Skip to primary content
Skip to secondary content

SootinClaimon.Com

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย2 [SartKasetDinPui2] : รวบรวม ข้อมูล เศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม เกษตร ดิน น้ำ ปุ๋ย

SootinClaimon.Com

Main menu

  • Home
  • KU23-2506
  • ข้อคิดความเห็น
  • ตระกูลคล้ายมนต์
  • ผมเองครับ
  • ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย1

Tag Archives: ข่าว Like สาระ

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

สกู๊ปแนวหน้า : 2ศตวรรษ‘กรุงเทพมหานคร’ นิยาม‘ความสุข’ของคนเมือง

Posted on February 5, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/630472

สกู๊ปแนวหน้า : 2ศตวรรษ‘กรุงเทพมหานคร’  นิยาม‘ความสุข’ของคนเมือง

วันอาทิตย์ ที่ 23 มกราคม พ.ศ. 2565, 07.15 น.

กรุงเทพมหานคร (กทม.) เมืองหลวงปัจจุบันของประเทศไทย ผ่านร้อนผ่านหนาวต่างๆ มานานกว่า 2 ศตวรรษ (ในปี 2565 จะครบ 240 ปีการสถาปนากรุงเทพฯ) รวมถึงสถานการณ์ปัจจุบันอย่างการระบาดของไวรัสโควิด-19 ที่ “เมือง” มาถึงจุดเปลี่ยนสำคัญอีกครั้งเพื่อตอบโจทย์ “ชีวิตวิถีใหม่ (New Normal)”ซึ่งเมื่อเร็วๆ นี้ มีการเปิดวงเสวนา “กรุงเทพในอนาคตเป็นของใคร” จัดโดย หน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการพัฒนาระดับพื้นที่ (บพท.)

วิพัตรา โตเต็มโชคชัยการ นักวิจัยด้านการคาดการณ์อนาคตFutureTales Lab by MQDC กล่าวว่า ในอนาคตการใช้ชีวิตจะให้ความสำคัญกับเรื่องสุขภาพ เห็นได้จากสถานการณ์โควิด-19 ในปัจจุบัน ส่งผลให้จำเป็นต้องเปิดเผยข้อมูลส่วนตัวบางส่วนเพื่อที่จะให้ภาครัฐสามารถบริหารจัดการเรื่องสุขภาพได้ดีมากขึ้น เทคโนโลยีในอนาคตอย่าง “HealTech” จะเข้ามามีบทบาทในสังคมเป็นอย่างมาก จึงทำให้ประชาชนสามารถสร้างข้อมูลผู้ป่วยขึ้นมาได้เอง โดยส่งให้แพทย์รักษาได้อย่างท่วงที นอกจากนี้“Indoor Technology” จะต้องมีเทคโนโลยีสุขภาพเข้ามาเกี่ยวข้อง

เช่น การออกสภาพอากาศระดับเมืองและภายในบ้านให้ดีมากขึ้น ซึ่งในต่างประเทศอย่างเมืองอัมสเตอร์ดัม ประเทศเนเธอร์แลนด์ มีการออกแบบเมืองให้มีการสอดรับกับความปลอดภัยด้านสุขภาพโดยการสร้าง “Social distancing dashboard” เพื่อให้ประชาชนทราบถึงความหนาแน่นของประชาชนในเมือง เพื่อที่จะได้เตรียมการเว้นระยะห่างทางสังคมได้อย่างท่วงที การทำงานและการเรียนจะเปลี่ยนไปเนื่องจากถูกบังคับให้ต้องทำงานหรือเรียนที่บ้าน ซึ่งด้วยเทคโนโลยีการสื่อสารออนไลน์ทำให้ประชาชนมีวิถีชีวิตรูปแบบใหม่

แต่ก็มีประชาชนบางกลุ่มที่ต้องการการสนับสนุน เช่น นักเรียนที่ไม่มีอุปกรณ์ในการเรียนออนไลน์ ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความเหลื่อมล้ำในสังคม อีกทั้งงานในเมืองจะเปลี่ยนไป เนื่องจากสถานการณ์โควิด-19 โดยมีความคิดในการใช้หุ่นยนต์ทำงานแทนมนุษย์ ซึ่งทั่วโลกมองว่าอีกนานกว่าจะเข้ามา แต่จากหลังโควิด-19 คนจะรู้สึกว่าการมีปฏิสัมพันธ์กับผู้คน อาจจะสร้างความกลัวมากกว่าความสนุก เพราะฉะนั้นการเข้ามาของหุ่นยนต์ในการทำงานแทนมนุษย์ จึงเป็นเรื่องที่หลีกเลี่ยงไม่ได้

วิพัตรา กล่าวต่อไปว่า อนาคตของกรุเทพมหานครในการพัฒนาเมืองจะขึ้นอยู่กับเทรนด์ใหญ่ (Megatrend) 7 เรื่อง ได้แก่ 1.Wellbeing For All ผู้คนจะใส่ใจในเรื่องของความเป็นอยู่ คุณภาพชีวิตที่ดีและสุขภาวะที่ดีของทุกสิ่งมีชีวิต ซึ่งไม่ใช่เพียงแค่มนุษย์เพียงอย่างเดียว 2.Wise Nation ซึ่งในปี 2568 จะมีแรงงานผู้สูงอายุมากขึ้น จะต้องนำจุดเด่นของผู้สูงอายุมาแบ่งปันให้กับคนเจเนอเรชั่นใหม่ๆ ซึ่งจะช่วยขับเคลื่อนเมืองได้ดี โดยกลุ่มคนรุ่นใหม่จะใช้ประสบการณ์ที่เป็นจุดแข็งของผู้สูงอายุ ซึ่งจะทำให้เป็นสังคมที่ชาญฉลาดได้

3.Data Dominance โดยประเทศจะขับเคลื่อนด้วยข้อมูล ซึ่งมีประโยชน์กับสมาร์ทซิตี้ในการพัฒนาคุณภาพชีวิต 4.Platform Transparency จากสถิติในการประท้วงทั่วโลกเพิ่มขึ้นร้อยละ 11.5 ในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา ซึ่งแปลว่าการออกมาเรียกร้องของประชาชนทั่วโลกมีจำนวนมาก เพราะฉะนั้นความจำเป็นต่อการสร้างแพลตฟอร์มที่โปร่งใสของภาครัฐ เป็นสิ่งสำคัญในการที่ประชาชนมีส่วนร่วม ในการสร้างเมืองที่ตรงความต้องการของประชาชน 5.Waste to Jobs คือการจัดการขยะไร้ประสิทธิภาพ จะทำให้สร้างงานให้กับคนมากขึ้นเช่นกัน

6.Health Holidays เนื่องจากประเทศไทยมีเรื่องของเศรษฐกิจการท่องเที่ยงเป็นที่หนึ่ง แต่การปรับตัวในอนาคตจะต้องทำเรื่องการพักผ่อนด้านสุขภาพ หรือกลุ่มชาวต่างชาติที่เกษียณอายุและอยากอาศัยที่ไทย และ 7.Village Harmony เนื่องจากประชาชนให้ความสนใจด้านสุขภาพมาขึ้น จึงทำให้เลือกใช้ชีวิตในชนบทมากขึ้น ซึ่งช่วยลดความแออัดในเมืองได้เป็นอย่างดี

รศ.ดร.นพ.กำพล ศรีวัฒนกุล ประธานกฎบัตรสุขภาพ กล่าวว่า ความสุขของประชาชนทุกคนพึงต้องการ คือ “มีความมั่นคง มีที่พักอาศัย และมีงานทำ” ซึ่งทำให้อนาคตของกรุงเทพฯ เป็นในทางดี จากการวัดความสุขของมวลประชาชาติ ที่จัดตั้งโดยสหประชาชาติ (UN) พบว่าประเทศไทยมีความสุขของมวลประชาชาติอันดับที่ 54 ของโลก ส่วนอันดับที่ 1 คือประเทศฟินแลนด์

