Skip to primary content
Skip to secondary content

SootinClaimon.Com

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย2 [SartKasetDinPui2] : รวบรวม ข้อมูล เศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม เกษตร ดิน น้ำ ปุ๋ย

SootinClaimon.Com

Main menu

  • Home
  • KU23-2506
  • ข้อคิดความเห็น
  • ตระกูลคล้ายมนต์
  • ผมเองครับ
  • ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย1

Tag Archives: ข่าว Like สาระ

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

ทีมสัตวแพทย์เฝ้ารักษาแผลเน่าลูกช้างป่าสลักพระ พบถ่ายเองได้แต่มีลักษณะนิ่ม

Posted on August 19, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/674094

ทีมสัตวแพทย์เฝ้ารักษาแผลเน่าลูกช้างป่าสลักพระ พบถ่ายเองได้แต่มีลักษณะนิ่ม

ทีมสัตวแพทย์เฝ้ารักษาแผลเน่าลูกช้างป่าสลักพระ พบถ่ายเองได้แต่มีลักษณะนิ่ม

วันพฤหัสบดี ที่ 18 สิงหาคม พ.ศ. 2565, 11.43 น.

ทีมสัตวแพทย์ สำนักฯ3 (บ้านโป่ง) เฝ้ารักษาแผลเน่าลูกช้างป่าสลักพระ เข้าสู่วันที่สี่ พบถ่ายเองได้แต่มีลักษณะนิ่ม เหตุกินกล้ายสุกเยอะ ส่วนปมบาดเจ็บคาดถูกช้างป่าตัวใหญ่ทำร้ายด้วยงา

ความคืบหน้ากรณีเจ้าหน้าที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าสลักพระ พบช้างปาเพศผู้อายุ 2-3 ปี เดินอยู่ภายในสวนยางพาราของชาวบ้าน ท้องที่ หมู่ 1 ต.ด่านแม่แฉลบ อ.ศรีสวัสดิ์ จ.กาญจนบุรี โดยช้างป่าได้รับบาดเจ็บเป็นแผลเน่าเปื่อยขนาดใหญ่ที่บริเวณโคนหาง หลังจากที่นายอนันต์ โพธิ์พันธุ์ ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 3 (บ้านโป่ง)ได้รับรายงาน จึงมอบหมายให้นายสิขกพงษ์ กระแจะจันทร์ ผู้อำนวยการส่วนอนุรักษ์สัตว์ป่า สบอ.3 (บ้านโป่ง) นายไพฑูรย์ อินทรบุตร หัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าสลักพระ 

พร้อมด้วย สพ.ญ.ลักษณา ประสิทธิชัย นายสัตวแพทย์ชำนาญการพิเศษ สพ.ญ.กนกวรรณ ตรุยานนท์ นายสัตวแพทย์ชำนาญการพิเศษ สพ.ญ.ณฐนน ปานเพ็ชร นายสัตวแพทย์ปฏิบัติการ สบอ.3 (บ้านโป่ง) รวมทั้งทีมสัตวแพทย์ประจำเขตห้ามล่าสัตว์ป่าบึงฉวากและศูนย์พัฒนาการจัดการสัตว์ป่าบึงฉวาก จ.สุพรรณบุรี เข้าทำการรักษาช้างป่าตัวดังกล่าวมาตั้งแต่วันที่ 15 ส.ค.ที่ผ่านมา ตามที่ได้เสนอข่าวไปแล้ว

ล่าสุดเมื่อเวลา 10.20 น.วันนี้ (18 ส.ค.65) นายไพฑูรย์ อินทรบุตร หัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าสลักพระ เปิดเผยถึงความคืบหน้าในการรักษาว่า เจ้าหน้าที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าสลักพระ พร้อมทีมสัตวแพทย์ สัตวบาล สอส.สบอ.3 (บ้านโป่ง) สัตวแพทย์ประจำเขตห้ามล่าสัตว์ป่าบึงฉวากและศูนย์พัฒนาการจัดการสัตว์ป่าบึงฉวาก ได้เฝ้าระวังและทำการรักษาช้างป่า ตัวดังกล่าวมาอย่างต่อเนื่องทุกวัน 

ช้างตัวดังกล่าวสามารถยืนและเดินเองได้ เจ้าหน้าที่จึงได้วางแผนด้วยการใช้กล้วยหลอกล่อให้ช้างไปยืนอยู่ใกล้กับต้นไม้ใหญ่ เพื่อง่ายต่อการรักษา จากนั้นให้เจ้าหน้าที่ปีนขึ้นไปแล้วพ่นยาลงมาเพื่อรักษาบาดแผลที่เน่าเปื่อย นอกจากนี้ยังให้กินยาลดอาการปวด ลดอาการอักเสบ กินวิตามิน โปรตีนรวม วิตามินซี และเกลือแร่ที่เป็นก้อนแล้วนำมาทุบให้ละเอียด การรักษาจะทำใน 2 ช่วงเวลา คือเวลา 10.00 น. และเวลา 16.00 น.

สำหรับอาหารที่นำมาให้ช้างป่านั้นเป็นอาหารประเภทกล้วยสุกและหญ้าและน้ำ ซึ่งปรากฏว่าช้างไม่ยอมกินหญ้า โดยชอบกินแต่กล้วยสุกเท่านั้นจะสังเกตได้ว่าช้างสามารถขับถ่ายได้แต่มีลักษณะนิ่ม ซึ่งอาจจะเป็นเพราะช้างกินกล้วยสุกมากเกินไป โดยทีมสัตวแพทย์ สัตวบาล จะยังคงเฝ้าติดตามและรักษาไปอย่างต่อเนื่อง 

ส่วนสาเหตุที่ทำให้ลูกช้างป่าได้รับบาดเจ็บนั้น เบื้องต้นคาดว่าลูกช้างป่าตัวดังกล่าวอาจจะถูกช้างตัวใหญ่ทำร้ายด้วยการใช้งาแทงจนได้รับบาดเจ็บ ทำให้ไม่สามารถเดินตามโขลงช้างทัน เป็นเหตุทำให้ลูกช้างตัวดังกล่าวต้องเดินออกมาหากินนอกพื้นที่ จนเจ้าหน้าที่และชาวบ้านมาพบจึงเข้าให้ความช่วยเหลือในการรักษา สำหรับบาดแผลที่เน่าเปื่อยนั้น คาดว่าจะถูกช้างป่าทำร้ายมานานประมาณไม่ต่ำกว่า 1-2 เดือน – 003

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

เชื่อยังมีจระเข้ทั้งพ่อแม่พันธุ์ใน’อ่างเก็บน้ำบ้านสันกำแพง’วังน้ำเขียวอีกหลายตัว

Posted on August 19, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/674090

เชื่อยังมีจระเข้ทั้งพ่อแม่พันธุ์ใน'อ่างเก็บน้ำบ้านสันกำแพง'วังน้ำเขียวอีกหลายตัว

เชื่อยังมีจระเข้ทั้งพ่อแม่พันธุ์ใน’อ่างเก็บน้ำบ้านสันกำแพง’วังน้ำเขียวอีกหลายตัว

วันพฤหัสบดี ที่ 18 สิงหาคม พ.ศ. 2565, 11.13 น.

ชาวบ้านเชื่อยังมีลูกจระเข้พร้อมพ่อและแม่พันธุ์อยู่ในอ่างเก็บน้ำบ้านสันกำแพง อำเภอวังน้ำเขียว หลังจับลูกได้แล้ว 12 ตัววอนให้หน่วยงานติดป้ายเตือนนักท่องเที่ยวที่มาเที่ยวอ่างเก็บน้ำ

วันที่ 18 ส.ค.65 ที่อ่างเก็บน้ำบ้านสันกำแพง หมู่ที่ 12 ตำบลวังหมี อำเภอวังน้ำเขียว จังหวัดนครราชสีมา หลังจากเมื่อคืนวันที่ 17 ส.ค.ที่ผ่านมา ศูนย์ป้องกันและปราบปรามประมงน้ำจืดนครราชสีมา ลงพื้นที่อ่างเก็บน้ำบ้านสันกำแพง พร้อมผู้นำชุมชน และกลุ่มอนุรักษ์สัตว์ป่าวังหมีบ้านสันกำแพงช่วยกันจับลูกจระเข้ได้ทั้งหมด 11 ตัว รวมทั้งของเก่าอีก 1 ตัวเป็น 12 ตัว 

ส่วนสถานการณ์ที่บริเวณอ่างเก็บน้ำวันนี้ ชาวบ้านและนักท่องเที่ยวต่างเชื่อกันว่า ลูกจระเข้ที่จับได้นั้นต้องมีพ่อและแม่ของจระเข้อยู่ด้วยอย่างแน่นอน จึงอยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องและเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ช่วยตรวจสอบให้แน่นอน เพราะประชาชนและนักท่องเที่ยวจะได้มาท่องเที่ยวอย่างสบายใจ

