Skip to primary content
Skip to secondary content

SootinClaimon.Com

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย2 [SartKasetDinPui2] : รวบรวม ข้อมูล เศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม เกษตร ดิน น้ำ ปุ๋ย

SootinClaimon.Com

Main menu

  • Home
  • KU23-2506
  • ข้อคิดความเห็น
  • ตระกูลคล้ายมนต์
  • ผมเองครับ
  • ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย1

Tag Archives: ข่าว Like สาระ

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

นทท.สักการะขอพร ‘พ่อปู่ศรีสุทโธ-แม่ย่าศรีปทุมมา’ เสริมสิริมงคล

Posted on February 18, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/636330

นทท.สักการะขอพร 'พ่อปู่ศรีสุทโธ-แม่ย่าศรีปทุมมา' เสริมสิริมงคล

วันศุกร์ ที่ 18 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2565, 09.14 น.

ณ วัดแช่มอุทิศ จ.สงขลา ได้จัดพิธีสมโภชนมัสการปิดทองหลวงพ่อ 100 ปี พระพุทธมงคลรัศมีโชติ รวมทั้งพิธีบวงสรวงองค์พ่อปู่ศรีสุทโธ แม่ย่าศรีปทุมมา ณ น้ำตกวังนาคา  เพื่อความเป็นสิริมงคล เสริมบุญบารมีของชีวิต และเตรียมเปิดการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม วัดแช่มอุทิศ ซึ่งเป็นวัดเก่าแก่อีกแห่งหนึ่งของจังหวัดสงขลา

โดยญาติโยมพุทธบริษัทวัดแช่มอุทิศได้มีนิมิตในการสร้างและมีความศรัทธาต่อองค์พ่อปู่ศรีสุทโธและแม่ย่าศรีปทุมมา จึงได้อัญเชิญท่านมาประดิษฐาน ณ วัดแช่มอุทิศแห่งนี้ เพื่อเป็นที่สักการะขอพร ขอบารมี ขอโชคลาภ เสริมสิริมงคลกับตนเอง ในการที่พ่อปู่ศรีสุทโธและแม่ย่าศรีปทุมมาได้มาประดิษฐานในแดนใต้แห่งนี้
 

ประวัติพ่อปู่ศรีสุทโธและแม่ย่าศรีปทุมมา

นาคาศรีสุทโธ และ นาคีศรีปทุมมา เป็นพญานาคราชผู้เป็นใหญ่ในประเทศไทย เป็นพญานาคราชขององค์อินทราธิราชเจ้า “มีพรหมประกายโลก” หรือวังนาคินทร์คำชะโนด อำเภอบ้านดุง จังหวัดอุดรธานี เป็นเวียงวังที่ประทับ องค์นาคาธิบดีศรีสุทโธ มีวรกายสีเขียวมรกต เศียรสีทอง มีเมตตาสูงต่อผู้กราบไหว้บูชา หากอธิษฐานจิตขอในสิ่งที่ไม่เบียดเบียนผู้อื่นจะสัมฤทธิ์ผล จึงมีผู้คนไปกราบไหว้ บนบานศาลกล่าวกันเป็นจำนวนมาก

ประชาชนที่เคารพศรัทธามักจะเรียกท่านว่า “จ้าวปู่ศรีสุทโธ” และ “จ้าวย่าศรีปทุมมา” องค์นาคาธิบดีศรีสุทโธเป็นมหาเทพนาคาผู้ยิ่งใหญ่ แผลงเศียรได้ 9 เศียร ส่วนองค์นางพญาศรีปทุมมานาคิณีผู้เป็นชายาแผลงเศียรได้ 5 เศียร ทั้งสององค์โปรดปรานการฟังธรรมจากพระอริยสงฆ์มาก และเนรมิตวรกายเป็นเศียรเดียว หรือเป็นมนุษย์ก็ได้ ดั่งคำโบราณอีสานกล่าวว่า “นามนาคนั้นข้างขึ้นเป็นคน…ข้างแรมเป็นนาค” ทั้งองค์ศรีสุทโธและองค์ศรีปทุมมาอยู่ในตระกูลเอราปถะ วรกายของทั้งสององค์มีสีเขียวมรกตและสีเขียวตองอ่อน

ตระกูลของพญานาค

พญานาค เป็นเจ้าแห่งงู แต่ไม่สามารถบรรลุธรรมได้ จึงกระนั้นก็จัดอยู่ในฝ่ายสุคติภูมิ สถิตอยู่สวรรค์ชั้นจาตุมหาราชิกาพระครูสมุห์ศุภชัย สุภธมฺโม เจ้าอาวาสวัดแช่มอุทิศ กล่าวว่า เจริญพรญาติโยมพุทธบริษัททั้งหลาย ณ ขณะนี้ ด้านหลังที่ญาติโยมเห็นอยู่นี้ก็คือ องค์พ่อปู่ศรีสุทโธและแม่ย่าศรีปทุมมาในแดนนาคาของภาคใต้ กล่าวได้ว่า จังหวัดสงขลาที่มี 2 ทะเล ทั้งทะเลอ่าวไทยและทะเลสาบ ในการนี้ญาติโยมพุทธบริษัทวัดแช่มอุทิศได้มีนิมิตในการสร้างและมีความศรัทธาต่อองค์พ่อปู่ศรีสุทโธและแม่ย่าศรีปทุมมา จึงได้อัญเชิญท่านมาประดิษฐาน ณ วัดแช่มอุทิศแห่งนี้ เพื่อเป็นที่สักการะและยึดเหนี่ยวจิตใจ รวมไปถึงเพื่อที่จะให้ญาติโยมที่มาร่วมกันสักการะหลวงพ่อพระพุทธมงคลรัศมีโชติ ซึ่งเป็นพระพุทธรูปสำคัญ พระพุทธรูป 100 ปี พระพุทธรูปโบราณของวัด ก็ได้มีโอกาสมากราบสักการะขอพร ขอบารมี ขอโชคลาภ เสริมสิริมงคลกับตนเอง ในการที่พ่อปู่ศรีสุทโธและแม่ย่าศรีปทุมมาได้มาประดิษฐานในแดนใต้แห่งนี้

สำหรับงานสมโภชนมัสการปิดทองหลวงพ่อ 100 ปี บวงสรวงองค์พญา พ่อปู่ศรีสุทโธและแม่ย่าศรีปทุมมา ทำบุญทานไฟและทอดผ้าป่าสามัคคีของวัดแช่มอุทิศตั้งแต่วันที่ 16 ถึงวันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2565 ซึ่งในวันที่ 20 กุมภาพันธ์นี้ ท่านพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาจะได้เป็นองค์ประธานในการทอดผ้าป่าสามัคคีและเปิดการท่องเที่ยวของวัดแช่มอุทิศซึ่งเป็นการท่องเที่ยวทางวัฒนธรรมเชิงนิเวศพร้อมไปด้วยกันในวัดแช่มอุทิศในวันที่ 20 กุมภาพันธ์นี้ถือว่าเป็นวันสุดท้ายของงาน ก็ขอเจริญพรเชิญชวนญาติโยมพุทธบริษัททุกท่านจะได้มาร่วมบุญสมโภชนมัสการปิดทองหลวงพ่อ 100 ปีบวงสรวงองค์พญานาคฉลองสมเด็จองค์ปฐมบรมจักรพรรดิ์และหลวงปู่ทวดเหยียบน้ำทะเลจืดในวันที่ 16 – 20 กุมภาพันธ์ 2565 เพื่อเสริมสร้างบารมี ยึดหลักเอาคุณงามความดี ยึดหลักพระธรรมคำสั่งสอนของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ไปดำรงชีวิต ให้ชีวิตมีความสุขความเจริญ.-008 

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

‘แม่น้ำยม’พิจิตรแห้ง! เกษตรกรเศร้าเหลือแอ่งน้ำสุดท้าย ต่อท่อสูบใช้ทำนา

Posted on February 18, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/636328

'แม่น้ำยม'พิจิตรแห้ง! เกษตรกรเศร้าเหลือแอ่งน้ำสุดท้าย ต่อท่อสูบใช้ทำนา

วันศุกร์ ที่ 18 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2565, 08.54 น.

18 กุมภาพันธ์ 2565 ผู้สื่อข่าวรายงานจากจังหวัดพิจิตร ว่าระดับน้ำกักเก็บในแม่น้ำยม บริเวณหน้าเขื่อนไฮดรอลิก หมู่ที่ 1 บ้านจระเข้ผอม บ้านตำบลรังนก อำเภอสามง่าม จังหวัดพิจิตร ระดับน้ำในแม่น้ำยม ได้ลดลงอย่างต่อเนื่อง จนเห็นหาดทรายด้านล่างของแม่น้ำ โดยเฉพาะหน้าประตูเขื่อนไฮดรอลิก อาคารเก็บกักน้ำในแม่น้ำยม ได้แห้งขอดลง ส่วนที่ยังพอมีน้ำอยู่บ้าง เป็นเพียงแอ่งน้ำขนาดเล็ก ส่อเค้าสถานการณ์ภัยแล้งในปีนี้จะรุนแรง เนื่องจากแม่น้ำยมเป็นแม่น้ำสายหลักแห้งตั้งแต่ต้นปี ไม่มีน้ำต้นทุนในการกักเก็บ

ขณะที่ สภาพของแม่น้ำยม ที่ไหลผ่านจังหวัดพิจิตร แห้งขอดลงตลอดทั้งลำน้ำ โดยเฉพาะ ที่บริเวณ หมู่ที่ 9 บ้านวัดใหม่ราษฎร์บำรุง ตำบลสามง่าม อำเภอสามง่าม จังหวัดพิจิตรซึ่งเป็นพื้นที่ตอนบนของแม่น้ำยมในพื้นที่จังหวัดพิจิตร ปริมาณน้ำในแม่น้ำยม ซึ่งเป็นแม่น้ำสายหลัก แห้งจนเห็นผืนทรายในท้องแม่น้ำยม เหลือเพียงแหล่งน้ำที่เป็นบ่อน้ำลึกที่ยังพอมีน้ำหลงเหลืออยู่เป็นแหล่งน้ำสุดท้ายของหมู่บ้าน ให้กับชาวบ้านในหมู่บ้านใช้ในการอุปโภคใช้น้ำ เกษตรกรต้องต่อท่อสูบน้ำที่เหลืออยู่ในแม่น้ำยม เพื่อใช้ทำการเกษตรโดยเฉพาะนาข้าวที่ทำการเพาะปลูกตลอดแนวริมฝั่งของแม่น้ำยม ในพื้นที่ 4 อำเภอของจังหวัดพิจิตร

ได้แก่ อำเภอสามง่าม โพธิ์ประทับช้าง บึงนาราง และอำเภอโพทะเล ที่ความยาว 124 กิโลเมตร และจากสถานการณ์แม่น้ำยมที่ลดระดับและแห้งขอดอย่างรวดเร็ว เริ่มส่งผลกระทบกับประชาชนและเกษตรกร เนื่องจากไม่มีน้ำต้นทุนในการทำการเกษตร โดยเฉพาะนาข้าวที่ยังมีการลงมือเพาะปลูกตลอดทั้งสองฝั่งแม่น้ำยม รวมไปถึงน้ำในการอุปโภคและระบบนิเวศน์สัตว์น้ำที่จะขาดที่อยู่อาศัยจากน้ำที่แห้งขอด

สำหรับแม่น้ำยมไหลผ่านพื้นที่จังหวัดพิจิตร มักจะเกิดการขาดแคลนน้ำเป็นประจำทุกปี โดยในปีที่ผ่านมาในช่วงเดือนตุลาคม แม่น้ำยมมีระดับน้ำจนล้นตลิ่งไหลท่วม แต่ได้เริ่มแห้งลดระดับลงอย่างรวดเร็ว ส่งผลกระทบสร้างความเสียหายให้กับการทำเกษตรและระบบนิเวศพันธุ์สัตว์น้ำได้รับผลกระทบ สถานการณ์ในปีนี้ที่แล้งตั้งแต่ต้นปี จึงเป็นสิ่งที่ส่อเค้าว่าสถานการณ์ภัยแล้ง ที่ยังไม่พ้นฤดูหนาว จะรุนแรงยิ่งกว่าปีที่ผ่านมา. 012

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

‘ต้นผึ้งยักษ์โบราณ’อายุ500ปี ขนาด 30 คนโอบใหญ่สุดในจังหวัดพะเยา

Posted on February 18, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/636322

'ต้นผึ้งยักษ์โบราณ'อายุ500ปี ขนาด 30 คนโอบใหญ่สุดในจังหวัดพะเยา

วันศุกร์ ที่ 18 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2565, 08.12 น.

