Skip to primary content
Skip to secondary content

SootinClaimon.Com

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย2 [SartKasetDinPui2] : รวบรวม ข้อมูล เศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม เกษตร ดิน น้ำ ปุ๋ย

SootinClaimon.Com

Main menu

  • Home
  • KU23-2506
  • ข้อคิดความเห็น
  • ตระกูลคล้ายมนต์
  • ผมเองครับ
  • ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย1

Tag Archives: ข่าว Like สาระ

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

แม่ใจสลาย ลูกชายป่วยไข้สูง ทรุดหนักก่อนสิ้นใจ แพทย์วินิจฉัยเป็น’ลองโควิด’

Posted on February 25, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/637688

แม่ใจสลาย ลูกชายป่วยไข้สูง ทรุดหนักก่อนสิ้นใจ แพทย์วินิจฉัยเป็น'ลองโควิด'

วันพฤหัสบดี ที่ 24 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2565, 15.32 น.

วันที่ 24 กุมภาพันธ์ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เฟซบุ๊กแฟนเพจ อยากดังเดี๋ยวจัดให้ รีเทริน์ part 3 ได้โพสต์เรื่องเศร้าของครอบครัวหนึ่ง ที่ต้องเสียลูก ด้วยอาการลองโควิด โดยระบุข้อความว่า

“โรคลองโควิด คืออะไร คุณแม่ท่านหนึ่งมาโพสต์แชร์ประสบการณ์ เรื่องราวมีประโยชน์มากๆ และคำถามที่ยังคาใจที่รอคำตอบจากหน่วยงาน ขอแสดงความเสียใจต่อครอบครัวน้องด้วยค่ะ

ขอแชร์ประสบการณ์ ที่เกิดขึ้นกับครอบครัวเรานะคะ ….( #คนที่มีลูกเล็กต้องระวังเป็นอย่างมาก สายพันธุ์นี้เกิดกับเด็กๆ) สาเหตุการเสียชีวิตของน้อง* ที่แม่ๆ หลายๆ คนถามมา ? อาจารย์หมอวินิจฉัยว่า… #น้องเป็นโรคลองโควิด ? โรคลองโควิด คือ การที่เด็กเคยติดโควิดมาก่อนหน้านี้แล้ว แต่ไม่แสดงอาการ ทุกอย่างจะปกติ แต่พอหลังจากหาย 2-6 อาทิตย์ แล้วกลับมาติดซ้ำ ทุกอย่างข้างในคือจะล้มเหลวหมดแล้ว และจะทรุดตัวลงทันที ก่อนหน้าที่น้องจะเสียชีวิต น้องอาการปกติดีทุกอย่าง ร่าเริง ขี้เล่น ไม่มีอาการซึมเศร้า หรืออ่อนแรงเลย คืนวันที่ 16 กุมภาพันธ์ น้องมีอาการไข้ขึ้นตัวร้อน ก็คิดว่าเป็นไข้ปกติ ให้น้องทานยาซาร่า แล้วเช็ดตัว

วันที่ 17 กุมภา ตอนเย็น ไข้ขึ้นสูงมาก พาน้องไปโรงพยาบาลแห่งหนึ่ง (เพราะสิทธิรักษาอยู่ที่นั้น พอไปถึง รพ. พยาบาลบอกย้ายสิทธิไป รพ. แล้ว ให้ไปรักษาที่นั่นเลย ถามพยาบาลว่าทำไมย้ายสิทธิไม่แจ้งคะ #พยาบาล รพ.บอกว่า ไม่จำเป็นต้องแจ้ง) แล้วยังให้นั่งแท็กซี่จาก รพ. มา รพ.* ระหว่างทางน้องมีอาการเหมือนจะอ้วก และก็อึออกมา พอมาถึง รพ. หมอก็ทำการช่วยชีวิตน้อง วันที่ 18 กุมภา หมอโทรฯมาแจ้งว่า น้องเป็นโรคลองโควิด สายพันธุ์ที่ไม่เคยเจอมาก่อน ต้องรีบส่งตัวไป ให้อาจารย์หมอที่ รพ.รักษาตัว วันที่ 19 ทาง รพ.***โทรฯมาแจ้งให้เราทุกคนทำใจไว้เลย เพราะหัวใจน้องพร้อมจะหยุดเต้นนาทีต่อนาที จะลองให้ยาที่แรง ถ้ารับไหวก็รอด ถ้ารับไม่ไหวก็ไม่รอด และน้องก็รับไม่ไหว คุณหมอปั๊มหัวใจอีกหลายรอบ น้องก็ไม่กลับมา และน้องก็จากพวกเราไปในวันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2565 แบบที่ทุกคนในครอบครัวตั้งรับไม่ทัน

อยากให้แม่ๆ ทุกคนเฝ้านะวัง

– ลูกมีไข้ ไอ หรือเป็นหวัดหรือเปล่า

– การซื้อยามากินเอง มันจะยิ่งทำให้ไข้กดทับอาการไว้ แบบนี้อันตรายนะคะ

– ทางที่ดีแนะนำให้ไปหาหมอ ทันทีที่ลูกมีอาการผิดปกติ ค่ะ

สิ่งที่คาใจ ทำไม รพ.**** ไม่รักษาน้องในขั้นต้นก่อน ปล่อยให้นั่งแท็กซี่มากัน 2 คน จะย้ายสิทธิก็ไม่แจ้งอะไรเลย

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

‘เค ร้อยล้าน’ติดคุก 3 เดือนที่อินเดีย หลังโดนข้อหา ก่อความวุ่นวายซ้ำซาก

Posted on February 25, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/637616

‘เค ร้อยล้าน’ติดคุก 3 เดือนที่อินเดีย หลังโดนข้อหา ก่อความวุ่นวายซ้ำซาก

วันพฤหัสบดี ที่ 24 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2565, 13.30 น.

วันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2565 มีรายงานว่า นายคเณศพิศณุเทพ จักรภพมหาเดชา หรือ ที่รู้จักในนาม เค ร้อยล้าน ชอบปล่อยงูในที่สาธารณะ ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว มีใจความว่า ได้ถูกตำรวจอินเดียจับกุมขณะขึ้นเครื่องบินจากมหานครมุมไบ ไปกรุงนิวเดลี เมืองหลวงประเทศอินเดีย ในข้อหาก่อความวุ่นวาย

นายคเณศพิศณุเทพ ระบุตอนหนึ่งว่า “ในที่สุด วันนี้ ก็มาถึงจนได้อะ ในที่สุดวันนี้ก็มาถึงจนได้อะ ข้าพเจ้าเกม จนได้อะ เค้าถูกจับ ขณะขึ้นเครื่องบิน ไปเมืองหลวงนิวเดลี ข้อหาก่อความวุ่นวายในมหานครมุมไบ

ทั้งนี้ ตนพยายามใช้เงินสด 7 แสนรูปี (ประมาณ 3 แสนบาท) ในการขอยื่นประกันตัว แต่ทางตำรวจมุมไบปฏิเสธข้อเสนอ เนื่องจากมองว่า การโพสต์ข้อความ และความประพฤติในที่สาธารณะต่าง ๆ ตอนที่อยู่ที่นี่ เข้าข่ายการกระทำผิดซ้ำซากในตัวบทกฎหมายแห่งมหานครรัฐมุมไบ และมีโทษต้องจำคุกที่นี่ 3 เดือน ถ้าหากพ้นโทษเมื่อไร จะรีบกลับบ้านทันที

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

อึ้งเลย! ‘จระเข้’ นอนอ้าปาก โผล่กลางทะเลแหลมสมิหลา

Posted on February 24, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/637579

อึ้งเลย! 'จระเข้' นอนอ้าปาก โผล่กลางทะเลแหลมสมิหลา

วันพฤหัสบดี ที่ 24 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2565, 08.01 น.

อึ้ง… คนตาดีสังเกตุหินรูปหัวจระเข้นอนอ้าปากลงไปในทะเลบริเวณชายทะเลแหลมสมิหลา จ.สงขลา ผู้คนต่างแสดงความคิดเห็นอาจกลายเป็นจุดถ่ายรูปเช็คอินใหม่ของแหลมสมิหลานอกจากนางเงือกทอง หรือเป็นจุดเหมือนกับถ้ำนาคีที่มีรูปหัวงู ส่วนแหลมสมิหลาก็มีรูปเหมือนกับจระเข้ ที่ จ.สงขลา ได้มีสมาชิกของเพจเฟสบุ๊คภาพสวยสงขลา ชื่อว่าคุณธีรพจน์ สุขพรสวรรค์ ได้โพสต์ภาพหินที่มีรูปร่างเหมือนกับจระเข้ นอนอ้าปากอยู่บริเวณริมทะเลชายหาดแหลมสมิหลา ใกล้ๆกับนางเงือกทองที่เป็นสัญลักษณ์ของแหลมสมิหลา  