นางสาววิมลนันท์ บุญชนะ ประชาชนในพื้นที่ กล่าวว่า กรณีเจ้าหน้าที่จับลูกจระเข้ได้ 12 ตัวนั้นตนเองเชื่อว่าน่าจะมีแม่ของจระเข้อยู่ด้วยก็อยากให้เจ้าหน้าที่ลงพื้นที่จับแม่จระเข้ให้ได้เพราะช่วงนี้มีฝนตกลงมาในพื้นที่ชาวบ้านก็ออกหาปลากันเยอะ หวั่นเกิดอันตรายกับชาวบ้านและที่สำคัญอยากให้ติดป้ายเตือนประชาชนว่าอ่างเก็บน้ำมีจระเข้ อาศัยอยู่

ขณะที่นักท่องเที่ยวที่เดินทางมาท่องเที่ยวบริเวณอ่างเก็บน้ำสันกำแพงกล่าวว่า ที่นี่สถานที่สวยเย็นสบายก็อยากมาพักผ่อน แต่หากมีจระเข้ก็กลัวอยู่แต่ถ้าเราไม่ลงน้ำก็ไม่น่ามีปัญหาอะไร – 003

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ภาคสอง! ยายทองวัย 81 หนีอีกแล้วระหกระเหินจากบ้านหลานคนเก่าไปอยู่กับอีกคน

Posted on August 18, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/674075

ภาคสอง! ยายทองวัย 81 หนีอีกแล้วระหกระเหินจากบ้านหลานคนเก่าไปอยู่กับอีกคน

ภาคสอง! ยายทองวัย 81 หนีอีกแล้วระหกระเหินจากบ้านหลานคนเก่าไปอยู่กับอีกคน

วันพฤหัสบดี ที่ 18 สิงหาคม พ.ศ. 2565, 09.51 น.

จำได้ไหม!! ยายทองวัย 81 ปีที่ถูกลูกสะใภ้และหลานด่า ทำร้ายร่างกายเมื่อปลายเดือน มิ.ย.ที่ผ่านมาที่อุดรธานี ขณะที่หลานสาวที่ยายทองหนีมาอยู่ด้วยน้ำตาคลอเปิดใจทั้งสมเพศและสงสารตระกูลตัวเอง และพร้อมรับยายทองไว้ดูแลเพราะเป็นน้องสาวของพ่อ แต่เจ็บใจทำไมลูกชายยายเป็นแบบนี้ปล่อยแม่ตัวเองระหกเร่ร่อนไปทั่ว ด้านหลานอีกคนที่ยายทองหนีออกจากบ้าน ยันไม่ได้ไล่ แต่ยายทองไปเอง

 โดยเมื่อวันที่ 17 ส.ค.65 ที่ผ่านมา ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ยายทอง (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 81 ปีชาวบ้านบ้านสร้อยพร้าว ต.สร้อยพร้าว อ.หนองหาน จ.อุดรธานี ที่เคยเป็นข่าวเมื่อปลายเดือน มิ.ย.65 ที่ผ่านมา ถูกลูกสะใภ้และหลานทำร้ายย่าวัย 81 ปีจนน่วมเหมือนไม่ใช่คนหลังจากไปอยู่กับลูกชายที่บ้านโนนสะอาด ต.ดอนหายโศก อ.หนองหาน จ.อุดรธานี ต่อมามีหลายหน่วยงานเข้าช่วยเหลือยายทอง จนได้อยู่กับหลานสาวอีกคนที่บ้านสร้อยพร้าว 

แต่ปรากฏว่าผ่านมาได้เดือนกว่ายายทองต้องหนีอีกแล้ว โดยทราบว่าตอนนี้ยายทองได้หนีมาอยู่กับหลานสาวอีกคนที่เป็นลูกของพี่ชายยายทองในตัว อ.หนองหาน จ.อุดรธานี จึงเดินทางไปที่บ้านหลังหนึ่ง พบกับ น.ส.มณีรัตน์ (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 48 ปี ซึ่งเป็นหลานของยายทอง บอกว่า เมื่อวันที่ 12 ส.ค.ที่ผ่านมา ยายทองนั่งสามล้อเครื่องมาหา โดยบอกว่าจะขอมาอยู่ด้วย ตนก็ตกใจก็เห็นอยู่กับหลานอีกคนคือน้าอรทัยอยู่ดีๆ แต่จู่มาอยู่ที่นี่เพราะอะไร

ส่วนยายทอง บอกว่า ที่มาอยู่กับหลานคนนี้ หลานคนเก่าที่บ้านสร้อยพร้าวไม่ได้ไล่ แต่อยู่ไปก็อึดอัดใจ เพราะเขาบอกว่าบ้านหลังนั้นอยู่ด้วยกันหลายคน ยายดูแล้วเหมือนเขาจะลำบากใจที่ยายอยู่ที่นั่น ยายก็เลยหนีมาเอง ดูที่เขาพูด เขาบอกว่าลูกสะใภ้จะคลอดลูกแล้วอยู่กันหลายคน เขาก็บ่นอีกว่าลำบากมากกับยายทอง จู้จี้จุกจิก ตอนนี้เริ่มแก่มากแล้ว ตาก็ฟ่าฟางมองไม่ค่อยเห็น 

“สาเหตุที่มาอยู่ที่นี่ก็อยากจะมาอยู่กับหลานคนนี้ด้วย คงไม่กลับไปอยู่ที่เดิมแล้วและจะไม่ไปอยู่กับลูกชายด้วย กลัวลูกสะใภ้ทำร้ายร่างกายอีก ขอตายที่นี่เพราะอายุก็มากแล้ว ยายก็น้อยใจอยู่ทำไมชีวิตมาเป็นแบบนี้ต้องหนีไปอยู่ที่โน่นที่นี่ กลัวหลานๆ เขาลำบากใจ ส่วนลูกชายและลูกสะใภ้ก็ทำร้ายร่างกาย เขาก็ไม่เคยถามหาหรือแวะมาหาเลย ลูกชาย ถือว่าบุญกรรมทำดีมาเท่านั้นคงรับเป็นกรรมเวรของตัวเอง”

น.ส.มณีรัตน์ เปิดเผยว่า ตนเป็นหลานของยายทอง เป็นลูกของพี่ชายยายทอง และยายทองเป็นอา วันที่ 12 ส.ค.ที่ผ่านมายายทอง นั่งสามล้อมาหาที่นี่โดยไม่รู้ตัว ขณะนั้นตนขายผักที่ตลาด สามีโทรมาบอกว่า ยายทองจะมาอยู่ด้วย แต่สามีไม่เห็นด้วยเพราะอยากให้ลูกชายเขารับลูกไปอยู่ด้วย ลำพังฉันก็ป่วยเป็นโรคมดลูกโตและเบาหวาน มีอาชีพขายผักในตลาดได้วันละ 200 บาท 

“ลำบากใจมากที่ยายทองมาอยู่ด้วยเพราะกลัวไม่มีเงินพอที่จะซื้อกับข้าวกับน้ำให้ยาย เพราะทราบว่าหลานคนเก่าที่ยายอยู่ด้วยไม่เอาเอกสารคนพิการหรือบัตรผู้สูงอายุให้ยายมาด้วย หนูก็ลำบากใจที่จะให้ยายทองอยู่ด้วย เพราะทะเลาะกับสามี แต่ในฐานะเป็นหลานและยายทองเป็นน้องของพ่อ แต่หนูก็เสียใจอยู่ว่าทำไมลูกชายยายทองทำกับแม่แบบนี้ ลูกทำไมชั่วมาก อัดอั้นตันใจมานาน ต้องให้แม่ระหกระเหินไปอยู่กับคนนั้นทีคนนี้ที ลูกทำไมทำกับแม่แบบนี้ มีจิตสำนึกไหม ทั้งสมเพศและสงสารตระกูลตัวเองทำไมยายทองต้องเป็นแบบนี้ แต่สุดท้ายหากยายทองไม่มีที่ไปก็พร้อมจะรับยายทองอยู่ที่นี่จะหมดอายุขัย” น.ส.มณีรัตน์ กล่าว

ต่อมาผู้สื่อข่าวเดินทางไปพบกับนางอรทัย (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 53 ปีหลานของยายทองที่เคยรับปากว่าจะดูแลยายทองก่อนหน้า เปิดเผยว่า ตนไม่ได้ไล่ยายทองไปอยู่ที่อื่นแต่อย่างใด แกไปเอง คิดว่าด้วยยายทองอายุมาก ความจำสติแกชอบบ่นและพูดเยอะและอยากไปหาหลานคนนั้นทีคนนี้ที ยืนยันไม่ได้ไล่แน่นอน ก่อนที่ยายจะไปตนยอมรับว่าดุด่ายายทองอยู่ เพราะยายอุจจาระเรี่ยราด ตนก็บอกว่า ยายเอาอุจจาระใส่กระป๋องแล้วไปใส่โถส้วม เดี๋ยวจะราดน้ำให้ แต่ยายทองก็บอกว่า ไม่ได้อุจจาระและคงน้อยใจอยากไปอยู่กับหลานคนอื่น 

