Skip to primary content
Skip to secondary content

SootinClaimon.Com

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย2 [SartKasetDinPui2] : รวบรวม ข้อมูล เศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม เกษตร ดิน น้ำ ปุ๋ย

SootinClaimon.Com

Main menu

  • Home
  • KU23-2506
  • ข้อคิดความเห็น
  • ตระกูลคล้ายมนต์
  • ผมเองครับ
  • ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย1

Tag Archives: ข่าว Like สาระ

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

วิจารณ์ให้แซด! รับสมัครเลขาฯCEO ขอคนสวย-ขยัน แต่เงินเดือนสวนทาง

Posted on July 24, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/668403

วิจารณ์ให้แซด! รับสมัครเลขาฯCEO ขอคนสวย-ขยัน แต่เงินเดือนสวนทาง

วันศุกร์ ที่ 22 กรกฎาคม พ.ศ. 2565, 12.12 น.

ชาวเน็ตวิจารณ์ให้แซด! รับสมัครเลขาฯ CEO ขอคนสวย-ไม่อ้วน-ขยัน แต่เงินเดือนสวนทาง

หะ ? คุ้มเหรอ! กำลังกลายเป็นที่กำลังวิพากษ์วิจารณ์อยู่ในขณะนี้ หลังจากที่ผู้ใช้ทวิตเตอร์รายหนึ่ง เผยแพร่ภาพการประกาศการรับสมัครงาน ในตำแหน่ง “เลขานุการของซีอีโอ” โดยกำหนดคุณสมบัติชัดเจนว่าต้อง สวย หน้าตาดี ไม่อ้วน ขยัน ไม่ติดมือถือ ไม่ติดภาระเรียน รวมถึงต้องทำงานร่วมกับซีอีโอ ดูแลหน้าร้านกดไอศกรีมด้วยบางครั้ง ส่วนเวลาเข้างาน 10.00 น. -20.00 น. หรือ 11.40-21.40 น. จากคุณสมบัติที่กล่าวมานี้เงินเดือนเริ่มต้นที่ 16,000 (มีค่าคอมให้หากค่าคอมต่อเดือนเกินเป้า)

เรื่องนี้ถูกคอมเม้นท์สนั่น อาทิ อันนี้เรียกผู้จัดการร้านละ , 16,000 ยังไม่ได้ซิลิโคนสักแท่งเลยมั้ง กล้าที่จะ…, เป็นเลขา แต่ต้องเฝ้าร้าน และกดไอติม งงนะคะเนี่ยยยย , เลขา หรือ ผจก ร้าน เอาให้ดี  เงินเดือนอีกจะน้อยไปไหน , เน้น ****ต้องสวย  ไม่อ้วน**** , เริ่มที่อายุ 15 ไม่ติดภาระเรียน ? 

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

สืบทอดมากว่า 100 ปี ‘คนหนองกลับ’ แต่งงานเรียกสินสอดบ้าน 1 หลังพร้อมเงิน 49 บาท

Posted on July 22, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/668370

สืบทอดมากว่า 100 ปี 'คนหนองกลับ' แต่งงานเรียกสินสอดบ้าน 1 หลังพร้อมเงิน 49 บาท

วันศุกร์ ที่ 22 กรกฎาคม พ.ศ. 2565, 09.29 น.

วันที่ 22 ก.ค.65 ผู้สื่อข่าวรายงานว่าที่ ต.หนองกลับ อ.สวรรคโลก จ.สุโขทัย มีธรรมเนียมประเพณีที่แปลกแตกต่างอย่างหนึ่ง คือ ใครที่อยากเป็นเขย อยากแต่งงานกับสาวๆในหมู่บ้านแห่งนี้ จะต้องมาสร้าง “บ้านสินสอด” 1 หลังบนที่ดินของฝ่ายหญิง พร้อมมอบเงินจำนวน 49 ถึง 1,099 บาท เพื่อเป็นค่าสินสอด โดยธรรมเนียมนี้ ชาวบ้านหนองกลับได้ยึดถือปฏิบัติสืบต่อกันมายาวนานกว่า 100 ปีแล้ว

นายวีระพงศ์ บานแย้ม อายุ 54 ปี บ้านเลขที่ 36/2 หมู่ 2 ต.หนองกลับ เปิดเผยว่า คนในหมู่บ้านหนองกลับนั้นมีเชื้อสายมอญ สืบทอดวิถีการออกเรือนมาเป็นร้อยปีแล้ว การจะแต่งงานกับหญิงสาวในหมู่บ้านนี้ อย่างน้อยต้องมีสินสอดเป็นบ้าน 1 หลัง สร้างบนที่ดินของฝ่ายหญิง แต่ถ้าฝ่ายหญิงไม่มีที่ดิน ก็จะปลูกบ้านบนที่ดินของฝ่ายชายแทน ส่วนเงินสินสอดก็เรียกกันตามเหมาะสม เริ่มต้นตั้งแต่ 49 บาท 109 บาท 1,049 บาท และ 1,099 บาท

“หมู่บ้านที่นี่จะปลูกติดกันหนาแน่น หลังคาแทบจะเกยกัน นั่นเป็นเพราะลูกแต่งงาน ก็จะแยกครอบครัวกันอยู่ ปลูกบ้านติดกัน ไม่ให้ไปไหนไกล เพื่อจะได้คอยดูแลพ่อแม่ในยามแก่เฒ่า และธรรมเนียมเรียกบ้านสินสอด ยังสะท้อนความรักห่วงใยของพ่อแม่ เพราะไม่อยากให้ลูกลำบาก ต้องมานับหนึ่งใหม่ เลยเรียกสินสอดเป็นบ้านเพื่อความมั่นคงในชีวิต”

ชาวบ้านหนองกลับ บอกอีกว่า บางคนถ้าไม่มีบ้าน เขาก็ไม่แต่ง “ฝาบ้านไม่แดง ไม่แต่งงาน” ความหมายคือ บ้านต้องสร้างเสร็จพร้อมเข้าอยู่อาศัย แม้จะไม่เลิศหรูก็ตาม แต่ลูกเขยบางคนที่ยังไม่พร้อม เขาก็จะไปอยู่บ้านพ่อตาแม่ยายก่อนชั่วคราว แต่ก็ต้องมีสัญญาปากเปล่า หรือไม่ก็ทำเป็นหนังสือสัญญาว่าจะสร้างเรือนหอให้ภายหลัง – 003 

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

เลือดอาบ! สาวงงผิดอะไร? ถูกขวดฟาดหัวแตกบาดหน้าเย็บ 7 เข็ม

Posted on July 22, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/668330

เลือดอาบ! สาวงงผิดอะไร? ถูกขวดฟาดหัวแตกบาดหน้าเย็บ 7 เข็ม

วันพฤหัสบดี ที่ 21 กรกฎาคม พ.ศ. 2565, 21.05 น.