18 กุมภาพันธ์ 2565 ผู้สื่อข่าวรายงานว่าชาวบ้าน ต่างพากันมาดูมาชมต้นผึ้งโบราณอายุกว่า 500 ปี ขนาดใหญ่ที่สุดในจังหวัดในพื้นที่หมู่บ้านตุ่น หมู่ 2 ตำบลตุ่น อำเภอเมือง จังหวัดพะเยา มีฝูงผึ้งหลวงพากันบินมายึดทำรังตามกิ่งก้านสาขาทั่วต้นกว่า 20 รัง ซึ่งเชื่อกันว่าเป็นต้นไม้โบราณที่ใหญ่ที่สุดที่ยังเหลืออยู่ให้ลูกหลานได้ดู และมีอายุมากที่สุดในหมู่บ้าน ที่ยังมีให้พบเห็นอยู่ในขณะนี้

นางกาบ ใจบาล อายุ 81 ปี ชาวบ้านตุ่น เล่าว่า ต้นผึ้งโบราณต้นนี้เป็นต้นไม้คู่หมู่บ้านมาแต่โบราณจนถึงปัจจุบันอายุกว่า 500 ปี ซึ่งมีมานานแล้วตั้งแต่ก่อนตนจะเกิด และเชื่อว่าต้นผึ้งต้นนี้มีนางไม้สิงสถิตย์อยู่ต้นผึ้งโบราณต้นนี้มีอายุมากกว่า 500 ปี ต้นผึ้งมีขนาดลำต้นสูงกว่า 30 เมตรแผ่กิ่งก้านปกคลุมไปทั่วบริเวณ โคนต้นมีขนาดกว้างใหญ่วัดรอบขนาด 30 คนโอบ เป็นต้นไม้ขนาดใหญ่ที่เกิดขึ้นกลางหมู่บ้านแต่ละปีจะมีฝูงผึ้งหลวงมาทำรั้งกว่า 20 รัง

ทางชาวบ้านในพื้นที่ได้ทำการอนุรักษ์ต้นผึ้งนี้ให้เป็นที่อยู่อาศัยของผึ้งหลวง และบริเวณต้นผึ้งยืนต้นอยู่ได้แผ่กิ่งก้านสาขาปกคลุมไปทั่วทำให้เกิดความร่มรื่นและเย็นสบายจึงทำให้ผึ้งหลวงมาทำรังเพิ่มทุกๆปีด้วยและต้นผึ้งยังเป็นสถานที่พักผ่อนและท่องเที่ยวในหมู่บ้านอีกด้วย. 012

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ยายวัย78ลืมดับเทียนไฟไหม้บ้าน เสียใจมาก’เสื่อทอมือ’สลักชื่อลูกหลานวอด

Posted on February 18, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/636301

ยายวัย78ลืมดับเทียนไฟไหม้บ้าน เสียใจมาก'เสื่อทอมือ'สลักชื่อลูกหลานวอด

วันพฤหัสบดี ที่ 17 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2565, 20.03 น.

17 กุมภาพันธ์ 2565 ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้า จากกรณีคุณยายวัย 78 จุดเทียนไหว้พระวันมาฆบูชา ลืมดับจนเทียนล้มลุกลามไหม้ห้องพระ บนชั้นสองของบ้านเลขที่ 108 ม.5 บ.โนนหอม ต.อ้อมกอ อ.บ้านดุง จ.อุดรธานี ที่ทำด้วยไม้ เมื่อยายรู้ว่าไฟไหม้บ้าน รีบขึ้นไปดูเสื่อที่ทอด้วยมือเก็บไว้ในตู้ จำนวน 80 ผืน ถูกไฟกำลังลุกไหม้ ลูกหลานต้องอุ้มลงมาปฐมยาบาล เพราะยายเสียใจและเสียดายเสื่อที่ตนเองทอมากับมือ ทำให้สำลักควันไฟจนเป็นลม

เมื่อได้สติยายก็ยังรำพึงรำพันเสียดายเสื่อที่ทอจากต้นกก และเป็นงานฝีมือในการทอและขิดชื่อลูกหลานลงในผืนสื่อ หลังจากตั้งใจทอมาหลายสิบปีเพื่อเป็นมรดกไว้ในลูกหลานและถวายวัดเมื่อมีโอกาส เหตุเกิดช่วงค่ำวันที่16 กุมภาพันธ์ 2565 ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น

ต่อมาเมื่อเวลา 12.30 น. วันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2565 ผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปยังบ้านเลขที่ 108 ม.5 ต.อ้อมกอ อ.บ้านดุง จ.อุดรธานี ผู้นำชุมชนและชาวบ้านได้ช่วยกันกางเต้นท์รับบริจาคเงิน สิ่งของ และไว้เป็นที่พักชั่วคราวให้ครอบครัว คุณยายแดง กองศรีนนท์ อายุ 78 ปี โดยก่อนหน้านี้มีชาวบ้านในหมู่บ้านเดียวกันและหมู่บ้านใกล้เคียง รวมทั้งคณะครูในตัวเมือง อ.บ้านดุง ที่ทราบข่าว เดินทางมาบริจาคให้คุณยาย เช่น เงินสด 22,000 บาท หมอน ผ้าห่ม เครื่องอุปโภคบริโภคต่างๆ จำนวนมาก และเสื่อที่คุณยายชอบมากกว่า 100 ผืนเพื่อมอบไว้เป็นกำลังใจให้คุณยาย ส่วนหน่วยงานราชการจะมามอบสมทบและช่วยเหลืออีกครั้ง เบื้องต้นมูลค่าความเสียหาย ประมาณ 5 แสนบาท แต่เสื่อที่ถูกไฟไหม้วอดทั้งหมดประเมินค่าไม่ได้ เพราะมันมีคุณค่าทางจิตใจของคุณยายแดง

ขณะที่ นายปรินทพล กองศรีนนท์ อายุ 44 ปี ลุกชายคนเล็กของคุณยายแดง นำผู้สื่อข่าวตรวจสอบบ้านและเปิดเผยว่า บ้านถูกเพลิงไหม้วอดไป 80 เปอร์เซ็นต์ พบซากเสื่อที่ถูกไฟไหม้กองอยู่บนพื้นภายในตัวบ้านจำนวนมาก ไม่เหลือลวดลายที่คุณยายแดง ขิดชื่อลูกหลานไว้บนเสื่อ แต่มี 1 ผืน ที่ค้างอยู่บนขื่อบางส่วน  ความกว้างราว 80 ซม. ที่ยังเหลือตัวอักษรสีแดงคำว่า “ปอ”ที่คุณยายแดงขิดเป็นชื่อหลานไว้บนเสื่อ เหมือนการขิดลวดลายลงในผ้าไหม 

ส่วนตู้เซฟของลูกสาวที่ถูกไฟไหม้ไม่ได้เก็บทรัพย์สินไว้ และเมื่อช่วงหน้าแล้งปี 2553 หรือเกือบ 12 ปีที่ผ่านมา บ้านหลังนี้เคยไฟไหม้มาแล้ว 1 ครั้ง สาเหตุจากไฟฟ้าลักวงจร แต่ไหม้เป็นบางส่วน ไม่เหมือนกับครั้งนี้ ญาติพี่น้องจึงช่วยกันสร้างขึ้นมาใหม่ ก็มาถูกไฟไหม้อีกครั้ง

คุณยายแดง เล่าว่า สาเหตุจากความหลงลืมของตนที่จุดธูปเทียนไหว้พระและสามีทีเสียชีวิตไปเกือบ 20 ปีที่ผ่าน ในวันมาฆบูชาหรือวันพระใหญ่ ในห้องพระบนชั้นสองของบ้านที่ทำด้วยไม้ประดู่ ก่อนตนเองจะเดินลงมา แล้วลืมดับเทียน 1 เล่ม แล้วเทียนเกิดล้มก่อนลุกไหม้หิ้งพระ ลุกลามมาไหม้ตู้เก็บเสื่อที่ตนเองถักมา 30 ปี จำนวน 4 ตู้ รวม 80 ผืน เป็นเสื่อพับที่ทำมาจากต้นกก ขิดลวดลายสวยงามและขิดชื่อลูกหลานไว้เป็นมรดก หากมีชื่อของใครก็รับไป 

หลังจากตนเองสิ้นลมจากโลกนี้ไป เนื่องจากมรดกส่วนอื่นเช่นที่นาที่ดินที่ไร่ ตนได้มอบให้ลูกๆไปจนครบแล้วทั้งหมด 5 คน เป็นชาย 4 หญิง วันนี้รู้สึกดีใจมากที่มีคนมามอบสิ่งของและเงินช่วยครอบครัว และผูกแขนเรียกขวัญเพราะเกือบสำลักควันไฟตายในกองเพลิง หากลุกหลานไม่ช่วยกันอุ้มตนลงมาจากบ้าน และขอขอบคุณชาวบ้านที่มามอบเสื่อมากว่า 100 ผืน เพราะรู้ว่าตนชอบ แต่ก็ยังเสียใจเสียดายเสื่อที่ตนทอมากับมือ และขิดลวดลายพร้อมกับชื่อลูกหลานทั้งหมดไว้

ขณะเกิดเหตุตนไม่คิดชีวิตวิ่งขึ้นไปดูเสื่อที่กำลังถูกเพลิงไหม้ ถึง 2 ครั้ง พร้อมกับร้องบอกลูกหลานให้นำน้ำมาดับ แต่ก็ไม่มีใครนำน้ำมาดับให้ ก่อนที่ตนเองจะสำลักควันไฟจนเป็นลมอยู่บนบ้าน และมีลูกหลานจะช่วยกันอุ้มตนลงมาจากบ้านอย่างปลอดภัย และได้แต่นั่งมองไฟที่กำลังลุกไหม้บ้านตนเองวอดทั้งหลังต่อหน้าต่อตา และคงไม่ได้ทอเสื่ออีกแล้ว เนื่องจากอายุมากแล้วและมือสั่น เพราะการทอเสื่อขิดลวดลายและตัวอักษรลงในผืนเสื่อ ต้องใช้ความพยายาม ความอดทน และฝีมือไปพร้อมกันกว่าจะมาได้สักผืน นี่คือเหตุผลที่ต้องขึ้นไปชั้น 2 ของบ้านเพื่อขนเสื่อทอมือที่สลักชื่อลูกหลานไว้ แต่ตอนนี้รอดชีวิตมาได้ลูกๆหลานๆก็ดีใจแล้ว. 012  

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

คณะศรัทธา 2 ฝั่งไทย-ลาว ร่วมสร้าง‘หลวงพ่อสำเร็จศักดิ์สิทธิ์’

Posted on February 18, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/636280

คณะศรัทธา 2 ฝั่งไทย-ลาว ร่วมสร้าง‘หลวงพ่อสำเร็จศักดิ์สิทธิ์’

วันพฤหัสบดี ที่ 17 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2565, 19.26 น.

