Skip to primary content
Skip to secondary content

SootinClaimon.Com

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย2 [SartKasetDinPui2] : รวบรวม ข้อมูล เศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม เกษตร ดิน น้ำ ปุ๋ย

SootinClaimon.Com

Main menu

  • Home
  • KU23-2506
  • ข้อคิดความเห็น
  • ตระกูลคล้ายมนต์
  • ผมเองครับ
  • ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย1

Tag Archives: ข่าว Like สาระ

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

แนะมีกฎหมายเอาผิด‘คุกคามทางเพศ’ เลิกมอง‘ชายเจ้าชู้เรื่องปกติ’

Posted on May 27, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/656189

แนะมีกฎหมายเอาผิด‘คุกคามทางเพศ’ เลิกมอง‘ชายเจ้าชู้เรื่องปกติ’

วันพฤหัสบดี ที่ 26 พฤษภาคม พ.ศ. 2565, 15.47 น.

แนะมีกฎหมายเอาผิด‘คุกคามทางเพศ’-เลิกมอง‘ชายเจ้าชู้เรื่องปกติ’ ตัดตอนก่อนรุนแรงถึงล่วงละเมิด

26 พ.ค. 2565 ที่งานเสวนาวิชาการ เรื่อง “ปัญหาการล่วงละเมิดทางเพศ: ปกป้อง คุ้มครองสิทธิผู้ตกเป็นเหยื่ออย่างไร?” ณ รร.เดอะ สุโกศล ถ.ศรีอยุธยา กรุงเทพฯ ซึ่งจัดโดย สำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) ร่วมกับ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) เมื่อช่วงบ่ายวันที่ 25 พ.ค. 2565 ที่ผ่านมา นายจะเด็จ เชาวน์วิไล ผู้อำนวยการมูลนิธิหญิงชายก้าวไกล กล่าวในตอนหนึ่งว่า ถึงเวลาแล้วที่ต้องแก้ไขกฎหมายให้ครอบคลุมถึงการคุกคามทางเพศ ที่ลักษณะพฤติกรรมกว้างกว่าการถูกเนื้อต้องตัว เช่น การใช้คำพูด การใช้สายตา 

เพราะก่อนจะไปถึงพฤติกรรมที่รุนแรงขึ้น เช่น การข่มขืนกระทำชำเรา ก็มักจะเริ่มต้นที่พฤติกรรมเหล่านี้  อาทิ พูดจาทำนองหมาหยอกไก่ หรือมองด้วยสายตาเย้ายวน หรือตามตื๊อตามจีบไปจนถึงพื้นที่ออนไลน์ เป็นต้น ปัจจุบันมีเพียงกฎ ก.พ. และแนวปฏิบัติของบริษัทเอกชนข้ามชาติ ที่มีบทลงโทษทางวินัยตั้งแต่ตักเตือนจนถึงไล่ออก อย่างไรก็ตาม พบว่านับตั้งแต่เกิดกรณีอื้อฉาวของอดีตผู้บริหารพรรคการเมืองใหญ่พรรคหนึ่ง หลายองค์กรให้ความสนใจแนวปฏิบัตินี้มากขึ้น ไม่เว้นแม้แต่องค์กรพัฒนาเอกชน (NGO) ก็ต้องมีเช่นกัน เพราะไม่ใช่ว่าจะไม่มีปัญหา

“ถ้าเราไม่มีแล้วเกิดเคสขึ้นมา มันแก้ยาก ไม่รู้จะเอาผิดอย่างไร เหมือนกรณีของพรรคการเมืองพรรคหนึ่งที่มีปัญหาอยู่ตอนนี้ ต้องมานั่งรื้อระเบียบกัน แต่มีพรรคการเมืองที่น่าสนใจ พรรคก้าวไกลเขาพูดชัดเจนว่าเขาทำแล้วแต่ยังทำไม่ดี เขาก็แก้ใหม่เลย ทำให้เอาผิดที่มันลงลึกได้ ผมคิดว่าเรื่องนโยบายแบบนี้ไม่ใช่แค่พรรคการเมืองต้องทำ แต่องค์กรต่างๆ ต้องทำด้วย เป็นเรื่องจริงจังไม่ว่าองค์กรรัฐ องค์กรต่างๆ องค์กรอิสระอะไรพวกนี้ ควรจะต้องทำจริงจัง” นายจะเด็จ ระบุ
ผอ.มูลนิธิหญิงชายก้าวไกล ยังตอบข้อซักถามของสื่อมวลชน กรณีพฤติกรรมที่เข้าข่ายคุกคามทางเพศ แต่ยังไม่เข้าข่ายลวนลามหรือข่มขืนกระทำชำเรา อย่างการใช้คำพูด ใช้สายตา หรือตามตื๊อตามจีบ เป็นพฤติกรรมที่ผู้ชายเจ้าชู้มักนิยมทำกัน พบเห็นได้ทั่วไป เท่ากับว่าจำเป็นต้องยุติความคิดเรื่องความเจ้าชู้ของผู้ชายเป็นเรื่องปกติหรือเรื่องธรรมชาติด้สนหรือไม่ เพื่อนำไปสู่การเปลี่ยนพฤติกรรมในระยะยาว

โดยให้ความเห็นว่า วัฒนธรรมชายเป็นใหญ่เป็นสิ่งที่ถูกบ่มเพาะกันมาตั้งแต่ครอบครัว การศึกษาและสื่อต่างๆ ทำให้เข้าใจว่าผู้ชายเจ้าชู้เป็นเรื่องปกติเห็นได้จากเวลาผู้ชายจับกลุ่มคุยกัน บางครั้งมีการพนันขันต่อว่าใครในกลุ่มจะสามารถจีบผู้หญิงสวยที่คนในกลุ่มต่างหมายปองได้สำเร็จ ดังนั้นเรื่องนี้ต้องชัดเจน หากเป็นชุดความคิดที่ไปตอกย้ำวัฒนธรรมชายเป็นใหญ่และนำไปสู่การคุกคามมากขึ้นก็ต้องเลิกชุดความคิดนั้น

“ถ้าผู้หญิงเป็นคนเจ้าชู้สังคมรับได้ไหม? ก็รับไมได้ อันนี้เป็นผู้หญิงไม่ดีไปเลย สังคมไทยมันบ่มเพาะว่าผู้ชายเป็นอย่างนี้ ผู้หญิงเป็นอย่างนี้ แล้วผู้หญิงส่วนใหญ่จะถูกสังคมตีตราว่าเป็นผู้หญิงไม่ดี คุณกินเหล้า คุณทำตัวไปหาเขาเอง ผมว่าชุดความคิดแบบนี้เราก็ต้องวิพากษ์กัน แล้วก็รื้อมันออกมาว่ามันมีปัญหา มันทำให้เกิดความไม่เท่าเทียมกัน” นายจะเด็จ กล่าว
ด้าน น.ส.เสาวลักษณ์ ทองก๊วย นายกสมาคมส่งเสริมศักยภาพสตรีพิการ และกรรมการว่าด้วยสิทธิคนพิการแห่งสหประชาชาติ กล่าวเสริมว่า ขอให้ผู้ที่สงสัยกับชุดความคิดเรื่องความเจ้าชู้ของผู้ชาย ลองถามตนเองว่าหากมีแฟนแล้วแฟนไปคบหาผู้ชายหลายคนจะรู้สึกอย่างไร ในทางกลับกัน หากมีภรรยาแล้วยังไปจีบผู้หญิงอื่นอีกจะรู้สึกอย่างไร ซึ่งความเชื่อหรือวัฒนธรรมประเพณีที่มีมาแต่โบราณ หากยังคงทันสมัยและไมได้ไปกดทับลดทอนคุณค่าศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ของใคร ก็ยังสามารถทำได้

“ทัศนคติแบบเจ้าชู้ประตูดิน มันได้สร้างคุณค่าอะไรให้กับสังคม แล้วมันได้ไปเชิดชูศักดิ์ศรีคุณค่าความเป็นมนุษย์ของใครบ้าง?” เสาวลักษณ์ กล่าว

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ไหว้ ‘หลวงพ่อแก่น’ ชมพระอุโบสถต้นโพธิ์ วัดร้างอ่างทอง

Posted on May 27, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/656155

ไหว้ 'หลวงพ่อแก่น' ชมพระอุโบสถต้นโพธิ์  วัดร้างอ่างทอง

วันพฤหัสบดี ที่ 26 พฤษภาคม พ.ศ. 2565, 15.04 น.

