Skip to primary content
Skip to secondary content

SootinClaimon.Com

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย2 [SartKasetDinPui2] : รวบรวม ข้อมูล เศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม เกษตร ดิน น้ำ ปุ๋ย

SootinClaimon.Com

Main menu

  • Home
  • KU23-2506
  • ข้อคิดความเห็น
  • ตระกูลคล้ายมนต์
  • ผมเองครับ
  • ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย1

Tag Archives: ข่าว Like สาระ

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

น้องกินของแพง! หนุ่มถูกรางวัล2ตัวท้าย เผลอวางทิ้งไว้ ลูกรักเล่นซะเละ

Posted on February 2, 2023 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/708294

น้องกินของแพง!  หนุ่มถูกรางวัล2ตัวท้าย เผลอวางทิ้งไว้ ลูกรักเล่นซะเละ

น้องกินของแพง! หนุ่มถูกรางวัล2ตัวท้าย เผลอวางทิ้งไว้ ลูกรักเล่นซะเละ

วันพฤหัสบดี ที่ 2 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2566, 09.38 น.

น้องกินของแพงซะด้วย! หนุ่มถูกรางวัล 2 ตัวท้าย เผลอวางทิ้งไว้ ลูกรักเล่นซะเละ

ผู้ใช้ติ๊กต็อก montri_9234 เผยคลิปสุดเอ็นดู เมื่อรู้ผลว่าตนเองถูกรางวัลลอตเตอรี่เลขท้าย 2 ตัว คือ 92 งวดประจำวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2566 แต่เจ้าตัวดันวางลอตเตอรี่ทิ้งไว้ในบ้าน แต่มาเจออีกทีพบว่าลูกรัก (น้องหมา) กัดเล่นซะจนขาดไป 1 ใบ 

แต่ก็ยังถือว่าโชคดีเพราะ เจ้าตัวบอกว่าสามารถขึ้นเงินรางวัลได้ เพราะยังมีคิวอาร์โค้ดอยู่ ถึงแม้เลข 92 ตัวท้าจะหายไป ก็ขอให้เรื่องนี้เป็นอุทาหรณ์ เกือบหวิดโชคลาภซะแล้ว   -009

https://www.tiktok.com/embed/v2/7195160670722182426?lang=th-TH&referrer=https%3A%2F%2Fwww.naewna.com%2Flikesara%2F708294

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2566(2023), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

สกู๊ปพิเศษ : กฎหมาย‘ทรมาน-อุ้มหาย’ ก้าวแรกปฏิรูประบบยุติธรรม

Posted on February 2, 2023 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/708226

สกู๊ปพิเศษ : กฎหมาย‘ทรมาน-อุ้มหาย’ ก้าวแรกปฏิรูประบบยุติธรรม

สกู๊ปพิเศษ : กฎหมาย‘ทรมาน-อุ้มหาย’ ก้าวแรกปฏิรูประบบยุติธรรม

วันพฤหัสบดี ที่ 2 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2566, 06.00 น.

“ไปดูมาตรา 90 ของวิธีพิจารณาความอาญา เขาบอกว่าถ้ามีการจับโดยไม่ชอบ ให้อัยการขอปล่อยทันที จับโดยไม่ชอบนี่มันรวมหมดเลย ไม่ว่าเขาไม่ผิดก็ใช่ จับโดยวิธีที่ไม่ถูกต้องก็ใช่แล้วมาตรา 90 วิธีพิจารณาความอาญาที่มาตรฐานโลกด้วยนะ ถ้าท่านไปดูเกาหลี (ใต้) ญี่ปุ่น อเมริกา หรือแม้แต่ประเทศของ Civil Law (กฎหมายลายลักษณ์อักษร) ทางฝรั่งเศส เยอรมนี ก็มีมาตราแบบนี้เหมือนกัน แต่มาตรา 90 เราไม่ได้ใช้แล้วเพราะพอเราแยกหน่วยแต่เราดันไม่ให้เขาแจ้งการจับ

ถ้าท่านไปดูกฎหมาย Common Law (กฎหมายจารีตประเพณี) Civil Law อังกฤษ ฝรั่งเศส เยอรมนี อเมริกา ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ เขียนเหมือนกันหมดเลยว่าเมื่อเกิดเหตุอาชญากรรมให้แจ้งหน่วยเหล่านี้ให้ทราบ หน่วยปกครอง หน่วยอัยการ เพราะฉะนั้นเขาจึงไม่จำเป็นต้องอยู่องค์กรเดียวกัน เพราะวิธีพิจารณาความเขา Link (เชื่อม) กันอยู่แล้วให้ตรวจสอบกัน แต่เพราะความไม่รู้ ผมใช้คำว่าไม่รู้ เราก็ดันไปแยกออกแล้วการทำงานแยกออกจากกัน อัยการก็เลยกลายเป็นคนที่อ่านนิยายที่มีคนพูดมากมายว่ามันเป็นความโกหกทั้งนั้น”

น้ำแท้ มีบุญสล้าง ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาการสอบสวนและการดำเนินคดี สำนักงานอัยการสูงสุด กล่าวในงานเสวนา “พ.ร.บ. ซ้อมทรมานและอุ้มหายเดินหน้าหรือชะลอ ใครได้ ใครเสีย?” ที่สำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) เมื่อเร็วๆ นี้ ถึงปัญหาที่เกิดขึ้นในกระบวนการยุติธรรม ซึ่งตาม ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา (ป.วิฯ อาญา) แม้จะกำหนดให้การจับกุมผู้ต้องหาเมื่อจับแล้วต้องนำตัวไปยังที่ทำการ (สถานีตำรวจ) ทันที เพียงแต่ที่ผ่านมาไม่มีบทลงโทษสำหรับการไม่ปฏิบัติตาม

นอกจากนั้น การแยกอัยการออกจากตำรวจและกระทรวงมหาดไทย ส่งผลให้ระบบที่อัยการเข้าไปดูคดีความตั้งแต่แรกหายไป ซึ่งมีหลักฐานเป็นเอกสารบันทึกการจับกุมและสอบสวนในอดีตเมื่อหลายสิบปีก่อน ระบุว่า หากเป็นคดีสำคัญอัยการจะมาดูคดีตั้งแต่แรกในทันที รวมถึงการที่ออกกฎหมายให้อำนาจตำรวจขอหมายจับ-หมายค้นกับศาลได้โดยตรงไม่ต้องผ่านอัยการ ซึ่งแตกต่างไปจากหลายประเทศในโลก แต่การให้อำนาจแบบนี้ก็มีผลเสีย

“จะค้นบ้านใครถามผู้ที่จะดำเนินคดีก่อนว่าเขาต้องการพยานหลักฐานชิ้นนี้ในการดำเนินคดีข้อหานี้หรือเปล่า? ฐานความผิดประเทศอื่นๆ ไม่เป็นผู้ต้องหาง่ายแบบประเทศไทย ประเทศไทยเขาไม่พอใจคุณเขาก็เดินรอบรถหาข้อหาให้ แต่ประเทศอื่นที่เอ่ยชื่อมาแล้วเขาจะสืบสวน-สอบสวนจนได้ความชัดเจนแล้วก็แจ้งอัยการ เมื่อมีเหตุอาชญากรรมอะไรเกิดขึ้นแจ้งอัยการทราบ ต้องการพยานหลักฐานอะไร? จะค้นบ้านใคร? อัยการเซ็นหมายค้น ไปขอหมายค้นที่ศาล เมื่อได้หมายค้นมาเข้าบ้านคนที่จำเป็นเท่านั้น ไม่ใช่เข้าบ้านใครก็ได้ตามที่เจ้าหน้าที่อยากเข้า

พอไปค้น พยานหลักฐานพอหรือยัง? พอแล้ว พร้อมจะฟ้องแล้ว มั่นใจจะดำเนินคดีได้มาซึ่งคำพิพากษาลงโทษแล้วค่อยเซ็นหมายจับมาเพื่อฟ้อง ไม่ใช่จับมาขังไว้เล่นๆ 80 กว่าวันอย่างบ้านเรา แล้วไปเร่งอะไรไม่รู้ 145 145/1 (ม.145,ม.145/1 ป.วิฯ อาญา) แย้งสิเพราะคนจับก็กลัว 157 (ม.157 ประมวลกฎหมายอาญา) ก็ต้องแย้งตายเลยเพื่อให้ฟ้องให้ได้คนบริสุทธิ์-คนผิดไม่ต้องพูดแล้ว กลัว 157 ขอให้ฟ้องให้ได้อย่างเดียวถึงจะได้ ที่บอกว่า วิฯ อาญา ที่ออกหมายโดยไปศาลเลย คนเขียนเหลวไหลมาก” น้ำแท้ ระบุ

อัยการผู้นี้ ย้ำว่า ในต่างประเทศการจะไปจับใครคนที่มีอำนาจฟ้องต้องมั่นใจว่าพร้มดำเนินคดีให้ได้มาซึ่งคำพิพากษาลงโทษจากศาล ดังนั้ นสถานะผู้ต้องหาจะเกิดขึ้นต่อเมื่อมีการส่งฟ้อง ไม่ใช่ถูกจับมาขังไว้ก่อน (ป.วิฯ อาญา ม.87 ให้ฝากขังได้สูงสุดไม่เกิน 84 วัน) โดยไม่รู้ว่าท้ายที่สุดจะมีคำสั่งฟ้องหรือไม่ ทำให้มีกรณีผู้บริสุทธิ์ต้องติดคุกโดยไม่ถูกฟ้อง หรือไม่ก็ต้องหาทางส่งฟ้องไปก่อนให้ได้ก่อนครบกำหนดเวลาสูงสุดที่ฝากขังได้ ทั้งที่ยังไม่พร้อมในการตรวจสอบข้อเท็จจริงว่าบุคคลที่จะส่งฟ้องนั้นมีมูลความเผิดจริงหรือไม่

