Skip to primary content
Skip to secondary content

SootinClaimon.Com

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย2 [SartKasetDinPui2] : รวบรวม ข้อมูล เศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม เกษตร ดิน น้ำ ปุ๋ย

SootinClaimon.Com

Main menu

  • Home
  • KU23-2506
  • ข้อคิดความเห็น
  • ตระกูลคล้ายมนต์
  • ผมเองครับ
  • ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย1

Tag Archives: ข่าว Like สาระ

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

หัวใจแกร่ง! หนูน้อยอยู่กับตายาย รับจ้างตัดอ้อย สู้แดดสุด

Posted on February 23, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/637305

หัวใจแกร่ง! หนูน้อยอยู่กับตายาย รับจ้างตัดอ้อย สู้แดดสุด

วันอังคาร ที่ 22 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2565, 20.14 น.

หัวใจแกร่งมาก! หนูน้อยอยู่กับตายาย รับจ้างตัดอ้อย ไม่กลัวแดด

22 ก.พ.65 ต้องบอกว่าเห็นคลิปนี้แล้ว กลายเป็นแรงผลักดันใครอีกหลายคน เมื่อผู้ใช้ติ๊กต๊อก duangtajampaprom88 โพสต์คลิป หนูน้อยกำลังตัดอ้อยอย่างขะมักเขม้น สวมถุงมือ เสื้อยืด กางเกงขาสั้น รองเท้าแตะ อย่างไม่กลัวแดด 

เจ้าของคลิปเล่าว่า ครอบครัวน้อง พ่อแม่แยกทางกัน น้องอยู่กับตาและยาย ตากับยายไปรับจ้างตัดอ้อย น้องก็จะไปช่วย น้องขยันมากๆค่ะ ขอขอบคุณทุกๆกำลังใจแทนน้องด้วยนะคะ จนทำให้โลกโซเชียลแห่ชื่นชมและพากันส่งกำลังใจล้นหลาม

บักหล่าคือเก่งแท้ลูก , สู้ตั้งเเต่เด็ก อนาคตเป็นมหาเศรษฐีเเน่ลูก สู้น้าคนเก่ง , น้องเก่งมาก โตขึ้นสบายแน่นอนค่ะ สู้ๆค่ะ , เห็นตัวเองเมื่อตอนเด็กๆ ตัดอ้อยหาเงินไปโรงเรียน น้องเก่งหลายจ้า , เก่งมากเลยลูกอดทนนะคนเก่ง อนาคตไม่อดแน่นอน มีความขยันความอดทนอยู่กับตัว เป็นกำลังใจให้นะคะคนเก่ง , วันนี้เจ้าลำบาก วันข้างหน้าเจ้าจะเป็นคนที่แข็งแกร่งที่สุดหล่าเอ้ย

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

‘หลวงปู่มั่น’ล้างหน้าแล้ว’ฟัน’หลุดมอบให้ ‘หลวงปู่เจี๊ยะ จุนโท’ กลายเป็น ‘ทันตธาตุ’

Posted on February 23, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/637293

'หลวงปู่มั่น'ล้างหน้าแล้ว'ฟัน'หลุดมอบให้ 'หลวงปู่เจี๊ยะ จุนโท' กลายเป็น 'ทันตธาตุ'

วันอังคาร ที่ 22 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2565, 18.27 น.

(ต่อจากตอนที่แล้ว) หลวงปู่เจี๊ยะ จุนโท ท่านมีความรักเคารพต่อท่านพระอาจารย์มั่น ภูริทัตโต ผู้เป็นอาจารย์ของท่านอย่างมาก สมัยที่อยู่เชียงใหม่กับหลวงปู่มั่น ขณะที่หลวงปู่มั่น กำลังล้างหน้าแล้วฟันท่านหลุดออกมา ท่านได้มอบฟันนั้นให้กับหลวงปู่เจี๊ยะ

*ทันตธาตุพระอาจารย์มั่น ภูริทัตโต

หลวงปู่เจี๊ยะได้เก็บฟันนั้นไว้ และต่อมาฟันของหลวงปู่มั่นก็ได้แปรสภาพกลายเป็นพระธาตุ หลวงปู่เจี๊ยะจึงได้สร้างเจดีย์เพื่อบรรจุทันตธาตุของท่านพระอาจารย์มั่นขึ้น ที่วัดป่าภูริทัตตปฏิปทาราม ได้นิมนต์ครูบาอาจารย์สายกรรมฐานมาร่วมงานเป็นจำนวนมาก

มีหลวงตามหาบัว ญาณสัมปันโน มาเป็นประธาน ลักษณะขององค์พระเจดีย์นั้นสร้างเป็นรูปทรงพุ่มข้าวบิณฑ์สมัยสุโขทัยตามที่หลวงปู่นิมิตเห็น องค์พระเจดีย์สร้างด้วยหินอ่อน ความสูง 37 เมตร สิ้นงบประมาณการสร้าง 50 ล้านบาท

หนังสือประวัติ หลวงปู่เจี๊ยะ จุนฺโท พระผู้เป็นดั่งผ้าขี้ริ้วห่อทอง ตอนหนึ่งกล่าวว่า เมื่อหลวงปู่เจี๊ยะ เข้ามาอยู่ที่วัดป่าภูริทัตตปฏิปทาราม ก็เริ่มมีลูกศิษย์มากขึ้นเรื่อยๆ จะทำอะไรท่านสะดวกมากขึ้น แต่ถึงอย่างไรก็ตาม ท่านยังเก็บหอมรอมริบมัธยัสถ์ เสมอมา ตั้งแต่เริ่มแรกที่คนเข้ามาทำบุญทีละเล็กละน้อย ถวายส่วนตัวท่านบ้าง ถวายเนื่องในงานผ้าป่า กฐินบ้าง ท่านจะเก็บเข้าบัญชีธนาคารมาตลอด

เรื่องพระคุณของท่านพระอาจารย์มั่น ปรากฎเป็นปัจจุบันธรรมภายในใจของท่านโดยตลอด ท่านทำไว้ในใจเสมอว่า ถ้ามีโอกาสมีบุญจะสร้างเจดีย์ใหญ่ถวายให้ท่านพระอาจารย์ผู้ส่องประทีปธรรม ตามโอกาสและวาสนาอำนวย ไม่รีบเร่ง ท่านปรารภว่า “ถ้าเรายังไม่พร้อมเราจะยังไม่สร้าง”

เมื่อได้โอกาสอันสมควร วันหนึ่งท่านจึงถามพระเขียว ซึ่งเป็นพระอุปัฏฐากและดูแลการเงินให้ท่านว่า “เขียว…เงินในธนาคารทั้งหมดมีเท่าไหร่ ไปเอามานับรวมกันดูชิ” 

เมื่อพระอุปัฏฐากนำเงินทั้งหมดที่ท่านเก็บไว้มานับรวมกันทั้งหมดได้ 50 ล้านบาท ท่านจึงปรารภที่จะสร้างเจดีย์ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นมา ตอนแรกท่านริเริ่มจะสร้างบริเวณหลังวัด แต่พิจารณาเห็นว่าการสัญจรไปมาคงไม่สะดวก เสียงรถเข้าออกจะเป็นการรบกวนพระเณรภาวนา ท่านจึงชี้ให้สร้างด้านหน้าศาลาเป็นที่ตั้ง “ภูริทัตตเจดีย์”

*ธรรมปริศนาของเจดีย์ฯ

ในวันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2539 หลวงปู่เจี๊ยะได้วางศิลาฤกษ์ สร้างภูริทัตตเจดีย์ สำหรับบรรจุพระทันตธาตุของท่านพระอาจารย์มั่น ลักษณะรูปร่างทรงพุ่มข้าวบิณฑ์ของเจดีย์สมัยสุโขทัย แปดเหลี่ยม ความหมายคืออริยมรรคมีองค์แปด มีความกว้าง 22 เมตร หมายถึง ปัจจยาการ โดยอนุโลมและปฏิโลม รวมเป็น 22 ประการ 

ความสูง 37 เมตร หมายถึงโพธิปักขิยธรรม 37 ประการ โครงสร้างเป็นคอนกรีตเสริมเหล็ก ตกแต่งด้วยหินอ่อน หินแกรนิต ไม้สักทอง ยอดทำด้วยทองคำแท้ บรรจุพระบรมสารีริกธาตุ ที่สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช ทรงประทานมา

ภูวิทัตตเจดีย์ เจดีย์แปดเหลี่ยม บรรจุพระธาตุ อัฏฐิธาตุของบุคคลที่ควรสร้างพระเจดีย์ไว้ให้ทวยเทพและมนุษย์ทั้งหลายได้สักการการบูชา ดังพุทธพจน์ที่พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสแก่ พระอานนท์ไว้ว่า “อานนท์! เจดีย์บรรจุพระธาตุ อัฏฐิธาตุของถูปาหรบุคคล เพียงชนเป็นอันมากยังจิตให้เลื่อมใสว่า เจดีย์นี้เป็นเจดีย์บรจุพระธาตุ อัฏฐิธาตุของพระพุทธเจ้า พระปัจเจกพุทธเจ้า พระอรหันตสาวก พระราชาผู้ทรงธรรม เมื่อชนมีจิตเลื่อมใสในพระเจดีย์นั้นแล้ว วันข้างหน้าถ้าเมื่อเขาตายกายแตกดับไป เขาย่อมเข้าถึงสุคติโลก สวรรค์ เป็นแน่แท้”

นอกจากจะเป็นเจดีย์ที่ควรไปสักการะอย่างยิ่งแล้ว ยังเป็นเครื่องบ่งชี้จารึกถึงความรัก ความเคารพ ความกตัญญูที่หลวงปู่เจี๊ยะ มีต่อท่านพระอาจารย์มั่น ภูริทัตโต ว่ายิ่งใหญ่เพียงใด

หลวงตามหาบัวกล่าวถึงภูริทัตตเจดีย์ที่หลวงปู่เจี๊ยะสร้างว่า “เราบอกให้คนไปดูเจดีย์บรรจุทันตธาตุของท่านพระอาจารย์มั่น ที่อาจารย์เจี๊ยะสร้าง ท่านกิริยาภายนอก นี่โกโรโกโสนะ บ๊งเบ๊งๆนะ แล้วให้ไปดูพยานโน้นกำลังสร้างเจดีย์ ให้ไปดูพยาน วัตถุเครื่องก่อสร้างต่างๆให้ดูให้ดีนะ”

