Skip to primary content
Skip to secondary content

SootinClaimon.Com

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย2 [SartKasetDinPui2] : รวบรวม ข้อมูล เศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม เกษตร ดิน น้ำ ปุ๋ย

SootinClaimon.Com

Main menu

  • Home
  • KU23-2506
  • ข้อคิดความเห็น
  • ตระกูลคล้ายมนต์
  • ผมเองครับ
  • ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย1

Tag Archives: ข่าว Like สาระ

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

‘วัดเขาพระทอง’เตรียมจัดงานใหญ่กราบหลวงพ่อองค์ใหญ่อายุกว่า 800 ปีรับปีใหม่

Posted on December 7, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/696656

'วัดเขาพระทอง'เตรียมจัดงานใหญ่กราบหลวงพ่อองค์ใหญ่อายุกว่า 800 ปีรับปีใหม่

‘วัดเขาพระทอง’เตรียมจัดงานใหญ่กราบหลวงพ่อองค์ใหญ่อายุกว่า 800 ปีรับปีใหม่

วันพุธ ที่ 7 ธันวาคม พ.ศ. 2565, 14.05 น.

“วัดเขาพระทอง” อำเภอชะอวด เมืองคอน เตรียมจัดงานใหญ่ส่งท้ายปีเก่า “เปิดแหล่งท่องเที่ยวเทศกาล” กราบหลวงพ่อองค์ใหญ่อายุกว่า 800 ปีรับปีใหม่ 2566 แหล่งท่องเที่ยวทางประวัติศาสตร์ ศาสนา ศิลปวัฒนธรรม และธรรมชาติ 23 ธ.ค.65-1 ม.ค.66

วันที่ 7 ธ.ค.65 ที่วัดเขาพระทอง ต.เขาพระทอง อ.ชะอวด จ.นครศรีธรรมราช คณะสงฆ์นำโดยพระมหาอารยนันต์ อานันโท เจ้าอาวาสวัด, นายนิยม คงเมฆ ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงท่องเที่ยวและกีฬา นายณัฐกิตต์ หนูรอด ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.พรรคภูมิใจไทย เขต 3 (เดิม) นายไพฑูรย์ อินทศิลา สื่ออาวุโส ที่ปรึกษาวัด ร่วมประชุมหารือการเตรียมจัดงานแหล่งท่องเที่ยวประวัติศาสตร์ทางพระพุทธศาสนาของภาคใต้และสายมูเตลู เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ 2566 หรือ “เทศกาลกราบหลวงพ่อองค์ใหญ่” วัดเขาพระทอง อ.ชะอวด จ.นครศรีธรรมราช และต้อนรับนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ในวันที่ 23 ธ.ค.65 ซึ่งทางวัดจะมีการเตรียมจัดสถานที่การต้อนรับรัฐมนตรี และคณะผู้เข้าร่วมงานการจัดการแสดงสินค้าโอทอป การแสดงของกลุ่มแม่บ้าน การจัดมหรสพ มาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของไวรัสวิด และการจัดเตรียมอาหารเพื่อจัดกเลี้ยงผู้ที่เดินทางมารร่วมกิจกรรมในวันดังกล่าว โดยในที่ประชุมได้กำหนดกิจกรรมต่าง ๆ เบื้องต้น และมีมติว่าจะประชุมสรุปการจัดงานอีกครั้งในวันที่ 16 ธ.ค.65 เวลา 13.00 น. ณ.วัดเขาพระทอง อ.ชะอวด จ.นครศรีธรรมราช

นายณัฐกิตต์ หนูรอด กล่าวว่า วัดเขาพระทอง เป็นวัดเก่าแก่โบราณมีอายุกว่า 800 ปีตามหลักฐานที่ปรากฎได้จารึกไว้ว่าสร้างมาตั้งแต่สมัยศรีวิชัยตอนต้น หรือในยุคกษัตริย์คนสำคัญคือพระเจ้าศรีธรรมาโศกราช และพระเจ้าจันทรภาณุศรีธรรมราช ซึ่งสร้างขึ้นในยุคเดียวกับพระบรมธาตุนครศรีธรรมราช โดยวัดเขาพระทองอยู่ท่ามกลางธรรมชาติอันบริสุทธิ์ มีภูเขา ป่าไม้ ที่สำคัญมีพระพุทธรูปโบราณอันศักดิ์สิทธิ์มากมายประดิษฐานอยู่บริเวณเชิงเขาด้านทิศตะวันออก โดยมี “พระใหญ่ หรือหลวงพ่อองค์ใหญ่” เป็นองค์องค์ประธานและมีจุดสำคัญต่าง ๆ ที่เชื่อมโยงเกี่ยวกับความเชื่อสายมูเตลู ในแต่ละปีจะมีนักท่องเที่ยวเดินทางมากราบสักการะขอพรสิ่งศักดิ์สิทธิ์ต่าง ๆ ภายในวัดเขาพระทองเป็นจำนวนมาก ทางวัดอยู่ระหว่างการก่อสร้างโบสถ์และมีความพยายามในการพัฒนาเพื่อเป็นแหล่งท่องเที่ยวทางประวัติศาสตร์ ศาสนา ศิลปวัฒนธรรมและธรรมชาติ เพื่อรองรับโครงการพระบรมธาตุมรดกโลก

ทั้งนี้ ทางคณะสงฆ์และคณะกรรมการวัด ได้มีฉันทามติที่จะจัดงานพิธีเปิดแหล่งท่องเที่ยวประวัติศาสตร์ทางพระพุทธศาสนาของภาคใต้ และสายมูเตลู เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ 2565 “เทศกาลหราบไหว้หลวงพ่อองค์ใหญ่” ณ วัดเขาพระทอง ในวันศุกร์ที่ 23  ธ.ค.65 ตั้งแต่เวลา 13.00 น.เป็นต้นไป และเพื่อเป็นการส่งเสริมด้านการท่องเที่ยว กระตุ้นเศรษฐกิจส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ 2566 และสายมูเตลู ทางวัดจะมีการจัดกิจกรรม “เทศกาลกราบหลวงพ่อองค์ใหญ่” และสวดมนต์ข้ามปี ต่อเนื่องจากวันที่ 23 ธ.ค.2565-1 ม.ค. 2566 จึงขอเชิญชวนพุทธเดินทางมาท่องเที่ยวกราบไหว้หลวงพ่อองค์ใหญ่และสิ่งศักดิ์สิทธิ์ภายในวัดเขาพระทอง เพื่อความเป็นสิริมงคลแก่ชีวิตสืบไป ผู้สนใจสอบถามรายละเอียดได้ที่พระมหาอารยนันต์ อานันโทโทร. 094795 2998

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

เปิดวิธีล่าหนูนามาทำอาหารเลิศรสเหลือขายสร้างรายได้นับพันบาทต่อวัน

Posted on December 7, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/696632

เปิดวิธีล่าหนูนามาทำอาหารเลิศรสเหลือขายสร้างรายได้นับพันบาทต่อวัน

เปิดวิธีล่าหนูนามาทำอาหารเลิศรสเหลือขายสร้างรายได้นับพันบาทต่อวัน

วันพุธ ที่ 7 ธันวาคม พ.ศ. 2565, 12.15 น.

วันนี้ จะพาลงพื้นที่ทุ่งนาหลังเก็บเกี่ยวข้าวในพื้นที่ จ.ชัยภูมิ จะพบเห็นทั้งวัยรุ่นไปจนถึงผู้สูงวัยออกไปล่าหาหนูนาตามทุ่งนาที่เพิ่งเกี่ยวข้าว รวมถึงที่บริเวณทุ่งนาปลูกข้าวบ้านหนองแวง ต.บ้านเพชร อ.บำเหน็จณรงค์ จ.ชัยภูมิ จะมีชาวบ้านทั้งวัยหนุ่ม ไปจนถึงผู้สูงวัย ออกเดินตามคันหาทุ่งนาข้าวเพื่อออกล่าดักหนูนาเพื่อนำมาประกอบอาหารและนำไปขาย 

การล่าหนูนา หรือดักหนูนา มีด้วยกันหลายแบบ ทั้งการกับดักหนู ใช้ปืนหน้าไม้ยิง ซึ่งการวางกับดักจะวางกับดักไว้ที่ปากรูทางเข้ารูของหนูนา เมื่อหนูนาเข้าหรือออกรู จะติดกับดักที่วางไว้ ซึ่งเป็นวิธีดักหนูแบบโบราณ โดยกับดักจะวางไว้ที่ปากรูทางเข้ารูหนูนา ซึ่งเป็นทุ่งนาที่เพิ่งเก็บเกี่ยวผลผลิตใหม่ เพราะหนูนาจะยังอยู่ในรูตามคันนา โดยจะเดินหารูตามคันนา เมื่อเจอแล้วจะทำการหารู บริเวณรอบๆ อีกทีว่ามีกี่รู จะนำดินอุดรูให้หมด ให้เหลือเพียง 2 รูเท่านั้น 

