Skip to primary content
Skip to secondary content

SootinClaimon.Com

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย2 [SartKasetDinPui2] : รวบรวม ข้อมูล เศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม เกษตร ดิน น้ำ ปุ๋ย

SootinClaimon.Com

Main menu

  • Home
  • KU23-2506
  • ข้อคิดความเห็น
  • ตระกูลคล้ายมนต์
  • ผมเองครับ
  • ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย1

Tag Archives: ข่าว Like สาระ

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

GISTDA เผยข้อมูลจากดาวเทียม Suomi NPP พบจุดความร้อนมากกว่า 300 จุดทั่วประเทศ

Posted on February 5, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

GISTDA เผยข้อมูลจากดาวเทียม Suomi NPP พบจุดความร้อนมากกว่า 300 จุดทั่วประเทศ

วันพุธ ที่ 26 มกราคม พ.ศ. 2565, 13.20 น.

26 มกราคม 2565 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากข้อมูลดาวเทียมเมื่อวันที่ (25 ม.ค.) พบจุดความร้อนทั้งประเทศ จำนวน 343 จุด เพิ่มขึ้นจากวานก่อน 123 จุด โดยพบมากสุดในพื้นที่เกษตร 140 จุด พื้นที่เขตสปก. 74 จุด พื้นที่ชุมชนและอื่นๆ 42 จุด พื้นที่ป่าอนุรักษ์ 42 จุด พื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ 39 จุด และพื้นที่ริมทางหลวง 6 จุด ส่วนจังหวัดที่พบจุดความร้อนมากสุด คือ #กาญจนบุรี 25 จุด #กาฬสินธุ์ 24 จุด #อุดรธานี 21 จุด ตามลำดับ โดยเช้าวันนี้คุณภาพอากาศปริมาณฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5 จังหวัดยโสธรแตะระดับปานกลางเป็นครั้งแรก และพื้นที่อื่นๆ ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือเริ่มเข้าใกล้ระดับปานกลางด้วยเช่นกัน ซึ่งอาจเริ่มส่งผลกระทบกับระบบทางเดินหายใจ จากภาพแสดงให้เห็นว่าจุดความร้อนมีปริมาณเพิ่มขึ้นโดยเฉพาะบริเวณภาคอีสานตอนบน คาดว่าน่าจะเกิดจากการเตรียมพื้นที่เพื่อการเกษตร ทั้งนี้ จากการรวบรวมข้อมูลจุดความร้อนตั้งแต่ 1 มกราคม – 25 มกราคม 2565 พบว่า ภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีจุดความร้อนแล้วจำนวน 2,443 จุด ตามด้วยภาคกลาง 1,931 จุด และภาคเหนือ 1,018 จุด ตามลำดับ

สำหรับจุดความร้อนของประเทศเพื่อนบ้าน พบมากสุดที่ราชอาณาจักรกัมพูชา จำนวน 695 จุด รองลงมาอันดับ 2 เป็นประเทศไทย จำนวน 343 จุด และอันดับที่ 3 สาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมาร์ จำนวน 224 จุด ตามลำดับ ข้อมูลจุดความร้อนที่เกิดขึ้นในประเทศเพื่อนบ้านบ้านอาจส่งผลกระทบต่อคุณภาพอากาศ pm 2.5 ในพื้นที่บริเวณแนวชายแดนภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคตะวันออก เนื่องจากมีลมพัดฝุ่นละอองและหมอกควันเข้ามา ขอให้ประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่เหล่านี้ดูแลสุขภาพกันด้วยนะครับ

ทั้งนี้ ปัญหาไฟป่าหมอกควัน ส่งผลกระทบอย่างใหญ่หลวงให้กับระบบต่างๆ ของประเทศมาโดยตลอด โดยเฉพาะระบบเศรษฐกิจ ระบบสังคม ดังนั้น ในอนาคตอันใกล้นี้ ประเทศไทยกำลังจะได้ใช้ระบบ THOES-2 อย่างเต็มรูปแบบ ซึ่ง 1 ในภารกิจสำคัญของระบบนี้ คือการสำรวจ วิเคราะห์ และติดตามสถานการณ์ภัยพิบัติที่เกิดขึ้นหรือคาดว่าจะเกิดขึ้น ได้อย่างทันท่วงทีและแม่นยำ เพื่อการสนับสนุนข้อมูลสำคัญให้กับทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้นำข้อมูลไปใช้วางแผน ป้องกัน บรรเทา และแก้ไขปัญหาได้ตรงจุดมากยิ่งขึ้น

อย่างไรก็ตาม รายละเอียดข้อมูลเฉพาะพื้นที่ท่านสามารถติดตามจากหน่วยงานหลักที่รับผิดชอบโดยตรงได้ GISTDA ยังคงติดตามและรายงานสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง เพื่อเป็นข้อมูลให้กับทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้นำไปใช้บริหารจัดการในพื้นที่ ท่านสามารถติดตามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ https://fire.gistda.or.th

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ทางเลือกใหม่! ชาวเมืองโอ่งใช้พื้นที่ข้างบ้านเลี้ยงปลาดุกในกระชังบกเสริมรายได้ช่วงโควิด

Posted on February 5, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/631230

ทางเลือกใหม่! ชาวเมืองโอ่งใช้พื้นที่ข้างบ้านเลี้ยงปลาดุกในกระชังบกเสริมรายได้ช่วงโควิด

วันพุธ ที่ 26 มกราคม พ.ศ. 2565, 13.10 น.

ทางเลือกใหม่สำหรับชาวบ้านที่เมืองราชบุรี มีเนื้อที่เล็กน้อยข้างบ้านนำปลาดุกมาเลี้ยงในกระชังบกใช้เวลาเพียง 3-4 เดือนจับมาบริโภคได้ เหลือนำไปแปรรูปขายได้อีก ลงทุนหลักพันได้กำไรหลักหมื่น

วันนี้ (26 ม.ค.65) ไปดูตัวอย่างความสำเร็จของชาวบ้านที่ ต.ห้วยไผ่ อ.เมือง จ.ราชบุรี ซึ่งใช้พื้นที่ข้างบ้านเพียงไม่กี่เมตรเลี้ยงปลาดุกในกระชังบกลักษณะเป็นตาข่ายสีฟ้าอยู่ด้านบน ส่วนด้านล่างเป็นผ้ายางอย่างหนา โดยแบ่งเป็นรุ่นๆ มี 2 กระชัง โดยชุดแรกได้จับขายไปแล้ว ส่วนหนึ่งนำมาแปรรูปขายผ่านทางออนไลน์ มารุ่นนี้เลี้ยงมาประมาณ 3 เดือนเศษ เป็นปลาดุกที่เลี้ยงง่าย โตเร็ว นำผักตบชวามาใส่ไว้เพื่อให้หลบอาศัย จะให้อาหารวันละมื้อและเปลี่ยนน้ำเพื่อให้ปลาเจริญเติบโตดี ไม่มีกลิ่นคาว

นายไชยวิทย์ บัวงาม อยู่บ้านเลขที่ 123 หมู่ 4 ต.ห้วยไผ่ อ.เมือง จ.ราชบุรี เปิดเผยว่า ปลาที่เลี้ยงเป็นปลาดุกที่สะอาด ถ่ายเทน้ำได้สะดวก กรณีน้ำเสียก็ให้ถ่ายน้ำออก แล้วเติมน้ำเข้าไปใส่ใหม่ ทำให้ไม่มีกลิ่นคาวปลา แต่หากเลี้ยงเป็นบ่อน้ำหรือสระน้ำใหญ่จะถ่ายน้ำไม่ได้ โดยการเลี้ยงปลาในกระชังบกจะเลี้ยงอาหารเม็ดปลาดุก มีข้อดีคือไม่มีเมือก มีกลิ่นคาวปลา

