Skip to primary content
Skip to secondary content

SootinClaimon.Com

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย2 [SartKasetDinPui2] : รวบรวม ข้อมูล เศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม เกษตร ดิน น้ำ ปุ๋ย

SootinClaimon.Com

Main menu

  • Home
  • KU23-2506
  • ข้อคิดความเห็น
  • ตระกูลคล้ายมนต์
  • ผมเองครับ
  • ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย1

Tag Archives: ข่าว Like สาระ

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

ตะลึง!!!พบสารเสพติดตัวใหม่ผสมอยู่ในยาบ้า ‘หมอศูนย์บาท’เตือนห้ามลอง ติดทันที

Posted on February 6, 2023 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/708968

ตะลึง!!!พบสารเสพติดตัวใหม่ผสมอยู่ในยาบ้า ‘หมอศูนย์บาท’เตือนห้ามลอง ติดทันที

ตะลึง!!!พบสารเสพติดตัวใหม่ผสมอยู่ในยาบ้า ‘หมอศูนย์บาท’เตือนห้ามลอง ติดทันที

วันอาทิตย์ ที่ 5 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2566, 11.39 น.

ตะลึง!!!พบสารเสพติดตัวใหม่ผสมอยู่ในยาบ้า ‘หมอศูนย์บาท’เตือนห้ามลอง ติดทันที

5 กุมภาพันธ์ 2566 นายแพทย์สมเกียรติ กิจธรรมเชษฐ์ เจ้าของคลินิกหมอสมเกียรติ และสมาชิกสมาคมศิษย์เก่าจุฬา จ.กระบี่ ตั้งอยู่ถนนมหาราช ต.ปากน้ำ อ.เมืองกระบี่ เปิดเผยว่า คลินิกหมอสมเกียรติ ได้เปิดรักษาผู้ป่วยติดยาเสพติด โดยไม่คิดค่ารักษา มานานกว่า 30 ปี จนถึงปัจจุบัน ถวายเป็นพระราชกุศล นอกจากนี้ทางสมาคมศิษย์เก่าจุฬาฯ จ.กระบี่ มีโครงการแก้ไขปัญหาผู้ติดยาเสพติด ซึ่งคลินิกหมอสมเกียรติเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งในโครงการฯ รับผิดชอบในการรักษาผู้ป่วยติดยาเสพติด ซึ่งก็ได้ผลเป็นที่น่าพอใจ

“สำหรับผู้ป่วยติดยาเสพติดที่เข้ามารับการรักษามีทั้งในจังหวัดกระบี่และจังหวัดในภาคใต้ ปัญหาที่เจอในตอนนี้ พบว่ามีสารเสพติดตัวใหม่ที่ผสมในยาบ้า ผู้เสพจะติดทันที และหากไม่ได้เสพก็จะมีอาการปวดเมื่อยกล้ามเนื้อคล้ายๆกับสารเสพติดในเฮโรอีนที่เคยรักษาผู้ป่วยในสมัยก่อน ซึ่งจะเสพติดได้ง่าย แต่อย่างไรก็ตามทางคลินิกก็ยังรักษาให้หายได้ แต่ต้องได้รับความร่วมมือจากผู้ป่วยด้วยและขอฝากเตือนไปยังคนที่คิดจะลอง อย่าคิดลองอย่างเด็ดขาดเพราะพิษของยาเสพติดมันร้ายแรงขึ้นเรื่อยๆ” นายแพทย์สมเกียรติ กล่าว

นายแพทย์สมเกียรติ กล่าวด้วยว่า สำหรับผู้ป่วยที่มีปัญหาในการเดินทางมารักษาที่คลินิกมีความยากจนหรือไม่มีค่าเดินทางมาจริงๆ แต่อยากมารักษาให้รวมกลุ่มกันมาทางคลินิกพร้อมที่จะออกค่าเดินทางให้ ทั้งนี้เพื่อให้ผู้ป่วยได้เข้าถึงการรักษาได้ง่ายขึ้น และในส่วนของผู้ที่ติดยาเสพติดที่เสพยาแล้วถึงขั้นมีปัญหาทางสมองหรือทางจิตเดินทางมาไม่ได้ ให้ญาติถ่ายคลิปวีดีโอมาให้กับหมอดูอาการ ก็ทำได้ หมอจะจ่ายยาไปให้และเมื่ออาการดีขึ้นก็ให้มาพบหมอคล้ายๆกับเป็นการรักษาทางไกล

“นอกจากนี้ปัญหาที่พบ ผู้ที่ติดยาเสพติดที่รักษาหายแล้ว กลับมาติดซ้ำ เนื่องจากเครียดไม่มีงานทำ ขาดทักษะฝีมือที่จะไปหางานทำได้ อาจจะเนื่องมาจากการการศึกษาที่ดี ซึ่งจะต้องได้รับการส่งเสริมสนับสนุนจากหน่วยงานที่รับผิดชอบทั้งในส่วนกลางและในจังหวัด เพื่อส่งเสริมการศึกษาและอาชีพให้ด้วย ซึ่งเชื่อว่าจะทำให้ผู้ติดยาเสพติดลดน้อยลง ผู้ติดยาเสพติดสามารถรักษาให้หายได้ถ้าได้รับการรักษาที่ถูกต้อง คลินิกหมอสมเกียรติ เปิดรักษาให้ฟรีไม่คิดค่าใช้จ่ายเพื่อช่วยเหลือและคืนศักดิ์ศรีให้เพื่อนมนุษย์ด้วยกันให้ผู้ที่ติดยากลับคืนมาเป็นคนที่ปกติสามารถทำประโยชน์ให้กับประเทศชาติสังคมได้ต่อไป” นายแพทย์สมเกียรติ กล่าว

สำหรับผลข้างเคียงของยาบ้า จะทำลายประสาทของผู้เสพแรงขึ้นกว่าเก่า ทำให้สมองของผู้เสพถูกทำลายมากขึ้นทำให้การควบคุมตัวเองและการยับยั้งชั่งใจถูกทำลาย หากไม่รีบรักษา ก็จะเกิดอาการหลอน ทำร้ายคนรอบข้างเหมือนอย่างที่เป็นข่าวเกิดความรุนแรงจากผู้เสพและหลอนยาอยู่ในปัจจุบัน

ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า สำหรับคลินิกหมอสมเกียรติ นอกจากรักษาคนติดยาฟรี แล้วยังรักษาผู้ป่วยโรคอื่นๆคิดค่ารักษาตั้งแต่ศูนย์บาท แต่ไม่เกิน 500 บาท โดยทำมานาน 30 ปี จนได้ฉายา “หมอใจบุญ ศูนย์บาท”

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2566(2023), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

Grab รายงานตัวเลขการใช้บริการของนักท่องเที่ยวต่างชาติเพิ่มมากขึ้นร้อยละ 45

Posted on February 5, 2023 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/708961

Grab รายงานตัวเลขการใช้บริการของนักท่องเที่ยวต่างชาติเพิ่มมากขึ้นร้อยละ 45

Grab รายงานตัวเลขการใช้บริการของนักท่องเที่ยวต่างชาติเพิ่มมากขึ้นร้อยละ 45

วันอาทิตย์ ที่ 5 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2566, 10.46 น.

โฆษกรัฐบาลเผยนายกฯ ยินดีที่ภาคท่องเที่ยวของไทยฟื้นตัว หลัง Grab รายงานตัวเลขการใช้บริการของนักท่องเที่ยวต่างชาติเพิ่มมากขึ้นร้อยละ 45 และ สายการบิน กาตาร์ แอร์เวย์ส เตรียมเพิ่มเที่ยวบินตรงสู่ไทยในเดือน ก.พ. นี้

5 กุมภาพันธ์ 2566 นายอนุชา บูรพชัยศรี รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมือง ปฏิบัติหน้าที่โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ยินดีที่แนวโน้มภาคท่องเที่ยวของไทยฟื้นตัวต่อเนื่อง หลังจากภาคเอกชนในกลุ่มธุรกิจให้บริการคมนาคมขนส่ง Grab รายงานตัวเลขการใช้บริการของนักท่องเที่ยวที่เพิ่มมากขึ้น รวมถึง สายการบิน กาตาร์ แอร์เวย์ส เตรียมพร้อมการเพิ่มเที่ยวบินตรงสู่ไทย กรุงโดฮา-ภูเก็ต ในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ 2566 นี้

โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีกล่าวว่า ตัวเลขจากปัจจัยตลาดท่องเที่ยวยังคงมีแนวโน้มในเชิงบวกอย่างต่อเนื่อง โดยมีนักท่องเที่ยวต่างชาติทยอยเดินทางเข้าประเทศเพิ่มขึ้นตั้งแต่ช่วงปลายปีที่ผ่านมา ซึ่งจากตัวเลขของกลุ่มธุรกิจให้บริการคมนาคมขนส่ง บริษัท Grab ประเทศไทย ได้รายงานตัวเลขผู้ใช้บริการเรียกรถผ่านแอปพลิเคชันของ Grab ในกลุ่มชาวต่างชาติช่วงไตรมาสที่ 3 ของปี 2565 ที่มีอัตราการเติบโตสูงถึงร้อยละ 45 เมื่อเปรียบเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า และยังเผยผลการสำรวจความคิดเห็นเรื่องจุดหมายปลายทางยอดนิยมของกลุ่มนักท่องเที่ยวในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ไทยเป็นที่นิยมในอันดับ 1 ใน 3 ประเทศที่นักท่องเที่ยวอยากไปมากที่สุด ซึ่งอีก 2 ประเทศ ได้แก่ สิงคโปร์ และญี่ปุ่น

อีกตัวชี้วัดเกี่ยวกับการท่องเที่ยวได้แก่ สายการบินระดับโลก กาตาร์ แอร์เวย์ส เตรียมเพิ่มเที่ยวบินระหว่างกรุงโดฮา-ภูเก็ต ตั้งแต่วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2566 อีก 3 เที่ยวบินต่อวัน รวมกับของเดิมระหว่างกรุงโดฮา-กรุงเทพฯ อีก 4 เที่ยวบินต่อวัน จึงทำให้มีเที่ยวบินสู่ประเทศไทยรวม 7 เที่ยวบินต่อวัน สะท้อนให้เห็นว่าไทยยังคงเป็นจุดหมายปลายทางด้านการท่องเที่ยวที่เป็นที่นิยมจากทั่วโลก

“นายกรัฐมนตรีมุ่งมั่นเดินหน้าฟื้นฟูอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของไทยอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเป็นอุตสาหกรรมที่มีความสำคัญต่อการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทย โดยนายกรัฐมนตรีสั่งการผ่านทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ให้ความสำคัญกับการฟื้นคืนความเชื่อมั่นของนักท่องเที่ยวในไทย ส่งเสริมความปลอดภัย ทั้งนี้ รัฐบาลพร้อมร่วมมือกับทุกภาคส่วน พัฒนาการเดินทางท่องเที่ยวที่ดีขึ้น ปลอดภัย และมีมาตรฐาน เพื่ออำนวยความสะดวกและสร้างความประทับใจต่อนักท่องเที่ยวต่างชาติ” นายอนุชาฯ กล่าว

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2566(2023), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ศรัทธาล้น’พระธาตุพนม’ ชาวลาวแห่ข้ามโขงทำบุญเดือนสาม ร่วมเวียนเทียนขอพรพระอุรังคธาตุ

Posted on February 5, 2023 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/708958

ศรัทธาล้น'พระธาตุพนม' ชาวลาวแห่ข้ามโขงทำบุญเดือนสาม ร่วมเวียนเทียนขอพรพระอุรังคธาตุ

ศรัทธาล้น’พระธาตุพนม’ ชาวลาวแห่ข้ามโขงทำบุญเดือนสาม ร่วมเวียนเทียนขอพรพระอุรังคธาตุ

วันอาทิตย์ ที่ 5 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2566, 10.25 น.

ศรัทธาล้นพระธาตุพนม ชาวลาวแห่ข้ามโขงทำบุญเดือนสาม ร่วมเวียนเทียนขอพรพระอุรังคธาตุ ที่พัก โรงแรม ร้านค้า ร้านอาหาร บริการที่จอดรถถูกจับจองเต็ม

5 กุมภาพันธ์ 2566 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่วัดพระธาตุพนมวรมหาวิหาร อ.ธาตุพนม จ.นครพนม มีบรรยากาศการท่องเที่ยว และทำบุญถวายเป็นพุทธบูชา ช่วงงานบุญเดือนสาม นมัสการองค์พระธาตุพนม ประจำปี 2566 โดยปีนี้จัดขึ้นรวม 9 วัน 9 คืน ระหว่างวันที่ 29 มกราคม 2566 ถึงวันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2566 ทั้งนี้ ในช่วงวันหยุดเสาร์ อาทิตย์ ถือเป็นโค้งสุดท้ายของงาน และเป็นวันที่ 7 ของการจัดงานประเพณีที่ยิ่งใหญ่สุดในภาคอีสาน

พบว่ามีพลังศรัทธาพุทธศาสนิกชนทั้งชาวไทย รวมถึงพี่น้องชาวลาวฝั่งแม่น้ำโขง ต่างเดินทางด้วยเรือโดยสารข้ามฟากมานมัสการองค์พระธาตุพนม วันละหลายหมื่นคน โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อท่องเที่ยวทำบุญกราบไหว้ขอพรบูชาองค์พระธาตุพนม และเวียนเทียนถวายเป็นพุทธบูชาพระอุรังคธาตุ กระดูกส่วนหน้าอกของพระพุทธเจ้า ที่บรรจุอยู่ภายในองค์พระธาตุพนม สิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมือง อายุเก่าแก่กว่า 2,500 ปี โดยในตำนานพระอุรังคธาตุระบุว่าพระธาตุพนมก่อสร้างเมื่อปี พ.ศ.8 มีพระมหากัสสปะเป็นผู้อัญเชิญมา

อีกทั้งงานนมัสการองค์พระธาตุพนม ยังเป็นงานบุญประจำปี ที่จัดยิ่งใหญ่ที่สุดของภาคอีสาน โดยปีนี้ถือว่าคึกคักเป็นพิเศษ หลังได้รับผลกระทบจากโควิดระบาดมานานกว่า 2 ปี ซึ่งครั้งนั้นทางวัดระธาตุพนมฯจึงมีมติงดจัดงาน ทั้งยังปิดด่านชายแดนไทยลาว

ปีนี้จึงถือเป็นครั้งแรกหลังสถานการณ์โควิดคลี่คลาย ทำให้กลับมาคึกคักอีกครั้ง คาดว่ามีประชาชน นักท่องเที่ยวเดินทางมาทำบุญไม่ต่ำกว่าวันละ 50,000  -100,000 แสนคน ยิ่งช่วงวันสุดท้ายยิ่งคึกคักเป็นพิเศษ จึงส่งผลดีต่อเศรษฐกิจ การค้า การท่องเที่ยว กลับมาฟื้นตัว โดยเฉพาะ โรงแรม ที่พัก ร้านค้า ร้านอาหาร ถูกจับจองเต็ม นอกจากนี้ยังมีธุรกิจรับฝากรถ ในพื้นที่ของเอกชน สร้างรายได้เงินหมุนเวียนสะพัดรวมๆแล้ววันละไม่ต่ำกว่าแสนบาท คาดว่าปีนี้จะมีภาพรวมเศรษฐกิจในพื้นที่ ช่วงงานนมัสการพระธาตุพนม มีเงินสะพัดไม่ต่ำกว่า 50 ล้านบาท.012

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2566(2023), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

เสื่อม!ว่อนเน็ตพระ 6 รูปวัดดังนนทบุรี ล้อมวงเล่นไพ่ในกุฏิ

Posted on February 5, 2023 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/708942

เสื่อม!ว่อนเน็ตพระ 6 รูปวัดดังนนทบุรี ล้อมวงเล่นไพ่ในกุฏิ

เสื่อม!ว่อนเน็ตพระ 6 รูปวัดดังนนทบุรี ล้อมวงเล่นไพ่ในกุฏิ

วันอาทิตย์ ที่ 5 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2566, 08.48 น.

เสื่อม!ว่อนเน็ตพระ 6 รูปวัดดังนนทบุรี ล้อมวงเล่นไพ่ในกุฏิ

จากกรณีเพจ “แม่ทัพลิงจุ๊กกรู้” โพสต์ภาพพระสงฆ์ 6 รูปวัดดัง จ.นนทบุรี นั่งล้อมวงเล่นไพ่ในกุฏิวัด ระบุข้อความว่า “ทางบ้านฝากมาครับ ในรูปเล่นไพ่จัดงานวันเกิดแxกเหล้าตอนกลางคืน วัด… ต.บางรักใหญ่ อ.บางบัวทอง จ.นนทบุรี เท่าที่แอดเห็นคือล้อมวงเล่นไพ่ แXกซูชิ (ไม่เห็นสุรา ให้ความเป็นธรรมนิดหนึ่ง ถถถ)

ต่อมาช่วงค่ำวันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2566 ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่บริเวณวัดดังกล่าวในพื้นที่ ต.บางรักใหญ่ อ.บางบัวทอง เพื่อสอบถามกรณีพระสงฆ์ล้อมวงเล่นการพนัน พบว่า ทางวัดได้มีการจัดงานประจำปี จากการสอบถามพระลูกวัดรูปหนึ่ง กล่าวว่า อาตมาอยู่ที่นี่มา 30 ปี พูดไม่ได้ใครจะดีจะชั่ว อาตมาไม่เข้าไปยุ่ง อาตมาไม่เคยเห็นกับตาว่ามีพระนั่งเล่นไพ่ ถ้าสอบถามตอนนี้ไม่มีใครบอก ถ้าไม่มีเหตุการณ์จริงคงไม่มีภาพออกมา ส่วนพระในวัดมีทั้งพระไทใหญ่ และพระคนไทย มีการแบ่งพรรคแบ่งพวกกัน ส่วนภาพที่ออกไปอาตมาไม่ทราบเหมือนกันว่าหลุดออกมายังไง