วันนี้ “ทีมข่าวแนวหน้าออนไลน์” จะพาไปไหว้พระทำบุญกันที่ “วัดสังข์กระต่าย” ตั้งอยู่ที่ ต.ศาลาแดง อ.เมือง จ.อ่างทอง ซึ่งเป็นสถานที่ท่องเที่ยวในเมืองอ่างทอง โดยตัวโบสถ์นั้นเก่าแก่ มีอายุกว่า 400 ปี มีต้นโพธิ์ขนาดใหญ่ขึ้นปกคลุมรอบโบสถ์ 4 ต้น ยึดโครงสร้างผนังรอบโบสถ์ไว้อย่างน่ามหัศจรรย์ ทำให้มีนักท่องเที่ยวให้ความสนใจ และเข้าชมความสวยงามตามธรรมชาติ พร้อมทั้งไหว้ขอพร “หลวงพ่อแก่น” เพื่อเป็นสิริมงคล   

จากเดิม “วัดสังข์กระต่าย” ชื่อว่า “วัดสามกระต่าย” แต่ได้มีการเรียกชื่อผิดเพี้ยนกันมาจนกลายเป็น “วัดสังข์กระต่าย” ซึ่งโบสถ์เก่าแก่ถูกสร้างก่อนสมัยกรุงศรีอยุธยา ที่ยังคงหลงเหลือไว้ให้เห็นเพียงโบสถ์เก่ามีต้นโพธิ์ 4 ต้น ขนาดใหญ่ มีรากขึ้นปกคลุม และยึดโครงสร้างผนังรอบโบสถ์และภายในโบสถ์  ซึ่งเป็นเรื่องน่ามหัศจรรย์

ภายในโบสถ์ก็เช่นเดียวกัน และภายในมีด้วยกันทั้งหมด 3 ห้อง ในห้องแรก จะมีหลวงพ่อแก่น ประดิษฐานเอาไว้ ถัดมาคือห้องใหญ่ที่มี หลวงพ่อวันดี เป็นพระธานองค์ใหญ่ หลวงพ่อศรี และ หลวงพ่อสุข ขนาดเล็กลงมา ส่วนห้องสุดท้ายจะไม่มีอะไร เป็นห้องว่างๆ แม้ว่าตัวโบสถ์ของ วัดสังกระต่าย จะไม่มีหลังคา แต่กลับร่มรื่นมากๆ เพราะมีร่มเงาจากต้นโพธิ์ที่คอยปกคลุม ส่วนผนังโบสถ์ มีรากต้นโพธิ์ที่ขึ้นอยู่ และยึดผนังโบสถ์ไว้อย่างดี

อย่างไรก็ตาม วัดถึงแม้จะเป็นวัดร้าง แต่ชาวบ้านยังคงมีความเลื่อมใสศรัทธา บ้านไหนมีงานบุญงานมงคล ก็จะมากราบไหว้ขอพรบอกกล่าว ถ้าเป็นงานบวชก็ได้แห่นาคมาเวียนรอบโบสถ์โบราณแห่งนี้ 3 รอบบ้าง 9 รอบบ้างก่อนที่จะแห่นาคไปอุปสมบท โดยมีทางสำนักงานเทศบาลตำบลศาลาแดงและชาวบ้านช่วยกันดูแลเป็นอย่างดี

สำหรับ การเดินทางไปยัง “วัดสังกระต่าย” สามารถเดินทางมาจากถนนสายเอเชีย โดยแยกเข้าอ่างทอง จากนั้นตรงไปข้ามสะพานข้ามแม่น้ำเจ้าพระยา ตรงมาจนผ่านตลาด เจอสี่แยกไฟแดงที่แยกเรือนจำ ให้เลี้ยวขวา ผ่านเรือนจำอ่างทองไปด้านซ้ายจะเจอปั๊มน้ำมัน ให้กลับรถจะเห็นป้าย วัดสังกระต่าย อยู่ทางซ้าย ขับตรงไปราว 500 เมตรก็ถึงวัด.-008 

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

สุดเจ๋ง! หนุ่มชาวนาสุโขไทยเรียนรู้จากยูทูปประดิษฐ์รถเกี่ยวหญ้าวัวส่งขายทั่วไทย

Posted on May 27, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/656136

สุดเจ๋ง! หนุ่มชาวนาสุโขไทยเรียนรู้จากยูทูปประดิษฐ์รถเกี่ยวหญ้าวัวส่งขายทั่วไทย

วันพฤหัสบดี ที่ 26 พฤษภาคม พ.ศ. 2565, 14.20 น.

ที่หมู่ 9 ต.ไกรใน อ.กงไกรลาศ จ.สุโขทัย หนุ่มชาวนาอายุ 37 ปี จบ ม.6 กศน.อาศัยเรียนรู้จากยูทูป ประดิษฐ์รถเกี่ยวหญ้าวัว โดยเริ่มต้นจากญาติขอให้ช่วยทำเพื่อทุ่นแรง เพราะใช้เครื่องตัดหญ้าแบบสะพายบ่าไม่ไหวแล้ว จนเป็นข่าวดังเมื่อปี 63 ถึงปัจจุบันมีคนจ้างทำขายไปแล้วกว่า 20 คัน ตอนนี้กำลังทำอีก 2 จ่อคิวต่ออีก 4 คัน ส่งขายทั่วไทย

นายศรัทธา ปานดำ หรือ ช่างอ๊อฟ บอกว่า เคยเป็นลูกจ้างอู่ซ่อมรถไถ ไม่ได้เรียนจบช่างอะไรเลย แต่อาศัยดูตัวอย่างจากยูทูป แล้วออกแบบดัดแปลงสร้างรถเกี่ยวหญ้าวัวได้สำเร็จเป็นคันแรกใน จ.สุโขทัย โดยใช้เวลาทำ 15 วัน เดิมไม่ได้คิดทำขาย แต่พอเป็นข่าวดังก็มีคนโทรมาสั่งเรื่อยๆ เลยยึดเป็นอาชีพหลัก พร้อมพัฒนาต่อยอด อัพเกรดรถให้เป็นระบบไฮดรอลิค สตาร์ทมือ มีระบบไฟครบ ติดตั้งชุดโฟร์วิลลุยโคลน ยกดัมพ์ได้ ไม่ต้องเสียเวลาโกยหญ้าลง สะดวกสบายมากขึ้น

“ที่ผ่านมาทำขายไปแล้วทั้งหมด 21 คัน ส่งไปหลายจังหวัด ทั้งพิษณุโลก เชียงราย เชียงใหม่ ลำพูน อุทัยธานี ชลบุรี ระยอง อุดรธานี กระบี่ และภูเก็ต ราคาไม่รวมเครื่องยนต์ อยู่ที่ 165,000 บาท ถ้ารวมเครื่องยนต์ด้วย ราคา 230,000 บาท โดยรถเกี่ยว 1 คัน จะใช้เวลาทำประมาณ 1 เดือนครึ่ง สำหรับผู้่ที่สนใจสามารถสอบถามเพิ่มเติมได้ที่ 090-3314962 (ช่างอ๊อฟ) – 003

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

กลับมาแล้ว! ‘อดีตปู่เดือนชัย’ หลังประกันตัวเมายาซิ่งแหกด่าน วอนอย่าซ้ำเติม

Posted on May 27, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/656134

กลับมาแล้ว! 'อดีตปู่เดือนชัย' หลังประกันตัวเมายาซิ่งแหกด่าน วอนอย่าซ้ำเติม

วันพฤหัสบดี ที่ 26 พฤษภาคม พ.ศ. 2565, 14.17 น.