21 ก.ค.65 จากกรณีเพจดัง “อยากดังเดี๋ยวจัดให้ รีเทริน์ part 3” โดยระบุข้อความว่า “ อ้างว่ามองหน้าเค้า แล้วใช้ขวดเบียร์ตี ทำไมรุนแรงจัง บ่อวิน ชลบุรี 

#ขออนุญาตินะคะเราได้ไปเที่ยวลานนั่งชิวเเห่งหนึ่งเเถวสมาทเเลน เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมาเวลาประมานเที่ยงคืน  #ได้ถูกผู้หญิงชุดดำกลุ่มหนึ่งใช้ขวดลีโอตีที่หัวเราเเละได้หนีหายไปซึ่งอ้างว่าเรามองหน้าเค้า #กล้องก็อยู่มุมอับไม่สามารถเห็นตอนตีได้ส่วนตัวตอนนี้ได้เเจ้งความไว้เเล้ว #เเต่ถ้าใครมีเบาะเเสเพื่อเติมรึเห็นเหตุการณ์วันนั้นรบกวนช่วยติดต่อมาที่เราทีนะคะ 

ถ้ากล้าทำขนาดนี้หน้าจะมีพวกเป็นคนพื้นที่รึป่าว? / ไม่ทราบคะเเต่กาดบอกว่าเค้ามาบ่อยมากเเล้วเวลาเมาเค้าก้อจะโชว์พาวมีเรื่องไปทั่วอันนี้กาดเป็นคนเล่าให้ฟังเองเลยคะ

มันมีสาเหตุแค่นี้จริงๆเหรอครับ แล้วคนดูแลที่ตลาดไม่มีเหรอครับ / มีคนดูเเลตลาดคือกาดคะ เค้าคนที่ตีเราเค้าบอกว่าเรามองหน้าเค้าเบะปากใส่เค้าเเล้วเค้าเดินมาบอกกับพี่เราเราเลยเข้าไปคุยว่าหนูไม่ได้มองหน้าอะไรพี่เลยนะคะจากนั้นเค้าก็ขวดลีโอฟาดหัวเราเลยเราก็ตามตัวไม่ทันเเล้วชื่อรึป้ายทะเบียนรถอะไรก็ไม่ได้ถ่ายไว้ “

ล่าสุด ผู้สื่อข่าวเดินทางไปพบกับ น.ส.อนุชิดา (นามสกุลสมมุติ) อายุ 23 ปี ต.เทนมีย์ อ.เมืองสุรินทร์ จ.สุรินทร์ ได้เล่าเหตุการณ์วันเกิดเหตุให้ทีมข่าวฟังว่า เมื่อวันที่ 17 ก.ค. 65 เวลา 00.01 น. ได้ไปเที่ยวกับพี่สาว ที่ลานนั่งชิวแห่งหนึ่ง แถวสมาร์ทแลนด์ เซ็นเตอร์พ้อย ต.บ่อวิน อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี ตนนั่งกินอาหารอยู่ปกติและก็ได้ลุกขึ้นไปเต้นหน้าเวที จู่ๆมีผู้หญิงนั่งอยู่กลุ่มหนึ่งและไม่รู้จักกันมาก่อน ลักษณะของผู้หญิงคนก่อเหตุใส่เสื้อสีดำ ใส่หมวกแก๊ป และใส่กางเกงยีนส์ ได้เดินมาบอกว่าตนไปมองหน้าเค้า ทำท่าเบะปากและโยนทิชชู่ประชดใส่เค้า และพูดกับพี่สาวเราว่า “น้องมึงมองหน้ากู” พี่สาวตนก็ได้ขอโทษแทนไปแล้ว แต่ส่วนตนก็ไม่แน่ใจว่าตัวเองไปทำแบบนั้นหรือเปล่า

ตนจึงเดินไปคุยกับผู้หญิงคนนั้น และบอกว่าหนูยังไม่ได้มองหน้าพี่ เค้าก็ไล่ออกให้ออกไปและเอาขวดเบียร์มาฟาดหัวเราทันที จนหัวปูดช้ำ และมีแผลฉกรรจ์ที่ใบหน้า เพราะว่าขวดแตกบาดไปที่โหนกแก้มเย็บไป 7 เข็ม หลังจากนั้นเพื่อนของกลุ่มหญิงเสื้อดำกับการ์ดของร้าน ก็ได้วิ่งมาห้าม หลังจากนั้นผู้หญิงคนที่ตีเราก็หายไปเลย

ส่วนด้านการ์ดของร้านก็ได้เล่าให้ตนฟังว่า ผู้หญิงคนนี้เป็นลูกค้าประจำและเวลาเมาชอบแสดงพาวเวอร์ในร้าน ชอบหาเรื่องคนอื่น จึงอยากฝากถึงเจ้าของสถานที่อยากให้มีมาตรการที่ปลอดภัยมากกว่านี้ไม่อยากให้เกิดเหตุการณ์แบบนี้อีก

ล่าสุด ได้แจ้งความไว้ที่ สภ.ปลวกแดง ไว้แล้ว อยากให้จับตัวให้ได้ เพราะตนไม่เคยมีเรื่องกับใคร อยู่ๆมาทำปแบบนี้ ตนคิดว่ามันเกินไป และจะดำเนินคดีให้ถึงที่สุด. -008 

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

โยมรอบวัดธาตุทองจี้ถอนรากถอนโคนมารเกาะวัด-ตรวจสอบเงิน 150 ล้านหายไปไหน

Posted on July 22, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/668322

โยมรอบวัดธาตุทองจี้ถอนรากถอนโคนมารเกาะวัด-ตรวจสอบเงิน 150 ล้านหายไปไหน

วันพฤหัสบดี ที่ 21 กรกฎาคม พ.ศ. 2565, 20.19 น.

โยมรอบวัดธาตุทองจี้หน่วยงานเกี่ยวข้องเข้ามาตรวจสอบเงิน 150 ล้านของวัดธาตุทองที่ล่องหนให้เกิดความชัดเจน ยอมรับตกใจข่าวฉาวเงินวัดหาย คนในวัดยกตู้บริจาคไปนับเงินที่บ้าน พร้อมเรียกร้องให้วัดปลดไวยาวัจกรฉาวเพื่อพิสูจน์ความบริสุทธิ์ให้แน่ชัด และตั้งคณะกรรมการสอบถอนรากถอนโคนมารเกาะวัดให้หมด

จากกรณีที่ญาติโยมที่มาทำบุญภายในวัดธาตุทอง พระอารามหลวง เขตวัฒนา กทม.และเจ้าหน้าที่วัดได้วิพาษณ์วิจารณ์ถึงความไม่โปร่งใสในการบริหารเงินบริจาคของวัดธาตุทองหลังพบมีคนภายในวัดขนตู้บริจาคขึ้นรถไปนับเงินที่บ้าน รวมทั้งความไม่โปร่งใสในการจัดงานช่วงวันอาสาฬหบูชาและวันเข้าพรรษาระหว่างวันที่ 13-21 ก.ค.65 ที่บริเวณลานจอดรถของวัด ตลอดจนมีการวิพากษ์วิจารณ์ถึงความร่ำรวยผิดปกติของเจ้าหน้าที่ภายในวัดบางคน จนล่าสุดเมื่อวันที่ 20 ก.ค.65 ที่ผ่านมา พระราชบัณฑิต รองเจ้าคณะภาค 1-2-3 (ธรรมยุต) ได้มีหนังสือถึงพระราชวรญาณโสภณ เจ้าอาวาสวัดธาตุทอง ขอให้ตรวจสอบคุณสมบัติไวยาวัจกรและหรือถอดถอนไวยาวัจกรคนหนึ่งออกจากตำแหน่งภายใน 15 วัน เนื่องจากขาดคุณสมบัติตามกฎมหาเถรสมาคม และมีมลทินมัวหมองในความผิดเกี่ยวกับการเงินตามที่ข่าวเสนอไปแล้วนั้น