โดยรูหนึ่งนำฟางข้าวพร้อมกับจุดไฟ ทำให้เกิดควันแล้วนำไปใส่ในรูเพื่อที่จะให้ควันเข้าไปในรู เรียกว่ารูเข้า ส่วนอีกรูนั้นจะนำแหมาคลุมปากรู เรียกว่ารูออกเพื่อที่จะรอหนูนา ที่อยู่ในรู เมื่อเจอควันไฟ จะทนไม่ไหว จะวิ่งออกมายังรูมาติดแห่ที่ดักไว้ที่ปากรู โดยจะใช้เวลาในแต่ละหลุม 10-20นาที แล้วแต่ความลึกของรูที่หนูนาอาศัยอยู่ 

เมื่อหนูวิ่งออกจากรูจะติดกับแห ตระข่ายที่ขึงดักไว้จับใส่ภาชนะที่เตรียมมาจากบ้าน

นายวิทยา เข็มอุทรา อายุ 27 ปี ชาวบ้านหนองแวง ต.บ้านเพชร อ.บำเหน็จณรงค์ จ.ชัยภูมิ เล่าให้ฟังว่า ตนและเพื่อนๆ ได้ออกหาหนูนามากว่า 20 แล้ว ตั้งแต่อายุ 7 ขวบจะตามพ่อออกไปล่าหนูนาเป็นประจำ เมื่อโตขึ้นมาจะชวนเพื่อนๆ ออกไปล่าหนูตามทุ่งนาหลังเก็บเกี่ยวข้าวใหม่ๆเป็นประจำทุกปี ซึ่งเป็นช่วงที่หนูนาจะออกมาหากินเมล็ดข้าวที่ร่วงหล่นลงในผืนนา จึงรวมกันออกไปหาดักหนูตามท้องไร่ท้องนา โดยมีอุปกรณ์ดักหนูนาที่ทำจากไม้ไผ่ ผูกเข้ากับบ่วงที่ทำจากลวดสลิงและหนังยาง ซึ่งเป็นอุปกรณ์ที่คิดค้นขึ้นมาเอง โดยบ่วงนี้จะนำไปปักไว้ที่ทางเข้ารูหนูที่อยู่ตามคันนา ช่วงนี้ในแต่ละวันจะได้หนูนา 10-20 ตัว ขนาดเล็กบ้างขนาดโตบ้าง 

โดยช่วงนี้เป็นที่นิยมกินสำหรับคอที่ชอบรับประทานเมนูเปิบพิสดารที่ทำจากหนูนา เมนูยอดนิยมมากที่สุดคือหนูนาย่าง ผัดเผ็ดหนูนา ซึ่งจะมีรสชาติอร่อย เป็นเมนูขึ้นชื่อในช่วงนี้ เพราะจะสามารถหาทานได้ปีละครั้งเท่านั้น หนูนาในช่วงนี้จะมีรสชาติมัน เมื่อนำไปปิ้งจะได้รสชาติที่อร่อยคล้ายกับไก่ย่าง หากหมักเครื่องเทศที่มีกลิ่นหอม จะได้รสชาติที่หนุ่มละมุนเป็นที่ติดอกติดใจของผู้ที่ได้ลิ้มลอง

นายวิทยา เข็มอุทรา อายุ 27 ปี นักล่าหนูนาประจำบ้านหนองแวง ยังบอกว่า หนูนาที่จับได้ในแต่ละวันจะนำไปประกอบอาหารกินกันภายในครอบครัว ที่เหลือจะนำไปส่งขาย โดยราคาที่ขายอยู่ที่กิโลกรัมละ 200 บาทเท่านั้น ขนาด 2 ตัวหนึ่งกิโลกรัม ซึ่งเป็นหนูนาที่ได้จากการไล่ล่ามาจากทุ่งนาเท่านั้นเป็นที่นิยมกินมากกว่าหนูนาที่เลี้ยงตามฟาร์ม เพราะหนูนาจริงๆ นั้นเนื้อจะอร่อยกว่า มีมันหน่อยกว่าหนูนาฟาร์ม ทำให้หนูนาจากทุ่งนาเป็นที่นิยมมาก 

แต่ช่วงหลังๆ นี้หนูนาเริ่มหายาก เนื่องจากนักล่าหนูนามีมากขึ้น และปีที่ผ่านมา ทุ่งนาส่วนใหญ่น้ำท่วมทำให้หนูนาที่เคยอยู่ต่างหนีไปอยู่ที่อื่นหมด ทำให้ช่วงนี้หนูนาเริ่มหายากขึ้นทุกวัน มีผู้นิยมกินมากขึ้น ทำให้ราคาหนูนามีราคาสูงขึ้น ช่วงนี้หนูนาแท้จากทุ่งนาราคาตัวละ 80-100 บาทแล้วแต่ขนาดทำให้ช่วงนี้หนูนาที่จับได้นำส่งขายมีรายได้วันละกว่า 1 พันบาท

นอกจากนั้นหนูนาที่จับได้ในแต่ละวันเมื่อได้มากจะขายต่อให้กับผู้นำไปวางขายตามตลาดสด และตามสองข้างถนนในพื้นที่ จ.ชัยภูมิ เพื่อที่ผู้ให้ผู้ชื่นชอบในอาหารป่าประเภทหนูนา ได้เลือกซื้อนำไปประกอบอาหารเมนูเด็ดตามแต่ละคนชื่นชอบอีกด้วย – 003 

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

รวบมือแป๊บเหล็ก! ฟาดหัวเซียนพระสลบ หยามศักดิ์ศรีชอบล้อลามกเลียXXX

Posted on December 7, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/696573

รวบมือแป๊บเหล็ก! ฟาดหัวเซียนพระสลบ หยามศักดิ์ศรีชอบล้อลามกเลียXXX

รวบมือแป๊บเหล็ก! ฟาดหัวเซียนพระสลบ หยามศักดิ์ศรีชอบล้อลามกเลียXXX

วันอังคาร ที่ 6 ธันวาคม พ.ศ. 2565, 19.51 น.

รวบมือแป๊บเหล็ก หวดศีรษะเซียนพระสลบหน้าวัด หยามศักดิ์ศรีล้อว่าเป็นคนชอบเลีย…..ผู้หญิง เลยต้องสั่งสอนให้หลาบจำ 

6 ธันวาคม 2565 จากกรณีเจ้าหน้าที่กู้ชีพ อบต.ในคลองบางปลากด ได้รับแจ้งว่ามีชายถูกทำร้ายร่างกายได้รับบาดเจ็บ นอนอยู่ริมถนนสุขสวัสดิ์-ป้อมพระจุล บริเวณหน้าแผงพระใกล้เคียงวัดไตรมิตรวราราม หมู่ที่ 1 ต.แหลมฟ้าผ่า อ.พระสมุทรเจดีย์ จ.สมุทรปราการ จึงรีบเดินทางไปให้การช่วยเหลือ  

ที่เกิดเหตุบริเวณหน้าแผงพระไม่มีชื่อ พบผู้ได้รับบาดเจ็บเป็นชายนั่งอยู่จมกองเลือดอยู่หน้าแผงพระในสภาพสลึมสลือตาลอย ทราบชื่อภายหลัง นาย สมคิด อายุ 55 ปี ชาวพื้นที่หมู่ที่ 3 ต.ปากคลองบางปลากด อ.พระสมุทรเจดีย์ จ.สมุทรปราการ มีบาดแผลแตกบริเวณด้านหลังศีรษะและใบหน้า  บริเวณทั่วตัวถึงศีรษะพบอุจจาระราดเต็มทั้งตัว ส่งกลิ่นเหม็นคละคลุ้ง

ข่าวเพิ่มเติม : ไม่รู้แค้นอะไร! ‘เหล็กแป๊บ’ฟาดหัวเซียนพระจนสลบ สาดอึใส่หัวเหม็นคลุ้ง

เจ้าหน้าที่ต้องของน้ำจากวัดมาช่วยกันล้างอุจจจาระออกก่อน ช่วยกันปฐมพยาบาลและนำส่งโรงพยาบาลใกล้เคียง บริเวณจุดเกิดเหตุพบกองอุจจาระกระจายเกลื่อนพื้น โดยมีถุงพลาสติกสีขาวขุนที่ใส่อุจจาระตกรวมอยู่ด้วย 1 ใบ ส่วนผู้ก่อเหตุทราบว่าเป็นชายหลังลงมือได้นั่งรถจักรยานยนต์รับจ้างหลบหนีไปพร้อมอาวุธที่ใช้ก่อเหตุ 

ล่าสุดเมื่อเวลา 18.30 น.วันที่ 6 ธ.ค.65 พ.ต.อ.ธนูเพ็ชร ฉมาฤกษ์ ผกก.สภ.พระสมุทรเจดีย์พร้อมด้วย พ.ต.ท.ชาญวุฒิเทียมมงคล รอง.ผกก.สืบสวน พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวนได้ร่วมกันจับกุมตัว นายวินัย อายุ 62 ปี ชาวพื้นที่หมู่ที่ 1 ต.แหลมฟ้าผ่า อ.พระสมุทรเจดีย์ จ.สมุทรปราการ ในข้อหาทำร้ายร่างกายผู้อื่นจำได้รับบาดเจ็บ โดยจับกุมตัวได้ที่บ้านพักภายในตรอกถั่วงอก หมู่ที่ 1 ต.แหลมฟ้าผ่า อ.พระสมุทรเจดีย์ จ.สมุทรปราการ 

