Skip to primary content
Skip to secondary content

SootinClaimon.Com

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย2 [SartKasetDinPui2] : รวบรวม ข้อมูล เศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม เกษตร ดิน น้ำ ปุ๋ย

SootinClaimon.Com

Main menu

  • Home
  • KU23-2506
  • ข้อคิดความเห็น
  • ตระกูลคล้ายมนต์
  • ผมเองครับ
  • ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย1

Tag Archives: ข่าว Like สาระ

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

ต้านไม่ไหว! ปลดแล้วป้ายหมอปลา หลังโผล่หน้าวัดพิษณุโลก

Posted on May 4, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/651242

ต้านไม่ไหว! ปลดแล้วป้ายหมอปลา หลังโผล่หน้าวัดพิษณุโลก

วันพุธ ที่ 4 พฤษภาคม พ.ศ. 2565, 07.56 น.

4 พ.ค.65 จากกรณี เฟซบุ๊กหมอปลาช่วยด้วย โพสต์ภาพป้ายขนาดใหญ่หน้าวัดแห่งหนึ่ง ใน จ.พิษณุโลก พร้อมระบุว่า “ป้ารัตนาบอกว่าเดี๋ยวไปหานะพระคุณเจ้า” โดยเป็นป้ายภาพ หมอปลา และมีข้อความว่า “ร่วมปลุกกระแส ห้ามหมอปลาเข้าสร้างความวุ่นวายในเขตวัด ทำตัวอยู่เหนือกฎหมาย ใช้อำนาจอะไร? แค่อ้างว่ามีคนร้องเรียน ก็บุกเข้าค้นวัดได้ทุกซอกทุกมุม โดยไม่ต้องมีหมายค้น ถ้าแน่จริง มีคนแจ้งว่า บ้านนี้ค้ายา บ้านนั้นค้าของเถื่อน บ้านนี้ให้ที่หลบซ่อนมือปืน กล้าเข้าค้นเหมือนเข้าค้นวัดมั้ย

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้องที่นี่ : วัดแจงแล้ว! ปลดป้ายต้านหมอปลานำไปเผา ยันไม่รู้เรื่อง

วัดเป็นนิติบุคคล เจ้าอาวาสเป็นเจ้าพนักงาน ทุกวัดควรขึ้นป้ายต่อต้านหมอปลา ฝ่าฝืนเข้าไปทำแบบที่เคยทำให้วัดไหน ให้ฟ้องศาลทุกวัด ผิด ถูกไปว่ากันที่ศาล ไม่เช่นนั้น หมอปลาจะย่ำยีพระตลอดไป กล้าไปทุกวัด ก็ต้องกล้าไปขึ้นศาลทุกคดีนะ หมอปลา”

ล่าสุด วัดได้นำป้ายขนาดใหญ่ที่เขียนข้อความลงแล้ว เหลือแต่เพียงโครงเหล็กตั้งไว้. 008 

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ตาทองสายเปย์เปิดใจยังห่วงสาวรุ่นลูกพร้อมให้อภัย-ไม่เอาความบอก’ว่างมาหาใหม่’

Posted on May 4, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/651204

ตาทองสายเปย์เปิดใจยังห่วงสาวรุ่นลูกพร้อมให้อภัย-ไม่เอาความบอก'ว่างมาหาใหม่'

วันอังคาร ที่ 3 พฤษภาคม พ.ศ. 2565, 19.54 น.

ตาทองสายเปย์วัย 75 เปิดใจยังห่วงสาวรุ่นลูก หลังมาหลอกเชิดรถ จยย.หนี พร้อมให้อภัย ไม่แจ้งความดำเนินคดี แต่ก็ยังห่วงอยู่ ยอมรับโสดมานานแล้ว ว่างๆ ค่อยเจอกันใหม่และอย่าไปทำกับใครอีกแบบนี้

วันนี้ (3 พ.ค.65) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากกรณีนายทองสุข ประวัตน์ อายุ 75 ปี ชาวบ้านบ้านหนองสว่าง ต.บ้านม่วง อ.บ้านดุง จ.อุดรธานี ถูกสาวรุ่นลูกหลอกวานให้พาไปส่งที่บ้าน แต่พาขับรถรอบตัวเมือง อ.บ้านดุง ก่อนจะซื้อสปายให้ดื่มด้วยกัน สุดท้ายสาวรายนี้เชิดรถตาทองหนี ตาทองบอกเสียดายอยากจะย้อนไป 14 อีกครั้ง ต่อมาชาวบ้านพบหญิงสาวคนดังกล่าวชื่อน้องแนน อายุ 29 ปี ชาวบ้านบ้านหนองย่าง ต.โพนงาม อ.หนองหาน จ.อุดรธานี จอดรถ จยย.ทิ้งริมถนนบ้านโนนสะอาด ต.บ้านชัย อ.บ้านดุง จ.อุดรธานี จึงได้นำตัวน้องแนน และรถ จยย.มาไว้ที่ สภ.บ้านดุง

ต่อมานายทองสุข ประวัตน์ หรือ ตาทอง ได้เดินทางมาที่ สภ.บ้านดุง และยืนยันว่ารถ จยย.ยี่ห้อยามาฮ่า เอ๊กซ์ 1 สีน้ำเงิน หมายเลขทะเบียน ขนด อุดรธานี 246 เป็นของตนเองที่สาวรุ่นลูกเชิดหนีเพราะจำตัวหนังสือที่เขียนติดไว้บังโคลนล้อด้านหน้าของรถคำว่า “โสดมานานแล้ว” 

ตาทองสุข เปิดเผยว่า รู้สึกดีใจที่ได้รถมอเตอร์ไซค์คืน แต่ก็ยังรู้สึกเป็นห่วงคนที่เอารถมอเตอร์ไซค์ไป เหตุที่ยังเป็นห่วงเพราะคิดว่าสาวเจ้าไม่รู้จะกลับบ้านถูกหรือเปล่า ทั้งนี้ตนเองจะไม่แจ้งความดำเนินคดี เพราะรถก็ได้คืนแล้ว ตอนนี้ให้อภัย หากรู้ว่าบ้านอยู่แถวนี้ก็อยากไปส่งเอง แต่ก็กลัวจะเกิดเหตุการณ์ซ้ำรอยอีกครั้ง แต่เหตุการณ์ก็ผ่านไปแล้ว 

“ว่างๆ ค่อยมาหากันใหม่” คุณตาทอง พูดไปหัวเราะไป จากนั้นนายวีระพล รักษ์เสมอวงษ์ แอ้ดมินเพจบ้านดุงอัพเดท ได้อาสาเดินทางไปส่งน้องแนน สาวสวยต่างอำเภอที่หลอกตาทองกลับบ้านเกิดที่ อ.หนองหานต่อไป – 003

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

มูลนิธิแพทย์แผนไทยพัฒนาจัดงานใหญ่’ไหว้ครู’ปี’65 รวม 2 รุ่นในงานเดียว

Posted on May 4, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/651201

มูลนิธิแพทย์แผนไทยพัฒนาจัดงานใหญ่'ไหว้ครู'ปี'65 รวม 2 รุ่นในงานเดียว

วันอังคาร ที่ 3 พฤษภาคม พ.ศ. 2565, 19.37 น.