คณะศรัทธา 2 ฝั่งไทย-ลาว ร่วมสร้าง‘หลวงพ่อสำเร็จศักดิ์สิทธิ์’

ที่วัดพระธรรมจาริก บ้านสบปืน หมู่ 2 ตำบลห้วยโก๋น อำเภอเฉลิมพระเกียรติ จังหวัดน่าน วันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2565 พระสุนทรมุนี รองเจ้าคณะจังหวัดน่าน เจ้าอาวาสวัดมิ่งเมือง พร้อมคณะศรัทธาสองฝั่งไทยและลาว ร่วมกันสร้าง “หลวงพ่อสำเร็จศักดิ์สิทธิ์” โดยมีว่าที่ร้อยตรีสมเดช อภิชยากุล ที่ปรึกษานายวิบูลย์ แววบัณฑิต ผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน เป็นประธานในพิธี ขณะที่ พ.อ.นิรันดร์ชัย ทิพย์กจนกุล รอง ผอ.รมน.น่าน มอบหมายให้ พ.อ.พงศ์ศิริ พงศ์อาริยะมงคล หัวหน้ากลุ่มงานนโยบายแผนและการข่าวฯ เป็นผู้แทนฝ่ายความมั่นคง เข้าร่วมพิธีหล่อพระพุทธรูปหลวงพ่อสำเร็จศักดิ์สิทธิ์ หน้าตักกว้าง 4 ศอก ความสูง 9 ศอก

สำหรับวัดพระธรรมจาริก อยู่บนพื้นที่เกี่ยวกับความมั่นคง และ อ.เฉลิมพระเกียรติ เป็นอำเภอแนวชายแดนติดต่อกับ สปป.ลาว การเทปูนหล่อพระพุทธรูปวันที่ 16 กุมภาพันธ์ ซึ่งเป็นวันมาฆบูชา เป็นวันสำคัญทางพระพุทธศาสนา มีพุทธศาสนิกชนเข้าร่วมงานบุญครั้งนี้ประมาณ 100 คน และทุกคนผ่านการคัดกรองตามรูปแบบของกระทรวงสาธารณสุขทุกขั้นตอน ซึ่งการสร้างพระพุทธรูปครั้งนี้เพื่อเป็นที่เคารพสักการะของมนุษย์และเทวดาทั้งหลาย และเป็นการสืบทอดพระพุทธศาสนาให้มีความเจริญรุ่งเรืองตลอดไป โดยการดำเนินงานเป็นไปด้วยความเรียบร้อย ในงานนี้ได้มีผู้มีจิตศรัทธาจัดโรงทานนำอาหารและเครื่องดื่ม มาร่วม เพื่อเป็นจิตกุศลภายในงานอีกด้วย -005

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

‘น้องกัณฑ์’แจ้งขอปิดรับบริจาค ขอบคุณผู้ใหญ่หนุนความสามารถ

Posted on February 18, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/636278

'น้องกัณฑ์'แจ้งขอปิดรับบริจาค ขอบคุณผู้ใหญ่หนุนความสามารถ

วันพฤหัสบดี ที่ 17 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2565, 19.17 น.

‘น้องกัณฑ์’ โพสต์เฟซบุ๊กขอปิดรับบริจาคทุกด้าน กราบขอบคุณผู้ใหญ่ใจดีที่สนับสนุน

17 ก.พ.65 เฟซบุ๊กของ ด.ช.กัณฑ์ ชนะเดช เขียวเซ็น หรือ น้องกัณฑ์ ศิลปินเด็ก อายุ 12 ปี ที่มีกระแสข่าวเปิดไลฟ์สด เล่นกีตาร์ร้องเพลงเพื่อหาเงินจัดงานศพให้คุณพ่อ กลายเป็นกระแสบนโลกออนไลน์ จนมีผู้เข้าไปให้กำลังใจจำนวนมากและร่วมสนับสนุนเงินช่วยเหลือจำนวนมากด้วยการบริจาคผ่านบัญชีของน้อง

ล่าสุด น้องกัณฑ์ ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ระบุว่า สวัสดีครับ กัณฑ์ขออนุญาตปิดรับเงินบริจาคทุกด้านนะครับ ขอกราบขอบพระคุณผู้ใหญ่ใจดีทุกๆคนเลยนะครับที่สนับสนุนกัณฑ์มา (กำลังทำเรื่องนะครับ)  -009

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

‘ภูเก็ต’เริ่มคืนชีพ!นักท่องเที่ยวต่างชาติคึกคัก-ร้านอาหารทยอยเปิดมากขึ้น

Posted on February 18, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/636277

‘ภูเก็ต’เริ่มคืนชีพ!นักท่องเที่ยวต่างชาติคึกคัก-ร้านอาหารทยอยเปิดมากขึ้น

วันพฤหัสบดี ที่ 17 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2565, 19.12 น.

‘ภูเก็ต’เริ่มคืนชีพ!นักท่องเที่ยวต่างชาติคึกคัก-ร้านอาหารทยอยเปิดมากขึ้น

17 กุมภาพันธ์ 2565 ที่บริเวณชายหาดป่าตอง อำเภอกะทู้ จังหวัดภูเก็ต ยังมีนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติมาทำกิจกรรมบนชายหาดจำนวนมาก ไม่ว่าจะเป็นการนอนอาบแดด เล่นน้ำทะเล และออกกำลังกาย หรือเล่นกีฬาทางน้ำ ขณะที่เทศบาลเมืองป่าตอง อ.กะทู้ จ.ภูเก็ต ร่วมกับองค์การบริหารส่วนจังหวัดภูเก็ต , มูลนิธิพัฒนาป่าตอง และชมรมผู้ประกอบการสถานบันเทิงหาดป่าตอง จัดกิจกรรม  Big Cleaning Day โดยฉีดล้างทำความสะอาดถนนบางลา และฉีดพ่นฆ่าเชื้อภายในสถานประกอบการต่างๆ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้ใช้บริการ นักท่องเที่ยว และพนักงานของสถานประกอบการ หลังจากใน จ.ภูเก็ต ยังคงพบตัวเลขผู้ติดเชื้อโควิด-19 เป็นจำนวนมาก จึงจำเป็นจะต้องมีมาตรการในการสร้างความเชื่อมั่นในการให้บริการ เพื่อให้การฟื้นฟูเศรษฐกิจเดินหน้าควบคู่ไปกับการควบคุมโรค

สำหรับสถานประกอบการในลักษณะร้านอาหารกึ่งผับภายในถนนบางลา พบว่า มีการเปิดให้บริการมากขึ้น ทำให้เกิดการจ้างงานและสร้างรายได้หลังจากที่เงียบเหงามาเป็นเวลาร่วม 2 ปี และเพื่อให้เกิดความเชื่อมั่นกับผู้มาใช้บริการซึ่งส่วนใหญ่เป็นชาวต่างชาติที่ต้องการมาพักผ่อน โดยที่ผ่านมาผู้ประกอบการได้มีการร่วมมือกันในการตั้งจุดคัดกรองทั้งต้นซอยและท้ายซอย รวมทั้งยังได้ขอความร่วมมือให้พนักงานในสถานประกอบการตรวจคัดกรองหาเชื้อโควิด-19 ด้วย ATK สม่ำเสมอ เพื่อนำผู้มีผลเป็นบวกไปทำการรักษา และพบว่าปัจจุบันตัวเลขผู้ติดเชื้อภายในถนนบางลาลดน้อยลงอย่างเห็นได้ชัด ส่งผลบรรยากาศการท่องเที่ยวเป็นไปด้วยความคึกคัก -005

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

‘หลวงปู่เจี๊ยะ จุนโท’ เล่าเรื่องบุญฤทธิ์ของ ‘พระอาจารย์มั่น ภูริทัตโต’ หลังละสังขาร

Posted on February 18, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/636252

'หลวงปู่เจี๊ยะ จุนโท' เล่าเรื่องบุญฤทธิ์ของ 'พระอาจารย์มั่น ภูริทัตโต' หลังละสังขาร

วันพฤหัสบดี ที่ 17 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2565, 18.29 น.

(ต่อจากตอนที่แล้ว) แล้วคืนวันพฤหัสบดี แรม ๕ ค่ำ เดือน ๑๒ หลวงปู่เจี๊ยะ นิมิตเห็นท่านพระอาจารย์มั่น ภูริทัตโต หลวงปู่เจี๊ยะท่านเล่าว่า “ในนิมิตนั้นท่านงดงาม ชัดเจนมาก เหมือนกับว่าท่านอยากจะมาแสดงอะไรบางอย่างให้เรารู้ ประหนึ่งจะเป็นเครื่องแสดงว่า ท่านจะลาโลกลาสงสารเข้าสู่แดนวิมุตติอันเป็น อนุปาทิเสสนิพพาน คือการดับกิเลสไม่มีเบญจขันธ์เหลือเข้าสู่ทาง สายเอกคือ วิสุทธิธรรมล้วนๆ”

หลวงปู่ท่านเล่าว่า ท่านพระอาจารย์มั่น ตนเคารพรักท่าน เป็นที่สุด ชีวิตจิตใจนี้มอบให้ได้เลย ไม่เสียดายถ้าท่านต้องการ เพราะท่านเป็นเจ้าบุญเจ้าคุณ (ธรรม) ล้นเกล้าล้นกระหม่อมจริงๆ

“การที่พระสาวกมีพระอานนท์ เป็นต้น กล้าพลีชีพแทน พระพุทธเจ้าในขณะที่ช้างนาฬาคีรีกระโจนตกมันมา เพื่อจะทำลายพระพุทธองค์ พระอานนท์ก็เอาชีวิตของท่านเข้าขวางกั้นไว้ ก็เพราะความถึงใจด้วย สายใยแห่งธรรม อย่างนี้เอง เราเคารพในท่านพระ อาจารย์มั่น ก็ตั้งใจอย่างนั้นเหมือนกัน”

“ถ้าเรื่องของท่าน ใครอย่ามาแตะ มาว่า เราไม่ยอม ตอนอยู่กับท่าน หน้าที่อะไรก็ตาม ต้องทำให้ดีทั้งหมด ให้สะอาดเรียบร้อย และทำให้ได้ดี ถ้าไม่ดี ทำมันจนตีจนพอใจ ถึงจะยอมหยุด”

เมื่อเกิดนิมิตในตอนกลางคืน ขณะภาวนาก็ประหวัดๆ ภายในใจเสมอๆ เหมือนจะมีเหตุการณ์สำคัญอะไรเกี่ยวกับองค์ท่าน ในตอนเช้าวันนั้นได้ออกจาริกเที่ยวไปเพื่อบิณฑบาต ได้ถามลุงกาย ทันทีว่า “ลุงกาย…มีข่าวหลวงปู่มั่นบ้างมั้ย?” ลุงกายบอกว่า “ไม่ ครูบา…” แต่หลวงปู่ท่านมีความรู้สึกที่บอกไม่ถูกอยู่ภายในใจลึกๆ

กลับจากบิณฑบาตนั่งฉันอยู่สักประเดี๋ยว ท่านพระครูรัตน โสภณ เจ้าคณะอำเภอให้โยมเดินทางมาบอกว่า “ข่าววิทยุออก บอกว่าหลวงปู่มั่นมรณภาพแล้ว ตั้งแต่เมื่อคืนนี้”