กลับมาแล้ว! ‘อดีตปู่เดือนชัย’ หลังประกันตัวเมายาซิ่งแหกด่าน วอนอย่าซ้ำเติม แถมใบ้เลขเด็ดบอก 3 ตัวตรง

26 พ.ค.65 นายหลักชัย สร้างสุระ อายุ 62 ปี หรือ อดีตหลวงปู่เดือนชัย อดีตพระที่โด่งดังมากกรณีพฤติกรรมไม่เหมาะสมกรณี “คดีน้องชมพู่”จนคณะสงฆ์จังหวัดมุกดาหาร มีมติขับไล่ หลวงปู่เดือนชัย ธัมมวิจโย ออกจากพื้นที่ จ.มุกดาหาร และต่อมาเมื่อวันที่ 15 มี.ค.65 ที่ผ่านมา อดีตปู่เดือนชัยก็ถูกตร.สภ.นิคมคำสร้อย จ.มุกดาหาร จับกุมในข้อหา “เมาแล้วขับ” และมียาเสพติด (ยาบ้า) จำนวน 37 เม็ดจนต้องจับสึกและถูกดำเนินคดี

ล่าสุด อดีตหลวงปู่เดือนชัยกลับมาแล้วมาพำนักอยู่ที่สวนยางพารา จ.อุดรธานี ซึ่งเป็นที่ดินของตนเอง โดยหลวงปู่เดือนชัยบอกกับนักข่าวว่า “ประกันตัวออกมาและศาลตัดสินคดีแล้ว จำคุก 2 ปีแต่ให้รอลงอาญา”

อดีตหลวงปู่เดือนชัย กล่าวว่า ตอนนี้ได้มาอยู่ที่ดินของตนเอง ซึ่งเป็นสวนยางพาราที่พ่อแม่ยกให้ประมาณ 10 ไร่ ตอนบวชเป็นพระตั้งใจว่าจะตั้งสำนักฯที่ดิน แต่เมื่อโดนจับก็เลยสึก ต่อไปจะใช้ชีวิตเหมือนคนธรรมดาทั่วไป ส่วนเรื่องบวชอีกหรือไม่เป็นเรื่องของอนาคต ยังไม่แน่ แต่หากจะบวชตนเองไม่ได้เป็นพระสายดำ แต่เป็นพระสายขาวสายธรรม เคยเรียนธรรมมาก็เลยเห็นแบบนั้นแบบนี้ ส่วนเรื่องราวของปู่ที่ผ่านมา อยากจะบอกลูกหลานและลูกศิษย์ว่า สิ่งที่เห็นที่ผ่านมา ที่เห็นปู่เป็นอย่างโน้นอย่างนั้น ก็ขอให้เอาตาดูหูฟังดังดม ใช้วิจารณญาณ ทุกคนมีดีมีชั่วมีผิดมีพลาด ปราชญ์ก็ยิ่งพลาดได้เราแค่เป็นมนุษย์

ส่วนเรื่องคดีที่โดนจับนั้น เป็นบุพกรรมของปู่เอง ถึงเวลาที่จะต้องรับกรรม แต่ก็ผ่านไปแล้ว ตอนนี้ศาลตัดสินแล้วจำคุก 2 ปีให้รอลงอาญา เพราะไม่เคยทำผิด แต่คุมประพฤติให้รายงานตัว 4 เดือน 1 ครั้ง หากเราไม่ทำผิดก็พ้น ก็ขอให้ทุกคนให้อภัย อย่าซ้ำเติมกันเลย ยาบ้ายาเมาปู่หยุดแล้วจะไม่ไปยุ่งอีก  เร็วๆ นี้จะเดินทางไปทัวร์ยุโรปในหลายประเทศ ที่เชิญมาก็มีลาว มาเลเซีย แต่เร็วๆ นี้จะไปประเทศสวิตเซอร์แลนด์ คนที่โทรมาชวนให้ไปบอกว่าจะให้ไปร้องเพลงร่วมกับ “กาโตะ” โดยตอนท้ายอดีตปู่เดือนชัยได้เข้าธรรมบอกเลขเด็ด 764 ไม่มากูไม่ขี้ 8 วัน อดีตปู่เดือนชัยสวดใบ้เลขเด็ดตอนท้าย.-008 

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

‘ทนายเดชา’ยกภูเขาออกจากอก 3ข้อฟางเส้นสุดท้ายถอนตัวคดีแตงโม

Posted on May 27, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/656121

'ทนายเดชา'ยกภูเขาออกจากอก 3ข้อฟางเส้นสุดท้ายถอนตัวคดีแตงโม

วันพฤหัสบดี ที่ 26 พฤษภาคม พ.ศ. 2565, 13.38 น.

‘ทนายเดชา’ยกภูเขาออกจากอก ยก3ข้อฟางเส้นสุดท้ายถอนตัวคดีแตงโม

26 พฤษภาคม 2565 ในรายการโหนกระแส ที่มี หนุ่ม กรรชัย เป็นผู้ดำเนินรายการ หลังจากที่เชิญทนายเดชา กิตติวิทยานันท์ ทนายความของ นางภนิดา ศิระยุทธโยธิน แม่ของแตงโม ภัทรธิดา พัชรวีระพงษ์ มาร่วมพูดคุยถึงประเด็นร้อน ที่ออกมาประกาศขอถอนตัวจากคดีแตงโม โดย ทนายเดชา ให้เหตุผลหลัก 3 ข้อที่ต้องยอมตัดสินใจถอนตัว 1.มีความเห็นทางคดีไม่ตรงกัน โดยทนายเดชา มองว่าการเสียชีวิตของดาราสาว เกิดจากความประมาทของคนบนเรือ ส่วนแม่กลับเริ่มมองว่าเป็นคดีฆาตกรรม 2. ทนายเดชา ไม่เห็นด้วยที่คุณแม่ส่งโทรศัพท์มือถือของแตงโมไปให้บังแจ๊ค เพราะเห็นว่าไม่สมควรและไม่ถูกต้อง จนกลายเป็นความเสียหายอย่างที่ถูกคนได้เห็นโลกโซเชียล และ 3. คุณแม่เกิดความไม่พอใจที่ทนายตั้มโพสต์แรงถึงคุณแม่ ด้านคุณแม่จึงสั่งให้ทนายเดชาดำเนินคดีทนายตั้ม แต่ทนายเดชาปฏิเสธ “เค้าเป็นเพื่อนผม ผมทำไม่ได้” จึงทำให้คุณแม่ไม่พอใจ 

009

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

‘ผอ.สันป่าตอง’แจงคลิปว่อนครูกล้อนผม ไม่ใช่การลงโทษ

Posted on May 27, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/656085

'ผอ.สันป่าตอง'แจงคลิปว่อนครูกล้อนผม ไม่ใช่การลงโทษ

วันพฤหัสบดี ที่ 26 พฤษภาคม พ.ศ. 2565, 11.17 น.

ผู้อำนวยการ รร.สันป่าตองวิทยาคม ชี้แจงคลิปว่อน ครูกล้อนผมนักเรียน หวังดีแยกไม่ออกนักเรียนหรือคนภายนอก อยากให้นักเรียนมีบุคลิกภาพดี อยู่ในกฎระเบียบ

26 พฤษภาคม 2565 จากกรณีคลิปคุณครูโรงเรียนสันป่าตอง จ.เชียงใหม่ ลงโทษนักเรียนด้วยการกล้อนผมกลางสนามฟุตบอลนั้น จนทำให้เรื่องนี้ถูกวิพากษ์วิจารณ์ 

ล่าสุด ผู้อำนวยการโรงเรียนสันป่าตองวิทยาคม ทราบเรื่องแล้วพร้อมชี้แจงว่า เหตุการณ์คุณครูใส่ชุดลูกเสือกล้อนผมนักเรียนชั้น ม.2  โรงเรียนมีคณะกรรมการ 5 ฝ่าย รวมทั้งศิษย์เก่าและผู้ปกครอง มีข้อตกลงร่วมกันในการกำหนดระเบียบทรงผม โดยยืนยันว่าไม่ใช่การลงโทษ และครูได้ตักเตือนแล้ว