ส่วนในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (อาเซียน) มีสูงกว่าไทย คือ ประเทศสิงคโปร์ ที่อยู่ในอันดับที่ 30 ของโลก โดยตัวชี้วัดที่ทำให้ประสบความสำเร็จด้านความสุข ได้แก่ 1.ธรรมาธิบาล ถ้าสังคมมีความเหลื่อมล้ำมาก ความสุขของคนในประเทศจะไม่ค่อยมี 2.การพัฒนาเศรษฐกิจที่ยั่งยืน ถ้าหากไม่สามารถที่จะพัฒนาให้ประชาชนมีรายได้อย่างเหมาะสม จะทำให้ประชาชนไม่มีความสุขเช่นกัน 3.วัฒนธรรม ใช้วัฒนธรรมเข้ามาเชื่อมโยงกับวิถีชีวิต และยอมรับวัฒนธรรมที่แตกต่างกัน และ

4.ให้ความสำคัญกับสิ่งแวดล้อม ทุกคนต้องการแม่น้ำลำคลองที่สะอาด และไม่มีกลิ่นรบกวน แต่สิ่งสำคัญที่สุด คือ “ถ้าประชาชนมีปัญหาสุขภาพก็คงมีความสุขไม่ได้” จึงอย่ามองปัญหาโควิด-19 เป็นเรื่องระยะสั้น แต่จะต้องเรื่องรู้ที่อยู่ร่วมกันและจัดการอย่างเป็นระบบ และอย่าทิ้งปัญหาโรคภัยอื่นๆ เช่น ไวรัสตับอักเสบ ไวรัสเอชไอวี (เอดส์) และโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง จึงจำเป็นต้องดูแลสุขภาพให้แข็งแรง เพื่อให้เกิดความสุขของคนในเมือง

ผศ.ดร.ไตรทศ ขำสุวรรณ อาจารย์คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยสยาม กล่าวว่า การสร้างความสุขของคนในกรุงเทพฯ จะต้องเข้าใจก่อนว่าการใช้ชีวิตของคนในกรุงเทพฯ ส่วนใหญ่ที่ต้องการคือเรื่องของความปลอดภัย ความสะดวกสบายในการใช้ชีวิต และความสุขในการดำรงชีวิต นอกจากนี้ยังต้องยอมรับว่ากรุงเทพฯ มีความหลากหลายในช่วงอายุ และมีพื้นที่ทั้งหมด 30 กว่าเขต

ซึ่งแต่ละพื้นที่มีวิถีชีวิตที่แตกต่างกัน การที่จะทำให้เกิดความสุขที่เป็นมาตรฐานขั้นต่ำจึงมีไม่เท่ากัน ถ้ามองผ่านเรื่องความเหลื่อมล้ำออกไป การใช้ชีวิตในกรุงเทพฯ โดยเฉพาะพื้นที่ชุมชน แต่ละเขตความมีกรอบเรื่องการใช้ชีวิตให้มีสุขลักษณะที่ดี การไม่ทะเลาะกับเพื่อนบ้าน และการเดินทางในระบบขนส่งสาธารณะ เพื่อให้ตอบโจทย์กับคนในกรุงเทพฯ

ปารีณา ประยุกต์วงศ์ สมาคมเครือข่ายเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน กล่าวว่า คนที่อาศัยอยู่ในกรุงเทพฯ มีประมาณ 20 ล้านคน แต่ไม่ใช่คนในกรุงเทพฯ จริงๆ ซึ่งมีอยู่ประมาณร้อยละ 20-30 เท่านั้น เรื่องของ “Active Citizen” หรือ “การมีส่วนร่วมของคนในสังคม” จึงเป็นสิ่งสำคัญในการสร้างความสุขซึ่งทุกคนในกรุงเทพฯ มีสิทธิ์เข้าถึงความสุขในเชิงเศรษฐกิจ ความสุขในเชิงสิ่งแวดล้อมที่ดี ความสุขในการอยู่ในสังคมที่ดี และความสุขในสุขภาวะที่ดี แต่ต้องเคารพสิทธิ์กันและกัน

SCOOP@NAEWNA.COM

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, สกู๊ปแนวหน้า, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, สกู๊ปแนวหน้า, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

‘ทิดปอง’เปิดใจหลังถูกสับ วอนอย่าเอาการบวช 30 ปีมาตัดสินชีวิต

Posted on February 5, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/630505

‘ทิดปอง’เปิดใจหลังถูกสับ วอนอย่าเอาการบวช 30 ปีมาตัดสินชีวิต

วันอาทิตย์ ที่ 23 มกราคม พ.ศ. 2565, 07.10 น.

‘ทิดปอง’เปิดใจหลังถูกสับ วอนอย่าเอาการบวช 30 ปีมาตัดสินชีวิต อย่ายึดติดภาพความเป็นพระ เพื่อทำให้ต้องลำบากใจในการเคลื่อนไหวชีวิต

23 มกราคม 2565 นายสมปอง นครไธสง หรืออดีพระมหาสมปอง โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก “สมปอง นครไธสง” ภายหลังมีการคอมเม้นต์ข้อความในเชิงตำหนิเกี่ยวกับการปฏิบัติตัวหลังสึกออกมา มีเนื้อหาดังนี้…

“ตั้งแต่ผมสึกออกมา มีหลายคนจับตามองในสิ่งที่ผมทำ ผมก็เป็นมนุษย์คนนึงแหละครับ ที่พร้อมจะทำในสิ่งที่ดี และอาจจะไม่รู้ตัวในการทำสิ่งที่ไม่ดี อย่าเอาการบวช30ปีของผม มาตัดสินชีวิตผมเลย ว่าผมจะต้องเป็นคนที่ดีพร้อม และทำในสิ่งที่ทุกคนพอใจ

ผมอาจจะเป็นคนที่น่าชื่นชม ในสายตาใครหลายๆคน แต่ผมก็อาจจะเป็นที่ไม่ดีสำหรับใครอีกหลายๆคนเช่นกัน อย่าจับตามองผมด้วยความหวังเลยครับ

ผมไม่สามารถเป็นคนที่ดีพร้อมเพื่อให้ใครสมหวังได้เลย อย่ายึดติดภาพความเป็นพระของผม เพื่อทำให้ผมต้องลำบากใจในการเคลื่อนไหวชีวิต

ผมพร้อมจะแก้ไขในสิ่งที่ทุกคนตำหนิ

ผมพร้อมจะเดินหน้าต่อเพื่อทำตามความฝัน

ผมพร้อมจะเรียนรู้การอยู่ร่วมกับทุกคนทุกเพศทุกวัยในสังคม ในฐานะคนธรรมดาที่ไม่ใช่พระมหา

ผมพร้อมที่จะเป็นแค่คนธรรมดาในแบบที่ผมเป็น

ผมเชื่อว่าสังคมปัจจุบัน เปิดกว้างทางความคิดมากขึ้น ทุกคนมีสิทธิ์ที่จะแสดงความคิดเห็น ผมปฏิเสธไม่ได้เลยว่าทุกครั้งที่ผมอ่านความคิดเห็นในด้านลบ หลายครั้งที่ต้องอ่านคอมเม้นต์ในสิ่งที่ผมยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่าผมทำอะไรผิด มันก็ค่อนข้างทำให้ผมรู้สึกแย่

แต่ในอีกมุมนึง ชีวิตผมก็ยังต้องดำเนินไป ผมก็พยายามเลือกมองมุมดีๆ มุมที่ใครอีกมายมายพร้อมจะอยู่เคียงข้างผม ให้กำลังใจผม สนับสนุนผม และรักผม

ผมขอบคุณทุกคนมากจริงๆจากใจ แต่อย่าพยายามคาดหวังอะไรในตัวตนผมเลย ผมจะพยายามใช้ชีวิตอย่างมีสติมากขึ้น เรียนรู้ไปทุกวัน และผมเชื่อว่าผมยังจะต้องพบเจออะไรอีกมากมาย กว่าการอยู่ในรั้ววัด มากมายกว่าชีวิตในผ้าเหลืองที่ผมเคยเป็น