“นี่แหละฝีมือนิสัยอาจารย์เจี๊ยะ อันเครื่องบ่งถึงธรรมะ ภายในแหละเราเข้าไปดู โอ๊ย? ไม่มีอะไรละเอียดยิ่งกว่าภูวิทัตตเจดีย์นี้ เนี่ยะ!ดูให้ดี ความละเอียดนี้เก่งมาก โอ้ย! มีแต่ของดิบๆดีๆทั้งนั้นเลย เรายอมรับท่านถึงเรื่องความละเอียดในการกระทำ 

“โอ้โฮ! ใครจะไปหาไหนมาได้ แต่อาจารย์เจี๊ยะหามาจนได้ สิ่งเหล่านี้ใครจะหาได้ง่ายๆ เสียเมื่อไหร่ อาจารย์เจี๊ยะหามาจนได้ๆหมดเลยนะ

*ธรรมรสของศิษย์วัดป่าฯ

ดังที่กล่าวมา ที่อยู่ที่พักของหลวงปู่เจี๊ยะที่วัดป่าภูริทัตตปฏิปทารามนั้น แรกเริ่มทีเดียวมีกระต๊อบหลังเล็กๆ มุงด้วยหญ้าคา มีจีวรผืนเก่ากั้นเป็นห้อง เป็นที่หลบแดด หลบฝน เหลือบ ยุง และสัตว์เลื้อยคลาน มีเตียงทำด้วยไม้ไผ่ทำเป็นที่ฉันและที่นอนใต้ร่มไม้สน ด้านหลังมีคลองน้ำเป็นเขตแดน ท่านอยู่แต่เพียงเดียวดายไม่ค่อยมีลูกศิษย์ แม้แต่คนถิ่นแถวนั้นก็ไม่ค่อยรู้จักท่าน

การก่อสร้างวัดของท่าน เมื่อเห็นสิ่งของเช่นเศษไม้เศษ สังกะสีเก่าๆ เป็นต้นที่คนเขาทิ้ง ท่านก็จะขอบิณฑบาตมาสร้างกุฏิที่พัก ท่านมัธยัสถ์มากเห็นคุณค่าแห่งของทุกสิ่ง เก็บหอมรอมริบสม่ำเสมอ ทำงานทั้งวันตีเหล็กตีขวาน ทุบหินจนบางครั้งพระลูกศิษย์บางรูปไม่เข้าใจต้องเข้ามากราบเรียนถามท่านว่า

“หลวงปู่ ผมไม่เข้าใจหลวงปู่เลย ทำไมหลวงปู่ต้องทำอย่างนี้ ต้องทำขนาดนี้ ต้องเป็นอย่างนี้”  หลวงปู่เจี๊ยะกล่าวตอบแบบห้วนๆตามภาษาของท่านว่า เฮ้ย!..มันเข้าใจง่ายๆ ซะที่ไหน ผมอยู่กับปู่มั่น บางทีผมก็ยังไม่เข้าใจเลย ต้องพยายามเข้าใจ เดี๋ยวจะเข้าใจเอง” แล้วจึงตีขวานต่อเสียงดังเพ้ง!เพ้ง!เพ้ง!…

และสอนลูกศิษย์ต่อว่า “ในสมัยที่ผมอยู่กับหลวงปู่มั่น ผมต้องอดทนมาก ผมเป็นคนกินยาก แสลงเรื่องอาหาร ผมอยู่กับท่านสามปี สี่แล้ง กินแต่ข้าวเหนียวกับกล้วย อาหารอย่างอื่นมี แต่ผมกินไม่ได้ ถ้าไม่มีกล้วยผมต้องกินแต่ข้าวเปล่าๆ ทำให้ท้องอืด ไม่ถ่าย อากาศก็หนาวเหน็บถึงกระดูก ตามแขนตามขาผิวแห้งไปหมด ไปขอยากับหลวงปู่มั่นก็ไม่มี เมื่อไม่มียาท้องอึดจะตาย ผมใช้นิ้วล้วงลงไปลำคอลึกๆ เพื่อให้อาเจียนออกมา จะได้สบายท้อง นิ้วมือนี้แหละยา ผมยังไม่เคยบ่น เรื่องนี้มีแต่ท่านอาจารย์มหาบัวรู้ คนอื่นไม่รู้ผมยังไม่เห็นตายเลย”

พระลูกศิษย์ที่ติดตามท่านมานานๆ บางองค์ก็น้อยใจในวาสนาอาจารย์ของตน ถึงกับกล่าวว่า “อาจารย์ของเรานี่ เป็นถึงลูกศิษย์ท่านพระอาจารย์ใหญ่มั่น แต่เวลาเดินทางไปไหนก็ไปสิบล้อ โบกสิบล้อไป หลวงปู่สิม หลวงปู่ หลวงปู่สาม หรือพระกรรมฐานรุ่นหลังๆ ไปไหนมีรถเก๋งมารับ อาจารย์ของเราช่างด้อยวาสนาเสียจริงๆ โบกขึ้นแต่รถสิบล้อ อาจารย์องค์อื่นถูกนิมนต์ไปฉันบ้านนายพล บ้านคุณนาย อาจารย์ของเราพาฉันแต่น้ำพริกกุ้งแท้ง แถมยังยกเว้นกะปิอีก น้ำพริกปลาทูก็ไม่ให้ใส่กะปิ บางทีเพื่อนพระที่เป็นลูกศิษย์อาจารย์อื่นๆ เขาก็ล้อว่า “พวกท่านมีอาจารย์กับเขาทั้งที มักไม่เหมือนคนอื่นเขาน้อ! 

ก็ได้แต่ทำไว้ในใจว่า “เอาละวะ ถึงท่านจะเป็นอย่างไรก็ตามเราก็มั่นใจในคุณธรรมของท่าน แม้หลวงตาบัวยังชมท่านไม่ขาดปากว่า เป็นผ้าขี้ริ้วท่อทอง’ คิดเพียงเท่านี้ก็เป็นที่ปลงใจสำหรับลูกศิษย์พระกรรมฐาน

หลวงปู่เจี๊ยะเมื่อเห็นศิษย์คิดอย่างนั้น ท่านก็สอนเป็นธรรมะไพเราะเคาะสนิมใจให้ศิษย์รื่นเริงในธรรมบ้างว่า “ท่าน… ธรรมดาว่าชาวนาไม่มีข้าวกิน ย่อมไม่มี…คนดีย่อมไม่มีสิ่งชั่ว…คนใบ้ ย่อมไมไปทะเลาะกับคนอื่น…คนตื่น ย่อมไม่มีภัย…คนที่ใจฝึกมาดีย่อมไม่มีไหวหวั่น อยู่ได้ทุกที่ ขี้ได้ทุกทาง”

เมื่อท่านพูดเสร็จมีพระเดินคู่กันมาสองรูป ท่านจึงตะโกนด่าเสียงดัง “เฮ้ย!.. ไอ้ฉิบ… ใครสอนให้ท่านทำอย่างนี้ การเดินเคียงคู่กันแบบนี้ เดินแบบหนุ่มสาวชาวโลก กิริยาแสวงหากิเลสไม่ใช่กิริยาแสวงหาธรรม หลวงปู่มั่นท่านตำหนิอย่างหนัก อย่าทำเด็ดขาด”

*สงฆ์ยอดกตัญญู

หลวงปู่เจี๊ยะท่านมีปกติอ่อนน้อมต่อผู้ใหญ่ตามฐานะ ดังเช่นที่ท่านแสดงความอ่อนน้อมต่อหลวงตามหาบัว หรือครูบาอาจารย์อื่นที่มีพรรษามากกว่า ท่านทำตัวเป็นเหมือนสามเณรตัวน้อยๆ ยามนั่งสนทนาจะพนมมือตลอด ท่านเคยสอนไว้ว่า

“คนที่มีความอ่อนน้อมย่อมส่อถึงความเป็นคนดีภายใน ตรงกันข้าม ถ้าเป็นคนแข็งกระด้างไม่อ่อนน้อมต่อผู้ที่ควรอ่อนน้อม ย่อมประสบความหายนะ

“ท่านสอนให้เราไปดูตัวอย่างรวงข้าวในนา ตามธรรมดารวงข้าวมีเมล็ดเต็มอ้วนภายใน มักอ่อนรวงลงเสมอ ส่วนรวงใดลีบไม่มีเนื้อภายใน มักชูรวงแข็งกระด้างไม่อ่อน เปรียบเหมือนคนอ่อนน้อม แสดงว่ามีความดีภายใน ส่วนคนแข็งกระด้างแสดงว่าภายในลีบ ไม่มีน้ำหนักแห่งความดีเลย มนุษย์จึงควรสำนึกในข้อนี้ และประพฤติอ่อนน้อมถ่อมตนเสมอ จะถึงความเจริญไม่หยุดยั้ง”

หลวงปู่เจี๊ยะนั้นนับว่าเป็นสุดยอดพระกตัญญู ด้วยความรักและเคารพที่หลวงปู่เจี๊ยะมีต่อท่านพระอาจารย์มั่น ภูริทตฺโต ยิ่งกว่าชีวิต การจะพูด จะทำ จะคิดอะไร ถ้าเกี่ยวข้องกับท่านพระอาจารย์มั่น ท่านจะคิดนิ่งและนาน ใช้วิจารณญาณไตร่ตรองเป็นอย่างดี

ถึงแม้กาลเวลาผ่านมานานแล้ว ความรักเคารพที่มีต่อท่านพระอาจารย์มั่นยิ่งเด่นดวงขึ้นเสมอ ไม่มีวันเสื่อมถอย ถ้าเป็นภาษาที่โลกนิยมก็คือ “สุดยอดพระกตัญญู” การอันใดก็ตามที่เป็นไปเพีอสนองคุณและตอบแทนคุณ ท่านจะทำอยู่สม่ำเสมอ

ในเรื่องเกี่ยวกับผู้คนสภาพแวดล้อม มุมมองทุกด้านล้วนเพื่อท่านพระอาจารย์มั่นทั้งนั้น ดังคำที่หลวงตามหาบัวกล่าวถึงความผูกพันว่า “หลวงปู่มั่นกับอาจารย์เจี้ยะ ท่านเป็นเหมือนพ่อลูกกัน หรือคำที่ท่านพระอาจารย์วัน อุตฺตโม กล่าวกับสานุศิษย์ว่า”หลวงปู่เจี้ยะกับหลวงปูมั่น ท่านเป็นพ่อลูกกันมานานหลายชาติ

หลวงปู่เจี๊ยะท่านรักเคารพครูบาอาจารย์ของท่านแบบละเอียดลออ คิดลึกซึ้งถึงก้นบึ้งแห่งเหตุ อย่างเช่น ท่านไปทำคุณประโยชน์ในด้านต่างๆ ทางจังหวัดตากหรือที่อื่นใดก็ตาม ก็ล้วนแต่เพื่อสนองคุณ ท่านพระอาจารย์มั่น และครูบาอาจารย์ทั้งหลาย

……………………….

