Skip to primary content
Skip to secondary content

SootinClaimon.Com

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย2 [SartKasetDinPui2] : รวบรวม ข้อมูล เศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม เกษตร ดิน น้ำ ปุ๋ย

SootinClaimon.Com

Main menu

  • Home
  • KU23-2506
  • ข้อคิดความเห็น
  • ตระกูลคล้ายมนต์
  • ผมเองครับ
  • ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย1

Tag Archives: ข่าว Like สาระ

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

เกษตรกรครวญผักกาดขาวขาดทุนย่อยยับ กิโลละ1บาทยังไม่มีพ่อค้าเข้ามารับซื้อ

Posted on February 17, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/635891

เกษตรกรครวญผักกาดขาวขาดทุนย่อยยับ กิโลละ1บาทยังไม่มีพ่อค้าเข้ามารับซื้อ

วันพุธ ที่ 16 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2565, 12.35 น.

สถานการณ์ผลผลิตทางการเกษตรในแม่ฮ่องสอนราคาตก โดยเฉพาะผักกาดขาวเมื่อปลูกครบกำหนดตัดขายนอกจากราคาจะตกต่ำกิโลละ 1 บาทแล้วยังไม่มีพ่อค้าเข้ามารับซื้อ ต้องประชดตัวเองยอมขาดทุนถึงกับใช้รถตัดหญ้าตัดผักกาดขาวทิ้งเป็นสิบๆ ไร่เมื่อช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมาแม้ปัจจุบันราคาจะขยับขึ้นมาอยู่ที่กิโลกรัมละ 2 บาทแต่ก็ยังไม่มีพ่อค้ามารับซื้อ ต้องหาทางช่วยเหลือตัวเอง

วันที่ 16 ก.พ.65 นางไมรา บระย่อ เกษตรกรผู้ปลูกผักกาดขาวบ้านห้วยเดื่อ ต.ผาบ่อง อ.เมือง จ.แม่ฮ่องสอน เปิดเผยว่า จริงๆ แล้วตนเป็นราษฏรหมู่บ้านไมโครเวฟ ต.ห้วยโป่ง อ.เมืองแม่ฮ่องสอน แต่มาเช่าที่ทำเกษตรอยู่ที่บ้านห้วยเดื่อ เนื่องจากพื้นที่นี้มีน้ำเพียงพอ ปีนี้ลงทุนปลูกผักกาดขาว 2 พื้นที่ พื้นที่แรกปลูกไป 4 ไร่ก่อนหน้านี้ตัดขายไม่ได้แม้แต่บาทเดียวยอมขาดทุนเกือบ 1 แสนบาท ปล่อยให้แห้งตายคาส่วน และพื้นที่ที่กำลังเก็บผลิตอยู่ในขณะนี้ลงทุนปลูกไป 9 ไร่ เฉพาะค่าปุ๋ยก็ 40,000 บาท ทั้งค่าเช่าที่ปลูก ค่าแรง และค่าใช้จ่ายอื่น ๆ รวมแล้วลงทุนไปกว่า 200,000 บาท จะได้ผลผลิตประมาณ 9 หมื่นกิโลกรัม 

เมื่อถึงเวลาเก็บผลผลิตก็ต้องรีบเก็บไม่เช่นนั้นผักกาดขาวก็จะเน่าเสียแห้งตายคาสวน ในช่วงนี้แม้ราคาจะขยับขึ้นจาก 1 บาทเป็นกิโลกรัมละ 2 บาทก็ยังไม่มีพ่อค้ามารับซื้อ ก็ต้องยอมขาดทุนจ้างคนมาตัดและบรรทุกรถไปนั่งขายที่ตลาดในจังหวัดเชียงใหม่ แพ็คเป็นถุง ๆ ละ 10 กิโล ราคาถุงละ 35-40 บาท เมื่อหักค่าน้ำมันรถ ค่าขนส่ง ค่าแรงงาน ค่าเช่าที่ตลาด ก็ขาดทุนอยู่ดี แต่ก็ต้องยอม ดีกว่าปล่อยให้แห้งตายคาสวนไม่ได้สักบาท สาเหตุที่ทำให้ผักกาดขาวราคาตกมาจากผักจากประเทศจีนเข้ามาทำให้ราคาผักในประเทศขายไม่ออก ถ้าเป็นไปได้อยากให้ทางจังหวัด และรัฐบาลเข้ามาช่วย ราคาไม่ต้องสูงมาก ขอแค่กิโลกรัมละ 5 บาทเกษตรกรก็อยู่ได้แล้ว

นายสุชาติ บระย่อ เกษตรกรปลูกผักกาดขาวบ้านห้วยเดื่อ ต.ผาบ่อง อีกราย เปิดเผยว่า ของตนปลูกไป 13 ไร่ ตัดขายไม่ได้แม้แต่ต้นเดียว ตัดไปขายก็ไม่มีพ่อค้ามาซื้อก็ต้องปล่อยให้เน่าแห้งตายคาส่วน ต้นไหนที่พอกินได้ยังไม่แห้งตายก็ให้ชาวบ้านมาเก็บไปกินฟรี ผักกาดขาวตั้งแต่ปลูกจนถึงเก็บเกี่ยวผลผลิตจะใช้เวลาประมาณ 3 เดือน ปีนี้ขาดทุนไป 1.4 แสนบาท ปัจจุบันราคาก็ไม่ดีขึ้น ยอมขาดทุน ความหวังอยูที่ผักกาดขาว 

แต่เมื่อผักกาดขาวขาดทุน ก็ต้องสู้ต่อ ไปกู้ยืมเงินนอกระบบ มาปลูกกะหล่ำปลีเสริมเข้ามาประมาณ 5 ไร่ เผื่อจะขายได้บ้าง แต่ตอนนี้กะหล่ำปลีก็ยังไม่ได้เก็บผลผลิต ประมาณอีก 1 เดือนถึงจะตัดขายได้ ราคาจะอยู่ที่ 5 บาท ถ้าอยู่ในราคานี้ก็อยู่ได้ แต่เมื่อขายจริงจะได้ราคานี้หรือไม่ก็ไม่รู้ต้องรอเก็บเกี่ยวผลผลิตก่อน จะต้องขนไปขายเองและส่งพ่อค้าคนกลางต่างจังหวัด อยากให้รัฐช่วยลดค่าปุ๋ย ค่ายา ราคาน้ำมัน ก็อยากให้ลดลงบ้าง

นายประสิทธิ์ เลาหลื่อ เกษตรกรปลูกผักกาดขาว ให้สัมภาษณ์ทางโทรศัพท์ว่า ตนเป็นเกษตรกรบ้านไมโครเวฟ ต.ห้วยโป่ง อ.เมือง จ.แม่ฮ่องสอน ลงจากดอยมาเช่าพื้นที่ปลูกผักกาดขาวที่บ้านห้วยเดื่อ ต.ผาบ่อง อ.เมืองแม่ฮ่องสอน ปีนี้ขาดทุนย่อยยับ ลงทุนปลูกผักกาดขาวกว่า 1 แสนบาท ขายไม่ได้แม้แต่บาทเดียว จำเป็นต้องตัดทิ้งเพื่อประชดรัฐ ไม่รู้จะทำอย่างไร สาเหตุที่ผักกาดขาวราคาตกและไม่มีพ่อค้ามารับซื้อ มาจากผักจีนเข้ามาตีตลาดในประเทศไทย ทำให้เกษตรกรไทยไม่สามารถขาดผลผลิตได้ – 003

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

พุทธศาสนิกชนทั่วไทยร่วมทำบุญเนื่องในวันมาฆบูชา เข้มมาตรการสกัดโควิด

Posted on February 17, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/635889

พุทธศาสนิกชนทั่วไทยร่วมทำบุญเนื่องในวันมาฆบูชา เข้มมาตรการสกัดโควิด

วันพุธ ที่ 16 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2565, 12.16 น.

เมื่อเวลา 07.40 น. วันที่ 16 ก.พ.65 นายเชษฐา โมสิกรัตน์ ผู้ว่าจังหวัดแม่ฮ่องสอน พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการ ข้าราชการ และพุทธศาสนิกชนชาว อ.เมืองแม่ฮ่องสอน ร่วมกันทำบุญตักบาตรข้าวสารอาหารแห้งพระภิกษุสงฆ์ – สามเณร จำนวน 40 รูป บริเวณหน้าองค์พระธาตเจดีย์บนวัดพระธาตุกอยกองมู อ.เมืองแม่ฮ่องสอน ซึ่งเป็นวัดคู่บ้านคู่เมืองของชาวแม่ฮ่องสอน เนื่องในวันมาฆบูชา ท่ามกลางอากาศที่ยังคงหนาวเย็น และเริ่มมีหมอกควันไฟป่าปกคุมให้เห็น

จากนั้นผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน นำข้าราชการ พุทธศาสนิกชน ร่วมกันแต่งด้วยชุดขาวไหว้พระสวดมนต์ ฟังพระธรรมเทศนา ปฏิบัติธรรม เจริญจิตภาวนา นั่งสมาธิและสวดมนต์ทำวัดเย็นตามวัดต่าง ๆ ในเขตเทศบาลเมืองแม่ฮ่องสอน  และในช่วงค่ำวันนี้จะ มีพิธีเวียนเทียนรอบองค์พระธาตุเจดีย์บนวัดพระธาตุดอยกองมูในเวลา 19.00 น.

