Skip to primary content
Skip to secondary content

SootinClaimon.Com

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย2 [SartKasetDinPui2] : รวบรวม ข้อมูล เศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม เกษตร ดิน น้ำ ปุ๋ย

SootinClaimon.Com

Main menu

  • Home
  • KU23-2506
  • ข้อคิดความเห็น
  • ตระกูลคล้ายมนต์
  • ผมเองครับ
  • ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย1

Tag Archives: ข่าว Like สาระ

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

แลนด์มาร์คใหม่! นทท.แห่ชมความงามพระอาทิตย์อัสดง 2 แผ่นดิน

Posted on January 22, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/629605

แลนด์มาร์คใหม่! นทท.แห่ชมความงามพระอาทิตย์อัสดง 2 แผ่นดิน

วันพุธ ที่ 19 มกราคม พ.ศ. 2565, 10.02 น.

นักท่องเที่ยวต่างเดินทางมาชมความงามของพระอาทิตย์ลับขอบฟ้า 2 แผ่นดิน ที่จุดชมวิวถนนเลียบแนวชายแดนไทย – มาเลเซีย ชุมชนบ้านกาแป๊ะฮูลู แลนด์มาร์คแห่งใหม่ของ อ.เบตง จ.ยะลา

19 ม.ค.65 ที่จุดชมวิวถนนเลียบแนวชายแดนไทย – มาเลเซีย ชุมชนบ้านกาแป๊ะฮูลู แลนด์มาร์คแห่งใหม่ของ อ.เบตง จ.ยะลา โดยเฉพาะบรรยากาศในช่วงเย็น มีชาวบ้านและนักท่องเที่ยวจำนวนมาก ต่างเดินทางมาชมทัศนียภาพทิวทัศน์ มุมสูงของเมืองเบตงที่เห็นเทือกเขาอันสลับซับซ้อน มองไปสุดสายตา เหมือนภาพวาดของจิตรกรชื่อดัง กลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยวแห่งใหม่ของ อ.เบตง  โดยไฮไลท์สำคัญคือการชมความงามของพระอาทิตย์ลับขอบฟ้า จากฝั่งของ อ.บาลิง รัฐเคดาห์ ประเทศมาเลเซีย ที่เป็นสีทองสวยงาม สร้างความประทับใจให้กับนักท่องเที่ยวที่มารอชมเป็นอ างมาก ต่างถ่ายรูป เช็คอิน อวดลงโซเชียลมีเดีย พร้อมไลฟ์สด ผ่านมือถือให้ผู้ติดตามได้ชมมนต์เสน่ห์ของอาทิตย์ยามอัสดง ณ ชายแดน ไทย- มาเลเซีย  โดยบรรยากาศการท่องเที่ยวเป็นไปอย่างคึกคักสอดรับกับการเปิดเมืองสู่การท่องเที่ยว สร้างรายได้ให้กับชาวบ้าน และชุมชน สามารถลืมตาอ้าปากได้บ้างหลังจากประสบปัญหาด้านเศรษฐกิจ จากวิกฤตโควิด – 19 มานาน

นายถนอม คงเพชร นักท่องเที่ยว กล่าวว่า เป็นครั้งแรกที่มาเที่ยวแลนด์มาร์คแห่งใหม่แห่งนี้ เห็นทัศนียภาพของทั้ง 2 ประเทศ ทั้งไทย และมาเลเซีย  ทิวทัศน์สวยงามมาก มีลมพัดยามเย็น อากาศดีมาก ช่วงเย็นเห็นพระอาทิตย์ตกติดเทือกเขาสูงสลับซับซ้อนในฝั่งมาเลเซีย ส่วนช่วงเช้าจะเห็นทะเลหมอกในฝั่งของอำเภอเบตง

นายสาธิต ดาเด๊ะ ประธานชุมชนบ้านกาแป๊ะฮูลู กล่าวว่า ชุมชนบ้านกาแป๊ะฮูลู อยู่ใกล้พรมแดนระหว่างประเทศไทยกับประเทศมาเลเซีย ทางกรมทางหลวงจึงได้สร้างถนนเลียบแนวชายแดนไทย – มาเลเซีย และสร้างดาดคอนกรีต ซึ่งเป็นหน้าผาปูนซีเมนต์ เพื่อป้องกันน้ำกัดเซาะหน้าดิน ป้องกันดินสไลด์ที่อาจเกิดขึ้น จึงเกิดความสวยงาม กลายเป็นแลนด์มาร์คแห่งใหม่ของ อ.เบตง สำหรับคนที่ชอบชมวิวทิวทัศน์ของเมืองเบตงและชมพระอาทิตย์ตกลับขอบฟ้า 2 แผ่นดิน และทะเลหมอกในเมืองเบตง และขอฝากให้นักท่องเที่ยวที่เดินทางมาให้ระมัดระวังเรื่องความปลอดภัยให้มาก เนื่องจากหน้าผาปูนซีเมนต์ดังกล่าวมีความสูงหลายเมตร หากตกลงมาอาจทำให้เสียชีวิตได้ เนื่องจากสถานที่ดังกล่าว กรมทางหลวงสร้างมาไม่ได้รองรับการท่องเที่ยว แต่พอมีชาวบ้านในพื้นที่ ขึ้นมาถ่ายรูปความสวยงามของพระอาทิตย์ลงโซเชียลมีเดียก็เลยมีคนจำนวนมากแห่มากสถานที่แห่งนี้

สำหรับที่จุดชมวิว ถนนเลียบแนวชายแดนไทย – มาเลเซีย ชุมชนบ้านกาแป๊ะฮูลู เดินทางจากตัวเมืองเบตงไปทางด่านพรมแดน 6 กิโลเมตร จากนั้นเลี้ยวซ้ายขึ้นเขา จะมีป้ายบอกทาง บ้านซาโห่  เดินทางต่อไปอีก ไมถึง 3 กิโลเมตร ก็ถึงจุดชมวิวดังกล่าว. -008

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ไร้หน่วยงานแก้ไข! ชาวบ้านร้องสื่อท่อประปาแตกนานนับเดือน เดือดร้อนหนัก

Posted on January 22, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/629602

ไร้หน่วยงานแก้ไข! ชาวบ้านร้องสื่อท่อประปาแตกนานนับเดือน เดือดร้อนหนัก

วันพุธ ที่ 19 มกราคม พ.ศ. 2565, 09.51 น.