ดังนั้นสภาพของกฎหมายที่เป็นอยู่จึงส่งผลกระทบทั้งต่อบุคคลที่ถูกขังไว้ก่อนโดยไม่รู้ว่าจะถูกดำเนินคดีหรือไม่ และต่อรัฐที่ต้องสูญเสียทรัพยากรไปกับการขังคนเหล่านี้ ซึ่งใน ป.วิฯ อาญา มาตรา 227 ระบุว่า ให้ศาลใช้ดุลพินิจวินิจฉัยชั่งน้ำหนักพยานหลักฐานทั้งปวง อย่าพิพากษาลงโทษจนกว่าจะแน่ใจว่ามีการกระทําผิดจริงและจําเลยเป็นผู้กระทําความผิดนั้น แต่หลักการนี้ควรถูกนำมาใช้ตั้งแต่จุดแรกของการดำเนินคดี

ตัวอย่างที่น่าสนใจจากต่างประเทศ เช่น อังกฤษ มีกฎหมายกำหนดว่า อัยการจะฟ้องคดีกับบุคคลใดต้องมั่นใจว่าฟ้องแล้วจะได้มาซึ่งคำพิพากษาลงโทษ แต่หากไม่มั่นใจก็ห้ามฟ้องแม้จะเป็นคดีแบบใดก็ตาม ซึ่งกฎหมายใหม่ของไทยอย่าง พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการทรมานและการกระทำให้บุคคลสูญหาย พ.ศ. 2565 ที่จะเริ่มมีผลบังคับใช้ในวันที่ 22 ก.พ. 2566 จะมีข้อกำหนดให้ตำรวจเมื่อจับกุมผู้ต้องหาแล้วต้องแจ้งอัยการและฝ่ายปกครองด้วย

“เมื่อคุณจับแล้ว ตามระเบียบที่เราร่าง แจ้งทางอิเล็กทรอนิกส์ง่ายๆ ชื่อผู้ถูกจับ วิธีการจับ รูปถ่ายเขาคุณไม่รู้จักชื่อเขา เขาไม่มีบัตรก็ถ่ายรูปเขามา ถ่ายรูปนี่มันแทนถ้อยคำเป็นร้อยๆ ล้านๆ คำนะ เพราะว่าเขาอยู่ในสภาพที่ดี เนื้อตัวร่างกายเขาปกติดี พยานหลักฐานที่คุณกล่าวหาเขา ถ้าคุณบอกว่าเขาค้ายาก็ต้องมียา เขามีอาวุธก็ต้องมีอาวุธตรงนั้น ต้องมีรูปถ่ายทันที แล้วก็ชื่อ-สกุลผู้จับกุม” ผอ.สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาการสอบสวนและการดำเนินคดี สำนักงานอัยการสูงสุด อธิบาย

มีตัวอย่างคล้ายกันในการบังคับใช้กฎหมายลักษณะนี้ที่ สหรัฐอเมริกา โดยจะมีศูนย์ข้อมูลกลางคอยดูว่าแต่ละวันมีการจับกุมใครในคดีอะไรบ้าง โดยเจ้าหน้าที่ชุดจับกุมจะส่งรายงานเข้ามาทันทีเมื่อจับกุมได้ แต่การวางระบบนี้ไม่ใช่เรื่องยากที่ประเทศไทยจะทำบ้าง เพราะไม่ได้ใช้เทคโนโลยีซับซ้อน มีเพียงกล้อง สัญญาณอินเตอร์เนต โปรแกรม และมีช่องทางการติดต่อก็สามารถทำได้แล้ว

ขณะที่ พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการทรมานและการกระทำให้บุคคลสูญหาย พ.ศ. 2565 ในมาตรา 7 ระบุให้เจ้าหน้าที่รัฐเมื่อควบคุมตัวบุคคลใด ห้ามปฏิเสธว่าไม่ได้กระทำการนั้น หรือปกปิดชะตากรรม หรือไม่แจ้งสถานที่ เพราะการกระทำดังกล่าวทำให้ผู้ถูกควบคุมตัวขาดการเข้าถึงสิทธิตามกฎหมาย (เช่น การพบทนายความหรือแพทย์) ซึ่งผู้ฝ่าฝืนจะมีความผิดตาม พ.ร.บ. นี้ทันทีโดยไม่ต้องอาศัยเงื่อนไขระยะเวลา (เช่น หายตัวไปนานเท่าไร) ส่วนปฏิบัติการจับกุมซึ่งเจ้าหน้าที่ชุดจับกุมต้องบันทึกภาพและเสียงตลอดเหตุการณ์จะอยู่ในมาตรา 22

“กฎหมายฉบับนี้ถือเป็นการปฏิรูปกระบวนการยุติธรรมในรอบร้อยกว่าปี พูดได้เลยว่าปฏิรูประบบวิธีพิจารณาความอาญา มันทำให้ Due Process of Law (กระบวนการอันชอบด้วยกฎหมาย) เป็นความจริง” น้ำแท้ กล่าว

SCOOP@NAEWNA.COM

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2566(2023), ข่าว Like สาระ, สกู๊ปพิเศษ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

กางข้อกฎหมาย‘บุหรี่ไฟฟ้า’ ชัดเจน‘นำเข้า-ขาย’ผิดแน่… แต่‘ครอบครอง’ยังคลุมเครือ

Posted on February 2, 2023 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/708283

กางข้อกฎหมาย‘บุหรี่ไฟฟ้า’ ชัดเจน‘นำเข้า-ขาย’ผิดแน่... แต่‘ครอบครอง’ยังคลุมเครือ

กางข้อกฎหมาย‘บุหรี่ไฟฟ้า’ ชัดเจน‘นำเข้า-ขาย’ผิดแน่… แต่‘ครอบครอง’ยังคลุมเครือ

วันพุธ ที่ 1 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2566, 21.29 น.

กางข้อกฎหมาย”บุหรี่ไฟฟ้า” ชัดเจน”นำเข้า-ขาย”ผิดแน่… แต่”ครอบครอง”ยังคลุมเครือรอชี้ขาด

ช่วงนี้ประเด็น “บุหรี่ไฟฟ้า” กลับมาได้รับความสนใจอีกครั้ง หลังเกิดกรณี “ส่วยนักท่องเที่ยว” เมื่อดาราสาวชาวไต้หวันที่เดินทางมาเที่ยวประเทศไทยถูก “ตำรวจนอกแถว” เรียกรับผลประโยชน์เป็นเงิน 27,000 บาท เหตุเกิดในท้องที่ สน.ห้วยขวาง กรุงเทพฯ รวมถึงยังมีข่าวทำนองเดียวกันที่เมืองพัทยา จ.ชลบุรี ว่าเจ้าหน้าที่ไปเรียกรับผลประโยชน์เป็นเงิน 60,000 บาท จากนักท่องเที่ยวชาวจีน โดยหนึ่งในคำถามที่สังคมสงสัยคือ “การครอบครองบุหรี่ไฟฟ้าผิดกฎหมายหรือไม่? อย่างไร?” เพราะ ณ ปัจจุบัน ยังพบการนำบุหรี่ไฟฟ้ามาสูบแบบเปิดเผยทั่วไปในสังคม

ทั้งนี้ “บุหรี่ไฟฟ้าเป็นสิ่งของต้องห้ามนำเข้ามาในประเทศ” โดยมี ประกาศกระทรวงพาณิชย์ เรื่อง กำหนดให้บารากู่และบารากู่ไฟฟ้า หรือบุหรี่ไฟฟ้าเป็นสินค้าที่ต้องห้ามในการนำเข้ามาในราชอาณาจักร พ.ศ. 2557 ลงวันที่ 12 ธ.ค. 2557 ซึ่งประกาศนี้ออกตาม มาตรา 5 วรรคหนึ่ง (1) และมาตรา 25 แห่ง พ.ร.บ.การส่งออกไปนอกและการนําเข้ามาในราชอาณาจักรซึ่งสินค้า พ.ศ. 2522

โดยผู้ฝ่าฝืนนั้น ตาม พ.ร.บ.การส่งออกไปนอกและการนําเข้ามาในราชอาณาจักรซึ่งสินค้า พ.ศ. 2522 มาตรา 20 วรรคหนึ่ง ระบุว่า ผู้ใดส่งออกหรือนำเข้าซึ่งสินค้าต้องห้ามตามมาตรา 5 (1) หรือฝ่าฝืนมาตรา 7 วรรคหนึ่ง ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสิบปีหรือปรับเป็นเงินห้าเท่าของสินค้าที่ส่งออกหรือนำเข้า หรือทั้งจำทั้งปรับ กับให้ริบสินค้ารวมทั้งสิ่งที่ใช้บรรจุและพาหนะใดๆ ที่ใช้ในการบรรทุกสินค้าซึ่งเกี่ยวเนื่องกับความผิดรวมทั้งพาหนะที่ใช้ลากจูงพาหนะบรรทุกสินค้านั้นเสีย

เช่นเดียวกัน “บุหรี่ไฟฟ้าเป็นสินค้าห้ามขาย” โดยมี คำสั่งคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคที่ 9/2558 เรื่อง ห้ามขายหรือห้ามให้บริการสินค้า “บารากู่ บารากู่ไฟฟ้าหรือบุหรี่ไฟฟ้า หรือตัวยาบารากู่ น้ำยาสำหรับเติมบารากู่ไฟฟ้าหรือบุหรี่ไฟฟ้า” ลงวันที่ 28 ม.ค. 2558 ซึ่งประกาศนี้ออกตาม มาตรา 36 แห่ง พ.ร.บ.คุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. 2522 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดย พ.ร.บ.คุ้มครองผู้บริโภค (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2556 และมาตรา 38 แห่ง พ.ร.บ.คุ้มครองผู้บริโภค (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2556

