Skip to primary content
Skip to secondary content

SootinClaimon.Com

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย2 [SartKasetDinPui2] : รวบรวม ข้อมูล เศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม เกษตร ดิน น้ำ ปุ๋ย

SootinClaimon.Com

Main menu

  • Home
  • KU23-2506
  • ข้อคิดความเห็น
  • ตระกูลคล้ายมนต์
  • ผมเองครับ
  • ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย1

Tag Archives: ข่าว Like สาระ

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

เปิดภาพหนุ่มหัวร้อนปั่นจักรยานชนรถเก๋งล้มเองพอลุกมาได้ถีบรถเขาพังเสียหายอีก (คลิป)

Posted on May 31, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/657071

เปิดภาพหนุ่มหัวร้อนปั่นจักรยานชนรถเก๋งล้มเองพอลุกมาได้ถีบรถเขาพังเสียหายอีก (คลิป)

วันจันทร์ ที่ 30 พฤษภาคม พ.ศ. 2565, 18.32 น.

จากกรณีเพจอยากดังเดี๋ยวจัดให้ Part 2 โพสต์คลิประบุข้อความว่า “ตั้งใจหรือไม่หรือไม่เต็มม..แต่ที่แน่ๆทรัพย์สินชาวบ้านเสียหาย พิกัด เหตุเกิดวันเมื่อวันที่ 28 3-4 ทุ่ม บางบัวทอง หมู่บ้านพฤกษา 3 ครับ ถ้าบ้าจริง ก็สมควรเข้ารับการรักษา ไม่ใช่มาทำอะไรแบบนี้ ครั้งต่อไปถ้าคุณไปทำกับคนอื่นอีกละ ถ้าไม่ใช่รถและไปทำกับคนละจะทำยังไง??? คนที่เดือดร้อนก็คือคนในหมู่บ้าน”

ต่อมาเมื่อเวลา 12.30 น.วันที่ 30 พ.ค.65 ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่บริเวณหมู่บ้านพฤกษา 3 ซอย 124/1 ตำบลพิมลราช อำเภอบางบัวทอง จังหวัดนนทบุรี เพื่อสอบถามนายชัยชนะ ริ้วทอง อายุ 30 ปี เจ้าของรถยนต์เก๋งยี่ห้อ Suzuki Swift สีขาวหมายเลขทะเบียน กง 3968 สิงห์บุรี สีขาว จอดไว้บริเวณข้างบ้าน ถูกชายขี่จักรยานปั่นชนกระจกด้านซ้ายรถเก๋งล้มเองลุกขึ้นมาใช้เท้าถีบเข้าที่รถเก๋งหลายครั้งทำให้รถเก๋งคันดังกล่าวได้รับความเสียหายเหตุเกิดเมื่อวันที่ 27 พ.ค.65 เวลาประมาณ 20.31 น.แจ้งความไว้ที่สภ.บางบัวทอง

นายชัยชนะ ผู้เสียหาย กล่าวว่า เมื่อวันที่ 27 พ.ค.65 เวลา 20.30 น.มีผู้ชายคนนึงปั่นจักรยานมาชนกระจกรถเก๋งของตนที่จอดข้างทางแล้วล้มเอง หลังจากนั้นเขาโมโหลุกขึ้นมาถีบรถตนกระจกมองข้างด้านซ้ายแตกหมดเลย ด้านข้างประตูก็เป็นรอย ฝากระโปรงหลังยุบ ในกล้องวงจรปิดเห็นตอนเขากำลังถีบเลย เขาปั่นจักรยานมา สภาพเขาไม่แน่ใจว่าเมาหรือเปล่า วันก่อนก็มาเตะถังขยะตรงปากซอยและถือไม้กระบองเดินไปทั่วหมู่บ้าน 

หลังจากเขาก่อเหตุก็ไม่ได้มาพูดคุยอะไร ตนได้ไปแจ้งความแล้วเจ้าหน้าที่ตำรวจบอกว่าอีก 2-3 วันจะเรียกตนให้เข้าไปให้ปากคำเพิ่ม ตนอยากให้คนก่อเหตุมารับผิดชอบ ตนเพิ่งมาเช่าบ้านหลังนี้อยู่ไม่นานตอนนี้รู้สึกกลัว ถ้าเขาไม่ปกติอยากให้พาไปรักษาเพราะกลัวว่าจะมาก่อเหตุซ้ำอีก ที่เขาบอกว่าตนรู้จักกับเขาตั้งแต่จังหวัดสิงห์บุรี ตนยืนยันว่าไม่ได้รู้จัก เพียงแต่รถของตนเป็นทะเบียนสิงห์บุรี

จากการสอบถามป้าสา อายุ 60 ปี ชาวบ้านในซอย 124/1 กล่าวว่า ก่อนหน้านี้ตนอยู่ที่หน้าโรงเรียน เขาปั่นจักรยานแล้วก็เอาไม้ขัดหลังแล้วเดินไปทั่ว ใครซ่าก็โดน ไม่รู้เมาเหล้าหรือเมายาเดินไปมาสุดซอย เอาไม้ที่ถือมาตีถังขยะบ้านคนอื่น เห็นเขาว่าคนนี้อยู่ ซ.123 พ่อแม่ไม่อยู่ด้วยแล้วให้เขาอยู่คนเดียว เขาก็เกเรแบบนี้ ตรงนี้เป็นหน้าโรงเรียนกลัวเกิดอันตรายกับเด็กนักเรียน ตนอยากให้หน่วยงานเข้ามาดูแลมาจับตัวไปเพราะตรงนี้เด็กเยอะ ตอนเด็กเลิกเรียนเขาก็ชอบออกมา เดินตัวลายน่ากลัว อยากให้เจ้าหน้าที่ตำรวจมาจับไปรักษา คนในซอยก็กลัวเห็นเดินมาก็ปิดประตูหนีกันหมด เมื่อวานตอนที่เขาตีถังขยะตนก็ออกมาดูเพราะคิดว่าตีรถตน ลูกชายตนก็แอบมองอยู่ เขาเดินเป็นนักเลงในซอยเลย มันน่ากลัว อยากให้ออกไปจากซอยนี้ เด็กเลิกเรียนมันอันตรายเรากลัวตรงนี้

ต่อมาผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปที่บ้านผู้ก่อเหตุทราบชื่อคือนายเอกชัย (ขอสงวนนามสกุล) ภายในซอย 123 หมู่บ้านดังกล่าว แต่ไม่พบมีคนบอกว่าซ้อนท้าย จยย.ออกไปกับเพื่อนตั้งแต่ช่วงเที่ยง – 003

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

เคยสงสัยมั้ย? ทำไม ‘เลขไทย’ เหมือน ‘เลขเขมรปัจจุบัน’ เผยข้อมูลที่ไม่เคยรู้กว่าจะเป็น ‘ตัวเลขไทย’

Posted on May 31, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/657070

เคยสงสัยมั้ย? ทำไม 'เลขไทย' เหมือน 'เลขเขมรปัจจุบัน' เผยข้อมูลที่ไม่เคยรู้กว่าจะเป็น 'ตัวเลขไทย'

วันจันทร์ ที่ 30 พฤษภาคม พ.ศ. 2565, 18.30 น.

