Skip to primary content
Skip to secondary content

SootinClaimon.Com

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย2 [SartKasetDinPui2] : รวบรวม ข้อมูล เศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม เกษตร ดิน น้ำ ปุ๋ย

SootinClaimon.Com

Main menu

  • Home
  • KU23-2506
  • ข้อคิดความเห็น
  • ตระกูลคล้ายมนต์
  • ผมเองครับ
  • ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย1

Tag Archives: ข่าว Like สาระ

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

แม่น้ำยมพิจิตรแห้งขอดเกษตรกรต้องย้ายควายไปหาแหล่งน้ำที่พอมีเหลือให้ควายกิน

Posted on February 10, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/634548

แม่น้ำยมพิจิตรแห้งขอดเกษตรกรต้องย้ายควายไปหาแหล่งน้ำที่พอมีเหลือให้ควายกิน

วันพฤหัสบดี ที่ 10 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2565, 12.17 น.

น้ำในแม่น้ำยมที่พิจิตรลดระดับลงจนแห้ง โรงสูบน้ำพลังไฟฟ้าต้องหยุดเดินเครื่องสูบน้ำช่วยนาข้าว เนื่องจากน้ำไม่เพียงพอ เกษตรกรต้องย้ายที่เลี้ยงควายพาไปหาแหล่งน้ำที่เหลือติดในแม่น้ำยม วอนหน่วยงานชลประทานเร่งระบายน้ำลงมาช่วยเกษตรกรในแม่น้ำยมด้วย

วันที่ 10 ก.พ.65 ปริมาณน้ำในแม่น้ำยมที่ไหลผ่านจังหวัดพิจิตร ปัจจุบันมีสภาพแห้งขอดจนเห็นพื้นทรายในท้องแม่น้ำตลอดของแม่น้ำยมที่ไหลผ่าน ส่งผลทำให้โรงสูบน้ำด้วยพลังงานไฟฟ้า ในตำบลกำแพงดิน อำเภอสามง่าม จังหวัดพิจิตร ที่มีอยู่จำนวน 13 แห่งที่ดำเนินการสูบน้ำจากแม่น้ำยมขึ้นมาเพื่อช่วยชาวนาด้านฝั่งตะวันตกของแม่น้ำยม ต้องหยุดเดินเครื่องสูบน้ำตลอดช่วงฤดูแล้ง เนื่องจากปริมาณน้ำเหลือไม่เพียงพอที่จะสูบขึ้นมา

ขณะที่เกษตรกรผู้เลี้ยงกระบือ (ควาย) ในพื้นที่หมู่ 11 บ้านวังปลาทู ตำบลกำแพงดิน อำเภอสามง่าม จังหวัดพิจิตร นำกระบือที่เลี้ยงไว้จำนวน 13 ตัวลงเล่นน้ำในแอ่งน้ำที่เหลือเพียงแอ่งเล็กที่เหลือเพียงติดแม่น้ำ หลังจากน้ำในกลางทุ่งการเกษตรนาข้าวได้แห้งขอดลงจนทำให้เกษตรกร ต้องย้ายมาหาแหล่งน้ำทำการเลี้ยงซึ่งส่งผลกระทบกับเกษตรกรผู้เลี้ยงกระบือ เนื่องจากคาดว่าแอ่งน้ำที่มีอยู่จะแห้งลงก่อนถึงฤดูฝนนี้

โดยนายวิศิษฐ์ ปานแย้ม เกษตรกรผู้เลี้ยงกระบือ กล่าวว่า ปกติจะเลี้ยงกระบือ ในกลางทุ่งนา แต่ด้วยเนื่องจากไม่มีแหล่งน้ำธรรมชาติในกลางทุ่งนาสำหรับเลี้ยงจึงต้องย้ายนำมาเลี้ยงในแม่น้ำยม ที่ยังพอเหลือน้ำให้กระบือนอนปลักน้ำ โดยน้ำที่มีอยู่ในแม่น้ำยมคาดว่าจะแห้งลง จึงวอนให้หน่วยงานโดยเฉพาะสำนักงานชลประทานได้ระบายน้ำลงแม่น้ำยม ช่วยเกษตรกรชาวนา และเกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์ได้มีน้ำทำการเกษตรจนให้ถึงฤดูฝน

สำหรับแม่น้ำยมที่ไหลผ่านพื้นที่ 4 อำเภอ คือ อำเภอสามง่าม โพธิ์ประทับช้าง บึงนาราง และอำเภอโพทะเล ของจังหวัดพิจิตร ซึ่งมีระยะทาง 124 กิโลเมตร ปริมาณน้ำเริ่มลดลงจนเหลือน้อย กรมชลประทานได้ให้โรงสูบน้ำพลังไฟฟ้าที่อยู่ในเขตแม่น้ำยมหยุดการสูบน้ำจากแม่น้ำยมตลอดช่วงฤดูแล้งจนกว่าจะถึงฤดูฝนเพื่อรักษาระบบนิเวศทางน้ำและให้ประชาชนได้ใช้น้ำอุปโภคบริโภคแทนการสูบน้ำขึ้นมาทำการเกษตรโดยเฉพาะนาข้าว – 003 

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

หวิดลงจานข้าว! หนุ่มช่างไดนาโมผงะกำลังกินข้าวกระสุนปริศนาทะลุฝ้าเพดานตกใส่

Posted on February 10, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/634542

หวิดลงจานข้าว! หนุ่มช่างไดนาโมผงะกำลังกินข้าวกระสุนปริศนาทะลุฝ้าเพดานตกใส่

วันพฤหัสบดี ที่ 10 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2565, 11.43 น.

หนุ่มช่างไดนาโมกำลังนั่งกินข้าวกับแกงน้ำเคยกระสุนปริศนาทะลุฝ้าเพดานตกใส่หวิดลงจานข้าว ตำรวจคาดน่าจะเป็นฝีมือของคนที่ประกอบมงคลพิธีบางอย่าง

เมื่อเวลา 09.00 น.วันที่ 10 ก.พ.65 พ.ต.ท.ธนาธร พันธุ์ชู สารวัตรสอบสวน สภ.เมืองนครศรีธรรมราช ได้รับแจ้งเหตุกระสุนปืนตกในบ้านประชาชนจึงเดินทางไปตรวจสอบ เหตุเกิดที่บ้านเลขที่ 165/7 ถนนชลประทานสี่ขวา ต.โพธิ์เสด็จ อ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช เปิดเป็นร้านซ่อมไดนาโมตรวจสอบทางเดินหน้าห้องนอนพบหัวกระสุนสีเงินไม่ทราบชนิดตกอยู่ 1 หัว ส่วนฝ้าเพดานมีรอยกระสุนทะลุ 1 รู จึงถ่ายภาพพร้อมเก็บหัวกระสุนเพื่อตรวจสอบชนิด 

จากการสอบสวนนายธงชัย สมประสงค์ อายุ 50 ปี เจ้าของบ้าน ให้การว่า ตนเช่าบ้านเกิดเหตุเปิดเป็นร้านซ่อมไดนาโม ก่อนเกิดเหตุตนกำลังนั่งกินข้าวกับแกงน้ำเคยเป็นมื้อเช้าก่อนทำงาน กระทั่งกินข้าวไปได้ 3 – 4 คำ กระสุนปริศนาทะลุฝ้าเพดานลงบนพื้นห่างจากตนไม่ถึง 1 เมตร โชคดีที่ทิศทางหัวกระสุนไม่ตรงกับโต๊ะกินข้าว ไม่เช่นนั้นตนคงได้รับบาดเจ็บแน่นอน ซึ่งทางตำรวจจะตรวจสอบชนิดหัวกระสุนพร้อมสืบสวนหามือยิง อย่างไรก็ตาม เบื้องต้นคาดว่าน่าจะเป็นฝีมือคนยิงหลังประกอบมงคลพิธีบางอย่างเนื่องจากวันนี้เชื่อว่าเป็นวันมงคล – 003

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ไรเดอร์ใจสู้! เมื่อลูกค้าสั่งพวงมาลัย เดินขึ้นเขาวงพระจันทร์ไปส่งถึงที่

Posted on February 10, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/634535

ไรเดอร์ใจสู้! เมื่อลูกค้าสั่งพวงมาลัย เดินขึ้นเขาวงพระจันทร์ไปส่งถึงที่

วันพฤหัสบดี ที่ 10 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2565, 11.01 น.

ไรเดอร์ใจสู้! เมื่อลูกค้าสั่งพวงมาลัย เดินขึ้นเขาวงพระจันทร์ไปส่งถึงที่

เป็นช่วงที่หลายคนพากันเดินขึ้นไปพิชิต 3,790 ขั้น เพื่อนมัสการรอยพระพุทธบาท ประจำปี 2565 ล่าสุด สิ่งที่ไม่คาดคิดเมื่อพบว่ามีผู้ใช้ิต๊กต๊อกชื่อ chompoholic5 เผยคลิปนาทีบังเอิญพบไรเดอร์ฟู้ดแพนด้ากำลังก้มหน้าก้มตาเดินขึ้นบันได 

เมื่อสอบถามจึงทราบว่า มีลูกค้าสั่งพวงมาลัยเพื่อขึ้นไปไหว้พระ ด้วยค่าจ้าง 180 บาท 

” นี่เรื่องจริงป่ะเนี่ย มีคนสั่งพวงมาลัยจากขึ้น #เขาวงพระจันทร์ 3,790ขั้น พอดีถ่ายคลิปหันไปเจอพอดี “

https://www.tiktok.com/embed/v2/7062684163467431194?lang=th-TH

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ไขที่มา‘หินภูเขาไฟ’โผล่ชายฝั่งอ่าวไทย ยันไม่กระทบสัตว์น้ำในทะเล

Posted on February 10, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/634530

ไขที่มา‘หินภูเขาไฟ’โผล่ชายฝั่งอ่าวไทย ยันไม่กระทบสัตว์น้ำในทะเล

วันพฤหัสบดี ที่ 10 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2565, 10.18 น.