สำหรับพันธุ์ปลาดุกซื้อมาขนาดเท่านิ้วก้อยตัวละ 60 สตางค์ เลี้ยงมา 3-4 เดือน ก็จับขายได้ อย่างที่เห็นนี้อายุประมาณ 3 เดือนเศษ เริ่มทยอยจับขายไปบ้างแล้วกิโลกรัมละ 50 บาท อย่างกระชังใหญ่จะเลี้ยงจำนวน 2,000 ตัว แต่หากกระชังเล็กอีกชุดที่เลี้ยงข้างๆ ปล่อยปลาได้ 1,000 ตัว ปลาดุกตัวใหญ่ จะมีน้ำหนักประมาณ 4-5 ตัวต่อกิโลกรัม

นอกจากนี้ยังสามารถนำไปแปรรูปเป็นปลาดุกแดดเดียว ปลาดุกร้า ลูกสาวจะเป็นคนทำและขายผ่านทางเฟสบุ๊กกิโลกรัมละ 180 บาท จึงถือเป็นข้อดีกับชาวบ้านที่มีพื้นที่เล็กน้อย ใช้เพียงพื้นที่รอบ ๆ บ้านก็สามารถเลี้ยงปลาไว้บริโภค เหลือก็ยังขายได้ เลี้ยงง่ายโตเร็วไม่ยุ่งยาก แค่ให้อาหารปลาดุกกินวันละ 1 ครั้ง สามารถทำงานอื่นได้ หมั่นดูน้ำที่เลี้ยงอย่าให้เสีย ให้สังเกตหากปลาดุกลอยหัวก็ให้รีบถ่ายเทน้ำออกแล้วเติมน้ำใหม่ลงไป หรืออาจจะถ่ายน้ำเดือนละ 1 ครั้งก็ได้ จะทำให้ปลาเจริญเติบโตดี 

นายไชยวิทย์ บัวงาม ผู้เลี้ยงกล่าวอีกว่า สำหรับต้นทุนการเลี้ยงจะมีตาข่ายกระชังปลาสั่งซื้อทางออนไลน์ราคา 1,500 บาท กว้าง 3.5 เมตร ยาว 5 เมตร พันธุ์ปลาดุกอุยตัวละ 60 สตางค์ เลี้ยงในกระชังใหญ่จำนวน 2,000 ตัว กระชังเล็ก 1,000 ตัว สำหรับค่าอาหารช่วง 3 เดือนหมดไปจำนวน 6 กระสอบ ๆ ละ 410 บาท โดยลงทุนครั้งแรกจะมีค่าตาข่ายกระชังปลาการเลี้ยง แต่พอเลี้ยงครั้งที่ 2 ก็สามารถเลี้ยงได้ต่อไปได้เลย เหลือลงทุนแค่ค่าอาหารกับพันธุ์ปลา วันไหนอยากกินก็จะไปทำกินเป็นกับข้าวได้ ช่วงโควิดมองว่า สามารถอยู่ได้ เพราะมีปลาเลี้ยงเอง และยังมีชาวบ้านมาสั่งซื้อเรื่อย ๆ ก็จะจับขายมีรายได้อยู่ตลอด

นอกจากนี้ ที่บ้านยังปลูกผักไว้กินเองหลายชนิด เช่น มะนาว มะละกอ มะรุม ฟัก ผักคะน้า พริก มะเขือ ด้านข้างยังเลี้ยงไก่ไข่ ไก่บ้านและห่านที่เลี้ยงเอาไว้เฝ้าบ้านหากมีผู้บุกรุกอย่างสุนัข งู และสัตว์อื่น ๆ เข้ามาในพื้นที่ก็จะส่งเสียงร้องเสียงดังเพื่อให้เกิดความกลัว อีกทั้งมีพืชผัก ผลไม้ ที่ปลอดภัย ส่วนปลาที่เลี้ยงไว้ทำกินเป็นอาหารบริโภค ช่วยลดรายจ่าย เพิ่มรายได้ พออยู่ พอกิน ในช่วงโควิดที่จะต้องอยู่กันอย่างพอเพียง – 003

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

GISTDA เผยภาพถ่ายดาวเทียมพบ ‘คราบน้ำมัน’ หลังเรือบรรทุกน้ำมันอับปางกลางอ่าวไทย

Posted on February 5, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/631220

GISTDA เผยภาพถ่ายดาวเทียมพบ ‘คราบน้ำมัน’ หลังเรือบรรทุกน้ำมันอับปางกลางอ่าวไทย

วันพุธ ที่ 26 มกราคม พ.ศ. 2565, 12.10 น.

GISTDA เผยภาพจากดาวเทียมพบคราบน้ำมันรั่วไหล หลังเรือบรรทุกน้ำมันอับปางกลางอ่าวไทย พร้อมส่งข้อมูลให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทันที

จากกรณีเรือบรรทุกน้ำมันดีเซลที่ชื่อ ป. อันดามัน 2 จอดทอดสมอและอับปางลงกลางอ่าวไทย ซึ่งมีระยะห่างจากปากน้ำชุมพรประมาณ 24 ไมล์ทะเล โดยภายในเรือมีน้ำมันอยู่ประมาณ 5 แสนลิตร ส่งผลให้มีน้ำมันบางส่วนรั่วไหลออกมา นั้น

กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม โดย สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน) หรือ GISTDA เผยภาพจากดาวเทียม Sentinel-1 เมื่อวันที่ 25 มกราคม 2565 เวลา 18.36 น. พบคราบน้ำมันลอยบริเวณชายฝั่งจังหวัดชุมพร ซึ่งมีลักษณะเป็นแผ่นฟิล์มน้ำมันจากตำแหน่งที่เรืออับปาง (ดาวสีแดง) เมื่อวันที่ 22 มกราคม 2565 ไหลย้อนขึ้นไปทางทิศเหนือ (กรอบสีเหลือง) ระยะทางกว่า 40 กิโลเมตร โดย GISTDA ได้คาดการณ์การเคลื่อนตัวและทิศทางของคราบน้ำมันไปจนถึงวันศุกร์ที่ 28 มกราคม 2565 ด้วยระบบ Geo-Spatial for Maritime System หรือ GMaS พบว่าคราบน้ำมันมีแนวโน้มเคลื่อนที่ไปทางทิศเหนือค่อนไปทางตะวันออกเฉียงเหนือ (เส้นสีน้ำเงิน)  ทั้งนี้ ข้อมูลจากการวิเคราะห์ ทาง GISTDA จะส่งต่อให้กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้นำไปใช้วางแผน ติดตาม ตรวจสอบในพื้นที่ต่อไป

-(016)

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ตะลึงทั้งงาน! ‘แม่ฉวีวรรณ’ศิลปินแห่งชาติรำถวายสิ่งศักดิ์สิทธิ์ท่าทางแปลกคล้าย’พญาครุฑ’

Posted on February 5, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/631210

ตะลึงทั้งงาน! 'แม่ฉวีวรรณ'ศิลปินแห่งชาติรำถวายสิ่งศักดิ์สิทธิ์ท่าทางแปลกคล้าย'พญาครุฑ'

วันพุธ ที่ 26 มกราคม พ.ศ. 2565, 11.17 น.