ท่อประปาแตกไหลเป็นน้ำตกนานนับเดือน ล่าสุดเริ่มไหลสู่ทางถนนเข้าบ้านเรือนประชาชนเดือดร้อนกันทั่วหน้า ร้องสี่อวอนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าแก้ไข 

19 ม.ค.65 ชาวบ้านย่านคลองนาเกลือ หมู่ที่4.ต.นาเกลือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี ร้องเรียนต่่อสื่อมวลชน ว่า ท่อประปาแตกนานนับเดือนทำให้น้ำไหลท่วมบ้านบ้านของประชาชน เมื่อไปถึงตามที่ได้รับร้องเรียน พบ ป้ามุ้ย นาง สุรีรัตน์ ทศพรพิทักษ์กุล อายุ 60 ปี ตัวแทนชาวบ้านนกำลังเดินลุยน้ำมาพบผู้สื่อข่าว 

จากการสอบถาม ป้ามุ้ยได้เล่าว่า เมื่อก่อนปีใหม่ ได้มีการขุดเจาะบริเวณริมทางถนนสุขุมวิท จากนั้นก็มีการกลบคีนสภาพผิวถนน อยู่มาก็มีน้ำผุดออกมาจากใต้ดิน ตนเองก็ได้แจ้งหน่วยงานประปาพัทยาไปแล้ว หลังจากนั้นทางประปาเอง ก็ได้ลงมาดูแก้ไขเบื้องต้นโดยนำท่อพีวีซีขนาด8หุล มาผลันน้ำที่ไหลมาจากใต้ดิน ให้ไหลไปลงตรงคลองสาธารณะบ้านนาเกลือ ซึ่งจะเห็นได้ว่าปริมาณน้ำประปาที่ผุดออกมาจากใต้ดินนั้น ไหลเป็นน้ำสายธารน้ำตกเลย ไหลแบบนี้มานานร่วมเดือน ต่อมาหลังปืใหม่มาแล้ว เมี่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ได้เกิดมีท่อประปาใต้ดินแตกใหม่อีกใกล้กับจุดเดิม น้ำที่ไหลออกมาครั้งนี้ออกสู่ถนนในซอยเข้าหมู่บ้าน และไหลเข้าบ้านเรือนประชาชน ชาวบ้านจะเข้าออกภายในซอยลำบากมากเดือดร้อน แจ้งการประปาไปแล้วเเต่ก็ยังไม่มีเจ้าหน้าที่มาดูแล จึงได้ร้องสื่อกลางเพี่อเป็นกระบอกเสียงช่วยชาวบ้านด้วย 

ต่อมาทางผู้สี่อข่าวได้ติดต่อไปยังการประปาส่วนภูมิภาคสาขาพัทยา ข้อทราบถึงที่มาที่ไปของท่อประปาแตกในครั้งนี้ เพื่อหาคำตอบให้กับชาวบ้าน ทางประปาจะแก้ไขอย่างไร น้ำที่ผุดออกมาจากใต้พื้นดินเป็นน้ำประปาใช่หรือไม่อย่างไร หลังได้รับการประสานงานจากผู้สี่อข่าวแล้ว ทางด้านนายนนทวัฒน์ วงศ์สุวานิช หัวหน้างานชำนาญการการประปาพัทยา พร้อมด้วยนายสรายุทธ ธรรมลังกา หัวหน้าควบคุมงานจากบริษัทวงศ์สยามก่อสร้างจำกัด 

ซึ่งเป็นซัพฟสายเออร์ซ่อมบำรุงของการประปาฯได้ร่วมกันลงมายังจุดที่เกิดเหตุ พร้อมทั้งได้ให้ชี้แจงกับชาวบ้านว่า น้ำที่ไหลผุดออกมาจากใต้ดินเป็นน้ำประปาจริง เนื่องด้วยที่ผ่านมา เป็นช่วงเทศกาลปีใหม่ ทางการประปาไม่สามารถดำเนินการซ่อมแซมได้ เนี่องด้วยท่อที่แตกนั้นอยู่ใต้พื้นถนนสุขุมวิทเป็นถนนหลักที่การจราจรหนาแน่น การซ่อมแซมต้องมีการปิดถนนหลัก ซึ่งอยู่ระหว่างประสานงานกับเมืองพัทยาและหน่วยงานที่เกื่ยวข้องในการต้องปิดถนนหลัก จึงมีการล่าช้าในการซ่อมแซม บวกกับสถานการณ์เชื้อโควิดระบาท การทำงานก็มีปัญหาอุปสรรคในหลายๆด้านของบุคคลากรช่างที่ต้องเข้าทำงาน 

อย่างไรก็ตามหลังจากที่ลงดูหน้างานแล้วในวันนี้ ทางการประปาจะเร่งดำเนินการทันทีในค่ำคืนนี้ โดยจะเปิดท่อหลักซ้ายขวาของขอบถนน โดยจะยังไม่ต้องเปิดพื้นผิวถนนหลัก เพื่อบล็อกน้ำปิดวาวน้ำให้หยุดไหล โดยจะใช้ท่อประปาสำรองใต้ดิน จ่ายน้ำให้ชาวบ้านได้ใช้ปกติในเบี้องต้นไปก่อน ส่วนในระยะยาวจะได้มีการเปลี่ยนท่อใต้ดินใหม่ตามโครงการของการประปาที่จะเปลี่ยนท่อใหม่ตลอดสาย จึงขออภัยชาวบ้านที่พักอาศัยอยู่ภายในชุมชนคลองนาเกลือที่ไม่ได้รับความสะดวกในช่วงที่ผ่านมา. -008

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

สาวอดีต พนง.โรงแรม ฮึดสู้วิกฤตโควิด เปิดร้านอาหารสไตล์จีนโมเดิร์น

Posted on January 22, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/629601

สาวอดีต พนง.โรงแรม ฮึดสู้วิกฤตโควิด เปิดร้านอาหารสไตล์จีนโมเดิร์น

วันพุธ ที่ 19 มกราคม พ.ศ. 2565, 09.36 น.

สาวอดีตพนักงานโรงแรมดังในกรุงเทพ เจอปัญหาผลกระทบโควิด จึงกลับมาทำงานที่บ้านเปิดร้าน “อากง คาเฟ่” ตกแต่งร้านสไตล์จีนโมเดิร์น  เน้นอาหารโฮมเมค ออแกนนิก เน้นอาหาร ของว่าง สไตล์จีน

ร้าน “อากง คาเฟ่” คาเฟ่เปิดใหม่ สไตล์จีนโมเดิร์น เตรียมต้อนรับเทศกาลตรุษจีน ร้านตั้งอยู่ที่ 9/25 หมู่  9  ถนนราษฏรบำรุง ต.อรัญญิก อ.เมือง จ.พิษณุโลก เป็นคาเฟ่น้องใหม่ ตกแต่งด้วยสไตล์จีนผสมผสานความโมเดิร์น ภายนอกตกแต่งด้วยโคมไฟจีนสีแดง ภายในร้านตกแต่งด้วยสไตล์โมเดิร์น ให้ความรู้สึก Cozy อบอุ่นเหมือนนั่งทานอาหารอยู่ภายในบ้าน มีมุมถ่ายรูปทั่วทั้งร้านเอาใจวัยรุ่น สายคาเฟ่

