Skip to primary content
Skip to secondary content

SootinClaimon.Com

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย2 [SartKasetDinPui2] : รวบรวม ข้อมูล เศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม เกษตร ดิน น้ำ ปุ๋ย

SootinClaimon.Com

Main menu

  • Home
  • KU23-2506
  • ข้อคิดความเห็น
  • ตระกูลคล้ายมนต์
  • ผมเองครับ
  • ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย1

Tag Archives: ข่าว Like สาระ

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

ครูฉีกการบ้านต่อหน้าเด็ก เหตุเพราะยายช่วยทำ ด้านครูโต้กลับ!

Posted on February 5, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/631580

ครูฉีกการบ้านต่อหน้าเด็ก เหตุเพราะยายช่วยทำ ด้านครูโต้กลับ!

วันพฤหัสบดี ที่ 27 มกราคม พ.ศ. 2565, 16.11 น.

ต้องทำขนาดนี้เลยเหรอ ? คุณครูฉีกการบ้านต่อหน้าเด็ก เหตุเพราะยายช่วยทำการบ้าน

กรณีเพจเฟซบุ๊ก อยากดังเดี๋ยวจัดให้ รีเทริน์ part 3 เผยภาพและข้อความว่า คุณครูฉีกกระดาษการบ้านของนักเรียน โดยเด็กนักเรียนบอกว่าคุณยายช่วยทำการบ้านและทำการบ้านผิดหน้า จากนั้น คุณครูถ่ายรูปดังกล่าว แล้วนำไปลงในกลุ่มผู้ปกครอง จนกลายเป็นประเด็นที่ถูกสังคมวิพาษ์วิจารณ์อยู่ในขณะนี้

ล่าสุด ด้านคุณครู ขอชี้แจงจากประเด็นดังกล่าวว่า “..คุณยายน้องทำแบบนี้มาบ่อย เวลาประชุมผู้ปกครองก็ไม่เคยมาฟัง การบ้านหรือแนวทางการส่งเสริมเด็ก ครูมีทุกวัน แม้แต่ช่วงเรียนโควิด ปกติน้องก็ทำเองได้ ตามช่วงวัยผลงานน้อง ก็ตามอายุ มีอะไรที่เกี่ยวกับการเรียน การบ้านเราจะมีไลน์กลุ่มผู้ปกครอง ก่อนฉีก เราคุยกับเด็กก่อนแล้วว่าน้องต้องทำใหม่ด้วยตัวเอง ซึ่งเด็กก็โอเค และยอมรับ เด็กๆคนก็เข้าใจ เพราะไม่ได้มีแค่น้องคนเดียว

ครูแคปไลน์กลุ่มส่งให้ไหม นั่นคือข้อเท็จจริง มันมีการคุยกันในรายละเอียดและวิธีการแก้ปัญหาหากเด็กให้ผู้ปกครองทำการบ้านมาให้…”

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

แม่ฮ่องสอนปีนี้ไฟป่ามาเร็ว! จนท.เร่งดับไฟทั้งวันทั้งคืน ส่อแววเกิดภัยแล้ง

Posted on February 5, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/631553

แม่ฮ่องสอนปีนี้ไฟป่ามาเร็ว! จนท.เร่งดับไฟทั้งวันทั้งคืน ส่อแววเกิดภัยแล้ง

วันพฤหัสบดี ที่ 27 มกราคม พ.ศ. 2565, 15.26 น.

เจ้าหน้าที่สถานีควบคุมไฟป่าลุ่มน้ำปาย และหน่วยพิทักษ์ป่าแม่สา อ.ปาย จ.แม่ฮ่องสอน เร่งดับไฟทั้งวันทั้งคืน หลังเกิดไฟป่าในพื้นที่รับผิดชอบ นับเป็นสถานการณ์ที่น่าวิตกเมื่อมีไฟป่ามาเร็วกว่าปกติ ส่อแววจะทำให้เกิดภัยแล้งกระทบต่อประชาชนและเกิดเหตุไฟป่าเพิ่มมากขึ้น

เมื่อวันที่ 27 มกราคม 2565 ศูนย์อำนวยการควบคุมไฟป่าและหมอกควันไฟป่าจังหวัดแม่ฮ่องสอน ได้รับรายงานการดับไฟป่า ของหน่วย สถานีควบคุมไฟป่าลุ่มน้ำปาย สังกัด สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 16 สาขาแม่สะเรียง และ หน่วยพิทักษ์ป่าแม่สา ได้เข้าทำการดับไฟป่าในพื้นที่ บ้านใหม่ดอนตัน ต.เมืองแปง อ.ปาย , บ้านมโนรา ต.ทุ่งยาว อ.ปาย

โดยได้เกิดไฟป่า มาตั้งแต่วันที่ 26 มกราคม ที่ผ่านมา ซึ่งในการเข้าดับไฟป่าดังกล่าว พบว่ามีบางแห่งที่ไม่สามารถเดินทางเข้าไปดับไฟป่าได้ ต้องปล่อยให้ไฟป่าลุกลามจนมอดดับไปเอง เนื่องจากพื้นที่ดังกล่าว อยู่บนเทือกเขาสูงชัน ไม่สามารถเดินทางปีนเขาขึ้นไปดับไฟป่าได้เนื่องจากเกรงจะเกิดอันตรายต่อผู้ปฏิบัติงานดับไฟป่า

สำหรับ สถานการณ์ไฟป่า ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม – 26 มกราคม 2565 จุดความร้อนสะสมตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม – 26 มกราคม 2565 จังหวัดแม่ฮ่องสอน มีจุดความร้อนสะสม ทั้งหมด 94 จุด คิดเป็นร้อยละ 0.79 ของจุดความร้อนสะสมปี 2564 หรือ คิดเป็นร้อยละ 0.98 ของค่าเป้าหมายปี 2565 ซึ่งทางจังหวัดตั้งเป้าหมายปี 2565 ไม่เกิน 9,556 จุด โดยอำเภอที่มีจุดความร้อนสูงสุด ได้แก่ อำเภอปาย จำนวน 27 จุดในส่วนของจุดความร้อนเมื่อเทียบกับห้วงเวลาเดียวกันกับ ปี 2564 พบว่า เมื่อปี พ.ศ.2564 จุดความร้อนรวมทั้งจังหวัด 788 จุด ขณะที่ ปี พ.ศ. 2565 จุดความร้อน 94 จุด ถือว่าจุดความร้อนในต้นปีนี้ น้อยกว่าปีก่อนเป็นอย่างมาก. 012

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

มันต้องพันนี้! แห่ชมตำรวจเมืองคอน ห่วงปชช.ช่วยซ่อมประตูถึงบ้าน

Posted on February 5, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/631547

มันต้องพันนี้! แห่ชมตำรวจเมืองคอน ห่วงปชช.ช่วยซ่อมประตูถึงบ้าน

วันพฤหัสบดี ที่ 27 มกราคม พ.ศ. 2565, 15.13 น.

สนั่นโซเชียล! ชื่นชมตำรวจเมืองคอน แบบอย่างตำรวจในฝันที่ประชาชนอยากให้เป็น – หลังรอง ผกก.ป.นำกำลังตำรวจ และ อส.ตร.ออกตรวจตรารักษาความสงบเรียบร้อยพบหญิงชรา อาศัยอยู่กับหลานชายนักเรียน ป.2 เห็นประตูบ้านซึ่งทำด้วยไม้อัด ได้ผุ หัก เหลือครึ่งบานไม่มีเงินซ่อม–ซื้อประตูใหม่ พร้อมช่างติดตั้ง เพื่อป้องกันอาชญากรรมและความปลอดภัยของสองยายหลาน

27 ม.ค.65 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เพจเฟซบุ๊ก “สภ.เมืองนครศรีธรรมราช“ มีการโพสต์ภาพและข้อความภารกิจของการดูแลรักษาความสงบเรียบร้อยของเจ้าหน้าที่ตำรวจ เมื่อวันที่ 26 ม.ค.2565 ที่ผ่านมา จนทำให้โลกโซเชียลเข้าไปแสดงความคิดเห็น ชื่นชมการปฏิบัติหน้าที่ของตำรวจและแชร์ออกไปอย่างกว้างขวาง กว่า 30,000 ครั้ง และแชร์กว่า 300 ครั้ง โดยส่วนใหญ่แสดงความคิดเห็นในทำนองว่า อยากให้ตำรวจทั่วประเทศเป็นแบบนี้ , ให้รักษาความดีไว้ตลอดไป , ทำดีต้องตีมือเชียร์ , มันต้องพันนี้แหระตำรวจเมืองคอนเรา , ให้ใจไปเลย ชาวบ้านคงดีใจสุดๆ , ตำรวจในฝันที่อยากให้ตำรวจทั้งประเทศเป็นแบบนี้ , และที่อื่นต้องทำแบบนี้บ้างนะครับ อย่าจับอย่างเดียว เป็นต้น