ตะลึงทั้งงาน “คุณแม่ฉวีวรรณ ดำเนิน (พันธุ)” ศิลปินแห่งชาติ สาขาศิลปะการแสดง (หมอลำ) ปี พ.ศ. 2536 รำถวายสิ่งศักดิ์สิทธิ์ในพิธีบูชาครูบาอาจารย์ “พระครูธวัชสันติคุณ หรือหลวงพ่อสมาน ธัมมรักขิโต” อดีตเจ้าอาวาสวัดสันติวิหารร้อยเอ็ด ตามความเชื่อของชาวอีสาน ด้วยท่าทางแปลกๆ คล้ายท่ารำ “พญาครุฑ” นานกว่า 4 นาที เจ้าตัวยันไม่เคยรำท่าทางแบบนี้มาก่อน เชื่อสิ่งศักดิ์สิทธิ์ภายในวัดร่วมอนุโมทนาบุญ

ที่วัดสันติวิหาร ต.ธงธานี อ.ธวัชบุรี จ.ร้อยเอ็ด เมื่อวันที่ 25 ม.ค.65 ที่ผ่านมา หลังจากมีกิจกรรมตักบาตรในภาคเช้าและพิธีถวายเพลพระที่มาร่วมในงานสืบสานประเพณีบุญคูณลานบุญกุ้มข้าวใหญ่ ร่วมใจสร้างเจดีย์รวงข้าว ซึ่งเป็นวันสุดท้ายของกิจกรรมงานบุญดังกล่าว วัดสันติวิหารโดยการนำของหลวงพ่อพระครูปริยัติวรศาสน์ (พระมหาชำนิ) เจ้าคณะตำบลธงธานี เจ้าอาวาสวัดสันติวิหาร ต.ธงธานี อ.ธวัชบุรี จ.ร้อยเอ็ด ได้นำชาวบ้านกว่า 50 คนร่วมพิธีปิดงานสืบสานประเพณีบุญคูณลานบุญกุ้มข้าวใหญ่ ร่วมใจสร้าง “เจดีย์รวงข้าว” วัดสันติวิหารร้อยเอ็ด ประจำปี2565 และกิจกรรมสุดท้ายของงานบุญดังกล่าวก็คือพิธีบูชาครูบาอาจารย์ และฉลองสมโภชน์ปิดงานฯ

โดยเริ่มจากการแห่ของขบวนนางรำชาวบ้านที่แต่งตัวมาร่วมกิจกรรมอย่างสวยสดงดงามมีการดีดสีตีเป่าด้วยเครื่องดนตรีอีสานเป็นจังหวะสนุกสนานรอบเจดีย์และปราสาทรวงข้าวจำนวน 3 รอบ เพื่อเป็นการแสดงออกถึงความกตัญญูกตเวที บูชาครูบาอาจารย์ “พระครูธวัชสันติคุณ หรือหลวงพ่อสมาน ธัมมรักขิโต” อดีตเจ้าอาวาสวัดสันติวิหารร้อยเอ็ดตามความเชื่อของชาวอีสาน 

โดยมีคุณแม่ฉวีวรรณ ดำเนิน (พันธุ) ศิลปินแห่งชาติ สาขาศิลปะการแสดง (หมอลำ) ปี พ.ศ. 2536 ซึ่งเป็นบุคคลที่ได้รับการยกย่องว่าเป็นราชินีหมอลำ ซึ่งเป็นราชินีหมอลำคนแรกของประเทศไทย เป็นผู้รำถวายครูบาอาจารย์และสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่อยู่ภายในวัดสันติวิหารร้อยเอ็ด 

ในระหว่างรำอยู่ๆ ช่วงจังหวะที่คุณแม่ฉวีวรรณ กำลังรำอยู่นั้นได้เกิดเหตุการณ์ที่แปลกประหลาดเกิดขึ้นกับตัวคุณแม่ฉวีวรรณ ท่ามกลางสายตาของประชาชนที่มาร่วมงานต่างงุนงงกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ซึ่งปกติคุณแม่ฉวีวรรณ จะทั้งฟ้อนและรำด้วยท่าทางที่อ่อนโยนสวยงาม ซึ่งในวันนี้ในช่วงแรกคุณแม่ฉวีวรรณ รำด้วยท่าทางที่สวยงาม แต่อมาท่าทางการฟ้อนรำของคุณแม่ฉวีวรรณ ก็เริ่มเปลี่ยนไปเป็นท่าทางที่ดุดัน แข็งขัน สายตาของคุณแม่ฉวีวรรณ เริ่มขวางแล้วก็แสดงท่าทางคล้ายกับ “พญาครุฑ”

ทำให้นางรำและประชาชนที่เห็นเหตุการณ์รู้สึกงุนงงกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ที่เห็นคุณแม่ฉวีวรรณ แสดงท่าทางดังกล่าวนานกว่า 4 นาที จึงค่อยๆ อ่อนกำลังลงและสงบลงในที่สุดโ ดยมีลูกศิษย์ของคุณแม่ฉวีวรรณ และประชาชนที่อยู่บริเวณไกล้เคียงต้องรีบเข้าไปประคองร่างของคุณแม่ฉวีวรรณ และให้คุณแม่ดมยาและบีบนวดสักพักคุณแม่ก็ฟื้นขึ้นมาปกติ

คุณแม่ฉวีวรรณ ดำเนิน (พันธุ) ศิลปินแห่งชาติ สาขาศิลปะการแสดง (หมอลำ) ปี พ.ศ. 2536 เล่าให้ประชาชนที่อยู่ในเหตุการณ์หลังจากฟื้นตัวขึ้นมาเป็นปกติว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นโดยเฉพาะท่ารำที่ทุกท่านได้เห็นไม่เคยรำที่ไหนมาก่อน และไม่เคยคิดที่จะรำด้วยท่าทางแบบนี้มันเกิดขึ้นมาโดยฉับพลัน และอัตโนมัติไม่สามารถควบคุมได้ ตนคิดว่าเหตุการที่เกิดขึ้นนั่นเป็นเพราะว่ามีสิ่งศักดิ์สิทธิ์ในวัดแห่งนี้ท่านต้องการที่จะมาร่วมอนุโมทนาบุญในกุศลบุญที่วัดสันติวิหารร้อยเอ็ด ร่วมกับชาวบ้านได้กระทำมาโดยตลอดท่านมานิยมสมพร

นายจอมขวัญ แสงแก้ว อดีตข้าราชการบำนาญกระทรวงศึกษาธิการ หนึ่งในผู้อยู่ในเหตุการณ์กล่าวว่า เกิดมาจะกว่า 70 ปีแล้วยังไม่เคยเห็นเหตุการณ์แบบนี้ต่อหน้าต่อตาช่างเป็นเรื่องที่อัฒจรรย์ใจยิ่งนัก ปกติตัวเองก็มาทำบุญกับหลวงพ่อมหาชำนิ ที่วัดแห่งนี้อยู่บ่อยครั้งได้เจอเหตุการณ์แบบนี้ถือว่าเป็นบุญอย่างยิ่ง

ด้านหลวงพ่อพระครูปริยัติวรศาสน์ (พระมหาชำนิ) เจ้าคณะตำบลธงธานี เจ้าอาวาสวัดสันติวิหาร ต.ธงธานี อ.ธวัชบุรี จ.ร้อยเอ็ด เผยว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นมันเป็นเรื่องธรรมชาติ ขออนุโมทนาบุญกับญาติโยม และศรัทธาบุญทุกท่านที่มาร่วมกิจกรรมงานบุญกับวัดสันติวิหารร้อยเอ็ดมาโดยตลอด ขอให้ทุกท่านมีความสุข ทำบุญด้วยศรัทธาและใจบริสุทธิ ทำตามมีตามเกิด ไม่ให้เดือดร้อนตัวเองและสังคม 

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

อิ่มบุญ สุขใจ กินอาหารปลอดภัย ห่างไกลโควิด-19 ช่วงตรุษจีน

Posted on February 5, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/631200

อิ่มบุญ สุขใจ กินอาหารปลอดภัย ห่างไกลโควิด-19 ช่วงตรุษจีน

วันพุธ ที่ 26 มกราคม พ.ศ. 2565, 10.34 น.