น.ส.นภาพร วัฒนกุลชัย หรือ(มุก) อายุ 26 ปี เจ้าของร้าน เล่าให้ฟังว่า จุดเริ่มต้นของการทำร้านมาจาก รสมือการทำอาหารของคุณแม่ เนื่องจากคุณแม่เป็นคนรักสุขภาพ จึงชอบทำอาหารแนวออร์แกนิค และด้วยทางครอบครัวเป็นคนเชื้อสายจีน จึงมักทำอาหารไปไหว้ตามธรรมเนียมจีน และได้นำอาหารที่ไหว้ไปแบ่งปันให้กับคนในตลาด ปรากฏว่าคนที่ได้รับประทานชื่นชอบ อาหารของคุณแม่ ต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า รสชาติอาหารอร่อยจนถึงขั้นมาขอซื้อ  คุณแม่จึงเริ่มทำอาหารขายโดยเปิดครัวหลังบ้านทำอาหารขายได้ 2-5 ปี เมื่อลูกค้าให้การตอบรับดีคุณแม่จึงอยากมีหน้าร้านเป็นของตนเอง บวกกับที่บ้านชอบดื่มชา ตนจึงเกิดไอเดียที่จะทำร้านคาเฟ่ โดยมีทั้งเครื่องดื่มและอาหาร ในส่วนเครื่องดื่มนั้นตนได้ไปเรียนชงเครื่องดื่มแล้วนำมาปรับปรุงเป็นสูตรของตัวเอง สำหรับเมนูอาหารตนและคุณแม่ได้ศึกษาวิธีทำจาก Youtube เชฟคนสำคัญของร้านจึงเป็นคุณแม่ประจำอยู่ในครัว ส่วนตนจะประจำอยู่ที่เคาน์เตอร์ดูแลเรื่องเครื่องดื่ม 

ส่วนที่มาของชื่อร้าน “อากง คาเฟ่” เนื่องจากอากงชอบดื่มน้ำชามาก จึงได้นำคำว่า อากง มาตั้งเป็นชื่อร้าน จนกลายเป็น ร้าน“อากง คาเฟ่” สำหรับเมนูอาหารของทางร้านจะมีทั้ง แอพพิไทเซอร์ (Appetizer) คือ เมนูเรียกน้ำย่อย, อาหารเบาๆ, อาหารทานเล่นระหว่างรออาหารจานหลัก  หมายถึงอาหารจานหลัก ที่ส่วนมากมักจะเป็นเนื้อสัตว์ที่เสิร์ฟมาพร้อมอาหารอย่างอื่นให้ทานคู่กัน และ Desserts อาหารหวาน หรือ ของหวาน หรือ ขนมหวาน ซึ่งคืออาหารหวานที่ส่วนมากรับประทานหลังอาหารคาว

สำหรับรสชาติอาหารภายในร้าน จะออกแนวสไตล์จีน สำหรับ Appitizer หรืออาหารเรียกน้ำย่อย ได้แก่ หมั่นโถว ซึ่งจะมีคำว่า 福 (fú) มีความหมายว่า ความสุข เขียนไว้บนหมั่นโถวทุกคำ ทำให้ทุกคำที่ลูกค้าได้รับประทานเข้าไปมีทั้งความอร่อยและความสุข,  ทาร์ตสับปะรดไต้หวัน, ซาลาเปาทอดและซาลาเปานึ่ง มีหลากหลายไส้ทั้งเค็มและหวาน เช่น ไส้หมูแดง ไส้หน่อไม้ ไส้ครีมคัสตาร์ดไข่เค็ม ไส้ชาไทย เป็นต้น ราคาเริ่มต้นที่ 25-200 บาท  สำหรับ Mains มี 2 เมนูให้เลือกทาน ได้แก่ บะหมี่หมูแดง ซี่โครงอบซอส ราคาเริ่มต้นที่  95-189 บาท ส่วนหวาน เช่น บัวลอยแครอท พุดดิ้ง ซึ่งพุดดิ้งมีให้เลือกหลากหลายทั้ง พุดดิ้งไข่มุก พุดดิ้งงาดำ พุดดิ้งเก๋ากี่ เป็นต้น ล้านเป็นเมนูที่ดีต่อสุขภาพและมีความอร่อยไม่เหมือนใคร ขณะที่ราคาเริ่มต้นที่ 55-70 บาท ส่วนเครื่องดื่มมีทั้ง ชา กาแฟ น้ำเต้าหู้ น้ำใบเตย เป็นต้น ราคาเริ่มต้นตั้งแต่ 20-85 บาท

น.ส.นภาพร กล่าวว่า แม้ว่าร้านจะเพิ่งเปิดได้ไม่นาน แต่ได้รับผลตอบรับจากลูกค้าดีมาก โดยวันแรกที่เปิดมีโปรโมชั่นสำหรับลูกค้าที่แต่งชุดสไตล์จีนมาที่ร้านจะได้รับหมั่นโถวฟรี ทำให้บรรยากาศที่ร้านคึกคักเป็นอย่างมาก สำหรับตรุษจีนนี้มีโปรโมชั่นให้กับลูกค้าอีกแน่นอน รอติดตามได้ทาง Page Facebook ไม่เพียงแต่เท่านี้ เพราะทางร้านจะมีโปรโมชั่นให้กับลูกค้าทุกวันไม่ซ้ำกัน เพื่อเอาใจลูกค้าสายคาเฟ่ และเป็นจุดดึงดูดลูกค้าให้แวะมาที่ร้านอีกด้วย  สำหรับเทศกาลตรุษจีนนี้หากใครยังไม่มีสถานที่สร้างคอนเท้นต์ สามารถแวะไปเช็คอินได้ที่ “อากง คาเฟ่” ร้านเปิดบริการทุกวันตั้งแต่ 09.00 น. -18.30 น. โดยจะปิดร้านทุกวันจันทร์ ติดตามโปรโมชั่นดี ๆ ได้ที่ Page Facebook : A-kong.kafei-อากง หรือสอบถามได้ที่เบอร์โทรศัพท์ 095-308-2221

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

คนเมืองคอนแห่ ‘บ่งต้อ-พอกเข่า’ เศรษฐีนีใจบุญยกทีมแพทย์แผนไทยรักษาฟรี

Posted on January 22, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/629598

คนเมืองคอนแห่ 'บ่งต้อ-พอกเข่า' เศรษฐีนีใจบุญยกทีมแพทย์แผนไทยรักษาฟรี

วันพุธ ที่ 19 มกราคม พ.ศ. 2565, 09.16 น.

19 ม.ค.65 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากกรณีที่นางอัมภาพันธ์ นิลประภา หรือ “แม่จ๋า “ วัย 86 ปี เศรษฐินีใหญ่ใจบุญ เจ้าของธุรกิจห้างโชคดีเลขที่ เลขที่ 1410/6 ถนนชมพูพล ต.ท่าวัง อ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช นำคณะแพทย์คลินิก 3033 แพทย์แผนไทยประยุกต์ นำโดย หญิงอิศรารัตน์ พุ่มทอง หรือ “หมอเฟิร์น” จบ ปริญญาตรี แพทย์แผนไทยประยุกต์ ปริญญาโทแพทย์แผนไทย มาเปิดคลินิกชั่วคราวรักษาผู้ป่วยที่มีปัญหาสายตา ทั้งที่เป็นต้อทุกชนิด สายตาฝ้ามัว เป็นวุ้นมองเห็นไม่ชัด ทำการรักษา โดยใช้ตำรับแพทย์แผนไทยด้วยวิธี “บ่งต้อ” และผู้ที่มีปัญหาข้อเข่าเสื่อมด้วยวิธี “พอกเข่า” ซึ่งตัวเองเคยมีปัญหาเข่ารับการรักษาจนตนหายหายขาดจนยกย่องทีมแพทย์แพทย์ไทยคลินิก 3033 เป็นถึงขั้นยกย่องเป็น “หมอเทวดา” และตั้งใจทำบุญครั้งใหญ่ “มอบดวงตาที่สว่างสดใส -ข้อเข่าที่เดินได้อย่างสะดวก”ให้กับประชาชนทุกคนในเขต อ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น