โดยผู้ฝ่าฝืนนั้น มาตรา 36 วรรคหนึ่ง ระบุว่า เมื่อมีเหตุอันควรสงสัยว่าสินค้าใดอาจเป็นอันตรายแก่ผู้บริโภค คณะกรรมการมีอํานาจออกคําสั่งให้ผู้ประกอบธุรกิจดําเนินการทดสอบหรือพิสูจน์สินค้านั้น ถ้าผู้ประกอบธุรกิจไม่ดําเนินการทดสอบหรือพิสูจน์สินค้าหรือดําเนินการล่าช้าโดยไม่มีเหตุผลอันสมควร คณะกรรมการจะจัดให้มีการทดสอบหรือพิสูจน์โดยผู้ประกอบธุรกิจเป็นผู้เสียค่าใช้จ่ายก็ได้ในกรณีจําเป็นและเร่งด่วน คณะกรรมการอาจออกคําสั่งห้ามขายสินค้านั้นเป็นการชั่วคราวจนกว่าจะทราบผลการทดสอบหรือพิสูจน์สินค้านั้น

วรรคสอง ระบุว่า ในกรณีที่ผลการทดสอบหรือพิสูจน์ปรากฏว่าสินค้านั้นอาจเป็นอันตรายแก่ผู้บริโภค และไม่อาจป้องกันอันตรายที่จะเกิดจากสินค้านั้นได้โดยการกําหนดฉลากตามมาตรา 30 หรือตาม กฎหมายอื่น ให้คณะกรรมการมีอํานาจออกคําสั่งอย่างหนึ่งอย่างใดดังต่อไปนี้ (1) ห้ามผู้ประกอบธุรกิจขายสินค้านั้น (2) ให้ผู้ประกอบธุรกิจจัดเก็บสินค้าที่ยังไม่ได้จําหน่ายแก่ผู้บริโภคกลับคืน หรือเรียกคืนสินค้าจากผู้บริโภค

(3) ให้ผู้ประกอบธุรกิจแก้ไข เปลี่ยนแปลง หรือปรับปรุงสินค้านั้นไม่ให้เป็นอันตรายแก่ผู้บริโภค หรือเปลี่ยนสินค้าหรือชดใช้ราคาสินค้าให้แก่ผู้บริโภค (4) ให้ผู้ประกอบธุรกิจซึ่งเป็นผู้สั่งหรือนําเข้ามาในราชอาณาจักรจัดส่งสินค้านั้นกลับคืนออกนอกราชอาณาจักร (5) ให้ผู้ประกอบธุรกิจทําลายสินค้านั้น (6) ให้ผู้ประกอบธุรกิจปิดประกาศ แจ้ง หรือโฆษณาข่าวสารเกี่ยวกับอันตรายของสินค้านั้นให้ผู้บริโภคทราบ หรือเกี่ยวกับการดําเนินการตาม (1) (2) (3) (4) หรือ (5)

ส่วนมาตรา 38 วรรคหนึ่ง ระบุว่า เมื่อมีเหตุอันควรสงสัยว่าบริการใดอาจเป็นอันตรายแก่ผู้บริโภค คณะกรรมการมีอํานาจออกคําสั่งให้ผู้ประกอบธุรกิจดําเนินการทดสอบหรือพิสูจน์บริการนั้น ถ้าผู้ประกอบธุรกิจไม่ดําเนินการทดสอบหรือพิสูจน์บริการหรือดําเนินการล่าช้าโดยไม่มีเหตุผลอันสมควร คณะกรรมการจะจัดให้มีการทดสอบหรือพิสูจน์โดยผู้ประกอบธุรกิจเป็นผู้เสียค่าใช้จ่ายก็ได้ในกรณีจําเป็นและเร่งด่วน คณะกรรมการอาจออกคําสั่งห้ามให้บริการนั้นเป็นการชั่วคราวจนกว่าจะทราบผลการทดสอบหรือพิสูจน์บริการนั้น

วรรคสอง ระบุว่า ในกรณีที่ผลการทดสอบหรือพิสูจน์ปรากฏว่าบริการใดอาจเป็นอันตรายแก่ผู้บริโภค ให้คณะกรรมการมีอํานาจออกคําสั่งอย่างหนึ่งอย่างใดดังต่อไปนี้ (1) ให้ผู้ประกอบธุรกิจปิดประกาศ แจ้ง หรือโฆษณาข่าวสารเกี่ยวกับอันตรายของการบริการนั้นให้ผู้บริโภคทราบ หรือเกี่ยวกับการดําเนินการตาม (2) หรือ (3) (2) ให้ผู้ประกอบธุรกิจแก้ไข เปลี่ยนแปลง หรือปรับปรุงวิธีการให้บริการไม่ให้เป็นอันตรายแก่ผู้บริโภค หรือชดใช้ค่าบริการให้แก่ผู้บริโภค (3) ห้ามผู้ประกอบธุรกิจให้บริการนั้น

โดยผู้ฝ่าฝืนนั้น มาตรา 56 วรรคหนึ่ง ระบุว่า ผู้ประกอบธุรกิจผู้ใดฝ่าฝืนคําสั่งของคณะกรรมการซึ่งสั่งห้ามขายสินค้าเป็นการชั่วคราว ตามมาตรา 36 วรรคหนึ่ง หรือฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามคําสั่งของคณะกรรมการตามมาตรา 36 วรรคสอง ต้องระวางโทษจําคุกไม่เกินห้าปี หรือปรับไม่เกินห้าแสนบาท หรือทั้งจําทั้งปรับ ขณะที่ มาตรา 56/1 วรรคหนึ่ง ระบุว่า ผู้ประกอบธุรกิจผู้ใดฝ่าฝืนคําสั่งของคณะกรรมการซึ่งสั่งห้ามให้บริการเป็นการชั่วคราว ตามมาตรา 38 วรรคหนึ่ง หรือฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามคําสั่งของคณะกรรมการตามมาตรา 38 วรรคสอง ต้องระวางโทษจําคุกไม่เกินห้าปี หรือปรับไม่เกินห้าแสนบาท หรือทั้งจําทั้งปรับ

ส่วนประเด็น “การครอบครอง” นั้นต้องบอกว่า “ยังเป็นข้อถกเถียง” โดยมีกฎหมายที่เกี่ยวข้องคือ พ.ร.บ.ศุลกากร พ.ศ. 2560 ซึ่งใน มาตรา 242 วรรคหนึ่ง ระบุว่า ผู้ใดนําเข้ามาในหรือส่งออกไปนอกราชอาณาจักรซึ่งของที่ยังมิได้ผ่านพิธีการศุลกากร หรือเคลื่อนย้ายของออกไปจากยานพาหนะ คลังสินค้าทัณฑ์บน โรงพักสินค้า ที่มั่นคง ท่าเรือรับอนุญาต หรือเขตปลอดอากร โดยไม่ได้รับอนุญาตจากพนักงานศุลกากร ต้องระวางโทษจําคุกไม่เกินสิบปี หรือปรับเป็นเงินสี่เท่าของราคาของซึ่งได้รวมค่าอากรเข้าด้วยแล้ว หรือทั้งจําทั้งปรับ และให้ริบของนั้นไม่ว่าจะมีผู้ถูกลงโทษตามคําพิพากษาหรือไม่

มาตรา 246 วรรคหนึ่ง ระบุว่า ผู้ใดช่วยซ่อนเร้น ช่วยจําหน่าย ช่วยพาเอาไปเสีย ซื้อ รับจํานําหรือรับไว้โดยประการใดซึ่งของอันตนพึงรู้ว่าเป็นของอันเนื่องด้วยความผิดตามมาตรา 242 ต้องระวางโทษจําคุกไม่เกินห้าปี หรือปรับเป็นเงินสี่เท่าของราคาของซึ่งได้รวมค่าอากรเข้าด้วยแล้วหรือทั้งจําทั้งปรับ

อย่างไรก็ตาม มีความเห็นแย้ง นพ.เอกภพ เพียรพิเศษ ที่ปรึกษาคณะกรรมาธิการการสาธารณสุข สภาผู้แทนราษฎร และอดีต ส.ส.เชียงราย ที่ยืนยันมาตลอดว่า “ไม่สามารถใช้ พ.ร.บ.ศุลกากร จับกุมผู้ครอบครองบุหรี่ไฟฟ้าได้” โดยล่าสุดเมื่อวันที่ 27 ม.ค. 2566 ได้โพสต์ข้อความไว้ที่เพจเฟซบุ๊ก “หมอเอก Ekkapob Pianpises” ระบุว่า “ครอบครองบุหรี่ไฟฟ้าจับไม่ได้ !!!!! ถึงจะจับแล้วปรับก็ไม่ใช่อำนาจของตำรวจ ต้องยอมความแล้วให้ศุลกากรปรับ !!!!! ถ้าจะสู้คดีก็ต้องไปสู้ในชั้นศาล !!!!