นักวิชาการด้านอาหาร ย้ำการปฎิบัติตัวช่วงเทศกาลตรุษจีน หลีกเลี่ยงฉลองในพื้นที่ที่มีคนเยอะ รับประทานอาหารปรุงสุก หมั่นทำความสะอาด พร้อมแนะวิธีการเลือกวัตถุดิบ การจัดเก็บและการปรุงอาหารอย่างปลอดภัย เพื่อป้องกันการติดเชื้อโควิด-19 รวมถึงเชื้อโรคอื่นๆ

26 มกราคม 2565 ผศ.ดร.ศศิธร ใบผ่อง หัวหน้าศูนย์บริการธุรกิจอุตสาหกรรมเกษตร คณะอุตสาหกรรมเกษตร มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ กล่าวว่า วันตรุษจีน จัดขึ้นเพื่อฉลองในฤดูใบไม้ผลิ โดยในวันฉลองตรุษจีน อาหารชนิดต่างๆ จะถูกจัดเตรียมเพื่อญาติพี่น้องและเพื่อนฝูง รวมไปถึงคนรู้จักที่ได้เสียชีวิตไปแล้ว วัตถุดิบที่มักนำมาใช้ประกอบอาหารในเทศกาลนี้ล้วนมีความหมาย เช่น เม็ดบัว หมายถึง การมีลูกหลานที่เป็นชาย เกาลัด หมายถึง เงิน ปลาทั้งตัวถือเป็นตัวแทนแห่งการอยู่ร่วมกันและความอุดมสมบูรณ์ ไก่ หมายถึง ความเจริญก้าวหน้า และเส้นหมี่ หมายถึง ชีวิตที่ยืนยาว

ในช่วงสถานการณ์โควิด-19 ควรหลีกเลี่ยงไปในพื้นที่ชุมชน หรือรวมตัวกันจำนวนมากเพื่อป้องกันการติดเชื้อ นอกจากนี้ ผู้บริโภคควรใส่ใจเรื่องความปลอดภัยในการประกอบอาหาร เพื่อป้องกันเชื้อโรคต่างๆที่อาจจะปนเปื้อน โดยเริ่มต้นจากการเลือกวัตถุดิบที่มีคุณลักษณะที่ดี ซื้อจากแหล่งจำหน่ายที่ได้มาตรฐาน มีการควบคุมจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น กรมปศุสัตว์ ผลิตภัณฑ์สามารถตรวจสอบย้อนกลับได้ ไม่ควรเลือกซื้อจากแหล่งที่ไม่ได้มาตรฐาน การเลือกซื้อวัตถุดิบเนื้อสัตว์ ควรเลือกดังนี้ 1) เนื้อหมู มีสีชมพู มันสีขาว ถ้าเป็นสามชั้น มันระหว่างหนังกับเนื้อจะต้องไม่หนามาก 2) ไก่ ควรเลือกไก่อ่อน เนื้อจะนุ่ม หนังไม่เหนียว ไม่มีรอยเขียวช้ำตามคอหรือท้องและบริเวณอื่นๆ 3) เป็ด เลือกที่สดไม่มีรอยช้ำ ถ้าเป็ดแก่จะมีกลิ่นสาบ เนื้อเหนียว 4) กุ้ง หัวติดกับลำตัว ไม่หลุดออกจากกัน เปลือกสีเขียวแกมน้ำเงิน หางไม่มีรอยคล้ำ ไม่มีกลิ่นเหม็น 5) ปลา ต้องมีตาใส เหงือกแดง เนื้อไม่เละ 6) หอย ควรเลือกที่ยังไม่ตาย เปลือกหอยอ้าหุบเองได้

แม้ว่าผักและผลไม้เป็นอาหารที่มีประโยชน์ มีสารอาหารที่จำเป็นต่อร่างกาย แต่หากมีการปนเปื้อนสารเคมี ยาฆ่าแมลง รวมถึงเชื้อโรคและพยาธิต่างๆ ก็จะเป็นอันตรายต่อร่างกายได้ ดังนั้นควรเลือกซื้อผักและผลไม้สดที่ดูสะอาด สดใหม่ ไม่มีคราบดินหรือคราบขาว ไม่มีเชื้อราหรือไข่พยาธิปนเปื้อน รวมถึงไม่มีกลิ่นฉุนผิดปกติ ที่ผักสดควรมีรูหรือมีรอยกัดแทะของหนอนหรือแมลงอยู่บ้าง เลือกซื้อผักตามฤดูกาล เนื่องจากมีโอกาสเจริญเติบโตได้ดีกว่า ทำให้ลดการใช้สารเคมีอันตรายและปุ๋ยลง ควรรับประทานผักผลไม้ให้หลากหลาย เพื่อให้ได้คุณค่าทางโภชนาการครบถ้วน หลีกเลี่ยงการได้รับสารเคมีสะสม นอกจากนี้ การล้างผักและผลไม้สดก็เป็นอีกสิ่งหนึ่งที่สำคัญที่จะช่วยลดการตกค้างของสารเคมี หรือยาฆ่าแมลง โดยแช่ผักหรือผลไม้สดในน้ำ จากนั้นนำผักหรือผลไม้สดใส่ตะกร้า/ตะแกรงเปิดน้ำไหลด้วยความแรงพอประมาณ แล้วใช้มือช่วยถูใบผัก หรือผิวผลไม้ประมาณ 2 นาที เพื่อความปลอดภัย และปลอดจากสารพิษอันตราย

ผศ.ดร.ศศิธร ใบผ่อง กล่าวเพิ่มเติมว่า ด้วยยุคนี้หลายครอบครัวนิยมเลือกผลิตภัณฑ์ ไก่-หมูแช่แข็ง รวมถึงอาหารสำเร็จรูปในการประกอบอาหารมากขึ้น เพราะสะดวก รวดเร็ว แต่มีเรื่องหลักๆที่ควรให้ความสำคัญ คือ

1) สังเกตลักษณะบรรจุภัณฑ์มีความสมบูรณ์ ไม่ชำรุด 2) เก็บผลิตภัณฑ์แช่แข็งในอุณหภูมิต่ำกว่า 0 องศาเซลเซียส เพื่อยับยั้งและลดการเจริญเติบโตของจุลินทรีย์ 3) ทำการละลายอย่างถูกวิธี เช่น ละลายในตู้เย็นโดยการนำอาหารแช่แข็งมาไว้ในช่องแช่เย็นล่วงหน้าประมาณ 1 วัน เพื่อให้อาหารแช่แข็งค่อยๆละลาย หรือการละลายในน้ำเย็นโดยการนำเนื้อสัตว์แช่แข็งใส่ในถุงพลาสติกที่ปิดสนิท แช่ในน้ำเย็นให้จมลงไปทั้งชิ้น ประมาณ 2 – 3 ชั่วโมง หรือจับดูพอนิ่ม ควรเปลี่ยนน้ำทุก ๆ 30 นาที จะช่วยทำให้ละลายได้เร็วขึ้น ไม่ควรแช่ในน้ำอุ่น เพราะจะทำให้อาหารละลายเร็วเกินไปและเสียรสชาติได้

สุดท้ายนี้ ในสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ที่ยังไม่แน่นอน ผู้บริโภคต้องการ์ดไม่ตก โดยยึดหลักการป้องกันการติดเชื้อแบบครอบจักรวาล (Universal Prevention For COVID-19) หลีกเลี่ยงไปเฉลิมฉลองในพื้นที่ที่มีคนเยอะ และควรเลือกรับประทานอาหารปรุงสุก ไม่รับอาหารดิบหรือสุกๆดิบๆ ใช้ช้อนกลาง ล้างมือให้สะอาด เพียงเท่านี้ก็สามารถลดเสี่ยงเชื้อโควิด-19 หรือเชื้อโรคต่างๆได้ ทำให้มั่นใจว่ารับประทานอาหารได้อย่างมั่นใจว่าปลอดภัย

-005

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ครูรร.บ้านปากละงูชี้แจง นร.แบกกระเป๋า15กิโลฯ คือนมโรงเรียน!