เบื้องต้นผู้สื่อข่าวยังติดต่อเจ้าอาวาสไม่ได้ เนื่องจากที่วัดได้มีการจัดงานประจำปี ต้องรอคำชี้แจงจากทางวัดว่าเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นที่วัดจริงหรือไม่

#ขอบคุณภาพจากเพจ “แม่ทัพลิงจุ๊กกรู้” 

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2566(2023), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

‘อุตุฯ’เตือนรักษาสุขภาพ อากาศเปลี่ยนแปลง ไทยตอนบนเจอทั้ง‘เย็น-ฝน’ กทม.ตก 30%

Posted on February 5, 2023 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/708938

‘อุตุฯ’เตือนรักษาสุขภาพ อากาศเปลี่ยนแปลง ไทยตอนบนเจอทั้ง‘เย็น-ฝน’ กทม.ตก 30%

‘อุตุฯ’เตือนรักษาสุขภาพ อากาศเปลี่ยนแปลง ไทยตอนบนเจอทั้ง‘เย็น-ฝน’ กทม.ตก 30%

วันอาทิตย์ ที่ 5 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2566, 07.15 น.

‘อุตุฯ’เตือนรักษาสุขภาพ อากาศเปลี่ยนแปลง ไทยตอนบนเจอทั้ง‘เย็น-ฝน’ กทม.ตก 30%

เมื่อเวลา 05.00 น.วันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2566 กรมอุตุนิยมวิทยา รายงานลักษณะอากาศทั่วไป พยากรณ์อากาศ 24 ชั่วโมงข้างหน้า บริเวณความกดอากาศสูงกำลังอ่อนปกคลุมประเทศไทยตอนบนและทะเลจีนใต้ ส่งผลทำให้มีลมตะวันออกเฉียงใต้พัดนำความชื้นจากทะเลจีนใต้ และอ่าวไทยเข้ามาปกคลุมภาคเหนือตอนล่าง ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง ภาคกลาง รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล และภาคตะวันออก ประกอบกับมีลมฝ่ายตะวันตกในระดับบนเคลื่อนเข้าปกคลุมภาคเหนือตอนบน และภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน

ลักษณะเช่นนี้ทำให้ประเทศไทยตอนบนมีฝนฟ้าคะนองเกิดขึ้นได้ กับมีหมอกในตอนเช้า โดยภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือยังคงมีอากาศเย็นในตอนเช้า ขอให้ประชาชนบริเวณประเทศไทยดูแลรักษาสุขภาพเนื่องจากสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลง และเพิ่มความระมัดระวังในการสัญจรผ่านบริเวณที่มีหมอก สำหรับเกษตรกรควรเตรียมการป้องกันและระวังความเสียหายที่จะเกิดต่อผลผลิตทางการเกษตรในระยะนี้ไว้ด้วย

สำหรับลมตะวันออกและลมตะวันออกเฉียงใต้พัดปกคลุมอ่าวไทย ภาคใต้ และทะเลอันดามัน ทำให้ภาคใต้ยังคงมีฝนฟ้าคะนองเกิดขึ้น

พยากรณ์อากาศสำหรับประเทศไทย 06:00 น. วันนี้ ถึง 06:00 น. วันพรุ่งนี้

+ ภาคเหนือ

อากาศเย็น กับมีหมอกในตอนเช้า โดยมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 20 ของพื้นที่  ส่วนมากบริเวณจังหวัดเชียงราย พะเยา น่าน ตาก กำแพงเพชร พิจิตร พิษณุโลก และเพชรบูรณ์ อุณหภูมิต่ำสุด 18-23 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 31-36 องศาเซลเซียส บริเวณยอดดอยอากาศหนาวถึงหนาวจัด อุณหภูมิต่ำสุด 4-15 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 5-15 กม./ชม.

+ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

อากาศเย็น กับมีหมอกในตอนเช้า โดยมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 30 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดเลย หนองบัวลำภู หนองคาย บึงกาฬ อุดรธานี สกลนคร นครพนม ชัยภูมิ ขอนแก่น กาฬสินธุ์ และนครราชสีมา อุณหภูมิต่ำสุด 20-24 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 27-36 องศาเซลเซียส บริเวณยอดภูอากาศเย็นถึงหนาว อุณหภูมิต่ำสุด 12-16 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-20 กม./ชม.

+ ภาคกลาง

มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 40 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดนครสวรรค์ อุทัยธานี ชัยนาท สิงห์บุรี ลพบุรี สระบุรี กาญจนบุรี ราชบุรี สมุทรสงคราม และสมุทรสาคร อุณหภูมิต่ำสุด 23-24 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 34-36 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-15 กม./ชม.

+ ภาคตะวันออก

มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 40 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดนครนายก ปราจีนบุรี ฉะเชิงเทรา ชลบุรี ระยอง จันทบุรี และตราด อุณหภูมิต่ำสุด 22-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 31-36 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-30 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นต่ำกว่า 1 เมตร ห่างฝั่งคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร

+ ภาคใต้(ฝั่งตะวันออก)

มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 30 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดเพชรบุรี พัทลุง สงขลา ปัตตานี ยะลา และนราธิวาส อุณหภูมิต่ำสุด 21-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 29-34 องศาเซลเซียส

ตั้งแต่จังหวัดสุราษฎร์ธานีขึ้นมา ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 1 เมตร

ตั้งแต่จังหวัดนครศรีธรรมราชลงไป ลมตะวันออก ความเร็ว 15-35 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูง 1-2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร

+ ภาคใต้(ฝั่งตะวันตก)

มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 10 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดตรัง และสตูล อุณหภูมิต่ำสุด 22-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-35 องศาเซลเซียส ลมตะวันออก ความเร็ว 15-30 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูง 1-2 เมตร

+ กรุงเทพและปริมณฑล

มีหมอกในตอนเช้า โดยมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 30 ของพื้นที่ อุณหภูมิต่ำสุด 25-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-36 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-15 กม./ชม.

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2566(2023), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

สกู๊ปแนวหน้า : ‘ข้ามชาติ’ปรับตัวใต้ข้อจำกัด เรื่องเล่ายุคโควิดที่‘เชียงใหม่’

Posted on February 5, 2023 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/708889

สกู๊ปแนวหน้า : ‘ข้ามชาติ’ปรับตัวใต้ข้อจำกัด  เรื่องเล่ายุคโควิดที่‘เชียงใหม่’

สกู๊ปแนวหน้า : ‘ข้ามชาติ’ปรับตัวใต้ข้อจำกัด เรื่องเล่ายุคโควิดที่‘เชียงใหม่’

วันอาทิตย์ ที่ 5 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2566, 06.55 น.

ยังคงอยู่กับงานสัมมนา “เมื่อเมืองพลิกผันพื้นที่ เวลา และชีวิตในเมืองในห้วงโควิด-19” จัดโดยภาควิชาการปกครอง คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ร่วมกับสำนักงานสภานโยบายการอุดมศึกษาวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ (สอวช.) และ หน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการพัฒนากำลังคน และทุนด้านการพัฒนาสถาบันอุดมศึกษา การวิจัยและการสร้างนวัตกรรม (บพค.) หลังจากก่อนหน้านี้(ฉบับวันเสาร์ที่ 4 ก.พ. 2566) กล่าวถึงเมืองหลวงอย่างกรุงเทพฯ ไปแล้ว ในฉบับนี้ยังมีกรณีศึกษาของ “เชียงใหม่” เมืองศูนย์กลางของภาคเหนือ

ชัยพงษ์ สำเนียง อาจารย์ภาควิชาประวัติศาสตร์ คณะสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร ผู้บรรยายในหัวข้อ “มนุษย์ล่องหนในระบาดวิทยา : ความเปลือยเปล่าของคนชายขอบในเมืองเชียงใหม่” เล่าถึงการเฝ้ามองวิถีชีวิตของ “แรงงานข้ามชาติ” ใน จ.เชียงใหม่ (ในที่นี้เลือกกลุ่มตัวอย่างเป็นแรงงานชาวไทใหญ่)ว่าอยู่กันอย่างไรในห้วงเวลาที่เกิดสถานการณ์โรคระบาดโควิด-19 ซึ่งแม้จะได้รับผลกระทบจากมาตรการควบคุมโรคไม่แตกต่างกับแรงงานไทย แต่ความที่ไม่มีสถานะทางสัญชาติทำให้ผลกระทบนั้นรุนแรงกว่า