ตามรอยพระอริยะเจ้า! “หลวงปู่เจี๊ยะ จุนโท” พระผู้เป็นดั่งผ้าขื้ริ้วห่อทอง คัดลอกจากหนังสือ “ตามรอยพระอริยเจ้าหลวงปู่เจี๊ยะ จุนโท วัดป่าภูริทัตตปฏิปทาราม อำเภอสามโคก จังหวัดปทุมธานี” ท่านคือสมณะสงฆ์สายป่าผู้เป็นผ้าขี้ริ้วห่อทองของแม่ทัพกรรมฐานแห่งสยาม : ดำรงธรรม เรียบเรียง

(ติดตามตอนต่อไป) – 003

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, ธรรมะ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, ธรรมะ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

‘ขนมดอกดิน’ ชาวบ้านบึงกอกรวมกลุ่มผลิตสร้างรายได้ดีให้กับชุมชน

Posted on February 23, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/637292

'ขนมดอกดิน' ชาวบ้านบึงกอกรวมกลุ่มผลิตสร้างรายได้ดีให้กับชุมชน

วันอังคาร ที่ 22 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2565, 18.14 น.

ชาวบ้านหมู่ 10 ต.บึงกอก อ.บางระกำ จ.พิษณุโลก รวมกลุ่มกับเรียนรู้และผลิตขนมไทยโบราณ เน้นวัตถุดิบมีในท้องถิ่น กระตุ้นให้ชาวบ้านมีรายได้เพิ่มขึ้น หลังจากว่างเว้นจากการทำอาชีพเกษตร เป็นการสร้างความรักสามัคคีในชุมชน พร้อมต่อยอดให้สามารถผลิตได้ตลอดปี

22 ก.พ.65 ที่อาคารอเนกประสงค์บึงกอกพัฒนา หมู่ 10  ต.บึงกอก อ.บางระกำ จ.พิษณุโลก กลุ่มแม่บ้านบึงกอกพัฒนา หมู่ที่ 10 ต.บึงกอก อ.บางระกำ จ.พิษณุโลก กว่า 20 คน ได้รวมกลุ่มเพื่อเรียนรู้และร่วมกันผลิตขนมไทยโบราณขึ้น  โดยวันนี้ได้ร่วมกันผลิต“ขนมดอกดิน” ขนมโบราณตามวิถีชาวบ้าน ซึ่งขนมดอกดิน เป็นขนมโบราณที่นิยมทำเพื่อรับประทานเป็นขนมหวานกันมาตั้งแต่สมัยบรรพบุรุษ โดยใช้ดอกดิน ซึ่งเป็นดอกไม้ที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติมาเป็นส่วนผสมในการทำขนมชนิดนี้ และส่วนใหญ่ดอกดินจะออกในช่วงฤดูฝน

นางสำฤทธิ์ หน่อแก้ว อายุ 53 ปี  ประธานกลุ่มแม่บ้านบึงกอกพัฒนา หมู่ 10 กล่าวว่า ชมรมแม่บ้านบึงกอกพัฒนา หมู่ที่ 10 เป็นกลุ่มที่ชาวบ้านร่วมกันจัดตั้งขึ้นเพื่อส่งเสริมอาชีพและสร้างรายได้ให้กับชุมชนด้วยการทำขนมโดยใช้วัตถุดิบในท้องถิ่น ทั้งนี้นอกจากจะมีขนมดอกดินจำหน่ายแล้ว ยังมีขนมบ้าบิ่น ขนมตาล ขนมกล้วย ขนมแตง และข้าวต้มมัด  สำหรับตนเดิมทีทำขนมจำหน่ายเองที่บ้าน จากนั้นจึงได้รวมกลุ่มประชาชนในหมู่บ้านจัดตั้งขึ้น โดยมีสมาชิกทั้งหมด 20 คน ซึ่งได้รับความสนับสนุนจาก กศน. ตำบลบึงกอก ในการสนับสนุนให้หมู่บ้านมีรายได้เสริม สมาชิกจึงลงมติกันว่าจะทำขนมเป็นอาชีพเสริม

สำหรับวันนี้ทางชมรมกำลังทำขนมดอกดินเพื่อจำหน่าย ซึ่งดอกดินเป็นดอกไม้ที่เกิดตามภูเขาในช่วงเดือนกันยายน-ตุลาคม ชาวบ้านจะขึ้นไปเก็บดอกดินบนภูเขามาจำหน่ายให้กับทางชมรมฯ จากนั้นจะนำดอกดินที่ได้มาล้างน้ำเพื่อทำความสะอาด  หั่นเป็นชิ้นเล็กๆ แล้วนำใส่ถุง ถุงละ 1 กิโลกรัม แล้วนำไปแช่ในช่องฟรีซ เพื่อใช้ความเย็นเก็บรักษาคุณภาพไว้สำหรับทำขนม ทำให้สามารถที่จะนำมาทำขนมได้ตลอดปี เนื่องจากดอกดินเป็นดอกไม้ที่มีกลิ่นหอมและเมื่อเก็บรักษาไว้นานความหอมก็ยังอยู่ ชาวบ้านจึงนิยมนำมาทำเป็นขนม สำหรับวิธีการทำ ได้ปรับสูตรจากสูตรดั้งเดิมของบรรพบุรุษ คือ เดิมทีจะไม่ใส่กะทิ แต่สูตรของตนจะใส่กะทิเพื่อให้ขนมมีความหอม ความนุ่มและความมัน 

วิธีการทำขนมดอกดินนั้น เริ่มจากนำดอกดินที่แช่ช่องฟรีซมาแช่น้ำละลายน้ำแข็ง จากนั้นนำดอกดิน 500 กรัม ไปปั่นเข้ากับกะทิ  1 กล่องใหญ่ ซึ่งหากเป็นกะทิสดจะยิ่งทำให้ขนมมีรสชาติดี เมื่อปั่นจนเป็นเนื้อเดียวกันแล้ว นำมาเทใส่ภาชนะขนาดกว้าง จากนั้นใส่เกลือครึ่งช้อนโต๊ะ ตามด้วยน้ำตาลปี๊บ 1 กิโลกรัม จากนั้นใช้ตะกร้อคนจนส่วนผสมทั้งหมดรวมเป็นเนื้อเดียวกัน แล้วเทแป้งข้าวเหนียวจำนวน 1 กิโลกรัม ลงไปและใช้ตะกร้อคนจนเป็นเนื้อเดียวกัน  แล้วหมักทิ้งไว้ 3 ชั่วโมง เมื่อครบเวลาแล้ว นำกระทงใบตองที่เตรียมไว้ วางเรียงในชั้นซึ้ง หยอดน้ำมันพืชใส่กระทงใบตอง  แล้วจึงหยอดแป้งที่เตรียมไว้ลงไปในกระทง โรยหน้าขนมด้วยมะพร้าวทึนทึก จากนั้นนำไปนึ่งบนเตาโดยใช้ไฟแรง ซึ่งใช้เวลาในการนึ่งประมาณ 25 นาที เมื่อขนมสุกจะมีกลิ่นหอมของขนมดอกดินจะลอยขึ้นมากับไอน้ำ ชวนให้น่ารับประทาน และเนื้อขนมในขณะนึ่งสุกใหม่ ๆ จะมีความเหนียวนุ่ม ให้รสชาติหวานมัน เป็นขนมโบราณอีกหนึ่งชนิดที่นับว่ารสเลิศ 

นางสำฤทธิ์ หน่อแก้ว ยังบอกอีกว่า ในหนึ่งครั้งสามารถทำขนมได้มากถึง 100-200 กระทง เพราะขนมดอกดินได้รับผลตอบรับดีมาก ลูกค้าชื่นชอบ จึงทำให้มีพื้นที่ในการขายเพิ่มมากขึ้น จากที่ขายตามตลาดนัดทั่วไป ก็มีลูกค้าโทรเข้ามาสั่งซื้อ อีกทั้งบางรายยังสั่งเป็นขนมจัดเบรก สำหรับงานประชุม สัมมนาต่าง ๆ อีกด้วย โดย ขนมดอกดินจำหน่ายที่ 4 กระทงราคา 10 บาท  และจัดเป็นกล่อง 10 กระทง ราคา 25 บาท  สามารถสั่งซื้อได้ที่ Facebook : สำฤทธิ์ หน่อแก้ว และ Facebook : ปราณี มากอยู่ หรือเบอร์โทรศัพท์ 094-946-8226

.-008

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

เก่งมากๆ! คุณหมอชม ‘พลายโค้ก’ ให้ความร่วมมือทำแผลเป็นอย่างดี (คลิป)

Posted on February 23, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/637257

เก่งมากๆ! คุณหมอชม 'พลายโค้ก' ให้ความร่วมมือทำแผลเป็นอย่างดี (คลิป)

วันอังคาร ที่ 22 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2565, 16.33 น.

