Skip to primary content
Skip to secondary content

SootinClaimon.Com

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย2 [SartKasetDinPui2] : รวบรวม ข้อมูล เศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม เกษตร ดิน น้ำ ปุ๋ย

SootinClaimon.Com

Main menu

  • Home
  • KU23-2506
  • ข้อคิดความเห็น
  • ตระกูลคล้ายมนต์
  • ผมเองครับ
  • ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย1

Tag Archives: ข่าว Like สาระ

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

‘อุบายตัดกรรมตัดเวร’…หยุดทำความชั่ว หยุดการอาฆาตพยาบาท : หลวงพ่อพุธ ฐานิโย

Posted on March 26, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/643739

'อุบายตัดกรรมตัดเวร'...หยุดทำความชั่ว หยุดการอาฆาตพยาบาท : หลวงพ่อพุธ ฐานิโย

วันศุกร์ ที่ 25 มีนาคม พ.ศ. 2565, 19.20 น.

“การตัดกรรม” ก็คือหยุดทำความชั่ว ความบาป “การตัดเวร” ก็คือหยุดการพยาบาทอาฆาตจองเวรซึ่งกันและกัน คือ ไม่แก้แค้นซึ่งกันและกัน รู้จักคำว่าให้อภัยซึ่งกันและกันผู้ทำผิดก็ให้รู้จักคำว่าขอโทษ ผู้ถูกขอโทษก็ควรรู้จักคำว่าให้อภัย ไม่เป็นไรหรอก อันนี้เป็นอุบายตัดกรรมตัดเวร

พระพุทธเจ้าสอนไว้ว่า ใครทำกรรมใดไว้ ได้รับผลของกรรมนั้นแน่นอนหลีกเลี่ยงไม่ได้ ไปทำพิธีตัดกรรมก็เป็นการลบล้างคำสอนของพระพุทธเจ้า กรรมใดใครก่อลงไปแล้ว ใจเป็นผู้จงใจคือเจตนาทำลงไป พอทำลงไปแล้วกรรมอันเป็นบาป ภายหลังเรามานึกว่าเราไม่ต้องการผลของบาป มันก็หลีกเลี่ยงปฏิเสธไม่ได้ เพราะ “ใจ” เป็นผู้สั่งให้กาย วาจา ทำลงไป พูดลงไป “ใจ” ตัวนี้ต้องรับผิดชอบโดยความเป็นธรรม โดยหลักของธรรมชาติ เพราะฉะนั้นการที่เราไปทำพิธีตัดกรรมนี่ หมายถึง ตัดผลของบาป มันตัดไม่ได้ อย่าไปเข้าใจผิด

ขอให้พุทธบริษัททั้งหลายจงปลูกฝังนิสัยให้เด็กของเราในข้อนี้ เป็นเรื่องจำเป็นและสำคัญที่สุด ถ้าเด็กๆ ของเราไปนี่เข้าใจว่า ทำบาปทำกรรมแล้วไปทำพิธีล้างบาป ทำพิธีตัดกรรมแล้วมันหมดบาป ประเดี๋ยวเด็กๆ มันไปทำบาปแล้วไปหาหลวงพ่อ หลวงพี่ตัดบาปตัดกรรมให้ มันก็ไม่เกิดความกลัวต่อบาป เพราะฉะนั้นอย่าไปเข้าใจผิดว่า ทำกรรมอันเป็นบาป แล้วตัดกรรมให้มันหมดไป มันเป็นไปไม่ได้

แต่ตัดเวรนี่มีทาง… เวร หมายถึง การผูกพยาบาท คอยแก้แค้นกันอยู่ตลอดเวลา เช่น เราฆ่าเขาตาย บางทีนึกถึงบาปกรรมกลัวว่าเขาจะอาฆาตจองเวร เราทำบุญอุทิศส่วนกุศลไปให้เขา ถ้าหากว่าเขาได้รับส่วนกุศลจากเรา เขาได้รับความสุข เขาเลื่อนฐานะจากภาวะทึ่ทุกข์ทรมานไปสู่ฐานะที่มีความสุข เขานึกถึงคุณงามความดี นึกถึงบุญคุณของเรา เขาก็อโหสิกรรมให้เรา ไม่ตามล้างตามผลาญกันอีกต่อไป อันนี้ตัดเวรนี่ตัดได้

………………………………………..

คัดลอกเนื้อหามาจากหนังสือมรดกธรรม สุขสงบด้วยศีล พระราชสังวรญาณ (หลวงพ่อพุธ ฐานิโย) วัดป่าสาลวัน อ.เมือง จ.นครราชสีมา มีอายุครบ ๗๗ ปี, หน้า ๓๘) ขอบคุณลานธรรมจักร http://www.dhammajak.net/forums/viewtopic.php?f=4&t=39575

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, ธรรมะ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, ธรรมะ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ห่วง ‘หลวงตาซุซ’ โพสต์แฉโจ๋ส่งยาบ้าหน้าวัดไม่ปลอดภัย ชาวบ้านยันมีจริง

Posted on March 26, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/643734

ห่วง 'หลวงตาซุซ' โพสต์แฉโจ๋ส่งยาบ้าหน้าวัดไม่ปลอดภัย ชาวบ้านยันมีจริง

วันศุกร์ ที่ 25 มีนาคม พ.ศ. 2565, 19.00 น.

สำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดบุรีรัมย์ห่วง “หลวงตาซุซ” โพสต์แฉโจ๋ส่งยาบ้าหน้าวัดจะไม่ปลอดภัย ขณะที่ชาวบ้านยันมีจริง

ความคืบหน้ากรณีที่มีผู้ใช้เฟสบุ๊กชื่อว่า “Such NaNa” โพสต์ข้อความว่า “กราบเท้าวัยรุ่นบ้านเสม็ด ไปส่งยาบ้าที่อื่นเถอะครับ อย่าส่งยาหน้าวัดโคกคฤห์ เลย รู้ว่าท่านเส้นใหญ่ใช้รถตรามหาดไทยส่งยา” จนสร้างความฮือฮาในโลกโซเชียล มีคนเข้าไปสอบถามรายละเอียดจากผู้โพสต์ และแชร์ต่อกันเป็นจำนวนมาก จากการตรวจสอบพบว่าผู้โพสต์ข้อความดังกล่าวคือพระมหานรินธร ปสันโน หรือที่ชาวบ้านเรียกว่า “หลวงตาซุซ” ปัจจุบันเป็นพระวัดป่าโคกคฤห์ ต.ป่าชัน อ.พลับพลาชัย จ.บุรีรัมย์   

จากการสอบถามหลวงตาซุซ ก็ยอมรับเป็นผู้โพสต์ข้อความดังกล่าวจริง สาเหตุสืบเนื่องมาจากตั้งแต่ที่มาสร้างวัดป่าแห่งนี้ เมื่อปี 2551 ก็มีเจ้าหน้าที่มาขอตรวจค้นยาเสพติด และไม้พะยุงที่วัดบ่อยมาก เนื่องจากมีชาวบ้านและพระสงฆ์ไปร้องเรียนกล่าวหาว่าหลวงพ่อค้ายาบ้า แต่พอตรวจกี่ครั้งก็ไม่เจออะไร เพราะหลวงพ่อไม่เคยมีพฤติกรรมเกี่ยวข้องกับสิ่งผิดกฎหมาย

ล่าสุดวันนี้ (25 มี.ค.65) เจ้าหน้าที่จากสำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดบุรีรัมย์ ได้ลงพื้นที่ไปยังวัดป่าโคกคฤห์ เพื่อสอบถามข้อมูลรายละเอียดกับพระมหานรินธร ปสันโน หรือ หลวงตาซุซ หลังจากที่มีการโพสต์ข้อความวอนวัยรุ่นให้หยุดส่งยาบ้าหน้าวัด ซึ่งจากการสอบถามหลวงตาซุซ ก็ยอมรับว่าได้โพสต์ข้อความดังกล่าวจริง เพราะได้ข้อมูลจากการสอบถามวัยรุ่นที่ชอบเข้ามาเล่นในวัดแล้วมีพฤติกรรมยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติด 

อีกทั้งวัยรุ่นคนดังกล่าวก็อ้างว่าเวลาส่งยาบ้าจะใช้รถยนต์ติดตราโลโก้ของมหาดไทยหน้ารถจึงไม่มีใครกล้าตรวจค้น กรณีดังกล่าวก็จะได้ประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องที่จะตรวจสอบ เพราะสำนักพุทธไม่มีหน้าที่ที่จะไปตรวจสอบ แต่ในส่วนของหลวงตา ก็อยากให้ระมัดระวังเรื่องการใช้โซเชียลหรือโพสต์ข้อความในลักษณะที่อาจจะเป็นภัยอันตรายกับตัวท่านเอง   

ทั้งนี้ จากการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่า สถานที่ดังกล่าวยังเป็นที่พักสงฆ์ยังไม่ได้เป็นวัดถูกต้อง ปัจจุบันมีพระ 2 รูปที่มาพักพักอยู่เพื่อเผยแพร่ศาสนา แต่ไม่มีเจ้าอาวาส ซึ่งกรณีนี้ก็ได้แนะนำให้ทางวัดไปยื่นเรื่องขอสร้างวัดให้ถูกต้อง พร้อมทั้งจะได้แจ้งไปยังเจ้าคณะปกครองสงฆ์ (ธรรมยุต) จ.บุรีรัมย์ เพื่อพิจารณาเกี่ยวกับการยกฐานะให้เป็นวัดอย่างถูกต้อง จะได้อยู่ในการกำกับดูแลของคณะสงฆ์