เคยสงสัยมั้ย! ทำไม ‘เลขไทย’ เหมือน ‘เลขเขมรปัจจุบัน’? เผยข้อมูลที่ไม่เคยรู้กว่าจะเป็น ‘ตัวเลขไทย’ ในปัจจุบัน

หลังจากมีประเด็นถกเถียงกันอยู่ในโลกโซเชียล เมื่อเว็บไซต์ www.change.org เผยแพร่การรณรงค์ ขอให้ใช้เลขอารบิกในเอกสารราชการไทยแทนตัวเลขไทย โดยผู้นำแคมเปญรายหนึ่ง ระบุว่า เพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่ประชาชน เป็นสากล และส่งเสริมให้เกิดการเชื่อมโยงและประมวลผลข้อมูลดิจิทัล

ล่าสุด เพจเฟซบุ๊ก “โบราณนานมา” โพสต์เรื่องราวเกี่ยวกับตัวเลขไทยที่ใช้ในปัจจุบันว่า “กว่าจะเป็น “ตัวเลขไทย” ในวันนี้ สืบเนื่องจาก ๒-๓ วันนี้มีการถกเถียงถึงเรื่อง “เลิกใช้เลขไทยในเอกสารราชการได้ไหม ?” ความเห็นก็แตกออกเป็น ๒ ทาง คือ 1. สนับสนุนให้ยกเลิก โดนให้เหตุผลเรื่องระบบดิจิทัล ถ้าใช้เลขอารบิก ข้อมูลดิจิทัลมันเป็นสากล และ 2. ไม่เห็นด้วยกับการยกเลิก โดยให้เหตุผลในเรื่องของประวัติศาสตร์และความภาคภูมิใจในภาษาไทยและเลขไทย แล้วต่อมาก็เกิดประเด็นใหม่ขึ้นมา มีคนตั้งข้อสงสัยว่า “เลขไทยเราลอกมาจากเขมร” พร้อมกับแนบรูปตัวเลขเขมรในปัจจุบันเป็นภาพประกอบ

ส่วนที่หลายคนน่าจะส่งสัย คือ ทำไม “เลขไทยปัจจุบัน” และ “เลขเขมรปัจจุบัน” เหมือนกันอย่างกับแกะ อันนี้ก็มีคำอธิบายทางประวัติศาสตร์ ในเรื่องของ “การมีอิทธิพลทางด้านวัฒนธรรม” ก่อนหน้า “เขมร” จะรับอิทธิพลทางด้านวัฒนธรรมจาก “ไทย” ไป ไทยเองก็เคยรับอิทธิพลทางด้านวัฒนธรรมจากหลาย ๆ แหล่งด้วยกัน รวมถึง “เขมรโบราณ” (คนละกลุ่มกับเขมรปัจจุบัน ถ้าอธิบายคงยาว) ด้วย

“ไทย” เริ่มเข้าไปมีอิทธิพลทางด้านวัฒนธรรมใน “เขมร” แบบจริง ๆ จัง ๆ ก็ช่วงปลายยุคกรุงธนบุรีและต้นกรุงรัตนโกสินทร์ ซึ่งสมัยก่อนเมื่อต้นกรุงรัตนโกสินทร์ จะมีประเพณีหนึ่ง คือ การชุบเลี้ยงดูองค์รัชทายาทเขมรเป็นพระราชบุตรบุญธรรม ในฐานะลูกเจ้าเมืองประเทศราช (เมืองขึ้น) ซึ่งเป็นธรรมเนียมเก่าแก่ มีมาแต่โบราณ เพื่อมิให้เขมรเกิดความกระด้างกระเดื่องต่อสยาม (ไทย) เหตุการณ์และประเพณีนี้เริ่มตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ ๑ จนถึงรัชกาลที่ ๔ รวมเวลาทั้งสิ้น ๗๓ ปี

การที่องค์รัชทายาทเขมร ได้เข้ามาบวชเรียนและเติบโตในราชสำนักไทยตั้งแต่วัยเยาว์ จึงได้รับเอาวัฒนธรรมและรสนิยมแบบไทยในราชสำนักไทย เอาไว้มาก เมื่อต้องกลับไปครองราชบัลลังก์เขมร

เมื่อสมัยกรุงธนบุรี พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก รัชกาลที่ ๑ (ครั้งดำรงพระยศเป็นเจ้าพระยามหากษัตริย์ศึก) เสด็จออกไปปราบกบฏเมืองเขมรปี ๒๓๒๓ ไม่ทันไรก็ต้องเสด็จกลับเข้ามาระงับยุคเข็ญในกรุงธนบุรี ต่อมาประเทศเขมรก็แตกแยกกันเป็นก๊กเป็นเหล่า ประจวบกับมีสงครามแขกจามจะยกมาตีเขมร พระยายมราช (แบน) เห็นจะสู้ไม่ได้จึงพาเจ้านายเชื้อพระวงศ์เขมรที่เหลืออยู่มี “นักองค์เอง” เจ้าชายองค์น้อยมีพระชันษาเพียง ๑๐ ปี อพยพเข้ามาพึ่งพระบรมโพธิสมภารอยู่ในกรุงเทพฯ

รัชกาลที่ ๑ ได้ทรงพระกรุณาชุบเลี้ยงเป็นพระราชบุตรบุญธรรม นอกจากนั้นเจ้าหญิงซึ่งเป็นพระเชษฐภคินีของนักองค์เองอีก ๒ องค์ คือ นักองค์อีและนักองค์เภานั้น สมเด็จพระอนุชาธิราช (กรมพระราชวังบวรมหาสุรสิงหนาท) ทรงรับไปเลี้ยงเป็นพระสนมเอก ส่วนพระยายมราช (แบน) ได้รับแต่งตั้งจากความดีความชอบเป็นเจ้าพระยาอภัยภูเบศร์ ต้นตระกูลอภัยวงศ์ นับแต่นั้น

ต่อมาเขมรสงบลง เหล่าขุนนางจึงได้ร้องขอพระราชทานรัชทายาท คือ “นักองค์เอง” ออกไปครองประเทศเขมร รัชกาลที่ ๑ ยังไม่ทรงอนุญาตเพราะทรงเห็นว่านักองค์เองยังทรงพระเยาว์อยู่มาก เกรงจะมีอันตราย แต่ได้โปรดเกล้าฯ ให้เจ้าพระยาอภัยภูเบศร์ (แบน) ออกไปรั้งราชการกรุงกัมพูชาแทน

ต่อมาเมื่อ “นักองค์เอง” ทรงเจริญพระชันษาและได้ทรงผนวชแล้ว จึงโปรดเกล้าฯ ให้ออกมาครองเขมรสืบทอดต่อมา โดยได้รับพระราชทานนามว่า “สมเด็จพระนารายน์รามาธิบดี ศรีสุริโยพรรณ บรมสุรินทรามหาจักรพรรดิราช บรมนาถบพิตร เจ้ากรุงกัมพูชา”

สมเด็จพระหริรักษ์รามมหาอิศราธิบดี (พระองค์ด้วง) ได้ส่ง “นักองค์ราชาวดี” เข้ามาทำราชการที่กรุงเทพฯ ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๓ เมื่อพำนักในกรุงเทพฯ พระองค์มีสถานะเป็นพระราชบุตรบุญธรรมของกษัตริย์สยาม ทรงผนวชในธรรมยุติกนิกาย ๑ พรรษาที่วัดบวรนิเวศวิหารราชวรวิหาร

