Skip to primary content
Skip to secondary content

SootinClaimon.Com

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย2 [SartKasetDinPui2] : รวบรวม ข้อมูล เศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม เกษตร ดิน น้ำ ปุ๋ย

SootinClaimon.Com

Main menu

  • Home
  • KU23-2506
  • ข้อคิดความเห็น
  • ตระกูลคล้ายมนต์
  • ผมเองครับ
  • ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย1

Tag Archives: ข่าว Like สาระ

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

ฮือฮา! พบหินประหลาด ‘คล้ายเศียรพญานาคราช’ โผล่ริมถนนเชียงใหม่

Posted on April 2, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/645190

ฮือฮา! พบหินประหลาด 'คล้ายเศียรพญานาคราช' โผล่ริมถนนเชียงใหม่

วันเสาร์ ที่ 2 เมษายน พ.ศ. 2565, 13.09 น.

2 เม.ย.65 เฟซบุุ๊ก “สันติพงษ์ พรมมาโนชย์” โพสต์ภาพเป็นที่ฮือฮาอย่างมากบนโลกโซเชียล โดยในภาพเป็นหินประหลาดคล้ายศีรษะพญานาคราช ที่ถนนสายใหม่บ้านแม่ยะน้อย อ.จอมทอง จ.เชียงใหม่

โดยระบุข้อความว่า “ขอพรจาก องค์พ่อ นาคราช แห่งดอยอินทนนท์ ขอให้หน้าที่การงานของข้าพเจ้า เจริญรุ่งเรือง สมดังใจปรารถนา ทรัพย์สิน เงินไหลกอง ทองไหลมา สุขภาพร่างกาย แข็งแรง ปราศจากโรคาพยาธิ สาธุ สาธุ สาธุ ปล.สถานที่แห่งนี้ พิกัด#บ้านแม่ยะน้อย” 

นอกจากนี้ พื้นที่ดังกล่าวยังเป็นจุดชมวิวที่สวยงามมาก สามารถมองเห็นดอยหัวเสือ สัญลักษณ์ของ อ.จอมทอง และเชื่อว่าในอนาคต บริเวณจะเป็นจุดท่องเที่ยวแห่งใหม่ของดอยอินทนนท์ที่นักท่องเที่ยวจะไปเที่ยวชม. -008 

ขอบคุณภาพและข้อมูลจาก : สันติพงษ์ พรมมาโนชย์

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

‘กองสลากพลัส’ปล่อยคลิป จ่อฟ้องคนบุกออฟฟิศโดยไม่ได้รับอนุญาต

Posted on April 2, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/645151

‘กองสลากพลัส’ปล่อยคลิป จ่อฟ้องคนบุกออฟฟิศโดยไม่ได้รับอนุญาต

วันศุกร์ ที่ 1 เมษายน พ.ศ. 2565, 22.03 น.

‘กองสลากพลัส’ปล่อยคลิป จ่อฟ้องคนบุกออฟฟิศโดยไม่ได้รับอนุญาต

1 เมษายน 2565 เพจเฟซบุ๊ก “กองสลากพลัส” ได้เผยแพร่คลิปวงจรปิด พร้อมระบุข้อความว่า “วันนี้คนคนนี้มาออฟฟิศผมและเข้ามาหาผมโดยไม่ได้รับอนุญาต ตอนนี้ผมกำลังรวบรวมหลักฐาน คลิปกล้องวงจรปิด เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายนะครับ และนี่ไม่ใช่ครั้งแรก มาทุกครั้งก็มาตามสไตล์เขา”

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

พ่อเมืองประจวบฯเปิดอลังการงาน‘มหัศจรรย์เมืองสามอ่าว’ กระตุ้นการท่องเที่ยวจังหวัด

Posted on April 2, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/645148

พ่อเมืองประจวบฯเปิดอลังการงาน‘มหัศจรรย์เมืองสามอ่าว’ กระตุ้นการท่องเที่ยวจังหวัด

วันศุกร์ ที่ 1 เมษายน พ.ศ. 2565, 22.01 น.

พ่อเมืองประจวบฯเปิดอลังการงาน‘มหัศจรรย์เมืองสามอ่าว’ กระตุ้นการท่องเที่ยวจังหวัด

ช่วงค่ำวันที่ 1 เม.ย.65 ที่เวทีกลางบริเวณสวนสาธารณะเฉลิมพระเกียรติ ร.9 หน้าศาลากลางจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ นายเสถียร เจริญเหรียญ ผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เป็นประธานเปิดงาน “ท่องเที่ยวประจวบคีรีขันธ์ มหัศจรรย์เมืองสามอ่าวและงานกาชาด” ประจำปี 2565 ท่ามกลางแสง สี เสียง พลุหลากสีสันนับร้อยนัดอย่างตระการตา มี นางฐิตยาภา เจริญเหรียญ นายกเหล่ากาชาดจังหวัดประจวบฯ รองผู้ว่าราชการจังหวัด หัวหน้าส่วนราชการ องค์การปกครองส่วนท้องถิ่น ร่วมในพิธีเปิดอย่างคับคั่งตามมาตรการโควิด พร้อมประชาชนนักท่องเที่ยวจำนวนมากเข้าเที่ยวชมงานและตื่นตาตื่นใจกับการโชว์ศิลปะแม่ไม้มวยไทยจาก บัวขาว บัญชาเมฆ หรือ ร้อยโทสมบัติ บัญชาเมฆ ยอดมวยไทยคนดัง การแสดงชุดพิเศษจากมหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบุรี “เมืองของพ่อ สืบสานเล่าขานคีรีขันธ์ มหัศจรรย์เมืองสามอ่าว” และเดินเลือกซื้อของกิน ของใช้จากร้านค้านับร้อยร้านภายในงาน 

นายเสถียร กล่าวว่า งานท่องเที่ยวประจวบคีรีขันธ์ มหัศจรรย์เมืองสามอ่าว และงานกาชาด” จัดต่อเนื่องเป็นประจำทุกปี ครั้งนี้นับเป็นครั้งที่ 12 แล้ว โดยได้กำหนดจัดงานขึ้นระหว่างวันที่ 1-10 เม.ย.65 รวม 10 วัน 10 คืน ที่บริเวณสวนสาธารณะเฉลิมพระเกียรติ ร.9 หน้าศาลากลางจังหวัด และถนนเลียบชายทะเลอ่าวประจวบฯ เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยว กระตุ้นเศรษฐกิจ สร้างรายได้ให้กับประชาชนในพื้นที่ โดยได้รับความร่วมมือจากทุกภาคส่วนเป็นอย่างดี ถือเป็นก้าวแรกของจังหวัดที่จะแสดงศักยภาพในการเป็นผู้นำด้านการท่องเที่ยวในจังหวัดภาคกลางตอนล่าง เนื่องจาก จ.ประจวบฯ มีมนต์เสน่ห์หลากหลายจากชายฝั่งทะเลยาวกว่า 200 กิโลเมตร มีชายหาดสวยงามหลายแห่งตั้งแต่ อ.หัวหิน – บางสะพานน้อย โดยเฉพาะตัวเมืองประจวบฯใกล้สถานที่จัดงาน มีธรรมชาติที่งดงามริมอ่าวประจวบฯกับความยาว 8 กิโลเมตรของอ่าวโค้งวงพระจันทร์ มีอาหารซีฟู้ดใหม่สดจากทะเล นอกจากนั้นยังมีแหล่งท่องเที่ยวที่หลากหลายรอนักท่องเที่ยวมาเยือน

ภายในงานมีกิจกรรมต่างๆมากมาย นอกจากการแสดงบนเวทีกลางทุกค่ำคืนตลอดการจัดงานแล้ว มีร้านค้าผลิตภัณฑ์ชุมชน ผลผลิตทางการเกษตร ของดีแต่ละอำเภอให้เลือกซื้อจากเกษตรกรโดยตรงในราคาพิเศษ ขณะที่ไฮไลท์สำคัญของงาน มีกิจกรรมเดินตามรอยพ่อหลวง พิชิตยอดเขาช่องกระจก ถ่ายภาพ ณ จุดชมวิวบนเขาช่องกระจก ชมวิวมุมสูง 360 องศาและความงดงามของเมืองสามอ่าว พร้อมทั้งมอบใบประกาศนียบัตรให้ผู้เข้าร่วมกิจกรรม การประกวดภาพเก่าเล่าเรื่องเมืองประจวบฯเพื่อย้อนความทรงจำกลับไปในอดีต การแข่งขันชกมวยไทย การแข่งขันตะกร้อลอดห่วงจากแชมป์ระดับประเทศ การจัดนิทรรศการของส่วนราชการและสินค้า OTOP ของดีเมืองประจวบฯ ภายใต้ชื่อ “สืบสานปณิธานจากภูเขาสู่ทะเล” นิทรรศการผ้าไทยใส่ให้สนุก การจำหน่ายอาหารพื้นถิ่นที่มีชื่อเสียงของจังหวัด มีการนำสินค้าคุณภาพจากทุกพื้นที่ทั่วประเทศมาร่วมจำหน่าย และสนุกกับเครื่องเล่นนานาชนิดภายในงาน