ส่วนคุณครูท่านนี้ ที่ใช้กรรไกรตัดผมนักเรียน ชี้แจงว่า ทำไปเพราะต้องการให้นักเรียนมีบุคลิกภาพดี อยู่ในกฎระเบียบ ไม่ต้องการให้นักเรียนผมยาวมาก เพราะอาจแยกไม่ออกระหว่างนักเรียน หรือ บุคคลภายนอกที่แปลกปลอมมาและตัดผมบริเวณท้ายทอย เพื่อทำสัญลักษณ์ให้นักเรียนกลับไปแก้ไขทรงผม พร้อมยืนยันว่าไม่ได้กลั่นแกล้ง

ข่าวที่เกี่ยวข้อง : ว่อนอีกคลิป! ครูมันมือไล่กล้อนผมนร. ชี้พิกัดรร.ดังย่านสันป่าตอง จ.เชียงใหม่ 

ขอบคุณ : news.thaipbs

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ผงะ! พบแล้วรังงูเห่ายึดบ้านมีถึง 2 คอกอยู่ใต้พื้นที่ลูกเมียเจ้าของบ้านนอนทุกคืน

Posted on May 27, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/656083

ผงะ! พบแล้วรังงูเห่ายึดบ้านมีถึง 2 คอกอยู่ใต้พื้นที่ลูกเมียเจ้าของบ้านนอนทุกคืน

วันพฤหัสบดี ที่ 26 พฤษภาคม พ.ศ. 2565, 11.03 น.

เจ้าหน้าที่ชุดอสรพิษภาคใต้ลงพื้นที่หารังงูเห่าในบ้านเช่าหลังถูกงูบุกเข้ายึดเป็นที่อยู่อาศัย ปรากฏพบจริงๆ อาศัยอยู่ในโพรงถึง 2 คอกแม่งู 2 ตัว ไข่ที่ฟักแล้ว 14 ฟอง ยังไม่ได้ฟัก 30 ฟองและลูกงูอีก 1 ตัว โดยจุดที่งูไปทำรังอยู่เป็นจุดที่ภรรยาและลูกๆ เจ้าของบ้านนอนทุกคืน ด้านเจ้าของบ้านเผยสบายใจขึ้นแต่ยังไม่ย้ายกลับเข้ามาอยู่ในบ้าน ต้องรออีกระยะเพราะครอบครัวยังขวัญเสีย

ความคืบหน้าเหตุการณ์กองทัพลูกงูเห่าบุกยึดบ้านเช่าเลขที่ 46/6 หมู่ 2 บ้านม่วงค่าย ต.ฉลุง อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ซึ่งครอบครัวของนายเอราวัณ มามะ อายุ 43 ปี หรือบังแบ เช่าอาศัยอยู่กับภรรยาและลูกอีก 3 คนอายุ 4 ปี 6 ปี และ 7 ปี รวม 5 ชีวิต โดยกินนอนอยู่กับฝูงงูเห่าที่คาดว่าจะเข้าไปทำรังวางไข่อยู่ในโพรงใต้พื้นปูนในบ้านมานานหลายเดือน กระทั่งเมื่อวันที่ 21 พฤษภาคมที่ผ่านมาลูกงูเห่าเริ่มออกจากโพรงมาให้เห็นทุกวัน และนอนขดตัวอยู่ทั่วทั้งบ้านทั้งในรองเท้านักเรียนลูก ใต้เบาะที่นอนใต้ผ้าห่มในตู้ในกล่องเครื่องมือรวม 14 ตัวจนต้องย้ายบ้านหนีไปอยู่บ้านญาติเพราะไม่อาศัยอยู่ได้

ล่าสุดเมื่อช่วงเวลา 17.00 น.วานนี้ (25 พ.ค.65) ทางเจ้าหน้าที่อสรพิษวิทยาภาคใต้ซึ่งเป็นเครือข่ายของ Nick Wildlife มือปราบอสรพิษชื่อดังนำโดยนายปรางมาศ เจริญวัย อายุ 38 ปี ประธานอสรพิษวิทยาภาคใต้ได้ลงพื้นที่มาค้นหางูเห่าภายในบ้านเช่าหลังนี้โดยได้ใช้ค้อนทุบตรงรูบริเวณซอกปูนภายในห้องนอนที่คาดว่าจะเป็นรูของงูเห่าที่เข้าไปทำโพรงวางไข่และอาศัยอยู่

ปรากฏว่าพบรังของงูเห่าจริงๆ และพบถึง 2 รัง โดยรังแรกพบไข่งูเห่าที่ยังไม่ได้ฟัก 14 ฟองและแม่งูเห่า 1 ตัวความยาวเกือบ 2 เมตร และรังที่ 2 พบไข่ที่ฟักแล้ว 30 ฟองลูกงูอีก 1 ตัว และแม่งูเห่าอีก 1 ตัวและมีขนาดใหญ่และยาวกว่าตัวแรก ท่ามกลางความตื่นตะลึงของชาวบ้านที่ไม่ยืนมุงดูเหตุการณ์นับร้อยคน และเจ้าหน้าที่อสรพิษวิทยาภาคใต้ได้ตรวจสอบตามรูตามซอกภายในบ้านอย่างละเอียดเพื่อดูว่ายังมีรังงูเห่าอีกหรือไม่แต่ก็ไม่พบงูเห่าเพิ่มเติมคาดว่าน่าจะมีเพียง 2 รังนี้

นายปรางมาศ เจริญวัย ประธานอสรพิษวิทยาภาคใต้ เปิดเผยว่า ผลการค้นหางูเห่าในบ้านหลังนี้พบไข่ที่ยังไม่ได้ฟัก 14 ฟอง ฟักแล้ว 30 ฟอง ลูกงูอีก 1 ตัว แม่งูอีก 2 ตัว รวมงูเห่าที่อยู่ในโพรงใต้พื้นบ้านหลังนี้จำนวน 2 คอก และจากการตรวจสอบน่าจะมีเพียงแค่นี้

นายปรางมาศ กล่าววว่า สาเหตุที่งูเห่าเข้ามาทำรังที่บ้านหลังนี้เพราะบริเวณบ้านเป็นป่าสวนยางและจุดที่งูเข้าไปทำรังฟักไข่ก็มีอุณภูมิที่เหมาะสม จึงอยากเตือนให้ชาวบ้านระวังกรณีงูเข้าไปทำรังในบ้านควรอุดรูในบ้านให้หมด เพราะส่วนใหญ่งูจะใช้รูที่พวกอึ่งอางคางคกขุดไว้เข้าไปวางไข่ หลังจากนี้ก็จะนำไข่งูไปฟักให้ออกเป็นตัวและจะนำไปปล่อยคืนสู่ธรรมชาติพร้อมกับแม่งูทั้งสองตัว

ด้านนายเอราวัณ บอกว่า จุดที่งูเข้าไปทำรังอยู่นั้นเป็นที่นอนของภรรยาและลูกๆ ทุกคืนซึ่งนึกแล้วสยองขวัญมากเพราะนอนอยู่กับงูที่อยู่ในรังใต้พื้นบ้านทุกคืน แต่ก็สบายใจขึ้นที่เจ้าหน้าที่มาช่วยตรวจสอบและหาจนเจอ และแม้ว่าจะจับงูออกไปทั้งหมดแล้ว แต่ก็ยังไม่ย้ายเข้ามาอยู่ในบ้านหลังนี้ ต้องรออีกระยะเพราะตอนนี้ครอบครัวยังขวัญเสียอยู่หรืออาจจะหาที่อยู่ใหม่เพื่อความสบายใจ – 003 

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

สกู๊ปแนวหน้า : พ่อแม่จ่ายแพง-เด็กหลุดระบบ ปรับ‘เรียนฟรี’จุดเดียวเอาอยู่?

Posted on May 26, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/655977

สกู๊ปแนวหน้า : พ่อแม่จ่ายแพง-เด็กหลุดระบบ  ปรับ‘เรียนฟรี’จุดเดียวเอาอยู่?

วันพฤหัสบดี ที่ 26 พฤษภาคม พ.ศ. 2565, 02.00 น.

