Skip to primary content
Skip to secondary content

SootinClaimon.Com

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย2 [SartKasetDinPui2] : รวบรวม ข้อมูล เศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม เกษตร ดิน น้ำ ปุ๋ย

SootinClaimon.Com

Main menu

  • Home
  • KU23-2506
  • ข้อคิดความเห็น
  • ตระกูลคล้ายมนต์
  • ผมเองครับ
  • ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย1

Tag Archives: ข่าว Like สาระ

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

สกู๊ปพิเศษ : ‘รพ.เชียงรายประชานุเคราะห์’ สถานพยาบาลต้นแบบ ใช้กลไกการรับรองเฉพาะโรค ตามมาตรฐาน สรพ. ดูแลผู้ป่วย

Posted on January 29, 2023 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/707357

สกู๊ปพิเศษ : ‘รพ.เชียงรายประชานุเคราะห์’ สถานพยาบาลต้นแบบ  ใช้กลไกการรับรองเฉพาะโรค ตามมาตรฐาน สรพ. ดูแลผู้ป่วย

สกู๊ปพิเศษ : ‘รพ.เชียงรายประชานุเคราะห์’ สถานพยาบาลต้นแบบ ใช้กลไกการรับรองเฉพาะโรค ตามมาตรฐาน สรพ. ดูแลผู้ป่วย

วันอาทิตย์ ที่ 29 มกราคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ตลอดระยะเวลา 10 ปี ที่โรงพยาบาลเชียงรายประชานุเคราะห์สำนักปลัดกระทรวงสาธารณสุข สถานพยาบาลระดับตติยภูมิได้ใช้กลไกการรับรองเฉพาะโรค ตามมาตรฐานของ สถาบันรับรองคุณภาพสถานพยาบาล (สรพ.) ในการขับเคลื่อนเพื่อยกระดับการดูแลผู้ป่วยเอชไอวีและโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ ส่งผลให้ยอดผู้ติดเชื้อรายใหม่จากเดิมที่ติดอันดับ 1 ใน 5 ของประเทศ ปัจจุบันลดลงอย่างเห็นได้ชัด จากการทำงานบูรณาการกับเครือข่าย

แพทย์หญิงสุวิมล คูห์สุวรรณ นายแพทย์ชำนาญการพิเศษ อายุรแพทย์โรคติดเชื้อ โรงพยาบาลเชียงรายประชานุเคราะห์ เผยว่า ทางโรงพยาบาลได้ดำเนินการด้านการดูแลผู้ป่วยเอชไอวี ตามมาตรฐานการรับรองเฉพาะโรค/เฉพาะระบบ (Program and Disease Specific Certification : PDSC) ของ สรพ. มาประมาณ 10 ปี และได้รับการรับรองทางด้านของการดูแลเฉพาะโรคครั้งแรกเมื่อปี พ.ศ.2560 หรือประมาณ 5 ปีที่แล้ว ซึ่งตามหลักต้องประเมินทุกๆ 3 ปี แต่เนื่องจากติดสถานการณ์โควิด-19 ทำให้ต้องเลื่อนการประเมิน และเพิ่งมาเข้ารับการประเมินครั้งที่ 2

“หากย้อนไป 10 ปีที่แล้ว ผู้ติดเชื้อสะสมในจังหวัดเชียงรายเรียกได้ว่าติด 1 ใน 5 ของประเทศ และเรามีการดูแลผู้ป่วยด้านเอชไอวีมาประมาณ 20 ปี ประกอบกับว่ามีการรับรองเฉพาะโรค ก็เป็นเหมือนมาตรฐานเพื่อที่จะให้เราพัฒนา นำไปสู่ประชาชนที่อยู่ในพื้นที่ ได้รับการรักษาที่ตรงมาตรฐาน เราเลยเลือกงานดูแลผู้ป่วยเอชไอวีมาปรับมาตรฐานและตัวชี้วัดในการดูแลประชาชน” แพทย์หญิงสุวิมล กล่าว

แพทย์หญิงสุวิมลกล่าวถึง การทำงานได้ร่วมกันกับเครือข่ายในจังหวัดเชียงราย โดยโรงพยาบาลเชียงรายประชานุเคราะห์จะเป็นแม่ข่ายในการทำงาน ที่แพทย์เฉพาะทาง ซึ่งผู้ติดเชื้อเอชไอวีก็สามารถรับการดูแลจากแพทย์ทั่วไปได้ในโรงพยาบาลชุมชน แต่การที่เราต้องทำงานกันเป็นเครือข่ายเนื่องจากว่าลำพังกระทรวงสาธารณสุขอาจไม่สามารถทำให้ยุติปัญหาเอดส์ (Ending AIDS) ได้สำเร็จ จึงทำงานขยับไปที่เครือข่าย นั่นคือโรงพยาบาลที่ไม่ได้สังกัดกระทรวงสาธารณสุข ประกอบด้วย โรงพยาบาลสังกัดทบวงมหาวิทยาลัย โรงพยาบาลสังกัดกระทรวงกลาโหม โรงพยาบาลชุมชน และโรงพยาบาลสุขภาพตำบล (รพ.สต.)

การทำงานในลักษณะของเครือข่ายทำให้มาตรฐานทั้งจังหวัดเป็นแบบเดียวกัน และมีภาคประชาสังคม หรือ NGO ทั้งหมด 4 กลุ่ม คือ 1. กลุ่มเอ็มพลัส 2. กลุ่มนับหนึ่ง
3. กลุ่ม ฅ ฅน เพื่อการเปลี่ยนแปลง และ 4. กลุ่มใบไม้ผลัดใบที่สามารถนำประชาชนที่เป็นกลุ่มเสี่ยง กลุ่มทรานส์ กลุ่ม Sex worker เข้าสู่ระบบการรักษาที่โรงพยาบาลและช่วยแนะนำการปฏิบัติตัวที่จะไม่ทำให้เขามีผลเลือดบวกในอนาคตด้วย โดยในแต่ละกลุ่มจะมีกลุ่มเป้าหมายประชากรที่ดูแลแตกต่างกันโดยข้อดีของการทำงานนี้คือเขาจะสามารถพากลุ่มเสี่ยงเข้ามาดูแลให้เราได้

“โรงพยาบาลเราทำหน้าที่ในการรักษาเป็นหลัก และการทำงานกับเครือข่ายในการหากลุ่มเสี่ยง ก็เป็นกระบวนการเป็นการส่งเสริมและป้องกัน เมื่อเราเจอผู้ป่วยที่มีผลเป็นลบสิ่งที่เราต้องทำคือไม่ใช่หยุดการรักษา แต่ว่าจะเป็นการให้คำแนะนำในการป้องกันการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเพื่อที่จะไม่ให้ผลเลือดของเขาเป็นบวก และหากพบว่าผลเลือดเป็นบวก ข้อดีของการมีเครือข่ายคอยดูแลคือจะสามารถนำผู้ป่วยเข้าสู่ระบบการรักษาได้รวดเร็วขึ้น” แพทย์หญิงสุวิมล กล่าว

การใช้กลไกมาตรฐานการรับรองเฉพาะโรค/เฉพาะระบบ เกิดประสิทธิผลชัดเจน คือปัจจุบันจำนวนตัวเลขผู้ป่วยสะสมของจังหวัดเชียงรายอยู่ที่ประมาณ 10,000 กว่าราย เป็นผู้ป่วยที่อยู่ในการดูแลของโรงพยาบาลเชียงรายประชานุเคราะห์ ประมาณ 4,000 กว่าราย ในส่วนของผู้ป่วยรายใหม่เมื่อ 5 ปีที่แล้ว พบว่ามีประมาณ 500-700 รายต่อปี ซึ่งเฉลี่ยตอนนั้น 2 คนต่อวัน แต่ปัจจุบันหลังจากที่เรารับการประเมินรับรอง มาตรฐานการรับรองเฉพาะโรค/เฉพาะระบบ (Program and Disease Specific Certification: PDSC) ทำให้เราได้มีการขยับการทำงานจากโรงพยาบาลไปที่เครือข่าย และเครือข่ายสามารถทำได้เหมือนโรงพยาบาลเชียงราย เช่น จัดบริการทั้งการรักษาป้องกัน รูปแบบจะใกล้ๆ กัน ทำให้ ณ ปัจจุบัน ปี พ.ศ. 2565 จำนวนผู้ป่วยที่อยู่ในความดูแลของโรงพยาบาลเชียงรายประชานุเคราะห์อยู่ที่ 191 ราย ส่วนในภาพรวมตัวเลขทั้งจังหวัดเชียงรายอยู่ที่ประมาณ 300 ต่อปี

