Skip to primary content
Skip to secondary content

SootinClaimon.Com

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย2 [SartKasetDinPui2] : รวบรวม ข้อมูล เศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม เกษตร ดิน น้ำ ปุ๋ย

SootinClaimon.Com

Main menu

  • Home
  • KU23-2506
  • ข้อคิดความเห็น
  • ตระกูลคล้ายมนต์
  • ผมเองครับ
  • ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย1

Tag Archives: ข่าว Like สาระ

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

อัศจรรย์!! ปชช.แห่เคลื่อนย้าย ‘หลวงพ่อเคลือบ’ เกิดพระอาทิตย์ทรงกลด

Posted on December 13, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/697712

อัศจรรย์!! ปชช.แห่เคลื่อนย้าย 'หลวงพ่อเคลือบ' เกิดพระอาทิตย์ทรงกลด

อัศจรรย์!! ปชช.แห่เคลื่อนย้าย ‘หลวงพ่อเคลือบ’ เกิดพระอาทิตย์ทรงกลด

วันจันทร์ ที่ 12 ธันวาคม พ.ศ. 2565, 19.55 น.

อัศจรรย์!! ปชช.แห่เคลื่อนย้าย ‘หลวงพ่อเคลือบ’ เกิดพระอาทิตย์ทรงกลด กราบไหว้ร่มเย็นด้วยแรงศรัทธา

เมื่อเวลา 13.00น.วันที่ 12 ธ.ค.65 พระอธิการบุญยืน มหาบุญโย เจ้าอาวาสวัดหนองกระดี่เก่า หมู่ 3 ต.หนองยายดา อ.ทัพทัน จ.อุทัยธานี พร้อมด้วยคณะกรรมการวัด ได้เคลือนย้ายหลวงพ่อเคลือบทีมีองค์ขนาดใหญ่ทีสุด หน้าตักกว้าง 12 เมตร สูง 15 เมตร น้ำกว่า 45 ตัน มูลค่าในการก่อสร้างตัวหลวงพ่อประมาณ 28 ล้าน ซึ่งเบ็ดเสร็จแล้วเสร็จก็ประมาณกว่า 50 ล้าน ชาวบ้านจากทั่วสารทิศเดินทางมาขอโชคลาภสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ภายในวัด และเทพเจ้าแห่งบนบานสารสารกล่าวขออะไรกับ“หลวงพ่อเคลือบ” เกจิชื่อดังที่ได้รับการขนานนามว่า วาจาสิทธิ์ พูดอย่างไร เป็นอย่างนั้น ทั้งยังได้รับการยกย่องว่าเป็น “เทพเจ้าแห่งลุ่มน้ำสะแกกรัง” องค์ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย ด้วยรถบรรทุก 10 ล้อ 2 คัน ทะเบียนรถสิบล้อที่68- 81-3262 อุทัยธานี ได้บรรทุกองค์รูปหลวงพ่อเคลือบส่วนด้านบน และอีกคันทะเบียน 81-81 -3196 อุทัยธานี บรรทุกส่วนลำตัว โดยมีเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองอุทัยธานี สภ.หนองขาหย่าง สภ.หนองฉาง จัดการจราจร อำนวยความสะดวกตลอดเส้นทาง

ซึ่งก่อนนั้น เมื่อ วันที่ 8 ธ.ค.65 ที่ผ่านมาทางพระอธิการบุญยืน พร้อมด้วยคณะกรรมวัด ได้เคลือนย้าย องค์หลวงพ่อเคลือบ ออกมาจากโรงหล่อพระที่ จ.สมุทรสาคร ด้วยรถบรรทุกสิบล้อ 2 คัน เดินทางมาจังหวัดอุทัยธานี หลังจากนั้นได้นำมาตั้งไว้ทีวงเวียนหอนาฬิกา ใจกลางเมืองอุทัยธานี เพื่อให้ประชาชนทีมีความจิตศรัทธา ในองค์หลวงพ่อเคลือบ เพื่อกราบไหว้ และปิดทองกับองค์หลวงพ่อเคลือบ ก่อนที่คณะกรรมการ จะยกขึ้นไว้ประดิษฐานบนทีสูงจะทำให้ปิดทองไม่ได้

หลังจากนั้นได้เวลา 13.00น. ทางพระอธิการบุญยืน พร้อมคณะกรรมวัด ได้เคลือนย้ายองค์หลวงพ่อเคลือบองค์ใหญ่ มาบนถนนสาย 333 โดยนำตั้งไว้ริมถนนหน้าที่ว่าการอำเภอหนองขาหย่าง  1 ชั่งโมง เพื่อให้ประชาชนมาปิดทองและกราบไหว้ อยู่ 1 ชั่วโมง ก่อนที่จะเคลือนย้ายไปยัง อ.หนองฉาง ซึ่งในระหว่าง ที่ประชาชน ในเขตอำเภอหนองขาหย่าง และผู้ที่สัญจรขับรถอยู่บนถนนสาย 33  ได้ลงมากราบไหว้ ซึ่งบรรยากาศเป็นไปด้วยความร้อน ได้เกิดสิ่งอัศจรรย์ พระอาทิตย์ได้ทรงกดบริเวณนั้น ได้มีก้อนเมฆมาปิดบังพระอาทิตย์ ทำให้บริเวณตรงองค์หลวงพ่อเคลือบที่มีประชาชนมากราบไหว้ร่มเย็น

หลังจากนั้นทางพระอธิการบุญยืน พร้อมคณะกรรมวัด ได้เคลือนย้ายองค์หลวงพ่อเคลือบ มาตั้งที่หน้าโลตัส สามแยก หนองฉาง ให้ประชาชนในเขต อ.หนองฉาง มากราบไหว้ โดยมีพนักงานโลตัส พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.หนองฉาง อำนวยความสะดวก ให้กับทางคณะกรรมการ ที่บรรยากาศเป็นไปด้วยความร้อนอีกเช่นกัน และได้เกิดอัศจรรย์ อีกเช่นพระอาทิตย์ ได้มาทรงกด ได้มีก้อนเมฆมาปิดพระอาทิตย์ไว้  ทำให้ประชาชนมากราบไหว้องค์หลวงพ่อเคลือบร่มเย็นไปทั่วกัน ทีหน้าโลตัส สร้างความอัศจรรย์ กับประชาชที่มากราบไหว้   

ด้านพระอธิการบุญยืน กล่าว่า ว่ากำหนดการเคลื่อนขบวนหลวงพ่อเคลือบองค์ใหญ่ รอบทั้ง 8 อำเภอ จ.อุทัยธานี  มีกำหนดการดังนี้ วันที่ 8-12 ธ.ค. อ.เมือง  วันที่ 12-14 ธ.ค. อ.หนองฉาง วันที่ 14-15 ธ.ค. ตลาดทุ่งนา วันที่ 15-16 ธ.ค. ตลาดเมืองการุ้ง วันที่ 16-18 ธ.ค. ตลาด อ.บ้านไร่  วันที่ 18-21 ธ.ค. ตลาด อ.ลานสักวันที่ 21-22 ธ.ค. ตลาด อ.สว่าง และวันที่ 22-24 ธ.ค. ตลาดคลองถม อ.ทัพทัน และหลังจากนั้นได้เคลือนย้านเข้าวัดหนองกระดี่เก่า และในวันที่  25 ธ.ค. เวลา 14.09 น. พิธีอัญเชิญเศียรหลวงพ่อประกอบเชื่อมต่อกับส่วนลำตัว ณ วิหารชั่วคราว โดยในส่งท้ายปีเก่า ในวันที่ 31 ธ.ค. 65 ได้จัดพิธี ไหว์พระปิดทอง หลวงพ่อเคลือบองค์ใหญ่  และในวันที่ 1 ม.ค.66 ต้อนรับปีใหม่ มีพิธีทอดผ้าป่า เพื่อสมทบทุนสร้างองค์หลวงพ่อเคลือบองค์ใหญ่ ผ้ากองละ 999 บาท หรือตามกำลังศรัทธา พิธีบวงสรวง  พิธีสวดนพเคราะห์ สืบชะตา เสริมดวง  ส่งท้ายปีเก่า ต้อนรับปีใหม่ พิธีเทองหล่อหลวงพ่อเคลือบองค์ใหญ่ ส่วนหน้าตัก ที่ยังเหลืออยู่ ซึ่งทางวัดหนองกระดี่เก่า นั้นยังขาดปัจจัยอีกเป็นจำนวนมาก ในการสร้างหลวงพ่อเคลือบองค์ใหญ่ ท่านได้ประสงค์ที่จะร่วมทำบุญกับทางวัดสามารถ โอนเข้าบัญชีวัดหนองกระดี่เก่า ธนาคารกรุงไทย สาขาหนองฉาง หมายเลขบัญชี 985–0-59039-4 ชื่อบัญชีวัดหนองกระดี่ (เก่า) สมทบทุนสร้างหลวงพ่อเคลือบองค์ใหญ่.-008

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

สิ่งแรกที่เราได้คือร่างกายของเรา สิ่งสุดท้ายที่เราจะเสียก็คือร่างกายของเรา

Posted on December 13, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/697704

สิ่งแรกที่เราได้คือร่างกายของเรา สิ่งสุดท้ายที่เราจะเสียก็คือร่างกายของเรา

สิ่งแรกที่เราได้คือร่างกายของเรา สิ่งสุดท้ายที่เราจะเสียก็คือร่างกายของเรา

วันจันทร์ ที่ 12 ธันวาคม พ.ศ. 2565, 19.15 น.

