Skip to primary content
Skip to secondary content

SootinClaimon.Com

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย2 [SartKasetDinPui2] : รวบรวม ข้อมูล เศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม เกษตร ดิน น้ำ ปุ๋ย

SootinClaimon.Com

Main menu

  • Home
  • KU23-2506
  • ข้อคิดความเห็น
  • ตระกูลคล้ายมนต์
  • ผมเองครับ
  • ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย1

Tag Archives: ข่าว Like สาระ

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

‘นั่งกระโหย่ง’ ไหว้พระแบบสมัยโบราณค่อยๆ เลือนหายไปจากสังคมไทย

Posted on May 25, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/655696

'นั่งกระโหย่ง' ไหว้พระแบบสมัยโบราณค่อยๆ เลือนหายไปจากสังคมไทย

วันอังคาร ที่ 24 พฤษภาคม พ.ศ. 2565, 17.24 น.

เห็นว่ามีคนดรามาท่านั่งไหว้พระของคุณชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ว่าที่ผู้ว่า กทม. คนใหม่ บางกลุ่มติงว่า ไม่เหมาะสมบ้าง ไม่สมควรบ้าง จริง ๆ แล้วท่านั่งนี้ มีมาตั้งแต่สมัยโบราณย้อนไปไกลถึงสมัยพุทธกาลเลย ในภาษาไทยเรียกการนั่งแบบนี้ว่า “นั่งกระโหย่ง” ในประเทศไทยสมัยก่อนใช้ “นั่งกระโหย่ง” มานานแล้วเป็นเรื่องปกติและสุภาพ แต่เพิ่งมาเปลี่ยนเป็น “ท่าเทพบุตร” และ “ท่าเทพธิดา” ในสมัยรัชกาลที่ 4 ถึง 5 นี่เอง

ในสังคมไทยบัญญัติรู้กันว่า “ท่าเทพบุตร” และ “ท่าเทพธิดา” นั้นสุภาพเรียบร้อย พอเห็นพระหรือใครที่นั่งใน “ท่ากระโหย่ง” ประคองอัญชลี ก็มักจะติเตียน แทนที่จะสอบถามและหาความรู้

ท่านั่งสำหรับทำวินัยกรรมของพระภิกษุสงฆ์ในกรณีที่ใช้กราบเรียนและแสดงความเคารพอย่างสูงเรียกขานในภาษาบาลีว่า “อุกฺกุฏิก” (ukkuṭika) และนิยมแปลไทยว่า “นั่งกระโหย่ง” เป็นรูปแบบมาตรฐานในการขอพระอุปัชฌาย์ การขอบรรพชา อุปสมบท และปลงอาบัติ ปรากฏสำนวนในพระวินัยปิฎกหลายแห่งว่า “ปาเท วนฺทิตฺวา อุกฺกุฏิกํ นิสีทิตฺวา อญฺชลิํ ปคฺคเหตฺวา ….” = กราบแทบเท้าแล้วนั่งกระโหย่งประคองอัญชลี
ในอุษาคเนย์ ทางพม่าและกัมพูชา เป็นที่เข้าใจกันว่า อุกฺกุฏิก = ท่านั่งยอง (squatting) โดยฝ่าเท้าราบเต็มบนพื้น สนเท้าชิดก้น เข่าค้ำหน้าอก หลังโก่งงอ แต่ในประเทศไทยปัจจุบันไม่นิยมใช้ท่านี้ หากใช้เป็นท่านั่งคุกเข่าทับสนเท้า หลักฐานชั้นเก่าแก่ในประเทศไทยเช่นภาพจิตรกรรมและประติมากรรมอายุหลายศตวรรษก่อนปรากฏว่าท่านั่งยองในวินัยกรรม และบางพื้นที่ก็ยังมีการใช้ท่านี้อยู่ เรียกได้ว่าเป็นท่าที่ใช้แพร่หลายในประเทศพุทธศาสนาสายเถรวาทแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ในปัจจุบัน

การนั่งแบบพับเพียบ ขัดสมาธิ เทพบุตร เทพธิดา ก็เรียบร้อยดี ไม่มีการปรับอาบัติ ในท่านั่งเหล่านี้ แต่ถ้าเราได้รู้ธรรมเนียมการ “นั่งกระโหย่ง” ตามพระบาลีแสดงไว้ เพื่อสืบทอดต่อไป ให้ชนรุ่นหลังได้รู้ได้เห็นไว้ก็คงไม่เสียหาย เพราะคำว่า อุกฺกุฏิกํ นิสีทิตฺวา ในพระไตรปิฎกมีเยอะมาก และคนไทยเราส่วนมาก ยังไม่รู้ว่านั่งอย่างไร แต่พม่าหรือศรีลังกา มีให้เห็นโดยทั่วไป ไม่ใช่เรื่องแปลก

การนั่งยองๆ เป็นท่านั่งที่อยู่คู่มนุษยชาติมาอย่างยาวนาน ต่อมาโลกตะวันตกได้เปลี่ยนจากนั่งยอง เป็นนั่งราบ จนไม่สามารถนั่งยองเต็มเท้าได้อีก ส่วนโลกตะวันออกยังคงมีการนั่งยองๆ กันอยู่เป็นปกติ

เมืองไทยแต่ก่อนก็นั่งยอง ๆ ไหว้พระ เพิ่งมาเปลี่ยนเป็น “ท่าเทพบุตร” และ “ท่าเทพธิดา” ในสมัยรัชกาลที่ 4 ถึง 5 นี่เอง
ป.ล. ไม่ได้บอกว่า คุณชัชชาติ นั่ง “นั่งกระโหย่ง” ตามแบบโบราณแต่อย่างใด แต่ที่จะสื่อคือ การ “นั่งกระโหย่ง” หรือยอง ๆ แบบนั้น ไม่ได้เป็นเรื่องผิดแปลกอะไร เป็นเรื่องปกติในสังคมโบราณ และปัจจุบันยังปรากฏในพม่าและศรีลังกาด้วย. -008 

ที่มา
– เพจ โบราณนานมา 
– เพจ เล่า เรื่อง “พระ 
– เพจ วัฏฏะภิกขุนีปาฏิโมกขะธัมมะติปิฏกะ 
– ทวิตเตอร์ ขุนเดชวิทยายุทธ

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

กลัวติดเชื้อ’ฝีดาษลิง’ ฝูงลิงอดอยาก นทท.ไม่กล้ามาให้อาหารที่เขาน้อย-เขาตังกวน

Posted on May 25, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/655692

กลัวติดเชื้อ'ฝีดาษลิง' ฝูงลิงอดอยาก นทท.ไม่กล้ามาให้อาหารที่เขาน้อย-เขาตังกวน

วันอังคาร ที่ 24 พฤษภาคม พ.ศ. 2565, 17.14 น.