“และเพื่อให้ประชาชนได้มีส่วนร่วมในกิจกรรมเพื่อการกุศล สำนักกาชาดจังหวัดได้จัดพิมพ์สลากกาชาดการกุศล “กาชาดช่วยเรา เราช่วยกาชาด” จำนวน 50,000 ฉบับ จำหน่ายในราคาฉบับละ 100 บาท เพื่อจัดหาทุนช่วยเหลือผู้ด้อยโอกาส ผู้ประสบภัยพิบัติ และช่วยเหลือด้านสาธารณประโยชน์ ผู้ซื้อสลากกาชาดนอกจากจะได้ร่วมทำบุญ ยังมีโอกาสลุ้นรับรางวัลใหญ่ที่ 1 รถเก๋ง MG ZS จำนวน 1 คัน รางวัลที่ 2 รถกระบะ Mitsubishi Triton จำนวน 1 คัน รางวัลที่ 3 รถเก๋ง Toyota Yaris ativ จำนวน 1 คัน รถจักรยานยนต์จำนวน 10 คัน และรางวัลอื่นๆอีกมากมาย โดยจะทำการออกรางวัลในคืนวันที่ 10 เม.ย.65 ณ เวทีกลางการจัดงาน สำหรับประชาชน ผู้สนใจสามารถซื้อสลากกาชาดการกุศลได้ที่ที่ว่าการอำเภอ หน้าเวทีกลางการจัดงาน และขอเชิญชวนประชาชนทุกท่านเข้าร่วมชมงานได้ตามวันดังกล่าว” นายเสถียร กล่าว

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ฟื้นฟูตำรายาโบราณ300ปี ถอดรหัส4ตำรับ ‘พระโอสถพระนารายณ์’ ใช้ได้จริง

Posted on April 2, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/645124

ฟื้นฟูตำรายาโบราณ300ปี ถอดรหัส4ตำรับ ‘พระโอสถพระนารายณ์’ ใช้ได้จริง

วันศุกร์ ที่ 1 เมษายน พ.ศ. 2565, 19.23 น.

‘ธรรมศาสตร์’ ฟื้นฟูตำรายาโบราณ 300 ปี ถอดรหัส 4 ตำรับ ‘พระโอสถพระนารายณ์’ ยกเครื่องให้ทันสมัย-ใช้ได้จริงในปัจจุบัน

สถาบันไทยคดีศึกษา ม.ธรรมศาสตร์ ศึกษาวิจัยตำรายา ‘พระโอสถพระนารายณ์’ อายุกว่า 300 ปี ถอดรหัส-ปรับปรุงให้เป็นปัจจุบัน เบื้องต้นสำเร็จแล้ว 4 ตำรับ “ยาทาพระเส้น-พระอังคบพระเส้นตึงให้หย่อน-น้ำมันมหาจักร-ยาหอมดุม” พร้อมบริการสังคม พิมพ์เป็นหนังสือรวบรวมองค์ความรู้ให้ผู้ที่สนใจ

รศ.โรจน์ คุณอเนก รองอธิการบดีฝ่ายการนักศึกษา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (มธ.) และอดีตผู้อำนวยการสถาบันไทยคดีศึกษา ในฐานะผู้ริเริ่มการศึกษา “ตำราโอสถพระนารายณ์” เปิดเผยว่า จากการศึกษาคัมภีร์ใบลานด้านการแพทย์ในสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราชที่ตกทอดกันมาถึงปัจจุบัน ที่รู้จักกันในชื่อของ “ตำราพระโอสถพระนารายณ์” ซึ่งมีอายุกว่า 300 ปี ของ สถาบันไทยคดีศึกษา มธ. พบว่าตำรับยาเหล่านั้นมีสรรพคุณที่ดีและเป็นประโยชน์อย่างมาก

อย่างไรก็ตาม ด้วยเป็นตำรับยาโบราณจึงทำให้คนในปัจจุบันอาจมีความเข้าใจผิดหรือมีความเข้าใจที่คลาดเคลื่อน สถาบันไทยคดีศึกษา มธ. จึงได้ทำการศึกษาและค้นคว้าสอบถามภูมิปัญญาแพทย์แผนไทยด้านสมุนไพรอย่างเป็นระบบ ตั้งแต่ปี 2552 โดยมุ่งหวังที่จะฟื้นฟูยาตามตำราพระโอสถพระนารายณ์ที่ถูกต้อง เข้าใจง่าย และเป็นปัจจุบัน

รศ.โรจน์ กล่าวว่า จนถึงขณะนี้ สถาบันไทยคดีศึกษา มธ. สามารถฟื้นฟูตำราพระโอสถพระนารายณ์ได้แล้ว 4 ตำรับ ได้แก่ ยาทาพระเส้น พระอังคบพระเส้นตึงให้หย่อน น้ำมันมหาจักร และยาหอมดุม พร้อมกันนี้ สถาบันไทยคดีศึกษายังได้จัดพิมพ์หนังสือ “สืบสานภูมิปัญญา ตำราโอสถพระนารายณ์” ที่แสดงถึงรายละเอียดของการประกอบยาทั้งสี่ตำรับดังกล่าวให้แก่ผู้ที่สนใจด้วย

รศ.รุ่งระวี เต็มศิริฤกษ์กุล คณะเภสัชศาสตร์ มธ. กล่าวถึงสรรพคุณของยาทั้ง 4 ตำรับ ได้แก่ 1. ยาทาพระเส้น ซึ่งใช้สำหรับทาแก้เส้นผิดปกติ แก้ลมอัมพาต แก้ลมปัตฆาฏ แก้ตะคริว แก้เส้นจับโปง หรืออาการปวดบวมแดงร้อนที่ข้อเข่าและข้อเท้า แก้เมื่อยขบ 2. พระอังคบพระเส้นตึงให้หย่อน ซึ่งเป็นลูกประคบมีสรรพคุณใช้ประคบเส้นที่ตึงให้หย่อนหรือผ่อนคลายลง ใช้ประคบให้คลายเครียดและหลับสบาย

3. น้ำมันมหาจักร ซึ่งมีสรรพคุณจากคุณสมบัติเฉพาะของเครื่องยาแต่ละชนิด จึงอนุมานได้ว่าน้ำมันมหาจักรน่าจะมีประสิทธิผลในการลดอาการปวดเมื่อยได้จากฤทธิ์ของยาในการลดอาการอักเสบ และยังสามารถรักษาแผล จากฤทธิ์ต้านเชื้อแบคทีเรีย ฤทธิ์ลดการอักเสบ เร่งการหายของแผล 4. ยาหอมดุม บรรเทาอาการไข้ ร่วมกับกระหายน้ำ ปวดศีรษะ ปวดเมื่อย เจ็บตามข้อซึ่งเป็นอาการของไข้หวัด ไข้หวัดใหญ่

ผศ.ดร.เสาวธาร โพธิ์กลัด ผู้อำนวยการสถาบันไทยคดีศึกษา มธ. กล่าวว่า สถาบันไทยคดีศึกษา มธ. ก่อตั้งเมื่อปี พ.ศ. 2514 ในชื่อ “โครงการไทยคดีศึกษา” มีวัตถุประสงค์เมื่อแรกตั้งคือ เพื่อส่งเสริมการวิจัยค้นคว้าเกี่ยวกับสังคมไทย เพื่อส่งเสริมการเรียบเรียงตำราที่เกี่ยวกับสังคมไทย เพื่อสร้างผู้เชี่ยวชาญในเรื่องของสังคมไทยที่จะไปทำการค้นคว้าและสอน และเพื่อเผยแพร่ความรู้เกี่ยวกับสังคมไทยแก่ประชาชนทั่วไป ต่อมาในปี พ.ศ. 2518 โครงการไทยคดีศึกษาได้รับการยกฐานะขึ้นเป็น “สถาบันไทยคดีศึกษา” มีฐานะเทียบเท่าคณะวิชา ทำหน้าที่เป็นสถาบันเพื่อการวิจัยของ มธ. และได้รับการยกระดับมาจนถึงปัจจุบัน ที่มุ่งให้ความสำคัญต่อการสร้างงานวิจัย การบริการวิชาการแก่สังคมเพื่อสนับสนุนการเป็นสังคมแห่งการเรียนรู้. -008 

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

‘หลวงพ่อพุธ’ เล่านิทานสวด ‘อิติปิโส ภะคะวือ’ ก้อนหินที่อยู่ในบาตรกลายเป็นข้าวมธุปายาส

Posted on April 2, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/645118

'หลวงพ่อพุธ' เล่านิทานสวด 'อิติปิโส ภะคะวือ' ก้อนหินที่อยู่ในบาตรกลายเป็นข้าวมธุปายาส

วันศุกร์ ที่ 1 เมษายน พ.ศ. 2565, 19.20 น.