ทุกสิ่งทุกอย่างเริ่มต้นที่ร่างกายของเรา สิ่งแรกที่เราได้คือร่างกายของเรา และสิ่งสุดท้ายที่เราจะเสียก็คือร่างกายของเรา พอเราได้ร่างกาย เราก็มาหารูปเสียงกลิ่นรสกัน มาหาลาภยศสรรเสริญกัน แล้วเราก็ดิ้นรนต่อสู้รักษาสิ่งที่เราหามาได้ พร้อมๆ กับการหาสิ่งใหม่ๆ มาเพิ่มเติมอยู่เรื่อยๆ 

ชีวิตของเราก็เลยมีแต่การดิ้นรน มีการต่อสู้ เป็นชีวิตที่ค่อนข้างจะเหน็ดเหนื่อย ความเหน็ดเหนื่อยนี้ก็เรียกว่าความทุกข์นั่นเอง อยู่เฉยๆไม่ได้ ถ้าอยู่เฉยๆแล้ว กลัวจะลำบาก กลัวจะทุกข์ เพราะอยู่เฉยๆ เดี๋ยวจะไม่มีรูปเสียงกลิ่นรสโผฏฐัพพะให้เสพ จะไม่มีลาภยศสรรเสริญมาให้ความสุข ก็เลยต้องดิ้นรนคอยหามาอยู่เรื่อยๆ พอหามาแล้วมันก็หมดไปตามลำดับของมัน 

ชีวิตก็เลยเป็นชีวิตที่ต้องต่อสู้อยู่ตลอดเวลา ต้องเหน็ดเหนื่อยอยู่กับการหาสิ่งต่างๆ เหน็ดเหนื่อยเกี่ยวกับการดูแลรักษาสิ่งต่างๆ และมาวุ่นวายมาเศร้าโศกเสียใจ เวลาที่ต้องสูญเสียสิ่งต่างๆ ไปในที่สุด คือเวลาที่ร่างกายนี้ตายไป สิ่งต่างๆ ที่หามาได้หายไปหมด ความสุขที่ได้จากสิ่งต่างๆ ก็หายไปหมด เหลือแต่ความทุกข์ ที่ต้องเสียสิ่งต่างๆไป

พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต วัดญาณสังวรารามฯ จังหวัดชลบุรี วันที่ ๑๒ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๖๑ (เพจ พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต) – 003

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, ธรรมะ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, ธรรมะ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

‘หลวงปู่ศิลา’ชมเหรียญที่ระลึกแจกทานกิจกรรมเดิน-วิ่งการกุศลสร้างเจดีย์บูรพาจารย์ ‘ดีแล้ว’

Posted on December 13, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/697690

'หลวงปู่ศิลา'ชมเหรียญที่ระลึกแจกทานกิจกรรมเดิน-วิ่งการกุศลสร้างเจดีย์บูรพาจารย์ 'ดีแล้ว'

‘หลวงปู่ศิลา’ชมเหรียญที่ระลึกแจกทานกิจกรรมเดิน-วิ่งการกุศลสร้างเจดีย์บูรพาจารย์ ‘ดีแล้ว’

วันจันทร์ ที่ 12 ธันวาคม พ.ศ. 2565, 18.42 น.

วันที่ 12 ธ.ค.65 เมื่อเวลา 09.18 น.ชมรมรวมมิตรคิดทำดี101 โดยความอุปถัมภ์ของหลวงพ่อพระครูวิมลบุญโกศล นำโดยนายธนกร จันทะโยธา กรรมการบริหารชมรมฯเลขานุการชมรมฯ ได้เข้ากราบนมัสการพระเดชพระคุณหลวงพ่อพระครูปลัดวชิรโสภณญาณ (หลวงปู่ศิลา สิริจันโท) เพื่อรายงานการดำเนินการจัดกิจกรรมเดิน-วิ่งการกุศลรายการ RUN รวมมิตรคิดทำดี 2022 วิ่งสร้างเจดีย์บูรพาจารย์วัดสันติวิหารจังหวัดร้อยเอ็ด จัดโดยชมรมรวมมิตรคิดทำดี101ฯ ภายใต้การอำนวยการของหลวงพ่อพระครูปริยัติวรศาสน์ (พระมหาชำนิ) เจ้าคณะตำบลธงธานี เจ้าอาวาสวัดสันติวิหาร ต.ธงธานี อ.ธวัชบุรี จ.ร้อยเอ็ด ซึ่งกิจกรรมจะจัดขึ้นในวันเสาร์ที่ 31 ธันวาคม 2565 นี้ที่วัดสันติวิหาร โดยมีนายทรงพล ใจกริ่ม ผู้ว่าราชการจังหวัดร้อยเอ็ด เป็นประธานในพิธีเปิดกิจกรรม

โดยวันนี้หลวงปู่มหาศิลา สิริจันโท ได้อนุเคราะห์จารแผ่นตะกรุดเงินให้กับทางชมรมฯ เพื่อนำกลับมาใช้ตามวัตถุประสงค์ พร้อมกับชมตัวอย่างเหรียญที่ระลึกแจกทาน “พระผงพุทธซ้อนจินดามณีหลวงพ่อสมาน-หลวงปู่มหาศิลาสิริจันโท” ที่ตัวแทนชมรมรวมมิตรคิดทำดี101ฯ นำตัวอย่างเหรียญมาให้ตรวจสอบ ซึ่งหลวงปู่มหาศิลา สิริจันโท กล่าวเพียงสั้นๆ ว่า “สวยแล้ว ดีแล้ว”

ต่อมาเวลา 12.19 น.วันเดียวกัน ตัวแทนชมรมรวมมิตรคิดทำดี101ฯ ได้เดินทางเข้ากราบนมัสการพระอาจารย์อนุสรณ์ ปภสฺสโร หรือพระอาจารย์ต้อม เกจิชื่อดังแห่งวัดท่าสะแบง จังหวัดร้อยเอ็ดเพื่อรับมอบมวลสารพิเศษที่พระอาจารย์และลูกศิษย์จากทุกทั่วสารทิศนำมาพลีถวาย เช่น มวลสารพระปิดตาหลวงพ่อแก้ววัดเครือวัลย์ มวลสารสมเด็จวัดระฆัง เป็นต้น เพื่อจัดสร้างวัตถุมงคล ซึ่งใวลศาลดังกล่าวเรียกว่า “มวลสาร100ล้าน” เนื่องจากเป็นมวลสารจากพระเกจิทั่วประเทศ

นายธนกร จันทะโยธา กรรมการบริหารชมรมรวมมิตรคิดทำดี101ฯ กล่าวว่า การดำเนินการจัดสร้างจัดทำเหรียญที่ระลึกแจกทานนักวิ่งสายบุญที่สมัครเข้าร่วมกิจกรรม วิ่งสร้างเจดีย์บูรพาจารย์วัดสันติวิหารร้อยเอ็ดนี้สร้างตามจำนวนผู้สมัครร่วมกิจกรรมเพียง 550 เหรียญเท่านั้น ฉะนั้น เหรียญแจกทานผู้ร่วมงานบุญในฐานะผู้ดำเนินการจัดสร้างอยากจะทำให้ดีที่สุดและทรงคุณค่าทางด้านจิตใจให้มากที่สุด ผู้ที่ได้ไปครอบครองต้องได้สิ่งที่ดีที่สุด -003

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

‘คลองแม่ข่า’ คลองโอตารุเมืองไทย แลนด์มาร์คใหม่ไม่ต้องไปถึงญี่ปุ่น

Posted on December 13, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/697683

‘คลองแม่ข่า’ คลองโอตารุเมืองไทย แลนด์มาร์คใหม่ไม่ต้องไปถึงญี่ปุ่น

‘คลองแม่ข่า’ คลองโอตารุเมืองไทย แลนด์มาร์คใหม่ไม่ต้องไปถึงญี่ปุ่น

วันจันทร์ ที่ 12 ธันวาคม พ.ศ. 2565, 18.10 น.