โดยวันที่ 18 ม.ค.ที่ผ่านมา ที่หน้าผ้าโชคดี ถนนชุมพูพล ต.ท่าวัง อ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช นางอัมพาพันธ์ ได้เปิดคลินิกชั่วคราวดำเนินบริการ “บ่งต้อ-พอกเข่า” ให้กับประชาชนฟรี โดยมีประชาชนจำนวนมากเดินทางมาลงทะเบียนเพื่อเข้ารับการรักษาเกินจำนวนที่กำหนดไว้ คือ บ่งต้อ รักษาตา จำนวน 30 คน และพอกเข่า รักษาอาการข้อเข่าเสื่อมจำนวน 60 คน โดยแบ่งเป็นภาคเช้า-บ่ายคนละครึ่ง อย่างไรก็ตาม นางอัมพาพันธ์ และทีมแพทย์ ได้เปิดโอกาสให้ประชาชนทุกคนที่ตั้งใจมารับการรักษาลงทะเบียนล่วงหน้าเอาไว้และจะนัดทยอยมาเข้ารับการรักษาในวันต่อๆ ไปจนหมดทุกคน

ขณะที่ผู้ป่วยจำนวนหนึ่งที่เข้ารับการรักษาในคอร์สแรก (3 ครั้ง) ที่วัดทุ่งแย้ ระหว่างวันที่ 12 ธ.ค. 2564 – 11 ม.ค. 2565 ทั้งการบ่งต้อรักษาดวงตา และพอกเข่ารักษาข้อเข่าเสื่อมที่มีอาหารดีขึ้นจนเกือบเป็นปกติได้เดินทางมาอาสาช่วยเหลือนางอัมพาพันธ์ และทีมแพทย์ในการให้บริการรักษาผู้ป่วยด้วย เพื่อตอบแทนที่ตัวเองได้รับการรักษาจนหาย ทำให้มีวิถีการดำรงชีวิตได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

นางอัมพาพันธ์ กล่าวว่า การเข้ารับการรักษาของประชาชนทุกคนจะเข้ารักษาคอร์ส 3 ครั้งเป็นอย่างน้อย โดยตนรับผิดชอบค่าใช้จ่ายทั้งหมดซึ่งตามปกติผู้ป่วยที่เข้ารับการรักษาที่คลินิก 3033 แพทย์แผนไทยประยุกต์ในหมู่บ้านนครเลควิว ถนนพัฒนาการคูขวาง ต.ในเมือง อ.เมือง ต้องเสียค่าใช้จ่ายบ่งต้อ ครั้งละ 450 บาท พอกเข่าข้างละ 300บาท/ครั้ง รวมทั้งของยกครูหรือบูชาครูประกอบด้วยกล้วยน้ำหว้า 1 หวี เทียนชัยขนาดเล็ก 1 เล่ม เงินสด 12 บาท  ตนจะรับผิดชอบจัดหามาให้ทั้งหมด และจะทยอยรักษาผู้ป่วยจนหมดทุกคนไม่จำกัด. -008 

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

มาแล้วเต็มตา! ปรากฏการณ์’ไมโครฟูลมูน’ดวงจันทร์เต็มดวงไกลโลกที่สุดในรอบปี

Posted on January 22, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/629564

มาแล้วเต็มตา! ปรากฏการณ์'ไมโครฟูลมูน'ดวงจันทร์เต็มดวงไกลโลกที่สุดในรอบปี

วันอังคาร ที่ 18 มกราคม พ.ศ. 2565, 21.14 น.

เมื่อเวลาประมาณ 19.00 น.วันที่ 18 มกราคม 2565  เฟซบุ๊ก NARIT สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ ได้เผยแพร่ภาพของปรากฏการณ์ดวงจันทร์เต็มดวงไกลโลกที่สุดในรอบปี   2565 สามารถสังเกตการณ์ได้ตลอดคืน  โดยมีประชาชนได้ส่งภาพ“ไมโครฟูลมูน” (Micro Full Moon)  จากทั่วประเทศไทยมาแชร์ประสบการณ์ในเพจเป็นจำนวนมาก อาทิ ในกทม. ลพบุรี เกาะสมุย โรงเรียนประชานุเคราะห์เพชรบุรี ปทุมธานี แพร่ เชียงใหม่ บุรีรัมย์ แม่โจ้ อ.เมืองสุรินทร์ ปัตตานี  ชลบุรี และสุพรรณบุรี เป็นต้น 

สำหรับปรากฏการณ์ ไมโครฟูลมูน เป็นคืนจันทร์เต็มดวงที่ดวงจันทร์จะโคจรอยู่ในระยะไกลโลกมากที่สุดในรอบปี หรือเรียกว่า “ไมโครฟูลมูน” (Micro Full Moon) ระยะห่างจากโลกประมาณ 401,011 กิโลเมตร คืนดังกล่าวจะมองเห็นดวงจันทร์เต็มดวงมีขนาดปรากฏเล็กสุดในรอบปี เริ่มสังเกตดวงจันทร์ได้ด้วยตาเปล่าทางทิศตะวันออก หลังดวงอาทิตย์ลับขอบฟ้า เวลาประมาณ 18:30 น. เป็นต้นไปจนถึงรุ่งเช้า

ดวงจันทร์โคจรรอบโลกเป็นวงรี 1 รอบ ใช้เวลาประมาณ 27.3 วัน ในแต่ละเดือนจะมีทั้งวันที่ดวงจันทร์ใกล้โลกและไกลโลก ตำแหน่งที่ดวงจันทร์ใกล้โลกที่สุด เรียกว่า เปริจี (Perigee) มีระยะห่างเฉลี่ยประมาณ 357,000 กิโลเมตร และตำแหน่งที่ดวงจันทร์ไกลโลกที่สุด เรียกว่า อะโปจี (Apogee) มีระยะห่างเฉลี่ยประมาณ 406,000 กิโลเมตร การที่ผู้คนบนโลกมองเห็นดวงจันทร์เต็มดวงในคืนที่ดวงจันทร์โคจรเข้ามาใกล้หรือไกลโลกมีขนาดที่แตกต่างกัน นับเป็นเหตุการณ์ปกติที่สามารถอธิบายได้ตามหลักการทางวิทยาศาสตร์

อนึ่ง ขณะที่ดวงจันทร์อยู่ในตำแหน่งไกลโลกที่สุด หรือใกล้โลกที่สุด อาจไม่ใช่วันที่ดวงจันทร์เต็มดวงก็ได้ แต่ในวันที่ 18 มกราคม 2565 เป็นวันที่ดวงจันทร์เต็มดวง และอยู่ในตำแหน่งไกลโลกที่สุดในปีนี้พอดี เราจึงเรียกว่า ไมโครฟูลมูน