สุดท้ายไม่ว่าใครจะรักผมหรือไม่รักผม ผมก็ยังอยากจะขอบคุณทุกคนจากใจเสมอ และผมสัญญาว่าผมจะไม่ทิ้งความเป็นตัวเอง

สมปอง นครไธสง”

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

‘ฝั่งธนฯ’ฟื้นคลอง..คืนชีวิต

Posted on February 5, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/630466

‘ฝั่งธนฯ’ฟื้นคลอง..คืนชีวิต

วันอาทิตย์ ที่ 23 มกราคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

โครงการพัฒนาพื้นที่ต้นแบบชุมชนริมคลองฝั่งธนบุรี ด้วยเครือข่ายคลังสมองของพื้นที่และแผนผังภูมินิเวศเพื่อการพัฒนาเศรษฐกิจสีเขียวอย่างยั่งยืน (โครงการ Green Thonburi) จัดเวทีเสวนา “รวมกัลยาณมิตร ชุบชีวิตคลองฝั่งธนบุรี” ณ หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร เมื่อช่วงกลางเดือน ม.ค. 2565 ที่ผ่านมา เพื่อเป็นเวทีแลกเปลี่ยนถึงแนวทางการฟื้นฟูและพัฒนาพื้นที่ชุนชนริมฝั่งคลอง บนฐานทรัพยากรและศักยภาพของชุมชน ระหว่างตัวแทนชุมชนริมฝั่งคลอง
นักวิจัย และ ว่าที่ผู้สมัครรับเลือกตั้ง ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (กทม.)

กัญจนีย์ พุทธิเมธี อาจารย์คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์และการออกแบบ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี (มจธ.) กล่าวว่า การที่ภาครัฐให้ความสำคัญกับการพัฒนาเมืองด้วยระบบถนน ทำให้คูคลองที่เคยเป็นระบบคมนาคมสำคัญของคนฝั่งธนฯ ถูกมองข้าม ซึ่งระบบคูคลองคือหนึ่งในต้นทุนด้านทรัพยากร ที่ทำให้ชุมชนในพื้นที่บริเวณนี้มีอัตลักษณ์ วัฒนธรรม และวิถีชีวิตที่น่าสนใจ

แต่เมื่อระบบคมนาคมที่เข้ามา ไม่ได้ให้ความสำคัญกับการใช้คลองเป็นส่วนหนึ่งของการเดินทาง ทำให้คูคลองในฝั่งธนฯ จำนวนมากถูกปล่อยทิ้งให้ตื้นเขิน หรือกลายเป็นแหล่งรับน้ำเสียจากเมือง โดยเราพบว่าการทำระบบขนส่งทางน้ำ (Water Transportation) ต่อเชื่อมกับระบบถนนหรือระบบราง และเป็นส่วนหนึ่งของระบบการเดินทางเข้าสู่เมือง เราจะสามารถทำให้พื้นที่ฝั่งธนฯ ที่มีความโดดเด่นทั้งด้านกสิกรรม ธรรมชาติ และวิถีชีวิต เหล่านี้ เป็นพื้นที่เศรษฐกิจสีเขียว” (Green Economy) ที่ตอบโจทย์ความต้องการของคนในชุมชนได้จริง

เวทีนี้มีว่าที่ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. 2 ท่านเข้าร่วม คือ รสนา โตสิตระกูล อดีตสมาชิกวุฒิสภา (สว.) กทม. และ ชัชชาติ สิทธิพันธุ์อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม โดย รสนา กล่าวว่า อยากให้มองคูคลองเป็นมากกว่าเส้นทางระบายน้ำ และต้องมีงบประมาณมาพัฒนาคูคลองอย่างจริงจัง โดยยกตัวอย่าง โครงการขุดอุโมงค์ระบายน้ำเขตภาษีเจริญ บางแค บางบอน บางขุนเทียนลงสู่แก้มลิงคลองมหาชัย ของ กทม. ที่ใช้งบประมาณถึง 6 พันล้านบาท

สามารถนำมาขุดลอกคลองทั้ง กทม. ได้ระยะทางมากกว่า 60,000 กิโลเมตร (ต้นทุนค่าขุดลอกคลอง ประมาณ 1 แสนบาท/กิโลเมตร) ซึ่งเมื่อคูคลองได้รับการพัฒนา และมีการเชื่อมโยงกันและเชื่อมกับระบบขนส่งอื่นๆ นอกจากทั้งเส้นทางสัญจรเพิ่มขึ้นแล้ว ยังจะเป็นเส้นทางลำเลียงผลผลิตในสวนออกมาขายที่ตลาด หรือขายให้กับนักท่องเที่ยว สิ่งเหล่านี้จะเกิดเศรษฐกิจหมุนเวียนในพื้นที่เหล่านี้ได้ และพอเกิดสิ่งนี้ขึ้นมันก็จะย้อนไปทำให้คนในชุมชนหันมาดูแลคูคลองของเขาเองด้วยเช่นกัน

ขณะที่ ชัชชาติ กล่าวว่า นอกจากการทำให้คูคลองที่เป็นเสมือนเส้นเลือดฝอย ในการช่วยนำคนเข้าสู่ระบบเส้นเลือดหลักทั้งรถไฟฟ้าและระบบถนนแล้ว การมีหน่วยงานด้านเศรษฐกิจสร้างสรรค์ (Creative Economy) เป็นอีกแนวทางหนึ่งที่จะช่วยสร้างความเข้มแข็งให้กับชุมชนริมคลองได้ เพราะจะทำให้สินค้าหรือผลิตภัณฑ์นั้นเป็นที่สนใจของคนได้ ทำให้การปลูกผัก ปลูกส้ม เป็นอาชีพที่สามารถเลี้ยงตนเองได้ เกิดเป็นเศรษฐกิจสีเขียวที่สามารถรักษาความเป็นชุมชนที่มีอัตลักษณ์ของตนเอง อยากให้ กทม. มีสำนักนี้เกิดขึ้นมา เพื่อทำหน้าที่ไปดูแล แนะนำคนกลุ่มนี้

ด้าน สัมพันธ์ มีบรรจง “น้าแอ๊ว” จากชุมชนบางประทุน ที่เข้าร่วมในเวทีเสวนา กล่าวว่า ผลสำเร็จจากการได้มาทำงานร่วมกับ มจธ. ภายใต้โครงการ Green Thonburi และโครงการอื่นๆ มายาวนานก็คือการทำให้คนในชุมชนได้มาร่วมกันคิดร่วมกันทำ ซึ่งที่ผ่านมาก็มีคนในชุมชนขายสวนขายที่ไปไม่น้อยจึงพยายามรวมกลุ่มคนที่มีแนวคิดเดียวกันในการรักษาความเป็นชุมชนเกษตร เป็นกลุ่มรักบางประทุน

ซึ่งได้ มจธ. และอาศรมศิลป์ เข้ามาช่วยสนับสนุนกิจกรรมต่างๆ และทำให้พวกเราเห็นคุณค่าของสิ่งที่เรามี โดยเฉพาะในเชิงเศรษฐกิจ เกิดเป็นกลุ่มแปรรูปผลิตผลทางการเกษตร ที่ได้เป็นผลิตภัณฑ์ที่หลากหลาย และมีการทำการตลาดออนไลน์ไปพร้อมกัน ที่สำคัญทำให้เราได้รู้จักเพื่อนๆ ในชุมชนอื่นๆ ที่ทำให้เกิดการแชร์ความคิด ประสบการณ์ และเกิดการทำงานเป็นเครือข่ายที่เข้มแข็งในปัจจุบัน

ยังมีนักวิชาการอีกท่านคือ รัตมณี อ๋องสกุล สถาบันสิ่งแวดล้อมไทย นักวิจัยโครงการพัฒนาพื้นที่ต้นแบบเพื่อการพัฒนาเศรษฐกิจสีเขียวชุมชนคลองฝั่งธนบุรี กล่าวสรุปว่า สิ่งที่ผู้สมัครผู้ว่า กทม. และผู้นำชุมชน สะท้อนออกมาในเวทีนี้ ทั้งเรื่องระบบคมนาคม และศักยภาพในการพัฒนาเศรษฐกิจสีเขียวระดับพื้นที่ เป็นหนึ่งในเป้าหมายของโครงการพัฒนาพื้นที่ต้นแบบชุมชนริมคลองฝั่งธนบุรีด้วยเครือข่ายคลังสมองของพื้นที่และแผนผังภูมินิเวศเพื่อการพัฒนาเศรษฐกิจสีเขียวอย่างยั่งยืน ซึ่งเป็นการทำงานร่วมกันของหลากหลายองค์กรและภาคีเครือข่าย