“การศึกษา” เป็นหนทางยกระดับบุคคลไปสู่การมีงานมีรายได้ดีและมั่นคง และเป็นการเสริมศักยภาพประชากรในฐานะผู้ขับเคลื่อนประเทศ สำหรับประเทศไทย แม้จะมีความพยายามดึงเด็กและเยาวชนเข้าสู่ระบบการศึกษาจากหลากหลายนโยบาย ทั้งโรงเรียนขยายโอกาส การเรียนฟรี 15 ปี จนถึงกองทุนให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) ถึงกระนั้น ก็ยังมีเด็กและเยาวชนอีกส่วนหนึ่งที่ “หลุดออกจากระบบ” ไม่สามารถไปถึงเป้าหมายปลายทางที่แต่ละคนฝันไว้

เมื่อช่วงต้นสัปดาห์นี้ มีการจัดเสวนาหัวข้อ “ถึงเวลาแล้วหรือยัง? ปฏิรูปนโยบายเรียนฟรี ปิดช่องว่างความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา 15 ปี ยังเท่าเดิม” โดยคณะกรรมการปฏิรูปประเทศด้านการศึกษา ร่วมกับ กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) ซึ่ง รศ.ดร.ชัยยุทธ ปัญญสวัสดิ์สุทธิ์อาจารย์คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ กล่าวว่า ไทยมีนโยบายเรียนฟรี เพื่อบรรเทาภาระค่าใช้จ่ายของผู้ปกครอง อีกทั้งต้องบอกว่าประเทศนี้ใจดีเพราะช่วยเหลือค่าใช้จ่ายแม้กระทั่งกับลูกหลานคนต่างชาติ

โดยการดำเนินนโยบาย รัฐจะส่งเงินไปยังโรงเรียน ซึ่งจะแบ่งเป็นค่าใช้จ่ายแต่ละรายการ คือ 1.ค่าจัดการเรียนการสอน ซึ่งจะได้แบบ “รายหัว” ตามจำนวนนักเรียนในโรงเรียนนั้นๆ ยิ่งมีนักเรียนมากโรงเรียนก็จะได้งบประมาณส่วนนี้มากไปด้วย2.กิจกรรมพัฒนาคุณภาพผู้เรียน เช่น ทัศนศึกษา เข้าค่าย จัดแข่งกีฬา ฯลฯ โดย 2 รายการนี้เป็นงบประมาณให้กับโรงเรียนโดยตรง ส่วนอีก 3 รายการ คือ หนังสือเรียน เครื่องแบบและอุปกรณ์การเรียน

อย่างไรก็ตาม มีข้อสังเกตคือ “เงินอุดหนุนเด็กยากจน ไม่ครอบคลุมชั้นก่อนประถมศึกษา (อนุบาล) และมัธยมศึกษาตอนปลาย” ขณะเดียวกัน “เสียงสะท้อนจากผู้ปกครองพบว่าเงินอุดหนุนค่าเครื่องแบบและอุปกรณ์การเรียนไม่เพียงพอ”โดยเฉพาะเครื่องแบบ นอกจากชุดนักเรียนแล้วยังมีชุดลูกเสือชุดพละ ชุดประจำถิ่น ฯลฯ อีกด้านหนึ่ง “โรงเรียนมีค่าใช้จ่ายสาธารณูปโภคที่เกี่ยวข้องกับการจัดการเรียนการสอนออนไลน์เพิ่มขึ้น เช่น ค่าน้ำ ค่าไฟฟ้า ค่าอุปกรณ์เครื่องมือที่ต้องใช้ฯลฯ” ในช่วงสถานการณ์โรคระบาดโควิด-19

“ถ้ามองด้วยใจที่เป็นธรรม นโยบายเรียนฟรี 5 รายการพวกนี้ ถ้าคิดว่ารัฐบาลพอจะมีรายได้ก็ปรับได้ แต่วันนี้เราต้องมาดูรายละเอียด เพราะปรับทีหนึ่งไม่ได้ปรับแค่สังกัดเดียว แต่ปรับเด็กทั้ง 10 ล้านคน พูดง่ายๆ 8 หมื่นล้าน สมมุติเรามีเด็ก 10 ล้าน ปรับ 100 บาท เจอเข้าไปพันล้าน ฉะนั้นขยับนิดหนึ่งแล้วขยับหมด แล้วก็จะเป็นภาระต่อไปเรื่อยๆ ฉะนั้นมันก็จะเป็นประเด็นที่เราต้องมาคิดว่า ถ้ามันจำเป็นต้องปรับจะปรับอย่างไร” รศ.ดร.ชัยยุทธ กล่าว

รศ.ดร.ชัยยุทธ เสนอแนวทางปรับปรุงไว้ 2 รูปแบบ 1.อุดช่องว่างชั้นอนุบาลและ ม.ปลาย กรณีเด็กยากจน การช่วยเหลือเด็กอนุบาลยากจน ที่มีอยู่ประมาณ 2.4 แสนคน อัตรา 1,000 บาทต่อหัว จะใช้งบ 240 ล้านบาท ส่วนชั้น ม.ปลาย หากเริ่มปรับที่ชั้น ม.4 ก่อน จะมีเด็กกลุ่มนี้ประมาณ 2.8 หมื่นคนใช้งบ 255 ล้านบาท รวมแล้วอยู่ที่ราว 500 ล้านบาทกับ 2.เพิ่มการอุดหนุนชั้น ม.ต้น ด้วย หากมีงบเหลือ โดยส่วนนี้จะใช้งบเพิ่มอีกเกือบ 700 ล้านบาท เมื่อรวมกับรูปแบบในข้อแรก จะใช้งบทั้งหมดประมาณ 1 พันล้านบาท

รศ.ดร.วรากรณ์ สามโกเศศ ประธานกรรมการในคณะกรรมการปฏิรูปประเทศด้านการศึกษา และอดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ กล่าวว่า ในทางวิชาการมีผลการศึกษาหลายชิ้นชี้ว่า “การลงทุนในเด็กช่วง 6 ปีแรกของชีวิตให้ผลตอบแทนคุ้มค่าที่สุด” คิดเป็นผลกำไรถึงร้อยละ 13-14 เช่นเดียวกับการลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน (เช่น รถไฟฟ้า) แต่สิ่งที่ต่างกันคือ ในขณะที่โครงสร้างพื้นฐานใช้ไปสัก 20 ปีก็จบต้องสร้างกันใหม่ มนุษย์ที่ถูกพัฒนาให้มีคุณภาพ ก็จะกลายเป็นพ่อแม่ที่มีคุณภาพของประชากรรุ่นถัดไป
ซึ่งจุดนี้เป็นมูลค่าที่ไม่สามารถคำนวณได้

“จำนวนมากยากจนเพราะไม่ได้รับบริการจากภาครัฐ คนยากจนไม่ได้ยากจนเรื่องเงินอย่างเดียว แต่ยังยากจนทางความคิดว่าตัวเองต่ำต้อยด้วย คนยากจนจำนวนไม่น้อยในประเทศไทยไม่มีบัตรประชาชน เพราะไม่กล้าเดินขึ้นไปบนอำเภอเพื่อทำบัตรประชาชน เพราะคิดว่าตัวเองต่ำต้อย ไม่มีหลักฐานยืนยันได้ ฉะนั้นการให้เงินอุดหนุนส่วนนี้จะช่วยให้กำลังใจเขา ว่ามีคนสนใจเขา แคร์เขา ให้แรงผลักดันและดูแลลูกต่อไปข้างหน้า” รศ.ดร.วรากรณ์ ระบุ

รศ.ดร.วรากรณ์ กล่าวอีกว่า ส่วนการสนับสนุนในระดับ ม.ปลาย (ทั้งสายสามัญและอาชีวะ) แม้จะไม่ใช่การศึกษาภาคบังคับ แต่ก็มีความสำคัญ ด้านหนึ่งช่วยเพิ่มโอกาสการหางานที่มั่นคงทำได้ แทนที่จะเป็นแรงงานไร้ทักษะก็จะได้เป็นแรงงานมีฝีมือ อีกด้านหนึ่ง ที่ผ่านมาไทยลงทุนกับการเรียนระดับอุดมศึกษา (มหาวิทยาลัย) หลักแสนล้านบาทต่อปี แต่มีผู้ได้ประโยชน์เพียงร้อยละ 30 ส่วนอีกร้อยละ 70 ไปไม่ถึงมหาวิทยาลัย หรือแม้แต่ ม.ปลาย เสียด้วยซ้ำไป การอุดหนุนเด็กยากจนให้เรียนชั้น ม.ปลาย ก็จะเป็นสะพานเชื่อมไปสู่การเรียนต่อระดับอุดมศึกษาได้