24 พฤษภาคม 2565 ที่บริเวณช่องเขาน้อย-เขาตังกวน เขตเทศบาลนครสงขลา อ.เมือง จ.สงขลา แหล่งท่องเที่ยวในเขตเทศบาลนครสงขลา ที่มีลิงและนกพิราบเป็นจำนวนมาก ที่ผ่านมามีประชาชนมาซื้ออาหารให้ลิงและนกกินทุกวันไม่เคยขาด หลังจากที่มีข่าวการแพร่ระบาดของโรคฝีดาษลิงในต่างประเทศ ซึ่งเป็นโรคติดต่อจากสัตว์โดยเฉพาะลิง ส่งผลทำให้นักท่องเที่ยวและประชาชนที่เคยมาให้อาหารลิงบริเวณช่องเขาน้อย-เขาตังกวน แห่งนี้หายหน้าไปเลย เนื่องจากมีความกลัวโรคฝีดาษลิงที่กำลังแพร่ระบาดอยู่ในต่างประเทศในขณะนี้ 

โดยพ่อค้าแม่ค้าที่ขายอาหารลิงก็ได้รับผลกระทบจากข่าวการแพร่ระบาดของโรคฝีดาษลิงเช่นเดียวกัน เมื่อไม่มีนักท่องเที่ยวหรือประชาชนเข้ามาให้อาหารลิง ส่งผลทำให้พ่อค้าแม่ค้าขายอาหารลิงรายได้หายไปทันที จากที่เคยได้วันละ 1,000 บาท วันนี้ลดเหลือเพียง 100-200 บาทเท่านั้น ซึ่งก็เกือบจะไม่ไหวแล้วเหมือนกัน แต่ก็ยังต้องขายอาหารลิงอยู่ที่ตรงนี้ต่อไป เนื่องจากต้องทำมาหากิน บางครั้งเมื่อเห็นลิงอดอาหาร พ่อค้าก็สงสารลิงเพราะลิงเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้พ่อค้ามีรายได้จึงต้องโยนอาหาร ทั้งกล้วย ข้าวโพดและถั่วไปให้ลิงได้กิน เพื่อประทังความหิวไปก่อนซึ่งเป็นการพึ่งพากันและกันระหว่างคนกับสัตว์ 

นายวิวรรธน์ บัวผุด พ่อค้าขายอาหารลิง บริเวณช่องเขาน้อย-เขาตังกวน กล่าวว่า ข่าวการแพร่ระบาดของโรคฝีดาษลิง ตรงนี้มีผลกระทบมาก ตอนนี้นักท่องเที่ยวไม่มีเลย รายได้พ่อค้าแม่ค้าก็หายหมด ส่วนลิงตอนนี้ลิงก็อด ไม่มีคนมาให้อาหารเพราะเขากลัว 

ในส่วนของตัวผมเองก็ต้องคอยระวัง เลิกขายกลับบ้านให้เร็วขึ้น ไม่ให้ทันค่ำอย่าให้ยุงมาเยอะ เพราะกลัวว่ายุงจะนำเชื้อจากลิงมากัดคน รวมทั้งได้ซื้อยากันยุง กย. 15 มาทาเพื่อป้องกันไม่ให้ยุงกัด เพราะเราต้องป้องกันเอาไว้บ้าง โดยเราจะต้องดูแลตัวเองก่อนตอนนี้ 

ในส่วนการค้าขายบริเวณนี้ เงียบมาหลายวันเกือบเดือนแล้ว ตั้งแต่มีข่าวฝีดาษลิงออกมา เมื่อมีข่าวออกมานักท่องเที่ยวหายเลย รายได้ที่เคยได้ ตอนนี้ได้วันละ 100-200 บาท ก็เกือบจะไม่ไหวตอนนี้ แต่ก็ยังคงขายอยู่ตรงนี้ เพราะว่าเราต้องทำมาหากิน ก็ต้องสู้กันต่อไป. 012

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

‘อิมแพค’ เปลี่ยนที่ดินเปล่า 50 ไร่ ริมทะเลสาบเมืองทอง ปลูกกล้วย 10,000 ต้น

Posted on May 25, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/655691

'อิมแพค' เปลี่ยนที่ดินเปล่า 50 ไร่ ริมทะเลสาบเมืองทอง ปลูกกล้วย 10,000 ต้น

วันอังคาร ที่ 24 พฤษภาคม พ.ศ. 2565, 17.09 น.

24 พ.ค.65 เพจเฟซบุ๊ก “IMPACT Arena, Exhibition and Convention Center” โพสต์ภาพต้นกล้วย 10,000 ต้น บริเวณพื้นที่รกร้าง 50 ไร่ ริมทะเลสาบเมืองทองธานี

โดยข้อความระบุว่า “จากวันนั้นจนถึงวันนี้…เข้าสู่ฤดูฝนต้นไม้ใบหญ้าก็เขียวขจี
หลายๆ ท่านที่เดินทางผ่านถนนทางออกติวานนท์คงได้เห็นการเปลี่ยนแปลงของพื้นที่ริมทะเลสาบเมืองทองธานี ฝั่งตรงข้ามดับเบิ้ลเลค คอนโดมิเนียม เดิมทีเป็นพื้นที่รกร้าง แต่ปัจจุบันได้กลายเป็นสวนเกษตรขนาดใหญ่ ปลูกกล้วยกว่า 10,000 ต้น

จากความประสงค์ของซีอีโอ คุณพอลล์ กาญจนพาสน์ ที่ต้องการนำที่ดินเปล่า 50 ไร่ริมทะเลสาบเมืองทองธานี มาสร้างประโยชน์ทำโครงการเกษตรปลูกต้นกล้วย เพื่อเป็นวัตถุดิบสนับสนุนครัวอิมแพ็คและแบ่งปันช่วยเหลือสังคมในโอกาสต่างๆ รวมถึงการสร้างพื้นที่สีเขียว ส่งเสริมสภาพแวดล้อมให้เมืองทองธานีน่าอยู่