ด้านหลวงตาซุซ บอกว่า หลังจากที่โพสต์ข้อความดังกล่าวไป ก็มีหลายหน่วยงานเข้ามาสอบถาม รวมถึงพระเถระหลายรูปก็สอบถามและแสดงความเป็นห่วงด้วย ซึ่งก็ขอบคุณที่มีเมตตาห่วงใย แต่ถามว่าตอนนี้กังวลเรื่องความปลอดภัยมั๊ย ก็รู้สึกธรรมดาเพราะ 10 กว่าปีที่ผ่านมา อาตมาก็โดนคุกตามมาตลอดจนทนไม่ไหวจึงได้โพสต์ออกไป เพื่อให้สังคมได้เข้าใจอาตมาบ้างว่าสิ่งที่อาตมาโดนกล่าวหาเจ็บปวดคนเดียวโดยไม่เคยได้ระบายอะไรกับใคร 

แต่พอโพสต์นี้ออกไปก็ทำให้หลายคนหูตาสว่างเรื่องข่าวลือที่กล่าวหาให้เสียหายจนถูกมองในแง่ลบ ตอนนี้ก็ถูกมองในด้านบวกขึ้นมาบ้าง ทั้งที่ที่ผ่านมาอาตมาไม่เคยทำเรื่องเสื่อมเสียจะเห็นได้จากที่อาตมาได้รับการนิมนต์ให้ไปเทศน์ถึงต่างประเทศ จนมีวัดที่ดูแลในอเมริกาอยู่ 3 วัดและกัมพูชาอีก 4 วัดได้รับความเลื่อมใสศรัทธาจนได้รับตำแหน่งให้เป็นที่ปรึกษาของสมเด็จพระสังฆราชที่กัมพูชาด้วย 

ส่วนเรื่องความปลอดภัยนั้นอาตมามองว่า ถ้าทำดี ความดีต้องปกป้องคุ้มครองและที่อาตมาโพสต์ก็เพราะอยากจะเตือนสติวัยรุ่นที่กำลังหลงผิดไปยุ่งเกี่ยวกับสิ่งเสพติดให้หยุดพฤติกรรม ไม่ได้ต้องการจะเป็นศัตรูหรือคิดร้ายกับใคร

ขณะที่ น.ส.เอ (นามสมมติ) ชาวบ้านในละแวกใกล้เคียงคนหนึ่งให้ข้อมูลว่า เมื่อ 3-4 วันก่อนก็ได้ยินข่าวว่ามีวัยรุ่นไปส่งยาบ้าในพื้นที่ แต่ไม่รู้ว่าเป็นวัยรุ่นบ้านไหน หรือมีการใช้รถที่ติดตราของทางราชการหรือไม่ แต่ในส่วนของชาวบ้านก็ไม่มีใครอยากจะยุ่งเพราะกลัวเรื่องความปลอดภัย แต่ที่ผ่านมาก็เคยเห็นวัยรุ่นในพื้นที่ถูกเจ้าหน้าที่จับกุมเนื่องจากไปยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติด แต่ส่วนตัวก็อยากให้เจ้าหน้าที่กวาดล้างปราบปรามทั้งคนเสพคนขายเพราะกลัวจะไม่ปลอดภัยกับชาวบ้าน – 003

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ชำแหละอาณาจักร ‘มังกรฟ้า’ จากแพลตฟอร์มขวัญใจคอหวยสู่ข้อสงสัยต้นตอลอตเตอรี่แพง

Posted on March 26, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/643719

ชำแหละอาณาจักร 'มังกรฟ้า' จากแพลตฟอร์มขวัญใจคอหวยสู่ข้อสงสัยต้นตอลอตเตอรี่แพง

วันศุกร์ ที่ 25 มีนาคม พ.ศ. 2565, 18.23 น.

“หวย” หรือสลากกินแบ่งรัฐบาล หนึ่งในวาระสำคัญของสังคมไทย โดยเฉพาะปัญหา “ขายเกินราคา” ที่พยายามแก้ไขกันมาทุกยุคสมัย รวมถึงปัจจุบันที่มีการตั้งคณะอนุกรรมการขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาสลากกินแบ่งรัฐบาลเกินราคา ซึ่งล่าสุดผู้เป็นประธานคณะอนุฯนี้อย่าง “แรมโบ้อีสาน” เสกสกล อัตถาวงศ์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำนายกรัฐมนตรี นำทีมบุกรัง “มังกรฟ้า” ผู้ให้บริการสลากฯรายใหญ่เพื่อตรวจสอบเป้าหมายกรณีมังกรฟ้านั้นเป็น “ผู้ค้าคนกลาง” ที่มีพฤติกรรมในการเสนอขายหรือขายสลากกินแบ่งรัฐบาลในราคาเกินกว่าที่กำหนด

สำหรับ “มังกรฟ้า” หรือชื่อเต็มคือบริษัท มังกรฟ้า ล็อตเตอรี่ จำกัด จดทะเบียนจัดตั้งบริษัทวันที่ 5 ต.ค.2563 ด้วยทุนจดทะเบียน 5 ล้านบาท ระบุประเภทธุรกิจคือจำหน่ายสลากกินแบ่งรัฐบาล ทั้งปลีกและส่ง สำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ ณ อาคารเลขที่ 24 หมู่ที่ 2 ต.อ้อมเกร็ด อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี มี นายพชรล์ เมสสิยาห์พร เป็นกรรมการผู้จัดการ ซึ่งชายหนุ่มวัย 30 รายนี้ มีดีกรีปริญญาตรี วิทยาลัยดุริยางคศิลป์ มหาวิทยาลัยมหิดล เคยผ่านงานมาแล้วทั้งเซลส์ขายวัสดุก่อสร้าง เทรนเนอร์ฟิตเนส รับจัดคอนเสิร์ต ขนส่งอาหารและการตลาดออนไลน์ ก่อนจะมาแจ้งเกิดกับแพลตฟอร์มมังกรฟ้า ที่ยึดโยงกับความหวังของคนไทยอย่างสลากกินแบ่งรัฐบาล

มังกรฟ้า เป็นแพลตฟอร์ม ที่ทำงานร่วมกับคน 2 กลุ่ม คือ 1.ตัวแทนจำหน่ายสลากฯ ประเภทบุคคลทั่วไป หรือผู้ค้ารายย่อยที่จองซื้อกับตู้ ATM ของธนาคารกรุงไทย และ 2.ประชาชนทั่วไปที่ต้องการเสี่ยงโชคกับสลากกินแบ่งรัฐบาล โดยจุดเริ่มต้นมาจากการมองเห็นปัญหาของกลุ่มที่ 1 หรือผู้ค้ารายย่อยที่ลงทุนจองซื้อสลากไปแล้วอาจจะขายไม่หมดเพราะไม่มีเลขที่กลุ่มที่ 2 หรือนักเสี่ยงโชคต้องการ ประกอบกับสถานการณ์โรคระบาดโควิด-19 ที่ผู้คนลดการออกจากบ้านและเว้นระยะห่างทางสังคม ยิ่งทำให้ผู้ค้ารายย่อยประสบความยากลำบากในการขายสลากฯมากขึ้น

การดำเนินการนั้นทำโดยให้ผู้ค้าสลากฯ ที่ต้องการเข้าร่วมเป็นตัวแทนจำหน่าย สแกนสลากเข้าสู่ระบบของมังกรฟ้า เพื่อให้ผู้ซื้อสามารถค้นหาสลากเลขที่ต้องการได้ อีกทั้งสามารถค้นหาและซื้อได้ตลอด 24 ชั่วโมงจึงสะดวกกับนักเสี่ยงโชคอย่างมาก โดยทั้งผู้ซื้อและผู้ขายจะต้องลงทะเบียนด้วยชื่อ-นามสกุลจริง เพื่ออ้างอิงสิทธิในการซื้อ-ขายสลากฯและการรับรางวัลกรณีผู้ซื้อถูกรางวัล

การซื้อสลากกับแพลตฟอร์มมังกรฟ้า ผู้ซื้อต้องจ่ายเงิน 100 บาทต่อสลาก 1 ใบ แบ่งเป็นราคาสลาก 80 บาทและค่าดำเนินการระบบ 20 บาท เมื่อมีการซื้อ-ขายเกิดขึ้น เงินค่าสลากจะถูกโอนไปให้ผู้ค้าสลากและหากสลากใบใดถูกรางวัลไม่ว่ารางวัลใดก็ตามระบบมังกรฟ้าจะหักค่าธรรมเนียมร้อยละ 2 ของรางวัลนั้นก่อนโอนเงินรางวัลที่เหลือให้ผู้ซื้อสลากที่ถูกรางวัลภายใน 24 ชั่วโมง ที่สำคัญยังมีระบบ SMS ส่งไปยังโทรศัพท์มือถือของผู้ซื้อสลากที่ถูกรางวัลด้วย เป็นการเตือนเผื่อกรณีที่ผู้ซื้อลืมนำสลากไปตรวจรางวัลในวันหวยออก

นับตั้งแต่แพลตฟอร์มมังกรฟ้า เริ่มให้บริการมาปีกว่าๆ ด้านหนึ่งได้รับความนิยมอย่างมากถึงขนาดที่มีเงินทุนไปสนับสนุนการแข่งขันฟุตบอลไทยลีก 3 แต่อีกด้านหนึ่งก็ถูกเพ่งเล็งมาตลอดว่าอาจเข้าข่ายผิดกฎหมาย นอกจากการขายเกินราคาที่ตามรายงานข่าวระบุว่า ล่าสุดขายกันที่ใบละ 90-105 บาท แล้วยังถูกตรวจสอบอีกหลายเรื่อง ทั้งการได้รับอนุญาตให้เป็นตัวแทนจำหน่ายอย่างถูกต้องหรือไม่ ตลอดจนความผิดตาม พ.ร.บ.การพนัน เป็นต้น

อย่างไรก็ตาม ทางมังกรฟ้าได้ยืนยันว่าบริษัทไม่ได้เป็นต้นเหตุของปัญหาสลากฯเกินราคา พร้อมกับย้ำว่า มังกรฟ้าเป็นเพียงตัวกลางในการให้ผู้ค้ารายย่อยนำสลากเข้าร่วมแสกน และจำหน่ายในรูปแบบออนไลน์ สลากฯ ยังคงเป็นกรรมสิทธิ์ของผู้ค้าและผู้ซื้อที่ทำการซื้อ-ขายกัน!!! 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

บุกถ้ำ‘มังกรฟ้า’!ค้นรัง‘นนท์-เลย’ส่อโยง‘หวยแพง’ หมุนเวียนงวดละ100ล.