สรุปให้ชัดๆ อีกครั้ง – บุหรี่ไฟฟ้าเป็น “ของต้องห้าม” ห้ามนำเข้า ห้ามนำผ่าน ห้ามส่งออกตามประกาศกระทรวงพาณิชย์ – บุหรี่ไฟฟ้า ห้ามขาย ตามประกาศสำนักงานคุ้มครองผู้บริโภค ที่ผ่านมาเคยจับผู้ครอบครองบุหรี่ไฟฟ้าได้ เพราะใช้กฏหมายมาตรา 27ทวิ ของ พรบ.ศุลกากร (ฉบับเก่า) ที่ปัจจุบันยกเลิกไปแล้ว ใน พรบ.ศุลกากร พ.ศ.2560 มาตรา 242, 246, 247 ที่กล่าวถึงความผิดของผู้ลักลอบนำสินค้าเข้ามาโดยไม่ผ่านศุลกากร แต่…. ไม่ได้ระบุถึง “ของต้องห้าม” ไว้ในมาตราดังกล่าว

ดังนั้น ผู้ครอบครองบุหรี่ไฟฟ้าจะถูกจับกุมดำเนินคดีด้วยความผิดตาม พรบ.ศุลกากร ไม่ได้ เพราะไม่ได้เป็นคนลักลอบนำเข้า ถ้าจะจับก็ต้องจับกุมถ้ามีหลักฐานว่าเป็นผู้ขาย ซึ่งเป็นหน้าที่ของตำรวจชุดจับกุมที่ต้องมีหลักฐานว่าคนที่จับนั้นเป็นผู้ขาย ไม่ใช่ว่าจับๆ ไปแล้วให้ผู้ต้องหาไปแก้ต่างเอาเอง แบบนี้ถือว่า เป็นการจับกุมโดยมิชอบ ข่าวการจับนักท่องเที่ยว แม้กระทั่งคนไทยแล้วไปรีดไถเขานั้นต้องเอาผิดให้ถึงที่สุด ถึงเวลาที่เราต้องมาทบทวนมาตรการควบคุมบุหรี่ไฟฟ้าได้แล้วครับว่าการ “แบนทิพย์” นั้นส่งผลเสียหายต่อประเทศขนาดไหน”

ซึ่งกฎหมายเก่าที่ นพ.เอกภพ กล่าวถึงนั้นคือ พ.ร.บ.ศุลกากร พระพุทธศักราช 2469 (พ.ร.บ.ศุลกากร พ.ศ.2469) ระบุใน มาตรา 27 (ทวิ) ว่า ผู้ใดช่วยซ่อนเร้น ช่วยจําหน่าย ช่วยพาเอาไปเสีย ซื้อ รับจํานํา หรือรับไว้โดยประการใดซึ่งของอันตนรู้ว่าเป็นของที่ยังมิได้เสียค่าภาษีหรือของต้องจํากัด หรือของต้องห้าม หรือที่เข้ามาในราชอาณาจักรโดยยังมิได้ผ่านศุลกากรโดยถูกต้องก็ดีหรือเป็นของที่นําเข้ามา ในราชอาณาจักรโดยหลีกเลี่ยงอากร ข้อจํากัดหรือข้อห้ามอันเกี่ยวแก่ของนั้นก็ดีมีความผิดต้องระวางโทษจําคุกไม่เกินห้าปีหรือปรับเป็นเงินสี่เท่าราคาของซึ่งได้รวมค่าอากรเข้าด้วยแล้ว หรือทั้งจําทั้งปรับ

อย่างไรก็ตาม ใน พ.ร.บ.ศุลกากร พ.ศ. 2560 ที่ออกมาบังคับใช้แทน พ.ร.บ.ศุลกากร พ.ศ.2469 ระบุใน มาตรา 247 ว่า ผู้ใดนําหรือยอมให้ผู้อื่นนําของต้องห้าม ของต้องกํากัด หรือของที่ยังมิได้ผ่านพิธีการศุลกากร ขึ้นบรรทุกหรือออกจากยานพาหนะ ต้องระวางโทษตามที่บัญญัติไว้ในมาตรา 242 หรือมาตรา 244 แล้วแต่กรณี แต่มาตรานี้ก็เป็นการเอาผิดผู้ใช้ยานพาหนะเคลื่อนย้ายสิ่งของต้องห้ามเป็นหลัก

แม้กระทั่ง “คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1411/2564” คดีว่าด้วยจำเลยครองครองเตาบารากู่ซึ่งเป็นสิ่งของต้องห้ามเช่นเดียวกับบุหรี่ไฟฟ้านั้น ศาลฎีกาก็ยังตัดสินแก้คำพิพากษาของศาลอุทธรณ์ ว่า “อนึ่ง ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนตามศาลชั้นต้นซึ่งพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ. 2560 มาตรา 242 , 246 นั้น ไม่ถูกต้องเพราะพระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ. 2560 มาตรา 246 วรรคหนึ่ง ประกอบมาตรา 242 อันเป็นกฎหมายที่ใช้ภายหลังกระทำความผิดไม่เป็นคุณแก่จำเลย

จึงต้องปรับบทลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติศุลกากร พุทธศักราช 2469 มาตรา 27 ทวิ อันเป็นกฎหมายที่ใช้ในขณะกระทำความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 2 วรรคหนึ่ง จะปรับบทลงโทษตามกฎหมายที่ใช้ภายหลังกระทำผิดไม่ได้ ปัญหาดังกล่าวเป็นข้อกฎหมายที่เกี่ยวกับความสงบเรียบร้อย แม้คู่ความจะมิได้ฎีกาศาลฎีกาก็มีอำนาจหยิบยกขึ้นวินิจฉัยได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 195 วรรคสอง ประกอบด้วยมาตรา 225 พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติศุลกากรพุทธศักราช 2469 มาตรา 27 ทวิ นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์”

โดยสรุปแล้วก็ยังคงไม่มีความชัดเจนว่าการครอบครองบุหรี่ไฟฟ้าผิดกฎหมายหรือไม่? ดังนั้นเวลานี้ก็น่าจะ “ตีเหล็กตอนร้อน” มีหน่วยงานที่เชื่อถือได้ออกมา “ชี้ขาด” เมื่อให้ทั้งสังคมเข้าใจตรงกัน!!!

ข่าวที่เกี่ยวข้อง :

– โฆษก ตร.นำทีมสอบปากคำ’หนุ่มสิงคโปร์’ พยานคดีดาราสาวไต้หวัน

– ‘ดาบตำรวจ’พัทยายันไม่ได้รีดไถเงินบุหรี่ไฟฟ้า 6 หมื่นบาท จากกลุ่มทัวร์จีน

โพสต์ของ นพ.เอกภพ เพียรพิเศษ : https://www.facebook.com/photo/?fbid=642189847908935&set=a.361788195949103

อ้างอิง : https://www.smartdeka.com/deka/deka_judgement1411_2564

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2566(2023), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

อดีตเชฟโรงแรมดังในภูฎาน กลับบ้านเกิดมาขายข้าวแกง 20 บาท ช่วยผู้มีรายได้น้อย

Posted on February 2, 2023 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/708272

อดีตเชฟโรงแรมดังในภูฎาน กลับบ้านเกิดมาขายข้าวแกง 20 บาท ช่วยผู้มีรายได้น้อย

อดีตเชฟโรงแรมดังในภูฎาน กลับบ้านเกิดมาขายข้าวแกง 20 บาท ช่วยผู้มีรายได้น้อย

วันพุธ ที่ 1 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2566, 20.08 น.

1 ก.พ.66 นายสุประวิทย์ เลิศศิริ หรืออ๋อย อายุ 41 ปี ชาว อ.นางรอง จ.บุรีรัมย์ อดีตเชฟ โรงแรมชื่อดัง ที่ประเทศภูฏาน ได้พาลูกชาย 2 คน และภรรยาชาวภูฎาน กลับมาเปิดร้านขายข้าวแกงราคาถูก 20 บาท ในตลาดสด หรือตลาดสระหญ้าม้า ในเขตเทศบาลเมืองนางรอง อ.นางรอง หลังจากเกิดสถานการณ์โควิดระบาดอย่างต่อเนื่อง จึงตัดสินใจกลับมาเปิดร้านขายข้าวแกงที่บ้านเกิด ก็ถือเป็นโอกาสที่ได้มาอยู่กับครอบครัวที่บ้าน

ทั้งยังได้ช่วยเหลือผู้ที่มีรายได้น้อยได้กินข้าวในราคาประหยัดเพียงจานละ 20 บาท โดยแต่ละวันจะทำกับข้าวเกือบ 10 เมนูให้ลูกค้าได้เลือกรับประทาน ซึ่งกับข้าวที่ทำขายจะสดใหม่ทุกวันและรับประกันความอร่อยแน่นอน เพราะมีประสบการณ์ทีเป็นเชฟมาเกือบ 10 ปี ซึ่งหลังจากเปิดขายมาได้ประมาณ 2 เดือน ก็ได้รับการตอบรับจากลูกค้าแวะเวียนมาอุดหนุนอย่างคึกคัก

นายสุประวิทย์ เลิศศิริ เจ้าของร้านข้าวแกงราคาถูก เล่าว่า ตนไปทำงานเป็นเชฟที่โรงแรมชื่อดัง ที่ประเทศภูฏาน ประมาณ 4 ปี จากนั้นไปทำที่ประเทศสิงคโปร์ 2 ปี ซึ่งตอนที่เป็นเชฟอยู่ภูฏานก็เคยได้มีโอกาสทำอาหารถวายให้กับสมเด็จพระราชาธิบดีจิกมี เคเซอร์ นัมเกล วังชุก พระมหากษัตริย์แห่งราชอาณาจักรภูฏาน หลายครั้ง หากพระองค์เดินทางมาเมืองไทยก็ได้ตามเสด็จมาทำอาหารถวายด้วย แต่หลังจากเกิดสถานการณ์โควิดระบาด เมื่อปลายปี 2564 จึงตัดสินใจพาลูกชายและภรรยาซึ่งเป็นชาวภูฏานเดินทางกลับมาบ้านที่ อ.นางรอง จ.บุรีรัมย์

จากนั้นเมื่อปลายปี 2565 ก็ลองพาครอบครัวมาเปิดร้านขายข้าวแกงในราคา 20 บาท ก็ได้รับการตอบรับจากลูกค้าทั้งพ่อค้าแม่ค้าในตลาด รวมถึงประชาชนทั่วไปมาอุดหนุนคึกคักทุกวัน ส่วนที่เลือกขายข้าวแกงเพราะตนเองมีฝีมือด้านเชฟอยู่แล้ว และที่ขายในราคาเพียง 20 บาท เพราะอยากให้ประชาชนได้รับประทานอาหารในราคาประหยัด โดยเฉพาะในช่วงยุคข้าวของแพงแบบนี้ก็อยากจะช่วยแบ่งเบาภาระให้กับประชาชนด้วย โดยแต่ละวันขายได้ 4,000 – 5,000 บาท หักต้นทุนแล้วก็จะเหลือประมาณ 1-2 พันบาท ก็เพียงพอเลี้ยงครอบครัวได้โดยไม่ลำบาก

หากลูกค้าท่านใดอยากจะไปลองลิ้มรสอาหารฝีมือเชฟ ที่การันตีทั้งคุณภาพและความอร่อย แถมยังราคาประหยัดกระเป๋าด้วย ก็สามารถไปอุดหนุนกันได้ที่ตลาดสระหญ้าม้า ฝั่งตรงข้ามกับคลินิกเสริมความงามเดอมาเฮ้าส์ ขายทุกวัน ตั้งแต่เวลา 08.00 – 12.00 น.