เมื่อปลายปีที่ผ่านมา โครงการสวนเกษตรแห่งนี้จึงเริ่มต้นขึ้น โดยการเกลี่ยหน้าดิน จากนั้นเลือกกล้าพันธุ์กล้วยจาก จ.นครนายก 2 สายพันธุ์ด้วยกัน คือ กล้วยน้ำว้าและกล้วยหอม ซึ่งเป็นสายพันธุ์ที่มีต้นทุนน้อย ดูแลง่าย โตไว ออกผลผลิตได้เร็ว มาปลูก และทีมอิมแพ็คช่วยกันดูแลรดน้ำ ตัดหญ้า ผ่านมา 4-5 เดือนต้นกล้วยเหล่านั้นเติบโต และไม่นานคงออกหน่อ ออกผล ให้เก็บเกี่ยวผลผลิตจำนวนมากแน่นอน”

โพสต์ดังกล่าว ได้มีจำนวนไม่น้อย ที่เข้าไปคอมเมนต์แสดงความคิดเห็นกันจำนวนมาก และตั้งข้อสงสัยที่นำพื้นที่ซึ่งทิ้งร้างไว้นาน มาปลูกกล้วยในช่วงนี้.-008 

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

มาพึ่งบารมี! ฝูงผึ้งหลวงทำรังใต้คาง ‘พระพุทธรูป’ ศิลปะเชียงแสนปางมารวิชัย

Posted on May 25, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/655667

มาพึ่งบารมี! ฝูงผึ้งหลวงทำรังใต้คาง 'พระพุทธรูป' ศิลปะเชียงแสนปางมารวิชัย

วันอังคาร ที่ 24 พฤษภาคม พ.ศ. 2565, 15.58 น.

วันที่ 24 พ.ค.65 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พบฝูงผึ้งหลวง ได้พากันบินมาทำรังใต้คางพระพุทธรูปองค์ใหญ่ หรือหลวงพ่อศักดิ์สิทธิ์ ศิลปะเชียงแสน ปางมารวิชัย หรือพระสิงห์หนึ่ง   อย่างน่าอัศจรรย์ภายในวัดปางมดแดง ตำบลอ่างทอง อำเภอเชียงคำ จังหวัดพะเยา จนเป็นที่ฮือฮาและแปลกทั้งที่องค์พระพุทธรูปตั้งประดิษฐานอยู่กลางแจ้ง แดดแผดเผาร้อน ตลอดทั้งวัน แต่ฝูงผึ้งกลับยึดใต้คางองค์พระพุทธรูปไว้เป็นที่ทำรังอยู่อาศัยตลอดปี โดยไม่หนีไปไหน ซึ่งชาวบ้านเชื่อว่าเป็นเพราะบารมีและความศักดิ์สิทธิ์ขององค์พระพุทธรูป 

จากการสังเกตบริเวณโดยรอบขององค์พระพุทธรูปพบมีการนำเอาหินศิลาแลงมาตบแต่งแกะสลักประดับด้วยศิลปหลากหลายรูปแบบ อาทิ พรหมสี่หน้า และพญานาค 5 หัวยาวกว่า 10 เมตร มีกว่า 10 ตัวตั้งเรียงรายบริเวณสองฝากทางเดินเข้าพระพุทธรูปองค์ใหญ่ 

สำหรับองค์พระพุทธรูปมีขนาดกว้าง  9 เมตร สูง 9 เมตรเด่นสง่าทาสีทองเหลืองอร่ามตั้งประดิษฐานบนแท่นอยู่กลางลานวัดและมีฝูงผึ้งมาทำรังที่บริเวณใต้คางยาวกว่า 1.5 เมตร ขององค์พระพุทธรูปเหมือนเคลาสร้างความฮือฮาและแปลกตาสำหรับชาวบ้านที่มาพบเห็น

นายอินทร์ สักลอ อายุ 56 ปีชาวบ้านบ้านปางมดแดง เปิดเผยว่า หลังจากที่ชาวอีสานได้อพยพมาสร้างถิ่นฐานบริเวณที่บ้านปางมดแดง และได้สร้างวัดขึ้นมาไว้ในหมู่บ้านและได้สร้างพระพุทธรูปขึ้นมาเมื่อประมาณ 5 ปีที่ผ่านมา ซึ่งตั้งแต่สร้างพระพุทธรูปขึ้นมาแต่ละปีก็ได้มีฝูงผึ้งหลวงพากันมาทำรัง

โดยจะมาทำรังอยู่ที่ใต้คางองค์พระพุทธรูปเป็นที่อัศจรรย์อย่างยิ่ง ซึ่งเป็นพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ที่ชาวบ้านให้ความเคารพนับถือ และชาวบ้านทั้งในและนอกพื้นที่ต่างเดินทางมาขอโชคลาภและต่างสมหวังกันทุกคน ชึ่งชาวบ้านเชื่อว่า ผึ้งมักจะมาทำรังเฉพาะที่มีความศักดิ์สิทธิ์ เช่น องค์หลวงพ่อศักดิ์สิทธิ์ หรืออยู่ที่วิหาร จึงเป็นสิ่งอัศจรรย์และศักดิ์สิทธิ์เป็นอย่างมาก

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

แม่ค้านั่งตบยุง! ร้านอาหารอีสานกาฬสินธุ์ ลูกค้าเงียบกริบ ซบเซาสุดรอบ30ปี

Posted on May 25, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/655664

แม่ค้านั่งตบยุง! ร้านอาหารอีสานกาฬสินธุ์ ลูกค้าเงียบกริบ ซบเซาสุดรอบ30ปี

วันอังคาร ที่ 24 พฤษภาคม พ.ศ. 2565, 15.56 น.