นึกถึงนิทานย่อๆ ที่ครูบาอาจารย์ท่านเคยเล่าให้ฟังเสมอ หลวงตาพรอาจารย์ของหลวงพ่อนักธรรมตรีก็ไม่ได้ สอนลูกศิษย์ลูกหาก็ไม่มีปฏิภาณโวหาร แต่ว่าลูกศิษย์สอบได้นักธรรมตรี โท เอก ท่านกลัวว่าลูกศิษย์จะลบหลู่ดูหมิ่นท่านหรืออย่างไรก็ไม่รู้ล่ะ แต่ท่านก็เล่านิทานอันนี้ให้ฟังอยู่บ่อยๆ ท่านบอกว่า

มีครูบาอาจารย์สำนักหนึ่งสอนลูกศิษย์ให้ภาวนา อิติปิโส ภะคะวือ แล้วลูกศิษย์ที่ยังไม่มีความรู้กว้างขวาง ก็ปฏิบัติตามครูบาอาจารย์อย่างคนว่าง่าย แต่มาภายหลังลูกศิษย์เหล่านั้นมีโอกาสได้ไปศึกษาเล่าเรียนในต่างสำนัก บางท่านก็ได้เป็นมหาเปรียญกลับมา ทีนี้บรรดาลูกศิษย์ทั้งหลาย ก็ไปค้นคว้าตำรับตำราหาคำว่า อิติปิโส ภะคะวือ ไม่มีเลย

ทีนี้พอกลับมาแล้ว ก็มาปรึกษาหารือว่าอาจารย์ของเรานี้ เข้าใจผิดซะแล้วล่ะ พวกเราต้องมาช่วยกันแก้ทิฏฐิของอาจารย์ มีอย่างที่ไหน อิติปิโส ภะคะวือ มาสอนกัน มันไม่มีในตำราสักหน่อยหนึ่งเลย พอกลับมาก็เข้าไปกราบอาจารย์ “อาจารย์ๆ สอนพวกเราว่า อิติปิโส ภะคะวือ นี้สอนผิดซะแล้วล่ะ ควรแก้ใหม่ พวกเราไปค้นตำรับตำรากันหมดพระไตรปิฎกแล้ว ไม่เจอคำว่า อิติปิโส ภะคะวือ กันสักแห่งเลย อาจารย์เอาที่ไหนมาว่าก็ไม่รู้ล่ะ”

ทีนี้อาจารย์ท่านก็บอกว่า “เราก็ปฏิบัติของเรามาอย่างนี้ ของพวกท่าน อิติปิโส ภะคะวา ก็คืออิติปิโส ภะคะวา ไปซิ จะมาให้ผมเลิก อิติปิโส ภะคะวือ นี้มันเป็นไปไม่ได้หรอกเพราะผมปฏิบัติมานานแล้ว” ลงผลสุดท้ายอาจารย์กับลูกศิษย์เถียงกันไม่ตก ก็เลยต้องแยกทางกัน อาจารย์บอกว่า “เออ ! ถ้า อิติปิโส ภะคะวา ของท่านทั้งหลายถูกต้อง พวกท่านพากันอยู่วัดเสีย ผมจะไปภาวนา อิติปิโส ภะคะวือ ของผมบนภูเขาโน้น” ว่าแล้วท่านก็เตรียมบริขารของท่านไปอยู่บนเขา

ฝ่ายลูกศิษย์อยู่ทางวัด ข้อวัตรปฏิบัติก็ย่อหย่อน แล้วประชาชนทั้งหลายก็เสื่อมศรัทธาไม่มีความเลื่อมใส เพราะว่าพระภิกษุไม่สำรวมในสิกขาบทวินัย ไม่เคร่งครัดในข้อวัตรปฏิบัติ เขาไม่มีศรัทธา ไม่มีใครทำบุญก็พากันอดอยากเกิดความเดือดร้อน แล้วก็พากันคิดถึงครูบาอาจารย์ ก็มาปรึกษาตกลงกันว่า เราจะไปอาราธนาอาจารย์ของเรากลับคืนมา ว่าแล้วก็พากันไป ขึ้นไปบนภูเขาที่อาจารย์ท่านพักอยู่ พอไปถึงก็พากันไปกราบอาจารย์ อาจารย์ก็เดินจงกรมเฉย

ทีนี้ลูกศิษย์ก็กราบเรียนท่าน ท่านก็หันหน้ามา ลูกศิษย์องค์หัวหน้าก็กราบเรียนท่านว่า “พวกเรามาขอพักกับอาจารย์สักคืนหนึ่ง” “เออ ! ที่พักที่นี้กุฏิก็ไม่มี มีแต่ร่มไม้กับพลาญหิน เสื่อหมอนก็ไม่มี มีแต่ก้อนหินกับใบไม้นั้นแหละ พวกท่านต้องการที่ไหนเป็นที่สบายก็นิมนต์จัดหาเอาเอง” พอเสร็จแล้วพระทั้งหลายก็พากันจัดที่พักผ่อนหลับนอนตามอัธยาศัย

พอตื่นเช้าขึ้นมา อาจารย์ก็เดินจงกรมเฉย จนกระทั่ง ๑๑ โมง มันเพลแล้วยังไม่พาบิณฑบาตเลย “อาจารย์เมื่อไหร่จะพาออกบิณฑบาตซักที” “ฮือ ! หิวแล้วหรือ” “หิวแล้วล่ะ” “อ้าว ! ถ้าหิวก็เก็บก้อนหินใส่บาตร” พอเก็บก้อนหินใส่บาตรมา มาประเคนอาจารย์ อาจารย์ก็นั่งหลับตาลง ก็เพ่งลงในบาตร แล้วท่านก็สวด อิติปิโส ภะคะวือ อิติปิโส ภะคะวือ ก้อนหินที่อยู่ในบาตรกลายเป็นข้าวมธุปายาส อันหอมตลบไปทั่วทุกทิศทุกทาง พอเสร็จแล้วก็ยื่นมาให้พวกลูกศิษย์ “อ้าว ! เอาไปฉันซะ” ทีนี้พระทั้งหลายก็พากันฉัน ฉันเสร็จแล้วก็พักผ่อนตามอัธยาศัย

พอวันหลังมาลูกศิษย์ก็พากันไปกราบอาจารย์ “อาจารย์ๆ วันนี้พวกเราขอทดลองดูหน่อยนะ” “เออ ! ตามใจ” พอเสร็จแล้วต่างคนก็ต่างเก็บก้อนหินใส่เข้าไปในบาตรแล้วก็ไปนั่งบริกรรมภาวนา อิติปิโส ภะคะวือๆๆ จิตมันก็ไม่เป็นสมาธิสักที อิติปิโส ภะคะวือ นึกขึ้นมาเมื่อไหร่มันก็ไม่เป็นสมาธิสักที ลืมตาขึ้นมาก้อนหินก็คงเป็นก้อนหินโค่โร่อยู่อย่างเก่า ผลสุดท้าย ๑๑ โมงถึงเวลาฉัน ยอมจำนนเข้าไปกราบอาจารย์ “โอ๊ย ! อาจารย์ไม่ไหวแล้ว ท่องมาจนเมื่อยแล้วไม่เห็นเป็นข้าวมธุปายาสสักที” “หือ ! อ้าว ! เอาบาตรมาตั้งเรียงกัน” ตอนนี้อาจารย์แสดงปาฏิหาริย์ใหญ่เลย เอามือไปแตะบาตรเท่านั้นแหละ ในบาตรควันตลบขึ้นมากลายเป็นข้าวมธุปายาส

ทีนี้พอตกตอนเย็นมา อาจารย์ก็เรียกมาประชุมกัน ท่านก็เทศน์ให้ฟัง ท่านบอกว่า อิติปิโส ภะคะวือ หรือ อิติปิโส ภะคะวา นี่นะมันเป็นแต่เพียงคำบริกรรมภาวนาเท่านั้นเองแหละ เมื่อก่อนนี้ผมก็ภาวนาอิติปิโส ภะคะวา เหมือนกัน พอภาวนาไป ภาวนาไป จิตมันเคลิ้มๆ ลงไปสักหน่อยหนึ่งคำว่า อิติปิโส ภะคะวือ มันก็โผล่ขึ้นมา ผมก็เลยจับเป็นอารมณ์ภาวนาเรื่อยมา จนกระทั่งได้สมาธิ ได้ญาณ สามารถเสกก้อนหินเป็นข้าวกินได้

เพราะฉะนั้น พวกท่านจะไปสำคัญมั่นหมายอะไรกับคำบริกรรมภาวนา ท่านจะเอาคำไหนมาบริกรรมภาวนาก็ได้ทั้งนั้น ขอแต่ว่าให้เราจริงใจอดทน พากเพียรพยายามเท่านั้นเป็นพอ

ทีนี้ถ้าจะพิจารณาตามนิทานย่อๆ นี้ เราก็ไม่น่าจะไปสงสัยข้องใจกับคำบริกรรมภาวนา ภาวนาพุทโธไม่หยุด จิตมันก็เป็นสมาธิได้ สัมมา อรหัง ไม่หยุด จิตมันก็เป็นสมาธิได้ ยุบหนอ พองหนอ ไม่หยุด จิตมันก็เป็นสมาธิได้ เพราะฉะนั้นญาติโยมทั้งหลายอย่าไปข้องใจสงสัยในเรื่องคำภาวนา หรืออารมณ์จิตในการภาวนา 

……………………….

คัดลอกจาก http://www.dhammajak.net/board/viewtopic.php?t=9977 พระราชสังวรญาณ (หลวงพ่อพุธ ฐานิโย) วัดป่าสาลวัน อ.เมือง จ.นครราชสีมา

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, ธรรมะ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, ธรรมะ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

หลากหลายชีวิตแสนเข็ญหญิงไทยในต่างแดน กลายเป็น’คนต่างด้าว’

Posted on April 2, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/645090

หลากหลายชีวิตแสนเข็ญหญิงไทยในต่างแดน กลายเป็น'คนต่างด้าว'

วันศุกร์ ที่ 1 เมษายน พ.ศ. 2565, 17.53 น.