หลายคนเข้าไปดูและบอกว่าเหมือนกับจระเข้นนอนอ้าปากมองลงไปในทะเลจริงๆ และกำลังดูเกาะหนูเกาะแมวที่อยู่ในทะเล โดยเฉพาะส่วนหัวนั้นเหมือนกับหัวจระเข้จริงๆ ทั้งปากที่อ้าอยู่ จมูกและตารวมทั้งลำคอที่ดูเหมือนกับจระเข้นอนอยู่จริงๆ ซึ่งปกติก้อนหินบริเวณนี้ก็มีมานานแล้วแต่ไม่มีใครสังเกตุเห็น กระทั่งมีคนตาดีที่ไปเที่ยวและสังเกตุเห็นว่าหินก้อนนี้มันเหมือนกับหัวจระเข้จริงๆจึงได้ถ่ายรูปมาโพสต์ ซึ่งหลายคนที่เข้าไปดูต่างก็มองว่าเหมือนกับหัวจระเข้จริงๆและชมว่าช่างสังเกตุเพราะหินตรงนี้มันมีมานานแล้วแต่ไม่มีใครสังเกตุเห็นว่าเป็นรูปจระเข้ 

ทั้งนี้ ผู้สื่อข่าวได้ลงพื้นที่ไปดูหินจระเข้ก้อนนี้ ซึ่งตั้งอยู่เป็นแนวก้อนหินใกล้กับรูปปั้นนางเงือก เป็นโขดหินที่อยู่คู่กับชายหาดแหลมสมิหลามาช้านานและนักท่องเที่ยวมักจะขึ้นไปยืนถ่ายรูป ซึ่งจากการสังเกตุก็พบว่าหินก้อนนี้มันเหมือนกับจระเข้นอนอ้าปากอยู่จริง ๆ แต่ต้องใช้วิธีสังเกตุและถ่ายภาพบางมุมถึงจะดูเหมือน แต่เนื่องจากในช่วงนี้เป็นช่วงที่คลื่นลมแรงพัดเข้าหาชายฝั่งและมีน้ำทะเลหนุนสูงค่อนข้างยากที่จะลงไปถ่ายรูปแต่ถ้าเป็นช่วงเวลาน้ำทะเลปกติก็สามารถลงไปยืนถ่ายรูปได้ 

และหลังจากนี้ก็น่าจะมีนักท่องเที่ยวไปถ่ายรูปหินเช็คอินหินจระเข้ตัวนี้แน่นอน นอกเหนือจากถ่ายกับนางเงือกทอง และบางคนเทีบบว่าอาจจะเป็นเหมือนกับหินหัวงูที่ถ้ำนาคา ในเขตอุทยานแห่งชาติภูลังกา อ.บึงโขงหลง จ.บึงกาฬ  ส่วนที่แหลมสมิหลาก็มีหินหัวจระเข้ หรือต่อไปก็อาจจะมีคนเอาแป้งเอาดอกไม้ธูปเทียนไปขอโชคลาภก็เป็นได้ หลังจากที่มีการเสนอภาพข่าวหินหัวจระเข้แหลมสมิหลา ออกไป. -008

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

‘คนเดินเท้า’ชีวิตสุดเสี่ยง ‘หมอ’ขอพูดเรื่อง‘ถนน’ไทย

Posted on February 24, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/637476

‘คนเดินเท้า’ชีวิตสุดเสี่ยง ‘หมอ’ขอพูดเรื่อง‘ถนน’ไทย

วันพฤหัสบดี ที่ 24 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2565, 06.00 น.

“ไม่ใช่ครั้งแรก (และคงไม่เป็นครั้งสุดท้าย)” สำหรับ “ความสูญเสียบนท้องถนนเมืองไทย” แม้อุบัติเหตุบางกรณีจะกลายเป็นข่าวใหญ่ได้รับความสนใจจากสังคมวงกว้าง แต่นั่นก็เป็นเพียงส่วนเล็กๆ ของจำนวนผู้เสียชีวิตหลักหมื่นคนต่อปี ซึ่งที่ผ่านมาดูจะเหมือนกับเป็น “ไฟไหม้ฟาง” เมื่อเวลาผ่านไป กระแสเริ่มซาลง พฤติกรรมการใช้รถใช้ถนนของคนไทยก็กลับไปสู่ความเสี่ยงเหมือนเดิม

เมื่อเร็วๆ นี้ แพทยสภา จัดงานบรรยายพิเศษ“หมอชวนรู้ ครั้งที่ 1 เรื่อง อุบัติเหตุจราจร แก้ไขได้อย่างไรในมุมมองทางการแพทย์” ณ ห้องประชุมเจตพงษ์ ชั้น 14 อาคารมหิตลาธิเบศร กระทรวงสาธารณสุข อ.เมือง จ.นนทบุรี โดย นพ.อำนวย กาจีนะ นายกสมาคมเวชศาสตร์การจราจร กล่าวว่า ในทางสากลเรื่องความปลอดภัยบนท้องถนนจะให้ความสำคัญ 4 กลุ่มหลักที่ต้องตระหนักความสมดุลของคุณภาพที่เท่าเทียม คือ ผู้ใช้รถยนต์ มอเตอร์ไซค์ จักรยาน และคนเดินเท้า

ซึ่งหลายประเทศเป็นเครื่องบ่งชี้สำคัญว่านโยบายประเทศให้ความสำคัญความปลอดภัยของผู้ใช้ถนนอย่างไร ถึงแม้ 3 กลุ่มแรก (ผู้ใช้รถยนต์ มอเตอร์ไซค์ จักรยาน) ดีอย่างไร ถ้าหากกลุ่มผู้ใช้ถนน (คนเดินเท้า) ยังถูกมองข้าม ยังไม่มีนโยบาย และมีระบบดูแลความปลอดภัย แสดงว่าความสมดุลด้านคุณภาพของผู้ใช้ถนนทั้ง 4 ประเภทยังไม่อยู่ในลักษณะที่สมดุลพอ

“เรื่องนี้ต้องมองผ่านมาตรการที่หลากหลาย คงไม่ใช่เรื่องกฎหมายอย่างเดียว หลายส่วนได้มีการพูดถึงเช่นกัน จึงจำเป็นต้องผลักดันให้เกิดกฎหมายคนเดินเท้า เพื่อใช้เป็นกรอบให้กับผู้ดูแลกฎหมายในแต่ละระดับ และสร้างมาตรฐานความปลอดภัยให้คนเดินเท้า เนื่องจากคนเดินเท้าเป็นกลุ่มสำคัญแต่ยังมีความชัดเจนน้อยมากในระดับนโยบายและระดับปฏิบัติในเรื่องการพัฒนาสร้างเสริมความปลอดภัย นอกจากนี้ท้องถิ่นมีบทบาทสำคัญในการเป็นผู้นำดูแลถนนหนทาง ออกแบบถนนให้เหมาะสมกับการจัดการของท้องถิ่น” นพ.อำนวย กล่าว

ขณะที่ นพ.ธนะพงศ์ จินวงษ์ ผู้จัดการศูนย์วิชาการเพื่อความปลอดภัยทางถนน (ศวปถ.) กล่าวว่า ข่าวเหตุการณ์อุบัติเหตุบนทางม้าลาย จะเห็นได้ว่าเกิดขึ้นได้ทุกวัน ลักษณะพาดหัวข่าวจะไม่เหมือนเดิม แต่สิ่งไม่มีการเปลี่ยนแปลงคือ “มองไม่เห็นว่าเป็นทางม้าลาย” ซึ่งในแต่ละปีได้มีการสูญเสียจากการข้ามทางม้าลาย ถือเป็นโจทย์ใหญ่ที่ต้องหาแนวทางแก้ไขอาจจะด้วยกฎหมายเพื่อลดความเสี่ยง

“ในแต่ละปีก่อนเกิดสถานการณ์โควิดมีคนตายจากอุบัติเหตุดังกล่าวประมาณ 2 หมื่นกว่าคน แต่มาช่วงโควิดปีที่ผ่านมาลดลงเหลือ 1.7 หมื่นคน เฉลี่ยวันละ 48-49 คน จำนวนนี้ร้อยละ 6-8 หรือประมาณ 800-1,200 รายเป็นคนเดินถนน และ 1 ใน 4 เป็นการเดินข้ามถนน ทั้งทางม้าลายและไม่ข้ามทางม้าลาย หรือเฉลี่ยปีละ 300-400 คน แต่ที่มองข้ามไม่ได้คืออีกร้อยละ 5 หรือประมาณหนึ่งหมื่นคน ได้รับบาดเจ็บรุนแรงจนพิการ” นพ.ธนะพงศ์ ระบุ

ผู้จัดการ ศวปถ. กล่าวต่อไปว่า ปัญหาใหญ่ที่ต้องเร่งแก้ไขคือ 1.ทำอย่างไรให้ทางม้าลายถูกเห็นชัดเจน เช่น ด้วยสัญญาณหรือป้ายหรือไฟ นอกจากนี้ทางม้าลายหลายช่องจราจรทำให้การข้ามมีจุดบอดบดบังสายตา 2.คนขับมาเร็วไม่ชะลอ ที่มักชนส่วนใหญ่เป็นมอเตอร์ไซค์ และ 3.คนเดินไว้ใจทางม้าลายเกินไป คิดว่าคงหยุด แต่รถไม่หยุด บางกรณีถูกดึงสมาธิ เช่น ดูโทรศัพท์มือถือหรือหยอกล้อ แต่กรณีแบบนี้มีไม่มากนัก