ร้านอาหารประเภทลาบ ก้อย เนื้อวัว ในจังหวัดกาฬสินธุ์ ซบเซาหนักสุดในรอบ 30 ปี ปริมาณขายลดลงจากภาคปกติ 50 % ผู้ประกอบการระบุสาเหตุจากสินค้าทุกประเภทปรับราคาสูงขึ้น สวนทางกับสภาพเศรษฐกิจที่ตกต่ำ ทำให้กำลังซื้อลดลงเป็นจำนวนมาก

 24 พฤษภาคม 2565 ผู้สื่อข่าวรายงาน จากการติดตามบรรยากาศการประกอบอาชีพค้าขาย ทั้งภายในตัวจังหวัดและต่างอำเภอของ จ.กาฬสินธุ์ ในช่วงนี้พบว่าซบเซาเป็นอย่างมาก แม้กระทั่งร้านอาหารประเภทลาบ ก้อย เนื้อวัว ซึ่งเป็นอาหารยอดฮิตของชาวอีสาน ที่เคยได้รับความนิยมของนักเปิบทั้งมื้อเช้า มื้อเที่ยง และมื้อเย็น กลับไม่มีลูกค้าอุดหนุน ผู้ประกอบการหลายรายต่างทยอยปิดกิจการและเซ้งร้านหนี เนื่องจากไม่มีลูกค้าเข้าร้าน และสู้ค่าเช่าร้านไม่ไหว จึงพบว่าเห็นป้ายปิดประกาศขายและประกาศให้เช่าอยู่ทั่วไป

นางนิตยา ยนต์ชัย อายุ 63 ปี เจ้าของร้านลาบก้อย ชุมชนปากทางเขื่อนลำปาว อ.ยางตลาด จ.กาฬสินธุ์ กล่าวว่า เปิดร้านบริการอาหารอีสานรสเด็ดมาประมาณ 30 ปี เดิมเคยรับเนื้อวัวมาปรุงอาหารขายวันละหลายสิบกิโลกรัม แต่ระยะหลังมานี้ ทั้งยอดขายและลูกค้าเริ่มลดลงเป็นจำนวนมาก โดยลดลงจากภาคปกติ 50 % เลยทีเดียว เพราะลูกค้าส่วนใหญ่จะเป็นชาวนา ชาวไร่ ปลูกข้าว ขายอ้อย ขายมันสำปะหลัง เป็นกลุ่มผู้ใช้แรงงาน จึงนิยมรับประทานอาหารประเภทลาบ ก้อย ทั้งปรุงสุก และสุกๆดิบๆ เพื่อเสริมสร้างความแข็งแรงให้กับร่างกาย

นางนิตยากล่าวอีกว่า ในระยะนี้บรรยากาศการค้าขายเงียบเหงามาก เป็นผลสืบเนื่องจากราคาขายผลผลิตทางการเกษตรตกต่ำ ขณะที่สินค้าเพื่อการอุปโภค บริโภคตามท้องตลาด มีการปรับราคาสูงขึ้นมาก สวนทางกับสภาพเศรษฐกิจที่ตกต่ำ พอชาวบ้านที่เป็นลูกค้ามีรายได้น้อย และต้องจ่ายค่าปุ๋ยเคมี ค่ารถไถ ค่ารถเกี่ยวข้าวและค่าแรงหมด จึงไม่มีเงินเหลือพอที่จะมาซื้อลาบก้อยไปรับประทาน

สำหรับตนที่ยังยืนหยัดเปิดร้านอาหารอีสารลาบก้อยอยู่ได้ เพราะร้านตั้งอยู่ในทำเลดี และมีลูกค้าขาประจำ ขณะที่หลายร้านไม่มีลูกค้าอุดหนุน จึงทยอยปิดกิจการไปประกอบอาชีพอื่น ตนจึงรักในอาชีพนี้ และจะขายลาบก้อยต่อไปแม้จะขายไม่ดีเหมือนก่อน โดยลดปริมาณรับซื้อเนื้อวัวลง แต่ยังขายราคาเท่าเดิม ทั้งนี้ได้นำอาหารประเภทไก่ย่าง ส้มตำ มาขายเสริมเพื่อเป็นทางเลือกให้กับลูกค้าด้วย

ด้านนายกิตติศักดิ์ เงาแสง อายุ 52 ปี เจ้าของร้านลาบก้อย ปากทางเขื่อนลำปาวอีกราย กล่าวว่า บริเวณนี้เคยเป็นย่านเศรษฐกิจอีกแห่งหนึ่ง ซึ่งเคยมีผู้ประกอบการร้านค้า ร้านอาหารจำนวนมาก ถือเป็นจุดศูนย์รวมการค้า การคมนาคม โดยจะมีประชาชนและนักท่องเที่ยว ที่เดินทางจากต่างจังหวัดมาแวะพัก และรับประทานอาหาร ก่อนเดินทางไปท่องเที่ยวเขื่อนลำปาว ตนเองก็เปิดร้านขายอาหารพื้นบ้านอีสานเป็นอาชีพหลักมาประมาณ 30 ปี มีรายได้ซื้อรถ สร้างบ้าน ส่งเสียลูก 2 คนจบปริญญาโท แต่บรรยากาศการค้าขายช่วงนี้แตกต่างกับสมัยก่อนมาก เนื่องจากสินค้าทุกประเภทตามท้องตลาดขึ้นราคา ลูกค้าจึงประหยัดการใช้เงิน การขายลาบก้อยที่ร้านตนจึงไปได้เรื่อยๆ

นายกิตติศักดิ์กล่าวอีกว่า ปัจจุบันเขียงเนื้อมาส่ง กก.ละ 300 บาท เคยรับไว้ขายวันละ 100 กก. ก็ลดปริมาณลงเหลือวันละ 20-30 กก. บางวันขายไม่หมดก็แปรรูปเป็นส้มเนื้อ หม่ำเนื้อ ไส้กรอก จนกระทั่งกลายเป็นผลิตภัณฑ์อาหารแปรรูปประจำร้าน ขายคู่กับลาบ ก้อย อย่างไรก็ตาม ถึงแม้เนื้อและอาหารอย่างอื่นจะขึ้นราคา ตนก็จะไม่ปรับขึ้นราคา และรักษาคุณภาพความสะอาด ปลอดภัย และไม่เปรียบผู้บริโภค เพราะเห็นใจที่ได้รับความเดือดร้อนจากราคาสินค้าประเภทต่างๆขึ้นราคามากแล้ว.012

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

อุ๊ยแรง! เปิดแชทหลุดครูดูถูกนักเรียน ‘สวยแต่โง่ ใครจะเอา…’

Posted on May 25, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/655651

อุ๊ยแรง! เปิดแชทหลุดครูดูถูกนักเรียน 'สวยแต่โง่ ใครจะเอา...'