วันเดียวกัน นายไกรศร วิศิษฎ์วงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช พร้อมด้วยนายกเหล่ากาชาดจังหวัด รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช ทั้ง 4 ท่าน หัวหน้าส่วนราชการ และพุทธศาสนิกชนจำนวนมาก ร่วมกันทำบุญตักบาตรข้าวสารอาหารแห้งแด่พระสงฆ์ เพื่อถวายเป็นพุทธบูชาและความเป็นสิริมงคลในการดำเนินชีวิต เนื่องในวันมาฆบูชา ประจำปี 2565

โดยมีพระราชวิสุทธิกวี เจ้าคณะภาค 16 (ธรรมยุต)/ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดพระมหาธาตุ วรมหาวิหาร เป็นประธานสงฆ์/ได้กล่าวสัมโมทนียกถาให้พรแก่พุทธศาสนิกชนที่ร่วมพิธี ณ บริเวณถนนราชดำเนินหน้าวัดพระมหาธาตุ วรมหาวิหาร ภายใต้มาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 พร้อมกันนี้พุทธศาสนิกชนและนักท่องเที่ยวจำนวนมากได้ร่วมสืบสานประเพณีแห่ผ้าขึ้นธาตุในงานประเพณีมาฆบูชาแห่ผ้าขึ้นธาตุ ประจำปี 2565 ซึ่งส่วนใหญ่เดินทางมาเป็นครอบครัว หมู่คณะ มีการร่วมกันนำผืนผ้าสีเหลืองจีวรเป็นม้วนที่ทางวัดจัดเตรียมไว้ให้ด้วยการทำบุญตามกำลังศรัทธา หรือผ้าที่พ่อค้าแม่ค้านำมาจำหน่าย จากนั้นมีการนำมาคลี่ออกแล้วถือเป็นแถวเดินเวียนรอบองค์พระบรมธาตุเจดีย์ จำนวน 3 รอบ ก่อนจะนำไปพันรอบองค์เจดีย์รายที่อยู่รอบองค์พระบรมธาตุเจดีย์ เพื่อถวายเป็นพุทธบูชา โดยผู้เข้าร่วมกิจกรรมทุกคนต้องผ่านจุดคัดกรอง และสวมหน้ากากอนามัย 100 %

ส่วนช่วงเย็นวันนี้ (16 ก.พ. 65) เวลา 17.00 น. ทางจังหวัดนครศรีธรรมราช จะกำหนดจัดพิธีเชิญผ้าพระบฏพระราชทาน จำนวน 5 ผืน ประกอบด้วย ผ้าพระบฏพระราชทานพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ผ้าพระบฏพระราชทานสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ผ้าพระบฏพระราชทานพระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว เมื่อครั้งดำรงพระราชอิสริยยศสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร ผ้าพระบฏพระราชทานสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี และผ้าพระบฏพระราชทานสมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี ประกอบพิธีทางศาสนา อัญเชิญผ้าพระบฏพระราชทานถวายองค์พระบรมธาตุเจดีย์ เพื่อถวายเป็นพุทธบูชาแด่พระสัมมาสัมพุทธเจ้า พร้อมจัดพิธีบูชาเวียนเทียนเนื่องในวันมาฆบูชาต่อเนื่องด้วย

ขณะที่ ที่วัดเลียบ เขตเทศบาลนครสงขลา อ.เมือง จ.สงขลา ประชาชาวสงขลา ได้นำอาหารหวานคาวข้าวสารอาหารแห้งมาร่วมในพิธีทำบุญตักบาตรพระภิกษุสงฆ์ เพื่อถวายเป็นพุทธบูชา เนื่องวันมาฆบูชา ซึ่งเป็นวันสำคัญทางพระพุทธศาสนา เป็นวันที่พระอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงประทานพระโอวาทสำคัญอันถือได้ว่าเป็นหัวใจของคำสอนในพระพุทธศาสนา คือ โอวาทปาฏิโมกข์ ในวันเพ็ญ (ขึ้น 15ค่ำ) เดือนสาม ดวงจันทร์โคจรมาเสวยมาฆฤกษ์ แต่ถ้าปีใดมี อธิกมาส คือ เดือนแปดสองแปด วันมาฆบูชาก็จะเลื่อนไปเป็นวันเพ็ญกลางเดือนสี่ เหตุการณ์ดังกล่าวนี้เกิดขึ้นที่ พระเวฬุวัน เมืองราชคฤห์ รัฐมคธ ในปีแรกของการตรัสรู้ของพระพุทธองค์ คือ หลังจากตรัสรู้แล้วได้ 9 เดือน ความประจวบกันพอดีของเหตุการณ์ในวันนี้ซึ่งนับว่าเป็นเรื่องที่อัศจรรย์ มีสี่ประการคือ

ประการแรก เป็นการมาชุมนุมกันของพระสงฆ์สาวก จำนวน 1,250 รูป เพื่อเฝ้าพระบรมศาสดา โดยมิได้นัดหมาย ประการที่สอง พระสงฆ์สาวกดังกล่าวล้วนแต่เป็นพระอรหันต์ทั้งสิ้น ประการที่สาม พระสงฆ์สาวกดังกล่าวล้วนแต่ได้รับการอุปสมบทจากพระพุทธเจ้าด้วยวิธี เอหิภิกขุอุปสัมปทาและประการที่สี่ วันนั้นดวงจันทร์เพ็ญเสวยมาฆฤกษ์เต็มบริบูรณ์ความพร้อมกันขององค์สี่ประการจึงเรียกว่า จาตุรงคสันนิบาต โดยในวันนี้ มีพุทธศาสนิกชนในจังหวัดสงขลามาร่วมในพิธีทำบุญตักบาตรเป็นจำนวนมากและผลบุญจากการทำบุญตักบาตรในวันนี้พสกนิกรชาวจังหวัดสงขลาถวายเป็นพระราชกุศล แด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าฯพระบรมราชินี

ส่วนนายวีระชัย นาคมาศ ผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา เป็นประธานนำหัวหน้าส่วนราชการ ประชาชน ร่วมทำบุญตักบาตรเนื่องในวันมาฆบูชา ประจำปี 2565 โดยพุทธศาสนิกชนชาวพระนครศรีอยุธยา พาบุตรหลาน เข้าวัดทำบุญ ปฏิบัติธรรม เพื่อความเป็นสิริมงคลให้ตนเองและครอบครัว และในช่วงเย็นจะมีการร่วมกันเวียนเทียน ปฏิบัติธรรม สวดมนต์เจริญจิตภาวนา เนื่องในวันมาฆบูชา หรือวันพระใหญ่ โดยมีพระธรรมรัตนมงคล เจ้าคณะจังหวัดพระนครศรีอยุธยา เจ้าอาวาสวัดพนัญเชิงวรวิหารเป็นประธานฝ่ายสงฆ์ ณ วัดพนัญเชิงวรวิหาร ต.คลองสวนพลู อ.พระนครศรีอยุธยา 

พระธรรมรัตนมงคล กล่าวว่า วันมาฆบูชา เป็นวันสำคัญทางพระพุทธศาสนา เกิดเหตุอัศจรรย์ขึ้นพร้อมกัน 4 ประการ คือ ตรงกับวันเพ็ญขึ้น 15 ค่ำ เดือน 3 พระสงฆ์ จำนวน 1,250 รูปมาประชุมพร้อมกันโดยมิได้นัดหมาย พระสงฆ์ทั้งหมดล้วนแต่เป็นพระอรหันต์ ผู้ได้อภิญญา 6 และได้รับการอุปสมบทโดยตรงจากพระพุทธเจ้า ดังนั้น วันมาฆบูชา เรียกอีกอย่างหนึ่งว่า วันจาตุรงคสันนิบาต หมายความว่าการประชุมด้วยองค์ 4 และถือว่าเป็นวันพระธรรมทางพระพุทธศาสนา ซึ่งในวันสำคัญทางพุทธศาสนาเช่นนี้ พุทธศาสนิกชนส่วนใหญ่ นิยมออกมาทำบุญตักบาตร ฟังธรรม เวียนเทียน เพื่อทำจิตใจให้บริสุทธิ์ ละเว้นจากการทำบาป

ซึ่งที่วัดพุทธาธิวาส พระอารามหลวง อ.เบตง จ.ยะลา นายเอก ยังอภัย ณ สงขลา นายอำเภอเบตง พร้อมด้วยนายสกุล  เล็งลัคน์กุล นายกเทศมนตรีเมืองเบตง  นำพุทธศาสนิกชนร่วมพิธีทำบุญตักบาตรเนื่องในวันมาฆบูชา และกิจกรรมสวดมนต์ ฟังเทศน์ ปฏิบัติธรรม ถวายอาหาร/ผลไม้ ณ ศาลาการเปรียญ ที้งนี้เพื่อเป็นการส่งเสริมทำนุบำรุงอนุรักษ์ ประพฤติปฏิบัติตนบำเพ็ญกุศลรักษาศีล ละเว้นอบายมุขทั้งปวง สืบสานวัฒนธรรมทางพระพุทธศาสนา ให้คงอยู่กับชาติไทยสืบไป

ภายใต้มาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 โดยวัดและสถานที่จัดกิจกรรมได้ปฏิบัติตามประกาศของกระทรวงสาธารณสุข มาตรการป้องกันของทางจังหวัดอย่างเคร่งครัด

สำหรับวันมาฆบูชา ประจำปี 2565 ตรงกับวันพุธที่ 16 กุมภาพันธ์ ซึ่งเป็นวันสำคัญอีกวันหนึ่งของพระพุทธศาสนา  ซึ่งวันมาฆบูชา เดิมเรียกว่า วันมาฆปุณณมี หมายถึง วันที่พระจันทร์เพ็ญเต็มดวงในเดือนมาฆะ ส่วนมาฆบูชา หมายถึง การบูชาในวันเพ็ญเดือนมาฆะ คือ วันเพ็ญ ขึ้น 15 ค่ำ เดือน 3 ซึ่งวันมาฆบูชานี้ เป็นวันที่พระภิกษุ 1250 รูป มาประชุมกันโดยมิได้นัดหมาย และมีเหตุอัศจรรย์พร้อมกัน 4 ประการ เรียกว่า จาตุรงคสันนิบาต การประชุมพร้อมกันด้วย องค์ 4 และในวันนี้ พระพุทธเจ้าทรงกระทำวิสุทธิอุโบสถ ทรงแสดงโอวาทปาติโมกข์ ซึ่งเราถือกันว่า เป็นหัวใจของพระพุทธศาสนา. -008 

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

พุทธศาสนิกชนชาวเบตงร่วมทำบุญ ‘วันมาฆบูชา’ ท่ามกลางมาตรการคุมเข้มโควิด

Posted on February 17, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/635887

พุทธศาสนิกชนชาวเบตงร่วมทำบุญ 'วันมาฆบูชา' ท่ามกลางมาตรการคุมเข้มโควิด

วันพุธ ที่ 16 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2565, 11.57 น.