Posted on February 5, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/631201

ครูรร.บ้านปากละงูชี้แจง นร.แบกกระเป๋า15กิโลฯ คือนมโรงเรียน!

วันพุธ ที่ 26 มกราคม พ.ศ. 2565, 10.34 น.

ครูรร.บ้านปากละงูชี้แจง คลิปนร.แบกกระเป๋า15กิโลฯ คือนมโรงเรียน!

26 ม.ค.65 จากกรณีคลิปไวรัล เมื่อชาวเน็ตรายหนึ่งบันทึกภาพนาทีนักเรียนหญิง ที่เดินอยู่ริมถนนในพร้อมกับแบกกระเป๋านักเรียน และ ปิ่นโต 1 ใบ สภาพล้มๆ ลุกๆ อยู่หลายนาที จนทำให้มีการพูดถึงคลิปนี้ในหลายทิศทางว่าสะท้อนระบบการศึกษา 

ล่าสุด ข่าวเช้าเวิร์คพอยท์ รายงานว่า จากการสอบถาม คุณครูโรงเรียนบ้านปากละงู อ.ละงู จ.สตูล ชี้แจงว่าในกระเป๋าไม่ใช่หนังสือ แต่เป็นนมโรงเรียนที่แจกให้นักเรียน และในวันนี้ทีมข่าวจะลงพื้นที่สอบถามข้อเท็จจริงว่าเป็นนมโรงเรียนจริงไม่!

ข่าวที่เกี่ยวข้อง : ฮาไม่ออก! คลิปนร.แบกกระเป๋าหนักอึ้ง สะท้อนระบบการศึกษาอย่างแรง

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ฮาไม่ออก! คลิปนร.แบกกระเป๋าหนักอึ้ง สะท้อนระบบการศึกษาอย่างแรง

Posted on February 5, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/631182

ฮาไม่ออก! คลิปนร.แบกกระเป๋าหนักอึ้ง สะท้อนระบบการศึกษาอย่างแรง

วันพุธ ที่ 26 มกราคม พ.ศ. 2565, 08.52 น.

คลิปเด็กนักเรียนหญิงแบกกระเป๋าหนักอึ้ง ล้มๆลุกๆ โซเชียลวิจารณ์สนั่นสะท้อนระบบการศึกษาไทยอย่างแรง

เป็นคลิปไวรัลข้ามคืน เมื่อพบชาวเน็ตรายหนึ่งบันทึกภาพนาทีนักเรียนหญิง ที่เดินอยู่ริมถนนในพร้อมกับแบกกระเป๋านักเรียน และ ปิ่นโต 1 ใบ สภาพล้มๆ ลุกๆ อยู่หลายนาที 

คลิปนี้ถูกแชร์ในโลกออนไลน์อย่างรวดเร็ว บางคนเอ็นดูและสงสารเด็กหญิงรายนี้ แต่คนส่วนใหญ่ก็บอกว่าหัวเราะไม่ออกจริงๆ ว่าทำไมเด็กตัวเล็กๆแค่นี้ ยังต้องแบกหนังสือหนักอึ้งเป็น 10 กิโลไปโรงเรียน นอกจาก ส่งผลเสียเรื่องสุขภาพเด็กแล้ว ยังสะท้อนระบบการศึกษาของไทยอย่างมาก 

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

พิจิตรแล้งทุกปี! ‘แม่น้ำยม’แห้งขอดจนเห็นผืนทราย ส่งสัญญาณภัยแล้ง

Posted on February 5, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/631178

พิจิตรแล้งทุกปี! 'แม่น้ำยม'แห้งขอดจนเห็นผืนทราย ส่งสัญญาณภัยแล้ง

วันพุธ ที่ 26 มกราคม พ.ศ. 2565, 08.30 น.

พิจิตรแม่น้ำยมในพื้นที่ตอนกลาง แห้งขอดจนเห็นผืนทราย ส่งผลกระทบกับเกษตรกรและระบบนิเวศในแม่น้ำ เกษตรกรชาวนาเร่งสูบน้ำที่เหลือในแม่น้ำยม โดยเสียค่าใช้จ่ายได้การสูบน้ำสองต่อเลี้ยงนาข้าว

26 มกราคม 2565 ผู้สื่อข่าวรายงานจากจังหวัดพิจิตร ว่าสภาพของแม่น้ำยม ที่หมู่ที่ 3 บ้านวังเทโพ ตำบลวังจิก อำเภอโพธิ์ประทับช้าง จังหวัดพิจิตร ซึ่งเป็นพื้นที่ตอนกลางของแม่น้ำยมในพื้นที่จังหวัดพิจิตร สภาพแม่น้ำยมแห้ง จนเห็นเนินดินและผืนทรายในท้องแม่น้ำ ตลอดลำน้ำที่ไหลผ่านหมู่บ้าน ส่งสัญญาณภัยแล้ง ของปริมาณน้ำที่ไม่เพียงพอ ที่ส่งผลกระทบกับระบบนิเวศทางธรรมชาติ สัตว์น้ำ โดยเฉพาะหอย นานาชนิด ต่างขาดน้ำตาย ในแม่น้ำ  เกษตรกรและประชาชนสองริมฝั่งแม่น้ำขาดน้ำทำการเกษตร หลังที่ก่อนหน้านี้ เพียง 3 เดือนที่ผ่านมา ปริมาณน้ำในแม่น้ำยม ที่ล้นท่วม บ้านเรือนและพื้นที่การเกษตร

ขณะที่ระดับน้ำแม่น้ำยม บริเวณท้ายเขื่อนไฮดรอลิก หมู่ 1 บ้านจระเข้ผอม บ้านตำบลรังนก อำเภอสามง่าม จังหวัดพิจิตร ระดับน้ำในแม่น้ำยม ได้ลดลงอย่างต่อเนื่อง จนเห็นหาดทรายด้านล่างของแม่น้ำ ส่วนที่ยังพอมีน้ำอยู่บ้างเป็นเพียงแอ่งน้ำ หรือที่เรียกว่า วังน้ำ ที่พอเหลือน้ำไม่มาก ส่อเค้าสถานการณ์ภัยแล้งในปีนี้จะรุนแรงมากขึ้น เนื่องจากแม่น้ำยมเป็นแม่น้ำสายหลักแห้งตั้งแต่ปลายปี ไม่มีน้ำต้นทุนในการกักเก็บ

นายทัน กันอินต๊ะ เกษตรกรหมู่ที่ 1 บ้านจระเข้ผอม บ้านตำบลรังนก อำเภอสามง่าม จังหวัดพิจิตร กล่าวว่า แม่น้ำยมแห้งขอดลง ตั้งแต่ปลายปี โดยช่วงแรกทำนาเห็นว่าปริมาณน้ำมาก และหลังลงมือเพาะปลูกน้ำกลับแห้งจึงต้องเร่งสูบน้ำไปเลี้ยงต้นข้าวกว่า 7 ไร่ โดยอาศัยสูบแหล่งน้ำผิวดินในแม่น้ำยมที่เหลืออยู่ ซึ่งต้องใช้เครื่องสูบน้ำ 2 ชุดในการสูบ 2 ต่อ ดึงน้ำและมีค่าน้ำมันเพิ่มมากขึ้น