ในสมัยรัชกาลที่ ๔ ในกัมพูชาเกิดความขัดแย้งขึ้น สยามได้เรียกตัว “นักองค์ศรีวัตถา” และ “นักองค์ราชาวดี” เข้ากรุงเทพฯ สยามได้ตัดสินใจสนับสนุนให้ “นักองค์ราชาวดี” ขึ้นครองราชย์เป็นกษัตริย์แห่งกรุงกัมพูชา โดยมีขุนนางกัมพูชาในกรุงเทพช่วยกันประกอบพิธี พิธีราชาภิเษกของพระนโรดมที่กรุงเทพฯ ได้เป็นไปโดยนิตินัย ก่อนที่จะมีพิธีราชาภิเษกอีกครั้งที่กรุงพนมเปญ โดยพฤตินัย

ทางการสยามได้จัดทัพทางเรือไปส่งนักองค์ราชาวดีที่เมืองกำปอด และเดินทัพทางบกไปยังเมืองอุดงมีไชย ในระหว่างนี้ เกิดการกบฏอีก ออกญาสุทศ (บา) ได้รวบรวมกองทัพตั้งมั่นที่โพธิสัตว์ สยามจึงส่งทัพจากเสียมราฐและจันทบุรีไปปราบจนราบคาบ และได้อัญเชิญสมเด็จพระนโรดมประกอบพิธีราชาภิเษกที่กรุงพนมเปญและขึ้นเป็นกษัตริย์อย่างสมบูรณ์

ขณะนั้นกัมพูชาเป็นประเทศราชของสยาม เชื้อพระวงศ์ที่จะอภิเษกเป็นพระเจ้ากรุงกัมพูชา ต้องมาจากการแต่งตั้งของรัตนโกสินทร์ ทางสยามมีสิทธิในการสถาปนากษัตริย์กัมพูชา

การเมืองที่เกิดจากระบบพ่อปกครองลูกได้ผูกมัดจิตใจให้เกิดความจงรักภักดีระหว่างสองราชอาณาจักรตลอดมา กษัตริย์เขมรที่เคยเสด็จมาพำนักและเจริญพระชันษาในกรุงเทพฯ สืบสันตติวงศ์ต่อกันมาในระยะนั้นมีสมเด็จพระนารายณ์รามาธิบดี (นักองค์เอง) สมเด็จพระหริรักษ์รามาธิบดี (นักองค์ด้วง) สมเด็จพระนโรดมพรหมบริรักษ์ (นักองค์ราชาวดี) และสมเด็จพระศรีสวัสดิ์ (นักองค์สีสุวัตถิ์)

ความสัมพันธ์อันใกล้ชิดระหว่างพระราชวงศ์ไทยกับราชวงศ์กัมพูชา ได้เกิดขึ้นตั้งแต่นั้นต้นกรุงรัตนโกสินทร์ มีความแน่นแฟ้นและยั่งยืนจนมาถึงรัชกาลที่ ๔ เพราะในอดีตนั้นเจ้านายหลายพระองค์ของราชวงศ์กัมพูชาล้วนมาพำนักที่กรุงเทพทั้งสิ้น แต่ในรัชกาลที่ ๕ กัมพูชาที่เคยเป็นประเทศราชของสยามนั้นก็ได้ตกไปเป็นของส่วนหนึ่งของจักรวรรดิอาณานิคมฝรั่งเศส เพราะพระเจ้านโรดม ตีตัวออกห่างจากสยามและยกกัมพูชาให้เป็นเมืองขึ้นของฝรั่งเศส

นับจากรัชกาลที่ ๔ เป็นต้นมา กัมพูชาใช้ศิลปะและวัฒนธรรมแบบอย่างสยามเป็นต้นมา ไม่ว่าจะเป็นด้านการปกครอง, การใช้ฉัตร, พระราชลัญจกร, เครื่องราชกกุธภัณฑ์ อันมีพระมหามงกุฎเป็นเครื่องยศสูงสุด, การใช้ศาสนาพุทธนิกายแบบสยามหรือนิกายธรรมยุติ, การใช้เลขไทยและนับฐานเลขแบบไทย รวมถึงการรับท่ารำและการแสดงโขนกลับไปด้วย เป็นต้น ฯลฯ

กล่าวโดยสรุป คือ “เลขไทย” ในยุคต้นได้รับอิทธิพลมาจาก “เขมรโบราณ” ซึ่งเขมรก็รับมาจาก “อักษรอินเดียใต้ (หรืออักษรสมัยราชวงศ์ปัลลวะ)” อีกทีหนึ่ง ซึ่งมีลักษณะคล้ายคลึงกับ “อักษรทวารวดี” ที่พบในภาคกลางของประเทศไทย ในส่วนของอักษรไทยนั้น ศาสตราจารย์ ยอช เซเดส์ กล่าวว่า ระบบอักษรไทยสุโขทัย ถูกพัฒนาจากอักษรขอมหวัด + อักษรมอญ ส่วน “เลขเขมรปัจจุบัน” ได้รับอิทธิพลมาจากเลขไทยในยุค

“รัตนโกสินทร์ตอนต้น” ที่เวลานั้นเขมรเป็นประเทศราชของสยาม จึงทำให้ “เลขไทยปัจจุบัน” และ “เลขเขมรปัจจุบัน” เหมือนกันอย่างกับแกะ
ตัวเลขไทยนั้นมีวิวัฒนาการมาอย่างยาวนาน หากดูรากเหง้าที่มานั้น อาจกล่าวได้ว่าตัวเลขต่าง ๆ ในจารึกโบราณมีมาพร้อมกับการใช้ตัวอักษร อักษรในดินแดนอุษาคเนย์นั้นพบว่าได้รับอิทธิพลจากอักษรอินเดียใต้ในราชวงศ์ปัลลวะ ในจารึกเขมรสมัยก่อนพระนครปรากฏหลักฐานการใช้อักษรปัลลวะ ดังนั้นตัวเลขที่ใช้ก็เป็นเลขที่ได้รับอิทธิพลจากอักษรปัลลวะนั่นเอง ต่อมาอักษรในระยะนี้ได้มีวิวัฒนาการไปเป็นอักษรเขมรสมัยเมืองพระนคร และส่งอิทธิพลให้กับตัวเลขที่ปรากฏในลายสือไทยของพ่อขุนรามคำแหง

ขอบคุณที่มาจาก 

– เพจ โบราณนานมา 

– เว็บไซต์  www.change.org
– เพจ ภาษาไทย มหาวิทยาลัยรามคำแหง
– เพจ ASEAN “มอง” ไทย
– บทความ “ตัวเลขของไทยมีมาตั้งแต่เมื่อไร” โดย ก่องแก้ว วีระประจักษ์ วารสารศิลปากร ปีที่ ๑๖ เล่มที่ ๕ มกราคม ๒๕๑๖
– ไกรฤกษ์ นานา. วารสาร “นักล่าอาณานิคม” ตีแผ่สัญญารัชกาลที่ ๕ ทำไมสยามสละ “นครวัด” ?. https://www.silpa-mag.com/history/article_31756. (สืบค้นเมื่อ ๑๑ กันยายน ๒๕๖๔).

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

น้ำมัน สปป.ลาวแพงกว่าไทย ชาวลาวขับรถข้ามโขงมาเติมฝั่งหนองคาย

Posted on May 31, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/657019

น้ำมัน สปป.ลาวแพงกว่าไทย ชาวลาวขับรถข้ามโขงมาเติมฝั่งหนองคาย

วันจันทร์ ที่ 30 พฤษภาคม พ.ศ. 2565, 16.22 น.