ทั้งนี้ ความสูญเสียที่เกิดเหมือนยอดภูเขาน้ำแข็งที่โผล่พ้นน้ำ แต่รากภูเขาน้ำแข็ง ฐานคิดที่ควรตั้งหลักให้ดี ดังนั้นจึงต้องหันกลับมาวางระบบแห่งความปลอดภัยเพื่อลดความสูญเสียเช่น จัดการความเร็ว จัดการตัวถนน จัดการตัวรถ ยานพาหนะ และจัดการตัวคนทั้งผู้ขับขี่และผู้ใช้ถนน ต้องสะท้อนข้อมูลสู่สังคมอย่างต่อเนื่องเพื่อนำไปสู่การป้องกันเหตุและความสูญเสีย หนุนกระแสสังคมทำให้เกิดวัฒนธรรมความปลอดภัยทางถนน เพื่อสร้างการเปลี่ยนแปลง และระยะยาว ออกกฎหมายจำกัดความเร็ว สร้างการเรียนรู้ในเด็กและเยาวชน

ด้าน นพ.วิทยา ชาติบัญชาชัย ผู้เชี่ยวชาญในคณะที่ปรึกษาขององค์การอนามัยโลก (WHO) ด้านการป้องกันการบาดเจ็บ ให้ความเห็นว่า ต้องผลักดันวัฒนธรรมการหยุดรถให้คนเดินข้ามตรงทางข้าม ขับขี่รถไม่เกิน 30 กิโลเมตรต่อชั่วโมงในเขตชุมชนเมือง ตามข้อแนะนำในแผนโลกเพื่อความปลอดภัยทางถนนขององค์การอนามัยโลก 2021 บังคับใช้กฎหมายต่อผู้กระทำผิดอย่างเข้มงวดจริงจัง ปลูกฝังสร้างวินัยเด็กเยาวชน ประชาชนให้ข้ามถนนอย่างปลอดภัยข้ามถนนบนทางท้าลาย และหยุดรถให้คนเดินข้ามผ่านระบบการศึกษาและการรณรงค์ทุกช่องทาง และปรับเปลี่ยนทางข้ามทุกแห่งทั่วประเทศให้ได้ตามแบบมาตรฐานทางข้าม ไม่ใช่แค่ทางม้าลาย

ส่วนนักแสดงที่มีอีกบทบาทหนึ่งเป็นแพทย์ด้วยอย่าง “หมอเจี๊ยบ” พญ.ลลนา ก้องธรนินทร์ กล่าวว่า จะต้องยอมรับก่อนว่าประเทศไทยมีปัญหาเรื่องของทางม้าลายมากยาวนานและไม่สามารถแก้ไขได้ อีกทั้งการแก้ไขปัญหาในสังคมไทยเปรียบเหมือน “วัวหายล้อมคอก” หมายถึงเมื่อเกิดปัญหาก็แก้ไขเฉพาะหน้า เช่น ทาสีทางม้าลายใหม่ เมื่อนานวันสีอาจจะลอกได้ จึงจำเป็นต้องแก้ปัญหาปรับปรุงทางม้าลายให้เป็นหลักสากลที่ทำกัน นอกจากนี้เรื่องของกฎหมายจะต้องปรับปรุงให้เข้มข้นขึ้นและจริงจัง เนื่องจากบทลงโทษยังอ่อนจึงทำให้คนกล้าที่จะละเมิดกฎหมาย และรัฐบาลต้องให้ความสำคัญกับเรื่องนี้ด้วย เพื่อช่วยชีวิตผู้ที่ใช้ท้องถนนให้ปลอดภัยมากยิ่งขึ้น

ข้อมูลจาก “ThaiRAP” หรือ Thailand Road Assessment Programmeซึ่งเป็นความร่วมมือกันระหว่างคณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กับองค์กร International Road Assessment Programme (iRAP) ที่มีภารกิจวิเคราะห์และประเมินผลถนนในประเทศต่างๆ ทั่วโลก โดยประเมินความเสี่ยงของผู้ใช้ทางทั้งหมด 4 กลุ่ม คือ คนเดินเท้า รถยนต์ มอเตอร์ไซค์และจักรยาน จัดอันดับจาก 1 ดาว คือ เสี่ยงมากที่สุด ไปถึง 5 ดาว คือ เสี่ยงน้อยที่สุด ได้เผยแพร่แนวคิด “วิถีแห่งระบบที่ปลอดภัย (Safe System Approach)” ไว้เมื่อวันที่31 ม.ค. 2565 ว่า ประกอบด้วย 4 ด้าน คือ

1.ถนนที่ปลอดภัย การออกแบบเรขาคณิตถนน อุปกรณ์อำนวยความปลอดภัย การจัดการอันตรายสองข้างทาง การบริหารจัดการการจราจร 2.ยานพาหนะที่ปลอดภัย การแบ่งประเภทของยานพาหนะ การติดตั้งและบังคับใช้อุปกรณ์ความปลอดภัยในตัวรถ (เข็มขัดนิรภัย/หมวกกันน็อก/เบรกABS) 3.การใช้ความเร็วที่ปลอดภัย การจำกัดความเร็วในการขับขี่ การใช้ความเร็วเกินกำหนด การบังคับใช้กฎหมายควบคุมความเร็ว 4.ผู้ใช้รถใช้ถนนที่ปลอดภัย พฤติกรรมการขับขี่ ดื่ม
(เมา)แล้วขับ การสอบและมีใบขับขี่ การขับขี่โดยไม่มีใบอนุญาต ทักษะในการบังคับยานพาหนะ การเคารพกฎจราจร

หลักการมีแล้ว..เหลือเพียงขยับเขยื้อนให้มีผลเป็นรูปธรรม!!!

SCOOP@NAEWNA.COM

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ลึกลับในสนามข่าว : 24 กุมภาพันธ์ 2565

Posted on February 24, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/637473

ลึกลับในสนามข่าว : 24 กุมภาพันธ์ 2565

วันพฤหัสบดี ที่ 24 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2565, 06.00 น.

nn…บนเส้นทางชีวิตผ่านอะไรมาอย่างมากมาย ทั้งในทางการทำงานที่ถนัด จนก้าวเข้าสู่เวทีการเมืองนั้น..“กรณ์จาติกวณิช” หัวหน้าพรรคกล้า ฉลองวันคล้ายวันเกิดครบรอบ 58 ปีวันที่19 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา กับ “จักรยาน”ที่ภรรยาหวานใจ ซื้อให้เป็นของขวัญ…พร้อมทั้งย้อนความหลังให้ฟังว่า…“เมื่อ 40 ปีก่อน เขาฉลองวันเกิดอายุ 18 ที่โรงเรียนประจำที่อังกฤษ วันนั้นขาเข้าเฝือกอยู่เพราะเข่าขวาหลุดจากการเล่นกีฬา มาวันนี้
การบาดเจ็บครั้งนั้นเริ่มส่งผลให้ต้องคอยดูแลเข่า เลิกวิ่งมาสองปีแล้ว อาศัยว่ายน้ำกับขี่จักรยานแทน…อย่างไรก็ดีกรณ์ ยังได้ เปรียบชีวิตคนเราก็เหมือนขี่จักรยาน จะรักษาดุลต้องขี่ไปเรื่อยๆ หยุดไม่ได้ “ดุล” ของคนเราเปลี่ยนไปตามวัย…อย่างตัวเองวัย 18-30 คือ ช่วงสร้างเนื้อสร้างตัวเข้ามหา’ลัย เริ่มทำงาน ตั้งบริษัท ดูแลลูกน้อง สร้างฐานะทางการเงิน พบภรรยา เริ่มชีวิตครอบครัวของตัวเอง 30-40 มีลูก ขายกิจการ ชีวิตตัวเองอยู่ตัว เริ่มอุทิศตนให้สังคม…พอกระโดดข้ามมาวัยปัจจุบัน ถามว่ายังปั่น “จักรยานชีวิต” ของเราต่อไป โดยมีจุดหมายปลายทางอย่างไร ก็ต้องบอกว่า การเข้ามาทำงานการเมืองเพราะอยากให้สังคมไทย เป็นสังคมที่น่าอยู่ ทันสมัย ประชาชนมีงานและมีรายได้ที่ดี ทุกคนมีโอกาสก้าวหน้าได้ และอยู่ภายใต้กฎหมายเดียวกัน เป็นสังคมที่ทุกคนเคารพความต่าง แลกเปลี่ยนกันด้วยเหตุผลและข้อเท็จจริง ไม่มองคนเห็นต่างเป็นศัตรู…ถ้าเรียกตามระบอบการเมืองก็คือสังคม “เสรีนิยมประชาธิปไตย” ที่ทุกคนมีสิทธิเลือกเส้นทางชีวิตตัวเอง(แค่อย่าทำให้ใครเดือดร้อน)..โดยมีระบบเศรษฐกิจ ที่มีการแข่งขันที่โปร่งใส และเป็นธรรมซึ่งความเป็นธรรมในที่นี้…บางครั้งอาจหมายถึงการให้ความได้เปรียบผู้ที่อ่อนแอกว่าสามารถแข่งขันได้และก็เป็นสังคมที่ตระหนักในหน้าที่การดูแลผู้ที่แข่งขันไม่ได้จริงๆ ให้มีชีวิตที่มีคุณภาพและศักดิ์ศรี…“วันนี้สังคมเรายังไม่มี “ดุล”ที่ดีพอ ผมจึงยังตั้งใจขี่จักรยานของผมต่อไป..ตราบใดที่ยางไม่แตก และแรงยังมี”…แหม..เป็นเรื่องราวดีๆที่นำไปเป็นแนวทางในการใช้จักรยานชีวิตของแต่ละคนนะครับ…nn

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, ลึกลับในสนามข่าว, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, ลึกลับในสนามข่าว, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

คุณยายวิ่ง4×100 โควิดก็กลัว แต่กลัวหลานอดมากกว่า

Posted on February 24, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/637564

คุณยายวิ่ง4x100 โควิดก็กลัว แต่กลัวหลานอดมากกว่า

วันพุธ ที่ 23 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2565, 21.14 น.