ไขที่มา‘หินภูเขาไฟ’โผล่ชายฝั่งอ่าวไทย ยันไม่กระทบสัตว์น้ำในทะเล

10 กุมภาพันธ์ 2565 ดร.ธรณ์ ธำรงนาวาสวัสดิ์ ผู้เชี่ยวชาญด้านนิเวศน์ทางทะเล และรองคณบดี คณะประมง มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัว “Thon Thamrongnawasawat” มีเนื้อหาดังนี้…

“หินภูเขาไฟลอยเข้ามาที่ชายฝั่งอ่าวไทยตอนล่าง (นคร สงขลา ปัตตานี นราธิวาส) พบอยู่ตามหาดทรายบางแห่ง

กรมทรัพยากรทางทะเลตรวจสอบแล้ว พบว่าเป็นหินมีรูพรุน สีเทา น้ำหนักเบา ลอยน้ำได้ ขนาด 0.3-3 เซนติเมตร น่าจะเป็นหินพัมมิช (Pumice) หรือหินภูเขาไฟ

คำถามน่าสนใจ มาจากไหน ? เพราะในอ่าวไทยไม่มีภูเขาไฟ

เมื่อผมลองเช็คข้อมูลการระเบิดทั่วโลกในช่วงผ่านมา อาจเป็นไปได้ว่ามาจากอินโดนีเซียที่มีการระเบิดหลายแห่งในช่วงที่ผ่านมา

(ตองกาอยู่ไกลและระยะเวลาสั้นเกินไปที่จะมาถึงบ้านเราครับ)

หินแบบนี้ลอยน้ำได้ไกล และลอยรวมอยู่เป็นแพ เมื่อลมจากทะเลจีนใต้พัดเข้าหาฝั่ง จึงเข้ามาพร้อมกันเป็นจำนวนมาก

เนื่องจากหินลอยอยู่บนผิวน้ำ และไม่ได้แตกตัวละลายลงไปในน้ำ จึงไม่น่าจะมีผลกระทบกับสัตว์น้ำในทะเลหรือตามพื้นท้องทะเล

เมื่อหินมากองบนฝั่ง อาจมีผลต่อสัตว์ขนาดเล็กบนชายหาดบ้าง แต่คงไม่มากเท่าไหร่

สำหรับกิจกรรมผู้คนชายฝั่ง เช่น ประมง เดินเรือ คงไม่ได้รับผลกระทบมากมาย เพราะไม่ได้มีเต็มทะเล

นำมาให้เพื่อนธรณ์ดูเพราะนานๆ มาสักครั้ง ไม่ต้องตระหนกตกใจ ไม่ได้เป็นสัญญานบอกเหตุใดๆ เพราะภูเขาไฟระเบิดไปนานแล้วหินถึงลอยมาถึงบ้านเรา

อ่าวไทยไม่มีภูเขาไฟ ใกล้สุดต้องไปทางอินโดนีเซีย หากเกิดอะไรขึ้น คลื่นสึนามิใช้เวลาหลายชั่วโมงกว่าจะมาถึงบ้านเรา และคงมีขนาดไม่ใหญ่นักครับ”

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

‘บำนาญพื้นฐานแห่งชาติ’ ข้อเสนอ‘กมธ.สวัสดิการสังคมฯ’

Posted on February 10, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/634458

‘บำนาญพื้นฐานแห่งชาติ’  ข้อเสนอ‘กมธ.สวัสดิการสังคมฯ’

วันพฤหัสบดี ที่ 10 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2565, 06.00 น.

เรียกว่าเป็นเรื่องที่สังคมวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักกับกรณี “สภาล่ม” ซึ่งบรรดานักการเมืองตลอดจนกองเชียร์ทั้งฝ่ายค้านและฝ่ายรัฐบาลต่างก็กล่าวหาอีกฝ่ายว่าเป็นต้นเหตุ แต่ไม่ว่าอย่างไรก็ตาม ทุกครั้งที่สภาล่ม เท่ากับประชาชนเสียโอกาสในการที่จะมีกฎหมายใหม่ๆ หรือแก้ไขกฎหมายเดิมที่มีอยู่แล้วเพื่อนำไปสู่คุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น เพราะนั่นเป็นกระบวนการที่ต้องผ่านสภาผู้แทนราษฎร แต่เมื่อสภาล่ม การพิจารณาก็ต้องเลื่อนออกไป ประชาชนผู้มีส่วนได้-เสียก็ต้องรอต่อไปเช่นกัน

ดังกรณีของ “บำนาญพื้นฐานแห่งชาติ” ที่เดิมมีวาระพิจารณารายงานซึ่งจัดทำโดย คณะกรรมาธิการ (กมธ.)การสวัสดิการสังคม สภาผู้แทนราษฎร เมื่อวันศุกร์ที่ 4 ก.พ. 2565 แต่จากเหตุการณ์สภาล่ม ทำให้ต้องเลื่อนมาเป็นวันพฤหัสบดีที่ 10 ก.พ. 2565 (ซึ่งก็หวังว่าสภาจะไม่ล่มจนต้องเลื่อนอีก) โดยประเด็นนี้ ภาคประชาชนนำโดย เครือข่ายประชาชนเพื่อรัฐสวัสดิการ พยายามผลักดันตลอดหลายปีที่ผ่านมา

รายงานฉบับนี้เริ่มต้นด้วยสภาพปัญหาของสังคมไทย “ในประเทศไทยมีการสร้างหลักประกันด้านรายได้ยามชราภาพให้กับประชากรวัยแรงงานที่ยังไม่ครอบคลุม โดยระบบบำนาญในภาพรวมยังมีลักษณะเป็นระบบบำนาญบนพื้นฐานของอาชีพ เช่น ข้าราชการ พนักงานรัฐวิสาหกิจ พนักงานบริษัทเอกชน แต่นอกเหนือจากนี้ยังไม่มีหลักประกันด้านรายได้ยามชราภาพ” โดยเฉพาะ “แรงงานนอกระบบ” ซึ่งมีถึง 21.1 ล้านคน หรือร้อยละ 55.3 ของจำนวนผู้มีงานทำทั้งหมด ส่วนใหญ่มีอาชีพเกษตรกรรมและรับจ้าง

แรงงานกลุ่มดังกล่าวเมื่อถึงวัยเกษียณ อาจไม่มีรายได้เพียงพอต่อการยังชีพ เพราะจะเหลือรายได้จากเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุเพียงทางเดียว โดยได้ตามขั้นบันได เช่น 600 บาทต่อเดือน เมื่ออายุ 60-69 ปี, 700 บาทต่อเดือน เมื่ออายุ 70-79 ปี,800 บาทต่อเดือน เมื่ออายุ 80-89 ปี และ 1,000 บาทต่อเดือน เมื่ออายุ 90 ปีขึ้นไป ทำให้ต้องพึ่งพาการสนับสนุนจากครอบครัวหรือกลุ่มออมทรัพย์ซึ่งก็มีความไม่แน่นอน

ทั้งนี้ ระบบบำเหน็จบำนาญของประเทศไทยในปัจจุบัน แบ่งเป็น 3 รูปแบบ คือ 1.สวัสดิการขั้นพื้นฐาน ใช้งบประมาณจากภาษีประชาชน ปัจเจกบุคคลไม่ต้องมีส่วนร่วมสมทบ เช่น บำเหน็จบำนาญข้าราชการแบบเดิม เบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ2.การออมภาคบังคับ ปัจเจกบุคคลหักรายได้ส่วนหนึ่งของตนเองสมทบร่วมกับงบประมาณของรัฐ เช่น กองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (กบข.) กองทุนประกันสังคม (มาตรา 33)และ 3.การออมภาคสมัครใจ เช่น กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ กองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ กองทุนประกันสังคม (มาตรา 40)

ผลการศึกษาสนับสนุนให้แก้ไขกฎหมายเดิมที่มีอยู่คือ พ.ร.บ.ผู้สูงอายุ พ.ศ.2546 โดยระบุว่า “ให้ยกเลิกการจ่ายเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุแล้วเปลี่ยนเป็นการจ่ายบำนาญพื้นฐานแทน” ซึ่งเป็นแนวทางที่ไม่ซับซ้อน สามารถดำเนินการได้ง่ายและรวดเร็ว อีกทั้งเป็นกฎหมายแม่บทในการคุ้มครอง ส่งเสริม และสนับสนุนผู้สูงอายุในเรื่องต่างๆ ให้เพิ่มขึ้น ขณะเดียวกัน การจ่ายเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุนั้นมี กรมกิจการผู้สูงอายุ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) รับผิดชอบอยู่แล้ว จึงไม่จำเป็นต้องจัดตั้งหน่วยงานและจัดสรรอัตรากำลังเพิ่มเติม

รวมถึง พ.ร.บ.ผู้สูงอายุ พ.ศ. 2546 ยังมีกองทุนผู้สูงอายุซึ่งเป็นแหล่งเงินงบประมาณที่มีกฎหมายและระเบียบรองรับอยู่แล้ว จึงสามารถจัดสรรงบประมาณเพิ่มเติมเพื่อรองรับระบบบำนาญพื้นฐานได้ทันที โดยสามารถแก้ไขเพิ่มเติมบทบัญญัติเกี่ยวกับอำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการผู้สูงอายุแห่งชาติ อำนาจหน้าที่ของกรมกิจการผู้สูงอายุ การเปลี่ยนแปลงสิทธิของผู้สูงอายุจากสิทธิได้รับเบี้ยยังชีพเป็นสิทธิได้รับบำนาญขั้นพื้นฐาน เพื่อสร้างหลักประกันด้านรายได้ที่เพียงพอไม่น้อยกว่าระดับรายได้ตามเส้นแบ่งความยากจน รวมทั้งการตั้งกองทุนและข้อกำหนดต่างๆ

ที่น่าสนใจอีกเรื่องคือ “สนับสนุนให้เป็นสิทธิที่ทุกคนพึงได้รับ แม้ประชาชนจะได้รับสวัสดิการบำนาญจากกองทุนการออมภาคบังคับอื่นแล้วก็ตาม” ทั้งนี้ ไม่รวมถึงสิทธิในการรับบำนาญจากกองทุนประกันสังคม กองทุนการออมแห่งชาติ และสิทธิในการรับเบี้ยความพิการ สำหรับสิทธิประโยชน์อื่นที่ประชาชนพึงได้รับนอกเหนือจากสิทธิที่ได้กล่าวมา ให้ประชาชนสามารถเลือกสิทธิที่ตนเองต้องการหรือเลือกสิทธิที่ดีกว่าได้