เผยหลากหลายชีวิตแสนเข็ญหญิงไทยในต่างแดน-สละสัญชาติไทยแต่งงานกับชาวไต้หวันแต่ทะเลาะกันก่อนกลายเป็นคนต่างด้าวของทุกรัฐมา 27 ปี ขณะที่แม่เฒ่าไทยแต่งงานกับชาวเยอรมันมา 50 ปี แต่ถูกห้ามทำพาสปอร์ตไทยต่อเพียงเพราะไม่ได้ต่อบัตรประชาชนทั้งๆที่ไม่เคยมีปัญหา นักวิชาการแนะข้าราชการทำงานเชิงรุก

เมื่อวันที่ 1 เมษายน 2565 บงกช นภาอัมพร นักศึกษาปริญญาเอก คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยเมลเบิร์น ซึ่งกำลังศึกษาประเด็นคนไทยไร้สัญชาติในต่างประเทศ เปิดเผยว่า ขณะนี้มีคนไทยในต่างประเทศจำนวนไม่น้อยกำลังประสบความยากลำบากเพราะตกอยู่ในสุญญากาศของรัฐ จากคนไทยกลายเป็นคนไร้สัญชาติในขณะอยู่ต่างประเทศ และอีกหลายคนแม้จะยังมีสัญชาติไทยแต่ก็ไม่ได้รับคุ้มครองอย่างที่ควรจะเป็น  

อย่างกรณีของสุดารัตน์ ไชยฝาง หญิงชาวมูเซอแดง วัย 45 ปี จากอำเภอปางมะผ้า จังหวัดแม่ฮ่องสอน ซึ่งเป็นอดีตคนสัญชาติไทยที่ปัจจุบันกลายเป็นคนไร้สัญชาติอยู่ที่ไต้หวัน

บงกช กล่าวว่า ปี 2537 ตอนสุดารัตน์อายุได้ 17 ปีได้ถูกจับแต่งงานกับหนุ่มชาวไต้หวันที่ไม่เคยรู้จักกันมาก่อน และต้องเดินทางมาอยู่ตัวคนเดียวในต่างแดนซึ่งต้องเรียนรู้โลกใหม่ที่ไม่รู้จัก แม้กระทั่งสามีตัวเอง ก็เพิ่งได้ทำความรู้จักกันเพียงแค่ 6 เดือนก่อนออกเดินทาง จากวันนั้นถึงวันนี้ เป็นเวลากว่า 27 ปีในไต้หวัน หลายอย่างในชีวิตเธอผิดพลาดไม่ได้เป็นดังที่ตั้งใจ

บงกช กล่าวว่า เมื่อปี 2545 สุดารัตน์ได้ยื่นขอสละสัญชาติไทยเพื่อจะขอสัญชาติไต้หวันตามสามี และรัฐไทยออกประกาศกระทรวงมหาดไทยให้เธอสละสัญชาติไทยได้ เพราะเข้าใจว่าสุดารัตน์ได้ถือสัญชาติไต้หวันแล้ว แต่ในความจริงไม่ได้เป็นเช่นนั้น ในปีเดียวกันไม่นานหลังจากยื่นขอสละสัญชาติไทย สุดารัตน์ทะเลาะกับสามีอย่างรุนแรงจนต้องหนีออกจากบ้านตัวเปล่าและถูกสามีฟ้องหย่าก่อนที่จะได้เข้าถือสัญชาติไต้หวัน ทุกวันนี้สุดารัตน์จึงไม่มีสัญชาติทั้งไทยหรือไต้หวันและต้องอยู่อย่างยากลำบาก

บงกช กล่าวว่า อีกกรณีคือ ธิพรดา มงคล หรือ เพ็ญ หญิงชาวสระบุรี อายุ 56 ปี ซึ่งพบรักกับสามีชาวไต้หวันตั้งแต่ที่เธอไปทำงานที่ไต้หวันครั้งแรกราวปี 2542 ทั้งคู่แต่งงานและอยู่กินกันอย่างราบรื่น โดยเพ็ญยื่นเรื่องขอสละสัญชาติไทยและขอถือสัญชาติไต้หวันตามสามี ภายหลังจากที่เพ็ญเข้าถือสัญชาติไต้หวันได้เพียงไม่กี่ปี สามีก็ได้เสียชีวิตลงเมื่อปี 2551 จากนั้นโศกนาฏกรรมต่างๆ ก็ถาโถมเข้าหาเธอ

นักศึกษาปริญญาเอกผู้นี้ กล่าวว่า ในจังหวัดที่เพ็ญอยู่มีคดีความการแต่งงานปลอมระหว่างหญิงไทยและชายไต้หวัน ซึ่งมีบุคคลไม่หวังดีอ้างว่าเพ็ญคือ1 ในเคสแต่งงานปลอม อัยการไต้หวันได้มีคำสั่งว่าการแต่งงานระหว่างเพ็ญและสามีเป็นการแต่งงานปลอม และต่อมาสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง(ตม.)ไต้หวันมีคำสั่งยกเลิกการอนุญาตให้เพ็ญถือสัญชาติไต้หวัน เธอเล่าให้ฟังว่าเจ้าหน้าที่อำเภอทำลายบัตรประชาชนชนไต้หวันต่อหน้าทันที แม้ว่าจะยังไม่เคยเห็นว่าศาลได้มีคำพิพากษาถึงที่สุดให้ถอนสัญชาติเธอแต่อย่างใด เพ็ญพยายามร้องทุกข์และอุทธรณ์แต่ทุกอย่างก็ไม่เป็นผล เธอยังคงใช้นามสกุลสามีและดูแลครอบครัวสามีมาตลอดจนปัจจุบันแม้สามีจะเสียชีวิตไปแล้ว แต่ดูโชคชะตาไม่เข้าข้างเลย

“ความโหดร้ายที่เกิดขึ้น เป็นเวลากว่า 20 ปี ทั้งสุดารัตน์และเพ็ญตกเป็นคนไร้สัญชาติ กลายเป็นคนต่างด้าวในสายตาของทั้งรัฐไทยและรัฐไต้หวัน ซึ่งเอาจริงๆพวกเธอก็กลายเป็นคนต่างด้าวในสายตาของทุกรัฐในโลกไปแล้วเช่นกัน ด้วยความไม่รู้กฎหมายและอาจจะเชื่อคำแนะนำจากคนที่ฉวยโอกาสเอารัดเอาเปรียบคนเปราะบางอย่างที่มีในทุกที่ทั่วโลก สุดารัตน์ไม่ได้ไปยื่นขอใบต่างด้าวตามสิทธิที่ควรจะได้ แต่กลับอาศัยอยู่อย่างผิดกฎหมายเรื่อยมา เธอเองก็ไม่เคยเข้าใจว่าเธอมีสิทธิที่จะขอกลับคืนสัญชาติไทย ในกรณีของเพ็ญแม้จะอยู่ในสถานะที่ดีกว่าเพราะได้ไปทำเรื่องอาศัยอยู่ในไต้หวันอย่างถูกต้องตามกฎหมาย แต่การยื่นมือเข้ามาของภาครัฐก็ยังช้าเกินไป เธอต้องรับกรรมในสิ่งที่เธอไม่ได้ทำ ความยุติธรรมยังไม่เกิดขึ้นสำหรับเพ็ญ” บงกช กล่าว

บงกช กล่าวว่า อีกกรณีจากประเทศเยอรมนีซึ่งได้รับการร้องทุกข์เข้ามาโดยผ่าน ดร.พัทยา เรือนแก้ว นักกฎหมายตีนเปล่าที่ให้ความช่วยเหลือคนไทยในประเทศเยอรมนี คือ กรณี นางนัยนา เมลลิเอส หรือ คุณยายอัญญา วัย 78 ปี หญิงไทยที่ได้สมรสและอยู่กินกับสามีชาวเยอรมันเป็นเวลาเกือบ 50 ปีในประเทศเยอรมนี โดยคุณยายอัญญา ถือสัญชาติไทยเพียงสัญชาติเดียว เพราะไม่เคยร้องขอแปลงสัญชาติเป็นเยอรมัน คุณยายเคยถ่ายบัตรประชาชนตอนอายุ 16 ปี แค่ครั้งเดียว แต่ก็ไม่เคยประสบปัญหาอะไร เพราะยังถือพาสปอร์ตไทยมาโดยตลอด จนกระทั่งในช่วงการระบาดของโควิด-19 คุณยายไม่สามารถไปต่อพาสปอร์ตได้ แต่เมื่อไปขอต่อภายหลังที่สถานการณ์ดีขึ้นกลับถูกปฏิเสธ เพราะไม่มีบัตรประชาชนไปแสดง และได้หนังสือเดินทางฉุกเฉินมาแทน เพื่อให้เดินทางกลับไปประเทศไทยขอต่อบัตรประชาชนและทำหนังสือเดินทางใหม่ ถึงค่อยเดินทางกลับมาประเทศเยอรมนี

