Skip to primary content
Skip to secondary content

SootinClaimon.Com

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย2 [SartKasetDinPui2] : รวบรวม ข้อมูล เศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม เกษตร ดิน น้ำ ปุ๋ย

SootinClaimon.Com

Main menu

  • Home
  • KU23-2506
  • ข้อคิดความเห็น
  • ตระกูลคล้ายมนต์
  • ผมเองครับ
  • ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย1

Tag Archives: ข่าว Like สาระ

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

โครงการ ‘เบตงหมื่นล้าน’ ผนึกกำลัง แอดวานซ์ เว็บ เซอร์วิส ปลุกกระแสเศรษฐกิจ

Posted on March 22, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/642921

โครงการ 'เบตงหมื่นล้าน' ผนึกกำลัง แอดวานซ์ เว็บ เซอร์วิส ปลุกกระแสเศรษฐกิจ

วันอังคาร ที่ 22 มีนาคม พ.ศ. 2565, 14.38 น.

โครงการ ‘เบตงหมื่นล้าน’ ผนึกกำลัง แอดวานซ์ เว็บ เซอร์วิส ปลุกกระแสเศรษฐกิจด้วยแพลตฟอร์มดิจิทัลสู่ท้องถิ่นแบบยั่งยืนทุกมิติ

ดร.ณพพงศ์ ธีระวร ประธานคณะกรรมการขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานราก และอุตสาหกรรมบริการใน 3 จังหวัดชายแดนใต้ มหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา จับมือนายวิโรจน์ ศิริรัตนรักษ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท แอดวานซ์ เว็บ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) ภายใต้แบรนด์ WELOVEBOOKING ร่วมผลักดัน โครงการ “เบตงหมื่นล้าน” ให้เป็นชุมชนต้นแบบในการพัฒนาทุกมิติทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคมการศึกษา และสิ่งแวดล้อม อย่างยั่งยืน โดยนำดิจิทัลเทคโนโลยี มาพัฒนาส่งเสริมการท่องเที่ยวทั้งแบบออฟไลน์และออนไลน์ ทำให้นักท่องเที่ยว ผู้ประกอบการ บริษัทตัวแทนนำเที่ยว สามารถใช้งานระบบบริหารจัดการ การท่องเที่ยวแบบครบวงจร เช่น ระบบจองที่พัก ระบบนัดหมาย การค้นหาข้อมูลแหล่งท่องเที่ยว คำแนะนำ รีวิวต่างๆได้ง่าย และยังรองรับการเข้าถึงข้อมูลการบริหารการท่องเที่ยว ในส่วนของผู้ประกอบการโดยตรง ตอบโจทย์พฤติกรรมการท่องเที่ยวที่เปลี่ยนแปลงไปในยุค New normal รวมถึงจะพัฒนาต่อยอดให้เป็น SMART Tourism and Sustainable ของประเทศไทย 

ดร.ณพพงศ์ ธีระวร กล่าวว่า ปีที่แล้วผมได้รับโปรดเกล้าเป็นกรรมการเสนอสภาฯ ให้จัดตั้งคณะกรรมการขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานราก 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ โครงการพลิกโฉมมหาวิทยาลัย ยุทธศาสตร์สู่ความเป็นเลิศ เพื่อการพัฒนาท้องถิ่น GPP ยะลา 4 หมื่นล้าน ผมจึงสร้างกลไกเศรษฐกิจตัวใหม่ขึ้นมาคือ โครงการ “เบตงหมื่นล้าน” โดยพุ่งเป้าไปที่นักท่องเที่ยวจำนวน 2 ล้านคน ให้มาจับจ่ายใช้สอยในพื้นที่เฉลี่ย 5,000 บ./หัว เพื่อกระจายรายได้เข้าสู่ชุมชน ซึ่งจะได้เม็ดเงินเท่ากับ 10,000 ล้านบาท ก่อให้เกิดการสร้างงาน สร้างอาชีพ สร้างรายได้ สร้างความสุขให้กับพี่น้องในพื้นที่ ประชาชนทุกภาคส่วนร่วมมือร่วมใจอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ จนในที่สุดจะสามารถผลักดันให้ก้าวสู่ ยะลา 100,000 ล้าน ต่อไปได้ในที่สุด

ทั้งนี้ เราจะใช้ อำเภอเบตง จังหวัดยะลา เป็นเมืองต้นแบบเริ่มต้นในการพัฒนาเศรษฐกิจและการท่องเที่ยว เนื่องด้วยศักยภาพของพื้นที่ ที่กำลังจะก้าวข้าม Introduction Stage ไปสู่ Growth Stage ใน City Life Cycle ที่มีเสน่ห์เหลือล้น มีเรื่องราวที่เป็นเอกลักษณ์ของเมืองและผู้คน อาหารอร่อย และยังมีทรัพยากรธรรมชาติที่งดงาม รายล้อมด้วยภูเขาและหมอกเย็นตลอดปี โดดเด่นด้วยทะเลสาบฮาลาบาลาและป่าที่สมบูรณ์มากที่สุดแห่งหนึ่ง เบตงยังเป็น 1 ในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ที่ปลอดภัย เหมาะแก่การลงทุนทำธุรกิจโดยเฉพาะด้านการท่องเที่ยว นอกจากนี้เรายังกำลังจัดทำ MOU กับ SME Bank เพื่อสนับสนุนการลงทุนในอุตสาหกรรมบริการของภาคเอกชนในพื้นที่ เหล่านี้ล้วนเป็นสิ่งดึงดูดให้นักธุรกิจสนใจให้หันมาลงทุนทั้งภาคเอกชน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และกลุ่มวิชาชีพในอุตสาหกรรมบริการ มีการตื่นตัวตอบรับเข้าร่วมโครงการเบตงหมื่นล้านหลายราย

รวมไปถึงบริษัท แอดวานซ์ เว็บ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน)   บริษัทเทคโนโลยีสัญชาติไทยที่มีความเชี่ยวชาญทาง ด้าน Digital Transformation โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมท่องเที่ยว ได้ทำความร่วมมือเพื่อนำ Digital Technology และ Platform Online ต่างๆ มาร่วมพัฒนาส่งเสริมการท่องเที่ยวในพื้นที่ รวมถึงทางด้าน เศรษฐกิจ สังคม ให้มีการขยายเติบโตแบบยั่งยืน ภายใต้ แนวคิด BCG ซึ่งจะส่งผลให้โครงการเบตงหมื่นล้าน บรรลุวัตถุประสงค์ตามเป้าหมาย  และยังสร้างช่องทางนำเม็ดเงินลงทุนจาก Elite ไปพัฒนา Local และนำ Local ไปสู่ Global ภายใต้กรอบการสร้างงาน สร้างอาชีพ สร้างรายได้ สร้างความสุขให้คนในพื้นที่ครับ

นายวิโรจน์ ศิริรัตนรักษ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท แอดวานซ์ เว็บ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน)  ได้กล่าวถึงความร่วมมือในการนำ Digital Technology มาพัฒนาส่งเสริมภาคธุรกิจการท่องเที่ยว ของโครงการเบตงหมื่นล้านว่า  “ผมคิดว่าโครงการนี้เป็นโครงการที่ดีที่จะสร้างรากฐานทางเศรษฐกิจ และชุมชนที่แข็งแกร่ง อันจะเป็นกำลังช่วยส่งให้เศรษฐกิจโดยรวมของประเทศขับเคลื่อนไปได้อย่างยั่งยืน เราในฐานะผู้นำด้านการพัฒนาเทคโนโลยีดิจิทัลแพลตฟอร์ม และระบบไอทีโซลูชั่นของประเทศไทย ภายใต้แบรนด์ WELOVEBOOKING ที่มีความเชี่ยวชาญชำนาญ ในการนำเทคโนโลยีมาร่วมส่งเสริมผู้ประกอบการท่องเที่ยวแบบ Omni Channel ผ่านหลากหลายช่องทาง ไม่ว่าจะเป็น On-site, On-cloud หรือ On-Social ตอบโจทย์การทำธุรกิจของผู้ประกอบการและการใช้ชีวิตในยุค New Normal ของนักท่องเที่ยวได้อย่างมีประสิทธิภาพ 