วันอังคาร ที่ 24 พฤษภาคม พ.ศ. 2565, 15.41 น.

24 พ.ค.65 เพจเฟซบุ๊ก “สหพันธ์นักเรียน เพชรบูรณ์ – Assembly of Phetchabun Students” ได้โพสต์แชทหลุดครูรายหนึ่ง ตอบกลับแรงนักเรียนที่ติด 0 , มส. , มผ. ซึ่งแชทดังกล่าวนั้นครูได้ตอบข้อความประมาณว่า “แทนที่ ม.3 จะเริ่มต้นใหม่ ยังทำตัวเหมือนเดิม งั้นก็อย่าหวังจะจบ สวยแต่โง่ ผู้ชายที่ไหนจะเอาทำพันธุ์” 

ทั้งนี้ ทีมข่าวแนวหน้าออนไลน์ได้ติดต่อไปยังเพจดังกล่าวได้ข้อมูลเพิ่มเติมจากเพจ โดยระบุเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นว่า
“จะขออัพเดตตามลำดับนะครับ
1.ทางเพจได้รับร้องเรียนประเด็นดังกล่าวจากนักเรียนผู้ประสงค์ดี โดยแนบภาพแบบไม่เซ็นเซอร์ให้ทางเรา
2.ทางเพจได้สืบและค้นหาเบื้องต้น เพื่อยืนยันข้อมูล ก็พบว่าเป็นเรื่องจริง จึงนำเสนอผ่านเพจ
3.นร.เจ้าของแชท ได้แชร์โพสต์ดังกล่าวจากเพจ
4.ทางเพจได้รับการติดต่อจากครูที่เป็นคนพิมพ์ข้อความในช่องแชท / ว่าตนเองสำนึกผิด ว่าตนเองใช่คำพูดโดยไม่ไตร่ตรอง /และขอให้ทางเราลบโพสต์

5.เวลาถัดมาอีกสักพักใหญ่ นร.เจ้าของแชท ได้ติดต่อเข้ามาทางเพจ / ขอให้เราลบโพสต์ โดยอ้างว่า ทำให้ครูเดือดร้อน บลาๆ และอ้างว่าครูจะไม่ช่วยเหลือให้เลื่อนชั้น
6.ทางเพจได้แนะนำ ถึงสิทธิ์ของนักเรียน และหน้าที่ของครู ให้แก่ นร.เจ้าของแชท
7.นร.เจ้าของแชท ทักมายังเพจอีกครั้ง / แจ้งว่า ไม่ต้องลบโพสต์แล้ว

ทางเพจสรุปได้ว่า มีโอกาสสูงมาก ที่ นร.ได้ถูกกดดัน ทุกวิถีทาง เพื่อให้เรื่องดังกล่าวเงียบโดยเร็ว สุดท้าย ทางเพจเรายืนยันว่า การได้รับการศึกษาเป็นสิทธิ์ที่ต้องได้รับ ทุกคนควรจบการศึกษาภาคบังคับ โดย รร. และบุคลากรของ รร. มีหน้าที่สนับสนุนให้ นร.ได้ศึกษา ไม่ควรปล่อยให้นร.หลุดออกจากการศึกษา รร.คือ บ้านหลังที่สองของนร. ต้องเป็นพื้นที่ปลอดภัย พื้นที่ที่เคารพสิทธิของ นร. ให้ความสำคัญกับ นร. เป็นลำดับหนึ่ง ครู ต้องเป็น แม่แรงที่คอยผลักดัน นร. ให้ได้เติบโตอย่างภาคภูมิใจ”
.-008 

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ต้องลองชิม! ‘ทุเรียนกะเทยเนื้อเหลือง’ สายพันธุ์โบราณที่บ้านรักไทย

Posted on May 25, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/655641

ต้องลองชิม! 'ทุเรียนกะเทยเนื้อเหลือง' สายพันธุ์โบราณที่บ้านรักไทย

วันอังคาร ที่ 24 พฤษภาคม พ.ศ. 2565, 15.32 น.

24 พฤษภาคม 2565 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่สวนลุงสมพร ตั้งอยู่ที่บ้านรักไทย หมู่ 7 ต.ชมพู อ.เนินมะปราง จ.พิษณุโลก เปิดตัวทุเรียนสายพันธุ์โบราณ “กะเทยเนื้อเหลือง” ที่ให้ผลผลิตเป็นปีแรก เนื้อเป็นสีเหลืองเข้ม หอมพอดีไม่ฉุนจนเกินไป รสชาติหวานมัน เนื้อเหนียว เมล็ดลีบ อร่อยครบเครื่อง ถูกใจคอทุเรียน นอกจากนี้ภายในสวนยังคงอนุรักษ์ทุเรียนสายพันธุ์โบราณอีกกว่า 10 สายพันธุ์ บนพื้นที่กว่า 30 ไร่

นายสมพร เจริญวรรณยิ่ง อายุ 70 ปี เจ้าของสวนลุงสมพร ได้เปิดเผยว่า ปีนี้ทางสวนตนได้เปิดตัวทุเรียนสายพันธุ์จังหวัดนนทบุรี ที่นำมาปลูกในพื้นที่บ้านรักไทย และให้ผลผลิตเป็นปีแรก คือทุเรียน “กะเทยเนื้อเหลือง” ซึ่งเป็นทุเรียนสายพันธุ์โบราณ ซึ่งตอนนี้เริ่มทยอยสุกให้นักท่องเที่ยวได้ชิมกันบ้างแล้ว ซึ่งจุดเด่นของทุเรียนกะเทยเนื้อเหลืองเมื่อนำมาปลูกที่บ้านรักไทยแห่งนี้ คือได้ผลกลมใหญ่ พลูสวย เต็มทุกพลู 4-5 พลู น้ำหนักลูกเฉลี่ย 2-3 กิโลกรัม เนื้อเป็นสีเหลืองเข้ม หอมพอดีไม่ฉุนจนเกินไป รสชาติหวานมันส์ เนื้อเหนียว เมล็ดลีบ เรียกได้ว่าอร่อยครบเครื่อง