แรงงานข้ามชาติใน จ.เชียงใหม่ ส่วนใหญ่อยู่ในเขต อ.เมือง รวมถึงอำเภอที่ติดกับ อ.เมือง จำนวนมากอาศัยอยู่ในที่พักแบบปลูกสร้างชั่วคราวเนื่องจากทำงานก่อสร้าง ดังนั้น จึงได้รับผลกระทบในช่วงที่รัฐออกมาตรการปิดแคมป์คนงาน แต่ไม่ว่าจะเป็นแรงงานข้ามชาติหรือคนอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับแรงงานต่างก็ต้องดิ้นรนหาทางทำงานแม้จะหมิ่นเหม่กับการฝ่าฝืนมาตรการของรัฐ ถึงกระนั้น แรงงานแต่ละกลุ่มก็ยังแตกต่างกันทั้งผลกระทบและการดิ้นรน

อาจารย์ชัยพงษ์ แบ่งแรงงานข้ามชาติที่ทำการศึกษาเป็น 4 กลุ่ม 1.แรงงานที่จ้างอย่างไม่เป็นทางการ เช่น คนงานทำความสะอาดบ้าน ก่อนยุคโควิด-19 ระบาด คนกลุ่มนี้เคยรับงานวันหนึ่งหลายบ้านมีรายได้มากพอสมควร แต่ในช่วงสถานการณ์โรคระบาด แรงงานกลุ่มนี้ตกงานเป็นกลุ่มแรกๆ เพราะหลายครัวเรือนไม่กล้าจ้างอีกเนื่องจากถูกมองว่าเป็นกลุ่มเสี่ยงแพร่เชื้อ

2.แรงงานภาคเกษตรที่อยู่นอกเมือง มาตรการควบคุมการเคลื่อนย้ายส่งผลกระทบต่อการลำเลียงผลผลิตไปขาย ส่งผลให้แรงงานตกงานไปด้วย ส่วนหนึ่งเดินทางจากพื้นที่เกษตรในชนบทเข้าเมืองเพื่อหางานทำ 3.แรงงานในระบบที่มีสัญญาจ้างเป็นทางการ กลุ่มนี้แม้ได้รับผลกระทบ แต่ยังพอมีสวัสดิการจากประกันสังคม และ
4.ผู้ประกอบการรายย่อย แรงงานข้ามชาติบางส่วนยกระดับมาค้าขายเล็กๆ น้อยๆ เช่น ขายกล้วยทอด ขายอาหารพื้นเมือง ได้รับผลกระทบจากมาตรการปิดตลาด แต่กลุ่มนี้มีทุนสำรองมากที่สุดจึงมีบทบาทช่วยเหลือแรงงานกลุ่มอื่นๆ ด้วย

“ชีวิตของแรงงานข้ามชาติในภาวการณ์โควิด ปัญหาใหญ่คือผลกระทบจากโควิดนอกจากไม่มีงานทำแล้วสิ่งหนึ่งที่เห็นชัดก็คือการเข้าถึงสวัสดิการ เช่น วัคซีน การเยียวยาต่างๆ แทบเป็นไปไม่ได้เลย เราจะเห็นว่าวัคซีนขณะที่เข้ามาครั้งแรกจำกัดว่าเป็นคนไทยเท่านั้นต้องฉีด แรงงานแทบเข้าไม่ถึง แต่สิ่งหนึ่งที่แรงงานเหล่านี้ทำคือเอาเงินทุ่มที่จะรักษาตัวเองโดยเฉพาะฉีดลูกเขา จะต้องซื้อซิโนฟาร์ม อะไรต่างๆ นานา จำนวนมาก และยินดีที่จะลงทุน

และที่สำคัญที่สุด แรงงานเหล่านี้เป็นกลุ่มที่บางส่วนผมสัมภาษณ์ เป็นแรงงานที่ผมใช้คำว่าเป็นแรงงานอารมณ์ ทำงานอยู่ในร้านอาหารอะไรต่างๆ นานา พวกนี้ก็ต้องป้องกันในการได้รับผลกระทบ ก็ต้องใช้เงินตัวเอง แล้วที่สำคัญ การที่เขาเข้าประกันสังคมด้วย เข้าอะไรต่างๆ ด้วย พวกนี้ก็ใช้สิทธิ์ยากมาก การเยียวยาต่างๆ นานา สิ่งที่เขาพอจะทำได้ เปลือยเปล่าทางเศรษฐกิจก็คือการรับบริจาค การจะต้องไปรอของอะไรต่างๆ นานา ท้ายที่สุดความเป็นเมืองมันช่วยให้เขารอด” อาจารย์ชัยพงษ์ ระบุ

ข้อค้นพบประการต่อมา “สื่อสังคมออนไลน์ (Social Media)” เช่น เฟซบุ๊ก เป็นเครื่องมือสำคัญที่เอื้อให้แรงงานข้ามชาติสร้างเครือข่ายเพื่อช่วยเหลือกันเองโดยประสานขอรับการสนับสนุนกับบุคคลหรือหน่วยงานภาคนอก อาทิ องค์กรพัฒนาเอกชน (NGO) บริษัทห้างร้าน วัด มหาวิทยาลัยในพื้นที่ โดยเครือข่ายจะนำสิ่งของจำเป็นที่ได้รับการบริจาคไปแจกจ่ายในชุมชน เพราะคนในชุมชนหรือในกลุ่มแรงงานด้วยกันจะรู้กันว่าครัวเรือนใดเดือดร้อนต้องการความช่วยเหลือมากที่สุดหรืออย่างเร่งด่วน เป็นการอุดช่องว่างการเข้าไม่ถึงความช่วยเหลือจากภาครัฐ

ทั้งนี้ อาจารย์ชัยพงษ์ ให้ข้อสรุปจากการศึกษา ว่า ความเปราะบางทำให้แรงงานข้ามชาติเปลือยเปล่า ซึ่งอาจเป็นเพราะรัฐมองแรงงานกลุ่มนี้ในแง่เศรษฐกิจเพียงมุมเดียวไม่ได้มองในแง่ความเป็นมนุษย์ด้วย แรงงานจึงเข้าไม่ถึงมาตรการความช่วยเหลือจากรัฐ แต่แรงงานข้ามชาติได้ใช้ช่องทางออนไลน์เป็นเครื่องมือสร้างเครือข่ายเพื่อช่วยเหลือกันให้อยู่รอด และยังคงดำรงอยู่มาอย่างต่อเนื่อง โดยคนที่เคยทำหน้าที่ประสานงานระดมทรัพยากรในช่วงโควิด-19 ระบาด ก็หันมาประสานงานด้านอื่นๆ หลังสถานการณ์โรคระบาดเบาบางลง

“ที่สำคัญที่สุด มันทำให้สิ่งหนึ่งที่เกิดขึ้นคือก่อนหน้านี้แรงงานข้ามชาติไทใหญ่ ถามว่าตระหนักในความเป็นพลเมือง หรือสิทธิที่ตนเองต้องเสียประกันสังคมทุกเดือนไหม? ก็เห็นแต่ไม่ได้คิดถึงว่ามันต้องมีผลดีกับเราขนาดไหน แต่หลังจากโควิดหลังจากที่เขาต้องเสียเงินทุกเดือนๆ จ่ายไปแต่ไมได้รับการเยียวยา สิ่งเหนึ่งที่เขาเห็นคือเริ่มมีกลุ่มที่ทำงานเข้มแข็งเรื่องการเรียกร้องความเท่าเทียม สิทธิพลเมือง ต้องการมีบัตร ยกระดับวิธีคิดนอกจากแค่มาเป็นแรงงานอย่างเดียวแล้ว อันนี้คือสิ่งที่หลังจากโควิดมันทำให้เราเห็น” อาจารย์ชัยพงษ์ กล่าว

สำหรับประเด็นการเข้าไม่ถึงสวัสดิการหรือมาตรการความช่วยเหลือจากรัฐของแรงงานข้ามชาติ นอกจากท่าทีของรัฐเองแล้ว “มายาคติของสังคม” ก็เป็นอีกปัจจัยหนึ่ง โดยสังคมไทยไม่ได้มองแรงงานข้ามชาติแบบเท่าเทียมกับคนไทยด้วยกัน เช่น ในช่วงที่สถานการณ์รุนแรงกระแสชาตินิยมก็ถูกปลุกเร้าขึ้นมาด้วย ขณะที่
ประเด็นเครือข่ายช่วยเหลือกันที่เกิดขึ้นในช่วงโควิด-19 ระบาดสิ่งที่น่าคิดต่อคือจะทำอย่างไรให้เครือข่ายเหล่านี้ดำรงอยู่ต่อไป

ยังมีประเด็นท้าทายอย่าง “ลูกหลานแรงงานข้ามชาติที่เกิดในประเทศไทย” จะวางตำแหน่งสถานะของคนกลุ่มนี้อย่างไร เห็นได้จากในช่วงโควิด-19 ระบาด แม้เงินจะไม่ค่อยมีแต่พ่อแม่ผู้ปกครองก็ยังพยายามเจียดมาใช้จ่ายเพื่อให้บุตรหลานเข้าถึงการเรียนออนไลน์ เพราะเห็นว่าการเรียนหนังสือให้สูงที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ไม่ว่า ม.6 หรือแม้แต่ปริญญาตรี จะช่วยยกระดับสถานะขึ้นไปได้