มูลนิธิการแพทย์แผนไทยพัฒนา จัดพิธีเจริญพระพุทธมนต์ และพิธีไหว้ครูและมอบประกาศนียบัตร ประจำปี 2565 โดยในพิธีไหว้ครูมีนักศึกษาการแพทย์แผนไทยพัฒนา รุ่น 24 และ รุ่น 25 ร่วมพิธีไหว้ครูอย่างเป็นทางการ ซึ่งพิธีไหว้ครูนับเป็นพิธีสำคัญในการเรียนหลักสูตรแพทย์แผนไทย อันมีพระรัตนตรัยเป็นครูสูงสุด ตามมาด้วยครูแพทย์ของไทยคือ หมอชีวกโกมารภัจจ์ โดยเป็นแพทย์ประจำองค์สมณโคดมบรมครู องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าในสมัยพุทธกาล 

ในโอกาสนี้มีคณาจารย์ผู้ทรงคุณวุฒของมูลนิธีการแพทย์แผนไทยพัฒนา อาทิ นายแพทย์วุฒิกิจ ธนะภูมิ ประธานกรรมการมูลนิธิการแพทย์แผนไทยพัฒนา(อดีตอธิบดีกรมการแพทย์) ผู้สอนวิชากายวิภาคศาตร์ ให้กับนักศึกษาเภสัชกรรมไทย ปี 2 , อาจารย์อำพล บุญเปล่ง ผู้สอนแพทย์แผนไทย ให้กับนักศึกษาเภสัชกรรมไทย ปี 1,อาจารย์วันทนี เจตนธรรมจักร ผู้สอนการทำสะตุยาดำ-น้ำประสานทอง-สารส้ม-หัวเชื้อน้ำมันไพล , อาจารย์อดิศร พุกะนัดด์ ผู้สอนวิชาพฤกษศาสตร์ , อาจารย์ชัยพร กลิ่นจันทร์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลซับตะเคียน จังหวัดลพบุรี และ ฯลฯ 

นอกจากนี้ ยังมีการบูชาครูอาจารย์ผู้ล่วงลับไปแล้ว ได้แก่ นายพลเรือเอก พระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าอาภากร เกียรติวงศ์ กรมหลวงชุมพรเขตรอุดมศักดิ์ โดยเป็นที่รู้จักกันในนามว่า “หมอพร”, แพทย์หญิงเพ็ญนภา ทรัพย์เจริญ ปฐมาจารย์ผู้ก่อตั้งมูลนิธิการแพทย์แผนไทยพัฒนา และ รองศาสตราจารย์ เภสัชกร ดร.นิจศิริ เรืองรังษี หนึ่งในคณาจารย์ของมูลนิธิการแพทย์แผนไทยพัฒนา เป็นต้น 

สำหรับประวัติมูลนิธิการแพทย์แผนไทยพัฒนา ก่อตั้งโดย แพทย์หญิงเพ็ญนภา ทรัพย์เจริญ เมื่อวันที่ 19 ธันวาคม พ.ศ.2539 เพื่อสนับสนุนส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพการแพทย์แผนไทยในทุกด้านทั้งภาครัฐและเอกชน รวมทั้งเพื่อสนับสนุนการดำเนินงานของมูลนิธิ หน่วยงาน สมาคมและชมรมที่ดำเนินงานของมูลนิธิ และ งานด้านการแพทย์แผนไทย รวมไปถึงสนับสนุนการศึกษาวิจัยเกี่ยวกับองค์ความรู้ทางการแพทย์แผนไทยให้เป็นระบบและครบวงจร 

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

‘พุทโธ’ ก็ดี ‘อานาปานสติ’ ก็ดี ก็เปรียบเหมือนกับเหยื่อล่อปลานั่นเอง

Posted on May 4, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/651197

'พุทโธ' ก็ดี 'อานาปานสติ' ก็ดี ก็เปรียบเหมือนกับเหยื่อล่อปลานั่นเอง

วันอังคาร ที่ 3 พฤษภาคม พ.ศ. 2565, 19.19 น.

คำว่า “พุทโธ” ก็ดี “อานาปานสติ” ก็ดี ก็เปรียบเหมือนกับเหยื่อล่อปลานั่นเอง “ถ้ามีแต่เบ็ดปลาก็ไม่กิน” ต้องเอาเหยื่อมาล่อเพื่อให้ปลากินเบ็ด “ถ้ามีแต่จิตเฉยๆ ก็หาที่ยึดไม่ได้” ต้องอาศัยอานาปานสติคือลมหายใจเข้า-ออกเป็นอารมณ์ของใจหรือ “ต้องอาศัยคำบริกรรมมีพุทโธเป็นต้นให้เป็นที่ยึดของใจ”

พอจิตรวมตัวเข้าไปเป็นอันเดียว มีความทรงตัวหรือมีความเป็นตัวของตัวโดยเอกเทศแล้ว “คำบริกรรมอันนั้นก็หมดปัญหาไปเอง” เช่นลมหายใจก็หมดปัญหาไป คำว่า “พุทโธ ธัมโม หรือสังโฆ อะไรก็ตาม ซึ่งเป็นคำบริกรรม มากน้อยก็หมดปัญหาไป” เหลือแต่ความรู้ล้วน ๆ 

เราจะว่า “พุทโธ” คำว่า “พุทโธกับจิตก็เป็นอันเดียวกันเสีย” คำว่า ธัมโม “ธรรมกับจิตก็เป็นอันเดียวกันเสีย” สังโฆ “สังฆะกับจิตก็เป็นอันเดียวกันเสีย” รู้เด่นดวงก็ปล่อย เวลานั้นปล่อยหมด เหลือแต่ความรู้ล้วน ๆ เด่น “นั่นละคือบ่อแห่งความสุข”

โอวาทธรรม หลวงตามหาบัว ญาณสัมปันโน – 003

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, ธรรมะ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, ธรรมะ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

‘อุดมการณ์’มิวางวาย! ย้อนคมคิด’ม.ร.ว.รุจีสมร’แสงเทียนแห่ง’วรรณวิทย์’

Posted on May 4, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/651192

‘อุดมการณ์’มิวางวาย! ย้อนคมคิด’ม.ร.ว.รุจีสมร’แสงเทียนแห่ง’วรรณวิทย์’

วันอังคาร ที่ 3 พฤษภาคม พ.ศ. 2565, 19.01 น.