จากการสอบสวน นายวินัย อ้างว่าตนมีอาชีพเป็นเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย (รปภ.) ของบริษัทแห่งหนึ่ง ก่อนที่จะมาลงมือตีศีรษะเซียนพระนั้น ตนได้เลิกกับภรรยาเมื่อ 15 ปี ที่แล้ว ช่วงกลางปีที่ผ่านมาภรรยาเก่าได้พยามโทรศัพท์หาตน ให้ตนไปหาและพยามกลับมาเชื่อมความสัมพันธ์กันใหม่ หากไม่ทำตามที่ต้องการจะปล่อยคลิปที่เคยมีเพศสัมพันธ์กันลงในโซเชียล แต่ตนบ่ายเบี่ยงไม่กลับไป 

กระทั่งมาทราบว่า คลิปดังกล่าวกระจายแพร่ไปทั่วโซเชียลและเซียนพระผู้บาดเจ็บได้เห็นคลิป จึงนำมาล้อตนและดูถูกตนบ่อยครั้ง ว่าตนเป็นคนชอบเลีย……ผู้หญิง พร้อมทั้งยังอวดอ้างบอกตนว่า คนที่ชอบเลีย……ผู้หญิงจะมีอายุยืนยาวไม่ตายง่าย

ตนได้เคยเตือนหลายครั้งว่า เรื่องส่วนตัวของตนจะเอามาพูดเอามาล้อเล่นไม่ได้ แต่เซียนพระผู้บาดเจ็บไม่เคยเลิกล้อและจะล้อทุกครั้งที่ตนมาดูพระบริเวณที่เกิดเหตุ

กระทั่งเมื่อวันที่ 29 พ.ย.65 ที่ผ่านมา ตนใช้เวลาว่างหลังเลิกงานไปดูพระและพูดคุยกลุ่มเพื่อนบริเวณที่เกิดเหตุ เมื่อไปถึงเซียนพระผู้บาดเจ็บตะโกนเรียกว่า ‘เห้ยไอ้คนชอบเลีย…….ผู้หญิงมาแล้วโว้ย’ ก่อนที่ตนจะต่อว่าไปหลายคำ ในวันนี้ด้วยความคับแค้นใจที่ถูกหยามศักดิ์ศรีและถูกล้อบ่อยครั้ง จึงได้นำอุจจาระของตนที่ใส่ไว้ในถุงพลาสติกไว้ แล้วนำไม้ไผ่ขนาดยาวนั่งถือไปกับรถจักรยานยนต์รับจ้าง

คิดว่าจะใช้อุจจาระราดใส่ผู้บาดเจ็บเพื่อเป็นการสั่งสอน ว่าอย่างมายุ่งเรื่องครอบครัวของชาวบ้านอย่างเดียว แต่เห็นว่าผู้บาดเจ็บตัวใหญ่เกรงว่าทำลงไปอาจจะถูกผู้บาดเจ็บทำร้ายกลับได้ จึงใช้ไม้ไผ่ฟาดไปที่ศีรษะอย่างจังจนนอนหงายแน่นิ่ง ก่อนที่จะนำอุจจาระที่เตรียมไว้มาราดใส่หน้าผู้บาดเจ็บแล้วหลบหนีไป กระทั่งมาถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจตามจับกุมตัวได้ที่บ้านพักดังกล่าว.012

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

‘ขจัดความยากจน’ ฐานแห่งเศรษฐกิจไทยที่มั่นคง

Posted on December 7, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/696544

'ขจัดความยากจน' ฐานแห่งเศรษฐกิจไทยที่มั่นคง

‘ขจัดความยากจน’ ฐานแห่งเศรษฐกิจไทยที่มั่นคง

วันอังคาร ที่ 6 ธันวาคม พ.ศ. 2565, 18.54 น.

ถ้า “ขจัดความยากจน” ได้มากเท่าไหร่ ฐานแห่งความมั่นคงทางเศรษฐกิจของไทยก็จะทวีความมั่งคั่งและยั่งยืนไปด้วย เราจึงนำเสนอ “รายงานพิเศษ ชุด “เกษตรคนเมืองขจัดความยากจน” (Urban Agriculture to eradicating proverty) ตอน 4 “ขจัดความยากจน” ฐานแห่งเศรษฐกิจไทยที่มั่นคง

ปัญหาความยากจนของแกษตรกรไทย คือ การติดบ่วงหนี้สินภาคครัวเรือน และ ลามเข้าไปในหนี้เกษตรกร เมื่อเวลาที่เกษตรกรส่วนใหญ่ของประเทศ สนใจจะลงทุนด้านเทคโนโลยีการเกษตร ก็ปรากฏว่า ต้องชะงักด้วยเงินทุนที่มีอยู่ในมืออย่างจำกัด ไม่สามารถลงทุนด้านปัญญาประดิษฐ์ หรือ เอไอ (AI :  Artificial  Intelligence)  ในพื้นที่การเกษตรได้ เพราะการลงทุนด้านนวัตกรรมเทคโนโลยีต่างๆ มีต้นทุนอย่างน้อยจำนวนหลายหมื่นบาทเป็นเงินลงทุนเริ่มต้นด้านฮาร์ดแวร์และซอฟท์แวร์ โดยทางออกระยะสั้น ที่พอทำได้ก่อนเพื่อให้เกษตรกรเข้าถึงเทคโนโลยีด้านการเกษตรอย่างทั่วถึง ภาครัฐอาจจะต้องตั้งงบประมาณเพื่อสนับสนุน (SUBSIDIZE) ให้เกษตรกร เช่น ถ้าเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ หรือ เอไอ ที่เอื้อต่อภาคเกษตรมีค่าลงทุน 50,000 บาท ภาครัฐอาจจะต้องซับซิไดซ์ให้เหลือต้นทุนเพียง 10,000 บาทต้นๆ ซึ่งการซับซิไดซ์นี้ ไม่ใช่เป็นการกู้เงิน หรือ สำรองจ่ายให้เกษตรกร แต่ต้องเป็นการซับซิไดซ์ในรูปแบบการลงทุนระยะสั้น เพื่อผลระยะยาวที่จะตามมาในอนาคต เปรียบเสมือนเป็นการลงทุนด้านวิจัยและพัฒนา  เพื่อลดความเหลื่อมล้ำที่สะสมมาอย่างยาวนาน 

ตัวอย่าง “จีน” ใช้เงินลงทุนด้านการวิจัยและพัฒนาจำนวนมาก ในช่วงที่เข้าสู่แผนการเดินหน้า “ขจัดความยากจน” ในประเทศ โดย “จีน” เรียกปรากฎการณ์ช่วงที่ต้องลงทุนเพื่อลดความเหลื่อมล้ำนี้ว่า “ปรากฎการณ์ปฏิกิริยาหน้าผา” 

หนังสือ “คำสำคัญเพื่อเข้าใจประเทศจีน” ฉบับขจัดความยากจนอย่างตรงจุด ตีพิมพ์โดยกรมกิจการและจำหน่ายหนังสือภาษาต่างประเทศแห่งประเทศจีน (CIPC),  สถาบันวิจัยประเทศจีนและโลกร่วมสมัย (ACCWS), สถาบันวิจัยการแปลแห่งประเทศจีน (CATL) และ ศูนย์วิจัย “หนี่งแถบหนึ่งเส้นทาง” ไทย-จีน (CTC) ระบุว่า ในภาคปฏิบัติของยุทธการขจัดความยากจน ผู้บริหารในบางพื้นที่มีการยกระดับค่าชี้วัดมาตรฐานในการช่วยเหลือผู้ยากจนขึ้นไป ไม่ว่าจะมีความจงใจหรือไม่จงใจก็ตาม 

สำหรับค่ามาตรฐานชี้วัดการตรวจสอบผลดำเนินงานที่ตั้งขึ้นโดยผู้บริหารท้องถิ่น สูงกว่ามาตรฐาน “2 หมดห่วง 3 หลักประกัน” อย่างชัดเจน การปฏิบัติเช่นนี้ส่งผลให้เกิดความเหลื่อมล้ำอย่างมากด้านการดูแล เอาใจใส่ระหว่างครัวเรือนผู้ยากจนกับครัวเรือนที่ไม่ยากจน จนก่อเกิด “ปรากฎการณ์ปฏิกิริยาหน้าผา”

ในหนังสือนี้ยังระบุว่า บางพื้นที่ถึงกับก่อหนี้เปล่าๆ เพื่อขับเคลื่อนโครงการพัฒนาพื้นที่ชนบทที่ยากจน บางหมู่บ้านยากจนทุ่มงบก้อนโตถึงครั้งละ 10-20 ล้านหยวนจีน ก่อให้เกิดปัญหาความเหลื่อมล้ำระหว่างหมู่บ้านยากจนกับหมู่บ้านไม่ยากจน ที่เรียกว่า “ปรากฏการณ์ปฎิกิริยาหน้าผา” 