โดยเป็นคลิปที่ พ.ต.ท.ธีระพล พุ่มชัย รอง ผกก.ป.สภ.เมืองนครศรีธรรมราช นำกำลังตำรวจออกปฏิบัติหน้าที่ เมื่อพบบ้านของหญิงชราที่อาศัยอยู่กับหลานชาย หลังสอบถามความเป็นอยู่และพบว่าประตูบ้าน ซึ่งทำด้วยไม้อัดได้ ผุ หัก เหลือครึ่งบาน จึงถามหญิงชราจนทราบว่าประตูบ้านดังกล่าว ได้รับความเสียหายมานานแล้ว อยากจะเปลี่ยนใหม่ แต่ยังไม่มีเงินในการซ่อมแซม พ.ต.ท.ธีระพล พุ่มชัย รอง ผกก.ป. สภ.เมืองนครศรีธรรมราช เกรงว่าหญิงชราและหลาน จะไม่ปลอดภัยจากพวกมิจฉาชีพ จึงพร้อมกำลังตำรวจ และ อส.ตร. พร้อมกับช่างไปติดตั้งประตูให้บ้านหญิงชราที่บ้านหลังดังกล่าว

โดยข้อความระบุว่า “ภายใต้การอำนวยการของ พ.ต.อ.นัษฐวุฒิ ทองทิพย์ ผกก.สภ.เมืองนครศรีธรรมราช พ.ต.ท.ธีระพล พุ่มชัย รอง ผกก.ป.สภ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช , พร้อมด้วย ด.ต.กวีพัฒน์ เกตุเกลี้ยง เจ้าหน้าที่ตำรวจ และ อส.ตร.ประจำหน่วยบริการประชาชนหัวถนน ออกตรวจพื้นที่รับผิดชอบ กระทั่งมาถึงบ้านหลังหนึ่ง ตั้งอยู่ในซอยเล็กๆ ไม่มีชื่อ ตรงข้ามกับบ้านเด็กศรีธรรมราช ต.ในเมือง อ.เมือง พบผู้หญิงสูงอายุ พักอาศัยอยู่กับหลาน ซึ่งเรียนอยู่ชั้น ป.2 ได้พบปะพูดคุย สอบถาม ปัญหา สารทุกข์ สุขดิบ ขณะร่วมสนทนากันนั้น ได้สังเกตเห็นว่าบ้านหลังดังกล่าวประตูบ้านซึ่งทำด้วยไม้อัด ได้ ผุ หัก เหลือครึ่งบาน ได้สอบถาม จนทราบว่า ประตูบ้านดังกล่าวได้รับความเสียหายมานานแล้ว อยากจะเปลี่ยนใหม่ แต่ยังไม่มีเงินในการซ่อมแซม จนกระทั่งวันที่ ( 26 ม.ค.65 ) เวลาประมาณ 10.30 น. พ.ต.ท.ธีระพล พุ่มชัย รอง ผกก.ป.สภ.เมืองนครศรีธรรมราช, ด.ต.กวีพัฒน์ เกตุเกลี้ยง พร้อมด้วย เจ้าหน้าที่ตำรวจ และ อส.ตร. ประจำหน่วยบริการประชาชนหัวถนน ได้นำประตูไม้แปรรูปพร้อมช่างไปติดตั้ง ณ บ้านหลังดังกล่าวแทนที่ประตูบานเก่าที่ได้รับความเสียหาย เพื่อเป็นการป้องกันเหตุอาชญากรรมและเพื่อเป็นการช่วยเหลือประชาชน”

พ.ต.อ. นัษฐวุฒิ ทองทิพย์ ผกก.สภ.เมืองนครศรีธรรมราช กล่าวถึงกระแสของยกย่องชื่นชมจากประชาชนเนื่องมาจากกรณีดังกล่าวว่า ตนพร้อม พ.ต.ท.ธีระพล พุ่มชัย เพิ่งมารับตำแหน่ง ผกก.สภ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช ได้ไม่ถึง 3 เดือน และได้ตกลงกันว่าจะให้กำลังตำรวจทุกนายทำตัวให้ใกล้ชิดเป็นที่พึ่งของประชาชนได้อย่างแท้จริง เพราะตนและ พ.ต.ท.ธีระพล เป็นลูกชาวบ้านจนๆเหมือนกัน จึงมอบนโยบายและกำชับตำรวจผู้ใต้บังคับบัญชารวมทั้ง อส.ตร.ให้ปฏิบัติตามอุดมคติตำรวจที่ว่า “เคารพเอื้อเฟื้อต่อหน้าที่ กรุณาปราณีต่อประชาชน อดทนต่อความเจ็บใจ ไม่หวั่นไหวต่อความยากลำบาก ไม่มักมากในลาภผล” โดยตนและ พ.ต.ท.ธีระพล จะออกร่วมปฏิบัติหน้าที่กับผู้ใต้บังคับบัญชาและ อส.ตร.อย่างต่อเนื่อง เมื่อการปฏิบัติจนได้รับการยกย่องชื่นชมจากประชาชนแบบนี้ ทำให้ตนและเพื่อนข้าราชการตำรวจทุกคนมีขวัญและกำลังใจที่จะปฏิบัติหน้าที่ผู้พิทักษ์สันติราษฏร์เพื่อความสงบสุขร่มเย็นบนพื้นฐานความพึ่งพอใจของประชาชนตลอดไป

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

สุดฉาว! นักเรียนรวมตัวขับไล่’ผอ.ถ้ำมอง’ แอบดูครูสาวอาบน้ำ

Posted on February 5, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/631546

สุดฉาว! นักเรียนรวมตัวขับไล่'ผอ.ถ้ำมอง' แอบดูครูสาวอาบน้ำ

วันพฤหัสบดี ที่ 27 มกราคม พ.ศ. 2565, 15.11 น.

วันที่ 27 มกราคม 2565 เพจเฟซบุ๊ก “เจ๊ม้อย v plus” โพสต์เรื่องราวของครูสาวท่านหนึ่ง ถูก ผอ.ถ้ำมอง ขณะอาบน้ำ ครูเข้าร้องสื่อ หวั่นไม่ได้รับความเป็นธรรม 

โดยเพจดังกล่าวยะบุว่า นักเรียนออกมาประท้วง  ผอ.แอบดูครูอาบน้ำ  พอถามหาวงจรปิดก็บอกว่าไม่ต้องหาหรอก    #เป็นผมเอง แล้วยิ้ม คุณควรออกมาชี้แจงนะคะ ไม่ใช่ให้รอง ผอ.เขตออกมารับหน้า บึงกาฬ

จากนั้นยังโพสต์อีกว่า ขอความเป็นธรรมให้กับบุคลากรใน ร.ร และนักเรียนใน ร.รด้วยค่ะ ร.ร แห่งหนึ่งใน จ.บึงกาฬ มี ผอ.ที่พึ่งย้ายเข้ามาใน ร.ร ไม่ถึง 2 ปีทำเรื่องเสื่อมทรามใน ร.ร

เรื่องมีอยู่ว่า ในคืนวันพฤหัสบดี วันที่ 20 ม.ค 2565 มี ผอ.ท่านหนึ่ง ก็ไปแอบดูหัวผู้หญิงอาบน้ำหลังห้องพัก ทำทีเป็นรดน้ำผักตอน 2 ทุ่มที่จริงไปแอบดูครูผู้หญิงอาบน้ำ แล้วทางครูผู้หญิงได้ยินเสียงดังมาจากหลังห้องน้ำก็เลยแชทหาครูเวรว่ามีบุคคลผ่านนอกเข้ามาใน ร.ร ครูเวรผู้ชาย 2 คนเลยมาดูให้แต่เห็นผู้ชายคนหนึ่งนุ่งผ้าเช็ดตัวผืนเดียววิ่งเข้าไปในบ้านพัก เลยทำเรื่องขออนุญาตดูกล้องวงจรปิดจาก ผอ. แต่ ผอ.กับเลื่อนหนังสือขอดูกล้องวงจรปิดออกแล้วพูดว่า #ไม่ต้องขอดูหรอกเป็นผมเองที่แอบดู พูดว่าขอโทษแล้วยิ้มออกมาเหมือนโรคจิต

แล้วครูที่โดนคนแรกขอลาออกไปแล้ว ครูคนที่โดนในวันพฤหัสไปแจ้ง สพม.21 และ ผอ.เขต แต่ก็ไม่มีความคืบหน้าแต่อย่างใด และผอ.ร.ร ก็ยัง มาร.รตามปกติทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น #ทั้งที่ครูผู้หญิงนั่งร้องไห้ทุกวัน ส่วนครูและ นร.ใน ร.ร กำลังจะรวมตัวกันประท้วงให้ ผอ.ลาออก แต่ก็ไม่รู้ว่าจะเป็นผลไหม ขอความยุติธรรมให้ครูที่โดนด้วยค่ะ

ขอบคุณ : เจ๊ม้อยv plus

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

‘กสม.’จี้เอาจริงลดเจ็บ-ตายบนถนน ห่วง‘ไรเดอร์’อาชีพเสี่ยง

Posted on February 5, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/631501

‘กสม.’จี้เอาจริงลดเจ็บ-ตายบนถนน ห่วง‘ไรเดอร์’อาชีพเสี่ยง

วันพฤหัสบดี ที่ 27 มกราคม พ.ศ. 2565, 13.38 น.