ล่าสุดเมื่อวันนี้ (21 ก.ค.65) ทีมข่าวเฉพาะกิจแนวหน้าออนไลน์ ได้ลงพื้นที่บริเวณโดยรอบวัดธาตุทอง พระอารามหลวง เพื่อสอบถามชาวบ้านในชุมชนใกล้วัดถึงประเด็นดังกล่าว โดยนางรุจินันท์ (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 52 ปี แม่ค้าขายของหน้าวัด กล่าวว่า เรื่องการยักยอกเงินวัดของไวยาวัจกรคนหนึ่งนั้น ไม่ทราบจริงๆ เพราะตนเองมาตั้งร้านตั้งแต่ 6 โมงเช้า เพื่อขายนักเรียนและคนทำงาน จนถึง 10 โมง ก็กลับเข้าบ้านไปเตรียมของมาขายรอบเย็นจนถึง 4 ทุ่ม ซึ่งที่วัดธาตุทองมีรถเข้าออกตลอดทั้งวัน จึงไม่เคยสังเกตว่ามีการยกตู้บริจาคเงินทำบุญออกไปข้างนอกหรือไม่ รู้แค่เพียงว่าต่อวันมีผู้มีจิตศรัทธาเข้ามาทำบุญจำนวนมาก

ส่วนข่าวที่ออกมาเกี่ยวกับเรื่องของวัดธาตุทองนั้นพอรู้มาบ้าง ได้แต่สงสัยใจในกระทั่งวันนี้ที่ทราบข่าวว่ามีการปิดบัญชีของวัด โดยไม่ทราบว่าเงินจำนวน 150 ล้านบาทไปอยู่ที่ไหน ยิ่งทำให้รู้สึกว่า 1 ใน 150 ล้านบาทนั้นจะมีเงินที่ถวายวัดทำบุญของใครบ้าง คิดแล้วก็เสียใจแทนกับวัดที่ไว้ใจคนผิด ซึ่งถ้าเงินหายไปจริงๆ ก็อยากให้มีการตรวจสอบเหมือนกรณีวัดอื่นๆ ที่เป็นข่าวดัง อย่าให้ชาวบ้านเกิดความสงสัย หรือความแคลงใจแล้วไม่อยากมาทำบุญเข้าวัดอีก เพราะวัดธาตุทองเป็นวัดที่ตั้งอยู่ในย่านพื้นที่เศรษฐกิจ ก็ไม่แปลกที่จะมีคนหวังหาผลประโยชน์จากวัด 

ส่วนเรื่องของไวยาวัจกรที่เป็นประเด็นอยู่นั้นก็อยากให้ทางวัดและเจ้าอาวาสตรวจสอบให้กระจ่าง หากกระทำผิดจริงต้องเอาผิดให้ถึงที่สุด เบื้องต้นก็อยากให้สั่งปลดไวยาวัจกรคนดังกล่าวก่อน เพื่อรอตรวจสอบข้อเท็จจริง 

เช่นเดียวกับนางสาวกาญจนา (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 35 ปี พนักงานบริษัทเอกชน กล่าวว่า ตนมาทำบุญที่วัดธาตุทองเป็นประจำเพราะที่ทำงานอยู่ใกล้กับวัด โดยทุกวันตอนเที่ยงจะมาไหว้พระในโบสถ์เพราะสงบไม่ค่อยมีคน ที่ผ่านมาก็พอทราบข่าวของวัดอยู่บ้างเรื่องของการจัดงานรื่นเริง ซึ่งตนก็มองว่ายังไม่สมควรให้รวมกลุ่มกันเพราะสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด ที่แพร่พันธุ์ใหม่ไปเรื่อยๆ แต่ในเมื่อมีงานจัดขึ้นมาแล้วก็เลยมาเดินเล่นหลังเลิกงานทุกวันเพื่อหาอะไรกินก่อนกลับบ้าน และวันนี้ (21 ก.ค.) เป็นวันสุดท้ายแล้ว แต่ฝนตกลงมาเรื่อยๆ เลยตั้งใจว่าจะซื้อของกินกลับไปกินที่บ้านแทน ประกอบกับเป็นคนที่ชอบเข้าวัดทำบุญอยู่แล้วก่อนกลับก็ไม่ลืมที่จะทำบุญเหมือนทุกครั้ง 

นางสาวกาญจนา เล่าด้่วยว่า ในทุกวันจะมาหยอดเงินทำบุญด้านหน้าตู้ละ 10-20 บาท เพราะทำบุญตามกำลังมีน้อยมีมากแล้วแต่เราจะทำ เมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมาก็ได้อ่านข่าวว่ามีไวยาวัจกรคนหนึ่งแอบนำตู้ทำบุญบริจาคกลับไปนับเงินที่บ้าน ก็รู้สึกตกใจและคิดติดตลกนิดหน่อยว่าจะใช่ตู้ที่เราหยอดหรือไม่ แต่เราหยอดทุกตู้ก็น่าจะตู้เราด้วย แรกๆ ที่อ่านก็รู้สึกโกรธ แต่คิดว่าเราทำบุญให้วัดไปแล้วใครคิดไม่ดีหรือยักยอกเงินวัดก็ขอให้รับกรรมของเขาไป เราเป็นพุทธก็เชื่อในกฎแห่งกรรมมาตลอด 

ล่าสุดวันนี้ได้อ่านข่าวบัญชีวัดถูกปิดโดยไวยาวัจกร ก็ยังคิดว่าเป็นคนเดียวกันหรือเปล่า ทำไมถึงกล้าทำผิดไม่รู้จักจบสิ้น ยิ่งทราบตัวเลขว่ามีเงินในบัญชี 150 ล้านบาทก็รู้สึกว่าเงินจำนวนมากขนาดนี้ ถ้าตรวจสอบจริงๆ ก็ไม่น่าจะยาก อยากให้ทางเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเข้ามาตรวจสอบเงินจำนวนนี้โดยเร็ว เพราะเห็นวัดอื่นๆ ยังตรวจสอบจับได้กับวัดธาตุทองที่มีผลประโยชน์มหาศาลก็คงตรวจสอบไม่ยาก ถ้าคิดจะทำจริงๆ ปัจจุบันคนเริ่มหมดศรัทธาในการเข้าวัด จึงเห็นว่าควรจัดระเบียบวัดแบบจริงจังสักที ไม่ใช่แค่จัดระเบียบวัดธาตุทองเพียงวัดเดียว แต่ควรจัดระเบียบทุกวัดทั่วประเทศ เพราะวัดไหนที่มีชื่อเสียงก็ยิ่งมีผลประโยชน์มาเกี่ยวข้องแทบทั้งสิ้น ส่วนใหญ่มักมีเรื่องเงินมากเกี่ยวข้อง

สำหรับตัวไวยาวัจกรที่เป็นข่าวฉาวก็อยากให้ส่วนกลางของวัดตั้งคณะกรรมการสอบถอนรากถอนโคนตั้งแต่ตัวเล็กไปยันตัวใหญ่ให้หมดสิ้น เพราะตนถือว่าเป็นมารเกาะวัด จึงอยากให้สั่งปลดเพื่อพิสูจน์ความบริสุทธิ์ให้แน่ชัดเสียก่อน – 003

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

แวะมา‘อ่างทอง’ต้องลองชิม‘ข้าวแกงสามพี่น้อง’ ใส่หม้อรอหน้าบขส.

Posted on July 22, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/668320

แวะมา‘อ่างทอง’ต้องลองชิม‘ข้าวแกงสามพี่น้อง’ ใส่หม้อรอหน้าบขส.

วันพฤหัสบดี ที่ 21 กรกฎาคม พ.ศ. 2565, 20.04 น.

แวะมา‘อ่างทอง’ต้องลองชิม‘ข้าวแกงสามพี่น้อง’ ใส่หม้อรอหน้าบขส.

