Skip to primary content
Skip to secondary content

SootinClaimon.Com

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย2 [SartKasetDinPui2] : รวบรวม ข้อมูล เศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม เกษตร ดิน น้ำ ปุ๋ย

SootinClaimon.Com

Main menu

  • Home
  • KU23-2506
  • ข้อคิดความเห็น
  • ตระกูลคล้ายมนต์
  • ผมเองครับ
  • ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย1

Tag Archives: ข่าว Like สาระ

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

‘ขนมไข่เตาถ่าน’ ร้านป้ามลสงขลา ขายดีทำไม่ทัน ชิ้นละ2บาทเหมือนเดิม

Posted on March 8, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/639793

'ขนมไข่เตาถ่าน' ร้านป้ามลสงขลา ขายดีทำไม่ทัน ชิ้นละ2บาทเหมือนเดิม

วันจันทร์ ที่ 7 มีนาคม พ.ศ. 2565, 13.52 น.

ร้านป้ามล ขนมไข่เตาถ่านสงขลา เลขที่ 122 ถนนพัทลุง เขตเทศบาลนครสงขลา อ.เมือง จ.สงขลา ของนางวิมล ศักดานุชิต อายุ 69 ปี ที่เปิดขายมาเป็นเวลากว่า10 ปีแล้ว โดยในช่วงแรกเป็นร้านรถเข็นขายอยู่ที่ริมถนนนครใน ด้านหน้าตลาดทรัพย์สินพลาซ่า เขตเทศบาลสงขลา และในปี 2561 ก็ได้ย้ายมาขายที่หน้าบ้านของตนเองย่านเมืองเก่าสงขลา ถนนพัทลุง มากว่า 4 ปีแล้วและเป็นที่รู้จักของคนในพื้นที่และนักท่องเที่ยว

ป้ามล ขนมไข่เตาถ่านสงขลา อร่อยกรอบนอก นุ่มใน ฉ่ำเนยสุดๆ เป็นร้านเล็กๆที่ตั้งขายอยู่ในย่านเมืองเก่าสงขลา จุดเด่นและจุดขายคือใช้ถ่านที่เป็นถ่านไม้โกงกางในการอบขนมไข่ ซึ่งจะให้ความร้อนได้ดีและร้อนนาน ทำให้ขนมไข่ฟูนุ่มเท่ากันหมด อบเตาละประมาณ 2 นาทีก็สุก

โดยที่ร้านของป้ามล ทำกันแบบธุรกิจในครอบครัว ทั้งพ่อแม่ลูกพี่ป้าน้าอาก็มาช่วยกันทำขนมไข่ เนื่องจากในแต่ละวันลูกค้าจะมีการสั่งทางออนไลน์และทางโทรศัพท์มือถือ ทำให้ขนมไข่ทำแทบไม่ทันขาย ในขณะเดียวกันลูกค้าก็แวะเวียนเข้ามาซื้อที่หน้าที่ร้านอย่างต่อเนื่อง

แม้ในช่วงนี้ไข่ไก่มีการปรับราคาสูงขึ้น ซึ่งเป็นวัตถุหลักในการผลิตขนมไข่ โดยในแต่ละวันก็จะใช้ไข่ไก่ไม่แน่นอน แต่ที่แน่ๆก็คือวันละสิบกว่าแผงทุกวัน แต่ทางร้านยังคงยืนหยัดขายขนมไข่ในราคาเดิมคือลูกละ 2 บาท โดยไม่มีการปรับขึ้นราคาแต่อย่างใด โดยมีป้ายบอกราคาไว้ชัดเจน ขนมไข่ลูกละ 2 บาท , 10 ลูก 20 บาท ,  25 ลูก 50 บาท , 50 ลูก 100 บาท , แบบถุงกระดาษ 30 บาท ,ใส่กล่อง 50 ลูก 110 บาท, สังขยาไข่สูตรโบราณ 30 บาท

ลูกค้าที่มาจากอำเภอหาดใหญ่ บอกว่า จะต้องแวะซื้อขนมไข่เตาถ่านสงขลาของป้ามลทุกครั้ง และมาซื้อขนมไข่ที่นี่ค่อนข้างบ่อย ปกติอยู่ที่อำเภอหาดใหญ่ แต่ถ้าลงมาที่สงขลาก็จะต้องแวะมาซื้อขนมไข่ที่นี่ นำกลับไปกินทุกครั้งที่มาสงขลา ในเรื่องของรสชาติหอม มีความอร่อยมากแตกต่างจากที่ร้านอื่นๆ

นางวิมล ศักดานุชิต เจ้าของร้านป้ามล ขนมไข่เตาถ่านสงขลา กล่าวว่า ทางร้านยังไม่มีการปรับราคายังขายราคาเดิมแม้ว่าของแพงทุกอย่าง ในแต่ละวันจะใช้ไข่ไก่วันละ 10 กว่าแผง ในส่วนของลูกค้าต่างจังหวัดในช่วงนี้ไม่ได้เข้ามาเลยเนื่องจากติดช่วงการแพร่ระบาดของโควิค19 แต่ก็ถือว่าลูกค้าทั่วไปยังดีอยู่ สำหรับร้านขนมไข่เตาถ่านสงขลา ขายอยู่ที่ถนนพัทลุงย่านประตูเมืองเก่าลูกค้าท่านใดพี่ต้องการจะซื้อขนมไข่เตาถ่านก็แวะมาซื้อได้ที่ถนนพัทลุง. 012

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

พี่ชาย’แตงโม’ยืนหยัด ไม่สนเรื่องเงิน ตามหาความยุติธรรมถึงที่สุด

Posted on March 7, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/639778

พี่ชาย'แตงโม'ยืนหยัด ไม่สนเรื่องเงิน ตามหาความยุติธรรมถึงที่สุด

วันจันทร์ ที่ 7 มีนาคม พ.ศ. 2565, 12.46 น.