“คุณยายอัญญาไม่เคยเสียสัญชาติไทย ไม่ได้เป็นคนไร้สัญชาติ แต่กลับตกอยู่ในสถานการณ์ไม่ต่างจากคนไร้สัญชาติ เพราะไม่ได้รับการคุ้มครองจากทางรัฐไทยตามสมควร มันดูไม่ค่อยจะสมเหตุสมผลเท่าไหร่ที่เราจะให้ผู้สูงอายุวัย 78 ปี เดินทางข้ามทวีปกลับมายังประเทศไทยเพื่อจัดการในสิ่งเหล่านี้ เราน่าจะเข้าใจสถานการณ์คนข้ามชาติได้แล้ว เราอยู่ในยุคที่มีสิ่งอำนวยความสะดวกเต็มไปหมด เราควรจะใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีในการดูแลคนของเรามิใช่หรือ” บงกช กล่าว

รศ.ดร.พันธุ์ทิพย์ กาญจนะจิตรา สายสุนทร อาจารย์คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ กล่าวว่า เมื่อฟังได้ว่า ทั้ง 3 คนเป็นมีสิทธิในสัญชาติไทยโดยการเกิดซึ่งหลักกฎหมายระหว่างประเทศไทยนั้น รัฐไทยจึงมีหน้าที่ดูแลแก้ไขปัญหาความไร้สัญชาติให้แก่ทั้ง 3 กรณีที่เกิดขึ้นไม่มีปัญหาในระดับกฎหมายไทยเลย เพียงแต่ในระดับการปฏิบัติหน้าที่เท่านั้น ซึ่งเมื่อไม่มีการทำงานเชิงรุก และเจ้าของปัญหาก็น่าจะไม่สามารถเข้าใจในข้อกฎหมายในเรื่องนี้ อีกทั้งในบางกรณียังไปเชื่อคนที่สนับสนุนให้ทำสิ่งที่ไม่ชอบด้วย ปัญหาจึงดำรงอยู่มาเป็น 10 ปี

รศ.ดร.พันธุ์ทิพย์ กล่าวว่า กรณีของเพ็ญธิพรดานั้น มีการยื่นคำขอกลับคืนสัญชาติไทยแล้วที่สถานกงสุลไทยในไต้หวันในราวปลายเดือนกุมภาพันธ์ ก็คาดว่าในราวไม่เกินเดือนพฤษภาคมนี้ เธอก็คงกลับคืนมาถือสัญชาติไทย ส่วนกรณีของสุดารัตน์ ซึ่งเข้าใจปัญหาของตนเองน้อยมาก และแวดล้อมไปด้วยคนที่แนะนำให้จมอยู่กับปัญหาเดิมๆ จึงไม่ยื่นขอกลับคืนสัญชาติไทยในช่วงแรกที่มีการหารือกันเรื่องนี้แต่เมื่อเธอเริ่มเข้าใจ เจ้าหน้าที่ของสถานกงสุลก็แนะนำให้ไปยื่นคำขอในประเทศไทย  ดังนั้น ปัญหานี้ ก็คงใช้เวลาอีกพอสมควรขึ้นอยู่กับทัศนคติในการทำงานเชิงรุกของเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องว่าดีหรือไม่

รศ.ดร.พันธุ์ทิพย์ กล่าวว่า ส่วนกรณีของคุณยายอัญญา ซึ่งถูกปฏิเสธสิทธิโดยระเบียบของกระทรวงการต่างประเทศ ที่จะไม่ทำหนังสือเดินทางให้ หากไม่มีบัตรประชาชนที่ยังมีผล  ซึ่งเป็นการเปลี่ยนวิธีทำงาน ไปจากเดิมที่ปฏิบัติอยู่ โดยไม่คำนึงถึงผลกระทบอันเกิดแก่ผู้สูงวัยที่ไม่เข้าใจเหตุผลทางเทคโนโลยีมากนัก และเริ่มมีปัญหาสุขภาพ อันเนื่องจากความชราแล้ว

“ปัญหาของคนที่สามจึงเกิดจากทั้งการไม่ทำงานเชิงรุกของเจ้าหน้าที่ของสถานกงสุลไทยที่เกี่ยวข้องและทัศนคติของราชการไทยที่มองไม่เห็นคนเปราะบางดังคุณยายอัญญา เมื่อเหล่าคนไทยในเยอรมนีร้องขอความช่วยเหลือมา ก็มีการทำหนังสือแจ้งปัญหาเพื่อคุณยายอัญญาตั้งแต่วันที่ 28 มีนาคม พ.ศ.2565 ไปยังอธิบดีของกรมที่เกี่ยวข้องแล้ว 3 กรม คือ กรมการปกครอง  กรมการกงสุล และกรพัฒนาสังคมและสวัสดิการ แล้ว หากไม่มีการจัดการใดๆ ภายใน 30 วัน  สิ่งที่คุณยายอัญญาจะทำได้ ก็คือ การร้องขอให้ศาลปกครองคุ้มครองชั่วคราว กรณีของคุณเพ็ญธิพรดาและคุณสุดารัตน์แห่งประเทศไต้หวัน ก็เช่นกัน หากมีการยื่นคำขอกลับมาถือสัญชาติไทยแล้ว ก็อาจร้องขอศาลปกครองมาคุ้มครองได้  หากกรมการกงสุลและกรมการปกครองไม่จัดการตามสมควร” รศ.ดร.พันธุ์ทิพย์ กล่าว

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

‘ร้อน-แล้ง’ซ้ำเติมผลผลิตไข่ลด15% ผู้เลี้ยงครวญแบกต้นทุน ถอดใจเลิกอาชีพแล้ว10%

Posted on April 1, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/645097

‘ร้อน-แล้ง’ซ้ำเติมผลผลิตไข่ลด15% ผู้เลี้ยงครวญแบกต้นทุน ถอดใจเลิกอาชีพแล้ว10%

วันศุกร์ ที่ 1 เมษายน พ.ศ. 2565, 18.20 น.

‘ผู้เลี้ยงไก่ไข่’ครวญอากาศร้อน-แล้ง ทำผลผลิตไข่เสียหาย-ปริมาณน้อยกว่าปกติ ถอดใจเลิกอาชีพแล้ว10% ร้องรัฐปล่อยราคาตามกลไกตลาด

1 เมษายน 2565 นางพเยาว์ อริกุล นายกสมาคมการค้าผู้เลี้ยงไก่ไข่รายย่อยภาคกลาง เปิดเผยว่า ปัญหาสภาพอากาศร้อนและแล้ง ทำให้แม่ไก่เครียด กินอาหารน้อย แม่ไก่จะมีไข่ไก่แตกในท้อง และมีไก่ตายวันละ 5-10 ตัว เปอร์เซ็นต์ไข่ที่ได้จะลดลง 10-15% คือ จากที่เคยมีอัตราการให้ไข่เฉลี่ยที่ 80% เหลือเพียง 60-65% ส่งผลให้มีเปอร์เซ็นต์ไข่ที่ได้ช่วงนี้มีจำนวนลดน้อยลงจากปกติ ผู้เลี้ยงขอให้ภาครัฐเข้าใจเกษตรกร และปล่อยให้ราคาไข่ไก่เป็นไปตามกลไกตลาด เพราะขณะนี้เกษตรกรต้องแบกรับภาระการผลิตที่สูงขึ้น เนื่องจากข้าวโพดเลี้ยงสัตว์สูงขึ้นมากอย่างที่ไม่เคยเจอ ขณะที่ต้นทุนการเลี้ยงจากวัตถุดิบอาหารสัตว์ถือเป็นต้นทุนหลักที่ 70-80% 

“ปัญหาต้นทุนการเลี้ยงที่สูงเป็นประวัติการณ์นี้ ทำให้ขณะนี้เกษตรกรผู้เลี้ยงตัดสินใจเลิกอาชีพไปแล้ว 10% เพราะไม่สามารถแบกรับภาระการขาดทุนต่อไปได้ สำหรับสภาพอากาศที่ร้อนมากขณะนี้แม่ไก่ไข่กินอาหารน้อย ทำให้ได้รับสารอาหารไม่เพียงพอ ส่งผลต่อผลผลิตไข่ที่ได้ ซึ่งจะมีเปลือกไข่ช่วงนี้บางกว่าปกติ ง่ายต่อการร้าว และแตกได้ง่าย ทำให้มีสภาพไข่ไก่สมบูรณ์พร้อมขายเพียงกว่า 60 เปอร์เซ็นต์ และผลผลิตไข่ไก่ที่ได้ในช่วงนี้ส่วนใหญ่จะเป็นขนาดกลาง-เล็ก ทำให้ผู้เลี้ยงขายไข่ได้ราคาลดลงไปด้วย” นางพเยาว์ กล่าว

นายกสมาคมการค้าผู้เลี้ยงไก่ไข่รายย่อยภาคกลาง กล่าวด้วยว่า ปัจจุบันราคาไข่ที่ขายไม่มีความสมดุล เพราะไม่สามารถขายในราคาสะท้อนต้นทุนที่แท้จริง และในสภาพอากาศร้อนขณะนี้ ทำให้ไก่เครียด แทบไม่กินอาหาร ขนาดของไข่ไก่ที่ออกมาในช่วงนี้จึงมีเพียงขนาดกลางถึงเล็กที่เบอร์ 3-4-5 เท่านั้น จากปกติมีไข่ไก่ 6 ขนาด คือ เบอร์ 0 ใหญ่สุด และเบอร์ 5 เป็นขนาดเล็กสุด 

“สถานการณ์ภัยแล้ง ทำให้ผู้เลี้ยงต้องมีค่าใช้จ่ายค่าไฟเพิ่มขึ้นจากการต้องเปิดระบบน้ำพ่นฝอย เพื่อลดความร้อนภายในโรงเรือน รวมถึงระบบน้ำและพัดลมระบายอากาศของโรงเรือน ช่วงนี้เกษตรกรต้องรับภาระค่าใช้จ่ายที่สูงขึ้น จากค่าไฟที่เพิ่มขึ้นประมาณ 10%  จึงอยากให้ทุกภาคส่วน รวมถึงผู้บริโภคเข้าใจเกษตรกรด้วย” นางพเยาว์ กล่าว

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

หลานเนรคุณ!! ทำทีพายาย73ปีมาแจ้งความ ที่แท้แอบถอนเงินไปเล่นพนันเกลี้ยงบัญชี

Posted on April 1, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/645059

หลานเนรคุณ!! ทำทีพายาย73ปีมาแจ้งความ ที่แท้แอบถอนเงินไปเล่นพนันเกลี้ยงบัญชี

วันศุกร์ ที่ 1 เมษายน พ.ศ. 2565, 16.22 น.