แพทย์หญิงปิยวรรณ ลิ้มปัญญาเลิศ

อย่างไรก็ตาม นายแพทย์ชำนาญการพิเศษ อายุรแพทย์โรคติดเชื้อ สะท้อนว่า ประชาชนพื้นที่จังหวัดเชียงรายส่วนใหญ่จะเป็นสิทธิประกันสุขภาพถ้วนหน้า และจะมีบางส่วนประมาณร้อยละ 2-3 เป็นแรงงานข้ามชาติหรือเป็นกลุ่มไร้สิทธิ์ เนื่องจากเชียงรายเป็นพื้นที่ชายขอบ ซึ่งคนกลุ่มนี้เคยเป็นปัญหาเก่าในอดีตก่อนเข้ารับการประเมิน และหลังจากที่เรารับการประเมินการดูแลเฉพาะโรค ผู้บริหารโรงพยาบาลและกระทรวงสาธารณสุข ก็เห็นความสำคัญเรื่องนี้ และนำเข้าสู่การรักษา ทั้งนี้เพื่อเป็นการป้องกันในอนาคต

“วันหนึ่งเขาจะมีครอบครัว และเด็กที่เกิดในประเทศไทยก็จะเป็นประชาชนคนไทย ดังนั้นเราจำเป็นต้องทำให้พ่อแม่เขาแข็งแรง เพื่อที่จะให้ดูแลลูกได้ เพราะฉะนั้นเรื่องการข้ามสิทธิ์หรือคนไม่มีสิทธิ์ ทางจังหวัดและกระทรวงสาธารณสุขได้รับทราบปัญหา และเราได้รับการสนับสนุนงบประมาณจากองค์กรระหว่างประเทศ ที่นำมาช่วยในกลุ่มคนไร้สิทธิ์ ซึ่งขณะนี้เราเองก็มีการปรับเชิงระบบของเราเอง และอาศัยเชิงนโยบายที่จะทำให้พวกเขาเป็นคนมีสิทธิ์ ซึ่งคนกลุ่มนี้เป็นแรงงานแต่มักพบว่านายจ้างไม่ซื้อสิทธิ์ประกันสังคมให้” แพทย์หญิงสุวิมล กล่าว

แพทย์หญิงปิยวรรณ ลิ้มปัญญาเลิศ ผู้อำนวยการสถาบันรับรองคุณภาพสถานพยาบาล (สรพ.) กล่าวว่า โรงพยาบาลเชียงรายประชานุเคราะห์ นับเป็นต้นแบบในการใช้กลไกมาตรฐานการรับรองคุณภาพเฉพาะโรค /เฉพาะระบบเป็นมาเป็นเครื่องมือในการดูแลผู้ป่วยเอชไอวีและโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ ทำให้เกิดการทำงานบูรณาการในทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งภายในและภายนอกโรงพยาบาล ส่งผลให้ระบบบริการงานโรคติดเชื้อเอชไอวีและโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ มีความเชื่อมโยงแบบไร้รอยต่อ ตั้งแต่การส่งเสริมป้องกันการติดเชื้อ การตรวจค้นหาโรคการตรวจวินิจฉัย และตรวจติดตามประเมินสภาวะโรคและการดูแลรักษา

แพทย์หญิงสุวิมล คูห์สุวรรณ

สอดคล้องกับขอบเขตของการรับรองเฉพาะรายโรค คือ การดูแลผู้ป่วยโรคใดโรคหนึ่งตั้งแต่เริ่มต้นจนสิ้นสุดหรือตลอดธรรมชาติของการกำเนิดโรค และเพื่อให้ดูแลเฉพาะโรคที่ดีดังกล่าวขยายความสำเร็จในระดับจังหวัด จึงเกิดความร่วมมือและการสนับสนุนจากกองโรคเอดส์และโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ กรมควบคุมโรค และ ศูนย์ความร่วมมือไทย สหรัฐ ด้านสาธารณสุข (PEPFAR) ส่งเสริมการพัฒนาคุณภาพด้านเอชไอวีทั้งในระดับโรงพยาบาล (HIV-DSS) และเข้าสู่การรับรองคุณภาพเครือข่ายระบบบริการสุขภาพด้านเอชไอวีและโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ (Healthcare Network Accreditation : HNA) สู่การยุติปัญหาเอดส์ ในปี พ.ศ.2573 (ค.ศ.2030)

โดยทางโรงพยาบาลเชียงรายประชานุเคราะห์ ได้ผ่านการรับรองมาตรฐานเฉพาะโรค/เฉพาะระบบ ใน 5 ระบบ ได้แก่ การดูแลรักษาผู้ติดเชื้อเอชไอวีและโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์, ระบบการดูแลรักษาในห้องฉุกเฉินของสถานพยาบาล, การดูแลผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมอง, ระบบการดูแลรักษาผู้ป่วยโรคกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดเฉียบพลัน และการดูแลทารกเกิดก่อนกำหนด ซึ่งเป็นต้นทุนสำคัญในการพัฒนาทรัพยากรบุคคลและระบบสู่การรับรองขั้นก้าวหน้า (Advanced HA) ด้วยการทำงานเป็นทีม

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2566(2023), ข่าว Like สาระ, สกู๊ปพิเศษ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

รายงานพิเศษ : เดินหน้าฮาลาลชายแดนใต้ ยกระดับวิสาหกิจชุมชนโคลังกาสุกะ

Posted on January 29, 2023 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/707375

รายงานพิเศษ : เดินหน้าฮาลาลชายแดนใต้  ยกระดับวิสาหกิจชุมชนโคลังกาสุกะ

รายงานพิเศษ : เดินหน้าฮาลาลชายแดนใต้ ยกระดับวิสาหกิจชุมชนโคลังกาสุกะ

วันอาทิตย์ ที่ 29 มกราคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

เมื่อเร็วๆ นี้ นายนิพนธ์ บุญญามณี ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้รับมอบหมายจาก ดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานในพิธีลงนามในสัญญากู้ยืมเงินกองทุนสงเคราะห์เกษตรกร โครงการส่งเสริมอาชีพการเลี้ยงโคของวิสาหกิจชุมชนในพื้นที่จังหวัดปัตตานี และจังหวัดนราธิวาส

พร้อมทั้งมอบป้ายสนับสนุนเงินกองทุนสงเคราะห์เกษตรกร ให้แก่วิสาหกิจชุมชนในพื้นที่จังหวัดปัตตานีและจังหวัดนราธิวาส จำนวน 14 กลุ่ม และมอบนโยบายการ
ขับเคลื่อน โครงการเมืองปศุสัตว์ภายใต้กรอบระเบียงเศรษฐกิจฮาลาลจังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยมี นายอภัย สุทธิสังข์รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ รองอธิบดีกรมปศุสัตว์ รองผวจ.ปัตตานี นายอำเภอกะพ้อ หัวหน้าส่วนราชการในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ประธานกลุ่มวิสาหกิจชุมชน 14 กลุ่ม และกลุ่มเกษตรกรในพื้นที่เข้าร่วมในพิธีดังกล่าว ณ สนามฟุตบอลตำบลปล่องหอย หมู่ที่ 5 ตำบลปล่องหอย อำเภอกะพ้อ จังหวัดปัตตานี

โดยที่กองบริหารกองทุนสงเคราะห์เกษตรกร สำนักงานปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้พิจารณาอนุมัติ สัญญายืมเงินกองทุนสงเคราะห์เกษตรกร โครงการส่งเสริมอาชีพเกษตรกรเลี้ยงโคให้กับวิสาหกิจชุมชนจำนวน 14 กลุ่ม 14 โครงการ เพื่อเป็นทุนหมุนเวียนในการต่อยอดอาชีพ การเลี้ยงโคเนื้อ และยกระดับสินค้าโคเนื้อให้เป็นสินค้าที่มีคุณภาพสูง ซึ่งจะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจฐานรากระดับชุมชน นำไปสู่การพัฒนาอาชีพ สร้างรายได้ให้แก่เกษตรกรผู้เลี้ยงโคเนื้ออย่างยั่งยืน รวมวงเงินทั้งสิ้น 54,149,600 บาท

ประกอบด้วย จังหวัดปัตตานี จำนวน 13 กลุ่ม 13 โครงการวงเงิน 50,538300 บาท และในพื้นที่จังหวัดนราธิวาส จำนวน 1 กลุ่ม 1 โครงการ วงเงิน 3,611,300 บาท