‘กสม.’จี้เอาจริงลดเจ็บ-ตายบนถนน ห่วง‘ไรเดอร์’อาชีพเสี่ยงเหตุสภาพการจ้างงานกดดันให้ซิ่ง

27 ม.ค. 2565 ในการแถลงข่าวประจำสัปดาห์ของสำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) นายวสันต์ ภัยหลีกลี้ กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ กล่าวว่า ตามที่ได้เกิดอุบัติเหตุบนท้องถนนกรณีแพทย์หญิงถูกรถจักรยานยนต์บิ๊กไบค์ขับชนระหว่างข้ามทางม้าลายและเสียชีวิตในเวลาต่อมา จนปรากฏเป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์ถึงความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนนนั้น กสม. มีความห่วงกังวลอย่างยิ่งต่อสวัสดิภาพและความปลอดภัยในชีวิตของประชาชนผู้ใช้ทางสาธารณะ 

เนื่องจากสิทธิในชีวิตถือเป็นสิทธิมนุษยชนที่สำคัญที่สุดของมนุษย์ทุกคน และได้รับการรับรองไว้ในกติการะหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมือง (ICCPR) รวมทั้งรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 มาตรา 28 โดยรัฐมีหน้าที่ต้องปกป้อง คุ้มครอง และส่งเสริมให้ประชาชนมีและได้รับประโยชน์จากสิทธินี้ และใช้มาตรการต่างๆ เพื่อประกันว่าสิทธิในชีวิตของบุคคลจะได้รับการคุ้มครองดูแลอย่างดีที่สุด และบุคคลไม่ควรเสียชีวิตจากเหตุอันไม่สมควรโดยเฉพาะเหตุที่สามารถป้องกันได้ 

ปัญหาอุบัติเหตุบนท้องถนนซึ่งกระทบต่อสิทธิที่จะมีชีวิตได้อย่างปลอดภัยบนท้องถนนเป็นเรื่องที่ กสม. ให้ความสำคัญ และ กสม. (ชุดที่ 2) เคยมีข้อเสนอแนะไปยังคณะรัฐมนตรีและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเมื่อปี 2558 โดยมีข้อค้นพบว่า การบังคับใช้กฎหมายจราจรยังไม่เข้มงวดและการควบคุมมาตรฐานด้านความปลอดภัยของยานพาหนะประเภทต่าง ๆ ยังไม่เพียงพอ พร้อมมีข้อเสนอแนะ เช่น รัฐควรให้ความสำคัญกับการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนในระดับนโยบายอย่างจริงจังเทียบเท่านโยบายด้านการเสียชีวิตจากอาชญากรรมและยาเสพติด ดูแลให้ผู้ใช้รถใช้ถนนเคารพกฎหมายและกฎระเบียบเพื่อความปลอดภัยโดยเฉพาะอย่างยิ่งกฎหมายที่เกี่ยวกับการจำกัดความเร็ว และควรมีมาตรการที่ประกันว่าถนนที่มีอยู่แล้วและถนนที่จะสร้างขึ้นใหม่จะเป็นถนนที่ได้มาตรฐานความปลอดภัย เป็นต้น

“อุบัติเหตุที่เกิดขึ้นในครั้งนี้ สะท้อนให้เห็นว่าประเทศไทยในฐานะรัฐภาคีของกติกา ICCPR ยังมีภารกิจสำคัญที่จะต้องดำเนินการต่าง ๆ อย่างต่อเนื่องเพื่อคุ้มครองสิทธิในชีวิตของประชาชน ด้วยการออกมาตรการทางกฎหมายหรือมาตรการอื่น ๆ ที่เข้มงวดและบังคับใช้ได้จริงเพื่อสร้างสภาพแวดล้อมที่จะทำให้บุคคลสามารถดำรงชีวิตและสัญจรได้อย่างปลอดภัยมากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ ขณะที่สังคมโดยประชาชนผู้ใช้รถใช้ถนนจะต้องเคารพกฎจราจรเพื่อเคารพสิทธิของผู้อื่นอย่างเคร่งครัดด้วย” นายวสันต์ กล่าว 

นายวสันต์ กล่าวต่อไปว่า กสม. จะติดตามสถานการณ์ปัญหาดังกล่าวอย่างต่อเนื่อง และจะระดมความคิดเห็นจากภาคส่วนต่างๆ เพื่อจัดทำข้อเสนอแนะเชิงนโยบายเพื่อให้ประชาชนได้ใช้สิทธิในการเดินทางบนเส้นทางสาธารณะได้อย่างปลอดภัยและได้รับการคุ้มครองสิทธิและความปลอดภัยในชีวิตจากอุบัติเหตุต่างๆ ซึ่งเป็นเรื่องที่สามารถป้องกันได้และไม่ควรเกิดขึ้น
ส่วนกรณีที่มีการตั้งข้อสังเกตว่า ต้นตอของการใช้ความเร็วหรือการขับขี่ยานพาหนะแบบเสี่ยงอันตรายมาจากความเร่งรีบในการปฏิบัติหน้าที่ของตนเองจนลืมนึกถึงความปลอดภัยของผู้ใช้รถใช้ถนนร่วมกันหรือไม่ เนื่องจากคดีนี้ผู้ต้องหาซึ่งเป็นตำรวจอ้างว่าไปรับเอกสารที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล ก่อนมุ่งหน้าไปอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิแล้วเกิดเหตุจนมีผู้เสียชีวิต ซึ่งในความเป็นจริงยังมีอาชีพที่มีสภาพการทำงานที่กดดันให้ต้องเร่งรีบดังกล่าว เช่น พนักงานส่งเอกสารของบริษัทห้างร้านต่างๆ หรือแมสเซ็นเจอร์ รวมถึงผู้รับงานส่งอาหารผ่านแอปพลิเคชั่น หรือไรเดอร์

ประเด็นนี้ตนเห็นว่า อุบัติเหตุบนท้องถนนปัญหาหลักอย่างหนึ่งคือการใช้ความเร็วรถ ซึ่งทั้งผู้ขับขี่เองและผู้มีหน้าที่รักษากฎหมายต้องช่วยกันดูแลไม่ให้ขับขี่ด้วยความเร็วเกินไปจนก่อให้เกิดอันตราย โดยกรณีนี้เป็นภาพสะท้อนว่ามีการใช้ความเร็วสูงจนก่อให้เกิดอุบัติเหตุเป็นข่าวสะเทือนใจ อย่างไรก็ตาม ในปัจจุบันจะเห็นรถรับ-ส่งเอกสารหรือสิ่งของต่างๆ ที่ขับขี่ในลักษณะใช้ความเร็วสูงหรือไม่ปฏิบัติตามกฎจราจร ก็เป็นอีกเรื่องที่น่าเป็นห่วง

“เรื่องการจำกัดความเร็วรถกับเรื่องวินัยจราจรเป็นเรื่องสำคัญ เพราะว่าไม่อย่างนั้นจะไปกระทบสิทธิ์ของผู้อื่น คือทุกคนที่ใช้รถใช้ถนนควรจะมีความปลอดภัยในชีวิต เพราะว่าสิทธิในชีวิตเป็นเรื่องสำคัญมาก เราคงไม่อยากเห็นประเภทที่ว่าเดินข้ามถนนแม้กระทั่งทางม้าลายก็ยังถูกชนตาย หรืออยู่บนฟุตปาธบางทีรถก็ยังข้ามมาชน คือลักษณะแบบนี้เป็นปัญหาสำคัญ เมืองไทยมีปัญหาอุบัติเหตุบนท้องถนนสูงเป็นอันดับต้นๆ ของโลก” นายวสันต์ ระบุ