สำหรับดวงจันทร์เต็มดวงใกล้โลกที่สุดในรอบปี 2565 จะเกิดขึ้นในวันที่ 14 กรกฎาคม 2565 ที่ระยะห่างจากโลก 357,411 กิโลเมตร วันดังกล่าวจะมองเห็นดวงจันทร์เต็มดวงมีขนาดปรากฏใหญ่กว่าปกติเล็กน้อย

ขอบคุณข้อมูลเฟซบุ๊ก NARIT สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ

ขอบคุณเจ้าของภาพทุกภาพมา ณ ที่นี่

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

เปิดแล้ว! ‘ท้องฟ้าจำลอง’เมืองปทุมฯ ล้ำสมัยสวยงาม แหล่งท่องเที่ยวเรียนรู้เยาวชน

Posted on January 22, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/629544

เปิดแล้ว! 'ท้องฟ้าจำลอง'เมืองปทุมฯ ล้ำสมัยสวยงาม แหล่งท่องเที่ยวเรียนรู้เยาวชน

วันอังคาร ที่ 18 มกราคม พ.ศ. 2565, 19.28 น.

18 มกราคม 2565 เมื่อเวลา 15.00 น. ที่ศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการศึกษา รังสิต ตำบลธัญบุรี อำเภอธัญบุรี จังหวัดปทุมธานี พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง นายก อบจ.ปทุมธานี เป็นประธานเปิดโครงการส่งเสริมศักยภาพการเรียนรู้ด้านวิทยาศาสตร์ เพื่อชีวิตทุกช่วงวัยในจังหวัดปทุมธานี มี ว่าที่ ร.อ.ดร.อาศิส เชยกลิ่น ผู้อำนวยการศูนย์วิทยศาสตร์เพื่อการศึกษา รังสิต กล่าวต้อนรับ

โดยมี อาจารย์นิพนธ์ ทรายเพชร ราชบัณฑิต สาขาฟิสิกส์และดาราศาสตร์ ให้เกียรติเป็นวิทยากรบรรยายให้ความรู้ด้านดาราศาสตร์ กับผู้เยี่ยมชมรวมกับผู้อำนวยการโรงเรียนและสถานศึกษาทั้งในระบบและนอกระบบในจังหวัดปทุมธานี ทั้งนี้ศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการศึกษารังสิต ได้เปิดตัวเครื่องฉายดาวระบบดิจิทัลที่ทันสมัยและใหญ่ที่สุดในอาเซียน เชื่อมต่อข้อมูลจากศูนย์วิทยาศาสตร์ระดับโลกได้แบบเรียลไทม์ด้วยระบบ Data2Dome จำลองอวกาศ ระบบสุริยะจักรวาล ไปจนถึงพื้นผิวของดาวเคราะห์ ด้วยความคมชัดสมจริง 3 มิติ พร้อมชมนิทรรศการดวงดาวและเทคโนโลยีอวกาศ : Space Exhibition จัดแสดงเรื่องราวการสำรวจอวกาศและแนวคิดในการอพยพสู่ดาวดวงใหม่

โดยผู้ที่สนใจสามารถเข้าชม ศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการศึกษารังสิต (ท้องฟ้าจำลองรังสิต) โดยเปิดให้เข้าชมทุกวัน ยกเว้นวันจันทร์ เวลา 8.30-16.30 น. ณ ศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการศึกษารังสิต ต.รังสิต อ.ธัญบุรี จ.ปทุมธานี สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมโทร. 025775456-9 และ Facebook : ศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการศึกษารังสิต

ด้าน พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง นายก อบจ.ปทุมธานี กล่าวว่า เราคิดว่าจะเห็นได้เห็นระบบเดิม ๆ แต่ไม่ใช่เป็นภาพ 3 มิติ กับระบบใหม่ที่เป็นภาพ 3 มิติ ซึ่งทั้งภาพและเสียงเป็นที่น่ามหัศจรรย์ มีการพัฒนาขึ้นมามากเมื่อก่อนท้องฟ้าจำลองมีเพียงแค่ในกรุงเทพมหานครเท่านั้น แต่วันนี้ที่จังหวัดปทุมธานีได้ มีท้องฟ้าจำลองได้เกิดขึ้นแล้ว ที่ผ่านมาพี่น้องชาวปทุมธานีพี่น้องชาวต่างจังหวัดทั่วทั้งประเทศไทยยังไม่ได้รับทราบ เนื่องจากระบบต่าง ๆ ยังไม่เสร็จจึงยังไม่ได้ประชาสัมพันธ์ แต่วันนี้ระบบต่าง ๆ ทั้งหมดเสร็จแล้ว เมื่อเราได้ดูพบว่าหลายอย่างพัฒนาไปเยอะมาก ได้ความรู้ด้านดาราศาสตร์ทั้งในอดีตจนมาถึงปัจจุบัน ทำให้เห็นตำแหน่งดาวดาวต่างๆชัดเจนขึ้น

ต่อไปสถานที่แห่งนี้จะเป็นสถานที่สำคัญอันดับหนึ่งของปทุมธานีได้ รวมถึงเป็นแหล่งที่นำพาพี่น้องประชาชนจากทั่วประเทศต้องมาศึกษาที่นี่ สำหรับ อบจ.ปทุมธานี ผมอยากให้เด็กนักเรียนทุกคนในจังหวัดปทุมธานีก่อนที่จะจบการศึกษาระดับมัธยมต้องได้มาศึกษา ณ ท้องฟ้าจำลองแห่งนี้ ปกติจะชมได้ครั้งละ 160 ที่นั่ง แต่เนื่องจากสถานการณ์โควิด-19 จึงจำเป็นต้องเว้นระยะห่างตามมาตรการของกระทรวงสาธารณสุข จึงเข้าชมได้ครั้งละ 80 ที่นั่งลูกหลานชาวปทุมธานีทุกคนต้องได้เข้ามาศึกษาที่แห่งนี่. 012

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

‘การทำกรรมฐานต้องกำหนดต่อกันไปเรื่อยๆ เหมือนปลูกต้นไม้’ โอวาทธรรม ‘หลวงพ่อชา สุภัทโท’

Posted on January 22, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/629543

'การทำกรรมฐานต้องกำหนดต่อกันไปเรื่อยๆ เหมือนปลูกต้นไม้' โอวาทธรรม 'หลวงพ่อชา สุภัทโท'

วันอังคาร ที่ 18 มกราคม พ.ศ. 2565, 19.27 น.