“สุขุมวิท” สำหรับในกรุงเทพฯ ย่านนี้คือ “ทำเลทอง” ที่ดินราคาแพงแทบจะทุกตารางนิ้ว แต่ครั้งหนึ่งบนพื้นที่เศรษฐกิจแห่งนี้ เคยมีสถานศึกษาเอกชนเล็กๆ ยืนเด่นท้าทายกระแสการพัฒนาแบบทุนนิยม อย่าง “โรงเรียนวรรณวิทย์” โรงเรียนอาคารไม้ที่มองเข้าไปแล้วสภาพนี้ควรตั้งอยู่ในชนบทห่างไกล ไม่ใช่ล้อมรอบด้วยอาคารสูงระฟ้าอย่างที่เห็น ที่สำคัญยังเก็บค่าเล่าเรียนเพียงหลักพันบาทต้นๆ เท่านั้น สวนทางกับบริบททางเศรษฐกิจโดยรอบอย่างสิ้นเชิง 

“20 มิ.ย. 2489-26 ก.พ. 2565” หรือเกือบ 76 ปี เป็นช่วงเวลาที่ โรงเรียนวรรณวิทย์ เปิดทำการเรียนการสอนอยู่ในซอยสุขุมวิท 8 ด้วยดำริของ “หม่อมผิว สุขสวัสดิ์ ณ อยุธยา” มุ่งมั่นที่จะให้เป็นสถานศึกษา ที่ให้ทั้งวิชาความรู้ รวมทั้งอบรมสั่งสอนศิลธรรม จรรยา ขนบประเพณี และพลศึกษา ก่อนจะส่งมอบอุดมการณ์นี้ให้กับ “ม.ร.ว.รุจีสมร สุขสวัสดิ์” บุตรสาว รับช่วงในฐานะ “ครูใหญ่” สืบต่อมา

ย้อนไปเมื่อช่วงต้นปี 2558 ทีมงาน “นสพ.แนวหน้า” มีโอกาสได้เยี่ยมชมโรงเรียนวรรณวิทย์ ซึ่งได้ทราบว่า “โรงเรียนแห่งนี้เก็บค่าเล่าเรียนเทอมละ 1,702 บาท สำหรับชั้นประถม และ 1,317.50 บาท สำหรับชั้นมัธยมปีที่ 1- 3 สวนทางกับค่าครองชีพที่สูงลิบของพื้นที่ใจกลางเมืองหลวง” โดย ม.ร.ว.รุจีสมร ท่านเล่าว่า หม่อมผิว ผู้เป็นมารดา ก่อตั้งโรงเรียนขึ้น ด้วยเห็นว่า บุตรหลานของชาวบ้านในละแวกนี้ไม่มีโอกาสได้เรียนเพราะมีข้อจำกัดด้านการเงิน

“เริ่มแรกมีนักเรียนไม่ถึง 10 คน และไม่เก็บค่าเล่าเรียน ช่วงแรกสร้างโรงเรียนแบบง่ายๆ เป็นอาคารหลังคามุงจาก เรียกว่าเป็นโรงเรียนเอกชนเพื่อสังคมก็คงไม่ผิด ต่อมามีการเก็บค่าเล่าเรียน แต่อนุญาตให้เด็กค้างค่าเล่าเรียนก่อนได้ เพราะไม่อยากให้เรื่องเงินมากระทบการเรียนของเด็ก ครูที่นี่อยู่กันมานานแล้ว สอนกันวันละ 4-5  คาบ วิธีการสอนที่เหมือนกัน คือ ความเป็นกันเองกับเด็กนักเรียนทุกคน และให้ความรู้ในแต่ละวิชาแก่เด็กนักเรียนอย่างเต็มที่ ไม่มีกั๊ก เพราะเมื่อขึ้นชื่อว่าเป็นครูก็ต้องทำหน้าที่ให้สมบูรณ์” ม.ร.ว.รุจีสมร กล่าว

สำหรับ หม่อมผิว นั้นมีชื่อเสียงในฐานะ “นักประพันธ์” เจ้าของนามปากกา “วรรณสิริ” มีผลงานนวนิยายเป็นที่รู้จักหลายเรื่อง โดยเฉพาะ “วนิดา” และ “นางทาส” ซึ่งถูกนำมาทำเป็นละครโทรทัศน์หลายครั้ง และนั่นเปรียบเหมือน “น้ำหล่อเลี้ยง” ที่ทำให้โรงเรียนวรรณวิทย์ ดำรงสถานะสถานศึกษามาได้ยาวนานหลายสิบปี แม้จะประสบปัญหาขาดทุนต่อเนื่องก็ตาม 

ม.ร.ว.รุจีสมร กล่าวถึงนวนิยายเรื่องวนิดา ว่า แม้จะทำรายได้ให้กับ หม่อมผิว อย่างมาก แต่ก็ถูกนำมาใช้กับโรงเรียนวรรณวิทย์เป็นหลัก ซึ่งปกติค่าใช้จ่ายในโรงเรียนจะมาจากค่าเล่าเรียน แต่เนื่องจากระยะหลังๆ จำนวนนักเรียนลดลง ทำให้ลำพังค่าเล่าเรียนไม่เพียงพอ ถึงกระนั้น ม.ร.ว.รุจีสมร ยืนยันอย่างหนักแน่นว่า “จะไม่ขายที่ดินผืนนี้เด็ดขาด” แม้ที่ผ่านมาจะมีนายทุนยื่นข้อเสนอเป็นเงินหลักพันล้านบาทก็ตาม

“ยายค่อยๆ มองความเปลี่ยนแปลงที่เป็นไปอย่างก้าวกระโดด ซึ่งมีความเจริญกว่าสมัยก่อนมาก จากที่มีแต่บ้านคน พอมาตอนนี้เต็มไปด้วยตึกคอนกรีต การพึ่งพากันก็ลดน้อยลงตามไปด้วย มีแต่ที่โรงเรียนแห่งนี้ที่ยายยังรักษาสภาพเดิมเอาไว้เพื่อยืนหยัดเจตนารมณ์ดั้งเดิมของแม่ ใครมาซื้อก็ไม่ขาย จะขายทำไม เพราะนี่โรงเรียนของเรา ที่ดินของแม่เรา นักเรียนของเรา อนาคตของเด็กมันประเมินค่าไม่ได้” ม.ร.ว.รุจีสมร ระบุ