ทั้งยังมีแพลทฟอร์มดิจิทัล ที่เป็นเครื่องมือในการบริหารจัดการลูกค้าหรือสมาชิก ในการจองและจำหน่ายตั๋วแบบครบวงจร Ticketing Management System (TMS)  และระบบ Appointment Management System  (AMS)  ที่มี AI Bot สามารถรองรับการจองได้จากทั่วทุกมุมโลก ตลอด 24 ชั่วโมง ที่ทางบริษัทฯ ได้พัฒนาและให้บริการแก่ผู้ประกอบการท่องเที่ยวมาแล้วกว่า 10 ปี  เป็นการเพิ่มความสะดวกในการบริหารงานให้รวดเร็ว ถูกต้อง แม่นยำ เพิ่มความปลอดภัย ลดการทำงานที่ผิดพลาด และยังมีระบบ Blockchain ที่นำมาพัฒนาเชื่อมต่อกับ platform การท่องเที่ยวให้เกิด Ecosystem ครบวงจร สิ่งเหล่านี้ล้วนเสริมสร้างศักยภาพและใช้ในการผลักดันให้โครงการเบตงหมื่นล้าน บรรลุวัตถุประสงค์ได้เร็วขึ้น สร้างงาน สร้างรายได้ สร้างความสุขให้แก่ชุมชน แบบยั่งยืน”

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

น้ำมันแพงกระทบตลาดแตงโมเกษตรกรลดราคาให้พ่อค้าคนกลางเหลือกิโลละ 3 บาท

Posted on March 22, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/642917

น้ำมันแพงกระทบตลาดแตงโมเกษตรกรลดราคาให้พ่อค้าคนกลางเหลือกิโลละ 3 บาท

วันอังคาร ที่ 22 มีนาคม พ.ศ. 2565, 14.15 น.

จากภาวะน้ำมันขึ้นราคาต่อเนื่อง ส่งผลกระทบกับอาชีพปลูกแตงโมและตลาดแตงโมที่กาฬสินธุ์ ซึ่งเป็นตลาดซื้อขายแตงโมแหล่งใหญ่ที่สุดของประเทศ โดยเกษตรกรผู้ปลูกแตงโมต้องปรับลดราคาให้พ่อค้าคนกลางจากเดิมกิโลกรัมละ 7-8 บาทเป็นกิโลกรัมละ 3 บาท ขณะที่พ่อค้าคนกลางหลายรายได้ปรับขึ้นราคาขายส่งเป็นลูกๆ ละ 10-20 บาท ลดความเสี่ยงจากการขาดทุนเนื่องจากน้ำมันแพง

วันที่ 22 มี.ค.65 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากการติดตามบรรยากาศการซื้อขายแตงโม ที่ตลาดแตงโมโคกดอนหัน บริเวณปากทางเขื่อนลำปาว อ.ยางตลาด จ.กาฬสินธุ์ ซึ่งเป็นตลาดซื้อขายแตงโมที่ใหญ่ที่สุดในภาคอีสานแห่งหนึ่งของประเทศ โดยช่วงนี้เป็นช่วงที่ผลผลิตแตงโมจากไร่ กำลังออกสู่ตลาดแต่บรรยากาศการซื้อขาย กลับไม่คึกคักเท่าที่ควร 

นายนาคินทร์ ภูจ่าพล ผู้ใหญ่บ้านดอนยานาง หมู่ 9 ต.ดอนสมบูรณ์ อ.ยางตลาด จ.กาฬสินธุ์ กล่าวว่า อาชีพปลูกแตงโมเป็นอีกอาชีพหนึ่ง ที่ชาวบ้านใน ต.ดอนสมบูรณ์ ปลูกเป็นอาชีพหลักกว่า 30  ปี โดยจะทำการปลูกหลายสายพันธุ์ เช่น จินตรา ตอร์ปิโด กินรี น้ำผึ้ง ซอนญ่า ทั้งนี้ นำผลผลิตมาพักและรอพ่อค้าภายในจังหวัดและจากต่างจังหวัดทั่วประเทศ มารับซื้อถึงที่ที่ตลาดแตงโมโคกดอนหัน มีเงินหมุนเวียนปีละหลายสิบล้าน ราคาซื้อขายปรับตัวขึ้นลงตามกลไกตลาด ล่าสุดผลผลิตปลายปี 64 ที่ผ่านมา กก.ละ 7-8 บาท แต่ในช่วงนี้ปรับลดลงเหลือ กก.ละ 3 บาท

นายเสรี ฮ่วนสกุล อายุ 56 ปี บ้านเลขที่ 73/2 หมู่ 4 ต.วังใหญ่ อ.ศรีสำโรง จ.สุโขทัย พ่อค้าคนกลาง กล่าวว่า ตนยึดอาชีพค้าขายแตงโมมา 10 ปี ตะเวนรับซื้อหลายแห่ง รวมทั้งที่ตลาดแตงโมโคกดอนหันแห่งนี้ โดยจะนำไปส่งลูกค้าทั้งภาคเหนือ เช่น เชียงใหม่ แม่ฮ่องสอน ภาคใต้ เช่น สุราษฏร์ธานี และหลายจังหวัดในแถบภาคกลาง โดยจะมารับซื้อแตงรวมหลายขนาด เที่ยวละ 4 ตัน ค่าน้ำมันเที่ยวละ 2,000 บาท ผลกระทบจากสถานการณ์โควิด-19 ที่ผ่านมา กระทบกับการค้าขายมาก ยอดขายลดลง แต่ก็ยังไม่เสี่ยงกับการขาดทุนเท่าภาวะราคาน้ำมันแพง ยังดีที่เกษตรกรและแม่ค้าที่นี่ ปรับลดราคาขายเหลือ ก.ก.ล 3 บาท ถือเป็นการลดต้นทุน ขณะที่จะนำไปขายส่งคิดกำไร ก.ก.ละ 50 สตางค์ บางเที่ยวก็คุ้มทุน บางเที่ยวก็ขาดทุน แต่จำเป็นต้องค้าขายต่อไป เพราะเป็นอาชีพหลักและรักษาลูกค้าไว้ หวังอนาคตราคาน้ำมันลดลง ก็จะมีกำไรเพิ่มขึ้น

ขณะที่นายไหล จันทรา อายุ 71 ปี บ้านเลขที่ 17 หมู่ 7 บ้านนาโพธิ์ ต.นางิ้ว อ.เขาสวนกวาง จ.ขอนแก่น กล่าวว่า ตนเป็นพ่อค้าแตงโมมือใหม่ เดิมปลูกมันสำปะหลัง ขาดทุนติดต่อกันหลายปี เพราะสู้ราคาปุ๋ยเคมีและค่าแรงไม่ไหว จึงหันมาค้าขายแตงโม มารับซื้อเที่ยวละ 1 ตัน  ค่าน้ำมันเที่ยวละ 600 บาท โดยตนจะมาเลือกซื้อแตงโมลูกใหญ่ ราคา ก.ก.ละ 7 บาท ขณะที่จะนำไปขายเป็นลูก ลูกละ 50-100 บาท แต่พอราคาน้ำมันปรับตัวสูงขึ้น ก็จะบวกเพิ่มอีกลูกละ 10-20 บาท เพื่อให้สามารถอยู่ได้ ขายแตงไม่ขาดทุน อย่างไรก็ตามอยากฝากถึงรัฐบาลได้รีบเร่งแก้ไขปัญหาน้ำมันแพงด้วย เพราะตอนนี้เกษตรกรผู้ปลูกแตงโม ประชาชนทั่วไป และพ่อค้าขายแตงโม กำลังเดือดร้อนเพราะต้นทุนการผลิต และค่าขนส่งแพง  การค้าขายจึงเสี่ยงกับการขาดทุน – 003 

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

‘โรงแรม’ที่เชียงรายครวญ ยังไม่ได้เงินเที่ยวด้วยกันเฟส3

Posted on March 22, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/642914

‘โรงแรม’ที่เชียงรายครวญ ยังไม่ได้เงินเที่ยวด้วยกันเฟส3

วันอังคาร ที่ 22 มีนาคม พ.ศ. 2565, 14.11 น.