22 ก.พ.65 เพจเฟซบุ๊ก “The Echo” ได้อัพเดทอาการของ “พลายโค๊ก” หลังจากได้รับบาดเจ็บจากการต่อสู้กับช้างป่าด้วยกัน โดยข้อความระบุว่า “คูมหมอชม “โค้ก” อย่างนี้ ”โค้ก” เขิลฮับ คุณหมอเอิ๊บ-สัตวแพทยหญิงมัชฌมณ แก้วพฤหัสชัย หัวหน้าศูนย์ช่วยเหลือสัตว์ป่าที่ 2 (กระบกคู่) เล่าถึงการทำแผลให้ #พลายโค้ก เมื่อวานว่า #พลายโค้ก ให้ความร่วมมือดีมาก โดยช่วงเช้าล้างเศษดินและสิ่งสกปรกบริเวณปากแผลให้สะอาดก่อน จากนั้นจึงค่อยๆ ระบายหนองร่วมกับการขูดหนองออก แล้วล้างแผลด้วยน้ำเกลือผสมไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์และน้ำเกลือผสมเบตาดีน จากนั้นปิดด้วยครีมฆ่าเชื้อสำหรับใส่ในแผล ซึ่งบาดแผลเฉียงขึ้นด้านบนยาวประมาณ 10 เซนติเมตร ตามแผนจะค่อยๆ ระบายหนอง ขูดหนองออก และล้างแผลที่ขาหน้าขวาด้วยความระมัดระวังทุกวันต่อไป

ต่อมาช่วงหัวค่ำให้ยารักษาแบบฉีดอย่างต่อเนื่องได้แก่ ยารักษาการติดเชื้อ (เป็นวันที่ 11) และยาลดปวดลดอักเสบ โดยการยิงจากระยะไกล คุณหมอเอิ๊บบอกอีกว่า กำชับให้เจ้าหน้าที่หน่วยพิทักษ์ป่าสีระมัน เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาอ่างฤาไนเฝ้าระวังความปลอดภัยและสังเกตพฤติกรรมของพลายโค้กอย่างใกล้ชิดเพื่อจะได้พยากรณ์โรคและรักษาจนกว่าจะหายค่ะ

แหม่!!!ฟังวิธีทำแผล ##พลายโค้ก แล้ว พี่ทึ่งกับช้างป่าตัวนี้ที่ให้ความร่วมมือกับทึมหมอดีจริงๆ (เปรียบเทียบกับตัวเองที่เมื่อวานถูกมีดบาด ตอนล้างแผลและใส่ยายังรูัสึกแสบมาก)…

…จึงนึกถึงที่คุณหมอล็อต-นายสัตวแพทย์ภัทรพล มณีอ่อน หัวหน้ากลุ่มงานจัดการสุขภาพสัตว์ป่า กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืชที่เมื่อวานนี้กล่าวว่า “ช้างป่าบาดเจ็บตัวนี้รับรู้ได้ถึงความเมตตาจากทุกคน” ก็ทุกคนอยากให้ “โค้ก” หายเร็วๆ อะเนอะ…รักนะเจ้าโค้ก”. -008

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ทึ่ง!! ‘วัดควนเจดีย์’ อุโบสถ-หอระฆัง-เจดีย์ สร้างบนก้อนหิน อายุกว่า 100 ปี

Posted on February 22, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/637119

ทึ่ง!! 'วัดควนเจดีย์' อุโบสถ-หอระฆัง-เจดีย์ สร้างบนก้อนหิน อายุกว่า 100 ปี

วันอังคาร ที่ 22 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2565, 10.23 น.

“วัดควนเจดีย์” หมู่ 7 ต.เกาะแต้ว อ.เมือง จ.สงขลา ซึ่งเป็นวัดเก่าแก่เกือบ 100 ปี ที่มีเรื่องเล่าทางประวัติศาสตร์ ตั้งอยู่ที่ราบสูง เป็นวัดที่ไม่เหมือนกับวัดทั่วๆไป สิ่งที่น่าสนใจก็คือ ทั้งเจดีย์ หอระฆัง กุฏิพระสงฆ์สร้างบนก้อนหินทั้งหมด โดยเฉพาะ อุโบสถขนาดใหญ่ก็ทำการก่อสร้างประดิษฐานอยู่บนก้อนหินขนาดใหญ่บนเนินเขา ซี่งเป็นจุดที่สูงที่สุดภายในวัดควนเจดีย์แห่งนี้

นายประเสริฐ หนูทอง ประธานสภาองค์กรชุมชนตำบลเกาะแต้ว และนายจรัญ หนูรักษ์ ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 7 ต.เกาะแต้ว ได้นำไปดูความแปลกของ “วัดควนเจดีย์” ที่อยู่บนเนินเขาเต็มไปด้วยก้อนหินขนาดเล็กและขนาดใหญ่โดยเริ่มจากเจดีย์ที่สร้างบนก้อนหินขนาดใหญ่มีความโดดเด่นน่าจะเป็นสัญลักษณ์ของชื่อวัดควนเจดีย์ มีบันไดทางขึ้นให้นักท่องเที่ยวได้เดินขึ้นไปสัมผัสองค์เจดีย์ได้และสามารถมองเห็นทิวทัศน์โดยรอบของวัดและบริเวณใกล้เคียง และที่บริเวณใกล้เคียงกันก็จะมีหอระฆังที่สร้างอยู่บนก้อนหินเช่นเดียวกัน แต่มีขนาดไม่ใหญ่มากนักโดยสร้างเป็นหอระฆังขึ้นไปบนก้อนหิน โดยไม่ต้องมีการตอกเสาเข็มแต่อย่างใดรวมทั้งกุฏิพระและศาลาประดิษฐานพระพุทธรูปขนาดใหญ่ที่สร้างบริเวณเนินหินทั้งหมด

หลังจากนั้น ประธานสภาฯและผู้ใหญ่บ้านฯได้นำผู้สื่อข่าวเดินขึ้นบันไดขึ้นไปที่อุโบสถบนเนินหินที่สูงที่สุดของวัดควนเจดีย์แห่งนี้โดยมีบันไดทางขึ้นทั้งด้านหน้าและด้านข้างที่ลัดเลาะมาตามซอกหินโดยอุโบสถของวัดควนเจดีย์ได้ทำการก่อสร้างบนก้อนหินขนาดใหญ่โดยไม่ต้องมีการตอกเสาเข็มแต่อย่างใดผู้ใหญ่บ้านเล่าให้ฟังว่า สำหรับพื้นที่หมู่ที่ 7 บ้านเกาะวา ตำบลเกาะแต้ว จะมีประชาชนทั้งชาวไทยพุทธและชาวไทยมุสลิม จากปากคำที่เล่าขานกันมาทำให้ทราบว่าที่ดินวัดควนเจดีย์จำนวน 26 ไร่เป็นการบริจาคของชาวเกาะแต้ว 2 ศาสนาทั้งพี่น้องชาวไทยพุทธและชาวไทยมุสลิมเพื่อนำมาสร้างวัดแห่งนี้ ในส่วนของการก่อสร้างมีพี่น้องทั้งสองศาสนามาร่วมด้วยช่วยกันขนปูนหินดินทรายขึ้นมาก่อสร้างเนื่องจากบริเวณนี้มีความสูงและต้องใช้แรงงานคนทั้งหมดเนื่องจากสมัยก่อนไม่มีเครื่องจักรที่ทันสมัย

ชุมชนตำบลเกาะแต้ว จัดกิจกรรมท่องเที่ยวเชิงเกษตรและวัฒนธรรมที่เชื่อมโยงวิถีชีวิตของชุมชน และความโดดเด่นของธรรมชาติที่สวยงาม โดยกำหนดจุดท่องเที่ยวเส้นทางแรก 4 จุด คือ 1.วัดควนเจดีย์ 2.ศูนย์เรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียง3.ทุ่งนาบัวคลองควายและ 4.ชายหาดบ่ออิฐ ชายหาดแห่งเดียวของตำบลเกาะแต้ว

นายประเสริฐ กล่าวว่า วัดควนเจดีย์ที่นี่มีพิเศษก็คือทุกสิ่งที่เป็นวัตถุตั้งแต่อุโบสถสร้างอยู่บนก้อนหินโดยไม่มีเสาเข็มเป็นการสร้างแบบการร่วมมือร่วมใจของชาวบ้านทั้งหมด ขนอิฐหินปูนทรายขึ้นมาข้างบนก้อนหินเพื่อมาสร้างอุโบสถ ในเรื่องของเจดีย์สร้างอยู่บนก้อนหินเช่นเดียวกันและมีหอระฆังก็ยังสร้างอยู่บนก้อนหิน อันนี้เป็นวิธีการบริหารจัดการพื้นที่ของคนสมัยก่อน ที่คิดว่าน่าจะใช้พื้นที่บนก้อนหินเป็นที่สร้างสิ่งปลูกสร้างและที่โล่งๆก็จะเป็นที่ใช้สอยอย่างอื่น

นายจรัญ หนูรักษ์ ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 7 ต.เกาะแต้ว กล่าวว่า ส่วนของอุโบสถและหอระฆังรวมทั้งเจดีย์ไม่มีการตอกเสาเข็มอยู่บนก้อนหินซึ่งเป็นพื้นฐานที่ไม่ต้องลงทุนอะไรมากคิดว่าเป็นกุศโลบายของคนสมัยก่อน ผมยังซึ้งเลย เราเกิดมาก็เห็นเป็นรูปร่างแบบนี้แล้ว ทำให้หินมีประโยชน์กับเอามาใช้สร้างหอระฆังสร้างเจดีย์สร้างอุโบสถซึ่งเป็นปฏิมากรรมที่คงจะไม่มีในวัดแถวๆนี้ วัดนี้สร้างมานานประมาณ 85-86 ปีแล้ว

ท่านที่สนใจท่องเที่ยวเชิงเกษตรและวัฒนธรรมพร้อมธรรมชาติที่สวยงามตามวิถีชุมชนคนเกาะแต้ว สนใจติดต่อ นายประเสริฐ หนูทอง ประธานสภาองค์กรชุมชนตำบลเกาะแต้ว โทร 08 4993 8458 ,นายจรัญ   หนูรักษ์ ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 7 โทร 09 9278 5814

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

เมากร่าง! crv ป้ายแดงชักปืนขู่ ตร.ตั้งข้อหาพกอาวุธ แต่ไม่ดำเนินคดีเมาแล้วขับ

Posted on February 22, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/637108

เมากร่าง! crv ป้ายแดงชักปืนขู่ ตร.ตั้งข้อหาพกอาวุธ แต่ไม่ดำเนินคดีเมาแล้วขับ

วันอังคาร ที่ 22 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2565, 09.38 น.

