Skip to primary content
Skip to secondary content

SootinClaimon.Com

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย2 [SartKasetDinPui2] : รวบรวม ข้อมูล เศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม เกษตร ดิน น้ำ ปุ๋ย

SootinClaimon.Com

Main menu

  • Home
  • KU23-2506
  • ข้อคิดความเห็น
  • ตระกูลคล้ายมนต์
  • ผมเองครับ
  • ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย1

Tag Archives: ข่าว Like สาระ

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

ตรุษจีนสงขลา! บูชา’ไฉ่ซึ้งเอี้ย’เทพเจ้าโชคลาภ ปีนี้เสด็จมาทางทิศตะวันออก

Posted on January 22, 2023 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/705896

ตรุษจีนสงขลา! บูชา'ไฉ่ซึ้งเอี้ย'เทพเจ้าโชคลาภ ปีนี้เสด็จมาทางทิศตะวันออก

ตรุษจีนสงขลา! บูชา’ไฉ่ซึ้งเอี้ย’เทพเจ้าโชคลาภ ปีนี้เสด็จมาทางทิศตะวันออก

วันอาทิตย์ ที่ 22 มกราคม พ.ศ. 2566, 10.07 น.

ชาวไทยเชื้อสายจีนในจังหวัดสงขลา นำธูปเทียนขนาดใหญ่ จุดบูชา “ไฉ่ซึ้งเอี้ย” เทพเจ้าแห่งโชคลาภ เนื่องในวันขึ้นปีใหม่ของชาวจีนหรือวันตรุษจีน จึงได้มากราบไหว้ขอพรเทพเจ้าไฉ่ซิงเอี๊ย โดยชาวจีนถือเป็นเทพเจ้าที่มีความสำคัญมากที่สุด ในการเริ่มเข้าสู่ปีนักษัตรใหม่ เนื่องจากเป็นเทพเจ้าที่ได้รับการกราบไหว้เป็นองค์แรก เพื่อความเป็นสิริมงคลแก่ตนเองและครอบครัวเนื่องในวันตรุษจีน และจุดประทัดรับ“ไฉ่ซึ้งเอี้ย” 1 แสนนัด ดังสนั่นหวั่นไหวไปทั่วศาลเจ้าพ่อหลักเมือง

22 มกราคม 2566 เมื่อเวลา 23.00 น. – 00.30 น. ของคืนวันที่ 21 มกราคม ต่อวันที่ 22 มกราคม 2566  ชาวจีนถือว่าเป็นเวลาฤกษ์ดีที่สุด ซึ่งเป็นวันขึ้นปีใหม่และเป็นวันตรุษจีนถือเป็นวันที่ 1 เดือน 1 ของชาวจีน

ที่ศาลเจ้าพ่อหลักเมืองสงขลา ถนนนางงาม อ.เมือง จ.สงขลา นายวันชัย ปริญญาศิริ นายกเทศมนตรีนครสงขลา เป็นประธานในพิธีรับเทพเจ้า“ไฉ่ซึ้งเอี้ย” เทพเจ้าแห่งโชคลาภ เนื่องในวันขึ้นปีใหม่ของชาวจีนหรือวันตรุษจีน โดยชาวไทยเชื้อสายจีนในจังหวัดสงขลา ได้นำธูปเทียนขนาดใหญ่เดินทางมา เพื่อทำการกราบไหว้บูชาเทพเจ้า “ไฉ่ซึ้งเอี้ย” เทพเจ้าแห่งโชคลาภ ที่ชาวจีนถือเป็นประเพณีที่สืบทอดกันมา ที่ต้องบูชาเทพเจ้าองค์นี้เป็นองค์แรก ซึ่งเป็นเทพเจ้าแห่งโชคลาภ เพื่อเพิ่มพลังในโชคชะตาให้มั่งคั่ง ร่ำรวยตลอดปีใหม่ ในการรับ“ไฉ่ซึ้งเอี้ย” เทพเจ้าแห่งโชคลาภ ได้ทำการจุดประทัดต้อนรับ“ไฉ่ซึ้งเอี้ย”จำนวน 1 แสนนัดดังสนั่นหวั่นไหวไปทั่วศาลเจ้าพ่อหลักเมือง

การจุดธูปเทียนขนาดใหญ่ ถือเป็นการจุดแสงสว่างในชีวิตให้มีความรุ่งโรจน์ สว่างไสวยืนนานในปีใหม่ ส่วนการจุดธูปขนาดเล็กเป็นการจุดเพื่อความเป็นสิริมงคลของตนเองและครอบครัวและในวันขึ้นปีใหม่ของชาวจีน ถือเป็นวันเที่ยว ชาวจีนจะหยุดทำงานโดยพาครอบครัวไปท่องเที่ยวพักผ่อนเยี่ยมญาติ โดยจะพักผ่อนอย่างเต็มที่และใช้เงินใช้ทองที่หามาได้อย่างคุ้มค่า หลังจากการทำงานตรากตรำด้วยความเหน็ดเหนื่อยมาตลอดทั้งปี

สำหรับวันตรุษจีนปีนี้ ฤกษ์ที่ดีที่สุดตรงกับคืนวันที่ 21 มกราคม 2566 ต่อวันที่ 22 มกราคม 2566 เวลาที่ใช้ไหว้คือเวลา 23.00 น. – 00.30 น. ซึ่งเป็นช่วงที่ฟ้าเปิด โดยปีนี้องค์“ไฉ่ซึ้งเอี้ย” จะเสด็จมาทางทิศตะวันออก เพื่อประทานพรโชคลาภ ความมั่งคั่ง ความร่ำรวยแก่ชาวจีนทุกคน ให้มีความสุข ความเจริญ มีโชคมีลาภเป็นสิริมงคล เนื่องในวันตรุษจีนหรือวันขึ้นปีใหม่ของชาวจีน ในวันที่ 22 มกราคม 2566    

สำหรับในวันนี้ 22 มกราคม 2566 เป็นวันตรุษจีน หรือ วันเที่ยว ถือเป็นวันขึ้นปีใหม่ ของชาวจีน ซึ่งจะตรงกับวันอาทิตย์ โดยทางรัฐบาล ได้กำหนดให้วันตรุษจีน ซึ่งเป็นวันสำคัญของชาวไทยเชื้อสายจีน เป็นวันหยุดกรณีพิเศษ ทำให้วันจันทร์ที่ 23 มกราคม 2566 จะเป็นวันหยุดราชการชดเชย เนื่องในวันตรุษจีน อีก 1 วัน เพื่อให้ชาวไทยเชื้อสายได้ถือโอกาสไปไหว้พระ ขอพรสิ่งศักดิ์สิทธิ์ เพื่อความเป็นสิริมงคล รวมถึงไปพักผ่อนท่องเที่ยวในช่วงเทศกาลตรุษจีน เพื่อเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจการท่องเที่ยว อีกด้วย.012

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2566(2023), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ถือฤกษ์เที่ยงคืน! พ่อเมืองมหาชัย นำกราบไหว้เทพเจ้าไฉ่ซิงเอี๊ย แจก’หมี่มหามงคล’กระทะยักษ์

Posted on January 22, 2023 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/705894

ถือฤกษ์เที่ยงคืน! พ่อเมืองมหาชัย นำกราบไหว้เทพเจ้าไฉ่ซิงเอี๊ย แจก'หมี่มหามงคล'กระทะยักษ์

ถือฤกษ์เที่ยงคืน! พ่อเมืองมหาชัย นำกราบไหว้เทพเจ้าไฉ่ซิงเอี๊ย แจก’หมี่มหามงคล’กระทะยักษ์

วันอาทิตย์ ที่ 22 มกราคม พ.ศ. 2566, 10.03 น.