ไปดูความน่ารักคุณยาย เมื่อหลานชายติดโควิด กลัวก็กลัว แต่กลัวหลานไม่อิ่มมากกว่า 

23 ก.พ.65 โควิดก็กลัว แต่กลัวหลานอดมากกว่า ไปดูคุณยายท่านนี้ที่กล้าๆ กลัวๆ ต้องคอยทำหน้าที่ส่งอาหารให้หลานชายที่กักตัวอยู่ในบ้าน เพราะติดเชื้อโควิด-19 ซึ่งหลานชายผู้ใช้ติ๊กต๊อกชื่อว่า ke_ng2004 ได้เผยคลิปในแต่ละวันที่คุณยายนำอาหารมาวางให้ เสร็จแล้วก็รีบวิ่งออกไปอย่างรวดเร็ว 

โดยหลานชายเผยคลิปพร้อมระบุแคปชั่นขำๆว่า ” โควิดกะย้าน ย้านหลานบ่ได้กินข้าว คุณป้าผู้น่ารัก “

https://www.tiktok.com/embed/v2/7067328247523970331?lang=th-TH&referrer=https%3A%2F%2Fwww.naewna.com%2Flikesara%2F637564

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ปัจฉิมกาล! ‘หลวงปู่เจี๊ยะ จุนโท’ พระผู้เป็นดั่งผ้าขื้ริ้วห่อทองเป็นผู้ป่วยของศิริราช

Posted on February 24, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/637552

ปัจฉิมกาล! 'หลวงปู่เจี๊ยะ จุนโท' พระผู้เป็นดั่งผ้าขื้ริ้วห่อทองเป็นผู้ป่วยของศิริราช

วันพุธ ที่ 23 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2565, 18.03 น.

(ต่อจากตอนที่แล้ว) ตั้งแต่ช่วงปี พ.ศ.2528 – 2547 หรือในช่วงระยะ 19 ปีที่ผ่านมา ร่างกายหลวงปู่เจี๊ยะ จุนโท ไม่ค่อยแข็งแรง ถูกรุมเร้าด้วยอาพาธเสมอ สาเหตุเนื่องมาจากทำงานหนัก ตั้งแต่เป็นวัยหนุ่มจนกระทั่งเข้าสู่ปัจฉิมวัย

*เป็นผู้ป่วยของศิริราช

หลวงปู่เจี๊ยะมีประวัติการรักษา เป็นผู้ป่วยของโรงพยาบาลศิริราช ครั้งแรกวันที่ 4 ธันวาคม พ.ศ.2528 ด้วยอาการเกี่ยวกับหลอดเลือดในสมอง โดยศาสตราจารย์นายแพทย์นิพนธ์ พวงวรินทร์ และศาสตราจารย์นายแพทย์เติมชัย ไชยนุวัติ เป็นแพทย์เจ้าของไข้

วันที่ 25 ธันวาคม พ.ศ. 2528 จักษุแพทย์ผ่าตัดใส่เลนส์เทียมที่ตาข้างขวา วันที่ 31 มีนาคม พ.ศ.2529 ผ่าตัดหมอนรองกระดูกสันหลังกดทับเส้นประสาท 

3 ปีต่อมาท่านเริ่มมีอาการชาที่ผิวหนังรอบทวารหนัก ไม่สามารถนั่งตัวตรงเป็นเวลานานได้ศาสตราจารย์นายแพทย์นิพนธ์ พวงวรินทร์ ได้นิมนต์ท่านเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลศิริราช หลายครั้งแต่อาการไม่ดีขึ้น 

ในวันที่ 2 กรกฎาคม พ.ศ. 2531 เวลา 18.30 น. ผู้ช่วยศาสตราจารย์ นายแพทย์เฉลิมชาติ รัตนเทพ ได้ทำการผ่าตัดหมอนรองกระดูกสันหลังกดทับเส้นประสาทให้แก่ท่านเป็นครั้งที่ 2 แต่อาการยังไม่ดีขึ้น

ในวันที่ 14 มีนาคม พ.ศ.2532 เวลา 19.30 น.ศาสตราจารย์นายแพทย์เจริญ โชติกวณิชย์ และผู้ช่วยศาสตราจารย์นายแพทย์เฉลิมชาติ รัตนเทพ จึงได้ร่วมกันผ่าตัดหมอนรองกระดูกสันหลังกดทับเส้นประสาทให้แก่ท่านอีกเป็นครั้งที่ 3 ณ โรงพยาบาลศิริราช หลังผ่าตัดสามารถเดินได้ดีขึ้น และอาการชาบริเวณทวารหนักดีขึ้น 

วันที่ 27 ตุลาคม พ.ศ. 2541 หลวงปู่เจี๊ยะหกล้มมีอาการหลังเท้าซ้ายบวม ต่อมาวันที่ 9 พฤศจิกายน พ.ศ. 2541 ท่านได้ไปโรงพยาบาลศิริราช แพทย์ได้ตรวจพบว่า กระดูกนิ้วนางและนิ้วก้อยเท้าซ้ายหัก พร้อมกันนี้ท่านได้รับการรักษาโรคต้อหินที่ตาทั้งสองข้างด้วย

ท่านได้รับการรักษาโรคตาเป็นต้อหินที่โรงพยาบาลศิริราช เป็นระยะ โดยจักษุแพทย์คือรองศาสตราจารย์แพทย์หญิงงามแข เรืองวรเวทย์ และได้ไปทำการผ่าตัดรักษาต้อหินที่ตาข้างซ้ายที่โรงพยาบาล ตา หู คอ จมูก โดยนายแพทย์อัทยา เมื่อเดือนพฤษภาคม พ.ศ.2543

วันที่ 24 มกราคม พ.ศ. 2544 เวลาประมาณ 03.00น.ท่านตื่นจากจำวัดออกกำลังกายด้วยการชกลมตามปกติ เมื่อชกลมเสร็จแล้วท่านจะออกกำลังกายในท่านอนเตะไปด้านซ้ายขวาด้านละ38-39 ครั้ง เกิดอาการชาขากรรไกรแข็งพูดไม่ได้ เนื่องจากเส้นหิตในสมองแตก ทำให้สมองบวม

คณะศิษย์รีบนำส่งโรงพยาบาลศิริราช ท่านมีอาการเส้นโลหิตในสมองซีกขวาแตก มีเลือดคั่งในสมองจำนวนมาก แขนขา ซีกซ้ายอ่อนแรง ซึ่งถ้าไม่ได้รับการรักษาโดยการผ่าตัดเอาก้อนเลือดออกโดยรีบด่วน ท่านอาจมรณภาพได้

*ผ่านวิกฤตทางสมอง

วันที่ 25 มกราคม พ.ศ.2544 ตอนเช้ามืด คณะแพทย์ ผู้ถวายการรักษาจึงได้เรียนเชิญให้ท่านผู้ช่วยศาสตราจารย์นายเเพทย์วรวุฒิ จรรยาวนิชย์ เป็นผู้ทำการผ่าตัดรักษา หมอได้นำท่านเข้าห้องผ่าตัดสมอง

หลังจากผ่าตัดแล้วประมาณ 7 วัน เกิดอาการเลือดคั่งในสมองอย่างแรง หมอได้เปิดบาดแผลที่ผ่าไว้เดิม โดยเลาะด้ายเย็บกะโหลกศีรษะออกเพื่อรักษาอาการเลือดคั่งในสมองอีก รวมทั้งหมด

ท่านได้เข้าพักที่ห้องพิเศษที่โรงพยาบาลศิริราชเป็นเวลาหลายเดือน ผลการรักษาเป็นที่น่าพอใจ กล่าวคือ องค์ท่านสามารถพูดได้ ฉันอาหารเองได้เพียงแต่มีอาการแขนและขาข้างซ้ายเป็นอัมพาต เมื่ออาการท่านทรงตัวได้ คณะศิษย์จึงนิมนต์ท่านกลับมาพักที่ห้องพยาบาลพิเศษ วัดป่าภูวิทัตตปฏิปทาราม ที่คณะศิษย์ ร่วมกันถวาย

แต่ต่อมาหลวงปู่เจี๊ยะเริ่มมีปัญหาในการฉันอาหาร ทางคณะลูกศิษย์ทั้งฝ่ายสงฆ์และฆราวาสจึงมีความเห็นร่วมกันว่า ควรจะถวายอาหารทางสายยางผ่านผนังหน้าท้อง เข้าสู่กระเพาะอาหารโดยตรง จึงได้นิมนต์องค์ท่านเข้ารับการผ่าตัดใส่สายยาง ณ โรงพยาบาลวิชัยยุทธ

วันที่ 5 มิถุนายน พ.ศ.2544 หลวงปู่เจี๊ยะเข้ารับการรักษาเรื่องกระจกตาข้างขวาอักเสบ รองศาสตราจารย์นายแพทย์อภิชาติ สิงคาลวณิช เป็นผู้ถวายการรักษาจนกระทั่งหาย