โดยนายนิพนธ์ บุญญามณี ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานในพิธีลงนามในสัญญากู้ยืมเงินกองทุนสงเคราะห์เกษตรกร โครงการส่งเสริมอาชีพการเลี้ยงโคของวิสาหกิจชุมชนในพื้นที่จังหวัดปัตตานีและจังหวัดนราธิวาส และมอบป้ายสนับสนุนเงินกองทุนสงเคราะห์เกษตรกรให้แก่วิสาหกิจชุมชนในพื้นที่จังหวัดปัตตานีและจังหวัดนราธิวาส จำนวน 14 กลุ่ม โดยมีตัวแทนกลุ่มวิสาหกิจชุมชนโคลังกาสุกะ มารับมอบจากรองปลัดกระทรวงเกษตรฯ

นายนิพนธ์ กล่าวตอนหนึ่งว่า กระทรวงเกษตรฯ มีนโยบายสำคัญในการพัฒนาคุณภาพชีวิตความเป็นอยู่ของพี่น้องประชาชนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ พร้อมจะร่วมขับเคลื่อนการทำงานให้กับพี่น้องประชาชนในพื้นที่ เพื่อให้บรรลุเป้าหมายที่เป็นรูปธรรม ผ่านโครงการสำคัญในพื้นที่ในจังหวัดชายแดนภาคใต้ เดินหน้าสู่ยุทธศาสตร์ความมั่นคงทางอาหาร เช่น โครงการเมืองปศุสัตว์ชายแดนภาคใต้โดยกรมปศุสัตว์และหน่วยงานในสังกัดได้เข้าไปมีส่วนร่วมในการขับเคลื่อนงานในพื้นที่ และการพัฒนางานด้านการเกษตร ได้มีการมอบหมายหน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ การพัฒนาส่งเสริมสินค้าและผลิตผลการเกษตรมาตรฐาน “ฮาลาล” ในพื้นที่ชายแดนใต้ การพัฒนาแบบมุ่งเน้นผลสัมฤทธิ์เชิงปริมาณและเชิงคุณภาพ

ทั้งนี้นโยบายการสร้างความเข้มแข็งให้แก่สถาบันเกษตรกร และเศรษฐกิจฐานราก การเข้าถึงแหล่งเงินทุน มุ่งเน้นการปฏิบัติงานแบบบูรณาการร่วมกับหน่วยงานราชการและภาคีเครือข่ายต่างๆ ที่เกี่ยวข้องอย่างมีประสิทธิภาพ และบรรลุเป้าหมายซึ่งการสนับสนุนสินเชื่อเงินกองทุนสงเคราะห์เกษตรกรให้แก่กลุ่มวิสาหกิจชุมชนในพื้นที่จังหวัดปัตตานี และจังหวัดนราธิวาส

เพื่อส่งเสริมอาชีพการเลี้ยงโค การผลิตอาหารสัตว์เพื่อลดต้นทุนการผลิต การปลูกแปลงพืชอาหารสัตว์ที่มีคุณภาพให้เพียงพอต่อความต้องการ และการแปรรูปโคเนื้อ
คุณภาพสูง ซึ่งจะเป็นการเพิ่มมูลค่าสินค้าเพื่อความมั่นคง และจะเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างงาน สร้างอาชีพ สร้างรายได้แก่เกษตรกรให้ประชาชนในจังหวัดชายแดนภาคใต้ สามารถพึ่งพาตนเองได้อย่างยั่งยืน และจะเป็นการพัฒนาเพื่อต่อยอด และเป็นต้นแบบให้แก่เกษตรกร และประชาชนในพื้นที่ต่อไป

ซึ่งเราอยากเห็นโครงการนี้ประสบความสำเร็จ และเป็นโครงการต้นแบบของการพัฒนาวิสาหกิจชุมชน สร้างความเข้มแข็งให้กับเกษตรกร ผมเชื่อว่าการรวมกลุ่มอย่างนี้จะเกิดในพื้นที่อื่นๆ ด้วย ในการสร้างความเข้มแข็งให้ระบบและเกษตรกรของเรามีองค์ความรู้ ทางด้านวิชาการ มีความรู้ด้านบริหารจัดการ ทำอย่างไรให้ต้นทุนต่ำที่สุด ทำอย่างไรให้เกิดกำไรสูงสุด ฉะนั้นสิ่งเหล่านี้จะเกิดขึ้นได้เมื่อเรารวมกลุ่มกันและเรียนรู้กัน นี่คือจะเป็นปัจจัยเสริมให้กลุ่มวิสาหกิจชุมชนโคลังกาสุกะ ซึ่งเป็นกลุ่มตัวอย่างกลุ่มต้นแบบการนำไปสู่ความสำเร็จในการทำให้พื้นที่ชายแดนภาคใต้ เป็นพื้นที่ที่มีความมั่นคงทางด้านอาหารของประเทศ ทำให้ประเทศไทยเป็นครัวของโลก โดยมุ่งเน้นว่าจะทำอย่างไร จะสร้างโอกาสให้คนเชื่อมั่นว่า อาหารที่มาจากประเทศไทย เป็นอาหารที่มีคุณค่า ถูกสุขลักษณะตามหลักการฮาลาล

ต่อจากนั้นนายนิพนธ์ บุญญามณี ได้เดินเยี่ยมชมนิทรรศการ ซึ่งจัดโดยหน่วยงานสังกัดกรมปศุสัตว์จังหวัดปัตตานี และกลุ่มวิสาหกิจชุมชนโคลังกาสุกะ และพบปะกับพี่น้องเกษตรกรที่มาร่วมในงานครั้งนี้

ครับ!!! จากนี้ไปเราจะเห็นสิ่งดีๆที่เกิดขึ้นในภาคใต้โดยเฉพาะด้านปศุสัตว์ อาทิ ศูนย์ผลิตอาหารสัตว์ (Feed Center) ร้านตัดแต่ง แปรรูปและจำหน่ายผลิตภัณฑ์เนื้อโค
(Butcher Shop)

การส่งเสริมการเลี้ยงโคเป็นหนึ่งในมาตรการภายใต้ยุทธศาสตร์ความมั่นคงทางอาหาร ที่ส่งเสริมให้เกษตรกรเข้าถึงแหล่งเงินทุนในการประกอบอาชีพ เพิ่มประสิทธิภาพการเลี้ยงโคของเกษตรกรสู่มาตรฐานฟาร์มเลี้ยงสัตว์ GFM/GAP เพิ่มปริมาณโคในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ปรับปรุงสายพันธุ์โคเนื้อคุณภาพดีที่เป็นความต้องการของตลาดทั้งในประเทศ และตลาดฮาลาลโลก สร้างอาชีพที่เกี่ยวเนื่องในห่วงโซ่การผลิตโคอีกด้วย

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2566(2023), ข่าว Like สาระ, รายงานพิเศษ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

‘สปส.’สรุปผลงานปี’65-เปิด4ของขวัญปี’66

Posted on January 29, 2023 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/707364

‘สปส.’สรุปผลงานปี’65-เปิด4ของขวัญปี’66

‘สปส.’สรุปผลงานปี’65-เปิด4ของขวัญปี’66

วันอาทิตย์ ที่ 29 มกราคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

สำนักงานประกันสังคม (สปส.) นำโดยเลขาธิการ บุญสงค์ ทัพชัยยุทธ์ แถลงข่าวสรุปผลงานเด่น ปี 2565 และแผนงานขับเคลื่อนปี 2566 เมื่อวันที่ 23 ม.ค.2566 ที่ผ่านมา โดยภายในงานมีการโชว์ผลงานของ สปส. ในปี 2565 อาทิ 1.มาตรการช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์โรคระบาดโควิด-19 ทั้งฝ่ายลูกจ้างในฐานะผู้ประกันตนและฝ่ายนายจ้าง ทั้งการตั้งจุดตรวจคัดกรองโรคนอกสถานพยาบาล รวม 13 จังหวัดมีผู้ใช้บริการกว่า 5 แสนคน,

จัดหาโรงพยาบาล รวมถึงสถานที่พักฟื้น (Hospitel)ของผู้ติดเชื้อโควิด-19 ระหว่างการรักษา ในพื้นที่ 24 จังหวัด รวม 175 แห่ง รองรับผู้ประกันตนราว 6 หมื่นคน, ให้บริการทางการแพทย์แก่ผู้ประกันตนที่ติดเชื้อโควิด-19 เพื่อให้สามารถเข้ารับการรักษาได้ทุกโรงพยาบาลทั้งรัฐและเอกชนโดยไม่ต้องสำรองจ่าย มีผู้ประกันตนได้ใช้ประโยชน์กว่า 4.5 ล้านราย,จัดตั้งศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 และสายด่วน 1506 กด 1กด 6 และกด 7 รองรับการสอบถามข้อมูล ประสานและจัดหาสถานพยาบาล มีผู้ใช้บริการราว 2.5 ล้านคน,