พ่อเมืองมหาชัย ถือฤกษ์เที่ยงคืนนำชาวบ้านกราบไหว้เทพเจ้าไฉ่ซิงเอี๊ย  พร้อมแจกหมี่มหามงคลกระทะยักษ์ เนื่องในเทศกาลตรุษจีน เพื่อความเป็นสิริมงคล

22 มกราคม 2565 เวลา 00.30 น.ถือเป็นฤกษ์งามยามดี นายณรงค์ รักร้อย ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาคร พร้อมด้วยนางเตือนจิตร์ รักร้อย นายกเหล่ากาชาดจังหวัดสมุทรสาคร นำประชาชนในจังหวัดสมุทรสาคร ทำพิธีกราบไหว้เจ้าพ่อศาลหลักเมือง สิ่งศักดิ์สิทธิ์ คู่บ้านคู่เมือง ประจำจังหวัดสมุทรสาคร พร้อมกับทำพิธีไหว้ขอพรเทพเจ้าไฉ่ซิงเอี๊ย เทพเจ้าแห่งโชคลาภ มีการเชิดสิงโต มังกรทองและกิจกรรมผัดหมี่มหามงคลกระทะยักษ์แจกจ่ายให้กับประชาชน เนื่องในเทศกาลตรุษจีน ประจำปี2566

โดยมีนายสุรศักดิ์ ผลยังส่ง นายอาวุธ วิเชียรฉาย รองผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาคร นายชุมพล จันทร์จรัสวัฒนา นายกเทศมนตรีนครสมุทรสาคร นายอุดม ไกรวัตนุสสรณ์ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดสมุทรสาคร ภาคเอกชน และประชาชนเข้า ร่วมพิธีฯกันเป็นจำนวนมาก.012
 

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2566(2023), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ปอดเหล็กเคนยา! ‘ไตตัส คิปกอสไก’ทุบสถิติอาเซียน รับเงินโบนัสกว่า1ล้าน

Posted on January 22, 2023 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/705891

ปอดเหล็กเคนยา! 'ไตตัส คิปกอสไก'ทุบสถิติอาเซียน รับเงินโบนัสกว่า1ล้าน

ปอดเหล็กเคนยา! ‘ไตตัส คิปกอสไก’ทุบสถิติอาเซียน รับเงินโบนัสกว่า1ล้าน

วันอาทิตย์ ที่ 22 มกราคม พ.ศ. 2566, 09.32 น.

ปอดเหล็กเคนยา ไตตัส คิปกอสไก ทำผลงานกระหึ่ม ทุบสถิติ“บุรีรัมย์ มาราธอน 2023” ทำเวลาเร็วที่สุดในประเทศไทยและถือเป็นเวลาที่เร็วที่สุดของอีเว้นท์มาราธอนในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้  รับเงินโบนัสรวมกว่า 1 ล้านบาท ขณะที่ “สัญชัย นามเขต” คว้าแชมป์คนไทยสมัยที่ 4 ควงคู่ ลินดา อินทะชิต ที่ได้แชมป์อีกสมัย ครองถ้วยพระราชทานสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา

22 มกราคม 2566 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อช่วงค่ำคืนของวันที่ 21 ม.ค.ที่ผ่านมา มีการแข่งขัน “บุรีรัมย์ มาราธอน 2023 พรีเซนเต็ด บาย เครื่องดื่มตราช้าง” ปีที่ 7 ชิงเงินรางวัลสูงที่สุดในประเทศไทย มูลค่ารวมกว่า 6 ล้านบาท ออกสตาร์ทที่สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จ.บุรีรัมย์

โดยมีพิธีเปิดการแข่งขัน ซึ่งมีนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เป็นประธานเปิดการแข่งขัน ร่วมด้วย นายไชยวัฒน์  จุนถิระพงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดบุรีรัมย์, ดร.ก้องศักด ยอดมณี ผู้ว่าการการกีฬาแห่งประเทศไทย, นายยุทธศักดิ์ สุภสร ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย, นายสุรพล อุทินทุ ผู้บริหารสำนักประสานงานภายนอก บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) โดยเครื่องดื่มตราช้าง ในฐานะไตเติ้ลสปอนเซอร์ ร่วมงาน

โดยใช้เส้นทางวิ่งจากสนามแข่งรถ ช้าง อินเตอร์เนชั่นแนลเซอร์กิต ออกสู่ถนนหลักผ่านตัวเมือง และเข้าเส้นชัยที่สนามฟุตบอล ช้างอารีนา จ.บุรีรัมย์ พร้อมทัพกองเชียร์ตลอดเส้นทาง 42.195 กม.

สำหรับรายการนี้ เป็นการแข่งขันในรูปแบบ Night Run (ไนท์ รัน) ภายใต้แนวคิด “สวรรค์ของนักวิ่ง” ที่สุดของงานวิ่งมาตรฐานโลกฝีมือคนไทย รับรองโดย สหพันธ์สมาคมกรีฑานานาชาติ หรือ World Athletics Road Race โดยมีนักวิ่งทั้งหมดกว่า 30,000 คน เป็นนักวิ่งจากต่างชาติ นักวิ่งอีลิท และ expat ที่อาศัยอยู่ในประเทศไทย จำนวน 1,063 คน จาก 46 ประเทศทั่วโลก

การแข่งขันแบ่งเป็น 4 ระยะ ได้แก่ มาราธอน ระยะทาง 42.195 กม., ฮาล์ฟ มาราธอน ระยะทาง 21.1 กม., มินิมาราธอน ระยะทาง 10 กม. และ ฟันรัน ระยะทาง 4.554 กม.

ด้านผลการแข่งขันประเภทมาราธอน ชาย ผู้ที่เข้าเส้นชัยคนแรก นักวิ่งอีลิท ไตตัส คิปกอสไก (เคนยา) ทำเวลาได้ 2.08.57 ชม. ทำลายสถิติบุรีรัมย์มาราธอนเดิม ที่เคยทำไว้ 2.11.46 ชม. และทำลายสถิติในกลุ่มอายุ 18-29 ปี ชาย ที่สถิติเดิมทำไว้ 2.14.36 ชม. พร้อมทำลายสถิติเร็วที่สุดในประเทศไทย และถือเป็นเวลาที่เร็วที่สุดของอีเวนท์มาราธอนในทวีปเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ พร้อมรับรางวัลโบนัสรวมกว่า 1 ล้านบาท ที่ 2 ฟิกาดู เดเบเล (เอธิโอเปีย) 2.10.49 ชม. ทำลายสถิติ กลุ่มอายุ 30-39 ปี ชาย ที่สถิติเดิมทำไว้ 2.54.05 ชม.ที่ 3 เบนสัน เอ็มวานกี (เคนยา) 2.11.24 ชม.

มาราธอนหญิง ที่ 1 แอกเนส ไคโน (เคนยา) 2.28.08 ชม.ทำลายสถิติบุรีรัมย์มาราธอนเดิม 2.32.41 ชม. และทำลายสถิติ กลุ่มอายุ 30-39 ปี หญิง ที่สถิติเดิมทำไว้ 2.54.05 ชม. 2 ลูซี่ คาริมี (เคนยา) 2.28.36 ชม.ที่ 3 อาเบรุ เซนเนเบ (เอธิโอเปีย)  2.29.07 ชม.ทำลายสถิติ กลุ่มอายุ 40-49 ปี หญิง ที่สถิติเดิมทำไว้ 3.20.46 ชม.

ส่วนคนไทยที่เข้าเส้นชัยคนแรก มาราธอนชาย “สัญชัย นามเขต” เจ้าของเหรียญเงินซีเกมส์ ครั้งที่ 30 ที่ฟิลิปปินส์ ทำเวลาได้ 2.30.00 ชม.คว้าแชมป์คนไทยและครองถ้วยพระราชทานสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา เป็นสมัยที่ 4 พร้อมรับเงินรางวัล 50,000 บาท เช่นเดียวกับฝ่ายหญิง ลินดา อินทะชิต ได้แชมป์อีกสมัย ทำเวลาได้ 2.51.51 ชม.

ด้าน สัญชัย นามเขต เปิดเผยว่า ถือว่าปีนี้ประสบความสำเร็จ ทำได้ตามที่ตั้งเป้าไว้ รู้สึกพอใจกับสถิติที่ทำได้ดีกว่าปีที่แล้ว ด้วยอากาศที่ดี มีกองทัพกองเชียร์เป็นกำลังใจตลอดเส้นทาง ทำให้ทำสถิติได้ดีขึ้น ปีหน้าตั้งใจจะทำสถิติให้ดีขึ้น ดีกว่าปีนี้

ประเภทฮาล์ฟมาราธอน ชาย ที่ 1 เจมส์ คารันจา (เคนยา) 1.05.02 ชม.ทำลายสถิติกลุ่มอายุ 30-39 ปี ชาย ที่สถิติเดิมทำไว้ 1.09.29 ชม. ที่ 2 คินดู ทิรันเนห์ (เอธิโอเปีย) 1.05.34 ชม. ที่ 3 “บิ๊ก” ณัฐวุฒิ อินนุ่ม ที่เป็นคนไทยที่เข้าเส้นขัยฮาล์ฟมาราธอนเป็นคนแรก 1.06.05 ชม. ทำลายสถิติ กลุ่มอายุ 18-29 ปี ชาย ที่สถิติเดิมทำไว้ 1.07.58 ชม.