ขาเที่ยวขาชิว เดินเล่น หาของกิน ถ่ายรูป ในสไตล์ญี่ปุ่น สามารถแวะมาได้ที่ “คลองแม่ข่า” หรือที่หลายคนบอกว่าคล้าย “คลองโอตารุ” ที่ญี่ปุ่น โดยตั้งอยู่ที่เขตเทศบาลนครเชียงใหม่ อ.เมือง จ.เชียงใหม่ อยู่ห่างจากประตูเชียงใหม่หรือประตูท่าแพประมาณ 2 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางเพียง 5 นาที

บอกเลยว่าเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่นักท่องเที่ยวทั้งคนไทยและต่างชาติให้ความสนใจเป็นอย่างมากในขณะนี้ ถึงแม้ว่าจะเปิดได้เพียงแค่ 3 เดือน แต่คลองแห่งนี้ก็ครึกครื้นโดยเฉพาะช่วงกลางคืน สีสันของสีไฟทำให้คลองแห่งนี้มีชีวิตชีวาขึ้นมา

สมัยก่อนคลองแม่ขาเป็นคลองโบราณสายหนึ่งของ จ.เชียงใหม่ เดิมทำหน้าที่เป็นคูเมืองชั้นนอกที่โอบล้อมเมือง และเป็นทางระบายน้ำล้นลงสู่แม่น้ำปิง น้ำที่ไหลตามคลองแม่ข่าไหลมาจากอุทยานแห่งชาติดอยสุเทพ-ปุย ทำหน้าที่ทั้งเส้นทางสัญจร ระบายน้ำ ลงมายังแม่น้ำปิง

เดิมคลองแม่ขาเป็นลคลองน้ำเน่า และถูกบำบัดน้ำเสียในคลอง แต่ปัจจุบันคลองแห่งนี้ถูกชุบชีวิตจากเทศบาลนครเชียงใหม่ โดยการทุ่มงบประมาณมาพัฒนาคลองแม่ข่า มาเป็นสถานที่ท่องเที่ยวในปัจจุบัน.-008

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

หนุ่มอุดรร้องตะโกน’อยากกัญชา’ลั่นวัดถ้ำกระบอก ก่อนสลัดโซ่ตรวนหนี

Posted on December 13, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/697678

หนุ่มอุดรร้องตะโกน'อยากกัญชา'ลั่นวัดถ้ำกระบอก ก่อนสลัดโซ่ตรวนหนี

หนุ่มอุดรร้องตะโกน’อยากกัญชา’ลั่นวัดถ้ำกระบอก ก่อนสลัดโซ่ตรวนหนี

วันจันทร์ ที่ 12 ธันวาคม พ.ศ. 2565, 17.25 น.

หนุ่มอุดรวัย 28 เสพกัญชาหนักหลังปลดล็อค พ่อแม่ให้ไปรักษาแต่หนีเข้าป่าหลังวัดถ้ำกระบอกหายไปนายกว่า 8 วัน แม่ทำกับข้าวไว้รอลูกชายสุดท้ายไม่เห็นกลับมา พระแจ้งสลัดโซ่ตรวนหนีร้องตะโกนลั่นวัด “อยากกัญชา” พ่อแม่ทุกข์ใจหนักวอนใครพบเห็นแจ้งด่วน หวั่นถูกล่อลวงไปสิ่งมิดีมิร้าย

วันนี้ (12 ธ.ค.65) ผู้สื่อข่าวจังหวัดอุดรธานี ได้รับแจ้งจากนายสำราญ และนางพรรณิดา (ขอสงวนนามสกุล) ชาวบ้านบ้านหนองลาด ต.ถ่อนนาลับ อ.บ้านดุง จ.อุดรธานี แจ้งว่า นายวีระยุทธ (ขอสงวนนามสกุล) หรือ “โดโด้” อายุ 28 ปีกชายหายตัวไปจากวัดถ้ำกระบอก จ.สระบุรี หลังเข้าบำบัดรักษาอาการติดกัญชา เมื่อวันที่ 23 พ.ย.65 ที่ผ่านมา แต่เมื่อครบการรักษาแล้วจะต้องเดินทางกลับบ้านมาตั้งแต่เมื่อวานนี้ (11 ธ.ค.65) แต่ปรากฎว่าลูกชายไม่กลับมา ทำให้เป็นห่วงลูกชายเป็นอย่างมาก โดยผู้เป็นแม่ตั้งใจทำกับข้าวไว้รอลูกชายแต่ไม่เห็นกลับมาเลย

นางพรรณิดา แม่ของโดโด้ เปิดเผยว่า ลูกชายเสพกัญชาอย่างหนักหลังจากปลดล็อคกัญชา เสพหนักแบบพันลำเป็นยาสูบตลอดทั้งกลางวันกลางคืน ตนและสามีเห็นท่าไม่ดีจึงตัดสินใจพาไปรักษาที่วัดกระบอก อ.พระพุทธบาท จ.สระบุรี โดยมีแอดมินเพจบ้านดุงฯ อาสาพาไปส่ง ตั้งแต่วันที่ 23 พ.ย. ซึ่งเมื่อวานนี้ ตนได้ทำกับข้าวไว้รอลูก เพราะดีใจที่จะได้เห็นลูกเป็นคนใหม่กลับมา รอแล้วรอเล่าก็ไม่เห็น รับแจ้งคนรับส่งบอกว่า โดโด้หนีจากวัดไม่กลับมาด้วย โดยวันที่ไปมี 5 คนแต่พอกลับมีเพียง 4 คน ตอนนี้ลูกชายหายไปนานกว่า 8 วันแล้ว ใครเห็นลูกชายอยากจะวอนติดต่อมาเบอร์ที่พ่อและแม่ด่วน ตอนนี้ห่วงลูกชายคนนี้มาก เพราะเขามีอาการทางประสาทนิดๆ และะเป็นลูกชายคนสุดท้องเขาหนีไปแบบนี้กลัวจะถูกเอาไปทำมิดีมิร้ายและอยากเห็นลูกชายโดยเร็ว ใครเจอสามารถแจ้งมาได้ที่เบอร์ 0982226709 พ่อสำราญ 0984447409 แม่พรรณิดา ได้ตลอดเวลา 

ด้านพระองอาจ พระที่วัดถ้ำกระบอก แจ้งว่า ผู้บำบัดกัญชารายนี้เดินทางมาจาก จ.อุดรธานี เมื่อวันที่ 23 พ.ย.ที่ผ่านมา มาถึงก็อาละวาดทุบทำลายข้าวของคาดว่าอาจจะอยากเสพกัญชา และหลบหนีออกจากวัดมาครั้งหนึ่ง พระไปตามมาได้ แต่มาครั้งที่ 2 โยมโดโด้ พยายามหลบหนีอีก ทางพระจึงได้ใส่โซ่เอาไว้แยกไว้ต่างหาก แต่โยมโดโด้ก็สลัดโซ่ตรวนหนีออกไปอีกครั้งเวลา 4 ทุ่มคืนวันที่ 4 ธ.ค.ที่ผ่านมาคาดว่าที่หลบหนีเพราะอยากกัญชา 

“เพราะตอนจะสลัดโซ่หนีทางโยมโดโด้ร้องตะโกนออกมาอยู่ว่า อยากกัญชา ทางพระและเณรทั้งวัดช่วยกันตามหาบริเวณป่าหลังวัดและบริเวณใกล้เคียงตามถนนหนทางก็ไม่เจอ ตอนนี้กลัวจะเดินไปตามถนนโดนรถชน หรือใครพบเห็นแจ้งอาตมาได้เลยที่เบอร์ 0898205341 เพราะรู้ว่าตอนนี้พ่อและแม่ของโยมโดโด้เป็นห่วงอย่างมาก” พระองอาจ กล่าว – 003

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

โชว์ 4 ธุรกิจสุดเจ๋ง ของเด็กสหวิทยาการฯ SPU จากงาน IDEA Market 2022

Posted on December 13, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/697674

โชว์ 4 ธุรกิจสุดเจ๋ง ของเด็กสหวิทยาการฯ SPU จากงาน IDEA Market 2022

โชว์ 4 ธุรกิจสุดเจ๋ง ของเด็กสหวิทยาการฯ SPU จากงาน IDEA Market 2022

วันจันทร์ ที่ 12 ธันวาคม พ.ศ. 2565, 16.59 น.

จบลงอย่างสวยงาม! สำหรับกิจกรรม IDEA Market 2022 งานใหญ่ของนักศึกษา คณะสหวิทยาการ เทคโนโลยีและนวัตกรรม มหาวิทยาลัยศรีปทุม กิจกรรมที่ให้นักศึกษาชั้นปีที่ 1 และ 2 ได้ออกบูธโชว์ของ อย่างสินค้านวัตกรรมสุดสร้างสรรค์ ที่ได้จากการบูรณาการการเรียนรู้ข้ามศาสตร์ และนำเสนอผ่านการทำโครงงาน ตามโจทย์ที่ได้รับจากสถานประกอบการ และปัญหาที่เกิดผลกระทบต่อสังคม อีกหนึ่งกิจกรรมดีๆ ที่ปูทางให้นักศึกษา พร้อมก้าวเข้าสู่การเป็นเจ้าของธุรกิจ บอกเลยว่า งานนี้มีธุรกิจไอเดียดีๆ ของนักศึกษาเพียบ