น้ำมันในไทยว่าแพงแล้ว น้ำมันใน สปป.ลาวยังแพงยิ่งกว่า เบนซินของ ปตท.ในลาวพุ่งลิตรละ 52 บาทส่งผลให้คนลาวขับรถยนต์เข้ามาในเติมน้ำมันที่หนองคายมากขึ้น

วันนี้ (30 พ.ค.65) พบว่าตามสถานีน้ำมันต่างๆ โดยเฉพาะปั๊ม ปตท.ถนนเลี่ยงเมืองหนองคาย-เวียงจันทน์ ต.หนองกอมเกาะ อ.เมืองหนองคาย ได้มีรถยนต์ทะเบียนลาว ไม่ว่าจะเป็นรถยนต์ส่วนบุคคล รถตู้ รถบรรทุกขนาดเล็ก เข้ามาเติมน้ำมันภายในปั๊มเป็นจำนวนมาก ส่วนใหญ่มักจะเติมเต็มถังทั้งน้ำมันเบนซินและดีเซล

ทั้งนี้ น้ำมันที่ขายในปั๊มน้ำมันที่นครหลวงเวียงจันทน์ สปป.ลาว เช่น ที่ปั๊ม ปตท.น้ำมันเบนซินพิเศษราคาขายอยู่ที่ลิตรละ 23,770 กีบหรือประมาณ 52.82 บาท (อัตราเปรียบเทียบ 450 กีบ เท่ากับ 1 บาท), น้ำมันเบนซินธรรมดา ลิตรละ 18,570 กีบ หรือ 41.26 บาท ส่วนน้ำมันดีเซล ลิตรละ 18,160 กีบ หรือลิตรละ 40.35 บาท 

ส่วนราคาน้ำมันที่ปั๊ม ปตท.หนองคาย เบนซิน 51.91 บาท เบนซิน 95 ลิตรละ 44.50 บาท, น้ำมันดีเซล ลิตรละ 32.59 บาททำให้ประชาชนชาวลาวที่มีกำลังซื้อได้ขับรถยนต์เข้ามาเติมน้ำมันที่หนองคาย ทำธุระ ช็อปปิ้ง ท่องเที่ยว ก่อนจะกลับก็เติมน้ำมันให้เต็มถังแล้วเดินทางกลับ 

โดยชาวลาวบอกว่าน้ำมันที่ลาวแพงกว่าและนำเข้ามาจากไทย ทำให้มีราคาสูงกว่า เมื่อได้เดินทางเข้ามาในไทยก็มักจะเติมน้ำมันให้เต็มถัง จะสามารถนำกลับไปขับขี่ที่ลาวได้ทั้งสัปดาห์ หรือสองสัปดาห์เป็นอย่างมาก เมื่อน้ำมันใกล้หมดแล้วก็จะเข้ามาเติมที่หนองคายใหม่อีกครั้ง เนื่องจากระยะทางจากนครหลวงเวียงจันทน์ มาที่หนองคาย ระยะทางประมาณ 25 ก.ม.เป็นระยะทางที่ใกล้ และสามารถเดินทางได้สะดวก ยิ่งมีการเปิดด่านพรมแดนให้ไปมาหาสู่กันได้ นำรถยนต์เข้าออกได้ก็ทำให้สะดวกยิ่งขึ้น – 003 

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

เจ้าของเข่าทรุด! รถบรรทุก6ล้อจอดข้างกองฟาง ไฟไหม้ลามวอดเสียหาย คาดโดนวางเพลิง

Posted on May 30, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/656920

เจ้าของเข่าทรุด! รถบรรทุก6ล้อจอดข้างกองฟาง ไฟไหม้ลามวอดเสียหาย คาดโดนวางเพลิง

วันจันทร์ ที่ 30 พฤษภาคม พ.ศ. 2565, 13.31 น.

30 พฤษภาคม 2565 ผู้สื่อข่าวประจำจังหวัดสุรินทร์รายงานว่า เมื่อเวลา 22.00 น. ของวันที่ 29 พฤศจิกายน 65 ผู้สื่อข่าวได้รับรายงานจากชาวบ้านว่า เกิดเหตุไฟไหม้ในชุมชนบ้านกรวด หมู่ที่ 15 ตำบลตรวจ อำเภอศรีณรงค์ จังหวัดสุรินทร์ ว่ามีเหตุเพลิงไหม้กองฟางของชาวบ้าน และลุกลามไหม้รถ 6 ล้อที่จอดอยู่ข้างๆได้รับความเสียหายทั้งคัน

ผู้สื่อข่าวจึงลงพื้นที่ตรวจสอบที่เกิดเหตุเป็นบ้านเลขที่ 206/1 บ้านตรวจ ต.ตรวจ อ.ศรีณรงค์ จ.สุรินทร์ นายอนุพงษ์ บุญร่วม เจ้าของรถ เล่าว่า เนื่องจากในวันที่ 29 พ.ค.2565 ที่บ้านได้จัดงานแต่งให้ลูกชาย ตนเองจึงนำรถยนต์หกล้อที่ใช้ทำมาหากินออกไปจอดไว้ใกล้กองฟาง ของเพื่อนบ้านซึ่งเป็นที่โล่งกว้าง เพราะตนเองต้องใช้พื้นที่บริเวณบ้านในการจัดงานแต่งลูกชาย และเมื่อเวลา 22.00 น. ก็ได้เกิดเหตุไฟไหม้ขึ้น ตอนแรกตนเองก็ไม่ได้คิดอะไรนึกว่าชาวบ้านเขาเผาขยะ หรือจุดไฟไล่ยุงให้วัวควาย เพราะช่วงนี้ยุงค้อนข้างชุม

จากนั้นมีชาวบ้านวิ่งมาบอกว่าไฟไหม้ฟางและไหม้รถบรรทุกตนเอง จึงวิ่งไปดูปรากฏว่าไฟได้ไหม้รถบรรทุกตนเองจริงๆ จึงได้เรียกชาวบ้านช่วยกันดับเพลิง ใช้เวลาประมาณ 30 นาทีเพลิงได้สงบ พบความเสียหายคือรถบรรทุก 6 ล้อของตนเองความเสียหายมูลค่า 5 แสนบาท ตนเองคิดว่าหน้าจะเป็นการวางเพลิงอย่างแน่นอน เพราะจะเป็นไฟฟ้าลัดวงจรก็คงไม่ใช่ เพราะบริเวณนั้นเป็นที่โล่งกว้างไม่มีสายไฟหรือไฟฟ้าอะไรเลย อีกอย่างตนเองก็ไม่ได้มีความขัดแย้งอะไรกับใครเลย ไม่รู้ว่าคนที่วางเพลิงมีจุดประสงค์อะไร

นายอนุพงษ์ บุญร่วม ยังกล่าวด้วยความรู้สึกเสียใจว่า รถบรรทุกที่เสียหายเป็นรถที่ต้องใช้ทำมาหากินในการขนส่งพืชการเกษตร เมื่อไม่มีแล้วคงต้องลำบากมากๆ เพราะเป็นรถที่ตนเองรักและทำมาหากินเลี้ยงครอบครัว หลังจากนี้ก็ต้องให้คนอื่นมาขนส่งแทน

ส่วนนายสมัย อรชัย เจ้าของกองฟาง กล่าวว่า ฟางถูกไฟไหม้เสียหาย ซึ่งได้อัดไว้ช่วงฤดูเก็บเกี่ยวเมื่อปีที่แล้ว เพื่อเตรียมเอาไว้เป็นอาหารของวัวควายที่ตนได้เลี้ยงไว้ ในช่วงฤดูทำนาที่จะถึงนี้ แต่คงต้องลำบากเพราะต้องออกไปหาเกี่ยวหญ้าตามท้องนามาให้วัวกินแทน. 012

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

เปิดแหล่งท่องเที่ยวแห่งใหม่! ‘ปางช้างเผือกสกลนคร’ ค่าเข้าชม 50 บาทตลอดงาน

Posted on May 30, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/656912

เปิดแหล่งท่องเที่ยวแห่งใหม่! 'ปางช้างเผือกสกลนคร' ค่าเข้าชม 50 บาทตลอดงาน

วันจันทร์ ที่ 30 พฤษภาคม พ.ศ. 2565, 12.27 น.