ฮาล์ฟมาราธอน หญิง ที่ 1 อรอนงค์ วงศร 1.21.27 ชม. สถิติ กลุ่มอายุหญิง 30-39 ปี ที่สถิติเดิมทำไว้ 1.24.29 ชม ที่ 2 อรนุช เอี่ยมเทศ 1.28.47 ชม. ที่ 3 ดอร์คัส ทารัส (เคนยา) 1.30.09 ชม.

ด้าน  “บิ๊ก” ณัฐวุฒิ อินนุ่ม เปิดเผยว่า อากาศปีนี้ดีมาก เส้นทางวิ่งก็ดี สำหรับรายการนี้  ผมทำเวลาได้ดีมากๆ แต่เสียดายมาก เพราะชวดโอกาสทำลายสถิติประเทศไทย เกินไป 40 วินาที แต่สามารถทำลายสถิติของกลุ่มอายุได้ ก็ถือว่าพอใจครับ สำหรับอนาคตในการรับใช้ทีมชาติ รอเก็บความแข็งแกร่งเพิ่มขึ้น เพื่อขยับขึ้นไปแข่งมาราธอนต่อไป

ประเภทมินิมาราธอน ชาย ที่ 1 “เบล” ณัฐวัฒน์ อินนุ่ม น้องชายฝาแฝดของ “บิ๊ก” ณัฐวุฒิ อินนุ่ม 32.10 นาที ที่ 2 อีน็อค คีเกน (เคนยา) 32.21 นาที ทำลายสถิติเดิม รุ่นอายุ 30-39 ปี ชาย ที่สถิติเดิมทำไว้ 33.03 นาที ที่ 3 อาทิตย์ โสดา 32.24 นาที

มินิมาราธอน หญิง ที่ 1 “น้องดิว” เขมจิรา เชื้ออินทร์ วัย 16 ปี ทำสถิติได้ 39.20 นาที ทำลายสถิติ กลุ่มอายุ 13-17 ปี หญิง ที่สถิติเดิมทำไว้ 41.09 นาที ที่ 2 ณัฐธิดา เถาหน้อย 40.25 นาที ที่ 3 ณัฏฐพร สมิทธิวิโรจน์ 41.24 นาที.012

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2566(2023), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

สวัสดีวันอาทิตย์! ชมภาพสวยๆ’หมอก’ยามเช้าที่อ่างทอง

Posted on January 22, 2023 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/705890

สวัสดีวันอาทิตย์! ชมภาพสวยๆ'หมอก'ยามเช้าที่อ่างทอง

สวัสดีวันอาทิตย์! ชมภาพสวยๆ’หมอก’ยามเช้าที่อ่างทอง

วันอาทิตย์ ที่ 22 มกราคม พ.ศ. 2566, 09.22 น.

22 มกราคม 2566 วันหยุดวันอาทิตย์แสนสดใส ชมบรรยากาศหมอกยามเช้ากลางเมืองอ่างทอง สวยงามคล้ายดังปุยเมฆที่ปกคลุมยอดหญ้าตัดกับพระอาทิตย์ส่องแสง บริเวณริมคลองลำท่าแดง หลังสวนน้ำตำบลย่านซื่อ อำเภอเมือง จังหวัดอ่างทอง.012

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2566(2023), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ตรุษจีนคึกคัก! เชิด’สิงโต มังกร’ งานการเกษตรของดีอ่างทอง

Posted on January 22, 2023 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/705888

ตรุษจีนคึกคัก! เชิด'สิงโต มังกร' งานการเกษตรของดีอ่างทอง

ตรุษจีนคึกคัก! เชิด’สิงโต มังกร’ งานการเกษตรของดีอ่างทอง

วันอาทิตย์ ที่ 22 มกราคม พ.ศ. 2566, 08.53 น.

22 มกราคม 2566 งานการเกษตรและของดีเมืองอ่างทอง ที่วัดขุนอินประมูล อำเภอโพธิ์ทอง จังหวัดอ่างทอง ได้มีการแสดง สิงโต มังกร คณะศิษย์เจ้าพ่อกวนอู ต้อนรับนักท่องเที่ยวในช่วงเทศกาลวันตรุษจีน บรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคัก 

โดยงานจัดขึ้นระหว่างวันที่ 20-29 ม.ค.เชิญนักท่องเที่ยว ร่วมชม ช้อป ชิม ชิล ถ่ายรูป เช็คอิน ไหว้พระขอพร กราบไหว้ขอพรพระนอนที่ยาวที่สุดในประเทศไทย พระพุทธไสยาสน์องค์ใหญ่ “พระศรีเมืองทอง” มีความยาววัดจากปลายพระเมาลีถึงปลายพระบาท 50 เมตร 

ซึ่งมีเรื่องเล่าว่าหากสัมผัสที่ฝ่าพระบาทพระนอน วัดขุนอินทรประมูล ท่านจะประทานพรให้เรามีอายุยืนยาว พร้อมเยี่ยมชมโบสถ์ไฮเทค ที่มีทั้งลิฟต์และบันไดเลื่อนคอยอำนวยความสะดวก และชมจิตรกรรมฝาผนัง จิตรกรรมร่วมสมัยที่มีเหล่าเทวดานางฟ้าเล่นไอโฟนไอแพด และเฟอร์บี้ที่ฝาผนังโบสถ์.012

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2566(2023), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

สกู๊ปแนวหน้า : ‘ไรเดอร์’เสี่ยง!..แลกเลี้ยงชีพ ‘ควบคุม-คุ้มครอง’รอรัฐยื่นมือ

Posted on January 22, 2023 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/705837

สกู๊ปแนวหน้า : ‘ไรเดอร์’เสี่ยง!..แลกเลี้ยงชีพ  ‘ควบคุม-คุ้มครอง’รอรัฐยื่นมือ

สกู๊ปแนวหน้า : ‘ไรเดอร์’เสี่ยง!..แลกเลี้ยงชีพ ‘ควบคุม-คุ้มครอง’รอรัฐยื่นมือ

วันอาทิตย์ ที่ 22 มกราคม พ.ศ. 2566, 06.15 น.

“บริษัทเองหรือเปล่าที่เป็นสาเหตุที่ทำให้ไรเดอร์ต้องรีบเร่งวิ่งงาน รีบเร่งส่งงาน บริษัทหนึ่ง ขออนุญาตยังไม่เอ่ยชื่อ วิ่ง 1 งานจากสุขุมวิทไปส่งคลองเตย ค่ารอบ 40 บาท แต่ปัจจุบันนี้เป็นมาแล้วเกือบ 2 ปี คือเขาเรียกว่างานคู่ คือยิงเข้ามาทีเดียวเลย 2 ร้าน ลูกค้า 2 ราย งานแรกจากสุขุมวิท 26 ไปส่งคลองเตย งานที่ 2 ต้องย้อนกลับมาแถวๆ สุขุมวิทไปส่งอีกทีรัชดา 1 งานถ้างานเดี่ยวๆ เด้งมา 40 บาท ถ้างานคู่เด้งเข้ามา ลองทายว่าไรเดอร์ได้ค่าวิ่งเท่าไร?

เราสู้มานานแล้ว เราไปมาแล้วทุกที่ไม่ว่าจะเป็นกระทรวงแรงงาน กระทรวงคมนาคมกระทรวงดีอีเอส (ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม) แม้กระทั่งสำนักงานตรวจการแผ่นดิน (ผู้ตรวจการแผ่นดิน) ค่ารอบของการวิ่ง 2 งานได้ 55 บาท แต่บริษัทจะได้ GP (Gross Profit-ค่าบริการระบบ) เต็มจากร้านค้า-ร้านอาหาร นี่คือประเด็นว่าทำไมไรเดอร์ถึงต้องรีบวิ่งค่ารอบ เพราะเราเลือกไม่ได้เราไม่สามารถปิดงานคู่ที่แอปพลิเคชั่นเราได้ผมไม่รับ”

แชมป์ ชลพรรธน์ รองนายกและโฆษกสมาคมไรเดอร์ไทย (Thai Rider Assiciation) กล่าวในงานแถลงข่าว “โครงการความร่วมมือเพื่อสร้างการขับขี่ที่ปลอดภัยในกลุ่มรถจักรยานยนต์รับจ้างและกลุ่มไรเดอร์” เมื่อช่วงกลางสัปดาห์ที่ผ่านมา ระบายความอัดอั้นคับข้องใจในฐานะตัวแทนของชาว “ไรเดอร์” หรือผู้รับงานส่งอาหารผ่านแพลตฟอร์มแอปพลิเคชั่นโทรศัพท์มือถือ เกี่ยวกับรูปแบบการทำงานที่ไม่เป็นธรรม