โดยใช้เครื่องมือยุทธศาสตร์ “แผนผังภูมินิเวศ” ในการกำหนดแนวทางการพัฒนาพื้นที่ และเศรษฐกิจสีเขียวบนฐานต้นทุนนิเวศวัฒนธรรมและสิ่งแวดล้อมของชุมชน ดำเนินการร่วมกับ “คลังสมองของพื้นที่” หรือเครือข่ายภาคชุมชน-ภาควิชาการ-ภาครัฐ ในทั้ง 4 พื้นที่คือ ชุมชนพูนบำเพ็ญ เขตภาษีเจริญ ชุมชนตลาดพลู เขตธนบุรี ชุมชนคลองบางประทุน เขตจอมทอง และชุมชนคลองบางมด เขตทุ่งครุ-บางขุนเทียน รวมถึงการจัดทำข้อเสนอเชิงนโยบายต่อ กทม. เพื่อการสนับสนุนเศรษฐกิจสีเขียวระดับกลุ่มชุมชนที่เชื่อมโยงชุมชนร่วมสายคลองฝั่งธนบุรีเข้าด้วยกัน

ซึ่งจะทำให้การพัฒนาเชิงพื้นที่มีความยั่งยืนต่อไป!!!

มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ศาสนาสอนให้เราเห็นความจริงของกายและใจ ไม่ให้ไปฝืนความจริง : พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต

Posted on February 5, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/630460

ศาสนาสอนให้เราเห็นความจริงของกายและใจ ไม่ให้ไปฝืนความจริง : พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต

วันเสาร์ ที่ 22 มกราคม พ.ศ. 2565, 19.11 น.

ร่างกายของเราเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา ถ้าเราดูตัวเราตอนที่เราเป็นเด็กกับตอนนี้ เราจะเห็นว่าไม่เหมือนกัน ทั้งๆที่เป็นคนๆเดียวกัน ร่างกายเดียวกัน แต่เปลี่ยนไปเรื่อยๆ ตามกาลตามเวลา ทุกสิ่งทุกอย่างเปลี่ยนไปอยู่เรื่อยๆ เสื้อผ้าที่ซื้อมาใหม่ เดี๋ยวก็เก่า ใช้ไปนานๆเข้าก็ขาด นี่คือความไม่เที่ยง เปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา เจริญเต็มที่แล้วก็จะเริ่มเสื่อม ในที่สุดก็สลายไปหมด 

ร่างกายเมื่อคลอดออกมาจากท้องแม่ ก็เริ่มเจริญเติบโตเป็นผู้ใหญ่ กลายเป็นคนแก่ แล้วในที่สุดก็ตายไป นี่คือเรื่องอนิจจัง นอกจากเป็นอนิจจัง ไม่เที่ยงแล้ว ก็เป็นอนัตตา ไม่ใช่ตัวตนด้วย แต่เราหลงไปยึดไปติดว่าเป็นตัวตน เมื่อเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ไม่ดี เราก็เสียใจ เราก็ทุกข์ เพราะไม่อยากจะให้เป็นไปในทางนั้น เราอยากจะให้ร่างกายแข็งแรง สวยงาม สดชื่น อยู่ตลอดเวลา 

แต่ร่างกายก็ต้องเป็นไปตามกาลตามเวลา เดี๋ยวอีกหน่อยผมก็ขาว ผมก็ร่วง หนังก็เหี่ยว ไม่มีกำลังวังชาที่จะทำอะไร เจ็บไข้ได้ป่วย ต้องนอนบนเตียง แล้วในที่สุดก็ไม่หายใจ เวลาเอาไปฝัง ก็สลายกลับไปสู่ดิน  น้ำในร่างกายก็ซึมลงไปในดิน ร่างกายนี้เมื่อพิจารณา ก็จะเห็นว่าเป็นธาตุ ๔ นั่นเอง ดิน น้ำ ลม ไฟ มาทางอาหารที่เรารับประทานเข้าไป แล้วก็เปลี่ยนเป็น อาการ ๓๒ เป็นผม เป็นขน เป็นเล็บ เป็นฟัน เป็นหนัง เป็นต้น 

ศาสนาสอนให้เราเห็นความจริงของกายและใจ ไม่ให้ไปฝืนความจริง ถ้าฝืนแล้วจะทุกข์ คนที่ยังต้องไปเสริมอะไรต่างๆ เช่นไปดึงหนังดึงหน้าให้ตึง ไปย้อมผม เป็นการพยายามฝืนความจริง ไม่ยอมรับความจริงว่าจะเป็นอย่างนี้ไปไม่ได้ตลอด เพราะต้องเปลี่ยนไป แต่เขาไม่ยอม ยังอยากจะสาว ยังอยากจะหล่ออยู่ จึงต้องพยายามหาอะไรต่างๆมารักษาร่างกายไว้ ไม่ให้เสื่อม แต่จะรักษาอย่างไรก็สู้กับความจริงไม่ได้ เดี๋ยวก็ต้องแก่ ต้องตายไปด้วยกันทุกคน 

แต่ถ้าเรายอมรับได้ ใจเราก็จะสบาย ใจเราก็จะเฉยๆ ไม่ทุกข์ เพราะระงับดับตัณหา ต้นเหตุของความทุกข์ได้ กำจัดความไม่อยากแก่ ไม่อยากเจ็บ ไม่อยากตาย ไม่ให้มีอยู่ในใจได้ ยอมรับความจริงของร่างกาย ใจก็จะไม่มีอุปาทาน “ในอริยสัจ ๔” พระพุทธเจ้าทรงแสดงโดยสรุปว่า ทุกข์เกิดจากอุปาทานการยึดมั่นถือมั่นในขันธ์ ๕ นี้เอง 

วันที่ ๒๐ พฤศจิกายน พ.ศ.  ๒๕๔๘ พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต วัดญาณสังวรารามฯ จังหวัดชลบุรี (เพจ พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต) – 003

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, ธรรมะ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, ธรรมะ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ชาวบ้านแห่เช่าบูชา’หัวนะโม’วัดเขาพระทอง หลังเป็นข่าวดังป้าขับเก๋งชนรถไฟรอดตาย

Posted on February 5, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/630450

ชาวบ้านแห่เช่าบูชา'หัวนะโม'วัดเขาพระทอง หลังเป็นข่าวดังป้าขับเก๋งชนรถไฟรอดตาย

วันเสาร์ ที่ 22 มกราคม พ.ศ. 2565, 18.34 น.