เช่น ข้าราชการที่ได้รับเบี้ยบำนาญอยู่แล้ว ก็ไม่ต้องเลือกรับสิทธิบำนาญพื้นฐานแห่งชาติ เพราะสิทธิข้าราชการบำนาญได้สูงกว่าสิทธินี้ เป็นต้น โดยคำนึงถึงประเด็นด้านความเสมอภาคและเท่าเทียม เพื่อเป็นเครื่องมือในการลดความเหลื่อมล้ำโดยเห็นว่าสวัสดิการด้านบำนาญเป็นสิทธิขั้นพื้นฐานที่ประชาชนทุกคนควรได้รับ เพื่อความมั่นคงด้านรายได้ที่เพียงพอในการดำรงชีพหลังการเกษียณอายุ

และคำถามสำคัญคือ “จะเอาเงินมาจากไหน?” รายงานฉบับนี้กล่าวถึงแหล่งรายได้ที่รัฐอาจนำมาใช้ เช่น ภาษีสรรพสามิต (เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ยาสูบ น้ำมันเชื้อเพลิง ยานยนต์) รายได้จากสลากกินแบ่งรัฐบาล ส่วนแบ่งค่าสัมปทาน ค่าธรรมเนียมใบอนุญาต ในกิจการสื่อสาร วิทยุ โทรทัศน์และคมนาคม ส่วนแบ่งรายได้จากค่าภาคหลวงตามกฎหมายว่าด้วยแร่ ส่วนแบ่งรายได้ค่าสัมปทาน ค่าภาคหลวง หรือค่าธรรมเนียมอื่นจากกิจการขุดเจาะน้ำมันหรือก๊าซธรรมชาติ ส่วนแบ่งค่าสัมปทาน ค่าใบอนุญาต ภาษี หรือค่าธรรมเนียมอื่นตามกฎหมายว่าด้วยการพนัน เป็นต้น

นอกจากนี้ ควรมีการศึกษาแนวทางการดำเนินนโยบายเกี่ยวกับระบบบำนาญพื้นฐานจากต่างประเทศ ที่มีการจัดเก็บ “ภาษีทางอ้อม” แบบอัตโนมัติจากการซื้อสิ่งของอุปโภค-บริโภคต่างๆ ในชีวิตประจำวัน โดยใช้เทคโนโลยีการชำระเงินแบบดิจิทัล และนำเงินที่ได้จากการหักภาษีดังกล่าวจัดเก็บเข้ากองทุนเพื่อการเกษียณอายุของแต่ละบุคคล เพื่อเป็นการกระตุ้นการใช้จ่ายของภาคประชาชนให้เพิ่มมากขึ้น

ผู้สนใจสามารถเข้าไปดาวน์โหลดรายงานฉบับเต็มได้ที่ลิงก์ https://dl.parliament.go.th/handle/lirt/588480 หรือค้นหาจากเว็บไซต์ “คลังสารสนเทศของสถาบันนิติบัญญัติ” https://dl.parliament.go.th โดยใช้คำค้นหา “รายงานการพิจารณาศึกษา เรื่อง แนวทางการเสนอกฎหมายบำนาญพื้นฐานแห่งชาติ ของคณะกรรมาธิการการสวัสดิการสังคม สภาผู้แทนราษฎร”

หมายเหตุ : คำว่า “แรงงานนอกระบบ” หมายถึงแรงงานที่ไม่ได้อยู่ในสถานประกอบการเอกชน และไม่ได้เป็นข้าราชการ จึงไม่มีสวัสดิการคุ้มครองในฐานะแรงงาน(เช่น สวัสดิการข้าราชการกรณีเป็นข้าราชการ สวัสดิการประกันสังคมมาตรา 33 กรณีเป็นพนักงานบริษัทเอกชน) ส่วนใหญ่เป็นอาชีพอิสระ (เช่น เกษตรกร แท็กซี่ มอเตอร์ไซค์รับจ้าง หาบเร่แผงลอย) ส่วนคำว่า “ภาษีทางอ้อม” หมายถึงภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT)

SCOOP@NAEWNA.COM

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, สกู๊ปแนวหน้า, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ลึกลับในสนามข่าว : 10 กุมภาพันธ์ 2565

Posted on February 10, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/634363

ลึกลับในสนามข่าว : 10 กุมภาพันธ์ 2565

วันพฤหัสบดี ที่ 10 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2565, 06.00 น.

nn…ตลอดหลายปีที่ผ่านมาในประเทศไทยยังมีสถิติเด็กจมน้ำสูงอย่างต่อเนื่องเป็นเรื่องเศร้าใจ น่าเป็นห่วงอย่างมากกับการสูญเสียของครอบครัว…วันก่อน “เสี่ยตือ” สมศักดิ์ ปริศนานันทกุลอดีต รมว.ศึกษาธิการ อดีต สส.อ่างทอง หลายสมัย ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ค จากข้อมูลของกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข พบว่า การจมน้ำตาย เป็นสาเหตุอันดับ 1 ของการเสียชีวิต เด็กไทย ที่อายุต่ำกว่า 15 ปี สูญเสียมากกว่าโรคร้าย ที่ติดต่อและไม่ติดต่อเสียอีก…“เสี่ยตือ” บอกว่าสระว่ายน้ำ “สวัสดิ์-สมใจ เลิศเจริญศิลป์” จึงเป็นแรงบันดาลใจที่จะใช้แก้ปัญหาเด็กนักเรียน ในโรงเรียนวัดนางใน ลูกแม่นางในทุกคน ไม่ให้เสียชีวิต จากการจมน้ำตาย แบบยั่งยืนและถาวร ตั้งเป้าหมายไว้ว่า “ลูกแม่นางในต้องว่ายน้ำเป็นทุกคน”….และถึงวันนี้ สระว่ายน้ำ “สวัสดิ์-สมใจ เลิศเจริญศิลป์” ได้สร้างเสร็จสมบูรณ์แล้ว สามารถใช้งานได้…ท่านผู้ว่าฯอ่างทอง “วีระศักดิ์ วิจิตร์แสงศรี” ศิษย์เก่า ของ แม่นางใน ได้กรุณาให้เกียรติ มาเป็นประธานเปิดสระว่ายน้ำแห่งนี้….นอกจากนี้กราบขอบพระคุณ พระโสภณปริยัติเมธี(วีระ วีรญาโณ ป.ธ.๘) เจ้าอาวาสวัดนางใน ที่ได้มีเมตตาอนุญาตให้สร้างสระว่ายน้ำในพื้นที่ของวัดและติดกับ “โรงเรียนวัดนางใน” เลย..นอกจากนี้ ขอกราบขอบคุณ มูลนิธิ“ก้าวที่กล้า”, ทีมงาน “สำนึกรักบ้านเกิด”และครอบครัวคุณ “สวัสดิ์-สมใจเลิศเจริญศิลป์” ที่สนับสนุนงบประมาณช่วยก่อสร้างสระว่ายน้ำแห่งนี้ จนแล้วเสร็จ ขอบพระคุณทุกฝ่ายที่ทำให้ “ลูกแม่นางใน” มีสระสอนว่ายน้ำ…สร้างทักษะชีวิตที่จะทำให้เด็กลูกแม่นางใน ปลอดภัยจากการจมน้ำตาย…น่าปลื้มใจแทนจริงๆ…เรื่องดีๆ แบบนี้อยากให้หลายๆ พื้นที่จังหวัดต่างๆ ได้มีการผลักดันสร้างสระว่ายน้ำ ส่งเสริมทักษะ ฝึกให้บรรดาเด็กๆรู้จักพื้นฐาน “การว่ายน้ำ” เพราะอย่างน้อยๆ ช่วยลดการสูญเสียจากการจมน้ำ เพื่อเด็กๆ เติบโตเป็นอนาคตของชาติที่มีคุณภาพต่อไปนะครับ..nn

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, ลึกลับในสนามข่าว, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, ลึกลับในสนามข่าว, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

‘เสี่ยปาน’ 30ล้านน้ำตาคลอเบ้าหลังหมอบอกอยู่ได้อีกไม่นานเผยเป็นโรคหัวใจมานานแล้ว

Posted on February 10, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/634439

'เสี่ยปาน' 30ล้านน้ำตาคลอเบ้าหลังหมอบอกอยู่ได้อีกไม่นานเผยเป็นโรคหัวใจมานานแล้ว

วันพุธ ที่ 9 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2565, 17.27 น.

เสี่ยปาน 30 ล้านน้ำตาคลอเบ้า เผยเป็นโรคหัวใจมานาน หมอเคยบอกจะอยู่ได้ไม่เกิน 1 ปี เชื่อเรื่องราวชาติปางก่อน เคยเจอวิญญาณผีโบราณที่เฝ้าคุ้มครองมาตั้งแต่เด็กบอก 23 ปีเจอกันจนมาถูกหวยรางวัลที่ 1 ตามที่ผีบอกจริงๆ เคยบวชและทำบุญให้เขาไปผุดไปเกิดแล้วแต่ก็ทำให้มีชีวิตของตนเองอาจสั้นลง เผยยังไม่อยากตายอยากจะมีชีวิตอยู่ให้นานกว่านี้ คิดถึงหน้าลูกชายทีไรน้ำตาจะไหลทุกที พอรู้ข่าวจะอยู่ได้อีกไม่นานตามที่หมอบอกตัดสินใจขายที่ทรัพย์สินทั้งหมด หากเป็นอะไรไปเขียนพินัยกรรมไว้หมดแล้ว พี่น้องและลูกชายน้องเกาลัด สบายแน่นอน

จากกรณีเสี่ยปาน 30 ล้านหรือนายยงยุทธ แก้วสวนจิก อายุ 45 ปีหนุ่มใหญ่ อ.หนองหาน จ.อุดรธานี ที่ดวงเฮงถูกลอตเตอรี่รางวัลที่ 1 งวดวันที่ 16 กันยายน 2558 หมายเลข 743148 จำนวน 5 ใบ กลายเป็นเศรษฐีทันที 30 ล้านบาทเมื่อ 6 ปีที่แล้ว และเมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมาพบ เสี่ยปาน 30 ล้าน มาทำงานอยู่บ้านขายก๋วยเตี๋ยวของพี่สาวที่บ้านหนองบ่อ ต.หนองหาน อ.หนองหาน จ.อุดรธานี แต่สุขภาพย่ำแย่หลังจากพี่ชายมาเสียชีวิตกะทันหัน ทำให้เสี่ยปาน ต้องขายรถไถ รถเกี่ยวข้าว และประกาศขายบ้านในที่ดินที่เคยซื้อเอาไว้หลังถูกหวยรางวัลที่ 1 พื้นที่ 10 ไร่เศษเพื่อเอาเงินสดไปต่อยอดทำบ้านให้เช่าที่บ้านเดียม ต.เชียงแหว อ.กุมภวาปี จ.อุดรธานี ให้แก่ลูกชาย 