วันที่ 7 พฤศจิกายน พ.ศ. 2545 หลวงปู่เจี๊ยะเข้ารับการรักษาเรื่องอาการปวดท้อง โดยรองศาสตราจารย์นายแพทย์สุชาย สุนทราภา และผู้ช่วยศาสตราจารย์นายแพทย์ธัญเดช พิมานวุฒิพงษ์ เป็นผู้ถวายการรักษาท่านจนกระทั่งหาย และผู้ช่วยศาสตราจารย์นายแพทย์ธัญเดช นิมมานวุฒิพงษ์ เป็นผู้เปลี่ยนสายยางให้อาหารที่หน้าท้องแก่หลวงปู่เป็นระยะๆ

วันที่ 13 ธันวาคม พ.ศ.2545 หลวงปู่เจี๊ยะ มีอาการน้ำท่วมปอดและหัวใจล้มเหลว ผู้ช่วยศาสตราจารย์นายแพทย์รุ่งนิรันดร ประดิษฐ์สุวรรณ ผู้ช่วยศาสตราจารย์นายแพทย์วันชัย เดชสมฤทธิ์ฤทัย และผู้ช่วยศาสตราจารย์นายแพทย์เดโช จักราพานิชกุล เป็นผู้ถวายการรักษาแก่หลวงปู่เจี๊ยะ 

หลังจากนั้นท่านได้ไปเข้าโรงพยาบาลเป็นระยะๆ ในพระอุปถัมภ์ของสมเด็จพระเจ้าลูกเธอเจ้าฟ้าจุฬาภรณ์วลัยลักษณ์ฯโดยมีศาสตราจารย์คลินิกนายแพทย์ปิยะสกล สกลสัตยาทร คณบดีคณะแพทย์ศาสตร์ศิริราชพยาบาลเป็นประธานคณะแพทย์ที่ถวายการรักษา เมื่อหลวงปู่เจี๊ยะ อาการดีขึ้นจึงกลับไปรักษาที่วัดตามเดิม

*เทศนาพระอรหันต์ละสังขาร

วันที่หลวงปู่เจี๊ยะ จะเข้าโรงพยาบาลศิริราชเป็นครั้งสุดท้ายนั้น หลวงตามหาบัวท่านได้เดินทางไปเยี่ยมดูอาการป่วยของท่านที่วัดป่าภูริทัตตปฏิปทาราม ในวันที่ 3 กรกฎาคม พ.ศ.2547 ท่านได้เข้าไปดูภายในภูริทัตตเจดีย์ได้เทศนาถึงความรัก ความเมตตาที่ท่านพระอาจารย์มั่นมีต่อหลวงปู่เจี๊ยะ และกล่าวชมสรรเสริญภูมิจิต ภูมิธรรมของหลวงปู่เจี๊ยะเป็นอเนกปริยาย

หลังจากท่านเข้าชมภูริทัตตเจดีย์แล้วท่านจึงเดินทางมาที่หลวงปู่เจี๊ยะพักอาพาธอยู่ ได้ทักทายพร้อมกับลูบที่มือกล่าวว่า”หลวงตาบัวมาเยี่ยม” 

“เราไม่พูดอะไรมาก เพราะจะเป็นการรบกวนท่าน” แล้วจึงนั่งลงบนเก้าอี้ข้างเตียง และได้เทศนาธรรมให้ประชาชนญาติโยมที่ติดตามมาเป็นจำนวนมากในเรื่องว่า “พระอรหันต์ละสังขาร”ประหนึ่งจะเป็นเครื่องหมายเตือนสานุศิษย์ให้ได้ทราบล่วงหน้าว่า คราวนี้เป็นคราวสุดท้ายของหลวงปู่เจี๊ยะแล้ว สังขารที่แบกหามมานานถึงกาลที่จะต้องทิ้งกันไปแล้ว

เป็นที่น่าสังเกตว่า ก่อนหลวงตามหาบัวจะมา หลวงปู่เจี๊ยะ ท่านจะมีอาการไอไม่หยุดเมื่อหลวงตามาถึงเท่านั้นแหละ อาการไอที่โหมกระหน่ำอย่างรุนแรงนั้น ประหนึ่งว่าไม่เคยไอเลย หลวงปู่ท่านนอนนิ่งแสดงคารวะธรรมที่หลวงตามาเยี่ยม 

เป็นกิริยาแสดงความเคารพยิ่งแม้ในขณะที่ป่วย แม้หลวงตาจะเทศน์นานเท่าใด ท่านก็ไม่ไอเลยแม้แต่ครั้งเดียว พระบางรูปที่นั่งอยู่บริเวณนั้นถึงกับอุทานว่า “อัศจรรย์! หลวงปู่เข้าฌานสมาบัติ”

แต่เมื่อหลวงตาเดินทางกลับเท่านั้นแหละ หลวงปู่เจี๊ยะกลับมาไออย่างรุนแรงเหมือนเดิม แม้ด้วยสายตาปุถุชนก็เห็นเรื่องนี้แจ่มชัดอย่างนั้น ก็พอจะอนุมานได้ว่า เรื่องที่จะทำอย่างนี้ได้มิใช่วิสัยสามัญชนคนธรรมดาจะทำได้ ต้องเป็นผู้มีความรู้พิเศษมีภูมิธรรมชั้นสูงที่สามารถระงับเวทนาขันธ์ได้

*เรื่องพระสารีบุตรปรินิพพาน

ในวันนั้นหลวงตานั่งข้างเตียงอาพาธได้กล่าวธรรมเทศนาแบบสบายๆ เพื่อให้หลวงปู่เจี๊ยะรื่นเริงในธรรม และเป็นเชิงเล่าเรื่องชาดกให้ลูกหลานฟังความว่า…พระสารีบุตรเถระ ทำวัตรแก่พระผู้มีพระภาคเจ้าแล้วเข้าสู่ที่พักกลางวัน ปัดกวาด ปูแผ่นหนัง ล้างเท้า นั่งขัดสมาธิเข้าผลสมาบัติ ครั้นออกจากสมาบัติแล้วเกิดปริวิตกว่า พระพุทธเจ้าทั้งหลายปรินิพพานก่อนหรือหลังพระอัครสาวก ก็รู้ว่าอัครสาวกก่อน จึงสำรวจดูอายุของตน ก็รู้ว่าอายุสังขารของตนจักเป็นไปได้เพียง 7 วันเท่านั้นจึงดำริว่าจักปรินิพพานที่ไหนหนอ?

คิดว่า ท่านราหุลปรินิพพานในดาวดึงส์ ท่านพระอัญญา โกญฑัญญะ ปรินิพพานในสระฉัททันต์ เราเล่าจะปรินิพพาน ณ ที่ไหน เกิดจิตปรารภขึ้นว่า มารดาของเราแม้เป็นมารดาพระอรหันต์ 7 รูป ก็ไม่เลื่อมใสในพระพุทธเจ้า พระธรรม และพระสงฆ์ 

พิจารณาว่ามารดาจักบรรลุธรรมด้วยเทศนาของเรา หากว่าเราพึงเป็นผู้ขวนขวายน้อยแล้วไซร้ จะเป็นที่ครหาว่ากล่าวได้ว่า “พระสารีบุตรเป็นที่พึ่งของเทวดาและมนุษย์มากมายนับไม่ได้ อนึ่งเล่า ตระกูล 80,000 ตระกูล เลื่อมใสในเรา บังเกิดในสวรรค์ แต่ไม่อาจกำจัดแม้เพียงความเห็นผิดของมารดาได้”

จึงตกลงใจว่า เราจักเปลื้องความเห็นผิดของมารดา แล้วจักปรินิพพานในห้องน้อยที่บ้านเกิด จึงเข้าไปทูลลาพระพุทธเจ้าเพื่อไปปรินิพพานว่า ข้าแต่พระผู้มีพระภาคเจ้า ต่อไปนี้อีก 7 วัน ถ้าพระองค์จักทอดเรือนร่างเหมือนวางภาระลง ขอพระพุทธองค์ทรงอนุญาต”

พระเถระรู้ว่า พระพุทธองค์มีพระประสงค์ให้แสดงฤทธิ์ คือ ตามธรรมดา พระพุทธองค์ไม่อนุญาตให้พระสาวกแสดงฤทธา ศักดานุภาพ แต่คราวนี้เป็นคราวสุดท้ายที่พระสารีบุตรมากราบทูลลา เพื่อนิพพาน พระพุทธองค์จึงตรัสแก่พระสารีบุตรว่า “สารีบุตร เธอจะแสดงอะไรให้เป็นที่ระลึกแก่พวกน้องๆ ก็จงแสดงเป็นที่ระลึก เป็นมหามงคลต่อไปอีกนาน”

เมื่อพระพุทธองค์ทรงอนุญาตแล้วพระเถระจึงแสดงปาฏิหาริย์ครั้งใหญ่ โลดสูง 7 ชั่วต้นตาล ยืนอยู่ท่ามกลางอากาศ แล้วจึงลงมา แสดงธรรมกราบทูลพระศาสดาว่า 1 อสงไขย กำไรแสนกัป  นั่นเป็นการเห็นครั้งแรก นี้เป็นการเห็นครั้งสุดท้าย

พระศาสดาตรัสกับเหล่าภิกษุผู้ยืนล้อมอยู่ว่า พวกเธอจงตามไปส่งพี่ชายใหญ่ของพวกเธอเถิด พี่ชายใหญ่ของเธอทั้งหลาย ลาโลก ลาสงสาร วัฏฎวนกองทุกข์ไปในคราวนี้แล้ว 