22 ก.พ.65 เพจเฟซบุ๊ก “อยากดังเดี๋ยวจัดให้ รีเทิร์น part 2” โพสต์คลิปวิดีโอพร้อมข้อความเกี่ยวกับชายรายหนึ่ง ขณะขับรถแล้วเจอรถอีกหนึ่งคันขับปาดหน้าพร้อมโชว์อาวุธปืนข่มขู่

โดยข้อความระบุว่า “ปืนพกในรถกันง่ายจัง ความผิดมันขนาดไหน?? อยากขอความช่วยเหลือ”ถูกข่มขู่ด้วยอาวุธปืนกลางถนน 2 ครั้ง” คดีเงียบ..ตำรวจแจ้งข้อหาน้อยกว่าความเป็นจริง ร้องเรียนผกก.ก็นิ่งเฉย 

วันที่ 7 ก.พ. 2565 เวลา 19.40 บนถนนกาญจนาภิเษก ตรงข้ามห้างเซ็นทรัลเวสเกต โดนรถฮอนด้า CRV ป้ายแดง ปาดหน้า จึงแซงไปจอดด้านหน้าลงไปสอบถามผมทำอะไรให้?

คู่กรณีเมาพูดว่า “เมา” พร้อมหยิบกระเป๋าคาดอก นำปืนออกมาข่มขู่ (ครั้งที่ 1) จึงรีบขึ้นรถพร้อมหลบรถด้านซ้ายให้คู่กรณีแซงไป เมื่อพ้นจึงออกเลนขวา แต่รถคู่กรณีชะลอ นำปืนออกมาขึ้นลำจ่อ(ครั้งที่2) จนต้องเบรคอีกครั้ง

ผมขับตามคู่กรณีแบบห่างๆ จนทราบพิกัดจึงแจ้ง 191 เพื่อให้ส่งเจ้าหน้าที่เข้าจับกุม พอเจ้าหน้าที่มาถึงคู่กรณีหลบหนี เจ้าหน้าที่ปิดล้อมอยู่กว่า 30 นาที จึงจับกุมตัวได้

ตำรวจแจ้งให้ไปโรงพัก จึงเดินทางไปพบร้อยเวร ร้อยเวรแจ้งว่าข่มขู่เป็นคดีลหุโทษ ผมพยายามแจ้งว่าทั้งเมา ทั้งเอาปืนขึ้นลำหันมาหาผม 2 ครั้ง ร้อยเวรบอกให้รอบันทึกจับกุม ผมรออยู่ที่สถานี 3 ชั่วโมง เดินไปตามห้องสายตรวจก็โดนไล่ออกมา เจ้าหน้าที่บอกให้ไปรอด้านบน

ปรากฎตำรวจตั้งข้อหาเพียง “พกพาอาวุธปืน” อย่างเดียว ไม่มีการตรวจเมา, ไม่ใส่ข้อหาข่มขู่เข้าไปในสำนวน ร้อยเวรให้กลับ บอกจะนัดสอบปากคำ
ผ่านไปครึ่งเดือน จึงโทรไปร้องเรียนผกก. พร้อมส่งรายละเอียดให้ผกก.ทางไลน์ ตอบเพียง”ทราบครับ”แล้วก็เงียบหายไป

เรื่องนี้สอนให้รู้ว่า…. ถ้าโดนข่มขู่ด้วยอาวุธปืน ตั้งสติ ถ่ายคลิปหลักฐานให้ได้มากที่สุด ตามผู้ก่อเหตุห่างๆ ได้พิกัดโทรแจ้ง 191 จับกุมครับ”. -008

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

โปรดทราบ!ประกาศฉบับ6 ปิด‘วัดจุฬามณี’ไม่มีกำหนดเปิด

Posted on February 22, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/637106

โปรดทราบ!ประกาศฉบับ6 ปิด‘วัดจุฬามณี’ไม่มีกำหนดเปิด

วันอังคาร ที่ 22 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2565, 09.31 น.

โปรดทราบ!ประกาศฉบับ6 ปิด‘วัดจุฬามณี’ไม่มีกำหนดเปิด

เมื่อเวลา 22.00 น.ของวันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2565 “วัดจุฬามณี” อ.อัมพวา จ.สมุทรสงคราม ออกประกาศ ฉบับที่ 6 เรื่อง “ปิดวัดจุฬามณีต่อเนื่องไม่มีกำหนด” ระบุว่า เนื่องด้วยสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ในจังหวัดสมุทรสงคราม ได้เพิ่มจำนวนผู้ติดเชื้อมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง และ หน่วยงานราชการผู้มีส่วนเกี่ยวข้องของจังหวัด ได้ติดต่อประสานงานกับทางวัดจุฬามณี “ให้ประกาศเลื่อนการเปิดวัดออกไปแบบไม่มีกำหนด” (ปิดวัดแบบต่อเนื่องไม่มีกำหนดเปิดวัด) เพื่อลดการเสี่ยงติดเชื้อและการชุมนุมของประชาชนที่เดินทางมาวัดจุฬามณี และเพื่อเป็นการให้ความร่วมมือกับจังหวัดสมุทรสงคราม จึงขอประกาศ “ปิดวัดจุฬามณีต่อเนื่องแบบไม่มีกำหนด”

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ลึกลับในสนามข่าว : 22 กุมภาพันธ์ 2565

Posted on February 22, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/637067

ลึกลับในสนามข่าว : 22 กุมภาพันธ์ 2565

วันอังคาร ที่ 22 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2565, 06.00 น.

nn…ควันหลงการทำงานของ “เสี่ยจ๊อบ -สามารถ เจนชัยจิตรวนิช” อดีตผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงยุติธรรม ที่เพิ่งได้รับการแต่งตั้งเป็นที่ปรึกษาคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาผลศึกษาผลกระทบกรณีการควบรวมกิจการโทรคมนาคม True กับ DTAC และการค้าปลีก-ส่ง สภาผู้แทนราษฎร เมื่อเร็วๆ นี้ ได้มีโอกาสร่วมคณะที่มารอต้อนรับ “บิ๊กป้อม–พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ” ติดตามความก้าวหน้าโครงการพัฒนาแหล่งน้ำพื้นที่ภาคอีสาน ในโครงการพัฒนาแหล่งน้ำโครงการพัฒนาน้ำบาดาล เพื่อการเกษตรแปลงใหญ่ บ้านดงเค็ง ตำบลสะอาดสมบูรณ์… ภายในงานมีปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม หัวหน้าส่วนราชการ หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยโครงการฯนี้มีพื้นที่ 500 ไร่วัตถุประสงค์ เพื่อให้ช่วยเหลือบรรเทาความเดือดร้อนกับประชาชน ที่ประสบปัญหาขาดแคลนน้ำอย่างหนักช่วงฤดูแล้ง…

…ซึ่งตามปกติสภาพอากาศในพื้นที่ก็จะแล้งๆ ร้อนๆ เป็นปกติ โดยเฉพาะอย่างยิ่งยามบ่ายยิ่งแดดร้อนแรงมาก แต่ทันทีที่“ลุงป้อม”มาถึงบริเวณจัดงาน บรรดาพี่น้องประชาชนชาวร้อยเอ็ด ร่วม 2,000-3,000 คน ที่มารอให้การต้อนรับต่างกระตือรือร้นทยอยเดินกันมามอบดอกกุหลาบให้อย่างไม่ขาดสาย ซึ่งประจวบเหมาะอยู่ในช่วง “วันวาเลนไทน์”พอดี และมีเสียงบรรดาสาวรุ่น 40 พลัส มาขอถ่ายรูปเซลฟี่ด้วย โดยบิ๊กป้อมก็จัดให้ทุกคนตามคำขออย่างอารมณ์ดียิ้มแย้ม แม้จะอากาศร้อนจนเหงื่อไหลไคล้ย้อยก็ตาม ทำให้ชาวบ้านที่มารอรับอารมณ์ดีไปตามๆ กันและจากอานิสงส์ความชื่นชอบ“ลุงป้อม”เลยเผื่อแผ่มาถึง“เสี่ยจ๊อบ”ด้วย …แต่ไม่ใช่กุหลาบแดงแทนใจนะ ไหง!!กลายเป็น “ผ้าขาวม้า” ที่เอามาผูกรอบเอวให้จนสูงเกือบถึงอก เจ้าตัวมาตัดพ้ออย่างไม่เข้าใจว่าทำไม ทำไมถึงไม่ได้รับกุหลาบเหมือน “ลุงป้อม” บ้างล่ะ แหมมมม…งานนี้ “เสี่ยจ๊อบ”ต้องทำใจนะจ๊ะว่างานนี้ไม่ใช่ซุป’ตาร์ฯ….แต่ได้ผ้าขาวม้าผูกเอวจนเกือบถึงอกอย่างนี้ ก็ถือว่าเรตติ้งดีเหมือนกันน้าเสี่ย…nn