ให้บริการวัคซีนโควิด-19 กับผู้ประกันตนทั้งที่เป็นแรงงานไทยและต่างชาติ ตั้งแต่เข็ม 1-เข็ม 3 ไปประมาณเกือบ 3.4 ล้านคน, สนับสนุนโครงการตรวจรักษาและควบคุมดูแลอย่างครบวงจรในสถานประกอบการ (Factory Sandbox) ในพื้นที่ 12 จังหวัด มีสถานประกอบการเข้าร่วม 730 แห่ง มีผู้ประกันตนได้รับการตรวจคัดกรองโควิด-19 ราว 4 แสนคน และฉีดวัคซีนไปราว 1.1 แสนโดส

2.มาตรการช่วยเหลือเยียวยา เช่น ลดอัตราส่งเงินสมทบ โดยในปี 2563-2565 เป็นการลดในส่วนของผู้ประกันตนมาตรา 33 และ 39 จากนั้นในปี 2564-2565 ได้เพิ่มในส่วนของผู้ประกันตนมาตรา 40 ลดภาระผู้ประกันตนได้ถึง 10.8 ล้านคน, จ่ายสิทธิประโยชน์กรณีว่างงานจากเหตุสุดวิสัย ร้อยละ 50 ของค่าจ้างที่ส่งเงินสมทบ อันเป็นผลกระทบจากมาตรการควบคุมโรคโควิด-19 เช่น การปิดสถานที่ทำงาน (รวมถึงแคมป์คนงาน) การต้องกักตัว มีผู้ได้รับประโยชน์กว่า 2.8 ล้านคน คิดเป็นเงินราว5.6 หมื่นล้านบาท,

โครงการสินเชื่อเพื่อส่งเสริมการจ้างงาน ซึ่ง สปส. ทำงานประสานกับธนาคาร 5 แห่ง สนับสนุนสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำวงเงิน 3 หมื่นล้านบาท ให้กับสถานประกอบการไป 1,623 แห่ง วงเงินกว่า 9.6 พันล้านบาท รักษาสภาพการจ้างแรงงานไว้ได้ราว 1.1 แสนคน นอกจากนั้นยังสนับสนุนโครงการเยียวยาของรัฐบาลตาม พ.ร.ก.เงินกู้ จ่ายเงินให้กับผู้ประกันตนทั้งมาตรา 33 มาตรา 39 และมาตรา 40 เป็นต้น

3.การพัฒนาสิทธิประโยชน์ เช่น แก้ไขกฎกระทรวงกำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ ระยะเวลา และอัตราการจ่ายประโยชน์ทดแทนกรณีชราภาพ พ.ศ. 2560 เพื่อให้ได้รับเงินบำนาญครบ 60 เดือน, แก้ไข พ.ร.บ.ประกันสังคม เพื่อเพิ่มสิทธิประโยชน์ให้กับผู้ประกันตนและสอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน โดยขยายอายุผู้ประกันตนมาตรา 33 จาก 60 ปี เป็น 65 ปี, การเพิ่มเงินทดแทนการขาดรายได้กรณีทุพพลภาพ จากร้อยละ 50 เป็นร้อยละ 70 ของค่าจ้าง,เงินสงเคราะห์การลาคลอดบุตรจาก 90 วันเป็น 98 วัน, แก้ไขให้ผู้ประกันตนเลือกรับบำเหน็จหรือบำนาญ เป็นต้น

4.พัฒนาบริการทางการแพทย์ ทั้งการขยายระยะเวลาความตกลงร่วม (MOU) ระหว่าง สปส. กับ รพ.จุฬาภรณ์ ในการรักษาด้วยการทำหัตถการด้านโรคหัวใจและหลอดเลือด (ตั้งแต่ 29 ส.ค. 2565-28 ส.ค. 2566), ลดขั้นตอนอนุมัติสิทธิฟอกเลือด,ขยายระยะเวลาบริการวัคซีนไข้หวัดใหญ่ปี 2565 จากสิ้นสุดวันที่ 31 ส.ค. 2565 เป็น 31 ธ.ค. 2565 กับผู้ประกันตนอายุ 50 ปีขึ้นไป และ 5.เพิ่มประสิทธิภาพการใช้บริการผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ ทั้งการรับชำระเงินสมทบ, การเบิกจ่ายประโยชน์ทดแทน, ขึ้นทะเบียนผู้ประกันตนมาตรา 40 ผ่านแอปพลิเคชั่น “ทางรัฐ” เป็นต้น

มาในปี 2566 นี้ สปส. เปิด “4 ของขวัญ” มาตรการช่วยเหลือนายจ้างและผู้ประกันตน ประกอบด้วย 1.ให้สินเชื่อที่อยู่อาศัยเพื่อผู้ประกันตนดอกเบี้ย (ไม่เกินรายละ 2 ล้านบาทวงเงิน 30,000 ล้านบาท) เพื่อช่วยเหลือผู้ประกันตนในเรื่องของการมีที่อยู่อาศัยเป็นของตนเอง 2.เพิ่มประสิทธิภาพการเข้าถึงการรักษาของผู้ประกันตนในระบบประกันสังคมให้เข้าถึงการรักษา 5 โรค ตามโรงพยาบาลที่กำหนด ได้แก่ การผ่าตัดมะเร็งเต้านม ผ่าตัดก้อนเนื้อที่มดลูก ผ่าตัดนิ่วในไตและถุงน้ำดี หัตถการโรคหลอดเลือดสมอง และหัตถการโรคหัวใจและหลอดเลือด

3.ค้นหาความเสี่ยงโรคหลอดเลือดและโรคหัวใจในสถานประกอบการโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย นำร่องไปแล้วใน 7 จังหวัด ดำเนินการอย่างครบวงจร ตั้งแต่การค้นหาและแบ่งกลุ่มความเสี่ยง (น้อย-ปานกลาง-สูง) การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมรายบุคคล และการติดตามประเมินผล และ 4.ลดเงินสมทบกองทุนเงินทดแทนตามค่าประสบการณ์ของนายจ้าง โดย สปส. ได้แก้ไขประกาศ เรื่อง หลักเกณฑ์และวิธีการคำนวณอัตราส่วนการสูญเสีย ลงวันที่ 2 พ.ค. 2562 ซึ่งมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่1 ม.ค. 2566 เป็นต้นมา

สำนักงานประกันสังคม

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2566(2023), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

‘โบว์’ฝากกระจายข่าว ‘คุณแม่’หายไป คาดอยู่ในโซน’กรุงเทพฯ-รังสิต’

Posted on January 29, 2023 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/707400

'โบว์'ฝากกระจายข่าว 'คุณแม่'หายไป คาดอยู่ในโซน'กรุงเทพฯ-รังสิต'

‘โบว์’ฝากกระจายข่าว ‘คุณแม่’หายไป คาดอยู่ในโซน’กรุงเทพฯ-รังสิต’

วันเสาร์ ที่ 28 มกราคม พ.ศ. 2566, 22.15 น.

28 ม.ค.66 น.ส.ณัฏฐา มหัทธนา หรือโบว์ ได้โพสต์ข้อความลงบนเฟซบุ๊กส่วนตัว  ให้ชาวเน็ตช่วยกระจายข่าว”คุณแม่หายไป ใครพบตัวช่วยแจ้งโบว์ด้วยนะคะ ” พร้อมระบุรายละเอียดดังนี้

คุณแม่ชื่อ บัวบล มหัทธนา อายุ 67 สูง 165 หนักประมาณ 53 กก. หนีออกจากโรงพยาบาลเทพธารินทร์ ถ.พระรามสี่ เมื่อเวลา 14.52 น.วันนี้ ขณะที่โบว์กำลังปรึกษากับคุณหมอประจำตัวคุณแม่ (มีอาการจิตเวชสืบเนื่องจากโรคไทรอยด์และไม่ต้องการให้คุณหมอแอดมิท พยาบาลตามไม่ทัน อาการทางจิตจะไม่แสดงให้เห็นถ้าพูดคุยกันผิวเผิน)

เครื่องแต่งกายวันนี้โพกผมคล้ายในภาพ ใส่ชุดเสื้อกางเกงสีน้ำเงิน มีเสื้อคลุมสีชมพูเข้ม รองเท้าผ้าใบไม่มีเชือกผูกสีน้ำเงิน ถือถุงของใช้ส่วนตัวสองสามใบค่ะ