*อนุเคราะห์สุดท้าย

ตลอดระยะเวลา 7 วันที่พระสารีบุตรเดินทางกลับบ้านนาลกคาม ซึ่งเป็นบ้านเกิด เพื่อโปรดโยมมารดา ได้อนุเคราะห์ผู้คนด้วยธรรมเทศนาตลอด ถึงบ้านนาลกคาม (นาลันทา) ในเวลาเย็น แล้วหยุดพักที่ต้นไทรใกล้ประตูบ้าน นายอุปเวรตะซึ่งเป็นหลานชายจึงมาพบเข้า ท่านจึงพูดว่า “ย่าของเจ้าอยู่ในเรือนหรือ ไปบอกย่าเจ้าด้วยว่าเรากลับมาบ้านให้ช่วยจัดห้องน้อยที่เราเคยเกิดให้เราด้วยตัว และจัดที่พักสำหรับภิกษุ 500 รูปด้วย”

หลานจึงนำเรื่องไปบอกแก่นางพราหมณีผู้เป็นโยมมารดา นางคิดว่า “สารีบุตรบวชเมื่อหนุ่มเป็นคฤหัสถ์ เมื่อแก่สงสัยอยากสึกในเวลาพลบค่ำโรคลงโลหิตกำเริบอย่างหนัก เกิดเวทนาใกล้ตายแก่พระเถระ โยมแม่ท่านยืนอยู่ที่ประตูห้องคิดว่า บุตรของเราบวชแล้วมาตายแบบนี้น่าเสียใจจริงๆ

ท้าวมหาราชทั้ง 4 ตรวจดูทราบว่า พระสารีบุตรจักปรินิพพานในห้องน้อยที่บ้านเกิด จึงรีบลงมาไหว้ ยืนอยู่ไม่นานท้าวสักกะจอมเทพ…ท้าวสุยามะ…ท้าวมหาพรหมก็พากันมาสักการะพระเถระแล้วเหาะจากไป

โยมมารดาเห็นเทวดามากราบไหว้และเหาะจากไป จึงเข้าไปในห้องพระเถระ สนทนาถามตอบกันว่า “ลูกเป็นใหญ่กว่าท้าวมหาราชทั้ง4หรือ??” 

พระสารีบุตรกล่าวตอบว่า “ท้าวมหาราชนั้นก็เหมือนคนวัดนั่นแหละโยมแม่ ทรงถือพระขรรค์อารักขาตั้งแต่พระศาสดาทรงปฏิสนธิ”  โยมมารดาถามอีกว่า “ลูกเป็นใหญ่กว่าท้าวสักกะจอมเทพหรือ??

พระสารีบุตรกล่าวตอบ “โยมแม่เอ๋ย ท้าวสักกะนั้นก็เหมือนสามเณรน้อยๆ ของพระศาสดา” 

โยมแม่ของพระสารีบุตรคิดว่า บุตรของเรายังมีอานุภาพมากถึงเพียงนี้ แล้วพระบรมศาสดาจะมีอานุภาพมากสักเพียงไหน ความอัศจรรย์และปีติจึงเกิดขึ้นอย่างมาก 

พระสารีบุตรจึงกล่าวว่า โยมแม่ สมัยพระศาสดาประสูติ ตรัสรู้ ประกาศธรรมจักร พันโลกธาตุหวั่นไหว แล้วจึงกล่าวพรรณาพุทธคุณอย่างพิสดารจบลง โยมมารดาได้สำเร็จโสดาปัตติผล 

ค่าน้ำนมข้าวป้อน ได้รับการชุดใช้ด้วยธรรมะ จวนใกล้สว่างพระเถระให้พระจุนทะยกท่านลุกขึ้นนั่ง ครั้นแสงอรุณปรากฏ มหาปฐพีเลือนลั่น ปรินิพพานด้วยอนุปาทิเสสนิพพานธาตุ จากนั้นพระพุทธองค์โปรดให้สร้างพระเจดีย์ 

*พระอรหันต์นิพพานง่าย

เมื่อหลวงตามหาบัวแสดงเรื่องพระสารีบุตรปรินิพพานจบลง ท้ายกัณฑ์เทศท่านได้สรุปเรื่องพระอรหันต์กับธาตุขันธ์ดังนี้ว่า… พระอรหันต์ท่านหมดกิเลสทุกอย่างแล้ว ก็มีแต่ความรับผิดชอบในธาตุขันธ์ ไม่ได้เป็นในหัวใจท่านผู้สิ้นกิเลสแล้ว เรียกว่าท่านรับผิดชอบตั้งแต่ท่านบรรลุธรรมตรัสรู้ธรรมแล้ว จนกระทั่งถึงวาระสุดท้ายของลมหายใจขาด ท่านก็ปล่อยเลย

พระอรหันต์กับธาตุขันธ์มีความรับผิดชอบเสมอกันกับโลกทั่วๆไป เป็นแต่เพียงท่านไม่ยึด เช่นเดินไปกำลังจะเหยียบรากไม้ แต่คิดว่านั้นเป็นงู ท่านก็ต้องมีการกระโดดข้ามหรือหลบเป็นธรรมดา 

หรือท่านจะลื่นหกล้ม ท่านก็พยายามช่วยตัวเองไม่ให้ล้ม ต่างกันกับคน ทั่วๆ ไปตรงที่ว่า คนทั่วไปจิตใจร้อนวูบๆ เพราะอุปาทานยึดสั่น ส่วนจิตพระอรหันต์ท่านเพียงแต่แย็บเท่านั้น ต่างกันตรงนั้น 

อย่างที่พระพุทธเจ้าปรินิพพาน บรรดาพระอรหันต์ปลงธรรมสังเวช คือขันธ์ท่านแสดงอาการเช่นน้ำตาร่วง ไม่ใช่จิตใจของท่านเป็น เวลาท่านจะไปจริงๆ ขันธ์ 5 เป็นวาระสุดท้าย ส่วนนอกนั้นก็ปล่อยไปหมดแล้ว รับทราบเป็นธรรมดา ส่วนธาตุขันธ์รับทราบตลอดทั้งๆ ที่ปล่อยแล้ว เจ็บก็บอกว่าเจ็บ ปวดก็บอกว่าปวด หนาวก็บอกว่าหนาว ร้อนก็บอกว่าร้อน แต่เป็นอยู่ภายในขันธ์ล้วนๆ

อันนั้นชอบ อันนี้ไม่ชอบ ล้วนอยู่ภายในวงขันธ์ ไม่ได้เข้าถึงจิต ถ้าว่าอันนี้ดี ก็ดีอยู่ในวงขันธ์ ไม่ได้ยึดมั่น อุปาทานความยึดมั่นถือมั่นในโลก ถ้าหากว่าจะเทียบ แล้ว เหมือนเรานั่งอยู่นี่ มีเด็กหรือผู้คนสัญจรไปมา เราไม่ว่าเขารบกวน แต่เขาเป็นของเขาอย่างนั้น พันธุ์ก็ไม่ได้ว่ารบกวนจิตใจ เป็นเพียงรับทราบกัน

นี่แหละสมมุติมันหดเข้ามา เจ็บท้องปวดศีรษะหมดไป จะหดเข้าไป ความรับผิดชอบในวงขันธ์หดเข้ามา จะเข้ามาจุดที่บริสุทธิ์ตามธาตุขันธ์ที่บริสุทธิ์ พอหดเข้ามาความทุกข์ร้อนในร่างกายจะหมดไปๆ สุดท้ายความทุกข์ทั้งหลายในร่างกายนี้ไม่มีเลย เงียบไปหมด นี้เรียกว่าสมมุติครั้งสุดท้ายของขันธ์จะดับวูบลง ขณะที่ลมหายใจขาด พอลมหายใจขาดปั๊บ ขันธ์ดับวูบลง จิตดวงที่บริสุทธิ์รับทราบจะดีดออกเป็นธรรมชาติ

ในขณะที่ท่านจะดับขันธ์นั้น ท่านไม่มีทุกข์อะไรเลย บรรดาพระอรหันต์ไม่มี คนทั้งหลายมีความทุกข์ความเดือดร้อน ดีไม่ดี ตกเจียงไปก็มี ไม่มีสติสตังเพราะความทุกข์มากนะ แต่พระอรหันต์ท่านไม่เป็นอย่างนั้น  เวลาจะไปจริงๆ ความทุกข์ทั้งหลายหดเข้ามาหมด ตาเหมือนตาไม้ ไผ่ หูก็หูกะทะ อวัยวะต่างๆ เป็นเหมือนซุงทั้งท่อน คือความรู้อันนี้หดเข้าแล้ว ทุกขเวทนาอยู่ในขันธ์ พอความรู้ หดไป ทุกขเวทนาก็หมด ก็เหลือแต่ความรู้ที่ปล่อยความรับผิดชอบออกไป ยุบพอปล่อยปั๊บพร้อมกับลมหายใจออกไป ขาดปั๊บหมด นี่แหละสมมติทั้งมวลหมดในวาระสุดท้ายคือขันธ์ 5 ท่านไปง่ายๆ ท่านไม่ลำบาก ลำบนไม่เหมือนพวกเรา พระอรหันต์ท่านนิพพานง่ายๆ ใต้ร่มไม้ชายเขาที่ไหน 

นี่แหละพระพุทธศาสนาของเราเป็นศาสนาชั้นเอกพิสูจน์ด้วยตนพระพุทธเจ้าทั้งหลายไม่สงสัยประจักษ์ผลเป็นพยาน ตลอดจนบาปบุญ นรกสวรรค์ นิพพานท่านเจิดจ้าอยู่ภายในใจนี้ พวกเราตาบอดว่าไม่มี สิ่งที่ว่าไม่มี มันเผาเรา เวลาตายก็เผาตัวเอง