วันที่ 16 ก.พ.65 ที่วัดพุทธาธิวาส พระอารามหลวง อ.เบตง จ.ยะลา นายเอก ยังอภัย ณ สงขลา นายอำเภอเบตง พร้อมด้วยนายสกุล เล็งลัคน์กุล นายกเทศมนตรีเมืองเบตง  นำพุทธศาสนิกชนร่วมพิธีทำบุญตักบาตรเนื่องในวันมาฆบูชา และกิจกรรมสวดมนต์ ฟังเทศน์ ปฏิบัติธรรม ถวายอาหาร ผลไม้ ณ ศาลาการเปรียญ ที้งนี้เพื่อเป็นการส่งเสริมทำนุบำรุงอนุรักษ์ ประพฤติปฏิบัติตนบำเพ็ญกุศลรักษาศีล ละเว้นอบายมุขทั้งปวง สืบสานวัฒนธรรมทางพระพุทธศาสนา ให้คงอยู่กับชาติไทยสืบไป

ภายใต้มาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโควิด – 19 โดยวัดและสถานที่จัดกิจกรรมได้ปฏิบัติตามประกาศของกระทรวงสาธารณสุข มาตรการป้องกันของทางจังหวัดอย่างเคร่งครัด

สำหรับวันมาฆบูชา ประจำปี 2565 ตรงกับวันพุธที่ 16 กุมภาพันธ์ ซึ่งเป็นวันสำคัญอีกวันหนึ่งของพระพุทธศาสนา ซึ่งวันมาฆบูชา เดิมเรียกว่า วันมาฆปุณณมี หมายถึงวันที่พระจันทร์เพ็ญเต็มดวงในเดือนมาฆะ ส่วนมาฆบูชา หมายถึง การบูชาในวันเพ็ญเดือนมาฆะ คือ วันเพ็ญ ขึ้น 15 ค่ำ เดือน 3 ซึ่งวันมาฆบูชานี้ เป็นวันที่พระภิกษุ 1,250 รูป มาประชุมกันโดยมิได้นัดหมาย และมีเหตุอัศจรรย์พร้อมกัน 4 ประการ เรียกว่า จาตุรงคสันนิบาต การประชุมพร้อมกันด้วย องค์ 4 และในวันนี้ พระพุทธเจ้าทรงกระทำวิสุทธิอุโบสถ ทรงแสดงโอวาทปาติโมกข์ ซึ่งเราถือกันว่า เป็นหัวใจของพระพุทธศาสนา – 003 

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ชาวบ้านระยองซื้อ ‘ปลาจาระเม็ด’ จะทอดไปทำบุญ ผงะเจอเหงือกดำมีกลิ่นฉุน

Posted on February 17, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/635880

ชาวบ้านระยองซื้อ 'ปลาจาระเม็ด' จะทอดไปทำบุญ ผงะเจอเหงือกดำมีกลิ่นฉุน

วันพุธ ที่ 16 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2565, 11.22 น.

ชาวบ้านซื้อปลาจาระเม็ด หวังจะทอดไปทำบุญวันมาฆบูชา แต่ต้องผงะเมื่อชำแหละปลาเจอเหงือกดำมีกลิ่นฉุน 

ชาวบ้านรายหนึ่งใน อ.แกลง จ.ระยอง ได้ไปซื้อปลาจาระเม็ดมาจากตลาดนัดต้นเลี้ยบ ต.กร่ำ อ.แกลง จ.ระยอง หวังจะนำไปปรุงทำอาหารถวายพระสงฆ์ที่วัดในวันมาฆบูชา แต่ก่อนจะนำปลามาชำแหละได้สังเกตุพบเห็นว่าเหงือกปลามีสีดำคล้ำและมีกลิ่นฉุน จึงได้ใช้กล้องมือถือถ่ายบันทึกภาพเอาไว้เป็นหลักฐาน ก่อนเก็บปลาแช่ตู้เย็นไว้ เพราะอาจจะเป็นคราบน้ำมันในทะเลระยองที่ฝูงปลาจาระเม็ดกินเข้าไปและเตรียมประสานแจ้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องนำไปตรวจสอบเพื่อคลายความเคลือบแคลงใจ 

จากการสอบถามแม่ค้าขายปลาตลาดนัดต้นเลี๊ยบทราบว่า ปลาจาระเม็ดตัวดังกล่าว ซื้อมาจากตลาดปลาเทศบาลนครระยอง ปากน้ำระยอง ก่อนนำมาวางขายในตลาดนัดหมู่บ้านและชาวบ้านรายดังกล่าวจะได้ซื้อไปเพื่อเตรียมปรุงทำอาหารไปทำบุญที่วัดในวันมาฆบูชา 

จากการสอบถามไปยังผู้ประกอบการประมงใน จ.ระยอง ยังไม่กล้าฟันธง เพียงระบุว่า ปลาจาระเม็ดเป็นปลาที่หากินในทะเลน้ำลึกอยู่ห่างจากชายฝั่ง นอกจากนี้ปกติแล้วเมื่อฝูงปลาได้รับกลิ่นเหม็นจะว่ายหนีไปทันที คงไม่มากินน้ำมันแน่นอน พร้อมกันนี้ยังยืนยันว่าปลาปกติแล้วจะเหงือกแดง หากเป็นแช่เย็นเหงือกจะมีสีคล้ำ แต่อย่างไรก็ตามเพื่อให้เกิดความจ่างชัดเจนและคลายข้อเคลือบแคลงใจของชาวบ้านหรือผู้บริโภค ต้องนำปลาตัวดังกล่าวมาทำการตรวจพิสูจน์ และขณะนี้ทางด้านเจ้าหน้าที่จากสำนักงานประมงจังหวัดระยอง ได้ประสานขอซากปลาจาระเม็ดตัวดังกล่าวมาตรวจพิสูจน์ต่อไปแล้ว  

ส่วนสถานการณ์คราบน้ำมันในทะเลระยอง ขณะนี้สถานการณ์เริ่มคลี่คลาย แต่จากการตรวจสุ่มตัวอย่างน้ำทะเล 2 จุด บริเวณหาดแม่รำพึงพบมีสารปิโตรเลี่ยมโฮโดคาร์บอนเจือปนเกินมาตรฐาน.-008

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ความรู้ ความเข้าใจ ความสำคัญของ ‘วันมาฆบูชา’ : สมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์

Posted on February 17, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/635877

ความรู้ ความเข้าใจ ความสำคัญของ 'วันมาฆบูชา' : สมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์

วันพุธ ที่ 16 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2565, 10.57 น.

คําว่า “มาฆบูชา” เป็นชื่อของพิธีบูชาและการทําบุญในพระพุทธศาสนาอย่างหนึ่ง ซึ่งปรารภการประชุมใหญ่ของพระสาวก ที่เรียกว่า “จาตุรงคสันนิบาต” 

“มาฆบูชา” ย่อมาจาก “มาฆปุณณมีบูชา” หรือ “มาฆบูรณมีบูชา” แปลว่า การบูชาในวันเพ็ญเดือน 3 

วันเพ็ญเดือน 3 นี้ เป็นวันสําคัญในพระพุทธศาสนา คือ เป็นวันที่พระพุทธองค์ประทาน “โอวาทปาติโมกข์” ในที่ประชุมพระสาวก ซึ่งประกอบด้วยองค์สี่ ที่เรียกว่า “จาตุรงคสันนิบาต” เพื่อให้พระสาวกเหล่านั้นมีหลักการร่วมกันในการประกาศพระศาสนา คือสั่งสอนธรรมแก่ประชาชนตามท้องถิ่น บ้านเมือง และประเทศต่างๆ ทั่วไป

คําว่า “จาตุรงคสันนิบาต” แปลว่า การประชุมพระสาวกซึ่งประกอบด้วยองค์สี่ หรือ การประชุมพร้อมด้วยองค์สี่ กล่าวคือ… 

1. พระสาวกทั้งหลายที่มาประชุมวันนั้นล้วนเป็น “เอหิภิกขุ” คือ ได้รับอุปสมบทโดยตรงจากพระพุทธเจ้า 

2. พระสาวกเหล่านั้นล้วนเป็น “พระอรหันต์ ผู้ได้อภิญญา ๖” ทั้งสิ้น

3. พระสาวกที่ประชุมวันนั้น ซึ่งมีจํานวนถึง 1,250 องค์ มาประชุมกันโดยมิได้นัดหมาย 

4. วันนั้นเป็น วันอุโบสถ ขึ้น 15 ค่ำ วันเพ็ญ เดือนมาฆะ พระจันทร์เต็มดวงบริบูรณ์

การประชุมครั้งสําคัญที่สุดในสมัยพุทธกาล ที่เรียกว่า “จาตุรงคสันนิบาต” นี้ ได้มีขึ้น ณ พระเวฬุวันมหาวิหาร ใกล้กรุงราชคฤห์ ซึ่งเป็นเมืองหลวงของแคว้นมคธ เริ่มแต่ตะวันบ่าย ก่อนค่ำ ของวันเพ็ญเดือน 3 ในปีแรกที่พระพุทธเจ้าตรัสรู้ คือ หลังจากวันตรัสรู้ไป 9 เดือน