.-008

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2566(2023), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

‘มะเร็งหัวใจ’โรคร้ายเป็นได้ทุกวัย แพทย์แนะสังเกตสัญญาณเตือนเพื่อรักษาทันท่วงที

Posted on February 2, 2023 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/708270

'มะเร็งหัวใจ'โรคร้ายเป็นได้ทุกวัย แพทย์แนะสังเกตสัญญาณเตือนเพื่อรักษาทันท่วงที

‘มะเร็งหัวใจ’โรคร้ายเป็นได้ทุกวัย แพทย์แนะสังเกตสัญญาณเตือนเพื่อรักษาทันท่วงที

วันพุธ ที่ 1 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2566, 19.48 น.

กรมการแพทย์ โดยโรงพยาบาลราชวิถี เผย “มะเร็งหัวใจ” โรคร้ายที่สามารถพบได้ในทุกเพศทุกวัย แต่พบได้น้อยมาก อีกทั้งยังไม่ทราบสาเหตุของการเกิดโรคและปัจจัยเสี่ยงของการเกิดโรคที่แน่ชัด ควรหมั่นสังเกตอาการของตนเองเพื่อการรักษาที่ทันท่วงที

เมื่อวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2566 นายแพทย์ณัฐพงศ์ วงศ์วิวัฒน์ รองอธิบดีกรมการแพทย์ กล่าวว่า มะเร็งหัวใจ (Cardiac cancer หรือ Heart cancer) เป็นโรคที่พบได้น้อยมาก แต่สามารถพบได้ในทุกเพศทุกวัย โดยส่วนใหญ่เป็นมะเร็งของอวัยวะอื่นๆ แล้วกระจายมาที่หัวใจ เช่น มะเร็งปอด มะเร็งลำไส้ มะเร็งเต้านม ซึ่งสามารถแพร่กระจายมาที่หัวใจได้ แต่ถ้าเป็นมะเร็งหัวใจเองส่วนใหญ่เกิดจากเซลล์ผนังหลอดเลือดที่เรียกว่า Angiosarcoma ส่วนที่เกิดจากกล้ามเนื้อหัวใจเรียกว่า Rhabdomyosarcoma ซึ่งมะเร็งหัวใจของทั้ง 2 กลุ่มนี้ไม่ค่อยตอบสนองต่อการฉายแสงและยาเคมีบำบัด จึงต้องใช้วิธีรักษาด้วยการผ่าตัดเพื่อเอามะเร็งออกให้หมด

โดยมะเร็งหัวใจแบ่งออกเป็น 2 ชนิด ได้แก่ มะเร็งหัวใจปฐมภูมิ ได้แก่ มะเร็ง Angiosarcoma, Rhabdomyosarcoma, Fibrosarcoma, Malignant schwannoma, Mesothelioma และมะเร็งหัวใจทุติยภูมิ (Secondary cardiac cancer หรือ Metastatic cardiac cancer) ได้แก่ มะเร็งปอด มะเร็งเต้านม มะเร็งผิวหนังเมลาโนมา มะเร็งหลอดอาหาร เป็นต้น

นายแพทย์จินดา โรจนเมธินทร์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลราชวิถี กล่าวเพิ่มเติมว่า ปัจจุบันยังไม่ทราบสาเหตุของการเกิดโรค รวมถึงยังไม่ทราบว่าอะไรเป็นปัจจัยเสี่ยงของการเกิดโรคที่แน่ชัด โดยอาการของมะเร็งหัวใจมักจะมาด้วยอาการเหล่านี้ ได้แก่ เหนื่อยง่าย หอบ ไอเรื้อรัง มีไข้ต่ำๆ หน้าบวม คอบวม หลอดเลือดดำที่คอโป่ง ตับโต ท้องมานเพราะมีน้ำในช่องท้อง หรือขาบวมกดบุ๋มทั้งสองข้าง

สำหรับการตรวจวินิจฉัยมะเร็งหัวใจทำได้โดยการตรวจประวัติทางการแพทย์ต่างๆ ที่สำคัญคือประวัติอาการของผู้ป่วย การตรวจสัญญาณชีพ การตรวจฟังเสียงเต้นของหัวใจด้วยหูฟัง การตรวจร่างกาย การตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ การตรวจเอคโคหัวใจ การตรวจสืบค้นอื่นๆ เพิ่มเติมตามดุลยพินิจของแพทย์ ซึ่งเป็นการตรวจที่ใช้เทคโนโลยีขั้นสูง เช่น การตรวจภาพหัวใจด้วยเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ (CT) และหรือเอ็มอาร์ไอ (MRI) การตรวจภาพและหลอดเลือดหัวใจด้วยการฉีดสีเข้าหลอดเลือดแดง (Cardiac angiography) และการตรวจก้อนเนื้อหรือรอยโรคด้วยการดูดเซลล์มาตรวจที่เรียกว่า การตรวจทางเซลล์วิทยา และหรือการตัดชิ้นเนื้อจากก้อนเนื้อเพื่อการตรวจทางพยาธิวิทยา

ทั้งนี้ การรักษาจะเป็นการผ่าตัดเอาก้อนมะเร็งออกให้หมด ด้วยการผ่าตัดเปิดหัวใจโดยตรง (Open heart surgery) และรักษาต่อเนื่องด้วยการให้ยาเคมีบำบัดตามชนิดของแต่ละเซลล์มะเร็ง ซึ่งการรักษาร่วม ทั้งผ่าตัด การให้ยาเคมีบำบัด การฉายแสง จะขึ้นกับระยะของโรค ขนาดและชนิดของมะเร็ง อย่างไรก็ตาม เมื่อร่างกายเกิดความผิดปกติควรรีบพบแพทย์ เพื่อตรวจวินิจฉัยและรับการรักษาอย่างถูกต้องต่อไป

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2566(2023), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ติดต่อผู้โชคดีแล้ว!! งวดนี้รางวัลที่ 1 อยู่กองสลากพลัส 9 ใบ 54 ล้าน

Posted on February 2, 2023 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/708265

ติดต่อผู้โชคดีแล้ว!! งวดนี้รางวัลที่ 1 อยู่กองสลากพลัส 9 ใบ 54 ล้าน

ติดต่อผู้โชคดีแล้ว!! งวดนี้รางวัลที่ 1 อยู่กองสลากพลัส 9 ใบ 54 ล้าน

วันพุธ ที่ 1 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2566, 18.59 น.

1 ก.พ.66 เพจเฟซบุ๊ก กองสลากพลัส ได้โพสต์ยินดีกับลูกค้าที่ถูกรางวัลที่ 1 โดยระบุว่า 

“รางวัลที่ 1 แตกที่กองสลากพลัส 9 ใบ 54 ล้านบาท!! สวัสดีวันพุธ วันดีที่ทุกคนรอคอย งวด 1 ก.พ. 66 กับเศรษฐีป้ายแดง 3 ท่าน ในงวดนี้

ผู้โชคดีคนนั้น คือ 
“คุณ หวา” จ.โคราช ถูกเลขชุด 5 ใบ 30 ล้าน
“คุณ นุช” จ.อุตรดิตถ์ ถูกเลขชุด 2 ใบ 12 ล้าน
“คุณ วันวิสาข์” จ.ประจวบคีรีขันธ์ ถูกเลขชุด 2 ใบ 12 ล้าน

แอดมินขอแสดงความยินดีกับเศรษฐีใหม่ทุกท่าน ในงวด 1 ก.พ. 66 งวดนี้กองสลากพลัสต้องขออภัย ที่ไม่สามารถชำระภาษีแทนลูกค้าด้วยนะคะ” 

ขณะที่ นอท พันธ์ธวัช นาควิสุทธิ์ โพสต์ระบุว่า “งวดนี้มีรางวัลที่ 1 อยู่กับกองสลากพลัส 9 ใบ 54 ล้านบาท 

โคราช 5 ใบ
อุตรดิตถ์ 2 ใบ
ประจวบคีรีขันธ์ 2 ใบ
เราติดต่อลูกค้าเรียบร้อยแล้วครับ” .-008 

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2566(2023), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ทนายดังซัดแรง ปม’ลุงพล’เดินแสวงบุญ ลุยแน่ถ้าฉวยโอกาสแฝงประโยชน์

Posted on February 2, 2023 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/708262

ทนายดังซัดแรง ปม'ลุงพล'เดินแสวงบุญ ลุยแน่ถ้าฉวยโอกาสแฝงประโยชน์

ทนายดังซัดแรง ปม’ลุงพล’เดินแสวงบุญ ลุยแน่ถ้าฉวยโอกาสแฝงประโยชน์

วันพุธ ที่ 1 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2566, 18.24 น.