ส่วนสาเหตุที่ขายทุกอย่าง เสี่ยปาน บอกว่ามีเหตุมาจากหลายเรื่องทั้งพี่ชายเสียชีวิตกะทันหัน ประกอบกับตนเองป่วยหลายโรคทำงานหนักไม่ได้โดยเฉพาะโรคหัวใจที่หมอบอกว่าพร้อมจะไปเมื่อไรก็ได้ หมอจึงแนะนำไม่ให้ทำงานหนัก ทุกวันนี้จึงเห็นตนเองมานั่งช่วยพี่สาวขายก๋วยเตี๋ยวทุกวัน เพราะทำแบบนี้แล้วก็สบายใจอีกอย่างหากตนเกิดเจ็บป่วยกะทันหันพี่สาวจะได้ดูและช่วยได้ทัน

มาวันนี้ (9 ก.พ.65) เสี่ยปาน เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวอีกครั้งว่า ทรัพย์สินตอนนี้ที่เหลืออยู่คือ ที่ตรงนี้ ตรงร้านก๋วยเตี๋ยว รถยนต์ป้ายทะเบียนที่ถูกหวย 30 ล้านก็เก็บไว้ หลายคนบอกว่าตนเองเป็นทุกขลาภหลังถูกหวย แต่ตนเองอยากบอกว่าไม่ใช่ทุกขลาภ โรคหัวใจตนเป็นมาก่อนถูกหวยแล้วและโรคของตนหัวใจพร้อมจะหยุดเต้นได้ตลอดเวลา จึงเลิกทำงานหนักและมาทำงานเล็กๆ น้อยๆ ช่วยพี่สาว ตอนนี้ก็ครบปีแล้วที่หมอบอกว่าตนจะอยู่ได้ไม่เกิน 1 ปี ไม่รู้วันไหนจะล้มหายตายจาก ตนเสียดายชีวิตหากตนตายไปก่อน ลูกตนก็ยังเล็กไม่ได้ดูแลเขาจนใหญ่ ถึงแม้จะมีเงินเป็นล้านฝากไว้ให้เขาก็ไม่เท่ามีพ่ออยู่ด้วย แต่ทำไงได้ทุกคนเกิดมาก็ต้องตาย

เสี่ยปานบอกอีกว่า ที่ชีวิตผมอาจจะได้อีกไม่นาน ตนเชื่อเรื่องแต่ชาติปางก่อนมีวิญญาณคนขอมโบราณอยู่ตรงที่บ้านสวน ตอนนั้นตนยังเด็ก เขามาเข้าฝันบอกว่าอีก 23 ปีเจอกัน นับจากนั้นได้ 23 ปีตนก็มาถูกหวย 30 ล้านบาท อันนี้เรื่องจริง ฝันเห็นว่าเขาพาไปเที่ยวตรงนั้นตรงนี้ตรงที่ที่ซื้อไว้ ไปหาอะไรก็เจอสิ่งของโบราณหลายอย่าง 

ล่าสุดไปเจอกระดิ่งโบราณในที่ดิน ตนจะไปทำงานไกลเขาก็ตามไป อย่างไปทำงานนครปฐมเขาก็ตามไป จนถูกหวยก็กลับมาซื้อบ้าน ตนไปอยู่ไกลไม่ได้เขาห่วง ตนก็เลยตัดห่วงบวชให้เขาและทำบุญใหญ่ให้จากนั้นก็ไม่เห็นอีกเลย เชื่อว่าเขาไปผุดไปเกิดตัดเวรตัดกรรมให้แล้ว พอเขาไปผุดไปเกิดตนเองก็มาป่วยจนทรุดหนักจนถึงตอนนี้ ใครไม่เชื่อแต่ตนเชื่อเรื่องนี้ 

“ตอนนี้ก็อยู่ไปเรื่อยๆ รอถึงวันนั้น ตอนนี้สุขภาพผมย่ำแย่ขนาดหนัก ผมอยากพักและอยากอยู่กับลูกให้นานที่สุด โควิดซาก็จะไปรับลูกกับยายออกทริปเที่ยวและทำบุญด้วยกัน ใจผมคิดเสมอว่าก่อนจะตาย ทำอย่างไรให้ลูกมีความสุขทุกอย่าง ตอนนี้อยู่เพื่อลูกเท่านั้น พูดถึงเรื่องลูกเมื่อไรน้ำตาจะไหลทุกที” เสี่ยปานกล่าวตอนท้ายพูดไปน้ำตาจะไหล – 003

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

เปิดอัตตชีวประวัติ’หลวงปู่เจี๊ยะ จุนโท’พระผู้เป็นดั่งผ้าขื้ริ้วห่อทอง วัดป่าภูริทัตตปฏิปทาราม

Posted on February 10, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/634432

เปิดอัตตชีวประวัติ'หลวงปู่เจี๊ยะ จุนโท'พระผู้เป็นดั่งผ้าขื้ริ้วห่อทอง วัดป่าภูริทัตตปฏิปทาราม

วันพุธ ที่ 9 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2565, 17.09 น.

นี่คือพระมหาเถระผู้มีภาพลักษณ์ตรึงตา เป็นสมณะห่มกาสาวพัสตร์ถือขวานถากไม้ เป็นปริศนาธรรม ท่านผู้นี้พูดจาเสียงดังฟังชัด ออกกริยาท่าทางคล้ายไม่สำรวม นัยน์ตามีแววมุ่งมั่นทุกคนเรียกกันติดปากว่า”หลวงปู่เจี๊ยะ” อริยเจ้าผู้บำเพ็ญเพียรในกุฏิเพิงหญ้าหลังเล็กๆ มีจีวรเก่ากั้นเป็นฉากหลัง…

ผู้ใดพบเห็น นั่นคือ สมณานญฺจ ทสฺสนํ การเห็นสมณะผู้สงบสันโดษ ย่อมเป็นมงคลอย่างสูงสุด

ณ ที่อันเป็นสัปปายะทุกแห่งหนเสียงเทศนาธรรมของท่านกล่อมเกลาจิตใจสานุศิษย์…วันแล้ว…วันเล่า มิได้ขาด จนแม้วันนี้ก็ยังมีแถบเสียงเทศนาเก็บไว้หลายแหล่งแห่งหนเป็นธรรมนุสรณ์  ซึ่งในวันเก่ามิใคร่มีใครเข้ามามากนัก

ในกาลต่อมา ตำนานชีวิตท่านเริ่มมีผู้เล่าขาน เมื่อหลวงตามหาบัวได้ยกคำของพระอาจารย์มั่น ภูริทัตโต ที่กล่าวชมยกย่องสรรเสริญว่า”เป็นผ้าขี้ริ้วห่อทอง” ให้เป็นเพชรน้ำหนึ่ง ที่หาได้โดยยากยิ่ง

หลวงปู่เจี๊ยะ จุนฺโท หรือ พระครูสุทธิธรรมรังษี วัดป่าภูริทัตตปฏิปทาราม ต.คลองควาย อ.สามโคก จ.ปทุมธานี พระผู้อาจหาญเด็ดเดี่ยวในสายกรรมฐานของพระอาจารย์มั่น ภูริทตฺโต ท่านได้รับการยกย่องจากท่านพระอาจารย์มั่น ว่า”เป็นผ้าขี้ริ้วห่อทอง” เนื่องจากอุปนิสัยของท่านเป็นคนตรงไปตรงมา มีปฏิปทายอมหักไม่ยอมงอ ท่านสละอวัยวะ ทรัพย์และชีวิตเพื่อธรรม เป็นผู้มีความกตัญญูกตเวที จงรักภักดีต่อท่านพระอาจารย์มั่น ยิ่งกว่าชีวิต

ประวัติ ปฏิปทา คติธรรมของท่านอาจแตกต่างจากพระกรรมฐานรูปอื่นในแง่ปลีกย่อย ท่านไม่กว้างขวางเรื่องปริยัติธรรมภายนอก รอบรู้เฉพาะเรื่องจิตภาวนา อันเป็นธรรมภายใน ท่านปฏิบัติลำบากแต่รู้เร็ว คำสอนของท่านก็เป็นปัจเจก  มุ่งเน้นทางด้านจิตใจเป็นส่วนใหญ่
ประกอบกับท่านมีบารมีธรรม ที่บ่มบำเพ็ญมาแต่ชาติปางก่อน เป็นสิ่งช่วยเกื้อหนุนอยู่อย่างลึกลับ การปฏิบัติของท่านจึงนับว่ารู้ธรรมเร็ว ในยุคปัจจุบันเพราะบุญเพรงแต่ปางหลังแท้ๆ

ท่านเป็นแบบอย่างทางสงบแก่โลกที่ปนเปื้อนไปด้วยกองทุกข์นานัปการท่านสอนให้พวกเรามองอะไร ไม่ควรมองแต่ด้านเดียว  การมองอะไร อย่าใช้แต่สายตาเป็นเครื่องวัดตัดสินเท่านั้น แต่ต้องใช้แววตาคือ ปัญญาวิเคราะห์ด้วยเพราะผู้ปฏิบัติธรรมไม่ควรมองข้ามปมคำสอน เพียงเพราะสายตาเท่านั้น ควรพิจารณาให้ถ้วนถี่  เปรียบเสมือนดวงอาทิตย์ที่ส่องแสงสว่างแก่โลก ย่อมไม่ละเลยทั้งกอไผ่และภูผา 

หลวงปู่เจี๊ยะ ท่านเป็นผู้มีจิตอิสระไม่เกาะยึดติดตัวพันในบุคคล กาล สถานที่ การปฏิบัติของท่านมุ่งเน้นที่ผลการปฏิบัติ มากกว่ารูปแบบแห่งการปฏิบัติเป็นนิสัยสะท้านโลกา และปฏิปทาที่เป็นปัจเจก ยากที่ใครๆจะเลียนแบบได้