สำหรับแม่น้ำยมไหลผ่านพื้นที่ 4 อำเภอของจังหวัดพิจิตร ได้แก่ อำเภอสามง่าม โพธิ์ประทับช้าง บึงนาราง และอำเภอโพทะเล ความยาว 124 กิโลเมตร และจากสถานการณ์แม่น้ำยมที่ลดระดับและแห้งขอดอย่างรวดเร็วส่อเค้าจะส่งผลกระทบกับประชาชนและเกษตรกร ที่มีพื้นที่ตอนกลางท้ายเขื่อนกักเก็บ คืออำเภอโพธิ์ประทับช้าง บึงนาราง และต้องรับมือสถานการณ์ภัยแล้งไปตลอดช่วงกว่าจะถึงฤดูฝน. 012

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

‘พลายโค้ก’สู้ๆ! แผลเป็นหนองประเมินอาการทุกวัน ช้างคู่หู’เจ้าโคล่า’คอยเฝ้าไม่ห่าง

Posted on February 5, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/631176

'พลายโค้ก'สู้ๆ! แผลเป็นหนองประเมินอาการทุกวัน ช้างคู่หู'เจ้าโคล่า'คอยเฝ้าไม่ห่าง

วันพุธ ที่ 26 มกราคม พ.ศ. 2565, 07.55 น.

ทีมสัตวแพทย์ทำการรักษาพลายโค้ก หลังพบบาดแผลจากการต่อสู้เริ่มเน่า ทั้งนี้ยังมีพลายโคล่า คู่บัดดี้เพื่อนช้างป่า คอยวนเวียนอยู่ไม่ห่าง 

26 มกราคม 2565 จากกรณี พบช้างป่าตัวหนึ่ง ที่สวนยางพารา ต.ห้วยทับมอญ อยู่ในสภาพอิดโรยจากอาการบาดเจ็บที่ขาข้างขวา โดยสังเกตเห็นบาดแผลได้ชัดหลายแห่ง ลักษณะบวมอักเสบ มีหนองไหลออกมา พยายามยืนพิงกับต้นไม้ ใช้งวงรัดไว้เพื่อทรงตัว ซึ่งขาข้างที่บาดเจ็บ ช้างไม่สามารถลงน้ำหนักได้เต็มที่

เจ้าหน้าที่ชุดติดตามช้างป่า และทีมอาสาได้รายงานไปยังอุทยานแห่งชาติเขาชะเมา ทีมสัตวแพทย์ จึงเดินทางมาทำการรักษา โดยใช้ปืนยิงยาซึม ก่อนจะเข้าตรวจสอบบาดแผลคาดว่าเกิดจากการต่อสู้ตามธรรมชาติและถูกงาแทงจนได้รับบาดเจ็บ จึงล้างแผลและใส่ยา เมื่อวันที่ 11 มกราคมที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่อนุรักษ์พันธุ์สัตว์ป่าเขาอ่างฤๅไน และทีมอาสาเฝ้าระวังช้างป่า กลุ่ม กรินคีรี ได้เฝ้าติดตามอาการอย่างใกล้ชิด โดยกลุ่มอนุรักษ์ช่วยเหลือสัตว์ป่า ได้สนับสนุน ผลไม้ และอาหาร ให้กับเจ้าโค้กช้างป่า ขณะรักษาตัวอยู่ เนื่องด้วยเจ้าโค้กยังหากินเองตามธรรมชาติไม่ได้และยังต้องคอยเฝ้าระวังช้างป่าตัวอื่นที่อาจจะมาทำร้ายเจ้าโค้กซ้ำ ในขณะที่ยังรักษาตัวอยู่ในป่าลึก 

ล่าสุดเมื่อช่วงเย็นของวันที่ 25 มกราคม 2565 ภายใต้การกำกับของ สบอ.2 (ศรีราชา) และกลุ่มงานจัดการสุขภาพสัตว์ป่า สำนักอนุรักษ์สัตว์ป่า หัวหน้าและเจ้าหน้าที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาอ่างฤๅไน หัวหน้าศูนย์ช่วยเหลือสัตว์ป่าที่ 2 (กระบกคู่) นายสัตวแพทย์ประจำเขตห้ามล่าสัตว์ป่าบึงฉวาก และศูนย์พัฒนาการจัดการสัตว์ป่าบึงฉวาก อาสาสมัครพิทักษ์ช้างป่า กลุ่มอนุรักษ์ช่วยเหลือสัตว์ป่า เข้าติดตามอาการของ ช้างป่าพลายโค้ก ซึ่งพบว่ายังได้รับบาดเจ็บ อยู่ในพื้นที่บริเวณพื้นที่ป่าสีระมัน ต.ห้วยทับมอญ อ.เขาชะเมา จ.ระยอง

หลังตรวจสอบพบว่า มีอาการปวดขาหน้าข้างขวา พิจารณาจากการเดิน การลงน้ำหนักขาหน้าข้างขวา และขาหน้าข้างขวาบริเวณต้นขามีลักษณะบวม สัตวแพทย์คาดการณ์ว่า น่าจะมีหนองข้างในแผลที่บวม บริเวณต้นขาหน้าข้างขวา จึงช่วยกันทำการให้ยารักษาแบบกิน ได้แก่ ยาลดปวด ลดอักเสบ และวิตามินบำรุงร่างกาย โดยใส่ยาเข้าไปในผลไม้ซึ่ง พลายโค้กกินยาที่ใช้รักษาจนหมดทีมสัตวแพทย์วางแผนให้ยากินต่อเนื่อง โดยจะให้ยาวันละ 2 ครั้ง และประเมินอาการทุกวัน  

มีรายงานว่า ขณะที่ทางทีมแพทย์ได้ลงพื้นที่และติดตามอาการอย่างใกล้ชิดยังพบว่ามีช้าง คู่บัดดี้ชื่อว่า โคล่า อยู่ไม่ห่างกับเจ้าโค้ก ตั้งแต่วันแรกที่ช้างบาดเจ็บ จนถึงทุกวันนี้จึงไม่อนุญาตให้บุคคลอื่นเข้ามาในบริเวณที่รักษาพลายโค๊ก นอกจากทีมสัตวแพทย์และเจ้าหน้าที่ทีมอาสา เท่านั้น. 012

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

เศรษฐินีใจบุญเมืองคอน เห็นสภาพชีวิตแม่พิการลูก 3 ขวบถึงกับน้ำตาไหล

Posted on February 5, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/631156

เศรษฐินีใจบุญเมืองคอน เห็นสภาพชีวิตแม่พิการลูก 3 ขวบถึงกับน้ำตาไหล

วันอังคาร ที่ 25 มกราคม พ.ศ. 2565, 21.19 น.