นายวสันต์ ยังกล่าวอีกว่า ส่วนกรณีข้อสังเกตที่ว่าผู้รับ-ส่งสินค้าที่รับงานผ่านแอปพลิเคชั่น ที่พนักงานไม่มีสถานะเป็นลูกจ้างตามกฎหมายแรงงาน บริษัทผู้ให้บริการควรร่วมรับผิดชอบอะไรบ้างหรือไม่นั้น ด้านหนึ่งผู้ใช้รถใช้ถนนทุกคนควรเคารพกฎจราจร พฤติกรรมเสี่ยง เช่น ขับขี่ย้อนศร ขับขี่บนทางเท้า อาจก่อให้เกิดอันตรายได้จึงต้องระมัดระวัง ส่วนสภาพการจ้างงานที่อาจจะทำให้ผู้ใช้มอเตอร์ไซค์ต้องเร่งรีบหรือขับขี่ในลักษณะเสี่ยงอันตรายทั้งตัวผู้ขับขี่เองและผู้ใช้รถใช้ถนนคนอื่นๆ ก็เป็นเรื่องที่ควรแก้ไขในลักษณะของการจ้างงานหรือกฎในเรื่องของธุรกิจ 

ด้าน น.ส.ปิติกาญจน์ สิทธิเดช กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ กล่าวเสริมว่า เรื่องของไรเดอร์นั้นเป็นประเด็นของการจ้างงานที่ดูเหมือนจะไม่เป็นธรรม เพราะเป็นแรงงานนอกระบบ อย่างไรก็ตาม ที่ผ่านมายังไม่มีการร้องเรียนเข้ามายัง กสม. จนนำไปสู่การศึกษาและมีข้อเสนอแนะไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างเป็นรูปธรรม แต่โดยส่วนตัวก็พอทราบมาบ้างว่าไรเดอร์เป็นอาชีพเสี่ยงภัยแต่ไม่มีหลักประกันอะไรเลย จึงแนะนำว่าสื่อมวลชนน่าจะหยิบยกเรื่องนี้ขึ้นมาเป็นประเด็นนำเสนอ

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

สกสว.เปิดพื้นที่ถกงานวิจัยไทย กุญแจสู่มาตรการ ‘อากาศสะอาด’ แก้วิกฤต PM2.5

Posted on February 5, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/631498

สกสว.เปิดพื้นที่ถกงานวิจัยไทย กุญแจสู่มาตรการ 'อากาศสะอาด' แก้วิกฤต PM2.5

วันพฤหัสบดี ที่ 27 มกราคม พ.ศ. 2565, 13.18 น.

สกสว.จับมือภาคีเปิดพื้นที่สนทนา ‘ปลดล็อค! เพื่ออากาศสะอาด’ ถกงานวิจัยไทย-กุญแจสู่มาตรการอากาศสะอาดแก้วิกฤต PM2.5

สกสว.จับมือชมรมนักข่าวสิ่งแวดล้อม สมาคมนักข่าวและนักหนังสือพิมพ์ฯ จัดงาน TSRI Talk ‘ปลดล็อค! เพื่ออากาศสะอาด’ ระดมสมองนักวิจัย หน่วยบริหารจัดการทุน หน่วยงานบริษัทเอกชน ประชาชน ภาคประชาสังคม และอนุกมธ.พิจารณาแก้ไขปัญหาฝุ่นละอองและมลพิษทางอากาศถอดรูปแบบเส้นทางการใช้วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรมพัฒนามาตรการอากาศสะอาดสร้างผลกระทบแก้วิกฤต PM2.5

สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สกสว.) ร่วมกับชมรมนักข่าวสิ่งแวดล้อม สมาคมนักข่าวและนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย จัดกิจกรรมTSRI Talk สนทนาออนไลน์ “ปลดล็อค! เพื่ออากาศสะอาด”From Output to Impact : ระบบวิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรมไทยกับการแก้วิกฤตฝุ่น PM2.5 เพื่อเป็นพื้นที่ในการสื่อสารสนทนา และระดมสมองถอดรูปแบบ4 ผลงานวิจัยเด่นสัญชาติไทยที่ถูกใช้งานจริงในระดับจังหวัด รวมถึงลดการปลดปล่อยมลพิษอากาศและ PM2.5 ปกป้องประชาชนจากการรับสัมผัสฝุ่นพิษเพื่อเสนอเป็นแนวทางการผลักดันให้งานวิจัยและนวัตกรรมอื่นๆของไทยสามารถพัฒนาเป็นมาตรการอากาศสะอาดที่สร้างผลกระทบได้โดยมีหน่วยบริหารจัดการทุน (สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ) หน่วยงานราชการ (สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ และศูนย์อนามัยที่ 1 จังหวัดเชียงใหม่) บริษัทเอกชน (กลุ่มมิตรผล) ประชาชน (เกษตรกรไร่อ้อยจังหวัดสิงห์บุรี) ภาคประชาสังคม (สภาลมหายใจ จังหวัดเชียงใหม่) และคณะอนุกรรมาธิการพิจารณาแก้ไขปัญหาฝุ่นละอองและมลพิษทางอากาศสภาผู้แทนราษฎร ร่วมเสวนา

สำหรับงานวิจัยเด่นที่ถูกนำมาวิเคราะห์เส้นทางสู่การสร้างผลลัพธ์ผลกระทบประกอบด้วย

1) DustBoy เครื่องวัดฝุ่น PM2.5 และ PM10 ราคาถูก (ไม่เกิน 10,000 บาท) ที่มีความแม่นยำกว่าร้อยละ85 เมื่อเทียบกับเครื่องวัดฝุ่นที่ต้องซื้อมาจากต่างประเทศ (กว่า 1ล้านบาท)ซึ่งถูกติดตั้งแล้วกว่า 400 จุดทั่วประเทศช่วยให้ประชาชนกว่า 300,000 คนวางแผนหลีกเลี่ยงการรับสัมผัสฝุ่นพิษในชีวิตประจำวัน

2) FireD แอปพลิเคชั่นการจองเผาเศษวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตรที่ใช้แบบจำลองทางคณิตศาสตร์คาดการณ์การฟุ้งกระจายของฝุ่นจากการเผาล่วงหน้า 3 วันเพื่อการตัดสินใจเวลาที่เหมาะสมที่สุดในการกำจัดเชื้อเพลิงในพื้นที่ ทำให้คณะทำงานระดับจังหวัดของเชียงใหม่มีข้อมูลในการอนุมัติให้เกษตรกรสามารถเผาเศษวัสดุเหลือใช้โดยเกิดฝุ่นฟุ้งกระจายน้อยที่สุด ในปี 2564 แอปพลิเคชั่นดังกล่าวเป็นหนึ่งปัจจัยที่ช่วยลดจุดความร้อนในจังหวัดเชียงใหม่ได้กว่าร้อยละ60

3) สิงห์บุรีโมเดล โมเดลนำร่องการใช้ Open Government ของสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการร่วมกับส่วนราชการและภาคเอกชนจังหวัดสิงห์บุรีเพื่อใช้นวัตกรรมและมาตรการจูงใจทั้งจากภาครัฐและภาคเอกชนที่ร้อยเรียงเป็นห่วงโซ่ของมาตรการในการลดการเผาไร่อ้อย ก่อนตัดส่งเข้าโรงงานน้ำตาลให้ได้ร้อยละ90อันเป็นการลดการปลดปล่อย PM2.5 และมลพิษอากาศที่แหล่งกำเนิด

4) นวัตกรรมรถตัดอ้อย ของบริษัท น้ำตาลมิตรผล สิงห์บุรี ที่เกษตรกรสามารถใช้ตัดอ้อยสดในไร่ของตัวเอง และยังรับตัดอ้อยของเพื่อนเกษตรกรในพื้นที่โดยไม่ต้องเผา ทำให้ขายอ้อยได้ราคาดีและมีค่าใช้จ่ายในการเก็บเกี่ยวลดลงกว่าร้อยละ50 เมื่อเทียบกับแรงงานคน นวัตกรรมนี้ใช้งานจริงและช่วยลดการปลดปล่อย PM2.5 ในพื้นที่มาแล้วกว่า 4 ปี