“จากนั้นวันที่ 12 ส.ค.ที่ผ่านมายายทองก็เหมารถไปหาหลานอีกคนที่ อ.หนองหาน ส่วนเรื่องบัตรผู้สูงอายุและบัตรคนพิการตนเป็นคนวิ่งเดินเรื่องให้และตนดูแลเรื่องเงินของยายทองจริงได้เดือนละ 2,000 บาทตนเก็บเอาไว้ซื้อกับข้าวให้ยายทอง หากจะเอาบัตรให้ยายทองไปด้วยคงอยากให้มีผู้นำหมุ่บ้านและเจ้าหน้าที่ อบต.มาเป็นสักขีพยานว่าเอาบัตรให้ไปแล้วให้หลานคนอื่นรับผิดชอบไป ไม่ใช่ว่าไปอยู่ที่นั่นไม่ได้แล้วกลับมาอยู่ที่นี่เหมือนเดิม หากจะให้ยายทองมาอยู่ที่นี่คิดว่าให้อยู่ตลอดไปคงไม่ได้ให้อยู่ชั่วคราวให้อยู่ได้ ยายทองคงไม่กลับมาอีกแล้ว” นางอรทัยกล่าว – 003

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

พลาดไม่ได้!เทศกาลอาหารอร่อย‘ระยองฮิ’ 25-28 ส.ค.นี้ ขนสุดยอด‘เมนูเด็ด’มาให้ชิมเพียบ

Posted on August 18, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/674064

พลาดไม่ได้!เทศกาลอาหารอร่อย‘ระยองฮิ’ 25-28 ส.ค.นี้ ขนสุดยอด‘เมนูเด็ด’มาให้ชิมเพียบ

พลาดไม่ได้!เทศกาลอาหารอร่อย‘ระยองฮิ’ 25-28 ส.ค.นี้ ขนสุดยอด‘เมนูเด็ด’มาให้ชิมเพียบ

วันพุธ ที่ 17 สิงหาคม พ.ศ. 2565, 22.17 น.

พลาดไม่ได้!เทศกาลอาหารอร่อย‘ระยองฮิ’ 25-28 ส.ค.นี้ ขนสุดยอด‘เมนูเด็ด’มาให้ชิมเพียบ 

เมื่อเวลา 18.30 น.วันที่ 17 ส.ค.65 ว่าที่ร้อยตรีพิรุณ เหมะรักษ์ รอง ผวจ.ระยอง เป็นประธานแถลงข่าวการจัดงาน “เทศกาลอาหารอร่อย ระยอง..ฮิ” ที่โรงแรมโกลเด้นท์ ซิตี้ ระยอง จ.ระยอง โดยมี น.ส.สุวีรยา ปั้นปาน พาณิชย์จังหวัดระยอง ผู้แทนหอการค้าระยอง อบจ.ระยอง และส่วนราชการ ชมรมผู้ประกอบการร้านอาหารระยอง เข้าร่วมแถลงถึงการจัดงาน โดยมีการนำอาหารมาโชว์ภายในงาน ประกอบด้วย กุ้งราดซอสใบชะมวง ไอศกรีมโบราณ (มนตรี) ปูสดนึ่งพร้อมแกะ ขนมหนุมานคลุกฝุ่น และหมูชะมวง เป็นต้น

ว่าที่ร้อยตรีพิรุณ กล่าวว่า สำหรับเทศกาลอาหารอร่อย ระยอง..ฮิ ครั้งที่ 8 นับเป็นการรวมเอาอาหารชั้นเลิศของ จ.ระยอง ที่มาเปิดร้านจำหน่ายกว่า 100 ร้านค้า รวมถึงการสาธิตทำอาหาร และการแสดงของศิลปินชื่อดัง จึงขอเชิญชวนนักท่องเที่ยวเข้ามาท่องเที่ยว และชิมอาหารอร่อยกันได้ ซึ่งเป็นการจัดติดต่อกันมาถึงปีที่ 8 โดยเป็นการคัดสรรอาหารรสเด็ดของระยอง มารวมไว้ภายในงาน จึงขอเชิญชวนประชาขนในพื้นที่และนักท่องเที่ยว เดินทางมาท่องเที่ยว ในงานเทศกาลอาหารอร่อย ระยองฮิ ครั้งที่ 8 ที่มีการเตรียมความพร้อมในทุกด้าน ทั้งด้านการจราจร และความมาตรการการป้องกันโควิด-19 

น.ส.สุวีรยา กล่าวว่า จังหวัดระยอง ได้ร่วมกับสำนักงานพาณิชย์ระยอง หอการค้าระยอง และชมรมผู้ประกอบการร้านอาหารระยอง ได้จัด”โครงการพัฒนาและส่งเสริมช่องทางการกระจายสินค้าและบริการของจังหวัดระยองขึ้น ภายใต้คอนเซ็ปต์ มหกรรมเทศกาลอาหารเด่นจังหวัดระยอง ประจำปี 2565 เพื่อพัฒนาศักยภาพและเพิ่มขีดความสามารถแก่ผู้ประกอบการ และสร้างเครือข่ายทางการค้า กระตุ้นเศรษฐกิจของจังหวัด เพิ่มรายได้ และกำลังซื้อภายในชุมชนและจังหวัด เพื่อนำไปสู่โครงสร้างเศรษฐกิจที่สมดุล สร้างความเข้มแข็งด้านเศรษฐกิจภายในประเทศ สร้างความมั่นใจและความน่าเชื่อถือสินค้าและบริการจากแหล่งผลิตในพื้นที่ และยังเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวของระยองอีกด้วย

นอกจากนี้ยังมีการจัดการสาธิตอาหารพื้นถิ่นจากเซฟดังระดับประเทศ การประกวดการทำอาหาร กิจกรรมส่งเสริมการขาย นิทรรศการภาพถ่าย และ ร้านค้ามากกว่า 100 ร้านค้าตลอดการจัดงาน รวมถึงการแสดงของศิลปินชื่อดังตลอดงาน โดยจะจัดขึ้น ตั้งแต่วันที่ 25-28 ส.ค.65  ณ สนามกีฬากลางจังหวัดระยอง

-005

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

แฉ 3 สูตรนรก!หลอน‘คนคลั่ง’เกลื่อนอุดรฯ ห่วง‘วังสามหมอ’พบป่วยจิตเวช 400 คน

Posted on August 18, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/674058

แฉ 3 สูตรนรก!หลอน‘คนคลั่ง’เกลื่อนอุดรฯ ห่วง‘วังสามหมอ’พบป่วยจิตเวช 400 คน

แฉ 3 สูตรนรก!หลอน‘คนคลั่ง’เกลื่อนอุดรฯ ห่วง‘วังสามหมอ’พบป่วยจิตเวช 400 คน

วันพุธ ที่ 17 สิงหาคม พ.ศ. 2565, 21.31 น.

แฉ 3 สูตรนรก!‘กัญชาผสมยาบ้า’กินกับ‘เหล้าขาว’ คาดปลุก‘คนคลั่ง’เกลื่อนอุดรธานี นายอำเภอห่วง‘วังสามหมอ’พบป่วยจิตเวชกว่า 400 คน เตรียมผุดศูนย์พักคอยสกัด

17 สิงหาคม 2565 จากกรณีเพจ “ที่นี่ วังสามหมอ” โพสต์รูปภาพและข้อความ ระบุว่า “ขออนุญาตตั้งประเด็นคำถามต่อเนื่องจากที่ได้นำเสนอเรื่องราว เมื่อบ้านไม่ใช่เซฟโซน ลงกลุ่ม ข่าวสารวังสามหมอ ว่าปัญหานี้ต้นเหตุที่แท้จริงเกิดจากอะไร? เมื่อบ้านไม่ใช่เซฟโซน หดหู่ไม่ไหวถ้าได้เห็นคลิปนี้ได้แต่ภาวนาอย่าให้เกิดขึ้นกับครอบครัวตัวเอง รับแจ้งจากผู้เป็นลูกสาวซึ่งทำงาน ตปท. ผู้ถ่ายคลิปเป็นหลานน้อยแท้ๆอายุยังไม่ถึง 10  ขวบแอบส่งไปให้แม่ที่ทำงานต่างประเทศดู ซึ่งเก็บความลับนี้มานานเป็นปี ในคลิป ยาย(มารดาผู้แจ้งเรื่อง) โดนทำร้ายร่างกายเกือบทุกวันจากพ่อแท้ๆ ที่คลุ้มคลั่ง ทุบตีจนอวัยวะภายในเสียหาย ฝากผู้นำชุมชนดูแลเป็นพิเศษด้วยนะครับพิกัดบ้านดงง่าม อ.วังสามหมอ จ.อุดรธานี ได้รับอนุญาตให้นำเสนอข้อมูลจากาของแล้ว”

ขณะที่ชาวบ้านไปคอมเม้นท์ ระบุว่า แต่ละหมู่บ้านมีคนป่วยจิตเวชจำนวนมาก มียาเสพติดสูตรใหม่ที่คลั่งและหลอนเอาเรื่องเหมือนกัน คือ กัญชาผสมยาบ้ากินกับเหล้าขาว ตอนนี้กำลังเป็นที่นิยมของนักเสพเป็นอย่างมาก เพราะยาบ้าซื้อได้ถูก กัญชาก็บอกเองได้ ส่วนเหล้าขาวเป็นแอลกอฮอล์ที่คนทำงานซื้อได้ง่าย