พี่ชาย’แตงโม’ยืนหยัด ไม่สนเรื่องเงิน ตามหาความยุติธรรมให้น้องสาว

7 มี.ค.65 จากกรณี  “ทนายตั้ม” หรือ นายษิทรา เบี้ยบังเกิด เลขาธิการมูลนิธิทีมงานทนายประชาชนฯ โพสต์ภาพ พร้อมข้อความผ่านเฟซบุ๊ก “ษิทรา เบี้ยบังเกิด เลขาธิการมูลนิธิทีมงานทนายประชาชนฯ” ระบุว่า “ถึงแม้แม่น้องแตงโมจะไม่ติดใจสาเหตุการตายของลูกสาวแล้ว แต่วันนี้พี่ดายศซึ่งเป็นพี่ชายน้องแตงโม และเป็นผู้เสียหายคนหนึ่งทนไม่ไหว ขอร่วมตามหาความจริงกับผม เพื่อหาสาเหตุการตายของน้องสาว”

ล่าสุด เฟซบุ๊ก Dayos Dechjob ของพี่ชายแตงโมโพสต์รูปวัยเด็ก สวมชุดไทยของแตงโม พร้อมข้อความยืนยันอีกครั้งว่า ” เรามาช่วยตามหาความยุติธรรมเพื่อน้องโมกันนะครับ “

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

แพทย์ผิวหนังแนะ4ข้อ ‘ฉีดฟิลเลอร์’แก้ไขริ้วรอย เพิ่มความสวยอย่างปลอดภัย

Posted on March 7, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/639776

แพทย์ผิวหนังแนะ4ข้อ 'ฉีดฟิลเลอร์'แก้ไขริ้วรอย เพิ่มความสวยอย่างปลอดภัย

วันจันทร์ ที่ 7 มีนาคม พ.ศ. 2565, 12.26 น.

กรมการแพทย์ โดยสถาบันโรคผิวหนัง  แนะนำการฉีดฟิลเลอร์(Filler) หรือการฉีดสารเติมเต็มเข้าสู่ผิวหนัง เพื่อช่วยแก้ไขปัญหาผิว ริ้วรอยร่องลึก บริเวณต่าง ๆ ของใบหน้านั้น ควรปรึกษาแพทย์เฉพาะทางด้านผิวหนังก่อนฉีด และปฏิบัติตามข้อแนะนำก่อนและหลังการฉีดฟิลเลอร์ เพื่อลดโอกาสเกิดความผิดปกติหรือการเกิดภาวะแทรกซ้อน

นายแพทย์มานัส โพธาภรณ์ รองอธิบดีกรมการแพทย์  ให้ข้อมูลว่า การฉีดฟิลเลอร์ คือการฉีดสารเติมเต็ม ใช้สำหรับเติมเต็มเพื่อแก้ปัญหาผิว ริ้วรอยร่องลึก บริเวณต่าง ๆ ของใบหน้า โดยทั่วไปสามารถแบ่งได้เป็น 2 ประเภท คือ ชนิดชั่วคราว และชนิดกึ่งถาวร โดยชนิดชั่วคราวส่วนใหญ่ จะเป็นสารกลุ่มไฮยาลูรอนิค แอซิด (Hyaluronic Acid) หรือ (HA) ในการฉีดครั้งหนึ่งจะอยู่ได้นานประมาณ 1 – 2 ปี ส่วนชนิดกึ่งถาวร ในการฉีดครั้งหนึ่งอาจอยู่ได้ยาวนานเป็น 10 ปี ซึ่ง

โดยส่วนใหญ่แพทย์จะไม่ค่อยแนะนำชนิดกึ่งถาวร เนื่องจากโดยส่วนใหญ่มักไม่สามารถสลายได้เองตามธรรมชาติเหมือนกลุ่มไฮยาลูรอนิค แอซิด เมื่อเกิดภาวะแทรกซ้อนตามมาทำให้การรักษาค่อนข้างยาก ดังนั้น ข้อควรปฏิบัติหรือสิ่งที่ควรทราบก่อนการฉีดฟิลเลอร์ ได้แก่ 1. ควรปรึกษาแพทย์เพื่อวิเคราะห์ปัญหา และวางแผนการรักษาอย่างเหมาะสม 2. หากมีโรคประจำตัว มียาหรือวิตามินที่ต้องรับประทานประจำควรแจ้งแพทย์ก่อนทำการรักษาทุกครั้ง 3. ควรเลือกยี่ห้อและชนิดของฟิลเลอร์ที่ได้มาตรฐานและสามารถตรวจสอบข้อมูลจากบรรจุภัณฑ์ได้ และ 4. ควรตรวจสอบสถานพยาบาลหรือคลินิกที่ได้มาตรฐานและมีใบอนุญาตถูกต้อง

แพทย์หญิงมิ่งขวัญ วิชัยดิษฐ ผู้อำนวยการสถาบันโรคผิวหนัง กรมการแพทย์ ให้กล่าวเพิ่มเติมว่า การฉีดฟิลเลอร์ไม่ได้มาตรฐาน ฉีดไม่ถูกตำแหน่ง หรือการเลือกใช้ตัวของผลิตภัณฑ์ไม่เหมาะสม จะส่งผลให้เกิดการไหลของฟิลเลอร์ ผิวหนังบิดเบี้ยวหรือบวมหนาผิดรูป และมีปัญหาภาวะแทรกซ้อนอื่น ๆ ตามมาได้ โดยจะมีวิธีการสังเกตภาวะแทรกซ้อนหรือความผิดปกติหลังการฉีดฟิลเลอร์ ได้แก่ 1. สีผิวบริเวณตำแหน่งที่ทำการรักษาผิดปกติ เช่น ซีด หรือแดงคล้ำ 2. มีอาการปวด บวม แดงหรือช้ำมากกว่าปกติ 3. มีอาการชา  4. มีอาการบวม แดง กดเจ็บ หรือทีหนอง ที่สงสัยว่ามีการติดเชื้อหรืออักเสบที่ผิวหนัง หากมีอาการเหล่านี้ควรไปพบแพทย์โดยทันที

ผู้อำนวยการสถาบันโรคผิวหนัง ให้คำแนะนำเพิ่มเติมว่า หลังฉีดฟิลเลอร์เสร็จ ควรหลีกเลี่ยงการโดนแสงแดดและความร้อน ทาครีมกันแดดสม่ำเสมอ ควรงดการทำหัตถการบริเวณใบหน้า เช่น นวดหน้า หรือการใช้เครื่องมือที่อาจมีความร้อน รวมถึงหมั่นสังเกตความผิดปกติบริเวณใบหน้าโดยเฉพาะตำแหน่งที่ทำการรักษา ทั้งนี้ ควรดื่มน้ำสะอาดอย่างเพียงพอ หากต้องการคำแนะนำในการดูแลรักษาผิวพรรณที่ถูกวิธีแนะนำให้ปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านผิวหนังโดยตรง. 012

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

เปิดผลวิจัย‘เห็ดขี้ควาย’ จากพืชสายเคลิ้มสู่สิ่งมหัศจรรย์ทางการแพทย์

Posted on March 7, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/639765

เปิดผลวิจัย‘เห็ดขี้ควาย’ จากพืชสายเคลิ้มสู่สิ่งมหัศจรรย์ทางการแพทย์

วันจันทร์ ที่ 7 มีนาคม พ.ศ. 2565, 10.22 น.