*เหตุการณ์ที่น่าอัศจรรย์

เมื่อหลวงตามหาบัวท่านเทศนาธรรมจบเวลา 14.00 น. ท่านจึงลุกขึ้นมอง หลวงปู่เจี๊ยะอย่างเพ่งพินิจสุขุม แล้วกล่าวคำบอกลา “ผมกลับก่อนนะ” คำนี้เป็นคำสั่งลากันครั้งสุดท้ายของพระมหาเถระ ทั้งสอง

หลังจากหลวงตามหาบัวกลับไป 2 ชั่วโมง อาการป่วยของหลวงปู่เจี๊ยะก็กำเริบทรุดหนัก มีไข้สูง หอบเหนื่อย พระคิลานุปัฏฐาก ได้ติดต่อพระอาจารย์เขียวเพื่อคิดต่อรถพยาบาลโดยด่วน

เวลาประมาณ 19.00 น.แพทย์ผู้ดูแลได้แก่รองศาสตราจารย์นายแพทย์ชัชวิน ระงับภัย และรองศาสตราจารย์แพทย์หญิงพิมพ์ประไพ เสนีย์วงศ์ ณ อยุธยา ได้จัดรถพยาบาลรับท่านไปที่โรงพยาบาลศิริราช 

ระหว่างทางท่านมีอาการเขียว ออกชิเจนในเลือดต่ำ จึงได้นำท่านไปยังโรงพยาบาลกรุงสยามเชนต์คาร์ลอส เพื่อรักษาเบื้องต้นจนปลอดภัย และเดินทางไปยังโรงพยาบาลศิริราชต่อไป รองศาสตราจารย์นายแพทย์สุชาย สุนทราภา และรองศาสตราจารย์นายแพทย์สถาพร มานัสสถิตย์ ได้ช่วยกันดำเนินการรับหลวงปู่ไว้ในหอผู้ป่วยวิกฤต

ผลเอ็กซ์เรย์ปอดพบมีสารน้ำในช่องเยื่อหุ้มปอดข้างขวา แพทย์ที่หอผู้ป่วยวิกฤตระบบทางเดินหายใจได้ทำการใส่ท่อ ช่วยระบายเลือดออกจากช่องเยื่อหุ้มปอดข้างขวา ได้น้ำปนเลือดประมาณ 1,400 ซีซี และได้ตรวจพบเซลล์มะเร็งในน้ำปนเลือดจากช่องเยื่อหุ้มปอด

คณะแพทย์ผู้รักษาได้ตัดสินใจไม่ถวายยาต้านมะเร็งเนื่องจากประเมินแล้วว่า สภาพร่างกายของท่านคงรับกับภาวะแทรกซ้อนของยาไม่ได้ จึงถวายการรักษาตามอาการเพื่อให้ท่านมีทุกขเวทนาทางกายน้อยที่สุด

*พระมหากรุณาธิคุณทรงห่วงใย

บันทึกหลังจากหลวงปู่เจี้ยะเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลศิริราชมีว่า เมื่อเจ้าฟ้าหญิงจุฬาภรณวลัยลักษณ์ทรงทราบข่าวอาการอาพาธหนัก ถึงแม้ขณะนั้นพระองค์ทรงงานอยู่ประเทศเนเธอร์ธแลนด์ ยังทรงติดต่อสอบถามถึงอาการหลวงปู่เจี๊ยะทางโทรศัพท์จากคุณหญิงจรัสศรี ทีปรัตน์ ราชเลขาในพระองค์ฯ ด้วยความห่วงใยยิ่ง เป็นระยะๆ โดยกำชับทางคณะแพทย์ผู้ดูแลรักษา ให้ดูแลหลวงปู่เป็นกรณีพิเศษ

วันใดที่อาการอาพาธหนักเข้าห้อง RCU พระองค์มีส่วนช่วยตัดสินพระทัย วินิจฉัยในการออกและเข้าห้อง RCU ทุกครั้ง นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณเป็นลันพัน อย่างหาที่สุดมิได้

ณ โรงพยาบาลศิริราช เมื่อวันที่ 4 กรกฎาคม พ.ศ.2547 หลวงตามหาบัวไปเยี่ยมดูอาการหลวงปู่เจี๊ยะด้วยความเป็นห่วง คณะแพทย์ได้กราบเรียนและถามตอบกับหลวงตาดังนี้

หมอกราบเรียนถามหลวงตาว่า “ปอดข้างขวาติดเชื้อ ต้องเจาะเอาน้ำไปตรวจดูว่าติดเชื้ออะไรบ้าง แล้วแต่ดุลยพินิจ หลวงตาจะว่าอะไรหรือเปล่าคะ… อาหารยังใส่สายยางหน้าท้องเหมือนเดิม”

หลวงตาพูดว่า “หลวงตามาเยี่ยมดูอาการว่าเป็นอย่างไรบ้าง ถ้าจะแนะอย่างนั้น อย่างนี้ไม่ได้ต้องแล้วแต่หมอ อยู่กับหมอนะ”

หมอกราบเรียนว่า “อย่างนั้นการรักษาหลวงปู่เจี๊ยะก็แล้วแต่ดุลยพินิจของหมอใช่มั้ยเจ้าคะ”

หลวงตากล่าวว่า “มันก็ไม่แน่เหมือนกันล่ะ คำว่าคุณหมออย่างเดียวก็เป็นโลกล้วนๆ มีธรรมอย่างเดียวก็เป็นธรรมล้วนๆ ไปสู่จุดกลางก็มีทั้งธรรมทั้งโลก ผสมกันไปพิจารณากันไป สมควรอย่างไรบ้าง เป็นจุดศูนย์กลางแล้วแต่จะพิจารณากัน หลวงตาก็เพียงแต่แนะได้แค่นี้” 

หมอกราบเรียนว่า “ถ้าคุมอาการไม่อยู่ก็รุนแรงไปเลย ถ้าหายก็กลับไปอยู่ในสภาพเดิมที่ป่วยอยู่”

หลวงตากล่าว “เราก็ไม่กล้าวินิจฉัย เพราะกรรมกับโลกเป็นคู่กัน ถ้าพูดแบบโลกก็ว่าเป็นคู่แข่งขันกัน จะเอาทางไหน ถ้าเป็นนักธรรมะ ก็เอาธรรมเป็นหลักใหญ่กว่าโลก ถ้าเป็นโลกล้วนๆ ก็ถือโลกเป็นใหญ่จะเยียวยารักษาอะไรก็มอบให้ทางโลกทั้งหมด ถ้าธรรมก็เป็นอีกอย่างหนึ่งหลวงตาจึงไม่กล้าตัดสินให้ ได้แต่ฝากข้อคิดไว้เท่านั้น”

หลวงตากล่าวต่อว่า สำหรับอาจารย์เจี๊ยะนี้เรายืนยันได้เลยว่า “ทางด้านจิตใจไม่มีปัญหาอะไรทั้งนั้น โลกกับธรรมอยู่ด้วยกันทางธาตุขันธ์ก็เยียวยากันไป มันควรจะได้แค่ไหนก็เยียวยากันไป ถ้าไม่สามารถจะเป็นไปได้แล้วก็มอบลงในกฎแห่งธรรม”

หลวงตาหันมาถามหมอ “เข้าใจหรือ?” แล้วก็เล่าต่อว่า มันมีอยู่ 2 อย่าง 1) มันมีข้อที่มั่นใจแน่ใจก็คือ ทางด้านจิตใจอาจารย์เจี๊ยะไม่มีปัญหาอะไรเลย 2) ก็มีแต่อยู่กับโลก จะอยู่ไปแค่ไหนๆ ถ้าหากมันเป็นไปก็ได้ก็ปล่อยไปเป็นธรรมไปหมด เข้าใจแล้วหรือ?” 

แล้วหลวงตาก็กล่าวเรื่องหลวงปู่เจี๊ยะต่อไปอีกว่า “ทางด้านจิตใจท่านอบรมมาแต่เริ่มแรกบวชนะ อบรมจิตใจล้วนๆ มาตลอด ปัจจุบันนี้ สรุปผลแห่งการปฏิบัติที่ทราบจากการสนทนา หรือทราบด้วยวิธีอื่นใดก็ตาม ก็ลงในจุดว่า “เราเป็นที่แน่ใจ สำหรับทางด้านจิตใจท่านไม่มีปัญหาอะไร แต่เวลานี้ก็อยู่กับขันธ์ล้วนๆ เท่านั้น” 

หลวงตาถามหมอย้ำอีกครั้ง “เข้าใจไม่ใช่หรือ?” เป็นครั้งที่3เหมือนกับที่ท่านพูดย้ำเน้นถึงจิตของหลวงปู่เจี๊ยะว่าไม่มีปัญหาอะไรเลยถึง 3 ครั้งเช่นกัน และหลวงตากล่าวว่า “นี่เราก็จะกลับไม่มีอะไร มีเท่านั้นนะ” แล้วหลวงตาก็ลุกขึ้นเขยิบเข้าใกล้ๆ เตียงหลวงปู่เจี้ยะ ยืนพิจารณาส่วนต่างๆ ของสรีระร่างกายด้วยท่วงท่าอันสุขุมเยือกเย็น

………………………

ตามรอยพระอริยะเจ้า! “หลวงปู่เจี๊ยะ จุนโท” พระผู้เป็นดั่งผ้าขื้ริ้วห่อทอง คัดลอกจากหนังสือ “ตามรอยพระอริยเจ้าหลวงปู่เจี๊ยะ จุนโท วัดป่าภูริทัตตปฏิปทาราม อำเภอสามโคก จังหวัดปทุมธานี” ท่านคือสมณะสงฆ์สายป่าผู้เป็นผ้าขี้ริ้วห่อทองของแม่ทัพกรรมฐานแห่งสยาม : ดำรงธรรม เรียบเรียง

(ติดตามตอนต่อไป) – 003

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, ธรรมะ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, ธรรมะ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

อึ้งเป็นแถว! ชาวบ้านตรวจATKผลบวก100คน จากที่เข้าตรวจ106คน

Posted on February 24, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/637550

อึ้งเป็นแถว! ชาวบ้านตรวจATKผลบวก100คน จากที่เข้าตรวจ106คน

วันพุธ ที่ 23 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2565, 17.50 น.