nn…ส่วนความเคลื่อนไหวของเจ้าของฉายา “นักร้อง” ที่ทุกภาคส่วนพร้อมใจมอบให้“ศรีสุวรรณ จรรยา” เลขาธิการสมาคมพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย ด้วยความที่ทำหน้าที่เรียกร้องความยุติธรรมและมุ่งมั่นสร้างความถูกต้องให้เกิดขึ้นทั้งในเวทีการเมือง และความยุติธรรมให้ชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบจากการดำเนินการของรัฐทุกรูปแบบมาเป็นระยะเวลายาวนานนั่นเอง…และล่าสุด เจ้าตัวก็เป็นที่สนอกสนใจของชาวบ้านอีกครั้ง หลังได้เป็น “คุณพ่อ” มือใหม่หมาดๆแล้ว ในวัย 50 กว่า…โดย“คุณนุ้ย”ศรีภรรยา ได้ให้กำเนิด “น้องจ๋า” เมื่อต้นเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา สุขภาพสมบูรณ์แข็งแรงดีหน้าตาจิ้มลิ้มพริ้มเพรา สร้างความชุ่มชื่นหัวใจให้คุณพ่อรุ่นใหญ่มากมาย….สำหรับชื่อจริงนั้น คุณพ่อมือใหม่ตั้งใจค้นหาข้อมูล ความหมายและเลือกเฟ้นคัดกรองเป็นนาน…ยิ่งกว่าค้นหาข้อมูลยื่นร้องเรียนรัฐมนตรีหรือหน่วยงานรัฐเสียอีก…สุดท้ายมาลงตัวที่ชื่อ “รัตนาวะดี จรรยา”!!!… ซึ่งมีความหมายงดงามว่า “ผู้หญิงที่มีค่ายิ่ง เป็นคนที่มีสติปัญญาเป็นเลิศทันผู้ทันคนเฉลียวฉลาด สนใจในสิ่งต่างๆรอบตัวมีมนุษยสัมพันธ์ดี เป็นที่รักของคนรอบข้าง”….อื้อหือ….ไงล่ะ ความหมายละเมียดละไมมั้ยล่ะ…เฮียศรีฯบอกว่า หลังจากนี้ภารกิจส่วนใหญ่คงจะต้องทุ่มเทให้กับการเลี้ยงลูกอ่อน แต่สำหรับงานฟ้องคดีให้ชาวบ้านที่เดือดร้อนและเสียหายหรือไม่ได้รับความเป็นธรรม ควบคู่ไปกับการร้องเรียนนักการเมือง และข้าราชการระดับสูงก็ยังต้องทำต่อไป แต่อาจจะน้อยลงพอสมควร เพราะช่วงนี้คุณพ่อมือใหม่ ขอเอาเวลาไปทุ่มเทช่วยคุณแม่ดูแล“น้องจ๋า”นั่นเอง แบบว่าไม่ค่อยเห่อเลยเนาะคุณพ่อลูกอ่อน…อิอิ…nn

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, ลึกลับในสนามข่าว, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, ลึกลับในสนามข่าว, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

หนุ่มพ่อแม่แยกทาง รับจ้างรายวัน ดูแลแม่บุญธรรม-น้าชาย ไร้บัตรปชช.

Posted on February 22, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/637080

หนุ่มพ่อแม่แยกทาง รับจ้างรายวัน ดูแลแม่บุญธรรม-น้าชาย ไร้บัตรปชช.

วันจันทร์ ที่ 21 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2565, 20.49 น.

สุดรันทด!! หนุ่มพ่อแม่แยกทาง หารับจ้างรายวัน เลี้ยงแม่บุญธรรมป่วยอัมพฤกษ์ กับ น้าชายป่วยทางประสาทช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ ต้องใช้เวลาพักเที่ยงจากงาน กลับมาดูแลแม่กับน้าชายเพื่อป้อนข้าว เช็ดอุจจาระปัสสาวะที่เรี่ยราด (และที่สำคัญหนุ่มอยากมีบัตรประชาชน ทั้งๆที่เป็นคนไทย แต่ไม่มีคนเซ็นรับรองให้ เนื่องจากพ่อกับแม่แยกทาง

21 ก.พ.65 ผู้สื่อข่าวรายงานที่บ้านเลขที่ 381/6 ม.1 ต.ลานสัก อ.ลานสัก จ.อุทัยธานี ได้พบกับนายตี๋ใหญ่ อายุ 25 ปี ขณะที่ใช้เวลาพักเที่ยงเพื่อเข้ามาดูแลแม่กับน้าชายที่ป่วยเป็นอัมพฤกษ์และโรคประสาทถึงขั้นเล่นอุจจาระของตัวเองและมาป้อนข้าวป้อนน้ำ และก็ล้างอุจจาระของผู้ป่วยทั้ง 2 คน

นายตี๋ใหญ่ ได้เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่า บ้านหลังดังกล่าวเป็นบ้านเช่า อยู่กันเพียง 3 คน มีแม่ มีน้าและก็ตัวผม โดยก่อนหน้านี้ ก่อนที่แม่บุญธรรมผมจะป่วยเป็นอัมพฤกษ์ แม่เคยเล่าให้ฟังว่า ตนเองเกิดอยู่ที่หาดใหญ่ จังหวัดสงขลา พ่อแท้กับแม่แท้แยกทางกัน แล้วก็นำตัวผมมาฝากไว้กับแม่บุญธรรม จากนั้น ก็ได้พาตนเองย้ายเข้ามาอยู่จังหวัดอุทัยธานี ตั้งแต่ยังเด็ก จนกระทั่งตอนนี้ผมก็อายุ 25 ปีแล้ว แล้วแม่บุญธรรมก็มาป่วยลง ล่าสุด น้าชายที่ป่วยเป็นโรคประสาทและช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ ก็เป็นน้องชายของแม่บุญธรรมผม ที่ผมต้องดูแลทั้ง 2 คน

และที่สำคัญ ตัวผมเองไม่มีบัตรประชาชน เหลือแค่เพียงใบเกิดที่พ่อกับแม่แท้ๆได้ฝากไว้กับแม่บุญธรรมตอนผมเด็กๆ ซึ่งตัวผมเอง อยากได้บัตรประชาชนมาก เนื่องจาก ต้องมีคนเซ็นการรับรองถึงจะทำได้ ดันแม่บุญธรรมมาป่วยเป็นอัมพฤกษ์และน้าชายน้องของแม่ ก็มาป่วยเป็นโรคประสาท ซึ่งไม่มีใครเซ็นให้ตนเอง เวลาตนเองไปหาหมอก็ไปหาไม่ได้เพราะไม่มีบัตรประชาชน ทำอะไรก็ไม่ได้ อยากวอนให้หน่วยงานช่วยเหลือผมด้วย ตนเองก็ลำบากมาก วันไหนไปทำงานก็ได้ตังเพียงไม่กี่ร้อยบาท ก็ต้องซื้อข้าวสารมาทิ้งไว้ แพมเพิร์สให้กับแม่และน้า ค่าน้ำค่าไฟ ไหนจะยังค่าบ้านที่เช่าอยู่ แล้วก็ต้องนำเงินที่เหลือ คอยซื้อยา หากตัวเองเจ็บไข้ได้ป่วย วอนผู้ใจบุญช่วยเหลือผมด้วยโดยติดต่อได้เบอร์  092-9273751

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

‘พระอาจารย์บัว’ นิมนต์ ‘พระอาจารย์เจี๊ยะ’ มาอยู่เป็นเจ้าอาวาส ‘วัดป่าภูริทัตตปฏิปทาราม’

Posted on February 22, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/637072

'พระอาจารย์บัว' นิมนต์ 'พระอาจารย์เจี๊ยะ' มาอยู่เป็นเจ้าอาวาส 'วัดป่าภูริทัตตปฏิปทาราม'

วันจันทร์ ที่ 21 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2565, 18.22 น.

(ต่อจากตอนที่แล้ว) วัดป่าภูริทัตตปฏิปทาราม บ้านคลองสระ ตำบลคลองควาย อำเภอสามโคก จังหวัดปทุมธานี ภายในขอบเขตแห่งขัณฑสีมา อารามแห่งนี้ถูกสร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ. ๒๕๒๔ โดยคณะศรัทธาได้ถวายที่ดินแก่ พระอาจารย์บัว ญาณสัมปันโน พระอาจารย์บัวได้นิมนต์พระอาจารย์เจี๊ยะมาอยู่เป็นเจ้าอาวาส

จากท้องทุ่งป่าสนใบดกหนาสี่เหลี่ยมผืนผ้านี้ รายรอบด้วยทุ่งนาเขียวขจี ได้กลายเป็นอารามป่ากรรมฐานใกล้เมืองกรุงฯ ที่ร่มรื่นอบอวลไปด้วยกลิ่นศีลธรรมของสมณศิษย์กรรมฐานสายท่านพระอาจารย์มั่น และกลิ่นแมกไม้นานาพันธุ์น้อยใหญ่ที่ปลูกขึ้นรายรอบ ทั่วบริเวณเนื้อที่ ๑๔๖ ไร่ ๓ งาน ๘๘ ตารางวา 

วัดป่าภูริทัตตปฏิปทารามแห่งนี้ คือ สถานที่สำคัญแห่งหนึ่ง ซึ่งเป็นประดุจมรดกที่พระอาจารย์เจี๊ยะทิ้งไว้ให้แก่ศาสนิกชนคนรุ่นหลัง ณ สถานที่แห่งนี้ พระอาจารย์เจี๊ยะได้สร้างอนุสรณ์สถาน ถวายเป็นอาจาริยบูชาแด่พระอาจารย์ใหญ่แห่งวงศ์กรรมฐาน คือ “ท่านพระอาจารย์มั่น ภูริทัตโต” ผู้ซึ่งมีบุญคุณล้นเกล้าและเป็นที่เคารพรักอย่างยอดยิ่ง ด้วยการสร้างภูริทัตตเจดีย์ บรรจุพระทันตธาตุของท่านพระอาจารย์มั่น

ที่ศาลาวัดป่าภูริทัตตปฏิปทารามนั้นเป็นที่ประดิษฐานพระประธาน ภาพบูชาของพระบูรพาจารย์ ได้แก่ ท่านพระอาจารย์เสาร์ กันตสีโล ท่านพระอาจารย์มั่น ภูริทัตโต พระอาจารย์ตื้อ อจลธัมโม พระอาจารย์ฝั้น อาจาโร พระอาจารย์ขาว อนาลโย ท่านพ่อลี ธัมมธโร

ด้านข้างศาลามีโรงไฟ สำหรับซักย้อมจีวร ฉันน้ำปานะ ฯลฯ ถัดจากนั้นไปทางด้านทิศใต้เป็นที่อยู่ของพระภิกษุ ทางด้านทิศตะวันออกเป็นโรงครัวและเขตอุบาสิกาที่เข้ามาพักปฏิบัติธรรม

ด้านหน้าศาลาเป็นที่ตั้งของภูริทัตตเจดีย์ เป็นเจดีย์แปดเหลี่ยมสร้างด้วยหินอ่อน ภายในปูด้วยหินแกรนิต ยอดทำด้วยทองคำ อันงามสง่าควรค่าแก่การบูชาของเทวดา และมนุษย์ทั้งหลาย บรรจุพระบรมสารีริกธาตุ และพระทันตธาตุของท่านพระอาจารย์มั่น ภูริทตฺโต มีหินแกะสลักรูปพระอาจารย์เสาร์ กนฺตสีโล พระอาจารย์มั่น ภูริทตฺโต และของพระอาจารย์เจี๊ยะ จุนฺโท ที่ลูกศิษย์สร้างถวาย