21 กรกฎาคม 2565 ที่บริเวณหน้าสถานีขนส่งจังหวัดอ่างทอง ผู้สื่อข่าวพบ “ร้านข้าวแกงสามพี่น้อง” ตั้งโต๊ะวางขายอยู่ริมถนนทางเข้าสถานีขนส่งฯ โดยนำแกงต่างๆใส่หม้อวางขายสู้เศรษฐกิจในราคาถุงละ 30 บาท มีให้เลือกวันละ 20 เมนู ให้ชาวบ้านได้เลือกซื้อ

นางสาวรัชนก สนสวน อายุ 55ปี แม่ค้า เล่าให้ฟังว่า เปิดขายแกงถุงในราคา 30 บาท ทุกวันตั้งแต่เวลา 04.30-08.00น.หรือว่าจะหมดไป แต่ละวันจะทำแกงวันละ 20 อย่าง นำใส่หม้อเบอร์ 34 มาตั้งวางขาย ใช้วัตถุดิบสดใหม่ทุกวัน

ด้านลูกค้าพูดกันเป็นเสียงเดียวว่า อร่อย ให้เยอะ ไม่พลาดต้องลองชิม “ข้าวแกงสามพี่น้อง” ขายสู้เศรษฐกิจในราคาถุงละ 30 บาท แห่งเมืองอ่างทอง

-005

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

นักวิชาการอิสระด้านพระพุทธศาสนาชี้ ‘วัดธาตุทอง’ มีกรณีพิพาทเรื่องเงินมานานแล้ว

Posted on July 22, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/668310

นักวิชาการอิสระด้านพระพุทธศาสนาชี้ 'วัดธาตุทอง' มีกรณีพิพาทเรื่องเงินมานานแล้ว

วันพฤหัสบดี ที่ 21 กรกฎาคม พ.ศ. 2565, 19.28 น.

จากกรณีประชาชนที่มาทำบุญ ณ วัดธาตุทอง พระอารามหลวง เขตวัฒนา กรุงเทพฯ รวมถึงเจ้าหน้าที่วัดได้วิพาษณ์วิจารณ์ถึงความไม่โปร่งใส่ในการบริหารเงินบริจาคของวัด รวมถึงกรณีเงิน 150 ล้านบาท ที่ถูกปิดบัญชีไปและยังไม่ทราบว่าไปอยู่ที่ใด นำไปสู่การที่ทางวัดได้มีหนังสือรายงานเกี่ยวกับคุณสมบัติของไวยาวัจกรวัดคนหนึ่ง ที่ดูแลการเงินของวัดไปยังสำนักงานเจ้าคณะภาค 1-2-3 (ธรรมยุต) วัดตรีทศเทพวรวิหาร พร้อมกับขอให้ทางเจ้าคณะภาค 1-2-3 มีคำสั่งทางปกครองให้เจ้าอาวาสวัดธาตุทอง ทำการถอดไวยาวัจกรคนดังกล่าวออกจากตำแหน่ง 

จนล่าสุดเมื่อวันที่ 20 ก.ค.65 ที่ผ่านมา พระราชบัณฑิต รองเจ้าคณะภาค 1-2-3 (ธรรมยุต) ได้มีหนังสือถึงพระราชวรญาณโสภณ เจ้าอาวาสวัดธาตุทอง ขอให้ตรวจสอบคุณสมบัติไวยาวัจกรและหรือถอดถอนไวยาวัจกรคนหนึ่งออกจากตำแหน่งภายใน 15 วัน

เนื่องจากได้มีการตรวจสอบคุณสมบัติของไวยาวัจกรคนดังกล่าวแล้วพบว่าเป็นผู้ที่ขาดคุณสมบัติตามกฎมหาเถรสมาคม กล่าวคือเคยถูกศาลแขวงธนบุรีพิพากษาในคดีแพ่งมาแล้วเมื่อวันที่ 11 มีนาคม 2552 ในความผิดสัญญาค่ำประกัน ซึ่งศาลได้มีคำพิพากษาให้จำเลยและพรรคพวกชำระเงินแก่โจทก์จำนวน 80,000 บาท โดยตามกฎมหาเถรสมาคมฉบับที่ 18 (พ.ศ.2563) ว่าด้วยการแต่งตั้งถอดถอนไวยาวัจกร หมวด 1 ข้อ 6 (9) ระบุว่า ต้องไม่เป็นผู้ที่เคยถูกลงโทษให้ออกจากราชการ หรือองค์การของรัฐบาลหรือบริษัทห้างร้านเอกชนในความผิดหรือมีมลทินมัวหมองในความผิดเกี่ยวกับการเงิน นั้น

นายจตุรงค์ จงอาษา นักวิชาการอิสระด้านพระพุทธศาสนา กล่าวถึงเรื่องนี้ว่า โดยปกติไม่น่าจะมีวัดใดที่แต่งตั้งไวยาวัจกรถึง 10 คน โดยหากเป็นพระอารามหลวงทั่วไป แต่งตั้งเพียงคนเดียวก็ยังพอ หรือหากเป็นวัดที่มีภารกิจมากหน่อยก็อาจจะแต่งตั้งสัก 3 คน แบ่งเป็นดูแลอาคารสถานที่ 1 คน ฝ่ายกิจการในวัด 1 คน ฝ่ายการเงิน 1 คนเป็นต้น ก็น่าจะเพียงพอ ซึ่งกรณีวัดธาตุทอง อาจมีไวยาวัจกรดูแลการจัดการที่จอดรถคนหนึ่ง การเช่าที่คนหนึ่ง การเงินอีกสักคนหนึ่ง รวม 3 คน หรือถ้าจะเพิ่มก็คือด้านการจัดการทั่วไปอีกสักคนหนึ่ง ก็เพียงพอแล้ว

ทั้งนี้ หากเป็นบุคคลที่ได้รับตราตั้ง หมายถึงได้รับแต่งตั้ง ถือเป็นเจ้าพนักงานของรัฐ ดังนั้น หากใช้ตำแหน่งหน้าที่กระทำการโดยมิชอบก็อาจเข้าข่ายความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 แต่หากถามว่าเมื่อเกิดคดีความ ไวยาวัจกรที่ได้รับการแต่งตั้งจะต้องขึ้นศาลทุกคนหรือไม่ ต้องดูที่พนักงานสอบสวนว่าจะเขียนสำนวนอย่างไร รวมถึงอัยการและศาลจะพิจารณาอย่างไร เพราะคำว่าปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เป็นถ้อยคำที่มีความหมายกว้าง เช่น คนหนึ่งอาจจะไม่ทำ แต่การปล่อยให้อีกคนหนึ่งทำโดยไม่ห้ามปราม ก็เข้าข่ายละเว้นอีกเช่นกัน

ซึ่งคดีความผิดตามมาตรา 157 ที่ออกไปจากวัดก็มีไม่น้อย บางคดีไวยาวัจกรรอด แต่บางคดีก็ไม่รอด หรือบางคดีไวยาวัจกรก็ถูกกันไว้เป็นพยาน หรือเจ้าอาวาสบางองค์ก็โดนคดีเต็มๆ ไม่ถูกกันไว้เป็นพยานก็มี โดยกรณีวัดธาตุทอง ในการสอบปากคำต้องเรียกไวยาวัจกรทั้ง 10 คนไปสอบ เพราะเป็นบุคคลที่มีตราตั้ง แต่การจะฟ้องคดีหรือกันบุคคลใดไว้เป็นพยานขึ้นอยู่กับดุลพินิจของอัยการและพนักงานสอบสวน รวมถึงคนที่ไม่มีตราตั้งด้วย เช่น บุคคลที่ได้รับมอบอำนาจให้กระทบการแทน อาทิ มีหนังสือมอบอำนาจให้ไปถอนเงินจากธนาคาร

นายจตุรงค์ กล่าวต่อไปว่า กรณีของวัดบวรนิเวศราชวรวิหาร ที่เกิดคดียักยอกเงินขึ้น มีการตั้งคณะทำงานขึ้นมาจากบุคคลที่ไม่มีส่วนได้-เสียกับทางวัด เพื่อประสานกับทางกองปราบและอัยการ ว่าบุคคลใดจะเป็นจำเลยหรือเป็นพยาน ลักษณะนี้ถือว่ามีความชัดเจน แต่กรณีวัดธาตุทองตนกลัวว่าจะไม่ชัด เพราะไม่รู้ว่าใครเป็นใคร เป็นคนของใครหรือไม่ ซึ่งต้องเข้าใจบริบทของวัดนี้ด้วย เพราะวัดธาตุทองมีกรณีพิพาทเรื่องเงินๆ ทองๆ มานานแล้ว – 003

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

เปิดองค์ความรู้!’ไวยาวัจกร’ คือตำแหน่งอะไร มีความสำคัญอย่างไรกับวัด

Posted on July 22, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/668301

เปิดองค์ความรู้!'ไวยาวัจกร' คือตำแหน่งอะไร มีความสำคัญอย่างไรกับวัด

วันพฤหัสบดี ที่ 21 กรกฎาคม พ.ศ. 2565, 19.15 น.