“อาจจะพูดเกินเลยไปก็ได้ สิ่งหนึ่งที่ผมเห็นในภาวะโควิดระบาด ระบบอะไรมันล่มสลายหมด สาธารณสุขล่มสลายหมด แต่โรงเรียนและครู หรือระบบการศึกษายังทำงานอย่างเข้มข้น ยังพยายามที่จะสอนเท่าที่จะทำได้ มาตรการต่างๆ ครูไปสอนที่บ้าน ไปเปิดแคมป์คนงานสอน ครูเป็นคนเดินทางไปหานักเรียน อันนี้คือสิ่งที่อาจจะกล่าวได้ว่าภายใต้เงื่อนไขแบบนี้ ระบบการศึกษาอาจจะเป็นองคาพยพของรัฐที่อาจจะพอทำงานเข้มแข็งในวิกฤตแบบนี้” อาจารย์ชัยพงษ์ กล่าวในตอนท้าย


SCOOP@NAEWNA.COM

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, สกู๊ปแนวหน้า, แนวหน้า | Tagged 2566(2023), ข่าว Like สาระ, สกู๊ปแนวหน้า, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

สกู๊ปพิเศษ : ‘สทน.-สชวท.’ลงนามความร่วมมือ แลกเปลี่ยนข้อมูลด้านนิวเคลียร์มุ่งสู่มาตรฐานสากล

Posted on February 5, 2023 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/708899

สกู๊ปพิเศษ : ‘สทน.-สชวท.’ลงนามความร่วมมือ  แลกเปลี่ยนข้อมูลด้านนิวเคลียร์มุ่งสู่มาตรฐานสากล

สกู๊ปพิเศษ : ‘สทน.-สชวท.’ลงนามความร่วมมือ แลกเปลี่ยนข้อมูลด้านนิวเคลียร์มุ่งสู่มาตรฐานสากล

วันอาทิตย์ ที่ 5 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2566, 06.00 น.

สถาบันเทคโนโลยีนิวเคลียร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ สทน. และ สภาวิชาชีพวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี หรือ สชวท. จัดพิธีลงนามความร่วมมือ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อกิจกรรมแลกเปลี่ยนข้อมูลทางวิชาการ และพัฒนาส่งเสริมศักยภาพของผู้ขอรับใบอนุญาตและผู้ได้รับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีควบคุมสาขา “นิวเคลียร์” ให้มีประสิทธิภาพอยู่ในระดับมาตรฐานสากล

งานดังกล่าว จัดขึ้นเมื่อวันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2566 ที่อาคารพระจอมเกล้า กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม โดยมี รศ.ดร.ธวัชชัย อ่อนจันทร์
ผู้อำนวยการสถาบันเทคโนโลยีนิวเคลียร์แห่งชาติ(องค์การมหาชน) หรือ สทน. ลงนามร่วมกับ ผศ.ดร.บุญส่งไข่เกษ นายกสภาวิชาชีพวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีหรือ สชวท. และมีคณะผู้บริหารจากทั้งสองหน่วยงานร่วมในพิธี

รศ.ดร.ธวัชชัย อ่อนจันทร์ ผู้อำนวยการสถาบันเทคโนโลยีนิวเคลียร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ สทน. เปิดเผยถึงความร่วมมือในครั้งนี้ว่า สทน.ในฐานะที่เป็นหน่วยงานด้านวิจัยพัฒนาและส่งเสริมการใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีนิวเคลียร์ ตลอดจนมีผู้เชี่ยวชาญด้านนิวเคลียร์ในแขนงต่างๆ สทน.จึงยินดีที่จะสนับสนุนภารกิจของสภาวิชาชีพวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ซึ่งทำหน้าที่ควบคุมจรรยาบรรณของผู้ประกอบวิชาชีพวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ตลอดจนการออกใบอนุญาตประกอบวิชาชีพวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีควบคุม ในส่วนของการพัฒนาหลักสูตรการอบรมและกำหนดหลักเกณฑ์การทดสอบความรู้ ความสามารถที่สอดคล้องกับมาตรฐานเพื่อการขอรับใบอนุญาต สาขานิวเคลียร์ พร้อมทั้งสนับสนุนข้อมูลวิชาการ บุคลากร เครื่องมือ ตลอดจนการอบรม การบริการวิชาการที่เกี่ยวเนื่องกับด้านนิวเคลียร์

“เชื่อว่าความร่วมมือในครั้งนี้จะสามารถยกระดับวิชาชีพด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีควบคุม สาขานิวเคลียร์ให้เป็นไปตามมาตรฐานสากล และสามารถควบคุมมิให้ผู้ที่ขาดความรู้ความสามารถเข้ามาประกอบอาชีพในสาขาวิชาชีพด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีควบคุม ซึ่งหากไม่มีการควบคุมบุคคลเหล่านั้น อาจทำให้เกิดความผิดพลาดที่ก่อให้เกิดอันตรายแก่ประชาชนและสังคมโดยรวมได้” รศ.ดร.ธวัชชัย กล่าว

สำหรับเรื่องของความร่วมมือ เป็นการร่วมมือแบบบูรณาการทางด้านวิชาการสามารถที่จะมองได้ใน 2 ประเด็นหลักๆ ประเด็นแรก คือเรื่องของการฝึกอบรม และการวางเกณฑ์กำหนดมาตรฐานวิชาชีพทางด้านนิวเคลียร์เพื่อให้เกิดข้อกำหนดต่างๆ เพราะฉะนั้นจะเป็นการเอาความถนัดความรู้ ความสามารถ ทั้งสองหน่วยงานนี้มาเสริมกัน แล้วในเรื่องของการขยายการอบรมสร้างความรู้ ความเข้าใจต่อยอดสร้างความมั่นใจให้ผู้ที่รับใบอนุญาตแล้วยังมีองค์ความรู้มีจริยธรรม มีข้อมูลต่างๆ ที่ควรจะรู้เกี่ยวกับขั้นพื้นฐานเกี่ยวกับการดำเนินงานทางด้านนิวเคลียร์ที่เกี่ยวข้องให้เกิดขึ้นเพราะฉะนั้นก็จะช่วยทำให้เกิดความมั่นใจในเรื่องของหลักเกณฑ์ ในเรื่องของใบรับรองวิชาชีพ ได้มาตรฐานที่ดีที่สุดและเหมาะสมที่สุด

ประเด็นที่สอง การเอาเรื่องของข้อมูลทางวิชาการและประสบการณ์ต่างๆ มาแลกเปลี่ยนกัน จะเป็นสิ่งที่ทำให้การกำหนดมาตรฐานวิชาชีพเป็นไปได้อย่างมีประสิทธิภาพ
มีมาตรฐานสูงที่สุดและเป็นประโยชน์ที่สุดกับความปลอดภัยของการทำงานในกิจกรรมนั้นๆ

ผศ.ดร.บุญส่ง ไข่เกษ นายกสภาวิชาชีพวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี หรือ สชวท. กล่าวว่า สภาวิชาชีพวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ก่อตั้งขึ้น ตามพระราชบัญญัติส่งเสริมวิชาชีพวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี พ.ศ. 2551 มีหน้าที่ส่งเสริมผู้ประกอบวิชาชีพวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ให้ได้มาตรฐาน รวมทั้ง ควบคุม กำกับ การประกอบวิชาชีพวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ในสาขาที่อันตรายต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน

ทั้งนี้ ตามมาตรา 8 แห่งพระราชบัญญัติส่งเสริมวิชาชีพวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี พ.ศ. 2551 กำหนดให้สภาวิชาชีพวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มีฐานะเป็นนิติบุคคล ที่มีวัตถุประสงค์หลักในการส่งเสริมและควบคุม การประกอบวิชาชีพทางด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี รวมทั้งมีหลักประกันความก้าวหน้า ในสายวิชาชีพ ตลอดจนให้มีอำนาจในการออกระเบียบ ข้อบังคับ เกี่ยวกับการ ส่งเสริม พัฒนาความรู้ ทักษะ และขีดความสามารถ ให้มีมาตรฐาน ยกระดับคุณภาพการประกอบวิชาชีพวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีควบคุม ซึ่งอาจดำเนินการผิดพลาด ก่อให้เกิดอันตรายต่อประชาชนและสังคมโดยรวมได้ อันเป็นการคุ้มครองความปลอดภัย ในชีวิต และ ทรัพย์สินของประชาชน

นอกจากนี้ ยังเป็นเวทีให้ทุกสาขาวิชาชีพด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มารวมกันกำหนดทิศทางในการพัฒนาด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เพื่อให้เกิดการขับเคลื่อน พัฒนาในแนวทางเดียวกัน ก่อให้เกิดพลังทเข้มแข็ง เพื่อให้เกิดการพัฒนาด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีของประเทศอย่างยั่งยืนต่อไป