‘มังกรฟ้า’โต้ลั่นไม่ใช่ต้นตอทำหวยแพง อ้างแค่เป็นตัวกลางให้ผู้ค้ารายย่อยขายออนไลน์

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

‘หมอพรทิพย์’แจงปมตำรวจใหญ่ไม่พอใจ! ชี้คดี’แตงโม’เริ่มขึ้นด้วยสัญญานความเอียง

Posted on March 26, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/643652

‘หมอพรทิพย์’แจงปมตำรวจใหญ่ไม่พอใจ! ชี้คดี'แตงโม'เริ่มขึ้นด้วยสัญญานความเอียง

วันศุกร์ ที่ 25 มีนาคม พ.ศ. 2565, 15.56 น.

วันที่ 25 มีนาคม 2565 จากกรณีที่พญ.คุณหญิงพรทิพย์ โรจนสุนันท์ สมาชิกวุฒิสภา และอดีต ผอ.สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ ได้ให้สัมภาษณ์ผ่านรายงาน “คุยทะลุดราม่า” ทางช่องเวิร์คพอยท์ โดยช่วงหนึ่ง “คุณหญิงหมอพรทิพย์” ได้มีการเปิดเผยว่า มีสายจากทนายดังโทรมาตักเตือน บอกว่า มีตำรวจผู้ใหญ่เขาฝากมานะ มีความไม่พอใจมาก ๆ อะไรประมาณนี้ พยายามจะทำให้เราอย่างนู้นอย่างนี้นั้น

ต่อมา เมื่อวันที่ 24 มี.ค. คณะกรรมาธิการสิทธิมนุษยชน สิทธิเสรีภาพและการคุ้มครองผู้บริโภค นำโดยนายสมชาย แสวงการ ประธานฯและ พญ.คุณหญิงพรทิพย์ โรจนสุนันท์ สมาชิกวุฒิสภา และอดีต ผอ.สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ เข้าพบกับ พ.ต.อ.จาตุรนต์ อนุรักษ์บัณฑิต ผกก.สภ.เมืองนนทบุรี และพนักงานสอบสวนเพื่อขอตรวจสอบเรือลำที่เกิดเหตุเพื่อหาสาเหตุการเสียชีวิตของ แตงโม -นิดา พัชรวีระพงษ์ ดาราสาวชื่อดัง ที่กองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนนทบุรี (บก.ภ.จว.นนทบุรี) 

ล่าสุด พญ.คุณหญิงพรทิพย์ โรจนสุนันท์ร์ ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว โดยระบุว่า ขอบคุณในความห่วงไยจากทุกคน เรื่องนี้เป็นเรื่องที่เกิดมานานแล้ว เข้าใจดีว่าความไม่พอใจมาจากหลายสาเหตุ เริ่มจากการแสดงความเห็นไม่คล้อยตามความเห็นของตำรวจเพราะถูกมองว่าไปยุ่งหรือก้าวก่าย แต่สำหรับหมอคือการถือหลักการมองที่ความถูกต้อง ความอิสระ มองที่ความยุติธรรม ไม่มีอคติ ไม่มีความเกลียด เพียงแต่ไม่ได้มีความกลัว เพราะทำงานอยู่กับศพที่ให้สัจจธรรมชีวิตที่แท้จริงว่าเราเกิดมาคนเดียวและตายไปคนเดียวโดยไม่สามารถหอบอะไรในโลกตามไปได้นอกจากกรรมที่ได้ทำ

มนุษย์เราเมื่อได้อำนาจ เมื่อได้ประโยชน์มักเสพติด ยึดติด กอบโกย ไม่อยากปล่อยหรือวาง และยังมองคนที่มีความมั่งคั่งมีอำนาจคือผู้เหนือคน จึงล้วนเข้าหาเพื่อให้ได้ประโยชน์ คดีคุณแตงโมเริ่มขึ้นด้วยสัญญานความเอียง คนที่มีเงิน มีเครือข่ายอำนาจได้รับการยกเว้น ได้รับประโยชน์ จากนั้นสังคมก็รวมใจกันช่วยผู้ตายอย่างไม่น่าเชื่อ หมอเป็นเพียงคนตัวเล็กที่ดูจังหวะในการนำเสนอ อย่างน้อยก็ได้ทำหน้าที่ตรวจสอบ ขับเคลื่อนความตั้งใจในการสร้างกระบวนการยุติธรรมที่ดี

ที่สำคัญไม่เคยคิดว่าเราตัวใหญ่ที่จะเปลี่ยนแปลงได้ คิดเพียงแค่ว่าจะเป็นคนหนึ่งที่ไม่ยอมคล้อยตามหรือปล่อยผ่านความไม่ถูกต้อง คดีนี้คงต้องสรุปในเวลาอีกไม่นานนัก ไม่มีใครรู้ว่าจะเป็นอย่างไร พลังที่คนไทยรวมใจต้องการเห็นความถูกต้องในครั้งนี้จะเป็นพลังแห่งการเปลี่ยนแปลงได้แน่นอน รอดู

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

แฉพฤติกรรมพระบวชใหม่ ย่องลักชุดชั้นใน ‘หมอปลา’บุกกุฏิ เตรียมเผ่นหนี

Posted on March 26, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/643642

แฉพฤติกรรมพระบวชใหม่ ย่องลักชุดชั้นใน 'หมอปลา'บุกกุฏิ เตรียมเผ่นหนี

วันศุกร์ ที่ 25 มีนาคม พ.ศ. 2565, 15.30 น.

แฉพฤติกรรมพระบวชใหม่ ย่องลักชุดชั้นใน ‘หมอปลา’บุกกุฏิ เตรียมเผ่นหนี

คาหนังคาเขา จากกรณี หมอปลา หรือ นายจีรพันธ์ และทีมงานเดินทางบุกไปที่กุฏิของ พระไกรศร เตชะปัญญา วัดหนองปรือ ต.เขาหินซ้อน อ.พนมสารคาม จ.ฉะเชิงเทรา หลังจากที่มีชาวบ้านร้องเรียนว่า พระบวชใหม่มีพฤติกรรมแอบขโมยชุดชั้นในชาวบ้าน 

ในกุฏิพบ พระไกรศร เตชะปัญญา กำลังเตรียมกระเป๋าบรรจุเสื้อผ้าเตรียมหลบหนี แต่ถูกจับได้เสียก่อน จากการตรวจสอบยังมีรองเท้าผ้าใบ , รองเท้ากีฬา รวมถึงของใช้อื่นๆจำนวนมาก 

ล่าสุด เพจเฟซบุ๊ก หมอปลาช่วยด้วย ยังได้เผยคลิปจากผู้เสียหาย เผยพฤติกรรมขณะที่ พระไกรศร กำลังย่องเข้าไปที่ราวผ้าเพื่อปลดชุดชั้นในแล้วรีบวิ่งหนีไป 

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ประวัติศาสตร์‘สนามหลวง’…พื้นที่ชีวิตแหล่งรวมกิจกรรม‘ราษฎร์-รัฐ’

Posted on March 26, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/643619

ประวัติศาสตร์‘สนามหลวง’...พื้นที่ชีวิตแหล่งรวมกิจกรรม‘ราษฎร์-รัฐ’

วันศุกร์ ที่ 25 มีนาคม พ.ศ. 2565, 14.01 น.

ประวัติศาสตร์‘สนามหลวง’จากเปิดโล่งถึงล้อมรั้ว พื้นที่ชีวิต..แหล่งรวมหลากกิจกรรมทั้ง‘ราษฎร์-รัฐ’

เรียกว่า “ไม่เคยแผ่ว” เลยจริงๆสำหรับ “พรรคก้าวไกล”

ที่เสนออะไรออกมามักเป็นการ “เรียกแขก” สร้างกระแส-ปั่นดราม่าให้สังคมไทยตลอด

ล่าสุดกับ “ศึกชิงเก้าอี้ผู้ว่าฯ กทม.” ที่ตัวแทนของพรรคอย่าง “วิโรจน์ ลักขณาอดิศร” ลงทุนลาออกจาก ส.ส. มาลงชิงชัยในสนามท้องถิ่นของเมืองหลวง ชูไอเดีย…

“เลิกล้อมรั้วสนามหลวง”!!!

คืนพื้นที่ให้ทำกิจกรรมต่างๆ ทั้งการเมือง เศรษฐกิจและสังคมได้อย่างเสรี

“คำว่าหลวง หมายถึงเป็นของประชาชน ใช้เงินภาษีประชาชน เช่นถนนหลวง ไฟหลวง สนามหลวงจึงเป็นสนามของประชาชน ต้องให้ประชาชนได้ใช้อย่างสะดวกไม่ปิดกั้น หากผมเป็นผู้ว่าฯ สนามหลวงจะเปิดใช้งานอย่างมีชีวิตชีวาเหมือนที่เคยเป็น เอารั้วกั้นออกให้หมด เปิดให้ประชาชนทำได้ทุกอย่างที่ถูกกฎหมาย ตั้งแต่เล่นว่าว ดูดวง ออกกำลัง ไปจนถึงกิจกรรมทางการเมือง” วิโรจน์ กล่าว

ในด้านหนึ่ง ท่าทีของตัวแทนพรรคก้าวไกล ถูกนำไปตีความว่าต้องการ “กระทบชิ่ง” อะไรหรือไม่!?!?!