การประชุมเช่นนี้ มีครั้งเดียวในศาสนานี้ เป็นการประชุมครั้งสําคัญที่พระพุทธเจ้าทรงแสดง “โอวาทปาติโมกข์”

คําว่า “โอวาทปาติโมกข์” แปลว่า โอวาทที่เป็นประธาน หรือ คําสอนที่เป็นหลักใหญ่ หมายถึงธรรมที่เป็นหลักสําคัญของพระพุทธศาสนา สาธุชนนิยมเรียก โอวาทปาติโมกข์ นี้ว่าเป็น “หัวใจของพระพุทธศาสนา”

ความใน “โอวาทปาติโมกข์” แบ่งออกเป็น 3 ตอน พระพุทธองค์ตรัสเรียงลําดับต่อกันเป็น 3 คาถาครึ่ง 

คาถาแรกว่า ความอดทน คือความอดกลั้น เป็นตบะอย่างยิ่ง พระพุทธะทั้งหลายกล่าวพระนิพพานว่ายอดเยี่ยม ผู้ทําร้ายผู้อื่น เป็นบรรพชิตไม่ได้ทีเดียว ผู้เบียดเบียนผู้อื่น เป็นสมณะไม่ได้

คาถาที่สองว่า การไม่ทําบาปทั้งปวง 1 การยังกุศลให้ถึงพร้อม 1 การทําจิตของตนให้ผ่องใส 1 นี่คือ คําสั่งสอนของพระพุทธะทั้งหลาย 

คาถาที่สามว่า การไม่กล่าวร้าย 1 การไม่ทําร้าย 1 ความสํารวมในพระปาติโมกข์ 1 ความเป็นผู้รู้จักประมาณในอาหาร 1 ที่นอนที่นั่งอันสงัด 1 การประกอบความเพียรในอธิจิต 1 นี่คือคำสั่งสอนของพระพุทธะทั้งหลาย

ความใน คาถาแรก พระพุทธเจ้าตรัสเพื่อแสดงหลักการและแนวทางที่เป็นลักษณะเฉพาะของพระพุทธศาสนา ซึ่งทําให้สามารถแยกจากลัทธิศาสนาที่พระพุทธศาสนาไม่ยอมรับ

ตอนแรกที่ตรัสว่า ความอดทน คือทานไว้ ยืนหยัดอยู่ได้ เป็นตบะอย่างยิ่ง พระองค์ตรัสเพื่อแสดงให้เห็นว่า การบําเพ็ญตบะของนักบวชทั้งหลายที่นิยมทรมานตนเองด้วยวิธีการต่างๆนั้น ไม่ใช่เป็นวิธีการเผาผลาญบาป ชนิดที่พระพุทธศาสนายอมรับ สาระสําคัญของตบะที่พระพุทธเจ้าทรงยอมรับ หรือตบะที่ถูกต้อง ก็คือขันติธรรม ความอดทนที่จะดําเนินตามมรรคาที่ถูกต้องไปจนถึงที่สุด มีความเข้มแข็งทนทานอยู่ในใจ ดํารงอยู่ในหลักปฏิบัติที่ถูกต้องนั้นไม่ระย่อท้อถอย

สิ่งที่จะพึงอดทนที่สําคัญ คือ 
1. ความเหนื่อยยากลําบากตรากตรําในการปฏิบัติกิจหน้าที่ การงาน รวมทั้งความหนาว ร้อน หิวกระหาย และสิ่งรบกวนก่อความไม่สบายต่างๆ
2. ทุกขเวทนา เช่น ความเจ็บปวดเมื่อยล้า ความเสียดยอก ระบมบาดเจ็บ ที่เกิดแก่ร่างกาย ในยามป่วยไข้ เป็นต้น 
3. อาการกิริยาท่าทีวาจาของผู้อื่น ที่กระทบกระทั่งหรือไม่น่าพอใจ เช่น ถ้อยคําที่เขาพูดไม่ดี เป็นต้น

ความอดทน อดกลั้น หรือ อดได้ ทนได้ หมายถึง การยอมรับได้ต่อสิ่งกระทบกระทั่งหรือไม่สบายฝืนใจเหล่านั้น ไม่ขึ้งเคียดขัดเคือง ไม่แสดงอาการผิดปกติ สามารถดํารงไมตรี คงอยู่ในเมตตา หรือรักษาอาการอันสงบมั่นคง ในการทํากิจหรือบําเพ็ญกุศลธรรม ทําความดีงามสืบต่อไป 

ในหลายถิ่นและหลายยุคสมัย มนุษย์ทั้งหลายอดไม่ได้ ทนไม่ได้ แม้ต่อการที่มนุษย์กลุ่มอื่นพวกอื่นมีความเชื่อถือ สั่งสอน และปฏิบัติกิจพิธีตามประเพณีนิยมและลัทธิศาสนา รวมทั้งอุดมการณ์ที่แตกต่างจากตน มนุษย์เหล่านั้นไม่สามารถสัมพันธ์กันด้วยวิธีการแห่งปัญญา เช่น พูดจากันด้วยเหตุผล จึงทําให้เกิดการขัดแย้ง ทะเลาะวิวาท ตลอดจนสงครามมากมาย การขาดขันติธรรมได้กลายเป็นปัญหาใหญ่ของมนุษยชาติ

หากมนุษย์ปฏิบัติตามหลักโอวาทปาติโมกข์ข้อแรกนี้ ก็จะช่วยให้โลกดํารงอยู่ในสันติ และมนุษย์แต่ละพวกนั้นก็จะมีโอกาสพัฒนาชีวิตและสังคมของตนไปสู่ความดีงามที่สูงขึ้นไป

ตอนที่สอง ที่ตรัสว่า พระพุทธะทั้งหลายกล่าวพระนิพพานว่ายอดเยี่ยมนั้น ตรัสเพื่อชี้ชัดลงไปว่า จุดหมายของพระพุทธศาสนาคือ “นิพพาน” อันได้แก่ ความดับกิเลสและกองทุกข์ทั้งปวงได้ หรือ ความเป็นอิสระหลุดพ้นจากอํานาจครอบงําของกิเลส คือ โลภะ โทสะ และโมหะ ไม่ใช่สวรรค์ ไม่ใช่การเข้ารวมกับพระพรหมผู้เป็นเจ้า เป็นต้น

ตอนที่สาม ที่ตรัสว่า ผู้ทําร้ายผู้อื่นเป็นบรรพชิตไม่ได้ทีเดียว ผู้เบียดเบียนผู้อื่นเป็นสมณะไม่ได้ นี้ตรัสเพื่อแสดงลักษณะของนักบวชในพระพุทธศาสนา คือ ชี้ให้เห็นว่า ความเป็นสมณะหรือนักบวช มิใช่อยู่ที่การประกอบพิธีกรรมเป็นเจ้าพิธี หรืออยู่ที่ความศักดิ์สิทธิ์ มีอิทธิฤทธิ์ปาฏิหาริย์ สามารถบันดาลผลให้แก่คนที่อ้อนวอนปรารถนา มิใช่อยู่ที่การบําเพ็ญตบะ ประพฤติเข้มงวด หรือการปลีกตัวออกไปอยู่ในป่าในเขา ตัดขาดจากผู้คน มิใช่อยู่ที่การทําหน้าที่เป็นสื่อกลางคอยบอกแจ้งข่าวสารและความต้องการระหว่างสวรรค์กับหมู่มนุษย์ แต่อยู่ที่ความเป็นผู้ไม่เบียดเบียน ไม่ก่อความทุกข์ยากเดือดร้อนแก่ใครๆ มีแต่เมตตา กรุณา บําเพ็ญตนเพื่อประโยชน์สุขของคนทั้งปวง พูดสั้นๆ ว่า นักบวชหรือพระภิกษุสงฆ์ในความหมายของพระพุทธศาสนา คือเครื่องหมายของความไม่มีภัย เป็นสัญลักษณ์แห่งความร่มเย็น ปลอดภัย และการชี้นํามรรคาแห่งสันติสุข

ความใน คาถาที่สอง พระพุทธองค์ตรัสสรุปข้อปฏิบัติในพระพุทธศาสนาทั้งหมดลงเป็นหลักการสําคัญ 3 ประการ คือ

1. ไม่ทําบาปทุกอย่าง ได้แก่ ละเว้นความชั่วทุกชนิด ทุกระดับ ตั้งต้นแต่ประพฤติตามหลักศีล 5 เช่น ไม่ทําลายชีวิต ไม่ลักทรัพย์ ไม่ประพฤติผิดในกาม เป็นต้น

2. ยังกุศลให้ถึงพร้อม ได้แก่ บําเพ็ญความดีให้บริบูรณ์ เช่น มีศรัทธา มีเมตตากรุณา ฝึกจิตให้เข้มแข็ง มีสมาธิ มีความเพียร มีสติรอบคอบ ซื่อสัตย์สุจริต มีความเสียสละ เป็นต้น

3. ทําจิตของตนให้ผ่องใส ได้แก่ ชําระจิตให้บริสุทธิ์ สะอาด ให้หลุดพ้นจากกิเลส เช่น ความโลภ ความโกรธ ความหลง ความฟุ้งซ่าน ความหดหู่ซึมเซา เป็นต้น ด้วยการฝึกอบรมเจริญปัญญา ให้เกิดความรู้ความเข้าใจสิ่งทั้งหลายตามเป็นจริง จนกิเลสและความทุกข์ครอบงําจิตใจไม่ได้ 