สถานที่ที่อาจจะไปได้อยู่ในโซนกรุงเทพ รังสิต (คลอง4ถึงคลอง15) ลำลูกกา ปทุมธานี ธัญบุรี นครนายก (อาจพยายามหาที่พักที่สงบเพื่อไม่ให้ถูกตามตัวมาส่งโรงพยาบาลอีก)

จากการตรวจสอบกล้องวงจรปิด ออกจากรพ.เวลา 14.52 น. แล้วเดินเลี้ยวไปทางขวา น่าจะขึ้นแท้กซี่บริเวณใกล้โรงพยาบาลในช่วงเวลาประมาณบ่ายสามโมง (ขอแรงเครือข่ายแท็กซี่กระจายข้อมูลด้วยค่ะ) หากใครพบตัวรบกวนกักตัวให้อยู่กับที่แล้วแจ้งทางคอมเมนท์ใต้ภาพนี้เพื่อการประสานงานรับตัวต่อไปนะคะ

สายตรวจ สน.ทองหล่อดำเนินการเบื้องต้นแล้ว โบว์แจ้ง จส.100 สวพ.91 และ ศูนย์ข้อมูลคนหาย มูลนิธิกระจกเงา แล้ว

ขอบคุณมากสำหรับการกระจายข่าวค่ะ.

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2566(2023), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ฝรั่งฮอลแลนด์วอนช่วยด้วย โดนสาวไทยหลอกสูญ5ล้าน

Posted on January 29, 2023 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/707391

ฝรั่งฮอลแลนด์วอนช่วยด้วย โดนสาวไทยหลอกสูญ5ล้าน

วันเสาร์ ที่ 28 มกราคม พ.ศ. 2566, 20.28 น.

สุดเห็นใจ! หนุ่มฮอลแลนด์ โพสต์เศร้า เจอสาวไทยหลอกให้ซื้อที่ปลูกบ้าน-แม่ป่วย พอมาถึงเมืองไทยโดนไล่กลับ เครียดหนักคิดจะจบชีวิตตนเอง ต้องมาอัดคลิปขอความช่วยเหลือ 

28 มกราคม 2566 ผู้สื่อข่ายรายงานว่า ในเพจบ้านดุงอัพเดต ได้โพสต์คลิปสั้นๆของชาวต่างชาติคนหนึ่ง เป็นชาวฮอลแลนด์ ได้ระบายความในใจ บอกว่า  “สวัสดีครับ ผมชื่อปีเตอร์ เรื่องราวต่อไปนี้ ที่ผมจะเล่าเป็นเรื่องราวที่เกิดขึ้นจริง ไม่มีการเสริมแต่งใดๆ ผมได้เจอผู้หญิงคนหนึ่ง เธอมาจาสกลนคร บนเว็บไซด์ Thai Cupid บางครั้ง เราก็มีการพูดคุยกันบ้าง และผมก็ไปพบหน้าเธอที่ จ.อุดรธานี เพราะเธอทำงานที่นั่น หลังจากนั้น เธอก็เริ่มคุยเกี่ยวกับอนาคตของผมและเธอ ผมจึงได้ซื้อทองให้เธอ เพื่อเริ่มการวางแผนแต่งงาน แต่ตอนนั้น ผมยังไม่พร้อม (มีเงินไม่พอ) เพื่อซื้อบ้าน เธอเลยมีความคิดว่า เราต้องขายบ้านผมที่ฮอลแลนด์ แล้วเอากำไรที่ขายได้มาซื้อที่ดินและสร้างบ้านที่ อ.บ้านดุง จ.อุดรธานี

จนสุดท้ายแล้ว ผมได้ขายบ้าน แล้วส่งเงินทั้งหมดมาให้เธอ เพื่ออนาคตของเรา ตลอดช่วงโควิด 2020-2021 ผมไม่สามารถเดินทางไปประเทศไทยได้ แต่ระหว่างนั้น ผมก็ยังส่งเงินมาให้เธอตลอด แต่ก็ยังไม่พอสำหรับเธอ จนกระทั่งผมต้องขอกู้ยืมเงินจากธนาคาและครอบครัวของผม เพราะเธอสัญญาว่า เธอจะเอามาคืนให้ผมทีหลัง ผมพยายามถามเกี่ยวกับบ้านและที่ดิน แต่ไม่เคยได้คำตอบจากเธอเลย และก็ไม่เคยคืนเงินและในระหว่างนั้น เธอก็เปลี่ยนงานหลายที่ โดยที่ผมไม่รู้ ผมตกใจมาก ตอนนี้ผมมีปัญหาอย่างมากกับทั้งครอบครัวของผมและกับธนาคาร “

หนุ่มต่างชาติคนนี้ ยังระบายอีกว่า ผมได้พบกับจิตแพทย์เนื่องจากสภาวะความเครียด ผมเริ่มมีความคิดไม่อยากมีชีวิตอยู่ ผมสูญเสียอนาคตของผม บ้านของผม เงินของผมและครอบครัวของผม ทุกอย่างหายไปกับแผนของเธอ ที่เธอทำสิ่งเหล่านี้ ภายในเวลา 5 ปี ผมต้องการความช่วยเหลือ โปรดให้ความช่วยเหลือผมด้วยนะครับ ขอบคุณครับ โดยภายหลัง จากมีคลิปออกไป ปรากฏว่า มีผู้มาแสดงความคิดเห็นจำนวนมาก เช่น น่าเห็นใจฝรั่งคนนี้ อุดรเมืองเขยฝรั่ง ไม่น่าจะหลอกฝรั่งเลย อยากให้ผู้หญิงออกมาแสดงตัว

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2566(2023), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

หนุ่มขอนแก่นยื่นมือช่วยสาวอุดรฯท้อชีวิต จ่ายค่าเช่าบ้านให้2เดือน

Posted on January 29, 2023 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/707362

หนุ่มขอนแก่นยื่นมือช่วยสาวอุดรฯท้อชีวิต จ่ายค่าเช่าบ้านให้2เดือน

หนุ่มขอนแก่นยื่นมือช่วยสาวอุดรฯท้อชีวิต จ่ายค่าเช่าบ้านให้2เดือน

วันเสาร์ ที่ 28 มกราคม พ.ศ. 2566, 17.59 น.

หนุ่มใหญ่ชาว จ.ขอนแก่น ใจดีช่วยจ่ายค่าบ้าน 2 เดือน จำนวน 6,000 บาท ให้สาวอุดรวัย 55 ท้อชีวิต จะปลิดชีพตัวเอง พร้อมให้กำลังใจให้ผ่านพ้นมันไปให้ได้ เจ้าตัวรับปากจะฮึดสู้อีกครั้ง

28 ม.ค.66 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากกรณีคุณปุ๊ อายุ 55 ปี ชาว จ.อุดรธานี ส่งข้อความไปยังกลุ่มคนรักแมว แจ้งว่า ดิฉันอยู่ที่จ.อุดรธานีค่ะ บ้านเช่าทาวน์เฮ้าน์ 2 ชั้น เลขที่ 321/187 หมู่บ้านอุดรการ์เด้นวิลล์ ซอย 3 ขวามือ หลังที่ 7 ดิฉันขังลูกๆ ทั้ง 4 ไว้ในห้องนอนด้านหน้าชั้น 2 ส่วนดิฉันอยู่ห้องด้านหลัง บ้านมืดถูกตัดมิเตอร์ไฟแล้ว ต้องเตรียมไฟฉายมาด้วย มือถือก็จะถูกตัดพรุ่งนี้ค่ะ คุณนัชญ์เป็นคนเดียวในโลกนี้ ที่ดิฉันเชื่อมั่นว่าลูกๆ จะแคล้วคลาดปลอดภัยและมีชีวิตที่ดีต่อไปได้ค่ะ ขอกราบขอบพระคุณอย่างสุดหัวใจ และอีกข้อความ “คุณนัชญ์ค่ะ กราบขอความช่วยเหลือค่ะขอความกรุณาช่วยรับอุปการะหาบ้านให้ลูกๆที่เป็นห่วงเดียวของดิฉันที่เหลืออยู่ 4 ชีวิตด้วยค่ะ  ดิฉันได้ตัดสินใจแล้วที่จะจบชีวิตตัวเอง หลังจากส่งข้อความนี้ โปรดเมตตาเด็กๆ ด้วยนะคะ” หลังจากมีข้อความนี้ในโซเซียล ปรากฏว่าสร้างความแตกตื่นให้คนทาสแมวเป็นอย่างมาก เกิดขึ้นอะไรขึ้นกับหญิงสาวรายนี้