“แม่จ๋า“เศรษฐินีใจบุญเจ้าของห้างผ้าใจบุญเมืองคอน สุดอึ้งชีวิตแม่พิการลูก 3 ขวบ สร้างเพิงพักซุกหัวนอนริมถนน สะท้อนภาพชีวิตในอดีตตัวเองกว่ามาได้ถึงทุกวันนี้ยิ่งกว่า“ ขอทาน”-ลั่นเตรียมสร้างบ้านใหม่ให้ได้อยู่อาศัยอย่างปลอดภัย

เมื่อเวลา 14.30 น.วันที่ 25 ม.ค. 2565 ศูนย์ข่าวนคร 24 ชม.สมาคมสื่อมวลชนจังหวัดนครศรีธรรมราช รับแจ้งขอความช่วยเหลือครอบครัวพ่อ แม่และลูกวัย 3 ขวบที่มีคุณภาพชีวิตและความเป็นอยู่อย่างเวทนาแร้นแค้น โดยปลูกเพิงพักริมถนนซอยอินนิน ถนนพัฒนาการคูขวาง ต.ในเมือง อ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช โดยไม่มีไฟฟ้า น้ำประปา สิ่งอำนวยความสะดวกใด ๆ แม้แต่น้อย จึงพร้อมด้วยนางอัมพาพันธ์ นิลประภา หรือ “ แม่จ๋า ” เศรษฐินีใจบุญ เจ้าของกิจการห้างผ้าโชคดี ถนนชมพูพล ต.ท่าวัง อ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช ประธานบริหารและเจ้าของโรงแรมปุระนคร และบริษัทในเครือ ได้นำข้าวกล่อง น้ำดื่ม และสิ่งของเครื่องใช้จำนวนหนึ่งเดินทางไปเยี่ยมเพื่อหาทางช่วยเหลือ

โดยที่เพิงพักริมถนน พบ น.ส.ฐิติกานต์ เยียดพล อายุ 27 ปี สาวพิการตาบอด 1 ข้าง ร่างกายซูบผอมจนเล็กลีบจนผิดปกติ ขาไม่มีแรงเดินไม่คล่อง นั่งอยู่ในเพิกพักกับ ด.ญ. บุญรอด ลูกสาววัย 3 ขวบ โดยเพิงพักมีขนาดกว้าง 2 x 3 เมตร ทำด้วยไม้เก่า ๆ หลังคามุงกระเบื้องเก่า กั้นฝา 3 ด้าน ด้วยแผ่นไวนิล และถุงพลาสติกเก่า ๆ เพื่อกันแดดกันลมกันฝน ภายในเพิงพัก มีเพียงฟูกที่นอนเก่า ๆ 1 ผืน และเสื้อผ้าเก่า ๆ ทั้งที่กองและแขวนระเกะระกะรุงรัง ไม่มีห้องน้ำ ห้องส้วม ไม่มีไฟฟ้า น้ำประปา โดยต้องไปอาศัยบ้านเพื่อนบ้านใช้ ขณะที่สามีของ น.ส.ฐิติกานต์ ไม่อยู่บ้าน ออกตระเวนหาเก็บของเก่าไปขาย

น.ส.ฐิติกานต์ กล่าวว่า เดิมตนมีภูมิลำเนาอาศัยอยู่ในหมู่ 5 ต.มะม่วงสองต้น อ.เมืองนครศรีธรรมราช โดยเกิดมาก็พิการร่างกายเล็กลีบ ตาบอด 1 ข้าง ตั้งแต่กำเนิด ปัจจุบันพ่อแม่เสียชีวิตหมดแล้ว ไม่มีญาติ ไม่มีบ้านที่อยู่อาศัย จึงออกมาปลูกกระท่อมอาศัยอยู่ในพื้นที่คูเมืองฝั่งตรงข้ามเพิกพัก โดยมีซอยเล็กๆ ขนาดเท่าคนเดินลึกเข้าไปประมาณ 50 เมตร ซึ่งเทศบาลอนุญาตให้ชาวบ้านปลูกที่อยู่อาศัยอยู่ได้ กระทั่งตนมาอยู่กินกับนายสมเกียรติ (ขอสงวนนามสกุล) สามี ซึ่งเดิมมีภูมิลำเนาอยู่ จ.สงขลา จนมีลูก 1 คน คือ ด.ญ.บุญรอด อายุ 3 ขวบ นายสมเกียรติ สามียึดอาชีพตระเวนหาเก็บของเก่าขาย ตั้งแต่เช้าจะกลับมาที่พักช่วงค่ำ ๆ ต่อมากระท่อมที่อยู่ในซอยฝั่งตรงข้ามผุพังทั้งหลังคา ฝาผนังและไม้พื้นพังถล่มทรุดตัว เนื่องจากเป็นไม้เก่า ๆ ที่เก็บมาสร้างกระท่อม จนไม่สามารถอาศัยอยู่ได้ จึงออกมาสร้างเพิกพังอยู่ริมถนน เพื่อรอสามีขายของเก่าขายเก็บเงินปรับปรุงซ่อมแซมกระท่อมหลังเดิมให้พออยู่อาศัยได้ อย่างไรก็ตามตนได้รับการดูแลช่วยเหลือ เรื่องสวัสดิการของรัฐ

อย่างไรก็ตามช่วงที่สามีออกตระเวนหาเก็บของเก่า ตนก็จะนำของเก่าที่สามีเก็บมาได้ เช่น เคสโทรศัพท์ รุ่นเก่า ๆ รองเท้าตกรุ่นที่ทางร้านโละทิ้ง ไปฝากขายในชุมชน เพื่อหารายได้เสริม แต่ก็มีคนแจ้งว่า ตนเป็นคนเร่ร่อน เป็นขอทานพาเด็กออกไปหากิน จนมีเจ้าหน้าที่ปกครอง และเจ้าหน้าที่เกี่ยวข้อง สั่งห้ามหลายครั้ง ตนพยายามชี้แจงว่า ตนจำเป็นพาลูก 3 ขวบออกมาขายของเก่า ๆ ด้วย เพราะจะทิ้งให้เด็ก 3 ขวบ อยู่ที่เพิงพักคนเดียวไม่ได้ มันเสี่ยงที่จะเกิดอันตรายได้ แต่เจ้าหน้าที่ไม่รับฟังคำชี้แจง และสั่งห้ามตนนำน้องบุญรอด บุตรสาววัย 3 ขวบ ออกขายของอีก ที่สุดจึงไม่ออกไปขายของเก่าๆ อีก เพราะหากออกไปต้องพาลูกไปด้วย กลัวโดนเจ้าหน้าที่จับกุมดำเนินคดีได้ นายสมเกียรติ สามี จึงทำหน้าที่ต้องออกหาของเก่าขายหารายได้จุนเจือครอบครัวเพียงผู้เดียว

ขณะที่หญิงสาวเพื่อนบ้านคนหนึ่ง ที่คอยช่วยเหลือครอบครัวของ น.ส.ฐิติกานต์ นำนางอัมพาพันธ์ นิลประภา หือ “ แม่จ๋า ” และสื่อมวลชน เข้าดูกระท่อมหลังเก่าที่ปลูกบนที่ดินคูเมืองในซอยฝั่งตรงข้าม พบเป็นกระท่อมทำด้วยไม้เก่า ๆ มุงหลังสังกะสี กั้นด้วยแผ่นกระดานและแผ่นป้ายไวนิวเก่า ๆ พื้นกระท่อมก็ปูด้วยไม้กระดานเก่า ๆ เช่นกัน ทุกส่วนของกระท่อมผุพัง หัก ชำรุดทรุดโทรมจนไม่สามารถอาศัยอยู่ได้ หากจะมีการปรับปรุงซ่อมแซมให้สามารถอาศัยอยู่ได้คาดว่าจะใช้เงินประมาณ 30,000 บาท

เมื่อนางอัมพาพันธ์ หรือ แม่จ๋า เห็นสภาพความเป็นอยู่ของครอบครัว น.ส.ฐิติกานต์ ถึงกับนิ่งอึ้ง น้ำตาไหล และสะเทือนใจเป็นอย่างมาก จึงสัญญาว่าจะให้การช่วยเหลือในการปรับปรุงซ่อมแซมกระท่อมให้ใหม่ โดยจะเป็นสะพานบุญแจ้งแฟนเพจ “ Oampaphan Ninprapha ” และศูนย์ข่าวนคร 24 ชม.สมาคมสื่อมวลชนจังหวัดนครศรีธรรมราช เพื่อระดมทุนปรับปรุงซ่อมแซมกระท่อมให้ครอบคัว น.ส.ฐิติกานต์ ให้สามารถย้ายเข้ามาอาศัยอยู่ได้อย่างปลอดภัย และจะเร่งดำเนินการให้อย่างเร่งด่วน