จําง่ายๆ สั้นๆ ว่า เว้นชั่ว ทําดี ทําใจให้บริสุทธิ์

หลักปฏิบัติที่ตรัสในคาถาที่สองนี้ เป็นทั้งแนวทางและขอบเขตในการที่พระสาวกทั้งหลายจะไปอบรมสั่งสอนประชาชน ให้ตรงตามหลักการของพระพุทธศาสนา และสอนได้เป็นแนวเดียวกัน มีความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันในการเผยแผ่

ความใน คาถาที่สาม พระพุทธองค์ตรัสเพื่อเป็นหลักความประพฤติและการปฏิบัติตน หรือหลักปฏิบัติในการทํางาน สําหรับผู้ที่จะไปประกาศพระศาสนา หมายความว่า ทรงวางระเบียบในการไปสั่งสอนธรรมแก่ประชาชน ว่าผู้สอนต้องเป็นผู้ไม่กล่าวร้าย ต้องเป็นผู้ไม่ทําร้าย คือ ไม่ก่อความเดือดร้อนแก่ผู้อื่น ไม่ว่าด้วยกาย หรือวาจา มีวจีกรรมและกายกรรมบริสุทธิ์สะอาด พูดและทําด้วยเมตตากรุณา มีความสํารวมในพระปาติโมกข์ คือประพฤติเคร่งครัดในระเบียบแบบแผน รู้จักประมาณในภัตตาหาร ที่นอนที่นั่งก็ให้สงบสงัด เหมาะแก่สมณะ คือ ต้องไม่เห็นแก่กินแก่นอน และต้องมีใจแน่วแน่เข้มแข็ง ไม่ท้อถอย ฝึกอบรมจิตใจของตนอยู่เสมอ

รวมความว่า ไปทํางานก็ให้ไปทํางานจริงๆ ทํางานเพื่องาน มุ่งประโยชน์สุขของประชาชนเป็นสําคัญ ไม่ใช่ไปหาความสุขสนุกสบาย 

เนื้อความ 3 คาถาของโอวาทปาติโมกข์นี้ แสดงให้เห็นวิธีสั่งงานของพระพุทธเจ้า การที่พระองค์ทรงส่งพระสาวกไปประกาศพระศาสนานั้น ก็คือ พระองค์ส่งพระสาวกให้ไปทํางาน ความจริงพระองค์เคยส่งพระสาวกออกไปแล้ว 2 รุ่น รุ่นแรกเป็นพระอรหันต์ล้วน มีจํานวน 60 องค์ รุ่นที่สอง เป็นพระอริยบุคคล ชั้นเสขภูมิ คือ ยังไม่เป็นพระอรหันต์ มีจํานวน ๓๐ องค์ ทั้งหมดนั้นพระองค์ทรงส่งไปอย่างธรรมดา คือ ตรัสสั่งเพียงว่า “จงจาริกไปประกาศพระศาสนา เพื่อประโยชน์และความสุขของพหูชน” และลงท้ายว่า “ด้วยเมตตาการุณย์แก่ชาวโลก” มิได้มีพิธีการพิเศษแต่อย่างใด 

แต่ในการซักซ้อมงานคราวนี้ พระสาวกมีจํานวนมากถึง 1,250 องค์ ซึ่งเป็นการชุมนุมครั้งใหญ่และครั้งสําคัญ พระองค์จึงทรงสั่งงานหรือนัดหมายงานอย่างชัดเจน และละเอียดถี่ถ้วน พระองค์ทรงสั่งงานอย่างนี้ ศาสนาของพระองค์จึงแพร่หลายไพศาลอย่างรวดเร็ว และยั่งยืนอยู่อย่างมั่นคงจนทุกวันนี้

โอวาทปาติโมกข์ที่พระพุทธเจ้าตรัสนี้ จึงเป็นตัวอย่างที่ดีของการสั่งงาน เพราะในการสั่งงานนั้น ถ้าผู้สั่งสั่งให้ชัดลงไปว่า ทําอะไร เพื่ออะไร ทําอย่างไร ดังนี้แล้ว ผู้ปฏิบัติย่อมปฏิบัติสะดวก และงานก็จะสําเร็จเป็นผลดีตามความมุ่งหมายเสมอ

โดยเหตุที่พระพุทธเจ้าประทานโอวาทปาติโมกข์ในวันเพ็ญเดือน 3 ฉะนั้น วันเพ็ญเดือน 3 จึงเป็นวันสําคัญทางพระพุทธศาสนา เป็นวันที่พุทธศาสนิกชนจัดทําพิธีสักการบูชาเป็นพิเศษ ที่เรียกว่า “มาฆบูชา”

พิธีมาฆบูชานี้ แต่ก่อนก็มิได้ทํากัน เพิ่งมาทําในรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 4 แห่งพระราชวงศ์จักรี นี่เอง 

พิธีมาฆบูชานี้ มีทั้งพระราชพิธีและพิธีของพุทธศาสนิกชนทั่วๆไป

ในที่นี้ จะกล่าวเฉพาะพิธีของพุทธศาสนิกชนทั่วๆไป เมื่อถึงวันมาฆบูชา ในตอนเช้า นอกจากจะมีการทําบุญตักบาตรตามปรกติแล้ว สาธุชนอาจรับอุโบสถศีลและฟังเทศน์ ตามวัดที่ใกล้เคียงหรือคุ้นเคย 

ในตอนค่ำ นําธูปเทียน ดอกไม้ ไปประชุมพร้อมกันที่โบสถ์ หรือเจดียสถานแห่งใดแห่งหนึ่ง ที่ทางวัดจัดไว้ เมื่อพระสงฆ์ประชุมพร้อมแล้ว ยืนหันหน้าเข้าหาสิ่งที่เคารพ คือพระประธาน หรือสถูปเจดีย์อย่างใดอย่างหนึ่ง คฤหัสถ์ทั้งหลายยืนถือธูป เทียน ดอกไม้ ประนมมืออยู่ถัดพระสงฆ์ออกไป เมื่อพระภิกษุที่เป็นประธานกล่าวนําคําบูชา ที่ประชุมทั้งหมดว่าตามพร้อมๆกัน เมื่อกล่าวคําบูชาเสร็จแล้วพระสงฆ์เดินนําหน้า เวียนขวา รอบพระอุโบสถหรือพระสถูปเจดีย์ 3 รอบ ซึ่งเรียกว่า เวียนเทียน คฤหัสถ์เดินตามอย่างสงบ 

ขณะเวียนรอบแรก ให้ระลึกถึงพระพุทธคุณ รอบที่ 2 ระลึกถึงพระธรรมคุณ รอบที่ 3 ระลึกถึงพระสังฆคุณ ไม่เดินคุยกัน ไม่หยอกล้อกัน หรือแสดงอาการไม่สุภาพอื่นๆ ในขณะเวียนเทียน เพราะเป็นการขาดความเคารพพระรัตนตรัย

เมื่อเวียนเทียนครบ 3 รอบแล้ว เข้าในพระอุโบสถ สวดมนต์ ฟังเทศน์ กัณฑ์แรกจะได้ฟังเรื่องจาตุรงคสันติบาต กัณฑ์ต่อๆไป อาจเป็นเรื่อง โพธิปักขิยธรรม หรือเรื่องอื่นๆ ที่ทางวัดเห็นสมควร บางวัดมีเทศน์จนตลอดรุ่ง

ข้อที่ควรทําเป็นพิเศษในวันนั้น ก็คือ ควรพิจารณาความหมายของ การเว้นชั่ว ทําดี ทําจิตใจให้บริสุทธิ์ ให้เข้าใจ ชัดเจนลึกซึ้ง แล้วตั้งใจปฏิบัติให้ได้ตามนั้น”

ที่มา : จากหนังสือชื่อ “วันสำคัญของชาวพุทธไทย” ของสมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์ ( ป. อ. ปยุตฺโต ) ฉบับพิมพ์ครั้งที่ ๖ พ.ศ. ๒๕๕๖ หน้า ๑-๙

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, ธรรมะ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, ธรรมะ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ครูลากไส้’ผอ.รร.ที่ชัยภูมิ’ ให้เก็บขี้หมา-ใช้งานเยี่ยงทาส ซ้ำเอารถไปส่วนตัว แต่เบิกงบโรงเรียน

Posted on February 16, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/635865

ครูลากไส้'ผอ.รร.ที่ชัยภูมิ' ให้เก็บขี้หมา-ใช้งานเยี่ยงทาส ซ้ำเอารถไปส่วนตัว แต่เบิกงบโรงเรียน

วันพุธ ที่ 16 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2565, 09.44 น.

วันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2565 โลกออนไลน์ได้มีการแชร์ข้อความ ของเพจเฟซบุ๊ก “วันนั้นเมื่อฉันสอน” ได้ออกมาเปิดเผยแชทของครูท่านหนึ่งที่ต้องการเรียกร้อง หลังถูก ผอ.ที่โรงเรียนแห่งหนึ่งใน จ.ชัยภูมิ ใช้งานเกินช่วงเวลาทำงาน ซ้ำยังให้ช่วยเลี้ยงลูก ดูแลครอบครัว ซักผ้า เก็บอุจจาระสัตว์เลี้ยง มีการนำรถไปทำธุระส่วนตัวแต่เบิกค่าน้ำมันด้วยงบประมาณของโรงเรียน

โดยมีรายละเอียดว่า คณะครูในโรงเรียนแห่งหนึ่งรู้สึกอึดอัด หลังผอ.คนใหม่ที่เพิ่งย้ายมาได้ไม่นานไม่ให้ครูในโรงเรียนหยุด ใช้ไปซื้อของเครื่องใช้ส่วนตัวทั้งในและนอกเวลาราชการ ให้คอยดูแลลูกและสัตว์เลี้ยง เก็บอุจจาระ ทำงานบ้าน ซักเสื้อผ้าให้กับคนในครอบครัว ครูบางคนโดนกดขี่ข่มเหง ถูกผอ.ใช้อำนาจให้ช่วยงานยันดึกดื่น ชอบพูดคำหยาบคายและมีอารมณ์โมโหร้ายอยู่เสมอ

อีกทั้งยังมีใช้รถตู้ส่วนกลางของโรงเรียนไปรับ-ส่ง ลูกของตัวเองทุกอาทิตย์ อีกทั้งยังให้ใช้รถไปทำธุระส่วนตัว,เสริมสวย โดยมีการเบิกบิลจากงบโรงเรียน 

นอกจากนี้ยังเปิดเผยอีกว่า ผอ.ไปท่องเที่ยวกับแฟนต่างชาติ 1 เดือน โดยไม่ขออนุญาตจากต้นสังกัด ให้ข้าราชการครูนอนเฝ้าลูกและสัตว์เลี้ยง ให้อยู่บ้านเช่าของตัวเองเพื่อดูแลโดยไม่เต็มใจ

ซึ่งหลังจากโพสต์ดังกล่าวเผยแพร่ในโลกออนไลน์ ก็มีคนและนักเรียนในโรงเรียนเข้ามาแสดงความคิดเห็นกันเป็นจำนวนมาก

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

เจ็บปวดเหลือเกิน! หนุ่มโพสต์เศร้า ‘ปลาคราฟ’ รักเหมือนลูกตายยกบ่อ 112 ตัว

Posted on February 16, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/635860

เจ็บปวดเหลือเกิน! หนุ่มโพสต์เศร้า 'ปลาคราฟ' รักเหมือนลูกตายยกบ่อ 112 ตัว

วันพุธ ที่ 16 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2565, 08.49 น.

เจ็บปวดเหลือเกิน… ผู้ใช้เฟซบุ๊ก “ธนดล วุฒิสม” ได้ออกมาโพสต์ภาพลงในกลุ่ม “ชมรมคนรักปลาคราฟปทุมธานี” เล่าประสบการณ์ที่แสนเจ็บปวดเกี่ยวกับน้องปลาคราฟที่รักเหมือนลูก 

โดยข้อความระบุว่า “ใครเคยเจอ แบบนี้บ่าง(ยกบ่อ) เจ็บปวดเหลือเกิน จนไม่อยากจะเลี้ยงต่อเลย เห็นปลาคนอื่น แล้วคิดถึงปลาตัวเองเหลือเกิน เลี้ยงมา 5-6ปี ไม่เคยตาย ไม่เคยเป็นโรค เลี้ยงดูแลอย่างดี อย่างมาก ที่เคยตาย ก็แค่กระโดด แต่นี้ 112 ตัว ตายหมดภายในคืนเดียว ตอนเอาขึ้นจากบ่อ ทีละตัวๆ น้ำตาเหมือนจะไหล คนไม่รักไม่เลี้ยง คงไม่เข้าใจ

สาเหตุที่ตาย ตายเพราะขาดอ๊อกซิเจน ญาติผู้ใหญ่ มาที่บ้าน แล้วเค้าไปถ่ายรูปปลา แต่เค้าดันไปปิดอ๊อกซิเจน-น้ำตก เพื่อที่จะได้ถ่ายรูปได้สวยขึ้น แต่เค้าดันลืมเปิดกลับให้ ปิดตอนเย็นใกล้ๆจะค่ำ ผมมาเห็นตอนเช้า ตายหมดแล้วครับ



ปกติ ก่อนนอนผมจะเดิน ดูปลาเสมอ หรือมั่ยก็นั่งสูบบุหรี่ หน้าบ้าน ถ้าไม่ได้ยินเสียงน้ำตก ผมจะรู้ได้ทันที ว่าอ๊อกซิเจน ปิดอยู่ แต่วันนั้น ตอนกลางวันผม รื้อ ต่อเติมบ้านทั้งวัน เพลียและเหนื่อยมาก นั่งคุยกะช่างหลังบ้าน พอช่างกลับ ประมาณ 3 ทุ่ม ผมก็เข้าห้องนอนเลย โดยที่ไม่ได้คิดถึงปลาแม้แต่นิดเดียว และมันหน้าแปลกใจตรง แฟนผมจะใหว้พระกรวดน้ำทุกคืน แล้วเค้าจะไปนั่งตรวจน้ำใต้ต้นไม้ข้างบ่อปลาเสมอ แต่เค้ากลับไม่รู้สึก ผิดสังเกตุอะไรเลย ทั้งๆที่เค้าเป็นคนละเอียจ จะค่อยดูแล สังเกตุบริเวรบ้านอยู่เสมอ แต่คืนนั้น เค้ามั่ยแม่แต่จะ แอะใจหรือรู้สึกผิดปกติอะไร ที่ไม่ได้ยินเสียงน้ำตกบ่อปลา

***ข้อแก้ไขนะครับ มีหลายคน อ่านแล้วเข้าใจว่า สุดท้ายผมไปโทษแฟน จริงๆแล้วไม่เลยครับ แฟนผมให้อาหารปลาทุกเช้า ผมไม่แม้แต่จะคิดไปโทษเค้าหรอกครับ มันไม่ใช่ความผิดของเค้าเลย ที่คืนนั้นเค้าไม่แอะใจว่าเสียงน้ำตกไม่ดัง ตัวเค้าเองยังพูดกับผมเลย ว่าแปลกทำไมเค้าถึงไม่สังเกตุ

ทั้งๆที่ผมก่อนนอนก็จะไปดูมันทุกคืน คืนนั้นก็ไม่ได้นึกถึงมันเลย ปกติผมนั่งหน้าบ้าน แต่วันนั้นดันไปหลังหลังบ้าน แค่จะบอกว่า ทุกอย่าง มันบังเอิญ ประจวบเหมาะพอดี” .-008 

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

‘เดียร์ลอง’มาแล้ว! เคลียร์ปมย้ายประเทศ ยันเรียนต่อ-ขอสัญชาติ..ทำแน่นอน!

Posted on February 16, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/635836

'เดียร์ลอง'มาแล้ว! เคลียร์ปมย้ายประเทศ ยันเรียนต่อ-ขอสัญชาติ..ทำแน่นอน!

วันอังคาร ที่ 15 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2565, 20.51 น.

เดียร์ลอง ชี้แจงล่าสุด เพิ่งเริ่มต้นที่เนเธอร์แลนด์ ยืนยันจะทำเรื่องเรียนต่อ ขอสัญชาติแน่นอน

15 ก.พ.65 เพจเฟซบุ๊ก เดียร์ลอง หรือ กวาง อาริศา สตรีมเมอร์สาวสุดเซ็กซี่ ออกมาชี้แจงอีกครั้ง หลังจากที่มีข่าวความเคลื่อนไหวของเธอ ตัดสินใจไปเริ่มต้นชีวิตใหม่ที่เนเธอร์แลนด์แบบถาวร โดยมีการเผยเรื่องนี้ผ่าน เบลล์ ขอบสนาม 

ล่าสุด เดียร์ลอง ได้โพสต์ข้อความพร้อมกับชี้แจงประเด็นที่กำลังได้รับความสนใจในขณะนี้ 

” สวัสดีค่ะทุกคน
กวาง เดียร์ลองนะคะ
กวางอยากจะบอกว่า…
กวางยังเพิ่งเริ่มต้นในเรื่องการย้ายมาที่นี่
ไหนจะทั้งเรื่องภาษา และเรื่องการขอทุนเรียน
เพื่อต่อยอดในเรื่องการทำงาน หาที่อยู่ และอื่นๆต่อไปค่ะ 
กวางไม่ได้มีอภิสิทธิ์พิเศษใดๆมากกว่าใคร
แค่มีความตั้งใจจะย้ายมาที่ที่เหมาะกับตัวเอง
ถึงจะดูยากหน่อย แต่เดียร์ลองมันถนัดเรื่องที่คนอื่นเค้าไม่ทำกันอยู่แล้วนี่ มันสู้จะตาย 
แต่ยังไงก็ขอบคุณทุกคนที่ให้ความสนใจนะคะ
ถ้าจะให้แนะนำเรื่องการย้ายประเทศกวางก็คงแนะนำไปไม่ได้มากกว่าอากู๋เกิ้ลหรอกค่ะ ฮ่าๆ
ด้วยรัก
เดียร์ลองสองไมค์ ” 

และล่าสุด เธอยังโพสต์ถึง เบลล์ ขอบสนาม ด้วยว่า 

” อย่าว่าพี่ เบลล์ ขอบสนาม เลยนะคะ
พี่เบลล์คือพี่ชายที่เราเคารพรัก และหวังดีกับเราเสมอ
ที่บอกว่าไปพักผ่อน ก็ใช่ค่ะ เรามาพักผ่อน
แต่ก็ยังยืนยันคำเดิมว่าจะทำเรื่องมาเรียนต่อเพื่อขอสัญชาติ
ปลายทางที่หวังไว้ก็เหมือนที่พี่เบลล์บอกแหล่ะทุกคน 
เพราะฉะนั้นขอให้หยุดดราม่ากันเถอะค่ะ “
 

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

นักโภชนาการแนะ 5 เคล็ดลับกิน‘ไข่’ แหล่งโปรตีนที่ครองใจคนไทยมายาวนาน

Posted on February 16, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/635832

นักโภชนาการแนะ 5 เคล็ดลับกิน‘ไข่’ แหล่งโปรตีนที่ครองใจคนไทยมายาวนาน

วันอังคาร ที่ 15 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2565, 20.28 น.