ล่าสุดผู้สื่อข่าวได้สอบถามนายคณพศ พิมโคตร นายอำเภอวังสามหมอ จ.อุดรธานี ซึ่งเปิดเผยว่า เหตุการณ์ดังกล่าวนั้นเป็นปัญหาครอบครัว โดยฝ่ายชายระแวงว่าฝ่ายหญิงจะไปมีสามีใหม่ เหตุการณ์นี้เมื่อเกิดเหตุเจ้าหน้าที่ตำรวจได้เข้าจับตัวผู้ชายในคลิปที่ก่อเหตุทันที ตั้งแต่วันที่ 10 สิงหาคม 2565 โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจควบคุมตัวไว้ที่โรงพัก เพื่อสงบสติอารมณ์ไว้ 24 ชั่วโมง แต่ต้องปล่อยไปตามระเบียบกฎหมายเหตุ ซึ่งเหตุการณ์นี้ทางด้านภรรยาก็ไม่ได้ติดใจเอาความ

สำหรับในพื้นที่ อ.วังสามหมอ มีผู้ป่วยจิตเวชกว่า 400 คน เฉลี่ยแล้วใน อ.วังสามหมอ จะมีผู้ป่วยจิตเวชหมู่บ้านละ 5 คน อนาคตตนในฐานะนายอำเภอจะร่วมกับโรงพยาบาลจัดโครงการเพื่อดูแลผู้ป่วยจิตเวช โดยคาดว่าจะทำที่พักคอย สำหรับผู้ป่วยจิตเวชเพื่อรองรับกลุ่มคนจำพวกนี้

-005

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

‘แพร์รี่’ฟาดกลับใคร? ทำงานทุกวันขนาดนี้ ทำไมจะซื้อรถเงินสดไม่ได้คะ?

Posted on August 18, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/674041

'แพร์รี่'ฟาดกลับใคร? ทำงานทุกวันขนาดนี้ ทำไมจะซื้อรถเงินสดไม่ได้คะ?

‘แพร์รี่’ฟาดกลับใคร? ทำงานทุกวันขนาดนี้ ทำไมจะซื้อรถเงินสดไม่ได้คะ?

วันพุธ ที่ 17 สิงหาคม พ.ศ. 2565, 19.44 น.

17 ส.ค.65 หลังจากแฟนคลับแห่ยินดี แพร์รี่ หรือ ไพรวัลย์ วรรณบุตร อดีตพระนักเทศน์ชื่อดังที่ผันตัวมาเป็นพ่อค้าและคนดังแห่งโซเชียล ได้โพสต์ภาพอวดรถยนต์ยี่ห้อ BMW รุ่น X3  มูลค่ากว่า 3.6 ล้านบาท พร้อมโพสต์สลิปการโอนเงินซื้อแบบสดๆ จนกลายเป็นประเด็นบนโลกโซเซียลนั้น (อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง : เหมือนบ้านหลังที่2! ‘แพร์รี่ ไพรวัลย์’ถอยรถหรู โอนสดไปเลยสิคะ)

ล่าสุดแพร์รี่ หรือ ไพรวัลย์ โพสต์เพิ่มเติมว่า อ๊าว ! ทำไมล่ะคะ ทำงานทุกวันขนาดนี้ แถมวันหนึ่ง 4-5 งาน ขายทุกอย่างตั้งแต่ทุเรียนยันน้ำพริก ทำไมจะซื้อสดไม่ได้คะ ตอนดิฉันเหนื่อยดิฉันขยันไม่เห็นมีใครแปลกใจเลยว่า ทำไมขยันเหนื่อยจังเลย 555 ช่วยแปลกใจตอนดิฉันขยันทำงานด้วยค่ะ

พอมีดิฉันก็ซื้อค่ะ จ่ายสด งดเชื่อ เบื่อไฟแนนซ์

รถคือบ้านหลังที่ 2 ของดิฉัน ดิฉันเดินทางทุกวัน ทำงานทุกวัน กินอยู่บนรถพอๆ กับอยู่บ้าน ดังนั้นรถคือทุกอย่างสำหรับดิฉันค่ะ ยังมีแรงก็หาทำหาเก็บต่อไป อยากได้อะไร โตแล้วก็ซื้อเอง

นี่คือคติของดิฉัน ดิฉันเคยบอกไปแล้วว่า ทุกวันนี้ดิฉันใช้ชีวิตเพื่อตัวเอง

ไหนใครหลายคนไล่ดิฉันให้สึกมาทำงานหากินไงคะ ดิฉันก็กำลังทำให้เห็นอยู่ว่า แม้จะไม่มีผ้าเหลืองเลี้ยงชีพแล้ว ดิฉันก็ทำมาหากินได้ค่ะ

ขอบคุณข้อมูลเฟซบุ๊ก ไพรวัลย์ วรรณบุตร

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

‘อดีตที่ฝังรอยมาจากบุพชาติ’ ของ ‘หลวงปู่หลุย จันทสาโร’ วัดถ้ำผาบิ้ง

Posted on August 18, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/674030

'อดีตที่ฝังรอยมาจากบุพชาติ' ของ 'หลวงปู่หลุย จันทสาโร' วัดถ้ำผาบิ้ง

‘อดีตที่ฝังรอยมาจากบุพชาติ’ ของ ‘หลวงปู่หลุย จันทสาโร’ วัดถ้ำผาบิ้ง

วันพุธ ที่ 17 สิงหาคม พ.ศ. 2565, 19.23 น.

หลังจากที่เสร็จงานพิธีบรรจุอัฐิธาตุท่านพระอาจารย์บุญ ปัญญาวุโธ (พระอาจารย์องค์แรกของหลวงปู่หลุย จันทสาโร) ในเจดีย์ที่ก่อขึ้นมา ณ บริเวณวัดพระบาทบัวบกแล้ว หลวงปู่หลุย จันทสาโร สมัยเมื่อท่านได้ ๕ พรรษา ท่านก็ออกธุดงค์วิเวกมาทางจังหวัดเลยและจังหวัดเพชรบูรณ์ ทางสายนั้น ขณะนั้นยังเป็นป่าเขาที่อุดมสมบูรณ์มากที่สุด มีภูเขาใหญ่น้อยเรียงรายกันเป็นดุจทะเลภูเขา เวลาเย็นเห็นแสงพระอาทิตย์ส่องผ่านไปให้สีสันต่างๆ กัน เหมือนคลื่นภูเขาเหล่านั้นกำลังตีฟองคะนองอยู่ในอากาศ อากาศวิเวก ชวนให้ภาวนา

ท่านเล่าว่า การเดินแบบนั้นได้ประสบรสแห่งความวิเวกอย่างดีที่สุด ซึ่งในปัจจุบันนี้แทบจะหาความสงบสงัดวิเวกทำนองนั้นไม่ได้อีกแล้ว เพราะได้มีรถยนต์เป็นยานพาหนะ จะไปไหนมาไหนก็รวดเร็ว การสงบจิตติดตามไปมิได้วังเวงวิเวกเช่นการเดินด้วยเท้าดังครั้งก่อน

ท่านแวะมาที่หล่มสักด้วยโยมมารดาของท่าน (เจ้าแม่นางกวย) มีพื้นเพภูมิลำเนาอยู่ที่นั้น จึงยังมีบ้านญาติบ้านพี่บ้านน้อง คนคุ้นเคยอยู่มาก ท่านมาถึงได้ทราบว่า บ้านญาติคนหนึ่งมีงานศพ นิมนต์พระไปสวดมนต์ ท่านก็ได้รับนิมนต์ไปในงานสวดมนต์นั้นด้วย

หลวงปู่หลุยเล่าให้ฟังว่า ท่านไม่เคยคิดเลยว่า การแวะไปเยี่ยมญาติและสวดมนต์ในครั้งนั้น จะทำให้ท่านถึงกับซวดเซลงแทบจะล้มลงทั้งยืน

ล้ม…ล้มอย่างไม่มีสติสตังเลยทีเดียว ท่านเล่าให้เฉพาะผู้ใกล้ชิดฟังว่า วันนั้นท่านกำลังสวดมนต์เพลินอยู่ ระหว่างหยุดพักการสวด เจ้าบ้านก็นำน้ำปานะมาถวายพระแก้คอแห้ง บังเอิญตาท่านชำเลืองมองไปในหมู่แขกที่กำลังนั่งฟังสวดมนต์อยู่ เพียงตาสบตา ท่านก็รู้สึกแปล๊บเข้าไปในหัวใจ