‘หมอธีระวัฒน์’เปิดเผยผลวิจัย‘เห็ดขี้ควาย’ เห็ดวิเศษพืชสายเคลิ้ม กลายเป็นสิ่งมหัศจรรย์ทางการแพทย์

7 มีนาคม 2565 นพ.ธีระวัฒน์ เหมะจุฑา ผู้อำนวยการศูนย์วิทยาศาสตร์สุขภาพโรคอุบัติใหม่ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก “ธีระวัฒน์ เหมะจุฑา Thiravat Hemachudha” มีเนื้อหาดังนี้…

เห็ดขี้ควาย เห็ดวิเศษ พืชสายเคลิ้ม…กลายเป็นสิ่งมหัศจรรย์ทางการแพทย์

หมอดื้อ

เห็ดขี้ควาย รู้จักกันดีในคนไทยทั่วไปและในชนบท เช่นเดียวกับพืชกระท่อมและพืชกัญชาซึ่งใช้กันมาเนิ่นนานแต่โบราณ ในวิถีชีวิตของคนไทยและรู้จักนำมาใช้ในบริบทของสุขภาพ ความรู้สึกผ่อนคลาย อารมณ์สนุกสนาน สดใส เบิกบานและช่วยเรื่องของการเจ็บป่วยทั่วไป

แต่แล้วเนื่องจากกฎหมายตั้งแต่ปี 2522 ซึ่งเดินตามรอยต่างประเทศ จัดพืชเหล่านี้เป็นยาเสพติดและเกิดมีการออกกฎระเบียบมากมาย รวมทั้งมีการจับกุมปราบปรามขั้นเด็ดขาด เหมือนเช่นเป็นยาเสพติดร้ายแรง แต่อย่างไรก็ตาม ประเทศไทยยังโชคดีที่มีการรับรองการใช้พืชเหล่านี้เพื่อเป็นประโยชน์ทางการแพทย์

ไม่ว่าจะเป็นกัญชงและกัญชา ทั้งนี้โดยเป้าหมายให้เป็นการควบรวมการแพทย์แผนไทยและแผนปัจจุบันเข้าด้วยกัน โดยยกย่องภูมิปัญญาชุมชนและชาวบ้านและนำมรดกตกทอดจากบรรพบุรุษ ในตำรับตำราแพทย์แผนไทยที่จารึกไว้มาใช้ประโยชน์อย่างเต็มที่ ดังที่กรมการแพทย์แผนไทย กระทรวงสาธารณสุข ได้จัดขึ้นทะเบียนสูตรตำรับแพทย์แผนไทยที่มีกัญชาหลายขนาน รวมทั้งตำรับกัญชาเจือจางของท่านอาจารย์เดชา และตำรับเมตตาและการุณย์โอสถ ที่เข้าสารออกฤทธิ์ที่เป็น THC enriched และ CBD enriched เด่น ตามลำดับ

ในส่วนของเห็ดขี้ควายนั้น รู้จักกันในชื่อพืชสายเคลิ้ม และรู้จักกันทั่วโลกในชื่อของเห็ดวิเศษ (magic mushroom) ในประเทศไทยเองนั้น เป็น สปีชีส์ psilocybe cubensis รู้จักกันในชื่อ Psilocybe Samuiensis Thailand (คงเดากันได้ว่ามีการเพาะ และใช้ประโยชน์ที่ไหน) โดยมีสารสำคัญคือ psilocybin และ psilocin ทั้งนี้ เห็ดขี้ควายสปีชีส์นี้ สามารถพบได้ทั่วไปและกระบวน การไม่ยากในการเพาะ

การที่เห็ดขี้ควายมีข้อกังขาและกริ่งเกรง ถึงกับขั้นเกรงกลัว เนื่องจากคุณสมบัติของการที่ทำให้มีอาการเคลิ้มล่องลอย และอาจจะหลุดโลกไปจนกระทั่งถึงสภาวะภาพหลอน และหูแว่ว ไซคีเดลิค ดังสมัยยุคฮิปปี้ที่มีการใช้โอสถหลอนจิตนานาชนิด จนเป็นภาพลบของสารเสพติด

อย่างไรก็ตาม พืชและสมุนไพรต่างๆ เหล่านี้มีความมหัศจรรย์อยู่ในตัว ถ้ารู้จักใช้

เห็ดขี้ควายนั้น หมอเองได้รับทราบ จากการอ่านวารสารวิทยาศาสตร์ (Science) เมื่อสองสามปีที่แล้วและจัดเป็นการค้นพบที่น่าตื่นเต้น ในคุณสมบัติที่จะนำมาใช้ในการสงบอารมณ์ช่วยรักษาอาการหดหู่อย่างรุนแรง และได้รับฟังจากผู้มีความรู้ภูมิปัญญาชุมชนในเมืองไทยเอง (ซึ่งหมอเองยังไม่มีโอกาสได้ใช้ ตามคำแนะนำและยืนยันจากท่านต่างๆ เหล่านี้นะครับ)

ในรายงานจากคณะผู้วิจัยจากศูนย์ วิจัยภาวะหลอน ไซคีเดลิค และสติจิตสำนึก (Johns Hopkins Center for Psychedelic and Consciousness Research) ของจอห์นส์ ฮอปกินส์ ในวารสารทางสมาคมแพทย์ อเมริกัน ทางจิตเวช (JAMA psychiatry) วันที่ 4 พฤศจิกายน 2020 พบประโยชน์ของเห็ดวิเศษในการรักษาโรคหดหู่ ซึมเศร้า (major depressive disorder-MDD/clinical depression)

ทั้งนี้ MDD จะทำให้การดำเนินชีวิตแปรปรวน จากการที่มีอารมณ์เศร้าหมอง หดหู่และหมดความกระตือรือร้น รู้สึกเหนื่อย อ่อนล้า ไม่อยากทำอะไร หมดพลัง อยากจะเอาแต่นอน ปรวนแปรในด้านความอยากอาหาร จนผอมหรืออ้วนผิดปกติ อาการเหล่านี้อาจมีรุนแรงมากขึ้นจน กระทั่งคิดไม่อยากอยู่ ทำร้ายตัวเอง

คณะผู้วิจัยได้เคยรายงานมาก่อนในปี 2016 ถึงการใช้เห็ดวิเศษในการบรรเทาอาการหดหู่และวิตกกังวลในคนป่วยที่ได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นมะเร็งในขั้นรุนแรง ผลการศึกษาวิจัยใหม่นี้ ได้ผลในการขยายขอบเขตของโรค และครอบคลุมอาการที่กว้างขวางกว่ามาก