*ปานดำบนแผ่นหลัง 

หลวงปู่เจี๊ยะ นามเดิมจริงๆชื่อว่า โอวเจียะ “โอว” แปลว่าดำ ส่วน “เจียะ” แปลว่า หิน จึงรวมคำแปลว่าหินดำ เพราะท่านมีปานดำที่แผ่นหลัง ท่านเมตตาเล่าเรื่องชื่อของท่าน(ประวัติ พระครูสุทธิธรรมรังษี หลวงปู่เจี๊ยะ จุนฺโท พระผู้เป็นดั่งผ้าขี้ริ้วห่อทอง)

“เขาเรียกกันว่า ‘โอวเจี๊ยะ’ แปลว่าหินดำ เพราะมีปานดำที่แผ่นหลัง แต่มาภายหลังเรียกสั้นๆว่า เจี๊ยบ ปานดำที่แผ่นหลังนี่ มันดีนักหนา คนสงขลาเห็นเข้าตอนที่ไปธุดงค์ทางภาคใต้ เขาถึงกับพูดว่า โอ๊ย…!ท่านอาจารย์มีของดีโว้ย มันดีอะไร เราถาม ก็ที่แผ่นหลังท่านอาจารย์ไง ปานดำเต็มแผ่นหลังมันหายากนะ พอพูดเสร็จเขาก็ขอดูด้วยความชอบอกชอบใจ

ปริศนาปานดำกลางแผ่นหลังนี้ก็ปรากฏอยู่ในประวัติของสมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต) พรหมรังสีมาก่อนเช่นกันว่า เมื่อแรกกำเนิดนั้นสมเด็จฯ ท่านก็มีปานดำสัณฐานกลมอยู่กลางหลัง… โบราณถือกันว่าเป็นผู้มีบารมี  รวมทั้งสองของท่านต้องนำไปยกให้เป็นลูกพระเถระแก้เคล็ดมาแล้วเช่นกัน

จริงๆแล้ว คำว่า “โอวเจี้ยะ” มีความหมายในทางธรรมอย่างหนึ่ง หลวงปู่เจี๊ยะ กล่าวว่า คนที่มีปานประเภทนี้จะต้องเป็นคนที่มีจิตใจแข็งแกร่งดุจศิลาแลง ทนร้อน ทนหนาว ทนทุกข์ ที่สุด ทนอดทนได้ รับได้ แก้ไขได้ทุกสภาวการณ์ เหมือนจะเป็นธรรมะเตือนเราว่าจงทำจิตใจให้เข้มแข็งดุจแผ่นหิน  ใครจะนำเอาของสกปรกมาเทใส่แผ่นหินก็คงนิ่งอยู่อย่างนั้น ใครจะนำเอาน้ำหอมมาเทใส่แผ่นหินก็คงอยู่อย่างนั้นเหมือนกันไม่หวั่นไหว ไม่โยกคลอน หรือโอนเอนไปกับอารมณ์ต่างๆที่มายั่วเย้าหลอกลวง

*บิดาจากโพ้นทะเล

หลวงปู่เจี๊ยะ กำเนิดในตระกูลโพธิกิจ โยมบิดาชื่อ ซุ่นแซ โยมมารดาชื่อแฟโพธิกิจ ครอบครัวมีอาชีพค้าขาย ถือกำเนิดเมื่อวันอังคารเดือน 7 ขึ้น 6 ค่่ำ ปีมะโรง ตรงกับวันที่ 6 มิถุนายนพ.ศ 2459 ณ บ้านคลองน้ำเค็ม ตำบลคลองน้ำเค็มอำเภอแหลมสิงห์ จังหวัดจันทบุรีเป็นบุตรคนที่ 4 มีพี่น้อง 7 คนและพี่บุญธรรมอีก 1 คน รวมเป็น 8 คน มีลำดับดังนี้ 1.นางพิมพ์ โพธิกิจ พี่บุญธรรม 2.นางฮุด แซ่ตัน 3.นายสง่า โพธิกิจ 4.นางสาวละออ โพธิกิจ 5.ตัวท่านเอง(หลวงปู่เจี๊ยะ จุนฺโท) 6.นางสาวละมุน โพธิกิจ เป็นข้าราชการครู 7. นางลักขณา (บ๊วย) เกิดในมงคล 8.นายสมบัติ โพธิกิจ

หลวงปู่ท่านเมตตาเล่าให้ฟัง (ประวัติ พระครูสุทธิธรรมรังษี)หลวงปู่เจี๊ยะ จุนฺโท พระผู้เป็นดั่งผ้าขี้ริ้วห่อทอง) ว่า เริ่มแรกทีเดียวพ่อกับน้องชายที่บ้านติดกัน พากันมาจากประเทศจีน มาแสวงหาชีวืตและสิ่งที่ดีกว่าที่เมืองไทย การเดินทางก็ไม่มีสมบัติอะไรติดตัวมา มีแต่เสื้อผ้าและตะกร้าไม้ไผ่สานของจีนสำหรับใส่เสื้อผ้า ใช้ไม้คานหาบคอนมาขึ้นเรือเท่านั้น

“พื้นเพโยมพ่อเป็นคนจีน เดินทางข้ามน้ำข้ามทะเลจากเมืองจีนมาอยู่เมืองไทย ตอนนั้นพ่ออายุประมาณ20กว่าๆ มาอยู่คลองน้ำเค็ม มาเจอโยมมารดาที่นั่น โยมมารดาเป็นลูกครึ่งจีนที่เกิดในเมืองจันทน์ พอแต่งงานกันแล้วก็ย้ายมาอยู่ตำบลหนองบัว โยมพ่อโยมแม่เป็นผู้ที่สนใจในพระพุทธศาสนา ไม่เพียงแต่พ่อแม่เท่านั้น ปู่ย่า ตายาย ก็สนใจในพุทธศาสนา…ก็พวกเราเป็นชาวพุทธนิ…”หลวงปู่พูดเป็นภาษาสำเนียงจันทบุรีแบบน่าฟัง

และกล่าวอีกว่า สมัยก่อนนั้น การไปไหนต้องเดินด้วยเท้าทัังนั้น ไม่มีรถยนต์ พ่อเป็นคนแข็งแรง เดินจากหนองบัวไปเก็บค่าเช่านาที่สี่เจียมเทียน ระยะทางหลายสิบกิโลก็ยังเดินไป เมื่อเดินไปถึงแล้วและเสร็จธุระก็ต้องเดินกลับ พ่อเป็นคนหมั่นขยันมาก

*ท่านสู้ไม่ถอย

หลวงปู่เจี๊ยะนั้น สมัยวัยหนุ่มก่อนบวชท่านเป็นคนแข็งแรง สู้ทุกรูปแบบ จริงจัง ยอมหักไม่ยอมงอ ทำอะไรก็ต้องทำให้ได้ดั่งใจ และมีความเพียรในการประกอบการงานเป็นเลิศ พูดจาโฮกฮาก ตรงไปตรงมา ไม่กลัวคน ท่านไม่ยอมแพ้ใครเรื่องการงาน ไม่ว่าจะเป็นงานหนัก เช่น แจวเรือ แบกหามสิ่งของ เรียกว่า มีความอดทนบึกบึนเป็นอันมาก

หลวงปู่ท่านเล่าว่า ในวัยหนุ่มทำมาค้าขาย ขายเงาะ ขายทุเรียน ขายมั๊ย นิสัยออกจะติดทางนักเลง เป็นคนจริงจังในหน้าที่การงาน ไม่เกเร แม้จะพูดจาโฮกฮาก ไม่กลัวคน 

ต้นตระกูลเป็นคนตรงไปตรงมา ไม่ชอบโกหก จึงเป็นมรดกทางอุปนิสัยติดต่อกันมาเรื่อยๆ จนถึงผู้เป็นลูกหลาน เราเป็นคนทำอะไรก็ต้องทำให้ได้ดั่งใจ เวลาไปบรรทุกผลไม้ที่ท่าแฉลบ เรือลำไหนมันขึ้นฝั่งไม่ได้ เรือเขาขึ้นไม่ได้ทั้งหมด แต่สำหรับเรือเราต้องขึ้นได้ คือเอาขึ้นจนได้ เราเป็นคนแข็งแรง สู้ทุกรูปแบบ เป็นคนจริงจัง ยอมหักแต่ไม่ยอมงอ เป็นคนซุกซน แต่ไม่เคยซุกซนเรื่องผู้หญิง และไม่เคยยอมแพ้ใครในหน้าที่การงานทั้งปวง 

สมัยยังหนุ่มแน่น เราไม่เคยคิดถึงเรื่องบุญบาปคุณโทษอะไร มุ่งแต่ทำงานอย่างเดียว แม้แต่คำว่า นโม ตสฺส ยังว่าไม่จบ  แม้บางครั้งไปวัดได้ยินพระท่านเทศนา ตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจ อายตนะภายในภายนอก เช่น ตาเห็นรูปอย่างนี้เป็นต้น ฟังแล้วไม่เคยรู้เรื่องอะไรเลย บางทียังคิดเลยว่า ท่านพูดเรื่องอะไร ไม่รู้เรื่อง ฟังแล้วไม่เห็๋นเข้าใจ พอตอนหลังมาบวชจึงได้ทราบว่า อันนี้เป็นธรรมะที่บ่มอินทรีย์เป็นสำคัญ

หลวงปู่ท่านเมตตาเล่าอีกว่า นิสัยตอนเป็๋นฆราวาสมันเป็นอย่างนั้นจริงๆ ตอนนั้นยังไม่รู้เรื่องธรรม เรื่องความดี เรื่องประมาทอะไร ทำอะไรก็ไม่ค่อยคิดให้รอบคอบ ตอนหลังเข้ามาบวช ไปอยู่กับท่านพระอาจารย์มั่น ท่านสอนว่า 

“ให้ไตร่ตรองในหน้าที่การงานทั้งมวล เวลาทำการงานอะไร จงอย่ารีบด่วนในการที่ควรจะช้า จงอย่ามัวชักช้าในการที่ควรรีบด่วน เพราะถ้าเราปฏิบัติไม่รอบคอบเช่นนี้ เราผู้ทำอะไรโง่ๆ งุ่นง่านแบบนี้ มักจะประสบทุกข์” ท่านพูดให้ฟัง และเราก็จำเอา