‘โรงแรม’ที่เชียงรายครวญ ยังไม่ได้เงินเที่ยวด้วยกันเฟส3 กว่า 10 ล้านบาท เผยเป็นโครงการที่ดี พร้อมร่วม‘เฟส4’

22 มีนาคม 2565 จากกรณีที่รัฐบาลได้ดำเนินการโครงการ “เราเที่ยวด้วยกัน” เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจภาคการท่องเที่ยว ช่วงที่มีการระบาดของไวรัสโควิด-19 โดยโครงการดำเนินการเป็นระยะๆ ตั้งแต่ เฟส 1 จนถึงเฟส 3 และกำลังจะดำเนินการในเฟส 4 แล้วนั้น ล่าสุดพบว่าบรรดาผู้ประกอบการห้องพักโรงแรมต่างๆในพื้นที่ จ.เชียงราย ระบุว่า ก่อนเข้าสู่โครงการเฟส 4 ต้องการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องแก้ไขปัญหาการไม่ได้รับเงินอุดหนุนจากโครงการ “เราเที่ยวด้วยกัน” เฟส 3 อย่างครบถ้วนก่อนด้วย

นายวิโรจน์ ชายา นายกสมาคมโรงแรม จ.เชียงราย เปิดเผยว่า จ.เชียงราย มีผู้ประกอบการห้องพักโรงแรมประมาณ 600 กว่าแห่ง และเข้าร่วมโครงการเราเที่ยวด้วยกันประมาณ 300 แห่ง หรือ 50% เพราะถือเป็นโครงการที่ดีที่ ช่วยให้ผู้ประกอบการอยู่รอดได้ โดยได้รับการสนับสนุนงบประมาณจากภาครัฐ 40% และผู้เข้าพัก 60% ซึ่งในการเข้าร่วมโครงการเฟส 1 และเฟส 2 นั้น ยังไม่พบปัญหาใดๆ

“กระทั่งเข้าสู่เฟส 3 ซึ่งช่วงแรกยังไม่พบปัญหา แต่เมื่อเข้าสู่ช่วงปลายของโครงการในเดือน ก.พ.65 จนหมดโครงการของเฟส 3 ปรากฏว่าผู้ประกอบการกลับยังไม่ได้รับเงินจากโครงการ โดยมีวงเงินความเสียหายเฉพาะของ จ.เชียงราย รวมกันประมาณ 10 ล้านบาท มีทั้งโรงแรมขนาดใหญ่ กลาง และเล็ก ตั้งแต่โรงแรมที่มีค่าห้องพักหลักร้อย หลักพัน จนถึงหลักหมื่นบาท บางรายยังไม่ได้เงินรวมเป็นหลักล้านบาท และเมื่อตนสอบถามไปยังผู้ประกอบการในจังหวัดอื่นๆ ทราบว่าต่างประสบปัญหาเหมือนกัน คือ ยังไม่ได้เงินจากโครงการเราเที่ยวด้วยกัน” นายวิโรจน์ กล่าว

นายวิโรจน์ กล่าวอีกว่า ทางผู้ประกอบการจึงขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งดำเนินการแก้ไขปัญหา เบื้องต้นอยากจะขอให้ชี้แจงว่าสาเหตุที่ได้เงินล่าช้าเกิดขึ้นจากอะไร เนื่องจากในเดือน เม.ย.นี้ จะถึงกำหนดเวลาที่บรรดาผู้ประกอบการแต่ละแห่งจะต้องไปชำระภาษีที่ดิน ภาษีสิ่งปลูกสร้าง และภาษีป้ายกันแล้ว จากนั้นอยากจะขอให้แก้ไขปัญหาให้เกิดสภาพคล่องของโครงการเฟส 3 โดยเร็ว ตนได้สอบถามไปยังหน่วยงานในพื้นที่ทางวาจาแล้ว แต่เนื่องจากเป็นโครงการที่ดำเนินการโดยหน่วยงานส่วนกลาง ทำให้ยังต้องรอคำตอบต่อไป

ขณะที่ในปัจจุบันผู้ประกอบการส่วนใหญ่ดำรงธุรกิจอยู่ได้จากลูกค้าวอล์คอิน เพราะยังไม่ค่อยมีการจองล่วงหน้ากันมากนัก ทำให้ลูกค้าในโครงการเราเที่ยวด้วยกันมีความสำคัญมาก เพราะจะมีการแจ้งล่วงหน้ามาก่อน จากนั้นผู้ประกอบการจะได้รับเงินจากลูกค้า 60% และรอเงินจากโครงการที่จะโอนเข้าไปอีก 40% หลังลูกค้าเข้าพักและเช็คเอาท์ออกไปแล้ว ซึ่งเงินคงค้างส่วนใหญ่พบว่าเป็นกลุ่มที่เข้าพักในช่วงเดือน ก.พ.65 หรือปลายโครงการเฟส 3 ที่ผ่านมา

“อย่างไรก็ตาม ผู้ประกอบการจะเข้าร่วมโครงการเฟส 4 ตั้งแต่เดือน เม.ย.นี้ต่อไป เพราะผู้ประกอบการรายเดิมยังคงได้รับสิทธิต่อไป และเชื่อว่าหากดำเนินโครงการให้ดีจะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจและสภาพคล่องได้เป็นอย่างดี” นายวิโรจน์ กล่าว

นายวิโรจน์ ระบุว่า ล่าสุดทางธนาคารออมสิน ได้จัดมหกรรมทางการเงิน “พลิกฟื้นธุรกิจกลับมายิ้มได้อีกครั้ง” ณ โรงแรมเฮอริเทจ เชียงราย อ.เมืองเชียงราย โดยเป็นหน่วยงานใหม่ของธนาคารออมสิน ที่ออกมาช่วยเหลือผู้ประกอบการขนาดกลางและย่อมหรือ SMEs เรื่องการให้สินเชื่อดอกเบี้ยต่ำและอื่นๆอีกมากมาย เชื่อว่าจะช่วยเหลือเรื่องสภาพคล่องของผู้ประกอบการในช่วงที่รอเงินคงค้างจากโครงการเราเที่ยวด้วยกันเฟส 3 ได้บ้าง

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

เริ่มออกสู่ตลาดแล้ว! ทุเรียนพันธุ์ชะนี ผู้ว่าฯลงพื้นที่ตรวจเข้มคุณภาพ

Posted on March 22, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/642911

เริ่มออกสู่ตลาดแล้ว! ทุเรียนพันธุ์ชะนี ผู้ว่าฯลงพื้นที่ตรวจเข้มคุณภาพ

วันอังคาร ที่ 22 มีนาคม พ.ศ. 2565, 13.58 น.