ซึ่งนอกจากระบบ “งานคู่” แล้วระยะหลังๆ ยังมีระบบ “จองรอบงาน” โดยต้องจองก่อนเที่ยงคืนเพื่อที่จะได้มีงานวิ่งในเช้าวันรุ่งขึ้นไปจนถึงช่วงเย็น อีกทั้งมีระบบ “จำกัดพื้นที่และเวลา” หากอยู่นอกพื้นที่หรือนอกเวลาจะไม่มีงานเข้ามา แม้กระทั่ง “ปล่อยให้มีการใช้แอปฯ ดูดงาน” หมายถึงมีผู้พัฒนาแอปพลิเคชั่นให้นำไปใช้ในทางที่ผิดโดยแอปฯ ที่ว่านี้สามารถดึงงานจากระบบของแพลตฟอร์มส่งอาหารที่กระจายให้ไรเดอร์ที่อยู่บริเวณนั้นให้เข้าเครื่องของไรเดอร์ที่ติดตั้งแอปฯ นี้แต่เพียงผู้เดียว ที่ผ่านมาพยายามแจ้งบริษัทแพลตฟอร์มแล้วแต่ยังไม่มีการแก้ไข

ด้าน นพ.ธนะพงศ์ จินวงษ์ ผู้จัดการศูนย์วิชาการเพื่อความปลอดภัยทางถนน (ศวปถ.) กล่าวถึงผลสำรวจหลายๆ เรื่องที่เกี่ยวข้องกับวิถีชีวิตของไรเดอร์ อาทิ 1 ใน 3 ของไรเดอร์เคยประสบอุบัติเหตุจากการทำงาน และในจำนวนนี้ร้อยละ 40 เป็นการบาดเจ็บรุนแรง ขณะที่การดูโทรศัพท์ก็เป็นอีกพฤติกรรมเสี่ยงเกิดอุบัติเหตุ โดยพบในกลุ่มไรเดอร์สูงถึงร้อยละ 86.5

นอกจากนั้นยังมีการสำรวจความคิดเห็นของไรเดอร์ 465 คน พบว่า อายุน้อยที่สุดคือ 17 ปี ซึ่งผู้มีอายุ 16 ปี แต่ไม่ถึง 18 ปีสามารถสมัครงานไรเดอร์ได้โดยมีหนังสือยินยอมจากผู้ปกครอง ส่วนอายุมากที่สุดคือ 63 ปี เนื่องจากเป็นอาชีพที่เปิดกว้างใครก็สามารถเข้ามาทำได้ขอเพียงมีมอเตอร์ไซค์ของตนเอง แต่การเปิดอิสระแบบนี้โอกาสได้รับการฝึกอบรมหรือการวางระบบก็ไม่ง่ายแล้ว ทั้งนี้ หากเปรียบชีวิตไรเดอร์กับกีฬาวิ่งผลัด4×100 เมตร ไรเดอร์ก็เหมือนไม้สุดท้ายที่ถูกตั้งความหวังให้วิ่งเข้าเส้นชัยให้เร็วที่สุด ในขณะที่ไม้อื่นๆ ที่วิ่งก่อนหน้าอาจไม่ได้รีบขนาดนั้น

“ผมเคยฟังไรเดอร์ท่านหนึ่ง เขาไปรอของที่ห้าง เขาจัดพื้นที่ให้ไรเดอร์เฉพาะไม่ให้ไปรอหน้าร้าน แต่กลายเป็นว่าเขารอนานเพราะรับออเดอร์มาหลายเจ้า เนื่องจากร้านอาหารร้านนี้เขาอยู่ชั้นบนๆ ของห้างเขาก็เลยทำทีหนึ่งหลายเจ้า ปรากฏว่ามีไรเดอร์มารอรับหลายคิว ทุกคิวรอกัน คือฉัน (ร้านอาหาร) รอทำให้ครบทุกเมนูแล้วจึงให้เด็กเดินเอามาส่งให้ไรเดอร์ พูดง่ายๆ เจ้าแรกก็มารอนาน เพราะฉะนั้นถ้าวิถีไรเดอร์เป็นแบบนี้ ผมคิดว่าไม้ที่ 4 ลำบากแล้ว เพราะถ้าวิ่ง 4×100 ไม้แรกวิ่งมาช้าๆ ชิลๆ แต่ไม้สุดท้ายต้องวิ่งเข้าเส้นชัยก็ต้องเต็มที่เพราะลูกค้ารออยู่” นพ.ธนะพงศ์ ระบุ

นพ.ธนะพงศ์ กล่าวต่อไปว่า อีกด้านหนึ่ง ยังมีการสำรวจความคิดเห็นจากผู้ใช้บริการรับ-ส่งอาหารผ่านแพลตฟอร์ม มีกลุ่มตัวอย่าง 20 ราย พบว่า กลุ่มตัวอย่างให้ความสำคัญกับการที่ไม่เกิดผลกระทบต่ออาหารจนทำให้อาหารเสียหาย ร้อยละ 95 ดังนั้นจึงเป็นแรงกดดันให้ไรเดอร์ต้องทำงานอย่างเร่งรีบ รองลงมาคือกิริยามารยาทในการส่งอาหาร ร้อยละ 90 ส่วนการขับขี่ ความปลอดภัยของผู้ขับขี่ และความปลอดภัยของพนักงาน (เช่น สวมหมวกนิรภัย ถุงมือและรองเท้าป้องกันอันตราย) ถูกให้ความสำคัญอยู่ที่เพียงร้อยละ45 25 และ 15 ตามลำดับเท่านั้น

ขณะที่เมื่อดูต่างประเทศ ปัจจุบันมีเพียงสเปนชาติเดียวที่มีกฎหมายรับรองไรเดอร์ในฐานะแรงงานในระบบ กล่าวคือ มีสถานะเป็นลูกจ้าง มีสหภาพแรงงาน มีกฎหมายคุ้มครอง โดยผู้ให้บริการแพลตฟอร์มมีหน้าที่ต้องประกันรายได้ขั้นต่ำ มีการทำประกันสุขภาพ ประกันอุบัติเหตุ และต้องชดเชยรายได้เมื่อเกิดอุบัติเหตุ ส่วนไรเดอร์
ในไทยนั้นจัดเป็นแรงงานนอกระบบ ไม่มีสถานะเป็นลูกจ้าง ไม่มีกฎหมายคุ้มครองเฉพาะ ไม่มีการประกันรายได้ขั้นต่ำ ไม่มีการชดเชยรายได้จากแพลตฟอร์มเมื่อเกิดอุบัติเหตุ แต่ยังมีการทำประกันสุขภาพและประกันอุบัติเหตุ

ทั้งนี้ การจะขับเคลื่อนประเด็นการยกระดับสถานะการเป็นแรงงานของไรเดอร์ ต้องอาศัยการขับเคลื่อนจากศูนย์อำนวยการความปลอดภัยทางถนน (ศปถ.) ไปจับมือกับฝ่ายกฎหมาย รวมถึงต้องผลักดันไปยังหน่วยงานภาครัฐต่างๆ เช่น กระทรวงแรงงาน ซึ่งเป็นโจทย์เชิงโครงสร้างที่อาจต้องชั่งน้ำหนักหาสมดุลว่าหากไปในแนวทางนั้นจะเสียความเป็นอิสระหรือความเป็นเอกลักษณ์ แต่อีกด้านหนึ่ง การเปลี่ยนพฤติกรรมของผู้ใช้บริการก็สำคัญ

“ทำอย่างไรให้ประชาชนไม่ใช่แค่สนใจในเรื่องอาหาร สนใจแค่เรื่องความเร็ว แต่ใส่ใจว่าเจ้านี้ความปลอดภัย 5 ดาว สั่งเจ้านี้ดีกว่าอะไรอย่างนี้ คือทำอย่างไรให้ในใจของผู้บริโภคมีเซ้นส์ หรือมีความรู้สึกว่าจะต้องเลือกความปลอดภัยควบคู่เสมอ ไม่ใช่อันดับท้ายๆ ความปลอดภัยมันต้องขึ้นมาอันดับต้นๆ” นพ.ธนะพงศ์ กล่าว