*ในบุญพระโพธิญาณ

หลวงปู่เจี๊ยะ ท่านกล่าวถึงการอุปสมบทของท่านว่า การบวชในครั้งนั้น เราเป็นผู้มีจิตศรัทธาขึ้นมาเอง การบวชไม่มีใครมาบังคับชักชวนแต่อย่างใด เพียงเพราะในใจคิดว่า สมควรแก่เวลาและอายุ ที่จะทดแทนบุญคุณของท่านผู้มีคุณทั้งหลายได้แล้ว

การบวชนั้น ทุกวันนี้เราถือเป็นประเพณีกันเสียแล้ว บวชเพียง 3 เดือน 2 เดือน 15 วัน 1 เดือน อย่างนี้มันคล้ายๆกลายเป็นประเพณี ไม่ใช่บวชหนีโลก หนีสงสารอย่างนี้ 

ถ้านึกถึงการบวชที่จริง แม้แต่เราเองแท้ๆก็บวชตามประเพณีเช่นเดียวกัน เป็นอย่างนั้น อายุครบ 20 ปี งานกำลังเยิอะจึงบอกโยมว่า อย่าเพิ่งบวชเถอะ ปีนี้งานเราเยอะ พอถึงวันอายุ 21 ปี ก็ได้เข้ามาบวช บวชก็บวชไปอย่างนั้น นะโม ตัสสะ ฯลฯ อะไรๆก็ว่าไม่ค่อยจะเป็น สวดมนต์ไหว้พระก็ไม่เป็นสักบท

เข้ามาด้วยความเป็นคนดิบ เหมือนไม้สดเข้าไปในเตาที่ไม่ได้ลิดกิ่งลิดก้าน เข้าไปอย่างนั้นอีเหละเกะกะ นานาประการต่างๆ เบื้องต้นก็ได้มาอยู่กับท่าน อาจารย์กงมา ท่านเป็นอาจารย์ผู้ปกครอง ส่วนท่านพ่อลี ในสมัยที่เข้าไปบรรพชาอุปสมบท ท่านเป็นพระอนุสาวนาจารย์ เป็นคู่สวด ความจริงตั้งใจบวชเดือน 12 ก็จะสึก มันมีความหมายอยู่สำหรับพระหนุ่ม คนหนุ่ม เป็นเช่นนั้น เกือบๆจะไปเกี่ยวข้องกับผู้หญิงเข้า มันเป็นเช่นนั้นชีวิตในวัยหนุ่ม

หลวงปู่ท่านกล่าวอีกว่า พออายุครบบวช ก็มีความปรารถนาจะบวช แต่ก็ติดเรื่องเกณฑ์ทหาร จึงรอเกณฑ์ทหารเสียก่อน หลังจากเกณฑ์ทหารที่จันท์ไม่ถูก เพราะได้ประเภทดี2 คัดออกไว้ก่อน เขารับทหารใหม่ 40 กว่าคน มีคนมาสมัครครบจำนวน เราจึงรอดตัวไม่ต้องเป็นทหาร

เมื่อเกณฑ์ทหารเสร็จแล้วก็ยังไม่ได้บวชอีก หลังจากเกณฑ์ทหาร 2 ปีถึงได้บวช มีความคิดไว้ในใจว่า บวชเสร็จสึกออกมาค่อยแต่งงานกับคนที่เรารัก แต่บวชไปแล้วสมาธิมันเกิด มันไม่สนใจทางโลกอีกเลย

อีกทั้งในขณะนั้นพระอาจารย์กงมา จิรปุญฺโญ ซึ่งท่านเป็นลูกศิษย์สายท่ายพระอาจารย์มั่น ก็จาริกมาธุดงค์ประกาศเทศนาธรรมให้คนทั้งหลายละชั่วสร้างความดีในจังหวัดจันทบุรี และก็เดินทางมาที่บ้านหนองบัวซึ่งเป็นบ้านเกิดของเรา ซึ่งในสมัยนั้นพระกรรมฐานแถบทางภาคตะวันออกยังไม่ค่อยมี

ก็มีท่านพ่อลี ธมฺมธโร และพระอาจารย์กงมา จิรปุญฺโญ นี้แหละที่เป็นผู้นำมาเผยแพร่ ชาวพุทธทางภาคตะวันออกถึงได้ทราบเรื่องร่าวของพระกรรมฐานและการภาวนา

*คำปรามาสก่อนบวช

ด้วยอุปนิสัยของหลวงปู้เจี๊ยะ ในวัยหนุ่มทำมาค้าขายผลไม้ นิสัยออกจะติดทางนักเลง ต้นตระกูลเป็นคนตรงไปตรงมา เป็นคนจิงจังในหน้าที่การงาน ยอมหักแต่ไม่ยอมงอ พูดจาโฮกฮากไม่กลัวคน …พออายุครบอุปสมบทไดเ 2 ปี ท่านก็มีความคิดที่จะบวชทดแทนคุณบุพการี และหวังว่าจะสึกออกมาแต่งงานกับคนรักที่ชื่อว่า แป้ง ก่อนจะบวชจึงมีคนสบประมาทไว้ว่า อาจอยู่ได้ไม่ครบพรรษา…

ในหนังสือประวัติหลวงปู่ท่านเมตตาเล่าให้ฟังว่า ก่อนบวชชอบเลี้ยงปลากัดกับน้องชายชื่อนายสมบัติ เวลาเข้าวัดเตรียมตัวเข้านาค ก็มีเพื่อนคือไอ้อ๊อดเข้าคู่กัน ถึงวันก็จะบวชพร้อมกันเป็นนาคคู่พ่อแม่ก็นำเข้าไปฝากกับท่านอาจารย์กงมา จิรปุญฺโญ ตอนจะบวช ใครๆเขาก็พูดไว้ว่า “ไอ้เจี๊ยะนี่…มันบวชไม่ได้หรอก ถึงบวชได้ก็คงไม่พ้นที่จะสึกกลางพรรษา ส่วนไอ้อ๊อด มันเป็นคนเรียบร้อย คงจะบวชได้นานอยู่หรอก” แต่ที่ไหนได้ ไอ้อ๊อด บวชได้ไม่กี่วันก็สึก อย่างนี้แหละ คนมันชอบมองแต่อย่างนี้แหละ

หลวงปู่เล่าถึงตอนนี้ท่านแสดงถึงความสนุกในวัยเด็กของท่าน “ก็ใครเขาจะเชื่อ เรามันดื้อยังกะลิง

“ก็ใครเขาจะเชื่อ เรามันดื้อยังกะลิง เป็นตัวแสบประจำ หมู่บ้าน” ท่านพูดแล้วก็หัวเราะพร้อมกับจัดบุหรี่ออกมาสูบแบบมวนต่อมวน

“ก็สมัยก่อนเขานิยมกันว่าเป็นเรื่องดิบดี สูบไม่เป็นยังต้องหัดให้เป็น แต่มาสมัยปัจจุบันนี้มันเป็นเรื่องเสียหาย ความนิยมมันขึ้นอยู่ กับยุคสมัย และความนิยมชมชอบ ถ้าเขานิยมสิ่งใดเขาก็ว่าสิ่งนั้น เหมือนสมัยปัจจุบันนี้ เขานิยมแต่งตัวโป๊ๆ หรือนิยมใช้สิ่งของส สุร่ายเกินตัว คนเขาก็ไม่เห็นว่ามันเสียหาย แม้แต่สามีภรรยายัง ชอบกัน ไม่เห็นว่าเป็นเรื่องเสียหายหรืออันตราย”

“การแต่งตัวโป๊ๆ อันตรายหรืออาจจะตายง่ายกว่าการสูบ เข้าม บุหรี่เสียอีก แต่ชาวโลกเขานิยมจึงเหมือนไม่มีพิษมีภัย การสูบบุหรี่ เช่นกันเราสูบมาตั้งแต่ 50 ปีคนหลัง มันเป็นความเคยชินมากกว่า คนทุกวันนี้มันไม่ติดบุหรี่หรอก เพราะมันมีอย่างอื่นให้ติด อันตราย ศาล มากกว่าเป็นไหนๆ”

ท่านกล่าวพร้อมกับหัวเราะว่า ในเรื่องโลกธรรม อันเป็น เป็น กริยาสอนเราได้อีกทางหนึ่ง ที่มักจะคิดมุมเดียว

*ฉายา “แสบ” ก่อนบวช

หลวงปู่เจี๊ยะ กล่าวว่าพุทธศาสนา ศาสนธรรมคำสอนของ พระพุทธเจ้านั้น เป็นสิ่งที่ประเสริฐที่สุดในโลก ในบรรดาศาสนา กล ทั่วสกลโลกนี้แล้ว ไม่มีสิ่งใดที่จะเปรียบเทียบ จะเอามาเปรียบเทียบไม่ได้เลย ผิดกันไกลราวฟ้ากับดิน ทำไมถึงว่าเช่นนั้น

เรานี่…เป็นคนชนที่สุด แก่นดื้อ พ่อแม่พอมีอันจะกินฐานะดีอยู่ แต่ไม่ได้เคยสนใจในเรื่องธรรมะเลย มัวแต่เที่ยวซุกซนตามประสาคนหนุ่ม คือว่า ไม่มีวี่แววที่จะสนใจในเรื่องธรรมะเรื่องศาสนา เลยแม้แต่น้อย

แต่เราคงมีบุญเก่าอยู่บ้าง บุญนั้นแหละชักจูงนำพาเข้ามาทางพระศาสนา ประกอบกับบิดามารดาเป็นผู้มีศรัทธา เชื่อเรื่องบาปกรรมอยู่เป็นพื้นเพนิสัยอยู่แล้ว อันนี้ก็เป็นส่วนหนึ่งที่ชักจูงเราให้ เข้ามาทางศาสนาได้

บทเวลาได้มาบวช ใครๆเขาก็แปลกใจ เพราะมันนิสัยขัดกับศาสนาที่อยู่ในกรอบอันดีงาม และมีระเบียบเรียบร้อย แต่สำหรับศาสนาเป็นเครื่องหล่อหลอมอยู่แล้ว และสอนมุ่งเน้นลงที่ใจ เมื่อเราเป็นคนจริงอยู่แล้ว จึงง่ายต่อการปฏิบัติ เพราะคนจริงย่อมถึงธรรม อันเป็นความจริง ไม่มากก็น้อย