1 เมษายน 2565 ที่ห้องรับแจ้งความ สภ.เมืองอุดรธานี ร.ต.ท.ณัฐกานต ดาวฤกษ์ พนักงานสอบสวน สภ.เมืองอุดรธานี ได้รับแจ้งความากนางสมศรี วอแพง อายุ 73 ปี พร้อม น.ส.เกสิรินทร์ วอแพง อายุ 27 ปี หลานสาวอยู่บ้านเลขที่ 18/2 ถนนเบญจางค์ ตำบลหมากแข้ง อำเภอเมือง จังหวัดอุดรธานี หลานสาว ได้ความแจ้งความร้องทุกข์ว่า เงินถูกถอนออกจากบัญชีโดยไม่ทราบสาเหตุทำให้ได้รับความเสียหายเป็นจำนวนเงิน 757,276 บาท จึงแจ้งความหาตัวคนร้าย เพื่อดำเนินการตามกฎหมาย โดยหลังแจ้งความผู้เสียหายได้เข้าพบกับเจ้าหน้าที่ตำรวจสืบสวนเมืองอุดรธานี และตรวจสอบปากคำไม่นานก็สามารถรู้ตัวคนร้านที่เอาเงินไป คือหลานสาวแท้ของยายที่พามาแจ้งความนั่นเอง

นางสมศรี วอแพง อายุ 73 ปี เปิดเผยว่า เช้าวันนี้หลานสาวได้พาตนเองให้ไปช่วยกดเงินที่หน้าธนาคารเพื่อที่จะนำเงินสดมาจ่ายค่าน้ำ ค่าไฟ และค่ามัดจำที่ดิน แต่กลับมารู้ว่าเงินในบัญชีที่มีอยู่ 757,276 บาท หายไปหมด จึงขึ้นไปพบเจ้าหน้าที่ธนาคารเพื่อขอหลักฐานการเงินจากธนาคาร และจะนำไปแจ้งความกับตำรวจ โดยมีหลานสาวช่วยเป็นธุระ “ตอนแรกไม่คิดว่าหลานสาวจะเป็นเอาเงินไป ภายหลังแจ้งความตำรวจเค้นสอบอยู่ไม่นานก็รู้ความจริงว่าหลานสาวเป็นคนเอาไป ซึ่งหลานก็รับสารภาพว่าตนเป็นคนต่อไปเอง โดยนำเงินจำนวนทั้งหมดไปเล่นการพนันออนไลน์” 

หลังรู้ว่าหลานเป็นคนเอาไปตนรู้สึกเสียใจมากและโกรธมาก ขอให้ตำรวจดำเนินคดีตามกฎหมายให้ถึงที่สุด ทำไมถึงได้เนรคุณแบบนี้ หลานคนนี้ตนเองเลี้ยงมาตั้งแต่เกิดจนหลานมีเหลนมี 2 คน เหลน 2 คน หลานก็ไม่เคยเลี้ยงมีแต่ตนที่เป็นคนเลี้ยง สามีของหลานก็เพิ่งออกจากคุกมา โดยสามีหลานเขาติดคุกมาแล้ว 5 ปี

สำหรับเงินจำนวนดังกล่าว ลูกสาวที่อยู่ต่างประเทศส่งมาให้เก็บไว้เพื่อใช้ซื้อที่และปลูกบ้านให้กับตนเอง หลานและเหลนๆที่ตนเลี้ยงอยู่ เพราะตนอยู่บ้านเช่ามานานแล้ว ลูกสาวเห็นทนเห็นอยู่บ้านเช้ามานานแล้วจึงอยากให้มีบ้านเป็นของตัวเอง แต่หลานก็มาแอบนำเงินจำนวนนี้ไปใช้เล่นการพนันออนไลน์จนหมด ตอนนี้อยากได้เงินคืนแต่คิดว่าคงไม่ได้คืน หลานทำผิดนี้ตนจะไม่ปล่อยไว้ คงจะต้องให้มีการดำเนินการทางกฎหมาย

นางสมศรี บอกอีกว่า เอกสารทางการเงินต่างๆ ตนเองจะเก็บไว้ภายในกระเป๋าถือ บางทีก็เข้าห้องน้ำ บางทีก็ทำกับข้าว คาดว่าหลานสาวใช้โอกาสนี้แอบถอนเงินสดไป ทั้งนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจบอกว่าเงินจำนวนที่หายไปถูกนำออกโดยผ่านแอปพิเคชั่นทางมือ และจากการสอบสวนเบื้องต้นหลานสาวของคุณยายยอมรับสารภาพว่า นำเงินไปเล่นพนันออนไลน์จนหมด แต่ยังไม่บอกว่าเงินทั้งหมดใช้ไปแล้วเท่าไรและยังมีเหลืออยู่เท่าไร เมื่อยายยืนยันจะดำเนินคดีกับหลานสาว ทางตำรวจก็ได้แจ้งข้อหา “ลักทรัพย์” ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป. 012

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

อธิบดีกรมโยธาฯแจงปมแพริมแม่น้ำแม่กลองท่าน้ำตลาด 119 ปีเจ็ดเสมียนทรุด

Posted on April 1, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/645036

อธิบดีกรมโยธาฯแจงปมแพริมแม่น้ำแม่กลองท่าน้ำตลาด 119 ปีเจ็ดเสมียนทรุด

วันศุกร์ ที่ 1 เมษายน พ.ศ. 2565, 15.29 น.

อธิบดีกรมโยธาธิการและผังเมือง ชี้แจงโครงการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวเชิงศิลปวัฒนธรรมและศูนย์บริการสารสนเทศ กิจกรรมปรับปรุงภูมิทัศน์ตลาด 119 ปี เจ็ดเสมียน ตำบลเจ็ดเสมียน อำเภอโพธาราม จังหวัดราชบุรี (ข่าว : ชาวบ้านร้องแพริมแม่น้ำแม่กลองท่าน้ำตลาด 119 ปีจมน้ำกว่า 3 ปีแล้วไม่แก้ไข) 
 
วันนี้ (1 เม.ย.65) นายพรพจน์ เพ็ญพาส อธิบดีกรมโยธาธิการและผังเมือง ได้ชี้แจงกรณี “โครงการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวเชิงศิลปวัฒนธรรม และศูนย์บริการสารสนเทศ กิจกรรมปรับปรุงภูมิทัศน์ตลาด 119 ปี เจ็ดเสมียน ตำบลเจ็ดเสมียน อำเภอโพธาราม จังหวัดราชบุรี” รวมถึงตั้งข้อสงสัยเกี่ยวกับการดำเนินโครงการดังกล่าวของกรมโยธาธิการและผังเมืองว่า กรมโยธาธิการและผังเมืองขอแจ้งรายละเอียดโครงการ ดังนี้ 

สำนักงานโยธาธิการและผังเมืองจังหวัดราชบุรี ได้ว่าจ้างบริษัท ชินาภัค คอนกรีต จำกัด ทำงานก่อสร้างโครงการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวเชิงศิลปวัฒนธรรมและศูนย์บริการสารสนเทศ กิจกรรมปรับปรุงภูมิทัศน์ตลาด 119 ปี เจ็ดเสมียน ตำบลเจ็ดเสมียน อำเภอโพธาราม จังหวัดราชบุรี โดยได้รับการสนับสนุนงบประมาณตามแผนพัฒนากลุ่มจังหวัดภาคกลางตอนล่าง 1 ปีงบประมาณ พ.ศ.2554 สัญญาจ้างเลขที่ 6/2554 วงเงินค่าก่อสร้าง 1,000,000 บาท (หนึ่งล้านบาทถ้วน) เริ่มก่อสร้างวันที่ 23 มิถุนายน 2554 และสิ้นสุดสัญญาวันที่ 28 มีนาคม 2555 และขอชี้แจงข้อเท็จจริงจากประเด็นที่ปรากฏในสื่อออนไลน์ ดังนี้