อ่านข่าว บีบหัวใจ! สาวใหญ่ท้อชีวิต ประกาศปลิดชีพ ฝาก 4 ชีวิตหาบ้านดูแลต่อ

ต่อมาผู้สื่อข่าวเดินทางไปที่บ้านเช่าในหมู่บ้านดังกล่าว บริเวณสี่แยกสามพร้าว อ.เมือง จ.อุดรธานี พบว่าเธอกำลังท้อแท้กับชีวิต เล่าว่า ที่ผ่านมาเคยทำธุรกิจรับเหมาก่อสร้าง และทำธุรกิจค้าขายกับภาครัฐ แต่ถูกโกงจนเจ๊ง สามีก็เลิก บ้านก็ถูกยึด รถก็ถูกยึด เมื่อปี 64  จึงหันมาทำน้ำดื่มหยอดเหรียญเจอโควิดก็เจ๊งอีก ย้ายมาอยู่ที่นี่ได้ 5 เดือนมีเงินเก็บอยู่ส่วนหนึ่ง ตอนนี้หมดแล้ว ไฟถูกตัด บ้านก็ค้างค่าเช่า 2 เดือน ไม่อยากขอรับความช่วยเหลือ แต่อยากให้แมวที่เลี้ยงไว้ 4 รับไปเลี้ยง คือคิดอะไรไม่ออกตั้งใจจะปลิดชีพตัวเองและอยากจะฝากแมวให้คนเลี้ยงต่อไป จึงได้ช่วยกันปลอบใจขอให้คุณปุ๊ฮึดสู้อีกครั้ง โดยค่าไฟค่าโทรศัพท์มีนักข่าวช่วยจ่ายให้เพื่อเป็นการช่วยเหลือเบื้องต้น โดยคุณปุ๊แอบน้ำตาซึมที่มีคนมาให้กำลังใจในช่วงที่หมดหนทางและพร้อมสู้กับปัญหาต่อไป

ล่าสุดหลังมีข่าวออกไปปรากฏว่า คุณสมชาย ศิริเทพทรงกลด อายุ 50 ปี ชาว จ.ขอนแก่น ผู้ใช้เฟสบุ๊คว่า ร่วมช่วยด้วยกันนะครับกับสมชาย ได้ติดต่อมายังหญิงสาวคนดังกล่าว และให้ช่วยเหลือหญิงสาวรายนี้โดยจ่ายค่าเช่าที่ค้างจ่ายอยู่ 2 เดือนเป็นเงินจำนวน 6,000 บาท พร้อมบอกว่า สู้ๆ นะครับ ว่างๆ ลองเข้ามาดูคนพิการ คนที่อ่อนแอ คนเจ็บ คนป่วยคนจนมากมายในเฟสบุ๊คของผมครับจะได้รู้ว่าไม่ใช่เราคนเดียวที่ทุกข์ และขออีกอย่างว่า อยากให้ไปบวชชีพรามหณ์หรือถือศีล 8 สัก 3 วัน ไหนๆ ก็คิดสั้นแล้ว เอาให้มันสุด ทำตัวเหมือนคนที่ตายไปแล้ว อย่าไปคิดอะไร ส่วนแมวถ้าเป็นไปได้ก็ให้คนอื่นไปเลี้ยงจะได้หมดห่วง อดทนให้มันผ่านปีนี้ไปก่อน ให้ตายจากทางโลก ทำตัวให้เป็นประโยชน์ต่อพระพุทธศาสนา อย่าฆ่าตัวตายเด็ดขาด เพราะชีวิตมันไม่ได้หยุดแค่นี้ ขณะที่คุณปุ๊รับปากจะขอฮึดสู้อีกครั้ง โดยวันนี้จะเข้าหันหน้าเข้าวัดสงบสติอารมณ์ที่วัดป่าตาดถือศีล8 ถึงสิ้นเดือนม.ค.66 นี้

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2566(2023), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ตราดต้อนรับคาราวานท่องเที่ยวจีนกลุ่มแรกเยือนเกาะช้าง คาดช่วงสงกรานต์มาเพิ่ม

Posted on January 29, 2023 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/707355

ตราดต้อนรับคาราวานท่องเที่ยวจีนกลุ่มแรกเยือนเกาะช้าง คาดช่วงสงกรานต์มาเพิ่ม

ตราดต้อนรับคาราวานท่องเที่ยวจีนกลุ่มแรกเยือนเกาะช้าง คาดช่วงสงกรานต์มาเพิ่ม

วันเสาร์ ที่ 28 มกราคม พ.ศ. 2566, 17.41 น.

คาราวานท่องเที่ยวจากจีน เดินทางเยือนเกาะช้าง จังหวัดตราด หลังจีนเปิดประเทศนับเป็นกลุ่มทัวร์กลุ่มแรกคาดมาเพิ่มอีกช่วงสงกรานต์

วันที่ 28 ม.ค.66 นายสัคศิษฎ์ มุ่งการ สภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวจังหวัดตราด พร้อมนายวิชิต สุกระสูยานนท์ นายกสมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวจังหวัดตราด ตลอดจนผู้ประกอบการท่องเที่ยวในอำเภอเกาะช้าง ร่วมกันต้อนรับคณะคาราวานท่องเที่ยวจากมณฑลยูนาน สาธารณรัฐประชาชนจีน ซึ่งเดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัวจำนวน 10 คัน นักท่องเที่ยวกว่า 30 คนเข้ามาท่องเที่ยวเกาะช้าง จังหวัดตราด บริเวณโรงแรมเซนทารา เกาะช้าง ทรอปิคานา รีสอร์ทแอนด์สปา ตำบลเกาะช้าง อำเภอเกาะช้าง จังหวัดตราด

โดยกิจกรรมดังกล่าวกลุ่มนักท่องเที่ยวชาวจีนกลุ่มนี้ใช้รถยนต์ส่วนตัวเดินทางมาจากมณฑลยูนนาน สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนจีน ผ่านเข้ามาทางเส้นทาง R3A มาถึงอำเภอเชียงของ จังหวัดเชียงราย ในวันที่ 24 มกราคม 2566 ก่อนจะเดินทางต่อมายังจังหวัดสุโขทัย กรุงเทพมหานคร และเดินทางมาเยือนเกาะช้าง จังหวัดตราด โดยมีเป้าหมายพักแรมและท่องเที่ยวในแหล่งท่องเที่ยวของเกาะช้างเป็นเวลา 3 คืน 4 วันและจะเดินทางออกจากจังหวัดตราดในวันที่ 30 มกราคม 2566 เพื่อเดินทางไปจังหวัดอยุธยาและจ.เชียงใหม่เชียงรายต่อไป 

นายสัคศิษฏ์ กล่าวว่า การเดินทางมาครั้งนี้เป็นการเดินทางมาอย่างเป็นทางการภายใต้การประสานงานมายังการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย โดยมีสภาอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวจังหวัดตราด และสมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวจังหวัดตราดให้การต้อนรับคณะท่องเที่ยวชาวจีนกลุ่มนี้ด้วยความอบอุ่นประทับใจ อย่างไรก็ตามการเดินทางท่องเที่ยวของคณะคาราวานท่องเที่ยวในครั้งนี้ได้สร้างรายได้ให้กับผู้ประกอบการ ธุรกิจร้านอาหาร และธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยวได้เป็นอย่างดีและยังจะทำให้มีกลุ่มนักท่องเที่ยวชาวจีนเดินทางมาอีกในอนาคต ซึ่งคาดว่าจะเดินทางมาที่เกาะช้างเรื่อยๆโดยเฉพาะในช่วงสงกรานต์ปี 2566 นี้

ด้านนางพัศลินทร์ เศวตรัตน์ ผู้อำนวยการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานตราด กล่าวว่า คาราวานนักท่องเที่ยวจีนคณะแรกที่เดินทางเข้ามายังจังหวัดตราดภายหลังสถานการณ์โควิด 2019 หรือนับตั้งแต่ปี 2562 และจากนั้นคณะฯ จะเดินทางต่อไปยังจังหวัดพระนครศรีอยุธยา จังหวัดเชียงใหม่ จังหวัดเชียงราย และเดินทางกลับไปยัง มณฑลยูนนาน สาธารณรัฐประชาชนจีน ในวันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2566

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2566(2023), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ตาช็อค! หลานเทวดาขนขายเกลี้ยง’ทีวี ตู้เย็น หลังคาบ้าน’หาเงินซื้อยาบ้าเสพ

Posted on January 29, 2023 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/707344

ตาช็อค! หลานเทวดาขนขายเกลี้ยง'ทีวี ตู้เย็น หลังคาบ้าน'หาเงินซื้อยาบ้าเสพ

ตาช็อค! หลานเทวดาขนขายเกลี้ยง’ทีวี ตู้เย็น หลังคาบ้าน’หาเงินซื้อยาบ้าเสพ

วันเสาร์ ที่ 28 มกราคม พ.ศ. 2566, 17.04 น.