ทั้งนี้ ผลดีที่ได้รับนั้น พบว่าได้ประโยชน์มากกว่ายาซึมเศร้าหดหู่ที่ใช้กันในท้องตลาดขณะนี้ประมาณสี่เท่า โดยเฉพาะยาปัจจุบันที่ใช้อยู่ขณะนี้กว่าที่จะเริ่มได้ผล ต้องรอหลายสัปดาห์หรือเป็นเดือนด้วยซ้ำและนอกจากนั้นยังมีผลข้างเคียงหรือผลแทรกซ้อนที่ไม่ต้องการ ทั้งนี้เป็นการให้ความเห็นจากผู้วิจัยและคณะเอง

การศึกษาครั้งนี้ มีคนป่วย 24 รายและมีการประเมินผล จนกระทั่งถึงสี่สัปดาห์ โดยที่คนป่วยจะได้รับเห็ดวิเศษสองช่วงระยะด้วยกันและแต่ละระยะนั้นจะใช้เวลา 5 ชั่วโมง ผู้ป่วยทั้ง 24 รายนี้มีประวัติหดหู่ ซึมเศร้ามานาน โดยมีอาการต่อเนื่องกันอย่างน้อยสองปี ก่อนที่จะได้เข้ามาทำการศึกษา โดยมีอายุเฉลี่ยอยู่ที่ 39 ปี และเป็นสตรี 16 คน ในจำนวนนี้ 22 ราย คนผิวขาว 1 รายเป็นคนเอเชีย และ 1 รายเป็นแอฟริกัน-อเมริกัน

ผู้ป่วยทั้งหมดจะทำการค่อยๆลดขนาดของยาที่ใช้อยู่ทีละน้อยตามคำแนะนำของแพทย์ที่ดูแล โดย 13 รายได้รับการรักษาด้วยเห็ดวิเศษทันทีที่เข้าร่วมในกระบวนการวิจัยและอีก 11 รายนั้นเริ่มการรักษาที่หลังจากหกสัปดาห์ไปแล้ว

การรักษานั้นประกอบไปด้วยสองช่วงระยะ แต่ละช่วงนั้นห่างกันสองสัปดาห์ การบริหารการให้ยา กระทำที่ Bayview Medical Center Behavioral Biology Research Building ใช้เวลา 5 ชั่วโมงในการรักษาแต่ละครั้ง โดยผู้เข้ารับการรักษาขณะที่ได้รับยาจะมีการบังสายตา และใส่หูฟังที่มีดนตรีบรรเลงอยู่

การประเมินใช้ GRID–Hamilton Depression Rating Scale ซึ่งปกติใช้เป็นมาตรฐานอยู่แล้ว ตั้งแต่เริ่มเข้าศึกษา ก่อนได้ยา และประเมินที่หนึ่งและสี่สัปดาห์หลังจากเสร็จสิ้นกระบวนการรักษาทั้งหมดแล้ว

คะแนนที่ใช้ในการประเมิน ถ้ามีอาการหดหู่ ซึมเศร้ามากอย่างรุนแรงจะมีคะแนนที่ 24 หรือมากกว่า ซึมเศร้าปานกลางคะแนนจะอยู่ที่ 17 ถึง 23 และอาการน้อยจะอยู่ที่คะแนนแปดถึง 16 ในขณะที่คะแนนที่เจ็ดหรือน้อยกว่าแสดงว่าไม่มีอาการหดหู่แล้ว

คะแนนของผู้ที่เข้ารับการศึกษาก่อนรักษาจะอยู่ที่ 23 และเมื่อทำการประเมินที่หนึ่งและสี่สัปดาห์หลังจากการรักษา ทั้งหมดจะมีคะแนนเฉลี่ยอยู่ที่แปด โดยที่ผู้ได้รับการรักษาจะมีอาการดีขึ้นอย่างชัดเจนและมากกว่าครึ่งจะจัดอยู่ในสภาวะที่โรคสงบ

คะแนนของการประเมินที่หนึ่งสัปดาห์ หลังการรักษาพบว่า 67% จะมีอาการลดลงมากกว่า 50% และที่สี่สัปดาห์จะมีอาการลดลงมากกว่า 71% ทั้งนี้ 54% จะอยู่ในเกณฑ์ที่โรคสงบ (remission)

คณะผู้วิจัยได้ลงความเห็นว่าผลของการศึกษานี้เป็นบทพิสูจน์ที่มีความสำคัญมาก ในลู่ทางอนาคตที่จะมีการนำเอาเห็ดวิเศษเข้ามาใช้ในการรักษาอย่างจริงจัง นอกจากนั้นคณะผู้วิจัยยังจะทำการติดตามต่อไปจนถึงหนึ่งปี และจะทำการรายงานต่อเนื่อง

ในปัจจุบันการศึกษาวิจัยเกี่ยวกับการนำเห็ดวิเศษมาใช้ในทางการแพทย์มีเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วและไม่ได้มีแต่เพียง psilocybin เท่านั้น ยังมีสารออกฤทธิ์ทางไซคีเดลิคตัวอื่นๆ ที่รวมอยู่ในแผนการนำมาใช้ประโยชน์ด้วย

อย่างที่ว่า ทุกอย่างมี 2 ด้าน จะเหมารวมเลวร้ายไป ทั้งหมดอาจจะไม่ถูกต้องเสมอไป อยู่ที่การเข้าใจ การรู้จักนำส่วนที่ดีบริสุทธิ์ที่ซ่อนอยู่มาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุดนะครับ

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ทำเพื่อน้องครั้งสุดท้าย!‘พี่ชาย’ร่วม‘ทนายตั้ม’เตรียมพบตร.ค้นความจริงคดี‘แตงโม’

Posted on March 7, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/639756

ทำเพื่อน้องครั้งสุดท้าย!‘พี่ชาย’ร่วม‘ทนายตั้ม’เตรียมพบตร.ค้นความจริงคดี‘แตงโม’

วันจันทร์ ที่ 7 มีนาคม พ.ศ. 2565, 09.10 น.