30 พฤษภาคม 2565 ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่ปางช้างเผือกสกลนคร สถานที่ท่องเที่ยวแห่งใหม่ของจังหวัดสกลนคร ตั้งอยู่บ้านนาขาม ต.ห้วยยาง อ.เมือง จ.สกลนคร หลังเปิดทำการได้ไม่นาน ซึ่งได้รับการตอบรับจากประชาชน พาลูกหลานมาเที่ยวชมจำนวนมาก โดยในปางช้างมีกิจกรรมให้อาหารช้าง ชมการแสดงช้างน้อยแสนรู้

โดยในวันนี้ ดร.ชูพงศ์ คำจวง นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดสกลนคร ร่วมกับนาย บุญหลาย ผาใต้ นายก. อบต.ห้วยยาง สกลนคร ได้นำเจ้าหน้าที่ตรวจมาตรฐานความปลอดภัย และให้กำลังใจผู้ประกอบการปางช้างเผือก โดยดร.ชูพงศ์ คำจวง นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดสกลนคร กล่าวว่า ถือเป็นเรื่องดี ที่จังหวัดสกลนครมีสถานที่ท่องเที่ยวเพิ่มอีกแห่งหนึ่ง จังหวัดสกลนคร เป็นเมืองแห่ง 3 ธรรม นั้นคือธรรมมะ ธรรมชาติ และวัฒนธรรม นักท่องเที่ยว 

เมื่อเดินทางมาเที่ยวจังหวัดสกลนครจะสามารถเดินทางไปไหว้พระ เสริมความเป็นสิริมงคลแล้ว ยังจะสามารถเยี่ยมชมวิชีวิตของคนพื้นบ้าน ชนเผ่าภูไท เผ่าลาว เผ่าย้อ เผ่าโส้ เผ่ากะเลิง ที่มีวัฒนธรรมเก่าแก่จำนวนมาก นอกจากนี้ยังสามารถเที่ยวชมธรรมชาติเทือกเขาภูพาน เที่ยวปางช้างเผือก การที่สกลนครมีปางช้างเผือกถือเป็นเรื่องดี เพราะจะดึงนักท่องเที่ยว ทั้งชาวไทยและต่างประเทศ สามารถสร้างงานสร้างรายได้ให้ประชาชนในจังหวัดสกลนคร 

สำหรับนักท่องเที่ยวที่สนใจจะมาเดินทางไปเที่ยวชมปางช้างเผือกสกลนคร สามรถเดินทางไปชมได้ทุกวัน ค่าเข้าชม 50 บาท ตลอดงาน.012

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

โควิดจาง! ท่องเที่ยวเมืองเบตงกลับมาคึกคักแม่ค้าเผย 2 ปีกว่าเพิ่งได้เห็นเงินมาเลย์

Posted on May 30, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/656908

โควิดจาง! ท่องเที่ยวเมืองเบตงกลับมาคึกคักแม่ค้าเผย 2 ปีกว่าเพิ่งได้เห็นเงินมาเลย์

วันจันทร์ ที่ 30 พฤษภาคม พ.ศ. 2565, 11.55 น.

วันที่ 30 พ.ค.65 ที่ อ.เบตง จ.ยะลา ภายหลังจากที่ศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (ศบค.) ชุดใหญ่ เห็นชอบการเปิดด่านทางบก (จุดผ่านแดนถาวร) จำนวน 17 จังหวัด 31 ด่าน ซึ่งด่านพรมแดนเบตง ก็เป็น 1 ด่าน ที่ได้เปิดเป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ของจังหวัดยะลา มีการตรวจพบผู้ติดเชื้อยืนยันไม่ถึงวันละ 5 คน และผู้ติดเชื้อเข้าข่ายเพียงหลักสิบ ส่งผลให้สถานการณ์การท่องเที่ยวในพื้นที่เริ่มกลับมาคึกคัก 

โดยเฉพาะจุดเช็คอินในเขตเทศบาลเมืองเบตง ซึ่งมีการตบแต่งไฟตามถนนใจกลางเมือง เพื่อให้บรรดาพ่อค้าแม่ค้านำสินค้ามาวางจำหน่าย พบว่ามีประชาชนคนไทยและนักท่อเงที่ยวต่างชาติพากันไปเที่ยวจับจ่ายใช้สอยจำนวนมากโดยเฉพาะของฝากและสินค้าพื้นเมือง แต่ยังคงมีมาตรการป้องกันโควิด-19 อย่างเข้มงวดทั้งผู้ที่จะเข้ามาจับจ่ายต้องมีการตรวจวัดอุณหภูมิ ตลอดจนพ่อค้าแม่ค้า และนักท่องเที่ยวทุกคน และต้องสวมใส่หน้ากากอนามัยตลอดเวลาที่เข้าไปเลือกซื้อสินค้าหรือท่องเที่ยวตามจุดเช็คอิน ซึ่งก็พบว่าทั้งพ่อค้าแม่ค้าและนักท่องเที่ยวให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี

แม่ค้าขายข้าวเหนียวมะม่วง บอกว่า หลังสถานการณ์โควิด-19 เริ่มเบาบาง ประกอบกับทางจังหวัดผ่อนคลายมาตรการป้องกันโควิด-19 และมีการเปิดสถานที่ท่องเที่ยว สถานบริการรวมถึงสถานบันเทิงประเภทผับ บาร์ คาราโอเกะ ในวันที่ 1 มิถุนายนนี้ ทำให้การท่องเที่ยวของ อ.เบตง จ.ยะลา มีนักท่องเที่ยวชาวมาเลเซีย สิงคโปร์ อินโดนีเซีย ซึ่งเป็นนักท่องเที่ยวหลักและคนไทยเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวและเข้ามาทำธุรกิจ ทำให้ภาคธุรกิจ ตลอดจนสถานประกอบการ กลับมากระเตื้องขึ้น และการเปิดสถานบันเทิงจะช่วยให้การท่องเที่ยวกระเตื้องขึ้นอีกเพราะนักท่องเที่ยวต่างชาติชื่นชอบ