ผลผลิตทุเรียนพันธุ์ชะนี ต้นฤดูของจังหวัดตราดเริ่มออกสู่ตลาด ขณะที่ผู้ว่าฯตราด ติดตามสถานการณ์การควบคุมและป้องกันทุเรียนด้อยคุณภาพออกสู่ตลาด

22 มีนาคม 2565 เมื่อเวลา 09.00 น. ที่สวนทุเรียนของนางลออ บุญลอย เกษตรกร หมู่ที่ 5 ตำบลอ่าวใหญ่ อำเภอเมืองตราด นายชำนาญวิทย์ เตรัตน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดตราด ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์การควบคุมและป้องกันทุเรียนด้อยคุณภาพออกสู่ตลาด พร้อมทั้งร่วมสาธิตตัดทุเรียนพันธุ์ชะนีต้นฤดูกาล พร้อมทั้งนำตัวอย่างทุเรียนพันธุ์ชะนี มาตรวจเปอร์เซ็นต์น้ำหนักแห้งในเนื้อทุเรียน 

โดยจากการตรวจเปอร์เซ็นต์น้ำหนักแห้งในเนื้อทุเรียนพบว่า ตัวอย่างมีเปอร์เซ็นต์น้ำหนักแห้ง 39.30 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งถือว่าผ่านมาตรฐานตามหลักของกรมวิชาการเกษตร ที่กำหนดเปอร์เซ็นต์น้ำหนักแห้งในเนื้อทุเรียนสายพันธุ์ชะนี ไว้ที่ไม่น้อยกว่า 30 เปอร์เซ็นต์น้ำหนักแห้ง พร้อมกันนี้ผู้ว่าราชการจังหวัดตราด ยังได้มอบหนังสือรับรองผลการตรวจเปอร์เซ็นต์น้ำหนักแห้งในเนื้อทุเรียน

นายชำนาญวิทย์ กล่าวว่า จังหวัดตราดได้ออกมาตรการควบคุมและป้องกันแก้ไขปัญหาทุเรียนด้อยคุณภาพออกสู่ตลาด ปี 2565 โดยกำหนดวันเก็บเกี่ยวทุเรียน 5 สายพันธุ์ ประจำปี 2565 ประกอบด้วย พันธุ์กระดุม วันที่ 20 มีนาคม2565  พันธุ์ชะนี และพันธุ์พวงมณี วันที่ 10 เมษายน 2565 และสายพันธุ์หมอนทอง และพันธุ์ก้านยาว วันที่ 25 เมษายน 2565 ซึ่งหากเกษตรกรจะเก็บผลผลิตทุเรียนก่อนวันที่กำหนดจะต้องแจ้ง ผู้นำชุมชน หรืออาสาสมัครเกษตรหมู่บ้านหรือสำนักงานเกษตรอำเภอ  ที่ตั้งแปลงปลูกเพื่อตรวจเปอร์เซ็นต์น้ำหนักแห้งในเนื้อทุเรียน เพื่อป้องกันปัญหาทุเรียนด้อยคุณภาพ (ทุเรียนอ่อน) ออกสู่ตลาด   

อย่างไรก็ตาม สำนักงานเกษตรจังหวัดตราดร่วมกับสำนักงานเกษตรอำเภอเมืองตราด ได้จัดทำแผนให้บริการตรวจเปอร์เซ็นต์น้ำหนักแห้งในเนื้อทุเรียนสายพันธุ์ชะนี เพื่อกำหนดระดับความสุกแก่ของทุเรียนสายพันธุ์ชะนี ในพื้นที่อำเภอเมืองตราดให้กับเกษตรกรอีกด้วย. 012

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

หาดูยาก! แหล่งผลิต ‘น้ำอ้อยหนึก’ อนาคตอาจจะสูญหายไป

Posted on March 22, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/642909

หาดูยาก! แหล่งผลิต 'น้ำอ้อยหนึก' อนาคตอาจจะสูญหายไป

วันอังคาร ที่ 22 มีนาคม พ.ศ. 2565, 13.48 น.

วันนี้ “ทีมข่าวแนวหน้าออนไลน์” จะพาไปดูแหล่งผลิต “น้ำอ้อยหนึก” หรือน้ำตาลอ้อยก้อนสูตรโบราณ ที่หมู่ 3 ต.เกาะตาเลี้ยง อ.ศรีสำโรง ถือเป็นที่ขึ้นชื่อของ จ.สุโขทัย ซึ่งปัจจุบันคงเหลือชาวบ้านเพียง 5-6 ครอบครัวเท่านั้น ที่ยังสืบทอดวิธีทำแบบโบราณลูกผสม (ประยุกต์ใช้เครื่องจักรร่วมกับแรงคน) นับวันหาดูได้ยาก และอาจสูญหายไป เพราะเป็นงานหนัก ลูกหลานคงไม่อยากสืบทอดต่อ

นายวิศรุต เจริญรอบ อายุ 33 ปี บ้านเลขที่ 54/1 หมู่ 3 ต.เกาะตาเลี้ยง อ.ศรีสำโรง จ.สุโขทัย เปิดเผยว่า ที่บ้านปลูกอ้อยไว้ 20 กว่าไร่ เพื่อใช้แปรรูปทำน้ำอ้อยหนึกโดยเฉพาะ ซึ่งตนกับพี่สาวได้สืบทอดทำต่อจากพ่อแม่ โดยต้องตื่นนอนกันตั้งแต่ตี 3 เริ่มคั้นน้ำอ้อยจนเต็มโอ่งที่ฝังดินไว้ แล้วดูดเข้าถัง 200 ลิตร เอามาลงเคี่ยวไฟในกระทะจนเดือดได้ที่ จากนั้นก็ใส่น้ำตาลทรายเพื่อให้แห้งเร็ว และใส่แบะแซเพื่อให้เหนียวปั้นเป็นก้อนได้ หลังตักออกจากเตาเคี่ยว ก็เอามากวน 5-10 นาที เพื่อให้น้ำอ้อยจับตัว ก่อนนำมาหยอดเป็นก้อน รอให้แห้ง แล้วก็เก็บบรรจุถุง ถุงละ 10 กิโลกรัม (กก.ละ 35 บาท) เตรียมส่งลูกค้าประจำจากจังหวัดตากและพิจิตร ที่จะมารับซื้อกันถึงที่ คนละ 4-5 ตันต่อเที่ยว

นายวิศรุต บอกว่า ที่บ้านผลิตน้ำอ้อยหนึก (หนึก แปลว่า เหนียวหนึบ เนื้อแน่น) ได้วันละ 500 กิโลกรัม (ครึ่งตัน) หักค่าใช้จ่ายแล้วก็จะเหลือกำไรประมาณวันละ 3,000 บาท โดยจะผลิตกันทุกปีในช่วงเดือนธันวาคม ถึงเมษายน รวมระยะเวลา 5 เดือน ถือเป็นงานหนัก แต่ก็คุ้มค่าเหนื่อย ติดต่อ

“ที่บ้านผมทำอาชีพนี้มานานเกือบ 40 ปีแล้ว และผมก็มีลูกสาว คิดว่าตัวเองคงจะเป็นรุ่นสุดท้ายของครอบครัว ที่จะสืบทอดต่อการทำน้ำอ้อยหนึก สูตรโบราณ” นายวิศรุต กล่าว .-008 

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

‘เกาะสมุย’คึก!ท่องเที่ยวขานรับ ศบค.ยกเลิกตรวจRT-PCR 72 ชม.

Posted on March 22, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/642903

‘เกาะสมุย’คึก!ท่องเที่ยวขานรับ ศบค.ยกเลิกตรวจRT-PCR 72 ชม.

วันอังคาร ที่ 22 มีนาคม พ.ศ. 2565, 13.14 น.

‘เกาะสมุย’คึก!ท่องเที่ยวขานรับ ศบค.ยกเลิกตรวจRT-PCR 72 ชม.