เนื่องจากจุดยืนของพรรคนับตั้งแต่ยุคของอนาคตใหม่ค่อนข้างชัดเจนว่าไปทางนั้นตลอด แต่อีกด้านหนึ่งเรื่องของความเหมาะสมในการใช้สอยพื้นที่ท้องสนามหลวง ก็เคยเป็นข้อถกเถียงกันมาหลายยุคสมัย สนามหลวงผ่านมาแล้วทั้งยุคตลาดนัด สถานที่ค้างแรมราคาถูก แหล่งรวมคนจร ตำนานผีขนุน แลนด์มาร์คทางการเมือง จนกระทั่งมีการล้อมรั้ว

“สนามหลวง” หรือท้องสนามหลวง เป็นพื้นที่ที่อยู่คู่กับกรุงเทพฯ มาตั้งแต่ยุคแรกๆของการก่อตั้งกรุงรัตนโกสินทร์ เดิมถูกเรียกว่า “ทุ่งพระเมรุ” เป็นที่ถวายพระเพลิงพระบรมศพพระมหากษัตริย์และพระบรมวงศานุวงศ์ กระทั่งในปี 2398 พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 4) ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้เปลี่ยนชื่อเป็นท้องสนามหลวง เนื่องจากชื่อทุ่งพระเมรุนั้นไม่เป็นมงคล

เดิมสนามหลวงนั้นมีลักษณะเป็นที่ดินแบบทุ่งที่สามารถทำการเกษตรได้ ซึ่งในช่วงที่ไม่มีการจัดพิธีใดๆมักถูกปล่อยให้เป็นพื้นที่รกร้างว่างเปล่า

กระทั่งในสมัย พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 3) โปรดเกล้าฯ ให้มีการทำนาหลวง ด้านหนึ่งเพื่อแสดงแก่แขกบ้านแขกเมืองที่มาเยือนว่าแผ่นดินไทย (หรือสยาม)นั้น อุดมสมบูรณ์ มีไร่นามากมายแม้แต่ในบริเวณใกล้กับพระบรมมหาราชวัง และอีกด้านหนึ่งยังเป็นการเตรียมความพร้อมด้านเสบียงอาหารอันเป็นปัจจัยสำคัญของบ้านเมืองด้วย

สนามหลวงถูกปรับปรุงจากพื้นที่ที่ใช้ผสมผสานกันระหว่างพื้นที่จัดงานพิธีกับพื้นที่การเกษตร เป็นพื้นที่สำหรับจัดงานพิธีหรือกิจกรรมต่างๆ โดยเฉพาะ เกิดขึ้นครั้งแรกในสมัย พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 5) โปรดเกล้าฯ ให้ปรับปรุงพื้นที่ให้มีความราบเรียบ และขยายพื้นที่ให้กว้างขวางขึ้น โดยในปี 2425 สนามหลวงถูกใช้เป็นสถานที่จัดงานสมโภชกรุงรัตนโกสินทร์ 100 ปี

ในปี 2440 เมื่อ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เสด็จฯ กลับจากประพาสยุโรป สโมสรน้ำเค็มศึกษา สมาคมของข้าราชการและนักเรียนที่เคยไปทำงาน ศึกษา หรือเดินทางไปยุโรป ได้ร่วมกับเจ้าของคอกม้าต่างๆ จัดแข่งม้าเทียมรถขึ้น เพื่อเป็นการต้อนรับและถวายความจงรักภักดี โดยปรับปรุงพื้นที่ท้องสนามหลวงให้กลายเป็นสนามแข่งม้าชั่วคราว

หลังเปลี่ยนแปลงการปกครองจากจากระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์มาเป็นระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขในปี 2475 สนามหลวงยังคงเป็นพื้นที่ศูนย์กลางของการจัดกิจกรรมสำคัญของประเทศไทย (หรือสยาม) เรื่อยมา อาทิ งานฉลองรัฐธรรมนูญ ครั้งแรกที่สนามหลวง จัดขึ้นในวันที่ 10 ธ.ค. 2475 ซึ่งเป็นวันที่ พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 7) พระราชทานรัฐธรรมนูญฉบับทางการเป็นฉบับแรก ภายในงานมีการออกร้านขายสินค้าของหน่วยงานราชการและห้างร้านเอกชน มีการแสดงมหรสพ เช่น โขน ลิเก ละคร งิ้ว ภาพยนตร์ ประกวดนางสาวสยาม ประกวดเรียงความ และประกวดประณีตศิลปกรรม

จุดประสงค์สำคัญของงานฉลองรัฐธรรมนูญ จัดขึ้นเพื่อเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนได้รู้จัก เทิดทูน และเข้าใจความหมายของรัฐธรรมนูญและหลัก 6 ประการ ดังนั้นการออกร้านแสดงสินค้าในงานฉลองรัฐธรรมนูญ ห้างร้านต่างๆ จะต้องจัดซุ้มอาคารภายใต้แนวคิดเพื่อการเสริมสร้างความเข้าใจที่ดีต่อรัฐธรรมนูญ สิ่งที่ขาดเสียไม่ได้คือ สัญลักษณ์แทนรัฐธรรมนูญและหลัก 6 ประการ เช่น รัฐธรรมนูญจำลอง เสา 6 เสา ธง 6 ผืน เป็นต้น

สนามหลวงยังเคยถูกใช้เป็น “ตลาดนัด” โดยเริ่มต้นในปี 2491 ตามนโยบายของ จอมพล ป. (แปลก) พิบูลสงคราม นายกรัฐมนตรีขณะนั้น ที่ต้องการฟื้นฟูเศรษฐกิจและการทำมาหากินของประชาชน หลังได้รับผลกระทบอย่างรุนแรงในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 (ปี 2484-2488) ก่อนจะย้ายไปอยู่ที่พระราชอุทยานสราญรมย์ เพราะทางการต้องการใช้พื้นที่สนามหลวง

อย่างไรก็ตาม ด้วยความที่เวลานั้น กระทรวงการต่างประเทศ ตั้งอยู่ในพระราชวังสราญรมย์ จึงมีเรื่องร้องเรียนจากข้าราชการที่ได้รับผลกระทบ เช่น กลิ่นจากสินค้าต่างๆ ที่นำมาขาย ตลอดจนต้นไม้ยังถูกทำลายจากการจัดการที่ไม่ถูกสุขลักษณะ อาทิ ทิ้งน้ำร้อนหรือน้ำล้างภาชนะใส่ เป็นต้น

แม้ในปี 2500 จะมีการย้ายตลาดออกมาด้านนอก ก็ยังมีการปลูกเพิงจนเกิดภาพที่ไม่สวยงาม ทำให้ในปี 2501 จอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ นายกรัฐมนตรีในขณะนั้น ตัดสินใจให้ย้ายตลาดกลับมาที่สนามหลวงตามเดิม ต่อมารัฐบาลมีแผนปรับปรุงสนามหลวงให้เป็นสวนสาธารณะสำหรับพักผ่อนหย่อนใจ อีกทั้งต้องเตรียมการจัดงานสมโภชกรุงรัตนโกสินทร์ 200 ปี ในปี 2525 ทำให้ในปี 2521 พล.อ.เกรียงศักดิ์ ชมะนันท์ นายกฯ ขณะนั้น เริ่มแผนการย้ายผู้ค้าจากสนามหลวงไปยังพื้นที่ใหม่ข้างสวนสาธารณะจตุจักร

ช่วงแรกๆ ต้องเผชิญกับการต่อต้านจากผู้ค้าอย่างต่อเนื่อง กระทั่งย้ายได้สำเร็จในดือน ม.ค. 2525 ปิดตำนานตลาดนัดสนามหลวงอย่างเป็นทางการ และเปิดตำนานบทใหม่อย่างตลาดนัดจตุจักร ที่มีชื่อเสียงมาจนถึงปัจจุบัน

หลังงานสมโภชกรุงรัตนโกสินทร์ 200 ปี เป็นต้นมา สนามหลวงหรือท้องสนามหลวง ถูกใช้จัดกิจกรรมทั้งของภาครัฐและภาคเอกชน เช่น การแข่งขันกีฬาพื้นบ้าน (โดยเฉพาะ “การเล่นว่าว” นั้นเป็นไฮไลท์ประจำงานของทุกปี) การจัดคอนเสิร์ต รวมไปถึงกิจกรรมทางการเมือง ชนิดที่เรียกได้ว่าใครจะชุมนุมประท้วงเรื่องใดต้องมาเริ่มตั้งขบวนกันที่นี่ หรือเมื่อจะมีการเลือกตั้ง ก็มักจะมีการขอตั้งเวทีปราศรัยของพรรคการเมืองเช่นกัน

ส่วนในช่วงที่ไม่มีการจัดงาน สนามหลวงเป็นที่รวมของ “คนจร” ทั้งที่เป็นคนไร้บ้าน (คนเร่ร่อน) และคนจากต่างจังหวัดที่มาทำธุระในกรุงเทพฯ แต่ไม่อยากเสียเงินแพงๆ ไปเช่าโรงแรมนอน ก็สามารถเช่าเสื่อนอนในบริเวณสนามหลวงได้ ไปจนถึง “ผีขนุน” หรือหญิงขายบริการทางเพศ ที่ออกมาหาลูกค้าในยามค่ำคืน

สนามหลวงถูก “ล้อมรั้ว” ในปี 2553 เมื่อทาง กรุงเทพมหานคร (กทม.) ในยุคสมัยของผู้ว่าฯ ม.ร.ว.สุขุมพันธ์ บริพัตร ลงมือจัดระเบียบอย่างจริงจัง ตั้งแต่การห้ามนำรถมาจอด ห้ามคนไร้บ้านอยู่อาศัย ส่วนผู้ค้าแผงลอยที่เคยมาอาศัยพื้นที่สนามหลวงค้าขายก็ได้รับคำแนะนำให้ไปหาพื้นที่ค้าขายในบริเวณใกล้เคียง จากนั้นมีการปรับปรุงทัศนียภาพในรูปแบบสวนสาธารณะ ทั้งสนามหญ้า ทางเดิน ม้านั่ง อาคารอำนวยการของเจ้าหน้าที่ กทม. และติดตั้งกล้องวงจรปิด ส่วนรั้วที่ติดตั้งก็เป็นรั้วเหล็กโปร่งที่มีล้อสามารถเลื่อนเข้า-ออกได้ ก่อนจะกลับมาเปิดให้บริการประชาชนในปี 2554 โดยมีเวลาเปิด-ปิดตามปกติ คือ 05.00-22.00 น. 