เริ่มกันที่ ไอเดียสร้างสรรค์ เพิ่มมูลค่าให้ขนมไทย กับ “METICULOUS”  กระยาสารทเคลือบช็อกโกแลต ธุรกิจการแปรรูปกระยาสารท ผลิตภัณฑ์คุณภาพ รสชาติถูกปากกรรมการ จนได้รับรางวัลนำเสนอผลงานยอดเยี่ยม อันดับที่ 1 ซึ่งได้แรงบันดาลใจมาจากการชื่นชอบขนมไทย และอยากทำให้ขนมโบราณที่กำลังจะถูกลืม ให้กลับมาเป็นที่นิยมอีกครั้ง  โดยได้ทำการแปรรูปสินค้ากระยาสารทจากแบบดั้งเดิม ปรับรูปลักษณ์หน้าตาให้เป็นแท่ง ตอบโจทย์ผู้บริโภคที่ต้องการความสะดวกในการรับประทาน และเพิ่มลูกเล่นด้วยการเคลือบช็อกโกแลต เพื่อให้เด็กๆ รับประทานได้ถูกปากมากยิ่งขึ้น แต่ยังคงกระยาสารทแบบดั้งเดิมไว้ สามารถต่อยอดวางจำหน่ายในร้านคาเฟ่ยุคใหม่ ได้

ธุรกิจถัดไป สินค้าอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม “โฟมยางพารา Artificial Reefs” ช่วยขจัดคราบน้ำมันในทะเล ผลิตภัณฑ์จะเป็นโฟมยางพารา ชนิดนุ่มฟู เหมาะสำหรับการดูดซับน้ำมันในแหล่งน้ำ เพราะมีคุณสมบัติสามารถลอยตัวเหนือผิวน้ำได้  โดยได้ทำการประยุกต์มาจากทุ่นกันแนว หรือ Line Buoy พลาสติกลอยน้ำ ที่มีลักษณะทรงรีขนาดใหญ่ อีกหนึ่งผลงานรางวัลนำเสนอยอดเยี่ยม อันดับที่ 1 ซึ่งตอบโจทย์เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน หรือ SDGs Goals สามารถสร้างประโยชน์แก่ส่วนรวม และส่งผลบวกต่อทรัพยากรโลกอีกด้วย

“เสื้อผ้าจากการย้อมสีธรรมชาติ MORDON” ผ้าที่ทำการย้อมจากสีของใบสัก ต้นไม้ประจำชุมชนบ้านดอนไชยป่าแขม อำเภอปง จังหวัดพะเยา ผลิตภัณฑ์ธรรมชาติที่มีแรงบันดาลใจจากการอยากช่วยแก้ไขปัญหาโลกร้อน มีส่วนช่วยในการนำส่วนของใบสักที่ต้องถูกเผาทำลายทิ้ง มาเป็นส่วนผสมหลักในการผลิตสีสำหรับย้อมผ้า โดยใช้ผ้าลินินมาย้อมลวดลายตามสไตล์ของทางแบรนด์ จากนั้นนำมาตัดเป็นเสื้อผ้าผู้หญิง 3 ชิ้น เกาะอก เสื้อคลุม และกางเกงขาสั้น สินค้าผลิตจากธรรมชาติ 100% ลดการใช้สารเคมีในกระบวนการย้อม แถมยังเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจให้แก่ชุมชน เรียกได้ว่า เป็นไอเดียที่บรรเจิดสุดๆ ไปเลย

ปิดท้ายด้วย ธุรกิจ “น้ำสกัดเย็น Physical Micro”  ที่มีแนวคิดในการสร้างมาเพื่อตอบโจทย์ผู้บริโภคที่ไม่ชอบรับประทานผัก สินค้าที่อุดมไปด้วยคุณประโยชน์ต่อร่างกาย  ได้แก่ น้ำสกัดเย็นสีส้ม ตัวช่วยในเรื่องของระบบขับถ่าย มีส่วนผสมของแครอท ฝรั่ง และสัปปะรด น้ำสกัดเย็นสีแดง ช่วยให้ผิวพรรณดี เพราะรวมไปด้วยวิตามินจากมะเขือเทศ ฝรั่ง และสัปปะรด และน้ำสกัดเย็นสีม่วง ที่มีส่วนผสมอย่างลงตัวของบีทรูท แอปเปิ้ล ฝรั่ง และสัปปะรด ช่วยบรรเทาอาการมะเร็ง สินค้าเอาใจคนรักสุขภาพ เพราะปกติหาดื่มได้ยาก ราคาแพง แต่นำมาทำมาขายในราคาที่ทุกคนสามารถจับต้องได้

ทั้งนี้ หลักสูตรของคณะสหวิทยาการ เทคโนโลยีและนวัตกรรม นักศึกษาสามารถเลือกเรียนเองได้จากทุกคณะ ทุกสาขาวิชา DIY ได้ตามความสนใจ โดยจะมีโค้ชผู้เชี่ยวชาญในแต่ละด้านคอยแนะนำอย่างใกล้ชิด ควบคู่ไปกับกระบวนการเรียนรู้ที่เรียกว่า Learning by Doing คือมีเวทีต่างๆ ให้ผู้เรียนได้ทดลองวิเคราะห์ และขายจริง พร้อมมีเจ้าของธุรกิจ Startup หน่วยงานภาครัฐ สถาบันการเงิน มาร่วมประเมิน เพื่อต่อยอดความรู้ในการสร้างธุรกิจของจริงต่อไป  

สำหรับผู้ที่สนใจหลักสูตรคณะสหวิทยาการ เทคโนโลยีและนวัตกรรม มหาวิทยาลัย ศรีปทุม ยังสามารถเข้ามาสมัครเรียน พร้อมรับทุนการศึกษาได้ ภายในวันที่ 31 ธันวาคม 2565 ดูรายละเอียดเพิ่มเติมที่ FB : คณะสหวิทยาการ เทคโนโลยีและนวัตกรรม มหาวิทยาลัยศรีปทุม หรือ http://www.spu.ac.th 

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

‘เจ้าจ้อน’ ทายผลฟุตบอลโลก 2022 รอบ 4 ทีมสุดท้าย

Posted on December 13, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/697665

'เจ้าจ้อน' ทายผลฟุตบอลโลก 2022 รอบ 4 ทีมสุดท้าย

‘เจ้าจ้อน’ ทายผลฟุตบอลโลก 2022 รอบ 4 ทีมสุดท้าย

วันจันทร์ ที่ 12 ธันวาคม พ.ศ. 2565, 16.42 น.

“เจ้าจ้อน” ลิงชิมแปนซีฉลาดและแสนซนประจำสวนสัตว์สงขลา สร้างสีสันทายผลฟุตบอลโลก 2022 รอบ 4 ทีมสุดท้าย คู่ระหว่างทีมชาติฝรั่งเศสกับทีมชาติโมร็อกโก ซึ่งจะทำการแข่งขันในวันที่ 14 ธันวาคม 2565 เวลา 02:00 น. ที่จะถึงนี้ 

หลังจากที่เจ้าจ้อน ลิงชิมแปนซีได้ทายผลฟุตบอลโลก 2022 คู่เปิดสนามระหว่าง กาตาร์และเอกวาดอร์ ถูกต้อง จนได้รับรางวัลจากสวนสัตว์สงขลาและเป็นที่ฮือฮาจากแฟนบอลกันมาแล้ว เป็นโอกาสดีที่เจ้าจ้อน ลิงชิมแปนซี ได้มีโอกาสกลับมาทายผลฟุตบอลโลก 2022 อีกครั้ง หลังจากที่พลาดโอกาสในการทายผลในรอบ 16 ทีม และ 8 ทีม เนื่องจากสภาพอากาศในจังหวัดสงขลาไม่เป็นใจ มีฝนตกกระหน่ำอย่างต่อเนื่องทุกวัน ทำให้ไม่สามารถให้เจ้าจ้อนออกสู่ส่วนแสดงได้ 

สำหรับในวันนี้ ท้องฟ้าเปิดแต่สภาพอากาศยังขมุกขมัว เต็มไปด้วยเมฆฝนที่พร้อมจะตกอยู่ตลอดเวลา และบางช่วงฝนก็โปรยปรายลงมาเล็กน้อย ด้วยคำเรียกร้องถามหาเจ้าจ้อนกับการทายผลฟุตบอลโลก 2022 จากเหล่าบรรดาแฟนคลับ สวนสัตว์สงขลา จึงให้เจ้าจ้อนได้ร่วมทายผลการแข่งขันฟุตบอลโลก ในรอบ 4 ทีม สุดท้าย คู่ระหว่างทีมชาติฝรั่งเศสกับทีมชาติโมร็อกโก  

โดยทางสวนสัตว์สงขลาได้นำธงชาติของทั้งสองทีมไปผูกไว้กับเชือก ท่ามกลางการรอลุ้นของกองเชียร์ที่เจ้าจ้อนจะไปเลือกธงชาติ เที่ยวนี้มันไม่ได้ตัดสินใจนานเลย เมื่อพี่เลี้ยงปล่อยเจ้าจ้อนออกมา มันก็คว้าลูกฟุตบอลแล้ววิ่งเลี้ยงไปรอบๆส่วนแสดงฯ หลังจากนั้นวิ่งกลับมาคว้าธงชาติโมร็อกโก แล้วก็วิ่งวนไปรอบๆส่วนแสดงฯ อยู่หลายรอบ ท่ามกลางเสียงเฮและเสียงปรบมือ ที่นี้ก็ต้องมาคอยลุ้นดูว่าเจ้าจ้อนจะทายบอลคู่นี้ถูกหรือไม่ ซึ่งจะทำการแข่งขันในวันที่ 14 ธันวาคม 2565 เวลา 02:00 น. ที่จะถึงนี้ 