สำหรับปัญหาต่างๆเหล่านี้ในปี ค.ศ.2018 คณะกรรมการกลางของพรรคฯ และ รัฐบาลได้ประกาศใช้บทบัญญัติ “ความเห็นและข้อชี้แนะจากคณะกรรมการกลางของพรรคและสำนักนายกรัฐมนตรี ว่าด้วยการคว้าชัยชนะในยุทธการขจัดความยากจน” ซึ่งมีข้อกำหนดอย่างชัดเจนคือ การขับเคลื่อนยุทธการขจัดความยากจนนั้น ต้องประมาณตนก่อนแล้วค่อยดำเนินการ ไม่ควรจะลดระดับค่าชี้วัด และไม่ควรเพิ่มระดับมาตรฐานค่าชี้วัดโดยพลการ ซึ่งก่อให้เกิดเป้าหมายที่ไม่ตรงกับความเป็นจริง พึงหลีกเลี่ยงการตกลงไปใน “หลุมพรางรัฐสวัสดิการ” ป้องกัน “โรคแทรกซ้อน” ที่เกิดจากความเหลื่อมล้ำระหว่างการปฏิบัติดูแลหมู่บ้านที่ยากจนกับหมู่บ้านที่ไม่ยากจน หรือการดูแลครัวเรือนยากจนกับครัวเรือนไม่ยากจน ซึ่งเรียกว่า “ปรากฏการณ์ปฏิกิริยาหน้าผา” 

สำหรับในประเทศไทยนั้น มีกำแพงที่แน่นหนาในการจะต้องทุบออกไปเพื่อ “ขจัดความยากจน” นั่นคือ ปัญหาคอร์รัปชั่นเชิงนโยบาย ซึ่งมีการคอร์รัปชั่นในทุกหย่อมหญ้า ทำให้แม้ว่าจะมีแผนนโยบายแห่งชาติด้านต่างๆดีเพียงใด แต่ยังสามารถทำได้ยาก เพราะปัญหาคอร์รัปชั่นที่สะสมมาอย่างยาวนาน โดยหากงบประมาณที่จะลดความเหลื่อมล้ำไปสู่เกษตรกรไทยเกิดขึ้นจริง แต่เม็ดเงินจริงจะไปถึงมือเกษตรกรเต็มเม็ดเต็มหน่วย รวมไปถึงการทำให้เกษตรกรเข้าถึงเม็ดเงินลงทุนด้านนวัตกรรมการเกษตรอย่างทั่วถึง และ เป็นไปตามวัตถุประสงค์หรือไม่ นี่คือกำแพงอันสำคัญที่ทำให้ “การขจัดความยากจน” ในไทยยังเป็นเพียงนามธรรม และ ยังไม่สามารถเห็นผลอย่างเป็นรูปธรรมได้

เพราะปัจจุบัน “ภาคเอกชนไทย” เป็นกำลังสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ แต่ก็พบว่า “ภาคเอกชน” ต้องแบกภาระอย่างหนักในค่าใช้จ่ายรอบด้านอย่างมีนัยยะสำคัญต่อการคอร์รัปชั่น และ การคอร์รัปชั่นส่งผลทุกองคาพยพ  โดยเฉพาะด้าน “การขจัดความยากจน” เพื่อมีเป้าหมายให้ฐานรากทางเศรษฐกิจของไทยเกิดความมั่นคง และ เชื่อมโยงกับการทำให้ประชาชนทั่วประเทศเข้าถึง “เกษตรคนเมือง” ซึ่งเป็นการกระทำที่มีผลในทุกมิติแบบ 360 องศา ทั้งในมิติทางด้านสังคม, เศรษฐกิจ, อาชญากรรม, ศาสนาและวัฒนธรรม และ ฯลฯ 

จากข้อมูลของวิกิพีเดียระบุว่า ในปี พ.ศ. 2558 มีเกษตรกรไทย จำนวน 25.07 ล้านคนคิดเป็นร้อยละ 38.14 ของประชากรทั้งประเทศ ส่วนเศรษฐกิจไทยเป็นเศรษฐกิจกำลังพัฒนาแบบผสมและเป็นประเทศอุตสาหกรรมใหม่  และ  เมื่อปี 2561 มีผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศในรูปตัวเงิน (ราคาตลาด) เป็นอันดับที่ 25 ของโลก มีผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศที่ความเท่าเทียมกันของอำนาจซื้อ (พีพีพี) เป็นอันดับที่ 20 ของโลก นับว่าใหญ่สุดเป็นอันดับสองของอาเซียน มีอัตราเงินเฟ้อทั่วไปอยู่ที่ 1.1%

สำหรับภาคอุตสาหกรรมและบริการเป็นภาคหลักในผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศของไทย โดยภาคอุตสาหกรรมเป็นสัดส่วน 39.2% ของจีดีพี ภาคเกษตรกรรมเป็นสัดส่วน 8.4% ของจีดีพี น้อยกว่าภาคการขนส่งและการค้า ตลอดจนการสื่อสาร ซึ่งเป็นสัดส่วน 13.4% และ 9.8% ของจีดีพีตามลำดับ ภาคก่อสร้างและเหมืองแร่เป็นสัดส่วน 4.3% ของจีดีพี ภาคอื่น (ซึ่งรวมภาคการเงิน การศึกษา โรงแรมและร้านอาหาร) เป็นสัดส่วน 24.9% ของจีดีพี โทรคมนาคมและการค้าบริการกำลังกำเนิดเป็นศูนย์กลางการขยายอุตสาหกรรมและการแข่งขันทางเศรษฐกิจ 

ส่วนเมื่อ 14 ปีที่แล้ว หรือ ในปี 2551 ประเทศไทยส่งข้าวออกคิดเป็นประมาณ 33% ของการค้าข้าวทั่วโลก   และ ประเทศไทยเป็นผู้ผลิตและส่งออกยางรายใหญ่ที่สุดของโลก  และเป็นผู้ส่งออกอาหารรายใหญ่อันดับ 5 ของโลก   โดยในปี พ.ศ. 2560 ประเทศไทยมีมูลค่าการส่งออกเป็นอันดับที่ 21 ของโลก และมีมูลค่าการนำเข้าเป็นอันดับที่ 25 ของโลก ซึ่งประเทศคู่ค้าหลัก ได้แก่ ประเทศจีน ญี่ปุ่น สหรัฐอเมริกา มาเลเซีย สิงคโปร์ อินโดนีเซีย สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ออสเตรเลีย ฮ่องกง และ เกาหลีใต้

ตัวเลขเหล่านี้มีความเคลื่อนไหวและเปลี่ยนแปลงตลอด โดยเฉพาะหลังการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 และ ปัจจัยด้านราคาพลังงานทั่วโลกที่มีความเปลี่ยนแปลงไปในทิศทางที่สูงขึ้น แต่ท่ามกลางวิกฤตการณ์เหล่านี้ประเทศไทยยังไม่ได้รับผลกระทบมากนัก ด้วยรากฐานความเป็น “เมืองเกษตรกรรม”  ซึ่งเสมือนเป็นแหล่งมั่นคงทางอาหาร รวมทั้งการดำเนินชีวิตของผู้คนที่น้อมนำแนวทางปรัชญา “เศรษฐกิจ” พอเพียงมาใช้ในวงกว้างมากขึ้น 

แต่ประเทศไทยก็ยังต้องพบกับกำแพงอันหนาแน่นที่ก่อตัวอย่างสะสมมานาน นั่นคือ ปัญหาคอร์รัปชั่น ซึ่งหากทุบกำแพงปัญหาคอร์รัปชั่นลงได้อย่างน้อย 50% ของที่เป็นอยู่ การดำเนินการเพื่อ “ขจัดความยากจน”  เพื่อต่อยอดในการสร้างเศรษฐกิจไทยที่มั่นคงก็จะมีความเป็นรูปธรรม สามารถจับต้องได้ และ ลดความเหลื่อมล้ำของผู้คนในสังคมซึ่งส่วนใหญ่อยู่ในภาคเกษตรกรรม 


ขอบคุณข้อมูล 
https://th.wikipedia.org/wiki/ 
หนังสือ “คำสำคัญ เพื่อเข้าใจในประเทศจีน” ฉบับขจัดความยากจนอย่างตรงจุด 

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ความสุขที่เกิดจากความสงบของจิต ที่เราปรารถนากันนักกันหนาเรียกว่าสันติสุข

Posted on December 7, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/696535

ความสุขที่เกิดจากความสงบของจิต ที่เราปรารถนากันนักกันหนาเรียกว่าสันติสุข

ความสุขที่เกิดจากความสงบของจิต ที่เราปรารถนากันนักกันหนาเรียกว่าสันติสุข

วันอังคาร ที่ 6 ธันวาคม พ.ศ. 2565, 18.09 น.