ขณะที่ ประสิทธิ์ คำเกิด รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท กลางคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ จำกัด เปิดเผยว่า ตนมีโอกาสเข้าไปร่วมร่างกฎหมาย พ.ร.บ.ส่งเสริมการพัฒนาคุณภาพชีวิตและคุ้มครองแรงงานนอกระบบ พ.ศ. …. ซึ่งไรเดอร์ก็ถือว่าเป็นแรงงานนอกระบบ ดังนั้น หากกฎหมายดังกล่าวสามารถผ่านขั้นตอนที่เกี่ยวข้องจนออกมาบังคับใช้ได้ ในอนาคตก็จะมีการจัดเก็บข้อมูลอย่างเป็นระบบและนำไปใช้ขับเคลื่อนเรื่องความปลอดภัยได้

แต่กว่าจะมีข้อมูลหรือกฎหมาย อุบัติเหตุเป็นสิ่งที่รอไม่ได้ จึงต้องมาพูดคุยกันว่าจะมีมาตรการอย่างไรสามารถใช้รถได้อย่างปลอดภัย และผู้ให้บริการแพลตฟอร์มจะต้องเข้ามามีบทบาท เช่น ออเดอร์ต้องสั่งล่วงหน้าหรือไม่ เพราะอย่างที่มีการเปรียบเทียบกันไว้ไรเดอร์เหมือนผู้เล่นไม้สุดท้าย เป็นด่านหน้าที่ต้องเร่งรีบเพราะไปช้าก็ถูกต่อว่า จึงต้องมีกฎเกณฑ์เพื่อลดความเสี่ยง รวมถึงสนับสนุนคนทำดีด้วย อาทิ 1 ปีไม่เกิดอุบัติเหตุเลย

“เรื่องที่อยากให้เป็นพนักงานเจ้าหน้าที่ ผมได้ไปดูตัวร่าง พ.ร.บ. คุ้มครองแรงงานนอกระบบ ที่เขากำลังจะทำ เขาออกแบบไว้ครอบคลุมแล้ว ดีมาก ก็พยายามที่จะต้องเชียร์ รัฐบาลนี้ไม่ทันอาจจะเป็นรัฐบาลหน้า แต่วันนี้มันมีในกรอบ ทั้งผู้ให้บริการแพลตฟอร์มเองจะต้องดูแลอย่างไร สวัสดิการที่ต้องให้ไรเดอร์ มาตรฐานที่ต้องใช้มีอะไรบ้าง ตรงนั้นก็จะไปตอบโจทย์ มันก็จะเป็นภาพที่ชัดเจนขึ้น”ประสิทธิ์ กล่าว

SCOOP@NAEWNA.COM

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, สกู๊ปแนวหน้า, แนวหน้า | Tagged 2566(2023), ข่าว Like สาระ, สกู๊ปแนวหน้า, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

‘เมเจอร์ ดีเวลลอปเม้นท์’จับมีอ2มหา’ลัย เตรียมคนรุ่นใหม่สู่แวดวงอสังหาริมทรัพย์

Posted on January 22, 2023 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/705829

‘เมเจอร์ ดีเวลลอปเม้นท์’จับมีอ2มหา’ลัย  เตรียมคนรุ่นใหม่สู่แวดวงอสังหาริมทรัพย์

‘เมเจอร์ ดีเวลลอปเม้นท์’จับมีอ2มหา’ลัย เตรียมคนรุ่นใหม่สู่แวดวงอสังหาริมทรัพย์

วันอาทิตย์ ที่ 22 มกราคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ตลาดอสังหาริมทรัพย์มีทิศทางและแนวโน้มดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง ตามการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ โดยในช่วงครึ่งแรกปี 2565 มีคอนโดมิเนียมเปิดขายใหม่ 33,776 ยูนิต คิดเป็นร้อยละ 63.3 ของจำนวนที่อยู่อาศัยเปิดขายใหม่ทั้งหมด 55,360 ยูนิต ซึ่งเป็นสัดส่วนที่ใกล้เคียงกับช่วงก่อนเกิดสถานการณ์การระบาดโควิด-19 (ปี 2561) คาดว่าทั้งปีจะมีโครงการบ้านและคอนโดมิเนียมเปิดขายใหม่รวมกว่า 77,728 ยูนิต

ขณะที่ตลาดอาคารสำนักงานก็มีอัตราการเติบโตเช่นเดียวกัน โดยมีการคาดการณ์ว่าในช่วงครึ่งหลังของปี 2565 อาจมีซัพพลายพื้นที่สำนักงานใหม่ก่อสร้างแล้วเสร็จและเปิดบริการใหม่กว่า 306,000 ตร.ม. ส่งผลให้ซัพพลายพื้นที่สำนักงานอาจพุ่งสูงกว่า 10 ล้าน ตร.ม.ในปี 2566 ซึ่งจากทิศทางการเติบโตของตลาดอสังหาริมทรัพย์และตลาดอาคารสำนักงาน ส่งผลให้ความต้องการบุคลากรด้านบริหารจัดการอาคารเพิ่มมากขึ้นในทิศทางเดียวกัน

“ตลาดที่อยู่อาศัยกลับมาเติบโตขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะคอนโดมิเนียมและอาคารสำนักงาน ส่งผลให้ความต้องการบุคลากรคุณภาพด้านการจัดการอสังหาริมทรัพย์สูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญและมีแนวโน้มจำนวนไม่เพียงพอตอบสนองความต้องการการจัดการอสังหาริมทรัพย์ยุคใหม่ ความร่วมมือระหว่างภาคเอกชนที่มีประสบการณ์และภาคการศึกษาที่มีหลักสูตรและบุคลากร จะเป็นก้าวสำคัญช่วยบรรเทาปัญหาดังกล่าว”

นฑา กิตติอักษร รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เมเจอร์ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) กล่าวถึงการที่บริษัทได้เดินหน้าจับมือร่วมกับ 2 มหาวิทยาลัย ได้แก่ สถาบันการจัดการปัญญาภิวัฒน์ (PIM) และ มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา เพื่อร่วมกันพัฒนาหลักสูตรด้านการบริหารอาคาร แลกเปลี่ยนองค์ความรู้และบุคลากร บ่มเพาะเมล็ดพันธุ์คุณภาพด้านงานบริหารอาคารให้แก่ประเทศ

โดย เมเจอร์ ดีเวลลอปเม้นท์ และทั้ง 2 สถาบันการศึกษา จะร่วมกันพัฒนาคุณภาพการเรียนการสอน เตรียมและผลิตเยาวชนคนรุ่นใหม่ให้กลายเป็นบุคลากรมืออาชีพในสายงาน เปิดรับนักศึกษาเข้าฝึกงานภาคปฏิบัติกับบริษัท เอ็มดีพีซี จำกัด MDPC Expertise Meets Excellence ผู้เชี่ยวชาญด้านบริการอสังหาริมทรัพย์แบบครบวงจร สร้างโอกาสการเรียนรู้จากประสบการณ์การทำงานจริง ขณะเดียวกัน ยังส่งเสริมให้เกิดการจ้างงานแก่นักศึกษาหลังจากสำเร็จการศึกษากับเครือเมเจอร์ดีเวลลอปเม้นท์ด้วย

นฑายังกล่าวอีกว่า บริษัทยังสร้างความร่วมมือในการพัฒนาหลักสูตรยกระดับความรู้บุคลากรปัจจุบันด้วย เพื่อส่งเสริมให้เกิดการเรียนรู้และพัฒนาทักษะใหม่ๆ พร้อมตอบโจทย์ความต้องการที่เปลี่ยนแปลงไปของการบริหารอาคารและผู้ใช้อาคารยุคใหม่ ล่าสุด ได้พัฒนาหลักสูตร e-Learning หลากหลายด้าน อาทิ การบริหารงานสนับสนุนงานบริหารทรัพยากรอาคาร การบริหารพื้นที่ในงานธุรกิจอาคารยุคใหม่ การจัดการความปลอดภัยและการควบคุมอาคาร เป็นต้น เพื่อให้พนักงานปัจจุบันสามารถเข้าไปเรียนรู้และพัฒนาองค์ความรู้ได้ผ่านช่องทางออนไลน์

นักศึกษาที่เข้ามาเรียนในหลักสูตรดังกล่าว นอกจากจะได้รับความรู้ภาคทฤษฎีในห้องเรียนแล้วยังจะได้เรียนรู้ภาคปฏิบัติจากการลงมือทำจริงกับผู้เชี่ยวชาญด้านงานบริหารจัดการอาคารระดับมืออาชีพของบริษัทแบบใกล้ชิดในทุกขั้นตอนและทุกส่วนงาน เพื่อให้มีความรู้ ความเข้าใจในทุกขั้นตอนการทำงานอย่างแท้จริง เพราะในอนาคตนักศึกษากลุ่มนี้จะกลายเป็นบุคลากรสำคัญที่มีคุณภาพและประสิทธิภาพสูงสุดในสายงานบริหารจัดการอาคารตรงที่ตลาดต้องการ!!!