หลังจากเจ้าจ้อนหรือมิสเตอร์จ้อนได้เสี่ยงทายผลการแข่งขัน โดยได้คว้าธงชาติโมร็อกโกเป็นอันดับแรก หลังจากนั้นมันก็มาคว้าธงชาติฝรั่งเศสอีกด้วย คาดว่า ทีมชาติม้ามืดอย่างโมร็อกโก อาจขึ้นนำทีมชาติฝรั่งเศสก่อนก็เป็นได้ หรืออาจพลิกล็อก เอาชนะทีมชาติสายแข็งตัวเต็งในรายการนี้ ได้อย่างปาฏิหาริย์ ดังกรณีการพลิกล็อกของทีมรองในการแข่งขันฟุตบอลโลกในครั้งนี้ ที่ผ่านมาในหลายๆ คู่ เชื่อว่า การแข่งขันในวันที่ 14 ธันวาคมนี้ คงจะดุเดือดเผ็ดมัน ไม่มีใครยอมใครอย่างแน่นอน 

เมื่อเจ้าจ้อนเสร็จภารกิจการเลือกธงชาติคู่ระหว่างทีมชาติฝรั่งเศสกับทีมชาติโมร็อกโก เสร็จเรียบร้อยแล้ว และมันก็เล่นกับกองเชียร์ที่มาเฮอยู่หน้าคอกของมัน จนเหนื่อยและก็ได้รับรางวัลเป็นน้ำแดงเย็นๆ 1 ขวด ซึ่งเป็นของโปรด มันเดินลงมาหยิบน้ำแดง แล้วยืนซดกินตรงนั้นเลยอย่างสบายใจ 

การเสี่ยงทายผลบอลเป็นหนึ่งในกิจกรรมส่งเสริมพฤติกรรมสัตว์ Animal Enrichment ที่ต้องการกระตุ้นให้สัตว์ป่าได้ฝึกการสังเกตสิ่งแปลกปลอมและจัดการสิ่งแปลกปลอมในอาณาเขตของตนเอง ถือเป็นกิจกรรมที่เป็นประโยชน์กับสัตว์ป่าในส่วนแสดงสัตว์ไม่ให้เกิดความน่าเบื่อ ตลอดจนลดความตึงเครียดแก่สัตว์ป่าได้ 

นายพิเชษฐ์ ทัปนวัชร์ รักษาการ ผู้อำนวยการสวนสัตว์สงขลา กล่าวว่า หลังจากที่มิสเตอร์จ้อนทายผลฟุตบอลโลก 2022รอบคู่เปิดสนามและประสบความสำเร็จแล้วนั้น วันนี้ในรอบ 4 ทีม สุดท้ายในคู่ของฝรั่งเศสและโมร็อกโก ก็ต้องมาคอยลุ้นกันว่า เจ้าจ้อนจะทายผลบอลคู่นี้ถูกหรือไม่ถือว่าเป็นความบันเทิงและสีสันของคอบอลทั่วประเทศ ก็อยากให้ทุกท่านเข้ามาติดตามการทายผลครั้งนี้กันเยอะๆ ด้วย.-008

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

เปิดชุมชนท่องเที่ยว ‘แคคตัสวิลเลจ’ แหล่งผลิตใหญ่สุดในภาคอีสาน

Posted on December 13, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/697664

เปิดชุมชนท่องเที่ยว 'แคคตัสวิลเลจ' แหล่งผลิตใหญ่สุดในภาคอีสาน

เปิดชุมชนท่องเที่ยว ‘แคคตัสวิลเลจ’ แหล่งผลิตใหญ่สุดในภาคอีสาน

วันจันทร์ ที่ 12 ธันวาคม พ.ศ. 2565, 16.39 น.

ททท.สำนักงานบุรีรัมย์ ร่วมสภาอุตฯ ท่องเที่ยวจังหวัดฯ สมาคมธุรกิจท่องเที่ยวจังหวัดฯ สมาพันธ์ SME ไทย จ.บุรีรัมย์และชุมชนตาไก้พลวง เปิดชุมชนท่องเที่ยว “แคคตัสวิลเลจ” และศูนย์รวมสินค้าชุมชน เป็นแลนด์มาร์คแห่งใหม่ของบุรีรัมย์ หวังกระตุ้นเศรษฐกิจชุมชน และจะเป็นแหล่งผลิตแคคตัสใหญ่ที่สุดภาคอีสาน

การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานบุรีรัมย์ ร่วมกับสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวจังหวัดบุรีรัมย์ สมาคมธุรกิจท่องเที่ยวจังหวัดบุรีรัมย์ สมาพันธ์ SME ไทย จังหวัดบุรีรัมย์ และชุมชนตาไก้พลวง เปิดตัวชุมชนท่องเที่ยว “แคคตัสวิลเลจ” และศูนย์รวมสินค้าชุมชน ที่วัดตาไก้พลวง ต.หนองกง อ.นางรอง จ.บุรีรัมย์ หวังให้เป็นแลนด์มาร์กและแหล่งท่องเที่ยวแห่งใหม่ ของจังหวัดบุรีรัมย์

โดยชุมชนท่องเที่ยวดังกล่าว จะเป็นแหล่งผลิตแคคตัสแห่งใหญ่ที่สุดในภาคอีสาน โดยจะมีแคคตัส หรือ “กระบองเพชรจิ๋ว” หลากหลายสายพันธุ์ ทั้งยังมีผลิตภัณฑ์จากชุมชน อาหารพื้นบ้าน ผ้าไหมทอมือ ผ้าภูอัคนี สินค้าเกษตรอินทรีย์ให้นักท่องเที่ยวได้ชมและเลือกซื้อ นอกจากนั้น ยังมีวิหารกลางน้ำ สีขาว โดยเฉพาะในยามค่ำคืนเมื่อเปิดไฟก็จะมีแสงสะท้อนผิวน้ำอย่างสวยงามให้นักท่องเที่ยวได้ถ่ายรูปเป็นที่ระลึกด้วย

นอกจากนี้ นักท่องเที่ยวยังจะได้ผ่อนคลายกับการนวดฝ่าเท้า และสัมผัสวิถีชีวิตชุมชนอีกด้วย ซึ่งในวันเปิดตัวชุมชนท่องเที่ยววัดตาไก้พลวงในช่วงหยุดยาว วันที่ 11-12 ธ.ค. 65 ได้มีนักท่องเที่ยวเดินทางมาเที่ยวชม และสัมผัสวิถีชีวิตชุมชนอย่างคึกคัก

นางธัญวลัย ทัศนสนวิจารณ์ ประธานสมาพันธ์เอสเอ็มอีไทยจังหวัดบุรีรัมย์ กล่าวว่า แหล่งท่องเที่ยวชุมชนวัดตาไก้พลวงแห่งนี้ เป็นความร่วมมือจากหลากหลายภาคส่วน เพื่อให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวหรือแลนด์มาร์กแห่งใหม่ของอำเภอนางรอง และจังหวัดบุรีรัมย์ ทั้งเพื่อรองรับนักท่องเที่ยวที่จะมาเที่ยวในพื้นที่จังหวัด ซึ่งนอกจากจะเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวแล้ว ยังเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจสร้างรายได้ให้แก่ประชาชนในชุมชนอีกด้วย.-008

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

เชื่อมโยงทุกพื้นที่ เปิดหัวใจ ‘ขจัดความยากจน’

Posted on December 13, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/697652

เชื่อมโยงทุกพื้นที่ เปิดหัวใจ 'ขจัดความยากจน'

เชื่อมโยงทุกพื้นที่ เปิดหัวใจ ‘ขจัดความยากจน’

วันจันทร์ ที่ 12 ธันวาคม พ.ศ. 2565, 15.50 น.