ตามเอกสารที่ใช้อ้างอิง ในขณะนั้นมีพระสงฆ์มาจำพรรษาอยู่กว่า ๓๐ รูป ต่างผลัดเวรกันมาดูแลทำความสะอาด พระรูปใดที่ไม่มีหน้าที่ หลังจากฉันเช้าเสร็จแล้วจะไปปฏิบัติธรรมอยู่ในกุฏิที่ปลูกอย่างเรียบง่ายในป่า ห่างกันพอประมาณ

กุฏิสงฆ์ภายในวัดแบ่งออกเป็น ๒ ประเภท ๑. กุฏิแบบถาวร เพื่อต้อนรับพระเถระที่ชราภาพ และสำหรับพักฟื้นพระอาพาธ ที่เดินทางจากต่างจังหวัดมารับการรักษาที่กรุงเทพฯ ๒. กุฏิแบบเรียบงาย พอแกการบังแดด ลม ฝน ขนาดกว้างยาวเพียงพอแก่การอยู่เพียงรูปเดียว ฝาผนังใช้ผ้าจีวรเก่ากางกั้น น่าศรัทธาเลื่อมใสเป็นอย่างยิ่ง

ทุกกุฏิจะมีทางจงกรม อย่างน้อย ๑ เส้น ยาวประมาณ ๒๕ ก้าว อยู่ใต้ร่มไม้สนดูร่มเย็นเป็นลานทางปราบกิเลสตัวขี้เกียจขี้คร้าน

อานิสงส์ของการเดินจงกรม คือ (๑) ทนต่อการเดินทางไกล (๒) ทนต่อการบำเพ็ญเพียร (๓) มีอาพาธน้อย (๔) ย่อยอาหารได้ดี (๕) ทำสมาธิได้นาน

กุฏิแต่ละหลังห่างกันพอประมาณ มีคูน้ำกางกั้น เพื่อให้สัปปายะเหมาะแก่การบำเพ็ญสมณธรรม…เพื่อพบอริยธรรม 

กิจวัตรประจำวันของพระสงฆ์ที่นี่ คือ ยามเช้าก่อนออกบิณฑบาต พระภิกษุสามเณรขัดถูปัดกวาดศาลาและบริเวณรอบๆ ส่วนพระคิลานุปัฏฐากประมาณ ๘ รูป ก็ผลัดเปลี่ยนกันดูแลพระอาจารย์เจี๊ยะในยามอาพาธ มิให้ขาดตกบกพร่อง

ในเวลาบ่ายโมง พระเณรทั้งหมดมารวมฉันน้ำปานะ บ่ายสามโมงเย็น ทำข้อวัตรปัดกวาดเสนาสนะ ขัดถูกุฏิศาลา บริเวณวัด หน้าวัด ทำความสะอาดห้องน้ำห้องส้วมอย่างพร้อมเพรียงกัน

และกิจวัตรประจำวันที่สำคัญยิ่ง คือการนั่งสมาธิภาวนา เดินจงกรมสร้างสติปัญญามีความเพียรกล้า หาทางแผดเผากิเลสด้วยวิธีการต่างๆ ตามที่พระอาจารย์เจี๊ยะสั่งสอน เพื่อดับไฟคือความรุ่มร้อนกระวนกระวายภายในจิตใจให้เหือดแห้งไป

พระอาจารย์เจี๊ยะท่านจะสอนพระเณรอยู่เสมอว่า “…พระหัวโล้นๆ ถ้าสั่งสมจีวรสังฆาฏิ ข้าว น้ำ อาหาร ฯลฯ ไว้มากๆ เท่ากับพยายามสั่งสมข้าศึกให้กับตัวเอง ชีวิตพระควรอยู่อย่างบางเบา ไม่ควรมีอะไรเป็นเครื่องกังวล การภาวนาฆ่ากิเลสให้ตายไปจากใจสำคัญที่สุด”

เมื่อพระอาจารย์เจี๊ยะ หรือพระครูสุทธิธรรมรังษี ได้ปฏิบัติพัฒนาวัดจนเป็นที่เจริญรุ่งเรือง ท่านจึงได้รับเลื่อนเป็นพระครูชั้นเอก เมื่อวันที่ ๕ ธันวาคม พ.ศ.๒๕๓๕ ท่านอยู่จำพรรษาที่นี่ตั้งแต่พรรษาที่ ๔๘-๖๘ พ.ศ. ๒๕๒๗-๒๕๔๗ จวบจนมรณภาพ

*พระอาจารย์บัว ญาณสัมปันโน ชมเชยคุณธรรม พระอาจารย์บัวได้เล่าเรื่องสร้างวัดป่าภูริทัตตปฏิปทาราม และชมเชยในคุณธรรมพระอาจารย์เจี๊ยะไว้ว่า… เริ่มแรกทีเดียว พี่ชายของท่านนพดล (พระอาจารย์นพดล นันทโน) ได้ถวายที่ให้เราสร้างวัด มองหาใครที่จะมารับภาระให้เป็นที่แนใจตายใจ ก็มองเห็นแต่ท่านอาจารย์เจี๊ยะเท่านั้น จึงไปนิมนต์ท่าน

พูดเหตุผลให้ท่านอาจารย์เจี๊ยะฟังว่า “เพราะวัดนี้ต่อไปจะเป็นวัดที่แน่นหนามั่นคง จึงควรมีครูบาอาจารย์ที่เป็นหลักเป็นเกณฑ์มาอยู่ ก็มองเห็นแต่ท่านอาจารย์เท่านั้นล่ะ จะพอสงเคราะห์กันได้มั้ย? ญาติโยมแถวนี้ ย่านนี้ เป็นย่านที่พอเหมาะพอดี” เมื่อเรานิมนต์ ท่านก็รับด้วยดีนะ

ท่านอาจารย์เจี๊ยะทางด้านจิตใจท่านดี ดีมาตั้งแต่บวชทีแรก พูดถึงธรรมภายในท่าน ท่านดีไม่ใช่ธรรมดา แต่กิริยาภายนอกท่านก็อย่างนั้นแหละ เราจึงบอกเฉพาะในวงศ์ลูกศิษย์ที่ใกล้ชิด ที่ไว้ใจได้เพราะภายนอกกับภายในไม่เหมือนกัน จริตนิสัยของคนเราไม่เหมือนกัน

แล้วพระอาจารย์บัวจึงได้กล่าวเตือนบรรดาลูกศิษย์ลูกหาทั้งหลายว่า อย่าไปมองท่านผิดนะ เพราะเรากับท่านอยู่ด้วยกันมานาน รู้กันทุกสิ่งทุกอย่างกับอาจารย์เจี๊ยะ แต่กิริยาภายนอกท่านก็เป็นของท่านอย่างนั้น อย่าดูท่านแบบผิวเผิน อย่าคิดตำหนิ ว่าทำไมพระถึงเป็นอย่างนี้ เดี๋ยวเป็นอกุศลกับตัวเองนะ

อาจารย์เจี๊ยะ สิ่งภายนอกนี้ทำให้คนรู้สึกไปในทางลบได้ กิริยาท่านภายนอก ท่านว่าอะไรตรงไปตรงมา ก็ท่านเป็นคนจีน เข้าใจมั้ย?…(หัวเราะ) บ๊งเบ๊งๆ อย่างนั้นนะ แต่เวลาเอาภายใน ไม่มีใครเอาละเอียดเท่าท่านนะ เรื่องความละเอียดภายในไม่มีใครสู้ท่าน

*ผู้รักษาบริขารพระอาจารย์มั่นได้อย่างเยี่ยมยอด

พระอาจารย์บัว ญาณสัมปันโน ได้เมตตาเล่า เรื่องการดูแลรักษาบริขารของพระอาจารย์มั่น ภูริทัตโต ซึ่งพระอาจารย์เจี๊ยะนี่เองเป็นผู้รับผิดชอบดูแล ท่านเล่าว่า บริขารของพ่อแม่ครูบาอาจารย์มั่นเรียบร้อย ใครไปแตะไม่ได้นะ ใครไปแตะท่านรู้ทันที ผิดนิดหนึ่งท่านรู้ “ใครๆ มาทำนี้วะ” ขึ้นเลย คือไปผิดของท่าน ท่านทำไว้เรียบร้อยทุกอย่างนะ เราเองยังไม่กล้าเข้าไปแตะอะไรที่ท่านอาจารย์เจี๊ยะไปทำไว้แล้ว เราไม่เข้าไปแตะเลยนะ เพราะเราสู้ท่านไม่ได้ว่างั้นเถอะ ไม่เห็นพ่อแม่ครูอาจารย์มั่นได้ตำหนิตรงไหน 

เพราะฉะนั้นอาจารย์เจี๊ยะจึงเป็นลูกศิษย์พ่อแม่ครูอาจารย์ พูดให้ตรงๆ ไปเลยว่า เป็น ลูกศิษย์ก้นกุฏิหลวงปู่มั่นก็คืออาจารย์เจี๊ยะนี่องค์หนึ่ง โอ…ท่านเมตตามากนะ เวลาท่านปฏิบัติต่อท่านอาจารย์เจี๊ยะนี่ก็แบบเดียวกัน กับอาจารย์เจี๊ยะนี่ท่านจะไม่พูดธรรมดาละ บ๊งเบ๊งใส่กันเลยแต่เมตตามากนะ

จากนั้นอาจารย์เจี๊ยะก็มาจำพรรษากับเราในฐานะเป็นเพื่อน ไม่ใช่ฐานะครูฐานะอาจารย์ด้วยกัน ที่วัดป่าบ้านตาด ฐานะเป็นเพื่อนฝูง จำพรรษาด้วยกันที่วัดป่าบ้านตาด เพราะฉะนั้นจึงรู้นิสัยท่านได้ดีทุกอย่าง นิสัยท่านภายนอกไม่น่าดู แต่ภายในละเอียดลออมากนะ เพราะนิสัยวาสนาไม่มีใครละได้ นอกจากพระพุทธเจ้าเท่านั้น พระองค์ทรงละขาด ไม่นำกิริยาของโลกมาใช้เลย