โดยตั้งแต่ปิดด่านพรมแดนมานานกว่า 2 ปีค้าขายไม่เคยเห็นเงินมาเลเซีย เลย และตั้งแต่เปิดด่านก็เป็นสัญญาณที่ดีคือมีเงินมาเลเซียสะพัดในพื้นที่ ที่ผ่านมาก่อนเปิดประเทศทำให้บรรดาพ่อค้าแม่ค้าและสถานประกอบการหลายแห่งปิดตัวลงเพราะยื้อไม่ไหวไร้เงานักท่องเที่ยวต่างชาติ แต่เมื่อมีการผ่อนคลายควบคู่ไปกับสถานการณ์.แพร่ระบาด อยู่ในขาลงทำให้ในพื้นที่อำเภอเบตง มีนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติเดินทางเข้ามาเป็นจำนวนมาก ซึ่งทำให้เกิดเงินสะพัดและเงินหมุนเวียน ผู้ประกอบการมีรายได้หลังจากที่ซบเซามานานกว่า 2 ปี 

โดยตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายนนี้ไทยจะปรับมาตรการเดินทางเข้าประเทศไทยอีกครั้ง โดยยกเลิกการกักตัวทุกรูปแบบ สำหรับคนไทย ไม่ต้องลงทะเบียนผ่านระบบไทยแลนด์พาสและไม่ต้องตรวจหาเชื้อโควิด-19 ก่อนเข้าไทย แต่ชาวต่างชาติ ยังต้องลงทะเบียนในระบบไทยแลนด์พาส โดยผู้ที่ได้รับวัคซีนครบตามข้อกำหนดให้แนบหลักฐานการรับวัคซีนและประกันสุขภาพวงเงินขั้นต่ำ 10,000 ดอลลาร์สหรัฐ กรณีไม่ได้รับวัคซีนหรือได้รับวัคซีนไม่ครบตามข้อกำหนด ให้แนบหลักฐานการตรวจโควิด-19 ที่ออกภายใน 72 ชั่วโมงก่อนเดินทาง ส่วนจุดผ่านแดนทางบกทุกจุด จะเปิดภายในวันที่ 1 มิถุนายนนี้เช่นกัน

นายมนชิต วาสะสิริ หัวหน้าฝ่ายบริการด่านศุลกากรเบตง กล่าวว่า หลังมีการผ่อนคลายในการเดินทางเข้า-ออก ของบุคคลผ่านช่องทางผ่านแดนทางบก อ.เบตง จ.ยะลา ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายที่ปฏิบัติหน้าที่ด่านพรมแดนอำเภอเบตงมีความพร้อมปฏิบัติหน้าที่ ตามที่ ศบค.กำหนด สำหรับผู้เดินทางเข้ามาในราชอาณาจักร ต้องแสดงหลักฐานรับรองการได้รับวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 ครบตามเกณฑ์

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

‘รณณรงค์’ ไม่เอาไว้ นักการเมืองขู่ผ่านสื่อ จ่อดำเนินคดีเป็นแบบอย่างว่าผิดกฎหมาย?

Posted on May 30, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/656905

'รณณรงค์' ไม่เอาไว้ นักการเมืองขู่ผ่านสื่อ จ่อดำเนินคดีเป็นแบบอย่างว่าผิดกฎหมาย?

วันจันทร์ ที่ 30 พฤษภาคม พ.ศ. 2565, 11.39 น.

30 พ.ค.65 ทนายรณณรงค์ แก้วเพ็ชร์ ประธานเครือข่ายรณรงค์ทวงคืนความยุติธรรมในสังคม โพสต์เฟซบุ๊ก “รณณรงค์ แก้วเพ็ชร์” ระบุว่า “ทำงานมาเป็นสิบๆปีเจอคนขู่มาก็เยอะ ทั้งตำรวจ ทหาร มาเฟีย มือปืน ถ้ากลัวคงไม่มายืนอยู่จุดนี้หรอกครับ แต่ส่วนนึงผมก็เข้าใจแหละคนที่เสียผลประโยชน์เค้าก็ย่อมไม่ชอบเราเป็นธรรมดา  

แต่เห็นขู่ผ่านสื่อเราคงนิ่งไม่ได้ ต้องดำเนินคดีเพราะเดี๋ยวประชาชนทั่วไปโดยเฉพาะเด็กๆมาเห็นจะเอาเป็นแบบอย่างคิดว่าการข่มขู่กันผ่านสื่อสามารถทำได้ไม่มีกฎหมายเอาผิด”.-008

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ปิดชั่วคราว! ‘น้ำตกลำปี’อุทยานฯเขาลำปี-หาดท้ายเหมือง เฝ้าระวังน้ำป่าหลาก

Posted on May 30, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/656897

ปิดชั่วคราว! 'น้ำตกลำปี'อุทยานฯเขาลำปี-หาดท้ายเหมือง เฝ้าระวังน้ำป่าหลาก

วันจันทร์ ที่ 30 พฤษภาคม พ.ศ. 2565, 10.55 น.

อุทยานแห่งชาติเขาลำปี-หาดท้ายเหมือง ประกาศปิดแหล่งท่องเที่ยวน้ำตกลำปีชั่วคราว พร้อมเจ้าหน้าที่เฝ้าระวังน้ำป่าไหลหลาก ดินโคลนถล่ม 

30 พฤษภาคม 2565 ผู้สื่อข่าวรายงาน นายปรารพ แปลงงาน เจ้าพนักงานป่าไม้อาวุโส หัวหน้าอุทยานแห่งชาติเขาลำปี-หาดท้ายเหมือง ประกาศปิดแหล่งท่องเที่ยวน้ำตกลำปี อุทยานแห่งชาติเขาลำปี-หาดท้ายเหมือง เป็นการชั่วคราว พร้อมจัดเจ้าหน้าที่อุทยานเฝ้าระวังน้ำป่าไหลหลาก และดินโคลนถล่ม เนื่องจากในพื้นที่จังหวัดพังงามีฝนตกต่อเนื่อง เกรงว่าจะไม่ปลอดภัยหากยังเปิดให้นักท่องเที่ยวเข้ามาท่องเที่ยวในช่วงนี้

ประกอบกับเมื่อวันที่ 29 พฤษภาคม 2565 ช่วงบ่ายพบว่าน้ำตกลำปีมีปริมาณน้ำมากขึ้นเรื่อยๆ มีสีขุ่นแดงมีเศษขอนไม้ กิ่งไม้ลอยมากับกระแสน้ำ เจ้าหน้าที่อุทยานพบว่าผิดปกติ พร้อมเฝ้าระวังตลอด 24 ชั่วโมง จึงขอประกาศปิดแหล่งท่องเที่ยวน้ำตกลำปี เป็นการชั่วคราว พร้อมทั้งห้ามเข้าไปในแหล่งท่องเที่ยวน้ำตกอย่างเด็ดขาดในช่วงนี้ สำหรับราษฎรที่อาศัยริมลำห้วยที่น้ำไหลจากพื้นที่อุทยานฯ เฝ้าระวังดินโคลนถล่มและน้ำป่าไหลหลา

ด้าน​ นายมงคล สารภี หัวหน้าย่อยอุทยานเขาลำปี-หาดท้ายเหมืองกล่าวว่า ช่วงนี้มีฝนตกหนักทุกวัน และเมื่อช่วงบ่ายของวันที่ 29 คือเมื่อวานน้ำตกเริ่มมีปริมาณมากผิดปกติและมีสีขุ่นแดง ตนจึงรีบรายกับหัวหน้าอุทยานเขาลำปี-หาดท้ายเหมืองทราบ ส่วนวันนี้แม้น้ำตกจะไม่มีสีขุ่นแดงแต่ปริมาณน้ำยังมากขึ้นเรื่อย ๆ

ขณะที่คลื่นลมในทะเลอันดามันชายหาดเขาหลัก พบว่าคลื่นมีกำลังแรงน้ำทะเลมีสีขุ่นแดงความสูงของคลื่น 2-3 เมตร นักท่องเที่ยวงดเล่นน้ำในช่วงขณะนี้ ด้านผู้ประกอบการโรงแรมมีการประกาศเตือนนักท่องเที่ยวห้ามลงเล่นน้ำทะเลเด็ดขาดช่วงนี้. 012

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

‘ทนายตั้ม’ฟาดใคร?ฉะแรงขู่เป็นหมา แค่คนปัดเศษ หมดศรัทธา

Posted on May 30, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/656885

‘ทนายตั้ม’ฟาดใคร?ฉะแรงขู่เป็นหมา แค่คนปัดเศษ หมดศรัทธา

วันจันทร์ ที่ 30 พฤษภาคม พ.ศ. 2565, 09.43 น.