โอกาสนี้ รศ.ดร.ปัทมาวดี โพชนุกูล ผู้อำนวยการ สกสว. กล่าวถึง “บทบาทของ สกสว.กับ วิกฤตมลพิษอากาศ PM2.5” ว่ากว่า4 ปีที่ผ่านมา 7 จังหวัดของประเทศมีค่าความเข้มข้นของ PM2.5 เฉลี่ยรายวันเกินค่ามาตรฐานความปลอดภัยระหว่างร้อยละ 25-50 ของเวลาใน 1 ปีโดยปี2563 ค่าฝุ่นเกินค่าที่ยอมรับได้ 112 วันต่อปี และปี 2564 กรุงเทพฯ ถูกจัดอันดับเป็นเมืองที่มีมลพิษมากที่สุดแห่งหนึ่งของโลก ก่อนหน้านี้เมื่อพูดถึงการแก้ปัญหาฝุ่นละออง เราอาจใช้วิธีการสังเกต มองท้องฟ้า แต่ปัจจุบันองค์ความรู้ทำให้เกิดนวัตกรรมและเครื่องมือวัดค่าฝุ่น ซึ่งเราล้วนทราบกันดีว่าปัญหาฝุ่นเกินค่ามาตรฐานเกิดจากสภาพแวดล้อม ที่มีมนุษย์เป็นผู้สร้าง ทั้งแหล่งกำเนิดมลพิษจากโรงงานอุตสาหกรรม การคมนาคม (จากข้อมูลพบว่าไทยมีรถยนต์มาตรฐานต่ำที่ผลิตควันดำกว่า 10 ล้านคัน) รวมทั้งการเผาของภาคเกษตร ที่ล้วนเกิดจากกระบวนการผลิตและการบริโภคของมนุษย์ทั้งสิ้น

ดังนั้น การแก้ปัญหาจึงควรมองกลับไปทั้งระบบ ทั้งพฤติกรรมการผลิตและการบริโภค เวทีครั้งนี้จึงถือเป็นโอกาสอันดีที่ทุกภาคส่วนและสื่อมวลชนจะได้บูรณาการการทำงาน เพื่อแก้ปัญหาอากาศของประเทศไทย โดย สกสว. เล็งเห็นว่าเครื่องมือด้านวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (ววน.) ของประเทศ ทั้งการจัดทำแผนวิจัย การจัดสรรงบประมาณ ตลอดจนการมีระบบติดตามผลและการทำงานร่วมกันกับหน่วยบริหารจัดการทุนวิจัยและนวัตกรรม โดยเฉพาะสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) ที่ถือเป็นฟันเฟืองสำคัญ ในการบริหารจัดการงานวิจัยทางด้านฝุ่น เพื่อหนุนเสริมการแก้ปัญหานี้อย่างยั่งยืน

ด้าน ผศ.ดร.ธนพล เพ็ญรัตน์ ผู้เชี่ยวชาญระดับสูง สกสว. และคณะอนุกรรมาธิการสภาฯ ด้านแก้ไขปัญหา PM 2.5 ฉายภาพว่าหากทบทวนมาตรการของประเทศอื่นๆ อย่างสหรัฐอเมริกา จะพบว่าประเทศเหล่านั้นประสบความสำเร็จในการสร้างอากาศดีให้ประชาชนด้วยมาตรการอากาศสะอาด เพื่อเป็นกฎระเบียบในการรักษาสภาพอากาศของประเทศ โดยกว่าที่มาตรการนี้จะคลอดออกมาต้องใช้องค์ความรู้จากงานวิจัยและนวัตกรรมมาหนุนเสริม เพื่อให้ปกป้องประชาชนได้อย่างมีประสิทธิภาพ ประเทศไทยมีองค์ความรู้ด้านการวิจัยการแก้ปัญหานี้อย่างมากมายแต่ยังไม่ถูกนำไปพัฒนาเป็นมาตรการต่างๆอย่างจริงจัง ดังนั้นจึงมองว่าข้อเสนอแนะการเพิ่มศักยภาพของงานวิจัยและนวัตกรรมไทยเพื่อการแก้ไขปัญหา PM2.5 และมลพิษอากาศ มี 4 ประเด็นสำคัญ คือ

1.มาตรการสำหรับกฎหมายอากาศสะอาดของประเทศไทยเป็นหัวใจของความสำเร็จแค่การมีกฎหมายอากาศสะอาดอย่างเดียวไม่เพียงพอ แต่ต้องมีมาตรการที่ดีมีประสิทธิภาพและอิงวิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม

2.งานวิจัยควรเน้นการสนับสนุนการออกแบบมาตรการ การวิเคราะห์ประสิทธิภาพ การติดดามประเมินผลของมาตรการในการบรรลุเป้าหมายของอากาศสะอาด

3.การเชื่อมโยงงานวิจัยกับมาตรการในกฎหมายอากาศสะอาดที่จะมีในอนาคตจะทำให้ผลผลิตงานวิจัย นำไปสู่ผลลัพธ์และผลกระทบ ได้อย่างมีประสิทธิภาพโดยหน่วยงานภาครัฐ เอกชน และประชาชนที่ต้องปฏิบัติตามมาตรการทางกฎหมายดังกล่าว และต้องการงานวิจัยเพื่อช่วยในการดำเนินมาตรการให้ประสบความสำเร็จ

4.ตัวชี้วัดผลการดำเนินงานของระบบ ววน. ควรมุ่งสนับสนุนเทคโนโลยี นวัตกรรม การบริหารจัดการให้กฎหมายอากาศสะอาดสามารถดำเนินการได้อย่างมีประสิทธิภาพไม่ใช่เป้าหมายและผลสัมฤทธิ์สำคัญในการบรรลุเป้าหมายอากาศสะอาดโดยตรง เนื่องจาก ววน.เปรียบเสมือนหน่วยสนับสนุนเครื่องมือการทำงานให้หน่วยงานด่านหน้าที่สำคัญทั้งภาครัฐและเอกชน รวมถึงภาคประชาชนให้สามารถบริโภคได้อย่างยั่งยืน โดยต้องทำงานบนฐานข้อมูลและองค์ความรู้ ประเทศไทยต้องเรียนรู้ว่ามาตรการแบบใดดีที่สุดจากต่างประเทศที่เคยประสบความสำเร็จมาแล้วนำมาใช้แล้วเหมาะสมกับบ้านเรา

ขณะที่ ดร.ขวัญฤดี โชติชนาทวีวงศ์ ผู้แทนสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กล่าวเสริมว่า นอกเหนือจากการใช้องค์ความรู้จากงานวิจัยไปผลักดันให้เกิดกฎหมายแล้ว ควรมีกลไกเชื่อมต่อการใช้ประโยชน์  การนำมาตรการต่างๆที่ภาครัฐมีอยู่แล้วตอนนี้ แต่ยังขาดการนำไปใช้ การติดตามประเมินผลมาตรการที่เพียงพอเป็นสิ่งที่จำเป็นอย่างยิ่งเช่นกัน

ส่วน นางอารีย์พันธ์ เจริญสุข รองเลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ (ก.พ.ร.)กล่าวว่ากฎหมายอาจไม่สำคัญเท่ามาตรการและการปฏิบัติจริง ถ้าแต่ละฝ่ายเห็นพ้องร่วมกันและรู้ว่าแต่ละคนมีบทบาทการทำงานในส่วนไหนเพื่อแก้ปัญหาก็จะส่งผลสำเร็จมากขึ้น นอกจากนี้สิ่งสำคัญที่เป็นแรงกระตุ้นในสังคมได้ คือ การแจ้งเตือนตัวเลขที่ชัดเจนว่าหลังจากนำงานวิจัยเชิงนวัตกรรมและงานวิจัยเชิงนโยบายไปปฏิบัติจริง คุณภาพอากาศดีขึ้นเพียงใด ค่าฝุ่นลดลงแล้วมากน้อยพียงใด มีปริมาณผู้ป่วยโรคทางเดินหายใจลดลงเท่าใด สื่อสารให้ประชาชนได้ทราบว่าสิ่งเหล่านี้มันคือเรื่องเชื่อมโยงที่ใกล้ตัวเขา จะทำให้สังคมตระหนักรู้มากขึ้น ทั้งนี้ข้อมูลการถกประเด็นครั้งนี้ถือเป็นสารตั้งต้นสำคัญทั้ง สกสว.และทุกภาคส่วน เพื่อแก้ไขปัญหาPM2.5 และผลักดันให้เกิดมาตรการสะอาดขึ้นมาอย่างเป็นรูปธรรมและดำเนินการใช้จริงอย่างมีศักยภาพต่อไป -(016)

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ที่นี่เมืองอุบลฯ ร้านค้าตั้งขายบนทางม้าลาย ลูกค้านั่งกินสบายใจไม่กลัวรถ!