“การล้อมรั้วสนามหลวงโดย กทม. กลายเป็นข้อถกเถียงตลอดมา” ระหว่าง…

“ฝ่ายสนับสนุน” ที่มองว่าเพื่อความเป็นระเบียบเรียบร้อย เพราะที่ผ่านมาพื้นที่สนามหลวงเต็มไปด้วยสิ่งไม่ดีไม่งามต่อทัศนียภาพและบางครั้งยังก่อความเดือดร้อนรำคาญแก่ผู้สัญจรไป-มา เช่น การรวมตัวมั่วสุมดื่มสุราจนมึนเมา คนไร้บ้าน การขายบริการทางเพศ ประกอบกับพื้นที่ยังชำรุดทรุดโทรมจากผู้ใช้งานทั้งทำการค้าและหลับนอนค้างแรม ทั้งที่สนามหลวงนั้นขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถานมาตั้งแต่ปี 2520 แล้ว

“ฝ่ายคัดค้าน” ที่เห็นว่าการล้อมรั้วทำให้ผู้ใช้บริการรถเมล์ลำบาก เช่น พื้นที่ทางเท้าสำหรับยืนรอไม่เพียงพอ อีกทั้งในช่วงที่สนามหลวงปิดทางเข้า-ออก ไม่ว่าด้วยสาเหตุใดก็ตาม ประชาชนที่ต้องการเดินจากป้ายรถเมล์บริเวณตรงข้ามมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (ท่าพระจันทร์) มาที่ป้ายรถเมล์ฝั่งตรงข้ามศาลฎีกา ต้องเดินอ้อมเป็นระยะทางไกลตามเส้นรอบวงของสนามหลวงแทนที่จะเดินตรงข้ามฝั่ง

ขณะที่ประเด็นการจัดระเบียบคนไร้บ้าน ถูกมองว่าเป็นเพียงการย้ายปัญหาจากที่หนึ่งไปอีกที่หนึ่ง เห็นได้จากหลังสนามหลวงถูกล้อมรั้ว คนไร้บ้านจำนวนมากก็พากันไปอยู่อาศัยที่บริเวณสถานีรถไฟหัวลำโพง จึงไม่ใช่การแก้ปัญหาแบบยั่งยืน

ในศึกเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. หนล่าสุดนี้ เมื่อ “วิโรจน์ ก้าวไกล” เปิดประเด็นทวงคืนสนามหลวงขึ้นมา เชื่อได้ว่าข้อถกเถียงข้างต้นคงถูกนำมาพูดถึงกันอีกครั้ง!!!

-/-/-/-/-/-/-/-/-/-/-

บรรยายภาพ

ภาพ 01 : เรือนซุ้มไม้ไผ่ขนาดใหญ่สำหรับจัดงานแสดงให้ผู้คนได้เข้ามาขมสิ่งแปลกๆ จากทั่วแคว้นแดนสยาม ณ ท้องสนามหลวง ในงานสมโภชกรุงครบรอบ 100 ปี พ.ศ. 2425

ที่มา : ห้องสมุดมหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช https://library.stou.ac.th/odi/som-pote-rat-ta-na-ko-sin/P03.html

ภาพ 02 : งานฉลองรัฐธรรมนูญ

ที่มา : พิพิธภัณฑ์รัฐสภา https://parliamentmuseum.go.th/ar63-feast.html

ภาพ 03 : ตลาดนัดสนามหลวง

ที่มา : นิตยสารสารคดี https://www.sarakadeelite.com/pic-talks/sanam-luang-in-the-past/

ภาพ 04 : “ว่าว” การละเล่นคู่สนามหลวง

ที่มา :  วารสารวัฒนธรรม โดยกระทรวงวัฒนธรรม http://article.culture.go.th/index.php/layouts-modules-positions/3-column-layout-6/259-2021-07-07-16-22-54

ภาพ 05 : MV เพลง “คนขายฝัน” ซึ่งใช้ภาพประกอบจากมหกรรมคอนเสิร์ต “ถูกใจคนไทย ร่วมใจใช้สินค้าถูกกฎหมาย” จัดโดยกรมทรัพย์สินทางปัญญา จัดขึ้นในปี 2545 ณ ท้องสนามหลวง

ที่มา : ยูทูปช่อง “Sekloso Channel” https://www.youtube.com/watch?v=NijRah2U9HU

ภาพ 06 : “คนจรนอนเสื่อ” หนึ่งในภาพที่ผู้ผ่านไป-มาแถวสนามหลวงยุคหนึ่งต้องเคยพบเห็น

ที่มา : เฟซบุ๊กแฟนเพจ “เครือข่ายคนไร้บ้าน” https://www.facebook.com/Homeless.network59/photos/a.316869538671506/316869502004843

ภาพ 07 : 24 มี.ค. 2565 วิโรจน์ ลักขณาอดิศร ว่าที่ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. (ขวาสุด) ยืนอยู่หน้ารั้วเหล็กล้อมสนามหลวง ในการลงพื้นที่สนามหลวง ประกาศนโยบายรื้อรั้วและเปิดให้ประชาชนเข้าไปใช้ประโยชน์ได้

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง : ‘วิโรจน์’บุกสนามหลวง ลั่นจะคืนพื้นที่ให้ปชช. รื้อรั้ว-เปิดทำกิจกรรมทางการเมือง https://www.naewna.com/politic/643525

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ข่าวดี!จีนชื่นชม 4 ล้งไทยผ่านตรวจประเมิน ย้ำผู้ประกอบการต้องปฏิบัติตามมาตรการส่งออก

Posted on March 26, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/643588

ข่าวดี!จีนชื่นชม 4 ล้งไทยผ่านตรวจประเมิน ย้ำผู้ประกอบการต้องปฏิบัติตามมาตรการส่งออก

วันศุกร์ ที่ 25 มีนาคม พ.ศ. 2565, 12.01 น.

“มนัญญา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์” แจ้งข่าวดีจีนชื่นชม 4 ล้งไทยผ่านตรวจประเมิน เน้นย้ำผู้ประกอบการต้องปฏิบัติตามมาตรการส่งออกเคร่งครัด

นางสาวมนัญญา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยข่าวดีและขอบคุณสำนักงานศุลกากรแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน (General Administration of China Customs: GACC) พอใจกับระบบ GMP Plus ของกรมวิชาการเกษตรให้ไทยผ่านการตรวจประเมินโรงคัดบรรจุผลไม้ส่งออกไปจีนเพิ่มเติม อีกจำนวน 4 โรงคัดบรรจุ  พบว่า ผู้ประกอบการไทยมีการดำเนินงานที่ดีขึ้นมาก ปฏิบัติตามคำแนะนำฝ่ายจีน ภายใต้มาตราการป้องการโรคโควิดของ WHO และ FAO มีการบูรณาการความร่วมมือที่ดีระหว่างราชการ เอกชน และเกษตรกร อย่างใกล้ชิด

นายระพีภัทร์ จันทรศรีวงศ์ อธิบดีกรมวิชาการเกษตร  กล่าวว่า จีนชื่นชมมาตรการการปฏิบัติที่ดีก่อนการส่งออกผลไม้ของทั้ง 4 โรงคัดบรรจุ ที่มีมาตรการควบคุมแมลงศัตรูพืช การตรวจสอบสารพิษตกค้าง และป้องกันควบคุมเชื้อไวรัสโควิด19 อย่างเข้มงวด  รวมถึงมาตรการตรวจสอบคุณภาพมาตรฐานผลไม้ไทยก่อนการส่งออกของฝ่ายไทย  และขอขอบคุณทูตเกษตรทั้ง 3 แห่ง และผู้ประกอบการ ที่ช่วยกันแนะนำและปรับปรุงโรงคัดบรรจุตามคำแนะคำของฝ่ายจีน จนได้ผ่านการตรวจประเมินในครั้งนี้   โดยโรงคัดบรรจุที่ผ่านการตรวจประเมินครั้งนี้ มีจำนวน 4 โรงคัดบรรจุ ได้แก่ มะพร้าวน้ำหอมจังหวัดสมุทรสาครจำนวน 1 ล้ง  ลำไยจังหวัดเชียงใหม่จำนวน 1 ล้ง  และทุเรียนจังหวัดจันทบุรีจำนวน 2 ล้ง

อย่างไรก็ตาม ฝ่ายจีนขอให้ภาครัฐ ผู้ประกอบการเอกชน และเกษตรกร เข้มงวด และปฏิบัติตามมาตรการดังกล่าวอย่างเข้มงวดจริงจังในการควบคุมแมลงศัตรูพืช  สารตกค้าง และการควบคุมเชื้อไวรัสโควิด 19 ไม่ให้ปนเปื้อนไปกับสินค้า เพื่อสร้างความเชื่อมั่นสินค้าเกษตรไทยให้กับประเทศจีนอย่างต่อเนื่อง โดยสามารถใช้แนวทางการปฏิบัติที่ดีดังกล่าวกับโรงคัดบรรจุอื่นเพื่อการส่งออกไปยังจีนภายใต้การรับรองจากกรมวิชาการเกษตร – 003 

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ถึงกับช็อค! อดีตรองผอ.โรงเรียนหว่านแหในสระหวังปลาช่อนตัวใหญ่เจอ จยย.ใหม่เอี่ยม

Posted on March 25, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/643579

ถึงกับช็อค! อดีตรองผอ.โรงเรียนหว่านแหในสระหวังปลาช่อนตัวใหญ่เจอ จยย.ใหม่เอี่ยม

วันศุกร์ ที่ 25 มีนาคม พ.ศ. 2565, 11.00 น.