แม้จะยืนหยัดอย่างเด็ดเดี่ยว แต่สุดท้ายแล้ว “โควิด-19” ไวรัสร้ายที่ระบาดไปทั่วโลก นอกจากจะคร่าชีวิตผู้คนโดยตรงแล้ว ยังส่งผลกระทบทางเศรษฐกิจอย่างมาก สถานที่หลายแห่งเคยเปิดทำการมายาวนานต้องตัดสินใจปิดตัวลงเพราะแบกรับภาระค่าใช้จ่ายต่อไม่ไหว รวมถึง โรงเรียนวรรณวิทย์ ด้วยเช่นกัน ไม่ต่างจากโรงเรียนเอกชนอีกนับร้อยแห่งที่ทยอยเลิกกิจการไปแล้วก่อนหน้านั้นไม่นานนัก 

ในวันที่ 26 ก.พ. 2565 ที่ผ่านมา มีการจัดงาน “สิ้นเสียงระฆังวรรณวิทย์” บรรยากาศเต็มไปด้วยความอาลัยของบรรดาศิษย์เก่าที่ผูกพันกับสถานศึกษาแห่งนี้ กระทั่งในอีก 2 เดือนเศษให้หลัง ศิษย์เก่าวรรณวิทย์ ก็ได้รับแจ้งข่าวเศร้าอีกครั้ง โดยในวันที่ 3 พ.ค. 2565 ม.ร.ว.รุจีสมร สุขสวัสดิ์ ครูใหญ่แห่งโรงเรียนวรรณวิทย์ ได้ถึงแก่อนิจกรรมแล้วในวัย 101 ปี ซึ่งมีกำหนดการรดน้ำศพ ณ วัดธาตุทอง ในวันที่ 4 พ.ค. 2565 เวลาประมาณ 15.30 น. 

ปิดตำนานสถานศึกษาเล็กๆ กลางกรุง ที่ดำเนินการโดยปูชนียบุคคลผู้มีปณิธานอันยิ่งใหญ่ ในการขยายโอกาสทางการศึกษาให้เด็กไทย เหลือไว้แต่เพียงเรื่องเล่าขานแด่ชนรุ่นหลัง!!!
-/-/-/-/-/-/-/-/-/-/-
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
https://www.naewna.com/scoop/144145 เลาะรั้วโรงเรียน’วรรณวิทย์’!!! เมื่อเงินตราไม่อาจสู้อุดมการณ์
https://www.naewna.com/local/630492 ปิดตำนาน 76 ปี โรงเรียนวรรณวิทย์ ใจกลางสุขุมวิท ยุติการสอนเป็นภาคเรียนสุดท้าย
https://www.naewna.com/local/651142 อาลัย ‘ม.ร.ว.รุจีสมร’ อดีตคุณครูใหญ่โรงเรียนวรรณวิทย์ ถึงแก่อนิจกรรมแล้ว

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ก๋วยเตี๋ยวหมูร้าน’ป้าฟัก’อำเภอไชโยยันไม่ขึ้นราคาขาย 10 บาทเหมือนเดิมแม้แก๊สหมูแพง

Posted on May 4, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/651191

ก๋วยเตี๋ยวหมูร้าน'ป้าฟัก'อำเภอไชโยยันไม่ขึ้นราคาขาย 10 บาทเหมือนเดิมแม้แก๊สหมูแพง

วันอังคาร ที่ 3 พฤษภาคม พ.ศ. 2565, 18.58 น.

ก๋วยเตี๋ยวหมู ต้มยำ ต้มจืด ร้าน “ป้าฟัก” อำเภอไชโย จังหวัดอ่างทอง ยืนยันไม่ขึ้นราคาขาย 10 บาทสู้ราคาแก๊สแพง หมูแพง ส่วนอาหารตามสั่งราคา 30 บาทเหมือนเดิม ลูกค้ายกนิ้วการันตีทั้งเต็มชามอร่อย

ที่ร้านป้าฟักริมถนนบ้านคลองไชโย หมู่ 3 ต.ไชโย อ.ไชโย จ.อ่างทอง นางนิภา เหมือนพงษ์ หรือป้าฟัก อายุ 70 ปี เจ้าของร้านยังคงยืนยันขายก๋วยเตี๋ยวหมูน้ำตก ต้มยำ ต้มจืดในราคา 10 บาทเหมือนเดิม ถึงแม้แก๊สหุงต้มจะปรับตัวราคาสูงขึ้น ส่วนหมูก็ยังคงราคาแพงเหมือนเดิมรวมทั้งวัตถุดิบต่างๆ ปรับขึ้นราคา แต่ “ป้าฟัก” ก็คงยืนยันขายในราคา 10 บาทเหมือนเดิม หมูเต็มชาม อร่อย รสชาติถูกปาก และยังมีอาหารตามสั่งให้เป็นทางเลือกอีกราคายังคง 30 บาทเหมือนเดิม

นางนิภา หรือป้าฟัก กล่าวว่า ได้เปิดร้านก๋วยเตี๋ยวและอาหารตามสั่งมานานกว่า 25 ปีโดยก๋วยเตี๋ยวเริ่มต้นที่ราคา 5 บาท ต่อมาขึ้นราคาเป็นชามละ 10 บาท จนถึงปัจจุบัน แม้แก๊สปรับตัวราคาสูงขึ้น หมูราคาแพงขึ้นและข้าวของวัตถุดิบแพงขึ้นทุกอย่าง แต่ตนก็ยังคงขายก๋วยเตี๋ยวหมูราคาเพียงชามละ 10 บาท ซึ่งที่ร้านใช้เตาฟืนและคนในครอบครัวมาช่วยกันขาย 

ทางด้านลูกค้าต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า อร่อยยอดเยี่ยมทั้งปริมาณและราคาถูกใจจริงๆ แถมปริมาณยังเกินราคาและมีอาหารตามสั่งอีกหลายอย่าง หากใครอยากชิมฝีมือก๋วยเตี๋ยว 10 บาทของป้าฟักว่าอร่อยขนาดไหนก็แวะมาลองชิมได้ โดยร้านเปิดทุกวันตั้งแต่เวลา 08.00-15.00 น. ที่บริเวณริมถนนบ้านคลองไชโย หมู่ 3 ต.ไชโย อ.ไชโย จ.อ่างทอง – 003

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

คลิประทึก! นาทีพ่อซิ่งเก๋งพาลูกทหารหนีค่าย จนท.ช่วยจับวุ่น พบโกงเงินสวัสดิการ

Posted on May 4, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/651136

คลิประทึก! นาทีพ่อซิ่งเก๋งพาลูกทหารหนีค่าย จนท.ช่วยจับวุ่น พบโกงเงินสวัสดิการ

วันอังคาร ที่ 3 พฤษภาคม พ.ศ. 2565, 15.16 น.