ความสุขที่เกิดจากความสงบของจิต ที่เราปรารถนากันนักกันหนาเรียกว่าสันติสุข ความสุขที่เกิดจากความสงบนั้นต้องอาศัยการควบคุมจิตใจให้อยู่นิ่ง เหมือนกับที่เรามานั่งอยู่นี่ เราสามารถควบคุมร่างกายเราได้ ร่างกายเรานั้น ไม่ใช่เป็นของยากที่จะบังคับ สามารถให้นั่งนิ่งได้ ชั่วโมง สองชั่วโมงนี่ พอบังคับกันได้ แต่จิตใจนี่ ให้มันนิ่งได้แม้กระทั่งเพียงสองสามนาทีก็รู้สึกว่ายากเหลือเกิน ให้มันอยู่กับคำว่าพุทโธ พุทโธ ไม่ให้ไปคิดเรื่องราวต่างๆ ก็รู้สึกว่ามันแสนจะยาก ที่มันยากก็เพราะว่าเราขาดเหตุปัจจัย คือตัวที่จะควบคุมจิตใจนั่นเอง

ตัวที่จะควบคุมจิตใจเราเรียกว่าสติ ความระลึกรู้ ความระลึกรู้หมายถึง ทำให้รู้อยู่กับปัจจุบัน ให้รู้อยู่ที่นี่ เดี๋ยวนี้ รู้อยู่ว่าใจกำลังคิดอะไรอยู่ ถ้าเรานั่งอยู่ ก็ให้ใจรู้อยู่กับการนั่ง ให้รู้อยู่กับลมหายใจเข้าออก ที่เราเรียกว่าอานาปานสติ ถ้ารู้อยู่ตรงนี้ รู้อยู่กับลมหายใจเข้าออก ก็ถือว่าเรามีสติควบคุมใจ โดยใช้การกำหนดรู้ลมเป็นเครื่องควบคุมใจ อานาปานะ แปลว่าลมเข้าลมออก   

สติแปลว่าการระลึกรู้ อานาปานสติคือการกำหนดรู้ลมหายใจเข้าออก อันนี้ก็เป็นวิธีควบคุมจิตใจให้มันนิ่ง 

ถ้าจิตใจถูกควบคุมอยู่กับลมได้โดยสม่ำเสมอต่อเนื่องกัน จิตก็จะค่อยๆ สงบตัวลง ค่อยๆ นิ่ง ค่อยๆ นิ่ง และในที่สุดมันก็จะหยุดนิ่งไปเลย เมื่อหยุดนิ่งแล้ว ก็จะเกิดความรู้สึกที่แปลกประหลาดมหัศจรรย์ เกิดขึ้นมาภายในจิตใจ ซึ่งเราไม่เคยสัมผัสมาก่อน เป็นความรู้สึกที่มันว่างเปล่า เวิ้งว้าง เบาอกเบาใจ เกิดความปิติ เกิดความสุข บางทีขนลุกซ่าขึ้นมาในขณะนั้น หรือน้ำตาอาจจะไหลออกมา เพราะเป็นความรู้สึกที่มันอัศจรรย์ใจ เป็นสิ่งที่ไม่เคยสัมผัสมาก่อนในชีวิต นี่คือความสุขที่เกิดจากความสงบ พระพุทธเจ้าจึงตรัสไว้ว่า นัตถิสันติปรังสุขัง ไม่มีสุขไหนจะเท่ากับความสงบ สุขอื่นที่จะเหนือกว่าความสุขที่เกิดจากความสงบของจิต ไม่มีในโลกนี้ ต่อให้มีเงินมีทองกี่ร้อยล้านกี่พันล้าน สามารถซื้อข้าวซื้อของ สร้างตึกสูงเป็นร้อยๆชั้น มีรถยนต์ราคาคันละสิบๆล้านก็ตาม ความสุขที่ได้จากสิ่งเหล่านั้นไม่เท่าธุลีเมื่อเปรียบเทียบกับความสุขที่เกิดจากความสงบของจิตใจ  พระพุทธเจ้าจึงตรัสว่า รสแห่งธรรมชนะรสทั้งปวง 

สมาธิก็เป็นธรรมอย่างหนึ่ง เป็นธรรมเบื้องต้นเท่านั้นเอง ยังมีความสุขที่เหนือกว่าสมาธิอีก คือสุขที่เกิดจากปัญญา สุขที่เกิดจากการหลุดพ้นวิมุตติ อันนี้เป็นขั้นตอนของการปฏิบัติที่เราต้องไต่ขึ้นไป จากสุขที่เราได้รับจากการให้ทาน สู่ความสุขที่เกิดจากการรักษาศีล ไม่เบียดเบียนผู้อื่น สู่ความสุขของสมาธิ ขณะที่จิตสงบตัวอยู่นั้น จิตจะไม่มีอาการดิ้น จิต จะไม่หนีไปไหนโดยที่เราไม่ต้องบังคับ คือหลังจากที่เรากำหนดลมหายใจและจิตค่อยๆ สงบเข้าไป จนกระทั่งจิตเข้าไปรวมตัวลง เราเรียกว่าจิตรวมลงเป็นสมาธิ  พอรวมตัวลงเป็นสมาธิแล้ว ในขณะนั้นเราไม่ต้องไปกำหนดสติ เราไม่ต้องไปกำหนดลมอีกต่อไป ขณะนั้นเราก็ปล่อยวางลมไป ลมก็หายไป จิตรวมอยู่เฉยๆ ตั้งนิ่งอยู่ในขณะนั้น ถ้าเป็นนักโทษ  นักโทษตอนนั้นก็ไม่วิ่งหนีแล้ว นักโทษเหนื่อยวิ่งไม่ไหวก็นั่งอยู่เฉยๆ ตำรวจผู้ที่จะต้องคอยตามจับนักโทษก็ไม่ต้องคอยมานั่งเฝ้า

เพราะฉะนั้นขณะที่จิตเข้าสู่สมาธิ จึงเป็นขณะที่มีความสบาย ไม่มีความเครียด จากการที่ต้องคอยควบคุมจิตใจ เหมือนกับขณะที่เรากำลังเจริญอานาปานสติ ขณะที่เราเจริญอานาปานสติ จะเกิดความรู้สึกการต่อสู้กัน ระหว่างการมีสติกับการเผลอสติ เวลามีสติก็รู้อยู่กับลม เวลาเผลอสติ ก็ไปคิดอยู่กับเรื่องราวต่างๆ นานา คิดเรื่องโน้นบ้าง คิดเรื่องนี้บ้าง พอได้สติ ก็ดึงกลับมาหาลม ช่วงนั้นมันเป็นเหมือนกับการชักคะเย่อกัน เกิดความตึงเครียดระหว่างการต่อสู้กันสองฝ่าย ฝ่ายที่พยามจะดึงจิตไว้ กับฝ่ายที่พยามจะฉุดจิตให้ไปตามอารมณ์ต่างๆ แต่ถ้าฝ่ายที่มีกำลังมากกว่าเป็นฝ่ายสติ คือฝ่ายธรรมะ ถ้าสามารถรั้งจิตไว้ให้อยู่ได้ กระทั่งฝ่ายที่จะฉุดจิตให้ไปตามกระแสอารมณ์ต่างๆนั้น หมดกำลังลง จิตก็จะรวมตัวลง พอรวมตัวลงปั๊บ ก็เหมือนกับทีมสองทีมที่ชักคะเย่อกัน พอทีมหนึ่งยอมแพ้ ไม่มีกำลังที่จะต้านทานแล้ว ฝ่ายที่มีกำลังมากกว่าก็ไม่ต้องออกกำลังอีกแล้ว พอเขาปล่อย ความตึงเครียดมันก็หมดไป จิตเวลาเข้าสู่สมาธิก็เป็นในลักษณะนั้น มันหมดความตึงเครียดไม่ต้องมาคอยควบคุมจิตอีกต่อไป ไม่ต้องตั้งสติแล้วในขณะนั้น คือขณะนั้นสติมีแล้วโดยอัตโนมัติ มันรู้อยู่กับจิต ตัวสติกับจิตตอนนั้นมันรวมกันเป็นหนึ่ง ที่เราเรียกว่าจิตรวม หรือสักแต่ว่ารู้ จิตรู้อยู่ตามลำพังของตัวเอง รู้อยู่ว่าขณะนี้จิตไม่คิดไม่ปรุง จิตไม่คิดอยากจะไปโน่นมานี่ จิตสงบอยู่ จิตอยู่เฉยๆ 

อันนี้แหละเป็นความอัศจรรย์ใจเป็นความสุขที่ผู้ใดเมื่อได้สัมผัสกับความสุขแบบนี้แล้ว จะยินดีที่จะสละความสุขต่างๆ ที่เคยมีมาก่อน เคยมีความสุขอยู่กับการอยู่บ้านใหญ่โต อยู่ในพระราชวัง มีบริษัทบริวาร มีข้าวของเงินทองต่างๆ ที่จับจ่ายใช้สอยเหลือเฟือ แต่สิ่งเหล่านั้นไม่ได้มีความหมายกับจิตดวงนั้นอีกต่อไป จิตดวงนั้นจะพยายามแสวงหาแต่ที่สงบ ที่วิเวก ที่สงัด พยายามหลบหลีกคน เมื่อก่อนนี้เป็นคนที่ชอบสังคม เดี๋ยวนี้กลับกลายเป็นคนเบื่อสังคม ไม่อยากจะพูดคุย ไม่อยากจะเจอใคร เพราะเสียเวลา พูดไปมันก็เท่านั้น ไม่เกิดประโยชน์อะไร ไม่เหมือนกับหลบไปอยู่ตามลำพังที่ไหนเงียบๆ นั่งกำหนดจิต นั่งดูลมหายใจเข้าออก ไม่ให้จิตไปคิด ไปปรุง แล้วจิตก็รวมลงเป็นสมาธิ อันนั้นแหละเป็นความสุขที่แท้จริง

พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต วัดญาณสังวรารามฯ จังหวัดชลบุรี (เพจ พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต)

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, ธรรมะ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, ธรรมะ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

‘นายกเล็ก’ชวนเที่ยวงานถนนนั่งยองทองผาภูมิ ชิมอาหารอร่อยปลายธันวาคมนี้

Posted on December 7, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/696518

'นายกเล็ก'ชวนเที่ยวงานถนนนั่งยองทองผาภูมิ ชิมอาหารอร่อยปลายธันวาคมนี้

‘นายกเล็ก’ชวนเที่ยวงานถนนนั่งยองทองผาภูมิ ชิมอาหารอร่อยปลายธันวาคมนี้

วันอังคาร ที่ 6 ธันวาคม พ.ศ. 2565, 17.12 น.