นึกว่าปลาช่อนตัวใหญ่อดีตรอง ผอ.โรงเรียนถึงกับช็อค! ลงหว่านแหหาปลาในสระเจอของหนักอึ้งนึกว่าปลาช่อนตัวใหญ่ พอลงไปงมกลับเป็นรถจักรยานยนต์สภาพใหม่เอี่ยม โร่แจ้งตำรวจตรวจสอบคาดเป็นของแก๊งขโมยรถนำมาซ่อนรอวันชำแหละขาย ใครสงสัยเป็นเจ้าของติดต่อได้ที่ สภ.ไชยวาน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อช่วงเย็นวันที่ 24 มี.ค.65 ที่ผ่านมา นายสมศักดิ์ นาผล อดีตรองผู้อำนวยการโรงเรียนไชยวานวิทยา ได้แจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ไชยวานว่าตนได้ไปหว่านแหหาปลาที่สระที่บริเวณทุ่งนาท้ายหมู่บ้านบ้านโนนสำราญ หมู่ 17 อ.ไชยวาน แต่ดันไปเจอซากรถ จยย.อยู่ในสระน้ำของตน 

หลังรับแจ้ง พ.ต.อ.วิชาญ สุธรรมแปง ผกก.สภ.ไชยวาน ได้สั่งการให้ร้อยเวรสายตรวจ ร้อยเวรสอบสวน และชุดสืบสวนลงพื้นที่ตรวจสอบ เมื่อถึงที่เกิดเหตุ ร.ต.ต.ธานี ไขแสงจันทร์ ร้อยเวรสายตรวจได้ลงน้ำไปนำ จยย.ปริศนาขึ้นจากน้ำ โดยมีกำลังจากชุดสายตรวจและชุดสืบสวนช่วยกันลากขึ้นมา จากการตรวจสอบสภาพรถเป็นรถ จยย.ยี่ห้อ ยามาฮ่า ฟิน สีดำ สภาพใหม่เอี่ยม ส่วนทะเบียนคาดว่าคนร้ายน่าจะถอดออก นอกจากนี้ยังมีเสื้อสีส้มติดอยู่กับรถ จยย.ด้วย

นายสมศักดิ์ นาผล อดีตรองผู้อำนวยการโรงเรียนไชยวานวิทยา บอกกับตำรวจว่า พาญาติๆ มาที่ทุ่งนาเพื่อหว่านแหเอาปลาหวังได้ปลาช่อนตัวใหญ่มาต้มใส่ไข่มดแดงและผักติ้วกินแซบๆ กับครอบครัว แต่พอหว่านแหไปรอบแรกไปติดอะไรไม่รู้ รู้สึกหนักๆ จึงลงไปงมปรากฏว่าเป็นซากรถ จยย. ตกใจมาก กลัวมีคนตายในสระด้วยจึงรีบแจ้งตำรวจทันที

“สงสัยพวกหัวขโมยนำรถมาซ่อนไว้แน่เพราะปกตินานๆ ทีจะออกมาที่ทุ่งนาสักครั้ง” นายสมศักดิ์ กล่าว

ทั้งนี้ ตำรวจสันนิษฐานว่า คนร้ายที่ขโมยรถ จยย.มา เอารถมาซ่อนและพักไว้ในสระน้ำที่อยู่ห่างไกลจากชุมชนรอวันดึงขึ้นมาชำแหละขายหรือรอออเดอร์สั่งก็จะไปดึงขึ้นมา แต่เจ้าของนาที่เป็นอดีตรองผู้อำนวยการกลับจะมาหว่านแหหาปลา แต่มาเจอรถก่อน ใครสงสัยเป็นเจ้าของรถหรือแจ้งรถหายสามารถติดต่อได้ที่สถานีตำรวจภูธรไชยวาน จ.อุดรธานี หมายเลขโทรศัพท์ 042 265 412 ได้ – 003

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

มอ.สุดเจ๋ง ชู5 นวตักรรม ‘ธนาคารเลือด’ เพิ่มศักยภาพการจัดการใช้เลือดกับผู้ป่วย

Posted on March 25, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/643563

มอ.สุดเจ๋ง ชู5 นวตักรรม ‘ธนาคารเลือด’ เพิ่มศักยภาพการจัดการใช้เลือดกับผู้ป่วย

วันศุกร์ ที่ 25 มีนาคม พ.ศ. 2565, 09.57 น.

มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ชูเทคโนโลยี 5 นวัตกรรม เพิ่มศักยภาพการทำงานจัดเตรียม ส่งต่อเลือดไปยังผู้ป่วยและจัดการสต็อคอย่างมีประสิทธิภาพ

ผศ.นพ.คณุตม์ จารุธรรมโสภณ หัวหน้าหน่วยคลังเลือด และเวชศาสตร์บริการโลหิตสาขาวิชาพยาธิวิทยา คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์กล่าวว่า หน่วยงานธนาคารเลือดเป็นหน่วยงานหนึ่งที่อยู่ภายใต้การดูแลของสาขาวชิาพยาธิวทิยารพ. สงขลานครินทร์ โดยมีหน้าที่รับบริจาคเลือดทั้งจากในและนอกโรงพยาบาล นำมาเตรียมส่วนประกอบเลือดชนิดต่างๆ โดยทำการตรวคัดกรองและทดสอบความเขากันได้กับผู้ป่วย ตามมาตรฐานของสภากาชาดไทยเพื่อให้แพทย์สามารถใช้ในการรักษาคนไข้ได้อย่างลอดภัยและมีประสิทธิภาพสูงสุดซึ่งปัจจุบันด้วยปริมาณคนไข้ที่มีเพิ่มมากขึ้นทำให้ความต้องการในการใช้บริการของงานธนาคารเลือดเพิ่มขึ้นเป็นลำดับ จนทำให้เกิดปัญหาในการจัดเตรียมผลิตภัณฑ์เลือด ที่อาจเกิดความล่าช้าในการเตรียมหรือจัดการงานที่มีปริมาณมากอาจส่งผลต่อคุณภาพในการนา เลือดไปใช้นอกจากนี้ยังมีการเกิดภาวะขาดแคลนเลือดในการรับบริจาค หรือไม่สามารถหาเลือดชนิดที่หายากมาให้ได้ส่งผลต่อการรักษาของผู้ป่วยทำให้ต้องรอเลือดเป็นเวลานาน หรือในบางกรณีอาจเกิดภาวะเลือดล้นทำให้ไม่สามารถใช้เลือดได้ทันวันหมดอายุ จึงมีความพยายามยามนำเทคโนโลยีมาใช้ในการบริหารจัดการและพัฒนานวัตกรรม เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของการให้บริกาจัดเตรียมผลิตภัณฑ์เลือดและจัดการสต็อค

“เรามีการพัฒนาตั้งแต่ การจัดหาเลือด การคัดกรองเลือดขั้นตอนการเตรียมเลือด และขั้นตอนการนำเลือดไปใชกับผู้ป่วย โดยมีการใช้นวัตกรรมดังนี้ 1. โปรแกรมเก็บข้อมูล Minor blood group 2. ระบบห้องปฏิบัติการอัตโนมัติ (Total Lab Automation) ในการตรวจคดักรองโรคติดชื้อของเลือด ทั้งงานการตรวจภูมิคุ้มกัน และแอนติเจนในเลือด (serology) และการตรวจสารพันธุกรรมของตัวเชื้อไวรัส (NAT) เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพคุณภาพ และความปลอดภัยในการเตรียมเลือดพร้อมทั้งลดภาระงานของเจ้าหน้าที่ 3. กระติกขนส่งเลือดอัจฉริยะเพื่อการควบคุณคุณภาพของผลิตภัณฑ์เลือดขณะขนส่งห้าอดคล้องตามข้อกำหนดในระบบคุณภาพ และความปลอดภัยของผู้ป่วย 4. การทำนายการใช้เกล็ดเลือดโดย Machine Learning 5. การจัดการสต็อคโดยระบบ AI” ผศ.นพ.คณุตม์ จารุธรรมโสภณ กล่าว

ด้าน นายวรากร เพชรเกลี้ยง หัวหน้างานคลังเลือดและเวชศาสตร์บริการโลหิต สาขาวิชาพยาธิวิทยา คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์กล่าวว่า สำหรับนวัตกรรมต่างๆ เช่น โปรแกรมเก็บข้อมูล Minor blood groupระบบหมู่เลือดรองซึ่งต้องใช้น้ำยาพิเศษในการตรวจ บางชนิดแพงมากและเพิ่มขั้นตอนการทำงาน ซึ่งเดิมหลายโรงพยาบาลต้องขอจากสภากาชาดไทยแต่สำหรับหน่วยคลังเลือด รพ สงขลานครินทร์มีการตรวจหมู่เลือดรองที่สำคัญให้กับผู้บริจาคประจำตั้งแต่ 10ครั้งขึ้นไป โดยเก็บข้อมูลไว้ในระบบคอมพิวเตอร์ เมื่อผบู้ริจาคมาบริจาคในคร้ังถัดไป สามารถทราบหมู่เลือดรองได้ทันทีทำให้มีเลือดเพียงพอให้ผู้ป่วยได้อย่างรวดเร็วและลดค่าใช้จ่ายให้โรงพยาบาลได้