วันที่ 3 เมษายน 2565 เพจเฟซบุ๊ก “แม่ทัพลิง 3/1” เผยแพร่คลิปเหตุการณ์ ชิงตัวนักโทษทหารหลบหนีแหกด่านค่ายทหารออกมา โดยระบุว่าเป็นคลิปเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 15 เมษายน 2565 ที่ค่ายกำแพงเพชรอัครโยธิน ตำบล สวนหลวง อำเภอ กระทุ่มแบน จังหวัด สมุทรสาคร     

โดยในคลิปเป็นเหตุการณ์ที่บันทึกโดยกล้องวงจรปิด จะเห็นทหารหลานนายพยายามวิ่งตามรถเก๋งสีแดง ก่อนสืบทราบมาว่าคนขับรถเป็นพ่อของนายทหารชั้นประทวนยศ ส.อ. นายหนึ่ง ซึ่งได้ถูกผู้บังคับบัญชาตรวจพบว่าได้กระทำความผิดฐานฉ้อโกงเงินสวัสดิการ 

ทั้งนี้ พันเอกหญิง ศิริจันทร์ งาทอง รองโฆษกกองทัพบก เปิดเผยว่า นายทหารชั้นประทวนยศสิบเอกนายหนึ่ง ซึ่งได้ถูกผู้บังคับบัญชาตรวจพบว่าได้กระทำความผิดฐานฉ้อโกงเงินสวัสดิการ และหน่วยทหารได้ตั้งคณะกรรมการสอบสวน ผลสอบของคณะกรรมการพบว่าผิดจริงและพิจารณาโทษทางวินัย ลงทัณฑ์ขัง 30 วัน พร้อมให้ดำเนินการปลดออกจากราชการ ในระหว่างการรับโทษและรอคำสั่งปลด กำลังพลดังกล่าวได้หนีออกจากกองรักษาการณ์ โดยมีบิดาให้การช่วยเหลือ 

ทั้งนี้ หน่วยทหารได้เข้าแจ้งความต่อ สภ.กระทุ่มแบน รวมทั้งในคดีทำลายทรัพย์สินของทางราชการเสียหายระหว่างหลบหนี และประสานทางเจ้าหน้าที่ตำรวจในการเร่งติดตามตัวต่อไป

ชมคลิป : คลิกที่นี่

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง : ทบ.เร่งล่าตัว’อดีตสิบเอก’หนีคุมขังค่ายทหาร ผิดฐานฉ้อโกงเงินสวัสดิการ

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

เพิ่งลืมตาดูโลกได้ 1 วัน! สวนสัตว์สงขลาต้อนรับสมาชิกใหม่ ‘ลูกม้าแคระเชทแลนด์’

Posted on May 4, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/651120

เพิ่งลืมตาดูโลกได้ 1 วัน! สวนสัตว์สงขลาต้อนรับสมาชิกใหม่ 'ลูกม้าแคระเชทแลนด์'

วันอังคาร ที่ 3 พฤษภาคม พ.ศ. 2565, 14.41 น.

สวนสัตว์สงขลาต้อนรับสมาชิกใหม่ลูกม้าแคระเชทแลนด์ ซึ่งเกิดเมื่อคืนนี้ตรงกับวันฮารีรายอพอดี เป็นลูกม้าเพศเมียอายุ 1 วัน ร่างกายสมบูรณ์ แข็งแรงดี มีสัตวแพทย์สวนสัตว์สงขลาคอยดูแลอย่างใกล้ชิด

วันนี้ (3 พ.ค.65) ที่ส่วนจัดแสดงม้าแคระ ภายในสวนสัตว์สงขลา นายวันชัย ตันวัฒนะ ผู้อำนวยการสวนสัตว์สงขลา พร้อมสัตวแพทย์และเจ้าหน้าที่รวมทั้งมาสคอต มาร่วมแสดงความยินดีกับแม่ม้าแคระเดลี่ อายุ 7 ปีที่คลอดลูกม้าแคระ เมื่อคืนวันที่ 2 พ.ค.65 ที่ผ่านมา ซึ่งตรงกับวันฮารีรายอพอดีโดยลูกม้าสีดำ-ขาว อายุ 1 วันสุขภาพสมบูรณ์แข็งแรง สามารถเดินและวิ่งตามแม่ม้าได้ตลอดเวลา เพื่อคอยกินนมจากแม่ม้า เนื่องจากอาหารม้าซึ่งเป็นใบไม้ยังกินไม่เป็น

ทางผู้อำนวยการสวนสัตว์สงขลาก็ได้มอบหมายให้สัตวแพทย์ประจำสวนสัตว์สงขลาเข้ามาดูแลสุขภาพแม่ม้าและลูกม้าแคระอย่างใกล้ชิดเนื่องจากลูกม้าเพิ่งคลอดได้เพียง 1 วันเท่านั้น

สำหรับม้าแคระเชทแลนด์ 2 ตัว ม้าเพศผู้ ชื่อ ออสซี่ และม้าเพศเมีย ชื่อเดลี่ จากสวนสัตว์เชียงใหม่ มาประจำที่สวนสัตว์สงขลาเมื่อวันที่ 21 กันยายน 2564 ขณะนี้อายุ 7 ปี

ม้าแคระชนิดนี้มีถิ่นกำเนิดบนเกาะเชทแลนด์ทางตะวันออกเฉียงเหนือของสกอตแลนด์ โดยพบมาตั้งแต่ยุคสำริด คาดว่าคนที่อาศัยอยู่บนเกาะได้ทำการผสมข้ามสายพันธุ์ ระหว่างม้าพันธุ์พื้นเมืองกับม้าที่ชาวไวกิ้งนำเข้ามา และคาดว่าได้รับอิทธิพลจากม้าเซลติกของผู้ที่เข้ามาตั้งถิ่นฐานเมื่อ 1000-2000 ปี ก่อนคริสตศักราช