ลุงสมพร บอกว่า สำหรับทุเรียนพันธุ์กะเทยเนื้อเหลืองเป็นทุเรียนสายพันธุ์โบราณ ปลูกมาได้ประมาณ 5 ปี แล้ว และปีนี้เป็นปีแรกที่ให้ผลผลิต ถึงกับเจ้าของสายพันธุ์ที่จังหวัดนนทบุรีต้องเดินทางมาดูถึงสวน เพราะที่เขาปลูกไว้ที่นนท์ ลูกไม่สวยขนาดนี้ เขาออกปากยอมรับเลยว่า สภาพอากาศ ดิน ที่บ้านรักไทยเหมาะกับการปลูกทุเรียนมากเพราะให้ผลผลิตดี ต้นแข็งแรง ลูกสวย พลูเต็ม หนามสวย เปลือกแข็งแรง ขั้วแข็งแรง คือทุกอย่างดีหมด

ซึ่งสวนลุงสมพรแห่งนี้ นอกจากทุเรียนกระเทยเนื้อเหลืองที่เป็นสายพันธุ์โบราณแล้ว ยังคงมีสายพันธุ์อื่นที่หายากอีก เช่น พันธุ์ทองย้อย ทับทิม กบพิกุล ย่ำมะหวาด กลีบสมุทร และพานพระศรี ที่ล้วนแต่เป็นทุเรียนสายพันธุ์โบราณใกล้สูญพันธุ์ ซึ่งตนต้องการอนุรักษ์เก็บไว้ด้วยเพราะเราชอบ และก็หาทานได้ยาก ส่วนตัวแล้วตนเองเป็นคนกรุงเทพฯ สมัยเด็กๆ เราเคยกินทุเรียนแบบนี้ จนพอเราออกมาใช้ชีวิตชนบท มีสวนทุเรียนเป็นของตนเอง เราก็อยากกินทุเรียนที่เราเคยกินสมัยเด็กๆ เป็นการย้อนวันวานด้วย

ส่วนเรื่องของราคาของจำหน่ายนั้นตนยังไม่ทราบว่าจะจำหน่ายยังไง เพราะสายพันธุ์โบราณที่ปลูกไว้ ตอนนี้มีทุเรียนเหลืองกะเทยกับทับทิม ที่เริ่มให้ผลผลิต โดยเหลืองกะเทย ตนจำหน่ายหน้าสวนช่องทางเดียว ในราคา 150-170 บาท ส่วนทับทิบผลทุเรียนใกล้แก่แล้ว ก็คาดว่าจะจำหน่ายในราคาประมาณเดียวกันต้องรอดูราคาตลาดอีกที อยากจะบอกว่าทุเรียนโบราณที่สวนตนไม่ได้ขายราคาแพงมากนัก เป็นราคาที่จับต้องได้คนทั่วไปสามารถทานได้จะได้ลิ้มรสทุเรียนสายพันธุ์โบราณและอยากให้หันมาร่วมกันอนุรักษ์ไว้. 012

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ศอ.บต.สำรวจชุมชนจีนฮากกากว่า 150 ปีเตรียมฟื้นฟูเป็น Soft Power

Posted on May 25, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/655624

ศอ.บต.สำรวจชุมชนจีนฮากกากว่า 150 ปีเตรียมฟื้นฟูเป็น Soft Power

วันอังคาร ที่ 24 พฤษภาคม พ.ศ. 2565, 15.05 น.

ศอ.บต.สำรวจชุมชนจีนฮากกาอายุกว่า 150 ปีและอดีตฐานปฏิบัติการของโจรจีนคอมมิวนิสต์มลายา ในพื้นที่อำเภอเบตง เตรียมฟื้นฟูเป็น Soft Power ให้นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติได้หลงไหลแหล่งท่องเที่ยวเชิงพหุวัฒนธรรมและเชิงอนุรักษ์ หลังจากเปิดเที่ยวบินเชิงพาณิชย์และเปิดด่านทางบกอย่างเป็นทางการ รวมไปถึงรองรับนักวิ่งเทรลจากทั่วโลก ที่จะมาร่วมการแข่งขัน Amazean Jungle Thailand by UTMB  ในปีหน้า

วันนี้ (24 พ.ค.65 )พลเรือตรี สมเกียรติ ผลประยูร เลขาธิการ ศอ.บต. พร้อมด้วยนางสุนิสา รามแก้ว ผู้ช่วยเลขาธิการ ศอ.บต. และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่สำรวจและติดตามความคืบหน้าการฟื้นฟูและพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวแห่งใหม่บ้านโบราณ 150 ปี หมู่บ้านท่องเที่ยว Otop นวัตรวิถีชุมชนฮากกา หมู่ที่ 1 ตำบลตะเนาะแมเราะ อำเภอเบตง จังหวัดยะลา พลเรือตรี สมเกียรติ ผลประยูร เลขาธิการ ศอ.บต. กล่าวว่า อำเภอเบตง เป็นพื้นที่ที่ความเป็นสังคม พหุวัฒนธรรมมีพี่น้องชาวพุทธ มุสลิม และจีน อาศัยอยู่ร่วมกันกว่า 60,000 คน ถือเป็นการผสมผสานกันอย่างลงตัว โดยเฉพาะชุมชนจีนฮากกาแห่งนี้ที่มีอายุกว่า 150 ปี มีชาวไทยเชื้อสายจีนจากหลายมณฑลของประเทศจีน อาศัยอยู่กว่า 100 หลังคาเรือน ส่วนใหญ่ประกอบอาชีพทำการเกษตร 