ใครๆ เขาก็แปลกอกแปลกใจที่เรายอมบวชแต่โดยดี ทั้งๆ ที่ชีวิตนี้ยังไม่เคยท่องคำว่า “นโม ตสฺส ฯลฯ” แม้แต่ครั้งเดียว เราไม่ เคยดูถูกบุญดูถูกพระ แต่ตอนนั้นมันห่วงสนุกซุกซนไปตามเรื่องไป ตามวัย คนทั้งหลายเขาเรียกว่า “ไอ้ตัวแสบ” ไม่ใช่นักเลง แต่ไม่เกรงกลัวใคร แม้แต่นักเลง… เล่นอะไรก็ตามห้ามโกง เสียเท่าไหร่ไม่ว่า แต่อย่าโกง

*วารกาลอุปสมบท

การเตรียมตัวอุปสมบทของพุทธมามกะแต่เดิมต้องไปเป็นผ้าขาว หรือนาค รักษาศีลประพฤติธรรมเรียนรู้วัตรปฏิบัติที่จะพึงกระทำต่อวัดและครูบาอาจารย์ จนท่านเห็นว่าสมควรก่อนท่านถึงจะให้บวช

ถ้าปฏิบัติไม่ได้ ทำไม่ได้ ท่านก็ยังไม่ให้บวช ธรรมเนียมพระป่ากรรมฐานท่านเคร่งครัดนักเรื่องเหล่านี้ ไม่ใช่สุ่มสี่สุ่มห้ามาจากไหนจะมาบวชได้ง่ายๆ 

หลวงปู่เจี๊ยะท่านกล่าวว่า ผู้ที่จะเข้าบวชต้องได้รับการฝึกอบรมเสียก่อน จึงจะบวชเป็นพระได้ แม้ตัวท่านเองก็เช่นกัน ต้องเป็นตาปะขาว รับใช้ติดตามครูบาอาจารย์อยู่ทั้งหลายเดือน

ในระหว่างนั้นต้องหัดขานนาค ออกเสียงอักขระฐานกรณ์ ที่เป็นภาษามคธให้ถูกต้อง เสียง ฑีฆะ รัสสะ เสียงออกนาสิก เสียงโฆสะ อโฆสะ ฯลฯ และต้องฝึกกราบ ต้องหัดภาวนาเรียนกรรมฐาน ฟังเทศน์ฟังธรรมจาก ท่านอาจารย์กงมา เป็นประจำทุกเช้าเย็น

ก่อนที่ยังไม่ได้โกนศีรษะ ด้วยความซุกซนอันเป็นแบบฉบับส่วนตัว ก็ได้แอบหนีมาเยี่ยมบ้านเหมือนกัน แต่เมื่อโกนศีรษะรับศีล เป็นตาปะขาวเต็มตัวแล้ว ก็ไม่ได้กลับบ้านอีกเลย จนกระทั่งได้บวช

*นิมิตตื่นจากโลก

หลังจากบวชเป็นนาคได้ไม่นานนัก ระหว่างการฝึกขานนาค ท่องบทสวดต่างๆ คืนหนึ่งขณะที่ฟังท่านอาจารย์กงมาฯ ท่านเทศน์ตามปกติทุกๆ วัน ก็เกิดประสบการณ์ธรรมเป็นครั้งแรกในชีวิต

พลังธรรมในคราวนั้น เป็นแรงบันดาลใจพลิกชะตาชีวิตของนาคเจี๊ยะ ให้ “ตื่นจากโลก” เป็นครั้งแรก

หลวงปู่เจี๊ยะเล่าว่า ท่านก็แสดงธรรมของท่านไปเรื่อยๆ เราก็ฟังเข้าใจบ้างไม่เข้าใจบ้าง ท่านสอนให้ภาวนา พุทโธ เราก็ภาวนา พุทโธ อยู่อย่างนั้น นั่งเข้าสมาธิฟังเทศน์อยู่อย่างนั้น อันนี้มันก็เป็น เหตุที่แปลกอยู่นะ

พอเรานั่งภาวนา ฟังไปๆ จิตอยู่กับคำบริกรรม หูก็ได้ยินเสียง เทศน์ไป คือจิตก็ทําหน้าที่ของมัน หูก็ทำหน้าที่ของมัน มันเกิดเป็นสมาธิ แต่ตอนนั้น เราไม่รู้ว่ามันเป็นสมาธิ มันรวมจนกระทั่งว่า ไม่มีตัว ไม่มีตน ตัวตนหายหมด แล้วก็ปรากฏภาพนิมิต ที่ตัวเองนี้มาปรากฏหมอบลงไป ฟุบกับกองทราย ที่เป็นทรายขาวอยู่ในบริเวณวัดนั้นอย่างชัดเจน ตัวนี้อ่อนไปหมด ปรากฏว่าในขณะนั้น เราปรากฏว่าตัวเองไม่มี ตัวตน

จนกระทั่งท่านแสดงธรรมจบลง เราถึงรู้สึกตัว ตอนนั้นท่านแสดงธรรมนานมาก ทีหนึ่งเป็นชั่วโมงๆ ขึ้นไป เมื่อจิตถอนออกมา ออกจากที่ภาวนาก็คลานเข้าไปถามท่านว่า “ท่านอาจารย์ครับ เมื่อตะกี้ทำไมผมนั่งฟังเทศน์ท่านอาจารย์ อัน ผมไม่มีตัว ตัวผมหายไปไหน แต่สักประเดี๋ยวตัวผมนี่ ไป…ไปหมอบอยู่ที่…ที่กองทรายนั่นน่ะ ทำไมมันถึงเป็นอย่างนั้นครับ

คำถามนี้เราถามท่าน เพราะอธิบายไม่ถูก และไม่รู้จะถามท่านอย่างไร เพราะตั้งแต่เกิดมาไม่เคยเป็นเช่นนี้ ที่กล้าถามท่าน เพราะความตื่นเต้นตื่นตาตื่นใจ ที่ชีวิตหนึ่งชีวิตนี้เราได้เห็นอย่างนั้น ท่านก็บอกว่า “ไม่เป็นไร…เออ…ทำไป…ทำไป…ดีแล้วนะ” ท่านว่าอย่างนั้น เราก็ภูมิใจว่าเราทำถูกต้อง

การมีครูบาอาจารย์ดี ท่านรู้จริงผ่านการปฏิบัติมา สอนแบบมีหลักเกณฑ์ไม่สุ่มเดา จึงเป็นเรื่องสำคัญมาก อาจารย์เป็นบัณฑิต ท่านก็ย่อมสอนในแนวทางเจริญเพื่อความเป็นบัณฑิต แต่ถ้าอาจารย์โง่เขลาสอนแบบสุ่มสี่สุ่มห้า มันก็เหมือนคนตาบอดจูงคนตาบอด อาจารย์ก็ตาบอด แล้วจะมาสอนลูกศิษย์ที่ตาบอดอยู่แล้วให้ตาดี อันนี้มันเป็นไปได้ยากยิ่งนัก

นี่แหละคือขั้นต้นแห่งการเข้ามาสู่วัด เป็นขั้นตอนที่จะเข้ามาบวช เริ่มแรกจิตมันเป็นอย่างนี้ มันก็เป็นการปูพื้นฐานทางด้านจิตใจ ให้ฝักใฝ่ในคุณธรรมที่สูงๆ ขึ้นไป อันเป็นการเลื่อนขั้นของจิตให้สูงขึ้น

เพราะจิตมนุษย์มีหลายขั้นหลายตอน จิตหยาบ จิตละเอียด และอาศัยบุญวาสนาเป็นเครื่องหนุนส่งอยู่เบื้องหลัง เมื่อเรามีบุญ เคยสร้างบุญมาแต่ชาติปางก่อน ประกอบกับเกิดมาเจอพุทธศาสนา อันเป็นประเทศที่สมควรแก่การประพฤติธรรมยิ่ง ประการสุดท้าย ถ้าเราตั้งตนไว้ชอบแล้ว การภาวนาก็เป็นเรื่องที่เราทุกคนสามารถ ทําได้

*ความสุขแท้ในโลกไม่มี

หลวงปู่ท่านกล่าวว่าในชีวิตเราเกิดมาก็ไม่เคยพบความสงบอย่างนั้น เมื่อเป็นเช่นนั้น จิตมันก็ฉุกคิดขึ้นมาว่า “นั่นอะไรล่ะ… ความสุข” การเข้าวัดเข้าวา เมื่อปฏิบัติได้ก็เป็นอย่างนี้ ชีวิตที่จะมีความสุขอันแท้จริงในโลกมันไม่มี แต่เราเข้าใจว่ามี 

ถ้ามองให้ลึกซึ้งอย่างที่พระพุทธเจ้าทรงตรัสแล้ว ไม่มีเลยความสุขในโลก ความสุขอันนั้น เป็นความสุขอันเจือไปด้วยความเร่าร้อนกระสับกระส่าย อย่างมีเงินมากๆ ก็กลัวเขาจี้ปล้น กลัวว่าเขาจะมาแย่งชิงไปเรียกค่าไถ่ สารพัดสารเพ ต้องเป็นทุกข์กังวลรักษา ฝากที่นั่นที่นี่ก็ไม่ดี พกไปมากก็ไม่ดี กลัวจะถูกจี้ จะถูกปล้น จะถูกฆ่าตาย…นี่…สารพัดสารเพ กลัวคนอื่นจะแย่ง คนนี้จะแย่ง พี่น้องอย่างนั้นอย่างนี้ สารพัดใจนั้น คิดไปทุกแง่ทุกมุม นั่น…ใจอย่างนั้น ใจมันก็กังวล ใจเดือดร้อนวุ่นวายอย่างนั้น ไม่ใช่ใจที่สงบ 

อย่างที่เรามาทำอย่างนี้ มันก็มุ่งเพื่อความสงบ แต่ก็ต้องอาศัยการนึกคิด เพื่อต่อสู้กับสิ่งที่มันจะมาก่อกวนความไม่สงบของใจ เพราะการบริกรรมอันใดอันหนึ่งอย่างนี้ มันเป็นเครื่องต่อสู้กันนี่ ต้องเข้าใจอย่างนั้น 

สมมุติว่าใจเรานี้ไม่สบาย มันไม่สบายอันใด ก็จ้องเอาสิ่งนั้นมาคิด ทำไมอันนั้นไม่สบายใจ ไปวิตกอันใดใจจึงไม่สบาย เอาเรื่องนั้นมาพิจารณาๆ ซักไม่เกิน ๕ นาที ใจนั้นก็จะเกิดความสงบ ใจก็สบาย 

แต่ทีนี้เราไม่เป็นอย่างนั้น ยิ่งคิด ยิ่งโศก ยิ่งเศร้า ยิ่งอาลัย อาวรณ์สิ่งอันนั้นให้เกิดขึ้น ใจก็ยิ่งเหี่ยวยิ่งแห้ง ยิ่งไม่มีกำลังวังชา หมดเรี่ยวแรง เลยป่วยไข้แทบตาย บางทีก็ตายเลย

นี่มันเป็นอย่างนั้น นี่ไม่ใช่วิธีต่อสู้ มันไม่ใช่วิธีผลักดันเพื่อความเป็นผู้ชนะ มีแต่แพ้อยู่ตลอดเวลา อย่างนั้นไม่ใช่นักรบ ยื่นคอไปให้เขาฟันเลย นี่เป็นเช่นนั้น

(ติดตามอ่านตอนต่อไป)

…………………..