ม้าแคระเชทแลนด์ มีความอดทนและแข็งแรง ส่วนหนึ่งเป็นเพราะการพัฒนาสายพันธุ์ในสภาพภูมิอากาศที่รุนแรง และอาหารที่หายากบนเกาะเชทแลนด์ในปี 1890 สมาคมม้าพันธุ์ของสหราชอาณาจักร ได้ก่อตั้งเพื่อรักษาความบริสุทธิ์และปรับปรุงสายพันธุ์ให้มีคุณภาพสูง ลักษณะของม้าแคระเชทแลนด์มีหัวขนาดเล็ก ระหว่างตาห่างกันกว้าง หูเล็ก ลำตัวกำยำ คอสั้นและล่ำ ขาสั้นกว่าม้าปกติที่มีขนาดเดียวกัน แผงคอและหางยาว มีขนดกหนาช่วยป้องกันอากาศที่เย็นจัด ปกติแล้วม้าชนิดนี้มีความสูงระหว่าง 28-46 นิ้ว

ปัจจุบันม้าแคระเชทแลนด์ถูกใช้ในการแสดง ให้ทั้งเด็กและผู้ใหญ่ได้เรียนรู้ในการขี่ม้า ในงานเทศกาลรื่นเริงมันถูกใช้สำหรับส่งผู้เข้าชมในระยะทางสั้น ๆ บางที่ก็ใช้จูงเพื่อทำกายภาพบำบัดแก่ผู้ป่วย ในรัฐควีนสแลนด์ ประเทศออสเตรเลีย จัดแข่งม้าแคระสำหรับเยาวชนอายุระหว่าง 6-16 ปี ผู้ชนะจะได้รับเหรียญรางวัล

นายวันชัย ตันวัฒนะ ผู้อำนวยการสวนสัตว์สงขลา กล่าวว่า ในช่วงนี้ซึ่งเป็นช่วงวันหยุดยาวฮารีรายอ สวนสัตว์สงขลาก็ได้รับข่าวดี ลูกม้าแคระเกิด 1 ตัวในส่วนแสดงม้าแคระของเรา ซึ่งม้าแคระคู่นี้เราได้นำมาจากสวนสัตว์เชียงใหม่เมื่อปีที่แล้วปัจจุบันอายุ 7 ปีก็มีลูกออกมา 1 ตัว เมื่อเช้าวันนี้พนักงานก็พบลูกม้าในคอกหน้าตากำลังน่ารักเลยคาดว่าคงจะเกิดช่วงกลางคืนเพราะตอนเช้าพนักงานเข้ามาทำงานก็เห็นม้าแคระเลี้ยงลูกอยู่แล้ว

สำหรับม้าแคระ 2 ตัวนี้ พ่อชื่อ ออสซี่และแม่ชื่อเดลี่ ส่วนลูกก็กำลังตั้งชื่อกันอยู่ในช่วงวันหยุดยาวฮารีรายอนี้ก็อยากจะเชิญชวนพี่น้องชาวไทยมุสลิมและพี่น้องชาวสงขลาและจังหวัดใกล้เคียง มาเที่ยวชมสวนสัตว์สงขลากัน มาพักผ่อนในช่วงที่สถานการณ์โควิด คลี่คลายลงแล้วก็อยากให้ท่านมาพักผ่อนกันและท้ายสุดนี้ก็อยากให้ท่านมาชมลูกม้าแคระ การแสดงสัตว์ต่างๆรวมถึงลูกแมวน้ำซึ่งได้เปิดให้ชมลูกแมวน้ำได้แล้วเช่นกัน – 003

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ออกผลแล้ว! ‘ลำไยคริสตัลสีม่วงจัมโบ้’ ขายกก.ละ 900-1,200บาท

Posted on May 3, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/651103

ออกผลแล้ว! 'ลำไยคริสตัลสีม่วงจัมโบ้' ขายกก.ละ 900-1,200บาท

วันอังคาร ที่ 3 พฤษภาคม พ.ศ. 2565, 13.56 น.

3 พฤษภาคม 2565 ในช่วงนี้ต้นลำไยคริสตัลสีม่วงจัมโบ้เริ่มออกผลแล้ว ออกผลิตต้นละประมาณ 100 – 200 กิโลกรัมต่อต้น สร้างรายได้ให้เกษตรกรผู้ปลูกต้นลำไยคริสตัลสีม่วงจัมโบ้  โดยจำหน่ายกิโลกรัมละ 900 -1,200 บาท 

โดยนายเผชิญศักดิ์ สาสุธรรม ได้มีการทดลองปลูกต้นลำไยคริสตัลสีม่วงจัมโบ้ จำนวน 200 ต้น ซึ่งต้นที่ปลูกก็เจริญเติบโตได้อย่างรวดเร็วเป็นที่น่าพอใจ 

ทางด้าน นายเผชิญศักดิ์ สาสุธรรม เจ้าของร้านปาดแม่โจ้พันธุ์ไม้ สาขา 3 บ้านคลองแงะ อ.สะเดา จ.สงขลา กล่าวว่า การปลูกต้นลำไยคริสตัลสีม่วงจัมโบ้ สำหรับแปลงนี้ ตนปลูกเป็นลำไยคริสตัลสีม่วงจัมโบ้ ซึ่งอายุตั้งแต่ลงดิน จนถึงตอนนี้อายุอยู่ที่ประมาณ 1 ปี ใช้วิธีการเอาต้นกล้าต้นเล็กไปเลี้ยงก่อน ถ้ารวมต้นกล้าที่ออกมาจากเมล็ด

ตอนนี้อแปลงนี้คืออายุ 1 ปี 7 เดือน แต่ลงดินเพียง 1 ปี หลังจากนี้อยู่ที่ประมาณปีที่2 หรือ  2 ปีครึ่ง ถึง 3 ปี แปลงนี้ตนคาดการว่า ปีหน้าเขาสู่ปีที่ 2 ครึ่ง ลำไยคริสตัลจะให้ผลผลิต 2 ปีครึ่ง ถึง 3 ปี ก็จะเริ่มให้ผลผลิต 

สำหรับการปลูกลำไยคริสตัลสีม่วงจัมโบ้ อันนี้นำมาจากต้นแม่ ทำการเพาะและขยายในแปลงนี้ก็คือมาจากต้นแม่ทั้งหมด ดังนั้นต้นกล้าตอนนี้ก็คือมีลูก รออีกประมาณเดือนสิงหาคม ก็จะมีต้นกล้ามาจำหน่ายให้แก่ผู้ที่สนใจ

นายเผชิญศักดิ์ กล่าวถึงรสชาติของลำไยคริสตัลสีม่วงจัมโบ้ บอกว่า ลำไยคริสตัลจัมโบ้ก็คือมีรสชาติหอมเหมือนเงาะลิ้นจี้ แล้วก็มีกลิ่นหอมของทุเรียน ข้อดีของลำไยคริสตัลจัมโบ้ ลูกจะใหญ่ หวานเนื้อสามารถไปแปรรูปได้ ลูกกลมใหญ่กว่าพันธุ์อื่น