หลวงปู่เจี๊ยะท่านเล่าว่า “พอว่าท่านพระอาจารย์มั่นมรณภาพเท่านั้นแหละ เราลุกขึ้นจากที่ฉันข้าวทันที เดินดิ่งหลบไปทางด้านหลัง ปลงธรรมสังเวชสุดที่จะอธิบายได้” จิตก็หวนรำลึกคำพูดของท่านว่า “อายุ ๘๐ ปี ท่านจะตาย”

“ดับแล้วท่านผู้ทรงคุณอันประเสริฐ พ่อแม่แห่งวงศ์พระกรรมฐาน นับจากกึ่งพุทธกาลนี้อีกต่อไป ท่านผู้ทรงคุณเช่น พระอาจารย์มั่นนี้ จะไม่มีประดับโลกอีกแล้ว ท่านผู้มีบุญอย่าง พระอาจารย์มั่นนี้ เป็นบุตรของใคร เป็นเพื่อนของใคร เป็นพี่เป็นของใคร เป็นศิษย์ของใคร เป็นอาจารย์ของใคร เกิดในประเทศใด หรือจะอยู่ที่แห่งหนตำบลใด สถานที่นั้นหรือบุคคลนั้นที่เกี่ยวข้องต้องเย็นใจ สบายใจ สุขใจและเพลินใจ”

เมื่อทราบข่าวดังนั้น หลวงปู่เจี๊ยะก็รีบขึ้นรถไฟกลับทันที ในระหว่างที่เดินทางกลับมานั้นตั้งใจไว้ว่า ก็จะต้องเข้าไปหาท่านพ่อลี ที่วัดป่าคลองกุ้งก่อน เพื่อว่าท่านจะสั่งให้ทำอะไรเป็นพิเศษ

หลวงปู่เจี๊ยะไปถึงก็ค่ำแล้ว ทราบว่าท่านพ่อลีท่านนั่งรออยู่ ยังไม่ยอมลงปาฏิโมกข์ ทั้งๆที่ไม่ได้กราบเรียนล่วงหน้าว่าจะมาหาท่าน หลังจากนั้นท่านพ่อลีก็สั่งให้ หลวงปู่เจี๊ยะ ท่านเฟื่อง โชติโก และท่านเจือ สุภโร เดินทางไปร่วมงานศพท่านพระอาจารย์มั่นก่อน แล้วท่านจะเดินทางตามไปทีหลัง

*มรณา-สังฆานุสติ

เมื่อไปถึงงานศพท่านพระอาจารย์มั่น หลวงปู่เจี๊ยะก็เข้าไป กราบคารวะศพท่านทันที ระลึกถึงบุญคุณที่ท่านอบรมสั่งสอนมา สุดที่จะอดกลั้นทานน้ำตาไว้ได้ หลวงปู่ท่านกล่าวเบาๆ ว่า “กรรมใดอันที่เกล้าฯล่วงเกิน ขอครูบาอาจารย์จงโปรดอโหสิกรรม”

จักร คือ ธรรมอันประเสริฐที่ท่านพระอาจารย์มั่นได้หมุน เพื่อสานุศิษย์ บัดนี้เป็นวาระสุดท้ายแห่งขันธ์ที่กำลังจะมอดไหม้ ยนต์ คือ สรีระ อันมีจักร ๔ คือ ยืน เดิน นั่ง นอน มีทวาร ๔ คือ ตา ๒ หู๒, จมูก ๒. ปาก ๑, ทวารหนัก๑ทวารเบา๑ หยุดการเล่นแล้วเข้าสู่อนุปาทิเสสนิพพาน อันเป็นแดนเกษม ทวารหนัก ๑, ทวารเบา ๑ หยุดการแล่นแล้ว เข้าสู่อนุปาทิเสสนิพพาน อันเป็นแดนเกษม

ปัญญาภิสังขารที่เหลือไว้นี้เป็นเพียง มรณา-สังฆานุสติ เป็นที่ระลึกกราบไหว้บูชา พระศาสดาและพระสาวกอรหันต์ทั้งหลาย ล่วงไปแล้ว ล่วงไปสู่แดนอมตะธรรม ไม่ต่ำไม่สูง ไม่ใกล้ไม่ไกล หากดวงใจที่บริสุทธิ์ครอง

พระบรมศาสดาตรัสแล้วไว้ว่า “ภิกษุทั้งหลาย บัดนี้เราเตือนท่านทั้งหลายไว้ว่า สังขารทั้งหลายไม่เที่ยง มีความเกิดขึ้นและเสื่อมไปเป็นธรรมดา ท่านทั้งหลายจงถึงพร้อมด้วยความไม่ประมาทเกิด

ภิกษุทั้งหลาย ธรรมวินัยใดที่เราแสดงและบัญญัติไว้แล้ว ธรรมและวินัยนั้น จะเป็นศาสดาของเธอเมื่อเราล่วงไป”

หลวงปู่เจี๊ยะท่านกล่าวว่า ท่านพระอาจารย์มั่นท่านเป็นพุทธสาวก ไม่กลับมาหลงโลกที่เคยเกิดตายอีกต่อไป ไตรโลกธาตุทั้งหมดนี้ประมวลลงในไตรลักษณ์ ที่หมุนไปด้วย อนิจจัง ทุกขัง อนัตตา ใครมีปัญญาเรียนถึงอย่างที่ท่านสอน ก็ไม่ต้องกลับมานอนทอดถอนใจ เดินตามหลังท่านไปสู่พระนิพพาน

*อริยเจ้าในดวงใจ

ในระหว่างที่ช่วยงานศพท่านพระอาจารย์มั่นนั้น หลวงปู่ท่านเล่าว่า มีพระเณรหลั่งไหลมาจากทิศานุทิศ ประชาชนญาติโยมมาคารวะศพมิได้ขาด ทุกๆคนที่เข้ามา ล้วนห่อข้าวมากินเอง คาราวานเกวียนจอดเต็มรอบๆ บริเวณวัดสุทธาวาส หามุ่งหาเสื่อ เพื่อมานอนจุดตะเกียงจุดไฟกันเอง หุงหาอาหารกินกันเอง

แล้วตอนเช้าๆ เตรียมหาอาหารใส่บาตรพระ เป็นนิมิตแห่งชัยชนะด้วยบุญญานุภาพอย่างแท้จริง ทุกอย่างเป็นธรรมชาติที่บริสุทธิ์ ทุกคนล้วนแต่มีน้ำตาอาลัยความดีของท่านพระอาจารย์มั่น เป็นน้ำตาสดุดีสังฆปฏิบัติ

ตอนนั้นท่านเป็นพระหนุ่มน้อยอยู่ก็ได้รับคำสั่งจากท่านพระอาจารย์ฝั้นให้ไปดูแลเรื่องน้ำ เพราะน้ำขาดแคลนมาก ใช้ญาติโยมและเณรเอาอีเต้อขุดจนมือแตก น้ำก็ไม่ออก

“เราคิดว่า รอช้าจะไม่ทันการณ์จึงจำเป็นต้องขุดบ่อเอง ในที่สุดน้ำก็ออกจนได้ใช้ตลอดงานเป็นเวลา ๓ เดือน”

และยังมีอีกหน้าที่หนึ่ง ที่ท่านพระอาจารย์ฟั่นมอบหมายให้ไปทำคือ จัดทำปะรำพิธี ดูแลเสนาสนะ และคอยไล่ต้อนพระเณรที่แอบ ไปดูหนังที่เขานำมาฉายอยู่ด้านนอกวัด

เวลาเขาถ่ายภาพเป็นที่ระลึกในงานศพจึงไม่มีภาพของหลวงปู่เจี๊ยะ เพราะมัวแต่ทำงานยุ่งอยู่ไม่มีเวลาหยุดหย่อน

เรื่องแปลกในงานศพท่านพระอาจารย์มั่นคือ ไม่มีการขโมยของกันและกัน ไม่มีการตี ทะเลาะหรือฆ่ากัน ทั้งๆ ที่มีคนมาก ผู้คนก็ไม่ส่งเสียงดังเอะอะโวยวาย ในบริเวณงานไม่มีคนดื่มสุราเมรัยมากวนใจในงาน พระเณรโดยส่วนมากบอกง่ายน่าเคารพเลื่อมใส

งานนี้นอกจากมนุษย์แล้วทุกอย่างเกิดขึ้นเหมือนเทพบันดาล เพราะอาหารการกินของใช้สอยกองเท่าภูเขาเลากา หลวงปู่ท่านเล่า ว่าตั้งแต่เกิดมายังไม่เคยเห็นที่ไหนมากเท่านี้มาก่อน นี้คือบุญฤทธิ์ของท่านพระอาจารย์มั่นโดยแท้

*บูชาคุณโยมแม่

ต้นปี ๒๔๙๓ เมื่อเสร็จงานศพท่านพระอาจารย์มั่นแล้ว คณะกรรมฐานระยะนั้นเหมือนบ้านแตกสาแหรกขาด หมดที่พึ่งใหญ่ ก็ต่างองค์ต่างพยายามหาที่พึ่งน้อย อันหมายถึงลูกศิษย์ที่ท่านพระอาจารย์มั่นรับรอง

บางองค์ก็ไปกับท่านพระอาจารย์สิงห์ ขนฺตยาคโม บางองค์ไปกับพระอาจารย์ฝั้น อาจาโร บางองค์ไปกับหลวงปู่ขาว อนาลโย บางองค์ไปกับอาจารย์เทสก์ เทสฺรงฺสี บางองค์ไปกับท่านอาจารย์มหาบัว ญาณสมฺปนฺโน บางองค์ก็เข้าธุดงค์ในป่ากับครูบาอาจารย์ที่ตนเองเคารพนับถือ กระเส็นกระสายกันไปทั่ว แต่ต่างองค์ก็ต่างไปตามสายทางแห่งพระนิพพานเพื่อแสวงหาความหลุดพ้น เป็นที่หมายสุดท้ายเหมือนกัน

ส่วนหลวงปู่เจี๊ยะท่านธุดงค์ย้อนกลับจังหวัดจันทบุรีกับท่านเฟื่อง เข้ามาพักที่วัดป่าคลองกุ้ง ทราบข่าวว่าโยมแม่ไม่สบาย ป่วยหนัก จึงเดินทางมายังวัดทรายงาม บ้านหนองบัว ช่วยโยมพ่อดูแลโยมแม่ เป็นพระทำอะไรไม่ได้มากนัก ส่วนมากก็ไปเป็นกำลังใจ ไป พูดธรรมะให้ฟังบ้าง

“ส่วนมากโยมแม่ไม่คอยฟังเพราะเห็นเราเอะอะเสียงดัง ก็คนนั้นทำอย่างนั้นไม่ถูก ทำอย่างนี้ไม่ถูก เราก็ดุเอาสิ โยมแม่เป็นคนเรียบร้อย พูดจาไพเราะ ชอบพระเรียบร้อย ส่วนเราก็เรียบร้อย แต่ เรียบร้อยตามนิสัยวาสนาอาภัพ”

หลวงปู่ท่านเล่าว่า อาการป่วยของโยมแม่รักษาเป็นปี อาการก็ไม่ดีขึ้น เพื่อเยียวยารักษาโยมแม่ให้หาย เงินทองมีเท่าไหร่ทุ่มลงหมด ไม่มีคำว่าเสียดาย ขอแต่เพียงโยมแม่หายเท่านั้นเป็นที่พอใจของลูกๆทุกคน ยานั้นต้องเดินทางมาซื้อถึงกรุงเทพฯ ต้องไปซื้อมากินเป็นประจำ ของหลวงมานิตย์ ต้องไปซื้อมากินเป็นประจำ