‘ทนายตั้ม’ฟาดใคร?ฉะแรงขู่เป็นหมา แค่คนปัดเศษ หมดศรัทธา

30 พฤษภาคม 2565 นายษิทรา เบี้ยบังเกิด หรือ “ทนายตั้ม” โพสต์ข้อความเฟซบุ๊กผ่านเฟซบุ๊ก “ษิทรา เบี้ยบังเกิด เลขาธิการมูลนิธิทีมงานทนายประชาชนฯ” ว่า “วันที่คุณไม่เกี่ยวข้องกับคดี คุณนี่จุ้นยิ่งกว่าใครจนเจอฟ้อง ตอนนี้ได้รับแต่งตั้งไม่กี่วัน ขู่เป็นหมาหน้า 7-11 เลย เป็นแค่คนปัดเศษ กลับหลงระเริง ใช้อำนาจบาตรใหญ่ ข่มขู่ คนนั้น คนนี้ ที่พูดจาไม่เข้าหู คิดว่าเขากลัวคุณกันหรือไง ถ้าช่วยเพราะเจตนาดี ใครเขาก็ดูออก แต่นี่รับเงินเดือนประชาชน แต่ไปอวยมิจฉาชีพ คนที่สร้างพยานหลักฐานเท็จ ปกป้องคนกระทำผิดอย่างผู้ร้ายข้ามชาติ หมดศรัทธาครับ”

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

กาฬสินธุ์จัดงานบุญใหญ่’บั้งไฟล้าน’ ระดมบั้งไฟทั่วประเทศจุดประชันความสวยงาม

Posted on May 30, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/656884

กาฬสินธุ์จัดงานบุญใหญ่'บั้งไฟล้าน' ระดมบั้งไฟทั่วประเทศจุดประชันความสวยงาม

วันจันทร์ ที่ 30 พฤษภาคม พ.ศ. 2565, 09.33 น.

กาฬสินธุ์จัดงานบุญใหญ่บั้งไฟล้าน ระดมบั้งไฟโบราณทุกชนิดจากทั่วประเทศจุดประชันความสวยงาม สืบสานวัฒนธรรมประเพณีและพิธีบวงสรวงบูชาพญาแถน ยิ่งใหญ่ 7 วัน 7 คืน มองข้ามช็อตงานต่อไปจัดยิ่งใหญ่กว่าที่อื่นใด “บุญบั้งไฟนานาชาติ” เพื่อสร้างอัตลักษณ์ใหม่และเป็นภาพจำที่ดีปรากฏแก่ประชาคมโลก

30 พฤษภาคม 2565 นายวีรภัทร ราชชมภู นายกเทศมนตรีตำบลท่าคันโท อ.ท่าคันโท จ.กาฬสินธุ์ พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร ปลัดเทศบาลตำบลท่าคันโท เจ้าหน้าที่กองการศึกษา และคณะกรรมการจัดงานบุญใหญ่บั้งไฟล้าน ประจำปี 2565 ร่วมกันลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมความพร้อมและให้กำลังใจช่างทำบั้งไฟ รถขบวนแห่บั้งไฟ กลุ่มวิสาหกิจชุมชนของพ่อบ้าน แม่บ้าน ผลิตภัณฑ์สินค้าโอทอปของชุมชนต่างๆในเขตเทศบาลตำบลท่าคันโท

ซึ่งแต่ละชุมชนกำลังตกแต่งประดับประดา และจัดเตรียมสินค้า เพื่อที่จะนำมาร่วมงานบุญใหญ่บั้งไฟล้านประจำปี ซึ่งเทศบาลท่าคันโท ร่วมกับหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน บริษัทห้างร้าน และประชาชนจัดขึ้นระหว่างวันที่ 6-12 มิถุนายน 2565 นี้ หลังจากเว้นการจัดงานไปนาน 3 ปี เนื่องจากสถานการณ์โรคโควิด-19 รวมทั้งตรวจเยี่ยมเช็คความพร้อมสถานที่ท่องเที่ยวที่สำคัญในพื้นที่ เช่น บ้านไร่สวนสุข วัดป่าคำจันทร์เพ็ญ และสถานที่รองรับนักท่องเที่ยว ที่จะได้มาสัมผัสวิถีพักผ่อนสไตส์ไทบ้านในช่วงการจัดงานอีกด้วย

นายวีรภัทร ราชชมภู นายกเทศมนตรีตำบลท่าคันโท กล่าวว่า การเตรียมความพร้อมจัดงานบุญใหญ่บั้งไฟล้านครั้งนี้ ทั้งทางคณะกรรมการจัดงาน และชาวบ้านทุกชุมชน ไม่ว่าจะเป็นในส่วนของการเตรียมงาน สถานที่ บั้งไฟ องค์ประกอบต่างๆ มีความพร้อมมากกว่าครึ่งแล้ว ทั้งนี้ ประชาชน นักท่องเที่ยว จะได้ชมขบวนแห่บั้งไฟและนางรำที่สวยงาม อลังการยิ่งใหญ่ที่สุดในประเทศ จำนวน  13 ขบวน, การประกวดเซิ้งบั้งไฟ, ประกวดไก่ชน, ประกวดการปรุงขนมจีนน้ำยารสแซ่บ, ประกวดการทำอาหารอีสานพื้นบ้าน, ชมบั้งไฟโบราณที่ประดิษฐ์จากภูมิปัญญา ที่เซียนบั้งจากทั่วประเทศนำมาร่วมประชัน และจุดแข่งขันการจุดบั้งไฟสูงขึ้นฟ้าเพื่อบูชาพญาแถน รวมทั้งการจุดบั้งไฟสามขา บั้งไฟโบราณ และการจุดบั้งไฟใต้น้ำ รวมทั้งจำหน่ายผลิตภัณฑ์พื้นบ้านที่หลากหลาย และสัมผัสวิถีพักผ่อนสไตส์ไทบ้าน ที่สวนเกษตรพอเพียงต้นแบบหรือไร่สวนสุขและวัดป่าคำจันทร์เพ็ญอีกด้วย

