่างๆ มาหลอกให้ใจเราหลง ไม่สงบ นั่งแบบนี้ไม่เกิดประโยชน์ เพราะไม่สามารถที่จะกำจัดความทุกข์ ดับความอยาก ฉะนั้น ต้องนั่งแบบมีสติ อย่าปล่อยให้ใจผลิตอาการต่างๆหลอกใจ หรือถ้ามีอย่าไปสนใจ”

พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต วัดญาณสังวรารามฯ ชลบุรี (เพจ พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต) – 003

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, ธรรมะ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, ธรรมะ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

BamBam Family

BamBam Family

สถิติบล็อก

  • 2,932,688 hits

Join 4,117 other subscribers
Follow SootinClaimon.Com on WordPress.com

Categories

Top Posts & Pages

LIFE & HEALTH : สมาคมการตลาดฯ ชวนเตรียมพร้อมสู่การตลาดอนาคต: เทคโนโลยีและมนุษย์ผสานสมบูรณ์
เปิดรายชื่อ 9 ประธาน กมธ. สัดส่วน พรรคประชาชน ‘วีระยุทธ’นั่งพัฒนาเศรษฐกิจ ‘ไอซ์’ นั่งติดตามงบ
หวานเจี๊ยบ เป้ย ปานวาด ปล่อยภาพคู่ หมอต้น ดาเมจแรงทำโซเชียลร้อนฉ่า กลิ่นความรักอบอวลกลางญี่ปุ่น
สุริยะ เคลียร์ปมย้ายอธิบดีฝนหลวง ยันไม่เกี่ยวสายคนใกล้ชิด อ้างความเหมาะสม
ฝ่ายค้าน ปลุกจับตาเย็นนี้ ประธานสภาฯ ชิงปิดประชุม อัด ศุภจี เกาไม่ถูกที่คัน
ลัช ประเทศไทย จับมือ องค์กรพิทักษ์สัตว์แห่งโลก เปิดตัวแคมเปญ Asian Elephant Shower Jelly
สหรัฐฯ ตั้งข้อหา "เจมส์ โคมีย์" อดีต ผอ. FBI ขู่เอาชีวิต "ทรัมป์" ในอินสตาแกรม
เพราะทุกวันคือรันเวย์! ‘Lady Gaga x Doechii’ ประชันลุคแฟชั่นแบบไม่มีใครยอมใคร
"กูเกิล" ทำข้อตกลงลับ "เพนตากอน" ส่งโมเดล AI หนุนภารกิจความมั่นคงสหรัฐฯ
กระจูดพัทลุง ครองแชมป์! รัฐบาลเผยสินค้า GI สร้างมูลค่าการตลาดกว่า 400 ล้าน

Recent Posts

  • โก้ ธีรศักดิ์ นำขบวนศิลปินออกบูธดารา สร้างกระแสรักษ์โลก
  • มาโก้ ศิลา ควงคุณแม่ ลอร่า ศศิธร ผุดไอเดียทำความดีเพื่อสังคม เติมความสุขให้ผู้ป่วยมะเร็ง
  • สัตวแพทย์เตือน 90% ของคนเลี้ยงหมาให้อาหารผิดมาทั้งชีวิตสัตว
  • โหน่ง ชะชะช่า เคลียร์ชัด ผอมฮวบ 23 กิโลใน 3 เดือน ยันสุขภาพดีไม่ได้ป่วยแฟนคลับหายห่วง
  • โชนแสง มาลัย น้ำผึ้ง เบนซ์ โชว์สุดปังทะลุรอบความสามารถพิเศษ มิสเวิลด์ไทยแลนด์2026

ป้ายกำกับ

  • 2559(2016)
  • 2564(2021)
  • entertain
  • naewna
  • The Nation
  • การเมือง
  • ต่างประเทศ
  • บันเทิง
  • ผู้หญิง
  • แนวหน้า
  • RSS - Posts
  • RSS - Comments

Archives

Follow Us

  • https://soclaimon.tumblr.com/
  • https://www.facebook.com/soclaimon
  • https://www.instagram.com/sootinclaimon/
  • https://www.facebook.com/SootinClaimon/
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100001170824639
  • https://www.facebook.com/pompam.pp
  • https://www.facebook.com/toraman666
  • https://www.facebook.com/apich214
  • https://www.facebook.com/samabat.klaimon
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100005312762480
  • https://www.facebook.com/jirasuda.manomaiyanon
  • https://www.facebook.com/eikpakkred
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100003091451547
Blog at WordPress.com.
  • Subscribe Subscribed
    • SootinClaimon.Com
    • Join 1,657 other subscribers
    • Already have a WordPress.com account? Log in now.
    • SootinClaimon.Com
    • Subscribe Subscribed
    • Sign up
    • Log in
    • Report this content
    • View site in Reader
    • Manage subscriptions
    • Collapse this bar

Loading Comments...

    %d