เมื่ออาการของโยมแม่ตีขึ้นบ้าง หลวงปู่เจี๊ยะก็เข้าไปหาท่านพ่อลี วัดป่าคลองกุ้ง กราบเรียนท่านที่จะไปภาวนาตามป่าตามเขา ดังที่เคยไปเสมอมา

ท่านพ่อลีจึงสั่งว่า “ท่านเจี๊ยะให้ท่านไปอยู่ที่เนินเขาแก้วแล้วนะ ที่นั่นวิเวกดี สัปปายะเหมาะ” เมื่อท่านพ่อสั่งอย่างนั้น หลวงปู่เจี๊ยะ ก็เดินทางไปอยู่ที่เนินเขาแก้วตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา และโยมแม่ก็ได้เสียชีวิตเมื่ออายุได้ ๙๓ ปี วันที่ ๑๗ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๑๗ ส่วนโยมพ่อเสียชีวิตอายุ ๙๙ ปี วันที่ ๖ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๒๐

*ปฏิสังขรณ์วัดเขาแก้ว

หลวงปู่เจี๊ยะท่านมาเป็นเจ้าอาวาสวัดเขาแก้ว ในช่วงปี ๒๔๙๓ และเป็นผู้ที่ปรับปรุงปฏิสังขรณ์วัดแห่งนี้ให้เป็นวัดที่มีสภาพมั่นคงขึ้น

หลวงปู่ท่านเล่าว่า เดิมวัดนี้ไม่มีอะไรถาวรนอกจากมีศาลาเพียงหลังเดียว นอกนั้นก็เป็นกุฏิชั่วคราว ความทรุดโทรมก็มีมาก หลวงปู่ท่านจึงติดต่อให้ญาติโยมผู้มีศรัทธาสร้างกุฏิถาวรถวาย สร้างด้วยคอนกรีต ๔ หลังมั่นคงถาวรมาก นับว่าในขณะนั้นมีเพียงวัดเดียวเท่านั้นในคณะกรรมฐานที่มีกุฏิตึกอยู่ ด้วยความสามารถของหลวงปู่เจี๊ยะนี้เอง

ต่อมาศาลาการเปรียญทรุดโทรมลง ท่านจึงจัดการสร้างศาลาการเปรียญขึ้นใหม่ หลังใหญ่โตมาก ในบรรดาศาลาด้วยกัน แล้วในจังหวัดจันทบุรี ต้องยกให้วัดเขาแก้ว เพราะเข้าไปในศาลา เหมือนเข้าไปในโบสถ์วัดพระแก้ว เพราะเยือกเย็นเหมือนกัน

พื้นที่ภายในบริเวณวัด ท่านก็พัฒนาการจนเป็นสถานที่น่าอยู่ น่าอาศัย มีผลไม้น่าดูชม เช่น เงาะ ทุเรียน กระท้อน ฯลฯ เดิมท่านพ่อลีมาปักกลดบริเวณเนินเขาแก้วนี้ ตรงนั้นมันเป็นต้นมะม่วง ไม้มะม่วงนั้นใบมันร่วงเพราะเป็นฤดูแล้ง ตามโคนต้นมะม่วงมีมดแดงและเต็มไปหมด ท่านพ่อลีปักกลดอยู่อย่างนั้นไม่ย้ายไปไหน

ตาสอนและยายทัตสองผัวเมียมาเห็นเข้า ก็นิมนต์ท่านพ่อว่า “ท่านพ่อ อยู่ตรงนี้ไม่ได้หรอกมดแดงมันเยอะ ขอให้ย้ายไปตรงอื่นเถอะ”

พ่อท่านลีตอบไปว่า “ไม่ย้าย เราจะอยู่ตรงนี้ ถึงแม้นเอาข้าวของมาถวายตรงที่อื่นเราก็ไม่รับ เราจะอยู่ตรงนี้ ปักกลดตรงนี้แหละ

เมื่อสองตายายนำเอาอาหารข้าวของมาถวาย มดแดงมันก็มาเยอะแยะ ยิ่งเหยียบใบไม้ดังแกรก! แกรก! มดแดงมันมาใหญ่ทีเดียว กรูกันมา มดแดงมันมามากมายเหลือเกินเป็นกองทัพมด แต่มันไม่กัดท่านพ่อสักตัวเดียว

ท่านอยู่เป็นเพื่อนกันกับมด สักพักหนึ่ง มดมันก็ทยอยกันหนีเกลี้ยงอย่างน่าอัศจรรย์ เมื่อสองตายายเห็นอย่างนั้น ก็เกิดความศรัทธาเลื่อมใส นับถือท่านพ่อลีมากขึ้น ก็เลยไปป่าวร้องให้คนทั้งหลายเข้ามาทำบุญกับพระผู้วิเศษ

ต่อมาจึงทำศาลาพักขึ้น แล้วค่อยสร้างวัดขึ้นมา ค่อยทำกัน เริ่มแรกมุงจาก เสาไม้ป่า ท่านพ่อลีก็อาศัยอยู่อย่างนั้น แล้วท่านก็อยู่ คนก็เลื่อมใส เขาก็มาช่วยสร้างวัดกันขึ้น ช่วยกันตัดไม้ป่ามาสร้าง ตัดไม้ไผ่ หลังคามุงจาก เริ่มจะเป็นวัดทีแรก เพราะว่าตาสอนและยายทัต สองคนผัวเมียบริจาคที่ตรงนี้ให้

*ขรัวในสายพระเนตร

หลังจากนั้นมา พ.ศ. ๒๔๙๓ ท่านพ่อลีก็มอบให้ท่านพระอาจารย์เจี๊ยะมาอยู่แทน โบสถ์วัดเขาแก้ว หลวงปู่เจี๊ยะท่านก็เป็นคนที่หิน ทุบหิน ทำเองไม่มีหยุดหรอก ท่านสำคัญมากในเรื่อง ทำงาน หินก้อนใหญ่ๆ ขน ตี ทำ ก่อสร้าง ท่านแข็งแรง

ท่านได้ผู้ใหญ่จ่าง รักศักดิ์ เป็นผู้อุปัฏฐากช่วยสร้างเพราะเขาเป็นคนมีเงิน เข้ามาช่วยท่านสร้างวัด เรื่องการก่อสร้างท่านที่สุด ไม้แผ่นใหญ่ๆ ไปหามาจากในดงลึกๆ ไม้เต็ง ไม้รัง ไม้แดง ก็ขนมา ท่านเก่งทางนี้

ท่านก่อสร้างเสร็จ ท่านเป็นคนจีน ลูกคนจีน นิสัยท่านก็ไม่ค่อยจะสบอารมณ์กันกับผู้คน มาครั้งแรกสมเด็จพระนางเจ้ารำไพ พรรณี ท่านจะมาเอาที่ตรงนั้นทำวัง พระอาจารย์เจี๊ยะมาเริ่มสร้างใหม่ๆ เริ่มสร้างวัดเขาแก้วเป็นรูปร่าง ท่านพระอาจารย์เจี๊ยะอยู่เป็นขรัว

พอเป็นขรัว สมเด็จพระนางเจ้ารำไพพรรณีก็เอาต้นโพธิ์มาปลูกไว้ สมเด็จพระนางเจ้าฯ ก็เริ่มจะเป็นเจ้าภาพวัด ภายในพระทัย คงคิดที่จะเป็นผู้อุปการะวัดเขาแก้ว ท่านเริ่มเข้าวัดและตั้งใจจะบูรณะวัดให้เจริญด้วย

วันหนึ่งเป็นวันเกิดท่านผู้หญิงผ่อง ผู้เป็นน้องสาวสมเด็จพระนางเจ้ารำไพพรรณี ท่านหญิงคิดปรารถนาจะเข้ามาทำบุญถวายพระ เข้ามากราบหลวงปู่เจี๊ยะที่ศาลา และพระทั้งหลายก็ลงมาพร้อมเพรียงกัน เมื่อหลวงปู่เจี๊ยะเข้ามานั่ง ก็ “ขาก….ถุยๆ” ทำอยู่อย่างนี้

ท่านผู้หญิงผ่องท่านก็ประทับอยู่ที่นั่น ก็มองๆ นึกตำหนิอยู่ภายในใจ เมื่อท่านผู้หญิงเสด็จกลับจึงเรียกผู้ใหญ่พา ซึ่งเป็นผู้ใหญ่บ้านในสมัยนั้นเข้าไปถามว่า “ผู้ใหญ่พา…ขรัววัดเขาแก้วทำไมท่านถึงเป็นอย่างนั้น กริยาท่าทางไม่เรียบร้อยเลย”

ใหญ่พาก็ตอบว่า “ท่านเป็นลูกคนจีนนะครับ ไม่ใช่จะเสียหายอะไร การเสียหายไม่มีเลย กิริยาของท่านนี้ไม่รู้จะทำยังไง การ ขาก…ถุยๆ ท่านนั่งนิ่งๆ ไม่ได้ ต้องขยับไหล่ งึกๆงักๆ อันนี้เป็นนิสัยประจำ ท่านเป็นยังไงก็อยู่อย่างนั้น ท่านไม่มีมายากับใครหรอกครับ

เรื่องการก่อสร้างการบริหารวัดนี้ ท่านเก่งมากขยันเหลือเกิน ขยันตัวเป็นเกลียว ทำเองถกเขมรทำคล่อง เสียอย่างเดียวกิริยาตรงนี้ แต่ใจท่านดีมากครับ”

*อัตตลักษณ์ไม่เหมือนใคร

ผู้ใหญ่พาก็กราบทูลต่อว่า “ท่านเป็นคนใจสำคัญนะครับ เป็นลูกคนจีน บ้านเดิมอยู่ที่หนองบัว ในการทำงานที่กระผมเห็นมา ไม่มีใครแข็งเท่าท่าน ความเพียรพยายาม โอ้!….ท่านตั้งใจทำเหลือเกิน ท่านเก่งเหลือเกิน ท่านไม่ใช่คนจนอนาถา ก่อนมาบวชท่านเป็นคนนักเลงอยู่ แล้วก็มาบวชเป็นลูกศิษย์ท่านพ่อลี ท่านพ่อลีไม่ใช่พระธรรมดา ท่านพ่อลีต้องมองลึกแล้วว่า หลวงปู่เจี๊ยะนี้ดีจึงมอบที่ตรงนี้ให้

ตั้งแต่ผมเห็นพระมา ขรัววัดเขาแก้วนี้นี่บริหารวัดที่ไม่มีใครเกิน ท่านสู้สุดตัว หินก้อนใหญ่ๆ ทุบเองแหลกหมด ท่านไม่ต้องไปง้อใคร ทำเองทั้งนั้น บางทีไปค้างวันค้างคืน หาคนไปช่วยเอาไม้อยู่ในป่าโน่น! โป่งน้ำร้อนโน่น ไกลเท่าไรก็ไปเอามาจนได้

ตอนหลังท่านไปเรียกใคร เขาก็ไม่ไป สู้ท่านไม่ไหว ทำทั้งวันทั้งคืน ท่านจะเอาอะไรเอาให้ได้ ถ้าไม่ได้ท่านไม่หยุด เก่งเหลือเกิน

ถึงท่านกิริยาภายนอกเป็นอย่างนั้น เรื่องเสียหายไม่มี เรื่องวาจาท่านก็เป็นคนพูดตรงไปตรงมา จะให้ท่านพูดหวานๆ อย่างนั้น อย่างนี้ท่านพูดไม่เป็น ถ้าวันไหนเห็นท่านพูดหวานๆ ชาวบ้านคงช็อกตาย สถานที่ที่ท่านควรจะพูดค่อยๆ ท่านก็พูดไม่ค่อย สถานที่ที่ควรจะพูดแรงๆ ท่านกลับพูดค่อยๆ