22 มีนาคม 2565 จากมติ ศบค.ชุดใหญ่ เมื่อวันที่ 18 มีนาคม 2565 ที่ผ่านมา ได้มีการปรับมาตรการสำหรับการเดินทางเข้าราชอาณาจักรไทย โดยเห็นชอบให้ตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน 2565 กำหนดให้ผู้เดินทางเข้าราชอาณาจักรไทยรูปแบบ Test & Go ทั้งทางบก ทางน้ำ และทางอากาศ ยกเลิกการตรวจ RT-PCR ก่อนการเดินทาง 72 ชั่วโมงทุกกลุ่ม โดยจะต้องตรวจ Self ATK ในวันที่ 5 ด้วยตนเองแล้วแจ้งผลผ่านแอปพลิเคชั่นหมอชนะ

มาตรการดังกล่าวจะเริ่มใช้ตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน 2565 และในระยะถัดไปเดือนพฤษภาคม 2565 จะพิจารณาปรับรูปแบบการตรวจหาเชื้อเหมือนกันหมดทุกจังหวัด และจากมติ ศบค.ชุดใหญ่ดังกล่าวส่งผลกระตุ้นท่องเที่ยวของสมาคมส่งเสริมการท่องเที่ยวเกาะสมุย สามารถนำมาตรการดังกล่าวที่ยกเลิกการตรวจ RT-PCR นำเสนอให้นักท่องเที่ยวตัดสินใจเดินทางมาท่องเที่ยวยังเกาะสมุยมีความสะดวกมากยิ่งขึ้น

นายรัชชพร พูลสวัสดิ์ นายกสมาคมส่งเสริมการท่องเที่ยวเกาะสมุย กล่าวว่า จากการที่ ศบค.ชุดใหญ่ได้มีมติยกเลิกการตรวจ 72 ชั่วโมงก่อนการเดินทางเข้ามา ซึ่งเป็นการลดเงื่อนไขหนึ่งที่เอเจนทัวร์ และ นักท่องเที่ยวทั่วโลกให้ความสนใจเมืองไทยมากยิ่งขึ้น หลังจากที่การยกเลิกการตรวจ RT-PCR ก่อนการเดินทาง 72 ชั่วโมง จะทำให้ประเทศไทยมีศักยภาพเหนือคู่แข่งประเทศต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นบาหลี ประเทศอินโดนีเซีย ประเทศเวียดนาม ประเทศฟิลิปปินส์ หรือสถานที่ท่องเที่ยวที่เป็นคู่แข่งกับเรา

“เพราะฉะนั้นหากรัฐบาลพิจารณายกเลิกเรื่องนี้ก่อนวันที่ 1 พฤษภาคม นี้ จะเป็นเรื่องที่ดีจะทำให้ช่วงฤดูกาลท่องเที่ยวช่วงเดือนเมษายนถึงพฤษภาคม นักท่องเที่ยว จะมีการจองห้องพักซึ่งจะทำให้เอเจนทัวร์ทั้งระบบออนไลน์และออฟไลน์ ให้ความสนใจ รวมถึงนักท่องเที่ยวก็จะมาให้ความสนใจประเทศไทย ที่สำคัญเรื่องนี้ประเทศในยุโรปได้มีการยกเลิกการตรวจ RT-PCR 72 ชั่วโมงก่อนการเดินทางกันแล้ว” นายรัชชพร กล่าว

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ช่วงนี้ทองแพง! ชาวปากชมจับจองพื้นที่ ‘ร่อนทอง’ขายริมน้ำโขง

Posted on March 22, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/642897

ช่วงนี้ทองแพง! ชาวปากชมจับจองพื้นที่ 'ร่อนทอง'ขายริมน้ำโขง

วันอังคาร ที่ 22 มีนาคม พ.ศ. 2565, 12.04 น.

22 มีนาคม 2565 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่บ้านศรีภูธร ต.ปากชม อ.ปากชม จ.เลย เป็นหมู่บ้านอยู่ติดแม่น้ำโขง พอถึงช่วงฤดูแล้งหรือน้ำโขงแห้งเห็นหาดทราย ชาวบ้านต่างออกมาร่อนทองตามริมแม่น้ำโขงยิ่งช่วงนี้ทองมีราคา ชาวบ้านตื่นแต่เช้าเข้าจับจองสถานที่เพื่อหาจุดร่อนทอง ช่วงน้ำโขงแห้งแต่ไม่สร้างความผิดหวังบางคนร่องได้ทองขายได้ถึงวันละไม่น้อยกว่า 800-900 บาท หากโชคดีกว่า 1,000 บาท ต่อวัน

นางอำนวย บุญกว้าง ชาวบ้านบ้านศรีภูธร เผยว่า การร่อนทองของชาวบ้านศรีภูธร ได้ทำกันมาตั้งแต่รุ่นปู่รุ่นย่าสืบทอดกันมาแต่โบราณ ถือว่าเป็นอีกอาชีพหนึ่งของชาวบ้านที่อาศัยอยู่ริมแม่น้ำโขง หลายสิบปีก่อนมีคนยึดเป็นอาชีพจำนวนมาก แต่ระยะหลังเหลือคนที่ลงน้ำโขงร่อนหาเศษทองแทบจะนับตัวได้

จนปัจจุบันมีคนร่อนทองเป็นอาชีพจริงๆเลี้ยงปากเลี้ยงท้องเหลืออยู่ไม่กี่คน การร่อนหาทองคำในแม่น้ำโขง จะได้น้อยได้มากแล้วแต่โอกาสแล้วแต่โชคช่วย เศษแร่ทองที่ร่อนได้จะรวบรวมไปขายให้ร้านทองในตัวอำเภอหรือไม่ก็จะรอให้มีคนของร้านทองออกมาหาซื้อถึงบ้าน แต่ไม่ได้ขายทุกวัน 

สำหรับในช่วงนี้ทองมีราคาแพงขึ้น ราคาทองมีราคาสูงชาวบ้านหลายคนจึงหันกลับมาทำร่อนทองกันมากขึ้นซึ่งช่วงนี้ระดับน้ำในแม่น้ำโขงลดลง ชาวบ้านก็มีโอกาสร่อนทองได้มากขายได้วันละหลายพันบาท โดยในแต่ละอาทิตย์จะมีพ่อค้าหรือคนของร้านทองในตัวเมืองเข้ามารับซื้อทองคำจากชาวบ้าน ที่บริเวณบ้านหาดเบี้ย และจุดอื่นๆในอำเภอปากชม โดยก่อนจ่ายเงินพ่อค้าจะจุดไฟเผาหลอม เพื่อแยกทองคำออกราคาซื้อขายกันเป็นกรัม แล้วแต่ราคาทองในแต่ละวัน 

ในช่วงนี้ได้สร้างรายได้ให้ชาวบ้านที่มาร่อนทองเนื่องจากราคาทองคำราคาดีสุดที่เคยขายมา หากวันไหนโชคดีร่อนได้ทองมากก็เหมือนถูกหวยขายได้เงินหลายพันบาท การร่อนทองคำต้องอาศัยโชคช่วย แต่ละวันเหมือนการเสี่ยงทาย บางครั้งก็อยู่ที่บุญและดวงวาสนาของใครของมัน. 012

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

หนุ่มผันตัวกลับบ้านเกิด เลี้ยง ‘ปูนา’ แปรรูปเพิ่่มมูลค่า สร้างรายได้งาม

Posted on March 22, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/642894

หนุ่มผันตัวกลับบ้านเกิด เลี้ยง 'ปูนา' แปรรูปเพิ่่มมูลค่า สร้างรายได้งาม

วันอังคาร ที่ 22 มีนาคม พ.ศ. 2565, 11.40 น.