ทำเพื่อน้องครั้งสุดท้าย!‘พี่ชาย’ร่วม‘ทนายตั้ม’เตรียมพบตร.ค้นความจริงคดี‘แตงโม’

7 มีนาคม 2565 “ทนายตั้ม” หรือนายษิทรา เบี้ยบังเกิด เลขาธิการมูลนิธิทีมงานทนายประชาชนฯ โพสต์ภาพ พร้อมข้อความผ่านเฟซบุ๊ก “ษิทรา เบี้ยบังเกิด เลขาธิการมูลนิธิทีมงานทนายประชาชนฯ” ระบุว่า “ถึงแม้แม่น้องแตงโมจะไม่ติดใจสาเหตุการตายของลูกสาวแล้ว แต่วันนี้พี่ดายศซึ่งเป็นพี่ชายน้องแตงโม และเป็นผู้เสียหายคนหนึ่งทนไม่ไหว ขอร่วมตามหาความจริงกับผม เพื่อหาสาเหตุการตายของน้องสาว”

“พรุ่งนี้เวลา 9.00 น. ผมกับพี่ดายศจะเข้าไปพบตำรวจ เพื่อสอบถามความคืบหน้าคดี และขอให้สอบประเด็นที่ยังสงสัยอยู่ พี่ดายศบอกกับผมว่า “ผมไม่สนใจเรื่องเงิน ผมขอทำเพื่อน้องเป็นครั้งสุดท้าย เราจะสู้ไปด้วยกัน” แล้ว fcน้องแตงโมพร้อมจะสู้ไปกับพวกเราไหมครับ #หยุดโฟกัสเรื่องแม่รับตังค์แล้วกลับมาทวงความยุติธรรมให้น้องแตงโม!!”

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

‘ชูวิทย์’ยกเคสคดีดัง! ชี้ถ้าเลือกโกหกแล้วต้องทำตลอดไป แต่สุดท้ายมักไม่รอด

Posted on March 7, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/639752

'ชูวิทย์'ยกเคสคดีดัง! ชี้ถ้าเลือกโกหกแล้วต้องทำตลอดไป แต่สุดท้ายมักไม่รอด

วันจันทร์ ที่ 7 มีนาคม พ.ศ. 2565, 08.18 น.

เมื่อวันที่ 7 มีนาคม 2565 นายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ อดีตนักการเมืองและนักธุรกิจกลางคืนชื่อดัง เขียนบทความ “เมื่อโกหกแล้ว ต้องโกหกตลอดไป” เผยแพร่ผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว เนื้อหาดังนี้

จากประสบการณ์ของผมที่เคยมีคดีกว่า 20 คดี “การพูดความจริง” เป็นสิ่งที่ดีที่สุด

หากเริ่มต้นด้วยการโกหกในชั้นตำรวจ ก็ต้องโกหกต่อไปในชั้นอัยการ ศาล

เมื่อมีคดีความเกิดขึ้นทุกคนต้องการเอาตัวรอด โดยเฉพาะคดีดังๆ ที่อยู่ในกระแสสนใจของสังคม ไม่ว่าคดีลุง คดีหวย หรือคดีที่ทุกคนสนใจในขณะนี้

มักเกิดความเครียดทำให้มีฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งเลือกไม่พูดความจริง หรือพูดความจริงผสมความเท็จ

แต่คดีที่มีผู้เกี่ยวข้องเกิน 2 คน หากเลือกจะโกหกแล้ว ก็ต้องโกหกให้เหมือนกัน ซึ่งเป็นไปไม่ได้ เพราะจะต้องมีคนใดคนหนึ่ง “หลุด”

ยิ่งบางคดีดันมีกันตั้ง 5 คน ตอนแรกก็ร่วมมือเตี๊ยมกันโกหกอย่างดี แต่พอตอนหลังเห็นท่าไม่ดี จะมีคนพูดเพื่อเอาตัวรอดตามสันดานของคนมีคดีที่มัก “โทษคนตาย” ไม่ยอมรับว่าตัวเองผิด

นี่เป็นเพราะตอนเกิดเหตุตกใจ เลยไปขอ “คำแนะนำ” จาก “ผู้รู้” แท้ๆ ถึงได้คำโกหกที่ไม่สมเหตุสมผล ไม่มีตรรกะ

ตอนนี้ความซวยกำลังจะมาเยือน หากมีใครคนใดคนหนึ่งเกิดกลัวยอมพูดความจริงขึ้นมา จากเดิมที่จะไม่ติดคุกเพราะเป็นแค่คดีประมาท คราวนี้จะติดคุกเอา เพราะข้อหาให้การเท็จ

ส่วนคนที่เหลือแม้จะนั่งยันนอนยันว่าที่พูดมาก่อนหน้านี้เป็นความจริงแล้ว

ท้ายสุดก็จะโยนกันไปมาพากันลงเหวหมด

ถ้าพูดความจริงเสียตั้งแต่แรก คงไม่ซวยแบบนี้ เพราะการพูดความจริง จะให้พูดอีกกี่ครั้งก็ย่อมเหมือนกันทุกครั้ง

แต่หากเลือกพูดโกหก ก็ต้องโกหกตลอดไป

เอาตามสุภาษิตผมดีกว่า

“สู้ติดแน่ แพ้ติดนาน สารภาพติดพอประมาณ”

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

จนท.พิทักษ์ป่า อช.ตาดหมอก ถูกกระทิงชนบาดเจ็บสาหัส ขณะลาดตระเวน

Posted on March 7, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/639743

จนท.พิทักษ์ป่า อช.ตาดหมอก ถูกกระทิงชนบาดเจ็บสาหัส ขณะลาดตระเวน

วันอาทิตย์ ที่ 6 มีนาคม พ.ศ. 2565, 21.28 น.

6 มี.ค.65 นายธงไชย ราชบัวขาว หัวหน้าอุทยานแห่งชาติตาดหมอก รายงานว่า เจ้าหน้าที่ชุดลาดตระเวนนำโดย นายวรพจน์ พิรักษา ตำแหน่ง พนักงานพิทักษ์ป่า (พนักงานราชการ) ทำหน้าที่หัวหน้าชุดลาดตระเวนสายตรวจส่วนกลาง พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ประจำชุด รวมจำนวน 5 นาย ออกลาดตระเวนเชิงคุณภาพ (Smart Patrol) ประจำเดือนมีนาคม 2565 บริเวณป่าเขาตาดหมอก-ป่าห้วยน้ำเลา ท้องที่ ต.นาป่า และ ต.บ้านโคก อ.เมืองเพชรบูรณ์ จ.เพชรบูรณ์ ตั้งแต่วันที่ 3 มีนาคม 2565 จนถึงวันที่ 6 มีนาคม 2565

จนกระทั่งเวลาประมาณ 13.00 น. ของวันที่ 6 มีนาคม 2565 ขณะลาดตระเวนมาถึงป่าห้วยน้ำเลา ท้องที่ ต.บ้านโคก อ.เมืองเพชรบูรณ์ จ.เพชรบูรณ์ นั้น คณะเจ้าหน้าที่ได้ประสบเหตุกระทิงชน โดยนายวรพจน์ พิรักษา หัวหน้าชุดฯ ได้รับบาดเจ็บสาหัส มีบาดแผลบริเวณใบหน้า จมูกแตก ปากฉีก ฟันหัก หน้าบวม และลำตัวหลายจุด ส่วนนายจิรพงศ์ นักระบำ ได้รับบาดเจ็บเล็กน้อยบริเวณขาซ้าย