หลังจากมีข่าวกรณีญาติโยมที่มาทำบุญภายในวัดธาตุทอง พระอารามหลวง เขตวัฒนา และเจ้าหน้าที่วัดได้วิพาษณ์วิจารณ์ถึงความไม่โปร่งใสในการบริหารเงินบริจาคของวัด จนเมื่อวันที่ 20 ก.ค.65 ที่ผ่านมา พระราชบัณฑิต รองเจ้าคณะภาค 1-2-3 (ธรรมยุต) ได้มีหนังสือถึงพระราชวรญาณโสภณ เจ้าอาวาสวัดธาตุทอง ขอให้ตรวจสอบคุณสมบัติไวยาวัจกรและหรือถอดถอนไวยาวัจกรคนหนึ่งออกจากตำแหน่งภายใน 15 วัน หลังจากตรวจคุณสมบัติแล้วพบว่า เป็นผู้ที่ขาดคุณสมบัติตามกฎมหาเถรสมาคม ฉบับที่ 18 (พ.ศ. 2536) ว่าด้วยการแต่งตั้งพบว่าถอดถอนไวยาวัจกร หมวด 1 ข้อ 6 (9) ไม่เป็นผู้ที่เคยถูกลงโทษให้ออกจากราชการ หรือองค์การขอรัฐบาลหรือบริษัทห้างร้านเอกชนในความผิดหรือมีมลหินมัวหมองในความผิดเกี่ยวกับการเงิน 

จึงมีคำถามขึ้นมามากมายว่า “ไวยาวัจกร” คือ ตำแหน่งอะไร มีความสำคัญอย่างไรกับวัดในแต่ละวัด และใครเป็นผู้แต่งตั้ง วันนี้ “ทีมข่าวเฉพาะกิจแนวหน้าออนไลน์” ได้ไปหาข้อมูลมาได้ดังนี้ 

“ไวยาวัจกร” (อ่านว่า ไวยาวัดจะกอน) แปลว่า ผู้ขวนขวายช่วยทำกิจของสงฆ์ หมายถึงผู้ช่วยเหลือรับใช้พระสงฆ์ ทำกิจธุระแทนสงฆ์

“ไวยาวัจกร” ตามกฎหมายหมายถึงคฤหัสถ์ผู้ได้รับแต่งตั้งให้มีหน้าที่เบิกจ่ายนิตยภัต และมีอำนาจหน้าที่ดูแลรักษาจัดการทรัพย์สินของวัดได้ตามที่เจ้าอาวาสมอบหมายเป็นหนังสือ และกำหนดให้ไวยาวัจกรเป็นเจ้าพนักงานตามกฎหมาย

การแต่งตั้งไวยาวัจกรเป็นอำนาจหน้าที่ของเจ้าอาวาสที่ต้องออกหนังแต่งตั้ง โดยวัดหนึ่งวัดอาจมีไวยาวัจกรมากกว่าหนึ่งคน หากเป็นวัดใหญ่อาจมีไวยาวัจกรได้หลายคน และความเป็นไวยาวัจกรสิ้นสุดลงเมื่อเจ้าอาวาสผู้แต่งตั้งให้ออกหรือเจ้าอาวาสผู้แต่งตั้งพ้นจากความเป็นเจ้าอาวาส เช่น ลาออก ลาสิกขา มรณภาพ

สำหรับคุณสมบัติของไวยาวัจกร จะต้องเป็นเพศชาย มีอายุ 25 ปีขึ้นไป มีความประพฤติเป็นที่น่านับถือ

ความหมายของไวยาวัจกร คือ ผู้ทำกิจธุระแทนภิกษุหรือสงฆ์ ผู้จัดการขวนขวายแทนภิกษุหรือสงฆ์ ผู้ทำกิจธุระแทนสงฆ์ ผู้ช่วยขวนขวายทำกิจธุระ หรือผู้ช่วยเหลือรับใช้พระ

ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ กรณีที่มีการมอบหมายให้ไวยาวัจกรดูแลรักษาและจัดการทรัพย์สินของวัด ไวยาวัจกรยังมีฐานะเป็น “ตัวแทน” ของวัดในการจัดการทรัพย์สินของวัดตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ที่นำเข้ามาใหม่ และยังมีฐานะเป็นเจ้าพนักงานตามประมวลกฎหมายอาญาอีกด้วย แต่เป็นตำแหน่งที่ไม่มีเงินเดือน

หน้าที่หลักของไวยาวัจกร ได้แก่ มีหน้าที่เบิกจ่ายนิตยภัต หรือเงินเรื่องที่สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติได้รับงบประมาณแผ่นดินเพื่อดำเนินการเบิกจ่ายถวายอุดหนุนแด่พระภิกษุผู้ได้รับพระราชทานสมณศักดิ์ พระภิกษุสงฆ์ที่มีตำแหน่งหน้าที่ในทางราชการต่างๆ เรื่อยไปจนถึงพระเปรียญธรรมเก้าประโยคของวัด ดูแลทรัพย์สินต่างๆ ที่เป็นของวัด รวมถึงมีหน้าที่ทำกิจธุระต่างๆ แทนพระสงฆ์ตามที่ได้รับมอบหมาย โดยเฉพาะกิจธุระที่เกี่ยวกับเรื่องการใช้จ่ายของวัด แต่จะต้องเป็นงานที่ได้รับมอบหมายจากเจ้าอาวาสเท่านั้น

จากทั้งหมดที่กล่าวมานั้น จะเห็นได้ว่าตำแหน่ง “ไวยาวัจกร” นั้นวัดหรือเจ้าอาวาสสามารถแต่งตั้งใครก็ได้ที่เป็นที่ไว้ใจและมีความเต็มใจจะทำงานให้กับวัดได้โดยไม่รับเงินเดือน แต่การคัดเลือกไวยาวัจกรนั้นก็มาจากการคัดเลือกกันเองโดยพระภายในวัด ไม่ได้มีคนภายนอกมาเกี่ยวข้องโดยตรง อาจเป็นช่องว่างที่ทำให้เกิดปัญหาอย่างที่เป็นข่าวได้ง่าย – 003

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

วันเกิด’ครูบาบุญล้อม’! ปชช.แห่รับเงินโปรยทาน 3 แสน แหวนทอง 78 วง

Posted on July 22, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/668251

วันเกิด'ครูบาบุญล้อม'! ปชช.แห่รับเงินโปรยทาน 3 แสน แหวนทอง 78 วง

วันพฤหัสบดี ที่ 21 กรกฎาคม พ.ศ. 2565, 16.45 น.