นายวีรภัทร กล่าวอีกว่า ความคาดหวังในการจัดงานบุญใหญ่บั้งไฟล้าน นอกจากจะส่งเสริมการท่องเที่ยว สืบสานวัฒนธรรมประเพณีอันดีงาม กระตุ้นเศรษฐกิจชุมชนหลังผ่อนคลายจากสถานการณ์โควิด-19 แล้ว ยังแสดงออกถึงพลังความสามัคคีของชุมชน ตลอดจนส่วนราชการและทุกองค์กรในพื้นที่ ที่ได้มีส่วนร่วมในการจัดงาน ซึ่งทางเทศบาลตำบลท่าคันโทยังมองข้ามช็อตไปถึงปีต่อไป ที่จะจัดงานประเพณีบุญบั้งไฟให้ยิ่งใหญ่กว่าที่อื่นใด คือบุญบั้งไฟนานาชาติ โดยจะเชิญชวนประเทศเพื่อนบ้าน รวมทั้งไต้หวันและญี่ปุ่น นำบั้งไฟเข้าร่วมจุดแข่งขัน เพื่อสร้างอัตลักษณ์ใหม่และเป็นภาพจำที่ดีปรากฏแก่ประชาคมโลก อย่างไรก็ตาม อย่าลืมระหว่างวันที่ 6-12 มิถุนายน 2565 เชิญประชาชน นักท่องเที่ยว ร่วมงานบุญบั้งใหญ่ไฟล้าน ที่บริเวณหนองบ่อท้ายเขื่อนลำปาว เขตเทศบาลตำบลท่าคันโท รับรองประทับใจแน่นอน

ด้านนายดำเนิน สุขเจริญ ช่างทำบั้งไฟ หัวหน้าค่ายสาวน้อยบุญหลง อายุ 72 ปี บ้านเลขที่ 107 หมู่ 2 เขตเทศบาลตำบลท่าคันโท กล่าวว่า สืบสานวิธีการทำบั้งไฟ โดยใช้ภูมิปัญญามาตั้งแต่สมัยบรรพบุรุษ เพื่อจุดบั้งไฟขึ้นสู่ท้องฟ้าบูชาพญาแถน ให้ดลบันดาลฝนตกลงมา เพื่อจะได้มีน้ำทำนาตลอดฤดูฝน เดิมใช้กระบอกไม้เป็นท่อบั้งไฟ อัดดินประสิวและถ่านไม้เนื้ออ่อนมาตำให้เข้ากันจนละเอียดด้วยแรงงานคน ก่อนที่จะมีการพัฒนามาตามยุคสมัย ใช้ท่อเหล็กหรือท่อพีวีซี อัดส่วนผสมด้วยระบบไฮโดรลิค ทั้งนี้ บั้งไฟทุกบั้งของค่ายเราทั้งบั้งไฟหมื่น บั้งไฟแสน บั้งไฟล้าน รับประกันความมั่นใจ พุ่งทะยานขึ้นท้องฟ้าและตกลงมาอย่างปลอดภัย

อย่างไรก็ตาม นอกจากจะทำบั้งไฟจุดบูชาพญาแถน ในงานบุญบั้งไฟภายในเขตชุมชนแล้ว ยังรับจ้างทำบั้งไฟให้กับชาวบ้านต่างอำเภอ ต่างจังหวัด ที่ต้องการนำไปจุดในงานประเพณีบั้งไฟอีกด้วย การรับจ้างทำบั้งไฟ จึงเป็นอีกอาชีพหนึ่งซึ่งสร้างรายได้ หลังจากเงียบหายไป 3 ปี เนื่องจากสถานการณ์โควิด-19 โดยหลังจากสถานการณ์โควิดผ่อนคลายไป หวังว่าอาชีพทำบั้งไฟ ก็น่าจะกลับมาคึกคักอีกครั้ง. 012

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

BamBam Family

BamBam Family

สถิติบล็อก

  • 2,981,566 hits

Join 4,110 other subscribers
Follow SootinClaimon.Com on WordPress.com

Categories

Top Posts & Pages

เลขาธิการ กพฐ. พานักวิชาการสหรัฐฯ ลงพื้นที่กาญจนบุรี ชู DLTV ลดเหลื่อมล้ำการศึกษาไทย
อนุทิน ตอบแล้ว! ย้ำไม่มีขัดแย้ง พิพัฒน์ ไม่เกี่ยวปัญหาสัญญาโครงการเชื่อมรถไฟ 3 สนามบิน
ลูกไม่ใช่คอนเทนต์!!! หยุดอวด หยุดเปรียบเทียบ ก่อนความคาดหวังของพ่อแม่จะพรากความสุขของลูกไปทีละน้อย
กลุ่มผู้ถือหุ้น BCP ร้อง กมธ.การเงิน สอบดีลซื้อคลังน้ำมันเพชรบุรี 9 พันล้าน ลุ้นดีเอสไอ รับเป็นคดีพิเศษ
สมาคมต่อมไร้ท่อเด็กและวัยรุ่นไทย จับมือ DKSH สร้างการตระหนักรู้และความเข้าใจเกี่ยวกับโรคหายาก XLH
'โพยไม่ผิด'แล้วจบจริงหรือ? อดีตผู้พิพากษา ชำแหละปม ฮั้ว สว. ชี้กฎหมายกับพฤติกรรมศาสตร์สวนทาง
หน่วยงานภาครัฐ-เอกชน ร่วมถวายสักการะ ลงนามถวายความอาลัย ‘สมเด็จเจ้าฟ้าภาฯ’
สั่งเด้งผู้ว่าภูเก็ตเข้ากรุ แฉปมเดือด ขัดแย้งหนัก-คุมไม่อยู่
สมาคมสปาไทยจับมือภาครัฐและเอกชน วางรากฐาน Premium Thailand Wellness Ecosystem ส่งเวลเนสไทย สู่ระดับโลก
ภูมิใจไทยวอล์กเอาท์ กมธ.ถกเดือด ปชน.จับพิรุธTH-AI

Recent Posts

  • ยูเครนโจมตีโรงกลั่นน้ำมันรัสเซียครั้งใหญ่ที่สุด น้ำมันตกเป็นฝนสีดำ
  • ผู้นำสูงสุดอิหร่านยืนยัน เป็นผู้อนุมัติลงนาม MOU กับสหรัฐฯ
  • กองทัพสหรัฐฯ ประกาศยุติการปิดล้อมท่าเรืออิหร่านตามข้อตกลง
  • แวนซ์ปกป้อง MOU สหรัฐฯ-อิหร่าน ย้ำไม่ให้เงินถ้าไม่ทำตามสัญญา
  • อิสราเอลโจมตีเลบานอนดับอีก 3 ศพ ลั่นไม่ถอนทหาร

ป้ายกำกับ

  • 2559(2016)
  • entertain
  • lady
  • naewna
  • The Nation
  • การเมือง
  • ต่างประเทศ
  • บันเทิง
  • ผู้หญิง
  • แนวหน้า
  • RSS - Posts
  • RSS - Comments

Archives

Follow Us

  • https://soclaimon.tumblr.com/
  • https://www.facebook.com/soclaimon
  • https://www.instagram.com/sootinclaimon/
  • https://www.facebook.com/SootinClaimon/
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100001170824639
  • https://www.facebook.com/pompam.pp
  • https://www.facebook.com/toraman666
  • https://www.facebook.com/apich214
  • https://www.facebook.com/samabat.klaimon
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100005312762480
  • https://www.facebook.com/jirasuda.manomaiyanon
  • https://www.facebook.com/eikpakkred
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100003091451547
Blog at WordPress.com.
  • Subscribe Subscribed
    • SootinClaimon.Com
    • Join 1,657 other subscribers
    • Already have a WordPress.com account? Log in now.
    • SootinClaimon.Com
    • Subscribe Subscribed
    • Sign up
    • Log in
    • Report this content
    • View site in Reader
    • Manage subscriptions
    • Collapse this bar

Loading Comments...

    %d