1 ก.พ.66 ความคืบหน้ากรณี  นายสมเกียรติ โรจนวรกมล ทนายชื่อดังที่เคยรับว่าความให้กับลุงพล หรือ นายไชย์พล วิภา ที่มีชื่อเสียงโด่งดังเกี่ยวกับคดีน้องชมพู่เสียชีวิต และตกเป็นผู้ต้องหาพัวพันกับคดีดังกล่าว กระทั่งมีชื่อเสียงจากการกระพือของสื่อบางช่อง และมีการจัดกิจกรรมอีเวนท์ต่างๆ เพื่อสร้างเรตติ้งทางสื่อโซเซียลและช่องยูทูบเบอร์
อ่านข่าวที่เกี่ยวข้องที่นี่ : ‘ลุงพล’งานเข้าอีก! ทนายดังจี้ตรวจสอบ จัดเดินเรี่ยไรแสวงบุญ โอนเงินเข้าบัญชีตัวเอง

โดยทนายสมเกียรติออกมาเรียกร้องให้ทางวัดพระธาตุพนมวรมหาวิหาร อ.ธาตุพนม จ.นครพนม รวมถึงหน่วยงานตำรวจตรวจสอบลุงพล หรือ นายไชย์พล วิภา เกี่ยวกับการจัดกิจกรรมเดินแสวงบุญ จากบ้านเกิด ต.กุดเรือคำ อ.วานรนิวาส จ.สกลนคร มุ่งหน้าสู่วัดพระธาตุพนมฯ  เพื่อแสดงออกถึงพลังศรัทธา พร้อมเปิดให้สายบุญร่วมบริจาค สมทบทุน อ้างจะนำมาถวายวัดพระธาตุพนม มีกำหนดการเดินทาง ตั้งแต่วันที่ 31 มกราคม 2566 ถึงวันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2566 รวมเวลา 4 วัน ระยะทางประมาณ 200 กิโลเมตร ซึ่งทางทนายสมเกียรติมีข้อสงสัยว่า อาจเป็นการฉวยโอกาสแอบแฝงสร้างคอนเทนต์ และอาจเข้าข่ายผิดกฎหมาย ตาม พ.ร.บ.จราจร พร้อมเรียกร้องให้ พล.ต.ต.ธวัชชัย ถุงเป้า ผบก.ภ.จว.นครพนม สั่งการให้ตำรวจตรวจสอบ และดำเนินคดีหากเข้าข่ายความผิด เกี่ยวกับ พ.ร.บ.เรี่ยไร และ พ.ร.บ.จราจร

ล่าสุด วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2566 นายอนันต์ชัย ไชยเดช หรือทนายกระดูกเหล็ก ประธานมูลนิธิทนายกองทัพธรรม และมีฐานะเป็นไวยาวัจกร วัดพระธาตุพนมวรมหาวิหาร อ.ธาตุพนม จ.นครพนม ออกมาเปิดเผยข้อมูลผ่านสื่อว่า ตนในฐานะดูแลปกป้องพระพุทธศาสนา และในฐานะทนายกองทัพธรรม รวมถึงดูแลปกป้องวัดพระธาตุพนมฯ มีหน้าที่ดูแลด้านกฎหมาย ไม่ให้มีใครมาแอบแฝงเพื่อประโยชน์ส่วนตน พร้อมมีการจัดระเบียบดูแลร่วมกับกรรมการวัดมาตลอด

ในส่วนกรณีมีทนายสมเกียรติ ออกมาเรียกร้องให้วัดพระธาตุพนมฯ และเจ้าหน้าที่เกี่ยวข้อง ตรวจสอบกิจกรรมเดินแสวงบุญของลุงพล หรือ นายไชย์พล วิภา ที่มีการจัดกิจกรรมเดินแสวงบุญให้ผู้มีจิตศรัทธาร่วมบริจาคทำบุญ ตนยืนยันว่าวัดพระธาตุพนมฯไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง และเป็นความขัดแย้งส่วนตัว เพราะทั้งสองเคยมีปัญหากันมาก่อน ตนขอแนะนำว่าอย่าเอาวัดพระธาตุพนมฯไปเกี่ยวข้อง สร้างกระแส หรือสร้างคอนเทนต์ เพื่อหวังประโยชน์ส่วนตน ไม่ว่าใครก็ตามที่จะแสวงบุญ หรือร่วมทำบุญกับวัดตนยินดี ไม่ขัดศรัทธา แต่จะต้องเป็นความตั้งใจ และความศรัทธาด้วยใจ ไม่แฝงประโยชน์ส่วนตน ในการสร้างเรตติ้ง ทางสื่อโซเชียล แต่หากจะมีการจัดกิจกรรมหรือสร้างกระแสในวัดเพื่อหวังประโยชน์ในการบริจาค ตนจะต้องตรวจสอบดำเนินการเอาผิดให้ถึงที่สุด ไม่ว่าจะเป็นใครก็ตาม

ฝากถึง ทั้ง 2 คน ทั้งทนายสมเกียรติรวมถึงลุงพล หรือ นายไชย์พล วิภา อย่าเอาวัดพระธาตุพนมฯ ไปเกี่ยวข้องกับความขัดแย้งส่วนตัว ฝากเตือนว่าทั้งสองจะขัดแย้ง หรือมีปัญหาส่วนตัวกัน อย่าอ้างวัดพระธาตุพนมฯ หรือพระสงฆ์ รวมถึงกรรมการวัดไปเกี่ยวข้อง.-008 

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2566(2023), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

วอนช่วยเหลือ ลุงวัย 58 ป่วยโรคไตระยะยสุดท้าย ลุกเดินไม่ได้ ขยะล้นบ้าน

Posted on February 2, 2023 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/708251

วอนช่วยเหลือ ลุงวัย 58 ป่วยโรคไตระยะยสุดท้าย ลุกเดินไม่ได้ ขยะล้นบ้าน

วอนช่วยเหลือ ลุงวัย 58 ป่วยโรคไตระยะยสุดท้าย ลุกเดินไม่ได้ ขยะล้นบ้าน

วันพุธ ที่ 1 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2566, 17.58 น.

อุดรธานี พลเมืองดีวอนช่วยเหลือลุงข้างบ้านวัย 58 ปี ป่วยโรคไตระยะสุดท้ายไร้การรักษา ล่าสุดล้มลุกเดินไม่ได้ต้องนอนติดเตียง เพื่อนบ้านเห็นแล้วสงสาร ค้างค่าเช่าบ้านหลายเดือน จนขยะล้นบ้านส่งกลิ่นเหม็น

1 ก.พ.66 ผู้สื่อข่าวจังหวัดอุดรธานี ได้รับการประสานจากพลเมืองดีว่า ขอให้ช่วยเพื่อนบ้านรายหนึ่งซึ่งป่วยไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้ ที่หมู่บ้านจัดสรรแห่งหนึ่ง (หมู่บ้านสรรพสิน) ต.หมูม่น อ.เมือง จ.อุดรธานี และอยากให้จะสื่อช่วยประกาศตามหาญาติอีกทาง จากนั้นจึงลงพื้นที่ไปตรวจสอบ โดยบ้านหลังดังกล่าวนั้นเป็นทาว์เฮ้าส์ชั้นเดียวเลขที่ 134/38 พลเมืองดีได้พาผู้สื่อข่าวเดินเข้าไปในบ้านเพื่อพบกับเจ้าของบ้านซึ่งนอนป่วยในห้องนอน ทราบชื่อต่อมาว่า นายวิชาพงษ์ จิตปารณีชัย อายุ 58 ปี ชาว กทม. แต่เมื่อเดินเข้าไปถึงกับตกใจอย่างหนักเพราะเมื่อพบกับขยะกองโต สิ่งของมีค่าที่เก็บไว้กองทั่วบ้าน เมื่อเปิดไปห้องนอนต้องผงะกับกลิ่นเหม็นอย่างรุนแรงและพบนายวิชาพงษ์ฯ นั่งอยู่บนที่นอนไม่สามารถลุกเดินไปไหนได้ มีสิ่งของใช้แล้วที่ไม่ได้ทำความสะอาดและขยะจำนวนมากอยู่ในห้อง นอกจากนี้ยังมีขวดน้ำซึ่งคุณลุงฉี่ทิ้งไว้อีกหลายขวดไม่ได้นำออกทิ้ง เพราะไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้ ส่วนความช่วยเหลือเบื้องต้นเพื่อนบ้านใกล้เคียงต้องส่งข้าวส่งน้ำให้มีชีวิตรอด ผู้สื่อข่างจึงได้พูดคุยสอบถาม

นายวิชาพงษ์ฯ เล่าให้ฟังว่า เดิมทีตนเองเป็นชาว กทม.พ่อแม่เสียหมดแล้วมีพี่สาว 1 คน เคยมีครอบครัวมีลูก 3 คน แต่ได้แยกกันอยู่ต่างคนต่างอยู่ไม่รู้อยู่ไหน ตนมีความสามารถด้านช่างทำที่จังหวัดอุดรธานีได้หลายสิบปีแล้ว ส่วนบ้านหลังนี้เพิ่งย้ายมาอยู่ได้ปีกว่า ส่วนอาการป่วยนั้นตนป่วยเป็นโรคไตและเบาหวาน และอาการตอนนี้ลุกไม่ไหว เมื่อผู้สื่อข่าวถามถึงลูก คุณลุงบ่ายหน้าหนีไม่อยากจะพูด และบอกว่าแค่นี้ก็เหนื่อยพอแล้วอย่าให้มันเหนื่อยกับเราเลย ตอนนี้ตนยังไม่ขอรับการช่วยเหลืออะไร ส่วนทรัพย์ที่มีค่าหาขายได้ก็จะขายแต่ใครจะเอา