“การทำกรรมฐานต้องกำหนดต่อกันไปเรื่อยๆ เหมือนปลูกต้นไม้” ถ้าเราเอาต้นไม้มาปลูกลงตรงนี้ ๓ วัน แล้วถอนออกไปปลูกตรงนั้นอีก ปลูกตรงนั้นได้อีก ๓ วันถอนไปปลูกต้นโน้นอีก ตายเลย ไม่ได้กินหรอก ต้นไม้ก็ตาย

“กรรมฐานก็หมดเหมือนกันอย่างนั้น” เข้าใจด้วยนะ มันเป็นอย่างนั้น ไปพิจารณานะ กลับไปนี่เอาต้นไม้ไปปลูกก็ได้ ปลูกตรงนี้ได้ ๓ วัน ถอนไปปลูกตรงนั้นได้ ๓ วัน ถอนอีกอยู่อย่างนั้นน่ะ ไม่ได้กินหรอก ตายหมด ไม่มีเหลือแล้ว

“กรรมฐานก็เหมือนกัน” ไปนั่งกรรมฐาน ๗ วัน ออกมา เล่นตั้ง ๗ เดือน ปล่อยจิตไปทำสกปรกหมด แล้วก็อีก ๗ วันก็มาทำกรรมฐานอีก ไม่พูด เฉย แล้วก็เลิกอีก “เหมือนกับต้นไม้แหละ ตายหมดไม่มีเหลือเลย” กรรมฐานไม่เกิดแล้ว ต้นไม้ก็ไม่เกิด กรรมฐานก็เหมือนกันอาตมาว่าทำอย่างนี้ไม่ได้ผลหรอก”

โอวาทธรรม หลวงพ่อชา สุภัทโท วัดหนองป่าพง ต.โนนผึ้ง อ.วารินชำราบ จ.อุบลราชธานี – 003

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, ธรรมะ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, ธรรมะ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

พากันเฮ! ต้นแจง2สีใกล้จอมปลวก ให้โชคถูกเลข92กันถ้วนหน้า

Posted on January 22, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/629523

พากันเฮ! ต้นแจง2สีใกล้จอมปลวก ให้โชคถูกเลข92กันถ้วนหน้า

วันอังคาร ที่ 18 มกราคม พ.ศ. 2565, 18.22 น.

ฮือฮา! พบต้นแจง งอกเป็นสีสอง หรือ สีขาวอมชมพู ใกล้จอมปลวกภายในวัดห้วยชินสีห์ เจ้าอาวาสเผยปลูกมา กว่า 20 ปี ไม่พบ ด้านชาวบ้านเชื่อเป็นต้นไม้มงคล ให้โชคลาภหลังนำไปเสียงดวงถูกรางวัลเลขท้าย 2 ตัว

18 ม.ค.65 ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งจากชาวบ้านที่เดินทางไปชมปรากฏการความแปลกของต้นไม้ภายในวัดห้วยชินสีห์ ต.อ่างทอง อ.เมือง จ.ราชบุรี งอกออกมาเป็นสีทอง หรือ สีขาวอมชมพู ซึ่งมีขึ้นอยู่เพียงต้นเดียวและแตกเป็น 9 ช่อ หลัง พระมหาสำรวย ปัญญาสาโร เจ้าอาวาส เป็นผู้มาพบและนำมาบอกกล่าวให้ญาติโยมที่มาทำบุญภายในวัดทราบ เนื่องจากนำมาปลูกไว้กว่า 20 ปี ไม่เคยมีมาก่อน ชาวบ้านจึงพากันมาชมความงามของต้นไม้ และ นำไปเสี่ยงโชคลาภถูกรางวัลเลขท้าย 2 ตัว 92 กันจำนวนมาก

ผู้สื่อข่าวจึงเดินทางไปที่วัดห้วยชินสีห์ พบกับพระมหาสำรวย ปัญญาสาโร เจ้าอาวาส และ นายอุไร ปลื้มใจ อายุ 70 ปี ซึ่งเป็นไวยาวัจกรประจำวัด พร้อมทั้งพาไปดูจุดที่ต้นไม้สีทองขึ้นดังกล่าว ซึ่งอยู่บริเวณด้านข้างศาลาประกอบพิธีงานบุญ เชิงบันดันพญานาค โดยพบว่า ต้นไม้สีทองต้นดังกล่าวคือต้นแจง หรือ ต้นแกง ที่ทางเจ้าอาวาสได้นำมาปลูกไว้เมื่อ 20 ปีก่อน ซึ่งขึ้นอยู่เพียงต้นเดียว และอยู่ติดกับจอมปลวกที่ติดกับต้น แจงต้นใหญ่ ซึ่งลำต้นมีลักษณะสีทอง หรือ สีขาวอมชมพู แตกออกเป็น 9 ช่อ มีความสูงประมาณ 80 – 90 เซนติเมตร ส่วนที่ปลายยอด ใบอ่อนแตกยอดเป็นสีชมพูอมม่วง ซึ่งดูแล้วมีความแปลก เนื่องจากภายในวัดมีต้นไม้น้อยใหญ่ขึ้นจำนวนมาก และไม่มีต้นไหนออกสีเหมือนกับต้นดังกล่าว และหลังจากเมื่อวันที่ 16 ม.ค.65 ที่ผ่านมาก่อนวันหวยออก ชาวบ้านที่ทราบข่าวต่างก็เดินทางมาดูและนับช่อของต้นไม้และจำนวนปีที่ปลูก โดยตีเลขกันได้ 159 และ 920 และ 59 / 92 ซึ่งตรงกับรางวัลที่ 1 และเลขท้าย 2 ตัวงวดประจำวันที่ 17 ม.ค.65 หมายเลขรางวัล 159 และ 92 ทำให้มีโชคถูกรางวัลกันถ้วนหน้า

นายอุไร เล่าว่า ต้นไม้ดังกล่าวคือต้นแจง เป็นต้นไม้ที่ทางเจ้าอาวาสวัดได้ล้อมมาปลูกภายในวัดเมื่อ 20 ปี ก่อน ปลูกไว้จำนวน 15 ต้น เนื่องจากเป็นต้นที่ไม่ค่อยผัดใบ และอายุยืน ให้ร่มเงาเพราะใบแพร่ปกคลุมเหมือนหางนกยูง อีกทั้ง ยังมีสรรพคุณเป็นยาหลายชนิด โดยเมื่อช่วงบ่ายของวันที่ 16 ม.ค. ที่ผ่านมา พระมหาสำรวย ปัญญาสาโร เจ้าอาวาส ได้เดินผ่านมาพบเห็นทีแรกนึกว่าใครมาจุดไฟเผาต้นไม้จนกลายเป็นสีแห้งๆ จึงเดินเข้ามาดู ปรากฏว่าเป็นสีเหลืองทอง ซึ่งสร้างความแปลกใจ เนื่องจากปลูกมากว่า 20 ปี ต้นที่งอกมาก็จะออกเป็นแต่สีเขียว มาในครั้งนี้ออกเป็นสีทอง พอผ่านไปได้ 2 วันใบก็กลายเป็นสีขาวอมชมพู ช่วงปลายจะออกสีชมพูอมม่วง จึงได้มาเล่าให้ญาติโยมฟัง ทำให้ชาวบ้านเกิดความสนใจขึงเดินทางมาดูกันไม่ขาดสาย โดยเฉพาะก่อนวันหวยออก ชาวบ้านเข้ามาชมและนำไปตีเป็นเลขเด็ดถูกรางวัลกันหลายคน วันนี้ตนจึงต้องนำเชือกมากั้นเขตเพราะกลัวจะมีคนเข้ามาเด็ด ทำให้ต้นไม้ตายได้