กรณีช่วงเช้ามืดวันที่ 20 ม.ค.65 นางปราณี แป้นสงค์ อายุ 60 ปี ชาวบ้าน ต.ควนพัง อ.ร่อนพิบูลย์ ขับรถยนต์เก๋งกลับจากตลาด ก่อนจะขับข้ามถนนช่วงทางตัดข้ามทางรถไฟ ท้องที่หมู่ 2 ต.ควนเกย แล้วเกิดชนกับขบวนรถไฟขนส่งสินค้าที่แล่นผ่านทางตัด จนถูกขบวนรถไฟลากไปไกล 20 เมตร เป็นเหตุให้รถยนต์เก๋งพังเสียหายทั้งคัน ส่วนนางปราณี คนขับ ร่างกระเด็นตกข้างรถ รอดตายหวุดหวิด ได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย มีรอยฟกช้ำที่แขนเท่านั้น ซึ่งนางปราณี เชื่อว่า ที่รอดตายปาฏิหาริย์ เป็นเพราะบารมีหัวนะโม รุ่นสร้างโบสถ์ วัดเขาพระทอง ต.เขาพระทอง อ.ชะอวด จ.นครศรีธรรมราช ที่พกติดตัวตลอดเวลา ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น

วันนี้ (22 ม.ค.65) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังกระแสข่าว “หัวนะโม” วัดเขาพระทอง ต.เขาพระทอง อ.ชะอวด จ.นครสรีธรรมราช แพร่สะพัด ว่าสามารถช่วยชีวิตนางปราณี แป้นสงค์ อายุ 60 ปี ชาวบ้าน ต.ควนพัง อ.ร่อนพิบูลย์ ที่ขับรถยนต์เก๋งเลาะไม้กั้นทางรถไฟแล้วชนกับขบวนรถไฟขนส่งสิ้นค้าจนถูกลากไปไกล 20 เมตรจนรถยนต์เก๋งพังเสียหายทั้งคัน แต่นางปราณี รอดตายราวปาฏิหาริย์ บาดเจ็บเป็นแผลฟกช้ำที่แขนเท่านั้น ทำให้บรรยากาศที่วัดเขาพระทอง ตลอดทั้งวัน มีชาวบ้าน รวมทั้งนักท่องเที่ยว แห่มาเช่าบูชาหัวนะโม – แหวนหัวนะโม รุ่นสร้างโบสถ์ กันคึกคึกตลอดทั้งวัน ท่ามกลางมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดไวรัสโควิด – 19 

อย่างไรก็ตามมีนักท่องเที่ยวกลุ่มหนึ่ง ซึ่งมาเป็นครอบครัว เดินทางมาจากจังหวัดพัทลุง กล่าวว่า ตั้งใจมากราบไหว้ขอพรหลวงพ่อองค์ใหญ่ อายุกว่า 800 ปี เพื่อความสิริมงคล รวมทั้งเช่าบูชาหัวนะโม และแหวนหัวนะโม รุ่นสร้างโบสถ์ ที่สัดจัดสร้างขึ้น เพื่อเป็นเครื่องรางของขลังติดตัวไว้เพื่อความอุ่นใจ  –  003

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

‘ฟลุ๊ค พชร’อดีตเดอะสตาร์ ประกาศลงสมัคร ส.ส.เขตครั้งหน้า สังกัดพรรคเพื่อไทย

Posted on February 5, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/630446

'ฟลุ๊ค พชร'อดีตเดอะสตาร์ ประกาศลงสมัคร ส.ส.เขตครั้งหน้า สังกัดพรรคเพื่อไทย

วันเสาร์ ที่ 22 มกราคม พ.ศ. 2565, 18.10 น.

วันที่ 22 มกราคม 2565 นายพชร ธรรมมล หรือ ฟลุ๊ค เดอะสตาร์ นักร้องและนักแสดงชาวไทย ได้โพสต์ข้อความทางเฟซบุ๊ก Phachara Thammon ประกาศว่าตนเองได้ตัดสินใจเข้าสู่เส้นทางการเมืองกับพรรคเพื่อไทยอย่างเต็มตัว

โดยระบุว่า “เรียนเพื่อนและ follower ที่รัก ผมเคยทวีตว่าพอแล้วเรื่องการเมือง ตอนนั้นผมเหนื่อยจริงๆ และตั้งใจจะพัฒนาตัวเองในเรื่องของการศึกษาเพิ่มเติมและการทำเพลง

หลังจากนั้นผมพักทบทวนเรื่องต่างๆ มันมีความอึดอัดเสมอเมื่อเห็นสิ่งไม่ถูกต้องแต่เรานั่งทับมือตัวเองไว้ ตราบใดที่บ้านยังมี wifi ผมยังเชื่อมต่อกับสังคมและเห็นปัญหา การนิ่งเฉยไม่มีประโยชน์

ผมใช้เวลาอยู่พักนึงในการตกตะกอนความคิดกับตัวเอง ผมตัดสินใจแจ้งความจำนงต่อพรรคเพื่อไทยที่จะลงสมัครรับเลือกตั้ง ส.ส.แบบแบ่งเขตในการเลือกตั้งครั้งต่อไป และมาเขียนโพสต์แชร์ให้ทุกท่านได้ทราบครับ

ขอบคุณทุกท่านที่ติดตามและมีมิตรภาพที่ดีให้ผมมาตลอด อวยพรให้ผมด้วยนะครับ”

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ระดมจับปลาบึก 109 ตัวหลังผู้ใจบุญทุ่มซื้อกว่าแสนบาทนำไปปล่อยเขื่อนลำตะคอง

Posted on February 5, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/630437

ระดมจับปลาบึก 109 ตัวหลังผู้ใจบุญทุ่มซื้อกว่าแสนบาทนำไปปล่อยเขื่อนลำตะคอง

วันเสาร์ ที่ 22 มกราคม พ.ศ. 2565, 17.36 น.

เกษตรกรชาวบางแพ จังหวัดราชบุรี ระดมจับปลาบึก 109 ตัว หลังมีผู้ใจบุญติดต่อขอซื้อเป็นเงินกว่าแสนบาทนำไปปล่อยสู่ธรรมชาติที่เขื่อนลำตะคอง เพื่อเพิ่มทรัพยากรสัตว์น้ำขนาดใหญ่ให้คงความอุดมสมบูรณ์ 

วันนี้ (22 ม.ค.65) ที่บ่อประกอบฟาร์ม 1 ของนายประกอบ ทรัพย์ยอดแก้ว นายกสมาคมผู้เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำไทย ตั้งอยู่เลขที่ 97/3 หมู่ 5 ต.ดอนใหญ่ อ.บางแพ จ.ราชบุรี ให้คนงานกว่า 20 คนลากอวนเพื่อจับปลาบึกขนาดใหญ่ที่เลี้ยงอยู่ในบ่อเลี้ยงกุ้งก้ามกรามมากกว่า 800 ตัวซึ่งบ่อน้ำนี้เป็นบ่อพักน้ำหรือบ่อเก็บน้ำสำหรับสูบไปใส่บ่อเลี้ยงกุ้งก้ามกราม ซึ่งเจ้าของบ่อได้นำปลานิล ปลายี่สก ปลากดคัง ปลาบึก มาทอลองเลี้ยงเป็นปีแรกพอได้ช่วงระยะจับขายพบว่าปลามีขนาด อ้วน ใหญ่ สมบูรณ์

วันนี้ได้มีผู้ใจบุญติดต่อผ่านแม่ค้ารายหนึ่ง ให้มาซื้อปลาบึกจำนวน 109 ตัวบรรทุกใส่รถกระบะ เพื่อนำไปปล่อยสู่แหล่งน้ำธรรมชาติ ที่เขื่อนลำตะคอง จ.นครราชสีมา เพื่อไปขยายพันธุ์ต่อ โดยการจับปลาต้องใช้แรงงานหลายคนช่วยกันนำอวนขนาดใหญ่ลากในบ่อ ซึ่งมีปลาเลี้ยงผสมผสานหลายชนิด เมื่อจับได้ก็จะนำใส่สวิงขนาดใหญ่ช่วยกันหามขึ้นชั่งน้ำหนักที่ละตัว จากนั้นนำไปปล่อยในรถกระบะที่มีน้ำอยู่บนรถคันละ 25 ตัว โดยปลาบึกที่จับได้จะมีน้ำหนักประมาณ 20 -28 ตัวต่อกิโลกรัม

นายประกอบ ทรัพย์ยอดแก้ว นายกสมาคมผู้เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำไทย เจ้าของประกอบฟาร์ม เปิดเผยว่า มีผู้ใจบุญที่ไม่ประสงค์ออกนามอยากจะเอาปลาบึกไปปล่อยที่เขื่อนลำตะคอง ซึ่งที่บ่อเลี้ยงได้พอดีกับขนาดที่ผู้ใจบุญมีความต้องการพอดีจะนำไปปล่อยบริเวณโรงไฟฟ้าเขื่อนลำตะคอง จ.นครราชสีมา จำนวน 109 ตัว รวมเป็นเงินหลักแสนบาท โดยให้ทางอำนาจเจริญฟาร์ม เป็นผู้นำรถกระบะ 5 คัน บรรทุกปลาทั้งหมด เดินทางไปปล่อยที่เขื่อนลำตะคองใช้เวลา 3 ชั่วโมงปล่อยคืนธรรมชาติเพิ่มทรัพยากรสัตว์น้ำ ซึ่งถือเป็นชุดแรกของการจับ