ขณะที่ ภูมิศรัณย์ ทองเลี่ยมนาค รักษาการผู้อำนวยการ สถาบันวิจัยเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา กล่าวถึงผลการศึกษา ที่พบว่า ในแต่ละปี ครัวเรือนจะมีภาระค่าเล่าเรียนบุตรหลานเฉลี่ยประมาณ 1 หมื่นบาท รองลงมาเป็นค่าเดินทาง ปีละ 4,000 บาท ค่าเครื่องแบบ ปีละประมาณ 1,300 บาท ค่าหนังสือและอุปกรณ์ต่างๆ ราว 1,100 บาท เป็นต้น ทั้งนี้ เมื่อแยกเป็นรายพื้นที่ ครัวเรือนใน กรุงเทพฯ จะมีภาระค่าใช้จ่ายด้านการศึกษาสูงที่สุด ซึ่งอาจเป็นเพราะพื้นที่นี้มีทั้งโรงเรียนเอกชน โรงเรียนนานาชาติ หรือโรงเรียนของรัฐที่มีหลักสูตรราคาแพง

“กรุงเทพฯ มีค่าใช้จ่ายทางการศึกษาสูงกว่าค่าใช้จ่ายของประเทศประมาณ 2 เท่าเลยทีเดียว ซึ่งอันหนึ่งที่น่าสนใจก็คือค่าเดินทางของประเทศเฉลี่ย 4,000 บาทต่อปี กรุงเทพฯ ก็ประมาณเกือบ 7,000 ซึ่งอันนี้ก็ถือว่าไม่น้อยสำหรับครอบครัว โดยเฉพาะชนชั้นกลางล่างๆ หน่อย หรือว่าคนยากจน ค่าเดินทางไม่ได้ถูก แล้วยิ่งปัจจุบันค่าน้ำมันก็แพง ก็น่าจะเยอะขึ้นด้วย อันนี้ตัวเลขเก่า ด้วยราคาน้ำมัน ราคาสาธารณูปโภคในยุคใหม่ ก็น่าจะยิ่งทำให้ค่าเดินทางแพงขึ้น ส่วนค่าอุปกรณ์ถือว่าไม่หนักมาก จะไปหนักค่าเล่าเรียนมากกว่า” ภูมิศรัณย์ กล่าว

อีกด้านหนึ่ง ปฏิมา จงเจริญธนาวัฒน์ นักวิเคราะห์นโยบายและแผน ชำนาญการพิเศษ กองศึกษาและวิจัยเชิงยุทธศาสตร์ สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ(สภาพัฒน์) กล่าวว่า การให้เงินอุดหนุนนั้นจำเป็น แต่ควรมีกลไกอื่นเสริมเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ ทั้งนี้ ในมุมมองของสภาพัฒน์ แม้จะมีความพยายามลดค่าใช้จ่ายด้านการศึกษา แต่ครัวเรือนยังมีเรื่องของต้นทุนค่าเสียโอกาสในการทำงาน

“หลายครัวเรือนเราพบว่าเด็กไม่ไปเรียนไม่ใช่ว่าเขา (พ่อแม่ผู้ปกครอง) ไม่สามารถส่งเด็กไปเรียน แต่จะเป็นว่าคุ้มกว่าถ้าจะให้ลูกหลานไปทำงาน เพื่อมาช่วยค่าแรงเขาอีกแรง ฉะนั้นกลไกที่เราอยากจะขับเคลื่อนในอนาคต ก็คือมองไปที่ครัวเรือนเป็นสำคัญ โดยให้ความสำคัญกับเด็ก แต่ดูศักยภาพของครัวเรือน ของพ่อแม่โดยรวมด้วยว่าสามารถรับรู้และเข้าใจความสำคัญของการศึกษา รวมถึงสามารถที่จะมีงานทำเพื่อจะมาเลี้ยงเด็กด้วย” ปฏิมา กล่าว

SCOOP@NAEWNA.COM

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, สกู๊ปแนวหน้า, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, สกู๊ปแนวหน้า, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

เกิดมาให้โชค! ต้นกล้วยประหลาด แตกยอดคล้ายพญานาค 9 เศียร

Posted on May 26, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/656052

เกิดมาให้โชค! ต้นกล้วยประหลาด แตกยอดคล้ายพญานาค 9 เศียร

วันพุธ ที่ 25 พฤษภาคม พ.ศ. 2565, 21.04 น.

ฮือฮา! ชาวบ้าน อ.บ้านดุง จ.อุดรธานี แตกตื่นต้นกล้วยประหลาดโผล่มาต้นเดียวในสวนยางพารา แตกยอดสีเขียวมรกตคล้ายพญานาค 9 เศียร เชื่อเกิดมาให้โชค ชาวบ้านไม่รอช้าส่องเลขเด็ดโคนต้นกล้วย เห็นจะๆ 51 , 57 ส่วนธูปมงคล เจอเลขมงคล 032

เมื่อวันที่ 25 พฤษภาคม 2565 ผู้สื่อข่าวจังหวัดอุดรธานีได้รับแจ้งจากชาวบ้าน ว่า บริเวณสวนยางพารา ที่บ้านเหล่าอุดม อ.บ้านดุง จ.อุดรธานี มีต้นกล้วยแปลกประหลาด แตกยอดคล้ายเศียรพญานาค 9 เศียร จึงเดินทางไปพิสูจน์ตามที่รับแจ้ง โดยจุดที่พบต้นกล้วยเป็นสวนยางพารา อยู่ด้านหลังของบ้านเลขที่ 143 ม.9 บ.เหล่าอุดม ต.บ้านจันทน์ อ.บ้านดุง จ.อุดรธานี มี น.ส.ปิยะพร พรหมสอน อายุ 40 ปี เจ้าของสวน และมีชาวบ้านจำนวนที่รู้ข่าวเดินทางมาดูต้นกล้วยประหลาดจำนวนมาก

น.ส.ปิยะพร เปิดเผยว่า ต้นกล้วยต้นนี้เกิดในช่วงเดือนตุลาคม 64 ต่อมาต้นเดือนมกราคม 65 พ่อสามี คือ นายฉลอง บุเรียเพียร อายุ 62 ปี ก็เสียชีวิตตอนต้นเดือนมกราคม 65 ตอนนั้นต้นกล้วยไม่แตกยอดเป็นแบบนี้ ต้นกล้วยมีรูปทรงปกติ โดยในสวนยางพารากว่า 10 ไร่ มีต้นกล้วยนวลต้นนี้เกิดอยู่ต้นเดียว ตนเองและสามีก็ไม่ได้เอะใจอะไร แต่ในช่วงสัปดาห์ก่อนตนมาตรวจสวนยางกลับพบว่าต้นกล้วยแตกยอดแปลกประหลาดออกเป็นเก้าแฉก คล้ายเศียรของพญานาคตามความเชื่อ และก่อนหน้านี้ก็ไม่มีเหตุการณ์อะไรที่เป็นร่างบอกเหตุ ซึ่งการที่ต้นกล้วยมีลักษณแปลกแบบนี้ คิดว่าคงเป็นเรื่องที่ดีกับตัวเองกับครอบครัว และคิดว่าพ่อที่เสียไปคงจะให้โชคด้วย ทั้งนี้ จะเก็บต้นกล้วยไว้แบบนี้ต่อไป

ส่วนบรรยากาศที่สวนยางซึ่งพบต้นกล้วยมีชาวบ้านนำธูปเทียนมาจุดเซ่นไหว้ของโชคขอลาภ บางคนนำแป้งมาลูบขอเลขที่โคนต้นกล้วยด้วย โดยที่โคนต้นพบว่ามีตัวเลขเด่นชัดขึ้นมา คือหมายเลข 5 บางคนก็เห็นเป็น 51 , 57 นอกจากนี้ ยังมีการนำธูปเสี่ยงทายมาจุดเพื่อเป็นแนวทางเสี่ยงโชคงวดที่ 1 มิถุนายน โดยได้เลข 032 ซึ่งชาวบ้าน เชื่อว่าเป็นเลขมงคลพากันลุ้นโชคใหญ่ในงวดวันที่ 1 มิ.ย.65 ที่จะถึงนี้ ซึ่งชาวบ้านบอกว่าหากถูกหวยจะจ้างหมอลำซิ่งมาให้ เพราะเจ้าของคือนายฉลองเจ้าของสวยยางฯ ชื่นชอบหมอลำซิ่งมาก

– 006

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

‘บังแจ๊ค’ยอมรับโพสต์ภาพแตงโม อ้าง’แม๊’อนุญาตแล้ว คาดข้อมูลในมือถือมีกว่า 5 หมื่นภาพ

Posted on May 26, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/656040

'บังแจ๊ค'ยอมรับโพสต์ภาพแตงโม อ้าง'แม๊'อนุญาตแล้ว คาดข้อมูลในมือถือมีกว่า 5 หมื่นภาพ

วันพุธ ที่ 25 พฤษภาคม พ.ศ. 2565, 19.52 น.