ทั้งนี้ หากท่านใดสนใจจะสั่งซื้อต้นกล้าลำไยคริสตัลสีม่วงจัมโบ้พันธุ์แท้ สามารถติดต่อซื้อที่นายเผชิญศักดิ์ สาสุธรรม โทร.087 289 8370 และ 089 598 2797 หรือเฟซบุ๊ก ทุเรียนเสริมราก ปาดแม่โจ้พันธุ์ไม้สงขลา หรือเพจเฟซบุ๊ก ปาดแม่โจ้พันธุ์ไม้สงขลา. 012

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

SDU พัฒนานวัตกรรมท่องเที่ยวอัจฉริยะ ดันสุพรรณบุรีสู่สมาร์ทซิตี้ท่องเที่ยวคาร์บอนต่ำ

Posted on May 3, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/651101

SDU พัฒนานวัตกรรมท่องเที่ยวอัจฉริยะ ดันสุพรรณบุรีสู่สมาร์ทซิตี้ท่องเที่ยวคาร์บอนต่ำ

วันอังคาร ที่ 3 พฤษภาคม พ.ศ. 2565, 13.53 น.

กองทุน ววน.หนุนนักวิจัยม.สวนดุสิตดันสุพรรณบุรีสู่สมาร์ทซิตี้ด้วยนวัตกรรมระบบการท่องเที่ยวอัจฉริยะ โดยใช้เทคโนโลยีสารสนเทศพัฒนาชุมชนที่มีศักยภาพเป็นแหล่งท่องเที่ยวคาร์บอนต่ำเชื่อมต่อกับกทม.และอยุธยา เพื่อพลิกฟื้นเศรษฐกิจหลังวิกฤตโควิด-19 มุ่งเป้านักท่องเที่ยวกลุ่มอนุรักษ์ที่มีกำลังซื้อสูง

รศ. ดร.พรรณี สวนเพลง มหาวิทยาลัยสวนดุสิต หัวหน้าโครงการนวัตกรรมระบบการท่องเที่ยวอัจฉริยะส่งเสริมการท่องเที่ยวจังหวัดสุพรรณบุรี ภายใต้ทุนวิจัยพื้นฐานจากกองทุนส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (ววน.) เปิดเผยว่า คณะวิจัยได้มุ่งพัฒนาเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อพัฒนาการท่องเที่ยวชุมชนสู่เมืองอัจฉริยะและรองรับสถานการณ์หลังโควิด-19 โดยประความร่วมมือกับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) องค์การบริหารการพัฒนาพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน(อพท.) และจังหวัดสุพรรณบุรี คัดเลือกชุมชนพร้อมเสนอขายเพื่อเป็นต้นแบบการพัฒนาชุมชนสู่การยกระดับการบริหารจัดการด้านการท่องเที่ยวชุมชนคาร์บอนต่ำที่มีความพร้อมทั้งด้านคน รูปแบบและกิจกรรมการท่องเที่ยว ประมาณ 30 ชุมชน เพื่อให้บริษัทนำเที่ยวไปเสนอขายนักท่องเที่ยวต่างชาติกลุ่มอนุรักษ์ที่มีกำลังซื้อสูง โดยจัดทำเส้นทางการท่องเที่ยวเชื่อมโยงกับกรุงเทพฯ และพระนครศรีอยุธยา เพื่อส่งต่อการท่องเที่ยวรอบเมืองหลวงของประเทศไทย

โครงการวิจัยได้ดึงศักยภาพการท่องเที่ยวชุมชนเชิงอาหารและวิถีชีวิตมาเป็นจุดขายให้ชุมชนสามารถฟื้นตัวและปรับตัวในภาวะโควิด-19 ให้มีระบบจัดการที่ดี และเชื่อมต่อกับการท่องเที่ยวเชิงเกษตรซึ่งเป็นเศรษฐกิจหลักของจังหวัดสุพรรณบุรี โดยนำเสนอการท่องเที่ยวใหม่ ๆ เช่น นาแห้ว โรงเรือนอัจฉริยะของมหาวิทยาลัยสวนดุสิต วิทยาเขตสุพรรณบุรี เพื่อเป็นแหล่งเรียนรู้ด้านเกษตรอัจฉริยะ โดยใช้เทคโนโลยีสารสนเทศเข้ามาจัดการ ประกอบด้วย การท่องเที่ยวอัจฉริยะ มีแอปพลิเคชันแนะนำโปรแกรมท่องเที่ยวแก่นักท่องเที่ยวรายบุคคล และใช้ปัญญาประดิษฐ์มาช่วยเก็บข้อมูลเกี่ยวกับความสนใจของนักท่องเที่ยว เช่น รูปแบบการท่องเที่ยวที่สนใจ ไม่ว่าจะเป็นการท่องเที่ยวชุมชน เกษตร วัฒนธรรม วิถีธรรมชาติ งบประมาณ ระยะเวลา ที่พัก ฯลฯ

นอกจากนี้ยังใช้เทคโนโลยีในการพัฒนาบุคลากรที่เป็นเด็กและเยาวชนในท้องถิ่นเพื่อเป็นมัคคุเทศก์ สอนหลักสูตรการทำวีดิทัศน์ที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับชุมชน และใช้เมตาเวิร์สแนะนำชุมชน รวมถึงสื่อดิจิทัลเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวและการตลาด การทำข้อมูลคาดการณ์แนวโน้มนักท่องเที่ยวล่วงหน้าเพื่อวางแผนร่วมกับชุมชนและจังหวัด การเก็บสถิติต่าง ๆ เช่น ความพึงพอใจ เพื่อนำไปปรับปรุงการท่องเที่ยวให้เป็นที่พึงประสงค์ของนักท่องเที่ยวมากขึ้น

“เราใช้ระบบสารสนเทศภูมิศาสตร์ (GIS) เพื่อดูแหล่งท่องเที่ยวในจังหวัดสุพรรณบุรี การจัดกิจกรรมต่าง ๆ และข้อมูลการท่องเที่ยวชุมชน เพื่อประเมินศักยภาพความพร้อมของชุมชน ตลอดจนขีดความสามารถในการรองรับนักท่องเที่ยวร่วมกับ อพท. จากนั้นจะเลือกชุมชนต้นแบบในแต่ละมิติเพื่อพัฒนาและสร้างแบรนด์ใหม่ของการท่องเที่ยวจังหวัดสุพรรณบุรี เพื่อสร้างฐานให้เป็นแบรนด์ของคนสุพรรณบุรีอย่างแท้จริง ตามนโยบายของผู้ว่าราชการจังหวัดที่ต้องการพัฒนาสุพรรณบุรีให้เป็นเมืองอัจฉริยะ (Smart City) และการท่องเที่ยวชุมชนเชิงเกษตร อันเป็นแหล่งเรียนรู้การปลูกข้าวและเกษตรอื่น ๆ รวมถึงวัฒนธรรมชุมชน เพื่อช่วยพลิกฟื้นการท่องเที่ยวและเศรษฐกิจของสุพรรณบุรีกลับมาอีกครั้งหลังซบเซาจากพิษโควิด-19”