แม้ว่าความยากจนเป็นสิ่งที่ไม่มีใครต้องการ แต่การ “ขจัดความยากจน” ก็เป็นสิ่งที่ยาก จึงต้องเดินหน้าสู่การเชื่อมโยงและการเปิดใจของทุกพื้นที่ที่จะมีเป้าหมายเดียวกัน คือ นำเกษตรคนเมือง “ขจัดความยากจน” 

“จีน” เป็นประเทศตัวอย่างที่เดินหน้าขจัดความยากจนอย่างเข้มข้นมาตลอด 40 ปี และ ตั้งแต่ปี 2012 เป็นต้นมา ประเทศจีนได้ขับเคลื่อนมาตรการขจัดความยากจนอย่างละเอียดแม่นยำ ตรงจุดตรงเป้าหมายและล็อกเป้าเป็นรายบุคคลได้อย่างแม่นยำเช่นกัน โดยหนึ่งในยุทธการขจัดความยากจน คือ การพัฒนาคน ซึ่งหนังสือ “คำสำคัญ เพื่อเข้าใจประเทศจีน” ฉบับขจัดความยากจนอย่างตรงจุด เขียนไว้อย่างน่าสนใจว่า “การขจัดความยากจนจึงกลายเป็นข้อเรียกร้องพื้นฐานในการพัฒนาศักยภาพของคนอย่างรอบด้าน สังคมนิยมไม่พียงแต่ต้องการบรรลุเป้าหมายด้านปากท้องและความอบอุ่นกายของประชาชนเท่านั้น แต่ยังต้องการให้ประชาชนได้มีชีวิตความเป็นอยู่ที่งดงามและพัฒนาอย่างรอบด้าน ด้วยเป้าหมาย “พัฒนามนุษย์อย่างรอบด้าน” โดยมีความหมายว่า การขจัดความยากจนนั้นไม่เพียงแต่เป็นปลดแอกจากข้อจำกัดที่ผูกมัดเศรษฐกิจอันเกิดจากประชากรกลุ่มยากจนเท่านั้น แต่ยังหมายถึงต้องทำให้ความประสงค์ที่จะมุ่งสู่การมีคุณภาพชีวิตที่ดีของพวกเขานั้นเกิดขึ้นเป็นจริงให้ได้ 

“ท่านสี จิ้นผิง” จึงเรียกร้องว่า จะต้องยึดมั่นในวิสัยทัศน์การพัฒนาศักยภาพบุคลากรอย่างรอบด้าน นำมาเป็นหลักคิดชี้นำการขจัดความยากจน สร้างความหลากหลายและสมบูรณ์ด้านวัฒนธรรมและคุณภาพชีวิตให้กับพื้นที่ยากจน เสริมการพัฒนาสังคมในพื้นที่ยากจน ยกระดับการศึกษา วัฒนธรรม สุขภาพและคุณสมบัติโดยรวมของประชาชนในพื้นที่ยากจน อันเป็นการกระตุ้นให้เกิดการปรับปรุงและยกระดับทั้งจิตวิญญาณภายในและภาพลักษณ์ภายนอก สำหรับพื้นที่ยากจนและประชาชนผู้ยากจนทั้งหมด 

แต่เป้าหมายของจีนก็พบกับอุปสรรคเช่นกันในระยะแรกเริ่ม โดยหนังสือเล่มนี้ระบุว่า ก่อนที่จะมีการปฏิรูปเศรษฐกิจและเปิดประเทศ การยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนนั้นเป็นไปได้อย่างเชื่องช้า ทำให้ข้อได้เปรียบอันเป็นจุดเด่นของระบอบสังคมนิยมไม่สามารถสะท้อนให้เห็นได้อย่างเต็มที่ เพื่อให้แสดงถึงความได้เปรียบอันเป็นจุดเด่นของระบอบสังคมนิยมนี้ ก็ต้องทำให้ผู้คนมีชีวิตที่ร่ำรวยมั่งคั่งขึ้นมาก่อน 

แต่เนื่องด้วยทัศนคติผิดๆ บางอย่างที่ผูกมัดและจำกัดความคิดของผู้คนอย่างรุนแรง กลายเป็นข้อจำกัดต่อการพัฒนากำลังการผลิต ด้วยเหตุนี้ ท่านเติ้ง เสี่ยวผิง จึงนำเสนอนโยบายและวิสัยทัศน์ว่า “คนที่ร่ำรวยก่อนชักนำให้เกิดการรวยร่วมกัน” โดยมีวัตถุประสงค์ที่จะกระตุ้นให้เกิดความกระตือรือร้นและพลังการสร้างนวัตกรรมใหม่ของมวลมหาประชาชน ท่านเติ้ง เสี่ยวผิ้ง ชี้ว่า เราส่งเสริมให้บางพื้นที่ร่ำรวยขึ้นมาก่อน เพื่อสร้างแรงบันดาลใจในการกระตุ้นและชักนำให้พื้นที่อื่นๆ เกิดความร่ำรวยตามขึ้นมา และให้พื้นที่ที่ร่ำรวยก่อน ช่วยเหลือพื้นที่ที่ยังล้าหลังได้รับการพัฒนาอย่างดียิ่งขึ้น การสนับสนุนให้ประชาชนบางส่วนร่ำรวยขึ้นมาก่อนก็เป็นวิสัยทัศน์หลักคิดเดียวกัน ในบางพื้นที่หรือคนบางกลุ่ทสามารถ มั่งคั่งขึ้นมาก่อน กลายเป็นแรงดึงที่ชักนำและช่วยเหลือพื้นที่อื่นๆ และ บุคคลอื่นๆ มีความมั่งคั่งเพิ่มขึ้น และ ก้าวไปสู่เป้าหมายมั่งคั่งร่วมกัน 

ตลอด 40 ปี ในการปฏิรูปและเปิดประเทศ ประเทศจีนประสบความสำเร็จอย่างยิ่งใหญ่ในการพัฒนาสภาพเศรษฐกิจและสังคม ทำให้ประชากรที่ยากจนนับหลายร้อยล้านคนสามารถหลุดพ้นจากความยากจน ซึ่งคิดเป็นความสำเร็จลุล่วงมากกว่า 70% ของภารกิจขจัดความยากจนในประชากรทั่วโลกในขณะนี้ 

ส่วนข้อมูลที่น่าสนใจอีกด้านคือ ธนาคารโลกประจำประเทศไทยเปิดเผยข้อมูลเมื่อวันที่ 5 มีนาคม พ.ศ.2563 ระบุว่าประเทศไทยมีตัวชี้วัดระดับสากลด้านภาวะความเป็นอยู่ที่ดีในระดับที่ดี เช่น การเข้าเรียนของเด็กปฐมวัย การมีน้ำใช้ สุขาภิบาล และการมีไฟฟ้าใช้ดีกว่าประเทศเพื่อนบ้านในกลุ่มอาเซียน  อีกทั้ง อัตราความยากจนระดับรุนแรงของประเทศไทยที่ใช้มาตรฐานสากลเป็นตัววัด คือจำนวนประชากรที่มีรายได้ต่ำกว่า 1.90 เหรียญสหรัฐต่อวันมีเพียงร้อยละ 0.03  แต่ความเหลื่อมล้ำยังคงเป็นประเด็นสำคัญของประเทศไทย   ความมั่งคั่งยังคงไม่ได้กระจายอย่างทั่วถึงไปสู่ประชากรที่มีรายได้ต่ำล่างสุดร้อยละ 40 ได้ดีนัก  ในช่วงปี 2558-2560 ที่ผ่านมายังพบว่า ประชากรกลุ่มนี้มีการบริโภคและรายได้ติดลบอีกด้วย   แนวโน้มการเติบโตที่พลิกผันของกลุ่มประชากรกลุ่มนี้ในช่วงเวลาดังกล่าวนี้ เกิดจากรายได้แรงงานทุกประเภทลดลง รวมถึงการหยุดนิ่งของการเพิ่มค่าแรง และรายได้จากภาคการเกษตรและธุรกิจลดลง

ขณะที่งานวิจัยของ ผศ.ดร.สมพร โกมารทัต และคณะ (2560) เรื่อง “การสำรวจสถานะเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนในบริบทประเทศไทย และทางเลือกมาตรการทางเศรษฐศาสตร์ สังคม และกฎหมาย เป้าหมายที่ 1 ขจัดความยากจน” สนับสนุนโดยสำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.) เพื่อสำรวจสถานะและศักยภาพของประเทศไทยในการบรรลุซึ่งการขจัดความยากจนทุกรูปแบบในทุกพื้นที่ ให้ข้อมูลว่า ในประเทศไทยแค่ไหนที่เรียกว่าจน โดยให้เกณฑ์ในการดู 2 ข้อ ได้แก่ 

หนึ่ง แนวคิดการวัดความยากจนแบบสัมบูรณ์ คือ การแบ่งกลุ่มคนออกจากกัน โดยใช้เกณฑ์ค่าครองชีพขั้นต่ำสุดที่มนุษย์จะดำรงชีพได้เป็นตัวแบ่ง วิธีการนี้รู้จักกันในชื่อ ‘เส้นความยากจน’ ใครที่มีรายได้ต่ำกว่าเส้นความยากจน คนนั้นจะถือว่าเป็นคนจน

สอง แนวคิดการวัดความยากจนแบบสัมพัทธ์ คือ การนิยามความจนโดยเปรียบเทียบกับคนกลุ่มอื่นๆ ในสังคม อย่างการนำรายได้สุทธิของประชากรมาเปรียบเทียบกัน เช่น กำหนดว่า ร้อยละ 10 ของคนมีรายได้ต่ำสุดถือเป็นคนจน หรือกำหนดจากรายได้เฉลี่ย เช่น 30,000 บาท ถ้าใครมีเงินต่ำกว่าร้อยละ 50 หรือ 15,000 บาทก็ถือว่าเป็นคนจน เป็นต้นประเทศไทยใช้แนวคิดการวัดความยากจนแบบสัมบูรณ์เป็นเกณฑ์ ซึ่งมีการคำนวณเพื่อกำหนดเส้นความยากจนทุกปี โดยการคำนวณจะพิจารณาจากค่าใช้จ่ายขั้นต่ำในการดำรงชีวิต ประกอบด้วย ค่าอาหารและสินค้าบริการจำเป็นขั้นพื้นฐาน และในรอบ 10 ปีที่ผ่านมา เส้นความยากจนของประเทศไทยมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น โดยในปี 2550 อยู่ที่ 2,006 บาทต่อเดือน ปี 2555 อยู่ที่ 2,492 บาทต่อเดือน และปี 2559 อยู่ที่ 2,667 บาทต่อเดือน ตัวเลขปีล่าสุดสะท้อนว่าแต่ละวันคนไทยจะต้องหาเงินสร้างรายได้ให้ได้อย่างน้อย 89 บาทต่อวัน ถ้าคิดเป็นรายปีก็เท่ากับ 32,004 บาทต่อปี ผู้มีรายได้ต่ำกว่านี้จะนับว่าเป็นคนจนในสังคมไทย