นักโภชนาการแนะ 5 เคล็ดลับกิน‘ไข่’ แหล่งโปรตีนที่ครองใจคนไทยมายาวนาน

ดร. สง่า ดามาพงษ์ นักวิชาการโภชนาการอิสระ กล่าวว่า ในช่วงที่ผ่านมาราคาไข่ไก่มีการปรับขึ้นลง เป็นไปตามกลไกตลาด ส่วนใหญ่จะเป็นแค่ช่วงระยะเวลาใดเวลาหนึ่งแล้วจะกลับมาสู่สภาวะปกติ ถือว่าเป็นวัฏจักร ในฐานะผู้บริโภคอย่าไปวิตกกังวลเกินไป ไม่ว่าอย่างไร ไข่ไก่ ก็เป็นแหล่งโปรตีนคุณภาพดีที่ผู้บริโภคสามารถเข้าถึงในราคาที่จับต้องได้ หากได้รับผลกระทบจริงๆ ในช่วงที่ไข่ปรับราคาสูงขึ้นเราก็อาจจะกินน้อยลง หรือหาโปรตีนอย่างอื่นกินทดแทน เช่น เนื้อไก่ เนื้อปลา เป็นต้น

ราคาไข่จะขึ้นหรือลง กลับไม่ใช่สาเหตุที่คนไทยกินไข่น้อยกว่าคนเชื้อชาติอื่นๆ จากข้อมูลกลุ่มวิจัยเศรษฐกิจการปศุสัตว์ กรมปศุสัตว์ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พบว่า ปี พ.ศ. 2563 คนไทยมีอัตราการบริโภคไข่ไก่เฉลี่ยเพียง 223 ฟองต่อคนต่อปี ซึ่งต่ำกว่าประเทศจีนที่มีการบริโภค 399 ฟองต่อคนต่อปี ญี่ปุ่น 345 ฟองต่อคนต่อปี และมาเลเซีย 314 ฟองต่อคนต่อปี นั่นเพราะส่วนหนึ่งคนไทยมีความเชื่อว่ากินไข่แล้วทำให้คอเลสเตอรอลสูง ซึ่งความเชื่อนี้ฝังลึกอยู่กับคนไทยมานานหลาย 10 ปี ในขณะที่ ต่างชาติส่วนใหญ่ไม่ได้สนใจประเด็นนี้กันแล้ว เพราะยังไม่มีงานวิจัยชิ้นใดที่ระบุว่าการที่คนกินไข่ในปริมาณมากแล้วส่งผลให้มีคอเลสเตอรอลสูง

ดร. สง่า กล่าวเพิ่มเติมว่า สาเหตุที่แท้จริงของคอเลสเตอรอลสูงมาจากพฤติกรรมการใช้ชีวิตที่ไม่เหมาะสม เช่น กินอาหารที่มีไขมันสูง มีรสชาติหวานจัด มันมาก กินแป้งเยอะ กินผักผลไม้น้อย และไม่ได้ออกกำลังกาย หากลองพิจารณาในอีกมุมหนึ่งจะพบว่า ไข่ คือสุดยอดของอาหาร เป็นวัตถุดิบที่อยู่คู่ครัวคนไทยมายาวนาน เป็นแหล่งโปรตีนคุณภาพดี ในไข่ 1 ฟองอัดแน่นด้วยคุณค่าทางโภชนาการ ราคาเข้าถึงง่าย สามารดัดแปลงนำไปใช้ประโยชน์ได้หลากหลายเมนู ที่สำคัญเก็บไว้ได้นานแต่ต้องเก็บอย่างถูกวิธี

กรมอนามัย แนะนำว่า เด็กตั้งแต่ 1 ขวบจนถึงผู้สูงอายุ ถ้าร่างกายปกติไม่มีโรคประจำตัว ไม่อ้วน ไขมันไม่สูง กินไข่ได้วันละฟอง ควบคู่กับการกินอาหารให้หลากหลาย ควรกินโปรตีนจากแหล่งอื่น สลับกับการกินไข่ กรณีที่ผู้บริโภคบางกลุ่มมีคอเลสเตอรอลสูง ไขมันเกิน มีภาวะอ้วน สามารถกินไข่ได้ตามที่หมอแนะนำหรือสัปดาห์ละ 3-4 ฟอง ทั้งหมดนี้คือ หลักการง่ายๆ ของการกินไข่

นอกจากนี้ ดร. สง่า เผยเคล็ดลับ 5 ข้อ กินไข่อย่างฉลาดได้คุณค่าสารอาหารครบ ช่วยให้มีสุขภาพดี ดังนี้

1) กินไข่สุก อย่ากินไข่ดิบหรือไข่สุกๆดิบๆ เพราะไข่ดิบเชื้อโรคอาจจะเข้าไปทางรูเปลือกไข่และปนเปื้อนอยู่ในไข่ขาว เช่น อีโคไล ซัลโมเนลลา เชื้อไข้หวัดนก กินไข่สุกดีที่สุด เพราะร่างกายจะนำไข่ไปใช้ประโยชน์ได้ดีกว่าไข่ดิบ แต่ถ้าจะกินไข่ลวกควรทำให้ไข่ขาวสุกเป็นสีขาว ไข่แดงเป็นยางมะตูม

2) เวลากินไข่ให้กินกับผัก อย่ากินไข่เดี่ยวๆ เพราะจะได้ไฟเบอร์หรือใยอาหารไปช่วยดูดซึมคอเลสเตอรอลส่วนหนึ่งออกจากร่างกาย

3) เน้นกินไข่ต้มหรือไข่ตุ๋น มากกว่าไข่เจียวหรือไข่ดาว เพราะให้พลังงานต่างกันเยอะ ไข่ต้ม 1 ฟองให้พลังงานเพียง 70 กิโลแคลอรี่ ไข่ดาว 1 ฟองให้พลังงาน 120 กิโลแคลอรี่ ไข่เจียวฟูที่นิยมกินให้พลังงาน 240 กิโลแคลอรี่ นอกจากนี้ยังส่งผลต่อผู้ที่ต้องการลดน้ำหนักอีกด้วย

4) กินไข่แล้วหลีกเลี่ยงอาหารที่มีแคลอรี่สูง กินไข่แล้วควรหลีกเลี่ยงปลาหมึก หมูสามชั้น อาหารมันๆ เพราะเราได้ไขมันจากไข่ระดับหนึ่งแล้ว

5) กินไข่แล้วต้องออกกำลังกาย หากทำได้ทั้ง 5 ข้อแล้ว มั่นใจได้ว่าสุขภาพจะ แข็งแรง สุขกาย สุขใจ ห่างไกลโรคได้แน่นอน

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

เปิดเคล็ดลับการบูชา ‘ท้าวเวสสุวรรณ’ ให้ได้ผล มีโชคลาภ บันดาลทรัพย์ให้ร่ำรวย

Posted on February 16, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/635822

เปิดเคล็ดลับการบูชา 'ท้าวเวสสุวรรณ' ให้ได้ผล มีโชคลาภ บันดาลทรัพย์ให้ร่ำรวย

วันอังคาร ที่ 15 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2565, 19.52 น.

“ท้าวเวสวัณ” หรือ “ท้าวเวสสุวรรณ” หรือในภาษาพราหมณ์เรียกว่า “ท้าวกุเวร” ถ้าในพระพุทธศาสนาจะเรียก “ท้าวไพสพ” เป็นเทพเจ้าแห่งยักษ์ เป็นอธิบดีแห่งอสูร หรือเจ้าแห่งภูตผีปีศาจทั้งหลาย โดยท้าวเวสสุวรรณ เป็นหนึ่งในท้าวจตุโลกบาลทั้ง 4 ผู้คุ้มครองดูแลโลกมนุษย์ สถิตอยู่บนสวรรค์ชั้นจาตุมหาราชิกา ประทับทางทิศเหนือมีอสูร รากษส และภูตผีปีศาจเป็นบริวาร 

ว่ากันว่าอาณาเขตที่ท้าวเวสสุวรรณ ปกครองนั้นใหญ่มหาศาลมากและท้าวเวสสุวรรณยังเป็นหัวหน้าของท้าวจตุโลกบาลทั้ง 4 อันประกอบไปด้วย “พระอินทร์” (ท้าวธตรฐ) ปกครองโลกด้านทิศตะวันออก, “พระยม” (ท้าววิรุฬหก) ปกครองโลกด้านทิศใต้ และ “พระวรุณ” (ท้าววิรูปักษ์) ปกครองโลกด้านทิศตะวันตก และเพราะ ท้าวเวสสุวรรณ เป็นเจ้าแห่งอสูร ทรงอิทธิฤทธิ์อานุภาพมาก

คนไทยโบราณนิยมนำผ้ายันต์รูปยักษ์ผูกไว้ที่หัวเตียงเด็กเพื่อป้องกันวิญญาณชั่วร้ายไม่ให้มารังควานแก่เด็ก ท้าวกุเวรองค์นี้มีกล่าวถึงในอาฏานาฏิยปริตรว่านำเทวดาในสวรรค์ชั้นจาตุมหาราชิกามาเข้าเฝ้าพระพุทธเจ้า และได้ถวายสัตย์ที่จะดูแลพระพุทธเจ้าและเหล่าสาวกไม่ให้ยักษ์หรือบริวารอื่น ๆ ของท้าวจตุโลกบาลไปรังควาน

ท้าวกุเวร หรือท้าวเวสสุวรรณนั้น ส่วนมากเราจะพบเห็นในรูปลักษณ์ของยักษ์ยืนถือกระบองยาวหรือคทา (ไม้เท้าเป็นรูปกระบอง) กันซะส่วนใหญ่ แต่แท้ที่จริงแล้ว ยังมีรูปเคารพของท่านในรูปของชายนั่งในท่า มหาราชลีลา มีลักษณะอันโดดเด่นคือ พระอุระพลุ้ยอีกด้วย กล่าวกันว่าผู้มีอาชีพสัปเหร่อ หรือมีอาชีพประหารชีวิตนักโทษ มักพกพารูปท้าวท้าวเวสวัณ สำหรับคล้องคอเพื่อเป็นเครื่องรางของขลัง ป้องกันภัยจากวิญญาณร้ายที่จะเข้ามาเบียดเบียน