ทันทีหลังได้รับแจ้งเหตุ หัวหน้าอุทยานฯ จึงได้จัดกำลังเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติตาดหมอก เข้าช่วยเหลือและเคลื่อนย้ายผู้บาดเจ็บออกจากบริเวณเกิดเหตุ พร้อมทั้งติดต่อประสานงานผู้ประสานแผนบินเพื่อขอเฮลิคอปเตอร์มาเคลื่อนย้ายผู้บาดเจ็บออกจากจุดเกิดเหตุ แต่ได้รับแจ้งว่าต้องใช้เวลาเดินทางมาประมาณ 2 ชั่วโมง 30 นาที จากจุดจอดสนามบิน และต้องทำลานจอดชั่วคราวอีก จากการคำนวณระยะเวลาแล้ว ถ้าเดินเท้าออกมาจะใช้เวลาเร็วกว่าที่จะรอเฮลิคอปเตอร์มารับ

จึงตัดสินใจภายใต้การสั่งการของ นายธงไชย ราชบัวขาว หัวหน้าอุทยานแห่งชาติตาดหมอก ได้ส่งชุดกู้ชีพกู้ภัยประจำอุทยานแห่งชาติตาดหมอก เดินเท้าสวนเข้าไปรับตัวผู้บาดเจ็บออกมาให้เร็วที่สุด ระยะทางจากจุดเกิดเหตุถึงจุดจอดรถ ประมาณ 5 กิโลเมตร พร้อมกับประสานรถศูนย์กู้ชีพ 1669 มารอรับผู้บาดเจ็บ จนเวลาประมาณ 17.35 น. จึงเคลื่อนย้ายตัว นายวรพจน์ พอรักษา ผู้บาดเจ็บถึงรถศูนย์กู้ชีพ และส่งตัวเข้ารักษาที่โรงพยาบาลเพชรบูรณ์ เพื่อทำการรักษาต่อไป. -008 

ขอบคุณภาพและข้อมูลจาก : สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 11 (พิษณุโลก)

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

‘พิพัฒน์’ นำเที่ยว ‘เกาะขายหัวเราะ’ แหล่งท่องเที่ยว Unseen จ.ตราด

Posted on March 7, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/639663

'พิพัฒน์' นำเที่ยว 'เกาะขายหัวเราะ' แหล่งท่องเที่ยว Unseen จ.ตราด

วันอาทิตย์ ที่ 6 มีนาคม พ.ศ. 2565, 20.10 น.

6 มี.ค.65 นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา นำคณะผู้บริหารของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและสื่อมวลชน เดินทางสำรวจแหล่งท่องเที่ยว “เกาะหมาก – เกาะกระดาด – เกาะขายหัวเราะ” สถานที่เช็คอินแห่งใหม่ของ จ.ตราด สัมผัสประสบการณ์การท่องเที่ยวแบบคาร์บอนต่ำ (Low Carbon Destination) ชูจุดขาย “เที่ยว 3 เกาะทะเลตราด อย่างรับผิดชอบ” โดยมีนายชำนาญวิทย์ เตรัตน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดตราด ผู้บริหารการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ผู้นำชุมชนและผู้ประกอบการท่องเที่ยวในพื้นที่ ให้การต้อนรับ

คณะของรัฐมนตรีฯได้เดินทางไปชมเกาะขายหัวเราะที่กำลังโด่งดังในโลกออนไลน์ เกาะกระดาด แหล่งท่องเที่ยว Unseen Thailand ท่ามกลางความสนใจของคณะที่เดินทางติดตามมาอย่างมากที่ไม่คาดคิดว่า สิ่งที่เกิดจากการจินตนาการของนักเขียนการ์ตูนจะเป็นความจริง ซึ่งรัฐมนตรได้เดินทางไปนั่งอยู่บนเกาะขายหัวเราะและให้สื่อมวลชนบันทึกภาพ

จากนั้น เดินทางสู่เกาะหมาก เพื่อทำกิจกรรมปั่นจักรยาน ปลูกผักสลัด และรับประทานอาหารเมนูท้องถิ่นตามฤดูกาลบนเกาะหมาก มีการจัดการการท่องเที่ยวและสิ่งแวดล้อมเพื่อให้เป็น Low Carbon Destination จากนั้น รมว.กก. รับมอบเสื้อ Trash Hero จากนายนิพนธ์  สุทธิธนกูล ประธานวิสาหกิจชุมชนท่องเที่ยวเกาะหมาก เพื่อแสดงจุดยืนว่าเกาะหมากเป็นต้นแบบของ Low Carbon Destination

นายพิพัฒน์ ได้มอบนโยบายส่งเสริมการท่องเที่ยวแก่ผู้นำชุมชนจากความประทับใจในการเดินทางมาครั้งนี้ ซึ่งจะเกิดการบอกต่อและเชิญชวนให้นักท่องเที่ยวเดินทางมาเที่ยวเกาะหมากเพิ่มมากขึ้น ซึ่งเกาะหมาก ถือเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่ตอบโจทย์กลุ่มนักท่องเที่ยวรุ่นใหม่ที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อม และกลุ่มวัยทำงานเนื่องจากมีความสะดวกในการเดินทาง มีกิจกรรมและการบริการที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมและมีความหลากหลาย อีกทั้ง ยังสามารถเป็นแหล่งท่องเที่ยวแบบWorkation ได้ด้วย

นอกจากนี้ รมว.กก. จะเดินทางต่อไปยัง ศูนย์เรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียงเรือนจำชั่วคราวเขาระกำ โครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริฯ ตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง และเยี่ยมชมแหล่งท่องเที่ยวพระจมน้ำ ซึ่งเป็นสถานที่ท่องเที่ยว Unseen New Series  อีกด้วย

นายพิพัฒน์ กล่าวว่า กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ได้ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) องค์การบริหารการพัฒนาพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน (อพท.) กำหนดจัดกิจกรรม“Discover Unseen New Seriesเที่ยว 3 เกาะทะเลตราด” จังหวัดตราด เป็นกิจกรรมนำร่องเพื่อให้รับรู้ถึงผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นจากการเดินทางท่องเที่ยวสัมผัสเสน่ห์ของวิถีชีวิตชาวเกาะ สำรวจความพร้อมของแหล่งท่องเที่ยว และร่วมกิจกรรมที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมโดยเชิญสื่อมวลชนเดินทางเยี่ยมชมพื้นที่ เกาะหมาก – เกาะกระดาด – เกาะขายหัวเราะ รวมทั้งแหล่งท่องเที่ยวอื่น ๆ ของจังหวัดตราดด้วย