ปัจจุบันสภาวิชาชีพฯ มีสมาชิกประมาณ 7,000 คน มีสาขาวิชาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีควบคุมตามพระราชบัญญัติส่งเสริมวิชาชีพวิทยาศาสตร์ฯ ทั้งหมด 8 สาขาได้แก่ 1) สาขาการผลิต การควบคุม และการจัดการสารเคมีอันตราย 2) สาขาการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อมและการควบคุมมลพิษ 3) สาขาการเพาะเลี้ยงจุลินทรีย์และการใช้จุลินทรีย์ที่ก่อให้เกิดโรค 4) สาขานิวเคลียร์ 5) สาขาธรณีวิทยา 6) สาขาอนามัยสิ่งแวดล้อม 7) สาขานิติวิทยาศาสตร์ และ 8) สาขาอาชีวอนามัยและความปลอดภัย อนาคตก็คงจะเพิ่มขึ้นตามความก้าวหน้าของเทคโนโลยีที่เกิดขึ้นและเป็นประโยชน์

สำหรับสภาวิชาชีพนั้น มีเป้าหมายหลักคือเน้นความปลอดภัยชีวิตของประชาชนเป็นตัวตั้ง เทคโนโลยีนิวเคลียร์ก็เป็นหนึ่งใน 8 สาขาวิชาชีพด้านวิทยาศาสตร์ที่มีการควบคุม การลงนามความร่วมมือระหว่าง สทน. และ สภาวิชาชีพวิทยาศาสตร์ฯ ในวันนี้ เพื่อเป็นการเผยแพร่ประชาสัมพันธ์เพื่อเป็นการส่งเสริมทักษะวิชาการต่างๆ ทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ให้ประชาชนทั่วไปได้ทราบว่าเรามีหน่วยงานเหล่านี้ เราทำความรู้เพื่อเสริมขีดความรู้ความสามารถ และส่งเสริมศักยภาพงานด้านนี้ให้พัฒนามากขึ้น โดยเฉพาะเรื่องของความปลอดภัยกับชีวิตทรัพย์สินของประชาชน

รศ.พล.ต.ดร.ชัยณรงค์ เชิดชู นายกสมาคมนิวเคลียร์แห่งประเทศไทย กล่าวว่าสมาคมนิวเคลียร์แห่งประเทศไทย ปัจจุบันมีอายุ30 ปี ต้องขอบคุณนายกสภาฯที่เห็นความสำคัญของการพัฒนาพวกเรานักวิทยาศาสตร์ถึงจะเป็นนิวเคลียร์ เทคโนโลยีหรือรังสีอะไรก็ตาม มีความจำเป็นมากยิ่งขึ้นโดยเฉพาะในสถานการณ์ปัจจุบันในเรื่องของแหล่งพลังงานทั้งหลาย เราคงหนีไม่พ้นที่จะพิจารณาว่าประเทศไทย สมควรที่จะมีพลังงานที่มาจากนิวเคลียร์หรือไม่ นอกเหนือจากการใช้ฟอสซิลหรือแร่อื่นๆ

และในช่วงปลายเดือนมีนาคมจะมีการจัดงานสัมมนาใหญ่ที่ ทบวงการพลังงานปรมาณูระหว่างประเทศ (IAEA) จะเข้ามาจัดสัมมนาร่วมกับทางสำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ ในฐานะที่เป็น regulator ทางสมาคมและหน่วยงานเครือข่ายอื่นทางด้านนิวเคลียร์และรังสี โดยเฉพาะทางด้านการแพทย์ซึ่งเราพัฒนาไปได้ไกลมากเหลือแต่ทางด้านพลังงาน ถ้าเป็นไปได้เราก็ควรผลักดันตั้งแต่ด้านบนจนถึงด้านล่าง ความหมายก็คือถึงระดับประชาชน เราก็ต้องทำงานอีกเยอะ

สำหรับความร่วมมือในครั้งนี้เป็นระยะเวลา3 ปี นับตั้งแต่ลงนามร่วมมือและหากเป็นผลดีต่อวิชาชีพ สาขาวิชาชีพด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีควบคุมสาขา “นิวเคลียร์” สามารถขยายเวลาความร่วมมือออกไปทุกๆ 3 ปี

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2566(2023), ข่าว Like สาระ, สกู๊ปพิเศษ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

‘ลงโทษนักเรียน’อย่างไรไม่ละเมิดสิทธิ?

Posted on February 5, 2023 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/708905

วันอาทิตย์ ที่ 5 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ในการแถลงข่าวประจำสัปดาห์ของสำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) เมื่อวันที่ 2 ก.พ. 2566 ที่ผ่านมานายวสันต์ ภัยหลีกลี้ กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ กล่าวถึงกรณีที่ กสม. ได้รับเรื่องร้องเรียนขอให้ตรวจสอบการกระทำของครูหัวหน้าฝ่ายปกครอง โรงเรียนเอกชนแห่งหนึ่งใน จ.ระยอง จากกรณีการลงโทษนักเรียนชายชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 จำนวน 4 คน

ด้วยการให้ถอดกางเกงพลศึกษาจนเหลือแต่กางเกงชั้นในและกางเกงขาสั้นผู้ชาย (บ๊อกเซอร์) โดยให้ยืนหันหน้ามาทางครูหัวหน้าฝ่ายปกครองผู้ถูกร้อง และหันหลังให้กับเพื่อนนักเรียนจำนวนมากที่กำลังเดินขึ้นอาคารเรียนหลังเลิกแถว จากนั้นได้ดำเนินการอบรมสั่งสอนนักเรียนชายกลุ่มดังกล่าวเนื่องจากทั้ง 4 คน ได้ร่วมกันแกล้งเพื่อนนักเรียนชายขาพิการคนหนึ่งซึ่งเรียนอยู่ห้องเดียวกันด้วยการฉีกแขนเสื้อจนขาดและดึงกางเกงลง ซึ่งผู้ร้องเห็นว่าการกระทำดังกล่าวเป็นการทำให้นักเรียนได้รับความอับอาย จึงขอให้ตรวจสอบ

กสม. พิจารณาข้อเท็จจริงจากทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง หลักกฎหมาย และหลักสิทธิมนุษยชนแล้ว เห็นว่า รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 มาตรา 32 ให้การรับรองสิทธิในความเป็นอยู่ส่วนตัว เกียรติยศ ชื่อเสียงและครอบครัว การกระทำอันเป็นการละเมิดหรือกระทบต่อสิทธิของบุคคลจะกระทำมิได้ ขณะที่อนุสัญญาว่าด้วยสิทธิเด็ก ข้อ 16 กำหนดว่า เด็กจะไม่ถูกแทรกแซงโดยพลการ หรือโดยไม่ชอบในความเป็นอยู่ส่วนตัวต่อเกียรติและชื่อเสียง

ซึ่งจากการตรวจสอบข้อเท็จจริง ครูผู้ถูกร้องให้เหตุผลของการลงโทษว่ามีเจตนาที่ต้องการอบรมสั่งสอนนักเรียนทั้งสี่คนให้เข้าใจถึงความรู้สึกของเพื่อนนักเรียนชายขาพิการที่ถูกกลั่นแกล้งในลักษณะนี้มาแล้วหลายครั้ง ส่วนผู้ปกครองของนักเรียนที่ถูกลงโทษบางคนไม่พอใจการกระทำของครูผู้ถูกร้อง จึงได้ร้องเรียนไปยังโรงเรียน สำนักงานศึกษาธิการจังหวัดระยอง และ กสม. รวมทั้งแจ้งความร้องทุกข์ต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจ และเผยแพร่เรื่องราวไปในสื่อสังคมออนไลน์

จากนั้นโรงเรียนได้แต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จริง และสั่งลงโทษภาคทัณฑ์ครูผู้ถูกร้อง หลังเกิดเหตุการณ์นี้แล้ว โดยนักเรียนทั้งสี่คนไม่ติดใจการลงโทษของผู้ถูกร้องแต่อย่างใด ต่อมา หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ผู้ปกครองของนักเรียนทั้งสองฝ่าย โรงเรียนและครูผู้ถูกร้องสามารถเจรจาตกลงกันได้ เรื่องจึงยุติ อย่างไรก็ตาม กสม. เห็นว่า แม้จะปรากฏว่านักเรียนทั้งสี่คนกลั่นแกล้งเพื่อนนักเรียน ซึ่งเป็นคนพิการด้วยการฉีกเสื้อและถอดกางเกง อันเป็นพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมตามกฎกระทรวงกำหนดความประพฤติของนักเรียนและนักศึกษา พ.ศ. 2548 ข้อ 1 (6)