ศอ.บต.จึงมีแนวคิดที่จะต้องการรักษามรดกทางวัฒนธรรมเอาไว้ เพื่อให้คนรุ่นหลังได้เรียนรู้ ซึ่งเดิมบ้านหลังนี้เป็นบ้านร้างที่มีความเก่าแก่มาอย่างยาวนาน จึงได้เข้ามาปรับปรุงให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวและแหล่งเรียนรู้แห่งใหม่ หลังจากเปิดเที่ยวบินเชิงพาณิชย์และเปิดด่านทางบกอย่างเป็นทางการแล้ว เตรียมฟื้นฟู เป็น Soft Power ให้นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติได้หลงไหลแหล่งท่องเที่ยวเชิงพหุวัฒนธรรมและเชิงอนุรักษ์ รวมไปถึงรองรับนักกีฬา นักวิ่งเทรลจากทั่วโลก ที่จะมาร่วมการแข่งขัน Amazean Jungle Thailand by UTMB  ในปีหน้า ที่มีกำหนดจัดการแข่งขันระหว่างวันที่ 17-19 กุมภาพันธ์ 2566 หลังจากประสบผลสำเร็จผ่านการประเมินได้รับการประกาศให้เป็น 1 ในสนาม UTMB World Series นับเป็นสนามที่สองของประเทศไทย ทั้งนี้เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวในพื้นที่อำเภอเบตง จังหวัดยะลา

นอกจากนี้ชุมชนฮากกา ยังมีอาหารที่ขึ้นชื่อ อย่างเฉาก๊วยเบตง และลูกชิ้นแคระ เป็นลูกชิ้นที่ทำมาจากมะละกอ หนึ่งในเมนูอาหารที่ไม่ควรพลาดเพราะไม่สามารถหากินที่ไหนได้นอกจากชุมชนชาวฮากกาเท่านั้น และเมื่อนักท่องเที่ยวเข้ามาจะต้องหิ้ว นำกลับไปฝาก คนที่บ้านเสมอ ทั้งนี้ขอเชิญชวนให้ผู้ที่สนใจเข้ามาท่องเที่ยวในชุมชนแห่งนี้ซึ่งเป็นสังคมพหุวัฒนธรรม โดยแท้และอยู่ร่วมกันอย่างมีความสุขเสมอมา อีกทั้งในพื้นที่อำเภอเบตง ยังมีสถานที่ท่องเที่ยวอื่นๆ อีกมากมาย เชื่อว่าเมื่อทุกท่านมาแล้วจะต้องไม่พลาดและเก็บเป็นความทรงจำ ความประทับใจกลับไปอย่างแน่นอน

สำหรับบ้านโบราณ 150 ปี หมู่บ้านท่องเที่ยว Otop นวัตรวิถีชุมชนฮากกาแห่งนี้เป็นสถาปัตยกรรม บ้านเรือนเก่าแก่มีเอกลักษณ์โดดเด่น มีความละเอียด ความสมบูรณ์สวยงามของตัวบ้าน และเป็นงานสถาปัตยกรรมผสมผสานหาดูได้ยาก ปัจจุบันศอ.บต. ร่วมกับหลายภาคส่วนตลอดจนคนในชุมชนช่วยกันบูรณะซ่อมแซมฟื้นฟู เพื่อเป็นพิพิธภัณฑ์แหล่งท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม และแหล่งเรียนรู้ชุมชนฮากกาทางชุมชนก็จะมีรายได้เพิ่มขึ้น จากการท่องเที่ยว การพัฒนาแหล่งท่องเที่ยววัฒนธรรมชุมชนเก่า 100 ปี ชาวฮากกาเป็นต้นแบบความร่วมมือ ในการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยววัฒนธรรม เพื่อสร้างงานสร้างรายได้ ให้คนในพื้นที่มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น นำมาซึ่งความสันติสุขอย่างยั่งยืน

จากนั้นเลขาธิการ ศอ.บต.พร้อมคณะฯได้เดินทางไปยังหมู่บ้านจุฬาภรณ์พัฒนา 10 ตำบลอัยเยอร์เวง อำเภอเบตง จังหวัดยะลา ซึ่งอดีตเป็นพื้นที่เคลื่อนไหว และฐานปฏิบัติการของโจรจีนคอมมิวนิสต์มลายา จากการ ที่พรรคคอมมิวนิสต์ มลายา ได้ยุติการต่อสู้ด้วยอาวุธและสลายกองทัพออกมาเป็นผู้ร่วมพัฒนาชาติไทย ตามข้อตกลง ลงนามสัญญาสันติภาพ 3 ฝ่าย เมื่อวันที่ 2 ธันวาคม 2532 ปัจจุบันได้มีการจัดตั้งพิพิธภัณฑ์วีระชน มีแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติ อาทิ ผืนป่าฮาลา-บาลา ต้นกำเนิดแม่น้ำปัตตานี ต้นไม้พันปีที่ใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ คือต้นสมพงหรือต้นก้านไม้ขีดที่ต้องใช้ 38 คนโอบ ถือเป็นความสมบูรณ์ของธรรมชาติ และเป็นแหล่งท่องเที่ยวประวัติศาสตร์ในอดีตที่น่าสนใจควรค่าแก่การอนุรักษ์ต่อไป – 003

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ภาพหาดูยาก! ‘เลียงผา’ โชว์ตัวหุบป่าตาด เขตห้ามล่าสัตว์ป่าถ้ำประทุน

Posted on May 25, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/655618

ภาพหาดูยาก! 'เลียงผา' โชว์ตัวหุบป่าตาด เขตห้ามล่าสัตว์ป่าถ้ำประทุน

วันอังคาร ที่ 24 พฤษภาคม พ.ศ. 2565, 14.43 น.

24 พ.ค.65 เขตห้ามล่าสัตว์ป่าถ้ำประทุน จ.อุทัยธานี เปิดเผยภาพถ่ายเลียงผา ออกมาหากินบริเวณผาด้านหน้าของหุบป่าตาด เมื่อวันที่ 22 พฤษภาคม 2565 ที่ผ่านมา สำหรับเลียงผาจัดเป็นสัตว์ป่าสงวนชนิดหนึ่งใน 15 ชนิดของประเทศไทย และอนุสัญญา CITES จัดเลียงผาไว้ใน Appendix I

สำหรับ เขตห้ามล่าสัตว์ป่าถ้ำประทุน มีพื้นที่รับผิดชอบ 13,052 ไร่ ครอบคลุมพื้นที่ในเขต อ.หนองฉาง และ อ.ลานสัก จ.อุทัยธานี ลักษณะภูมิประเทศเป็นภูเขาหินปูน สูงชัน เป็นแหล่งที่อยู่อาศัย และแหล่งอาหารของสัตว์ป่าหลายชนิด โดยเฉพาะอย่างยิ่งเป็นถิ่นที่อยู่อาศัยของเลียงผา ซึ่งเป็นสัตว์ป่าสงวนที่ต้องช่วยกันอนุรักษ์และคุ้มครองไว้อย่างยิ่ง. -008 

ภาพ : เขตห้ามล่าสัตว์ป่าถ้ำประทุน
ที่มา : สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 12 (นครสวรรค์)

 

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

หากินยาก! ‘เห็ดถอบ’ หัวปีฤดูฝน ของดีในดิน กินอร่อย กิโลละ 700 บาท

Posted on May 25, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/655614

หากินยาก! ‘เห็ดถอบ’ หัวปีฤดูฝน ของดีในดิน กินอร่อย กิโลละ 700 บาท

วันอังคาร ที่ 24 พฤษภาคม พ.ศ. 2565, 14.25 น.