สำหรับ “ต้นแจง” หรือ “ต้นแกง” มีถิ่นกำเนิดในประเทศไทย มีเขตการกระจายพันธุ์ในประเทศไทย กัมพูชา และเวียดนาม โดยจัดเป็นไม้ยืนต้นขนาดเล็กไม่ผลัดใบ พบได้บ้างที่เป็นไม้พุ่มเตี้ย ๆ เป็นพรรณไม้โตช้า มีความสูงของต้นประมาณ 5-10 เมตร แตกกิ่งแขนงมากมายคล้ายกับไม้พุ่ม กิ่งก้านแตกออกแผ่เป็นรูปร่ม เปลือกลำต้นเป็นสีเขียวเข้มจนเกือบดำ เปลือกเรียบหรือแตกเป็นสะเก็ดเล็ก ๆ ขยายพันธุ์ด้วยวิธีการเพาะเมล็ดหรือวิธีการตอนกิ่ง สามารถขึ้นได้ในดินแทบทุกชนิด พบขึ้นได้ในป่าละเมาะ ป่าดิบแล้ง ป่าผสมผลัดใบ ป่าเต็งรังแล้ง ป่าโปร่งแห้ง เขาหินปูน ที่มีความสูงจากระดับน้ำทะเลประมาณ 0-400 เมตร โดยจะพบได้มากทางภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

ส่วน “สรรพคุณของต้นแจง” อาทิ รากใช้ต้มกับน้ำดื่มเป็นยาบำรุงกำลัง บำรุงร่างกาย  ลำต้นใช้ต้มกับน้ำดื่มเป็นยาบำรุงธาตุในร่างกาย ทำให้กระปรี้กระเปร่าและแข็งแรง เปลือกต้น ราก และใบแจงนำมาต้มกับน้ำดื่มเป็นยาแก้ดีซ่าน (เปลือกต้น, ราก, ใบ)บ้างว่าใช้ทั้งต้นต้มดื่มเป็นยาแก้ดีซ่าน (ทั้งต้น, ใบ) ใช้ยอดและใบแจงเป็นยาแก้ไข้ ใช้เป็นยาแก้ไข้มาลาเรีย ด้วยการใช้เปลือกต้น ราก และใบนำมาต้มกับน้ำดื่ม ต้นช่วยแก้อาการร้อนในกระหายน้ำ ยอดอ่อนผสมเกลือใช้รักษาโรครำมะนาด ช่วยแก้อาการหน้ามืดตาฟาง ด้วยการใช้เปลือกต้น ราก และใบ นำมาต้มกับน้ำดื่ม ยอดอ่อนนำมาต้มใช้ล้างหน้าจะช่วยแก้ตาฝ้าฟางได้ ใบและยอดนำมาตำหรือโขลกให้พอแหลกเล็กน้อย แล้วปั้นกลม ๆ เป็นลูกกลอนขนาดเท่าหัวแม่มือนำมาใช้สีฟัน จะช่วยทำให้ฟันทน ปากหอม ฟันขาวสะอาดสดชื่น และ ใบช่วยแก้ฟันผุ

ทั้งนี้ ต้นแจงจัดเป็นไม้ยืนต้นที่มีคุณค่าและมีประโยชน์ เป็นต้นไม้หายากที่กำลังจะถูกลืมเพราะไม่เป็นที่รู้จักกันนัก จึงควรค่าแก่การอนุรักษ์ เหมาะแก่การนำมาปลูกเป็นไม้ประดับเพื่อชื่นชมความงามของดอกและผลที่มีลักษณะสวยงามและแปลกตา อีกทั้งยังเป็นต้นไม้ที่มีทรงพุ่มสวยงาม เหมาะใช้ปลูกเพื่อตกแต่งภูมิทัศน์ ปลูกให้ความร่มรื่นและร่มเงาได้เป็นอย่างดี นอกจากนี้ยังสามารถนำมาใช้เพื่อแจกแจงอายุขวบขัยของวงปีต้นไม้ได้ สังเกตได้การตัดไม้ตามขวางของลำต้นจะเห็นวงปีได้ชัดเจน จึงนิยมนำมาใช้เป็นตัวอย่างในการเรียนการสอนทางชีววิทยา (ข้อมูลโดย : กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช)

– 009

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

‘หิมะดำ’ปกคลุม!เศษลอบเผา‘ซางอ้อย’ปลิวว่อนเข้าที่พัก ประกาศขายบ้านหนี

Posted on January 22, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/629505

‘หิมะดำ’ปกคลุม!เศษลอบเผา‘ซางอ้อย’ปลิวว่อนเข้าที่พัก ประกาศขายบ้านหนี

วันอังคาร ที่ 18 มกราคม พ.ศ. 2565, 17.42 น.

‘หิมะดำ’ปกคลุม!เศษลอบเผา‘ซางอ้อย’ปลิวว่อนเข้าที่พัก ประกาศขายบ้านหนี

ความคืบหน้ากรณีมีผู้ใช้เฟซบุ๊กโพสต์ข้อความ พร้อมภาพประกอบลงบนโลกโซเชียล ระบุว่า ที่หมุ่บ้านใน อ.บ้านบึง จ.ชลบุรี พร้อมระบุข้อความว่า “ถ้าจะขนาดนี้นะ ตากผ้าไว้หิมะเกาะหมดแล้ว” โดยชาวบ้านได้รับความเดือดร้อนจากผลกระทบจากการเผาไร่อ้อย พร้อมถ่ายรูปเศษซางอ้อยที่ลอยบนอากาศและปลิวเข้าบ้าน จนมีผู้เข้ามาแชร์ข้อความ และวิพากษ์วิจารณ์แสดงความคิดเห็นถึงความเดือดร้อนที่เกิดขึ้น

ล่าสุดวันนี้ (18 มกราคม 2565) ผู้สื่อข่าวเดินทางไปที่หมู่บ้าน C วิลเลจ ที่ได้รับผลกระทบ พบว่า มีเขม่าไฟเป็นจำนวนมากลอยเข้าบ้านเรือนของประชาชน และจับกับเสื้อผ้าที่ตากไว้

นางวัชรี อินทสงฆ์ อายุ 62 ปี ผู้พักอาศัยในหมู่บ้าน เปิดเผยว่า ได้รับความเดือดร้อนจากการเผาอ้อยเป็นอย่างมาก เนื่องจากเขม่าไฟที่ลอยมาเข้ามาบางครั้งหายใจติดขัด อีกทั้งยังลอยไปโดนกับเสื้อผ้าที่ตากไว้ ทำให้ต้องซักใหม่เป็นประจำ บ้านที่เปิดไว้ต้องปิดอยู่ตลอดเวลา จึงอยากให้หันมาตัดอ้อยสดแทน และอยากฝากถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้เข้ามาดูแลแก้ไขด้วย เพราะตอนนี้ชาวบ้านจะอยู่กันไม่ได้แล้ว ตอนนี้ก็เริ่มประกาศขายบ้านอย่างต่อเนื่อง ส่วนตนไม่รู้ว่าจะทนอยู่ได้อีกนานเท่าไร