พื้นที่ว่างเปล่า ภายในเพียง 1 ไร่  ถูกดัดแปลง เป็นสถานที่เลี้ยงปูนา ของ คุณทิพย์ฟาร์มปูนา ของ นายกิตตินันท์ สุขเนตร ชาวบ้าน หมู่ที่ 5 บ้านบึงเฒ่า  ตำบลหนองโสน   อำเภอสามง่าม จังหวัดพิจิตร  ที่มีการจัดระบบ การเลี้ยงปูนา ทั้งระบบในบ่อซีเมนต์ และ ในบ่อดิน เพื่อ สร้างรายได้ ในการเลี้ยงปูนา ซึ่งเป็นที่หายาก ตามพื้นที่การเกษตร และ ที่ต้องการของตลาด ในการนำปูนามาประกอบอาหาร

นายกิตตินันท์ สุขเนตร เล่าฟังว่า “เดิมเมื่อ 4 ปี ที่ผ่านมา มีอาชีพค้าขาย ในกรุงเทพมหานคร ด้วยสภาวะเศรษฐกิจ   จึงเกิดแนวคิด จะกลับบ้าน จึงมีความสนใจ ในการทำการเกษตร แต่ ด้วยมีพื้นที่น้อย   จึงการศึกษาการสัตว์ จึงให้ความสนใจ ในการเลี้ยงปูนา จากระบบอินเตอร์เน็ต โดย ช่วงแรกลงทุนหาปูนาในทุ่งนา เพื่อนำพ่อพันธุ์ แม่ พันธุ์จะนำมาเลี้ยง แต่ ด้วยปริมาณปู ที่หายาก  จึงไม่ค่อยเจอ ในพื้นที่การเกษตร จึงสั่งพ่อแม่พันธุ์มาเพาะเลี้ยง ซึ่งช่วงเลี้ยงปีแรกแรก ลองผิดลองถูก ปูนา ตายจำนวนมาก จากนั้น จึงลองศึกษา จน พัฒนา การเลี้ยงจนประสบความสำเร็จ

การเลี้ยงปูนา มักจะเลี้ยง ไว้ในที่ร่มเพราะปูนาไม่ชอบอากาศที่ร้อน เลี้ยงได้ ทั้งบ่อซีเมนต์  และ บ่อดิน  ใส่ท่อหรือแผ่นกระเบื้อง,อิฐบล็อก เพื่อให้ปูจะได้มีแหล่งที่ซ่อนตัวและ หลบ ร้อน หลบภัยเพราะว่าปูนานั้นมีนิสัยชอบทำร้ายกันเอง และ หวงถิ่น  ซึ่งการเลี้ยงของทางฟาร์ม  มักจะเลี้ยงในบ่อดิน ให้เกิดการเลี้ยงแบบธรรมชาติ มากที่สุด และ ง่ายต่อการจัดระบบการดูแลน้ำ และ การให้อาหาร ซึ่งใช้เวลาการเลี้ยง 2 เดือน สามารถจับจำหน่ายได้

ที่ฟาร์มนั้นจะใช้วิธีเลี้ยงแบบธรรมชาติ โดยจะเน้นให้อาหารเป็นพืชผักเป็นหลักและให้ในปริมาณที่มากพอสมควร ซึ่งจะมีทั้งผักบุ้ง ผักกระเฉด ผักตบชวา ที่เป็นพืชน้ำและหาได้ง่ายตามพื้นที่ รวมถึงเป็นที่สำหรับไว้เกาะและหลบในช่วงเวลาที่ปูนาออกลูก ซึ่งเทคนิคการใส่ผักจำนวนมากให้ปูนานั้นมีประโยชน์มากมาย เวลาปูลอกคราบร่างกายในช่วงนั้นจะอ่อนแอ ซึ่งผักเหล่านี้จะช่วยให้ปูนาที่มีร่างกายไม่แข็งแรงในช่วงลอกคราบได้หลบเพื่อความปลอดภัยจากปูที่แข็งแรงกว่า

นายกิตตินันท์ สุขเนตร เล่าให้ฟังต่อว่า ซึ่งการเลี้ยง หลังประสบความสำเร็จ และปูนา มีผลผลิตมาก จึงเกิดแนวคิดเพิ่มมูลค่า ของปูนา โดยการนำปูนา มาแปรรูป จากการทดลองแปรรูป จึงพบว่า ปูนา ในแต่ละตัว นำมาแปรรูป ได้ ทุกส่วนของร่างกาย โดยนำปูที่เลี้ยงไว้ มาทำการน็อค น้ำแข็ง จากนั้นล้างทำความสะอาด แกะตัวปู ออก จากนั้น ทำการนำมันของปู มาทำอ่องมันปู เขี้ยวกับไข่ไก่จนแตกมัน เป็นสีเหลือง  ส่วน เนื้อปู จะทำการนำมา เป็นส่วนผสม ของ น้ำพริกสูตรโบราณ ทั้ง น้ำพริกเผาปูนา น้ำพริกตาแดงปูนา น้ำพริกนรกปูนาที่จะมีกลิ่นหอม ของปูนาในน้ำพริก ในส่วน กระโดง ขา ของปูนา จะนำมาบด ผลิต น้ำปูร้า จำหน่ายเพิ่มเพิ่มมูลค่า

ทั้งนี้ การเลี้ยงและแปรรูปเอง จึงเริ่มมีผู้สนใจในชุมชน จึงทำการให้ความรู้ ต่อชาวบ้านในชุมชน ได้ทดลองเลี้ยง โดยปูนาที่ได้จากชาวบ้าน ทางฟาร์ม จะทำการรับซื้อ จากชาวบ้านในชุมชน เพื่อนำปูนา มาแปรรูป ทำผลิตภัณฑ์ และทำการขยายเป็นวิสาหกิจชุมชน ในหมู่บ้าน และ พัฒนา คุณภาพ เพื่อเพิ่มมูลค่า และ รายได้ ในชุมชน    

สำหรับการเลี้ยงปูนา ทางคุณทิพย์ฟาร์มปูนา ยังได้พัฒนา ต่อยอดตั้งเป็นกลุ่มวิสาหกิจชุม ให้กับเกษตรกรในชุมชน นำไปเลี้ยง  แล้ว นำมาปูนาที่เลี้ยงนำมาขายให้กับทางกลุ่ม เพื่อนำมาแปรรูป โดยผู้ที่สนใจ สามารถสั่งซื้อผลิตภัณท์  มีทั้ง อ่องมันปู ในราคากระปุกละ 60 บาท  น้ำพริกเผาปูนา น้ำพริกตาแดงปูนา น้ำพริกนรกปูนา ประปุกละ 170 กรัม ราคากระปุกละ 65บาท ส่วน น้ำปูร้า และ น้ำยำปูนา  ราคาขวดละ 35 บาท หรือ สามารถติดต่อสอบถามการเลี้ยง ได้ที่ เบอร์โทรศัพท์  นายกิตตินันท์ สุขเนตร หรือ พี่ไก่ หมายเลข 091 0424783 หรือที่เพจเฟสบุ๊ค คุณทิพย์ฟาร์มปูนา  เพื่อเป็นแนวทางอาชีพ และ ช่วยเหลือ เกษตรกร จำหน่ายสินค้าการเกษตร. -008  

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

จับขบวนการตีมึน! ขึ้นนั่งปรกปลุกเสกแทนพระเกจินำตัวไปสอบ ‘พระจริงหรือปลอม’

Posted on March 22, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/642865

จับขบวนการตีมึน! ขึ้นนั่งปรกปลุกเสกแทนพระเกจินำตัวไปสอบ 'พระจริงหรือปลอม'

วันอังคาร ที่ 22 มีนาคม พ.ศ. 2565, 08.55 น.