ประชาชนจำนวนมาก แห่ไปร่วมรับเงินโปรยทาน 3 แสน และแหวนทองคำ จำนวน 78 วง ในงานวันคล้ายวันเกิด อายุวัฒนมงคล ครบรอบ 35 ปี พระครูปลัด ดร.สิทธิศักดิ์ วิรโช หรือ ครูบาบุญล้อม หน่อแก้วโพธิญาณ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่สวนพระพุทธบูชาเฉลิมพระเกียรติ หมู่ 14 ต.บ้านกลาง อ.วังทอง จ.พิษณุโลก  พระครูปลัด ดร.สิทธิศักดิ์ วิรโช หรือ ครูบาบุญล้อม หน่อแก้วโพธิญาณ ได้จัดงานวันคล้ายวันเกิด อายุวัฒนมงคลครบรอบ 35 ปี โดยในปีนี้ มีจัดงานยิ่งใหญ่ เปิดโอกาสลูกศิษย์ลูกหา และประชาชนทั่วไปมาร่วมทำบุญในการจัดสร้างวัตถุมงคลต่างๆภายในวัด โดยเฉพาะการหล่อพระทองคำ (พระพุทธสุวรรณมงคลมุนีศรีสองแคว)  เพื่อให้ประชาชนได้มากราบไหว้บูชา นอกจากนี้ยังมีไฮไลน์สำคัญ คือการโปรยทาน ด้วยเงินจำนวน 3 แสนบาท และแหวนทองคำ จำนวน 78 วง น้ำหนักวง 0.3 กรัม (วงละ 800 บาท) ให้กับผู้ที่มาร่วมงานอีกด้วย ซึ่งทำให้มาประชาชนมาต่อแถวรอกันจำนวนมาก

ซึ่งในการโปรยทานนั้นก็จะให้พระลูกวัดขึ้นไปบนนั่งร้านสูง แล้วนำเงินธนบัตร ใบละ 100 บาท จำนวน 3,000 ใบ ส่วนทองคำนั้นทางวัด ก็ใช้วิธีนำธนบัตรใบละ 20 บาท พร้อมกับตราประทับของวัดไว้ และโปรยพร้อมกันที ซึ่งมีประชาชนต่างรอรับเงินที่โปรยกันอย่างคึกคัก

สำหรับครูบาบุญล้อม หน่อแก้วโพธิญาณ เป็นพระนักพัฒนา และช่วยเหลือสังคม โดยที่ผ่านมา ได้มีการสร้างพระพุทธรูปองค์ใหญ่ไว้ภายในวัดจำนวนมาก พร้อมทั้งยังได้ช่วยไถ่ชีวิตสัตว์ป่วย ไม่ว่าจะเป็นช้าง ม้า วัว กระบือ มาไว้ที่วัด เพื่อทำการรักษา อีกทั้งยังร่วมช่วยสร้างบ้านให้กับผู้ยากไร้ ในอำเภอต่างๆของจังหวัดพิษณุโลกมาแล้วหลายสอบหลัง ทำให้มีผู้จิตศรัทธามาร่วมสร้างทำบุญกับครูบาบุญล้อม หน่อแก้วโพธิญาณ กันจำนวนมาก. -008 

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ตื่นตาตื่นใจ! ฝูงโลมาหลังโหนก โผล่โชว์ตัว จุดชายฝั่งทะเลปัตตานี

Posted on July 22, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/668246

ตื่นตาตื่นใจ! ฝูงโลมาหลังโหนก โผล่โชว์ตัว จุดชายฝั่งทะเลปัตตานี

วันพฤหัสบดี ที่ 21 กรกฎาคม พ.ศ. 2565, 16.39 น.

พบ “ฝูงโลมาหลังโหนก” 6 – 8 ตัว บริเวณชายฝั่งทะเลปัตตานี หลังกรมประมงเดินหน้าปฏิบัติตามแผน MMPA ของประเทศไทยเพื่อป้องกันและบรรเทาผลกระทบจากการทำประมงต่อสัตว์ทะเลเลี้ยงลูกด้วยนมพร้อมสร้างความเข้าใจชาวประมง

นายเฉลิมชัย สุวรรณรักษ์ อธิบดีกรมประมง เปิดเผยว่า ล่าสุดได้รับรายงานจากศูนย์ป้องกันและปราบปรามประมงทะเลปัตตานี กองตรวจการประมง ว่าช่วงเมื่อวันที่ 15 กรกฎาคม 2565 มีนักท่องเที่ยว พบฝูงโลมาหลังโหนก (Indopacific humpback dolphin) ชื่อวิทยาศาสตร์ Sousa chinensis จำนวน 6 – 8 ตัว ว่ายน้ำอยู่แถวชายหาดแฆแฆ ตำบลบ้านน้ำบ่อ อำเภอปะนาเระ จังหวัดปัตตานี  ซึ่งบริเวณดังกล่าว เป็นเขตอนุรักษ์ของชุมชนปะนาเระ สะท้อนถึงความอุดมสมบูรณ์ของทรัพยากรสัตว์น้ำที่ฟื้นคืนกลับมา หลังกรมประมงสร้างความรู้ความเข้าใจร่วมกับพี่น้องชาวประมงในพื้นที่เกี่ยวกับการใช้เครื่องมือประมงอย่างไรไม่ให้ส่งผลกระทบต่อสัตว์ทะเลเลี้ยงลูกด้วยนม รวมถึงการช่วยเหลือสัตว์ทะเลเลี้ยงลูกด้วยนมเบื้องต้น และกรมประมงได้บังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัดเพื่อป้องกันการทำประมงผิดกฎหมาย โดยเฉพาะการทำการประมงในพื้นที่ห้าม การใช้เครื่องมือประมงผิดกฎหมาย หรือการใช้เครื่องมือประมงที่ห้ามใช้ทำการประมงในเขตทะเลชายฝั่ง  ซึ่งที่ผ่านมากรมประมงได้ผลักดันการดำเนินการเพื่อให้สอดคล้องกับข้อกำหนดของกฎหมายว่าด้วยการนำเข้าสินค้าสัตว์น้ำเพื่อคุ้มครองสัตว์ทะเลเลี้ยงลูกด้วยนม (Marine Mammal Protection Act : MMPA) ของสหรัฐอเมริกามาอย่างต่อเนื่อง เพื่อรักษามูลค่าการส่งออกสินค้าประมงไปยังสหรัฐอเมริกา

ทั้งนี้ ประเทศไทยได้จัดส่งข้อมูลเพื่อประกอบการประเมินความเท่าเทียมในการดำเนินการตามกฎระเบียบ MMPA อาทิ ข้อมูลสถานภาพสัตว์ทะเลเลี้ยงลูกด้วยนมในพื้นที่ทำการประมง ข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับการทำประมง กฎระเบียบในประเทศ ข้อบังคับด้านการทำประมงเชิงพาณิชย์ ข้อมูลระบบทะเบียนและการอนุญาตทำการประมง หรือมาตรการที่เกี่ยวข้องในการลดการตายหรือลดการบาดเจ็บของสัตว์ทะเลเลี้ยงลูกด้วยนมซึ่งเป็นสัตว์น้ำพลอยจับ (Bycatch) ฯลฯ ผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ไปยังสหรัฐอเมริกา เมื่อวันจันทร์ที่ 29 พฤศจิกายน 2564 ที่ผ่านมา เพื่อเป็นการแสดงถึงเจตจำนงของประเทศไทย ที่ให้ความสำคัญต่อการอนุรักษ์และการบริหารจัดการสำหรับสัตว์ทะเลเลี้ยงลูกด้วยนมที่เป็นรูปธรรม เป็นไปตามหลักสากล และพันธกรณีระหว่างประเทศ ภายใต้การมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน ขณะนี้อยู่ในระหว่างการประเมินของสหรัฐอเมริกา และจะมีการประกาศผลการพิจารณาประมาณเดือนพฤศจิกายน 2565 และบังคับใช้กฎหมาย MMPA ในวันที่ 1 มกราคม 2566