หมือนสายฟ้าฟาด แทบจะไม่เป็นสติสมประดี ท่านกล่าวว่า เพียงตาพบแว้บเดียว ไม่เข้าใจว่าทำไมถึงเป็นเช่นนั้น ท่านก็เซแทบจะล้ม เผอิญขณะนั้น ท่านพระอาจารย์สิงห์ ขันตยาคโม ได้รับนิมนต์ไปด้วย ท่านคงสังเกตถึงอาการ หรือว่าท่านอาจจะกำหนดจิตทราบเหตุการณ์ก็ได้ ท่านจึงเข้ามาประคองไว้ เพราะมิฉะนั้นหลวงปู่หลุยคงจะล้มลงจริงๆ

ฝ่ายหญิงที่นั่งอยู่ทางด้านโน้นก็เป็นลมไปเช่นกัน คงจะเป็นอำนาจความเกี่ยวข้องแต่บุพชาติมา ที่มาบังคับให้เกิดความรู้สึกเช่นนั้น

ท่านบอกว่าในหัวอกเหมือนจะมีอะไร แต่ภายหลังได้พิจารณากลับมา และเมื่อท่านพระอาจารย์สิงห์ได้อธิบายให้ท่านทราบในภายหลังว่า การครั้งนี้เป็นนิมิต เนื่องจากบุพเพสันนิวาสท่านและสุภาพสตรีผู้นั้น เคยเป็นเนื้อคู่เกี่ยวข้องกันต่อมาช้านาน เคยบำเพ็ญบารมีคู่กันมา โดยเฉพาะเมื่อภายหลังหลวงปู่หลุยได้สารภาพถึงความในใจที่ตั้งปรารถนาพุทธภูมิ ท่านพระอาจารย์สิงห์ก็อธิบายว่า เธอผู้นั้นก็คงได้ปรารถนาบำเพ็ญบารมีคู่กันมาเช่นกัน

ท่านก็เลยเล่าว่า ครั้งหนึ่งหลวงปู่อีกองค์หนึ่งก็เช่นกัน ระหว่างที่มากรุงเทพฯ เดินบิณฑบาตอยู่แถววัดสระปทุม ได้พบสตรีคนหนึ่งนั่งรถสามล้อผ่านไป (สมัยนั้นในกรุงเทพฯ มีรถสามล้อเป็นยานพาหนะด้วย – คุณหญิงสุรีพันธุ์ มณีวัต ผู้เขียน) ท่านบอก เพียงตาสบตาเท่านั้น ความรู้สึกมันปล๊าบไปทั้งตัว แทบจะวิ่งตามเขาไป คราวนั้นพระเถระผู้ใหญ่ต้องให้สติและขังท่านไว้ในโบสถ์ พิจารณาดับความรู้สึกกันอยู่นาน ด้วยการเจริญอสุภะจึงสำเร็จ คราวนั้นหลวงปู่องค์นั้นท่านก็เล่าว่า ไม่รู้จักผู้หญิงคนนั้นมาก่อน แล้วก็ไม่รู้ว่าเขาอยู่ที่ไหนด้วยซ้ำ เขาจะไปที่ไหน อย่างไร ก็ไม่ทราบ แต่ใจมันวิ่งเตลิดตามเขาไป พิจารณาแล้วก็ได้ความเช่นกัน ว่าเป็นคู่ที่เคยมีบุพเพสันนิวาสกันมาแต่ชาติก่อน อำนาจกรรมนั้นจึงมาประจักษ์ แต่หากว่าบุญบารมียังมีในเพศพรหมจรรย์ ท่านจึงปลอดภัยไปจากกรรมนี้ได้

(เรื่องหลวงปู่อีกองค์หนึ่งที่หลวงปู่หลุยท่านเอ่ยถึงนี้ ภายหลังเมื่อหนังสือ “จันทสาโรบูชา” พิมพ์แพร่หลายไป ท่านพระอาจารย์สุวัจน์ สุวโจ ได้กล่าวยืนยันกับผู้เขียนว่า เป็นเรื่องจริงที่บังเกิดขึ้นกับหลวงปู่ฝั้น อาจาโร แห่งวัดป่าอุดมสมพร หลวงปู่ฝั้นท่านจะเล่าให้ศิษย์ใกล้ชิดฟังเป็นอุทาหรณ์ ให้สำรวมระวังภัยแบบนี้ องค์หลวงปู่ฝั้นท่านต้องถูกขังไว้ในโบสถ์วัดสระปทุมถึงเจ็ดวัน – คุณหญิงสุรีพันธุ์ มณีวัต ผู้เขียน พ.ศ. ๒๕๕๓)

สำหรับกรณีของหลวงปู่หลุยก็เช่นกัน แต่ของท่านนั้นเนื่องจากเป็นการปรารถนาพุทธภูมิเคียงคู่กันมา จึงมีอำนาจรุนแรงมาก และเนื่องจากว่า ฝ่ายหญิงมิได้พบกันแล้วก็ห่างกันไปแบบในกรณีของหลวงปู่องค์นั้น ต้องพบประจันหน้ากันอีกหลายครั้ง เนื่องด้วยผู้ใหญ่ทั้งสองฝ่ายเป็นผู้คุ้นเคยกันประหนึ่งญาติ และมีความเกี่ยวข้องสัมพันธ์กันมาหลายชั้น ตั้งแต่ครั้งบิดามารดา ต้องพบเห็นกัน ไม่ใช่ว่าเป็นการพบกันแล้วก็ผ่านจากไป เช่นนั้นอาจจะเป็นกรณีที่ง่ายหน่อย แต่การนี้หลังจากพบครั้งแรกแล้วนั้น ก็ยังต้องเห็นกันอีก กรณีจึงแตกต่างจากพระเถระครูบาอาจารย์ฝ่ายกัมมัฏฐานองค์อื่น ในชาตินี้

นอกจากที่ว่าชั้นบิดามารดารู้จักคุ้นเคยกันประหนึ่งญาติพี่น้อง อาจจะเคยเห็นกันในสมัยวัยเด็ก แต่อย่างไรก็ตาม ฝ่ายหญิงได้ถูกส่งตัวเข้ามารับการศึกษาในพระนครเสียตั้งแต่ยังเด็ก ได้รับการศึกษาชั้นสูง จึงแทบมิได้พบหน้ากันอีก เมื่อมาพบฝ่ายหญิงนั้น ท่านอยู่ในเพศบรรพชิตแล้ว อีกฝ่ายหนึ่งเป็นกุลสตรีแสนสวย เป็นรอยแห่งอดีตที่มาพบพานกัน

ความจริงท่านไม่เคยเล่าถึงรูปลักษณ์ของ “รอยอดีต” ของท่าน แต่บังเอิญผู้เขียนเกิดทราบขึ้นมาเอง วันนั้นเป็นเวลาที่มีการสนทนาธรรมกัน และหลวงปู่หลุยกำลังเทศนาอธิบายถึงแรงกรรม โดยเฉพาะกรรมเกี่ยวกับบุพเพสันนิวาส ที่พระเณรจะต้องประสบและจะต้องมีกำลังใจอย่างมากที่จะเอาชนะให้ได้ในที่สุด สุดท้ายวันนั้นท่านได้ยกกรณีของท่านขึ้นมาว่า องค์ท่านเองยังแทบเป็นลม ฝ่ายท่านนั้นพระเถระต้องเข้าประคอง ฝ่ายหญิงเป็นลมญาติผู้ใหญ่และมารดาต้องเข้าประคอง ขณะฟังไม่ทราบว่าเพราะอะไรผู้เขียนรู้สึกสว่างวาบขึ้นในใจ เข้าใจนึกถึงชื่อเธอขึ้นมา กราบเรียนท่านโดยเอ่ยชื่อเธอ…ว่าใช่ไหมสุภาพสตรีท่านนั้น หลวงปู่หลุยค่อนข้างจะตกใจที่ทำไมศิษย์เกิดรู้จักขึ้นมาได้แต่ท่านก็อึ้งและยอมรับว่าเข้าใจถูกแล้ว

ฉะนั้น การพรรณนารูปร่างลักษณะของเธอ ซึ่งผู้เขียนเผอิญรู้จัก และมีความเคารพนับถือ…นับถือในอัจฉริยะของเธอ จึงเป็นการบรรยายจากผู้เขียนฝ่ายเดียว หลวงปู่หลุยท่านมิได้เล่ารายละเอียดเหล่านั้น ผู้เขียนเพียงแต่ช่วยวาดภาพให้ท่านผู้อ่านได้นึกถึงเรื่องและเข้าใจตามไปด้วยเท่านั้น ว่าเป็นการยากลำบากและต้องการพลังใจอันเด็ดเดี่ยวเพียงใด ที่หลวงปู่หลุยท่านจะสามารถตัดกระแสความผูกพันจากรอยอดีต โดยเฉพาะผู้ที่เป็นคู่บารมีมาสำหรับการปรารถนาพุทธภูมิ