ด้านนายปวีร์ ทวีกิจอนุกูล ปลัดอำเภอบ้านบึง เดินทางมาที่เกิดเหตุ พร้อมกล่าวว่าขณะนี้ทางอำเภอได้ทราบเรื่องแล้ว และพยามหาทางแก้ไขเบื้องต้น พร้อมได้ประชาสัมพันธ์ขอความร่วมมือไม่ให้มีการเผาอ้อยในช่วงนี้ เนื่องจากมีกระแสลมแรงทำให้ชาวบ้านได้รับความเดือดร้อน พร้อมฝากถึงชาวบ้านหากเดือดร้อนสามารถแจ้งได้ที่ศูนย์ดำรงธรรมของทุกอำเภอ และจะเรียกนายกสมาคมชาวไร่อ้อยมาร่วมประชุมเพื่อแก้ไขและหาทางออกต่อไป -005

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

หลวงพ่อ’วัดศาลาลี’ ยุติทำพิธีลงนะหน้าทองแล้ว หลังสำนักพุทธฯสั่งห้าม

Posted on January 22, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/629502

หลวงพ่อ'วัดศาลาลี' ยุติทำพิธีลงนะหน้าทองแล้ว หลังสำนักพุทธฯสั่งห้าม

วันอังคาร ที่ 18 มกราคม พ.ศ. 2565, 17.24 น.

18 มกราคม 2565 เมื่อเวลา 12.00 น. ผู้สื่อข่าวเดินทางไปที่วัดศาลาลี ต.บางไผ่ อ.เมือง จ.นนทบุรี หลังสำนักงานพระพุทธศาสนา จ.นนทบุรี สั่งห้ามไม่ให้พระครูสมุห์นพดล ปิยะธัมโม เจ้าอาวาสวัดศาลาลี ทำพิธีลงนะหน้าทอง 

พระครูสมุห์นพดล กล่าวว่า หลังเป็นกระแสในโลกโซเชี่ยล ทางเจ้าหน้าที่สำนักพุทธศาสนา ได้เข้ามาพูดคุยหาลือเพื่อหาแนวทาง ซึ่งทางอาตมาได้ขอยุติทำพิธีลงนะหน้าทองให้กับประชาชนและลูกศิษย์ ในส่วนเรื่องที่ญาติโยมจะมาทำบุญถวายสังฆทานหรืออะไรก็แล้วแต่ ก็ยังทำพิธีให้แก่ลูกศิษย์ 

พระครูสมุห์นพดล กล่าวอีกว่า ญาติโยมและลูกศิษย์ ที่เดินทางมาหาให้ช่วยทำพิธีต่างๆให้ เพราะเขาต้องการความสบายใจ วัดก็เป็นที่พึ่งทางจิตใจ ทำแล้วเขาสบายใจสามารถดำเนินชีวิตต่อไปได้ หลวงพ่อก็ทำให้ทั้งนั้น 

โดยพบว่ามีประชาชนและลูกศิษย์ เดินทางมาถวายสังฆทาน ประพรมหน้ำมนต์อย่างต่อเนื่อง ถึงแม้พระครูสมุห์นพดล จะยุติลงนะหน้าทองแล้วก็ตาม. 012

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

BamBam Family

BamBam Family

สถิติบล็อก

  • 3,295,664 hits

Join 4,077 other subscribers
Follow SootinClaimon.Com on WordPress.com

Categories

Top Posts & Pages

'หนึ่งคำพูด...ล้านกำลังใจ' ส่งถึง 'เหล่านักรบเสื้อขาวและผู้ป่วย' สู้ศึกโควิด-19 #SootinClaimon.Com
ท่านผู้หญิงสิริกิติยา เจนเซน ร่วมเสวนา ‘River Talk’ #SootinClaimon.Com
แอลกอฮอล์ อาชญากรรม และการปฏิรูปตำรวจ(ไทย)
Waymo to launch fully driverless service to the public - a first just in time for the pandemic #SootinClaimon.Com
Tech for Life : 9 พฤษภาคม 2564 #SootinClaimon.Com
"โยชิ 300" จากเด็กติดเกมหนักสู่ "ยูทูปเบอร์" สายฮาสุดครีเอท
เฉลิมชัย แนะคกก.วัตถุอันตรายลงมติเปิดเผย
'ป้าตือ' ขึ้นแท่น 'มาดามแห่งวงการออนไลน์' คนใหม่ LIVE EP แรก คนดูชน 5 แสน!!! #SootinClaimon.Com
'ดวลเพลงดัง พลังมัธยม'เต้นยับสนั่นจอ ชวนแดนช์สุดมันกับเพลง 'คู่กัด'
โบว์ เมลดา ใส่บิกินีสีสันสดใสอวดความแซ่บ ลุคนี้เซ็กซี่ร้อนฉ่าเกินต้าน

Recent Posts

  • นายกฯ เนปาลกล่าวต่อที่ประชุมยูเอ็น น้ำท่วมครั้งใหญ่เป็น “สัญญาณเตือนโลก” ถึงภัยจากโลกร้อน
  • Amazon ลุยส่งพัสดุด้วยโดรน เร็วสุด 30 นาที แต่ชาวบ้านโอดเสียงดังรบกวน
  • นักวิจัยสงสัยการติดเชื้อแบคทีเรียเป็นสาเหตุลูกวาฬหลายร้อยตัวตายเกยตื้นในอาร์เจนตินา
  • ปธน.อิหร่าน เปิดใจกับสื่อเผย สหรัฐฯ ต้องเลือกเองว่าจะยุติสงครามหรือไม่ ลั่นพร้อมเจรจา
  • ส่อง 5 ประเด็น “ทรัมป์-สี จิ้นผิง” พบกันที่วอชิงตัน พักศึกการค้า แต่ปมใหญ่ยังไม่จบ

ป้ายกำกับ

  • 2559(2016)
  • entertain
  • lady
  • naewna
  • The Nation
  • การเมือง
  • ต่างประเทศ
  • บันเทิง
  • ผู้หญิง
  • แนวหน้า
  • RSS - Posts
  • RSS - Comments

Archives

Follow Us

  • https://soclaimon.tumblr.com/
  • https://www.facebook.com/soclaimon
  • https://www.instagram.com/sootinclaimon/
  • https://www.facebook.com/SootinClaimon/
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100001170824639
  • https://www.facebook.com/pompam.pp
  • https://www.facebook.com/toraman666
  • https://www.facebook.com/apich214
  • https://www.facebook.com/samabat.klaimon
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100005312762480
  • https://www.facebook.com/jirasuda.manomaiyanon
  • https://www.facebook.com/eikpakkred
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100003091451547
Blog at WordPress.com.
  • Subscribe Subscribed
    SootinClaimon.Com
    Join 1,631 other subscribers

    Have a WordPress.com account? Log in now.

  • SootinClaimon.Com
    View site in Reader
    Manage subscriptionsSign upLog in
    Report this content
    Collapse this bar
Loading Comments...
%d