“ระบบสืบค้นหมู่เลือดรองที่ทางหน่วยจัดทำขึ้นสามารถแบ่งปันให้โรงพยาบาลอื่นมาใช้แพลตฟอร์มเดียวกันได้ เพื่อใช้สืบค้นหมู่เลือดรองของผู้บริจาคโดยที่ไม่ต้องตรวจซ้ำ ลดระยะเวลาการรอคอยในกรณีที่ผูป่วยต้องรับหมู่เลือดพิเศษช่วยลดค่าใช้จ่าย และขั้นตอนในการทดสอบซ้ำได้ มีระบบรักษาความปลอดภัยของข้อมูลด้วยระบบล็อคอิน ที่เข้าถึงได้เฉพาะเจ้าหน้าที่คลังเลือดและผู้บริจาครายนั้นเพื่อตรวจสอบข้อมูลตนเองเท่านั้นจึงอยากเชิญชวนหน่วยคลังเลือดอื่นๆ มาร่วมกันแชร์ข้อมูลระบบหมู่เลือดรองในแพลตฟอร์มเดียวกันเพื่อขยายฐานข้อมูลผู้บริจาคในเขต ซึ่งปัจจุบันมีฐานข้อมูลผู้บริจาคอยู่ประมาณ 30,000 รายและมีโรงพยาบาลข้างเคียงมาร่วมใช้โปรแกรมนี้แล้ว

นอกจากนั้น ยังมีการนำระบบ Machine learning ทำนายการใช้เกล็ดเลือด เพื่อประมวลผลข้อมูลการใช้เกล็ดเลือดในอดีตมาวางแผนและดูแนวโน้มการใช้เกล็ดเลือดของผู้ป่วยแต่ละราย เนื่องจากเกล็ดเลือดมีอายุเพียงแค่5 วันเท่านั้น ที่ผ่านมาจึงต้องทิ้งเกล็ดเลือดที่หมดอายุเป็นจำนวนมากระบบ Machine learning จึงเป็นระโยชน์มากในการช่วยวิเคราะห์ทำให้สามารถสำรองเกล็ดเลือดได้เหมาะสมกับการใช้จริงและยังช่วยลดต้นทุนจากการทิ้งลงได้กว่า 50 %” นายวรากร เพชรเกลี้ยง อธิบาย

สำหรับนวัตกรรมกระติกขนส่งเลือดอัจฉริยะ ยังถือเป็นตัวช่วยสำคัญในการควบคุมการขนส่งโลหิต เนื่องจากผลิตภัณฑ์ที่ใช้ควบคุมอุณหภูมิที่มีขายอยู่ในตลาด ไม่ตอบโจทย์การควบคุมคุณภาพตามที่หน่วยงานต้องการ จึงพัฒนากระติกขนส่งเลือดอัจฉริยะขึ้นมาเอง ซึ่งนอกจากจะควบคุมอุณภูมิได้แล้วยังสามารถตรวจสอบข้อมูลอุณหภูมิย้อนหลังโดยแสดงเป็นกราฟ เพื่อให้เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องพิจจารณาได้ง่ายว่าอุณหภูมิอยู่ในช่วงที่กำหนดหรือไม่และพิจารณารับโลหิตที่ขนส่งอยู่ในอุณภูมิที่กำหนดเท่านั้นเพื่อความปลอดภัยของผู้ป่วยป้องกันอาการไม่พึงประสงค์จากการรับโลหิตที่เก็บในอุณหภูมิไม่เหมาะสม และยังสามารถส่งข้อมูลผ่านระบบ Wi-Fi ได้ทำให้สามารถติดตาม และตรวจสอบสถานะของกระติกทั้งหมดได้ จนได้รับรางวัลถึง 2 รางวัลคือ เหรียญทองแดง จาก Thailand Kaizen award ปี 2563และรางวัลแนวปฏิบัติที่เป็นเลิศระดับเหรียญทอง จากงานเวทีคุณภาพ ภายใต้โครงการ “เรื่องของเลือด ขาดเหลือ ต้องเกื้อกูล” และมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์และยังได้ไปนำเสนอในงานประชุม Thailand Quality Conference ปี 2564อีกด้วย

ด้าน ทนพญ. สุวมิล บุญทองขาว นักเทคนิคการแพทย์ชำนาญการ หน่วยคลังเลือดและเวชศาสตร์บริการโลหิต สาขาวิชาพยาธิวิทยา คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์กล่าวว่า “สำหรับระบบห้องปฏิบัติการอัตโนมัติ หรือ Total lab automation ช่วยแก้ปัญหาในการลดขั้นตอนและเพิ่มประสิทธิภาพของการทำงาน ตั้งแต่ขั้นตอนการเตรียมตัวอย่าง และการแบ่งสิ่งส่งตรวจ(Aliquot) เพื่อการตรวจสอบภายหลัง โดนเครื่องจะเตรียมตัวอย่างและเชื่อมต่อเข้ากับเครื่องตรวจวิเคราะห์ทั้งการตรวจภูมิคุ้มกัน และแอนติเจนในเลือด (serology) และการตรวจสารพันธุกรรมของตัวเชื้อไวรัส (NAT) เข้าด้วยกัน เป็นระบบเดียวรวมถึงการเชื่อมต่อกับระบบ LIS ของโรงพยาบาล เพื่อลดการทำงานแบบ manual และ human error ทำให้ห้องปฏิบัติการสามารถใช้ทรัพยากรบุคคลที่มีอยู่อย่างมีประสิทธิภาพ

“จากเดิมการตรวจคดักรองเลือดเคยใช้เจ้าหน้าที่2คน ก็สามารถลดเหลือ1คน ทั้งยังช่วยเพิ่มความปลอดภัยให้กับเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องโดยลดการสัมผสักับสิ่งส่งตรวจอีกทั้งการทำงานด้วย automation จะช่วยบันทึกการทำงานทุกขั้นตอน เพื่อประโยชน์ในการทวนสอบ และปรับปรุงขั้นตอนการทำงานตาม LEAN concept ซึ่งช่วยเพิ่มคุณภาพของผลตรวจวิเคราะห์ จากระบบการทำงานของเครื่องตรวจเช่น การใช้ tip แบบใช้ครั้งเดียวในการดูดตัวอย่างไปวิเคราะห์ที่จะช่วยลดโอกาสเสี่ยงจากการรายงานผลผิดพลาดที่เกิดจากปัญหาของสิ่งส่งตรวจที่ติดเชื้อ (sample contaminations) ใช้ระยะเวลาในการตรวจภูมิคุ้มกันและแอนติเจนในเลือด (serology) 18 นาที และความเร็วของเครื่องตรวจสารพันธุกรรมของตัวเชื้อไวรัส (NAT) ที่สามารถรองรับงานได้ 1,440 ตัวอย่างต่อวัน ทำให้ระยะเวลาในการรายงานผลของห้องปฏิบัติการสั้นลง เจ้าหน้าที่ปฏิบัติงานได้แล้วเสร็จตามเวลาและสามารถแบ่งเวลาไปดูแลงานด้านคุณภาพและอื่นๆ ได้อย่างเหมาะสม” ทนพญ. สุวมิล บุญทองขาว กล่าวปิดท้าย

-(016)

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

‘หลวงตา’เหลืออด! โพสต์เฟสวอนวัยรุ่นหยุดส่งยาหน้าวัด​ อ้างเส้นใหญ่ใช้รถตราโล่มหาดไทย

Posted on March 25, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/643547

'หลวงตา'เหลืออด! โพสต์เฟสวอนวัยรุ่นหยุดส่งยาหน้าวัด​ อ้างเส้นใหญ่ใช้รถตราโล่มหาดไทย

วันศุกร์ ที่ 25 มีนาคม พ.ศ. 2565, 07.44 น.

เล่นเอาสะดุ้ง! ‘หลวงตาซุซ’ พระนักเทศน์ชื่อดัง​ จ.บุรีรัมย์ เดินสายเทศน์ทั้งไทยต่างประเทศ โพสต์เฟสบุ๊ควอนวัยรุ่นหยุดส่งยาบ้าหน้าวัด อ้างเส้นใหญ่ใช้รถติดตราโล่มหาดไทย  อำเภอรุดตรวจสอบ แต่หลวงตาไม่ยอมบอกว่า วัยรุ่นที่พูดเป็นใครกลัวไม่ปลอดภัย 

25 มีนาคม 2565 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า  ได้มีผู้ใช้เฟสบุ๊กชื่อว่า Such NaNa โพสต์ข้อความว่า “กราบเท้าวัยรุ่นบ้านเสม็ด ไปส่งยาบ้าที่อื่นเถอะ อย่าส่งยาหน้าวัดโคกคฤห์ เลย รู้ว่าท่านเส้นใหญ่ใช้รถตรามหาดไทยส่งยา” ก็สร้างความฮือฮาในโลกโซเชียล

จากการตรวจสอบพบว่า ผู้โพสต์ข้อความดังกล่าว คือพระมหานรินธร ปสันโน หรือที่ชาวบ้านเรียกว่า “หลวงตาซุซ”  ปัจจุบันเป็นพระวัดป่าโคกคฤห์ ต.ป่าชัน อ.พลับพลาชัย จ.บุรีรัมย์ จากนั้นผู้สื่อข่าวจึงได้เดินทางไปยังวัดป่าโคกคฤห์ดังกล่าว ก็ได้พบกับพระมหานรินธร หรือหลวงตาซุซ อยู่ที่วัด   

จากการสอบถามหลวงตาซุซ ก็ยอมรับเป็นผู้โพสต์ข้อความดังกล่าวจริง สาเหตุสืบเนื่องมาจากตั้งแต่ที่มาสร้างวัดป่าแห่งนี้ เมื่อปี 2551 ก็มีเจ้าหน้าที่มาขอตรวจค้นยาเสพติด และไม้พะยูงที่วัดบ่อยมาก เนื่องจากมีชาวบ้านและพระสงฆ์ด้วยกัน ไปร้องเรียนกล่าวหาว่าหลวงพ่อค้ายาบ้า แต่พอตรวจกี่ครั้งก็ไม่เจออะไร เพราะหลวงพ่อไม่เคยมีพฤติกรรมเกี่ยวข้องกับสิ่งผิดกฎหมาย อย่างมากก็แค่สูบบุหรี่เท่านั้น   