Posted on February 5, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/631485

ที่นี่เมืองอุบลฯ ร้านค้าตั้งขายบนทางม้าลาย ลูกค้านั่งกินสบายใจไม่กลัวรถ!

วันพฤหัสบดี ที่ 27 มกราคม พ.ศ. 2565, 12.05 น.

ที่นี่เมืองอุบลฯ ร้านค้าตั้งขายบนทางม้าลาย ลูกค้านั่งกินสบายใจไม่กลัวรถ! 

ต่อมา พบว่าโลกโซเชียลได้ร่วมกันรณรงค์ภามหาจิตสำนึกผู้ใช้รถใช้ถนนและเอื้อเฟื้อต่อผู้เดินเท้า โดยเฉพาะทางม้าลาย ที่ส่วนใหญ่มักเห็นผู้ขับขี่จอดทับเส้นทางม้าลาย และมีภาพออกมาให้เห็นกันบ่อยครั้ง 

ล่าสุด เพจเฟซบุ๊ก วารินชำราบบ้านเฮา เผยภาพทางม้าลาย บนถนนสรรพสิทธิ์ โรงพยาบาลสรรพสิทธิประสงค์ จ.อุบลราชธานี พร้อมกับระบุแคปชั่นสั้นๆว่า “สวยเด่นเห็นแต่ไกล ทางม้าลายหน้า รพ.สรรพสิทธิประสงค์” แถมที่บริเวณยังมีโต๊ะ เก้าอี้ และร้านกาแฟ ตั้งเด่นอย่างไม่เกรงกลัวกฎหมาย

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

วิชั่น2030!ไขคำตอบทำไมซาอุฯปู‘พรมสีม่วง’ต้อนรับ‘บิ๊กตู่’

Posted on February 5, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/631434

วิชั่น2030!ไขคำตอบทำไมซาอุฯปู‘พรมสีม่วง’ต้อนรับ‘บิ๊กตู่’

วันพฤหัสบดี ที่ 27 มกราคม พ.ศ. 2565, 08.06 น.

วิชั่น2030!ไขคำตอบทำไมซาอุฯปู‘พรมสีม่วง’ต้อนรับ‘บิ๊กตู่’

27 มกราคม 2565 นายเถกิง สมทรัพย์ อดีตนายกสมาคมนักข่าววิทยุโทรทัศน์ไทย โพสต์ภาพ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เดินทางเยือนประเทศซาอุดีอาระเบีย ซึ่งมีการต้อนรับด้วยการปูพรมสีม่วง พร้อมข้อความดังนี้…

“เพื่อนสวนกุหลาบรุ่น 97 ถามว่า …ทำไมซาอุดีอาระเบียใช้ “พรมสีม่วง” ปูต้อนรับ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา…

ผมลองค้นคำตอบได้คร่าวๆ คือ

1. แต่เดิมพรมสีแดงคือพรมแห่งเกียรติยศ งดงาม อลังการ ที่ซาอุดิอาระเบียใช้ประดับต้อนรับแขกวีไอพีผู้มาเยือน

2. แม้ พรมสีแดง จะมีใช้มานาน แต่เริ่มนิยมใช้กันแพร่หลายในศตวรรษที่ 19 นี้เองในสหรัฐและยุโรปแล้วแพร่ไปทั่วโลก รวมทั้งในซาอุดิอาระเบีย ..มีบันทึกว่า ในปี 1821 ชาวเมืองจอร์จทาวน์ ในรัฐเซาธ์แคโรไลน่า ปูพรมสีแดง ต้อนรับประธานาธิบดี เจมส์ มอรโร ต่อมารถไฟขบวนสุดหรูในนิวยอร์กก็ปูพรมแดงรับผู้โดยสารไฮโซ…

3. ในราวทศวรรษ 1920 พรมแดงเริ่มเข้าสู่ฮอลลีวู้ดเมื่อใช้ในการเปิดตัวหนังเรื่องโรบินฮู้ดของดักลาส แฟร์แบง…

4. ในปี 1961 เริ่มใช้พรมแดงในการต้อนรับเหล่าดาราในงาน ออสการ์..และพรมแดงเป็นสีแห่งความสุดยอดอลังการมายาวนาน

5. จนกระทั่งปีสองปีมานี้ งานออสการ์หันมาใช้ “พรมสีชมพู” แทนพรมแดง

6. ว่ากันว่า “พรมแดง” ที่เป็นสัญลักษณ์แห่งความยิ่งใหญ่อลังการ กำลังถึงคราวร่วงโรยเพราะเริ่มใช้สีอื่นๆมาทดแทน…(พรมแดงน่าจะใช้กันเกร่อจนหมดความขลัง หมดความเป็นสีแห่งวีไอพี)

7. เมื่อปีที่แล้วนี้เอง ประเทศซาอุดิอาระเบีย โดยกระทรวงวัฒนธรรมได้ประกาศใช้ “พรมสีม่วง” แทน “พรมแดง”  ทั้งในงานพระราชพิธีและงานต้อนรับแขกบ้านแขกเมืองตั้งแต่สนามบินเลยทีเดียว 

8. เหตุผล คือ ในฤดูใบไม้ผลิของซาอุดิอาระเบีย จะมีดอกไม้ “สีม่วง” เบ่งบานราวกับพรมสีม่วงปกคลุมไปทั่วแผ่นดิน เช่น  lavender flowers, desert germander, basil and Jacaranda trees.ล้วนแล้วแต่มีดอกสีที่ออกโทนม่วงทั้งนั้น..สีม่วงจึงถูกนำมาใช้แทนสีแดง

9. ลาเวนเดอร์ เป็นดอกไม้ที่ใช้ในชีวิตประจำวันของชาวซาอุดิอาระเบียทั้งเรื่องอาหาร การประดับ และเครื่องสำอาง

10. “พรมสีม่วง”ที่ใช้ต้อนรับแขกบ้านแขกเมืองเพื่อแสดงถึงการต้อนรับที่อบอุ่น ยินดี ..และบ่งบอกเอกลักษณ์ของชาติ

11. นอกจากนี้ขอบพรมสีม่วงที่มีลายถักทอหัตถกรรมงดงามนั้นคืองานศิลปะที่เป็นมรดกโลกของซาอุดิอาระเบีย ซึ่งทำสืบเนื่องกันมานมนานจากงานฝีมือของชาวเบดูอิน

12. และการใช้พรมสีม่วงยังเป็นส่วนหนึ่งของวิชั่น 2030 ที่จะนำซาอุดิอาระเบียก้าวไปข้างหน้า..

13. นี่อาจเป็นเหตุผลหนึ่งที่ซาอุดิอาระเบีย ก้าวข้ามอดีต ไปสู่อนาคตในการฟื้นฟูความสัมพันธ์กับราชอาณาจักรไทย

รายละเอียดไปหาอ่านกันเองนะครับ…

https://www.moc.gov.sa/culturalreception-en

https://www.arabnews.com/node/1854156/saudi-arab

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

รายงานพิเศษ : ศูนย์บริการหลักประกันสุขภาพ รพ.ตราดหนุนมะเร็งรักษาทุกที่

Posted on February 5, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/631371

รายงานพิเศษ : ศูนย์บริการหลักประกันสุขภาพ  รพ.ตราดหนุนมะเร็งรักษาทุกที่

วันพฤหัสบดี ที่ 27 มกราคม พ.ศ. 2565, 06.20 น.