24 พ.ค.65 นางพรทิพย์ ส่องแสง แม่ค้าขายเห็ดหอบ ในตลาดสดท่าวังทอง อ.เมือง จ.พะเยา ได้นำเห็ดถอบ  หัวปีหรือต้นปีฤดูฝนนำมาขายกิโลกรัมละ 600-700 บาท หรือลิตรตวงขนาดใหญ่และเล็ก  200-300 บาท ขายดี ก็เห็นชอบถือว่าเป็นอาหารชั้นดีในดินกินอร่อย และราคาแพง 1 ปี จะมีกินเพียง 1 ครั้งเท่านั้น โดยเฉพาะในช่วงนี้ ผู้คนจะนิยมหาซื้อมา ประกอบอาหารรับประทาน

สำหรับ เห็ดหอบ ช่วงนี้จะมีรสชาติอร่อยและมีราคาแพงผู้คนมักจะ นิยมซื้อไปประกอบอาหารทั้งต้มทั้งผัดและแกง รับประทานได้ทุกเพศทุกวัยทั้งเด็กและผู้ใหญ่ หาทานได้ยาก  1ปีจะมีเพียง 1 ครั้งเท่านั้น

สำหรับ บรรยากาศภายในตลาดสดท่าวังทองและตลาดสดอื่นๆทั่วจังหวัดพะเยาพบว่าได้มีชาวบ้านต่างพากันมาจับจ่ายซื้อพืชผักเนื้อ และเห็ดถอบ ไปประกอบอาหารรับประทานโดยเฉพาะเห็ดถอบถึงแม้ว่าจะมีราคาสูงถึงกิโลกรัมละ 600-700 บาท ก็ตามก็จะซื้อไปรับประทานเพราะถือว่า1ปีมีกินเพียง1ครั้งเท่านั้น และถือว่าเห็ดถอบเป็นเห็ดที่อยู่ในดินกินอร่อยและราคาแพง.-008

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

BamBam Family

BamBam Family

สถิติบล็อก

  • 3,271,051 hits

Join 4,135 other subscribers
Follow SootinClaimon.Com on WordPress.com

Categories

Top Posts & Pages

ประชารัฐลดสถิติประสบอันตราย
‘เจ้าฟ้าหญิงจุฬาภรณ์’ ทรงปาฐกถาพิเศษ ‘การได้รับสารหนูกับการเกิดโรคมะเร็ง’
พลิกโฉม การปลูกชมพู่ในประเทศไทย ด้วย "ชมพู่ยักษ์ไต้หวัน" และ "ชมพู่สตรอเบอรี่" (ตอนที่ 1)
New York University makes tuition free for all medical students
Pia Wurtzbach ‘an absolute class act’
คุณแหน : 27 มิถุนายน 2562
คอลเลคชั่นสุดพิเศษ Simone Rocha x H&M #SootinClaimon.Com
Increasing digitalisation the way to recovery in a protracted Covid-19 crisis: WEF Asean poll #SootinClaimon.Com
อานิสงส์จีนอหิวาต์หมูระบาดไทยส่งออกเพิ่ม #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย
Snow Man ร่วมงาน Japan Expo Thailand2020กับการก้าวสู่เวทีระดับนานาชาติ

Recent Posts

  • นายกฯ เนปาลกล่าวต่อที่ประชุมยูเอ็น น้ำท่วมครั้งใหญ่เป็น “สัญญาณเตือนโลก” ถึงภัยจากโลกร้อน
  • Amazon ลุยส่งพัสดุด้วยโดรน เร็วสุด 30 นาที แต่ชาวบ้านโอดเสียงดังรบกวน
  • นักวิจัยสงสัยการติดเชื้อแบคทีเรียเป็นสาเหตุลูกวาฬหลายร้อยตัวตายเกยตื้นในอาร์เจนตินา
  • ปธน.อิหร่าน เปิดใจกับสื่อเผย สหรัฐฯ ต้องเลือกเองว่าจะยุติสงครามหรือไม่ ลั่นพร้อมเจรจา
  • ส่อง 5 ประเด็น “ทรัมป์-สี จิ้นผิง” พบกันที่วอชิงตัน พักศึกการค้า แต่ปมใหญ่ยังไม่จบ

ป้ายกำกับ

  • 2559(2016)
  • entertain
  • lady
  • naewna
  • The Nation
  • การเมือง
  • ต่างประเทศ
  • บันเทิง
  • ผู้หญิง
  • แนวหน้า
  • RSS - Posts
  • RSS - Comments

Archives

Follow Us

  • https://soclaimon.tumblr.com/
  • https://www.facebook.com/soclaimon
  • https://www.instagram.com/sootinclaimon/
  • https://www.facebook.com/SootinClaimon/
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100001170824639
  • https://www.facebook.com/pompam.pp
  • https://www.facebook.com/toraman666
  • https://www.facebook.com/apich214
  • https://www.facebook.com/samabat.klaimon
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100005312762480
  • https://www.facebook.com/jirasuda.manomaiyanon
  • https://www.facebook.com/eikpakkred
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100003091451547
Blog at WordPress.com.
  • Subscribe Subscribed
    SootinClaimon.Com
    Join 1,689 other subscribers

    Have a WordPress.com account? Log in now.

  • SootinClaimon.Com
    View site in Reader
    Manage subscriptionsSign upLog in
    Report this content
    Collapse this bar
Loading Comments...
%d