“รอยอดีต” ของท่านเป็นกุลสตรีที่ได้รับการศึกษามาอย่างดี จบการศึกษาชั้นมัธยมบริบูรณ์จากโรงเรียนสตรีที่มีชื่อทางภาษาต่างประเทศ นานๆ เมื่อกลับไปเยี่ยมบ้าน ก็กลับไปแบบหญิงสาวสมัยใหม่ รูปสวย นัยน์ตาโตงาม มีคนหลายคนที่เล่าว่า เวลาที่เห็นเธอกลับไปเยี่ยมบ้านนั้น เสมือนหนึ่งเห็นเทพธิดาล่องลอยอยู่ในฟ้า ขี่ม้าเก่ง แต่งตัวสวย แบบสาวชาวกรุงแท้ ผมสวย หน้าสวย

ความจริงแล้ว เจ้าแม่นางกวย โยมมารดาของหลวงปู่หลุย จันทสาโรนั้น ก็เป็นผู้ที่มีชื่ออยู่มากในเรื่องแต่งตัวงาม ผมของท่านจะจับหย่ง ใช้ขี้ผึ้งจับจอนให้งดงาม เป็นที่เลื่องลือกันทั้งหมู่บ้าน และมีชาวบ้าน มีเพื่อนบ้านใกล้เคียง ผู้ที่เป็นหญิงสาวมักจะมาขอเรียนการทำผมที่ทำไมจึงจะสวยได้อย่างเจ้าแม่นางกวย กลายเป็นที่พูดกันว่า ท่านเป็นประหนึ่งผู้ทำผมให้กับหญิงสาวทั้งหมู่บ้าน แต่นั้นก็เป็นแบบผมในสมัยของท่าน

กุลสตรีท่านนี้เป็นแบบสาวสมัยใหม่ ผมงามแบบผมท่าน ขี่ม้าเก่ง และไม่ได้แต่งตัวแบบหญิงสาวชนบท สวมกางเกงขี่ม้าใส่รองเท้าท็อปบู๊ต ต่อมาภายหลัง หลังจากที่ต้องจากกันแล้ว เมื่อเธอกลับมาใช้ชีวิตอยู่ในกรุงเทพมหานคร เธอก็ได้มามีชื่อเสียงอย่างมาก และเป็นที่รู้จักกันดีสำหรับผู้ที่รักหนังสือทั้งหลาย เข้าใจว่า ผู้ที่มีอายุประมาณ ๕๐ ปีขึ้นไปนั้นจะต้องเคยได้ยินชื่อของเธอมามาก

หลวงปู่หลุยจึงเล่าภายหลังว่า ท่านรู้สึกเหมือนกับว่าหัวอกแทบจะระเบิด อกกลัดเป็นหนอง แต่ใจหนึ่งก็คิดมุ่งมั่นว่า จะต้องบำเพ็ญเพศพรหมจรรย์ต่อไป

ท่านพระอาจารย์สิงห์ ขันตยาคโม เข้าใจในความรู้สึกของหลวงปู่หลุยผู้เป็นศิษย์ใหม่ได้ดี ท่านจึงจัดการพาตัวหลวงปู่หลุยรีบจากหล่มสักมาโดยเร็วที่สุด หลวงปู่หลุยกล่าวว่า ไม่ใช่เป็นการพาตัวมาอย่างธรรมดา แต่เป็นการควบคุมนักโทษ ผู้นี้ให้หนีออกมาจากมารที่รบกวนหัวใจแต่โดยเร็ว

หลวงปู่หลุยกล่าวว่า เป็นการเคราะห์ดีอย่างยิ่งที่บังเอิญเจ้าภาพที่หล่มสักนั้น ได้นิมนต์ท่านพระอาจารย์สิงห์ ขันตยาคโม ไปร่วมในงานศพในครั้งนั้นด้วย หากไม่มีพระเถระช่วยให้สติปรับปรุงแถมยังคอยควบคุมตัว ท่านว่า ไม่ทราบว่าจะรอดพ้นปากเหยี่ยวปากกามาได้หรือไม่ ท่านได้เห็นจริงในตอนนั้นว่า มาตุคามเป็นภัยแก่ตนอย่างยิ่ง เมื่อพระอานนท์กราบทูลถามสมเด็จพระพุทธองค์ว่า ควรปฏิบัติต่อมาตุคามเช่นใด พระพุทธเจ้าได้ตรัสว่า “ไม่ควรมอง ถ้าจำเป็นจะต้องมอง ก็ไม่ควรพูดด้วย ถ้าจำเป็นจะต้องพูดด้วย ก็ให้ตั้งสติ” ท่านตรัสบอกขั้นตอนปฏิบัติต่อมาตุคามเป็นลำดับๆ ไป แต่นี่หลวงปู่เพียงโดนขั้นแรก มองก็ถูกเปรี้ยงเสียแล้ว ถ้าเป็นนักมวยก็ขึ้นเวทียังไม่ทันจะเริ่มต่อย ก็ถูกน็อค

ท่านพระอาจารย์สิงห์ ขันตยาคโม นี้เป็นศิษย์รุ่นใหญ่ของท่านพระอาจารย์มั่น ต่อมาได้รับสมณศักดิ์เป็นที่ พระญาณวิศิษฏ์สมิทธิวีราจารย์ ท่านได้เห็นพระรุ่นน้องแสดงกิริยาดูน่ากลัวว่าจะพ่ายแพ้อำนาจของกิเลส ถ้าเป็นนักสู้ ก็เป็นนักสู้ที่ยินยอมจะให้เขายกกรีธาพาเข้าสู่ที่ประหารชีวิตแต่โดยดี ไม่พยายามฝืนต่อสู้แต่อย่างใด

ท่านจึงควบคุมนักโทษ “ซึ่งเป็นนักโทษหัวใจ” ผู้นั้น รีบหนีออกจากหล่มสักโดยเร็ว ออกมาจากสถานที่เกิดเหตุคือเมืองหล่มสักโดยเร็วที่สุด เที่ยววิเวกลงมาตามป่าตามเขา และเร่งทำตบะความเพียรอย่างหนัก

ท่านพระอาจารย์สิงห์สนับสนุนให้หลวงปู่หลุยอดนอน อดอาหาร เพื่อผ่อนคลายความนึกคิดถึงมาตุคาม ให้เร่งภาวนาพุทโธ…พุทโธถี่ยิบ และนั่งข่มขันธ์ แต่ความกลับกลายเป็นโทษ เคราะห์ดีท่านไม่ตามนิมิต ซึ่งแทนที่จะยอมสิโรราบตามเคราะห์กรรมที่มีอยู่เช่นนั้น เพราะเคยมีกรรมต่อกันมาเช่นนั้น ทำให้พอเห็นก็มืออ่อนเท้าอ่อน ยอมตายง่ายๆ ท่านกลับเข้าหาครู เชื่อครู เล่านิมิตถวาย ท่านพระอาจารย์สิงห์ท่านได้โอกาส จึงได้อบรมกระหน่ำเฆี่ยนตีทันควัน

ท่านกล่าวว่า ตัวท่านผ่านเหตุการณ์อันน่าสยดสยองมาได้แล้ว ท่านหลวงปู่หลุยมองย้อนกลับไปจึงได้คิดว่า ผู้ที่มีญาณซึ่งสามารถหยั่งรู้เหตุการณ์ในอดีตก็ดี หรือภาพอนาคตก็ดี หากผู้ล่วงรู้อดีต อนาคตนั้น ไม่มีคุณธรรมมั่นคงแข็งแรงก็อาจจะเป็นผลเสียได้ อยู่ดีๆ เกิดไปรู้ว่าเคยชอบเคยรักกับใครก็จะลำเอียงไปตามนั้น ถ้าไปพบว่ามีเรื่องผูกพันกัน โกรธกัน ไปรู้เข้า ก็จะยุ่งแน่ ดังเช่นเกิดญาณรู้อยู่คนนั้นเคยมาข่มเหงเรา ฆ่าเรา พอรู้เข้าในชาตินี้ กลับอยากจะอาฆาตเตรียมตัวที่จะไปข่มเหงเขา ฆ่าเขาตอบแทนเรื่อยๆ นี่แหละท่านถึงไม่ให้ปุถุชนคนกิเลสหนาปัญญาหยาบได้ล่วงรู้ถึงอดีต รู้ถึงอนาคต ด้วยจิตยังมีริษยาอาฆาตโกรธแค้นต่อกันอยู่

………………………

คัดลอกเนื้อหามาจากหน้า ๓๐-๓๓ หนังสือ จันทสาโรบูชา ชีวประวัติ ปฏิปทา และพระธรรมเทศนา พระคุณเจ้าหลวงปู่หลุย จนฺทสาโร วัดถ้ำผาบิ้ง อ.วังสะพุง จ.เลย คุณหญิงสุรีพันธุ์ มณีวัต ผู้เขียนและเรียบเรียง (ขอบคุณลานธรรมจักร) – 003 

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, ธรรมะ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, ธรรมะ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

หนึ่งเดียวในไทย 3 ปีมี 1 ครั้ง ‘วัดแหลมทอง’ เตรียมจัดพิธี ‘มหากระทิงวัน’แก้ดวงชะตา

Posted on August 18, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/673994

หนึ่งเดียวในไทย 3 ปีมี 1 ครั้ง 'วัดแหลมทอง' เตรียมจัดพิธี 'มหากระทิงวัน'แก้ดวงชะตา

หนึ่งเดียวในไทย 3 ปีมี 1 ครั้ง ‘วัดแหลมทอง’ เตรียมจัดพิธี ‘มหากระทิงวัน’แก้ดวงชะตา

วันพุธ ที่ 17 สิงหาคม พ.ศ. 2565, 18.02 น.