“นายกเล็กตำบลทองผาภูมิ” ชวนเที่ยวงานถนนั่งยองทองผาภูมิ ประจำปี 2566 พร้อมชมการแสดงศิลปวัฒนธรรม ชิมอาหารอร่อยของดีองผาภูมิ 30 ธ.ค.65-1 ม.ค.66 นี้ 

วันนี้ (6 ธ.ค.65) นายประเทศ บุญยงค์ นายกเทศมนตรีตำบลทองผาภูมิ จ.กาญจนบุรี เปิดเผยว่า ในช่วงเทศกาลส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ 2565-2566 เทศบาลตำบลทองผาภูมิร่วมกับชุมชน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เตรียมจัดโครงการส่งเสริมการท่องเที่ยว งานถนนนั่งยองทองผาภูมิ ขึ้นระหว่างวันที่ 30 ธันวาคม 2565-1 มกราคม 2566 เวลา 06.00-20.00 น.ที่บริเวณถนนบุษปวนิช (ถนนซอยธรรมะ)ถึงตลาดริมแควเมืองท่าขนุน

วัดท่าขนุนได้พัฒนาจุดชมวิวแห่งใหม่ ด้วยการจัดสวนดอกไม้บริเวณสะพานแขวนหลวงปู่สาย โดยจะมีร้านค้าผลิตภัณฑ์ชุมชนต่างๆ เอาไว้เพื่อรองรับนักท่องเที่ยว สำหรับการจัดงานถนนนั่งยองทองผาภูมิ เป็นการนำเสนอเอกลักษณ์รูปแบบวิถีชีวิตและวัฒนธรรมของชาวอำเภอทองผาภูมิ เพื่อเชื่อมโยงในด้านการท่องเที่ยว ซึ่งจะเป็นการช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจ เกิดการสร้างงาน สร้างรายได้ให้แก่ชุมชน

ในกิจกรรมเราได้จำลองวิถีชีวิตของคนทองผาภูมิสมัยก่อน ที่มีการค้าขายมาไว้ในงานนี้ โดยพ่อค้าแม่ค้าที่มาขายสินค้า จะนั่งยองขายของ และนักท่องเที่ยวจะนั่งยองซื้อ อาหาร สินค้าพื้นบ้าน ของฝาก ฯลฯ ถือเป็นเอกลักษณ์ของอำเภอ 

นอกจากนี้นักท่องเที่ยวยังได้ชมการแสดงต่างๆ เช่น การแสดงดนตรี รำวงย้อนยุค จุดถ่ายรูป ฯลฯ ส่วนในวันที่ 1 มกราคม 2566 ในช่วงเช้าบริเวณงานถนนนั่งยอง นักท่องเที่ยวจะได้ทำบุญตักบาตรพระสงฆ์จากวัดต่างๆ เนื่องโอกาสวันขึ้นปีใหม่ จึงขอเชิญชวนนักท่องเที่ยวและประชาชนเที่ยวงานถนนนั่งยองทองผาภูมิประจำปี 2566 อย่างพร้อมเพรียงกัน – 003

ภาพจากแฟ้ม

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ชวนวิ่งเล่นทุ่งดอกไม้! ‘ดอกเก๊กฮวย’-ดอกบลูซัลเวีย’ ชูช่อเหลืองอร่ามสลับสีม่วงละมุน

Posted on December 7, 2022 by SoClaimon
1

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/696477

ชวนวิ่งเล่นทุ่งดอกไม้! 'ดอกเก๊กฮวย'-ดอกบลูซัลเวีย' ชูช่อเหลืองอร่ามสลับสีม่วงละมุน

ชวนวิ่งเล่นทุ่งดอกไม้! ‘ดอกเก๊กฮวย’-ดอกบลูซัลเวีย’ ชูช่อเหลืองอร่ามสลับสีม่วงละมุน

วันอังคาร ที่ 6 ธันวาคม พ.ศ. 2565, 15.14 น.

พาไปชมทุ่ง’ดอกเก๊กฮวย’เหลืองทองอร่าม สลับ’ดอกบลูซัลเวีย’สีม่วง เบ่งบานสวยงามรอต้อนรับนักท่องเที่ยวตลอดฤดูหนาวนี้

เมื่อวันที่ 6 ธันวาคม 2565 ที่เจพีฟาร์ม พิษณุโลก ตั้งอยู่เลขที่ 285 หมู่ที่ 1 บ้านแถว ต.แม่ระกา อ.วังทอง จ.พิษณุโลก ห่างจากตลาดบึงพระ อ.เมืองพิษณุโลก ประมาณ 6 กม. เป็นสวนเกษตรผสมผสานเนื้อที่กว่า 13 ไร่ แบ่งพื้นที่ปลูกไม้ผล และปลูกทุ่งดอกไม้สลับสายพันธุ์ตามฤดูกาล

โดยเฉพาะช่วงนี้ ทุ่งดอกเก๊กฮวยกำลังเบ่งบานเป็นสีเหลืองทองอร่ามบนพื้นที่ 2 ไร่ พร้อมๆ กับทุ่งดอกบลูซัลเวียกำลังชูช่อสีม่วงสวยงามบนพื้นที่ 1 ไร่ รอต้อนรับนักท่องเที่ยวยาวไปจนถึงช่วงปีใหม่นี้

นางพนมพร ภู่อ่ำ อายุ 50 ปี นักวิทยาศาสตร์การแพทย์ชำนาญการ เจ้าของเจพีฟาร์ม เล่าให้ฟังว่า ทางเจพีฟาร์มประสบความสำเร็จกับการผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนปลูกทุ่งดอกไม้สลับกันทั้งฤดูร้อนและฤดู โดยช่วงนี้กำลังเข้าสู่ช่วงฤดูหนาว ก็ได้เลือกสายพันธุ์ดอกไม้เป็นดอกเก๊กฮวยสีเหลือง และดอกบลูซัลเวียสีม่วง ที่ตอนนี้กำลังเบ่งบานสีเหลืองทอง สลับกับสีม่วง

โดยดอกไม้ทั้ง 2 สายพันธุ์เริ่มปลูกไว้ตั้งแต่ช่วงเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา และกำลังเบ่งบานได้ประมาณ 2 สัปดาห์แล้ว และจะเบ่งบานยาวๆ ไปจนถึงช่วงปีใหม่ เพื่อสลับให้ดอกคัสเตอร์และดอกมากาเร็ตได้เบ่งบานไปจนสิ้นฤดูหนาวต่อไป โดยทางฟาร์มได้จัดมุมถ่ายรูปไว้หลากหลายให้นักท่องเที่ยวได้มาเช็คอินถ่ายรูปกันได้

นักท่องเที่ยวที่สนใจ มาถ่ายรูปเช็คอินกับทุ่งดอกเก๊กฮวย หรือ บลูซัลเวีย ที่กำลังออกดอกต้อนรับนักท่องเที่ยว ก็สามารถเดินทางมาได้ที่เจพีฟาร์ม เส้นทางสะดวกสบายอยู่ห่างจากตัวเมืองพิษณุโลกเพียง 15 กม.เท่านั้น ฟาร์มเปิดทุกวันไม่มีวันหยุด ตั้งแต่เวลา 08.30 น. ถึง 18.30 น.ติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ทางโทรศัพท์หมายเลข 091-9611996 และ 086-9315226 หรือ เพจ Facebook เจพีฟาร์ม พิษณุโลก.012

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | 1 Reply

พ่อค้าปาดน้ำตา! โพสต์ร้านไม่มีลูกค้า เพื่อนรู้ข่าวบึ่งรถกว่า 30 กม. พาครอบครัวมาอุดหนุน

Posted on December 7, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/696476

พ่อค้าปาดน้ำตา! โพสต์ร้านไม่มีลูกค้า เพื่อนรู้ข่าวบึ่งรถกว่า 30 กม. พาครอบครัวมาอุดหนุน

พ่อค้าปาดน้ำตา! โพสต์ร้านไม่มีลูกค้า เพื่อนรู้ข่าวบึ่งรถกว่า 30 กม. พาครอบครัวมาอุดหนุน

วันอังคาร ที่ 6 ธันวาคม พ.ศ. 2565, 15.14 น.