นอกจากนี้ ไทยยังได้จัดทำแผนปฏิบัติการระดับชาติเพื่อการอนุรักษ์และบริหารจัดการสัตว์ทะเลเลี้ยงลูกด้วยนม พ.ศ. 2566 – 2570 ภายใต้ข้อกำหนดกฎหมายคุ้มครองสัตว์ทะเลเลี้ยงลูกด้วยนม (MMPA) ซึ่งประกอบด้วย 5 กลยุทธ์ 19 แผนงาน 51 โครงการ ดังนี้ กลยุทธ์ที่ 1 การติดตามและประเมิน (Monitoring & Estimation)  กลยุทธ์ที่ 2 การวิจัยและพัฒนา (Research & Development)  กลยุทธ์ที่ 3 การอนุรักษ์และจัดการ (Conservation & Management)  กลยุทธ์ที่ 4 การบังคับใช้ (Enforcement) และกลยุทธ์ที่ 5 การสื่อสาร (communication) รวมทั้งมีการเตรียมความพร้อมโดยหารือร่วมกับผู้ประกอบการในการจัดทำโครงการเร่งด่วนเพื่อรองรับกฎระเบียบ MMPA ที่จะประกาศบังคับใช้ โดยรัฐบาลได้อนุมัติงบกลาง 35,687,200 บาท (สามสิบห้าล้านหกแสนแปดหมื่นเจ็ดพันสองร้อยบาทถ้วน)  ให้ดำเนินการโครงการเร่งด่วนจำนวน 4 โครงการ ประกอบด้วย 1. โครงการการเพิ่มประสิทธิภาพระบบตรวจสอบย้อนกลับสินค้าสัตว์น้ำ เพื่อรองรับ Marine Mammal Protection Act  ของประเทศสหรัฐอเมริกา 2. โครงการการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีเพื่อการปรับเปลี่ยนเครื่องมือประมงและวิธีการทำการประมงเพื่อป้องกันการติดโดยบังเอิญของสัตว์ทะเลเลี้ยงลูกด้วยนม 3. โครงการการควบคุมเฝ้าระวังพื้นที่ทำการประมงในบริเวณพื้นที่เสี่ยงต่อสัตว์ทะเลเลี้ยงลูกด้วยนม 4. โครงการการศึกษาแนวทางแก้ไขปัญหาเครื่องมือประมงที่มีผลกระทบต่อพะยูน

อย่างไรก็ตาม นอกจากการบริหารจัดการทรัพยากรประมงโดยใช้กลไกต่างๆแล้ว กรมประมงให้ความสำคัญกับการมีส่วนร่วมของชุมชนและพี่น้องชาวประมงในพื้นที่ในการดำเนินกิจกรรมต่างๆ โดยเฉพาะ โครงการพัฒนาอาชีพและส่งเสริมความเข้มแข็งของชุมชนประมง และโครงการเสริมสร้างการมีส่วนร่วมขององค์กรชุมชนประมงท้องถิ่น เพื่อให้บรรลุเป้าประสงค์ของการทำประมงที่ไม่ส่งผลกระทบต่อสัตว์ทะเลเลี้ยงลูกด้วยนมและเป็นไปอย่างยั่งยืน

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

แพงเหมือนเดิม! ตลาดขายส่งหวย ‘วังสะพุง’ ผู้ค้าโอดเหมือนรัฐรังแกคนรากหญ้า

Posted on July 22, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/668243

แพงเหมือนเดิม! ตลาดขายส่งหวย 'วังสะพุง' ผู้ค้าโอดเหมือนรัฐรังแกคนรากหญ้า

วันพฤหัสบดี ที่ 21 กรกฎาคม พ.ศ. 2565, 16.29 น.

21 ก.ค.65 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บรรยากาศการซื้อขายสลากกินแบ่งรัฐบาล ที่ตลาดขายส่งลอตเตอรี่วังสะพุง ถนนมลิวรรณ อ.วังสะพุง จ.เลย ซึ่งเป็นงวดออกรางวัลวันที่ 1 ส.ค.65 พบว่าบรรยากาศภายในตลาด มีการซื้อขายลอตเตอรี่กันอย่างคึกคัก มีเงินหมุนเวียนสะพัดแม้ราคาลอตเตอรี่ลอตเตอรี่จะแพง ราคาหวยกล่องใบละ 90.50 บาท หวยเล่ม 89 บาท หวยชุด 2 ใบ 92 บาท หวยชุด 3 ใบ 93 บาท หวยชุด 4 ใบ 99 บาท ส่วยหวยชุด 5 ใบ 100 บาท ด้านผู้ค้าสลากรายย่อยจะยันขายจนกว่าไม่มีคนซื้อ วอนรัฐสงวนอาชีพผู้ค้าลอตเตอรี่ไว้ ขอให้แก้ปัญหาให้ถูกจุด

นายพรมณี (ขอสงวนนามสกุล) เปิดเผยว่า จากมาตรการแก้ปัญหาลอตเตอรี่ราคาแพงโดยวิธีตัดสิทธิ์ผู้ค้ารายย่อยที่เอาสลากไปขายให้แพลตฟอร์มออนไลน์ หรือเอาไปรวมชุดโดยไม่มีการไต่สวนหรือให้เจ้าของสิทธิ์ได้อธิบาย เหมือนการทำผิดแล้วประหารเลย  โดยเฉพาะจังหวัดเลยถูกยึดจำนวน 3,000-4,00รายสร้างความเดือดร้อนให้กับคนหากินชั้นรากหญ้า ซึ่งบางครอบครัวก็กู้หนี้ยืมสินมาสร้างบ้าน บางครอบครัวอยู่ระหว่างการผ่อนรถเพื่อใช้เป็นพาหนะเดินทางไปจำหน่ายลอตเตอรี่ยังต่างจังหวัด แล้วต่อไปคนเหล่านั้นเขาจะเอาเงินที่ไหนไปผ่อนกับธนาคาร คิดแต่จะแก้ปัญหาโดยที่ไม่ค้นหาปัญหาที่แท้จริง ว่าทำไมหวยโควต้าของสมาคมต่างๆที่ออกก่อนหวยเสรี จึงแพงมาก  ถ้าหวยที่ออกก่อนไม่แพง หวยที่ออกทีหลังก็จะไม่แพงตาม

หวยที่ จ.เลย ถูกยึดจำนวนมากก็จากที่กลุ่มแพลตฟอร์มมากว้านซื้อโดยใช้หน้าม้ามาซื้อให้  เจ้าของบัตรเมื่อมีความจำเป็นทั้งในช่วงระบาดของโควิด ก็กลัวที่จะไปจำหน่ายด้วยตนเอง บางครั้งไปขายก็ติดโควิดมาต้องได้กักตัวรักษาไม่สามารถไปขายเองได้ หรือในบางครั้งในหมู่บ้านมีงานศพแล้วพบผู้ติดเชื้อจำนวนมาก ทางอำเภอสั่งปิดหมู่บ้านก็ไปขายไม่ได้ คนเหล่านั้นที่ประกอบอาชีพล้วนแต่เป็นคนรากหญ้า มีความรู้น้อย ไม่เข้าใจเทคโนโลยี่สมัยใหม่ ใช้ระบบมือถือสมัยใหม่ไม่เป็น บางคนไม่มีมือถือเลย ไม่รู้จักแอพเป๋าตัง ตกสำรวจสิทธิบัตรคนจน  เหมือนรัฐบาลรังแกคนจน คนรากหญ้า แต่กับนายทุนกลับทำอะไรไม่ได้ การรับสลากเสรีที่หน้าไปรษณีย์ในหลายอำเภอคนรับลดลงจนน่าใจหาย   พ่อค้าแม่ค้าตามร้านค้า ตลาดสดยังบ่นเลย ไม่เหมือนเดิม ก่อนหน้านี้ ชาวบ้านที่กลับจากขายสลากกลับมาก็จะมาจับจ่ายใช้สอยกัน แต่ปัจจุบันเงียบเหงาลงไปเยอะ