อ้างเป็นพระเกจิ! ตีมึนขึ้นนั่งปรกปลุกเสกแทนพระเกจิ ถูกรวบคางาน “พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฐมนตรี” เดินทางไปเป็นประธานพิธีเททองหล่อชิ้นส่วนพระพุทธปางไสยาสน์ วัดถ้ำเขาวง อำเภอบ้านไร่ จังหวัดอุทัยธานี เจ้าหน้าที่นำตัวสอบหาต้นสังกัดเป็นพระจริงหรือพระปลอม ขณะที่อีกคนไหวทันหลบหนีออกจากงานไปก่อน

เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 21 มี.ค.65 ที่ผ่านมาที่อำเภอบ้านไร่ จังหวัดอุทัยธานี หลังจาก พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฐมนตรี เดินทางลงพื้นที่ตรวจราชการการแก้ไขปัญหาภัยแล้งในพื้นที่หอประชุมอำเภอบ้านไร่ โดยมีนายขจรเกียรติ รักพานิชมณี ผู้ว่าราชการจังหวัดอุทัยธานี นายศักดิ์ดา วิเชียรศิลป์ อธิบดีกรมทรัพยากรน้ำบาดาล กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม พร้อมหัวหน้าส่านราชการ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ประชาชน ให้การต้อนรับเป็นอย่างมาก

หลังจากนั้นช่วงเย็นได้เดินทางไปยังวัดถ้ำเขาวง อำเภอบ้านไร่ จังหวัดอุทัยธานี เพื่อเป็นประธานพิธีเททองหล่อชิ้นส่วนพระพุทธปางไสยาสน์ โดยมีนายนพดล พลเสน พร้อมครอบครัวเป็นเจ้าภาพในการจัดพิธีเททองหล่อพระพุทธรูปปางไสยาสน์ โดยภายในงานได้มอบหมายให้พระครูวินัยธร วิชาญ จนทสาโร เจ้าอาวาสวัดห้วยเปล้า เจ้าคณะตำบลระบำ เขต 1 อ.ลานสัก จ.อุทัยธานี เป็นผู้ดำเนินงานการจัดสถานที่เททอง พร้อมทั้งการนิมนต์พระเกจิ ที่ทำพิธีนั่งปรก ในครั้งนี้

โดยพระครูวินัยธรวิชาญ ได้ดำเนินการมีนมนต์สมเด็จพระมหารัชมงคลมุนี (ธงชัย ธมมธโช) เจ้าคณะใหญ่หนกลาง กรรมการเถรสมาคม ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดไตรมิตร กรุงเทพฯ ประธานฝ่ายสงฆ์ โดยมีประกอบพิธีกรรมพระนั่งปรก ประกอบด้วย พระธรรรมปริยัติโมลี อินทปัญโญ ที่ปรึกษาเจ้าคณะภาค 3 เจ้าอาวาสวัดบพิตรพิมุข กทม., พระธรรมสุธี นรินโท เจ้าอาวาสวัดหัวลำโพง กทม., พระราชอุทัยโสภณ เจ้าคณะจังหวัดอุทัยธานี เจ้าอาวาสวัดหนองขุนชาติ, พระมงคลกิจโกศล รองเจ้าคณะจังหวัดชัยนาท เจ้าอาวาสวัดเทพหิรัณย์ อ.หันคา จ.ชัยนาท, พระโสภณ พัฒนคุณ เจ้าคณะอำเภอหนองม่วง เจ้าอาวาสวัดพุน้อย จ.ลพบุรี, พระครูยติ ธรรมานุยุต (หลวงพ่อแป๊ะ) เจ้าอาวาสวัดสว่างอารมณ์ อ.นครชัยศรี จ.นครปฐม, พระครูอุเทศวรธรรม (หลวงพ่อไสว) เจ้าอาวาสวัดหนองโพธิ์ จ.อุทัยธานี, พระครูปลัดสมนึก สุธมมถิสทโธ เจ้าอาวาสวัดท่าซุ่ง จ.อุทัยธานี และพระครูวิมล ญาติอุด

ในระหว่างที่พระเกจิขึ้นไปนั่งปรกครบระหว่างประกอบพิธี ในจำนวนนี้พระครูวิมล ญาติอุดม ได้เดินทางมาถึงที่หลังเล็กน้อย หลังจากนั้นพระครูวินัยธร วิชาญ จนทสาโร เจ้าอาวาสวัดห้วยเปล้า ได้นิมนต์ไปยังบริเวณสถานที่นั่งปรก ปรากฎพบพระธนยศ ธรรมสาโร มานั่งแทนที่จึงสอบถามว่าใครนิมนต์ท่านขึ้นมานั่งปรก บริเวณนี่มีแต่พระเกจิทั้งนั้น หลังจากนั้นพระครูวินัยธรวิชาญ ได้นิมนต์พระธนยศ ลงมาจากที่นั่งปรก พร้อมกับได้แจ้งไปยังเลขานุการเจ้าคณะจังหวัดอุทัยธานีที่มาร่วมงาน และได้เชิญพระธนยศไปหลังบริเวณจัดงานเพื่อสอบถาม ซึ่งก่อนหน้านั้นเคยมีเรื่องแบบนี้จากวัดต่างๆ มาแล้ว

โดยมีสำนักพุทธศาสนาจังหวัดอุทัยธานี พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจ ร่วมกันสอบถามพระธนยศว่าเป็นพระจริงหรือพระปลอมกันแน่ โดยพระธนยศให้การวกวนไปมาจนเจ้าหน้าที่สับสนคำพูด หลังจากนั้นจึงขอดูใบสุทธิในยามที่ใบขาดรุ่งริ่งเป็นแผ่นจนทราบชื่อว่าพระธนยศ ธรรมสาโร สังกัตธรรมยุติ อยู่วัดป่าเวียงคำ ต.เมืองคง อ.ราษีไศล จ.ศรีษะเกษ โดยให้การว่าที่มาร่วมงานนี้ได้ติดตามทางเฟสบุ๊กของวัดถ้ำเขาวง จึงได้เดินทางมาที่วัดถ้ำเขาวงกับเพื่อนอีกคน โดยได้อ้างว่าระหว่างที่ชุลมุนกันนั้นตนเห็นว่ามีที่ว่างอยู่จึงขึ้นไปนั่งปรกแทนพระเกจิ

หลังจากนั้นผู้สื่อข่าวได้สอบถามว่ามีอาการทางประสาทหรือไม่ ทางพระธนยศ ตอบว่ากินยาโรคจิตมาตั้งแต่ปี 2552 ซึ่งก่อนหน้าเขาจับขังตนอยู่ในห้องคนบ้ามาแล้ว 3-4 คืน โดยมีการฉีดยาจนญาติพี่น้องไปช่วยออกมา หลังจากนั้นก็กินยามาตลอดต้องหาเงินซื้อยาเอง  

ด้านพระเลขาเจ้าคณะจังหวัดอุทัยธานี ได้กล่าวว่าก่อนหน้านั้นอาตมาได้รับแจ้งมาจากวัดต่างๆ ว่าได้มีขบวนการตีมึนแบบนี้ไปหากินตามวัดต่างๆ โดยจะตีมึนขึ้นไปนั่งแทนพระที่นิมนต์มาโดยจะมี 2 คน ซึ่งวันนี้ยังมีอีกคนหนึ่ง แต่ในระหว่างที่เกิดเหตุได้หลบหนีออกไปจากงานก่อนที่เจ้าหน้าที่ไปถึง ส่วนพระธนยศที่อ้างว่าเป็นพระนั้นอาตมา  และสำนักพุทธให้โยมตำรวจนำตัวส่งไปยังวัดป่าสันตธรรม ซึ่งเป็นวัดที่สังกัดธรรมยุตให้เข้าตรวจสอบหาหลักฐานกันให้แน่ชัดเนื่องจากทางอาตมาและพระที่มาร่วมงานนั้นส่วนใหญ่จะสังกัดมหานิกายจะไปเกี่ยวข้องกับธรรมยุตไม่ได้ – 003