โดยที่บ่อนี้มีปลาบึกประมาณ 800 ตัวที่เลี้ยงไว้ร่วมกับปลาอีกหลายชนิด อย่างปลายี่สกไทย ที่นำมาจากศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำจืด ต.น้ำพุ อ.เมือง ซึ่งตามคำบอกเล่าข้อมูลทราบว่าปลายี่สกไทย เป็นปลาที่โตช้า จึงคิดว่าหากนำมาเข้าระบบเลี้ยงอย่างสมบูรณ์ จะเป็นอย่างไร ตอนนี้เห็นได้ว่า ตัวปลายี่สกมีขนาดใหญ่มาก ซึ่งตามข้อมูลถ้าปล่อยเลี้ยงธรรมชาติจะโตช้าใช้เวลานาน ตัวใหญ่สุดจะมีน้ำหนักประมาณ 70 – 80 กิโลกรัมที่ฟาร์มนำมาเลี้ยงประมาณ 2 ปีกว่าไซส์ตอนนี้อยู่ประมาณ 6 – 7 กิโลกรัม มองว่าเป็นปลาที่โตเร็วมาก ถ้าอนาคตอาจจะกลายเป็นปลาเศรษฐกิจได้คงดีมากที่จะไม่ต้องไปหากินปลาในแม่น้ำอีกต่อไป การเลี้ยงที่บ่อจะใช้อาหารอย่างดีจาก บริษัท ปลาจึงมีคุณภาพดี สมบูรณ์โตเร็ว รสชาติอร่อย

สำหรับผู้สนใจ กุ้งก้ามกราม และปลาบึก ปลากดคัง สามารถติดต่อสอบถามได้ที่ประกอบฟาร์ม เบอร์  081-8583532 ได้  –  003

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

เบตงคึกคักเงินสะพัดแล้วกว่า 20 ล้านหลังเปิดรับนักท่องเที่ยวเข้าพื้นที่

Posted on February 5, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/630429

เบตงคึกคักเงินสะพัดแล้วกว่า 20 ล้านหลังเปิดรับนักท่องเที่ยวเข้าพื้นที่

วันเสาร์ ที่ 22 มกราคม พ.ศ. 2565, 17.01 น.

อำเภอเบตง จังหวัดยะลาคึกคัก เปิดรับนักท่องเที่ยวเข้าในพื้นที่ ทำเงินสะพัดแล้วกว่า 20 ล้านบาท สถานประกอบการ ร้านค้า ร้านอาหาร กลับมาคึกคักอีกครั้งหลังเงียบกว่า 2 ปี

วันที่ 22 ม.ค.65 สถานการณ์ภายหลังเปิดรับนักท่องเที่ยวของอำเภอเบตง จังหวัดยะลา และมาตรการรองรับในห้วงสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรค COVID-19 พบว่า ภายหลังการเปิดรับนักท่องเที่ยวเข้ามาท่องเที่ยวในอำเภอเบตง ในพื้นที่ทำให้นักท่องเที่ยวที่เดินทางเข้ามานั้นส่วนใหญ่เป็นนักท่องเที่ยวจากจังหวัดใกล้เคียงและนักท่องเที่ยวจากภาคอื่นๆ

โดยนักท่องเที่ยวจะมีการเชื่อมโยงเส้นทางจนมาถึงอำเภอเบตง โดยลงจากสนามบินหาดใหญ่ และเหมารถตู้ เข้ามาท่องเที่ยวตามสถานที่ต่างๆจังหวัดชายแดนภาคใต้ตั้งแต่สงขลา ปัตตานี ยะลา และเข้าอำเภอเบตง  ซึ่งจากการการประมาณค่าใช้จ่ายรายหัวของนักท่องเที่ยวที่เข้ามา ประมาณ 2,000 – 3,000 บาทต่อหัวทำให้มีเงินกระจายในพื้นที่แล้วประมาณ 20 ล้านบาท โดยกระจายรายได้ไปยังประชาชนทุกระดับในอำเภอเบตง

นายเอก ยังอภัย ณ สงขลา นายอำเภอเบตง กล่าวว่า ภายหลังเปิดเมืองเบตง ทำให้มีนักท่องเที่ยวเข้ามาในพื้นที่อำเภอเบตง ไม่ต่ำกว่าวันละ 10,000 คน เพื่อความปลอดภัยจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรค COVID-19 และเพื่อให้เศรษฐกิจปากท้องของพี่น้องประชาชนสามารถขับเคลื่อนต่อไปได้และสอดคล้องกับนโยบายการเปิดประเทศ จึงมีการประชุมคณะทำงานติดตามและควบคุมการปฏิบัติตามมาตรฐานแนวทางปฏิบัติในการเปิดรับนักท่องเที่ยว SOP โดยมีการเสนอปรับปรุงมาตรฐานแนวทางการปฏิบัติในการเข้ามาของนักท่องเที่ยว เช่น นักท่องเที่ยวต้องรับวัคซีนป้องกัน COVID-19  

หากผู้ที่ยังไม่ได้รับการฉีดวัคซีนแม้แต่เข็มเดียว ทางเจ้าหน้าที่จะทำการขอความร่วมมือให้ฉีดวัคซีน เพื่อป้องกันโควิด-19 ก่อนที่จะเดินทางเข้ามาในเขตเทศบาลเมืองเบตง ซึ่งจะมีเจ้าหน้าที่ตั้งเต็นท์คอยให้บริการในการฉีดวัคซีน ตั้งแต่ 08.30-16.30. น ของทุกวัน  นอกจากนี้เจ้าหน้าที่ประจำจุดตรวจ ได้ตรวจคัดกรองผู้ที่ต้องการเดินทางเข้าสู่ อ.เบตง โดย ต้องผ่านการลงทะเบียนเเละต้องได้รับการฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19 แล้วอย่างน้อย 1 เข็ม จึงจะเข้าสู่พื้นที่ อ.เบตงได้ นายอำเภอเบตง  กล่าว

ส่วนของการฉีดวัคซีน ในภาพรวมอำเภอเบตงมีผู้ฉีดวัคซีนแล้ว 85% ซึ่งเป็นอำเภอที่มีผู้ฉีดวัคซีนสูงสุดในจังหวัดยะลา ด้วยนโยบายของกระทรวงสาธารณสุขและจังหวัดยะลา ที่ต้องการให้ประชาชน ได้รับการฉีดวัคซีนครบ 100% เพื่อที่จะหยุดความรุนแรง และการตายของโรคไวรัสโควิด-19  ประกอบกับ อำเภอเบตงได้เปิดเมือง เพื่อให้เศรษฐกิจขับเคลื่อนไปได้

โดยศูนย์ปฎิบัติการควบคุมโรคอำเภอเบตง ได้บูรณาการหน่วยงาน สาธารณสุขอำเภอเบตง โรงพยาบาลเบตง เทศบาลเมืองเบตง อสม. รวมถึงฝ่ายกองกำลังทั้ง ตำรวจภูธรเบตง ตชด. อส. มูลนิธิกู้ภัยต่างๆ ในพื้นที่ จัดตั้งศูนย์บริการฉีดวัคซีน Betong Drive Thru เพื่อจะบริการฉีดวัคซีนเข็มแรก ให้แก่ผู้ที่เดินทางเข้าเมืองเบตงด้วย – 003

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

นายกฯวิศวกรโครงสร้าง เผยบทเรียน ‘ดินสไลด์-บ้านทรุด’ ภัยพิบัติที่ไม่อาจมองข้ามในชั้นดินอ่อน

Posted on February 5, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/630405

นายกฯวิศวกรโครงสร้าง เผยบทเรียน ‘ดินสไลด์-บ้านทรุด’ ภัยพิบัติที่ไม่อาจมองข้ามในชั้นดินอ่อน

วันเสาร์ ที่ 22 มกราคม พ.ศ. 2565, 15.45 น.