สำหรับเกาะขายหัวเราะเป็นส่วนหนึ่งของเกาะนกนอก ซึ่งเชื่อมมาจากเกาะนกในและเกาะกระดาด เกาะนี้จะมีจังหวะที่โผล่พ้นน้ำในช่วงน้ำลด ซึ่งจะเห็นพื้นที่เกาะเล็กน้อยและมีต้นไม้ (ต้นตะบัน) ขึ้นอยู่เพียงต้นเดียว ปรากฏภาพที่คล้ายกับฉากคลาสสิกของหนังสือขายหัวเราะพอดี นักท่องเที่ยวหรือผู้ที่ผ่านมาพบเห็นต่างพากันเรียกว่า“เกาะขายหัวเราะ”. -008

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

‘กาฬสินธุ์’ พบพื้นที่ปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ลดลงทำราคาพุ่งเกษตรกรอดได้เงินชดเชย

Posted on March 7, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/639665

'กาฬสินธุ์' พบพื้นที่ปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ลดลงทำราคาพุ่งเกษตรกรอดได้เงินชดเชย

วันอาทิตย์ ที่ 6 มีนาคม พ.ศ. 2565, 19.10 น.

พื้นที่ปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ฤดูแล้งที่จังหวัดกาฬสินธุ์ลดลง  เกษตรจังหวัดเผยสาเหตุเกษตรกรหันปลูกพืชชนิดอื่นที่ดูแลง่ายกว่า ส่งผลให้ราคารับซื้อสูงขึ้น ขณะที่คณะอนุกรรมการกำกับดูแลและกำหนดเกณฑ์กลางอ้างอิง โครงการประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ประกาศราคาเกณฑ์กลาง ก.ก.ละ 8.50 บาท รับซื้อจริง ก.ก.ละ 9.72 บาท จึงงดจ่ายเงินชดเชยส่วนต่างให้เกษตรกร

6 มี.ค.65 จากการติดตามบรรยากาศการประกอบอาชีพของประชาชนชาว จ.กาฬสินธุ์ในฤดูแล้ง ในส่วนของเกษตรกรผู้ปลูกข้าวโพด ซึ่งมีทั้งข้าวโพดขายฝักสดและข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ พบว่าในส่วนของการปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์นั้นพื้นที่ปลูกลดลงเป็นจำนวนมาก  ขณะที่ราคารับซื้อผลผลิตให้ราคาสูงกว่า ก.ก.ละ 8 บาท แต่ยังไม่สามารถจูงใจเกษตรกรหันมาปลูกได้มากนัก โดยจากข้อมูลของสำนักงานเกษตร จ.กาฬสินธุ์ล่าสุดพบว่าเดิมมีพื้นที่ปลูกในหลายอำเภอ พื้นที่กว่า 1,000 ไร่ แต่ในปัจจุบันลดลงเหลือเพียง 243 ไร่เท่านั้น

นายธวัชชัย รอดงาม รอง ผวจ.กาฬสินธุ์ กล่าวว่า ในส่วนของราคารับซื้อผลผลิตข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ในฤดูกาลผลิตนี้ซึ่งกรมการค้าภายในได้ออกประกาศคณะอนุกรรมการกำกับดูแล และกำหนดเกณฑ์กลางอ้างอิงโครงการประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ปี 2564/65  งวดที่ 4 ลงวันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2565 สำหรับเกษตรกรที่ขึ้นทะเบียนกับกรมส่งเสริมการเกษตร โดยมีวันเพาะปลูกตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน 2564 และระบุวันที่คาดว่าจะเก็บเกี่ยวตั้งแต่วันที่ 20 มกราคม 2565-19 กุมภาพันธ์ 2565 สำหรับข้าวโพดเลี้ยงสัตว์เมล็ดความชื้นไม่เกิน 14.5% ก.ก.ละ 9.72 บาท เมื่อคำนวณส่วนต่างจากราคาเป้าหมายกับราคาเกณฑ์กลางอ้างอิงแล้ว ราคาเกณฑ์กลางอ้างอิงในครั้งนี้ สูงกว่าเป้าหมาย คือ ก.ก.ละ 8.50 บาท จึงไม่มีการจ่ายเงินชดเชยส่วนต่างให้เกษตรกร

ด้านนายพงษ์ศักดิ์ ชินคีรี เกษตร จ.กาฬสินธุ์กล่าวว่า ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์เริ่มเข้ามาในพื้นที่ จ.กาฬสินธุ์ เมื่อปี 2561 โดยมีบริษัทเอกชนหลายแห่ง เข้ามาส่งเสริมและรับซื้อผลผลิต ขณะที่กรมส่งเสริมการเกษตร โดยสำนักงานเกษตร จ.กาฬสินธุ์ ได้เข้าไปดูแลในส่วนขององค์ความรู้ การบริหารจัดการในแปลงข้าวโพด โดยเฉพาะการป้องกันกำตัดศัตรูพืชรบกวน ทั้งนี้ ข้าวโพดเป็นพืชอายุสั้น ต้องการน้ำน้อย สามารถปลูกได้นอกเขตใช้น้ำชลประทาน เช่น อ.ดอนจาน อ.สมเด็จ อ.ร่องคำ อ.สหัสขันธ์ อ.ห้วยเม็ก อ.หนองกุงศรี ช่วงแรกเคยมีพื้นที่ปลูกไม่น้อยกว่า 1,000 ไร่  เฉลี่ยผลผลิตไร่ละ 500-800 ก.ก. ขณะที่ปัจจุบันในการปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ฤดูแล้ง 2564/2565 เหลือพื้นที่ปลูกเพียง 243 ไร่

นายพงษ์ศักดิ์กล่าวอีกว่า ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ มีการขายผลผลิต 2 ประเภท คือขายต้นสดและขายฝักแห้ง  โดยราคาขายต้นสด ก.ก.ละ 2-3 บาท ขายฝักแห้งประมาณ ก.ก.ละ 8-9 บาท จากการประเมินสถานการณ์ในภาพรวม สาเหตุที่พื้นที่เพาะปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ลด  เนื่องจากเกษตรกรยังขาดองค์ความรู้ของการปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ เช่น การวางแผนการปลูกให้สอดคล้องกับระยะเวลาของการออกดอกและผสมเกสร ที่ต้องสอดคล้องกับสภาพอากาศ แหล่งน้ำไม่เพียงพอ การบริหารจัดการในแปลง การควบคุมแมลงที่เป็นศัตรู รวมทั้งปุ๋ยเคมีราคาสูง จึงหันมาปลูกข้าวโพดหวานเพื่อขายฝักสดได้ราคาสูงกว่า เช่น 3 ฝัก 20 บาท ในภาพรวมการปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ค่อนข้างจะยุ่งยากกว่าการทำนาปรังหรือการปลูกพืชชนิดอื่น จึงทำให้พื้นปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ลดลงดังกล่าว