ปัจจุบัน มีหน่วยงานหลายหน่วยงานที่มีความตั้งใจจะ “ขจัดความยากจน” ในไทย อาทิ “ศูนย์วิจัยและสนับสนุนเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน หรือ Centre for SDG Research and Support (SDG Move) ตั้งขึ้นในปี 2559 โดยมีเป้าหมาย 17 เป้าหมาย อาทิ  เป้าหมายที่ 1  “No Poverty” ขจัดความยากจนทุกรูปแบบในทุกพื้นที่ (End poverty in all its forms everywhere) เป็นเป้าหมายที่ว่าด้วยการลดความยากจนทั้งทางเศรษฐกิจ รวมทั้งความยากจนในมิติอื่น ๆ, เป้าหมายที่ 2 “Zero Hunger”  ยุติความหิวโหย บรรลุความมั่นคงทางอาหารและยกระดับโภชนาการและส่งเสริมเกษตรกรรมที่ยั่งยืน (End hunger, achieve food security and improved nutrition and promote sustainable agriculture) มีเป็นประด็นที่ครอบคลุมประเด็นต่าง ๆ , เป้าหมายที่ 3 “Good Health and Well Being”  สร้างหลักประกันว่าคนมีชีวิตที่มีสุขภาพดีและส่งเสริมสวัสดิภาพสาหรับทุกคนในทุกวัย (Ensure healthy lives and promote well-being for all at all ages) ครอบคลุมประเด็นด้านสุขภาพและสวัสดิภาพที่สำคัญหลายประเด็น และ ฯ 

รวมทั้งเมื่อวันที่ 21 มิถุนายน พ.ศ.2565 “คณะรัฐมนตรี” มีมติเห็นชอบแนวทางการขับเคลื่อน “การขจัดความยากจนและพัฒนาคนทุกช่วงวัยอย่างยั่งยืนตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง” โดยมีศูนย์อำนวยการขจัดความยากจนและพัฒนาคนทุกช่วงวัยอย่างยั่งยืนตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง (ศจพ.) ในระดับต่าง ๆ และทีมปฏิบัติการขจัดความยากจนและพัฒนาคนทุกช่วงวัยอย่างยั่งยืนตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงในระดับพื้นที่  และ คณะรัฐมนตรีได้เห็นชอบให้ดำเนินการพัฒนาต้นแบบ ศจพ. นำร่อง “ศจพ. Model”  ร่วมกับ ศจพ. ในระดับพื้นที่ เพื่อพัฒนาต้นแบบที่สามารถนำไปขยายผลในพื้นที่อื่นที่มีความสอดคล้องกับภูมิสังคมและบริบทของพื้นที่ต่อไป โดยส ำนักงานฯ ได้พิจารณาคัดเลือกพื้นที่ต้นแบบ 6 พื้นที่ ใน 3 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดนครสวรรค์จังหวัดสระบุรีและจังหวัดอุดรธานี รวมถึง การพัฒนาคนทุกช่วงวัยในระดับพื้นที่ตามแนวทางฯ เพื่อให้ประชาชนกลุ่มเป้าหมายได้รับการพัฒนาให้สามารถ “อยู่รอด พอเพียง และยั่งยืน” โดยใช้ระบบบริหารจัดการข้อมูลการพัฒนาคนแบบชี้เป้า (Thai People Map and Analytics Platform : TPMAP) เป็นเครื่องมือหลักในการดำเนินงาน โดยมีหนังสือที่เป็นวาระเร่งด่วน โดย “นายวันฉัตร สุวรรณกิตติ” รองเลขาธิการสภาพัฒนาการเและศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ กรรมการและเลขานุการ คณะกรรมการขจัดความยากจนและพัฒนาคน ทุก ช่วงวัยอย่างยั่งยืนตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง แจ้งไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง 

ขณะที่แผนยุทธศาสตร์การพัฒนาประเทศ 20 ปี (พ.ศ. 2560 – 2579) ภายใต้วิสัยทัศน์ “ประเทศมีความมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน เป็นประเทศพัฒนาแล้ว ด้วยการพัฒนาปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง” ซึ่งกำหนดให้เกิดการพัฒนาศักยภาพด้านภาคการเกษตรของประเทศ และ การสร้างความสามารถในการแข่งขัน เพื่อส่งเสริมเกษตรกรให้มีศักยภาพสู่การทำการเกษตรยั่งยืนและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม โดยส่วนที่สำคัญประการหนึ่งในการเพิ่มศักยภาพภาคการเกษตรด้วยการใช้เทคโนโลยีดิจิทัล อีกทั้งยังเป็นการสร้างโอกาสและความเท่าเทียมกันในการเข้าถึงเทคโนโลยีดิจิทัล 

เว็บไซต์ “https://www.depa.or.th” ระบุว่า จากข้อมูลภาวะความยากจนของประชากรไทย พบว่า กลุ่มคนที่ประสบภาวะยากจนจำนวนมากนั้นอยู่ในภาคเกษตรแทบทั้งสิ้น โดยครัวเรือนที่ประกอบอาชีพเกษตรกรส่วนใหญ่อยู่ในพื้นที่ชนบท ซึ่งหากพิจารณาในมิติของรายได้ พบว่า จัดเป็นกลุ่มผู้มีรายได้ต่ำเพียงเฉลี่ยเดือนละประมาณ 5,000 บาท คิดเป็น 1 ใน 3 ของรายได้เฉลี่ยต่อเดือนของแรงงานนอกภาคเกษตรที่อยู่ที่ 16,000 บาท และหากพิจารณา ในเชิงลึก จะพบว่าในจำนวนนั้นส่วนใหญ่เป็นเพียงเกษตรกรรายเล็ก ประมาณร้อยละ 40 ถือครองที่ดินเพียง 1 – 10 ไร่ และอีกร้อยละ 8 ไม่มีที่ดินทำกิน และพบว่า เกษตรกรส่วนใหญ่ต้องพึ่งพาสภาพภูมิอากาศในการทำการเกษตร ซึ่งเป็นปัจจัยที่ไม่สามารถควบคุมได้ และส่งผลกระทบต่อปริมาณและคุณภาพของผลผลิตของเกษตรกรเป็นอย่างมาก ทำให้สมาชิกครัวเรือนบางส่วนจึงต้องเคลื่อนย้ายแรงงานไปยังนอกภูมิภาคและนอกภาคเกษตรเพื่อหารายได้อื่น ๆ เป็นแหล่งรายได้สนับสนุนอีกทางหนึ่ง ซึ่งจากปัจจัยทั้งทางด้านมิติของรายได้ และการพึ่งพาสภาพภูมิอากาศนั้นมีส่วนเกี่ยวเนื่องเชื่อมโยงกันเป็นผลให้เกษตรกรเป็นอาชีพที่ไม่สามารถให้ความมั่นคงกับครัวเรือน มีรายได้ไม่เพียงพอต่อการใช้จ่าย

สภาพปัญหาที่เกษตรกรส่วนใหญ่ต้องเผชิญ ทำให้การทำ “เกษตรคนเมือง” ซึ่งไม่ต้องใช้พื้นที่จำนวนมาก จะตอบโจทย์ปัญหาความยากจนของเกษตรกรไทย ซึ่งปัจจุบันเกษตรกรไทยมีปัจจัยหลายด้านที่เปลี่ยนแปลงไป ทั้งการถือครองที่ดินที่ลดลง และ สภาพภูมิอากาศที่ไม่สามารถควบคุมได้มากขึ้นเพราะผลกระทบจากภาวะโลกร้อน (Climate Change)  รวมไปถึงภาระหนี้ต่อครัวเรือน 

แต่การทำให้ “เกษตรคนเมือง” เป็นส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนแก้ปัญหาความยากจน หรือ “ขจัดความยากจน” ได้อย่างเป็นรูปธรรมนั้น ทุกองคาพยพทั้งภาครัฐและภาคเอกชนต้องร่วมมือกันขับเคลื่อน โดยมีกลไกตรวจสอบงบประมาณที่จะถึงมือเกษตรกรอย่างทั่วถึง และ เป็นธรรม ไม่ตกอยู่ภายใต้อำนาจทางการเมืองจนทำให้ต้องมีการหักเปอร์เซนต์เพื่อแบ่งให้กับระบบการเมืองท้องถิ่นอย่างที่ผ่านมา ซึ่งนั่นหมายถึง การทำให้การปกครองส่วนท้องถิ่นเปิด “หัวใจ” สู่ความเมตตาต่อเกษตรกรอย่างแท้จริง ที่จะนำเงินงบประมาณในโครงการต่างๆ โดยเฉพาะโครงการที่เกี่ยวกับ “การขจัดความยากจน” ถึงมือเกษตรกรอย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วย 