วันที่ 17 ส.ค.65 ที่วัดแหลมทอง ตำบลทุ่งสุขลา อำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี พระครูธรรมปรีชากร (หลวงพ่อธีระเวทย์) เจ้าอาวาสวัดแหลมทอง เปิดเผยว่า ทางวัดแหลมทอง จะจัดพิธีมหากระทิงวันครั้งที่ 7 เป็นพิธีสวดมหาพุทธาภิเษก และพิธีสวดปริตตะมังคลาภิเษกดวง โดยจะนำแผ่นดวงที่เขียนวันเดือนปีเกิดของผู้ที่เข้าร่วมในพิธีมหากระทิงวัน นำไปเก็บไว้ในพระอุโบสถนานถึง 3 ปี ซึ่งทางวัดแหลมทองจะมีการทำวัตรสวดมนต์ นั่งสมาธิทุกวัน เช้า-เย็น จะแผ่เมตตา บารมี พลังอำนาจแห่งจิตไปสู่แผ่นดวงของผู้เขียนไว้ในพิธีมหากระทิงวันเพื่อให้มีความเจริญผาสุกสืบต่อไป 

สำหรับวันมหากระทิงวัน ตามหลักโหราศาสตร์ถือเป็นวันที่เข้มแข็ง เป็นวันที่อดทน มีชัยชนะ ปราดเปรียว สมดั่งชื่อกระทิงวัน โดยทางวัดแหลมทองจัดทำพิธีนี้ 3 ปีต่อ 1 ครั้ง 

พระครูธรรมปรีชากร กล่าวอีกว่า พิธีมหากระทิงวันครั้งที่ 7 นี้เป็นปีที่ครบ 3 ปีต่อหนึ่งครั้ง ซึ่งเป็นพิธีที่มีความเข้มขลังเข้มข้นมากและเป็นพิธีที่เป็นที่คนที่เคยได้เข้าร่วมแล้วยอมรับ โดยแผ่นทองที่เขียนดวงของผู้ที่เข้าร่วมแต่ละคนจะถูกนำเข้าร่วมในพิธีและมีการเก็บรักษาไว้เพื่อแผ่เมตตาจิตอีก 3 ปีจึงอยากเชิญชวนท่านทั้งหลายทั้งผู้หญิง ผู้ชายคนเฒ่า คนแก่ รวมทั้งเด็ก นักเรียน นักศึกษาได้เข้ามาร่วมพิธีในครั้งนี้ เพราะเป็นที่รู้ดีอยู่แล้วว่าในช่วง 3 ปีที่ผ่านมามีอุปสรรคขวากหนามมากมายเกี่ยวกับโรคภัยไข้เจ็บและธุรกิจการค้าต่างๆ 

เพราะฉะนั้นตัวเราเองหรือคนที่มาร่วมงานได้มีโอกาสนำดวงของท่านมาฝากไว้เพื่อร่วมในพิธี ซึ่งจะจัดขึ้นในวันที่ 21 สิงหาคม 2565 ในครั้งนี้จะเป็นพิธีใหญ่และจะมีพระมหาเถระมาร่วมทำพิธีโดยในครั้งนี้ด้วย และมีเจ้าประคุณสมเด็จพระมหารัชมงคลมุนี (สมเด็จธงชัย) วัดไตรมิตร เมตตามาเป็นประธานจุดเทียนชัยและทางวัดแหลมทองเองจะมีพิธีพุทธาภิเษกปลุกเสก 2 ชั้น ปลุกเสกแปดทิศ ยืน เดิน นั่ง นอน ตามแบบฉบับพระพุทธเจ้าที่มีสี่อิริยาบถ

การจัดพิธีในครั้งนี้เพื่อมุ่งเน้นให้ญาติโยมทั้งหลายเพราะคนเรามีเคราะห์บาปเคราะห์กรรมมากมาย และในการจัดทำพิธีไม่ใช่เพื่อการค้าเราทำเพื่อให้ญาติโยมได้รับในสิ่งที่ดีโดยเฉพาะการแผ่พลังจิตในครั้งนี้ เริ่มทำตั้งแต่เวลา 18.00 น.ไปจนถึง 21.00 น. ซึ่งในระหว่างนั้นจะมีการเจริญพุทธมนต์เจริญพระธรรมจักรก่อนเป็นปฐมและจะจุดเทียนชัยในช่วงเวลา 18.00 น. เรื่อยไปจนจบพิธีต่างๆ ซึ่งคนที่สนใจแต่ไม่สามารถเดินทางมาได้ก็สามารถค้นหาในสื่อออนไลท์แสกนคิวอาร์โค้ดส่งดวงของท่านมาที่ทางวัด ซึ่งทางวัดจะทำการรวบรวมดวงของทุกท่านเข้าร่วมในพิธีในครั้งนี้อย่างครบถ้วนทุกคน 

“ปีนี้ถือว่าเป็นปีพิเศษ ซึ่งหลายปีมากกว่าจะเวียนมาบรรจบ ที่เรียกได้ว่าเป็นปีเสือเดือนสิงห์กระทิงวัน ปีเสือก็คือปีขาล เดือนสิงห์ คือเดือนสิงหาคม กระทิงวันก็คือที่โหราจารย์โหราศาสตร์ได้ตั้งไว้ว่าวันกระทิงวันคือวันแข็งกล้า วันอดทนเด็ดเดี่ย วมั่นคงมีชัยชนะ ซึ่งปีนี้ก็คือวันที่ 21 สิงหาคม 2565 ตรงกับแรม 9 ค่ำ เดือน 9 จะมีพิธีเริ่มตั้งแต่เวลา 18.00 น.ไปจนถึงเวลา 21.00 น.” – 003

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

เหมือนบ้านหลังที่2! ‘แพร์รี่ ไพรวัลย์’ถอยรถหรู โอนสดไปเลยสิคะ

Posted on August 18, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/673963

เหมือนบ้านหลังที่2! 'แพร์รี่ ไพรวัลย์'ถอยรถหรู โอนสดไปเลยสิคะ

เหมือนบ้านหลังที่2! ‘แพร์รี่ ไพรวัลย์’ถอยรถหรู โอนสดไปเลยสิคะ

วันพุธ ที่ 17 สิงหาคม พ.ศ. 2565, 17.01 น.

เหมือนบ้านหลังที่ 2 ‘แพร์รี่ ไพรวัลย์’ถอยรถหรู โอนสดไปเลยสิคะ 3.6 ล้าน

17 สิงหาคม 2565 แฟนคลับแห่ยินดี แพร์รี่ หรือ ไพรวัลย์ วรรณบุตร อดีตพระนักเทศน์ชื่อดังที่ผันตัวมาเป็นพ่อค้าและคนดังแห่งโซเชียล ได้โพสต์ภาพอวดรถยนต์ยี่ห้อ BMW รุ่น X3  มูลค่ากว่า 3.6 ล้านบาท 

โดยเจ้าตัว ระบุข้อความว่า เดินทางทุกวัน ทำงานทุกวัน รถก็เหมือนบ้านหลังที่ 2 ของดิฉัน เอาเถอะ ! ถ้าจะซื้อแล้วก็ไม่ต้องคิดมาก 3,644,800 บาท โอนเลยค่ะ จากนี้ก็ตั้งใจทำงานเก็บเงินใหม่ค่ะ ตราบใดที่ยังไม่ตาย ดิฉันคิดว่าดิฉันมีแรงหาเงินได้ค่ะ

-009

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

คนใต้บ่นอุบไข่ไก่ขึ้นราคาอีกแล้ว ผักชีต้นหอมขยับตาม โอดรายได้สวนทางค่าใช้จ่าย

Posted on August 18, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/673953

คนใต้บ่นอุบไข่ไก่ขึ้นราคาอีกแล้ว ผักชีต้นหอมขยับตาม โอดรายได้สวนทางค่าใช้จ่าย

คนใต้บ่นอุบไข่ไก่ขึ้นราคาอีกแล้ว ผักชีต้นหอมขยับตาม โอดรายได้สวนทางค่าใช้จ่าย

วันพุธ ที่ 17 สิงหาคม พ.ศ. 2565, 16.41 น.