ศ.ดร.อมร พิมานมาศ นายกสมาคมวิศวกรโครงสร้างไทย และนักวิจัยในชุดโครงการ“ลดภัยพิบัติแผ่นดินไหวในประเทศไทย” ภายใต้การสนับสนุนของสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สกสว.) และสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม เปิดเผยถึงเหตุการณ์ดินสไลด์ที่ปากน้ำ จังหวัดสมุทรปราการเมื่อวันที่ 21 ม.ค. ที่ผ่านมา และส่งผลให้อาคารหลายสิบหลังเคลื่อนตัวสไลด์ลงไปในบ่อ ว่าบริเวณที่เกิดเหตุเป็นพื้นที่ชั้นดินเหนียวอ่อนมาก มีค่ากำลังรับแรงเฉือนที่ต่ำ ซึ่งดินลักษณะนี้สามารถเคลื่อนตัวได้ง่าย นอกจากนี้พื้นที่ดังกล่าวยังขุดบ่อไว้แต่เดิม ส่วนพื้นที่เกิดเหตุที่มีการสไลด์ตัวมีการถมดินและเทพื้นคอนกรีตทางด้านบน และมีการก่อสร้างอาคารบนพื้นที่

ทั้งนี้ ลักษณะการเคลื่อนตัวของดิน (land slide)ในครั้งนี้ถือว่ามีขนาดค่อนข้างใหญ่และทิศทางการเคลื่อนตัวไปหาบ่อ น่าจะเกิดจากหลายปัจจัยร่วมกัน เช่น 1. ความแตกระหว่างแรงดันดิน ส่งผลให้ดินเกิดการเคลื่อนตัว 2. น้ำหนักกดทับของพื้นที่ที่ถมดินและมีการก่อสร้างอาคาร 3. ดินถมเคลื่อนตัวได้ง่ายและอาจมีน้ำหนักเพิ่มขึ้นหากมีความชื้นหรือฝนตกก่อนหน้า 4. กำลังรับน้ำหนักหรือกำลังแรงเฉือนของดินลดลงเมื่อดินอุ้มน้ำหรือมีความชื้น ในสถานการณ์ปัจจุบันการเคลื่อนตัวยังอาจเกิดขึ้นได้ต่อเนื่อง โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากมีฝนตกหรือมีความชื้นก็อาจเคลื่อนตัวได้อีกจนกว่าจะเข้าสู่จุดสมดุล ดังนั้นประชาชนจึงควรรอฟังการตรวจสอบความปลอดภัยจากหน่วยราชการที่เกี่ยวข้องก่อนกลับเข้าพื้นที่ 

เนื่องจากการขุดดินขนาดใหญ่อาจทำให้เกิดดินสไลด์และเป็นอันตรายได้ ดังนั้นจึงมีกฎหมายที่เกี่ยวข้องได้แก่ พระราชบัญญัติการขุดดินและถมดิน พ.ศ.2543 ซึ่งกำหนดว่าการขุดดินที่มีความลึกจากระดับพื้นดินเกิน 3 เมตรหรือมีพื้นที่ปากบ่อดินเกิน 10,000 ตารางเมตรต้องมีแบบแปลน รายการประกอบแบบ และรายการคำนวณของวิศวกรผู้ได้รับใบอนุญาตให้ประกอบวิชาชีพวิศวกรรมควบคุมสาขาวิศวกรรมโยธาไม่ต่ำกว่าระดับสามัญวิศวกรตามกฎหมายว่าด้วยวิศวกร นอกจากนี้หากขุดดินที่มีความลึกเกิน 20 เมตร ต้องป้องกันพังทลายของดินหรือสิ่งปลูกสร้าง โดยติดตั้งอุปกรณ์สำหรับวัดการเคลื่อนตัวของดินและต้องมีแบบแปลน รายการประกอบแบบแปลน และรายการคำนวณของผู้ได้รับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพวิศวกรรมควบคุมสาขาวิศวกรรมโยธา ระดับวุฒิวิศวกร เป็นผู้ลงนามด้วยนอกจากนี้ตามกฎกระทรวงกำหนดสาขาวิชาชีพวิศวกรรมและวิศวกรรมควบคุม ปี 2550 ยังกำหนดให้การการก่อสร้างกำแพงกันดินหรือกันน้ำที่มีความสูงตั้งแต่ 1.5 เมตร เป็นวิศวกรรมควบคุมอีกด้วย

สำหรับบ่อดินที่ได้ขุดไว้นานแล้ว เจ้าของหรือผู้ครอบครองที่ดินของบ่อจะต้องดำเนินการตรวจสอบความมั่นคงแข็งแรงและเสถียรภาพของบ่ออยู่ตลอด โดยมีวิศวกรที่ได้รับใบอนุญาตตามกฎหมายว่าด้วยวิศวกร ดำเนินการตรวจวัดติดตามการเคลื่อนตัวของดิน โดยใช้อุปกรณ์วัดต่างๆ หรือด้วยวิธีการทางวิศวกรรมที่เหมาะสม โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงที่มีฝนตกอาจเกิดการสไลด์ตัวได้ง่าย หากพบว่าบ่อมีโอกาสจะพังทลาย จะต้องเสริมความแข็งแรงด้วยวิธีการตามหลักวิศวกรรม รวมถึงต้องระมัดระวังเรื่องการสูบน้ำออกจากบ่ออย่างทันทีทันใด ซึ่งอาจเป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่เร่งให้ผนังบ่อพังทลายได้ง่ายขึ้นเนื่องจากการสูญเสียแรงดันนั่นเอง

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

แฉแหลกขบวนการเข้าประตูหลังไปรษณีย์มีมานานแล้ว ชี้หวยแพงปั่นกันมาตั้งแต่ต้นทาง

Posted on February 5, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/630392

แฉแหลกขบวนการเข้าประตูหลังไปรษณีย์มีมานานแล้ว ชี้หวยแพงปั่นกันมาตั้งแต่ต้นทาง

วันเสาร์ ที่ 22 มกราคม พ.ศ. 2565, 14.31 น.

ประธานชมรมเครือข่ายผู้ค้าลอตเตอรี่รายย่อยจังหวัดเลย แฉขบวนการเข้าประตูหลังไปรษณีย์มีมานานแล้ว ที่รอง ผอ.สำนักงานสลากฯมาตรวจสอบที่เลยเป็นการแก้ปัญหาที่ปลายเหตุ ชี้สลากฯ 29 ล้านฉบับที่มีประชาชนเป็นเจ้าของโควตาที่กระจายไปตามที่ทำการไปรษณีย์ ศาลากลางจังหวัดนั้นมันมีราคาแพงมาตั้งแต่ต้นทางแล้ว

จากกรณีเมื่อวันที่ 20 ม.ค.65 รองผู้อำนวยการสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาลและเจ้าหน้าที่พร้อมด้วยตำรวจ ปปป.ลงพื้นที่จังหวัดเลย ตรวจสอบการนำสลากฯจากที่ทำการไปรษณีย์เอราวัณ อ.เอราวัณ จ.เลย มาขายให้ยี่ปั๊วรายใหญ่โดยมีพนักงานไปรษณีย์บางรายให้การช่วยเหลืออำนวยความสะดวกนำสลากฯออกมาโดยไม่ผ่านกระบวนการขั้นตอนที่ระเบียบกำหนดกว่า 200,000 ฉบับ ซึ่งเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้สลากฯมีราคาแพง โดยได้นำกลุ่มบุคคลที่กำลังรวมเล่มสลากฯมาทำการสอบสวนและตรวจสอบที่มาของสลากฯที่ สภ.วังสะพุง อ.วังสะพุง ซึ่งภายหลังได้ปล่อยตัวและมอบคืนสลากฯทั้งหมดให้กลุ่มบุคคลดังกล่าวกลับไป โดยที่ยังไม่สามารถแจ้งข้อกล่าวหาเพราะยังไม่พบการกระทำผิด ขายสลากเกินราคา 80 บาทนั้น

ผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปที่ที่ทำการไปรษณีย์เอราวัณ อ.เอราวัณ บรรยากาศเป็นไปอย่างเงียบเหงา มีประชาชนมาใช้บริการรับส่งพัสดุและจดหมายตามปกติ มีสลากบางส่วนยังคงตกค้าง รอผู้มารับอยู่ประมาณ 50 กล่อง ซึ่งนายวัชฤทธิ์ ขันขวา หัวหน้าที่ทำการไปรษณีย์เอราวัณ ไม่อนุญาตให้ผู้สื่อข่าวสัมภาษณ์หรือถ่ายภาพด้านในที่ทำการไปรษณีย์โดยอ้างว่าไม่มีอำนาจในการตัดสินใจให้สัมภาษณ์ใดๆ เรื่องนี้อยู่ในระหว่างการสอบสวนหาข้อเท็จจริงของผู้บังคับบัญชา

ขณะเดียวกัน ผู้สื่อข่าวได้พบกับพนักงานไปรษณีย์รายที่ปรากฎในข่าวการเข้าตรวจสอบของคณะรองผู้อำนวยการสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล ได้ปฏิเสธการให้สัมภาษณ์เช่นกัน  บอกเพียงว่าถูกกลั่นแกล้งจากกลุ่มยี่ปั๊วที่ไม่พอใจการทำงานของตน เป็นไปไม่ได้ที่ตนจะนำสลากฯจำนวน 400 กล่องออกไปให้คนข้างนอกได้แน่นอน เพราะทุกอย่างมีระเบียบปฏิบัติรัดกุมชัดเจน 

ด้านนายจีระศักดิ์ น้อยก่ำ ประธานชมรมเครือข่ายผู้ค้าลอตเตอรี่รายย่อยจังหวัดเลย เปิดเผยว่า จากการที่รองผู้อำนวยการสำนักงานสลากฯเดินทางมาตรวจสอบที่จังหวัดเลยเมื่อวานนี้นั้นถือว่าเป็นการแก้ไขที่ปลายเหตุ ทำได้เพียงแค่ปรามเท่านั้น ไม่สามารถแก้ปัญหาสลากราคาแพงได้อย่างยั่งยืน สลากฯจำนวน 29 ล้านฉบับที่มีประชาชนเป็นเจ้าของโควตา กระจายไปตามที่ทำการไปรษณีย์ หรือที่ศาลากลางจังหวัดนั้นมันมีราคาแพงมาตั้งแต่ต้นทางแล้ว เจ้าของสลากฯที่สั่งซื้อสั่งจองได้ก็ขายให้กับพวกยี่ปั๊วรายใหญ่ไว้ก่อนแล้ว 

“ทุกวันนี้แทบจะไม่มีเจ้าของตัวจริงเดินทางมารับสลากฯเอง ก็เหลือเพียงแค่ยี่ปั๊วกับเจ้าหน้าที่ไปรษณีย์จะจัดการกันเอง โดยทำเป็นหนังสือมอบอำนาจแบบปลอมๆออกมา ซึ่งตามระเบียบแล้วผู้รับมอบอำนาจจะต้องเป็นญาติเท่านั้น โดยส่วนใหญ่คนกลุ่มนี้ไม่ได้เดินขายเอง ขบวนการแบบนี้มีมานานแล้วและมีทุกแห่งที่สลากฯเดินทางไปถึง” 

นายจีระศักดิ์ กล่าวต่ออีกว่า ตนเคยนำเรื่องนี้ไปเสนอต่อกรรมาธิการในสภาแล้วและให้แก้ปัญหาโดยการให้ผู้ขายตัวจริง เป็นเจ้าของโควตา มีการลงทะเบียนเดินขายแต่ละงวด คล้ายกับการตอกบัตรเข้าทำงานแต่ละงวด ไปขายจังหวัดไหนก็รายงานตัวที่นั่น ขายเสร็จก็ตอกบัตรออก เหมือนเลิกงาน 

“ยืนยันได้แน่นอนว่ากลุ่มคนเหล่านี้คือผู้ขายรายย่อยตัวจริงและไม่ขายเกินราคา 80 บาท เพราะรับสลากฯมาโดยตรงที่ราคาต้นทุน” ประธานชมรมเครือข่ายผู้ค้าลอตเตอรี่รายย่อยจังหวัดเลยกล่าว

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

BamBam Family

BamBam Family

สถิติบล็อก

  • 3,294,775 hits

Join 4,077 other subscribers
Follow SootinClaimon.Com on WordPress.com

Categories

Top Posts & Pages

ท่านผู้หญิงสิริกิติยา เจนเซน ร่วมเสวนา ‘River Talk’ #SootinClaimon.Com
'หนึ่งคำพูด...ล้านกำลังใจ' ส่งถึง 'เหล่านักรบเสื้อขาวและผู้ป่วย' สู้ศึกโควิด-19 #SootinClaimon.Com
แอลกอฮอล์ อาชญากรรม และการปฏิรูปตำรวจ(ไทย)
Waymo to launch fully driverless service to the public - a first just in time for the pandemic #SootinClaimon.Com
Tech for Life : 9 พฤษภาคม 2564 #SootinClaimon.Com
'ป้าตือ' ขึ้นแท่น 'มาดามแห่งวงการออนไลน์' คนใหม่ LIVE EP แรก คนดูชน 5 แสน!!! #SootinClaimon.Com
'ดวลเพลงดัง พลังมัธยม'เต้นยับสนั่นจอ ชวนแดนช์สุดมันกับเพลง 'คู่กัด'
"โยชิ 300" จากเด็กติดเกมหนักสู่ "ยูทูปเบอร์" สายฮาสุดครีเอท
เฉลิมชัย แนะคกก.วัตถุอันตรายลงมติเปิดเผย
โบว์ เมลดา ใส่บิกินีสีสันสดใสอวดความแซ่บ ลุคนี้เซ็กซี่ร้อนฉ่าเกินต้าน

Recent Posts

  • นายกฯ เนปาลกล่าวต่อที่ประชุมยูเอ็น น้ำท่วมครั้งใหญ่เป็น “สัญญาณเตือนโลก” ถึงภัยจากโลกร้อน
  • Amazon ลุยส่งพัสดุด้วยโดรน เร็วสุด 30 นาที แต่ชาวบ้านโอดเสียงดังรบกวน
  • นักวิจัยสงสัยการติดเชื้อแบคทีเรียเป็นสาเหตุลูกวาฬหลายร้อยตัวตายเกยตื้นในอาร์เจนตินา
  • ปธน.อิหร่าน เปิดใจกับสื่อเผย สหรัฐฯ ต้องเลือกเองว่าจะยุติสงครามหรือไม่ ลั่นพร้อมเจรจา
  • ส่อง 5 ประเด็น “ทรัมป์-สี จิ้นผิง” พบกันที่วอชิงตัน พักศึกการค้า แต่ปมใหญ่ยังไม่จบ

ป้ายกำกับ

  • 2559(2016)
  • entertain
  • lady
  • naewna
  • The Nation
  • การเมือง
  • ต่างประเทศ
  • บันเทิง
  • ผู้หญิง
  • แนวหน้า
  • RSS - Posts
  • RSS - Comments

Archives

Follow Us

  • https://soclaimon.tumblr.com/
  • https://www.facebook.com/soclaimon
  • https://www.instagram.com/sootinclaimon/
  • https://www.facebook.com/SootinClaimon/
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100001170824639
  • https://www.facebook.com/pompam.pp
  • https://www.facebook.com/toraman666
  • https://www.facebook.com/apich214
  • https://www.facebook.com/samabat.klaimon
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100005312762480
  • https://www.facebook.com/jirasuda.manomaiyanon
  • https://www.facebook.com/eikpakkred
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100003091451547
Blog at WordPress.com.
  • Subscribe Subscribed
    SootinClaimon.Com
    Join 1,631 other subscribers

    Have a WordPress.com account? Log in now.

  • SootinClaimon.Com
    View site in Reader
    Manage subscriptionsSign upLog in
    Report this content
    Collapse this bar
Loading Comments...
%d