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2566(2023), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

สกู๊ปพิเศษ : ปักธง ‘สวทช. ยุค 6.0’ นำพลังวิจัยรับใช้สังคม

Posted on January 22, 2023 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/705849

สกู๊ปพิเศษ : ปักธง ‘สวทช. ยุค 6.0’ นำพลังวิจัยรับใช้สังคม

สกู๊ปพิเศษ : ปักธง ‘สวทช. ยุค 6.0’ นำพลังวิจัยรับใช้สังคม

วันอาทิตย์ ที่ 22 มกราคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) เป็นหน่วยงานการวิจัยและพัฒนาด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีของประเทศ ที่ก่อตั้งมากว่า 30 ปี ตั้งอยู่ในอุทยานวิทยาศาสตร์ประเทศไทย นิคมวิจัยที่มีความสำคัญและขนาดใหญ่ที่สุดของประเทศไทย มีบุคลากรที่เป็นนักวิจัยระดับปริญญาเอกมากกว่า 700 คน ถือว่ามากที่สุดในประเทศ

โดยเมื่อวันที่ 18 มกราคม 2566 ที่ผ่านมา ณ โถงชั้น 1 สวทช. อาคารโยธี ถ.พระรามที่ 6 กรุงเทพฯ ศาสตราจารย์ ดร.ชูกิจ ลิมปิจำนงค์ ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ(สวทช.) แถลงข่าวเปิดนโยบายทิศทางการบริหาร “สวทช. ยุค 6.0” โดยตั้งเป้าขับเคลื่อน สวทช. เป็นดั่ง “ขุมพลังหลักด้านการวิจัย” ในการใช้ประโยชน์จากวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม พร้อมผนึกกำลังหน่วยงานพันธมิตรพัฒนา “ระบบนิเวศวิจัยและนวัตกรรม” ให้เข้มแข็ง เพื่อขับเคลื่อนงานวิจัยสู่การใช้งานจริง ตอบโจทย์สำคัญของชาติ สร้างผลกระทบต่อประชาชนและสังคมหมู่มาก นำพาเศรษฐกิจไทยให้เติบโตอย่างก้าวกระโดดและยั่งยืน

ศาสตราจารย์ ดร.ชูกิจ กล่าวว่า สวทช.มีความเชี่ยวชาญครอบคลุม 5 สาขาวิจัยหลัก ที่เป็นรากฐานสำคัญของการพัฒนาวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรมของประเทศ ได้แก่ 1) วิทยาศาสตร์ชีวภาพและเทคโนโลยี 2) เทคโนโลยีวัสดุศาสตร์และวิศวกรรม 3) เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และสารสนเทศ 4) นาโนศาสตร์และนาโนเทคโนโลยี และ 5) เทคโนโลยีพลังงาน

“นอกจากในด้านกำลังคน สวทช. ยังมีเครื่องมือ และโครงสร้างพื้นฐานด้านเทคโนโลยีระดับสูงทั้งในด้านการวิจัยและคุณภาพ รวมถึงเขตนวัตกรรมระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (EECi) ที่พร้อมรองรับการขยายผลงานวิจัยไปสู่การใช้งานจริงในเชิงพาณิชย์และสาธารณประโยชน์ เรียกได้ว่าเป็นศูนย์กลางนิเวศนวัตกรรมที่เอื้อต่อการพัฒนาภาคอุตสาหกรรมอย่างครบวงจร และพร้อมเป็นฐานสู่การสร้างงานวิจัยขั้นแนวหน้า (Frontier Research) ที่มีคุณภาพเทียบเท่าระดับนานาชาติเพื่อยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ”ผู้อำนวยการ สวทช. กล่าว

•ปรับกระบวนทัพสร้าง “ขุมพลังหลักด้านการวิจัยและพัฒนาของประเทศ”

สำหรับทิศทางการบริหาร สวทช. ยุค 6.0 ผู้อำนวยการสวทช. เผยว่า ได้ปรับวิสัยทัศน์องค์กรครั้งใหม่ โดยมุ่งเป้าขับเคลื่อน สวทช. เป็น “ขุมพลังหลักของประเทศ” ในการใช้ประโยชน์จากวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม ของรัฐและเอกชน ชุมชน เพื่อพัฒนาและสร้างความเข้มแข็งของระบบนิเวศวิจัยและนวัตกรรมให้ตอบโจทย์สำคัญ นำสู่การพัฒนาประเทศอย่างก้าวกระโดด

ศาสตราจารย์ ดร.ชูกิจ กล่าวว่า สวทช. เป็นหน่วยงานวิจัยระดับประเทศ ดังนั้น เป้าหมายสำคัญในการขับเคลื่อนองค์กร คือ การจัดกระบวนทัพนำความรู้ เครื่องมือ และความเชี่ยวชาญที่บ่มเพาะมานานกว่า 30 ปี มาสร้างกระบวนการวิจัยและกลไกที่จะนำไปสู่การใช้ประโยชน์จริง เพื่อแก้ปัญหาที่เป็นโจทย์สำคัญเร่งด่วนของประเทศ ปัญหาของภาคอุตสาหกรรม และที่สำคัญคือประชาชนและชุมชนต้องเข้าถึงงานวิจัยที่ใช้ได้จริง ซึ่งหากทำได้สำเร็จอย่างต่อเนื่องจะทำให้ประเทศไทยมีระบบนิเวศวิจัยและนวัตกรรมที่เข้มแข็ง ช่วยให้ทุกภาคส่วนได้ใช้ประโยชน์และเห็นความสำคัญของการใช้วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรมมาเป็นส่วนหนึ่งในการพัฒนาคุณภาพชีวิต รวมถึงการพัฒนาเศรษฐกิจชาติให้ก้าวหน้าได้อย่างมั่นคง

สวทช. มุ่งมั่นสร้างผลงานด้าน วทน. ที่นำไปใช้ประโยชน์ได้จริงจนก่อให้เกิดผลกระทบต่อเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อมของประเทศใน 4 กลุ่มอุตสาหกรรมเป้าหมาย” คือ 1.เกษตรและอาหาร 2.สุขภาพและการแพทย์ 3.พลังงาน วัสดุ และเคมีชีวภาพ และ 4.เศรษฐกิจสร้างสรรค์ โดยมีเทคโนโลยีดิจิทัลเป็นฐานในการพัฒนา เน้นดำเนินงานการพัฒนาภายใต้ โมเดลเศรษฐกิจบีซีจี ประกอบด้วย เศรษฐกิจชีวภาพ เศรษฐกิจหมุนเวียน และเศรษฐกิจสีเขียว (Bio-Circular-Green Economy : BCG Model) และแผนปฏิบัติการด้านปัญญาประดิษฐ์แห่งชาติเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (National AI Strategy)

• สร้างกลยุทธ์ NSTDA Core Business นำพลังวิจัย รับใช้สังคม

ด้วยปัญหาคอขวดที่งานวิจัยของประเทศไทยจำนวนมากยังไม่สามารถผลักดันไปสู่การใช้จริงในภาคส่วนต่างๆ ได้ สวทช. ยุค 6.0 ในวาระแรกนี้ ได้กำหนดนโยบายที่เรียกว่า “NSTDA Core Business” โดยในเฟสแรกได้คัดเลือกงานวิจัยที่เป็นความเชี่ยวชาญและตอบโจทย์ความต้องการของสังคมและเศรษฐกิจโดยรวมของประเทศมี 4 เรื่องหลัก คือ Traffy Fondue แพลตฟอร์มบริหารจัดการปัญหาเมือง Digital Healthcare Platform แพลตฟอร์มแก้ปัญหาการบริการด้านสาธารณสุขของประเทศ FoodSERP แพลตฟอร์มให้บริการผลิตผลิตภัณฑ์อาหารฟังก์ชั่น ผลิตภัณฑ์เวชสำอาง และผลิตภัณฑ์กลุ่มสารให้ประโยชน์เชิงหน้าที่ (Functional ingredient) ในรูปแบบ One stop service และ Thailand i4.0 Platform แพลตฟอร์มให้บริการ Digital Transformation สำหรับภาคอุตสาหกรรมการผลิตแบบครบวงจร