โครงการ “Cancer Anywhere” หรือ “ผู้ป่วยมะเร็งรักษาได้ทุกที่…ที่พร้อม” เป็นนโยบายที่ นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข มีแนวคิดยกระดับบริการให้ผู้ป่วยสามารถเข้าถึงการรักษาได้รวดเร็วขึ้น เมื่อเข้าถึงการรักษาเร็วขึ้นก็จะสามารถรักษาได้ตั้งแต่ในระยะเริ่มต้น ลดอาการแทรกซ้อน และอัตราการเสียชีวิตของผู้ป่วยลงได้ การจะขับเคลื่อนนโยบายดังกล่าวต้องอาศัยความร่วมมือจากหลายภาคส่วน ทั้งฝั่งผู้ให้บริการที่ต้องปรับระบบการตรวจวินิจฉัยและส่งต่อฝั่งผู้ซื้อบริการอย่างสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) ที่ต้องปรับระบบการจ่ายเงินชดเชยค่าบริการเพื่อเอื้อให้เกิดบริการ

และฝั่งผู้รับบริการที่ต้องเข้าใจในระบบบริการ การเชื่อมโยงทั้ง 3 ส่วนเข้าด้วยกัน ในพื้นที่บริการ“ศูนย์บริการหลักประกันสุขภาพในหน่วยบริการ” หนึ่งในกลไกสำคัญภายใต้ระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติที่เปรียบเสมือนศูนย์บริการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติที่ประจำอยู่ในโรงพยาบาล นอกจากทำหน้าที่เป็นตัวกลางระหว่างผู้ป่วยและโรงพยาบาล ให้ข้อมูลแนะนำเรื่องสิทธิ ตลอดจนรับคำร้องเรียนและแก้ไขปัญหาให้กับผู้ป่วยแล้ว ยังคอยทำงานขับเคลื่อนนโยบายต่างๆ อยู่หลังบ้าน

นางอันธิกา คะระวานิช รองผู้อำนวยการฝ่ายการพยาบาล โรงพยาบาลตราด และอนุกรรมการส่งเสริมการมีส่วนร่วมในการสร้างหลักประกันสุขภาพของทุกภาคส่วน ในฐานะผู้รับผิดชอบดูแลศูนย์บริการหลักประกันสุขภาพของโรงพยาบาลตราด ซึ่งสร้างผลงานจนได้รับรางวัลศูนย์บริการหลักประกันสุขภาพและการบริหารจัดการความขัดแย้งในหน่วยบริการดีเด่นระดับประเทศ ตลอดจนเป็นกรรมการคัดเลือกศูนย์บริการหลักประกันสุขภาพฯ ดีเด่นระดับประเทศในปีต่อๆ มา

ได้ให้ความเห็นถึงบทบาทของศูนย์บริการหลักประกันสุขภาพในหน่วยบริการ ในการขับเคลื่อนนโยบายCancer Anywhere ว่า “งานของศูนย์หลักประกันสุขภาพฯไม่ใช่การจัดบริการ แต่ทำหน้าที่เพื่อสร้างการรับรู้สิทธิและดูแลการเข้าถึงบริการที่เป็นการคุ้มครองผู้ป่วย ตลอดจนการวางระบบประกันคุณภาพบริการให้กับประชาชน” งานเหล่านี้ไม่ได้ทำเฉพาะแค่ฝั่งประชาชนเท่านั้น แต่ต้องทำให้หน่วยบริการ บุคลากรในหน่วยบริการรับรู้ด้วยว่า ถ้าจะทำให้ประชาชนรับรู้และเข้าใจการใช้สิทธิ หน่วยบริการเองต้องทำอย่างไร

ทีนี้เมื่อโฟกัสที่ Cancer Anywhere นางอันธิกา กล่าวว่า “เดิมทีการรักษามะเร็ง เป็นบริการที่มีแต่เดิมอยู่แล้ว เพียงนโยบายนี้ได้มุ่งยกระดับบริการให้ดีขึ้น เพื่อให้ผู้ป่วยมะเร็งเข้าถึงบริการได้เร็วขึ้น ลดอาการแทรกซ้อนและการเสียชีวิต รวมถึงเพิ่มโอกาสในการรักษาให้หายขาดในมะเร็งบางชนิดได้” โดยบทบาทของศูนย์บริการหลักประกันสุขภาพฯ นอกจากการรับรู้นโยบายที่เป็นการปรับระบบบริการแล้ว ยังมองภาพรวมในงานที่ต้องขับเคลื่อนทั้งหมด ที่ต้องสอดรับการให้บริการที่เป็นไปในทิศทางเดียวกัน

“งานนี้การขับเคลื่อนในส่วนหลังบ้านเพื่อสนับสนุนการจัดบริการจึงได้เริ่มขึ้น โดยเรามองเป็นกระบวนการ เริ่มตั้งแต่ทีมแพทย์เมื่อวินิจฉัยว่าเป็นมะเร็งจะต้องส่งผู้ป่วย
เข้ารับบริการในนโยบายนี้ ห้องปฏิบัติการหรือห้องแล็บที่ต้องปรับระบบเพื่อผู้ป่วยได้รับผลตรวจยืนยันและเข้าสู่บริการรักษาโดยเร็ว เช่นเดียวกับแผนกเอกซเรย์, ซีทีสแกน,MRI และอัลตราซาวนด์ ที่แยกระดับความรุนแรงผู้ป่วยในการรับบริการ ซึ่งทำให้ผู้ป่วยได้รับการตรวจโดยเร็ว

นอกจากนี้ยังมีในส่วนศูนย์ส่งต่อที่ปรับระบบ ทำใบส่งต่อให้ผู้ป่วยเพียงครั้งเดียว แต่สามารถใช้ส่งต่อได้ตลอดที่ต้องไปรับบริการรักษาที่โรงพยาบาลมะเร็ง จากแต่เดิมต้องทำใบส่งตัวทุก 3 เดือน การรักษาผู้ป่วยมะเร็งที่ รพ.ตราด มีนโยบายที่เน้นส่งต่อผู้ป่วย เนื่องจากการซื้อยามะเร็งเพื่อรักษาผู้ป่วยรวมถึงการให้ยาเคมีบำบัด จะทำให้ รพ.มีต้นทุนบริการที่สูงเพื่อดูแลผู้ป่วยจำนวนไม่มาก ดังนั้นการส่งต่อผู้ป่วยไปรับการรักษาใน รพ.ที่มีศักยภาพด้านมะเร็งที่อยู่ใกล้เคียงอย่าง รพ.พระปกเกล้า จึงเป็นทางเลือกที่ดีกว่า” นางอันธิกา กล่าว

อย่างไรก็ดี การจะให้ส่วนต่างๆ ที่เกี่ยวข้องดำเนินการตามนโยบายนี้ได้นั้น จะต้องดำเนินการโดยความเห็นชอบของคณะกรรมการบริหารโรงพยาบาลที่เป็นอำนาจสูงสุดในการบริหารโรงพยาบาล โดยศูนย์หลักประกันสุขภาพในหน่วยบริการจะคอยทำหน้าที่สนับสนุนน้องๆ ที่ทำงานในแผนกผู้ป่วยมะเร็งในการนำเสนอ ซึ่งสิ่งสำคัญที่เราเน้นย้ำคือ การสื่อสารกับผู้บริหารกับแพทย์ว่าเรื่องนี้คือ “Health Need (ความต้องการด้านสุขภาพ)” ที่ประชาชนต้องการ สื่อสารกับห้องแล็บว่าจากที่รอ
ผลตรวจเป็นรายเดือน ขยับเป็นรายสัปดาห์ได้หรือไม่โดยให้มี track พิเศษสำหรับคนไข้ที่เร่งด่วน สื่อสารในเรื่องรายการยา โดยยามะเร็งบางรายการไม่ต้องซื้อแต่ใช้วิธีส่งต่อ เป็นต้น

ขณะเดียวกัน ในฝั่งของประชาชน ศูนย์บริการหลักประกันสุขภาพฯ มีหน้าที่เป็นตัวกลางการสื่อสาร ทำงานร่วมกับหน่วยรับเรื่องร้องเรียนที่เป็นอิสระจากผู้ถูกร้องเรียนตามมาตรา 50(5) และเครือข่ายภาคประชาชน ให้เข้าใจถึงกระบวนการทำงานของหน่วยบริการ อย่างที่บอกว่าการขับเคลื่อนนโยบายนี้มีงานหลังบ้านที่ต้องทำเยอะมาก เมื่อมีการประกาศนโยบาย Cancer Anywhere

“เราต้องพูดคุยกันว่าอย่าเพิ่งร้องเรียนกัน ทำความเข้าใจกับผู้ป่วยว่าไม่ใช่ประกาศแล้วจะมารับบริการได้เลย เพราะยังมีงานจัดระบบหลังบ้านเยอะมาก ซึ่งต้องขอเวลาก่อน อย่างไรก็ตาม จากผลลัพธ์ที่ทำให้ผู้ป่วยมะเร็งเข้าถึงบริการได้เร็วขึ้น ถือได้ว่าเป็นการทำงานที่คุ้มค่า การทำงานของศูนย์หลักประกันสุขภาพในโรงพยาบาล เราจะทำงานกันในรูปแบบนี้ ลักษณะนี้ เป็นการ back up ข้อมูลและขับเคลื่อนการทำงานต่างๆ ไม่เพียงแต่ Cancer Anywhere ซึ่ง Cancer Anywhere เป็นเพียงแค่งานเล็กๆ ส่วนหนึ่งของการทำงานของศูนย์ฯ เท่านั้น เมื่อมองภาพรวมการบริการทั้งระบบ” รอง ผอ.ฝ่ายการพยาบาล รพ.ตราด ระบุ