วันที่ 6 ธันวาคม 2565 ผู้ใช้ TikTok ชื่อว่า @ko_payungsak ซึ่งเป็นเจ้าของร้านก๋วยเตี๋ยว ได้โพสต์คลิปกล้องวงจรปิดภายในร้าน เผยความประทับใจในน้ำใจของเพื่อน

หลังจากเขาโพสต์ว่า ร้านเงียบ ไม่มีลูกค้า เมื่อเพื่อนรู้ข่าวก็ไม่นิ้่งเฉย ขับรถพาครอบครัวมาอุดหนุน ทั้งๆ ที่ระยะทางไปกลับ ระยะทางกว่า 30 กว่ากิโลเมตร ทำเอาเจ้าตัวถึงน้ำตาไหลด้วยความซึ้งใจ

เจ้าของคลิป ระบุแคปชั่นว่า “โคตรซึ้ง ในวันที่เราโพสต์ว่าวันนี้เงียบไม่มีลูกค้าเลย แต่เพื่อนไม่นิ่งเฉย มาหาเราทั้งครอบครัวขับรถไปกลับ 30 กว่ากิโล เพื่อมาอุดหนุนให้กำลังใจ”

https://www.tiktok.com/embed/v2/7173557069562301722?lang=th-TH&referrer=https%3A%2F%2Fwww.naewna.com%2Flikesara%2F696476

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ไม่รู้แค้นอะไร! ‘เหล็กแป๊บ’ฟาดหัวเซียนพระจนสลบ สาดอึใส่หัวเหม็นคลุ้ง

Posted on December 7, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/696458

ไม่รู้แค้นอะไร! 'เหล็กแป๊บ'ฟาดหัวเซียนพระจนสลบ สาดอึใส่หัวเหม็นคลุ้ง

ไม่รู้แค้นอะไร! ‘เหล็กแป๊บ’ฟาดหัวเซียนพระจนสลบ สาดอึใส่หัวเหม็นคลุ้ง

วันอังคาร ที่ 6 ธันวาคม พ.ศ. 2565, 14.42 น.

6 ธันวาคม 2565 เมื่อเวลา 13.00 น. เจ้าหน้าที่กู้ชีพ อบต.ในคลองบางปลากด ได้รับแจ้งว่ามีชายถูกทำร้ายร่างกายได้รับบาดเจ็บ นอนอยู่ริมถนนสุขสวัสดิ์-ป้อมพระจุล บริเวณหน้าแผงพระใกล้เคียงวัดไตรมิตรวราราม หมู่ที่ 1 ต.แหลมฟ้าผ่า อ.พระสมุทรเจดีย์ จ.สมุทรปราการ จึงรีบเดินทางไปให้การช่วยเหลือ  

ที่เกิดเหตุบริเวณหน้าแผงพระไม่มีชื่อ พบผู้ได้รับบาดเจ็บเป็นชายนั่งอยู่จมกองเลือด อยู่หน้าแผงพระในสภาพสลึมสลือตาลอย ทราบชื่อภายหลัง นายสมคิด อายุ 55 ปี ชาวพื้นที่หมู่ที่ 3 ต.ปากคลองบางปลากด อ.พระสมุทรเจดีย์ จ.สมุทรปราการ มีบาดแผลแตกบริเวณด้านหลังศีรษะและใบหน้า บริเวณทั่วตัวถึงศีรษะพบอุจจาระราดเต็มทั่วตัว ส่งกลิ่นเหม็นคละคลุ้ง

เจ้าหน้าที่ต้องของน้ำจากวัดมาช่วยกันล้างอุจจาระออก ก่อนช่วยกันปฐมพยาบาลและนำส่งโรงพยาบาลใกล้เคียง บริเวณจุดเกิดเหตุพบกองอุจจาระกระจายเกลื่อนพื้น โดยมีถุงพลาสติกสีขาวขุน ที่ใส่อุจจาระตกรวมอยู่ด้วย 1 ใบ ส่วนผู้ก่อเหตุทราบว่าเป็นชาย หลังลงมือได้นั่งรถจักรยานยนต์รับจ้างหลบหนีไปพบอาวุธที่ใช้ก่อเหตุ 

จากการสอบถามชาวบ้านใกล้เคียง ทราบว่า ผู้บาดเจ็บเป็นเซียนพระ อยู่บริเวณแผงพระหน้าวัดแห่งนี้มานานหลายปี ช่วงเกิดเหตุไม่ทราบว่าผู้บาดเจ็บมีเรื่องอะไรเห็นชายอายุประมาณ 30-35 ปี นั่งรถจักรยานยนต์รับจ้างแต่ไม่ทราบว่าวินไหน มาจอดหน้าร้านบริเวณผู้บาดเจ็บนั่งอยู่ ก่อนที่จะใช้แป๊บเหล็กที่เตรียมมาหวดเข้าที่ศีรษะผู้บาดเจ็บอย่างจัง จนล้มกลิ้ง ก่อนที่จะเอาอุจจาระที่เตรียมใส่ถุงมา ราดตั้งแต่ช่วงศีรษะและทั่วตัวของผู้บาดเจ็บ ก่อนที่จะขึ้นรถจักรยานยนต์รับจ้างที่นั่งมาหลบหนีไป 

ในเบื้องต้นทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ลงพื้นที่หาข้อมูลและชนวนเหตุในครั้งนี้แล้ว โดยยังไม่ทราบแน่ชัดว่าเป็นเรื่องอะไรและผู้ก่อเหตุโกรธเคืองผู้บาดเจ็บในเรื่องใดที่จะเป็นชนวนในการลงมือในครั้งนี้ ก่อนจะเดินทางไปสอบปากคำผู้ได้รับบาดเจ็บพร้อมประสานเจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวนออกหาข่าวและตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดใกล้เคียงที่เกิดเหตุเพื่อติดตามผู้ก่อเหตุรายนี้มาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป.012

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

คนยังแห่ไป ‘เจิมมือ’ นะพระแม่โพสพที่วัดเขาไม้แดงหนึ่งเดียวในประเทศไทย

Posted on December 7, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/696434

คนยังแห่ไป 'เจิมมือ' นะพระแม่โพสพที่วัดเขาไม้แดงหนึ่งเดียวในประเทศไทย

คนยังแห่ไป ‘เจิมมือ’ นะพระแม่โพสพที่วัดเขาไม้แดงหนึ่งเดียวในประเทศไทย

วันอังคาร ที่ 6 ธันวาคม พ.ศ. 2565, 13.49 น.

คนยังแห่ไป “เจิมมือ” นะพระแม่โพสพที่วัดเขาไม้แดง ตำบลบางพระ อำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี หนึ่งเดียวในประเทศไทย หลังจากที่ปิดปรับปรุงสถานที่เจิมมือใหม่ไปกว่า 1 เดือนต่างเชื่อว่าเจิมแล้วจะเสริมดวงค้าขาย-โชคลาภมั่งมีกันเสนียดจัญไร

เมื่อเวลา 10.30 น.วันนี้ (6 ธ.ค.65) ที่วัดเขาไม้แดง หมู๋ 5 ต.บางพระ อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี ตรงช่วงด้านหลังเจ้าแม่กวนอิมองค์ใหญ่บนยอดเขาหลังวัด ได้มีประชาชนจำนวนมากที่ทราบว่าทางวัดเขาไม้แดงเปิดให้ “เจิมมือ” นะพระแม่โพสพเป็นวันแรก หลังจากที่ปิดปรับปรุงทำสถานที่เจิมมือใหม่ให้กันแดดกันฝนได้อย่างยั่งยืนรวมทั้งพระอาจารย์สง่ายังติดกิจนิมนต์พุทธาภิเษกต่างจังหวัดหลายวัน ซึ่งก็ได้หยุดเจิมมือไปกว่า 1 เดือน ท่านที่ทราบข่าวเปิดให้เจิมมืออีก ส่วนมากเป็นพ่อค้า-แม่ค้าและชาวต่างประเทศที่ติดตามเพจของ “หลวงพ่อสง่า วัดเขาไม้แดง เจิมมือนะพระแม่โพสพมีกินไม่รู้สิ้น” ว่าเปิดให้เจิมมือกันวันแรกต่างพากันเดินทางมารับบัตรคิวและนั่งรอคิว เพื่อรอให้พระครูวิสิฐ์ธรรมโสภณ หรือ หลวงพ่อสง่า เจ้าอาวาสวัดเขาไม้แดง ซึ่งเป็นลูกศิษย์สืบทอดพุทธาคม จากหลวงพ่อยงยุทธ อดีตเจ้าอาวาสวัดเขาไม้แดง อดีตพระเกจิอาจารย์ดังแห่งจังหวัดชลบุรี ซึ่งต้นตำรับดั้งเดิม ที่หลวงพ่อยงยุทธท่านได้ ร่ำเรียนมาจากหลวงพ่อจง พุทธสโร วัดหน้าต่างนอก จ.พระนครศรีอยุธยา เป็นความเชื่อของชาวไทยว่าเมื่อ เจิมมือจากหลวงพ่อสง่าไปแล้วจะไม่มีอดมีอยาก ไม่ยากไม่จนและยังป้องกัน คุณผี คุณคน คุณไสย และเสนียดจัญไรต่าง ๆ ที่จะหมดไป 