1.งานก่อสร้างโครงการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวเชิงศิลปวัฒนธรรมและศูนย์บริการสารสนเทศ กิจกรรมปรับปรุงภูมิทัศน์ตลาด 119 ปี เจ็ดเสมียน ตำบลเจ็ดเสมียน อำเภอโพธาราม จังหวัดราชบุรี เป็นโครงการพัฒนาพื้นที่ริมแม่น้ำแม่กลอง โดยการก่อสร้างแพอเนกประสงค์ทรงไทย เพื่อให้ประชาชนลงไปทำกิจกรรม ทางน้ำ เช่น ลอยกระทง ปล่อยปลา หรือพักผ่อนอื่นๆ และแพอเนกประสงค์ดังกล่าวมีลักษณะรูปแบบศาลาทรงไทยทำให้ภูมิทัศน์มีความสวยงามและมีโครงสร้างที่มั่นคงปลอดภัยในการใช้งาน โดยโครงการดังกล่าว ได้ก่อสร้างแล้วเสร็จเมื่อวันที่ 12 เมษายน 2555 และได้ตรวจรับการจ้างแล้วเมื่อวันที่ 19 เมษายน 2555

2.สำนักงานโยธาธิการและผังเมืองจังหวัดราชบุรี ได้รับแจ้งจากเทศบาลตำบลเจ็ดเสมียนเรื่อง ขอความอนุเคราะห์ดำเนินการซ่อมแซมหรือรื้อถอนสะพานปรับระดับและโป๊ะเทียบเรือ (แพริมน้ำ) ตามหนังสือ ที่ รบ 52901/393 ลงวันที่ 2 มีนาคม 2565 สำนักงานโยธาธิการและผังเมืองจังหวัดราชบุรี เข้าตรวจสอบพื้นที่ดำเนินโครงการ เมื่อวันที่ 31 มีนาคม 2565 และประสานขอข้อมูลเพิ่มเติมกับเทศบาลตำบลเจ็ดเสมียน พร้อมหารือแนวทางในการแก้ไขปัญหาร่วมกัน ซึ่งจากการตรวจสอบเบื้องต้นสันนิฐานว่าการจมตัวของแพดังกล่าว อาจเกิดจากการผุกร่อน รั่วซึม ตามแนวตะเข็บรอยเชื่อมของทุ่นเหล็กเนื่องจากการใช้งาน โดยสำนักงานโยธาธิการและผังเมืองจังหวัดราชบุรีจะพิจารณาความเหมาะสมเพื่อดำเนินการปรับปรุง ซ่อมแซม หรือรื้อถอนต่อไป

3.สำนักงานโยธาธิการและผังเมืองจังหวัดราชบุรี อยู่ระหว่างการประสานงานเพื่อหารือร่วมกันกับเทศบาลฯ และชุมชน ในการกำหนดแนวทางการดำเนินการให้สอดคล้องกับวัตถุประสงค์ของท้องถิ่น ซึ่งเบื้องต้นมีแนวทางและเหตุผลในการเสนอเพื่อขอความเห็นจากท้องถิ่น ดังนี้

3.1 ดำเนินการปรับปรุง ซ่อมแซม ให้สามารถใช้งานได้ตามปกติ และมีความปลอดภัย โดยการยกแพอเนกประสงค์ดังกล่าว และปรับปรุง ซ่อมแซม ให้อยู่ในสภาพดี ซึ่งอาจไม่มีความคุ้มค่าในการดำเนินการ เนื่องจากโครงสร้างเหล็กส่วนใหญ่ถูกกัดกร่อนจนเกิดความชำรุดเสียหาย

3.2 ดำเนินการรื้อถอนตามระเบียบที่เกี่ยวข้อง และดำเนินการก่อสร้างเขื่อนป้องกันตลิ่ง พร้อมท่าเทียบเรือ ท่าน้ำ และปรับภูมิทัศน์ในคราวเดียวกัน เนื่องจากตลิ่งบริเวณดังกล่าวมีสภาพการกัดเซาะ ทำให้ประชาชนในพื้นที่ได้รับผลกระทบในวงกว้าง โดยการดำเนินการดังกล่าวจะก่อให้เกิดประโยชน์ต่อชุมชน เป็นการพัฒนาพื้นที่ให้สอดคล้องกับความต้องการของชุมชน และมีความคุ้มค่าในการดำเนินการ

4.สำนักงานโยธาธิการและผังเมืองจังหวัดราชบุรี จะเร่งประสานงาน ประชาคม เพื่อให้ได้ข้อสรุปในแนวทางการดำเนินการกรณีดังกล่าว และพิจารณาจัดทำแบบรูปรายการ เสนอขอรับการสนับสนุนงบประมาณ และดำเนินการตามมติความเห็นของท้องถิ่น เพื่อเป็นการแก้ไขปัญหา ความเดือดร้อน ของพี่น้องประชาชนในพื้นที่ตามความต้องการของท้องถิ่นต่อไป

“กรมโยธาธิการและผังเมืองขอขอบคุณสำนักข่าวและสื่อมวลชนได้เสนอข่าวดังกล่าว ทำให้กรมโยธาธิการและผังเมืองได้มีโอกาสชี้แจงข้อเท็จจริงที่ถูกต้องให้แก่ประชาชนได้ทราบทันสถานการณ์ตามนโยบายของผู้บริหารระดับสูงของกระทรวงมหาดไทย ที่มอบไว้มา ณ โอกาสนี้” นายพรพจน์ เพ็ญพาส อธิบดีกรมโยธาธิการและผังเมือง กล่าว

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

บุญครั้งใหญ่! หนุ่มถูกไฟช็อตบริจาคอวัยวะ สานต่อลมหายใจอีก 5 ชีวิต

Posted on April 1, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/645003

บุญครั้งใหญ่! หนุ่มถูกไฟช็อตบริจาคอวัยวะ สานต่อลมหายใจอีก 5 ชีวิต

วันศุกร์ ที่ 1 เมษายน พ.ศ. 2565, 14.39 น.

1 มี.ค.65 เพจเฟซบุ๊ก “คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ (official)” โพสต์ภาพและข้อความชื่นชมผู้เสียชีวิต และญาติ ของว่าที่ ร.ต.ศุภลักษณ์ โนพี อายุ 32 ปี เนื่องจากเสียชีวิตจากการถูกไฟฟ้าช็อตแต่ญาติตัดสินใจบริจาคอวัยวะ ต่อชีวิตใหม่อีกถึง 5 ชีวิต เมื่อสามารถบริจาคได้ทั้ง ไตทั้ง 2 ข้าง หลอดเลือด และดวงตา

โดยข้อความระบุว่า “รพ.มหาราชนครเชียงใหม่ เชื่อมสะพานบุญ “ความดีที่ไม่สิ้นสุด คือการอุทิศอวัยวะเมื่อยามสิ้นสูญ” “ผู้ให้อาจไม่จดจำ แต่ผู้รับมิเคยลืมเลือน”คนไทยมีความเชื่อที่ผิด คิดว่าถ้าบริจาคอวัยวะไปแล้วชาติหน้าจะเกิดมาไม่ครบ 32 ประการ จะเกิดมาพิกลพิการ แต่ที่ผ่านมาเราจะเห็นข้อเท็จจริงที่ว่ามีการผ่าตัดเอาเต้านมที่เป็นมะเร็งออกไป หรือเอาไส้ติ่งออกไป แต่เราก็ยังไม่เห็นมีผู้ป่วยคัดค้านไม่ให้ตัด เพราะกลัวว่าชาติหน้าจะไม่มีเต้านม หรือไม่มีไส้ติ่ง ดังนั้นการบริจาคอวัยวะจึงถือว่าเป็นอุปบารมีทาน คือ สละร่างกาย (อวัยวะ) แก่ผู้อื่น โดยไม่หวังผลตอบแทนใด ดังเช่นเรื่องราวในวันนี้

เมื่อวันที่ 23 มีนาคม 2565 ว่าที่ ร.ต.ศุภลักษณ์ โนพี อายุ 32 ปี ได้ทำงานเกี่ยวกับงานการดูแลระบบไฟฟ้า ถูกไฟฟ้าช๊อต โดยถูกส่งตัวมาจากโรงพยาบาลลำปาง มายังโรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่ โดยการรักษาเบื้องต้น ตรวจพบว่าผู้ป่วยมีอาการไม่รู้สึกตัว ไม่ตอบสนองต่อการกระตุ้น เข้าสู่ภาวะโคม่า

ทีมแพทย์โรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่ได้ทำการตรวจประเมินพบว่า ผู้ป่วยไม่มีการตอบสนอง และมีภาวะสมองตาย ซึ่งในทางการแพทย์ถือว่า ผู้ป่วยได้เสียชีวิตลงแล้ว ผู้เป็นพ่อและแม่ รวมถึงภรรยา จึงได้ตัดสินใจที่จะบริจาคอวัยวะ เพื่อทำบุญให้กับผู้ป่วย

แม้การสูญเสียลูกชายของผู้เป็นพ่อ และแม่ คือ นายปรีดี โนพี และนางประนอม โนพี ด้วยอายุเพียง 32 ปี จากสาเหตุสมองตายอย่างไม่ทันได้ตั้งตัว จะเป็นเรื่องที่ยากจะยอมรับ แต่ผู้เป็นแม่และพ่อ ก็อยากให้ ว่าที่ ร.ต.ศุภลักษณ์ โนพี ได้มีโอกาสสร้างบุญกุศลอันยิ่งใหญ่เป็นครั้งสุดท้ายของชีวิต จึงได้ตัดสินใจที่จะบริจาคอวัยวะทุกส่วนที่ยังใช้ได้ ให้กับโรงพยาบาลเพื่อไปจัดสรรให้กับผู้ป่วยที่รอคอยชีวิตใหม่ รอคอยการผ่าตัดเปลี่ยนอวัยวะจากผู้ใจบุญเพื่อต่อชีวิตออกไป