แต่พอมีการกล่าวหาบ่อยๆ ทำให้ส่งผลกระทบกับตัวหลวงพ่อ เพราะจากที่เคยรับกิจนิมนต์ไปเทศน์หรือบรรยายธรรมตามงานต่างๆ​ เดือนละหลายงาน เพื่อนำปัจจัยที่ได้จากความศรัทธาของญาติโยมมาสร้างบูรณะวัด เพราะว่าวัดป่าแห่งนี้สร้างจากอุดมคติ ไม่มีการเรี่ยไร ไม่มีกฐิน หรือผ้าป่า สร้างจากเงินเทศน์ถวายเป็นพุทธบูชา พอมีคนกล่าวหาและนำไปวิพากษ์​วิจารณ์​กันว่าหลวงพ่อค้ายาบ้า ก็ทำให้คนนิมนต์ไปเทศน์หรือบรรยายธรรมในไทยน้อยลง ดังนั้น​ส่วนใหญ่จะได้ปัจจัยจากการเดินสายไปเทศน์ที่ต่างประเทศมาบูรณะวัดมากกว่า 

ปัจจุบันก็กำลังสร้างกุฏิ แต่พอช่วงที่กลับจากไปเทศน์ที่ต่างประเทศ ก็จะมีเจ้าหน้าที่มาค้นวัด ค้นรถ อีกทั้งยังมีรถไม่ติดป้ายทะเบียน โดยที่ไม่รู้ว่ารถใครมาวนเวียนที่วัดตลอด บางครั้งก็มีคนลงมาถ่ายรูปแล้วก็กลับเป็นแบบนี้มาตลอด บางครั้งก็ขับรถเข้ามาในวัดมีการโทรศัพท์พูดคุยนัดเจอกัน ก็รู้สึกทนไม่ไหวจึงตัดสินใจเข้าไปถามวัยรุ่นคนหนึ่งที่ชอบเข้ามาเล่นในวัด 

‘ถามจริงเอ็งขายยาบ้าหรือไม่’ ซึ่งวัยรุ่นคนนั้นก็ตอบว่า ‘ครับผมขาย’  ก็ถามต่อว่า ‘แล้วเอ็งไม่กลัวเหรอ’  เขาก็ตอบว่า ‘ไม่กลัว’ แล้วไปรับยาบ้าไปยังไง เขาก็บอกว่า ‘ก็ผมมีตราของมหาดไทยติดหน้ารถไปขนยาตำรวจไม่ค้น’ จึงได้โพสต์เฟสบุ๊คตามที่ปรากฏ 

จากนั้นก็มีเจ้าหน้าที่มาถามหลวงตาที่วัด ว่ารู้จักเด็กคนนั้นหรือไม่ หลวงพ่อก็บอกว่ารู้จักแต่ให้ชื่อไม่ได้ เพราะถ้าบอกชื่อไปก็กลัวเรื่องความปลอดภัย เพราะแค่นี้ก็ถูกกล่าวหาว่าขายยาบ้า จนทำให้เดือดร้อนเสียหาย ส่วนที่เด็กวัยรุ่นอ้างว่าใช้รถติดตรามหาดไทยไปส่งยาบ้านั้น หลวงพ่อก็ไม่รู้ว่าเขาซื้อตรามาใส่เองเพื่อแอบอ้าง หรือเป็นรถทางราชการจริงหรือไม่ เพราะหลวงพ่อไม่ได้เห็น เพียงแค่วัยรุ่นคนดังกล่าวพูด อาตมาก็โพสต์ไปตามนั้น แต่ยืนยันว่าอาตมาไม่เคยมีพฤติกรรมเกี่ยวข้องกับยาเสพติดหรือสิ่งผิดกฎหมาย ตามที่ถูกกล่าวหาอย่างแน่นอน แต่เป็นการกลั่นแกล้งจากวงการพระสงฆ์ด้วยกัน   

จากนั้นผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปสอบถาม ที่ที่ว่าการอำเภอพลับพลาชัย ก็ได้พบกับนายปิยะณัฐ กระจ่างจิตร์ ปลัดอำเภอประจำตำบลป่าชัน ก็ให้ข้อมูลว่า หลังจากหลวงตาได้โพสต์ข้อความดังกล่าว ทั้งนายรัฐศาสตร์ พลแสน ปลัดอำเภอ (เจ้าพนักงานปกครองชำนาญการพิเศษ) รักษาราชการนายอำเภอพลับพลาชัย พร้อมนายภาณุ ชาญประโคน ปลัดอำเภอหัวหน้าฝ่ายความมั่นคง , นายปิยะณัฐ กระจ่างจิตร์ ปลัดอำเภอประจำตำบลป่าชัน , นายวิทยา สายดวง กำนันตำบลป่าชัน และเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.พลับพลาชัย ก็ได้ลงพื้นที่ไปยังวัดป่าโคกคฤห์ดังกล่าว เพื่อสอบถามรายละเอียดจาก พระมหานรินธร ปสันโน ก็ให้ข้อมูลว่า​ ไม่ได้เห็นกับตา ว่ามีรถตรามหาดไทยมาส่งยาหน้าวัดแต่อย่างใด เพียงแต่ได้ยินวัยรุ่นที่มาเล่นแถววัดพูดคุยว่า ใช้โลโก้ตรามหาดไทยติดหน้ารถในการไปรับยาในต่างพื้นที่ และหลวงตาซุซ ก็ไม่ได้ให้รายละเอียดว่า วัยรุ่นคนที่พูดเป็นใครชื่ออะไร 

โดยกล่าวเพียงว่า ชาวบ้านแถวนี้ใครๆ​ เขาก็รู้กันทั้งนั้นแหละ จึงได้ให้หมายเลขโทรศัพท์ไว้ หากพบเห็นวัยรุ่นหรือบุคคลมีพฤติกรรมในลักษณะกระทำผิดกฎหมาย จะได้แจ้งข้อมูลกับทางเจ้าหน้าที่ได้ทันที แต่หลวงตาซุซ ก็ไม่ขอรับไว้ บอกเพียงว่าตนไม่ชอบโทรศัพท์เพราะปวดหูเวลาโทร รักษาการนายอำเภอจึงกำชับทางผู้นำช่วยสอดส่องดูแลวัดดังกล่าว และได้รายงานข้อมูลให้ทางจังหวัดทราบ. 012

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

BamBam Family

BamBam Family

สถิติบล็อก

  • 3,280,417 hits

Join 4,077 other subscribers
Follow SootinClaimon.Com on WordPress.com

Categories

Top Posts & Pages

"ผู้นำชาติ" ต้องมองแบบเหยี่ยว
หวานเว่อร์!!'รัศมีแข'หมั้นแล้วแฟนหนุ่มชาวสวีเดน
Indonesia's Joko Widodo on track to win presidency: pollsters
Thai quarantine cut for recipients of 8 vaccine brands #SootinClaimon.Com
บุคคลในข่าว
บี มาย เกสท์ : ‘แม่เก๋-เปรมฤดี พันธุ์รัตน์’สร้าง‘สปาร์คเซ็นเตอร์’ เปิดโลกของเด็กที่มีความต้องการพิเศษให้สังคมเข้าใจ
๙ ศาสตรา” ท้าพิสูจน์ฝีมือคนไทย ถ้าไม่มัน “คืนเงิน”ทันที!!!
'มิ้งค์' ยอมเป็นมือที่ 3 ของ 'เทน – น้ำทิพย์' เพื่อหนีความลำบากใน'ฟ้ามีตา'
Trump says that as soon as Election Day ends, 'we're going in with our lawyers' #SootinClaimon.Com
"บิ๊กตู่"นั่งหัวโต๊ะถก ศบศ.วอนเอกชน-ภาคธนาคาร เสียสละช่วยเหลือภาระหนี้สินปชช. #SootinClaimon.Com

Recent Posts

  • นายกฯ เนปาลกล่าวต่อที่ประชุมยูเอ็น น้ำท่วมครั้งใหญ่เป็น “สัญญาณเตือนโลก” ถึงภัยจากโลกร้อน
  • Amazon ลุยส่งพัสดุด้วยโดรน เร็วสุด 30 นาที แต่ชาวบ้านโอดเสียงดังรบกวน
  • นักวิจัยสงสัยการติดเชื้อแบคทีเรียเป็นสาเหตุลูกวาฬหลายร้อยตัวตายเกยตื้นในอาร์เจนตินา
  • ปธน.อิหร่าน เปิดใจกับสื่อเผย สหรัฐฯ ต้องเลือกเองว่าจะยุติสงครามหรือไม่ ลั่นพร้อมเจรจา
  • ส่อง 5 ประเด็น “ทรัมป์-สี จิ้นผิง” พบกันที่วอชิงตัน พักศึกการค้า แต่ปมใหญ่ยังไม่จบ

ป้ายกำกับ

  • 2559(2016)
  • entertain
  • lady
  • naewna
  • The Nation
  • การเมือง
  • ต่างประเทศ
  • บันเทิง
  • ผู้หญิง
  • แนวหน้า
  • RSS - Posts
  • RSS - Comments

Archives

Follow Us

  • https://soclaimon.tumblr.com/
  • https://www.facebook.com/soclaimon
  • https://www.instagram.com/sootinclaimon/
  • https://www.facebook.com/SootinClaimon/
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100001170824639
  • https://www.facebook.com/pompam.pp
  • https://www.facebook.com/toraman666
  • https://www.facebook.com/apich214
  • https://www.facebook.com/samabat.klaimon
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100005312762480
  • https://www.facebook.com/jirasuda.manomaiyanon
  • https://www.facebook.com/eikpakkred
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100003091451547
Blog at WordPress.com.
  • Subscribe Subscribed
    SootinClaimon.Com
    Join 1,631 other subscribers

    Have a WordPress.com account? Log in now.

  • SootinClaimon.Com
    View site in Reader
    Manage subscriptionsSign upLog in
    Report this content
    Collapse this bar
Loading Comments...
%d