เวลาใช้ญาติโยมทํางาน ท่านมักจะพูดว่า “พวกมึงมาหาไอ้นี่ ให้หน่อย…โว้ย มาช่วยกันบ้างชีที่วัด” 

ผู้ใหญ่พาก็เคยขอโอกาสพูดกับหลวงปู่เจี๊ยะบ่อยเหมือนกัน เคยสะกิดท่านบ่อยๆ ว่า “ท่านอาจารย์พูดทําไมเอะอะนัก ค่อยๆ พูดซะหน่อยจะเป็นไร ญาติโยมเขามานั่งกันเต็มอยู่นั่น ทำไมเอะอะเสียงดังอะไรอย่างนี้”

ท่านก็ตอบว่า “เราก็เป็นของเราอย่างนี้อยู่ทุกวัน มันจะ แปลกตรงไหน ภายในใจเราไม่มีอะไรกับใครหรอก เคยพูดดังๆ มานั่ง เงียบมันโหวงเหวง มันพิลึกชอบกล

ผู้ใหญ่พากราบทูลท่านหญิงผ่องว่า “ลองคิดดูซิครับว่าจะมี พระที่ไหน ที่จะเป็นอย่างนี้ได้บ้าง ท่านมาบิณฑบาตบ้านผม ท่านเดิน เข้ามาในบ้านเลย และบอกว่า เอ้ย!… น้ำพริกกุ้งแห้งเกลือให้ หน่อย… พริกเกลือกุ้งแห้งท่านชอบ ท่านไม่เคยเสียหายอะไร มีแต่ กิริยาวาจานี่แหละ ที่ทำให้คนเขาแปลก ทำให้คนเขาแตก ไม่กล้าเข้าใกล้”

บางทีท่านไปบิณฑบาตก็นั่งรถไปเพราะขาเจ็บ ไปถึงที่ก็บอก “เอ้า!…เอาข้าวมาให้กิน” ตั้งบาตรเลย หนังสือพิมพ์เล่มหนึ่ง 1 นวนหนึ่ง แล้วก็นั่งกระดูกเข่า ใครเขาเห็นเขาจะเอาด้วยล่ะ ภาพมัน ก็ลบไปเลย ครูบาอาจารย์เขาไม่สอนอย่างนั้นใช่ไหมล่ะ

ท่านก็บอก “ขากูเจ็บนี่หว่า ก็ไปอย่างนั้นทุกวัน กราบนิมนต์ ท่านว่า “ท่านอาจารย์ไม่ต้องมาบิณฑบาตเลย นอนอยู่เฉยๆ เลย จะ จัดไปถวายที่วัดเอง” ท่านบอกว่า “ไม่ได้เดี๋ยวเขาจะด่า หาว่าขี้เกียจ บิณฑบาด
………………………

ตามรอยพระอริยะเจ้า! “หลวงปู่เจี๊ยะ จุนโท” พระผู้เป็นดั่งผ้าขื้ริ้วห่อทอง คัดลอกจากหนังสือ “ตามรอยพระอริยเจ้าหลวงปู่เจี๊ยะ จุนโท วัดป่าภูริทัตตปฏิปทาราม อำเภอสามโคก จังหวัดปทุมธานี” ท่านคือสมณะสงฆ์สายป่าผู้เป็นผ้าขี้ริ้วห่อทองของแม่ทัพกรรมฐานแห่งสยาม : ดำรงธรรม เรียบเรียง

(ติดตามตอนต่อไป) – 003

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, ธรรมะ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, ธรรมะ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

‘น้องกัณฑ์’ลูกยอดกตัญญูเปิดใจ จิตใจสุดเข้มแข็ง แจงปมดราม่า

Posted on February 18, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/636218

'น้องกัณฑ์'ลูกยอดกตัญญูเปิดใจ จิตใจสุดเข้มแข็ง แจงปมดราม่า

วันพฤหัสบดี ที่ 17 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2565, 17.06 น.

แค่ฟังน้ำตายังไหล “น้องกัณฑ์” ลูกยอดกตัญญูเปิดใจ หาเงินช่วยงานศพพ่อ ยึดคำสอนพ่อให้อยู่บนโลกความจริง พร้อมแจงปมดราม่า

กรณี “น้องกัณฑ์” ด.ช.ชนะเดช เขียวเซ้น วัย 12 ปี ไลฟ์สดผ่านเฟซบุ๊ก ขณะเล่นกีต้าร์ร้องเพลงทั้งน้ำตาเพื่อหาเงินค่าทำศพให้พ่อที่จากไปด้วยโรคมะเร็งระยะสุดท้าย พร้อมระบุว่าพ่ออาจหายไปจากการมองเห็นของกัณฑ์ แต่พ่อไม่มีวันหายไปจากความทรงจำ รักพ่อสุดหัวใจ ขอบคุณที่เลี้ยงกัณฑ์มาอย่างดี ขอเล่นเพลงให้พ่อเป็นครั้งสุดท้าย จนชาวเน็ตต่างเข้าไปโพสต์แสดงความเสียใจและให้กำลังใจกันเป็นจำนวนมาก

รายการโหนกระแสวันที่ 17 ก.พ. 65 ดำเนินรายการโดย “หนุ่ม กรรชัย กำเนิดพลอย” ผลิตในนามบริษัท ดีคืนดีวัน จำกัด ออกอากาศทุกวันจันทร์-ศุกร์ เวลา 12.35 น. ทางช่อง 3 กดเลข 33 สัมภาษณ์ น้องกัณฑ์ ที่มาพร้อม “อัญ หรรษลักษณ์ เขียวเซ้น” พี่สาว

โอเคมั้ยลูก?

กัณฑ์ : ยังเศร้าอยู่ครับ

เกิดแก่เจ็บตายเราต้องยอมรับ พ่อได้สอนมั้ย?

กัณฑ์ : ตอนพ่ออยู่ชอบเปิดนิทานธรรมะให้ผมฟังตลอด พวกศาสนา หลวงพ่อจรัญ

พี่สาวเป็นพี่แท้ๆ?

กัณฑ์ : พี่แท้ๆ ครับพ่อเดียวกัน

มีพี่น้องกี่คน?

หรรษลักษณ์ : มีพี่ชาย 2 คนค่ะ แล้วก็หนู แล้วก็น้องค่ะ

ตอนนี้อยู่ด้วยกัน 4 คน ตอนแรกมีข่าวว่าเราอยู่สองคนกับพ่อไม่ใช่?

หรรษลักษณ์ : ไม่ใช่ค่ะ พ่อเลี้ยงลูกทุกคนมาคนเดียวเลยค่ะ

กัณฑ์ : พ่อเป็นพ่อเลี้ยงเดี่ยวมานานแล้วครับ พ่อเลี้ยงทุกคนครับ

พ่อไม่สบาย?

กัณฑ์ : ตอนนั้นคุณพ่อป่วยหนัก ช่วงเดือนหลังก่อนพ่อเสีย พี่เขาก็หยุดงานมาดูพ่อกันหมดเลย ปกติพี่สาวกัณฑ์ขายผัก พี่ชายขายหมู ก็สาวก็หยุดทำงานมาอยู่กับพ่อ ผมก็เล่นดนตรี แต่ก่อนจะเปิดหมวก แต่พอพ่อป่วยไม่ได้ไปไหน งานอีเวนต์ไม่ได้รับ เพราะพอรู้ว่าพ่อป่วยก็รู้สึกเศร้ามากครับ

เรื่องเล่นกีต้าร์ใครเป็นคนสอนหนูมา?

กัณฑ์ : ตอนกัณฑ์ 4 ขวบ กัณฑ์ไปงานลอยกระทงกับพ่อ กัณฑ์ก็เห็นคนตีขิมบ้าง เป่าขลุ่ยบ้าง ก็ถามพ่อว่าเขาทำเพื่ออะไรเหรอพ่อ พ่อบอกว่าที่เขาทำแบบนี้ เขาหาเงินสนับสนุนตัวเองเรียน มีรายได้เสริม กัณฑ์ก็บอกว่ากัณฑ์อยากลองทำบ้าง พอวันต่อมา พ่อพาไปซื้อแอมป์ และไมค์ตัวนึง ทำมาเรื่อยๆ เพลงสองเพลง ชม.นึง สองชม. กัณฑ์ทำมาเรื่อยๆ จนอายุ 5 ขวบ เริ่มใส่กีต้าร์เข้ามา อายุ 8 ขวบเริ่มเล่นกีต้าร์เปิดหมวก พอช่วงพ่อป่วยเป็นมะเร็งก็เริ่มมาไลฟ์สด มีไลฟ์สดด้วยช่วงที่ไปสยามครับ

กัณฑ์เองเคยเข้ามาร่วมรายการคิดส์ซ่า ของลุงวิบูลย์ ลุงจอนนี่ ตอนนั้นทำอะไร?

กัณฑ์ : นานแล้วครับ ตอนนั้นแสดงแอ็กติ้งโอเวอร์ครับ แล้วก็ร้องเพลง แต่นานแล้ว ซึ่งมีการโหวตกัน

ตอนนั้นอายุเท่าไหร่?

กัณฑ์ : น่าจะประมาณ 6 ขวบครับ ก็ได้แชมป์มาด้วยครับ แล้วไปประกวดร้องเพลงที่อื่น เป็นรายการ แต่ก่อนมาเล่นกีต้าร์ เราไม่อยากประกวดแล้ว เพราะอยากแข่งกับตัวเองครับ กีต้าร์ก็เล่นอยู่ ทำตามความฝันพ่อ ส่วนการเรียนก็บอกตรงๆ ว่ากัณฑ์เรียนได้ แต่กัณฑ์ไม่ได้เรียนเก่งครับ (หัวเราะ)

แต่แบ่งเวลาได้ การเรียนก็ไม่ได้ทิ้ง เราดูแลกันยังไงในครอบครัว?

หรรษลักษณ์ : ตอนนี้พยายามทำทุกทางให้น้องมีความสุข

กัณฑ์ : ตอนนี้เรายังเศร้ากันอยู่

หนูหายไปไหนมา หลังมีข่าวเป็นไวรัล เรื่องของหนูเยอะมาก พี่ๆ สื่อมวลชนติดต่อก็ไม่ได้ ลุงก็ติดต่อไม่ได้ เพราะอะไร?

กัณฑ์ : กัณฑ์ก็อยู่บ้านนั่นแหละครับ แต่ตอนนั้นกัณฑ์เศร้ามาก แล้วกัณฑ์ยังไม่อยากรับงาน เพราะไม่ทันได้เตรียมใจ

หรรษลักษณ์ : หนูไม่คิดว่าน้องจะกลายเป็นไวรัล คนติดต่อเยอะค่ะ

สาเหตุที่ฮือขึ้นมาแล้วคนเอาไปทำไวรัล คือหนูเล่นกีต้าร์แล้วร้องเพลง?

กัณฑ์ : ใช่ครับ เล่นให้พ่อเป็นครั้งสุดท้ายครับ

หรรษลักษณ์ : อยู่ในห้องที่พ่อนอนกับน้องค่ะ

กัณฑ์ : ตอนนั้นเผาแล้วครับ แต่ที่กัณฑ์มาไลฟ์ เพราะพี่ก็เงินเหลือน้อยแล้ว พี่เขาไม่ได้ทำงาน พี่สาวคนนี้ที่ขายผัก เงินก็ลดลง กัณฑ์ก็อยากทำให้พ่อ เพราะพ่อเขาชอบเสียงกีต้าร์จากกัณฑ์ ก็เลยมาไลฟ์สดครับ

พ่อเสียชีวิตตั้งแต่วันไหน?