โดยทุกครั้งที่เจิมมือจากหลวงพ่อสง่าเสร็จในพานครูจะมีข้าวสาร มอบให้กลับไปสามารถนำไปใส่ผสมกับถังเก็บข้าวที่บ้านจะมีกินมีใช้ไปตลอดหรือหากบ้านใดมีสถานที่อาถรรพ์สามารถนำข้าวสารที่ได้ไปหว่าน สามารถขับไล่เสนียดจัญไรได้ โดยจะมีคาถาหัวใจแม่พระโพสพสำหรับกำกับข้าวก่อนใส่หม้อหรือหว่านโปรย สำหรับผู้ที่จะเข้าไป เจิมมือ ต้องตั้ง นะโม 3 จบ และว่า ติยันติ ยันติ โมมะมูนมา พานครู ดอกไม้ธูปเทียน เงินค่าบูชาพานครู 99 บาท ข้าวสารหนึ่งหยิบมือ ใครไม่สะดวกเตรียมทางวัดเตรียมพานไว้ให้แล้วมาทำบุญที่วัด ตามกำลังศรัทธา ซึ่งการเจิมมือ นะพระแม่โพสพ เจิมได้ทุกวันยกเว้นวันพระและวันที่หลวงพ่อสง่าท่านติดกิจนิมนต์ และมีข้อห้าม 1.ไม่ด่าพ่อแม่ลบหลู่ผู้มีพระคุณ 2.ไม่ประพฤติผิดในกาม 3.ยึดมั่นในศีลธรรม ซึ่งเริ่มเจิมมือในวันแรกหลังจากหยุดมากว่า 1 เดือน แจกบัตรคิวกับประชาชนที่จะมาเจิมมือ ตั้งแต่เวลา 08.30-10.00 น. บัตรคิว 100 ใบก็หมดแล้วประชาชนที่เดินทางมาหลัง 10.00 น.ต่างผิดหวังไปตามๆ กัน 

ทั้งนี้ หลวงพ่อสง่าท่านได้นำความรู้ความสามารถมาช่วยเหลือสร้างขวัญกำลังใจให้ชาวบ้านและผู้เลื่อมใสศรัทธาจากทั่วสารทิศ แม้กระทั่งชาวต่างชาติยังเชื่อถือ นั่นคือ “วิชาการเจิมมือนะพระแม่โพสพ” ตามตำรับดั้งเดิมของ “หลวงพ่อจง พุทธสโร” เกจิดังวัดหน้าต่างนอก อยุธยา ซึ่งเป็นเคล็ดวิชาโบราณที่มีความเชื่อกันว่าลงไว้แล้วจะไม่อดอยาก ไม่ยากไม่จน และยังป้องกัน คุณผี คุณคน คุณไสย รวมทั้งเสนียดจัญไรต่างๆนานา โดยเฉพาะวิชา”เจิมมือนะพระแม่โพสพ “ตำรับโบราณที่หลวงพ่อยงยุทธได้รับการถ่ายทอดมาจากหลวงพ่อจง วัดหน้าต่างนอก และถ่ายทอดมาสู่หลวงพ่อสง่า ซึ่งถือว่าเป็นหนึ่งเดียวในประเทศไทย

สำหรับท่านที่มีความประสงค์จะมาเจิมมือสามารถเดินทางมาที่วัดเขาไม้แดงได้ทุกวัน (หลวงพ่อสง่าจะหยุดเจิมทุกวันพระ) และวันที่หลวงพ่อสง่าท่านติดกิจนิมนต์สำคัญ โดยช่วงที่เปิดให้เจิมมือครั้งใหม่นี้ในเบื้องต้นจะรับเพียงวันละ 100 ท่านก่อนและรับบัตรคิวได้ที่หน้าโต๊ะบูชาพานครูตั้งแต่เวลา 08.30 น.ไม่มีการจองล่วงหน้า รับบัตรคิววันต่อวันเท่านั้น ค่าบูชาพานครู 99 บาทจะมีแผ่นทอง แผ่นเงิน ดอกไม้ ธูป เทียน ข้าว สาร และมีบูชาครูอีก 39 บาท(เป็นกำลังพระแม่โพสพ) ซึ่งของทั้งหมดทางวัดเตรียมไว้ให้แล้ว 

ส่วนท่านที่ประสงค์จะทำพิธีเบิกพระแม่ธรณี ค่าครู 21 บาท (กำลังพระแม่ธรณี) เพื่อจะให้ขายที่ดินได้ เจิมตามตำหรับวิชาและสวดกรณียเมตตสูตร คาถาแผ่เมตตาให้กับวิญญาณ เจ้าที่ เจ้าทาง เทวดาคุ้มครอง สวดมนต์เปลี่ยนศัตรูให้เป็นมิตร นำโฉนดที่ดินฉบับถ่ายเอกสาร มาฝากวางไว้ที่วัดเขาไม้แดงได้ทุกวัน หลวงพ่อสง่าท่านจะทำพิธีให้ทุกวันเสาร์ช่วงประมาณ4โมงเย็น หลังเสร็จภารกิจการเจิมมือนะพระแม่โพสพ ท่านใดจะเข้าร่วมพิธีในวันเสาร์และรอรับโฉนดเลยก็ได้ หรือฝากไว้ที่วัดเขาไม้แดงและมารับวันหลังก็ได้ – 003

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

BamBam Family

BamBam Family

สถิติบล็อก

  • 2,935,401 hits

Join 4,117 other subscribers
Follow SootinClaimon.Com on WordPress.com

Categories

Top Posts & Pages

เท้ง นำทัพพรรคประชาชน เดินขบวนยื่นร่างปฏิรูปประกันสังคม
ทวี ชี้ปรับโครงสร้างค่าไฟ แค่ย้ายภาระ ไม่ใช่การ แก้ปัญหา จี้แก้ให้ถูกจุด เลิกค่าไฟทิพย์
ณัฏฐ์ชนน สวน เท้ง หงาย คนในพรรคมีแต่สีดำมะเมี่ยม ทั้งคดีทางเพศ ยาเสพติด พนันออนไลน์
คลังชงออกพรก.กู้เงิน เคาะ4แสนล. ตุนกระสุนสู้วิกฤต
นายกฯ บุกบางใหญ่ ดูสินค้า ไทยช่วยไทย ช็อปกระจาย สส.พรรคส้ม เข็นรถบริการ อนุทิน  
พรรคประชาชน เปิดแคมเปญใหญ่ 100 จุด ทั่วกรุงเทพฯ ชวนคนกรุงตั้งคำถาม กรุงเทพฯ ยากไปไหม
คุณแหน : 2 พฤษภาคม 2568
มติ ป.ป.ช.ชี้มูลความผิด สุภา ปิยะจิตติ ปมไม่อุทธรณ์คดีภาษีหุ้นชินคอร์ป 1.7หมื่นล้าน
ศุภจี ร่ายยาว ไทยช่วยไทย กางแผนช่วยประชาชนลดค่าครองชีพยามวิกฤต
นักเขียนซีไรต์ ฉะ 'พรรคส้ม-ไอซ์' สร้างความแตกแยกระหว่างรุ่น แต่ยังหาเสียงกับคนแก่

Recent Posts

  • สหรัฐเตรียมถอนทหาร 5,000 นายออกจากเยอรมนี หลังนายกฯ เยอรมันวิจารณ์สงครามอิหร่าน
  • ทรัมป์จ่อขึ้นภาษีนำเข้ารถยุโรปเป็น 25% จุดชนวนศึกการค้ารอบใหม่
  • สหรัฐคว่ำบาตรอิหร่านรอบใหม่ เตือนบริษัทเดินเรือห้ามจ่ายค่าผ่านทาง ช่องแคบฮอร์มุซ
  • ตำรวจตุรกียิงแก๊สน้ำตา สลายม็อบวันแรงงานในอิสตันบูล จับผู้ชุมนุมกว่า 370 คน
  • อิหร่านส่งข้อเสนอเจรจาฉบับใหม่ผ่านปากีสถาน ท่ามกลางทางตันในการเจรจากับสหรัฐ

ป้ายกำกับ

  • 2559(2016)
  • 2564(2021)
  • entertain
  • naewna
  • The Nation
  • การเมือง
  • ต่างประเทศ
  • บันเทิง
  • ผู้หญิง
  • แนวหน้า
  • RSS - Posts
  • RSS - Comments

Archives

Follow Us

  • https://soclaimon.tumblr.com/
  • https://www.facebook.com/soclaimon
  • https://www.instagram.com/sootinclaimon/
  • https://www.facebook.com/SootinClaimon/
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100001170824639
  • https://www.facebook.com/pompam.pp
  • https://www.facebook.com/toraman666
  • https://www.facebook.com/apich214
  • https://www.facebook.com/samabat.klaimon
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100005312762480
  • https://www.facebook.com/jirasuda.manomaiyanon
  • https://www.facebook.com/eikpakkred
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100003091451547
Blog at WordPress.com.
  • Subscribe Subscribed
    • SootinClaimon.Com
    • Join 1,657 other subscribers
    • Already have a WordPress.com account? Log in now.
    • SootinClaimon.Com
    • Subscribe Subscribed
    • Sign up
    • Log in
    • Report this content
    • View site in Reader
    • Manage subscriptions
    • Collapse this bar

Loading Comments...

    %d