รศ.ดร.พรรณี กล่าวเสริมว่า กลุ่มท่องเที่ยวชุมชนตำบลบ้านแหลม อำเภอบางปลาม้า จังหวัดสุพรรณบุรี เป็นชุมชนหนึ่งที่มีศักยภาพมากพอที่จะเป็นชุมชนต้นแบบ โดยเป็นชุมชนเก่าแก่อายุร้อยปีที่ได้รับรางวัลด้านการท่องเที่ยวและชุมชนต้นแบบมากมาย ทั้งยังเป็นเส้นทางประวัติศาสตร์ที่สำคัญในสมัยโบราณ เช่น เส้นทางทัพพม่าอังวะ-มอญรามัญ เส้นทางนิราศสุพรรณ และเส้นทางเสด็จประพาสต้น ซึ่งบันทึกเป็นหลักฐานตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 5 มีเรือนไทยหลังคาแหลมใต้ถุนสูงขนานสองฝั่งน้ำ จึงเป็นที่มาของชื่อ ‘ชุมชนบ้านแหลม’การท่องเที่ยวดำเนินการโดยวิสาหกิจชุมชนท่องเที่ยววิถีชุมชนตำบลบ้านแหลม ภายใต้แนวคิด “วิถีไทยกับสายน้ำ” ซึ่งนักท่องเที่ยวจะได้สัมผัสกับการท่องเที่ยวคาร์บอนต่ำบนวิถีสายน้ำสุพรรณบุรีโดยใช้เรือพลังงานแสงอาทิตย์เป็นแห่งแรกของการท่องเที่ยวชุมชนต้นแบบ เน้นการท่องเที่ยวที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมพร้อมกับการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและทุนทางวัฒนธรรม ด้วยเสน่ห์ของเมืองศิลปินแห่งสุพรรณบุรีทั้งเพลงฉ่อย เพลงอีแซวเพลงเรือ เพลงเกี่ยวข้าว เพลงลูกทุ่ง ซึ่งนักท่องเที่ยวจะได้สำรวจการเรียนรู้วิถีโบราณการเกี่ยวข้าว การทำนา อาหารและขนมเจ้าบ้านเจ้าเรือนสำหรับทำบุญไหว้บรรพบุรุษ การล่องเรือดูเรือนไทยและวิถีชีวิตชุมชนที่มีความผูกพันกับสายน้ำดุจดั่งลมหายใจเดียวกัน

-(016)

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

BamBam Family

BamBam Family

สถิติบล็อก

  • 3,275,507 hits

Join 4,135 other subscribers
Follow SootinClaimon.Com on WordPress.com

Categories

Top Posts & Pages

ทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตน์ ประทานรางวัลสุดยอดหมู่บ้านท่องเที่ยวชนบท #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย
‘ไปด์-มาก่อน’กามิกาเซ่ เฮลั่น!! คว้ารางวัลศิลปินหน้าใหม่ยอดนิยม
‘ใบเตย’รับห่วงสุขภาพ‘แมน’ ลุยงาน‘มวยไทย Battle ศึกค่ายชนค่าย’
จากละครและภาพยนตร์สุดโด่งดังในอดีต! สู่ละครเวที ‘มนต์รักลูกทุ่ง ทองกวาว เดอะ มิวสิคัล’
อานิสงส์จีนอหิวาต์หมูระบาดไทยส่งออกเพิ่ม #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย
Bid to protect smaller parties in proposed primary voting system
Philippine police kill 32 in 'shock and awe' drug raids
Govt opens ‘order’ centres
'อ๊อฟ พงษ์พัฒน์'ยอมรับสภาพฟรีทีวีอยู่ในช่วงขาลง ลั่นทำแล้วเหนื่อยเงินไม่มี-เรตติ้งดีขายไม่ได้
KU23-2506

Recent Posts

  • นายกฯ เนปาลกล่าวต่อที่ประชุมยูเอ็น น้ำท่วมครั้งใหญ่เป็น “สัญญาณเตือนโลก” ถึงภัยจากโลกร้อน
  • Amazon ลุยส่งพัสดุด้วยโดรน เร็วสุด 30 นาที แต่ชาวบ้านโอดเสียงดังรบกวน
  • นักวิจัยสงสัยการติดเชื้อแบคทีเรียเป็นสาเหตุลูกวาฬหลายร้อยตัวตายเกยตื้นในอาร์เจนตินา
  • ปธน.อิหร่าน เปิดใจกับสื่อเผย สหรัฐฯ ต้องเลือกเองว่าจะยุติสงครามหรือไม่ ลั่นพร้อมเจรจา
  • ส่อง 5 ประเด็น “ทรัมป์-สี จิ้นผิง” พบกันที่วอชิงตัน พักศึกการค้า แต่ปมใหญ่ยังไม่จบ

ป้ายกำกับ

  • 2559(2016)
  • entertain
  • lady
  • naewna
  • The Nation
  • การเมือง
  • ต่างประเทศ
  • บันเทิง
  • ผู้หญิง
  • แนวหน้า
  • RSS - Posts
  • RSS - Comments

Archives

Follow Us

  • https://soclaimon.tumblr.com/
  • https://www.facebook.com/soclaimon
  • https://www.instagram.com/sootinclaimon/
  • https://www.facebook.com/SootinClaimon/
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100001170824639
  • https://www.facebook.com/pompam.pp
  • https://www.facebook.com/toraman666
  • https://www.facebook.com/apich214
  • https://www.facebook.com/samabat.klaimon
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100005312762480
  • https://www.facebook.com/jirasuda.manomaiyanon
  • https://www.facebook.com/eikpakkred
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100003091451547
Blog at WordPress.com.
  • Subscribe Subscribed
    SootinClaimon.Com
    Join 1,689 other subscribers

    Have a WordPress.com account? Log in now.

  • SootinClaimon.Com
    View site in Reader
    Manage subscriptionsSign upLog in
    Report this content
    Collapse this bar
Loading Comments...
%d