นางอันธิกา ย้ำในตอนท้ายด้วยว่า สรุปคือบทบาทหน้าที่ของศูนย์บริการหลักประกันสุขภาพในหน่วยบริการมีหน้าที่ Back up ทั้งหน่วยบริการและภาคประชาชนให้เกิดบริการที่พึงประสงค์ตาม Health Need เราเป็นกลไกหนึ่งที่จะประสานงานให้เกิดการขับเคลื่อน ไป Empower (เสริมศักยภาพ) หน่วยบริการ เพื่อให้สามารถตอบสนอง health Need ของประชาชนได้

สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ

SCOOP@NAEWNA.COM

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, รายงานพิเศษ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ลึกลับในสนามข่าว : 27 มกราคม 2565

Posted on February 5, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/631318

ลึกลับในสนามข่าว : 27 มกราคม 2565

วันพฤหัสบดี ที่ 27 มกราคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

nn…ผ่านไปแล้วกับการเปิดตัวอย่างอลังการ งานสร้างของพรรคน้องใหม่“สร้างอนาคตไทย” ที่ใหม่แต่ชื่อพรรค แต่คนที่อยู่ในพรรคและผู้ร่วมก่อตั้งพรรค..ล้วนแล้วแต่เป็นคนเก่าที่คุณภาพคับแก้ว เพราะผลงานในช่วงที่ผ่านมา ที่ร่วมรัฐนาวารัฐบาล“ลุงตู่” มานั้นทุกคนเห็นเป็นที่ประจักษ์แล้ว….ในงานเปิดตัว แม้ว่างานจะจัดแบบ:กึ่งเปิด กึ่งปิด และมีมาตรการป้องกันโควิดสายพันธุ์ “โอมิครอน” ที่กำลังกระจายปกคลุมไปทั่วประเทศ ด้วยการให้ทุกคนต้องผ่านการตรวจ ATK จากคุณหมอที่หน้างานทุกคน ใครไม่ผ่านหมดสิทธิเข้างานนะจ๊ะ…ภายในงานมีการเตรียมทุกสิ่งอย่างเป็นระบบ ผู้ร่วมก่อตั้งพรรคทั้ง “ท่านอุตตมสาวนายน” และ “ท่านสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์” ขึ้นเวที พูดถึงการกำเนิดของพรรค “สร้างอนาคตไทย” ความมุ่งมั่นและเป้าหมาย เพื่อให้ประชาชนมั่นใจ พร้อมแนะนำผู้ร่วมอุดมการณ์ที่ดูประวัติแต่ละคนแล้ว บอกเลยว่า “เลิศ”

ต้องยอมรับจริงๆ งานนี้ได้รับความสนใจจากประชาชน คนในแวดวงการเมือง และสื่อมวลชนจำนวนมาก สื่อทุกประเภทมากันคับคั่งจริงๆ และจริงๆแล้วก็เป็นที่จับจ้องกันอยู่แล้วว่า“อดีตสี่กุมาร”จะต้องเปิดตัวพรรคการเมืองอยู่แล้วซึ่งงานมีการเตรียมอย่างเป๊ะ และผ่านไปได้ด้วยดี….งานนี้ก็คงต้องยกความดีความชอบให้ “โฆษกต่อ” วัชระ กรรณิการ์” ที่น้องๆ นักข่าวคุ้นหน้าคุ้นตาและสนิทสนมกันดีเป็นแม่งานคนสำคัญที่จัดการได้อย่างเนี้ยบ แว่วว่างานนี้“พี่ต่อ” พร้อมทีมงาน ทุ่มเทอย่างหนัก ไม่ได้หลับไม่ได้นอน วันงานตื่นกันตี 2 เลย เพื่อเตรียมความพร้อม ….จะว่าไปแล้ว “พี่ต่อ” อาจถือได้ว่าเป็นผู้ร่วมก่อตั้งพรรคอีกคนก็ว่าได้ เพราะถือเป็นผู้มีบทบาทสำคัญในการเดินสายประสานทุกเรื่อง ทุกคนจนบนเวทีที่ “อดีตรมต.สนธิรัตน์” ชื่นชมและแนะนำว่าเป็นโฆษกหลายกระทรวงพร้อมๆ กัน คนอะไรจะ “ซูเปอร์แมน”ปานนั้น ยกนิ้วให้เลย แบบนี้สงสัยต่อไปน้องๆ นักข่าวคงเรียก “โฆษกต่อ” ไม่ได้แล้ว คงต้องเรียก “รมต.ต่อ” แล้วม้างงงงง…!! nn

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, ลึกลับในสนามข่าว, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, ลึกลับในสนามข่าว, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

BamBam Family

BamBam Family

สถิติบล็อก

  • 3,291,792 hits

Join 4,077 other subscribers
Follow SootinClaimon.Com on WordPress.com

Categories

Top Posts & Pages

สุดอบอุ่น! 'บุ๋ม ปนัดดา'จัดทริปเที่ยวทะเลกับลูกบุญธรรม 8 คน
เอ็มวีใหม่ ‘ข้าวทิพย์ ธิดาดิน’
Tech for Life : 14 ตุลาคม 2561
คุณแหน : 11 ตุลาคม 2559
‘คุณน้ำผึ้ง’ ทุลักทุเล โซเซ!! ที่ดอยทูเล ข้ามภูเขา 4 ลูกใหญ่ #SootinClaimon.Com
เปิดประวัติและผลงาน 'ดร.อภิชัย จันทรเสน'
ก.เกษตรลงพื้นที่22จังหวัด ลุยเปลี่ยนที่ทำนา ปลูกพืชอื่น 2 แสนไร่
ย้อนรอยเมืองเทียน เรียงร้อยเรื่องผ้าแห่งคำปุน
9 เทคนิคลดน้ำหนักแบบยั่งยืนที่สาวหลัก 4 ต้องรู้
'ชนิสราฟาร์ม' ตัวอย่างเกษตรกร Contract Farming สร้างอาชีพมั่นคงด้วยสองมือ

Recent Posts

  • นายกฯ เนปาลกล่าวต่อที่ประชุมยูเอ็น น้ำท่วมครั้งใหญ่เป็น “สัญญาณเตือนโลก” ถึงภัยจากโลกร้อน
  • Amazon ลุยส่งพัสดุด้วยโดรน เร็วสุด 30 นาที แต่ชาวบ้านโอดเสียงดังรบกวน
  • นักวิจัยสงสัยการติดเชื้อแบคทีเรียเป็นสาเหตุลูกวาฬหลายร้อยตัวตายเกยตื้นในอาร์เจนตินา
  • ปธน.อิหร่าน เปิดใจกับสื่อเผย สหรัฐฯ ต้องเลือกเองว่าจะยุติสงครามหรือไม่ ลั่นพร้อมเจรจา
  • ส่อง 5 ประเด็น “ทรัมป์-สี จิ้นผิง” พบกันที่วอชิงตัน พักศึกการค้า แต่ปมใหญ่ยังไม่จบ

ป้ายกำกับ

  • 2559(2016)
  • entertain
  • lady
  • naewna
  • The Nation
  • การเมือง
  • ต่างประเทศ
  • บันเทิง
  • ผู้หญิง
  • แนวหน้า
  • RSS - Posts
  • RSS - Comments

Archives

Follow Us

  • https://soclaimon.tumblr.com/
  • https://www.facebook.com/soclaimon
  • https://www.instagram.com/sootinclaimon/
  • https://www.facebook.com/SootinClaimon/
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100001170824639
  • https://www.facebook.com/pompam.pp
  • https://www.facebook.com/toraman666
  • https://www.facebook.com/apich214
  • https://www.facebook.com/samabat.klaimon
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100005312762480
  • https://www.facebook.com/jirasuda.manomaiyanon
  • https://www.facebook.com/eikpakkred
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100003091451547
Blog at WordPress.com.
  • Subscribe Subscribed
    SootinClaimon.Com
    Join 1,631 other subscribers

    Have a WordPress.com account? Log in now.

  • SootinClaimon.Com
    View site in Reader
    Manage subscriptionsSign upLog in
    Report this content
    Collapse this bar
Loading Comments...
%d