ช็อกต่อเนื่องหลังจาก”แม๊”ออกมายอมรับแล้วส่งมือถือแตงโมให้”บังแจ็คที่อเมริกา ล่าสุดเจ้าตัวออกมายอมรับเล่าเบื้องหลังผ่านรายการดังให้ฟังหมดเปลือกแม่อดีตดาราดังส่งมาจริง พร้อมอนุญาตให้โพสต์ผ่านทางเพจ Happy Melon official อีกต่างหาก แต่อ้างไม่มีการโอนเงินไปให้ แค่ต้องการให้ช่วยกู้ข้อมูลคืนมาจากมือถือ เผยน่าจะมีข้อมูลประมาณ 5 หมื่นภาพ

จากกรณีที่ทนายเดชา เผยแม่แตงโม ยอมรับส่งโทรศัพท์มือถือ ไปให้ บังแจ็ค อ้าง บังแจ็ค จะช่วยรื้อข้อมูลหาสาเหตุการเสียชีวิตของ แตงโม ได้ ล่าสุด วันที่ 25 พ.ค.65 หลังจากที่ทนายเดชา แถลงข่าวให้ข้อมูลว่า โทรศัพท์มือถือของแตงโมที่สังคมตั้งข้อสงสัยว่าอยู่ที่ไหนนั้น กลับกลายเป็นว่า แม่ของแตงโม ยอมรับว่าเป็นคนส่งโทรศัพท์มือถือของลูกสาวไปให้บังแจ๊คเอง โดยส่งไปที่ประเทศสหรัฐอเมริกาทางไปรษณีย์ ที่มีการดำเนินการด้วยตัวเอง เสียเงินไปประมาณ 2,500 บาท เพราะเชื่อว่าในโทรศัพท์มือถืออาจมีข้อมูลสำคัญว่าเป็นคดีฆาตกรรม ทั้งนี้ คุณแม่ ขอเวลา 2 วัน ก่อนจะออกมาแถลงเอง

ซึ่งเรื่องนี้ ฮิปโป เพื่อนสนิทและผู้จัดการแตงโม ได้ให้สัมภาษณ์ผ่านรายการ “ถกไม่เถียง ” ทางช่อง 7HD ดำเนินรายการโดย  ทิน โชคกมลกิจ ถึงเรื่องที่ทนายเดชาออกมาแถลงในวันนี้ว่า เรื่องโทรศัพท์มือถือของแตงโมนั้น เท่าที่ทราบ ตั้งแต่วันที่ 24 ก.พ. วันที่เกิดเหตุแตงโมตกเรือ กระติก นำโทรศัพท์มือถือกลับไปที่บ้านของแตงโม ผ่านไปประมาณ 1-2 วัน ไอจีของแตงโมมีความเคลื่อนไหว โดยมีการลบภาพบางส่วนออกไป ตนเองได้มีโอกาสคุยกับทางตำรวจ และมีการแจ้งเรื่องนี้ ทางตำรวจจึงโชว์ให้ดูว่า โทรศัพท์มือถือของแตงโม ตอนนี้อยู่กับทางตำรวจแล้ว

ต่อจากนั้นเกือบ 3 เดือน ไม่มีการเคลื่อนไหวอะไร จนกระทั่งวันที่ 21 พ.ค. มีความเคลื่อนไหวในเฟซบุ๊กของแตงโม ซึ่งปกติแล้ว แตงโม ไม่ค่อยเล่นเฟซบุ๊ก เพราะยอดคนตามไม่ค่อยเยอะ ถ้าจะขายของ โมก็จะขอไปขายที่เพจแอนนา ดังนั้นเวลาเขาจะเล่น เขาจะเล่นไอจี แล้วตั้งโพสต์ไปที่เฟซบุ๊กมากกว่า ซึ่งพอมีคนโพสต์บัญชีของแตงโม เพื่อนๆ ก็เริ่มสงสัยว่าใครถือมือถือแตงโม เราก็เริ่มสืบกันในกลุ่มเพื่อน พอสืบไปสืบมา ตำรวจก็บอกว่าส่งคืนคุณแม่ไปแล้ว คุณแม่เองก็บอกว่าไม่ได้เล่น บอกว่าอยู่กับทางทนาย ส่วนเรื่องรหัสต่างๆ ของแตงโม คนสนิทจะมีรหัสเข้าบ้าน เข้ามือถือ แต่จะไม่มีรหัสเข้าโซเชียลมีเดีย เพราะเวลาแตงโมแต่งหน้า จะไม่สะดวกรับสาย ก็จะให้เพื่อนรับแทน แต่เราก็เดาได้ไม่ยากว่ารหัสเป็นอะไร เพราะเขาจะใช้เลขไม่กี่ตัว

มาตอนหลังที่ทราบว่ามีการล็อกอินจากอเมริกา เราก็เอะใจว่าทำไมไปอยู่ที่นั่น ตอนนั้นคุณแม่ก็ไม่ได้พูดถึงประเด็นนี้ เราเองก็พยายามเช็คว่าโดนแฮกรึเปล่า เพราะบางรูปเรารู้ว่ามาจากเครื่องแตงโมเท่านั้น เรื่องที่แตงโมมีโทรศัพท์หลายเครื่องเป็นเรื่องจริง แต่เขาจะใช้แค่เครื่องเดียว แล้วยกเครื่องเก่าให้คนอื่น เพราะเห็นว่ายังใช้ประโยชน์ได้

ฮิปโป เล่าต่อว่า บังแจ๊ค เคยแอดไลน์มาคุย เรื่องผ้าคลุมสีขาวของแตงโม เขาบอกจะส่งมาให้เรา เราบอกเราไม่รับ ให้เขาส่งไปที่ตำรวจ หรือดีเอสไอเลย เรามองแบบโลกสวยเลยว่าที่เขาติดต่อมาทางเราคงคิดว่าเก็บไว้ที่เราจะปลอดภัย แต่เราก็บอกปัดให้เขาส่งไปให้คนที่มีหน้าที่จะดีกว่า ก่อนที่จะเปลี่ยนเรื่องคุยเป็นสัพเพเหระไป หลังจากนั้นเขาก็ติดต่อเข้ามาเรื่อยๆ แต่ด้วยเรื่องเวลาที่ไม่ตรงกัน เขามักจะโทรมาในช่วงเวลาที่เราทำงาน ไม่สะดวกรับสาย ทำให้เขาบอกว่าถ้าเราไม่สะดวกคุย ไม่อยากช่วยก็ไม่เป็นไร เขาจะช่วยเอง ซึ่งเขาก็ทักไปหาหลายคนเลย  ล่าสุด ก็มีการทักไปที่ โม อมีนา ทำให้ โม รู้ว่าโทรศัพท์มือถืออยู่ที่ใคร เพราะเขาบอกเองว่าเขามีมือถือของแตงโมนะ ซึ่งเราก็ไม่รู้ว่าเขาบอกเพราะต้องการอะไร