ประชาชนในอำเภอเบตง จังหวัดยะลา บ่นอุบ ไข่ไก่ขึ้นราคาอีกแล้วแผงละ 3 บาท ทำให้ขายปลีกเบอร์ 1 อยู่ที่แผงละ 127 บาท ขณะที่ราคาผักขึ้นตามต้นหอมกิโลกรัมละ 140  ผักชี 180 บาท ขึ้นฉ่าย 230 บาท ประชาชนโอดค่าครองชีพและสินค้าต่างพาเหรดขึ้นราคาแทบทุกอย่างสวนทางกับรายได้ที่แทบไม่พอค่าใช้จ่ายในครอบครัว

วันที่ 17 ส.ค.65 ที่ตลาดสดเทศบาลเมืองเบตง จ.ยะลา จากการสำรวจราคาตามแผงขายไข่ไก่ ที่เป็นวัตถุดิบหลักในการปรุงอาหารของประชาชน พบว่ามีการปรับราคาขึ้นอีกแผงละ 3 บาท โดยราคาไข่ไก่เบอร์ 1 ราคาขายเพิ่มขึ้นเป็นแผงละ 127 บาท จากเดิม 124 บาท, ไข่ไก่เบอร์ 2 ราคาขายเพิ่มขึ้นเป็นแผงละ 122  บาท จากเดิม 119 บาท, ไข่ไก่เบอร์ 3 ราคาขายเพิ่มขึ้นเป็นแผงละ 118 บาท จากเดิม 115 บาท ส่งผลให้ราคาขายปลีกไข่ไก่ตามตลาดสดและร้านค้าทั่วไปเพิ่มขึ้นด้วย โดยที่ร้านไข่ไก่สดใหม่ ถ.สุขยางค์ ในเขตเทศบาลเมืองเบตงซึ่งเป็นร้านขายส่ง พบว่าราคาขายปลีกไข่ไก่เบอร์ 0 และเบอร์ 4 มีจำหน่าย จัม ขณะที่ไข่ไก่เบอร์ 1, เบอร์ 2 และเบอร์ 3 ปรับขึ้นแผงละ 3 บาท

นายนิสิต เปาะเฮาะ เจ้าของร้าไข่ไก่สดใหม่เบตง บอกว่า ในอาทิตย์หน้าจะมีการปรับขึ้นอีกแผงละ 3 บาทซึ่งตอนนี้ไข่ไก่ที่ร้านเป็นของชุดเก่ายังไม่ปรับราคา แต่อาทิตย์จะมีการปรับราคาขึ้นแผงละ 3 บาท

นอกจากนี้ยังพบอีกว่านอกจากไข่ไก่ที่ปรับราคาขึ้นแล้ว ในส่วนของพืชผักต่างๆ อย่างผักชี ต้นหอม และขึ้นฉ่าย มีการปรับราคาขึ้นเช่นกัน  จากเดิม ขึ้นฉ่าย กก.ละ 180 บาท ล่าสุดมีการปรับราคาขึ้นเป็นกิโลกรัมละ 230 บาทแล้ว โดยแผงขายผักตามตลาดสดทั่วไปที่นำไปแบ่งขายปลีกต้องขึ้นราคาขายตามไปด้วย

ขณะที่หมูเนื้อแดง กก.ละ 230 บาท หมูสามชั้น กก.ละ 230 บาท หมูสองฃชั้น กก.ละ 230 บาท เล้ง กก.ละ 200 บาทกระสันหมู กก.ละ 200 บาท และขาหมู กก.ละ 160 บาท ส่วนแม่ค้าขายข้วขาหมูบอกว่า วัตถุดิบที่นำมาทำอาหารขายต่างก็ขึ้นราคาหมด แต่ที่ร้านยังคงขายจานละ 40 บาท เราะเห็นใจลูกค้า ที่ในยุคนี้มีแต่สินค้าปรับราคา แต่ค่าแรง สินค้าทางการเกษรตร เช่น ยางพารา น้ำยางสดอยู่ที่ กก.ละ51.30 บาท ยางก้อนถ้วย กก.ละ 49 บาท ยางแผ่นดิบคุณภาพดี กก.ละ 52.96 บาท และยางแผ่นรมควันชั้น 3 (ไม่อัดก้อน) กก.ละ 56.30 บาท

จากสถานการณ์ดังกล่าวส่งผลกระทบต่อประชาชนผู้บริโภคที่ต่างต้องปรับตัวในการเลือกซื้อเพื่อประหยัดค่าใช้จ่ายลงให้ได้มากที่สุด ทั้งการลดปริมาณการซื้อแต่หันมา เลือกซื้อ เช่น ไข่ไก่ที่ฟองเล็กลงและราคาถูก และเลือกซื้อผักเฉพาะทำแต่ละมื้อ เป็นต้น

และจากการลงพื้นที่พบว่าประชาชนต่างมีเสียงสะท้อนไปในทิศทางเดียวกันว่า ปัจจุบันค่าครองชีพและราคาสินค้าต่างปรับราคาขึ้นทุกอย่างและอย่างต่อเนื่อง สวนทางกับรายได้ที่ประชาชนหามาได้ และจำนำมาใช้จ่ายในครอบครัวแทบไม่พอ ซึ่งอยากให้ทางรัฐบาลเร่งแก้ไขปัญหาปากท้องของประชาชนให้ได้โดยเร็วที่สุดหรือหามาตรการมาช่วยเหลือเพื่อพยุงให้ประชาชนอยู่ได้ต่อไป – 003

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

BamBam Family

BamBam Family

สถิติบล็อก

  • 2,942,534 hits

Join 4,116 other subscribers
Follow SootinClaimon.Com on WordPress.com

Categories

Top Posts & Pages

สีหศักดิ์ ร่วมถก รมต.ต่างประเทศ เตรียมการประชุมสุดยอดอาเซียน ครั้งที่ 48
เตรียมถุงผ้าให้พร้อม รัฐบาลเดินหน้า ไทยช่วยไทย ลดค่าครองชีพ เริ่มศุกร์นี้ทั่วประเทศ
โฆษกรัฐบาลเตือนข่าวปลอม ใส่ร้าย'อนุทิน-ภูมิใจไทย' เสนอตั้งคาสิโนในเขตเศรษฐกิจพิเศษภาคใต้
ชวนชอป ‘ของดีเมืองละโว้’ ส่งเสริมการสร้างมูลค่าเพิ่มในสินค้าเกษตร ในงาน ‘Lopburi Market Fest’
หนุ่มเปิดใจอยากอ้วก! หมอดูชื่อดังภาคเหนือล่วงละเมิด เล่าเป็นฉากๆ ให้ถอดกกน. สวมบทนางเอก 'หนุ่ม คงกระพัน' ยอมรับตกใจ
ตาค้างทั้งไอจี! ปุ้มปุ้ย พรรณทิพา อวดหุ่นเฟิร์มเอวเอส เซ็กซี่เกินต้าน
คุณแหน : 8 พฤษภาคม 2569
แม่ก็คือแม่! นก จริยา ย้อนลุคเซ็กซี่ยุค90 แฟนๆแห่ไลก์สนั่น
สละโสดแล้ว! นุ่น เนตรชนก ถูกเซอร์ไพรส์ขอแต่งงาน กลางร้านอาหาร
กรมชลฯ เดินหน้าพัฒนา ‘อ่างเก็บน้ำห้วยแม่ใจ (ห้วยหก)’ แก้แล้งอย่างยั่งยืน เติมน้ำให้ชุมชน รักษาระบบนิเวศพะเยา

Recent Posts

  • 9 ปมร้อน “ไวรัสฮันตา” ระบาดบนเรือสำราญ กลางมหาสมุทรแอตแลนติก
  • ไวรัสฮันตาคืออะไร “กรมควบคุมโรค” เผยที่มาโรค – วิธีการป้องกัน ย้ำไทยเสี่ยงต่ำ
  • ด่วน! ภูเขาไฟ “ดุโกโน” อินโดนีเซียปะทุ นักเดินป่าดับ 3 สูญหายอีก 10
  • ญี่ปุ่นผวาหมีทำร้ายคน ดับรายแรกของปี 2026 ตำรวจสอบเพิ่มอีก 2 ศพต้องสงสัย
  • “หมอจำเป็น” บนเรือสำราญเล่าสถานการณ์ หลังไวรัสฮันตาระบาดกลางทะเล

ป้ายกำกับ

  • 2559(2016)
  • 2564(2021)
  • entertain
  • naewna
  • The Nation
  • การเมือง
  • ต่างประเทศ
  • บันเทิง
  • ผู้หญิง
  • แนวหน้า
  • RSS - Posts
  • RSS - Comments

Archives

Follow Us

  • https://soclaimon.tumblr.com/
  • https://www.facebook.com/soclaimon
  • https://www.instagram.com/sootinclaimon/
  • https://www.facebook.com/SootinClaimon/
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100001170824639
  • https://www.facebook.com/pompam.pp
  • https://www.facebook.com/toraman666
  • https://www.facebook.com/apich214
  • https://www.facebook.com/samabat.klaimon
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100005312762480
  • https://www.facebook.com/jirasuda.manomaiyanon
  • https://www.facebook.com/eikpakkred
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100003091451547
Blog at WordPress.com.
  • Subscribe Subscribed
    • SootinClaimon.Com
    • Join 1,657 other subscribers
    • Already have a WordPress.com account? Log in now.
    • SootinClaimon.Com
    • Subscribe Subscribed
    • Sign up
    • Log in
    • Report this content
    • View site in Reader
    • Manage subscriptions
    • Collapse this bar

Loading Comments...

    %d