ขอบคุณข้อมูล 
https://knowledgefarm.tsri.or.th/thailand-and-sdgs-1/
https://www.sdgmove.com/sdg-101/
https://www.depa.or.th/th/article-view/agriculture-alternative-way-of-survival
http://nscr.nesdc.go.th/wp-contenthttps://static.naewna.com/uploads/2022/11/pelcd-interior-221165.pdf
https://www.worldbank.org/th/news/press-release/2020/03/03/thailands-poverty-on-the-rise-amid-slowing-economic-growth

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

แวะถ่ายรูป! เที่ยวชมทุ่ง’ดอกมากาเร็ต’ ออกดอกสีม่วงสวยสะพรั่ง

Posted on December 13, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/697647

แวะถ่ายรูป! เที่ยวชมทุ่ง'ดอกมากาเร็ต' ออกดอกสีม่วงสวยสะพรั่ง

แวะถ่ายรูป! เที่ยวชมทุ่ง’ดอกมากาเร็ต’ ออกดอกสีม่วงสวยสะพรั่ง

วันจันทร์ ที่ 12 ธันวาคม พ.ศ. 2565, 15.27 น.

12 ธันวาคม 2565 ในช่วงวันหยุด 3 วัน นักท่องเที่ยวต่างหาสถานที่ท่องเที่ยว ตามแหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติ โดยเฉพาะที่บ้านวังน้ำเย็น ตำบลแก่งโสภา อำเภอวังทอง จังหวัดพิษณุโลก หรือริมถนนพิษณุโลก-หล่มสัก มีเกษตรกรได้ปลูกแปลงดอกทุ่งมากาเรต กว่า 10 ไร่ ให้นักท่องเที่ยวมาถ่ายรูปเช็คอิน อีกแห่งหนึ่งของจังหวัดพิษณุโลก

ที่บริเวณริมถนนพิษณุโลก-หล่มสัก บริเวณบ้านวังน้ำเย็น ตำบลแก่งโสภา อำเภอวังทอง จังหวัดพิษณุโลก นักท่องเที่ยวที่เดินทางท่องเที่ยวตามเส้นทางรูท 12 ได้แวะถ่ายรูปทุ่งดอกมากาเร็ต ระหว่างเดินทางกลับจากการหยุดยาว 3 วัน

สำหรับทุ่งมากาเร็ตเป็นของ นางสาวกาญจนา แซ่โซ้ง อายุ 24 ปี เกษตรกรผู้ปลูกสตอเบอรี่พันธุ์พระราชทาน 80 พร้อมปลูกแปลงดอกไม้ เพื่อให้นักท่องเที่ยวมาเที่ยวชมได้ถ่ายรูปกันอย่างสวยงาม โดยเฉพาะทุ่งดอกมากาเร็ต สีม่วง สีขาว และสีชมพู ที่กำลังออกดอก สีสันสวยงาม

โดยเก็บค่าเข้าท่องเที่ยวเยี่ยมชม ผู้ใหญ่คนละ 40 บาท เด็กคนละ 20 บาท เท่านั้น รวมถึงจะการขายสตอเบอรี่พันธุ์พระราชทาน 80 ที่นักท่องเที่ยวสามารถเดินเที่ยวและเก็บจากแปลงปลูกด้วยตนเองในราคา ขีดละ 70 บาท หรือแบบใส่กล่องที่เก็บเอาไว้แล้ว ขายขีดละ 50 บาท

นางสาวกาญจนา บอกว่า เดิมทีได้ทำการเกษตรปลูกสตอเบอรี่ขาย ที่อำเภอเขาค้อ จังหวัดเพชรบูรณ์ แต่ปัจจุบัน มีคนมาปลูกสตอเบอรี่ขายจำนวนมาก ทำให้ขายไม่ค่อยได้เหมือนเมื่อก่อน จึงย้ายมาเช่าพื้นที่เพาะปลูกใหม่ที่ ต.แก่งโสภา อ.วังทอง จ.พิษณุโลก จำนวน 10 ไร่ ซึ่งช่วงนี้สตอเบอรี่เริ่มออกผลผลิตให้นักท่องเที่ยวได้ชิมกัน พร้อมทั้งปลูกแปลงดอกไม้ โดยเฉพาะ ดอกมากาเรต ดอกเสี้ยนฝรั่ง ที่ทยอยปลูกให้นักท่องเที่ยวได้มาเที่ยวชมและถ่ายภาพไปสิ้นฤดูหนาว โดยเฉพาะวันหยุดเช่นวันนี้ก็มีนักท่องเที่ยวต่างทยอยมาถ่ายรูปเช็คอินกันอย่างต่อเนื่อง

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

BamBam Family

BamBam Family

สถิติบล็อก

  • 2,935,188 hits

Join 4,117 other subscribers
Follow SootinClaimon.Com on WordPress.com

Categories

Top Posts & Pages

ชงพรก.กู้เงิน 4 แสนล้าน รับมือวิกฤตตอ.กลาง คลังเสนอครม. 5 พ.ค. นี้
เท้ง นำทัพพรรคประชาชน เดินขบวนยื่นร่างปฏิรูปประกันสังคม
ทวี ชี้ปรับโครงสร้างค่าไฟ แค่ย้ายภาระ ไม่ใช่การ แก้ปัญหา จี้แก้ให้ถูกจุด เลิกค่าไฟทิพย์
นายกฯ อวยพรวันแรงงานสากล ขอให้ทุกคนสุขภาพแข็งแรง มีความมั่นคงในชีวิต
คลังชงออกพรก.กู้เงิน เคาะ4แสนล. ตุนกระสุนสู้วิกฤต
ค่าไฟใหม่ถูกลงแน่ นายกฯ บอก อนาคตโซลาร์รูฟจะไม่แพง
ศาลสิงคโปร์สั่งปรับนักกิจกรรมหญิง 3 คน เดินขบวนหนุนปาเลสไตน์
รมว.พม. ผนึกกำลัง 20 กระทรวง ขับเคลื่อนกลไกพัฒนาสตรี ลดความเหลื่อมล้ำทางเพศ สร้างสังคมที่ทุกคนได้รับสิทธิเท่าเทียมกัน
โดนัลด์ ทรัมป์ พูดติดตลกไม่อยากใส่เสื้อกันกระสุน เพราะกลัวดูอ้วนขึ้นอีก
สยามดนตรียามาฮ่า ฉลอง 60 ปี ลงนาม MOU ปั้นโมเดล ‘ดนตรีบำบัด’ ไทย-ญี่ปุ่น

Recent Posts

  • สหรัฐเตรียมถอนทหาร 5,000 นายออกจากเยอรมนี หลังนายกฯ เยอรมันวิจารณ์สงครามอิหร่าน
  • ทรัมป์จ่อขึ้นภาษีนำเข้ารถยุโรปเป็น 25% จุดชนวนศึกการค้ารอบใหม่
  • สหรัฐคว่ำบาตรอิหร่านรอบใหม่ เตือนบริษัทเดินเรือห้ามจ่ายค่าผ่านทาง ช่องแคบฮอร์มุซ
  • ตำรวจตุรกียิงแก๊สน้ำตา สลายม็อบวันแรงงานในอิสตันบูล จับผู้ชุมนุมกว่า 370 คน
  • อิหร่านส่งข้อเสนอเจรจาฉบับใหม่ผ่านปากีสถาน ท่ามกลางทางตันในการเจรจากับสหรัฐ

ป้ายกำกับ

  • 2559(2016)
  • 2564(2021)
  • entertain
  • naewna
  • The Nation
  • การเมือง
  • ต่างประเทศ
  • บันเทิง
  • ผู้หญิง
  • แนวหน้า
  • RSS - Posts
  • RSS - Comments

Archives

Follow Us

  • https://soclaimon.tumblr.com/
  • https://www.facebook.com/soclaimon
  • https://www.instagram.com/sootinclaimon/
  • https://www.facebook.com/SootinClaimon/
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100001170824639
  • https://www.facebook.com/pompam.pp
  • https://www.facebook.com/toraman666
  • https://www.facebook.com/apich214
  • https://www.facebook.com/samabat.klaimon
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100005312762480
  • https://www.facebook.com/jirasuda.manomaiyanon
  • https://www.facebook.com/eikpakkred
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100003091451547
Blog at WordPress.com.
  • Subscribe Subscribed
    • SootinClaimon.Com
    • Join 1,657 other subscribers
    • Already have a WordPress.com account? Log in now.
    • SootinClaimon.Com
    • Subscribe Subscribed
    • Sign up
    • Log in
    • Report this content
    • View site in Reader
    • Manage subscriptions
    • Collapse this bar

Loading Comments...

    %d