ด้าน ผู้การแต้ม พล.ต.ต.วิชัย สังข์ประไพ อดีตรองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล เผยว่า ภาพที่โพสต์ ตนมองว่าไม่เกี่ยวข้องกับคดี คนที่โพสต์ไม่ได้มีเจตนาช่วยอะไร ทนายเดชาบอกว่าแม่เป็นคนให้มือถือบังแจ๊คไปด้วยความปรารถนาดี เราต้องให้ความเป็นธรรมทั้ง 2 ฝ่าย การที่แม่ให้ไป เป็นความหวังดี หรือมีเจตนาอื่น คนที่ขอมือถือของแตงโมไป คงอยากจะได้ภาพลับ พอได้ภาพลับไปก็เอากลับมาแบล็คเมล์ เพราะเริ่มมีการนำภาพบางส่วนมาข่มขู่ แต่แค่ยังไม่ถึงขั้นเรียกเงิน และคนทำอาจเชื่อมโยงกับยูทูปเบอร์ ที่ออกมาพูดเรื่องคดี เพื่อให้มีเรื่องพูดต่อ นำไปขยายความ ทำให้คดีบิดเบี้ยว ที่บอกว่ามีหลักฐานเด็ด ก็ไม่เห็นมีสักที แล้วก่อนจะทำอะไรก็มีข้อมูลมาแล้ว เพราะฉะนั้นต้องมีการดีลกันมาก่อนเพื่อจะหาแสง หาผลประโยชน์ ทั้งๆที่คดี ไม่มีอะไร แล้วมาวิจารณ์การทำงานของตำรวจ แล้วสังคมก็ไม่เชื่อกระบวนการยุติธรรม ทำให้เสียหายไปหมด

“เรื่องความผิดการนำภาพแตงโมออกมา ถ้าทำให้เสียหาย ในกรณีของแตงโม ถ้าแม่เขาไม่แจ้งความ เราก็ไปดำเนินคดีไม่ได้มันก็จะจบตรงนี้ แต่คดีนี้น้องกระติกแจ้งความอยู่ ตำรวจก็จะมีต้นเรื่องในการสืบสวน ถ้าเป็นคดีที่คนทำผิดอยู่ต่างประเทศ แต่ทำผิดกฎหมายไทย ก็สามารถทำการสอบสวน มอบให้อัยการ หรือตำรวจ สามารถตามตัวได้ ตนเชื่อว่า ข้อมูลที่ ตำรวจมีหลักฐานมากกว่าที่เราคิด แต่ท่านไม่สามารถเอาออกมาพูดได้ เพราะมันอยู่ในสำนวนสืบสวน มีกฎหมายค้ำคออยู่ ไม่สามารถพูดได้”

ในระหว่างรายการ ทีมงานสามารถติดต่อไปยังบังแจ๊คสอบถามประเด็นที่ทางทนายเดชาออกมาแถลงในวันนี้ โดย บังแจ๊ค ยอมรับว่า โทรศัพท์มือถือแตงโมอยู่ที่ตนเอง โดยคุณแม่แตงโมเป็นคนส่งมาให้เอง ยืนยันว่าไม่มีการโอนเงินไปให้คุณแม่ ที่คุณแม่ส่งมาเพราะต้องการให้ช่วยกู้ข้อมูลคืนมาจากมือถือ ซึ่งตนก็พยายามกู้อยู่ เพราะข้อมูลมันเยอะพอสมควร ตอนนี้สามารถกู้ข้อมูลสำคัญๆมาได้บางส่วน มีคลิป ข้อความ รูปภาพ ข้อมูลการรับงาน โอนเงินบางส่วนที่ถูกลบไป โดยรวมแล้วน่าจะมีรูปประมาณ 5 หมื่นภาพ

“คลิปที่กู้มาได้ เป็นคลิปที่ไม่สุภาพของน้องโม เพจ Happy Melon official ที่มีผู้ติดตาม 1.5 ล้านคน เป็นเพจของตน ที่ได้รับอนุญาตจากคุณแม่แล้วในการโพสต์สิ่งเหล่านี้ ส่วนที่เพจ อื่นๆนำไปโพสต์ ไม่ใช่ฝีมือของตน เรื่องที่โทรหาคุณกระติก แล้วมีการส่งภาพไม่เหมาะสมของแตงโมไป เรื่องนี้ตนไม่รู้ เป็นความผิดของคุณกระติกที่ให้สื่อถ่าย ปกติการคุยโทรศัพท์ต้องคุยเป็นการส่วนตัว วันที่เราโทรไป คุณกระติกวางสายทันที สื่ออย่าไปเข้าข้างพวกนี้ ทำไมไม่ไปถามเขาว่ากระติกลบข้อมูลทำไม”บังแจ๊ค กล่าว

-001

ขอบคุณข้อมูลรายการ ถกไม่เถียง

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

BamBam Family

BamBam Family

สถิติบล็อก

  • 3,270,803 hits

Join 4,135 other subscribers
Follow SootinClaimon.Com on WordPress.com

Categories

Top Posts & Pages

ประชารัฐลดสถิติประสบอันตราย
พลิกโฉม การปลูกชมพู่ในประเทศไทย ด้วย "ชมพู่ยักษ์ไต้หวัน" และ "ชมพู่สตรอเบอรี่" (ตอนที่ 1)
Snow Man ร่วมงาน Japan Expo Thailand2020กับการก้าวสู่เวทีระดับนานาชาติ
คอลเลคชั่นสุดพิเศษ Simone Rocha x H&M #SootinClaimon.Com
New York University makes tuition free for all medical students
อานิสงส์จีนอหิวาต์หมูระบาดไทยส่งออกเพิ่ม #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย
Pia Wurtzbach ‘an absolute class act’
คุณแหน : 27 มิถุนายน 2562
‘เจ้าฟ้าหญิงจุฬาภรณ์’ ทรงปาฐกถาพิเศษ ‘การได้รับสารหนูกับการเกิดโรคมะเร็ง’
Increasing digitalisation the way to recovery in a protracted Covid-19 crisis: WEF Asean poll #SootinClaimon.Com

Recent Posts

  • นายกฯ เนปาลกล่าวต่อที่ประชุมยูเอ็น น้ำท่วมครั้งใหญ่เป็น “สัญญาณเตือนโลก” ถึงภัยจากโลกร้อน
  • Amazon ลุยส่งพัสดุด้วยโดรน เร็วสุด 30 นาที แต่ชาวบ้านโอดเสียงดังรบกวน
  • นักวิจัยสงสัยการติดเชื้อแบคทีเรียเป็นสาเหตุลูกวาฬหลายร้อยตัวตายเกยตื้นในอาร์เจนตินา
  • ปธน.อิหร่าน เปิดใจกับสื่อเผย สหรัฐฯ ต้องเลือกเองว่าจะยุติสงครามหรือไม่ ลั่นพร้อมเจรจา
  • ส่อง 5 ประเด็น “ทรัมป์-สี จิ้นผิง” พบกันที่วอชิงตัน พักศึกการค้า แต่ปมใหญ่ยังไม่จบ

ป้ายกำกับ

  • 2559(2016)
  • entertain
  • lady
  • naewna
  • The Nation
  • การเมือง
  • ต่างประเทศ
  • บันเทิง
  • ผู้หญิง
  • แนวหน้า
  • RSS - Posts
  • RSS - Comments

Archives

Follow Us

  • https://soclaimon.tumblr.com/
  • https://www.facebook.com/soclaimon
  • https://www.instagram.com/sootinclaimon/
  • https://www.facebook.com/SootinClaimon/
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100001170824639
  • https://www.facebook.com/pompam.pp
  • https://www.facebook.com/toraman666
  • https://www.facebook.com/apich214
  • https://www.facebook.com/samabat.klaimon
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100005312762480
  • https://www.facebook.com/jirasuda.manomaiyanon
  • https://www.facebook.com/eikpakkred
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100003091451547
Blog at WordPress.com.
  • Subscribe Subscribed
    SootinClaimon.Com
    Join 1,689 other subscribers

    Have a WordPress.com account? Log in now.

  • SootinClaimon.Com
    View site in Reader
    Manage subscriptionsSign upLog in
    Report this content
    Collapse this bar
Loading Comments...
%d