นายวิทยา หวายเครือ อายุ 39 ปี เปิดเผยว่า เริ่มแรกก่อนตนจะให้ความช่วยเหลือ ช่วงต้นเดือนวันนั้นเพื่อนบ้านร้องตะโกนขอความช่วยเหลือเนื่องจากจะล้ม เราจึงเดินออกมาช่วยเหลือ 3 วันผ่านไปเอะใจทำไมแกไม่ออกมาเลยปีนเข้าไปดูพบว่าแกนอนติดเสือ สอบถามรู้ว่าไม่ได้กินข้าวน้ำมา 2 วันแล้ว หลังจากนั้นมาก็เลยช่วยเหลือเขามาโดยตลอด โดยให้ข้าวให้น้ำทุกวัน ซึ่งจากการพูดคุยสอบถามแกเล่าให้ฟังว่าตอนนี้ป่วยเป็นโรคไตระยะสุดท้าย ประกอบกับมีโรคเบาหวานแทรกซ้อนด้วย ตอนนี้เราช่วยเหลือแกมาเกือบจะ 1 เดือนแล้ว ตนเคยขอความช่วยเหลือไปยังองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นซึ่งเป็นพื้นที่รับผิดชอบ เบื้องต้นเทศบาลหนองสำโรงได้ส่งทีมลงมาดูแต่คุณลุงไม่ให้ความร่วมมือทั้งจะช่วยทำความสะอาดพาไปโรงพยาบาลคุณลุงก็ไม่ยอม ส่วนสภาพในบ้านนั้นดูไม่ได้ทั้งที่ทั้งเยี่ยวและกองขยะจำนวนมาก ตอนนี้แกช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ เท่าที่รู้ตอนนั้นมีผู้หญิงชาวลาวเคยมาอยู่ด้วยแต่ก็น่าจะเลิกรากันไปแล้ว

นางสาวนันธิดา ธาตุลม อายุ 42 ปี เพื่อนบ้าน บอกว่า ตนเองเป็นเพื่อนบ้านที่อยู่ใกล้กันตอนมาอยู่ค่อนข้างจะไม่รู้จักกันจะเห็นแกก็แค่ผิวเผินก็เมื่อตอนออกจากบ้านและเข้าบ้าน ส่วนตัวแล้วก็ไม่รู้ประวัติว่าแกมีความเป็นไปเป็นมาอย่างไร ทั้งนี้หากแกมีญาติอยากให้อย่างน้อยเข้ามาช่วยจัดการเอกสารต่างๆ เพื่อให้แกได้รับการรักษาพยาบาล เนื่องจากแกมีภูมิลำเนาอยู่ต่างพื้นที่ ล่าสุดเมื่อเช้าตนได้เอาข้าวน้ำเข้าไปให้สังเกตว่าแกมีอาการค่อนข้างหอบคล้ายกับภายในร่างกายแก่เริ่มจะไม่ไหวแล้ว

ส่วยนางมนตรี ฝ่ายพล อายุ 63 ปี ผู้ดูแลโครงการ บอกว่า สำหรับผู้เช่ารายนี้มาขอเช่าโครงการนานแล้ว อยู่ได้ประมาณปีกว่า โดยทางโครงการคิดค่าเช่าเดือนละ 3,000 บาท ไม่รวมค่าน้ำค่าไฟ แรกๆแกก็ทำงานหาเงินจ่ายค่าเช่าได้ปกติ เท่าที่รู้แกเป็นช่างซ่อมบำรุงตามโรงงาน ตอนนี้เขาค้างค่าเช่าโครงการอยู่ประมาณ 6 เดือน รวมค่าน้ำค่าไฟ ทำให้ตนและชาวบ้านต้องช่วยจ่ายค่าน้ำค่าไฟให้ก่อนเพื่อไม่ให้โดนตัดมาตลอด อยากให้หน่วยงานรัฐเข้ามาช่วยเหลือลุงท่านนี้อย่างน้อยก็ถือเป็นการช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์ด้วยกันเอง.-008 

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2566(2023), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

‘หลวงพ่อ’เชื่อสนิทใจ’พญานาค’มุดกระเบื้องจนแตกใครไม่เชื่อ’แต่อาตมาเชื่อ’

Posted on February 2, 2023 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/708223

'หลวงพ่อ'เชื่อสนิทใจ'พญานาค'มุดกระเบื้องจนแตกใครไม่เชื่อ'แต่อาตมาเชื่อ'

‘หลวงพ่อ’เชื่อสนิทใจ’พญานาค’มุดกระเบื้องจนแตกใครไม่เชื่อ’แต่อาตมาเชื่อ’

วันพุธ ที่ 1 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2566, 16.39 น.

เชื่อในสิ่งที่เฮ้ด เฮ้ดใจสิ่งที่เชื่อ!!! พญานาคมุดกระเบื้องจนแตก หลวงพ่อรองเจ้าอาวาสวัดป่า ที่อำเภอบ้านดุง จังหวัดอุดรธานี เปิดใจ “ใครจะเชื่อหรือไม่ แต่อาตมาเชื่อ ไม่ใช่กระเบื้องแตกธรรมดา แต่นี่เสียงแตกไล่กันเหมือนลูกระนาดกลับไปกลับมาถึง 5 ครั้งก่อนจะแตกอีกครั้งเสียงดังลั่นวัด เหมือนสิ่งศักดิ์สิทธิ์หรือลูกหลานพญานาคจะมุดกระเบื้องขึ้น” ชาวบ้านเชื่ออีกสนิทใจ “เป็นพญานาคหรือเจ้าที่ลงโทษ” เหตุเพราะจะย้ายวัดไปอยู่ที่ใหม่

ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้ากรณีพระอุรา อุชุจาโร รองเจ้าอาวาสวัดป่าไร่สีสุก ต.บ้านจันทน์ อ.บ้านดุง จ.อุดรธานีแจ้งว่า มีเรื่องราวแปลกๆ เกิดขึ้นขณะนั่งสวดมนต์ตอนเช้าที่ศาลาการเปรียญภายในวัด ปรากฏว่าได้ยินเสียงกระเบื้องในศาลาการเปรียญแตกเหมือนมีอะไรมามุดกระเบื้องเพื่อโผล่ขึ้นมา ขณะที่หลวงพ่อกำลังสวดมนต์ต้องหยุดกะทันหันและหันหลังกลับไปดูปรากฏว่า แทบช็อคเห็นกระเบื้องปูพื้นในศาลาการเปรียญแตกออกและเสียงไล่กันเหมือนลูกระนาดกลับไปมา และตรงกลางมีกระเบื้อง 2 แผ่นประกบกันเหมือนพนมมือด้วย จนหลวงพ่อต้องขยี้ตาแล้วขยี้อีก ยังไม่เชื่อสายตาเรียกโยมมาดูด้วย

แต่ปรากฏว่าพอโยมผู้หญิงมาดูมีหญิงสูงวัยคนหนึ่งเหมือนมีอาการองค์ลง ร้องไห้ฟูมฟาย บอกว่า จะย้ายวัดไปทำไมและร้องฮือๆ ออกมา สร้างความตกใจให้กับชาวบ้านมาดูเป็นอย่างมาก โดยชาวบ้านเชื่อว่าพื้นที่ ต.บ้านจันทน์เป็นดินแดนพญานาค และสิ่งศักดิ์สิทธิ์มาทำให้เห็นเหมือนหลวงพ่อทำล่วงเกินเจ้าที่เจ้าทาง ลูกหลานพญานาคจึงพยายามมุดขึ้นจากพื้นดินขณะหลวงพ่อสวดมนต์เหมือนจะบอกกล่าวอะไรบางอย่าง

ต่อมาวันนี้ (1 กงพ.66) ผู้สื่อข่าวเดินทางไปที่วัดป่าไร่สีสุกอีกครั้ง พบกับพระอุรา อุชุจาโร รองเจ้าอาวาสวัดฯ พาชี้ตรงจุดที่กระเบื้องแตกตรงศาลาการเปรียญเป็นกระเบื้อง 2 แถว พร้อมเปิดเผยว่า เช้าวันที่ 30 ม.ค.ที่ผ่านมาอาตมากำลังนั่งสวดมนต์วัตรเช้าอยู่ พอสวดบทพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์เสร็จแล้ว อาตมากำลังสวดบทชิณบุญชรอยู่ได้ยินเสียงตั๊บๆๆๆๆ เหมือนเราเคาะลูกระนาด ตอนนั้นอาตมาหันหน้าเข้าองค์พระพุทธรูปอยู่ ก็หยุดสวดมนต์หันหลังมา ตอนแรกมองดูกระเบื้องหลังคากลัวหลังคาหล่นใส่ แต่มองมากระเบื้องปูพื้น เห็นตำตา กระเบื้องวิ่งตั้บๆๆๆๆ มีกระเบื้อง 2 แผ่นตรงกลางประกบกันเหมือนพนมมือด้วย เหมือนมีอะไรอยุ่ข้างล่างจะพยายามดันขึ้นมา ไม่ใช่กระเบื้องแตกธรรมดา 

“แต่นี่กระเบื้องวิ่งกลับไปกลับมาถึง 5 รอบ ก็สงสัยทำไมกระเบื้องแตกไม่แตกเป็นเสี่ยงๆ แต่นี่แตกไล่กันมาเสียงตั้บๆ เป็นกระเบื้องสองแถวคู่ และไม่ใช่แตกครั้งเดียวก็จบ กระเบื้องแตกจากฝั่งนี้ไปฝั่งโน้นสลับไปมาถึง 5 รอบเหมือนตีระนาด สุดท้ายกระเบื้องแถวสุดท้ายก็แตกดังปังเหมือนประทัด อาตมาก็ตกใจสิ อยู่รูปเดียว ตอนนั้นอาตมาคิดว่าอะไรจะเกิดมันก็เกิด หากอาตมามรณภาพอยู่ตรงรูปเดียว ส่วนตัวอาตมาคิดว่าเป็นเจ้าที่เจ้าทางหรือลูกหลานพญนาคมาวิ่งเล่นและท่านมาทำอะไรให้เห็น ที่ตรงนี้เป็นวัดป่าพื้นที่ 6 ไร่ เป็นดงป่าเก่า อาตมาบวชอยู่ที่นี่อยู่มา 8 ปีแล้วไม่เคยเกิดเหตุการณ์แบบนี้เลย ใครไม่เชื่อเรื่องลี้ลับก็ไม่เป็นไร แต่อาตมาเชื่อแบบนี้” รองเจ้าอาวาสกล่าวตอนท้าย