กัณฑ์ : วันที่ 4 ก.พ. แล้วจัดงานศพกันไปอยู่ในโลงเย็น 7 วัน แล้วงาน 3 วัน แล้วก็วันที่ 14 เผาคุณพ่อ วันที่ 15 เพิ่งเอามาลง เพราะตอนนั้นยังทำใจไม่ได้ว่าจะเอามาลงดีมั้ย บางคนก็เข้าใจผิดก็ขอโทษด้วยครับ อาจไม่รู้ว่ามันเป็นยังไงก็ขอโทษด้วยนะครับ บางคนก็เข้าใจผิด

ขออธิบายแทน เรื่องทั้งหมดมีประเด็นดราม่านิดนึง หลังพ่อเสียชีวิต เมื่อวันที่ 4 น้องเก็บพ่อไว้แล้วมาเผาวันที่ 14 หลังเผาน้องก็มาเล่นเพลงในบ้าน คนก็สงสารน้อง ช่วยหยิบยื่นน้ำใจให้น้อง แล้วน้องก็เอาอีกคลิปนึง เป็นคลิปเล่นในงานเผาคุณพ่อตั้งแต่ 14 แต่มาลง 15 ทำให้หลายคนเข้าใจผิด คิดว่าวันที่ 14 บอกว่าพ่อเผาไปแล้ว ทำไม 15 มาโผล่อีก หนูเลยพยายามบอกว่ามันไม่ใช่ จริงๆ คือคลิปวันที่ 14 แต่เอามาลงวันที่ 15 จะได้หมดสิ้นคำครหา พี่เอาเงินเก็บมาช่วยงานพ่อหมดเลย?

กัณฑ์ : ใช่ครับ แล้วมีค่าหลายอย่าง ค่าตอนพ่อกำลังรักษา ก่อนพ่อเสียก็หมื่นกว่า มีค่าโลง ค่าขนส่งมาจากรพ. ร่วม 2 หมื่น จัดงานอีก 2 หมื่นกว่าก็รวมๆ แล้ว 5 หมื่นได้ครับ

มีคำพูดคำนึง ลุงขอหยิบขึ้นมาบนหัวข้อวันนี้ ยึดคำสอนพ่อให้อยู่บนความจริงไม่ใช่ความฝัน?

กัณฑ์ : ก่อนพ่อเสีย พ่อบอกว่าถ้าพ่อไม่อยู่แล้ว ให้อยู่บนโลกความจริง ไม่ใช่ร้องไห้แล้วคิดถึงพ่อตลอดเวลา ให้เราผ่านอุปสรรคแย่ๆ ไปให้ได้ เดี๋ยวเราจะกลับมาดีเอง กัณฑ์ก็รู้สึกว่ามันทำใจยากครับที่เราต้องเห็นคนที่เรารักที่สุดเสียไป แล้วงานศพนี้เป็นงานศพแรกที่กัณฑ์เพิ่งรู้ว่าต้องทำอะไรยังไง มันเป็นงานศพที่เสียใจที่สุดครับ

อายุ 12 จริงเหรอ?

กัณฑ์ : ครับ มีผู้ใหญ่หลายคนบอกว่ากัณฑ์ไม่เหมือนเด็กครับ แล้วพ่อก็บอกอีกว่าให้เปลี่ยนความผิดหวังให้เป็นพลัง ถึงเราจะผิดหวังแค่ไหนเราก็สามารถกลับขึ้นมาได้ ถ้าเรามีความมั่นใจในตัวเองก็จะก้าวผ่านมันไป เป็นพลังให้เราสู้ต่อไปได้ครับ

ภูมิใจกับน้องมั้ย?

หรรษลักษณ์ : ภูมิใจมากค่ะ คิดว่าพ่อก็ภูมิใจมาก อยากให้พ่อได้เห็นว่าน้องได้ออกรายการ (ร้องไห้) พ่ออยากให้น้องออกทีวี พ่อคงภูมิใจมาก แต่พ่อไม่อยู่ดูแล้ว (ร้องไห้)

กัณฑ์ : ถ้าพ่ออยู่ที่ไหนแล้วเขาเห็น เขาคงภูมิใจมาก พ่อมีความรักให้กับผม และผมมาอยู่ในวันนี้ได้ พ่อเป็นคนทำให้ผม

พ่อปูทางให้เราทั้งหมด พ่อรู้ว่าวันนึงเขาอยู่กับเราได้ไม่นาน สิ่งที่พยายามทำ ถ้าวันนึงเขาไม่อยู่ หนูต้องอยู่ให้ได้ และหนูอยู่ได้เพราะหนูสุดยอดมาก?

กัณฑ์ : ช่วงพ่อเสียแรกๆ กัณฑ์อยากให้ชีวิตกัณฑ์พ่อไปเลย แต่มาคิดดีๆ พ่อภูมิใจกัณฑ์มาก ผมก็ต้องอยู่บนโลกนี้ต่อไป ให้พ่อสบายใจ

ถ้าไปแทนพ่อได้ก็อยากไปแทนพ่อ แต่มาคิดอีกทีพ่ออยากให้หนูอยู่บนโลกใบนี้?

กัณฑ์ : พ่อเคยพูดว่าถ้าพ่อไม่มีกัณฑ์ พ่ออยู่ไปก็คงไม่มีความสุข  

ได้ฟังแต่ละอย่าง แต่ละคำพูด แต่ละประโยค ที่เด็กอายุ 12 ปีพูดกับผมที่อายุ 50 กว่า บางเรื่องผมไปไม่ไหว ผมไปไม่เป็น บางอย่างคิดไม่ถึง เพิ่งได้ยินจากเด็กอายุ 12 นี่แหละมาบอก บางอย่างเอามานำทางในการใช้ชีวิตได้ในบางเรื่อง ผมว่าเป็นเรื่องที่ดี หนูมีเพื่อนบ้างมั้ย?

กัณฑ์ : เพื่อนกัณฑ์คือกีต้าร์ครับ ถ้าอยู่โรงเรียน บางทีก็เล่น แต่เพื่อนในไลน์พูดคุยกันไม่มี

เพราะใช้เวลากับการ?

กัณฑ์ : ซ้อมกีต้าร์ครับ ไม่อยากเสียเวลาไปแบบเปล่าประโยชน์ครับ

ไม่เหงาเหรอ?

กัณฑ์ : กัณฑ์มีพี่ๆ ให้กำลังใจกัณฑ์ก็มีความสุขแล้วครับ

กัณฑ์ออกมาร้องเพลง ให้คนหยิบยื่นน้ำใจเข้ามาเพื่อช่วยเหลือคนในครอบครัว เพราะพี่เองก็เอาเงินส่วนตัวออกมาจนไม่เหลือแล้วเพื่อดูแลกันเองในบ้าน พี่เองก็ขายผัก ตอนนี้พ่อไม่อยู่ก็ลำบาก หนูเลยคิดว่าจำเป็นต้องเล่นกีต้าร์?

กัณฑ์ : ใช่ครับ หาเงินบริจาค (ยกมือไหว้) ก็ขอบคุณผู้ใหญ่ใจดีทุกท่าน แล้วก็ขอบคุณคนไทยหลายๆ คนเกือบทุกคนที่โอนเงินมาสนับสนุนกัณฑ์ มีอย่างหนึ่งที่อยากบอก กัณฑ์เข้าใจว่าคนเป็นมะเร็ง เขาเจ็บปวดขนาดไหน คนที่เห็นเขาเจ็บปวดจะทรมานขนาดไหน เมื่อเห็นคนที่รักสูญเสียไป ก็อยากบอกว่าคนที่เป็นมะเร็งระยะอะไรก็แล้วแต่ ถ้าอยากได้ความช่วยเหลือ ก็ทักมาหากัณฑ์ได้ กัณฑ์จะเอาเงินส่วนนี้ที่ได้จากไลฟ์สด ก็อยากเอาไปช่วยเหลือคนเป็นมะเร็งเพราะไม่อยากให้เขาสูญเสียคนที่รักไป กัณฑ์เข้าใจความรู้สึกเขาครับ

คิดไปถึงขั้นนั้นเลยเหรอ?

กัณฑ์ : ครับ เพราะพ่อเคยบอกอยากให้กัณฑ์ช่วยเหลือคน กัณฑ์ก็อยากช่วยด้วย ตอนเด็กๆ กัณฑ์ประมาณ 8 ขวบ กัณฑ์ไปโครงการเด็กเล็กๆ อายุ 5-6 ขวบ เขาเป็นมะเร็งระยะสุดท้าย บางคนเบลอๆ ไป บางคนผมไม่ขึ้น มีหลายมะเร็งเลยครับ

เงินที่คนหยิบยื่นเป็นน้ำใจบริจาคให้เรา ส่วนนึงจะเอามาจุนเจือครอบครัว อีกส่วนจะเอาไปช่วยคนเป็นมะเร็ง?

กัณฑ์ : ใช่ครับ ทักกันเข้ามาได้เลยครับ

ขออนุญาตคิดแทน วันนี้ไม่รู้ใครจะเป็นหรือไม่เป็น เดี๋ยวคนจะติดต่อมาหาหนูมากๆ ถ้าหนูมีเงินเป็นก้อน เอาเงินไปช่วยคนที่อยากช่วยดีกว่า ลุงเป็นห่วงจริงๆ ไม่งั้นจะเข้ามาทุกช่องทาง คนเป็นไม่เป็นจะเข้ามาเยอะ ลองกลับไปคิดมุมนี้อีกที?

กัณฑ์ : ครับผม

หนูเคยคิดอยากมีเพลงของตัวเองมั้ย?

กัณฑ์ : อยากมีเพลงเป็นของตัวเอง เราอยากให้คนรู้ เราจะอธิบายออกมาเป็นเสียงเพลงยังไง ถ้าเรามีเพลงของตัวเอง

ก่อนหนูมาออก ได้คุยกับลุงอาร์ม วิบูลย์ เขาอยากให้หนูได้ออกเพลงกับเขา แต่อีกคน พี่เอ้ botcash จะให้เขาทำเพลงให้หนู หนูโอเคมั้ย?

กัณฑ์ : ได้ครับ ขอบคุณมากครับ ดีใจครับ

เอ้คงได้ดูทีวีอยู่ เป็นยังไงบ้าง?

เอ้ : ประทับใจ เอ้ชอบที่น้องบอกว่ามีเพื่อนเป็นกีต้าร์ เหมือนเอ้เลย เอ้อยู่กับกีต้าร์ทั้งวัน ซ้อม เห็นแล้วอยากร่วมงานด้วย น้องมีความเป็นศิลปินสูงมาก

ถ้าอยากให้เอ้ทำเพลง มีความเป็นไปได้มั้ย?

เอ้ : เป็นไปได้แน่นอน ยินดีมากๆ จริงๆ ผมอยากร่วมงานกับน้อง ตอนน้องปิดตาเล่นกีต้าร์ออกรายการทีวี รายการนึง เอ้เคยเห็นน้องปีที่แล้ว รู้สึกว่าคนต้องรู้จักเขามากกว่านี้ ตอนนั้นสุดยอดมาก เห็นแล้วขนลุก

อยากทำเพลงแบบไหน?

เอ้ : แล้วแต่น้องกัณฑ์ ไม่ต้องเป็นเพลงเต้น อีดีเอ็มก็ได้ เอ้ทำได้ทุกแบบ มีทีม มีมืออาชีพพร้อมเขียนเนื้อ ทำดนตรีให้ น้องกัณฑ์ต้องบอกว่าอยากได้แบบไหน เอ้จัดได้ทุกแบบ มาอยู่ในสตูฯ ค่อยๆ ทำความรู้จักกัน ค่อยๆ แจมกันก็ได้ครับ

พ่อหนูอยากให้มีวันนี้?