นางอัมพาพันธ์ หรือ แม่จ๋า กล่าวว่า ตนถึงกับอึ้ง เมื่อเห็นสภาพความเป็นอยู่ของครอบครัว น.ส.ฐิติกานต์ และสะท้อนภาพในอดีตที่พ่อตน ซึ่งเป็นลูกจ้างโรงไฟฟ้าลิกไนต์ จ.กระบี่ และประสบอุบัติเหตุรถชนตายที่ จ.กระบี่ แม่ตนตาเป็นต้อจนมองแทบไม่เห็น ตัดสินใจขอรับบริจาคเงินจากเพื่อนร่วมงานของพ่อ หอบลูกโดยสารรถไฟไปสร้างเพิกพังเล็ก ๆ อยู่หน้าโรงไฟฟ้าแม่เมาะ แม่และตนพร้อมพี่น้องๆต้องสู้ชีวิตเก็บกระป๋องนมขาย 5 ใบ 1 สลึง 20 ใบ 1 บาท และรับจ้างตักน้ำไปส่งให้ซ่องโสเภณี เพื่อซื้อข้าวสาร ส่วนอาหารหลักครอบครัวคือข้าวคลุกน้ำปลา วันไหนเก็บเปลือกทุเรียนที่เขากินแล้วทิ้งมาแกะเลียกินเนื้อที่เหลือติดเปลือกก็จะดีใจที่ได้กินผลไม้ พี่สาวตนเรียน จบ ป.3 ขอออกไปทำงานรับจ้างบ้านของพนักงานโรงไฟฟ้าแม่เมาะ ส่วนตนและน้องชาย พยายามเรียนจนจบ ป. 4 โดยกว่าที่ตนจะฝ่าฝันปัญหาอุปสรรคต่อสู้ชีวิตมาได้ถึงทุกวันนี้ บอกได้ว่ายิ่งกว่าขอทานเสียอีก

“ตนค้นพบสัจจะธรรมชีวิต เมื่อครั้งสามีเสียชีวิต แม้จะทุ่มเท ทุมเงินทองในการรักษาแต่ไม่สามารถเยื้อชีวิตเอาไว้ได้ สามีเอาทรัพย์สินอะไรไปไม่ได้สักอย่าง ตนจึงตั้งใจที่จะคืนกลับให้สังคม ทั้งช่วยเรื่องทุนการศึกษาเด็กใช้เงินเดือนละ 150,000 บาท ทำข้าวกล่องแจกจ่ายผู้ยากไร้ ซึ่งทำต่อเนื่องมานานเกือบ 10 ปี เพิ่งหยุดช่วงโควิด-19 เพราะเจ้าหน้าที่เกรงสุ่มเสี่ยงต่อการติดเชื้อโรคโควิดได้ สำหรับการช่วยปรับปรุงซ่อมแซมกระท่อมให้ครอบครัว น.ส.ฐิติกานต์ ตนตั้งใจจะทำให้โดยเร็ว แต่หากแฟนเพจ “ Oampaphan Ninprapha” หรือ ผู้ใจบุญที่ทราบข่าวทางสื่อสารมวลชน อยากจะร่วมทำบุญหรือสอบถามรายละเอียดผ่านทางเพจตนได้หรือโทร.093 – 6242297 หรือ คุณไพฑูรย์ อินทศิลา ประธานศูนย์ข่าวนคร 24 ชม.สมาคมสื่อมวลชนนครศรีธรรมราช โทร.081-6761299 “

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

BamBam Family

BamBam Family

สถิติบล็อก

  • 3,293,948 hits

Join 4,077 other subscribers
Follow SootinClaimon.Com on WordPress.com

Categories

Top Posts & Pages

ท่านผู้หญิงสิริกิติยา เจนเซน ร่วมเสวนา ‘River Talk’ #SootinClaimon.Com
'หนึ่งคำพูด...ล้านกำลังใจ' ส่งถึง 'เหล่านักรบเสื้อขาวและผู้ป่วย' สู้ศึกโควิด-19 #SootinClaimon.Com
Waymo to launch fully driverless service to the public - a first just in time for the pandemic #SootinClaimon.Com
'ป้าตือ' ขึ้นแท่น 'มาดามแห่งวงการออนไลน์' คนใหม่ LIVE EP แรก คนดูชน 5 แสน!!! #SootinClaimon.Com
แอลกอฮอล์ อาชญากรรม และการปฏิรูปตำรวจ(ไทย)
เฉลิมชัย แนะคกก.วัตถุอันตรายลงมติเปิดเผย
"โยชิ 300" จากเด็กติดเกมหนักสู่ "ยูทูปเบอร์" สายฮาสุดครีเอท
'ดวลเพลงดัง พลังมัธยม'เต้นยับสนั่นจอ ชวนแดนช์สุดมันกับเพลง 'คู่กัด'
โบว์ เมลดา ใส่บิกินีสีสันสดใสอวดความแซ่บ ลุคนี้เซ็กซี่ร้อนฉ่าเกินต้าน
ทำงานทันที! อาจารย์เชนควงครูพี่กอล์ฟ แลกเปลี่ยนความเห็น”การศึกษาไทย”

Recent Posts

  • นายกฯ เนปาลกล่าวต่อที่ประชุมยูเอ็น น้ำท่วมครั้งใหญ่เป็น “สัญญาณเตือนโลก” ถึงภัยจากโลกร้อน
  • Amazon ลุยส่งพัสดุด้วยโดรน เร็วสุด 30 นาที แต่ชาวบ้านโอดเสียงดังรบกวน
  • นักวิจัยสงสัยการติดเชื้อแบคทีเรียเป็นสาเหตุลูกวาฬหลายร้อยตัวตายเกยตื้นในอาร์เจนตินา
  • ปธน.อิหร่าน เปิดใจกับสื่อเผย สหรัฐฯ ต้องเลือกเองว่าจะยุติสงครามหรือไม่ ลั่นพร้อมเจรจา
  • ส่อง 5 ประเด็น “ทรัมป์-สี จิ้นผิง” พบกันที่วอชิงตัน พักศึกการค้า แต่ปมใหญ่ยังไม่จบ

ป้ายกำกับ

  • 2559(2016)
  • entertain
  • lady
  • naewna
  • The Nation
  • การเมือง
  • ต่างประเทศ
  • บันเทิง
  • ผู้หญิง
  • แนวหน้า
  • RSS - Posts
  • RSS - Comments

Archives

Follow Us

  • https://soclaimon.tumblr.com/
  • https://www.facebook.com/soclaimon
  • https://www.instagram.com/sootinclaimon/
  • https://www.facebook.com/SootinClaimon/
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100001170824639
  • https://www.facebook.com/pompam.pp
  • https://www.facebook.com/toraman666
  • https://www.facebook.com/apich214
  • https://www.facebook.com/samabat.klaimon
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100005312762480
  • https://www.facebook.com/jirasuda.manomaiyanon
  • https://www.facebook.com/eikpakkred
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100003091451547
Blog at WordPress.com.
  • Subscribe Subscribed
    SootinClaimon.Com
    Join 1,631 other subscribers

    Have a WordPress.com account? Log in now.

  • SootinClaimon.Com
    View site in Reader
    Manage subscriptionsSign upLog in
    Report this content
    Collapse this bar
Loading Comments...
%d