ทางด้านลุงอ้วน บอกว่า วันนี้หลวงพ่อมาให้เปลี่ยนและปูกระเบื้องใหม่ คิดว่าไม่เกี่ยวกับพญานาค อาจจะเป็นเพราะปูกระเบื้องไม่สนิทพื้นไม่แน่น นานๆ ไปทำให้กระเบื้องร่อนและแตกออก โดยโละของเก่าออกประมาณ 36 แผ่นก็จะปูกระเบื้องใหม่ ส่วนกระเบื้องแผ่นอื่นๆ ในศาลาพบรอยแตกเพิ่มอีก 10 แผ่น คาดว่าวันนี้น่าจะปูกระเบื้องเสร็จเรียบร้อย

ขณะที่แม่สุบิน อายุ 60 ปีชาวบ้านไร่สีสุก บอกว่า ที่ตรงนี้เป็นที่ของแม่ของตนเองบริจาคให้วัดมาหลายสิบปี ตนเองเชื่อว่ามีสิ่งลี้ลับอยู่พื้นที่ป่าตรงนี้ ตามที่หลวงพ่อเล่าให้ฟังถ้ากระเบื้องแตกทำไมไม่แตกครั้งเดียว แต่นี่เสียงแตกไล่กลับไปมากเหมือนลูกระนาด ที่ตรงนี้ศักดิ์สิทธิ์เคยเป็นบ้านร้าง สมัยก่อนคนมาไถเจอเงินฮางขึ้นมาเยอะมาก เป็นบ้านคนโบราณ 8 ศอกชื่อปู่ดำ พระเคยมาอยู่ที่นี่ก็ไม่ได้เจ้าที่แรง จนได้หลวงพ่อมาอยู่ที่นี่ คิดว่าเจ้าที่เจ้าทางไม่พอใจมาทำให้เห็นเพราะจะมีการย้ายที่วัดแห่งนี้ไปอยู่อีกที่หนึ่ง และวันก่อนหลวงพ่อไปฉันท์ข้าวที่วัดใหม่ แต่เจ้าที่คงไม่พอใจหลวงพ่อที่ไปไม่บอก โดยตอนที่ตนเองมาดูก็มีองค์ลงเป็นคนดำๆ สูงๆ มาเข้าทรงมาบอกว่า ไปหยังไม่มาลากูเลย จะย้ายวัดหนีก็ไม่บอกกูววววว ชื่อว่าปู่ดำเจ้าที่โกรธที่จะย้ายวัดแน่นอน – 003

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2566(2023), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ร้านอาหารโปรเด็ดแต่งชุดบอลมาร้าน-หงส์ชนะ รับส่วนลดพิเศษ

Posted on February 2, 2023 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/708212

ร้านอาหารโปรเด็ดแต่งชุดบอลมาร้าน-หงส์ชนะ รับส่วนลดพิเศษ

ร้านอาหารโปรเด็ดแต่งชุดบอลมาร้าน-หงส์ชนะ รับส่วนลดพิเศษ

วันพุธ ที่ 1 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2566, 16.22 น.

ร้านอาหารโปรเด็ดแต่งชุดบอลมาร้าน-หงส์ชนะ รับส่วนลดพิเศษ

ที่จังหวัดสิงห์บุรีมีร้านอาหารร้านหนึ่งที่อยากจะแนะนำให้คอฟุตบอลมารับประทานกันชื่อว่า สวนอาหารครัวสิทธิเพชร เป็นร้านอาหารที่เจ้าของร้านหลงใหลในฟุตบอลพรีเมียร์ลีกอังกฤษมากๆ โดยเฉพาะทีม  ลิเวอร์พูล ขนาดสโลแกนของทางร้านและที่เมนูอาหารยังมีสโลแกนของทีมหงส์แดง “You’’ll never walk alone โดยเมนูของทางร้านก็จะตั้งเป็นชื่อทีมต่างๆ อาทิเช่น แจ่วฮ้อนเดอะค็อป ต้มแซ่บแมนยู ต้มขาไก่เดือยทอง ยำปืนใหญ่ เอเวอร์ตันแดดเดียว ตำเซลซี ในส่วนของราคาอาหารก็บอกเลยว่าไม่แพง บรรยากาศของทางร้านเป็นแบบซุ้มๆ สไตล์ไทยๆ และทางร้านมีจอโปรเจ็คเตอร์ไว้ถ่ายทอดฟุตบอลให้ลูกค้าชมอีกด้วย

ศรีวราพร แสงโชติ ผู้จัดการร้าน (ชุดลิเวอร์พูล) ได้กระซิบฝากบอกลูกค้ามาด้วยว่าตอนนี้ทางร้านมีโปรโมชั่นพิเศษ แต่งชุดฟุตบอลสโมสรใดก็ได้ทางร้านมีส่วนลดให้ แต่ถ้าแต่งชุดทีมลิเวอร์พูลทีมโปรดของเจ้าของร้านลดพิเศษไปเลย 10 %

ด้าน พิรพัฒน์ คุณสิทธิเพชรเชิญชวนแฟนบอลทุกทีมให้มาลองชิมอาหารจากทางร้านว่าเด็ดและอร่อยขนาดไหนอยากให้ลองมาชิม ส่วนถ้าวันไหนมีแมทการแข่งขันของสโมสรลิเวอร์พูลแล้วลิเวอร์พูลชนะทางร้านเราจัดโปรโมชั่นพิเศษลด 15%  เสมอ 5% แต่ถ้าแพ้ คุณพิรพัฒน์บอกว่า “You’’ll never walk alone ขอคิดเต็มราคานะครับ

สวนอาหารครัวสิทธิเพชร เปิดบริการทุกวันตั้งแต่เวลา 10 โมงเช้าจนถึง2ทุ่ม ตั้งอยู่ริมถนนสายสิงห์บุรี-บางระจัน หมู่ที่ 6 ตำบลต้นโพธิ์ อ.เมือง จ.สิงห์บุรี ฝั่งเดียวกับวัดยวด สำรองจองโต๊ะได้ที่ โทร. 064 – 135 3120 หรือที่เพจเฟซบุ๊ก ครัวสิทธิเพชรhttps://www.facebook.com/profile.php?id=100088663820733&mibextid=ZbWKwL

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2566(2023), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

BamBam Family

BamBam Family

สถิติบล็อก

  • 2,883,027 hits

Join 4,122 other subscribers
Follow SootinClaimon.Com on WordPress.com

Categories

Top Posts & Pages

เทพไท วิเคราะห์อนาคต ชนนพัฒฐ์ หลัง DSI ออกหมายเรียกพัวพันเว็บพนัน
ร่วมส่ง “บิ๊กสิน-สินธุ พูนศิริวงศ์” อดีตนายกสมาคมกีฬาบิลเลียดฯ ณ เมรุวัดธาตุทอง
แฉแผนตัดกำลังฝ่ายค้าน 'วิโรจน์' ไขปมเร่งคดีชนนพัฒฐ์
เจาะเส้นทาง 'ชนนพัฒน์' จากว่าที่รัฐมนตรี สู่คดีเว็บพนันพันล้าน
แวดวงนักปกครอง : 7 มีนาคม 2569
ธนกร เผย กระทรวงอุตฯ จับมือภาคเอกชน รับมือสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง
จำได้ไหม บังเอิญ SuckSeed ผ่านไป 14 ปี สวยระดับไอดอล ชมคลิป
อดีตผู้พิพากษา เจาะลึกความคุ้มกัน สส. กับคดีอาญา เมื่อกฎหมายปะทะสิทธิตามรัฐธรรมนูญ
ไม่เคยเปลี่ยน! 'ดร.หมวย อริสรา' ย้อนเล่าเรื่อง 'เบลล่า' อ่านแล้วรู้เลยทำไมใคร ๆ ก็รัก
อก.เฝ้าระวังต้นทุนภาคอุตสาหกรรม หวั่นราคาน้ำมันพุ่ง อัด 4 มาตรการเร่งด่วนช่วยผู้ประกอบการ

Recent Posts

  • ผู้นำอิหร่านขอโทษประเทศเพื่อนบ้าน ลั่นจะไม่โจมตีก่อน หากไม่ถูกโจมตี
  • สหรัฐฯ เตรียมส่ง “ยูเอสเอส บุช” เรือบรรทุกเครื่องบินลำที่ 3 สู่ตอ.กลาง เพิ่มแรงกดดันอิหร่าน
  • อิหร่านเตือนยุโรป หากเข้าร่วมโจมตีกับสหรัฐ–อิสราเอล ระวังจะตกเป็นเป้าด้วย
  • ทำเนียบขาวถูกวิจารณ์หนัก หลังโพสต์คลิปสงครามอิหร่านตัดต่อกับเกม และหนังฮอลลีวูด
  • กาตาร์เริ่มเปิดน่านฟ้าบางส่วน เตรียมอพยพผู้โดยสารติดค้างสู่ยุโรป

ป้ายกำกับ

  • 2559(2016)
  • 2564(2021)
  • entertain
  • naewna
  • The Nation
  • การเมือง
  • ต่างประเทศ
  • บันเทิง
  • ผู้หญิง
  • แนวหน้า
  • RSS - Posts
  • RSS - Comments

Archives

Follow Us

  • https://soclaimon.tumblr.com/
  • https://www.facebook.com/soclaimon
  • https://www.instagram.com/sootinclaimon/
  • https://www.facebook.com/SootinClaimon/
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100001170824639
  • https://www.facebook.com/pompam.pp
  • https://www.facebook.com/toraman666
  • https://www.facebook.com/apich214
  • https://www.facebook.com/samabat.klaimon
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100005312762480
  • https://www.facebook.com/jirasuda.manomaiyanon
  • https://www.facebook.com/eikpakkred
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100003091451547
Blog at WordPress.com.
  • Subscribe Subscribed
    • SootinClaimon.Com
    • Join 1,658 other subscribers
    • Already have a WordPress.com account? Log in now.
    • SootinClaimon.Com
    • Subscribe Subscribed
    • Sign up
    • Log in
    • Report this content
    • View site in Reader
    • Manage subscriptions
    • Collapse this bar
 

Loading Comments...
 

    %d