ในภายหลังภาพลักษณ์ของท้าวกุเวรที่ปรากฏในรูปของชายพุงพลุ้ยเป็นที่เคารพนับถือ ในความเชื่อว่าเป็นเทพแห่งความร่ำรวย แต่ท้าวกุเวรในรูปของท้าวเวสวัณซึ่งมาในรูปของยักษ์เป็นที่เคารพนับถือว่า เป็นเครื่องรางของขลังป้องกันภูติผีปีศาจ นอกจากนี้ยังมีกล่าวว่า ท้าวเวสวัณยังมีกายสีเขียว สัณฐานสูง 2 คาวุต ประมาณ 200 เส้น มีอาวุธเป็นกระบอง มีพาหนะ ช้าง ม้า รถ บางทีปราสาท อาภรณ์มงกุฎประดับรูปนาค ดำรงอิสริยศเป็นเจ้าแห่งยักษ์ มีบริวารแสนโกฏิ ถือโล่แก้วประพาฬ หอกทอง

ในประเทศไทยมีคติการบูชาท้าวเวสวัณอีกรูปแบบหนึ่ง โดยเรียกเทพเจ้าองค์นี้ว่า พระไพศรพณ์ ตามนามในภาษาสันสกฤต ไวศฺรวณ มือขวาถือตะบอง มือซ้ายยกเสมอหน้าอกแสดงการห้ามปรามมิให้ (เทวดา) ทำผิด เนื่องจากมีหน้าที่รักษาความเรียบร้อยยุติธรรมในสวรรค์ ถูกนำมาเป็นสัญลักษณ์ของอัยการมานาน คาดว่าตั้งแต่แรกตั้งกรมอัยการเมื่อกว่า 100 ปีมาแล้วเนื่องจากยกกระบัตร (ชื่อเรียกอัยการในสมัยโบราณ) หรืออัยการในปัจจุบันก็มีหน้าที่รักษาความยุติธรรมและกฎหมายเช่นเดียวกับหน้าที่ของพระไพศรพณ์ในสวรรค์ แต่ยังตรวจไม่พบหลักฐานว่าได้มีประกาศเป็นทางการให้ใช้รูปพระไพศรพณ์เป็นเครื่องหมายราชการของอัยการตั้งแต่เมื่อใด

มีความเชื่อกันว่า ผู้ใดห้อยบูชาท้าวเวสสุวรรณ จะบังเกิดโชคลาภมากมาย ร่ำรวยเงินทอง มีกินมีใช้ไม่ขาดแก้ปีชง เสริมปีชง เทพแห่งปีชง ป้องกันภัยจากสิ่งที่มองเห็นและมองไม่เห็น ป้องกันภูติ ผีวิญญาณต่างๆไม่กล้ามาทำอันตรายใดๆให้กับคนในครอบครัว ในร้านนั้นๆ เพราะภูติผีปีศาจ ยักษ์ เป็นบริวารท้าวเวสสุวรรณ คนมีลูกเพิ่งคลอด หรือมีเด็กเล็ก มักนิยมบูชาท้าวเวสสุวรรณ ตั้งไว้ตรงที่เด็กนอนหลับ เพราะมีความเชื่อว่าภูติผีปีศาจจะไม่กล้ามารบกวนเด็ก เพราะท้าวเวสสุวรรณเป็นผู้ปกครองแห่งภูติผีปีศาจนั่นเอง จึงแนะนำคนที่มีลูกอ่อน ลูกเล็ก หากชอบร้องไห้ตอนกลางคืน ไม่หลับไม่นอนเหมือนมีอะไรมารบกวนเด็ก และยังสามารถกันภูติผีปีศาจคุณไสย์มนต์ดำได้หมด

ในตำราโบราณได้กล่าวไว้ว่าผู้ใดต้องการ ความเจริญในลาภยศ ทรัพย์สินเงินทอง อำนาจวาสนา สูงสุดทางมหาเศรษฐีมีทรัพย์ ลาภยศ สรรเสริญสุข ไหลมาไม่ขาดสาย และขจัด ภูตผีปีศาจ สิ่งอัปมงคลไม่กล้าเข้ามารบกวน และช่วยบันดาลโชคลาภโภคทรัพย์ให้แก่ผู้บูชา 

สำหรับคาถาบูชาท้าวเวสสุวรรณ ผู้ใดหวังความเจริญในลาภยศ ทรัพย์สินเงินทอง อำนาจวาสนา ให้บูชารูป องค์ท้าวเวสสุวรรณ หรือ ท้าวกุเวร ตามคาถาบูชาต่อไปนี้

ตั้งนะโม 3 จบ จากนั้นก็ท่อง อิติปิโสภะคะวา ยมมะราชาโน ท้าวเวสสุวรรณโณมรณังสุขัง อะหังสุคะโต นะโมพุทธายะท้าวเวสสุวรรณโณ จตุมหาราชิกา ยักขะพันตา ภัทภูริโตเวสสะ พุสะ พุทธัง อะระหัง พุทโธ ท้าวเวสสุวรรณโณ นะโมพุทธายะ 

ส่วนเคล็ดลับการบูชาท้าวเวสสุวรรณ ให้ได้ผล มีโชคมี ลาภ และบันดาลทรัพย์ให้ร่ำรวยได้นั้นมีขั้นตอนปฎิบัติดังนี้ 

1.จุดสักการะธูป 9 ดอก และถวายดอกกุหลาบ 9 ดอก

2.นะโม ตัสสะ ภะคะวะโต อะระหะโต สัมมาสัมพุทธัสสสะ (ตั้งนะโม 3 จบ)

3.ระลึกถึงคุณบิดา มารดา และครูบาอาจารย์ ทั้งหลาย ที่ประสิทธิประสาทวิชามาแล้วระลึกถึง พระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ 

4.ท่องคาถาท้าวเวสสุวรรณดังนี้ “อิติปิ โส ภะคะวา ยมมะราชาโน ท้าวเวสสุวรรณโณ มะระณัง สุขัง อะหัง สุคะโต นะโม พุทธายะ ท้าวเวสสุวรรณโณ จาตุมะหาราชิกา ยักขะพันตาภัทภูริโต เวสสะ พุสะ พุทธัง อะระหัง พุทโธ ท้าวเวสสุวรรณโณ นะโม พุทธายะ”

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

BamBam Family

BamBam Family

สถิติบล็อก

  • 3,289,586 hits

Join 4,077 other subscribers
Follow SootinClaimon.Com on WordPress.com

Categories

Top Posts & Pages

ดี๊ด๊า...นารีสโมสร รสละมุน กองหนุนรัฐนาวา #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย
9 เทคนิคลดน้ำหนักแบบยั่งยืนที่สาวหลัก 4 ต้องรู้
ข้าราชการดีเด่น (3)
Phuket hospitals facing costly losses for treating uninsured foreigners
TMB starts smart service  for portfolio management
Young daughter feared rape by sexually abusive repairmen, says mother #SootinClaimon.Com
น้ำตาจะไหล! 'ลุงฉลอง'วัย60 เก็บเงิน3แสนส่งคืนเจ้าของ #SootinClaimon.Com
Grand Opening W22 Hotel by Burasari
'ชนิสราฟาร์ม' ตัวอย่างเกษตรกร Contract Farming สร้างอาชีพมั่นคงด้วยสองมือ
ข่าวปลอม.. กินอาหารค้างคืน ที่นำไปอุ่นซ้ำ ทำให้เป็นโรคมะเร็ง #SootinClaimon.Com

Recent Posts

  • นายกฯ เนปาลกล่าวต่อที่ประชุมยูเอ็น น้ำท่วมครั้งใหญ่เป็น “สัญญาณเตือนโลก” ถึงภัยจากโลกร้อน
  • Amazon ลุยส่งพัสดุด้วยโดรน เร็วสุด 30 นาที แต่ชาวบ้านโอดเสียงดังรบกวน
  • นักวิจัยสงสัยการติดเชื้อแบคทีเรียเป็นสาเหตุลูกวาฬหลายร้อยตัวตายเกยตื้นในอาร์เจนตินา
  • ปธน.อิหร่าน เปิดใจกับสื่อเผย สหรัฐฯ ต้องเลือกเองว่าจะยุติสงครามหรือไม่ ลั่นพร้อมเจรจา
  • ส่อง 5 ประเด็น “ทรัมป์-สี จิ้นผิง” พบกันที่วอชิงตัน พักศึกการค้า แต่ปมใหญ่ยังไม่จบ

ป้ายกำกับ

  • 2559(2016)
  • entertain
  • lady
  • naewna
  • The Nation
  • การเมือง
  • ต่างประเทศ
  • บันเทิง
  • ผู้หญิง
  • แนวหน้า
  • RSS - Posts
  • RSS - Comments

Archives

Follow Us

  • https://soclaimon.tumblr.com/
  • https://www.facebook.com/soclaimon
  • https://www.instagram.com/sootinclaimon/
  • https://www.facebook.com/SootinClaimon/
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100001170824639
  • https://www.facebook.com/pompam.pp
  • https://www.facebook.com/toraman666
  • https://www.facebook.com/apich214
  • https://www.facebook.com/samabat.klaimon
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100005312762480
  • https://www.facebook.com/jirasuda.manomaiyanon
  • https://www.facebook.com/eikpakkred
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100003091451547
Blog at WordPress.com.
  • Subscribe Subscribed
    SootinClaimon.Com
    Join 1,631 other subscribers

    Have a WordPress.com account? Log in now.

  • SootinClaimon.Com
    View site in Reader
    Manage subscriptionsSign upLog in
    Report this content
    Collapse this bar
Loading Comments...
%d