เจ้าหน้าที่อึ้งกันเป็นแถว ตรวจชาวบ้านกลุ่มเสี่ยงใน อ.พระพรหม จ.นครศรีธรรมราช ติดเชื้อ 100 คน 

23 ก.พ.65  จากกรณีผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อว่า Tharathip N’nam Tinnasoparat ของคุณ ธาราทิพย์ ติณโสภารัตน์ เจ้าพนักงานเวชสถิติชำนาญงาน รพ.พระพรหม จ.นครศรีธรรมราช ได้โพสต์ภาพ ATK ที่ผลการตรวจหาเชื้อโควิด-19 จากชาวบ้านกลุ่มเสี่ยงจำนวน 106 คน ซึ่งผลตรวจพบเชื้อเป็นบวก 100 คน และ ไม่ติดเชื้อเพียง 6 คนเท่านั้น

สำหรับผู้ที่ติดเชื้อทั้งหมด ได้กักตัวที่บ้าน ( Home Isolation ) โดยทางโรงพยาบาลจะส่งยาให้ผู้ป่วยถึงบ้านเพราะเนื่องจากตอนนี้เตียงเต็ม 

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ผมมาจีบพี่เนยครับ ป.1แอบชอบพี่ม.3 ร้องเพลงสื่อรัก-ส่งมินิฮาร์ทหน้าชั้นเรียน

Posted on February 24, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/637480

ผมมาจีบพี่เนยครับ ป.1แอบชอบพี่ม.3 ร้องเพลงสื่อรัก-ส่งมินิฮาร์ทหน้าชั้นเรียน

วันพุธ ที่ 23 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2565, 15.28 น.

โลกออนไลน์ติ๊กต๊อก บัญชีชื่อว่า krom_ttvzz ได้โพสต์คลิปวีดีโอความน่ารัก เกี่ยวกับวุ่นๆของเด็กนักเรียนชายชั้นป.1 ที่แอบชอบรุ่นพี่สาวชั้นม.3 โดยน้องอะตอม เด็ป.1 เดินมาหน้าห้องเรียน และคุณครูได้ถามว่า ‘อะตอมมาทำอะไร’ น้องก็ตอบอย่างชัดเจนว่า ‘มาจีบพี่เนยครับ’ ทำให้นักเรียนรุ่นพี่ ได้ยินแล้วก็นั่งเขินอายม้วนไปเลย

หลังจากนั้น น้องอะตอม ก็ยืนร้องเพลงสื่อรักให้รุ่นพี่ฟังหน้าห้องเรียน โดยมีเพื่อนๆคอยเชียร์และเต้นประกอบเพลง และก่อนกลับไปห้องเรียนของตัวเอง น้องอตอมก็ยังทำท่าซารางเฮโยและมินิฮาร์ท บอกรักพี่เนยอีกด้วย..แหมไม่ธรรมดา เจ้าชู้แต่เด็กเลยนะเนี้ย.012

https://www.tiktok.com/embed/v2/7065587179191323930?lang=th-TH&referrer=https%3A%2F%2Fwww.naewna.com%2Flikesara%2F637480

, https://www.tiktok.com/@krom_ttvzz/video/7064579316935445786?is_copy_url=1&is_from_webapp=v1&lang=th-TH

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

แฉวีรกรรม รอง ผอ. แชทคุกคามนักเรียน อาสาแก้เกรด แต่เรียกให้เด็กไปหาที่บ้าน

Posted on February 24, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/637447

แฉวีรกรรม รอง ผอ. แชทคุกคามนักเรียน อาสาแก้เกรด แต่เรียกให้เด็กไปหาที่บ้าน

วันพุธ ที่ 23 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2565, 14.22 น.

วันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2565 เฟซบุ๊กแฟนเพจ รับน้องสร้างสรรค์ระดับมหากาฬ และในทวิตเตอร์ ต่างพากันแชร์เรื่องราวของครูชายคนหนึ่ง ที่มีตำแหน่งเป็นถึงรองผู้อำนวยการ โรงเรียนดังในจังหวัดชัยภูมิ ที่มีพฤติกรรมทักข้อความในเชิงจีบและคุกคามนักเรียนหญิง

โดยเพจ รับน้องสร้างสรรค์ระดับมหากาฬ ระบุว่า แชทนี้ มาจากหลายๆ แชทที่น้องๆ หลายๆ คนส่งมาให้ทางหลังไมค์ของเพจ และน้องๆ นักเรียนท่านใดมีเรื่องที่ต้องการแฉถึงพฤติกรรมของคุณครูคนนี้ สามารถส่งมาได้ที่แฟนเพจได้เลย

ขณะที่ในโลกทวิตเตอร์ ก็พบว่ามีการติดแฮซแท็ก #โรงเรียนม่วงเหลืองย่านถนนบรรณาการ ได้มีการเผยแพร่ข้อความที่รองผู้อำนวยการคนดังกล่าวแชทพูดคุยกับนักเรียน รวมถึงคลิปวิดีโอ

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

BamBam Family

BamBam Family

สถิติบล็อก

  • 3,288,656 hits

Join 4,077 other subscribers
Follow SootinClaimon.Com on WordPress.com

Categories

Top Posts & Pages

ดี๊ด๊า...นารีสโมสร รสละมุน กองหนุนรัฐนาวา #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย
9 เทคนิคลดน้ำหนักแบบยั่งยืนที่สาวหลัก 4 ต้องรู้
ข้าราชการดีเด่น (3)
ข่าวปลอม.. กินอาหารค้างคืน ที่นำไปอุ่นซ้ำ ทำให้เป็นโรคมะเร็ง #SootinClaimon.Com
Phuket hospitals facing costly losses for treating uninsured foreigners
TMB starts smart service  for portfolio management
Young daughter feared rape by sexually abusive repairmen, says mother #SootinClaimon.Com
Grand Opening W22 Hotel by Burasari
น้ำตาจะไหล! 'ลุงฉลอง'วัย60 เก็บเงิน3แสนส่งคืนเจ้าของ #SootinClaimon.Com
ไอซ์แลนด์ประกาศภาวะฉุกเฉิน ภูเขาไฟปะทุรอบ 4 ลาวาเข้าใกล้ท่อส่งน้ำ

Recent Posts

  • นายกฯ เนปาลกล่าวต่อที่ประชุมยูเอ็น น้ำท่วมครั้งใหญ่เป็น “สัญญาณเตือนโลก” ถึงภัยจากโลกร้อน
  • Amazon ลุยส่งพัสดุด้วยโดรน เร็วสุด 30 นาที แต่ชาวบ้านโอดเสียงดังรบกวน
  • นักวิจัยสงสัยการติดเชื้อแบคทีเรียเป็นสาเหตุลูกวาฬหลายร้อยตัวตายเกยตื้นในอาร์เจนตินา
  • ปธน.อิหร่าน เปิดใจกับสื่อเผย สหรัฐฯ ต้องเลือกเองว่าจะยุติสงครามหรือไม่ ลั่นพร้อมเจรจา
  • ส่อง 5 ประเด็น “ทรัมป์-สี จิ้นผิง” พบกันที่วอชิงตัน พักศึกการค้า แต่ปมใหญ่ยังไม่จบ

ป้ายกำกับ

  • 2559(2016)
  • entertain
  • lady
  • naewna
  • The Nation
  • การเมือง
  • ต่างประเทศ
  • บันเทิง
  • ผู้หญิง
  • แนวหน้า
  • RSS - Posts
  • RSS - Comments

Archives

Follow Us

  • https://soclaimon.tumblr.com/
  • https://www.facebook.com/soclaimon
  • https://www.instagram.com/sootinclaimon/
  • https://www.facebook.com/SootinClaimon/
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100001170824639
  • https://www.facebook.com/pompam.pp
  • https://www.facebook.com/toraman666
  • https://www.facebook.com/apich214
  • https://www.facebook.com/samabat.klaimon
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100005312762480
  • https://www.facebook.com/jirasuda.manomaiyanon
  • https://www.facebook.com/eikpakkred
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100003091451547
Blog at WordPress.com.
  • Subscribe Subscribed
    SootinClaimon.Com
    Join 1,631 other subscribers

    Have a WordPress.com account? Log in now.

  • SootinClaimon.Com
    View site in Reader
    Manage subscriptionsSign upLog in
    Report this content
    Collapse this bar
Loading Comments...
%d