ส่วนนอกนั้นใครจริตนิสัยเป็นอย่างไร จริตนิสัยนี้จะไม่เปลี่ยนแปลง จะเปลี่ยนแปลงได้เฉพาะภายในจิตใจเท่านั้น คือ มีกิเลสอยู่ภายในเท่าใดก็ชำระสะสางกันไป จนถึงขั้นบริสุทธิ์ บริสุทธิ์แล้วกิริยานี้ก็เหมือนเดิม

*ปฏิปทาเป็นเอกลักษณ์ไม่เหมือนใคร

แรกเริ่มทีเดียวมีกระต๊อบหลังเล็กๆ มุงด้วยหญ้าคา มีจีวรผืนเก่ากั้นเป็นห้อง เป็นที่หลบแดด หลบฝน เหลือบ ยุง และสัตว์เลื้อยคลาน มีเตียงทำด้วยไม้ไผ่ทำเป็นที่ฉันและที่นอนใต้ร่มไม้สน ด้านหลังมีคลองน้ำเป็นเขตแดน ท่านอาจารย์เจี๊ยะอยู่แต่เพียงเดียวดายไม่ค่อยมีลูกศิษย์ แม้แต่คนถิ่นแถวนั้นก็ไม่ค่อยรู้จักท่าน

การก่อสร้างวัดของท่าน เมื่อเห็นสิ่งของ เช่น เศษไม้ เศษสังกะสีเก่าๆ เป็นต้น ที่คนเขาทิ้ง ท่านก็จะขอบิณฑบาตมาสร้างกุฏิที่พัก ท่านมัธยัสถ์มากเห็นคุณค่าแห่งของทุกสิ่ง เก็บหอมรอมริบสม่ำเสมอ ทำงานทั้งวัน ตีเหล็กตีขวาน ทุบหิน จนบางครั้งพระลูกศิษย์บางรูปไม่เข้าใจต้องเข้ามากราบเรียนถามท่านว่า “หลวงปู่ ผมไม่เข้าใจหลวงปู่เลย ทำไมหลวงปู่ต้องทำอย่างนี้ ต้องทำขนาดนี้ ต้องเป็นอย่างนี้”

“เฮ้ย!..มันเข้าใจง่ายๆ ซะที่ไหน ผมอยู่กับปู่มั่น บางทีผมก็ยังไม่เข้าใจเลย ต้องพยายามเข้าใจ เดี๋ยวจะเข้าใจเอง”

ท่านตอบห้วนๆ แล้วจึงตีขวานต่อเสียงดังเพ้ง! เพ้ง! เพ้ง!… และสอนลูกศิษย์ต่อว่า “ในสมัยที่ผมอยู่กับหลวงปู่มั่น ผมต้องอดทนมาก ผมเป็นคนกินยาก แสลงเรื่องอาหาร ผมอยู่กับท่านสามปี สี่แล้ง กินแต่ข้าวเหนียวกับกล้วย อาหารอย่างอื่นมี แต่ผมกินไม่ได้ ถ้าไม่มีกล้วยผมต้องกินแต่ข้าวเปล่าๆ ทำให้ท้องอืด ไม่ถ่าย อากาศก็หนาวเหน็บถึงกระดูก ตามแขนตามขาผิวแห้งไปหมด ไปขอยากับหลวงปู่มั่นก็ไม่มี เมื่อไม่มียาท้องอืดจะตาย ผมใช้นิ้วล้วงลงไปในลำคอลึก ๆ เพื่อให้อาเจียนออกมา จะได้สบายท้อง นิ้วมือนี้แหละเป็นยา ผมยังไม่เคยบ่น เรื่องนี้มีแต่ท่านอาจารย์มหาบัวรู้ คนอื่นไม่รู้ ผมยังไม่เห็นตายเลย”

พระลูกศิษย์ที่ติดตามท่านมานานๆ บางองค์ก็น้อยใจในวาสนาอาจารย์ของตนว่า “อาจารย์ของเรานี่ เป็นลูกศิษย์ท่านพระอาจารย์ใหญ่มั่น แต่เวลาเดินทางไปไหนก็ไปสิบล้อ โบกสิบล้อไป หลวงปู่สิม หลวงปู่ชอบ หลวงปู่สาม หรือพระกรรมฐานรุ่นหลังๆ ไปไหนมีรถเก๋งมารับ ถูกนิมนต์ให้ไปเจิมแอร์สยาม รถเบนซ์ รถไฟ ฯลฯ มีคุณหญิงคุณนายนับหน้าถือตา อาจารย์ของเราช่างด้อยวาสนาเสียจริงๆ โบกขึ้นแต่รถสิบล้อ อาจารย์องค์อื่นถูกนิมนต์ไปฉันบ้านนายพล บ้านคุณนาย อาจารย์ของเราพาฉันแต่น้ำพริกกุ้งแห้ง แถมยังยกเว้นกะปิอีก (ท่านแพ้กะปิ) น้ำพริกปลาทูก็ไม่ให้ใส่กะปิ

บางทีเพื่อนพระที่เป็นลูกศิษย์อาจารย์อื่นๆ เขาก็ล้อว่า‘พวกท่านมีอาจารย์กับเขาทั้งที มักไม่เหมือนคนอื่นเขาน้อ!’ก็ได้แต่ทำไว้ในใจว่า ‘เอาละวะ ถึงท่านจะเป็นอย่างไรก็ตาม เรา (ลูกศิษย์) ก็มั่นใจในคุณธรรมของท่าน แม้หลวงตาบัวยังชมท่านไม่ขาดปากว่า เป็นผ้าขี้ริ้วท่อทอง’ ”

หลวงปู่เจี๊ยะเมื่อเห็นศิษย์คิดอย่างนั้น ท่านก็สอนเป็นธรรมะไพเราะเคาะสนิมใจให้ศิษย์รื่นเริงในธรรมบ้างว่า “ท่าน…ธรรมดาว่าชาวนาไม่มีข้าวกิน ย่อมไม่มี… คนดีย่อมไม่มีสิ่งชั่ว… คนใบ้ ย่อมไม่ไปทะเลาะกับคนอื่น… คนตื่น ย่อมไม่มีภัย… คนที่ใจฝึกมาดีย่อมไม่มีไหวหวั่น อยู่ได้ทุกที่ ขี้ได้ทุกทาง”

……………………….

ตามรอยพระอริยะเจ้า! “หลวงปู่เจี๊ยะ จุนโท” พระผู้เป็นดั่งผ้าขื้ริ้วห่อทอง คัดลอกจากหนังสือ “ตามรอยพระอริยเจ้าหลวงปู่เจี๊ยะ จุนโท วัดป่าภูริทัตตปฏิปทาราม อำเภอสามโคก จังหวัดปทุมธานี” ท่านคือสมณะสงฆ์สายป่าผู้เป็นผ้าขี้ริ้วห่อทองของแม่ทัพกรรมฐานแห่งสยาม : ดำรงธรรม เรียบเรียง

(ติดตามตอนต่อไป) – 003ลตามพิธีทางศาสนาต่อไป – 003

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, ธรรมะ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, ธรรมะ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

BamBam Family

BamBam Family

สถิติบล็อก

  • 3,288,835 hits

Join 4,077 other subscribers
Follow SootinClaimon.Com on WordPress.com

Categories

Top Posts & Pages

ดี๊ด๊า...นารีสโมสร รสละมุน กองหนุนรัฐนาวา #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย
9 เทคนิคลดน้ำหนักแบบยั่งยืนที่สาวหลัก 4 ต้องรู้
ข้าราชการดีเด่น (3)
ข่าวปลอม.. กินอาหารค้างคืน ที่นำไปอุ่นซ้ำ ทำให้เป็นโรคมะเร็ง #SootinClaimon.Com
TMB starts smart service  for portfolio management
Young daughter feared rape by sexually abusive repairmen, says mother #SootinClaimon.Com
น้ำตาจะไหล! 'ลุงฉลอง'วัย60 เก็บเงิน3แสนส่งคืนเจ้าของ #SootinClaimon.Com
Grand Opening W22 Hotel by Burasari
Telecom regulator issues licence warning
Phuket hospitals facing costly losses for treating uninsured foreigners

Recent Posts

  • นายกฯ เนปาลกล่าวต่อที่ประชุมยูเอ็น น้ำท่วมครั้งใหญ่เป็น “สัญญาณเตือนโลก” ถึงภัยจากโลกร้อน
  • Amazon ลุยส่งพัสดุด้วยโดรน เร็วสุด 30 นาที แต่ชาวบ้านโอดเสียงดังรบกวน
  • นักวิจัยสงสัยการติดเชื้อแบคทีเรียเป็นสาเหตุลูกวาฬหลายร้อยตัวตายเกยตื้นในอาร์เจนตินา
  • ปธน.อิหร่าน เปิดใจกับสื่อเผย สหรัฐฯ ต้องเลือกเองว่าจะยุติสงครามหรือไม่ ลั่นพร้อมเจรจา
  • ส่อง 5 ประเด็น “ทรัมป์-สี จิ้นผิง” พบกันที่วอชิงตัน พักศึกการค้า แต่ปมใหญ่ยังไม่จบ

ป้ายกำกับ

  • 2559(2016)
  • entertain
  • lady
  • naewna
  • The Nation
  • การเมือง
  • ต่างประเทศ
  • บันเทิง
  • ผู้หญิง
  • แนวหน้า
  • RSS - Posts
  • RSS - Comments

Archives

Follow Us

  • https://soclaimon.tumblr.com/
  • https://www.facebook.com/soclaimon
  • https://www.instagram.com/sootinclaimon/
  • https://www.facebook.com/SootinClaimon/
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100001170824639
  • https://www.facebook.com/pompam.pp
  • https://www.facebook.com/toraman666
  • https://www.facebook.com/apich214
  • https://www.facebook.com/samabat.klaimon
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100005312762480
  • https://www.facebook.com/jirasuda.manomaiyanon
  • https://www.facebook.com/eikpakkred
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100003091451547
Blog at WordPress.com.
  • Subscribe Subscribed
    SootinClaimon.Com
    Join 1,631 other subscribers

    Have a WordPress.com account? Log in now.

  • SootinClaimon.Com
    View site in Reader
    Manage subscriptionsSign upLog in
    Report this content
    Collapse this bar
Loading Comments...
%d