ศาสตราจารย์ ดร.ชูกิจ กล่าวว่า NSTDA Core Business คือการระดมความเชี่ยวชาญของบุคลากรจำนวนมากจากหลายส่วนงานมาขับเคลื่อนและผลักดันสมรรถนะหลักขององค์กร ให้นํามาสู่การใช้ประโยชน์จริงผ่านเครือข่ายพันธมิตร และสร้างผลกระทบกับประชาชนส่วนใหญ่ของประเทศยกตัวอย่าง เทคโนโลยีในด้านดิจิทัลและอิเล็กทรอนิกส์ซึ่งปัจจุบันมีความก้าวหน้าไปมากแต่ประเทศไทยยังไม่สามารถนำมาประยุกต์ใช้งานในภาคส่วนต่างๆ ได้มากเท่าที่ควร ดังนั้น จึงเป็นเรื่องที่ สวทช. เล็งเห็นความสำคัญ โดยตั้งเป้าหมายเพื่อให้เทคโนโลยีดิจิทัลถูกนำมาใช้งานในสังคมได้มากขึ้น

Traffy Fondue คือแพลตฟอร์มรับแจ้งและบริหารจัดการปัญหาเมืองในระดับจังหวัด ซึ่งปัจจุบันรับแจ้งปัญหาแล้วมากกว่า 260,000 เรื่อง ช่วยลดเวลารับแจ้งปัญหาถึง 15 ล้านนาที มีการขยายผลการใช้งานไป 8,544 หน่วยงาน ใน 50 จังหวัด โดยมี 8 จังหวัด ที่ใช้งานทุกส่วนราชการ ได้แก่ นครราชสีมา อุบลราชธานี ขอนแก่น พะเยา ลำพูน ปราจีนบุรี ภูเก็ต และเพชรบูรณ์

ขณะเดียวกันยังมีการพัฒนาเทคโนโลยีที่สนับสนุนการบริการสาธารณสุข ด้วยแพลตฟอร์ม A-MED Telehealth แพลตฟอร์มหลังบ้าน เพื่อช่วยให้บุคลากรทางการแพทย์สามารถทำงานบนข้อมูลเดียวกัน ในการตรวจ รักษา และติดตามผู้ป่วย ในระบบ Home Isolation ในสถานการณ์การระบาดโรคโควิด-19 รวมทั้งยังสามารถเชื่อมต่อการเบิกจ่ายผ่านระบบสาธารณสุขหลักของประเทศ ปัจจุบันมีผู้ป่วยใช้งานสะสมมากกว่า 1,360,000 คน สถานพยาบาล 1,400 แห่ง รวมถึงแพทย์ พยาบาลและสหวิชาชีพมากกว่า 16,000 คน

นอกจากนี้ ยังมีความร่วมมือกับ สํานักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) กรมการแพทย์ และสํานักสนับสนุนระบบสุขภาพปฐมภูมิ ขยายผลสู่ระบบ A-MED Home Ward ระบบบริการดูแลผู้ป่วยใน ที่บ้าน และร่วมมือกับสภาเภสัชกรรม ขยายผลสู่ระบบ A-MED Care ระบบการดูแลโรคทั่วไปหรือการเจ็บป่วยเล็กน้อย 16 อาการ (Common Illness) แก่ผู้ใช้สิทธิบัตรทอง สามารถรับยาฟรีที่ร้านยาคุณภาพใกล้บ้าน

ด้วยประสบการณ์การศึกษาและทำวิจัยทั้งสถาบันวิจัยของรัฐและเอกชนในต่างประเทศ รวมถึงความสามารถในการบริหารหน่วยงานด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรมในองค์กรสำคัญระดับประเทศ พร้อมนำความรู้ความเข้าใจและประสบการณ์ที่มีมารับใช้ประเทศ โดยจะร่วมกับนักวิจัย สวทช.ขับเคลื่อนองค์กรอย่างเต็มกำลังความสามารถ และเชื่อมโยงทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน ภาควิชาการ และภาคประชาสังคม เพื่อเป็นพลังสำคัญใช้งานวิจัยและพัฒนาด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีในการสร้างความเข้มแข็งให้แก่ทุกภาคส่วน และร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการนำพาประเทศให้ฟื้นตัวหลังจากภาวะวิกฤตโควิด-19 ให้เร็วที่สุด

สวทช. พร้อมส่งมอบผลงานวิจัยและนวัตกรรมเพื่อสร้างผลกระทบให้กับประเทศ โดยนำความรู้ เครื่องมือ และความเชี่ยวชาญของ สวทช. ด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม เพื่อแก้ปัญหาที่สำคัญของประเทศ และเกิดการสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจและสังคมอย่างยั่งยืนและเป็นรูปธรรม โดยจะส่งเสริม ผลักดัน และประสานความร่วมมือกับภาคเอกชน หน่วยวิจัย และภาคประชาสังคมเพื่อร่วมกันยกระดับและเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจหรือแก้ปัญหาสาธารณะที่สำคัญด้วยการวิจัย พัฒนา และวิศวกรรม

“ในระยะแรกจะมุ่งเน้นภาคเอกชนที่มีความพร้อมจะพัฒนาด้วยการวิจัย และหน่วยงานในพื้นที่ เช่น กรุงเทพมหานคร ตลอดจนขับเคลื่อนให้ภาคเอกชนมาใช้งานอุทยานวิทยาศาสตร์ประเทศไทยเพิ่มมากขึ้น โดยใช้เครื่องมือ โครงสร้างพื้นฐานและความเชี่ยวชาญของ สวทช. ให้เกิดประโยชน์สูงสุดอีกทั้งพร้อมสนับสนุนและร่วมมือให้ภาคเอกชนที่มีความพร้อม สร้างรายได้จากผลิตภัณฑ์และนวัตกรรมใหม่ ให้เข้าร่วมเป็นพันธมิตรใน EECi และสร้างผลงานวิจัยออกสู่ตลาดร่วมกันอย่างเป็นรูปธรรม” ผู้อำนวยการ สวทช. กล่าว

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2566(2023), ข่าว Like สาระ, สกู๊ปพิเศษ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

นศ.สาววอนคลินิกรับผิดชอบ เสริมจมูกแล้วอักเสบรุนแรง-ซิลิโคนทะลุ

Posted on January 22, 2023 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/705875

นศ.สาววอนคลินิกรับผิดชอบ เสริมจมูกแล้วอักเสบรุนแรง-ซิลิโคนทะลุ

นศ.สาววอนคลินิกรับผิดชอบ เสริมจมูกแล้วอักเสบรุนแรง-ซิลิโคนทะลุ

วันเสาร์ ที่ 21 มกราคม พ.ศ. 2566, 20.48 น.

นักศึกษาสาวมหาวิทยาลัยชื่อดัง ร้องสื่อ หลังไปเสริมจมูก ซิลิโคนทะลุจมูก อักเสบรุนแรง วอนคลินิกเยียวยารับผิดชอบ

21 มกราคม 2566 เมื่อเวลา 16.00 น. ที่หอพักแห่งหนึ่งในจังหวัดนนทบุรี ผู้สื่อข่าวได้รับการเปิดเผยจาก นางสาวน้ำ (ขอสงวนชื่อจริงและนามสกุล) อายุ 22 ปี นักศึกษาของมหาวิทยาลัยชื่อดัง

โดยน้องน้ำ ได้ติดต่อขอเสริมจมูกกับคลินิกชื่อดังย่านงามวงศ์วาน เสียค่าใช้จ่ายเกือบครึ่งแสน สุดท้ายนอกจากจะไม่สวยยังเกิดอาการบวมอักเสบ ซ้ำร้ายหนักกว่านี้ ปรากฏว่าจมูกของตนเองเกิดทะลุจนเห็นซิลิโคน ทำให้เกิดความตกใจและหวาดกลัวเนื่องจากพบว่าก่อนหน้านี้มีการจับซิลิโคนเสริมจมูกปลอมเป็นจำนวนมากทำให้ตนเองหวาดวิตกและกังวลว่าซิลิโคนที่ได้รับการเสริมนั้นจะเป็นของจริงหรือของปลอมกันแน่ และถ้าเป็นของปลอมเกรงว่าจะทำให้จมูกเน่าได้ เมื่อประสานติดต่อทางคลินิกก็ไม่ได้รับคำตอบที่ชัดเจนจนตนเองต้องเข้าแจ้งความกับตำรวจ สภ.รัตนาธิเบศร์ และเจ้าหน้าที่ตำรวจ แนะนำให้ไปแจ้งความร้องเรียนเอาผิด คลินิกดังกล่าวกับตำรวจ สคบ. ซึ่งเป็นหน่วยงานที่รับผิดชอบโดยตรง