ที่กำหนดให้นักเรียนต้องไม่ก่อเหตุทำร้ายร่างกายผู้อื่นหรือกระทำการใดๆ อันน่าจะก่อให้เกิดความไม่สงบเรียบร้อยหรือขัดต่อศีลธรรมอันดี และแม้ครูผู้ถูกร้องอาจลงโทษนักเรียนโดยมีความมุ่งหมายเพื่อการอบรมสั่งสอน แต่ก็ต้องเป็นไปตามระเบียบกระทรวงศึกษาธิการ ว่าด้วยการลงโทษนักเรียนและนักศึกษา พ.ศ. 2548 ข้อ 5 และข้อ 6 ซึ่งมี 4 สถาน ได้แก่ (1) ว่ากล่าวตักเตือน (2) ทำทัณฑ์บน (3) ตัดคะแนนความประพฤติ และ (4) ทำกิจกรรมเพื่อให้ปรับเปลี่ยนพฤติกรรม โดยห้ามลงโทษนักเรียนด้วยการกลั่นแกล้ง หรือด้วยความโกรธ หรือด้วยความพยาบาท

ดังนั้น การที่ครูผู้ถูกร้องสั่งลงโทษนักเรียนทั้งสี่คนโดยให้ถอดกางเกงแม้จะมีเจตนาเพื่ออบรมสั่งสอน แต่ทำให้นักเรียนทั้งสี่คนรู้สึกอับอาย จึงเป็นการลงโทษที่ไม่เป็นไปตามระเบียบฉบับดังกล่าว และกระทบต่อสิทธิตามที่รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 มาตรา 32 กติการะหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมือง ข้อ 17 และอนุสัญญาว่าด้วยสิทธิเด็ก ข้อ 16 ให้การรับรองและคุ้มครองไว้ จึงเป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชน

นายวสันต์ กล่าวต่อไปว่า แม้ว่าเรื่องดังกล่าวได้มีการตกลงกันและแก้ไขปัญหาอย่างเหมาะสมจนได้ข้อยุติแล้ว แต่เพื่อป้องกันมิให้เกิดการละเมิดสิทธิมนุษยชนลักษณะนี้ขึ้นอีกในโรงเรียนแห่งดังกล่าว ประกอบกับเห็นว่าเหตุการณ์ความรุนแรงระหว่างนักเรียนด้วยกันหรือระหว่างครูกับนักเรียน ยังเกิดขึ้นเป็นระยะ เช่น ครูใช้ไม้เรียวตีนักเรียนที่ก้นจนเกิดอาการเขียวช้ำ ครูใช้แก้วกาแฟปาใส่นักเรียนจนเป็นเหตุให้ใบหน้าผิดรูป เป็นต้น

กสม. ในคราวประชุมด้านการคุ้มครองและส่งเสริมสิทธิมนุษยชนเมื่อวันที่ 30 ม.ค.2566 จึงเห็นควรมีข้อเสนอแนะต่อโรงเรียนเอกชนแห่งดังกล่าว รวมทั้งกระทรวงศึกษาธิการ เพื่อดำเนินการ สรุปได้ ดังนี้ (1) ให้โรงเรียนเอกชนแห่งดังกล่าว กำชับครูที่ทำหน้าที่ฝ่ายปกครองให้ตระหนักว่าการลงโทษนักเรียนจะต้องปฏิบัติตามระเบียบกระทรวงศึกษาธิการ ว่าด้วยการลงโทษนักเรียนและนักศึกษา พ.ศ. 2548 โดยเคร่งครัด และเคารพสิทธิมนุษยชนของนักเรียน

(2) ให้กระทรวงศึกษาธิการ กำกับดูแลส่วนราชการในสังกัดให้กำชับหรือซักซ้อมความเข้าใจแก่โรงเรียนและสถานศึกษาเป็นระยะๆ รวมทั้งอบรมให้ความรู้แก่ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาที่บรรจุใหม่หรือที่เกี่ยวข้องกับการลงโทษนักเรียนและนักศึกษา เพื่อสร้างการรับรู้และตระหนักถึงผลกระทบจากการลงโทษนักเรียนหรือนักศึกษาที่ไม่เหมาะสม หรือไม่เป็นไปตามระเบียบกระทรวงศึกษาธิการ ว่าด้วยการลงโทษนักเรียนและนักศึกษาพ.ศ.2548

ทั้งนี้ ทั้งสองหน่วยงานอาจจัดกิจกรรมเพื่อให้นักเรียนหรือนักศึกษาปรับเปลี่ยนพฤติกรรมตามแนวทางที่กระทรวงศึกษาธิการกำหนด และให้เป็นไปตามกฎกระทรวงกำหนดหลักเกณฑ์วิธีการ และเงื่อนไขในการจัดระบบงานและกิจกรรมในการแนะแนว ให้คำปรึกษาและฝึกอบรมแก่นักเรียน นักศึกษา และผู้ปกครอง พ.ศ.2548 โดยสอดแทรกกิจกรรมการเรียนรู้เรื่องสิทธิมนุษยชนเพื่อพัฒนาคุณภาพผู้เรียนให้เคารพในสิทธิมนุษยชนและการอยู่ร่วมกันอย่างสันติด้วย

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2566(2023), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

‘ลุงพล’เมินดราม่า ควงป้าแต๋นแสวงบุญ ถวายเงิน2แสนพระธาตุพนม

Posted on February 5, 2023 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/708931

'ลุงพล'เมินดราม่า ควงป้าแต๋นแสวงบุญ ถวายเงิน2แสนพระธาตุพนม

‘ลุงพล’เมินดราม่า ควงป้าแต๋นแสวงบุญ ถวายเงิน2แสนพระธาตุพนม

วันเสาร์ ที่ 4 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2566, 20.59 น.

“ลุงพล-ป้าแต๋น” ถวายเงินบริจาค FC สมทบกว่า 2 แสนบาท เป็นพุทธบูชาพระธาตุพนม ยืนยันทำด้วยความบริสุทธิ์ใจ เมินกระแสดราม่า

4 ก.พ.2566 ผู้สื่อข่าวรายว่า ที่วัดพระธาตุพนมวรมหาวิหาร พระอารามหลวง อ.ธาตุพนม จ.นครพนม นายไชย์พล วิภา หรือ ลุงพล พร้อมภรรยา ป้าแต๋น นางสมพร หลาบโพธิ์ และทีมงานที่ร่วมกิจกรรมเดินแสวงบุญ เพื่อบูชาองค์พระธาตุพนม เนื่องในงานบุญประเพณีเดือนสาม นมัสการพระธาตุประจำปี 2566 โดยเริ่มเส้นทางจากบ้านเกิด บ้านจำปาดง ต.กุดเรือคำ อ.วานรนิวาส จ.สกลนคร ตั้งแต่วันที่ 31 มกราคม 2566 ที่ผ่านมา ระยะทางประมาณ 200 กิโลเมตร รวมเวลา 4 วัน เพื่อแสดงออกถึงความเคารพศรัทธาต่อองค์พระธาตุพนม สิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมือง กว่า 2,500 ปี ที่ภายในพระเจดีย์บรรจุพระอุรังคธาตุ กระดูกส่วนหน้าอกของพระพุทธเจ้า

ทั้งนี้ ลุงพล หรือ นายไชย์พล วิภา พร้อมภรรยาคือป้าแต๋น ได้เดินทางมาถึงวัดพระธาตุพนมฯ ตั้งแต่ช่วงบ่ายเมื่อวานที่ผ่านมา พร้อมประกอบพิธีเวียนเทียนสักการะบูชาองค์พระธาตุพนมตามประเพณีความเชื่อ ส่วนในวันนี้ได้ร่วมกันถวายต้นเงิน ในช่วงงานบุญเดือนสาม นมัสการองค์พระธาตุพนม โดยก่อนนี้มีการเปิดให้พลังศรัทธาสายบุญ ร่วมบริจาคสมทบทำบุญ ตามกำลังศรัทธา มียอดปัจจัยทำบุญถวายวัดครั้งนี้รวมจำนวน 207,779 บาท

ขณะเดียวกัน ลุงพล นายไชย์พล วิภา ยืนยัน ว่า การทำบุญครั้งนี้ถือเป็นพลังศรัทธาที่มีต่อองค์พระธาตุพนม เพื่อสร้างอานิสงส์ต่อครอบครัว หลังประสบความสำเร็จด้านธุรกิจขายอาหารเสริม เครื่องสำอาง ส่วนใครที่จะร่วมหรือไม่บริจาคก็ไม่ได้บังคับ เป็นไปตามกำลังศรัทธา และทำบุญด้วยความบริสุทธิ์ใจ ถึงแม้จะมีกระแสดรามา แต่ไม่ได้เป็นอุปสรรค ไม่เกิดความท้อ เชื่อว่าทำดีต้องได้ดี  -009

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2566(2023), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ใครเห็นก็หิว! สารพัดเมนู ทีเด็ด’ชุบแป้งทอด’ คนแห่ดูเป็นแสนขอสูตร

Posted on February 5, 2023 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/708929

ใครเห็นก็หิว! สารพัดเมนู ทีเด็ด'ชุบแป้งทอด' คนแห่ดูเป็นแสนขอสูตร

ใครเห็นก็หิว! สารพัดเมนู ทีเด็ด’ชุบแป้งทอด’ คนแห่ดูเป็นแสนขอสูตร

วันเสาร์ ที่ 4 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2566, 20.29 น.