ทีมแพทย์ได้ตรวจประเมินพบว่าแม้สมองจะเสียหายอย่างรุนแรง แต่อวัยวะต่างๆยังคงทำงานได้ การสูญเสีย 1 ชีวิต ในวันนี้ จึงได้ต่อชีวิตใหม่อีกถึง 5 ชีวิต เมื่อสามารถบริจาคได้ทั้ง ไตทั้ง 2 ข้าง หลอดเลือด และดวงตา ด้วยบุญกุศลอันยิ่งใหญ่ที่ได้ต่อชีวิตผู้อื่นถึง 5 ชีวิตในครั้งนี้ ขอให้ดวงวิญญาณของ ร.ต.ศุภลักษณ์ โนพี ไปสู่สุคติและสัมปรายภพที่ดี (เมื่อวันที่ 31 มีนาคม 2565)

ด้าน อ.นพ.ศิวัฒม์ ภู่ริยะพันธ์ ศัลยแพทย์ปลูกถ่ายไต หน่วยศัลยศาสตร์ระบบปัสสาวะ ภาควิชาศัลยศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ มช. เปิดเผยว่า “ในประเทศไทยการปลูกถ่ายอวัยวะให้แก่ผู้ป่วยที่รอรับอวัยวะ มาจาก 2 กรณีเท่านั้นคือ จากผู้บริจาคสมองตาย ทางกฏหมายและทางการแพทย์ถือว่าเป็นผู้เสียชีวิตแล้วและจากผู้บริจาคที่ยังมีชีวิต ตามข้อบังคับแพทยสภา (ญาติโดยสายโลหิต และสามีภรรยา)

ในปัจจุบันประเทศไทย แพทย์สามารถนำอวัยวะ และเนื้อเยื่อที่ได้รับจากการบริจาค ไปปลูกถ่ายให้กับผู้ป่วย ให้มีชีวิตใหม่กลับมาอีกครั้ง ซึ่งสามารถนำไปใช้ได้หลายอวัยวะด้วยกัน โดยแบ่งเป็น 2 ส่วน คือส่วนของอวัยวะ ได้แก่ ไต 2 ข้าง ปอด 2 ข้าง หัวใจ ตับอ่อน ตับ และส่วนเนื้อเยื้อได้แก่ ลิ้นหัวใจ หลอดเลือด ผิวหนัง กระดูก เส้นเอ็น กระจกตา

หลายท่านอาจจะมีความหวังว่าญาติที่นอนสงบนิ่งอยู่บนเตียงยังไม่จากไป เนื่องจาก ผู้ป่วยมีการหายใจ ชีพจรหรือหัวใจยังเต้นอยู่ แต่แท้ที่จริงแล้ว ผู้ป่วยอาศัยการหายใจจากเครื่องช่วยหายใจและยากระตุ้นหัวใจ ทุกครั้งในการบริจาคอวัยวะจากผู้บริจาคที่มีภาวะสมองตาย แพทย์จะมีการทดสอบว่าอยู่ในภาวะสมองตายจริงหรือไม่ โดยต้องมีการพิสูจน์เป็นหลักฐาน หากมีภาวะสมองตาย หัวใจจะเต้นอยู่ในอีกประมาณ 48-72 ชั่วโมง และจะหยุดเต้นลง เพราะก้านสมองส่วนที่ควบคุมการเต้นของหัวใจหยุดทำงาน

การวินิจฉัยว่าผู้ป่วยสมองตาย ต้องกระทำตามข้อบังคับของแพทยสภาอย่างเคร่งครัด โดยแพทย์ 3 ท่านที่ไม่เกี่ยวข้องกับการปลูกถ่ายอวัยวะ มีการตรวจสอบกันอย่างน้อย 2 ครั้งห่างกันไม่น้อยกว่า 6 ชั่วโมง หลังจากที่แพทย์วินิจฉัยว่าผู้ป่วยอยู่ในภาวะสมองตายแล้ว จะต้องมีผู้อำนวยการโรงพยาบาลหรือผู้ที่ได้รับมอบหมายลงชื่อกำกับ ถึงจะได้รับการผ่าตัดนำอวัยวะออกโดยทีมผ่าตัด”

ปัจจุบันในประเทศไทยมีผู้ที่รอการบริจาคอวัยวะ อยู่จำนวน 5,800 กว่าราย ในขณะที่ทุกวันนี้มีการปลูกถ่ายอวัยวะปีหนึ่งเพียงแค่ 600-700 ราย เพราะฉะนั้นยังมีผู้ป่วยโรคเรื้อรังไม่ว่าจะเป็นหัวใจวาย ตับวาย ไตวายที่ยังรอการปลูกถ่ายอวัยวะ ยังไม่รวมถึงผู้ป่วยที่มีความพิการเกี่ยวกับกระจกตา ดังนั้นการบริจาคอวัยวะเป็นการให้ที่ไม่สิ้นสุด เป็นที่สุดแห่งการให้ และสามารถจะช่วยชีวิต ต่อชีวิต สร้างชีวิตใหม่ ให้กับผู้ป่วยอีกหลายคนที่ยังรอการปลูกถ่ายอวัยวะ” .-008 

ขอบคุณภาพและข้อมูลจาก : คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ (official) 

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

BamBam Family

BamBam Family

สถิติบล็อก

  • 3,279,539 hits

Join 4,077 other subscribers
Follow SootinClaimon.Com on WordPress.com

Categories

Top Posts & Pages

"ผู้นำชาติ" ต้องมองแบบเหยี่ยว
หวานเว่อร์!!'รัศมีแข'หมั้นแล้วแฟนหนุ่มชาวสวีเดน
บุคคลในข่าว
Indonesia's Joko Widodo on track to win presidency: pollsters
Thai quarantine cut for recipients of 8 vaccine brands #SootinClaimon.Com
บี มาย เกสท์ : ‘แม่เก๋-เปรมฤดี พันธุ์รัตน์’สร้าง‘สปาร์คเซ็นเตอร์’ เปิดโลกของเด็กที่มีความต้องการพิเศษให้สังคมเข้าใจ
'มิ้งค์' ยอมเป็นมือที่ 3 ของ 'เทน – น้ำทิพย์' เพื่อหนีความลำบากใน'ฟ้ามีตา'
Trump says that as soon as Election Day ends, 'we're going in with our lawyers' #SootinClaimon.Com
"บิ๊กตู่"นั่งหัวโต๊ะถก ศบศ.วอนเอกชน-ภาคธนาคาร เสียสละช่วยเหลือภาระหนี้สินปชช. #SootinClaimon.Com
๙ ศาสตรา” ท้าพิสูจน์ฝีมือคนไทย ถ้าไม่มัน “คืนเงิน”ทันที!!!

Recent Posts

  • นายกฯ เนปาลกล่าวต่อที่ประชุมยูเอ็น น้ำท่วมครั้งใหญ่เป็น “สัญญาณเตือนโลก” ถึงภัยจากโลกร้อน
  • Amazon ลุยส่งพัสดุด้วยโดรน เร็วสุด 30 นาที แต่ชาวบ้านโอดเสียงดังรบกวน
  • นักวิจัยสงสัยการติดเชื้อแบคทีเรียเป็นสาเหตุลูกวาฬหลายร้อยตัวตายเกยตื้นในอาร์เจนตินา
  • ปธน.อิหร่าน เปิดใจกับสื่อเผย สหรัฐฯ ต้องเลือกเองว่าจะยุติสงครามหรือไม่ ลั่นพร้อมเจรจา
  • ส่อง 5 ประเด็น “ทรัมป์-สี จิ้นผิง” พบกันที่วอชิงตัน พักศึกการค้า แต่ปมใหญ่ยังไม่จบ

ป้ายกำกับ

  • 2559(2016)
  • entertain
  • lady
  • naewna
  • The Nation
  • การเมือง
  • ต่างประเทศ
  • บันเทิง
  • ผู้หญิง
  • แนวหน้า
  • RSS - Posts
  • RSS - Comments

Archives

Follow Us

  • https://soclaimon.tumblr.com/
  • https://www.facebook.com/soclaimon
  • https://www.instagram.com/sootinclaimon/
  • https://www.facebook.com/SootinClaimon/
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100001170824639
  • https://www.facebook.com/pompam.pp
  • https://www.facebook.com/toraman666
  • https://www.facebook.com/apich214
  • https://www.facebook.com/samabat.klaimon
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100005312762480
  • https://www.facebook.com/jirasuda.manomaiyanon
  • https://www.facebook.com/eikpakkred
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100003091451547
Blog at WordPress.com.
  • Subscribe Subscribed
    SootinClaimon.Com
    Join 1,631 other subscribers

    Have a WordPress.com account? Log in now.

  • SootinClaimon.Com
    View site in Reader
    Manage subscriptionsSign upLog in
    Report this content
    Collapse this bar
Loading Comments...
%d