น้องน้ำ เปิดเผยว่า ตนเห็นรีวิวจากเพจคลินิกแห่งนี้รวมทั้งทราบจากเพื่อนๆหลายคนว่าคลีนิคแห่งนี้เสริมจมูกออกมาแล้วสวย เลยไปติดต่อทำการเสริมจมูกเมื่อวันที่ 15 พฤษภาคม 2565 ตกลงค่าใช้จ่ายในการทำครั้งนี้ 36,000 บาท หลังจากเสริมจมูกใส่ซิลิโคนเข้าไปแล้ว 2 อาทิตย์ผ่านไป ถึงเวลาต้องไปตัดไหม พบว่า จมูกเกิดอาการบวมและอักเสบอย่างรุนแรง ทำให้ไปตัดไหมไม่ได้ เมื่อกลับมาที่บ้านพบว่าเลือดออกเยอะมาก ทางคลีนิกต้องทำการรีดเลือดออกให้ตนแทนในวันนั้น หลังจากเลือดหยุดไหลแล้ว

ต่อมา อีกหลายวันพบว่าแผลที่เสริมจมูก เป็นสะเก็ดหลุดออกมาจนทะลุเห็นซิลิโคน พอติดต่อไปทางคลินิก ก็รับปากแก้ให้และเสริมซิลิโคนให้ใหม่แต่ก็ยังเหมือนเดิม ทั้งอักเสบทั้งบวมพอตนมาเห็นข่าวว่ามีการจับซิลิโคนเสริมจมูกปลอมเป็นจำนวนมาก ตนเองก็เกิดความวิตกกังวลว่าที่ตนเองใส่อยู่นั้น เป็นซิลิโคนจริงหรือปลอมกันแน่ อยากให้คลินิกออกมารับผิดชอบเยียวยาแก้ไข ตนเองคงไม่ไว้ใจแล้วที่จะทำที่คลินิกแห่งนี้ ก็อยากวิงวอนให้เขาออกมารับผิดชอบค่าใช้จ่ายที่ตนเสียไป ตนอยากฝากถึงคนที่รักสวยรักงามจะทำอะไรก็ตามที่เกี่ยวกับศัลยกรรม ก็อยากจะให้เลือกทำกับโรงพยาบาลใหญ่ๆหรือคลินิกที่มีชื่อเสียงไม่อย่างนั้นจะเหมือนกับเคสของตน

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2566(2023), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ตัวแทนมาแฉเอง ‘เม พรีมายา’ ใช้กลยุทธ์ขาย เซตความรวยให้คนเสพ

Posted on January 22, 2023 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/705860

ตัวแทนมาแฉเอง 'เม พรีมายา' ใช้กลยุทธ์ขาย เซตความรวยให้คนเสพ

ตัวแทนมาแฉเอง ‘เม พรีมายา’ ใช้กลยุทธ์ขาย เซตความรวยให้คนเสพ

วันเสาร์ ที่ 21 มกราคม พ.ศ. 2566, 18.44 น.

ตัวแทนมาแฉเอง ‘เม พรีมายา’ ใช้กลยุทธ์ขาย เซตความรวยให้คนเสพ

21 มกราคม 2566 จากกรณีที่ CEO เม พรีมายา หรือ น.ส.พิชญ์นรี ตันติวิทย์ เจ้าของผลิตภัณฑ์เสริมอาหารภายใต้ชื่อแบรนด์ PRIMAYA (พรีมายา) ผู้ต้องหาตามหมายจับ ฐานความผิดโดยทุจริตหรือโดยหลอกลวง นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือน หรือปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชน

ขณะที่เรื่องนี้ได้รับความสนใจจำนวนมาก โดยเฉพาะโลกออนไลน์ที่มีการแชร์เรื่องราวรวมไปถึงคอนเทนต์ที่ เม พรีมายา ใช้เป็นกลยุทธ์ในการโปรโมทแบรนด์ตัวเอง ขณะที่บนทวิตเตอร์ได้มีการติดแฮชแท็ก #พรีมายา ต่างวิพากษ์วิจารณ์เป็นจำนวนมาก

รวมถึงผู้ใช้ทวิตเตอร์รายหนึ่ง ออกมาเล่าประสบการณ์ที่ได้รับจากแบรนด์ 

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2566(2023), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

BamBam Family

BamBam Family

สถิติบล็อก

  • 2,885,258 hits

Join 4,121 other subscribers
Follow SootinClaimon.Com on WordPress.com

Categories

Top Posts & Pages

ฉลองวันสตรีสากล ‘คาร์นีย์’ ฉาพภาพต้นแบบ ‘ผู้นำธุรกิจหญิงแถวหน้า’ สะท้อนบทบาทเสริมสร้างศักยภาพสตรีรุ่นใหม่ กลไกสำคัญขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทย
พรรค(กึ่ง)ประชาชน! ประชาธิปไตยแบบ 'เลือกที่รักมักที่ฟ้อง'
DMT ยกระดับสู่มาตรฐานอาคารเขียว มุ่งเน้น “ประสิทธิภาพ–ความคุ้มค่า–ผลลัพธ์ที่วัดได้”
หยุดทำร้ายผมโดยไม่รู้ตัว! กิฟฟารีนแนะเคล็ดลับกู้ผมเสียสู่ผมสวย
สอศ.จัดแข่งขันอาชีวศึกษาเพชรยอดมงกุฎ ครั้งที่ 2 เสริมศักยภาพกำลังคนอาชีวะสู่เวทีสากล
สุดอาลัย มุกดา บุญทอง อดีตนักแสดงดังยุค 90 เสียชีวิตอย่างสงบ
ประชาคมแพทย์ ชี้ เกาะพะงันส่อวิกฤต! ทุนนอก นอมินี ฮุบที่ดิน เสี่ยงดึงไทยใกล้จุดยุทธศาสตร์สงคราม
‘เอเลียนสปีชีส์’ ตัวร้ายทำลายระบบนิเวศ กับวิกฤตการลักลอบนำเข้าสัตว์-พืชต่างถิ่น
ก๊วนลูกเทพ’พรึ่บรมต.ป้ายแดง ครม.หนูลงตัว ‘เอกนัฏ-วราวุธ-เฮ้ง’ผงาด
เท้ง พร้อมลุยงานในสภา ผลักดันกฎหมาย-ควบคู่ตรวจสอบเลือกตั้ง จ่อยกเครื่อง 'กก.บห.ปชน.' เดือนเม.ย.นี้

Recent Posts

  • ดอกไม้ป่าบานสะพรั่ง “หุบเขามรณะ” พื้นที่แห้งแล้งที่สุดในอเมริกา งามที่สุดในรอบ 10 ปี
  • อิหร่านประกาศกร้าว จะไม่มีการส่งออกน้ำมัน “แม้แต่ลิตรเดียว” หากสงครามยังไม่ยุติ
  • เวียดนามวอนประชาชน “ทำงานที่บ้าน” ประหยัดน้ำมัน หลังสงครามอิหร่านทำราคาพุ่ง-ขาดตลาด
  • ผู้เชี่ยวชาญหวั่น AI ปรับแต่งภาพสงครามตะวันออกกลางบิดเบือนข้อเท็จจริง กระทบความน่าเชื่อถือข่าวจริง
  • สิงคโปร์อายัดทรัพย์ 4 พันล้าน บุกทลาย บ.จัดการกองทุน พัวพันเครือข่ายฟอกเงินข้ามชาติ

ป้ายกำกับ

  • 2559(2016)
  • 2564(2021)
  • entertain
  • naewna
  • The Nation
  • การเมือง
  • ต่างประเทศ
  • บันเทิง
  • ผู้หญิง
  • แนวหน้า
  • RSS - Posts
  • RSS - Comments

Archives

Follow Us

  • https://soclaimon.tumblr.com/
  • https://www.facebook.com/soclaimon
  • https://www.instagram.com/sootinclaimon/
  • https://www.facebook.com/SootinClaimon/
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100001170824639
  • https://www.facebook.com/pompam.pp
  • https://www.facebook.com/toraman666
  • https://www.facebook.com/apich214
  • https://www.facebook.com/samabat.klaimon
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100005312762480
  • https://www.facebook.com/jirasuda.manomaiyanon
  • https://www.facebook.com/eikpakkred
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100003091451547
Blog at WordPress.com.
  • Subscribe Subscribed
    • SootinClaimon.Com
    • Join 1,657 other subscribers
    • Already have a WordPress.com account? Log in now.
    • SootinClaimon.Com
    • Subscribe Subscribed
    • Sign up
    • Log in
    • Report this content
    • View site in Reader
    • Manage subscriptions
    • Collapse this bar
 

Loading Comments...
 

    %d