ใครเห็นก็หิว! สารพัดเมนู ทีเด็ด’ชุบแป้งทอด’ คนแห่ดูเป็นแสนขอสูตร 

4 ก.พ.2566 ผู้สื่อข่าวรายงาน จากกรณีมีผู้ใช้สื่อโซเชียลโพสต์ติ๊กต็อกในชื่อ ด้าด้า #khwanhathaiprason ซึ่งมีผู้ติดตามกว่า 79,900 ราย และผู้เข้าชม 100,000 ครั้ง โดยโพสต์คลิป การจัดหน้าร้านและวิธีการชุบแป้งทอด กล้วยทอด ยำหลากหลายเมนู ทำให้มีผู้เข้าชมได้แสดงความคิดเห็นจำนวนมาก ส่วนใหญ่เข้าสอบถามสูตรผสมแป้งที่ใช้ทอดเพื่อนำไปผสมทำกินเองบ้าง นำสูตรไปทำขายบ้าง

ผู้สื่อข่าว ได้สอบถามผ่านสื่อโซเชียลและติดต่อทางโทรศัพท์ ทราบว่า เจ้าของโพตส์ ชื่อ ด้าด้า หรือ นางขวัญหทัย ประสงค์ผล อายุ 37 ปี เจ้าของร้านกะด้า ชาวบ้านบ่อแสน หมู่ 1 ต.บ่อแสน อ.ทับปุด จ.พังงา เปิดแผงในตลาดนัด ริมถนนสายทับปุด-เมืองพังงา ในพื้นที่ ต.บ่อแสน อ.ทับปุด จึงเดินทางเข้าสอบถาม พบว่าตลาดนัดบ้านใสเสียด ต.บ่อแสน เปิดวันอังคาร,พฤหัสบดีและวันเสาร์ ช่วงเวลา 13.00 น. – 20.00 น. โดยมีแผงจำหน่ายทั้ง อาหาร คาว หวาน ผลไม้ ผักสด อาหารทะเลสด และอาหารหลากหลายชนิด โดยร้านกะด้า แซ่บล้านวิว มีจำหน่าย ทั้งส้มตำ ยำต่างๆ กล้วยทอด มันทอด ลูกชิ้น น้ำชา กาแฟ และของชุปแป้งทอด โดยจุดเด่นของร้านเป็นของทอด น้ำจิ้มรสเด็ดและยำ มีลูกค้าแวะเวียนมาซื้อไม่ขาดสาย สอบถามพบว่าติดใจในรสชาติของแป้งที่ทางร้านใช้และวัตถุดิบที่สดๆ

โดย นางขวัญหทัย ประสงค์ผล หรือ ด้า เจ้าของร้านแซ่บล้านวิว กล่าวว่า ตนเองขายมา 14 ปี  โพสต์ลงสื่อโซเชียลมานานกว่า 3 ปี ผู้ติดตามจำนวนมาก ในช่วง 1-2 ปี ที่ผ่านมา คอนเทนต์จัดหน้าร้าน ขั้นตอนการทำ การขาย ซึ่งจุดเด่นของร้านเป็นสูตรแป้ง สูตรน้ำจิ้ม สูตรน้ำยำ ที่คิดขึ้นเอง ลองชิมเอง จนคิดว่าเหมาะกับความชอบของลูกค้า ทำให้มีลูกค้าจำนวนมาก ขายได้วันละกว่า 10,000 บาท มีทั้งลูกค้าประจำในพื้นที่และต่างพื้นที่ บางรายแวะเข้ามาซื้อ หากเดินทางผ่านเส้นทางที่ตั้งร้าน มีลูกค้าที่ดูจากโพสต์ผ่านสื่อโซเชียลจำนวนมากเช่นกัน ซึ่งสามารถติดต่อผ่านร้านได้ทั้งทางเฟซบุ๊ก กะด้า แซ่บล้านวิว และ TICTOK ในชื่อ ด้าด้า
-009

https://www.tiktok.com/embed/v2/7148427997329116443?lang=th-TH&referrer=https%3A%2F%2Fwww.naewna.com%2Flikesara%2F708929

,

https://www.tiktok.com/embed/v2/7152531641645190426?lang=th-TH&referrer=https%3A%2F%2Fwww.naewna.com%2Flikesara%2F708929

,

https://www.tiktok.com/embed/v2/7155492065177013531?lang=th-TH&referrer=https%3A%2F%2Fwww.naewna.com%2Flikesara%2F708929

,

https://www.tiktok.com/embed/v2/7162379494626561307?lang=th-TH&referrer=https%3A%2F%2Fwww.naewna.com%2Flikesara%2F708929

,

https://www.tiktok.com/embed/v2/7181322844457028891?lang=th-TH&referrer=https%3A%2F%2Fwww.naewna.com%2Flikesara%2F708929

,

https://www.tiktok.com/embed/v2/7182189556026920218?lang=th-TH&referrer=https%3A%2F%2Fwww.naewna.com%2Flikesara%2F708929

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2566(2023), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

BamBam Family

BamBam Family

สถิติบล็อก

  • 2,882,973 hits

Join 4,122 other subscribers
Follow SootinClaimon.Com on WordPress.com

Categories

Top Posts & Pages

ร่วมส่ง “บิ๊กสิน-สินธุ พูนศิริวงศ์” อดีตนายกสมาคมกีฬาบิลเลียดฯ ณ เมรุวัดธาตุทอง
เทพไท วิเคราะห์อนาคต ชนนพัฒฐ์ หลัง DSI ออกหมายเรียกพัวพันเว็บพนัน
อวยยศ 'ไอซ์ รักชนก' บุคคลแห่งปี เพจ 'The People' จัดให้
ดร.อุษณีย์ มหากิจศิริ ลีโอณีโอ จัดงาน “TEPCoT Tri – Gen Connect”
อภิสิทธิ์ คัมแบ็กสภาฯ! นำทัพ ปชป.รายงานตัว สส.ชุดที่ 27
อนุทินรับยังไม่ได้คุยตำแหน่งประธานสภาฯ แนะรอดูสัมมนาภูมิใจไทย 8 มี.ค.นี้
เจาะเส้นทาง 'ชนนพัฒน์' จากว่าที่รัฐมนตรี สู่คดีเว็บพนันพันล้าน
แฉแผนตัดกำลังฝ่ายค้าน 'วิโรจน์' ไขปมเร่งคดีชนนพัฒฐ์
นายกฯรับห่วงทุกเรื่อง น้ำมัน-ตลาดหลักทรัพย์-ราคาสินค้า ปมผลกระทบตะวันออกกลาง
อนุทินสั่งเร่งหาแหล่งสำรอง สู้วิกฤติน้ำมัน

Recent Posts

  • ผู้นำอิหร่านขอโทษประเทศเพื่อนบ้าน ลั่นจะไม่โจมตีก่อน หากไม่ถูกโจมตี
  • สหรัฐฯ เตรียมส่ง “ยูเอสเอส บุช” เรือบรรทุกเครื่องบินลำที่ 3 สู่ตอ.กลาง เพิ่มแรงกดดันอิหร่าน
  • อิหร่านเตือนยุโรป หากเข้าร่วมโจมตีกับสหรัฐ–อิสราเอล ระวังจะตกเป็นเป้าด้วย
  • ทำเนียบขาวถูกวิจารณ์หนัก หลังโพสต์คลิปสงครามอิหร่านตัดต่อกับเกม และหนังฮอลลีวูด
  • กาตาร์เริ่มเปิดน่านฟ้าบางส่วน เตรียมอพยพผู้โดยสารติดค้างสู่ยุโรป

ป้ายกำกับ

  • 2559(2016)
  • 2564(2021)
  • entertain
  • naewna
  • The Nation
  • การเมือง
  • ต่างประเทศ
  • บันเทิง
  • ผู้หญิง
  • แนวหน้า
  • RSS - Posts
  • RSS - Comments

Archives

Follow Us

  • https://soclaimon.tumblr.com/
  • https://www.facebook.com/soclaimon
  • https://www.instagram.com/sootinclaimon/
  • https://www.facebook.com/SootinClaimon/
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100001170824639
  • https://www.facebook.com/pompam.pp
  • https://www.facebook.com/toraman666
  • https://www.facebook.com/apich214
  • https://www.facebook.com/samabat.klaimon
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100005312762480
  • https://www.facebook.com/jirasuda.manomaiyanon
  • https://www.facebook.com/eikpakkred
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100003091451547
Blog at WordPress.com.
  • Subscribe Subscribed
    • SootinClaimon.Com
    • Join 1,658 other subscribers
    • Already have a WordPress.com account? Log in now.
    • SootinClaimon.Com
    • Subscribe Subscribed
    • Sign up
    • Log in
    • Report this content
    • View site in Reader
    • Manage subscriptions
    • Collapse this bar
 

Loading Comments...
 

    %d