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ลึกลับในสนามข่าว : 22 เมษายน 2565

Posted on March 22, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/642802

ลึกลับในสนามข่าว : 22 เมษายน 2565

วันอังคาร ที่ 22 มีนาคม พ.ศ. 2565, 02.00 น.

nn… เจ้าของสโลแกน “วันหยุดเราไม่หยุด” รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม “ท็อป – วราวุธ ศิลปอาชา” ลุยงานสมคำขวัญประจำตัว ขึ้นเครื่องบินขึ้นเหนือ ตรวจสถานการณ์ไฟป่าหมอกควัน ที่จ.แม่ฮ่องสอน หลังตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมามีข่าวมาต่อเนื่องว่าพบจุดความร้อน-ค่าฝุ่นละออง PM2.5 หนาแน่นขึ้นมากกกก และยิ่งเข้าช่วงหน้าร้อนเต็มตัว ไฟป่า-หมอก-ควัน-ฝุ่นจะมาพร้อมกันเป็นชุด รมต.ท็อปเลยต้องเตรียมการรับมือกันยกใหญ่ ก่อนจะหนักสุดๆ เดือนเมษายนรวมทั้งเตรียมความพร้อมรับมือไฟป่าปีต่อไป ที่แนวโน้มจะทวีความรุนแรงเพิ่มขึ้น …ซึ่งตอนนี้ที่แม่ฮ่องสอนเริ่มหนักมากหมอกควันไฟป่าบดบังทัศนวิสัยในพื้นที่ ส่งผลกระทบกับประชาชน โดยเฉพาะต่อสุขภาพเด็กน้อย ศูนย์จำลองคุณภาพอากาศและภูมิศาสตร์สารสนเทศ กรมควบคุมมลพิษ คาดการณ์สถานการณ์ฝุ่นละอองล่วงหน้าถึงวันที่ 20-22 มีนาคมจะรุนแรงอยู่ในขั้นส่งผลกระทบต่อสุขภาพ…ถึงแม้ปีนี้จำนวนจุดความร้อนลดลงกว่าช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา แต่ก็เป็นจังหวัดที่พื้นที่เกิดจุดความร้อนสูงที่สุดในปีนี้ รมต.ท็อปจึงสั่งการทุกหน่วยงานของกระทรวงในพื้นที่เร่งทำความเข้าใจประชาชนเป็นการด่วน สร้างแนวร่วมป้องกันไม่ให้จุดความร้อนเพิ่มมากกว่านี้อีก…

…นอกจากนี้ ยังเร่งทำความเข้าใจกับประชาชนทุกกลุ่ม พร้อมบังคับใช้กฎหมายเคร่งครัดกับคนที่ฝ่าฝืนเผาป่าในระยะห้ามเผา เนื่องจากจ.แม่ฮ่องสอนออกประกาศ ห้ามเผาในที่โล่งทุกชนิด ยกเว้นพื้นที่ตามแผนบริหารจัดการเชื้อเพลิง มาตั้งแต่วันที่ 20 กุมภาพันธ์-30 เมษายน รวมถึงให้เร่งขยายดำเนินโครงการ “ชิงเก็บ ลดเผา” เพิ่มขึ้น ให้ครอบคลุมถึงพื้นที่มากขึ้นโดยเฉพาะพื้นที่เกษตรตลอดจนเร่งหาแนวทางส่งเสริมการเก็บเชื้อเพลิง ไปสร้างมูลค่า สร้างรายได้ นำไปใช้ทำประโยชน์อย่างอื่น เรียกว่าต้องหากลยุทธ์ เป็นการจูงใจประชาชนให้ความร่วมมือเก็บเชื้อเพลิงไปใช้ประโยชน์ตามที่โครงการต้องการ จะได้ไม่ต้องมีการเผา…งานนี้ รมต.ท็อป ยึดสุภาษิตไทยมาใช้ทำงานแบบเป๊ะๆเลยว่า ต้อง “ตัดไฟแต่ต้นลม”…nn

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, ลึกลับในสนามข่าว, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, ลึกลับในสนามข่าว, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

BamBam Family

BamBam Family

สถิติบล็อก

  • 3,280,832 hits

Join 4,077 other subscribers
Follow SootinClaimon.Com on WordPress.com

Categories

Top Posts & Pages

"ผู้นำชาติ" ต้องมองแบบเหยี่ยว
หวานเว่อร์!!'รัศมีแข'หมั้นแล้วแฟนหนุ่มชาวสวีเดน
Indonesia's Joko Widodo on track to win presidency: pollsters
Thai quarantine cut for recipients of 8 vaccine brands #SootinClaimon.Com
บุคคลในข่าว
บี มาย เกสท์ : ‘แม่เก๋-เปรมฤดี พันธุ์รัตน์’สร้าง‘สปาร์คเซ็นเตอร์’ เปิดโลกของเด็กที่มีความต้องการพิเศษให้สังคมเข้าใจ
"บิ๊กตู่"นั่งหัวโต๊ะถก ศบศ.วอนเอกชน-ภาคธนาคาร เสียสละช่วยเหลือภาระหนี้สินปชช. #SootinClaimon.Com
'มิ้งค์' ยอมเป็นมือที่ 3 ของ 'เทน – น้ำทิพย์' เพื่อหนีความลำบากใน'ฟ้ามีตา'
๙ ศาสตรา” ท้าพิสูจน์ฝีมือคนไทย ถ้าไม่มัน “คืนเงิน”ทันที!!!
Trump says that as soon as Election Day ends, 'we're going in with our lawyers' #SootinClaimon.Com

Recent Posts

  • นายกฯ เนปาลกล่าวต่อที่ประชุมยูเอ็น น้ำท่วมครั้งใหญ่เป็น “สัญญาณเตือนโลก” ถึงภัยจากโลกร้อน
  • Amazon ลุยส่งพัสดุด้วยโดรน เร็วสุด 30 นาที แต่ชาวบ้านโอดเสียงดังรบกวน
  • นักวิจัยสงสัยการติดเชื้อแบคทีเรียเป็นสาเหตุลูกวาฬหลายร้อยตัวตายเกยตื้นในอาร์เจนตินา
  • ปธน.อิหร่าน เปิดใจกับสื่อเผย สหรัฐฯ ต้องเลือกเองว่าจะยุติสงครามหรือไม่ ลั่นพร้อมเจรจา
  • ส่อง 5 ประเด็น “ทรัมป์-สี จิ้นผิง” พบกันที่วอชิงตัน พักศึกการค้า แต่ปมใหญ่ยังไม่จบ

ป้ายกำกับ

  • 2559(2016)
  • entertain
  • lady
  • naewna
  • The Nation
  • การเมือง
  • ต่างประเทศ
  • บันเทิง
  • ผู้หญิง
  • แนวหน้า
  • RSS - Posts
  • RSS - Comments

Archives

Follow Us

  • https://soclaimon.tumblr.com/
  • https://www.facebook.com/soclaimon
  • https://www.instagram.com/sootinclaimon/
  • https://www.facebook.com/SootinClaimon/
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100001170824639
  • https://www.facebook.com/pompam.pp
  • https://www.facebook.com/toraman666
  • https://www.facebook.com/apich214
  • https://www.facebook.com/samabat.klaimon
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100005312762480
  • https://www.facebook.com/jirasuda.manomaiyanon
  • https://www.facebook.com/eikpakkred
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100003091451547
Blog at WordPress.com.
  • Subscribe Subscribed
    SootinClaimon.Com
    Join 1,631 other subscribers

    Have a WordPress.com account? Log in now.

  • SootinClaimon.Com
    View site in Reader
    Manage subscriptionsSign upLog in
    Report this content
    Collapse this bar
Loading Comments...
%d