อยากให้ผู้ที่เกี่ยวข้องไม่ว่าจะรัฐบาล บอร์ดกองสลากควรมาทบทวนการแก้ปัญหาสลากแพงใหม่เพราะที่ผ่านมาท่านเหมือนรังแกคนรากหญ้าซึ่งไม่ใช่ต้นตอของหวยแพง และคืนสิทธิ์ให้กับผู้ที่ถูกตัดสิทธิ์ไปเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของคนรากหญ้า อย่าทำร้ายประชาชน คนมีโควต้าเอาหวยไปใส่ออนไลน์กองสลาก 2 วันขายหมดได้เงิน คนไม่มีโควต้าต้องมาซื้อหวยแพง เดินขายด้วยความยากลำบาก บางงวดก็ขายไม่หมด ยุติธรรมสำหรับคนรากหญ้าหรือไม่ แม้วันนี้ค้าขายลำบากแต่ก็จะสู่ต่อไป จะขายจนกว่าไม่มีคนซื้อ

และคนที่ไปลงดิจิตอลของกองสลากน่ะเป็นผู้มีอันจะกิน เข้าถึงระบบไอทีได้ มีกลุ่มข้าราชการประกันสังคมที่กลัวถูกยึดไปใช้บริการกองสลาก  ส่วน คนรากหญ้าไม่เก่งเทคโนโลยี่ ขายหวยมา20-30 ปีเข้าไม่ถึงระบบออนไลน์ของกองสลากหรอก  หลายจังหวัดกลุ่มคนมีอันจะกินที่มีโควต้าเช่ารถไปลงทะเบียนที่กองสลากกันเอาหวยตัวเองไปลงในระบบดิจิตอลของกองสลาก  ชาวบ้านตัวจริงที่ขายหวยไม่รู้เรื่องกับเขาหรอก

ด้าน นายจีระศักดิ์ น้อยก่ำ หรือ สจ.โก้ พาคนไปประท้วงหน้าทำเนียบ แล้วทางกองสลากบอกว่า วันที่ 10 ส.ค.65 จะประกาศรายชื่อ ประกาศรายชื่อที่จะได้โควต้า ในโควต้าที่กองสลากเคยประกาศว่าจะให้ผู้ค้ารายย่อยตัวจริง 100,000 ราย ใช่หรือไหม่ หรือว่าให้เฉพาะผู้ไปประท้วง หรือว่าเพื่อแกล้งชะลอ ให้เรื่องผ่านไปก่อน พวกเราไม่ค่อยมั่นใจกับการแก้ปัญหาของกองสลากมากนัก ที่จะทำลายอาชีพที่เราทำมาหากิน.-008 

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

BamBam Family

BamBam Family

สถิติบล็อก

  • 2,948,258 hits

Join 4,113 other subscribers
Follow SootinClaimon.Com on WordPress.com

Categories

Top Posts & Pages

สสส.หนุน Dental Mind Connect 360° ใน’19 โรงเรียนทันตแพทย์’ รับมือวิกฤตเยาวชนเครียด-ซึมเศร้า
"ปูติน" เลี้ยงอาหารค่ำครูสมัยมัธยม โต้ข่าวลือหลบภัยในบังเกอร์ใต้ดิน
ฉลอง 170 ปี ความสัมพันธ์ไทย-ฝรั่งเศส เดินหน้าความร่วมมือ 3 เสาหลัก อุดมศึกษา-วิจัย-นวัตกรรม
เปิดสถิติ 4 เดือน! ปราบอาชญากรรมออนไลน์ 121,921 คดี เสียหายรวม 7.48 พันล้านบาท
ประชาชนได้ประโยชน์อะไร! หมอวรงค์ข้องใจรัฐ กู้เงิน 2 แสนล้าน เปลี่ยนผ่านพลังงาน
อนุทิน เปิดทำเนียบฯ ถก CEO ยักษ์ใหญ่ ศุกร์นี้! ผุดเวที ผู้ประกอบการพูด รัฐบาลฟัง ปรับทิศทางเศรษฐกิจไทย
ภราดร แย้ม ภท.เตรียมถกร่างแก้รัฐธรรมนูญ 19 พ.ค. แจงครม.ไม่ยืนยันร่างเดิม หวั่นตกวาระ 3 ซ้ำรอยเสียเวลา
ทิพยประกันภัย ปั้นคนรุ่นใหม่ ใจเปลี่ยนโลก ด้วยศาสตร์พระราชา
ณิชา ณัฏฐณิชา เตรียมบินร่วมงานคานส์ 2026 เสิร์ฟภาพเซ็ตแรกก่อนเดินพรมแดง
โสภณยื่นศาลชี้ขาดพรก. ส่งตีความแล้ว ‘มาร์ค’มันปากดักคออีก เอื้อประโยชน์การเมือง

Recent Posts

  • พายุฝน-ฟ้าผ่า ถล่มรัฐอุตตรประเทศ ดับอย่างน้อย 89 ราย
  • สหรัฐฯ อนุมัติ 10 บ.เอกชนจีน ซื้อชิป H200 ของ NVIDIA แต่ดีลยังชะงัก
  • เมียนมาชงกฎหมายใหม่ “โทษประหารชีวิต” แก๊งบังคับเหยื่อทำงานคอลเซ็นเตอร์
  • ศาลสหรัฐฯ ตัดสิน ชายอเมริกันเชื้อสายจีนเปิด “สถานีตำรวจลับ” กลางนิวยอร์ก สอดส่องผู้ลี้ภัยการเมือง
  • รัสเซียยิงขีปนาวุธ-โดรน ถล่มกรุงเคียฟหนัก เสียชีวิต 1 เจ็บอย่างน้อย 31

ป้ายกำกับ

  • 2559(2016)
  • 2564(2021)
  • entertain
  • naewna
  • The Nation
  • การเมือง
  • ต่างประเทศ
  • บันเทิง
  • ผู้หญิง
  • แนวหน้า
  • RSS - Posts
  • RSS - Comments

Archives

Follow Us

  • https://soclaimon.tumblr.com/
  • https://www.facebook.com/soclaimon
  • https://www.instagram.com/sootinclaimon/
  • https://www.facebook.com/SootinClaimon/
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100001170824639
  • https://www.facebook.com/pompam.pp
  • https://www.facebook.com/toraman666
  • https://www.facebook.com/apich214
  • https://www.facebook.com/samabat.klaimon
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100005312762480
  • https://www.facebook.com/jirasuda.manomaiyanon
  • https://www.facebook.com/eikpakkred
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100003091451547
Blog at WordPress.com.
  • Subscribe Subscribed
    • SootinClaimon.Com
    • Join 1,657 other subscribers
    • Already have a WordPress.com account? Log in now.
    • SootinClaimon.Com
    • Subscribe Subscribed
    • Sign up
    • Log in
    • Report this content
    • View site in Reader
    • Manage subscriptions
    • Collapse this bar

Loading Comments...

    %d