กัณฑ์ : พ่อเห็นคงภูมิที่กัณฑ์ได้มาอยู่จุดนี้ ขอบคุณพ่อที่ปูทางให้กัณฑ์จนถึงตอนนี้ กัณฑ์ติดตามพี่เอ้ตลอดในเฟซบุ๊ก

เอ้ : อยากทำเพลงแบบไหนครับ

กัณฑ์ : อยากทำเพลงเพื่อชีวิตครับ

เอ้ : เล่าเรื่องราวของกัณฑ์ได้เต็มที่ พี่สนับสนุนเต็มที่ เดี๋ยวพี่จัดการให้หมดเลย

เมื่อคืนโทรหาทางเอ้ บอกว่าอยากช่วยเด็กคนนึง ไม่อยากให้ไปรับบริจาค อยากให้ทำงานของตัวเอง เชื่อว่าประชาชนคนไทยหยิบยื่นน้ำใจให้กัณฑ์อยู่แล้ว แต่ถ้าคนเรายืนบนลำแข้งตัวเองได้ จะเป็นที่สุดของมนุษย์ นี่คือสิ่งที่พ่อกรุยทางไว้ให้?

เอ้ : น้องทำได้แน่นอน ผมมั่นใจมากครับ

กัณฑ์ : ขอบคุณมากครับ (ยกมือไหว้)

เอ้ : ผมอยากร่วมงานกับน้องอยู่แล้ว เพิ่งนึกขึ้นได้ ตั้งแต่น้องปิดตาเล่นกีต้าร์ผมประทับใจมาก มาเลย มาอยู่ด้วยกันครับ มาสนุกด้วยกัน พี่สนับสนุนเต็มที่ครับ

กัณฑ์ร้องและเล่นกีต้าร์เพลงความทรงจำ ของแอม เสาวลักษณ์ ให้ฟัง ทำไมถึงชอบเพลงนี้?

กัณฑ์ : มีความหมายเดียวกับชีวิตกัณฑ์ครับเป็นเพลงที่เล่นแล้วคิดถึงพ่อตลอดเวลา จับกีต้าร์ก็คิดถึงพ่ออยู่ตลอดครับ

สิ่งที่กัณฑ์พูดออกมาในไลฟ์ หรือที่เอามาเป็นหัวข้อวันนี้ พ่อสอนให้อยู่บนความจริงไม่ใช่ความฝัน เข้าใจความหมายมั้ย?

กัณฑ์ : เข้าใจครับ พ่อเคยพูดว่าถ้าพ่อไม่อยู่แล้ว ให้เราอยู่ให้ได้โดยไม่มีพ่อ ไม่ใช่โหยหาคิดถึงพ่ออย่างเดียว ต้องอยู่บนโลกนี้ให้ได้ กัณฑ์ก็เข้าใจความหมาย จะเดินทางต่อไปไปสู่ความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่ตามที่พ่อหวังไว้ครับ

สิ่งที่พ่อพูดคือความสง่างามในชีวิต ที่ต้องอยู่กับความเป็นจริงให้ได้ นั่นคือสิ่งที่พ่อสอนไว้ มีคลิปนึง กัณฑ์กับพี่ส่งมาให้เรา อยากให้เปิดมั้ย?

กัณฑ์ : ไม่เคยเปิดให้ใครดูเลย ให้ดูเป็นรายการแรกเลยครับ

คลิปนี้เป็นคลิปที่กัณฑ์เล่นกีต้าร์ให้พ่อฟังครั้งสุดท้ายที่รพ.?

กัณฑ์ : วันสุดท้ายวันนั้นเลยครับ ที่พ่อเสีย (เปิดคลิป)

หรรษลักษณ์ : (จับมือน้องร้องไห้)

กัณฑ์ : คลิปนี้วันนั้นช่วงมืดประมาณ 6 โมงกว่า พ่อเขานอนอยู่ อยู่ๆ หัวใจพ่อก็ค่อยๆ ลดลง กัณฑ์รู้สึกเรามืดแปดด้าน ทำอะไรไม่ถูกเลย กัณฑ์เสียสติเลย พอหัวใจพ่อเหลือศูนย์ พ่อเขาพยายามฮึด หัวใจกลับมาเต้น 60 แล้วออกซิเจนก็ค่อยๆ ลง อัตราการเต้นก็เหลือศูนย์ กัณฑ์ทำใจไม่ได้เลยครับ อยากให้เปิดคลิปนี้เพราะเหมือนพ่อเขารับรู้ได้ ที่กัณฑ์เล่นกีต้าร์ให้ฟัง กัณฑ์ก็ยังยิ้มทั้งน้ำตาที่เห็นเขาไม่เจ็บปวดแล้ว

ล่าสุดได้รับข้อความจากคุณหมอเดว รศ.นพ.สุริยเดว ทรีปาตี เขายกย่องว่ามีพฤติกรรมควรค่าแก่การยกย่องด้านความกตัญญู มองว่าเด็ก 12 ปีที่ต้องเผชิญวิกฤตแบบนี้ไม่ง่ายที่จะมีหัวใจแข็งแกร่ง ทำงานเลี้ยงชีพ และตอบแทนบุพการี อยากมอบพลังใจนี้ให้เป็นรางวัล ลุงขอกอดให้กำลังใจ?

กัณฑ์ : (กอดกรรชัย)

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ชาวเน็ตแห่ชื่นชม ‘ชายเร่ร่อน’ ไม่รับเงินฟรี บอกให้นำข้าวไปแบ่งคนอื่นต่อ

Posted on February 18, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/636185

ชาวเน็ตแห่ชื่นชม 'ชายเร่ร่อน' ไม่รับเงินฟรี บอกให้นำข้าวไปแบ่งคนอื่นต่อ

วันพฤหัสบดี ที่ 17 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2565, 15.42 น.

กลายเป็นเรื่องราวที่สร้างรอยยิ้ม เมื่อเฟซบุ๊ก โกโก้ ฉลองกรุง สุวรรณบุตร ได้โพสต์คลิปวีดีโอขณะที่ไปพบกับชายเร่ร่อนคนหนึ่ง นั่งอยู่ริมถนนแห่งหนึ่งในเขตเทสบาลเมืองสุรินทร์ พร้อมระบุข้อความว่า “พี่ชายคนนี้ แกเป็นคนแฟร์ๆดีครับ ไม่ขอรับฟฟรีๆ พลังความดีเริ่มที่ตัวเรา”

โดยเนื้อหาใครคลิปวีดีโอนั้น เป็นอาสาสมัครกู้ชีพสลักได สมาคมสุรินทร์นิวส์ ได้ไปพบกับชายเร่ร่อนคนหนึ่งนั่งอยู่ริมถนน จึงได้นำข้าวและน้ำดื่มไปให้ แต่ก่อนที่ชายเร่ร่อนนั้นจะรับ ได้ถามกลับมาว่า (เอาข้าวมาเยอะไหม ผมขอเอาไว้แค่พอกินก็พอ เอาไปแจกให้คนอื่นต่อ) หลังจากนั้นอาสาสมัครได้ยื่นเงินให้อีกจำนวน 100 บาท แต่ชายเร่ร่อนก็ไม่ยอมรับเงิน แล้วยังบอกกับอาสาสมัครมาว่า (ถ้าให้ผมรับเงิน ก็ให้เป็นการซื้อของจากผม) ซึ่งชายเร่ร่อนได้มานั่งพร้อมกับวางของขายที่พื้นอยู่ข้างๆตัว ตรงจุดที่นั่งอยู่ ลักษณะเป็นสร้อยคอ และสร้อยข้อมือ

หลังจากที่คลิปวีดีโอดังกล่าวถูกเผยแพร่ออกไป ก็ได้มีผู้คนเข้ามาแชร์ เข้ามาคอมเม้น ชื่นชมชายเร่ร่อนคนนี้เป็นจำนวนมา โดยระบุว่า (ดีจัง บางคนได้ของฟฟรี แต่ไม่รู้คุณค่า ไม่รักษา และไม่รู้คุณ) ส่วนอีกคอมเม้นได้ระบุว่า (จิตสำนักของคนไม่แบ่งชนชั้น ถึงตนไม่มี แต่ก็ยังนึกถึงคนอื่น ไม่สร้างความเดือดร้อนให้ใคร ไม่เห็นแก่ตัว ไม่ขอใครกิน). -008

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

BamBam Family

BamBam Family

สถิติบล็อก

  • 3,289,378 hits

Join 4,077 other subscribers
Follow SootinClaimon.Com on WordPress.com

Categories

Top Posts & Pages

ดี๊ด๊า...นารีสโมสร รสละมุน กองหนุนรัฐนาวา #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย
9 เทคนิคลดน้ำหนักแบบยั่งยืนที่สาวหลัก 4 ต้องรู้
ข้าราชการดีเด่น (3)
Telecom regulator issues licence warning
Phuket hospitals facing costly losses for treating uninsured foreigners
TMB starts smart service  for portfolio management
Young daughter feared rape by sexually abusive repairmen, says mother #SootinClaimon.Com
น้ำตาจะไหล! 'ลุงฉลอง'วัย60 เก็บเงิน3แสนส่งคืนเจ้าของ #SootinClaimon.Com
Grand Opening W22 Hotel by Burasari
'ชนิสราฟาร์ม' ตัวอย่างเกษตรกร Contract Farming สร้างอาชีพมั่นคงด้วยสองมือ

Recent Posts

  • นายกฯ เนปาลกล่าวต่อที่ประชุมยูเอ็น น้ำท่วมครั้งใหญ่เป็น “สัญญาณเตือนโลก” ถึงภัยจากโลกร้อน
  • Amazon ลุยส่งพัสดุด้วยโดรน เร็วสุด 30 นาที แต่ชาวบ้านโอดเสียงดังรบกวน
  • นักวิจัยสงสัยการติดเชื้อแบคทีเรียเป็นสาเหตุลูกวาฬหลายร้อยตัวตายเกยตื้นในอาร์เจนตินา
  • ปธน.อิหร่าน เปิดใจกับสื่อเผย สหรัฐฯ ต้องเลือกเองว่าจะยุติสงครามหรือไม่ ลั่นพร้อมเจรจา
  • ส่อง 5 ประเด็น “ทรัมป์-สี จิ้นผิง” พบกันที่วอชิงตัน พักศึกการค้า แต่ปมใหญ่ยังไม่จบ

ป้ายกำกับ

  • 2559(2016)
  • entertain
  • lady
  • naewna
  • The Nation
  • การเมือง
  • ต่างประเทศ
  • บันเทิง
  • ผู้หญิง
  • แนวหน้า
  • RSS - Posts
  • RSS - Comments

Archives

Follow Us

  • https://soclaimon.tumblr.com/
  • https://www.facebook.com/soclaimon
  • https://www.instagram.com/sootinclaimon/
  • https://www.facebook.com/SootinClaimon/
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100001170824639
  • https://www.facebook.com/pompam.pp
  • https://www.facebook.com/toraman666
  • https://www.facebook.com/apich214
  • https://www.facebook.com/samabat.klaimon
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100005312762480
  • https://www.facebook.com/jirasuda.manomaiyanon
  • https://www.facebook.com/eikpakkred
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100003091451547
Blog at WordPress.com.
  • Subscribe Subscribed
    SootinClaimon.Com
    Join 1,631 other subscribers

    Have a WordPress.com account? Log in now.

  • SootinClaimon.Com
    View site in Reader
    Manage subscriptionsSign upLog in
    Report this content
    Collapse this bar
Loading Comments...
%d