ตาวัย 70 ปีถึงกับช็อคกลับจากรักษาอาการป่วยโรคไตถึงบ้าน หลานชายเทวดารื้อหลังคาบ้านไม่เหลือแม้แต่แผ่นเดียวไปขายร้านรับซื้อของเก่าหาเงินซื้อยาบ้ามาเสพ ตาสุดช้ำใจต่อไปจะอยู่อย่างไรแจ้งตำรวจช่วยว่าตักเตือนหลานอย่าหาทำอีก พอตาไปอยู่กับลูกสาวอีกอำเภอพร้อมแจ้งให้ตำรวจช่วยมาตรวจบ้านและดูหลานชายให้อีกครั้ง พบกำลังนั่งเสพยาบ้ากับเพื่อน แต่วิ่งหนีไม่รอดโดนจับส่งตัวไปบำบัด หลานเทวดาสารภาพ ไม่มีเงินซื้อข้าวกินรื้อหลังคาบ้านไปขายจริง ไม่เว้นแม้แต่ทีวีตู้เย็นในบ้าน เผยเตรียมจะรื้อโครงสร้างเหล็กบ้านไปขายอีก แต่มาโดนจับเสียก่อน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อช่วงบ่ายวานนี้ (27 ม.ค.66) ตำรวจ สภ.ไชยวาน ได้รับแจ้งจากนายวรณ์ อายุ 70 ปี ชาวบ้านไชยวาน หมู่ 2 ต.ไชยวาน อ.ไชยวน จ.อุดรธานี แจ้งว่า ขอให้มาตักเตือนนายอภินันท์ หรือนายเต้ย อายุ 27 ปี ซึ่งเป็นหลานชายให้หน่อยเนื่องจากรื้อหลังคาบ้านไปขายร้านของเก่าหมดแล้ว ต่อมา ร.ต.ท.ธานี ไขแสงจันทร์ ได้นำกำลังสายตรวจรถยนต์ รถจักรยานยนต์ ไปที่เกิดเหตุพบว่าบ้านหลังดังกล่าวปลูกอยู่กลางทุ่งนาเป็นบ้านปูนชั้นเดียวในพื้นที่ประมาณ 80 ตารางวา พบหลังคาบ้านไม่เหลือแม้แต่แผ่นเดียว เหลือเพียงโครงหลังคาเหล็ก แดดจากพระอาทิตย์ส่องได้ถึงตัวบ้านทุกห้อง

นายวรณ์ บอกว่า ตนป่วยโรคไตได้ไปรักษาอยู่กับลูกสาวคนโตที่ อ.วานรนิวาส จ.สกลนคร นานกว่า 1 เดือนแล้วเพิ่งกลับมาบ้านเมื่อวานก็ถึงกับตกใจเพราะหลังคาบ้านไม่มีแล้ว สอบถามนายเต้ย ซึ่งเป็นหลานชายอยู่บ้านคนเดียวก็สารภาพว่า รื้อเอาหลังคาไปขายจริงเพราะไม่มีเงินกินข้าว นอกจากนี้ยังมีทีวี ตู้เย็น ไม้แผ่นที่ยุ้งฉางข้าว นายเต้ยก็เอาไปขายหมด เหลือแต่เสายุ้งฉางข้าว ตาไม่เอาเรื่องเอาราวหลานชายแต่อยากให้เจ้าหน้าที่ตำรวจช่วยว่ากล่าวตักเตือนนายเต้ย ว่าอย่าทำแบบนี้อีก เพราะถึงแม้จะเป็นบ้านตน ถ้าทำแบบนี้จะอาศัยอยู่ได้อย่างไร ซึ่งนายเต้ย รับปากว่าจะไม่ทำเช่นที่อีกต่อไป

ล่าสุดวันนี้ ((28 ม.ค.66) เมื่อเวลา 11.00 น. พ.ต.ท.ธนพล ภูเด่นผา สวป.สภ.ไชยวาน พร้อมด้วย ด.ต.เลิงนารินทร์ ชาวดอน ผบ.หมู่(ป)สภ.ไชยวาน ได้เดินทางไปพบกับนายเต้ย หลานเทวดาอีกครั้งหลังจากได้รับแจ้งจากตาว่าได้กลับมาอยู่กับลูกสาวที่ อ.วานรนิวาสแล้ว ขอให้เจ้าหน้าที่ตำรวจช่วยไปดูหลานชายให้อีกหน่อยว่าจะขโมยอะไรที่บ้านไปขายอีกหรือไม่ เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงเดินทางไปที่บ้านหลังดังกล่าวอีกครั้งเมื่อเจ้าหน้าที่ไปถึงปรากฏพบนายเต้ย และเพื่อนกำลังก้มหน้าก้มตาเสพยาบ้าอย่างเมามัน เมื่อเห็นตำรวจจึงพยายามพากันวิ่งหนีออกจากบ้านแต่ไม่ทัน เจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถจับตัวไว้ได้หมด ตรวจสอบพบของกลางเป็นอุปกรณ์เสพยาบ้าและมีกลิ่นยาบ้าฟุ้งทั่วบ้าน

นายเต้ยสารภาพว่า ตาให้เงิน 50 บาทเอาไว้ใช้เมื่อวานนี้ก่อนจะกลับไปอยู่กับลูกสาวเพื่อรักษาอาการป่วยที่ อ.วานรนิวาส เช้าวันนี้ จึงไปซื้อยาบ้ามาเสพ 1 เม็ดกับเพื่อนชื่อเปา เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงควบคุมตัวมายัง สภ.ไชยวาน ตรวจหาสารเสพติดพบเป็นสีม่วงทั้ง 2 คนจึงส่งตัวไปบำบัดที่ รพ.ไชยวานต่อไป

นายเต้ย สารภาพว่า อาศัยอยู่บ้านหลังนี้คนเดียว แม่เสียชีวิตไปนานแล้ว ส่วนตา ไม่อยู่ด้วยไปรักษาอาการป่วยโรคไตกับที่ อ.วานรนิวาสเป็นเดือนแล้ว ตนทำการรื้อหลังคาบ้านของตาจริง เพราะไม่มีเงินซื้อกับข้าวกิน รื้อมาได้ 1 อาทิตย์แล้ว จนหลังคาบ้านไม่เหลือแม้แผ่นเดียว เหลือแต่โครงหลังคา ส่วนตู้เย็น ทีวีก็เอาไปขายที่ร้านรับซื้อของเก่า 

นายเต้ย บอกอีกว่า ถ้าไม่มีเงินต่อไปก็จะงัดเอาเหล็กโครงหลังคาไปขาย แต่วันนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจมาเจอก่อน – 003

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2566(2023), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ชาวเน็ตไม่ฮาด้วย! ‘บี้ เดอะสกา’คัฟเวอร์ เหตุการณ์ปาเงินใส่หน้า

Posted on January 29, 2023 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/707319

ชาวเน็ตไม่ฮาด้วย! 'บี้ เดอะสกา'คัฟเวอร์ เหตุการณ์ปาเงินใส่หน้า

ชาวเน็ตไม่ฮาด้วย! ‘บี้ เดอะสกา’คัฟเวอร์ เหตุการณ์ปาเงินใส่หน้า

วันเสาร์ ที่ 28 มกราคม พ.ศ. 2566, 16.07 น.