อย่างไรก็ตาม จากประกาศคณะอนุกรรมการกำกับดูแล และกำหนดเกณฑ์กลางอ้างอิงโครงการประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ความชื้นไม่เกิน 14.5% ราคาเกณฑ์กลาง ก.ก.ละ 8.50   บาท ขณะที่รับซื้อจริง ก.ก.ละ 9.72 บาท สูงกว่าราคาเกณฑ์กลาง  1.22 บาท เกษตรกรผู้ปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์จึงไม่ได้รับเงินชดเชยส่วนต่างแต่อย่างใด. -008

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ชัดเลย! นักสืบโซเชียลขุดภาพปรับแสง วิจารณ์สนั่นใช่ท่าตกเรือหรือไม่??

Posted on March 7, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/639685

ชัดเลย! นักสืบโซเชียลขุดภาพปรับแสง วิจารณ์สนั่นใช่ท่าตกเรือหรือไม่??

วันอาทิตย์ ที่ 6 มีนาคม พ.ศ. 2565, 16.35 น.

6 มี.ค.65 เพจ “จ๊อก จ๊อก” ได้โพสต์ภาพจากทวิตเตอร์ที่มีการส่งต่อภาพในคืนเกิดเหตุบนเรือแบบระยะไกลมา โดยชาวเน็ตบนทวิตเตอร์ได้มีการนำภาพดังกล่าวปรับเพิ่มความสว่าง โดยในภาพที่เห็นชาวเน็ตจำนวนมาก ต่างเข้ามาแสดงความคิดเห็นวิเคราะห์ถึงรูปภาพดังกล่าว ว่าใช่ลักษณะการตกน้ำของแตงโมหรือไม่ 

โดยเพจดังกล่าว ได้โพสต์ภาพพร้อมข้อความระบุว่า “ชัดเลย อธิบาย : ลักษณะเหมือนแตงโมตกจากเรือแบบหงายท้อง ซึ่งจากคลิปเหมือนกระโดด (หรือถูกโยน) จากข้างเรือมากกว่าตกจากท้ายเรือและในคลิปไม่ได้เป็นการฉี่ที่ท้ายเรือแน่นอน จากในรูปแตงโมใส่ชุดบอดี้สูท ที่เอวช่วงล่างก็จะเป็นชุดที่ผูกเอวไว้ ตกจากเรือ เส้นสีขาวตั้งๆ 2 ข้างคือแขน”. -008

ขอบคุณภาพและข้อมูลจาก : จ๊อก จ๊อก

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

BamBam Family

BamBam Family

สถิติบล็อก

  • 3,285,076 hits

Join 4,077 other subscribers
Follow SootinClaimon.Com on WordPress.com

Categories

Top Posts & Pages

'บี้ เคพีเอ็น'ต่อมน้ำตาแตกหลักถูกภรรยา'กุ๊บกิ๊บ'เซอร์ไพรส์วันเกิด
'มิ้งค์' ยอมเป็นมือที่ 3 ของ 'เทน – น้ำทิพย์' เพื่อหนีความลำบากใน'ฟ้ามีตา'
สรุปข่าวเด่นรอบดึก ประจำวันที่ 7-8 มิ.ย. เวลา 18.00 - 06.00 น.
'อิ๋งอิ๋ง'ชวนชมภาพงานเทิดพระเกียรติสมเด็จพระเจ้าตากสิน
ตรีผลา...ยาสมัยพุทธกาล
"วรพร" มะม่วงแปรรูป รสอร่อย แห่งเมืองแปดริ้ว
Grand Opening W22 Hotel by Burasari
อ่อนประชาสัมพันธ์! นักท่องเที่ยวไม่รู้บังคับใช้กม.ห้ามสูบบุหรี่24ชายหาด
ยิปซี 12 นักษัตร : กิติคุณ พลวัน พยากรณ์ระหว่างวันที่18-24ก.ย.
ครม.ตั้ง "บุญรักษ์ ยอดเพชร"เป็นเลขากพฐ.

Recent Posts

  • นายกฯ เนปาลกล่าวต่อที่ประชุมยูเอ็น น้ำท่วมครั้งใหญ่เป็น “สัญญาณเตือนโลก” ถึงภัยจากโลกร้อน
  • Amazon ลุยส่งพัสดุด้วยโดรน เร็วสุด 30 นาที แต่ชาวบ้านโอดเสียงดังรบกวน
  • นักวิจัยสงสัยการติดเชื้อแบคทีเรียเป็นสาเหตุลูกวาฬหลายร้อยตัวตายเกยตื้นในอาร์เจนตินา
  • ปธน.อิหร่าน เปิดใจกับสื่อเผย สหรัฐฯ ต้องเลือกเองว่าจะยุติสงครามหรือไม่ ลั่นพร้อมเจรจา
  • ส่อง 5 ประเด็น “ทรัมป์-สี จิ้นผิง” พบกันที่วอชิงตัน พักศึกการค้า แต่ปมใหญ่ยังไม่จบ

ป้ายกำกับ

  • 2559(2016)
  • entertain
  • lady
  • naewna
  • The Nation
  • การเมือง
  • ต่างประเทศ
  • บันเทิง
  • ผู้หญิง
  • แนวหน้า
  • RSS - Posts
  • RSS - Comments

Archives

Follow Us

  • https://soclaimon.tumblr.com/
  • https://www.facebook.com/soclaimon
  • https://www.instagram.com/sootinclaimon/
  • https://www.facebook.com/SootinClaimon/
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100001170824639
  • https://www.facebook.com/pompam.pp
  • https://www.facebook.com/toraman666
  • https://www.facebook.com/apich214
  • https://www.facebook.com/samabat.klaimon
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100005312762480
  • https://www.facebook.com/jirasuda.manomaiyanon
  • https://www.facebook.com/eikpakkred
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100003091451547
Blog at WordPress.com.
  • Subscribe Subscribed
    SootinClaimon.Com
    Join 1,631 other subscribers

    Have a WordPress.com account? Log in now.

  • SootinClaimon.Com
    View site in Reader
    Manage subscriptionsSign upLog in
    Report this content
    Collapse this bar
Loading Comments...
%d