คัดลอกจากหนังสือ “ตามรอยพระอริยเจ้าหลวงปู่เจี๊ยะ จุนโท วัดป่าภูริทัตตปฏิปทาราม อำเภอสามโคก จังหวัดปทุมธานี” : ดำรงธรรม เรียบเรียง

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, ธรรมะ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, ธรรมะ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ใจเธอมันได้! ลูกค้าสาวอินเนอร์มาเต็ม จัดโชว์พิเศษกลางสระซะเลย

Posted on February 10, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/634396

ใจเธอมันได้! ลูกค้าสาวอินเนอร์มาเต็ม จัดโชว์พิเศษกลางสระซะเลย

วันพุธ ที่ 9 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2565, 15.52 น.

ก็ว่ายไปเลยสิคะ! เมื่อฟิลมันได้ ร้านเหล้าจัดโชว์พิเศษโดยลูกค้าสาว อินเนอร์กลางสระมาเต็ม

9 ก.พ.65 เรียกเสียงฮาไปไม่น้อย เมื่อผู้ใช้ติ๊กต๊อกชื่อ nongsornsawan ได้เผยคลิปสาวรายหนึ่ง กำลังยืนวาดลวดลายอยู่ในสระน้ำกลางร้านเหล้า ท่ามกลางเสียงเพลงประกอบ “ง่ายเกินไป” ที่เมื่อถึงท่อนฮุก สาวชุดดำรายนี้ลงไปแหวกว่ายในน้ำ จนเรียกเสียงฮือฮาคนทั้งร้าน 

คลิปนี้สร้างเสียงหัวเราะ แถมยังถูกคอมเม้นท์สนั่น ฉันไม่ใช่ของตาย ฉันสามารถฟรีสไตล์ไปกลับได้ค่ะ , พอสร่างเท่านั้นแหละ กรูทำอะไรลงไป , ทางร้านจัดโชว์พิเศษโดยลูกค้า555 , พี่เขาคงเจออะไรมามากมาย อินกับเพลงสุด, ใจพี่มันได้ , ดีกรีคงเต็มระบบ อินเนอร์ก็เลยมาเต็ม ,เพลงมันโดน อะไรก็หยุดไม่อยู่ เพราะไม่มีใครห้าม555

– 009

https://www.tiktok.com/embed/v2/7056103868370816283?lang=th-TH

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

แคบไปมั้ย? ชาวบ้านเดือดร้อนเข้าออกทุกวันลำบาก รถดูดส้วมยังเข้าไม่ได้

Posted on February 10, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/634315

แคบไปมั้ย? ชาวบ้านเดือดร้อนเข้าออกทุกวันลำบาก รถดูดส้วมยังเข้าไม่ได้

วันพุธ ที่ 9 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2565, 13.13 น.

9 กุมภาพันธ์ 2565 กรณีมีผู้ใช้ Tiktok ชื่อ power king โพสต์คลิป รถยนต์ขับเข้าซอยแคบๆ  พร้อมแคปชั่นว่า ‘#มีใครให้มากกว่านี้ไหม เข้าออกทุกวันซอยบ้านพ่อ’ จนเป็นที่ฮือฮาในโลกออนไลน์ ว่าซอยดังกล่าวแคบไปหรือไม่ รถยนต์เข้าออกสัญจรลำบาก

ล่าสุดผู้สื่อข่าวลงพื้นที่ตรวจสอบซอยดังกล่าว ชื่อซอยร่วมใจพัฒนา เขตเทศบาล ต.ท่าประดู่ อ.เมืองระยอง จ.ระยอง ลักษณะซอยเป็นซอยเล็กแคบๆ มีร่องรอยขูดรูดตามกำแพงค่อนข้างเยอะ ความยาวซอยประมาณ 100 ม. ความกว้างประมาณ 190-200 ซม. รถเล็กรถใหญ่ไม่สามารถขับสวนเลนได้ ต้องไปทีละคัน มีรถสัญจรไปมาตลอด และรถส่วนใหญ่จะเป็นรถจักรยานยนต์ และรถซาเล้งพ่วงข้าง ซึ่งขับขี่เข้าได้สะดวก

พบนาย สมคิด สัจจา อายุ 59 ปี ต.ท่าประดู่ อ.เภอเมืองระยอง จ.ระยอง เล่าว่า ซอยนี้มีมานานแล้วเป็นซอยสาธารณประโยชน์ คนใช้รถใช้ถนนอยู่ในซอยประมาณ 100 กว่าคน และมีอีกซอยที่สามารถใช้ได้แต่รถยนต์ไม่สามารถเข้าได้เลย เนื่องจากเป็นซอยเล็ก ที่จะใช้วิ่งกันแต่รถจักรยานยนต์ได้เท่านั้น ผู้คนในซอยส่วนใหญ่ที่มีรถยนต์ ก็จะใช้ซอยร่วมใจพัฒนาในการเอารถยนต์เข้า-ออกเพื่อไปทำธุระเป็นหลัก ช่วงเมื่อก่อนตนเองเคยขับรถออกซอยช่วงแรก กระจกข้างก็จะขูดกับกำแพงเป็นรอยประจำ ความยากจะอยู่ตรงกลางซอยเพราะมันแคบ พอนานไปเริ่มมีเชิงก็เริ่มเซียนขึ้น

ด้านการใช้ชีวิตขับรถเข้าออก ลุงสมคิดบอกไม่ได้เป็นปัญหาเพราะชินแล้ว และอยากจะวอนให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องช่วยเหลือความลำบาก 2 อย่างที่เป็นปัญหาคือ 1. เรื่องของการนำรถดูดส้วมเข้า เพราะปัจจุบันหากส้วมเต็มจะเป็นปัญหามาก เนื่องจากซอยเล็กและแคบรถดูดส้วมเข้าไม่ได้ อยากจะได้รถที่เล็กเข้าซอยไปดูดส้วมได้ 2.คือเรื่องของรถดับเพลิงหากเกิดเพลิงไหม้ รถดับเพลิงก็ไม่สามารถเข้าได้ จึงอยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องวอนเข้าช่วยเหลือ. 012

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

BamBam Family

BamBam Family

สถิติบล็อก

  • 3,290,283 hits

Join 4,077 other subscribers
Follow SootinClaimon.Com on WordPress.com

Categories

Top Posts & Pages

คุณแหน : 11 ตุลาคม 2559
‘คุณน้ำผึ้ง’ ทุลักทุเล โซเซ!! ที่ดอยทูเล ข้ามภูเขา 4 ลูกใหญ่ #SootinClaimon.Com
เอ็มวีใหม่ ‘ข้าวทิพย์ ธิดาดิน’
Tech for Life : 14 ตุลาคม 2561
9 เทคนิคลดน้ำหนักแบบยั่งยืนที่สาวหลัก 4 ต้องรู้
'ชนิสราฟาร์ม' ตัวอย่างเกษตรกร Contract Farming สร้างอาชีพมั่นคงด้วยสองมือ
ก.เกษตรลงพื้นที่22จังหวัด ลุยเปลี่ยนที่ทำนา ปลูกพืชอื่น 2 แสนไร่
Grand Opening W22 Hotel by Burasari
ข่าวปลอม.. กินอาหารค้างคืน ที่นำไปอุ่นซ้ำ ทำให้เป็นโรคมะเร็ง #SootinClaimon.Com
Telecom regulator issues licence warning

Recent Posts

  • นายกฯ เนปาลกล่าวต่อที่ประชุมยูเอ็น น้ำท่วมครั้งใหญ่เป็น “สัญญาณเตือนโลก” ถึงภัยจากโลกร้อน
  • Amazon ลุยส่งพัสดุด้วยโดรน เร็วสุด 30 นาที แต่ชาวบ้านโอดเสียงดังรบกวน
  • นักวิจัยสงสัยการติดเชื้อแบคทีเรียเป็นสาเหตุลูกวาฬหลายร้อยตัวตายเกยตื้นในอาร์เจนตินา
  • ปธน.อิหร่าน เปิดใจกับสื่อเผย สหรัฐฯ ต้องเลือกเองว่าจะยุติสงครามหรือไม่ ลั่นพร้อมเจรจา
  • ส่อง 5 ประเด็น “ทรัมป์-สี จิ้นผิง” พบกันที่วอชิงตัน พักศึกการค้า แต่ปมใหญ่ยังไม่จบ

ป้ายกำกับ

  • 2559(2016)
  • entertain
  • lady
  • naewna
  • The Nation
  • การเมือง
  • ต่างประเทศ
  • บันเทิง
  • ผู้หญิง
  • แนวหน้า
  • RSS - Posts
  • RSS - Comments

Archives

Follow Us

  • https://soclaimon.tumblr.com/
  • https://www.facebook.com/soclaimon
  • https://www.instagram.com/sootinclaimon/
  • https://www.facebook.com/SootinClaimon/
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100001170824639
  • https://www.facebook.com/pompam.pp
  • https://www.facebook.com/toraman666
  • https://www.facebook.com/apich214
  • https://www.facebook.com/samabat.klaimon
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100005312762480
  • https://www.facebook.com/jirasuda.manomaiyanon
  • https://www.facebook.com/eikpakkred
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100003091451547
Blog at WordPress.com.
  • Subscribe Subscribed
    SootinClaimon.Com
    Join 1,631 other subscribers

    Have a WordPress.com account? Log in now.

  • SootinClaimon.Com
    View site in Reader
    Manage subscriptionsSign upLog in
    Report this content
    Collapse this bar
Loading Comments...
%d