ชาวเน็ตไม่เห็นด้วย! บี้ เดอะสกา คัฟเวอร์เหตุการณ์ โจอี้ ภูวศิษฐ์ โดนปาเงินใส่หน้า

เร็วทันกระแสจริงๆ สำหรับ บี้ เดอะสกา ยูทูบเบอร์สายฮาชื่อดัง ที่ล่าสุดได้ลงคลิป คัฟเวอร์เหตุการณ์ปาเงินใส่หน้าขณะร้องเพลง ของ โจอี้ ภูวศิษฐ์ ที่กำลังเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์อยู่ในขณะนี้ 

โดย บี้ เดอะสกา ระบุข้อความว่า ” โจบี้โดนปาเงินใส่หน้า!! “ ซึ่งคลิปนี้มีชาวเน็ตเข้าไปแสดงความคิดเห็นจำนวนมาก อาทิ 555เรื่องไม่ตลกเรื่องจริงจัง พี่ก็เอามาเล่นเป็นเรื่องตลกได้ พี่นี่จิตใจได้เลยครับ55 , ทำซะเหมือนเลยย , เก็บทุกเม็ด ทันทุกเหตุการณ์  ขณะเดียวกัน ก็มีอีกหลายคอมเม้นท์ไม่เห็นด้วยกับคอนเท้นต์นี้ เพราะเป็นเรื่องของจิตใจศิลปินผู้ถูกกระทำ ควรจะให้กำลังใจกันมากกว่ามาทำล้อเลียน ถ้าเป็นเรา เราจะไม่ทำคอนเทนต์นี้ เราจะให้กำลังใจน้องโจอี้ ยิ่งทำก็เหมือนยิ่งตอกย้ำให้ภาพมันชัดขึ้น ยิ่งน้องเจอสถานการณ์แบบนี้ด้วย , ถ้าตัวคุณเองโดนเเบบที่เค้าเจอจะรู้สึกยังไง นึกถึงคนที่เจอเหตุการณ์นี้มาเเล้วมาเจอคลิปที่ล้อเลียนเเบบนี้สิ เค้าจะรู้สึกยังไง ก็เข้าใจยูว่าสร้างคอนเทนต์

-009

https://www.tiktok.com/embed/v2/7193253158070570266?lang=th-TH&referrer=https%3A%2F%2Fwww.naewna.com%2Flikesara%2F707319

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2566(2023), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

มาอีกแล้ว’แม่อัลฟ่า​’ขึ้น​วางไข่​รัง​ที่​ 8​ ปล่อยฝักตามธรรมชาติ​ไม่มีการเคลื่อนย้าย​ไข่

Posted on January 29, 2023 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/707299

มาอีกแล้ว'แม่อัลฟ่า​'ขึ้น​วางไข่​รัง​ที่​ 8​ ปล่อยฝักตามธรรมชาติ​ไม่มีการเคลื่อนย้าย​ไข่

มาอีกแล้ว’แม่อัลฟ่า​’ขึ้น​วางไข่​รัง​ที่​ 8​ ปล่อยฝักตามธรรมชาติ​ไม่มีการเคลื่อนย้าย​ไข่

วันเสาร์ ที่ 28 มกราคม พ.ศ. 2566, 14.28 น.

วันที่ 28 ม.ค.66 เมื่อเวลา 04.28 น. สทช.6 โดยส่วนส่งเสริมและประสานเครือข่ายฯ ศูนย์อนุรักษ์ทรัพยากรป่าชายเลนที่ 10 (ตะกั่วป่า พังงา), ที่ 14 (ตะกั่วทุ่ง พังงา) และเจ้าหน้าที่ศูนย์วิจัยทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งทะเลอันดามันตอนบน (ศวอบ.) ได้รับแจ้งจากนายสมยศ เสาเวียง ราษฎรตำบลโคกกลอย อำเภอตะกั่วทุ่ง จังหวัดพังงา พบการขึ้นมาวางไข่ของเต่ามะเฟือง จึงเข้าไปทำการตรวจสอบพบเต่ามะเฟืองวางไข่เสร็จเรียบร้อยแล้ว กำลังทำการกลบหลุม ขุดหลุมหลอก และเดินลงสู่ทะเล เวลา 05.33 น. บริเวณชายหาดนาเกลือ พิกัด 421055 E 908321 N (ห่างจากคอกกั้นฟักไข่เต่ามะเฟือง ศูนย์เฝ้าระวังฯ ไปทางทิศเหนือ 900 เมตร) ตรวจวัดขนาดพายหน้าจากซ้ายไปขวา 220 ซม. ขนาดอก 110 ซม. ทำการขุดค้นหาจนพบ ที่ความลึก 84 ซม. ขนาดไข่ 5.2 ซม. ตรวจสอบแล้ว บริเวณหลุมฟักไข่ไม่อยู่ในแนวน้ำทะเลท่วมถึง จึงไม่ย้ายไข่ ติดตั้งเครื่องวัดอุณหภูมิ ทำการกั้นคอกเพื่อป้องกันอันตราย พร้อมร่วมกับอาสาสมัครพิทักษ์ทะเล เครือข่ายชุมชนพื้นที่เฝ้าพิทักษ์ดูแลต่อไป นับเป็นการเฝ้าระวังอย่างต่อเนื่อง และเป็นการวางไข่รังที่ 8 ของแม่เต่ามะเฟืองตัวนี้ (แม่อัลฟ่า) – 003 

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2566(2023), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

BamBam Family

BamBam Family

สถิติบล็อก

  • 2,883,527 hits

Join 4,122 other subscribers
Follow SootinClaimon.Com on WordPress.com

Categories

Top Posts & Pages

เอกชน/นักวิชาการแนะรัฐ ลดภาษีน้ำมัน เสริมแผนรับมือผลกระทบ วิกฤตร้ายตะวันออกกลาง
เทพไท วิเคราะห์อนาคต ชนนพัฒฐ์ หลัง DSI ออกหมายเรียกพัวพันเว็บพนัน
รบ.ทรัมป์ขายระเบิด 12,000 ลูกให้อิสราเอล ไม่รอสภาอนุมัติ อ้างฉุกเฉิน
ร่วมส่ง “บิ๊กสิน-สินธุ พูนศิริวงศ์” อดีตนายกสมาคมกีฬาบิลเลียดฯ ณ เมรุวัดธาตุทอง
แวดวงนักปกครอง : 7 มีนาคม 2569
แฉแผนตัดกำลังฝ่ายค้าน 'วิโรจน์' ไขปมเร่งคดีชนนพัฒฐ์
เจาะเส้นทาง 'ชนนพัฒน์' จากว่าที่รัฐมนตรี สู่คดีเว็บพนันพันล้าน
ไม่เคยเปลี่ยน! 'ดร.หมวย อริสรา' ย้อนเล่าเรื่อง 'เบลล่า' อ่านแล้วรู้เลยทำไมใคร ๆ ก็รัก
อก.เฝ้าระวังต้นทุนภาคอุตสาหกรรม หวั่นราคาน้ำมันพุ่ง อัด 4 มาตรการเร่งด่วนช่วยผู้ประกอบการ
เปิดประวัติ รัล ณัทธมนกาญจน์ เซ็กซี่สตาร์ยุค 90 ท่ามกลางมรสุมข่าวร้อน

Recent Posts

  • “ทรัมป์” ลั่นไม่เจรจาอิหร่าน ขู่กวาดล้างกองทัพ-ผู้นำให้สิ้นซาก
  • อิหร่านโจมตีประเทศอ่าวเปอร์เซียต่อเนื่อง พุ่งเป้าสนามบินคูเวต–น่านฟ้าซาอุฯ
  • ระเบิดสนั่นหน้าสถานทูตสหรัฐฯ ในกรุงออสโล นอร์เวย์สั่งระดมกำลังล่าตัวผู้ก่อเหตุ โชคดีไร้เจ็บ
  • พายุทอร์นาโดถล่มรัฐมิชิแกน–โอคลาโฮมา เสียชีวิตอย่างน้อย 6 คน รวมเด็ก 12 ปี
  • รัสเซียระดมโดรน-ขีปนาวุธถล่มเมืองคาร์คิฟ ดับอย่างน้อย 11 ศพ

ป้ายกำกับ

  • 2559(2016)
  • 2564(2021)
  • entertain
  • naewna
  • The Nation
  • การเมือง
  • ต่างประเทศ
  • บันเทิง
  • ผู้หญิง
  • แนวหน้า
  • RSS - Posts
  • RSS - Comments

Archives

Follow Us

  • https://soclaimon.tumblr.com/
  • https://www.facebook.com/soclaimon
  • https://www.instagram.com/sootinclaimon/
  • https://www.facebook.com/SootinClaimon/
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100001170824639
  • https://www.facebook.com/pompam.pp
  • https://www.facebook.com/toraman666
  • https://www.facebook.com/apich214
  • https://www.facebook.com/samabat.klaimon
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100005312762480
  • https://www.facebook.com/jirasuda.manomaiyanon
  • https://www.facebook.com/eikpakkred
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100003091451547
Blog at WordPress.com.
  • Subscribe Subscribed
    • SootinClaimon.Com
    • Join 1,658 other subscribers
    • Already have a WordPress.com account? Log in now.
    • SootinClaimon.Com
    • Subscribe Subscribed
    • Sign up
    • Log in
    • Report this content
    • View site in Reader
    • Manage subscriptions
    • Collapse this bar
 

Loading Comments...
 

    %d